(อาจารย์ธิดารัตน์) สวัสดีค่ะ สวัสดีล่ามทางไกลด้วยนะคะ โอเคนะคะ เดี๋ยววันนี้เราก็จะมาเริ่มเรียนต่อนะคะ ของตัว... เป็นบทที่ 7 นะคะ หลังจากที่เราสอบตัวกลางภาคไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับบทนี้นะคะ ก็จะต่อเกี่ยวกับตัวมาตรฐานของบทที่ 6 นะคะ เกี่ยวกับ ITILนะคะ ตัวนี้จะเป็นมาตรฐานเกี่ยวกับตัว IT Governanceนะคะ แล้วจะมาดูว่าบทนี้เราจะเรียนเกี่ยวกับเนื้อหาอะไรบ้างนะคะ เรื่องที่เราจะเรียนนะคะ วันนี้ก็จะมีเกี่ยวกับความเป็นมาของตัวมาตรฐานของเรานะคะ เราก็มาตรฐานนะคะ ที่เป็นตัวธรรมาภิบาลของบริษัทค่ะ ธรรมาภิบาลของเทคโนโลยีสารสนเทศ ประโยชน์ แล้วก็ตัวเครื่องมือนะคะ ในการวัดว่าบริษัท หน่วยงาน องค์กรของเรานี่ มีตัวมาตรฐานนะคะ เกี่ยวกับตัวธรรมาภิบาลเหล่านี้นี่ อย่างไรบ้างเองนะคะ ตัว balanced scorecard มันก็จะเป็นเครื่องมือที่จะมาวัดกันอีก เริ่มมาพูดถึงตัวมาตรฐานของเราเกี่ยวกับตัว IT Governance IT Governance นะคะ หรือธรรมาภิบาลทางเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือว่าตัวธรรมาภิบาลทางไปที่ของเราตัว ธรรมาภิบาลของเรา ก็คือถ้าพูดถึงตัวธรรมาภิบาลทางเทคโนโลยีสารสนเทศสารสนเทศ ก็ตัวย่อของ IT ใช่ไหมคะ ดังนั้น บริษัทหรือหน่วยงานที่มีการใช้ระบบสารสนเทศ เขาจะจัดการแล้วก็ดูแลอย่างไรนี่ ให้บริษัทหน่วยงานของเขา นี่มีธรรมาภิบาล ผู้บริหารคณะกรรมการนะคะ จะบริหารอย่างไรนะคะ ตั้งแต่การดูแลเกี่ยวกับโครงสร้างองค์กร กระบวนการทำงานนะคะ สวัสดีค่ะ อ๋อ ได้ยินแล้วนะคะ โอเคค่ะ อย่างนั้นเดี๋ยวขอย้อนไปแต่แรกแล้วกันนะ โอเค คราวนี้นะคะ เราจะมาพูดถึงตัวมาตรฐานตัวถัดมาของเรานะคะ มาตรฐานของตัวธรรมาภิบาลนะคะ ตัวนี้เป็นบทที่ 8 ที่ต่อจากมาตรฐานของ ขอโทษที ตัวบทที่ 7 นะคะ ตัวมาตรฐานของตัวบทที่ 6 หลังจากที่เราสอบกลางภาคมาแล้วเรียบร้อยนะคะ เราจะมาดูเกี่ยวกับเนื้อหาที่เราจะเรียนนะคะ ว่าจะมีเรื่องอะไรบ้าง เริ่มแรกก็จะพูดถึงความเป็นมานะคะ ของตัวธรรมาภิบาลทางเทคโนโลยีสารสนเทศ นะคะ ธรรมาภิบาลของบริษัท หน่วยงาน หรือองค์กรนะคะ แล้วก็รายละเอียดของตัวธรรมาภิบาลทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ประโยชน์ที่ได้รับเราก็ตัวเครื่องมือที่จะมาวัดนั่นเอง ว่าบริษัทหน่วยงานองค์กรของเรานี่ มันมีธรรมาภิบาลระดับไหน หรือว่าธรรมาภิบาลของหน่วยงาน ธรรมาภิบาลของเทคโนโลยีสารสนเทศหรือเปล่านั่นเอง เดี๋ยวเราจะมาดูนะคะ คำว่า "ธรรมาภิบาล" นะคะ ทางเทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไร ก็จะเป็นลักษณะการที่คณะกรรมการผู้บริหารระดับสูงของเรานี่ ก็ต้องมีความรับผิดชอบกับหน่วยงานกับองค์กรของเรานะคะ ซึ่งจะเริ่มแรกตั้งแต่โครงสร้างขององค์กรของเรานะคะ กระบวนการทำงานนะคะ ทำอย่างไรให้องค์กรหรืองานของเรานี่ มีความมั่นใจว่าตัวระบบสารสนเทศนี่ สามารถที่จะดำเนินการนะคะ แล้วก็เป็นไปตามแผน ไม่ว่าจะเป็นกลยุทธ์นะคะ ขององค์กร กลยุทธ์ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงตัวเป้าหมายขององค์กรของเรานั่นเอง ดังนั้นนะคะ ผู้บริหารระดับสูงนะคะ ผู้บริหารที่ได้รับนะคะ คำสั่งจากผู้บริหารระดับสูงมา ก็ต้องตระหนักถึง เราจะทำอย่างไรให้หน่วยงานให้องค์กรของเรานี่ ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ ตามกลยุทธ์ที่บริษัทตั้งไว้ ดังนั้น มันก็ต้องมีเครื่องมือหรือว่าสิ่งที่มาสนับสนุน เริ่มจากตัว Framework ก็คือกรอบวิธีปฏิบัติ ว่าเราจะปฏิบัติตามกระบวนการ ปฏิบัติตามรูปแบบไหน มี Model มีตัวมาตรฐานที่เราจะยึดเป็นแผน นำมาปฏิบัติกับองค์กรของเรา มีการวางแผนระยะยาว 3 ปี 5 ปี นะคะ ว่าองค์กรของเราจะปฏิบัติงานตามรูปแบบนี้ ในระยะเวลา 3 ปี ในระยะเวลา 5 ปี ตามไตรมาส 1 ไตรมาส 2 ไตรมาส 3พูดง่าย ๆ ก็คือต้องมีการวางแผนนะคะ ว่าเราจะกำหนดทิศทางขององค์กรของเรานี่ ไปในรูปแบบไหน ไม่ว่าจะเป็นการบริหารคน ทรัพยากร เครื่องมือต่าง ๆ ตรงนี้ก็ต้องมีการตระหนักถึง แล้วก็ต้องมีการวางแผน แล้วก็การเลือกใช้นะคะ ตัวมาตรฐาน หรือว่ากรอบวิธีการปฏิบัติให้ถูกต้องนั่นเอง เหมือนเวลาเราจะทำงานอะไรสักอย่างหนึ่ง ก็ต้องมีการวางแผนนะคะ ว่าเราจะทำอะไรบ้างนั่นเอง ตามขั้นตอน ให้แล้วเมื่อปฏิบัติแล้ว มันตรงตามตัวแผนงานที่เราวางไว้หรือเปล่านะคะ อันนี้จะช่วยให้ผลลัพธ์นะคะ ที่เราตั้งเป้าหมายไว้นี่ ตรงตามความต้องการของเรานั่นเอง คราวนี้นี่เราอยากให้ตัวแผนงานที่เราวางไว้นี่ ประสบความสำเร็จ ดังนั้น เราก็จะมาดูความรับผิดชอบนะคะ หรือหน้าที่ของผู้บริหารระดับสูงนั่นเอง ว่าเขาจะบริหารจัดการอย่างไรนี่ ให้หน่วยงานหรือองค์กรของเรานี่ ประสบความสำเร็จ อันที่ 1 เป็น Enterprise plan คือลักษณะเหมือนเราวางแผนขององค์กรของหน่วยงานเลยนะคะ ว่าเราจะวางแผนองค์กรของเราอย่างไรนะคะ ภายใน 3 ปี 5 ปี 10 ปี หรือว่าปีหนึ่งก็ได้ เรามีโครงการอะไร มีโพรเจกต์อะไรนะคะ จะจัดสรรนะคะ หรือว่าบริหารอย่างไร อันที่ 2 Owner Ship กรณีที่เราคิดว่าหน่วยงานหรือองค์กรหรือบริษัทของเรานี่ เป็นประดุจว่าเราเป็นเจ้าของบริษัท ดังนั้น เมื่อเราคิดว่าเราจะบริหารจัดการทรัพย์สินของตนเองนี่ มันก็จะเกิดความตระหนักถึงความระมัดระวังนะคะ ในการจัดการบริหารในทุก ๆ ด้าน ถัดมาวัตถุประสงค์ ตั้งเป้าไว้เลย ต้องการให้บริษัทของเรานี่ประสบความสำเร็จด้านไหน มีคนรู้จักมากขึ้น ยอดการขายที่ดี มีการติดต่อประสานงานกับต่างประเทศไหม หรือมีการขยายนะคะ การทำธุรกิจอาจจะเป็นกับต่างประเทศมากขึ้น หรือขยายสาขา มันก็ต้องเป็นวัตถุประสงค์ของหน่วยงานของเรา ว่าเราจะวางแผนอย่างไร Resource ก็คือทรัพยากรที่ต้องนำมาใช้เกี่ยวกับตัวโครงการของเรานะคะ บุคลากรไหม ทรัพย์สินไหม เวลาไหม สิ่งแวดล้อมด้วยหรือเปล่า อันนี้ก็จะเป็นตัวทรัพยากรที่ส่งผลกระทบโครงการของเรา ของเราเองนะคะ ว่าเราจะจัดการอย่างไรบ้างนั่นเอง กฎหมายแน่นอนเราทำทุกอย่าง ก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายนะคะ ไม่มีการไปละเมิดหรือใช้ช่องทางกฎหมายนั่นเอง ผู้ถือหุ้นนะคะ ก็คือบุคคลนะคะ ที่มีผลประโยชน์นะคะ ในองค์กรของเรานั่นเองนะคะ ว่าเขาสามารถเข้ามาสนับสนุนดูแลนะคะ ตัวโครงการของเราได้อย่างไร เงินลงทุน เรามีทรัพยากรทางด้านเงินเท่าไร ที่จะมา Support โครงการนี้นะคะ มีการวางแผนต้องใช้เท่าไร แล้วไม่ส่งผลกระทบระยะยาว เกี่ยวกับตัวเงินภายในองค์กรของเรา ความเสี่ยงแล้วก็ความอยู่รอด โครงการหรือแผนงานที่เราตั้งไว้ ก็ต้องมีการประเมินความเสี่ยง ว่าทำไปแล้ว 6 ปีมีการอัปเดทตความก้าวหน้าของตัวโครงการ ว่าเปอร์เซ็นที่จะประสบความสำเร็จนี่มีอยู่กี่เปอร์เซ็นต์นะคะ แล้วโครงการของเรานี่ มีโอกาสที่จะสำเร็จตามที่ตั้งระยะเวลาไว้ไหม อาจจะกำหนดไว้เวลา 1 ปี ครึ่งปีไปแล้ว โครงการของเราดำเนินการไปกี่เปอร์เซ็นต์ เราจะได้รู้ถึงความเสี่ยงที่มันส่งผลกระทบต่อตัวโครงการของเรานะคะ แล้วจะส่งให้ตัวโครงการของเราประสบความสำเร็จอย่างไรนั่นเองนะคะ พูดง่าย ๆ ก็คือลักษณะของการวางแผนแหละ ว่าเราจะพัฒนาหน่วยงานองค์กรอย่างไร ให้มันประสบความสำเร็จ ต้องมีการระมัดระวังหรือว่ามีการวางแผนอะไรบ้าง ถัดมานะคะ ก็จะเป็นลักษณะการกำหนดแล้วก็ควบคุม ไม่ว่าจะเป็นแผน อย่างที่บอกไปนะคะ แผนงานที่เราตั้งไว้ก็ต้องมีการอัปเดตหรือว่าพูดถึงความก้าวหน้าของตัวแผนงานที่เราทำไปนั่นเองนะคะ กระบวนการทำงานตั้งเอาไว้แล้วประสบความสำเร็จไหม มีเครื่องมือ นวัตกรรม ตัวใหม่ ๆ มาสนับสนุนไหมนะคะ เพื่อช่วยลดเกี่ยวกับตัวทรัพยากรนะคะ ลดระยะเวลานะคะ ก็จะช่วยให้ตัวแผนงานที่เราตั้งไว้นี่ ประสบความสำเร็จได้ง่ายยิ่งขึ้น ทรัพย์สินทางปัญญา ตัวนวัตกรรมที่นำมาใช้ใหม่ ๆ นี่ มันสามารถที่จะเกิดทรัพย์สินทางปัญญาของหน่วยงานหรือองค์กรของเราหรือไม่ รวมถึงบุคลากรที่เรานำมาใช้นี่ ใช้บุคลากรภายในองค์กรหรือไม่ หรือมีการเพิ่มบุคลากร หรือว่ามีที่ปรึกษาจากองค์กรภายนอกนะคะ มีหน่วยงานอื่นเข้ามาช่วยสนับสนุนหรือเปล่านะคะ อันนี้เราก็ต้องกำหนดทิศทาง แล้วก็ควบคุมตัวแผนงานของเรานี่ ให้ดีนั่นเอง คราวนี้ลักษณะเดียวกัน มันก็จะเป็นตัวแผนงานที่เป็นภาพรวมขององค์กร แล้วในกรณีที่แผนงานที่เกี่ยวกับตัวที่มีสารสนเทศหรือตัวระบุ IT ของเรานี่ ก็จะมีรูปแบบมีการวางแผน กำหนดทรัพยากรที่เราจะใช้ Server หรือเปล่านะคะ อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ต่าง ๆ บุคลากรผู้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ต้องมาใช้ในการสนับสนุนโครงการ เกี่ยวกับตัวที่สารสนเทศของเรานะคะ ความต้องการนะคะ ของผู้ใช้นะคะ ว่ามีความต้องการอย่างไร มีการควบคุมนะคะ เกี่ยวกับตัว Project ก็เป็นลักษณะ Project Management การติดต่อประสานงาน การควบคุมโครงการให้ประสบความสำเร็จตามแผนที่เราได้วางไว้ แล้วก็แน่นอนความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกโครงการ รวมถึงตัวโครงการที่เกี่ยวกับโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศเช่นเดียวกันนะคะ ถัดมาอันนี้ก็จะพูดถึงลักษณะของผู้บริหารว่าทำอย่างไรนี่ ให้ผู้บริหารโครงการหรือว่าหน่วยงานองค์กรหรือผู้บริหารระดับสูงของเรา หรือ CEO สามารถที่จะบริหารจัดการหน่วยงานของเรานะคะ ก็จะมี 10 ข้อหลัก ๆ นะคะ ก็จะเป็นพวกลักษณะธรรมาภิบาล กลยุทธ์นะคะ ของหน่วยงานนะคะ กลยุทธ์ของเทคโนโลยีสารสนเทศนั่นเอง ความต้องการทางธุรกิจอย่างที่บอกไปแล้ว ว่าบริษัทหน่วยงานองค์กรไม่ว่าจะเป็นภาครัฐเอกชน ก็ต้องมีเป้าหมาย หรือความต้องการขององค์กรที่เราไว้อยู่แล้วนะคะ โครงสร้างภายในองค์กรนะคะ แล้วก็การให้บริการขององค์กรของเรานี่มีอะไรบ้าง นวัตกรรมที่เกิดขึ้นภายในหน่วยงาน ภายในองค์กรของเรานะคะ ถัดมาก็จะเป็นผลลัพธ์นะคะ ที่สร้างขึ้นของผู้บริหารระดับสูงของเรา อันที่ 6 เงินลงทุน ทรัพยากรที่ใช้นะคะ ผู้บริหารเขาจะบริหารจัดการอย่างไร ข้อ 7 ก็จะเป็นเทคโนโลยีที่นำมาใช้ เป็นเทคโนโลยีที่ล่าสุด แน่นอน เมื่อมีเทคโนโลยีที่มีการปรับเปลี่ยนนะคะ เงินลงทุนที่ต้องใช้ในการตัวสร้างตัวเทคโนโลยีใหม่ ๆ นี่ก็จะค่อนข้างสูงเช่นเดียวค่ะ ข้อที่ 8 การอบรม เมื่อมีขึ้นมาใหม่นะคะ ความพร้อมใช้งานของอุปกรณ์ การให้คำแนะนำ หรือว่าการให้บริการลูกค้า ดังนั้น พนักงานนะคะ ก็ต้องมีความสามารถที่จะดูแลอุปกรณ์ที่เกิดขึ้นมาใหม่ ทรัพยากรใหม่ ๆ ดังนั้น ก็ต้องมีการอบรมนะคะ ให้บุคลากรภายในหน่วยงานของเรานี่มีความสามารถนะคะ พร้อมไปกับตัวเทคโนโลยี หรือนวัตกรรมใหม่ ๆ นั่นเอง อันนี้ 9 Project Management การจัดการดูแล Project ต่าง ๆ ก็ต้องเลือกบุคลากรให้ถูกกับตัวงานด้วยนะคะ ว่าบุคคลนะคะ ของแผนกฝ่ายนี้เหมาะที่จะดูแล หรือว่าจัดการเกี่ยวกับตัวโครงการไหน มีความสามารถ ก็คือใช้คนให้ตรงกับงานนะคะ มันก็จะทำให้ตัวผลลัพธ์โครงการตัวนี้นี่ สร้างขึ้นมาแล้วประสบความสำเร็จ แล้วก็ข้อ 10 ของเรา ก็คือความรู้ แน่นอนความรู้นะคะ ณ ปัจจุบันก็จะมีการเพิ่มขึ้นตามเทคโนโลยีนะคะ ตามนวัตกรรมนะคะ การคิดค้นสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมา ดังนั้น ความรู้ตัวนี้ก็จะค่อนข้างสำคัญนะคะ เพื่อให้องค์กรของเรานี่ ดำเนินได้อย่างต่อเนื่องนะคะ เราก็ประสบความสำเร็จ ความรู้ก็ต้องมีสำหรับบุคลากร มีการอบรม มีการเทรนนิง ให้เรามีทักษะที่เหนือกว่าองค์กรหน่วยงาน หรือบริษัทอื่นนั่นเองนะคะ อันนี้ก็จะเป็น 10 ข้อที่ผู้บริหารนะคะ ระดับสูงต้องตระหนักถึงแล้วก็มองเห็นเกี่ยวกับผลกระทบ หรือว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั่นเอง คราวนี้กรณีที่เกี่ยวกับกลยุทธ์ทางเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ มันก็ต้องควบคู่ไปกับกลยุทธ์ของบริษัท ของหน่วยงาน ขององค์กรของเราเช่นเดียวกันนะคะ อย่างที่บอกไปนะคะ เราจะมีกลยุทธ์ขององค์กรที่เป็นตัวหลักที่จะครอบนะคะ กระบวนการการทำงานขององค์กรไว้ทั้งหมดนะคะ แล้วก็จะมีประยุทธ์ย่อย ๆ นะคะ ที่ไปสนับสนุนแต่ละแผนก แต่ละหน่วยงาน รวมถึงตัวนี้ก็จะพูดถึงมนุษย์ของเทคโนโลยีสารสนเทศ ดังนั้น แน่นอนเทคโนโลยีสารสนเทศก็ต้องไปตามแผนกลยุทธ์ของบริษัท หรือหน่วยงานของเรานะคะ มีการวางแผนเกี่ยวกับ Long Term ก็คือวางแผนระยะยาว ของธุรกิจ หน่วยงาน บริษัทองค์กร ภาครัฐ ภาคเอกชนต่าง ๆ ก็ต้องมีแผนในการบริหารจัดการอย่างไร ตัวอย่างที่บอกไปนะคะ ใช้ Server ไประยะเวลาหนึ่งก็ต้องมีการอัปเกรด หรือมองภาพง่าย ๆ เหมือนเราใช้พวก Microsoft Office แน่นอนมันก็ต้องมีเวอร์ชันล่าสุด ณ ปัจจุบัน ออกมานะนี่ วางแผนอย่างไรกรณีที่ตัวเวอร์ชันนะคะ ของพวกซอฟแวร์ที่เราใช้งานอยู่หมดอายุ หรือว่าต้องมีการอัปเดตให้มันมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น หรือก็ต้องมีแผนระยะยาวที่เราหวังไว้ว่ากี่ปี 3 ปี 5 ปีต้องมีการซื้อตัวซอฟต์แวร์หรือว่า License ขึ้นมาใหม่ หรืออุปกรณ์นะคะ เกี่ยวกับตัวระบบสารสนเทศของเราหมดระยะเวลารับประกัน เราต้องซื้อประกันตรงนี้เพิ่มไหม หรือว่าต้องซื้ออุปกรณ์ตัวใหม่ที่รองรับกับตัวซอฟต์แวร์ที่เราสามารถทำงานได้ หรือต้องซื้ออุปกรณ์เพื่อจะเชื่อมต่อระบบใหม่ที่เกิดขึ้นภายในหน่วยงานของเรานะคะ มันก็ต้องมีแผนระยะยาวที่เราวางไว้นะคะ Benefit ก็คือผลกำไรที่มันจะตามมา กับการวางแผน หรือว่าพัฒนาตัวโครงการของเราตัวนี้นะคะ สมมติว่าเราทำตรงนี้สมมติว่าเราซื้ออุปกรณ์ขึ้นมาใหม่ หรือมีการอัปเดตนะคะ ซอฟต์แวร์ ก็จะช่วยให้เราไม่ต้องไปซื้ออุปกรณ์ยกใหม่ทั้งชุด ตรงนี้ก็จะช่วยสร้างผลกำไร หรือลดตัวเงินลงทุนนะคะ รวมถึงทรัพยากรต่าง ๆ ของไปด้วย มันก็จะได้สอดคล้องไปตามแผนที่เราวางไว้นั่นเอง มาดูวัตถุประสงค์ของตัว Purpose of IT ธรรมาภิบาลทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ก็คือการจัดการนะคะ เกี่ยวกับตัวอุปกรณ์เครื่องมือนะคะ เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศนี่ ให้ตรงกับธุรกิจหรือว่าตัวงานของบริษัทของเรานั่นเอง บริหารความต้องการ ตั้งแต่การวิเคราะห์ประเมินนะคะ ตัวโครงการของเรา การจัดลำดับความสำคัญว่าตัวโครงการ หรือว่าขั้นตอนตัวไหนนี่ต้องเริ่มก่อน อันไหนที่มีความสำคัญมากที่สุดนะคะ ก็ให้ปฏิบัติการเป็นขั้นที่ 1 นะคะ เงินลงทุน เราจะจัดสรรเกี่ยวกับเงินลงทุน ในบริษัทหน่วยงานองค์กรของเราอย่างไร ให้มันเหมาะสม แล้วก็พอเพียง Monitor ก็คือการเฝ้าดู ก็คือติดตามระยะนะคะ ของตัวโครงการของเรานะคะ แต่ละเฟส ว่ามีความก้าวหน้าไปอย่างไร หรือว่ามีการลดถอยลง ก็ต้องดูว่าโครงการของเราประสบปัญหาตรงไหน เราจะได้แก้ให้ตรงจุด แล้วก็ไม่ส่งผลกระทบกับตัวโครงการ กับแผนที่เราวางไว้นั่นเอง การใช้ทรัพยากร แล้วก็เทคโนโลยีสารสนเทศ อันนี้ก็ต้องจัดการให้เหมาะสม ไม่มากเกินไปให้มันเกินตัวงบประมาณนะคะ ให้มันเหมาะกับงานที่เรานำมาใช้ แล้วก็เหมาะกับตัวงบประมาณของเรา กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้บริหารระดับกลาง แล้วก็ระดับล่าง ให้มีขอบเขตที่ชัดเจนในการตัดสินใจ แล้วก็ดูแลเกี่ยวกับตัวโครงการของเรา อันนี้ก็จะเป็นลักษณะการวางแผนเกี่ยวกับวัตถุประสงค์หลัก ๆ นะคะ ของธรรมาภิบาลทางเทคโนโลยีสารสนเทศของเรา คราวนี้แผนที่เราวางไว้ ถ้าตรงตามระยะเวลาที่เรากำหนด แน่นอนเราก็สามารถที่จะส่งมอบงานได้ตรงตามเวลา ตามงบประมาณ ตาม Spec อุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ ที่วางไว้ ไม่ต้องเสียค่าเลยเวลา บริหารความเสี่ยงได้อย่างชัดเจนแล้วก็ครอบคลุม แน่นอนเมื่อเรามีการบริหารความเสี่ยง ตระหนักถึงความเสี่ยงที่จะเกิดกับตัวโครงการของเรา มันก็จะไม่ส่งผลกระทบกับตัวโครงการ ท้ายที่สุดเราก็ส่งมอบงานได้ตามกำหนดที่เราวางไว้ ปรับปรุง ประสิทธิภาพ กฎระเบียบ Maturity พัฒนาบุคลากร การทำ Out source อันนี้ก็จะเป็นเรื่องที่เข้ามาสนับสนุน อย่างที่บอกไปแล้ว วางแผนเกี่ยวกับการจัดการเกี่ยวกับบริษัทธรรมาภิบาลนะคะ รวมถึงธรรมาภิบาลของเทคโนโลยีสารสนเทศเรียบร้อย แล้วเราก็ต้องมาดูว่าเราจะทำอย่างไรมันดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ส่งมอบทันเวลา คราวนี้ถ้าเราส่งมอบได้เร็วกว่าเดิมตามแผนที่เราวางไว้ เราต้องไปพัฒนาอย่างไร บุคลากรของเราไหม เครื่องมือหรือไปประสานงานกับหน่วยงานภายนอก เข้ามาสนับสนุนตัวโครงการของเรา หรือว่าการทำ Outsource นั่นเองนะคะ มันจะช่วยลดงบประมาณตรงไหนบ้าง ต่อมาบริหารลูกค้าเราจะจัดการดูแลลูกค้าอย่างไร มีการให้เกี่ยวกับการให้บริการที่เพิ่มขึ้น กรณีที่ลูกค้าทำสัญญากับเราในระยะยาวที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อการคงอยู่ของลูกค้า อันนี้ก็ทำให้เรามีลูกค้าที่สามารถเพิ่มมากขึ้น แล้วก็เป็นระยะยาวที่มากขึ้น ถัดนะคะ think globally act locally นะคะ ก็คือการมองภาพนะคะ IT Governance นี่ให้เป็นลักษณะของ ให้มันมาขึ้น แล้วก็นำมาประยุกต์แล้วก็ใช้งานกับบริษัท หน่วยงาน หรือองค์กรของเรา สนับสนุนนวัตกรรม แน่นอน การที่จะมีเครื่องมือเข้ามาช่วยสนับสนุนโครงการของเรานี่ย่อมเป็นเรื่องดี ช่วยลดทรัพยากรต่าง ๆ เงินลงทุน ระยะเวลา บุคลากร แล้วก็ส่งผลให้เกิดความพึงพอใจ ของลูกค้าตามมาด้วยนั่นเองนะคะ อันนี้ก็จะเป็นวัตถุประสงค์ของตัวธรรมาภิบาลของเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่เราต้อง แล้วก็ประเมินตัวโครงการของเรานั่นเอง คราวนี้เดี๋ยวเราจะมายกตัวอย่าง ที่เราจะมองภาพได้ง่ายยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเพื่อให้นักศึกษาเข้าใจมากยิ่งขึ้นว่าทำไมต้องมาใช้ตัว Model ตัวนี้ ต้องใช้ตัวมาตรฐานสากลตัวนี้ ใช้แล้วเขาเกิดผลลัพธ์ หรือประสบความสำเร็จอย่างไร ยกตัวอย่างให้มองภาพ แล้วก็เข้าใกล้กับตัวนักศึกษามากขึ้นนะคะ มาดูบริษัท องค์กรหน่วยงานที่เขาใช้ ตัวมาตรฐานสากลเกี่ยวกับตัวธรรมาภิบาลทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ธรรมาภิบาลของบริษัทนะคะ อันนี้ก็จะมี 3 บริษัทใหญ่ ๆ นะคะ ตั้งแต่ GM นะคะ GM นักศึกษาน่าจะค่อนข้างรู้จัก เป็นเกี่ยวกับพวกยานยนต์ต่าง ๆ เมื่อบริษัทตัว G Motor นี่ ได้นำโมเดลราคาเกี่ยวกับธรรมาภิบาลทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้งานนะคะ มันก็ช่วยลดค่าใช้จ่ายภายในบริษัทหรือองค์กรของเราค่อนข้างเยอะ หรือว่าเป็นบริษัท Kodak ซึ่งในวันนี้อาจจะมีผลิตภัณฑ์นะคะ เกี่ยวกับตรงนี้นี่น้อยลงแต่ว่าไปหลายปีก่อน 10 กว่าปี 10 ปีก่อน Kodak ก็ได้เขาจะเป็นบริษัทนะคะ ที่ค่อนข้างเป็นที่รู้จัก แล้วก็ถูกนำมาใช้งานค่อนข้างแพร่หลายนะคะ ตัวนี้ก็แนะนำตัวมาตรฐานมาใช้งานนะคะ ทำให้องค์กรของเรานี่ องค์กรของตัว Product นี่มีการควบคุมแล้วก็ดูแลตัวกลยุทธ์ หรือว่าตัวเป้าหมายภายในองค์กรของเรานี่ ค่อนข้างง่ายยิ่งขึ้น แล้วก็ตัวสุดท้ายนะคะ ตัว Nortel อันนี้ก็จะย้อนไปประมาณ 10-20 ปีนะคะ Nortel ก็จะเป็นบริษัทเกี่ยวกับระบบโทรคมนาคม ไม่ว่าจะเป็นระบบโทรศัพท์ในหน่วยงาน ระบบโทรศัพท์ภายในองค์กรนะคะ เขาถูกนำตัวมาตรฐานตัวนี้มาใช้นะคะ ก็ทำให้เกิดการทำงานนะคะ เกี่ยวกับลูกค้านี่ ค่อนข้างดี Nortel จะเป็นบริษัทที่ค่อนข้างใหญ่ที่ใช้เกี่ยวกับอุปกรณ์โดยปัจจุบันนี่ ถูกร่วมกับบริษัทนะคะ ของเครือ AVAYA ไปแล้วเช่นเดียวกัน แต่อุปกรณ์ต่าง ๆ ก็ยังใช้งานได้เหมือนเดิมนะคะ แต่ว่ามีรีแบรนด์แล้วถ้าเป็นสมัยก่อนเกี่ยวกับเราเคยดูภาพยนตร์ต่าง ๆ ก็จะมีโทรศัพท์ที่เขาใช้งานภายในพวกทำเนียบขาวอะไร ก็จะมีแบรนด์ของตัว Nortel หรือว่าจะเป็นการสนับสนุนนะคะ เกี่ยวกับการแข่งขันกีฬาต่าง ๆ พวก Nortel นะคะ เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่เกี่ยวกับอุปกรณ์โทรคมนาคมนี่ ที่ถูกนำมาใช้ของต่างประเทศนี่ค่อนข้างเยอะนะคะ ดังนั้น เราก็จะเห็นว่าบริษัทเหล่านี้จะเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ถูกนำมาตรฐานนี่มาใช้ แล้วเกิดผลกำไรหรือประสบความสำเร็จภายในองค์กรนี่ค่อนข้างสูงนั่นเอง ถัดมา ก็จะมีบริษัทหาอีก 4 บริษัท ซึ่งอันนี้ก็น่าจะรู้จักเช่นเดียวกัน เริ่มจาก Cigma Cigma นี่จะเป็นลักษณะการแพ็คกิ้งครบเซ็ตกระบวนการทำงานภายในหน่วยงานขององค์กรของเขานี่ยทำให้ช่วยลดต้นทุนในการทำงาน หรือ Alignment นะคะ การจัดเรียงนะคะ ผลิตภัณฑ์ค่อนข้างเยอะรวมถึงปกติของโทรคมนาคมก็มีเช่นเดียวกัน ที่ใกล้ตัวของนักศึกษาเคยเห็นรวมถึง j&j นะคะ ก็เป็นจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ผลิตภัณฑ์เครื่องอุปโภค พวกแป้ง พวกครีมนะคะ ต่าง ๆ อันนี้ก็จะเป็นลักษณะความพึงพอใจของลูกค้านั่นเองนะคะ ก็คือเมื่อเขาใช้กระบวนการมีการวางแผนที่ดี เรื่องโมเดลมาใช้ที่ถูกกับการทำงานของบริษัท ทำให้เกิดความพึงพอใจของลูกค้า ผลิตสินค้าที่ดี ลดต้นทุน ทำให้ราคาที่ถูกลูกค้าก็เข้าถึงได้ง่าย ดังนั้น ก็เกิดความพึงพอใจ แล้วก็มีการใช้งานที่มันแพร่หลายมากขึ้น แล้วก็ตัวที่ 4 ของเราตอนนี้ก็จะเป็นลักษณะของตัว IBM ตัวนี้จะเป็นลักษณะของการจัดส่งนั่นเองนะคะ รูปแบบของการจัดส่งสินค้านะคะ ที่ถึงตัวผู้บริโภคตรงเวลานะคะ อุปกรณ์ที่ไม่ให้เกิดความเสียหาย กล่องไม่บุบ ไม่มีการฉีกขาด อุปกรณ์ภายในครบถ้วน ไม่มีการกระแทก อันนี้ก็จะเป็นลักษณะของข้อดีที่เราได้นำตัวมาตรฐานสากลเกี่ยวกับตัวธรรมาภิบาลนะคะ มาใช้งานเกี่ยวกับบริษัทหรือว่าองค์กรของเรา คราวนี้เรามาดูถึงผลเสียบ้าง ที่เราไม่ได้รับตัวมาตรฐานตัวนี้น่ะ มาเป็นกรอบ มาเป็นวิธีการการปฏิบัติในองค์กรหรือหน่วยงานของเรา บริษัทที่ต้องสูญเสียผลกำไรนะคะ ภายในหน่วยงาน ภายในองค์กรนะคะ อย่างบริษัทแรกนะคะ ก็จะเป็นของ Nike Nike นักศึกษาก็จะรู้จักกันอยู่แล้วนะคะ เป็นแบรนด์ที่ครองใจนะคะ เกี่ยวกับตลาดของวัยรุ่นนี่ค่อนข้างเยอะ ตัวนี้ก็จะสูญเสียเงินนะคะ เกี่ยวกับประมาณ SM พวก supply chain ในการผลิตสินค้า กระบวนการผลิตและพูดง่ายนะ อยู่ที่ 200 ล้านของเราราคาก็ค่อนข้างเยอะ หรือจะเป็น Hershey's เคยได้ทานกันบ้างแล้ว เป็นช็อกโกแลตนะคะ ตัวนี้ก็เป็นลักษณะการ Install ตัว Server SAP ในการบริหารจัดการข้อมูล แล้วก็ Whirlpool นะคะ อันนี้จะเป็นพวกเครื่องใช้ไฟฟ้า แอร์นะคะ ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ก็ใช้ในกระบวนการของ SCM เหมือนกัน ผลลัพธ์ ก็คือผลเสียตามมา ก็คืองานไม่เสร็จตามเวลาที่กำหนด เรา Plan แล้วต้องส่งลูกค้าตามระยะเวลานี้หรือว่าจะ ตัวผลิตภัณฑ์หรือว่าสินค้าใหม่ ๆ ตามไตรมาศ ตามฤดูกาลให้มันเหมาะสมกับตัวสินค้าที่เราจะผลิต การใช้ทรัพยากรที่สูงขึ้น แน่นอนเงินลงทุนก็จะเพิ่มมากขึ้น เงินลงทุนเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ตัวสินค้าหรือว่าผลิตภัณฑ์ที่เราสร้างก็จะสูงมากยิ่งขึ้นนั่นเอง ดังนั้น ผลตอบรับหรือ Feedback กลับมาของผู้ใช้บริการหรือว่าลูกค้า ไม่ค่อยดีเลยเป็นความต้องการ หรือไม่เกิดความพึงพอใจของลูกค้านั่งเอง หรือจะเป็นลักษณะของรถไฟนะคะ ก็จะเป็นพวกสายรถไฟ ที่ไม่มีปัญหานะคะ 2 สาย อาจจะไม่มีการบริหารการจัดการที่ดี การวางแผนตารางนะคะ เกี่ยวกับการเดินรถต่าง ๆ ก็จะส่งให้ธุรกิจ หรือว่าการทำงานของแต่ละบริษัทนี่เกิดปัญหาขึ้น ส่งผลให้เมื่อเกิดปัญหา แน่นอนเงินทุนต่าง ๆ นี่ก็ต้องเสียมากยิ่งขึ้นนะคะ ผลลัพธ์ที่ไม่ค่อยดี ก็จะเกิดสู่ผู้บริโภคหรือว่าผู้ใช้งาน มันก็ส่งผลเสียบริษัทหน่วยงาน แล้วก็องค์กร อันที่สำคัญที่สุด ก็คือไม่สามารถที่จะแสดงผลกำไรที่จะเกิดขึ้น แน่นอนเรามีแต่ขาดทุนไปแล้ว ผลกำไรก็จะไม่เกิดติดตามมาแน่นอน คราวนี้เราก็จะมาดูนะคะ ว่าอันไหนที่มีความสำคัญนะคะ เกี่ยวกับตัวธรรมาภิบาลของเรานะคะ แน่นอนเริ่มแรกนะคะ เราจะมีการวางกลยุทธ์ของเรา ของหน่วยงานองค์กรไว้แล้วนะคะ ว่าอยากให้มีผลกำไรภายในองค์กรเท่าไร สิ่งสำคัญอันแรก ก็คือจะเป็นเงินลงทุน ที่จะใช้ในการบริหารจัดการองค์กรของเรา การตั้ง Policy นะคะ เกี่ยวกับการตลาดว่าเราต้องมีการจัดลำดับนะคะ การทำงานนะคะ รวมถึงผู้ที่จะตามกระบวนการต่าง ๆ ของเราด้วยนะคะ ในตัวโครงการ ผลกระทบที่จะเกิดนะคะ ในการจัดการเกี่ยวกับกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ กับแผนกเทคโนโลยีสารสนเทศของเรา กฎหมายแน่นอนต้องครอบคลุมนะคะ ความปลอดภัยที่จะเกิดขึ้นนะคะ แล้วก็ audit ก็คือผู้ที่จะมาตรวจสอบ กระบวนการหน่วยงานภายในองค์กรของเรา ว่าปฏิบัติตามนโยบาย ตามแผนที่เราวางไว้ไหมนะคะ หรือถ้าจะมองภาพง่าย ๆ Audit ที่เรามองง่ายที่สุด ก็คือเกี่ยวกับแผนกฝ่ายบัญชีต่าง ๆ เขามีการการบัญชีถูกไหม ทำสต๊อกถูกไหม มีเงินเข้า-เงินออก แล้วก็ผลกำไรที่เกิดกับบริษัทของเรานี่ ทำถูกหรือเปล่า การจ่ายภาษีนู้นนี่นั่น อันนี้จะเป็น Audit เกี่ยวกับบัญชี แผนกอื่น ๆ ก็ต้องมีการตัด Audit หรือว่าคนที่มาตรวจสอบเช่นเดียวกัน รวมถึงแผนกเทคโนโลยีสารสนเทศก็เช่นเดียวกันอีกดังนั้น จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่เราจะต้องนำตัวมาตรฐาน หรือกรอบแนวปฏิบัตินี่มาใช้ในบริษัท ในองค์กรในหน่วยงานของเรานะคะ เพื่อจัดการเกี่ยวกับแผนธุรกิจของเรานะคะ แผนทางเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ แล้วก็นำแผนเหล่านี้นี่ไปปฏิบัติ เพื่อจะไม่ให้เกิดความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบกับแผนที่เราวางไว้ ทำให้ตัวผลลัพธ์นะคะ โครงการของเรานี่ ประสบความสำเร็จตามแผนที่เราวางไว้ ต้องมีการควบคุมนะคะ ตัวเครื่องมือ ทรัพยากรต่าง ๆ หรือมีการประสานงาน หรือว่าทำงานร่วมกับบริษัทอื่น เกี่ยวกับ Vendor หรือว่า outsource ข้างนอก มีการจัดการดูแลเกี่ยวกับบุคลากรทางเทคโนโลยีสารสนเทศ กระบวนการการทำงานต่าง ๆ นะคะ อันนี้ก็จะเป็นลักษณะขั้นตอนการทำงานนะคะ เกี่ยวกับตัวเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ ภายองค์กรของเรา เมื่อกี้พูดถึงภาพรวมนะคะ ของกระบวนการนะคะ เทคโนโลยีสารสนเทศ คราวนี้มาดูกรณีที่ผู้บริหารด้านเทคโนโลยีสารสนเทศที่ต้องการจัดการนะคะ ธรรมาภิบาลทางเทคโนโลยีสารสนเทศของเรา เริ่มต้นก็ต้องมีตัวโครงการเข้ามา ที่จะอนุมัติตัวแผนที่ถูกนำมาเสนอ โดยเราก็จะให้ผู้บริหารนี่จัดลำดับความสำคัญของตัวโครงการ ว่าโครงการไหนต้องทำก่อน เร่งรีบ หรือมีระยะเวลาในการทำค่อนข้างน้อย ต้องใช้ทรัพยากรของข้างเยอะ ก็ต้องมีการที่จะถูกดำเนินการก่อน หาทรัพยากรเข้ามาสนับสนุน เพื่อให้ตัวโครงการของเรานี่บรรลุตามแผนที่วางไว้ ทบทวนกรณีที่เกิดมีปัญหาขึ้นมาในโครงการ แล้วก็สร้างนะคะ กระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อให้เกิดธรรมาภิบาลทางเทคโนโลยีสารสนเทศภายในองค์กรขึ้นนั่นเอง เดี๋ยวเราจะมาดูตัวอย่าง จากรูปตัวนี้นะคะ ก็เวลาหน่วยงานบริษัทของเรา สมมติเราจะเป็นลักษณะของบริษัทเกี่ยวกับ Burger สมมติเราจะเป็น Burger King KFC Mc donald ที่มันขายเกี่ยวกับซึ่งนักศึกษาน่าจะเคยเห็นนะคะ ตามสื่อโฆษณา หรือเข้าไปใช้บริการเรียบร้อยแล้ว เราก็ต้องมาทบทวนก่อน ว่าเราจะสร้างแบรนด์ หรือว่าสร้างร้านค้าสัก 1 ร้านขึ้นมา ปัจจัยที่ส่งผลนะคะ ให้เกิดความสำเร็จ หรือว่าการสร้างร้านขึ้นมานี่มันจะมีอะไรบ้าง เราก็ต้องไปดูก่อนว่าเราจะเปิดร้านนี่ ขายสินค้าอะไร มีเมนู มีสถานที่นะคะ เรามีพ่อครัวหรือว่าเชฟ หรือเรามีสูตรอาหารที่เป็นที่ต้องการของลูกค้าหรือเปล่านะคะ ต้องตอบคำถามพวกนี้ให้ได้ ก่อนที่เราจะสร้างตัวแบรนด์หรือว่าร้านค้าตรงนี้ขึ้นมา คราวนี้มันก็จะมีเกี่ยวกับตัวเทคโนโลยีสารสนเทศนี่เข้ามาจากการแล้ว เราจะนำตัวที่มีเทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดการกับตัวบริษัท หน่วยงาน องค์กรของเราที่เราจะสร้าง ร่วมถึงสร้างแบรนด์เกี่ยวกับตัวร้าน Burger ขึ้นมานี่ มันต้องมีการจัดการดูแลอะไรบ้าง เพื่อจะสนับสนุนให้ตัวร้านค้าของเราประสบความสำเร็จนะคะ เช่นเดียวกันเราเริ่มจากจุดเล็ก ๆ ก่อน เพื่อจะได้มองภาพ ว่าเราจะจัดการดูแลเกี่ยวกับระบบสารสนเทศของเรา มีโฆษณาไหมนะคะ มีการขาย Deliverly หรือเปล่า มีแบบออนไลน์หรือเปล่า มีสามารถที่จะใช้นะคะ Order Menu นะคะ ผ่านตัวระบบออนไลน์ได้ไหม ภายในการให้บริการลูกค้านะคะ อันนี้ก็จะเป็นสิ่งที่เราจะนำเสนอนะคะ ให้กับลูกค้ารวมถึงการที่เราจะมาจัดการ ดูแลภายในองค์กร หรือบริษัทเบอร์เกอร์ของเรานี่ ให้ประสบความสำเร็จนั่นเอง คราวนี้เราก็จะมามองนะคะ กรณีที่เรามีโครงการหรือว่า Project เมื่อกี้เกี่ยวกับร้านเบอร์เกอร์ขึ้นมาแล้ว สิ่งสำคัญก็จะเป็นลักษณะ Committee พูดง่าย ๆ ก็คือ Supply Chain ของเรา เราอาจจะมีการร่วมทุน ร่วมทุนนะคะ กับเพื่อน หรือกับผู้มีเงินลงทุน ก็เราอาจจะไม่มีเงินลงทุน หรือว่าเราสามารถที่จัดการบริหารร้านค้าของเราได้ เราก็หาเงินทุนตรงนี้มา support รวมถึงการจัดการเกี่ยวกับการตลาด เราจะไปร่วมมือกับใคร มีการโฆษณาตรงไหน ก็จะเป็นสิ่งที่เข้ามาเพิ่มในตัวโครงการ หรือว่าตัวร้านค้าของเรานั่นเอง คราวนี้ก็จะเป็นลักษณะของ Balanced Scorecard พูดง่าย ๆ อย่างที่บอกไปแล้ว เราใช้ธรรมาภิบาลทางเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้งานแล้ว เราจะวัดได้อย่างไร ว่าเรานำไปใช้แล้วมันประสบความสำเร็จ มันจะมีตัวเครื่องมือตัวไหนมาวัด เริ่มจากตัว balanced scorecard นะคะ อะไรก็จะเป็นเกี่ยวกับผลกำไร พูดง่าย ๆ เลย ใช้มาตรฐานตัวนี้แล้วเกิดผลกำไรให้กับองค์กรของเรานี่เท่าไร คิดเป็นเปอร์เซ็นต์เท่าไร อัตราเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว เดือนที่แล้ว เพิ่มขึ้นเป็นเท่าไร กราฟมีการเพิ่มขึ้นหรือลดลงนะคะ ของรายรับ หรือรายจ่ายของเราเป็นเท่าไรนั่นเอง ถัดมาตัวนี้มาใช้แล้ว มันมีผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นมาใหม่ไหม มีทรัพย์สินปัญญาหรือมีนวัตกรรมมีอะไร ที่เกิดขึ้นใหม่ หลังจากที่เราใช้ตัวมาตรฐานตัวนี้ กระบวนการของบริษัทของเรา ตามแผนกต่าง ๆ ฝ่ายขาย ฝ่ายการตลาด ฝ่ายบุคคล ฝ่ายวิศวกร ฝ่ายเครื่องมือ ฝ่ายดูแลลูกค้า สัมพันธ์ต่าง ๆ นี่ เขามีกระบวนการที่มันดีขึ้นไหม รองรับความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุดหรือเปล่า การเรียนรู้และการเติบโตของเรานี่ เรามีการพัฒนาบุคลากรที่มันเพิ่มขึ้นไหม เอาไปอบรม ไปเทรนนิง เพื่อจะให้ความรู้ หรือว่ารับมือกับตัวใช้หนี้ใหม่ ๆ เพื่อจะทำให้การให้บริการลูกค้านี่ เกิดความรวดเร็ว ทันสมัย เราก็ตรงตามความต้องการลูกค้า หรือว่าถูกใจนั่นเองนะคะ มีการ Lotation ก็คือกรณีที่มีการเปลี่ยน อาจจะมีการเพิ่มตำแหน่งงานให้หรือปรับเปลี่ยนองค์ตามความถนัด นะคะ รู้ความสามารถของบุคลากร เพื่อจะให้ตัว Process และกระบวนการทำงานขององค์กรของเรานี่ เดินหน้าต่อไปนั่นเอง อันนี้จะเป็นเครื่องมือที่จะมาวัดนั่นเอง ว่าทำไปแล้วผลลัพธ์ที่ดีขึ้นแล้วมันดีขึ้นอย่างไร แล้วมีตัวเลขตรงไหนที่จะมาแสดงให้เห็นว่าเกิดผลกำไร เกิดนวัตกรรม เกิดลูกค้าสัมพันธ์ที่มันเพิ่มมากขึ้น เกิดกระบวนการการทำงานที่ค่อนข้างดีขึ้น ลดระยะเวลาต่าง ๆ นะคะ คราวนี้เมื่อกี้มันเป็นเกี่ยวกับ Balanced Score Card ถ้าเป็นในส่วนของ IT Balanced Score Card เช่นเดียวกัน ลักษณะคล้ายกัน แต่ตัวนี้น่าจะเป็นลักษณะแผนกของเทคโนโลยีสารสนเทศ แน่นอนก็เหมือนกัน เงิน Finance ของเรานี่ มีผลกำไร มีเงินเข้ามานะคะมี Strategy นะคะ กับเทคโนโลยีสารสนเทศ มีการจัดการกระบวนการ ไม่ต้องมีการทำกระบวนการนั้นซ้ำ ก็คือช่วยลดทรัพยากรการทำงาน ลดระยะเวลาต่าง ๆ การสร้าง SLA กรณีที่เราให้บริการลูกค้า หรือว่าภายในหน่วยงานของเรานั่นเองนะคะ มันมีกระบวนการเกี่ยวกับสัญญาการให้บริการของเรานะคะ ทำให้ลูกค้านี่เกิดความเชื่อใจและมั่นใจ แล้วก็ทำสัญญาของเรา อาจจะเป็นระยะยาวเพิ่มมากขึ้น มีการจัดการดูแล เกี่ยวกับบุคลากรทางเทคโนโลยีสารสนเทศให้มีความรู้ ก็คือมีการอบรมเหมือนเดิม Training for User หรือว่าจะเป็นการให้บริการ ให้ความรู้กับผู้ใช้บริการนะคะ อันนี้ก็จะเป็นเครื่องมือที่จะมาวัดเช่นเดียวกัน เพราะเรามีความรู้เรียบร้อยแล้ว สามารถที่จะถ่ายทอด หรือว่าไปอบรมบุคคลอื่นให้เขาได้รับความรู้จากที่เราถ่ายทอดไปด้วยเช่นเดียวกัน อันนี้ก็จะเป็นลักษณะตัววัดที่เกิดจากตัว Balanced Scorecard อันนี้ก็จะเป็นข้อมูลที่อาจารย์นำมานะคะ เราสามารถเข้าไปดูเว็บไซต์นะคะ เกี่ยวกับ IT Governance เพิ่มเติมนะคะ เพราะว่ามันจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมค่อนข้างเยอะ อันนี้ก็จะพูดมาเป็นคร่าว ๆ รวมถึงยกตัวอย่างกรณีศึกษาหน่วยงานองค์กรนะคะ ที่เขานำไปใช้แล้วเกิดประโยชน์ ไม่นำไปใช้ทำให้ไม่เกิดประโยชน์อะไรภายในองค์กรของเขา รวมถึงกระบวนการขั้นตอนที่เราจะนำไปใช้ แล้วสามารถวัดเป็นผลลัพธ์ให้เห็น แสดงออกมาว่าองค์กรของเรามีผลกำไรที่ดีขึ้น นะคะ เป็นที่ยอมรับของผู้ใช้บริการ หรือลูกค้าที่มันเพิ่มมากขึ้น เป็น... มีชื่อเสียงภายในตลาด ภายในไตรมาส ช่วงปี พ.ศ. ไหนนะคะ อันนี้ก็จะสามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้นั่นเอง เมื่อกี้เราก็จะพูดถึงความเป็นมา การถูกนำไปใช้นะคะ เริ่มตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูง ระดับล่างนะคะ เครื่องมือที่นำไปใช้ต่าง ๆ แล้วก็กรณีศึกษา อันนี้จะมีตัวอย่างให้เรียบร้อยแล้ว ตัวอย่างการยกที่มาของกรณีที่เราจะสร้างเกี่ยวกับร้านค้าบริษัทขึ้นมา หรือ Project ขึ้นมา 1 ตัว ก็ต้องมีการตัดสินอะไรบถัดมาก็จะเป็นคำถามท้ายบทนะคะ ก็จะมีทั้งหมด 5 ข้อเช่นเดียวกัน พูดถึงตัว IT Governance นะคะ ว่าคืออะไรนะคะ หัวข้อหลักนะคะ ที่ต้องการปรับปรุงสำหรับผู้บริหาร อันนี้ก็พูดไปแล้วนะ องค์กรที่ได้ได้รับผลกำไรในการที่นำตัวธรรมาภิบาลทางเทคโนโลยีสารสนเทศนี่ มาใช้งานมีอะไรบ้าง แล้วก็องค์กรที่ไม่ได้นำตัวธรรมาภิบาลเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้อีก 3 องค์กร แล้วก็เครื่องมือที่ใช้ในการวัดถูกไหมคะ IT Balanced Score Card เขาวัดอย่างไร จะเป็นสิ่งที่อาจารย์พูดหรือว่ากล่าวถึงไปแล้วเมื่อกี้ ก็จะมีทั้งหมด 5 ข้อตรงนี้ ใครมีข้อคำถามตรงไหนไหมคะ อันนี้น่าจะมองภาพค่อนข้างง่าย เพราะว่าจะเป็นลักษณะสิ่งที่นักศึกษาที่จะเคยใช้งานใช้บริการแล้ว ก็ถึงมันจะเป็นรูปแบบสิ่งที่เราคุ้นเคยแล้ว ก็คุ้นชินอยู่แล้ว ใครมีคำถามตรงไหนคะ ถามได้นะ โอเค ถ้าไม่มีคำถาม ก็เราจะทำนะคะ การบ้าน 5 ข้อ แล้วก็ส่งในตัว Classroom สรุปเช่นเดียวกันค่ะ ในหัวข้อของการบ้านของ IT Governanceหรือว่าตัวธรรมาภิบาลทางเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ 5 ข้อนี้น่าจะเป็นโจทย์ที่น่าจะเข้าใจได้ง่ายอยู่นะคะ เพราะว่าจะตรงกับตัวเนื้อหา หรือว่าตัวสไลด์ที่อาจารย์ได้ตัวพูดไปแล้วนะคะ จะมีตัวคำอธิบายเพิ่มเติมนะคะ ตัวสไลด์ที่เป็น Word แต่ว่าแปลงเป็น PDF ให้แล้วนะคะ มันจะได้เอาไปอ่านง่ายมากขึ้น จะได้เอาไปทบทวนกรณีที่เราสงสัย หรือว่ามีข้อคำถามนะคะ จะมาดูตัวอธิบายตัวนี้เพิ่มได้นะคะ มีคำถามไหมคะ เงียบ อันนี้น่าจะเข้าใจง่ายอยู่ มันเป็นเหมือนเชิงบริหารธุรกิจ อันนี้ไม่น่างง อันนี้ง่ายอยู่ โอเค โอเคนะคะ เดี๋ยวก็จะให้นักศึกษาทำงานท้าบบท แล้วก็ส่งในตัว Classroom อย่างนั้นก็ขอบคุณนะคะ พี่ล่ามทางไกลแล้วกันนะคะ สำหรับสัปดาห์นี้นะคะ ขอบคุณนะคะ [สิ้นสุดการถอดความ] มีนัดเข้าใจง่ายอยู่ยาก ค่ะ เรียบร้อยแล้ว แล้วก็ให้น้องทำลงไปใน Classroom ที่เหลือน่าจะไม่มาแล้วนะ