ก็ อันนี้จะเป็นเนื้อหา หลังจากปิดเทอมบทที่ 6 นะคะ เกี่ยวข้องกับ การจัดการที่อยู่ของเครือข่ายแล้วก็ Firewall นะคะ หมายเลข IP Address เนี่ยจะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียกว่าแนท n a t ก็คือการ แปลความหมายหรือแปลที่อยู่ของเครือข่ายนั้นๆ โดยเครือข่ายเนี่ยเราจะใช้หมายเลข IP Address เป็นสิ่งที่ระบุตำแหน่งของอุปกรณ์ในการรับส่งข้อมูลเช่น คอมพิวเตอร์ที่นักศึกษาใช้อยู่ตอนนี้แต่ละเครื่องก็จะมีหมายเลข IP Address ที่ไม่ซ้ำกัน เพื่อเป็นตัวระบุต้นทางแล้วก็ไปทางว่าเครื่องไหน ส่งไปหาใครหรือเครื่องไหนจะเป็นผู้รับ แม่ขายกับ ทะเบียนบ้านเราอ่ะค่ะ หมายเลขบ้านเลขที่ ซึ่งปัจจุบันเนี่ยอุปกรณ์มันก็มีเพิ่มขึ้นเยอะมาก การใช้งานอินเทอร์เน็ตก็มากขึ้นเช่นเดียวกัน ไม่ได้เพียงแค่ในคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายได้ก็จะมีหมายเลข IP Address โทรศัพท์เราก็มี เหมือนกับที่ว่าทำไมเวลาเห็นข่าว ทำไมเขาตามจับได้ว่าใครเป็นคนพูดหมิ่นประมาทใครเป็นคนโพสต์ ข้อมูลที่ ไม่เหมาะสมหรือไม่ถูกต้องบนเครือข่ายทำไมเขาตามจับได้ ทั้งๆที่เราเปลี่ยน Facebook ไปแล้วเราเปลี่ยน Instagram ไปแล้วเราเปลี่ยนไปตอบไปแล้ว ทำไม เขายังตามตัวได้เพราะหมายเลข IP ของโทรศัพท์ที่เขาเล่นไม่ได้เปลี่ยน เขาก็ถามตัวเจออยู่แล้วนะคะ แล้วด้วยเทคโนโลยีการใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่ลงคอมพิวเตอร์เนี่ยมัน เยอะมาก หมายเลข IP มันเลยไม่เพียงพอต่อความต้องการใกล้ๆกับ เลขทะเบียนรถยนต์ แต่ละที่มันก็จะเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็จะไม่ซ้ำกัน เมื่อก่อน ตัวหนังสือที่ใช้ในรถยนต์จะใช้ตัวหนังสือแค่ตัวเดียว เดี๋ยวนี้มันไม่พอเขาก็เพิ่มตัวอักษรเป็น 2 ตัว ถ้าจังหวัดไหน มี รถจำนวนมากๆเช่นกรุงเทพฯ แค่ตัวหนังสือ 2 ตัวมันก็ไม่พอเขาก็จะเพิ่มตัวเลขเข้าไปข้างหน้าอีก นะคะดังนั้นคล้ายๆกับเครือข่ายน่ะค่ะ พอมันคนใช้งานเยอะมากๆมันก็ต้องมีวิธีการแก้ไข ทำยังไงนะคะปัญหา แผนที่ ที่อยู่ของคอมพิวเตอร์ไม่พอ ทำยังไงให้มันใช้ได้แล้วก็ยังปลอดภัยด้วย อันนี้คือ ตั้งคำถามแล้วก็การหากระบวนการแก้ปัญหา เขาเลยใช้ตัวแนะนำตัวนี้ natee นะคะ ตัวกัน ทางออกในการแก้ไขปัญหา ซึ่งตัวนะเนี่ยมันเป็นมาตรฐานหนึ่งของ การทำงานด้านเครือข่ายตั้งแต่ปี 1994 และนานมาก มันก็ สามารถแปลง IP Address หลายๆตัว เหมือนเช่นในห้องคอมพิวเตอร์ห้องนี้ มันอาจจะมี IP Address 20 กว่าเครื่องก็จริง อาจจะเปลี่ยนให้เป็น IPS เดียว นะคะในการติดต่อกับเครือข่ายอื่นก็ได้ บางทีการเข้ารหัสข้อมูลมัน เยอะมากๆ แต่ว่าอาจจะแปลง IP Address ให้เป็นตัวเดียว เป็นการรับส่งข้อมูลในห้องนี้แล้วก็มีตัวสวิตช์ ตัวนึงในห้องนี้เป็นตัวกระต่ายไปตาม IP Address ย่อยที่ ใช้งานจริงในห้องนี้ นะคะแต่เวลาเราออกใช้งานออกข้างนอกเนี่ย มันก็จะแปลให้เหลือแค่สีเดียวเพื่อให้ปริมาณ IP ได้ไม่เยอะมาก หลักการทำงานทั่วไปนะคะ ในระบบเครือข่ายของทุกที่ภายในองค์กรต่างๆเนี่ย เครื่อง Server นะคะ กำหนด IP Address ภายในองค์กร เรียกว่า IP Address ส่วนตัว ส่วนมากก็จะขึ้นต้นด้วย 192.168 0.1 หรืออาจจะเป็น 10.0 0.1 เป็นต้น อันเนี้ย Server ขององค์กรนั้นเป็นคนกำหนด แต่พ่อไ*******ที่ออกไป สู่ระบบภายนอกจริงๆจะไม่ใช่เลขพวกนี้ โดยธีรเดชเหล่านี้มันจะ ไม่สามารถ นำไปใช้บนระบบอินเทอร์เน็ตได้ถ้าไม่ทำการแปลงสักอ่อน ก็คือเหมือนถ้าเราไม่ลงทะเบียนหรือเราไม่ ยืนยันตัวตน การแปลง IP Address ก็ทำไม่ได้ ซึ่งเรียกสิ่งนี้ว่าเป็นการ register IP ก็คือกัน ยืนยันเดี๋ยวลงทะเบียนไ*******นั่นแหละ ตัวอย่างเช่น คอมพิวเตอร์ที่เราใช้ปัจจุบันตอนนี้ในห้องนี้ เป็นเครือข่ายภายในมหาวิทยาลัย โดย Server มหาวิทยาลัยกำหนดให้ขึ้นต้นด้วย 192.168 ในห้องนี้ก็จะเป็น 192.168 จุด 1.1 ซึ่งเป็น IP Address ภายใน องค์กร แต่ถ้าเราจะใช้อินเทอร์เน็ตภายนอกเช่นเราจะเล่น facebook นะคะ YouTube IP ของเราจะเปลี่ยนไป โดยไม่ใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า Router นะคะหรือ Swift เป็นอุปกรณ์ที่แปลงหมายเลข IP ของเราเพื่อให้สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ สรุปก็คือไอ้ตัวเล็กเนี่ย มันจะเปลี่ยน IP Address แบบภายใน ให้กลายเป็น IP Address สาธารณะ เพื่อให้สามารถเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ นะคะซึ่งหมายเลขเหล่านี้จะเป็นแบบสุ่ม โดยผู้ให้บริการ มหาลัยเราใช้เน็ตของ เป็นทีก็จะเป็นคนแปลงหมายเลข IP Address ให้เรา รวมทั้งการที่เราใช้เน็ตเนี่ย มันยังช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับเครือข่ายเราด้วย เพราะว่าเน็ตมันจะซ่อน IP Address จริงๆของเราไว้ นะคะ มันจะถูกแปลงโดยตัวกูให้เบอร์ 37 นะแต่ไ*******ได้จริงเราเนี่ย บุคคลภายนอกจะไม่รู้ นะคะ โดยการทำแหนบหลังมี 2 อันนะคะมี static กับ Dynamic ค** ไอ้ตัวเล็กเนี่ย static อันแรกก็คือ เป็นการตั้งค่าแบบคงที่ ก็จะเป็นการแปลงหมายเลข IP Address แบบหนึ่งต่อหนึ่ง นะคะ หมายเลขภายใน 1 เครื่อง ก็จะแปลงเป็น IP Address ของเครือข่ายภายนอก 1 หมายเลข ซึ่งส่วนมากมันจะทำกับเครื่อง Server ภายในองค์กร อันนี้จะผ่าน ภายใน นะคะเพื่อใช้งานภายนอกไอ้ตัวผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตนะคะ Server ภายในองค์กร ซึ่ง แตกต่างจากตัว Dynamic มันจะเป็นแบบ ไม่ได้แบบหนึ่งต่อหนึ่งไม่กินเพราะว่า IP Address ของเครือข่ายภายในเนี่ย มันจะมีจำนวนเยอะมาก นะคะมันก็จะสร้าง IP Address ใหม่ เรียงตามหมายเลขไปเรื่อยๆ ตามลำดับให้เข้าใช้งานก่อนก็ได้หมายเลข IP ต้นต้น เป็นการตรวจสอบด้วยว่าใครเข้าใช้งานตอนไหน นะคะจะไม่ได้แบบ เฉพาะ แบบ static คือคุณใช้วันนี้เลขเป็นแบบนี้ คุณใช้วันถัดไปเดี๋ยวก็ยังจะเป็นเลขเดิมแต่แบบไดนามิกไม่ใช่ ใครมาก่อนได้เล่นกันก่อน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ pick ตายตัวว่าเลขนี้จะเป็นของใคร นะคะ ประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้แนทนะคะ ก็คือเราสามารถเก็บรักษา IP Address จดทะเบียนไว้ถูกต้องแล้วเก็บไว้นะคะเพื่อใช้เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต แล้วก็การออกแบบเครือข่ายถ้าเราท้องออกแบบด้วยนะเนี่ย การบริหารจัดการง่ายๆ แล้วก็ถ้า จะติดต่อกันภายใน องค์กรใช้เครือข่ายเดียวกัน ถ้าเราใช้แนทมันก็สามารถส่งข้อมูลได้เร็วกว่า มันจะอ้างอิงหมายเลขของ address ภายในองค์กร ไม่ต้องการ อ้างอิงที่อยู่ซ้ำซาก มีความปลอดภัยเพราะว่าเราจะซ่อน IP Address ของเครื่องขององค์กรของเราไว้ แล้วจะมีหมายเลข IP ในชุดนึงสำหรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตภายนอก แต่ข้อเสียก็คือ ก่อน ที่ใช้งานด้วยเนี่ย อุปกรณ์ช่างเฉพาะแล้วก็ทำให้การติดตั้งระบบค่อนข้างยาก ต้องอาศัยผู้เ****วชาญ ระดับหนึ่งนะคะบางครั้งถ้าเล่นอินเตอร์เน็ต นะคะ มันก็จะเกิดการหน่วงเวลาหรือว่าดีเลย์ เพราะว่า Address ของคนในองค์กรบางทีมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ มันก็ทำให้เกิดกาลเวลานักศึกษามาถึงเรียกว่าแรด ตกบ้าง บางทีมันไม่ได้เป็นกับ สมรรถนะของอุปกรณ์ที่คุณใช้บางทีมันเกิดขึ้นจากการที่อินเตอร์เน็ตมีคนใช้เวลา ใช้ ทำงานร่วมกันในเวลานั้นพร้อมกันหลายๆคน แล้วไม่มีการสับเปลี่ยน IP Address ขึ้นมา มันก็เลยทำให้คุณรู้สึกว่าเล่นเกมทำไมมันกระตุก หรือทำงานหรือว่าดูคลิปวีดีโอทำไมมัน ขา อันนี้ก็ส่วนหนึ่งของการที่ มันจะมีการดีเลย์ในการเปลี่ยน IP Address ให้ในองค์กร ต่อมาไฟบ่ เนื้อหาที่จะเรียนไฟวอ 25 ข้อ เกี่ยวกับการหลักการทำงานใน Application ของในระดับ Transport layer แล้วก็ระดับ Network layer นะคะ ไฟร์วอลล์คืออะไร ถ้าเรา เปรียบเทียบ Firewall กับการรักษาความปลอดภัยภายนอกนะคะทางด้านกายภาพของคอมพิวเตอร์ก็จะเหมือนกัน การที่เราล็อคประตู แล้วมีคีย์การ์ดมีบัตรผ่านเข้าออก มียามเฝ้า ถ้าคุณไม่มีบัตรผ่าน คุณก็ไม่สามารถเข้าหรือไม่สามารถออกได้ หน้าที่หลักของ Firewall มีอยู่ 2 แบบ อันแรกก็คือการกรอง การจราจรทางเครือข่าย นะคะ พี่ เข้ามา ในเครือข่ายภายใน ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันมาจาก ภายนอกอยู่แล้ว ถ้าสิ่งที่ภายนอกจะเข้ามาจะต้องผ่าน รอก่อนคัดกรองก่อน นะคะหลังจากนั้นก็จะมีการควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์ไม่ใช่ควบคุมแค่ภายนอก ไปไหนก็ควบคุม เช่น สมมุติว่ามหาลัยเรา เห็นนักศึกษาเล่นติ๊กต๊อกเยอะ ถามว่ามหาลัยล็อคได้ไหมไม่ให้ใช้ติ๊กต๊อก ได้ โดยใช้ไฟวอล ไม่เล่น Facebook ก็ล็อกไม่เล่น Facebook ทำได้ เว็บไซต์ไหนไม่เหมาะสม เราสามารถตั้งค่า Firewall ไม่ให้เขาสามารถ ออกไปดูได้ ซึ่ง การลงทุนกับการติดตั้ง Firewall เนี่ย เราก็ต้องวิเคราะห์ว่ามันสัมพันธ์กับความเสียหายที่ อาจจะเกิดขึ้นจากการโจมตีทางเครือข่ายไหม นะคะบางคนบอกว่าไม่มีก็ได้ไม่เป็นอะไรหรอก มันจะมีไฟวอลที่เป็นมาตรฐานที่ติดตั้งมากับ ระบบปฏิบัติการ Windows อยู่แล้วไม่ต้องติดตั้งเพิ่มเติมก็ได้แต่บางคนก็ พูดว่า ถ้าไม่มีไฟวอล ถ้าใครเล่นเกมออนไลน์บางคนเขาจะปิด Firewall ไว้ เพราะว่ามันก็จะมีโปรแกรมส่วนเสริมต่างๆเนี่ย มันจะใช้งานไม่ได้เพราะว่าไผบ่แม่นจะมองเห็นว่าเป็น ภัยคุกคามหรือเปล่า มันจะไม่เข้า ไม่ใช้งาน ซึ่งสว ถ้าสมมุติเราปิด หรือเราลบออกเราไม่อยากให้มันมี เขาบอกว่าเหมือนกับเราเปิดประตูบ้านทิ้งไว้ นะคะ เราไม่มีรั้วบ้าน บางคนบอกว่ามีรั้วขโมยมันก็เข้าได้อยู่ดี ฉันเบื่อกับการมีไฟวอถามว่าบางทีถ้า เป็นคนที่มีความสามารถสูงในการ บุกรุกเครือข่ายเนี่ยเขาทำได้ไหมทำได้ แต่มันจะคุ้มเวลาให้เขาทำได้ช้าลง เราอาจจะรู้ตัวแล้วก็ป้องกันได้เร็วขึ้น นี่ก็ดีกว่าไม่มี หรือบางคนบอกว่า Firewall Windows มีแล้วก็เหมือนมีกุญแจล็อคบ้าน 1 ชั้น บางคนบอกว่าอยากให้ปลอดภัยมากกว่านั้นก็เหมือนเราคล้องกุญแจเพิ่มอีก ก็แล้วแต่ การลงทุน นะคะหรือการให้ความสำคัญกับ Firewall ขององค์กรนั้นๆ โดยการตั้งค่ารูปแบบการเชื่อมต่อของ Firewall เป็นปราการด่านแรกนะคะเหมือนรั้วบ้านเรานี่แหละ ไม่ว่าจะเข้าหรือออก ถ้าเป็นจากภายนอกก็จะเป็นทางอินเตอร์เน็ต นะคะเครือข่ายสำนักงานต่างๆหรือด้วยตัวคอมพิวเตอร์เอง ใครวะเนี่ยเป็นเหมือน ยามเฝ้าประตู 5 โดยทั่วไปแล้วถ้าเรามีการเปิด การใช้งาน Firewall พี่มีมาตรฐานเพียงพอในการรักษาความปลอดภัย ถ้าเป็นข้อมูลที่ ไม่มีปัญหาอะไรเป็นข้อมูลที่ปลอดภัย มันก็จะอนุญาตให้สามารถทำการสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ แต่ถ้า ข้อมูลนั้น ไฟวอมันคัดกรองแล้วว่า มันไม่มั่นใจว่าข้อมูลที่ส่งมาหรือโปรแกรมที่กำลังจะพยายาม เปิดขึ้นมา ไม่น่าเชื่อถือมันก็จะสั่งปิดกั้นแล้วก็หยุดกระบวนการนั้นๆทันที นี่คือความสามารถเข้าๆของ ต่อมาเป็นโปรโตคอล tcp IP นะคะหรือว่าเป็นข้อตกลง ในการเชื่อมต่อละกัน ตัวละครพีพีเนี่ยนะคะ มันจะใช้งานร่วมกับ ไฟร์วอลล์ Firewall เนี่ยจะใช้ข้อมูลจาก Package ข้อมูล แล้วพิจารณาว่าจะข้อมูลต่างๆเนี่ยเวลาเขาส่งมาทางเครือข่าย เขาจะแพ็คมาเป็นก้อนคล้ายๆกับหอพัสดุมาให้เรา เขาเรียกว่า Package ก่อนที่จะใช้ข้อมูลเขาจะพิจารณาว่ากล่องที่คุ้มข้อมูลนะเนี่ย มันน่าเชื่อถือไหมจะอนุญาตให้ผ่านหรือเปล่า การควบคุมการเข้าถึง Firewall เนี่ยมันเลยทำได้หลายระดับ หลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับชนิดแล้วก็เทคนิคที่เอามาใช้นะคะ จะให้กำหนดว่าให้มันมีการให้บริการอะไรได้บ้าง ให้สามารถใช้อินเทอร์เน็ต ที่ไหนได้บ้างหรือข้อมูลจากตรงไหนที่จะอนุญาตให้สามารถเชื่อมต่อกับเราได้ ไอ้ตัวที่ CP เนี่ย มันเป็นข้อตกลงหรือเป็นทางคอมพิวเตอร์บทละครนะคะ ข้อตกลงในการสื่อสารภายในเครือข่าย ส่วนบุคคล นะคะ ตัวอินเทอร์เน็ต คือใช้ในภายในองค์กรก็ตัวเ***ทราเน็ตก็คือใช้ระหว่างองค์กร ถ้าติดต่อกับภายนอกก็ใช้อินเทอร์เน็ต โดย tcp IP เนี่ยมันจะมีอยู่ 4 ชั้นนะคะสีเบเยอร์ Application layer Transport layer Network layer แล้วก็ Network Interface นี่คือสิ่งที่ 4 tcp ทำงานร่วมกัน สีเบเยอร์ มันจะมีตัวละครที่เกี่ยวข้องอีกเช่น OSI model หรือ OSI layer ก็จะมีอยู่ 7 layer เมื่อกี้ที่พี่มีสีเบเยอร์ 5 OSI 7 layer เบอร์โทรไอ้เนี่ยมันก็จะ อธิบายถึง แนวคิด คุณสมบัติพิเศษมาตรฐานการทำงานของการสื่อสาร แบ่งการทำงานอินเทอร์เน็ตเป็นชั้นๆ ออกแบบมาเนี่ยก็จะ มาตรฐานปัจจุบันก็ยังใช้อยู่นะคะเป็นมาตรฐานในการพัฒนาเครือข่ายการสื่อสารข้อมูล ซึ่ง บรรจุไปด้วย 7 ชั้นหรือ 7 layer เนี่ยก็จะมีหน้าที่การทำงานแตกต่างกันไป อันนี้เป็นการเปรียบเทียบระหว่าง tcp IP ที่มี 4 ชั้นก็จะมี 7 ฉัน นะคะ โดย tcp เนี่ยมีแนวคิดพื้นฐานที่แตกต่างจาก OSI คือ มันไม่มีพื้นฐานการสื่อสารในการสนทนา นะคะมันจะใช้เครือข่ายสากลแทน ที่ทำหน้าที่ในการเคลื่อนย้ายกำหนดเส้นทาง ให้กับข้อมูล เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ระหว่าง 4 ชั้น 7 ชั้นของทั้งสองโมเดลจะเห็นว่ามีบางฉัน ที่เราสามารถกำหนดคุณสมบัติได้ใกล้เคียงกัน แต่บางท่านก็ไม่ได้ใกล้เคียงกันเลยก็มี บางชันก็ไม่สัมพันธ์กันเลย ก็อยู่ที่ว่าการทำงานของเรามันเหมาะสมกับการทำงานแบบไหน ต้องการความละเอียดหรือว่าต้องการความรวดเร็วในการสื่อสาร แล้วแต่นโยบายขององค์กรนั้นๆที่เขาจะเลือกใช้โมเดลไหน ซึ่งการรับส่งข้อมูลใน tcp IP เนี่ยมันจะเป็น เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่มีการส่งแบบเฉพาะเจาะจง นะคะมันจะมีการกำหนดชุดของขั้นตอนการทำงาน แล้วก็กฎระเบียบที่ ต้องทำการตกลงกันไว้แต่แรก คอมพิวเตอร์ พี่จะส่งข้อมูลระหว่างกันจะต้องใช้ ข้อตกลงเดียวกันหรือว่าใช้โปรโตคอลเดียวกันใช้ระเบียบเดียวกัน จะต้องมีการกำหนดเฮดเดอร์ Header ก็คือ ก่อนที่เราจะส่งข้อมูลไปเนี่ย อย่างที่อาจารย์บอกเขาจะแพ็คให้เป็นเหมือนพัสดุ กูจะต้องแปะ หัวข้อหรือแปะ รายละเอียดในการส่งทุกครั้ง ส่งให้ใครครั้งที่ 1 เขาก็จะแปะข้อมูลว่าเขาได้รับแล้วครั้งที่ 2 ก็จะไปอันที่ 2 ครั้งที่ 3 ก็จะแปะที่ 3 ใกล้ๆกับ ถ้าพูดง่ายเห็นภาพคือการส่งหนังสือราชการ ใครเป็นคนรับคนแรกเซน ใครเป็นคนรักคนที่สองเซ็นให้เป็นคนอ่านคนที่ 3 เส้น ไปเรื่อยๆ ทุกคนต้องเซ็น อ่านแล้วก็ต้องเซ็นรับทราบ อันนี้เป็นต้น โดยกระบวนการสื่อสารหลักนะคะ ก็จะอนุญาตให้ Package หรือพัสดุ ผ่านการคัดกรองแล้วผ่านไปได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะพิจารณาในส่วนของ Header ในระยะที่ 3 ละครต่อมาหรือข้อตกลงต่อมาในระดับ Application นะคะก็จะเป็นชั้นบนสุด เป็นฉันขี้ ปุ้ยไงคือมันเป็นส่วนของการทำงานหน้าจอ Interface เราสามารถมองเห็นข้อมูลได้มองเห็นการสั่งงานได้ โปรโตคอลที่ใช้งานบ่อยๆก็จะเป็นพวก domain name Server dns นะคะ http https smtp pop3 imap นะคะ snmp เนี่ยพรุ่งนี้จะเกี่ยวข้องกับการส่ง email ftp ก็คือ file transfer protocal เนี่ยจะเป็นเกี่ยวกับ การส่งข้อมูลที่เป็นไฟล์ ระหว่างกัน bns โดเมนเนมทำหน้าที่คล้ายๆกับสมุดโทรศัพท์ ถ้าเราต้องการจะสื่อสารกับคอมพิวเตอร์ในเครื่องอื่นในเครือข่าย เราก็ต้องไปสอบถามไอ้พี นะคะ ที่ domain name Server ก่อน ถ้ามันไม่มีข้อมูล หาให้ไม่ได้ ไม่ได้จดไว้ ก็จะต้องค้นหาข้อมูลอาจจะลองของที่ Server อื่นก็ได้ ฉันอยากส่งข้อมูลไปบริษัทนั้น IP Address คืออะไร เวลาคอมพิวเตอร์ ส่งข้อมูลหากันเขาจะไม่ดูว่าชื่อเว็บอะไร มันจะเอา IP Address ของเว็บนั้นๆลิงก์ไปที่เครื่อง Server ที่เก็บข้อมูลอยู่ เหมือนเขาอยาก ดูข้อมูล ราชภัฏสกลนคร คอมพิวเตอร์มันไม่ได้หาเจอคำว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร dot ac.th ไม่ใช่ มันจะต้องไปดูว่าเว็บไซต์ของมหาลัยเราเนี่ย คือ IP Address อะไร แล้วมันถึงจะเข้าไปดูข้อมูลใน Server ที่ IPS นั้นชี้ทางไป ประมาณเป็น http มันจะเป็นการรบส่งข้อมูลและส่งไฟล์ Gmail ก็คือภาษาที่เราใช้เขียนเว็บนั่นแหละ ซึ่งตัว http เนี่ยมันก็ทำงานแบบ client Server เครื่องแม่ข่ายกับเครื่องลูกข่าย มี Host ทำงานที่เรียกว่า คือแม่ขาย Server นะคะเป็น web Server ให้บริการในส่วนของการให้ข้อมูลให้บริการข้อมูลเว็บ ส่วนเครื่องลูกข่าย จะเป็นโปรแกรมพวก Web Browser Google Chrome internet explorer จะเป็นตัวที่ร้องขอ ให้ เครื่อง Server แสดงข้อมูล html นานๆ ให้เราดูหน่อย เราร้องขออะไรไป Server ก็จะส่งข้อมูลนั้นกลับมาแสดงผลให้เรา ซึ่งเป็น https นะคะก็คือเพิ่มความปลอดภัยอันนี้เราเคยพูดแล้ว นะคะว่าเป็นการเข้ารหัส ข้อมูลเพิ่มขึ้นระหว่าง Server กับ Browser ให้ใช้งานได้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้นจาก http ธรรมดานั่นเอง ประมาณเป็น smtp ก็จะเป็นเกี่ยวกับการส่งรับส่งอีเมล ไอ้ตัว smtp เนี่ยก็จะทำหน้าที่ส่งอีเมลจากเซิร์ฟเวอร์ ของผู้ส่ง ไปยังเซิร์ฟเวอร์ของผู้รับ นะคะส่วนมากจะเป็นเกี่ยวกับ Server Gmail ระหว่างองค์กรหรือภายในองค์กรเขาจะนิยมใช้ตัวแบบนี้ นะคะ ต่อมาเป็นป๊อปนะคะ ก็จะเป็นข้อตกลงในการ ใช้อีเมลในส่วนของเครื่องลูกข่าย เช่นถ้าบางบริษัทตอนนี้ก็ยังใช้ โปรแกรม Microsoft Outlook ในการดูข้อมูลอีเมล มาเก็บไว้ที่ Server เก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ได้เลยไม่จำเป็นจะต้องเปิดผ่านเว็บทุกครั้งแค่คุณเปิด โปรแกรมนี้ขึ้นมาคุณก็สามารถอ่านอีเมลได้ แม้จะไม่มีอินเทอร์เน็ตมันก็ยังดึงข้อมูลมาเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์เราแล้ว ก็สามารถดูตอนไหนก็ได้ ประมาณเป็น imap ก็จะเป็นข้อตกลงในการ จัดการ ข้อความ เช่นสร้างโฟลเดอร์จัดเก็บอีเมลได้ แสดงรายละเอียดว่าอีเมลนั้นได้ถูกเปิดอ่านแล้วหรือยังเช่นการทำงานของ Gmail อีเมลของ Google น่ะค่ะตอนนี้ก็ คุณก็สามารถสร้างโฟลเดอร์ได้ บางอันเรายัง เราอ่านแล้วเราไม่สนใจ เราอาจจะทำเป็นเครื่องหมายว่าอ่านแล้ว จริงๆไม่ได้กดอ่านก็ได้อะไรเงี้ยนะคะ อันนี้เป็นสถาปัตยกรรมของกัน ส่ง email นะคะก็ทำงานร่วมกันทั้ง smtp แล้วก็ Pop รวมถึงไอ้แหม่มทั้ง 3 ส่วนนี้สามารถทำงานร่วมกันได้นะคะเพราะว่า Server ในปัจจุบันเนี่ยมันให้บริการ ครอบคลุมไม่ว่าคุณจะใช้บริการอีเมลชนิดไหน Server ก็สามารถจัดการรับส่งข้อมูล อีเมลให้คุณได้ ไอ้หนูแก่นเมื่อก่อนไม่ต้องระบุเลยว่าคุณจะใช้อุปกรณ์อะไรในการรับส่งอีเมลนี้ไม่ต้องนะคะคุณสามารถใช้ ละครเลย นะคะก็จะเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูล ในการจัดการเครือข่ายของอุปกรณ์ต่างๆ ช่วยให้ผู้ดูแลระบบเนี่ยสามารถจัดการระบบเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วก็สามารถ ติดตามวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นภายในระบบได้ด้วย นะคะมันจะมีการส่ง ข้อมูลส่งแจ้งเตือนอะไรกลับมา นะคะ ตอบมาเป็น ftp นะคะมันจะใช้สำหรับการถ่ายโอนไฟล์ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ 2 ขึ้นไป จะต้องมีการกรอก username Password เพื่อยืนยันตัวตน เพราะว่ามันจะเป็นการส่งข้อมูล หากัน ช่างโดยตรง นะคะ ถ้าเป็นเมื่อก่อนเนี่ย เวลาเรา อัพโหลดข้อมูลจริงๆแล้วเวลาทำเว็บไซต์คุณก็ต้องติดตั้งโปรแกรมที่สามารถ ใช้งาน ftp ตัวนี้ได้ เช่นเราจำข้อมูลขึ้นไปบนเว็บไซต์เมื่อก่อนนะตอนนี้ตอนนี้เครื่องมือเราใช้เยอะมาก ใช้เครื่องมือสำเร็จรูปก็เยอะแต่เมื่อก่อนมันไม่ใช่ มันจะต้อง มีการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์โดยตรง เพื่อนำการอัพโหลดข้อมูลขึ้นไปหรือดึงข้อมูลออกมา เราก็ใช้ตัว ftp นี่แหละเป็นตัวกลางในการ อัพโหลดหรือดาวน์โหลดข้อมูลนะคะ ประมาณเป็นระดับชั้น Transport layer นะคะ มีการเชื่อมต่อแบบโพสตอบกูเสร็จก็คืองานแต่งงาน มีการใช้พอร์ตใช้ socket ซึ่งในตัว Transport layer เนี่ยจะมีตัวละครหลักที่ใช้งานอยู่ 2 ตัวคือ tcp utp นะคะ ตัวที่ๆเนี่ยเมื่อกี้มันเป็น tcp ใช่ไหมคะมันจะคนละอันกันนะ อันนี้บัญชีเฉยๆ จะเป็นการเชื่อมต่อแบบ ส่งข้อมูลที่เชื่อถือได้มีการรับประกันข้อมูลว่าถึงปลายทางแน่นอน ถ้าข้อมูลที่มีขนาดใหญ่มากๆ เขาจะแบ่ง Package หรือแบ่งกล่อง เป็นกล่องใหญ่ๆ แต่ตัว tcp เนี่ยจะเป็นคนที่คอยทำหน้าที่ควบคุมว่าคุณย่อยเป็น 3 กล่อง พี่จะเป็นคนควบคุมว่า 3 กล่องนี้จะต้องถูกส่งไปให้ถึงผู้รับ เหมือนกัน แล้วพอถึงปลายทางมันจะมีตัวที่ CP นะคะคอยรวม 3 กล่องใหญ่ให้กลายเป็นกล่องเดียว เปิด LINE เปิดข้อมูลอ่านได้หรือเปิดข้อมูลดูได้ ซึ่งการสร้างการทำงานของตัว tcp เนี่ยเขาจะเรียกว่า ทีวี aconatic ส่งไปส่งกลับ 3 ขั้นตอน อันแรก ถ้าเราจะส่งข้อมูลเราจะต้องส่งข้อความไปบอกก่อนว่าเราต้องการจะส่งข้อมูลนะ ปลายทางได้รับคำตอบกลับมาพร้อมกับรหัส ที่จะใช้รับหรือส่งข้อมูล เขาส่งกลับมาต้นทางก็จะแพคเกจ ที่เรามีที่ต้องการจะส่งใส่รหัส อยู่ไสเฮ็ดเด้อ ที่เขาส่งกลับมาให้เรา เพื่อเป็นการยืนยันว่า เต่า เป็นคนที่ต้องการจะสื่อสารกับเขาจริงๆ 5 ทำให้ครบ 3 ข้อนี้ ก็จะเริ่มกระบวนการรับส่งข้อมูลจริงเกิดขึ้น ลักษณะการทำงานจะเป็นวันนี้ร้องขอไปก่อน ขอร้องขอไปปุ๊บเขาจะส่ง รหัสกลับมาเพราะส่งรหัสกลับมาก็แปะไปที่ Package แล้วก็ส่งกลับไป ทำแบบนี้นะคะในกระบวนการรับส่งจะมี 3 ขั้นตอน เรียกว่า TV Hand Shake นะคะ โตมา udt อันนี้จะตรงข้ามกับ tcp จะเป็นการส่งที่รวดเร็ว ทำได้เร็วกว่าไม่ต้องรอไม่ต้องร้องขอ ส่งเลย แต่เชื่อถือไม่ได้ ไม่รู้ว่าเขาจะได้รับไหมไม่รู้เขาจะตอบกลับหรือเปล่า ข้อดีคือมันส่งได้เร็ว ส่วนมากเขาจะเหมาะกับการที่เป็นข้อมูลแบบบอร์ดแคชก็คือส่งไปเลยใครได้รับก็อ่าน ก็ไม่เป็นไร เหมือนกันกระจายข่าว ใครเนี่ยไม่หลับไม่รู้ นะคะคุณไปก่อน ไม่มีการการันตีว่า การสื่อสารนี้จะ มีคนตอบรับไหมไม่สน นะคะ ตัวที่ตีเนี่ย มันเลยมีความน่าเชื่อถือมากกว่าเลยนิยมใช้บนอินเตอร์เน็ตมากกว่า กลับอยู่ดีๆเนี่ย ทำงานก็ทำงานเสร็จเหมือนกันแต่ไม่รู้ว่า ถูกไหม ผิดหรือเปล่าไม่สน ข้อมูลที่ส่งไปแค่ให้มั่นใจว่ามันไม่ได้เสียหายไปนะ ขอข้อมูลไม่เสียหายอะไรก็ส่งไปเลย ไม่สนว่าจะมีอะไรตกหล่นหายไประหว่างทางหรือเปล่า ข้อผิดพลาดอะไรเยอะกว่าแต่มันส่งได้เร็วกว่าข้อดีมีแค่นี้ ต่อมาเป็นการสื่อสารในระดับ Network นะคะก็จะมี การศึกษาหลักก็คือไอพีและก็ไอซีเอ็มพี ไอ้พี่ก็เกี่ยวข้องกับการรับส่งให้เกดอยู่แล้ว icmp เนี่ยก็ใช้วิเคราะห์แล้วก็บริหารจัดการเครือข่ายอันนี้จะอยู่ในชั้นเดียวกัน ดู IP internet ปตทนะคะข้อตกลงในการ การที่อยู่บนอินเทอร์เน็ต ก็จะเป็นทั้ง รับส่ง แพ็คเกจต่างๆค้นหาเส้นทางในการสื่อสารนะคะ อันนี้ก็จะเป็นการให้บริการแบบ Connection rate เมื่อคืนไม่สน จะถึงไหมไม่ถึงไม่รู้ นะคะเป็นหน้าที่ของคนอื่นที่ต้องรับผิดชอบไปฉันมีหน้าที่ส่ง คุณค่อยมาเช็คเอาท์ฉันส่งถูกไหมอะไรอย่างนี้นะคะ ดังนั้นการแก้ปัญหาก็คือ เขาเลยให้ทำงานร่วมกับ PC เลย เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลถึงแน่นอน ไอ้พีมันก็เลยเหมือนแบบเป็นการส่งจดหมายแบบธรรมดา ไม่รู้ถึงตอนไหนอ่ะส่งไปเลย ความเร็วส่งไปแล้ว ไม่สนแล้วเขาจะรับตอนไหนไม่รู้นะคะพี่ๆก็เลยมาช่วย เอาจากจดหมายธรรมดาเพิ่มลงทะเบียนให้นิดนึง เพื่อการันตีว่าถึงแน่นอน นะคะอุปกรณ์ที่ใช้ในการกำหนดเส้นทางเราจะเรียกว่า Router ตัวไอซี MP เนี่ยมันก็จะเป็นตัวที่ คอยรายงานข้อผิดพลาด ที่เกิดขึ้นระหว่างการ ส่ง ข้อมูลที่เป็น Package ต่างๆ นะคะก็คือ มันจับ แจ้งข้อผิดพลาดของเครือข่าย นะคะ แจ้ง ถ้ามีการใช้งานเครือข่ายเป็นปริมาณมากๆ ผิดปกติ นะคะเป็นตัวที่ช่วยค้นหาข้อผิดพลาดเช่นการเชื่อมต่อตัวนี้ มันเชื่อมต่อกันได้หรือเปล่าโดยใช้คำสั่ง Ping นะคะเช่น ยิงไปหาคนนั้นสิเขา จะได้รับข้อมูลเราหรือเปล่าเขาออนไลน์อยู่ไหม รวมถึงการแจ้งการหมดเวลา ว่าในการสื่อสารครั้งนี้เขากำหนดเวลาไว้เท่าไหร่ เกินเวลาหรือยัง โดยข้อตกลงในการเชื่อมต่อเครือข่ายเนี่ยมันก็จะมีวิธีการแล้วก็ การทำงานบนลิงค์ต่างๆนะคะ การเชื่อมต่อเครือข่ายเนี่ยเราจะมองคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่องอุปกรณ์แต่ละอันเนี่ยเรียกว่าโหนด กลอนเป็นก้อน นะคะโดย ประกอบด้วยทั้ง ethernet แล้วก็ตัวอัพเน็ต นะคะ หน้าที่หลัก ก็จะเป็นการสื่อสารในแต่ละโหนดหรือแต่ละจุดที่กำหนดไว้ ให้เป็นไปตามเส้นทางที่เรากำหนด ผู้รับก็ทำงานในทางกลับกันก็คือรอรับข้อมูล แล้วก็ส่งไปกับโปรแกรมให้ฉันในการแปลงข้อมูลชั้นสูงขึ้นไป ที่ใช้ทำงานร่วมกัน ก็จะมีการรับส่งข้อมูลแบบนี้จากชั้นล่างสุดก็ค่อยๆส่งขึ้นไปชั้นบนสุด อินเทอร์เน็ตคืออะไร เป็นที่เครือข่ายหลักของ เทคนิคกรุงเทพนะคะ แล้วก็เป็นเครือข่ายที่ ใช้ภายในองค์กรหรือในท้องถิ่นมากที่สุด ทั้งที่นี่ไม่ใช่บ้านหนูนะ มันจะหมายถึงโลโก้ อาหารก็คือ การใช้งานเครือข่ายภายในองค์กรนั่นแหละ นะคะ หรือว่าที่เราใช้กันตอนนี้ก็คือ Nan Local area Network มีการรับส่งแบบ succeed ก็คือเป็นการตรวจสอบการขับข้างของการสื่อสารข้อมูลแบบคอขวด ข้อมูลเหมือนถนนน่ะค่ะวิ่งมา 8 เลนอยู่ดีๆเหลือ 2 เลน รถมันก็ต้องมาออกกันตรงปากขวดจะขายก็แล้วแต่นะแต่ขวดขวดข้างล่างมันกว้าง ปากขวดมันแคบ ขอน้ำจริงๆแล้วๆ ออกไม่เร็วเหมือนแก้วน้ำแก้วน้ำปากกับครูแก้วมันเท่ากัน น้ำไหลออกหมดพร้อมกัน ไอ้ตัวอินเทอร์เน็ตเนี่ย มันจะมีตัวที่ช่วยจัดการก็คือถ้าสมมุติว่าปริมาณคนใช้งานมากๆสักพัก โดนบีบให้เหลือ 2 เลนมันจะแก้ไขปัญหานั้นยังไง นะคะ ตอบมาตัวอาบนะคะ หรือเป็นวิธีการที่ใช้ในการค้นหา Mac address Mac address จะเป็น หมายเลข 1 นะคะ แก้ไขบัตรประชาชนของเครื่อง ก็จะ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง จะเป็นตัวเลขที่แต่ละเครื่องไม่เหมือนกัน เป็นอีกตัวนึงที่ไว้ในการยืนยันว่าต้นทางปลายทาง เป็นคนที่เราต้องการส่งข้อมูลจริงไหม ร้องขอ IP Address แล้วตัวคับเนี่ย ร้องขอ Mac address มาเพื่อ ระบุตัวตนอีกครั้งหนึ่งเหมือนกัน วันนี้เลยมีงานให้ทำนะคะจะให้หาข้อมูลเพิ่มเติมวันนี้ ทำเป็น ท้ายบทเนาะทำวันนี้ก็น่าจะเสร็จ ลองหาข้อมูลเพิ่มว่าไอ้ตัว static แนทกับ Dynamic แนทเนี่ย ไม่มีการทำงานยังไงบ้างนะคะ แล้วไอ้ตัวที่ตีกับ OSI model เนี่ย ข้อดีข้อเสีย เป็นยังไงนะคะ smcp อธิบายไปแล้วมันคืออะไรทำงานยังไง stp ลองหาดูสิว่านอกจากส่ง รับส่งข้อมูล ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วมีอย่างอื่นอีกไหม CTX พูดยังไงไม่เข้าใจ ไม่มีคนอื่นที่ไฟล์เป็นรูปภาพไม่เข้าใจมากกว่านี้หรือเปล่า ลองหาดู นะคะ ทำในห้องน่าจะเสร็จเดี๋ยวทำส่งใน classroom เหมือนเดิม ก็ทำใน Word ก็เอา 5 ข้อนี้แหละ เริ่มทำเลยเดี๋ยวอาจารย์เดินดูด้วย