2 ใจความสำคัญของข้อความ 1 1 หรือย่อหน้า 11 ส่วนมากจะมีเพียงประการเดียว 3 ใจความสำคัญส่วนมาก มีลักษณะเป็นประโยค อาจจะเป็นประโยคเดียวหรือประโยคซ้อนก็ได้ในบางกรณีใจความสำคัญ ไม่ปรากฏเป็นประโยค เป็นเพียง ตามที่แฝงอยู่ในข้อความนั้น ๆ ก็ได้ ข้อที่ 4 ได้ความสำคัญที่มีลักษณะเป็นประโยคส่วนมากจะปรากฏอยู่ต้นข้อความนะครับ การพิจารณาใจความสำคัญ ใจความสำคัญจะปรากฏอยู่ในตำแหน่งของข้อความดังต่อไปนี้ นักเรียนดูพี่ล่ามด้วยนะ คุณครูจะพูดไปแล้วก็ให้นักเรียน ดูพี่ล่ามด้วยนะครับ พี่น่าจะอธิบายให้นักเรียนเป็นภาษามือเนาะอ่านนะคะ แต่ความสำคัญจะปรากฏอยู่ในตำแหน่งของข้อความดังต่อไปนี้ 1 . ความสำคัญที่ปรากฏอยู่ในแต่ละย่อหน้า ดังนี้ 1.1 ใจความสำคัญอยู่ในตำแหน่งต้นของย่อหน้า และมีรายละเอียดวางอยู่ในตำแหน่งถัดไป 1.2 ใจความสำคัญอยู่ในตำแหน่งท้ายของย่อหน้าโดยกล่าวถึงรายละเอียดต่าง ๆ อย่างคุมๆ ไว้ก่อนตอนต้น 1.3 ใจความสำคัญ อยู่ในตำแหน่งต้น และท้ายย่อหน้า มีรายละเอียดอยู่ตรงกลาง 1.4 ใจความสำคัญอยู่ในตำแหน่งกลางย่อหน้า มีรายละเอียดอยู่ตอนต้นกับตอนท้าย 2. การอ่านจับใจความสำคัญที่ปรากฏรวม อยู่หลาย ๆ ย่อหน้ามีหลักสำคัญของการปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้ ให้นักเรียนอ่าน 1. ให้นักเรียนอ่านคร่าว ๆ พอเข้าใจ 2. อ่านให้ละเอียด 3.อ่านแล้วถามตัวเองว่าเรื่องนี้มี ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร คุณครูจะยกตัวอย่างนะครับ จะยกตัวอย่างเรื่อง คุณครูจะพูดบทความประโยคที่ คุณครูจะพูดต่อไปนี้ละก็จะอธิบายว่าแต่ความสำคัญของของประโยคตรงนี้คืออะไร อย่างเช่น นักเรียน ชั้น ม. 4/2 ได้เดินทางไปเที่ยว ที่จังหวัดโคราช ไปเจอช้างตัวใหญ่มาก และช้างกำลังตกมัน ทำร้ายชาวบ้าน นักเรียนจึงแจ้งตำรวจเพื่อที่จะไปช่วยเหลือชาวบ้าน ใจความสำคัญของเรื่องที่คุณครูพูด คือใครครับ ใครก็คือ มีใครบ้างมีนักเรียนชั้น ม. 4/2 ถ้ามีนักเรียนชั้น ม. 4/2 แล้วก็ใครอีกครับ มีชาวบ้านมีใครอีกมีช้าง3คนนี้ทำอะไรล่ะก็คือนักเรียนชั้นม 4/2เดินทางไปเที่ยว เลยไม่เห็นช้าง ช้างกำลังทำร้ายชาวบ้านทั้งสองก็เลยแจ้งตำรวจเพื่อที่ จะให้ไปช่วยชาวบ้านนี่แหละครับ คือใจความสำคัญของข้อความที่ คุณครูบอกไป อย่างเช่น ถ้านักเรียนอ่านสื่อสิ่งพิมพ์ การซื้อออนไลน์ หรืออ่านหนังสือนักเรียนจะเห็นว่าข้อความเต็มหน้ากระดาษเลย นักเรียนจะทำอย่างไรให้นักเรียนเข้าใจได้ง่าย ๆ นักเรียนจะต้องท่องอยู่ในใจเสมอว่าไม่หมดความตรงนั้นน่ะได้แต่ต้องรู้ว่า เรื่องนั้นจะมีจะต้องหาอะไรครับ ต้องหาว่า ต้องถามตัวนักเรียนเองก่อนว่าในเรื่องที่เรียนอ่านน่ะ มีใครทำอะไรที่ไหน อย่างไร นักเรียนก็จะได้รู้ว่าสิ่งที่เขากำลังบอกในบทความในบทความหรือประโยคนั้น ๆ น่ะ มันหมายถึงอะไร แล้วก็วิธีการจับใจความสำคัญของประโยค หรือบทความของที่นักเรียนได้เห็นนะครับ นักเรียนสามารถใช้ปากกาสีแดงหรือสีต่าง ๆ เพื่อเน้นเห็นความสำคัญเน้น เน้นข้อความที่สำคัญเพื่อให้เข้าใจได้ง่าย ๆ หรืออาจที่เราเรียกเป็นปากกาเน้นคำครับผม ปากกาเน้นคำที่มันเป็นสี ๆ เราจะสามารถใช้ปากกาเน้นคำตัวนั้นขีดตรงประโยค หรือข้อความตรงนั้นเพื่อให้มันเด่นชัดขึ้นมา แล้วเราจะสามารถเห็นได้ชัดเจนครับผม นักเรียนเห็นกระดาษที่คุณครูให้ไหมครับ โอเค นักเรียน ทีนี้คุณครูจะอ่าน แล้วก็ให้นักเรียนเขียนลงในกระดาษนะ ให้เขียนแล้วก็ให้ตอบคำถามจากประโยค ที่คุณครูให้ไป ว่าประโยค มันกล่าวถึงเรื่องใด สาเหตุของการนอนไม่หลับโดยมาก ไม่ใช่โรคภัยไข้เจ็บ แต่เป็นเพราะฟุ้งซ่าน และความเคยชินที่นี่คำถามนะ คุณครูจะถามว่าประโยคที่กล่าวมาน่ะเขากล่าวถึงเรื่องอะไร ให้นักเรียนเขียนลงกระดาษ นักเรียนเดิน เดินออกไปสื่อสารได้เลย ให้นักเรียนคัดลอกข้อความบนกระดาน คัดลอกข้อความบนกระดานลงในสมุดใช่ไหมครับอาตารย์ ใช่ครับ ใช่ครับ ใช่ครับ โอเคนะครับ ประโยคที่คุณครูให้นักเรียนเขียน ลงในสมุด กระดาษของนักเรียนนะครับ ก็เดี๋ยวคุณครูจะอ่านให้ฟัง 1 รอบ แล้วก็มาบอกกันว่าใจความสำคัญของประโยคนี้คืออะไร เขากำลังพูดถึง เรื่องอะไรนะครับ คุณครูจะอ่านให้ฟังนะ สาเหตุของการนอนไม่หลับ โดยมากไม่ใช่โรคภัยไข้เจ็บ แต่เป็นเพราะฟุ้งซ่าน และความเคยชินประโยคที่คุณครูอ่าน เขากล่าวถึงเรื่องอะไรครับ เขากล่าวถึงเรื่องอะไรครับ นักเรียนตอบได้ไหม เขากล่าวถึง นักเรียนดูใจความสำคัญของของประโยคนี้นะ และความสำคัญของประโยคนี้ก็คือ อยู่ส่วนอยู่ตอนต้นย่อหน้าแรก ของประโยค ก็คือสาเหตุของการนอนไม่หลับ เขากำลังพูดสาเหตุของการนอนไม่หลับ ส่วนอื่น ๆ จะเป็นตัวที่ไปขยายของคำว่าสาเหตุที่นอนไม่หลับ เพราะอะไรเข้าใจไหมครับ นักเรียนอยากสื่อสารอะไร นักเรียนเดินมาตรงหน้ากล้องได้เลย แล้วก็สื่อสารกับพี่ล่ามได้เลย สวัสดีค่ะ หัวข้อคือสาเหตุของการนอนไม่หลับใช่ไหมคะ ก็คือมีความฟุ้งซ่านค่ะ คือประโยคประโยค คุณครูที่ ที่บอกไปนะครับ สาเหตุของการนอนไม่หลับโดยมากไม่ใช่โรคภัยไข้เจ็บ แต่เป็นเพราะฟุ้งซ่านและความเคยชิน ประโยคนี้เขากำลังกล่าวถึงว่า สาเหตุของการนอนไม่หลับ ก็คือใจความสำคัญของประโยคนี้ ก็คืออยู่ตรงที่ว่าสาเหตุของการนอนไม่หลับเกิดจากอะไร นี่แหละครับ ก็คือกล่าวถึงเรื่องที่ว่าสาเหตุของการนอนไม่หลับ เป็นลำดับแรก คือใจความสำคัญของประโยคนี้นักเรียนเข้าใจแล้วใช่ไหมครับ โอเค เข้าใจค่ะ โอเคค่ะ ขอบคุณค่ะ นักเรียนเข้าใจคำว่าฟุ้งซ่านไหมครับ นักเรียนเข้าใจคำว่าฟุ้งซ่านไหม คำว่า ฟุ้งซ่าน ก็คือ ไม่สงบกระวนกระวาย โอเค เข้าใจนะครับ ทีนี้เดี๋ยวคุณครูจะยกตัวอย่าง ข้อความ บทความ ที่จะให้ คุณครูจะบอกว่าประเด็นสำคัญของข้อความ คือ คำไหน เรามาฟังข้อความที่ 1 กันเลยครับ เช้าวันรุ่งขึ้น เสียงไก่ขัน เอกอีเอ้กเอ้ก ฉันและน้องตื่นขึ้น ชวนกันไปอาบน้ำ พอแต่งตัวเสร็จ ก็ออกไปวิ่งเล่นที่สนามหญ้าหน้าบ้าน ฉันพบเห็ดดอกหนึ่ง กำลังบานมีขนาดใหญ่มาก ฉันกับน้องยืนดู ด้วยความสนใจ คุณน้าพึ่งตื่นตอนเช้าเช่นกัน รีบเดินออกมา ห้ามฉันและน้องแตะต้อง อาจเป็นเห็ดมีพิษประเด็นสำคัญของข้อความที่คุณครูอ่าน คืออะไรครับ คืออะไรครับ คืออะไร เดี๋ยวให้น้องอุ๊บอิ๊ป บอกพี่ล่าม มีอะไร น้องเขาบอกว่าอะไรน้องหัดเดินออกไป ก็เห็นเห็ด มันก็คิดะ ว่ามันเกิดเหตุอะไรใช่ครับ เข้าเข้าเข้าประเด็นครับ ประเด็นสำคัญก็คือพบเจอเห็ดมีพิษเห็ดอาจจะมีพิษ ตอนนั้นก็ ไม่ค่อยได้ยินเลยครับ น้องใช้มือว่าฟุ้งซ่านด้วยครับ อาจจะมีผีก็คือ ระแวดระวังไปด้วยครับ ครับผม โอเคครับ เดี๋ยวคุณครูจะอ่าน ข้อความที่ 2 ให้นักเรียนฟังอีกนะครับ แล้วก็ให้เรียนตอบคำถามนะ คนเรา แม้ชาติกำเนิดจะเป็นเช่นไรก็ไม่สำคัญ ถ้าเป็นคนขยันหมั่นเพียร คิดทำได้ในสิ่งที่ถูกควรมีสติสัมปชัญญะ และปัญญาแบบพุทธแล้ว ย่อมสามารถนำตนไปสู่ที่ ๆ ดีได้ ทั้งยังสามารถทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ได้เป็นอันมาก ใจความสำคัญของข้อความที่คุณครูอ่านไป ก็คือ ถ้าเป็นคนขยัน มีสติสัมปชัญญะ ก็สามารถทานตัวเองไปพบเจอสิ่งดี ๆ และยังช่วยเหลือสังคมได้อีกนะครับ ทีนี้ เดี๋ยวคุณครูจะมีใบงานให้นักเรียนทำนะ แล้วครูจะมีใบงานให้นักเรียนทำแล้วก็ ขอเวลาให้นักเรียนทำสัก 10 นาที ให้นักเรียนเขียนลงสมุด เวลาครูแจกใบงานให้ไปแล้ว ห้ามนักเรียนเขียนอะไรทั้งสิ้น ลงบนใบงานของคุณครู ให้เขียนลงในกระดาษ หรือสมุดที่คุณครูแจกให้ ให้คัดลอกลงในนั้น แล้วก็ตอบคำถาม ตามใบงานที่ครูแจกให้เลยนะครับ เดี๋ยวขอเวลาให้นักเรียนทำแบบฝึกหัดสัก 10 นาทีนะครับ นักเรียนเสร็จแล้วนะ ถ้าเรียนเสร็จแล้ว เดี๋ยวค่อยส่งคุณครูตอนท้ายคาบนะครับ ทีนี้นะครับ เดี๋ยวคุณครูจะมีแบบทดสอบ ให้นักเรียนทำทั้งหมด 30 ข้อเดี๋ยวคุณครู จะแจกข้อสอบให้กับนักเรียน แล้วก็กระดาษคำตอบ ฃให้นักเรียนกระดาษคำตอบ จะมีทั้งหมด จะมีทั้งหมด เดี๋ยวให้นักเรียน กาลงในกระดาษคำตอบนะ คำตอบที่ถูกต้อง ลงในกระดาษคำตอบ สมมุติว่านักเรียนกาข้อใดถูก ต้องเกี่ยวกับการต้องท่องกไก่ok นะครับ เดี๋ยวจะอ่านให้แล้วก็ให้พี่ล่ามแปลภาษามือให้นักเรียนฟัง ถ้านักเรียนยังไม่เข้าใจตรงไหนให้นักเรียนถามกับพี่ล่างได้เลยแล้วก็เวลาจะถามให้เดินออกมาตรงใกล้ ๆ กล้องนะครับ แล้วก็ถามที่ร้านได้เลยเดี๋ยวครูจะไปช้า ๆ ทีละข้อดีและ ข้อสอบก่อนนะครับ วันละคำตอบคุณครูได้แจก แบบทดสอบให้กับนักเรียนเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับกระดาษคำตอบ กระดาษคำตอบ จะมีตัวเลือกให้เลือกอยู่ มีทั้งหมด 5 ตัวเลือกนะครับ มี ก ไก่ ข ไข่ ค ควายโง่แล้วก็จอจานตามกระดาษคำตอบที่คุณครูนักเรียนเห็นเลยครับ นักเรียนดูบนกระดาษ ดูบนกระดาษข้อสอบ นักเรียนจะมีทั้งหมดอยู่ 4 ตัวเลือกใช่ไหมมีกอไก่ขอไข่คอควายแล้วก็งูใช่ไหมครับ ใช่ไหมครับ ถ้านักเรียนคิดว่าข้อไหนถูกสมมติว่านักเรียนคิดว่า ก ไก่ ถูก นักเรียนก็ใช้เครื่องหมายกากบาทตรง ข้อ กอไก่ตรงข้อที่ 1 สมมติสมมตินะสมมุติถ้าคิดว่า ก ไก่ ถูกก็ให้ตาตรงช่องกอไก่ ถ้าข.ไข่ถูกให้กาขอไข่ นักเรียนจะเห็นอยู่ในกระดาษคำตอบนะ เข้าใจไหมครับ โอเค เดี๋ยวคุณครูจะอ่านให้ไปทีละข้อ ให้นักเรียนดูพี่ล่ามดี ๆ นะ ข้อที่ 1 ข้อที่ 1 ด้วยไทยล้วนหมายรักสามัคคี ประโยคนี้ หมายถึงบุคคลใด ด้วยไทยล้วนหมาย รักสามัคคี ประโยคนี้ หมายถึง บุคคลใด ก. ไก่ นักเรียนไทย ข. คนที่อาศัยแผ่นดินไทย ค. คนไทยทุกคน ง. ข้าราชการไทย เสร็จยังครับ นักเรียนอ่านข้อสอบได้ไหม นักเรียนอ่านข้อสอบเองได้ไหม หรือว่าต้องให้พี่ล่ามช่วยแปล ค่ะ น้องนักเรียนบอกว่าอ่านเองได้ค่ะ โอเคครับ โอเคครับ ถ้างั้นเดี๋ยวขอเวลาให้นักเรียนทำแบบทดสอบไปถึงเที่ยงเลยนะครับ โอเคค่ะ ครับผมโอเคครับ วันนี้นะครับสิ้นสุดการสอนเพียงเท่านี้ อย่างไรก็ให้นักเรียนกลับไปทบทวนแล้ว ก็มีอะไรข้องใจสามารถมาสอบถามคุณครูได้เลย นะครับ สำหรับวันนี้ ก็สวัสดีครับ แล้วก็ขอขอบคุณพี่ล่ามด้วยนะครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ