สามารถใช้ใช้ต่อได้เลย ตื่นมาแล้วนะลูก ไป นอน หายไปไหนหมด หัวหน้าใครนะคะ หัวหน้ามายัง ยัง งั้นเช็คชื่อเลย ดาวค่ะ เจ้า ส้นค่ะ ที่เหลือใครลูกจะได้ไม่ต้องเรียก เฟิร์น เฟิร์น อริสราเนาะ จะไปลูก รัชฎาภรณ์สีขาว จะไปค่ะ บอล ตอนเราก็เฟี้ยว แค่นี้เนาะ ที่เหลือ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 คนเนาะ ถ้างั้น กูไม่รอแล้วนะเริ่มเลยนะคะจะได้ไม่เสียเวลาพี่ล่ามด้วย คราวเนี้ยหนังสือได้แล้วนะคะเดี๋ยวไปรับกลับ บอยได้เลยร้านคุณบอยแล้วก็แจ้งวิชาวรรณกรรมกับการวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ แล้วก็ไปรับหนังสือได้เลยเล่มละ 100 บาทแต่ว่าจะ จะต้องจ่าย ช่วงกุมภาพันธ์ปลายกุมภาพันธ์เลยนะคะอันนี้ไปเอาหนังสือมาก่อนเพราะว่าเราจะ ของครูด้วยนะคะคราวนี้วิชานี้ ก็จะเป็นวิชาคนละวิชากับที่เราเรียนครั้งที่แล้วเนาะแต่ว่าเราอ่ะ ต้องเจอกัน 2 ครั้งต่อสัปดาห์แล้วก็เนื้อหาบางส่วนมันจะใกล้เคียงกัน ดังนั้น ก็เลยอยากให้เราอ่ะตั้งสติแล้วก็มีหนังสือครบทั้ง 2 เล่มเพราะว่าหนัง ใช้คนละเล่มนะคะแต่ว่าบางอันที่ครูพูดไปแล้ว ในอีกวิชานึงถ้าพูดซ้ำก็ให้ถือว่าเป็นข้อดีของเราไปที่จะได้พบทวนเนื้อหาในเรื่องนั้น เนื้อหาในรายวิชาจะเป็น พัฒนาการกับพัฒนาการวรรณคดีไทยวันพุธส่วนวิชานี้วรรณกรรม การวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ มันก็เลยจะค่อนข้างคล้ายกันก็คือวรรณคดีกับวรรณกรรม เขียนนะคะคราวนี้กูจะทบทวนก่อนเพราะว่าตอนที่เราเรียนพัฒนาการวรรณคดีเรามี พูดถึงความหมายของวรรณคดีกับวรรณกรรม ไปบ้างแล้วก็เลยจะทบทวนอีกครั้งนึงแต่ว่าจะแบบผ่านไปแบบรวดเร็ว ทำไมหรอคะ เดี๋ยวสักครู่นะคะเหมือนสไลด์จะมีปัญหานิดหน่อย เหมือนกัน โอเคค่ะเรียบร้อยแล้วเดี๋ยวเดี๋ยวต่อเลยนะคะ ครูพูดค้างไว้ที่ว่าเดี๋ยวจะทบทวนวรรณคดีกับวรรณกรรมเนาะ จากที่ย้ำไปว่าตอนที่เราไปสอนภาษาไทยเด็ก นักศึกษาในอนาคตของเราเนี่ยเราก็ต้องพูดให้เด็กฟังให้ได้ว่าวรรณคดีคืออะไรวรรณกรรม คืออะไร ซึ่งจริงๆแล้วคำว่าวรรณคดีกับวรรณกรรมเนี่ยปัจจุบันแทบจะไม่ค่อยใช้แบบ ต่างกันเท่าไหร่เพราะในอดีตเนี่ยวรรณคดีครูบอกแล้วว่าถ้าพูดถึงความหมาย เขาจะใช้เป็นความหมายเชิงคุณภาพที่บอกว่าวรรณคดี คือวรรณกรรมที่ได้รับการยกย่องว่าแต่งดี ก็เลยจะเรียกว่าวรรณคดี อันนี้คือความหมายที่เป็นในเชิงคุณภาพและความหมายที่แบ่งตามความหมายตามคำนั่นก็คือ คำว่าวรรณะ + คำว่าคดี พี่เอามาสมัครกัน มันก็จะแปลว่าแนวทางแห่งหนังสือ ซึ่งคำว่าแนวทางแห่งหนังสือมันก็ไปตอบโจทย์กับเมื่อกี้แหละที่เป็นความหมายเชิงคุณภาพที่บอกว่า หนังสือเล่มไหนแต่งดีก็จะได้เป็นแนวทางให้กับหนังสือเล่มอื่น ต่อไปได้ นี่ก็คือความหมายของวรรณคดีนะคะส่วนวรรณกรรมก็คือหนังสือทั่วไป หนังสืองานเขียนต่างๆที่เขียนขึ้นมาเรียกว่าวรรณกรรมทั้งหมด ส่วนอีกการแบ่งแยกหนึ่งก็คือในส่วนของเวลา ที่บอกว่า วรรณคดีมันเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ที่มีการจัดตั้งวรรณคดีสโมสรขึ้นมา โดยมีการคัดเลือกว่าหนังสือเล่มไหนดีเล่มไหนควรได้รับการยกย่องเช่น ยอดแห่งลิลิตก็คือลิพระลอ ยอดแห่ง กลอนเสภาก็อย่างเช่นขุนช้างขุนแผนเป็นต้นอันเนี้ยเขาก็เลยนับย้อนหลังแปลว่าดังนั้นหนังสือเล่มแดง ตามที่เกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 ถอยหลังกลับไปก็คือ 6 5 4 3 2 1 สามารถเรียกว่าวรรณคดีได้ทั้งหมด ถึงจะไม่ได้รับการยกย่องตามรางวัลอะไรก็ตามอันนี้ก็คือในแง่ของเวลานะคะ นี่ก็คือความหมายของวรรณคดีกับวรรณกรรมจริงๆพูดไปแล้วแต่ว่า ทบทวนให้เฉยๆนะคะนี้ก็คือ คุณภาพกับเวลาที่แบ่งความหมายของวรรณคดีกับวรรณกรรม สบายคราวนี้เข้าสู่เกี่ยวกับรายวิชาของเราก็คือการวิ่ง ตาล การวิจารณ์เนี่ยแตกต่างจากการอ่านทั่วไปแน่ๆเพราะว่าถ้าคุณอ่านโดยทั่ว เช่นพระอ่านนิยาย คุณชอบอ่านมากเลยอ่านนิยายอ่านการ์ตูนอันนั้นเขาจะเรียกว่าอ่านเพื่อเสพ เจ็บก็คือ เพื่อความสนุกสนานอันนั้นก็คืออ่านเพื่อเสพ หรืออ่านหนังสือเรียนเพื่อเอาไว้ใช้ในการสอบเพื่อเป็นการปรับ อ่านแล้วจำๆอย่างเดียวเนี่ยอันนั้นก็เป็นอ่านอีกแบบนึง แต่ถ้าอ่านเพื่อวิจารณ์ เขาจะต้องใช้ทั้งหมด 3 วินัยกันตามวินัยที่นี้ไม่ใช่วินาทีแต่วินาทีนี้ก็คือวิธี ความหมาย วิธีเป็นความหมายแรกที่จะแปลให้เป็นการวิจารณ์ได้ก็คือ 1 วิจารณ์ที่แปลว่าการแสดงความคิดเห็น วิธีที่สองก็คือพินิจวิเคราะห์ก็คือการแยกแยะพิจารณาอย่างละเอียด แล้ววิธีที่ 3 ก็คือวิพากษ์ก็คือการตัดสินประเมินค่าว่าสิ่งนั้นดีหรือไม่ดีอย่างไร คำถาม นักศึกษาเห็นเพื่อนแต่งตัวมาวันนี้นักศึกษามอว่าไม่สวยนักศึกษาก็เลยบอกเพื่อนว่า เธอแต่งตัวไม่สวยเลย ใช้ครบ 3 วิหรือยัง ใช้ครบ 3 วิหรือยัง วันนี้เธอแต่งตัวมาไม่สวยเลย เช็คลูกสาวมีหรือยัง ยัง ใช้แค่วิจารณ์อย่างเดียวก็คือแสดงความคิดเห็นใช่ไหมคะ จริงอ่ะของเราอ่ะใช้อีกวิธีนึงด้วยก็คือตัดสินตัดสินเขาว่าไม่สวย แต่ถึงแม้ว่าจะใช้ไปตั้ง 2 ปีก็ยังไม่ครบอยู่ดี โอเคไหมเพราะว่าเรายังขาดกันวิเคราะห์ ซึ่งถ้าเราจะเรียกว่าวิจารณ์เพื่อนได้แบบถูกต้องเราก็ต้องบอกเพื่อนว่า วันนี้เธอแต่งตัวไม่สวยเลยเพราะเสื้อสีนี้ไม่เหมาะกับเธอเสื้อที่สวมเสื้อที่เหมาะกับ เธอควรจะใส่สีนี้มากกว่านี่คือกระบวนการของการวิจารณ์ คือการที่ต้องให้เหตุผลประกอบด้วย เพราะเราต้องเข้าใจว่าคำว่าวิจารณ์อ่ะความหมายวิจารณ์มันไม่ได้เป็นความหมายเชิง ถ้าคุณจะไปวิจารณ์อะไรสักอย่างนึงมันไม่สามารถที่จะทำให้คนที่รับการวิจารณ์ ยอมรับได้เต็มที่หรือแม้กระทั่ง คุณเขียนงานส่งอาจารย์ แล้วอาจารย์บอกว่า งานชิ้นนี้ไม่ดีเอาไปเขียนมาใหม่ นี่ยังไม่ได้ตัด คุณยังไม่ได้รับการวิจารณ์ที่ถูกต้องจากอาจารย์นะคะคุณรู้เอาไว้เลยแสดงว่าอาจารย์ยังไม่ได้ฉีด แจ้งรายละเอียดยังไม่ได้ให้เหตุผลกับคุณเท่านั้นแน่นอนว่าความรู้สึกของคุณในตอนนั้น ไม่ดีแน่ๆถ้าได้รับสิ่งนี้ ฉะนั้นการวิจารณ์วรรณกรรมจึงต้องใช้การแสดงความคิดเห็น การพิจารณาแยกแยะให้เหตุผล รวมถึงการตัดสินให้ได้ด้วยว่างานชิ้นนั้นเนี่ยมันดีหรือไม่ดีอย่างไร คำถาม นักศึกษาอ่านหนังสือเล่มนึงแล้วนักศึกษาเอาไปบอกเพื่อนว่า เอาไปอ่านซะหนังสือเล่มนี้ดีมาก นักศึกษาใช้การวิจารณ์ วิเคราะห์ มีผ้าคะ ไปอ่านซะหนังสือเล่มนี้ดีมาก สำหรับเด็กหูที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ทางลัดเพื่อนต่อวิเคราะห์ คนอื่นต่อวิทยาลัย ภาค เพื่อนหมูตอบอะไร 1 วิเคราะห์ มีอะไร 1 วันกัน 3 หมอหนึ่งเหมือนกันโอเคฉะนั้นคนที่ตอบ 1 ตอนนี้ ผิด แต่คนที่ตอบ 3 ถูกนะคะเหตุผลที่ถูกเพราะวิพากษ์คือการตัด กินแล้ว ฉะนั้นเมื่อกี้ ครูบอกว่า เราอ่ะเอาหนังสือให้เพื่อนพร้อมกับบอกว่าเอาไปอ่านซะหนังสือเล่มนี้ ฝันดี แสดงว่าเราอ่ะ กินแล้วเรียบร้อยผ่านการตัดสินแล้วเรียบร้อย คุณอยู่ที่วิภา อีกคำถามนึง นักศึกษาอ่านนิยายเรื่องพรหมลิขิต อันนี้ก็คือเพิ่งจบไปเนาะสมมุติว่าอ่านละกันจะอ่านหรือไม่อ่านก็ไม่เป็นไรแต่สมมุติว่านักศึกษาอ่านนิยายเรื่อง ผมลิขิต แล้วนักศึกษาก็เอาไปพูดกับเพื่อนว่า เธอ ตัวละครในเรื่องพรหมลิขิตนะไม่เห็นเหมือนกับตัวละครที่เขาเอาไปใช้ ในการแสดงละครทีวีเลยอย่างเช่นพระเอก จริงๆพระเอกต้องนิสัยดีและมีเหตุผลมาก แต่ว่าในละครทีวีไม่มีเหตุผลเลย นักศึกษาใช้วิธีไหน ในการวิศาลคะ วิเคราะห์ เพื่อนหูใช้วิธีไหนคะ แคะหูใช้วิธีไหนเมื่อกี้ อะไรนะคะ มี 2 วิเคราะห์ คนอื่น วิเคราะห์เหมือนกัน โอเคสรุปว่าส่วนใหญ่ต่อวิเคราะห์ซึ่ง ถูกต้องนะคะเพราะว่านักศึกษาก็คือใช้การพิจารณาใช้การวิเคราะห์ แยกแยะเป็นสวนเรียบร้อยแล้วแสดงว่าเราอ่านแล้วเราสามารถวิเคราะห์ได้แล้วว่า ตัวละครแต่ละตัวลักษณะนิสัยเป็นอย่างไรแล้วสามารถที่จะเอามา เปรียบเทียบกับละครทีวีได้ด้วยซ้ำแสดงว่าการวิจารณ์ของ จริงๆคุณใช้ทั้ง 3 วิเลยด้วยซ้ำเมื่อกี้อ่ะคุณคุณวิเคราะห์อันดับแรก ถูกที่สุด แต่ว่าถ้ามองเป็นภาพรวมคุณสามารถใช้ได้ทั้ง 3 วิเลยเพราะคุณแสดงความคิดเห็นได้ด้วยว่าพ่อเอาไป เปรียบเทียบกับอีกละครทีวีมันแตกต่างกันแล้วก็สุดท้ายคุณสามารถวิพากษ์ได้ด้วยว่า ตัวละครตัวนี้จริงๆมันดีด้วยซ้ำนะแต่เอาไปแสดงปุ๊บ กลายเป็นไม่ดีเฉยเลยแต่แค่เราอ่ะต่อวิเคราะห์เพราะว่าสุดท้าย โดดเด่นที่สุดเพราะคุณได้ผ่านการวิเคราะห์แล้วเรียบร้อยนะคะฉะนั้น ลักษณะที่ยกตัวอย่างไปเมื่อกี้คือลักษณะของการวิจารณ์วรรณกรรม พี่ไม่ว่าคุณน่ะจะอ่านหนังสือเล่มไหนก็ตามแล้วคุณจะใช้การวิจารณ์วรรณกรรมได้ ต้องบอกเหตุผล บอกรายละเอียดแล้วก็บอกให้ได้ว่ามันดีหรือไม่ดีอย่างไรนะคะ อย่างที่ ครูยกตัวอย่างไป กูจะให้ตามชื่อนี้เอาไว้จำไว้ว่าถ้าครูอ่ะพูดถึงใคร พูดถึงอะไรและให้ดอกจันอะไรนักศึกษาดอกจันไว้เลยแสดงว่าต้องมีข้อสอบ แน่ๆนะคะคนนี้ เมื่อคืนด็อกเตอร์วิทย์ศิวะศริยานนท์อันนี้ให้ดอกจัน เหตุผล เพราะถ้าคุณเรียนวิชาวรรณกรรมวิจารณ์ หรือคุณไปสอนวิชาวรรณกรรมวิจารณ์ชื่อเนี้ยจะต้องมี ปรากฏอยู่ในทุกหนังสือ เพราะคนนี้เป็นคนที่เขียนตำราวรรณกรรมวิจารณ์เล่มแรก ของไทย เขียนเมื่อไหร่นั้นไม่ต้องสืบเรายังไม่ได้เกิดแน่นอนอันนี้ก็คือเป็นผู้เขียนตำราวรรณกรรมวิจารณ์เล่มแรกของไทยนะคะ 5 พิจารณาข้อความ จะสังเกตว่าถึงเขาจะเขียนยาวแค่ไหนก็ตาม มันก็สามารถสรุปได้แบบที่ครูสรุปให้เมื่อกี้ว่าแบ่งเป็น 3 วิแหละ มันก็คือ การพิจารณาลักษณะคำประพันธ์การแยกแยะส่วนประกอบยกออกมาแสดงว่าไพเราะและ งามเชียงราย วิเคราะห์ความหมายบทประพันธ์นั้นถ้าความหมายซ่อนเร้นอยู่ก็ใช้ปัญญา ให้เห็นทะลุปรุโปร่งแสดงให้ผู้อ่านเห็นตามถ้าความหมายจะตายก็พยายามปัด ต่อให้เป็นรูปเขาพอที่ผู้อ่านจะเข้าใจได้ไงก็คือ เขาจะเขียนยาวแค่ไหนก็ตามก็สรุปสั้นๆได้ว่าการวิจารณ์วรรณกรรมก็คือ การแสดงความคิดเห็น การพิจารณาแยกแยะแล้วก็การตัดสินประเมินค่านั่นเองนะคะ อันนี้ก็คือสรุปการวิจารณ์วรรณกรรม พี่เราต้องได้เรียนในเทอมนี้ที่เราต้องได้วิจารณ์ในเทอมนี้นะคะคราวนี้ ดูธรรมชาติของการวิจารณ์วรรณกรรม ธรรมชาติของการวิจารณ์วรรณกรรมข้อไหนปิ๊กถูกแสดงว่าใช่ข้อไหน แสดงว่าไม่ใช่นะคะข้อแรกไม่ใช่งานเขียนที่แสดงความประทับใจ ฉะนั้น ถ้าเกิดว่าคุณจะเขียนชมอย่างเดียว นั่นไม่ใช่การวิจารณ์และคุณต้องยอมรับว่าไม่ได้มีใครเขียนดี ทุกคน ฉะนั้นหนังสือที่คุณหยิบมาวิชาญก็ไม่จำเป็นต้องดีไปซะทุกเล่มก็ได้ นักศึกษาเริ่มจับกลุ่มแล้วก็หานวนิยายบ้างหรือยัง เริ่มหรือยัง มีกลุ่มไหนเริ่มหาบ้างแล้วคะ มีมองไว้อยู่ใช่ไหมคะเรื่องอะไร โต๊ะโตะจัง n แปลหรอเป็นหนังสือแปลใช่ไหมคะ อัตรา เดี๋ยวลอง ให้เขาดูก็ได้ว่าใช่น้องนิยายไหม โอเคครูให้ห้องนี้เป็นกลุ่มละกี่คนนะ ใช่ไหม 3 ที่นี้ ถ้าหาไว้ ก็เหมือนที่ว่านั่นแหละว่าหนังสือที่เราหามาแล้วอ่านแล้วสนุก จริงแต่บางที่ลักษณะสิ่งที่เราจะวิจารณ์มันอาจจะไม่ได้ดีเสมอ ไปก็ได้เช่น ตัวละคร มันสมเหตุสมผลไหม 2 ถ้าเกิดว่า ในนวนิยายที่คุณอ่านเนี่ยเขากำลังบรรยายว่า พระเอกมีฐานะยากจนมาก บ้านหลังเล็ก หลังคามุงกระเบื้อง นักศึกษาคิดว่าสมเหตุสมผลไหม ยากจนแต่บ้านหลังคามุงกระเบื้อง ไม่สมเหตุสมผลแน่ๆใช่ไหมอ่ะถ้ามันยากจนขนาดนั้นก็ต้องหลังคามุงแรง สังกะสีมุงจากอะไรก็ว่าไปนี่ก็คือ การวิเคราะห์วิจารณ์และฉะนั้นเราสามารถที่จะหาได้ตั้งแต่แบบนี้เลย นี่ก็คือไม่ใช่การเขียน ประทับใจแต่ถามว่าเออถ้ามันดีจริงเขียนชมได้ไหมก็ได้และก็เขียน ปลายตาหมายถึงก็ไม่ได้ชมแบบอวยไส้แตกอย่างเดียวนะคะแล้วก็ 2 ไม่ใช่การศึกษาตามอำเภอใจตามอำเภอใจก็คือ จะเอาไปวิจารณ์อะไรก็ได้โดยที่เราไม่มีความรู้เลยมันก็เลยเป็น สิ่งที่ เราเนี่ยต้องมาเรียนอยู่ในขณะนี้ว่าเราต้องหาความรู้เกี่ยวกับการวิจารณ์เพื่อที่จะเอาไปใช้ ในการวิจารณ์ของเราจริงๆ เช่นถ้าเป็นเมื่อก่อนถ้าเราไม่ได้เรียนการวิจารณ์วรรณกรรมเราก็จะบอกเธอว่าหนังสือ ดีเหมาะสมให้ผู้อ่านนำไปอ่าน จบ นี่ไม่ใช่การวิจารณ์วรรณกรรมแต่ถ้าคุณเรียนการวิจารณ์วรรณกรรมแบบคนมีความรู้ควรต้องก็บอกว่า หนังสือเล่มนี้ดีดีอย่างไร เหมาะกับเพศไหนวัยไหน ต้นนะคะอันนี้ก็คือยกตัวอย่างเนาะ การวิจารณ์วรรณกรรมต้องมีกระบวนการวิเคราะห์ตีความประเมินค่า ฉันด้วยก็ ที่หนูพูดไปเมื่อกี้แหละว่าก็ในเมื่อมันไม่ใช่งานเขียนตามอำเภอใจไงมันต้องผ่านการคิด วิเคราะห์ตีความประเมินค่านะคะ เนื่องจากสิ่งที่พูดถึงเมื่อกี้ก็เลยทำให้เรารู้ว่า การอ่านเพื่อวิจารณ์ไม่ได้เหมือนกับการอ่านทั่วไปเพราะว่า การอ่านเพื่อวิเคราะห์สารควรต้องใช้การวิเคราะห์ พิจารณาอย่างละเอียด อ่านทั่วไปเช่นอ่านหนังสือสอบ เน้นจำอย่างเดียวอ่ะบางคนแนะนำอย่างเดียวจำได้ทำได้บางคนบอกว่า ไม่ค่ะหนูอ่ะเน้นวิเคราะห์ถ้าวิเคราะห์ได้หนูถึงจะทำได้ ใช่แต่ก็มีบางคนอีกเหมือนกันที่เน้นอ่านแบบ ท่องจำนะคะหรือแม้กระทั่งหนูไม่ชอบอ่านหนังสือเรียนค่ะหนูชอบอ่าน อ่านนวนิยาย นั่นแหละก็คือคุณอ่านเพื่อเสก เพื่อยึดอานนะคะ Mini หลักในการอ่านวิจารณ์ หนึ่งเลยต้องอ่านซ้ำหลายครั้ง คร่ำครวญคร่ำครวญหรือใคร่ครวญนะคะ เป็นการอ่านเพื่อที่จะให้เราหา ไม่ได้ อ่านรอบเดียวมันก็แค่เพื่อเสพ เช่น คุณอ่านแล้วคุณร้องไห้ตามพระเอกเพราะพระเอกตายตอนจบ นี่ก็คือคุณอ่านแบบตกหลุมพรางแห่งเวทนา เพราะว่ามันอิ่มไงมันแสดงว่าเสพอยู่ เคไหม แต่ถ้าคุณอ่านเพื่อวิจารณ์นั่นแสดงว่าคุณต้องไม่ใช่การเสพแบบเนี้ย ก็คืออ่านแล้วเฮ้ยทำไมพระเอกถึงตาย ต้องหาเหตุผลให้ได้อ๋อเพราะว่าเป็นแบบนี้พระเอกถึงตายหรือแม้กระทั่ง อ่านนวนิยายเก่าถ้าใครที่เคยอ่านแบบ หรือใครที่เคยดูละครพีเรียดหน่อยนางร้ายจะร้าย ร้ายสุด ซึ่งความร้ายสุดของนางร้ายเนี่ย บางเรื่องก็จะมีที่มาว่า นางร้ายเนี่ยเคยเป็นแฟนของพระเอกมาก่อน เคยดูอะไรแบบนี้ไหมเคยเป็นแฟนของพระเอกมาก่อน แล้วก็วันนึงพระเอกเนี่ยโดนจับแต่งงานกับนางเอกนางเอกเป็นใครก็ไม่รู้ แล้วอยู่ดีๆ พระเอกเนี่ยก็ต้องมาแต่งงานกับนางเอกนางร้ายก็เลยจำเป็นต้องร้ายและทำ วิถีทางเพื่อให้ได้พระเอก กลับมา แต่ว่าสุดท้ายก็อย่างว่าแหละ เขาตั้งเอาไว้แล้วไงว่าใครเป็นพระเอกใครเป็นนางเอก มันก็เลยทำให้สุดท้ายพระเอกกับนางเอกได้คู่กัน ผึ้ง ถ้าเรามองแบบ เสพงานทั่วไปเราก็จะบอกว่าเออก็สมแล้วล่ะที่นางร้ายแบบที่ไม่ได้คู่ พระเอก แต่ถ้าคนมองแบบนักวิจารณ์เขาก็จะมองว่า ที่มาของความร้ายอ่ะเขามีเหตุผลของความร้ายนะเพราะเป็นเพราะว่า เขาโดนแย่งคนรัก เขาก็เลยทำให้ ต้องมาทำร้ายนางเอกประมาณนี้นะคะ พี่นิเพิ่งรู้เอาไว้ รักการอ่านเพื่อวิจารณ์เนี่ยบางครั้งควรนำสัตว์อื่นๆเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แล้วก็เป็นสิ่งที่ไม่มีข้อยุติ สามารถที่จะวิจารณ์ได้แบบเต็มรูปแบบ นำสัตว์อื่นๆเข้ามาเกี่ยวข้องเช่น คุณต้องการที่จะวิจารณ์ วรรณคดีเก่าซึ่งวรรณคดีที่เขียนขึ้นในสมัยนะเนี่ยผู้หญิง ผู้ชายมีความไม่เท่าเทียมกัน แล้วอยู่ดีๆคุณจะมาเขียนแล้วบอกว่าคุณจะวิจารณ์บอกว่า วรรณคดีเรื่องนี้ไม่เหมาะสมเพราะทำไมพูด ผู้หญิงถึงต้องตกเป็น อะไรอ่ะ ของเล่นของผู้ชายทำไมผู้หญิงจะต้องยอมทำตามผู้ชายทุกอย่าง ซึ่งถ้าคุณมองแบบนั้นถ้าคุณตั้งคำถามแบบนั้นแสดงว่าคุณยังไม่เข้า สภาพสังคม ที่เกิดขึ้นในขณะนั้นหรือเปลี่ยนแปลงไปหรือแม้กระทั่ง คุณวิจารณ์วรรณกรรมปัจจุบัน ที่ผู้หญิงสามารถแต่งงานได้หลายครั้ง ใครเคยดูละครสามีตีตราไหมคะ ที่พลอยเฌอมาลย์เป็นนางเอก เคยดูใช่ไหม ซึ่งเป็นเขาเรียกว่าอะไร ถือว่า เป็นละครยุคใหม่ที่ทำให้เห็นว่าผู้หญิงสามารถแต่งงานได้หลายรอบใช่ไหมนางเอก แต่งงานหลายครั้งมาก เรื่องสุดท้ายก็ได้มาพบรักที่แท้จริงกับพระเอกเลยเงี้ย โดยถ้าคนที่ เอาความคิดแบบโบราณ ไปวิจารณ์ ละครเรื่องนี้ก็จะมองว่า นางเอกเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีที่ไม่เหมาะสมที่จะได้รับความรักที่แท้จริง เหตุผลเพราะว่าเขาแต่งงานแล้วหลายรอบอะไรอย่างเงี้ย ค่านิยมไทยผู้หญิงควรที่จะมีผัวเดียวก็ว่าไป แต่พอมีคนอื่นมาอ่านงานของคุณคุณอาจจะโดนวิจารณ์ต่อไปอีก ได้ว่า โถทำไมคุณไม่เข้าใจความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย ยุคสมัยปัจจุบันเนี่ยผู้หญิง ผู้ชายมีความเท่าเทียมกันเปิดกว้างแล้วฉะนั้นผู้ชายแต่งงานได้หลายครั้ง ผู้หญิงก็มีโอกาส จะแต่งงานได้หลายครั้งเพื่อที่เขาจะมีรักที่แท้จริงในครอบครัวที่สุขสมหวังที่แท้จริงบ้าง เหมือนกันนะคะอันนี้ก็คือเป็นเหมือนกับว่าถ้าคุณจะวิจารณ์คุณต้อง รู้จักการวิเคราะห์หรือการนำศาสตร์อื่นๆเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยและอีกอย่างหนึ่งที่บอกว่าการวิจารณ์วรรณกรรมไม่มีข้อยึด ไม่มีข้อยุติหมายถึง สิ่งที่คุณคิดว่าวิจารณ์ว่าดีแล้ว มันอาจจะมีสิ่งที่ดีกว่าก็ได้ ดังนั้นในรายวิชาของครูถ้างานไหนคะแนน เต็มเท่าไหร่เกี่ยวกับการวิจารณ์วรรณกรรม ครูจะลดลงมา 1 คะแนน เช่นถ้าคะแนนเต็ม 10 สูงสุดที่ครูจะให้ 19 อ้าวในที่นี้ก็คือดีที่สุดของครูและแต่มันอาจจะดีได้กว่านี้อีกเพราะ งานวิศวกรรมมันยังไม่มีข้อยุติมันอาจจะดีมากกว่านี้อีกแต่เผอิญว่าครูเป็นผู้ให้คะแนนในรายวิชานี้ กูก็เลยจะให้สูงสุดแค่ 9 แต่เราไม่ต้อง ไม่ตกแต่ว่าหวยอาจารย์ถ้าได้ 9 ลบ ถ้าเกิดว่าอีกคะแนนเดียวคงหนูจะได้เอจะทำยังไงไม่ต้องห่วงค่ะถ้าเกิดว่าได้ 9 ขนาดนั้นคุณก็ต้องได้ A อยู่แล้วแหละ ซีเรียสว่าคะแนนหายไป 1 คะแนนจะไม่ได้นะคะอันนี้ก็คือ เรื่องของการวิจารณ์วรรณกรรม กูจะยกตัวอย่างนิดนึงว่า การวิจารณ์วรรณกรรมเนี่ย มันจะมี บางอันที่เราก็มองแล้วเราก็สามารถวิเคราะห์วิจารณ์ได้มีใครได้ไปดู G2 ในโรงไหมคะ นาคี 2 ที่ณเดช ญาญ่าแสดง ไม่ได้ดูใช่ไหม ห้องนี้คือชอบดูหนังโรงไหมนี่ต้องถามกับมันฝรั่งลงไหม เอาแบบอื่นๆใช่ไหมโอเคพี่เนี้ยครูจะ วิจารณ์ฉากให้เราฟัง แล้วเราลองพิจารณาดูซิว่าเออมันสมเหตุสมผลไหมคำถามแรกเลย คุณคิดว่าบ้านเมืองที่มี พญานาคเนี่ย ภูมิประเทศควรเป็นแบบไหน อยู่ใกล้น้ำใช่ไหมอยู่ใกล้น้ำ 2 ด้วยความที่ว่าตามเรื่องเดิมเนาะ เขาจะพูดถึงว่าพระเอกกับนางเอกเนี่ยอยู่หมู่บ้านที่อยู่แถบจังหวัด ที่มีปราสาท ที่มีปราสาทหิน เราก็เลยอาจจะเดาได้ว่า เธอมันอาจจะอยู่แถบ บุรีรัมย์ สุรินทร์หรือ อะไรสักอย่างหนึ่งถูกไหมมันมีแบบแนวปราสาทหินโบราณ คราวเนี้ย ฉากเริ่มต้นเปิดมาที่พระเอก ได้ไป ได้ไปบรรจุทำงานอยู่ที่จังหวัดนึง ซึ่งจังหวัดนะเนี่ยเริ่มต้นด้วยการที่มีขบวนผีตาโขนขึ้นมา นักศึกษาคิดว่าอาขบวนผีตาโขนคือจังหวัดอะไร เลยคือมันมีที่เดียวจริงๆในภาคอีสานที่ไม่ต้องซื้อ เล่นกูก็ได้ อีหยังวะคือจากที่เราเคยดูละครทีวีใช่ไหมไม่ได้หยุดเลยนี่นาแต่ทำไม ฉากแรกพระเอกถึงไปเปิดตัวที่ จังหวัดเลยเพราะ มันเดาเป็นอื่นไปไม่ได้หรอกมันเป็นได้แค่เลยทีเดียวคำว่า ผีตาโขนเลยเนี้ย แล้วก็เพราะหากต่อมาหนังเรื่องนี้หนังเรื่องนี้คือพยายามที่จะบอก ว่าที่นี่คือภาคอีสานแล้วจะพยายามใส่ความเชื่อทุกอย่างของภาคอีสานเข้าไป ด้วยการที่ เชื่อว่ามีพญานาคมีผี สิ่งที่เขาใช้ในการแบ่ง ป้องกันพญานาคหรือกันผีคือ 1 ผู้ชายทาเล็บสีแดง ผู้ชายทาเล็บสีแดงความเชื่อของเราภาคอีสานคืออะไร สีอะไร ผีแม่ม่าย ถ้าผู้ชายทาเล็บสีแดงกันผีแม่หม้ายแล้วอีกอันนึง เอาเสื้อ สีแดงห้อยอยู่หน้าบ้านกันผีอะไร เอาเสื้อสีแดงห้อยอยู่หน้าบ้าน แถวบ้านครูผีปอบด้วยอ่ะ ทั้งผิดตอบด้วยที่แม่หม้ายด้วยเลยเงี้ยแล้วก็มีลวดหนาม เอาไว้ตรงรั้วกันผีอะไร ผีกระสือครูก็เลยรู้สึกว่า หนังว่าอิหยังวะทั้งเรื่องกินข้าวบอกมาด้วยความที่ว่าเราเลียนแบบ การวิจารณ์น่ะ เราก็จะใช้พยายามดูอะไรแล้วเราก็จะพยายามดูดูๆว่าเออมันมี เหมาะสมไหมมันสมเหตุสมผลไหมมันก็แปลกตั้งแต่ที่ เริ่มต้นที่พระเอก ไปบรรจุและมีขบวนผีตาโขนและต่อมานางเอกก็อยู่ในสถานที่ที่เป็นประสาท หิน ปราสาทหินเฮ้ยแถวจังหวัดเลยมีไหมเนี่ยกูก็แอบสงสัย แล้วยังมีความเชื่อต่างๆที่แทรกเข้าไปที่ครูพูดนั่นแหละว่า ผู้ชายทาเล็บสีแดงมีเสื้อสีแดงห้อยอยู่หน้าบ้านมีลวดหนาม อยู่ตรงลวดเพื่อที่จะแบบคือกันภูตผีต่างๆซึ่งครูก็บอกว่า ไปที่กล่าวมาทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวกับพญานาคใดๆทั้งสิ้นเลยซึ่งพญานาคไม่ได้มีความ เบื่อที่ต้องทำอะไรพวกนี้นะคะฉะนั้น ถ้าเอาหนังเรื่องนี้มาวิจารณ์เนี่ยมันสามารถวิจารณ์ได้แบบเต็มที่มากเลยว่าความ เหตุสมผลของอะไรหลายๆอย่างเนาะหรือ บางคนที่บอกว่า เคยอ่านบทวิจารณ์หนังเรื่องนี้แล้วมันสนุกมากเลยนะคะเขาบอกว่า BG อ่ะดีมากๆเลย CG สมจริงมากๆคือ CG ที่เป็นรูปพญานาค กูก็ไปดูกูก็พยายามหาความสมจริงของ cc เหมือนกัน cc ในที่นี้คือ CG พญานาคเนาะให้เราคิดแบบ คนที่ความรู้ไม่สูงเลยอ่ะครูเค้าใช้คำนี้นะ คิดแบบคนที่ความรู้ไม่สูงนักศึกษาคิดว่า พญานาคพญานาคก็คือนาคที่ เป็นเจ้าเขาจะเรียกว่าพญานาคคิดออกใช่ไหม คล้ายกับคนน่ะถ้าคนที่เป็นระดับเจ้าเขาก็จะมี คำนำหน้าเนาะหน้าที่เป็น งูใหญ่อ่ะ ที่มันเป็นชนชั้นเจ้าเขาก็จะเรียกว่าพญานาคกับนาคเฉยๆที่ไม่มีโชว์ นักศึกษาคิดว่านาคกับพญานาคอะไรตัวใหญ่กว่ากัน พญานาคคือคิดแบบที่ไม่ต้องใช้ความรู้อะไรเลย แต่คราวนี้พอไปดูหนังในโรง นางร้ายนางร้ายเนี่ยเคยเป็นคนมาก่อนเดี๋ยวต้องท้าวความว่านางเอก ที่เป็น พญานาคเพราะว่าเขาเป็นธิดาของ ของเจ้าอีกทีอ่ะคือเป็นหนังที่มีเชื้อเจ้าว่างั้นเหอะกับนางร้ายพี่เป็นคนธรรมดาแล้วแค้นนางเอก ก็เลยพยายามว่า ถ้าฉันตายไปขอให้ฉันไปเป็นนาคฉันจะไปตัด นางเอกไม่ได้อันนี้ก็คือ ความเป็น คราวนี้นางร้ายได้เป็นนาคจริงๆสมใจแล้วก็จะมีฉากที่ตัดออก สู้กันระหว่างนาคนางร้ายกับพญานาคที่เป็นนางเอก แล้วพอภาพที่เห็นของครูก็คือ นางร้ายใหญ่กว่านางเอกนะคะครูก็เลยแบบ อีหยังวะทั้งเรื่องอีกแล้วคืออีหยังวะจนถึงใน เกือบจะสุดท้ายของเรื่องเนี่ยพี่ทำไมนางร้ายถึงจะมาใหญ่กว่านางเอกได้เล่นอย่างนี้ มันก็ทำให้เราแบบฉุกคิดได้แล้วว่า บางทีอ่ะถ้าเราพอมีความรู้อยู่บ้างอ่ะตะกี้ถ้าพูดแบบพี่ไม่มีความรู้ เราก็จะบอกว่า พญามันต้องใหญ่กว่าหน้าเฉยๆสิ แต่ถ้าเรามีความรู้เราก็จะใส่เพิ่มเข้าไปอีกว่าคำว่าพญานาคความหมาย อะไร ส่วนมากเฉยๆเนี่ยหมายถึงอะไรฉะนั้นขนาดตัวมันก็อาจจะมีส่วนที่ทำให้เราเนี่ย แยกแยะได้ว่าอะไรคือพญานาคอะไรคือนาคแล้วก็สุดท้าย ก็แสดงให้เห็นว่าหนังเรื่องนี้มันไม่มีความสมจริง เป็นต้นนะคะ ก็เหมือนกัน ถ้าเราอ่านหนังสือแล้วเราอ่ะมีความรู้เกี่ยวกับ เรื่องนั้นคุณก็จะสามารถเอาไปวิเคราะห์วิจารณ์ได้ นะคะที่นิ มาดูความสำคัญและบทบาทของการวิจารณ์วรรณกรรมความสำคัญและบทบาทของการวิจารณ์วรรณกรรมเนี่ย ถ้าใคร พี่เคยอ่านบทวิจารณ์ บางคน เป็นสไตล์ว่ายังไม่กล้าหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่านอยาก อยากอ่านรีวิวก่อนอ่ะคือการวิจารณ์การรีวิวเนาะ อยากอ่านรีวิวก่อน ฉะนั้นคนที่รีวิวหรือนักวิจารณ์คนนะเนี่ยผลกระทบแรก เพื่อนก็คือสามารถเป็นสื่อกลางสำหรับผู้อ่านกับผู้เขียนได้ ก็คือเราไงที่กำลังจะหยิบหนังสือเรื่องนี้ขึ้นมาอ่านพูดเขียน ก็คือคนที่เขียนหนังสือเล่มนั้น ฉะนั้นพอมีคนวิจารณ์ ก็จะสามารถทำให้เราเนี่ยอยากที่จะอ่านหนังสือเล่มนั้น มากขึ้นหรือน้อยลงก็ได้นี่ก็คือเป็นสื่อกลางนะคะ 2 ช่วยสร้างให้ผู้อ่าน เกิดปัญญาความคิดประสบการณ์ในด้านวรรณกรรม เช่นบางคนอ่านบุพเพสันนิวาส แล้วรู้สึกว่ามีประวัติศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องเยอะจังเลยฉันไม่ค่อยเข้า ใส่เท่าไหร่ แล้วก็มีนักวิจารณ์ที่เขาเอาหนังสือเรื่องบุพเพสันนิวาสเนี่ย ใครวิจารณ์โดยกล่าวถึงประวัติศาสตร์ในแต่ละยุคสมัย อย่างเช่น พ่อของพระเอกอันนี้คือสมมุติเนาะพ่อของพระเอกเนี่ยที่เป็นพระโหราธิบดี มีแล้วก็เขียนหนังสือจินดามณีที่เป็นตำราแบบเรียนเล่มแรก ไผเนี่ย ก็อาจจะมีคนวิจารณ์ว่าเนี่ย ท่านได้ เขียนหนังสือตำราแบบเรียน ภาษาไทยเล่มแรกแล้วก็เป็นแนวทางให้กับหนังสือภาษาไทยในปัจจุบันในเรื่องอ่ะเขาไม่ได้บอก พระโหราธิบดีทำอะไรบ้างแต่นักวิจารณ์ เขาอาจจะสามารถเขียนเพิ่มเติมวิเคราะห์ตัวละครตัวนั้นได้ดี ดังนั้น จึงทำให้การวิจารณ์ในบางครั้งอาจทำให้ผู้อ่านเกิดสติปัญญาความรู้ ก็ได้นะคะหรือแม้กระทั่งช่วยให้มองเห็นทัศนะแนวคิดหรือ ผู้เขียน ที่มีต่อสภาพแวดล้อมนั้นๆก็ได้นะคะบางทีผู้เขียนเขาอาจจะต้อง ระบายอะไรบางอย่างลงไปในงานคือพูดออกมาตรงๆไม่ได้ก็เลยอยากจะระบาย ก็สามารถเขียนผ่านงานได้นะคะ เช้านี้ผลกระทบต่อผู้เขียน เราต้องมองภาพว่าคนเราอ่ะธรรมชาติไม่ชอบการวิจารณ์ โดยเฉพาะในอดีต คนที่อ่านออกเขียนได้มีแต่ชนชั้นสูงเท่านั้นฉะนั้นชนชั้นสูง แต่ยอมรับไม่ได้เลยถ้ามีคนมาวิจารณ์งานของตัวเอง มันก็เลยกลายเป็นว่าผลกระทบ ผู้เขียนมีตั้งแต่ข้อแรกเลยเชิงรุกเชิงลบก็คือไม่ยอมรับ ปฏิทินของผู้อื่น อันนี้คือครูใช้คำว่าในอดีตนะคะย้ำ เพราะในปัจจุบันงานวิจารณ์ค่อนข้างเป็นเชิงบวกมากขึ้น เชิงบวกก็คือเขาเปรียบเทียบว่างานเขียนที่ไม่มีการวิจารณ์ เหมือนกัน กฎหมายที่ไม่มีปุ๋ย แปลว่าอะไรคะอันนี้ใครสามารถตีความได้บวกเพิ่ม คะแนน งานเขียนที่ไม่มีการวิจารณ์เหมือนกับต้นไม้ที่ไม่มี สามารถ ตีความได้ว่าบวกเพิ่ม คะแนน ไหมคะ along ซึ่งถ้าเกิดว่ามีคนวิจารณ์เราก็จะได้รู้ว่าข้อผิดพลาดนั้น จะเอาไปพัฒนายังไงใช่ไหมคะ พิมพ์ชื่อเข้า LINE ได้เลยค่ะ พิมพ์ชื่อแล้วก็รหัส 3 ตัวท้ายเท่าไหร่ +1 แล้วก็เลี้ยวขวา + 1 ดังนั้นปัจจุบันนักศึกษาเห็นว่านักเขียนส่วนใหญ่แทบจะวิ่งหานะ อีสานแทบจะบอกเลยว่าช่วยวิจารณ์งานฉันให้หน่อยสิ แถม ถ้าถ้าเราคิดไม่ออกว่าเฮ้ยมันนานวิตามันเป็นผลดีได้ยังไง พูดถึงแค่งานเขียนเลย ปัจจุบันเนี่ย พวกดารานักร้องหรือใครก็ตามถ้ายิ่งโดนวิจารณ์เยอะเป็นยังไงคะ ดังไหม ดังอ่ะตอนนี้ก็มีใครคะ กำลังโดนวิพากษ์วิจารณ์อยู่ ตอนนี้ก็ทีแรกซบเซาไปแล้ว 1 นะคะแต่พอมีชื่อปู ขึ้นเทรนทวิตเตอร์ 1 แล้ว เห็ด S2R ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งแล้วเรียบร้อยแบบนี้เป็นต้นนี่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า การวิจารณ์ มันไม่ได้มีแต่ทางลบอย่างเดียวนะทางบวกก็มีเหมือนกันหรือบางคนบอกว่าเอาแล้ว เกี่ยวอะไรกับหนังสือ หนังสือบางเล่ม บางครั้งโดนวิจารณ์ในทางลบเยอะคนก็อยากอ่านเหมือนกันอยากอ่านว่า มันจะแย่ขนาดไหนเชียวมาอ่านดูซิ เป็นต้นนะคะพี่นิ สิ่งที่เรากำลังจะเป็น ก็คือจะเป็นนักวิจารณ์ ดังนั้นจึงต้องรู้จักว่านักวิจารณ์ที่ดีควรเป็น อายนะคะข้อแรกเลยก็คือต้องมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่ตัวเองจะวิจารณ์ ฉะนั้นหนังสือนวนิยายที่เราอาจจะหามาวิจารณ์เนี่ย เราก็ควรที่จะเอา ที่ตัวเองชอบคือเอาคนที่ตัวเองชอบเพราะถ้าเราชอบปุ๊บมันก็จะทำให้เรามีความรู้กับเรื่องนั้น ในระดับหนึ่ง แล้วก็เราจะสามารถหาความรู้เพิ่มเติมได้อีกในระดับหนึ่งด้วยนะคะ 2 ต้องใช้ธรรมะติเพื่อก่อ แล้วก็วิจารณ์ด้วยความเห็นใจเพื่อก่อวิจารณ์ด้วยความเห็นใจต่อเพื่อนมนุษย์ หนังสือเล่มนี้เราอ่านแล้วมันไม่ดี ถ้าเราบอกว่าติเพื่อทำลายเนี่ยเราก็จะบอกว่าหนังสือเล่มนี้ไม่สนุก ห้ามอ่านเป็นอันขาดเพราะไม่เกิดประโยชน์อะไรกับมวลมนุษยชาติก็ว่าไป อันนี้คือติเพื่อทำลายเลยนะคะแต่ถ้าติเพื่อก่อ เราก็อ่านเช่นหนังสือเล่มนี้ยังมีข้อบกพร่องอยู่บ้างเช่น การแนะนำตัวละครควรแนะนำอย่างไร เมื่อก่อนคุณก็ให้เหตุผลไปว่าเออมันไม่ดีนะแต่ถ้าจะให้ดี ควรเป็นยังไงนะคะแล้วก็ยอมรับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆยอมรับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆเส้นที่ครูยกตัวอย่างไปนั่นแหละว่า ถ้าคุณจะมาวิจารณ์ นวนิยายบางเล่มที่มันไม่ออกทีว่า เงียบทำไม ผู้หญิงมีสามีหลายคนได้ แสดงว่าคุณไปเกิดในยุคคุณเกิดผิดยุคแรกเพราะยุคในปัจจุบัน ไม่เหมือนเดิมนะหรือแม้กระทั่ง บางคน เคยวิจารณ์ทองเนื้อเก้าทองเนื้อเก้าที่เป็นเรื่องลำยองนะที่ครูเคยยกตัวอย่างไปพี่บอกว่า ผู้หญิงกินเหล้าไม่ดี ผึ้ง คนที่วิจารณ์แบบนี้แสดงว่าเขายังอ่านไม่จบเรื่อง ถ้าคนอ่านที่จบเรื่อง ก็จะเห็นว่าถ้ากินเหล้าเยอะผลของการกระทำมันจะเป็นยังไง กลายเป็นว่าจริงๆหนังสือเล่มนี้มันดีนะมันมีคุณค่ามันมีประโยชน์แล้วก็ เป็นตัวอย่างให้กับเยาวชนได้นะคะ แล้วก็ควรใช้ภาษาที่สุภาพ และวิจารณ์ให้เป็นไปในเชิงความจริงเท่านั้นไม่ควรวิจารณ์ไปในแค่ความคิด ของตัวเองอย่างเดียวเอาความจริง มาใช้ในการวิจารณ์นะคะคราวนี้ เนื้อหาของบทที่ 1 ที่เป็นความรู้เกี่ยวกับการวิจารณ์ แต่ครูจะให้นักศึกษาลองฝึก นิทานแบบเบื้องต้นจริงๆก่อน 1 อันนะคะอันนี้ จะเป็นบทประพันธ์กวีนิพนธ์กวีซีไรต์ บทประพันธ์นี้ เป็นกวีซีไรต์ปี 2535 พวกหนูเกิดหรือยัง อย่างนะคะบทกวีนี้พวกหนูยังไม่เกิดแล้วก็เป็นบทกวี ที่ได้รับรางวัลด้วย ถึงจะยังไม่เกิดครูก็อยากให้อ่านเพราะว่าครูอยากจะรู้ว่า งานเขียน ที่พวกหนูยังไม่เกิดกับสังคมที่พวกหนู เปิดแล้วอยู่แล้วในปัจจุบันเนี่ยมันมีความแตกต่างกันไหม เดี๋ยวให้นักศึกษาอ่านในใจ แล้วครูจะมีคำถาม 3 ข้อนะคะ ข้อแรก เดี๋ยวเตรียมไว้ก่อนนะข้อแรก งานนี้ลักษณะของการใช้ภาษา เป็นอย่างไรเห็นภาพหรือไม่ 1 ลักษณะการใช้ภาษาเป็นอย่างไร เห็นภาพหรือไม่ 2 งานนี้ มีเรื่องราวอย่างไรซึ่งมันก็จะต่อเนื่องกันถ้าเกิด ข้อ 1 คุณเห็นภาพใช่ไหมเพราะ 2 คนก็จะต้องสามารถเล่าเรื่องราวได้ นักศึกษาไม่ต้องตอบทุกข้อนะกูจะให้ตอบคนละก็คือให้เลือกเอาว่าอยาก คนไหนนะคะถ้าข้อแรกตอบว่ามันเห็นภาพมันเห็นภาพอย่างไรคุณก็แค่ยกตัวอย่างภาษา เฉย ข้อ 2 เล่าเรื่องราวโดยย่อว่าเรื่องเนี่ยมันน่าจะเป็นยังไง ข้อ 3 เรื่องนี้สะท้อนสังคม อย่างไร เรื่องนี้สะท้อนสังคม อย่างไรเดี๋ยวครูจะสุกเรียกนะคะเรียก เพื่อนหูด้วยนะคะเพื่อนหนูก็เตรียมตัวด้วย 3 ข้อเลือกเอา 1 ข้อ พิจารณา ให้เวลาถึง 10:00 น นะคะตอนนี้ 09:57 น 10:00 น ละถึงเวลาแล้ว เดี๋ยวจะ เรียก ถามภาพรวมก่อนดีกว่าถ้าใครอยากตอบข้อไหนแต่ถ้าไม่มีคนตอบเลยสักข้อ เรียกตอบนะคะ เอาเป็นว่า ใครตอบข้อไหนได้มี 3 ข้อ 3 ข้อใครตอบ ข้อไหนได้ให้เลือกตอบ 1 ข้อค่ะ ถ้าใครตอบเองเป็นคะแนนพิศวาส แต่ถ้าใครที่ครูเรียกตอบ ไม่ได้ให้คะแนนนะคะ ถ้าตอบเองก็จะบวกเหมือนกับ โบ๊ทใช่ไหม เอารถมาต่อเพิ่มได้นะอย่างที่บอกว่าคะแนนของครูอ่ะคะแนนเต็มมันไม่ได้ เกมใช่ไหมครูรถไป 1 คะแนน มันก็มีสัดส่วนพวกนี้แหละที่สามารถไปเติมเต็มของเราได้นะคะ มี 3 ข้อทวนคำถามอีกรอบนึง 1 ลักษณะภาษาที่ใช้ เป็นอย่างไร 2 เรื่องราวในบทประพันธ์ เป็นอย่างไร แล้วก็ 3 เรื่องนี้สะท้อนสังคม อย่างไร ไหนตอบข้อไหนได้ เลือกแค่ข้อเดียว ซุปเปอร์แมนมองหน้าเหมือนจะตอบหลายรอบแล้ว คืนนี้มันจะตอบไหมเนี่ยคือมันมองหน้าเหมือนจะตอบหลายรอบแล้วเนี่ย ข้างหลังด้วยไหม ค่ะ เอาข้อไหน เอาข้อสอบเราเรื่องเรื่องเป็นยังไงคะ แม่กำลังจะตายจริงๆใช่ไหมคะบวกหนึ่งพิมพ์เพิ่มเข้าไปเลยค่ะ ต้องหมดทุกอย่างเลยค่ะเก่งมากได้แล้ว 1 กล้าพูดก็ถูกแล้วเนี่ยคือ หมดเลยก็คือเล่าเรื่องถูกหมดเลยก็คือพระสงฆ์ขี่มอเตอร์ไซค์มากับเพื่อน ใช่ไหมเราก็มีชาวบ้านตะโกนด่า แม่มึงตายห่าหรือไงเล่นเนี้ยแล้วคราวนี้ก็ตัดผ้าไปที่ บ้านของเขาที่มีแม่กำลังนอนป่วยอยู่แล้วพ่อก็กำลังไหว้อันนี้ก็คือจบแล้ว ทุกอย่าง นี่คือ ตามเนื้อหาเป๊ะเลย มีใครมีใครอยากตอบข้อ 2 เหมือนกันแต่ขอเพิ่มเติมอะไรอย่างนี้ไหมคะ มีร้านเห็นไหม ลีลาไม่เห็น ให้ให้ให้ กีฬา โอเคค่ะบวกหนึ่งพิมพ์ชื่อตัวเองเข้าไปในกลุ่ม Line ค่ะ มีใครตอบข้ออื่นอีกไหมคะ ลักษณะเป็นข้อ 1 น้องภาษาที่ใช้อ่ะค่ะ เช่นเช่น โอเคค่ะถูกต้องเป๊ะทุกอย่างนะคะเก่งมากพิมพ์ชื่อเข้าไปนี่ โอเคมากแล้วนะเพราะว่าเนี่ยที่พูดมาไม่มีผิดเลยคือถูกหมดเลยก็คือภาษาที่ใช้ มันค้างเห็นภาพแล้วก็เหมือนกับเล่นทั้งเสียงวรรณยุกต์ เสียงพยัญชนะใช่ไหมสิว หิวหิว ผ่านหน้าคิวไว้ไหวได้หมดเลย Superman ตอบตอบเหอะเราเนี่ย เหลือเราเนี่ยดูท่าทางเหมือนจะตอบเนี่ย เมื่อกี้พิมพ์ชื่อ เข้าไปด้วยนะลูก มีใครจะเพิ่มไหมคะ เอาเพิ่มข้อเดียวกันก็ได้หรือว่าจะเป็นข้อ 3 ก็ได้ค่ะ ข้อ 3 สะท้อนภาพสังคมยังไง เอาไหมคะ ไม่สมควรที่จะมาขับมอเตอร์ไซค์ แต่ว่ามันได้อีกอ่ะคือให้และให้ให้ให้คะแนนไปข้างๆ ฉันอยากต่อเพิ่ม เพิ่มข้อไหนคะ อาให้อาให้ ได้อีกเอาแบบสรุปสั้นๆด้วยก็ได้เอาแบบว่า สรุปนะคะสังคมเรา ควรทำยังไงหรือไม่ควรทำยังไงอะไรประมาณนี้ OK จากภายนอก โอเคค่ะนี่แหละคือสิ่งที่ต้องการนะคะสั้นๆง่ายๆอ่ะพิมพ์เข้าไปได้เลยอันนี้ คะแนนพิศวาสบวกเพิ่มศึกษาไม่ต้องกลัวว่ากูจะไม่ให้จริงนะคะครูก็คือ เอาคะแนนอยากให้จริงนั่นแหละเพราะว่าก็อย่างที่กูบอกไป ว่าคะแนนอ่ะ เวลาที่เขียนงานวิจารณ์ส่งบางครั้งถ้าเป็นงานวิจารณ์เนาะ อาจจะไม่ได้เต็ม 10 แต่ถ้าเป็นงานนำเสนอหน้าห้องพวกประวัติการวิจารณ์วรรณกรรม ให้เต็มได้แต่ถ้าเป็นงานวิจารณ์ ดูอาจจะมีรส 1 คะแนนคือแค่ 1 คะแนนเท่านั้นแต่คำว่า 1 คะแนนในที่นี้ สาก็สามารถหาเพิ่มได้จากที่ตอบคำถามนี้แหละนะคะเพราะว่ากูก็บวกเพิ่ม ให้อยู่แล้วดังนั้น บทประพันธ์นี้ ถ้าเกิดว่าเราอ่ะ มองเป็นภาพว่าเฮ้ยมันเป็นงานเขียนในอดีต ปี 2535 เราก็จะมองแค่ว่ามันเป็นงานเก่ามาก แต่ถ้าเรามองภาพเปรียบเทียบกับยุคปัจจุบัน คุณว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันยังใช้ในปัจจุบันได้ไหมคะ ใช้ได้คือปี 2535 ได้รับรางวัลกับปี 2000 560 ในปัจจุบันที่กำลังเขียนกำลังอ่านอยู่เนี่ย ครูอ่านแล้วคุณรู้สึกว่ามันไม่ได้ต่างกันเลยทุกวันนี้ก็ยังมีพระสงฆ์ขี่มอเตอร์ไซค์อยู่ หรือแม้กระทั่งขับรถยนต์ไปชนคนก็ยังมีอยู่ หรือแม้กระทั่งที่เป็นข่าวบอกว่าพระสงฆ์ขับรถเมาแล้วก็ไปชนเขา ก็ยังมีอยู่เหมือนกันทุกอย่างมันมีอยู่หมดเลยแต่สิ่งที่มีเหมือน กันที่คู่ขนานกันก็คือสังคมเราอ่ะก็ยังมองคนที่ภายนอก เช่น ในเรื่องเนี่ยพระสงฆ์ขี่มอเตอร์ไซค์ซ้อน 2 ไวมากก็จริง แต่เผอิญ ไอ้ที่ชาวบ้านตะโกนด่าว่าแม่มึงจะตายหาเรื่องไงอ่ะมันดันเป็นเรื่อง หยิ่งซะด้วยสิคือแม่เขาอ่ะกำลังจะตายจริงๆซะด้วยสิแต่สิ่งที่ เราอาจจะวิเคราะห์เพิ่มเติมได้เมื่อกี้เราวิเคราะห์ในมุมที่ว่าพระสงฆ์ ไม่ควรขี่มอเตอร์ไซค์เพราะมันผิด มันก็ถูกไม่ผิดนะคะอันนี้ก็ถูกเหมือนกันกับอีกอันนึงที่วิเคราะห์ว่า เราอย่ามองคนที่ภายนอกก็ถูกอีกเหมือนกันนี่ก็คือเป็นทั้ง 2 อย่างที่เกิด เรื่องนี้กับอีกอย่างนึง มีบางรุ่นเขาตั้งคำถามเพิ่มเติมจากที่เราพูดเมื่อกี้ล่ะอาจารย์ แล้วตกลงเนี่ย คำว่า สงหนุ่มมินิมาร์ทข่มสะท้านใจ และกอดแม่ร่ำไห้สงฆ์เกลือกหน้ากลิ้ง กกโยมหญิงแม่เลยเนี่ย มันทำได้ด้วยหรอ ห้องนี้มีใครเคยบวชไหมผู้ชายเคยบวชยัง ไปหมดแล้ว เป็นไงคะทำได้ไหม บวชจูงให้เฉยๆเห็นบ่ ของเราเคยบวชยางของโบ๊ทเคยบวชยัง หัวหน้าไปเหมือนกันปวดจุกเหมือนกันอันนี้ก็เลยยังไม่รู้ลึกใช่ไหม รุ่นพี่บางรุ่นที่เขาที่เขาเหมือนกับว่า อยู่กับพระกับเจ้าเนาะพวกภาษาไทยจะเป็นพวกสายที่ใส่ปลอก ก็จะเป็นแบบแนวอยู่กับพระกับเจ้าเขาก็บอกว่าอาจารย์ จริงๆแล้วอ่ะมันทำได้คืออันนี้กูพูดในฐานะที่ครูเป็นผู้ไม่รู้แล้วก็รับ อีกทีนึงเนาะมันอาจจะถูกหรือไม่ถูกก็ได้กูต้องขอออกตัวไว้ก่อนเผอิญว่า เด็กนักศึกษาคนนั้น เขาพูดเหมือน รู้แหละเขาก็อยู่กับพระมาเขาก็เลยบอกครูว่า จริงๆ ทำได้ทำได้ก็คือถ้าเกิดว่ามันเป็นขั้นวิกฤต ประมาณนี้นะคะแต่อีกคนนึงที่อยู่กับพระกับเจ้าเหมือนกันก็แย้ง เพื่อนมาอีกว่า เป็นพระมันต้องตัดทางโลกทุกทางไง ถึงคุณจะบอกว่ามันวิกฤตจริงๆเขาแม่กำลังจะตายแล้ว แต่ในเมื่อคุณเป็นพระคุณก็ต้องตัดทางโลก มันก็ไม่ถูกอยู่ดี นี่ก็คือสิ่งที่ทำให้เห็นว่า เนี่ย การวิจารณ์มันก็ยังมีข้อโต้แย้งอยู่เรื่อยๆจริงๆนะคะไม่ใช่ว่า เขียนงานวิจารณ์ไปแล้วอาจารย์ขาหนูคิดว่าหนูเขียนดีที่สุดแล้ว ทำไมหนูถึงได้แค่นี้คะ ก็ในเมื่อ คนที่อ่านแล้วอาจจะมองว่า อาจจะมีอะไรมากกว่านี้ก็ได้นั่นเองนะคะเราก็ต้องยอมรับในจุดนี้ ฉะนั้นสิ่งที่เราทำได้ก็คือเราอ่ะเขียนให้มันดีเขียนเหตุผล ไม่สมเหตุสมผลเท่านั้นแต่กูดูภาพรวมและก็เอา ที่ตอบคำถามกูก็ค่อนข้างสบายใจในระดับหนึ่งว่า เหตุผลที่เราให้มามันก็เป็นเหตุผลที่ เอาไปเขียนได้จริงนะคะเดี๋ยวค่อยเก็บความรู้ของเราเนี่ยค่อยๆเก็บไป การเลื่อยไปเขียนงานของตัวเองนะคะ จบ วันนี้ ยังไม่จบซะทีเดียวเดี๋ยวลืมอีก มีอีกบทนึง กบฏเนี้ยคือบ่เมื่อสักครู่เป็นบทที่สะท้อนภาพสังคม บทนี้ ครูอยากให้เราสังเกตชื่อผู้แต่ง กับเนื้อหาที่เขาใช้เดี๋ยวจะอ่านให้ฟัง ฉันไปตลาดมืดซื้อ เดี๋ยวขอโทษนะคะฉันไปตลาดมืดค้าอาวุธ เพื่อซื้อนิวเคลียร์มาฝากเธอที่รัก ฉันไปตลาดค้าไม้เพื่อซื้อโลงศพ มาฝากเธอที่รัก ฉันไปตลาดขายดอกไม้เพื่อซื้อดอกไม้มาฝากเธอ ที่รัก หัน ไปตลาดค้าอิสรภาพเพื่อซื้อสันติภาพมาฝากเธอ ที่รัก แต่มันไม่มีขาย ผู้แต่งคือซาการียาอมตยา โดยบทกวีนี้ เป็นบทกวีซีไรต์เหมือนกันแต่เป็นบทกวีซีไรต์ที่รวบรวมเอาไว้ ในเล่มที่ชื่อว่า ไม่มีหญิงสาวในบทกวี ทวนอีกครั้งนึงนะคะเมื่อกี้ปี 2535 นะปีนี้ ปี 2553 ฉันไปตลาดมืดค่ะอาวุธเพื่อซื้อนิวเคลียร์มาฝากเธอที่รัก ฉันไปตลาดค้าไม้เพื่อซื้อโลงศพมาฝากเธอที่รัก ฉันไปตลาดขายดอกไม้เพื่อซื้อดอกไม้มาฝากเธอที่รัก ฉันไปตลาดค้าอิสรภาพเพื่อซื้อสันติภาพมาฝากเธอที่รัก แต่มันไม่มีขาย นักศึกษาคิดว่าในบทนี้คำว่าที่รัก เขาต้องการพูดถึง ดูสาวจริงไม้พูดถึงความรักในทางชู้สาวจริงไหมคะ ไม่อ่ะคนนั้นไม่อันนี้ อะไรนะคะพี่ลาบ คิดว่าไม่ใช่แล้ว คิดว่าอะไร ขอถามเพื่อน หนูก่อนนะคะแป๊บนึง เป็นคนในครอบครัวน่าจะเป็นคนในครอบครัว เหมือนเป็นผู้ตลาดเสรี ที่เกี่ยวกับ แล้วเขาอยากจะพูดถึงอะไร โอเคอ่ะมันเป็นแบบคือ พ่อไปซื้อตลาด เพื่อไปใช่ไหม มีใครอยากจะเพิ่มอะไรอีกไหมคะ ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ทำไมถึงคิดว่าเป็นอย่างนั้น จะรอดูว่า ใครจะมีเขาถูกนะคะ ทำไม มีความขัดแย้งระหว่างประเทศ มีการสู้รบไหม ยังไม่มีการสู้รบคนละแบบเลยนะคือ 2 คนมาคนละแนวเลยนะ มีใคร เข้าข้างฝ่ายไหนไหมคะ ประชดประชันอะไรคะ ประชดประชันยังไง ว่าจะซื้อของพวกนี้ให้เธออย่างนี้หรอ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเดี๋ยวถามเพื่อนหนูอีกนิดนึง มีเพิ่มเติมไหม โอเคนะคะถ้า ไม่มีแล้วถ้าไม่มีอะไรเพิ่มเติมนะคะ ครูจะให้นักศึกษาสังเกตกับสิ่งที่ครูย้ำไปนิดนึงว่า ผู้แต่งก็คือซาการียาอมตยา มึงแค่ชื่อเนี่ยเราก็น่าจะพอเดาได้ว่าคนไทยหรือเปล่าคือคำถามแรกก็คือ ขายหรือเปล่าแล้วก็พอมาอ่านปุ๊บ มันก็จะเหมือนกับว่า มันน่าจะเป็นความขัดแย้งไหมเพราะว่าทำไมมันดูมีอาวุธทำไมมันดูมีโลงศพ งวดหน้าจะเข้าเขาของโบ๊ท ที่พูดถึงความขัดแย้งใช่ไหมแต่คราวนี้ พอเรารู้อันนี้แค่ผิวเผินมันมีโลงศพมันมีความตายเนื้อหาเนี่ยมันก็จะไปเข้าเขากับเพื่อน อย่างที่บอกว่าเนื้อหามันน่าจะเป็นแนวประชดประชันไหมคะอากาศใช่วันนี้ แนวประชดประชันจริงๆ แต่ความหมายที่แท้จริงของบทประพันธ์นี้นะคะบทประพันธ์นี้ เอามาจากความคิดความรู้สึก ของผู้แต่งที่เกิดอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เขาไม่ใช่คนที่เป็นคนภาคเหนือภาคกลางภาคอีสาน ไม่ใช่ภาคใต้ธรรมดาด้วยแต่เป็นคนที่เกิดอยู่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีการสู้รบกันอยู่เนืองเนืองในประเทศไทยคือไม่ค่อยสงบ สุขเท่าไหร่ เขาก็เลย เหมือนกับระบายความในใจของเขาผ่านบทกวี ว่าเนี่ยฉันไปตลาดมืดค่ะอาวุธเพื่อซื้อนิวเคลียร์มาฝากเธอที่รัก มันเป็นสิ่งที่หายากมากเลย แถวเขาแต่แถวที่เขาอยู่อ่ะ ค้นหาได้ 2 พอมีอาวุธนิวเคลียร์ปุ๊บเราก็รู้อยู่แล้วว่ามันเป็น การทำลายล้างมันก็นำไปสู่ว่าพี่ 2 เอ้ย วันที่ 26 ว่าฉันไปตลาดค้าไม้เพื่อซื้อโลงศพมาฝากเธอที่รักในเมื่อมันมีเอา สงครามมันก็นำไปสู่ ความตายนำไปสู่ความตายก็นำไปสู่ วันที่ 3 ฉันไปตลาดขายดอกไม้เพื่อซื้อดอกไม้มาฝากเธอที่รักนั่นใช่ดอกกุหลาบ ไปไหม ไม่ใช่แน่ๆเพราะว่ามันต่อเนื่องจากโลงศพอันนี้ก็น่าจะเป็น ดอกไม้ไว้อาลัยในประมาณนี้นะคะแล้วก็สุดท้ายฉันไปตลาดพระอิสรภาพเพื่อซื้อ ภาพมาฝากเธอที่รัก แต่มันไม่มีขายนั่นก็คือเขาจะบอกว่า แถวที่เขาอยู่อ่ะมันมีทุกอย่างเลยอาวุธสงครามก็หาได้ความตายก็หาได้ สิ่งที่เขาหาไม่ได้เลยก็คือ 15 ความสุขอิสรภาพที่เขาอยู่นั่นเองนะคะฉะนั้น บทประพันธ์ทั้ง 2 บทเนี่ยมันจะแตกต่างกันตรงที่ว่าอันนึงสะท้อนแสง ตาไปเลยไม่ต้องดูผู้แต่งก็ได้ แต่อีกอันนึงอันที่ 2 บางครั้งเราต้องใช้การศึกษา ผู้แต่งด้วยว่าเขาเป็นใครมาจากไหนเราจะได้เข้าใจบทประพันธ์ มากขึ้นนะคะนี่ก็คือ ที่มาว่าทำไมการวิจารณ์ต้องใช้การศึกษาความรู้ หมูด้วยถึงจะสามารถวิเคราะห์อีสานได้นะคะ บทที่ 1 ยากไหม พอได้ไหมพอได้อยู่ทำไมยิ้มใหญ่แหย่ พอได้อยู่นะคะเดี๋ยวค่อยๆเพิ่มสเต็ปไปเดี๋ยว สัปดาห์ถัดไปจะเป็นประวัติการวิจารณ์วรรณกรรมนะคะประวัติการ วรรณกรรมเสร็จแล้ว จะให้นักศึกษามานำเสนอประวัติ ของประเทศไทย เดี๋ยวจะสั่งงานเป็นรายสัปดาห์ไปอีกทีนึงแต่ที่แน่ๆหนังสือ ไปรับได้แล้วนะคะไปรับได้เลยนะคะ โลกวันนี้มีใครมีคําถามอะไรไหมคะ ไม่มีเนาะ ไม่มีแหละนะคะโอเคถ้าอย่างนั้นหัวหน้า อาเคค่ะ On สัปดาห์หน้าวันพุธออนไซด์นะคะสัปดาห์หน้า