(อาจารย์) สวัสดีค่ะ ได้ยินนะคะ โอเคค่ะ โทรทัศน์ Power Bank เครื่องช่วยฟัง CPU Notebook มันซ้ำกันนะ Notebook เช็ก ๆ มัน... กล้องวงจรปิดที่พิมพ์มานี่มันใจไหม เดี๋ยวจะยังไม่เฉลยนะคะ เดี๋ยวเราเรียนวันนี้ เราจะรู้แล้วว่าการดูเทคโนโลยีสารสนเทศน่ะ ดูอย่างไร มันมีหลักการอย่างไรนะคะ เดี๋ยวพอเราเรียนไปเราจะรู้เองแหละ ว่าที่เราตอบมานี่ ถูกหรือผิดนะคะ และเดี๋ยววันนี้ครูจะมีกิจกรรมนะคะ อันหนึ่ง 10 คะแนนนะคะ อันหนึ่ง 10 คะแนน ซึ่งก็จะเกี่ยวกับที่เดี๋ยวครูสอนไปแล้วเราจะต้องวิเคราะห์ให้ได้ว่าอันไหนมันคือเทคโนโลยีสารสนเทศ แล้วนำไปใช้งานอย่างไรได้ด้วย ก่อนอื่น ก่อนที่จะไปรู้จักเทคโนโลยีสารสนเทศได้นี่ รู้จัก 2 คำนี้ค่ะ เพราะเราต้องใช้ 2 อย่างนี้ ในการที่ทำให้มันเป็นเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ คำแรก Data นะคะ Data คือ ข้อมูลน่ะ ข้อเท็จจริงที่มันเกิด ขึ้นข้อมูลต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ที่มันอยู่ในคอมพิวเตอร์ที่มันเก็บไว้ในส่วนต่าง ๆ นี่แหละ เรารวบรวมไว้ อันนี้เราเรียกว่า "Data" หรือ "ข้อมูล" ส่วนสารสนเทศเป็นข้อมูลเหมือนกัน แต่เป็นข้อมูลที่มีการ... มีกระบวนการ แล้วพอมันมีกระบวนการเกิดขึ้นน่ะ มันช่วยให้เกิดการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ฉะนั้น ข้อมูลที่จากสารสนเทศน่ะ เขาจะชอบมากกว่า สารสนเทศน่ะ มันช่วยให้การตัดสินใจได้นะคะ ฉะนั้น 2 อันนี้แตกต่างกัน ก็คืออันแรกเป็นข้อมูลที่มันเกิดขึ้นจริงนี้แหละ อะไรก็ตามที่มันเป็น Fact กับที่มันเกิดขึ้นบนโลกนี้ แล้วเรารวบรวมไว้น่ะค่ะ ส่วนสารสนเทศเราจะมีการเอาข้อมูลมาผ่านกระบวนการ แล้วมันจะเป็นประโยชน์ตัดสินใจมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ครูมีรายชื่อนักศึกษา รายชื่อนักศึกษาเป็นอะไรคะ เป็นข้อมูล เก่งมาก เป็นข้อมูล รายชื่อนักศึกษาแล้วอย่างไรล่ะ นึกออกไหม มันไม่ได้เป็นประโยชน์อะไรกับครูเห็นรายชื่อนักศึกษา แล้วมันไม่ได้ช่วยให้คุณตัดสินใจอะไรได้ง่ายขึ้น พอเขาเอารายชื่อนักศึกษา ซึ่งเป็นข้อมูลน่ะค่ะ มาแยกประเภท มาแยกเป็นชายหญิง ครูเริ่มรู้แล้วว่ารายชื่อช่วงชั้นปีนี้ผู้หญิงผู้ชายน้อยมากต่างกัน เริ่มแล้ว เริ่มตัดสินใจได้แล้วว่าฉันจะใช้วิธีการสอนอย่างไร หรือในโรงเรียนก็จะเริ่มแล้วเราจะต้องอุปกรณ์หรือเครื่องมืออะไรที่มันแตกต่างกัน หรือแยกประเภทอีก แยกเป็นนักเรียนปกติ นักเรียนพิเศษอย่างนี้ค่ะ มันก็จะเป็นประโยชน์ตัดสินใจมากขึ้น ฉะนั้น พอมันเป็นเทคโนโลยีสารสนเทศน่ะค่ะ มันก็จะช่วยให้เกิดประโยชน์เดี๋ยวเราลองมาดูว่าเราจะทำข้อมูลต่าง ๆ ให้มันเป็นสารสนเทศได้อย่างไรนะคะ ยกตัวอย่างเช่น คะแนนสอบ คะแนนสอบเป็นอะไรคะ ข้อมูล มันเป็นคะแนนเฉย ๆ มันเกิดขึ้นจริงไง เด็กสอบมาแล้วก็ได้คะแนนใช่ไหมคะ ทีนี้เราจะทำให้มันเป็นสารสนเทศได้ เราก็จะต้องตัดเกรด ฉะนั้น เกรดเป็นกระบวนการ พอมันมีกระบวนการเข้ามาค่ะ มันจะช่วยให้เกิดเป็นสารสนเทศได้ ตัดเกรดก็จัดกลุ่มจำแนกประเภทเรียงลำดับต่าง ๆ นะคะ ได้ออกมาเป็น เกรด ฉะนั้น เกรดเป็นอะไร เกรดเป็นสารสนเทศนะคะ เกรดเป็นสารสนเทศ พอมันผ่านกระบวนการนี่ สิ่งที่เราได้มามันก็จะเป็นสารสนเทศ ได้นะ รายชื่อต่าง ๆ นะคะ รายชื่อต่าง ๆ นี่เป็นข้อมูลนะคะ มันเกิดขึ้นจริงมันเป็นข้อเท็จจริงที่มันเกิดขึ้น แล้วเรารวบรวมไว้ อันนี้เรียกข้อมูล พอข้อมูลมาแบ่งประเภท มาเรียงลำดับ มาจัดกลุ่ม มาแบ่งเปอร์เซ็นต์ อันนี้เรียกสารสนเทศนะคะ ในนี้มีทั้งข้อมูล มีทั้งสารสนเทศ อันไหนเป็นข้อมูล หาข้อมูลก่อน ชื่อ ๆ ๆ ชื่ออะไร รายชื่อต่าง ๆ อันไหนดีคะ ข้อมูล คะแนน คะแนนเฉย ๆ เป็นข้อมูลส่วนตัว สารสนเทศ แยกออกน้องประมาณ 2 ข้อ แล้วมันจะแยกออกได้ก็ได้คะแนนละ ทีนี้ค่ะ พอเรามีข้อมูลน่ะเมื่อก่อนมันไม่ลำบากหรอก คือมันมีข้อมูล เขาก็จะเก็บไว้ในหนังสือ แต่ทีนี้ประชากรมนุษย์เริ่มเยอะขึ้นเรื่อย ๆ หรือข้อมูลมันเริ่มขึ้นเรื่อย ๆ ข้อมูลแต่ละปีมันก็เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เก็บในหนังสือมันไม่พอน่ะ เก็บในหนังสือมัน... มันหาย มันอาจจะเน่าเปื่อยนู่นนี่นั่น เราจะทำอย่างไรให้มันคงอยู่ และให้มันกระจายไปได้เรื่อย ๆ หนังสือมันก็กระจายได้ระดับหนึ่งใช่ไหม แล้วจะทำอย่างไรให้หนังสือเราแพร่หลาย เราจะทำอย่างไรให้ข้อมูลเราแพร่หลาย ต้องอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศข้อมูลสารสนเทศ วิธีจะดูว่ามันเป็นเทคโนโลยีสารสนเทศ จะต้องครบ 3 องค์ประกอบ นี้นะคะ อันนี้จะเกี่ยวข้องกับงานที่ครูให้ทำด้วยนะ จะต้องครบ 3 องค์ประกอบนี้นะคะ อันดับแรก คุณต้องมีการประมวลผล สิ่ง... เครื่องมือสิ่งต่าง ๆ ที่คุณใช้ เรียกว่า "เทคโนโลยีสารสนเทศ" นี่ ต้องมีการประมวลผลได้ ประมวลผลได้คืออะไร คือการที่เราป้อนคำสั่ง หรือทำอะไรกับมัน แล้วมันตอบสนองเรา อย่างเช่น เราพิมพ์ข้อความ พิมพ์ข้อความไปในโปรแกรม Word ใช่ไหมคะ พิมพ์ข้อความไปล่ะ สมมติว่าพิมพ์สวัสดีเช้าวันจันทร์ แล้วคอมพิวเตอร์มันตอบสนองเราว่า เฮ้ย มันทำตามคำสั่งเราได้ อันนี้เรียกประมวลผลได้ จัดเก็บได้ เทคโนโลยีสารสนเทศของคุณสามารถจัดเก็บได้ไหม หลายคนที่ 2 ใช่ไหม เริ่มรู้ตัวแล้วใช่ไหมว่าที่ฉันตอบนี่มันจะเก็บได้ไหมนะคะ เผยแพร่เครือข่ายโทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศที่คุณเลือกมา จะแต่ต้องเผยแพร่ผ่านโทรคมนาคมด้วยนะ ไม่ใช่ส่งจดหมายธรรมดานะ ผ่านเครือข่ายโทรคมนาคม โทรคมนาคม อย่างเช่น ดาวเทียม ส่งโดยที่เราไม่ต้องไปน่ะ อันนี้เรียกโทรคมนาคม LAN สายแลนต่าง ๆ พวกนี้ WiFi อะไรอย่างนี้นะคะ เครือข่ายโทรคมนาคม ฉะนั้น ต้องครบ 3 อย่างนี้นะ ต้องครบ 3 อย่างนี้นะ อย่างนั้นขออนุญาตที่เพื่อนตอบมา หลายคนเริ่มรู้ตัวแล้วแหละนะคะ เครื่องพรินต์ เครื่องพรินต์ประมวลผลได้ไหม ได้นะ จัดเก็บได้ไหม มันดันไม่ได้ข้อนี้ ไม่ค่อยมีใครทำเครื่องพรินต์ที่มันจัดเก็บได้หรอก เพราะเครื่องพรินต์มันพรินต์เลยเรื่อย ๆ ไง มันเป็นหมื่นพันอย่างนี้ แต่สิ่งที่มันเก็บข้อมูลในคอมก่อนออกจากเครื่องพรินต์เฉพาะของมันน่ะเก็บไม่ได้ ไม่เป็นไร เดี๋ยวมีรอบแก้ตัว คนนี้ต่อไปไม่เป็นไรเดี๋ยวมีรอบแก้ตัวนะคะ ผลิตสื่อไม่น่า... ไม่น่าใช่ Notebook NotebookNotebook ประมวลคำสั่งได้ไหม คำสั่งไปที่ไหน มันทำตามคำสั่งเราหมดเลย ที่โปรแกรมไหนได้หมด จัดเก็บได้ไหม ได้มีที่จัดเก็บฮาร์ดดิสเราเก็บข้อมูลต่าง ๆ ใน Nookbook ได้ใช้แทนได้ไหม ได้ ส่งข้อมูลหาเพื่อนผ่าน Notebook ได้ ชนะ Notebook เป็นนะคะ iPad อะไรต่าง ๆ ฉะนั้น ต่อไปนี้ถ้าเรานึกถึงเทคโนโลยีสารสนเทศจะมี 3 องค์นี้นะ ต้องครบด้วยนะ ถ้าไม่ครบ มันจะไม่ใช่เทคโนโลยีสารสนเทศ มันเป็นเทคโนโลยีน ะเราต้องแยกให้ออกก่อน สิ่งที่คุณตอบมาเครื่องพรินต์เป็นเทคโนโลยี แต่เครื่องพรินต์ไม่ใช่เทคโนโลยีสารสนเทศ ฉะนั้น เทคโยโสารสนเทศต้อง 3 อย่างนี้นะคะ รวมถึงไม่ใช่แค่อุปกรณ์นะ รวมถึงโปรแกรม Application นั้นด้วยนะ จะต้องครบ 3 องค์ประกอบนี้นะ ยกตัวอย่างขอยก Kahoot แล้วกันทุกคนน่าจะเคยเล่นค่ะ อย่างเช่น Kahoot ทำตามคำสั่งได้ไหม เด็กเลือกข้อคำถาม โปรแกรมมันก็ทำตามคำสั่งเด็กใช่ไหมคะ ฉันเลือกอันนี้โปรแกรมก็เข้าใจ Kahoot ประมวลผลได้ไหม จัดเก็บข้อมูลได้ไหม เด็กตอบคำถามมา แล้วสามารถจัดเก็บได้ไหม จัดเก็บได้ เผยแพร่ได้ไหม ใส่ข้อมูลได้ไหม ว่าฉันตอบเท่าไร ก็ได้อีกเหมือนกัน ฉะนั้น เทคโนโลยีสารสนเทศยังรวมถึงโปรแกรม จากที่ครูสังเกตทุกคนจะไม่ได้นึกถึงโปรแกรม ทุกคนไปนึกถึงเป็นอุปกรณ์ใช่ไหมคะ ฉะนั้น เพราะว่าอะไร ที่จะให้ทำมันจะเกี่ยวข้องด้วยฉะนั้นรวมถึงโปรแกรมด้วยนะ โปรแกรมอะไรใหม่ ๆ อะไรอย่างนี้ แต่โปรแกรมนั้นต้องครบ 3 อย่างนี้นะ ฉะนั้น เทคโนโลยีสารสนเทศ ก็คือการประยุกต์ใช้อุปกรณ์ เครื่องมือที่เรารวบรวมไว้นี่แหละ การรวบรวม จัดเก็บ ประมวลผลนะคะ ไปจนถึงจะต้องผ่านเครือข่ายโทรคมนาคมนะ ครูเน้นที่ว่าโทรคมนาคม ตัวนี้ค่ะ เป็นตัวที่แยกเทคโนโลยีสารสนเทศออกจากเทคโนโลยีทั่วไปเทคโนโลยีทั่วไปบางอย่างไม่สามารถผ่านโทรคมนาคมได้ ยกตัวอย่างเช่น เป็นอย่างนี้ แต่ที่มีสารสนเทศ มันเจ๋งตรง เฮ้ย ฉันไม่ต้องไปไหนน่ะ ไม่ใช่เครื่องพรินต์ ผ่านไม่ได้อย่างนี้นะคะ เป็นตัวที่แบ่งแยกเทคโนโลยี เนื่องจากอะไร อีตัวนี้มันมาช่วยให้มนุษย์สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น แบบมากกว่าเดิมน่ะ แบบมาก ๆ นึกออกไหม ถ้าเมื่อก่อนเวลาที่เราจะใเช็กเกรดเราต้องทำอย่างไ สมัยครูกับพี่เอ๋เราต้องทำอย่างไรคะ เวลาที่เราจะดูเกรดเราต้องไปที่โรงเรียน เราต้องเดินทางไปโรงเรียน หรือเราจะตรวจผลเราก็ต้องเดินทางไปที่ม. แต่พวกคุณทำไงคะ เปิดคอมพิวเตอร์เช็กเลย ฉะนั้นนี่ค่ะ ตัวนี้มันมาช่วยให้มนุษย์สะดวกสบายมากขึ้นมาก ๆ เราไม่ต้องเดินทางไปไหนเลย หรือเราจะเรียนหนังสือ เมื่อก่อนสมัยครูน่ะเป็นไปไม่ได้เลยนะ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ที่พูดเห็นอยู่ที่บ้านทำไมครู มันทำไม่ได้เดี๋ยวออกมาย้อนกลับไป 20 ปี เราไม่มีโอกาสที่จะเรียนผ่าน... เรียนผ่าน... อยู่ที่บ้านได้เลย เราต้องเดินทางมาที่โรงเรียนเท่านั้น เราต้องมาเจอครูเท่านั้นถึงจะเรียนได้ แต่ปัจจุบันเป็นไงคะ ไม่สะดวกหรือติดภารกิจ หรือเกิดโรคระบาดอย่างนี้ เราก็สามารถเรียนที่บ้านได้ ผ่านนี่แหละ เทคโนโลยีสารสนเทศนี่แหละ ฉะนั้น อีตัวเทคโนโลยีสารสนเทศนะถือว่าเป็นตัวหนึ่งที่แบบเปลี่ยนโลกเหมือนกันนะ เป็นตัวหนึ่งที่เปลี่ยนชีวิตมนุษยชาติเหมือนกันนะคะ การที่คุณมีเครือข่ายนี้นะคะ ส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศ เราจะเอามาใช้เพื่อการเรียนนี่ค่ะ มันใช้ได้ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัยก็ได้นะ ตัวนี้ก็เป็นตัวหนึ่งที่เปลี่ยนโลกอีกเหมือนกันนะคะ เมื่อก่อนย้อนไปที่อดีตน่ะค่ะ เวลาที่เราจะเรียนหนังสือแน่นอน ไปหาพระ พอมาอีกนิดหนึ่งก็อยู่ในระบบ แต่ปัจจุบันน่ะเราอยากเรียนเรื่องอะไรน่ะ เราสามารถค้นหาในอินเทอร์เน็ต เราอยากเรียนเรื่องทำอาหาร เราอยากปลูกผักโน้นนี่นั่น เราสามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ สามารถค้นหาข้อมูลที่เราอยากรู้ได้เลยนะคะ ฉะนั้น มันเลยทำให้ ความรู้เราน่ะ แพร่หลาย และต่อเนื่อง เราไม่จำเป็นต้องหยุดอยู่แค่มหาลัยน่ะ เราสามารถเรียนเรื่องที่เราอยากเรียนต่อเนื่องไปได้เรื่อย ๆ และเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต ไม่จำเป็นต้องแค่อยู่ในมหาลัย แต่เราสามารถเรียนรู้ผ่านอินเทอร์เน็ตต่าง ๆ ได้ไปจนเราตลอดชีวิต อันนี้ดอกจันไว้หน่อย ส่วนนี้มักจะออกข้อสอบครูผู้ช่วยนะคะ เทคโนโลยีสารสนเทศมันช่วยได้ทั้งในระบบ นอกระบบ ศึกษาได้ตามอัธยาศัย คือได้ระบบการศึกษาต้องอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศทางนั้นน่ะนะคะ มันช่วยได้หมดเลย ไปจนถึงคุณแก่คุณตายตลอดชีวิตนะคะ เราสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ได้หมดเลยทีนี้เรามาดูบทบาทบ้างนะคะ อันนี้ก็เกี่ยวข้องกับงานที่จะให้ทำนะคะ เมื่อกี้เราเลือกเทคโนโลยีสารสนเทศได้แล้ว ได้แล้วนะ จัดเก็บ ประมวลผล เผยแพร่ ดูว่ามันเลือกมันครบ 3 อย่างนี้ มันคือเทคโนโลยีสารสนเทศ ทีนี้เราจะเอาเทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศน่ะ มันมีบทบาทอะไรต่อการเรียนรู้บ้างนะคะ บทบาทแรกเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยในการเรียนรู้ มันมาช่วยให้การเรียนรู้ให้มันมีประสิทธิภาพมากขึ้นนะคะ สื่อต่าง ๆ Application ก็ได้ Application ต่าง ๆ มันมาช่วยให้การเรียนรู้เราดีขึ้น หรือค้นหาข้อมูลใน search engine เด็ก ๆ รู้จัก search engine ไหมเด็ก ๆ เคยใช้ เวลาที่ครูสั่งงานแล้วนึกไม่ออกคุณนึกถึงอะไร อะไรนะ เพื่อน ไม่ได้ อุปกรณ์ ให้ไป ให้ไปหาข้อมูลประวัติศาสตร์ เทคโนโลยี คุณจะทำอย่างไร เข้า Google Google คือ search engine ค่ะ มีข้อสอบครูผู้ช่วยคนหนึ่งถามในปีที่แล้วนะ ก็ถามแค่นีข้อใดคือ search engine ได้ไปแล้ว ถ้าคุณรู้ แต่ว่ายุคคุณไม่มีแล้วแล้ว เมื่อ 10 ปีที่แล้ว search engine นะคะ ก็คือเว็บที่ไว้ค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ไม่ใช่ Google นะ ก็บริการ Snook อย่างนี้อะไรที่มันรวบรวมคลังข้อมูลไว้น่ะค่ะ นะคะ YouTube พวกนี้ก็ช่วยเรื่องการเรียนด้วยเหมือนกันนะคะ ช่วยในเรื่องการเรียนแล้ว อีกอันหนึ่งที่คุณครูจำเป็นจะต้องใช้ค่ะ เมื่อกี้คุณครูต้องใช้ อันนี้ก็จำเป็นอีกเหมือนกัน เทคโนโลยีมาช่วยสนับสนุนในเรื่องการเรียนการสอน อีอันสนับสนุนน่ะมันไม่ได้ช่วยให้ผู้เรียนเก่งขึ้นหรอก แต่มันมาช่วยให้สะดวกสบายมากขึ้น ทั้งครูคู่สอนทั้งนักเรียนนะ อย่างอีดูเกรดผ่านระบบของเรานี่ค่ะ อันนี้ก็เป็นตัวหนึ่งที่สนับสนุน ดูตารางเรียนก็ไปดูที่นั่น เมื่อก่อนเวลาตารางเรียนนี่ ต้องมานั่งจดน่ะ ชีวิตลำบากนะ ยังทันยุคที่มันลำบากน่ะ ครูว่าครูเป็นที่อยู่ระหว่างชีวิตลำบากกับชีวิตบ่ายก็เลยมาเล่าให้พวกเราฟังได้อย่างนี้นะคะ หรือดูเกรดอย่างที่บอกน่ะค่ะ ก็สะดวกสบายทั้งครูและผู้สอน เราไม่ต้องมา... ผู้เรียนก็ไม่ต้องมาที่ ม. เราก็ดูเกรดได้เลยนะคะ หรือรวมถึงอันนี้คุณไปนึกถึงระบบของ DSI ที่ของการศึกษาพิเศษทำ เขาก็จะมีข้อมูลนักศึกษาให้ หรือว่าน้าจะเป็นอย่างไรส่งมาให้ก็ดูได้ ว่าข้อมูลเป็นอย่างไร อันนี้ก็ช่วยให้ครูออกแบบการเรียนการสอนได้อันที่ 3 ตัวนี้ก็เป็นตัวที่มาเปลี่ยนชีวิตครู ชีวิตครูกับนักเรียนเหมือนกันนะ ย้อนกลับไปอีก เมื่อก่อนการติดต่อสื่อสารระหว่างครูกับผู้เรียนน่ะ อย่างเช่น ถ้าเราจะลา ลาป่วยอย่างนี้ ฉันป่วยน่ะ เราคิดว่าก่อนต้องทำอย่างไร สมัยครูน่ะ ใช่ ต้องเขียนจดหมายให้พ่อแม่เซ็นต์ด้วยนะ พ่อแม่เซ็นต์ด้วย แล้วต้องทำอย่างไร ไปไม่ได้ค่ะ พ่อแม่ต้องฝากเพื่อนอีกชีวิตลำบากไหม เพราะรู้ว่าป่วย เวลาที่เราป่วยเราจะ... คือ ก่อนที่เราจะมาเรียนเราตื่นประมาณตี 5 นะ แล้วก็ฉันป่วยพ่อแม่ฉันก็ต้องรีบเขียนจดหมายแล้วก็เป็นอย่างนี้ใช่ไหมคะ ต้องไปฝากข้างบ้านอย่างนี้ค่ะ ฉะนั้น แต่ปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีสารสนเทศ เรามี LINE เรามี LINE คุณครู LINE ห้อง แล้วทำไงพิมพ์ข้อความ ส่งมาบอกแค่นี้ค่ะ ฉะนั้นติดต่อสื่อสารง่ายขึ้น หรือเราไม่เข้าใจอะไร เราอยากให้คุณครูช่วยตรวจงานง่ายขึ้น เราก็ส่งข้อมูลมาให้คุณครูได้เลย แต่เมื่อก่อนยังครูน่ะ ของครูยังอยู่ในยุคที่มันติดต่อลำบากนะคะ ครูเรียน ป. เอก ก็ต้องนั่งรถจากโคราชไปประมาณ 4 ชั่วโมง คุณลาดกระบัง 4-5 ชั่วโมง รถติดด้วย 4 ชั่วโมงน่ะ รถติด ไปหา Advisor ที่ปรึกษาครูน่ะค่ะ ตรวจงานครู 15 นาที 15 นาทีคุณกับการเดินทางของครู 6 ชั่วโมงน่ะ แล้วไปกลับอีกเท่าไรอย่างเงี้ย ฉะนั้นน่ะ พอเรามีเทคโนโลยีสารสนเทศนะคะ อันนี้ดีขึ้นนะ เมื่อก่อนมาครูเรียนประมาณ 10 กว่าปีมาแล้วนะ ปัจจุบันอิจฉาเด็กสมัยนี้ เขาทำอย่างไร เปิด Zoom คุยกับที่ปรึกษาอิจฉาเลย แบบอยากไปข้างหน้าเลยอิจฉาเราลำบาก เรียกน้องครู มันคุยกับมันคุยกับที่ปรึกษาแบบชีวิตมันง่าย แต่ฉะนั้นยังล่ะครูถึงบอกเทคโนโลยีสารสนเทศมันมาช่วยให้มนุษย์สะดวกสบายมากขึ้น แบบมากปกติก็ดีในระดับหนึ่ง แต่พอเป็นสารสนเทศ ช่วยให้เราแบบไม่ต้องเดินทางไม่ต้องเสียเวลาต่าง ๆ มากมายนะคะ นะ ฉะนั้น หลัก ๆ บทบาทก็จะมี 3 บทบาทด้วยกัน ฉะนั้น หลังจากที่เราเลือกสารสนเทศได้แล้ว เราต้องมาบอกว่าบทบาทเทคโนโลยีสารสนเทศนั้น เราต้องบอกให้ได้ ว่ามีสารสนเทศที่เราเลือกมานั้น มันมีบทบาทอะไร บางครั้งมีสารสนเทศ อาจจะมีหลายบทบาท อย่างเช่น E-Learning ที่พวกเราเรียน ช่วยเรื่องการเรียน E-learning บางครั้งช่วยในเรื่องติดต่อสื่อสารก็ได้ e-Learning คุณทำถึงบ้าน ประเมินผล แจ้งเกรด อย่างนี้ ไปถึงสนับสนุนนะคะ แต่บางตัวก็ไม่ถึงนะคะ บางตัวก็ไม่ถึงนะคะ โอเค อันนี้ก็เป็นตัวอย่างของเว็บไซต์ ช่วยในเรื่องการเรียนรู้นะคะ YouTube ช่วยในเรื่องการเรียนรู้ อีนี้คุ้น ๆ ไหม หน้ามันเปลี่ยนแล้วล่ะ บอกเกรด บอกตารางเรียนบอกข้อมูลผู้เรียนต่าง ๆ ก็มาสนับสนุนนะคะ อันนี้ก็มาช่วยติดต่อสื่อสาร E-mail LIne เด็ก ๆ ไม่ใช่อีเมลแล้วแหละแต่ถ้าเราไปเรียนระดับสูงขึ้น อย่างเช่น ป. เอก นี่เราไม่ค่อยติดต่อครูผ่าน LINE เท่าไร จะต้องทำการสั่งการก็ต้องขึ้นอยู่กับยุคเราแหละ แต่ยุคครูก็ยังต้องใช้อยู่นะ ใช้อีเมลเพื่อที่จะติดต่อ เพราะว่า LINE ในบางครั้งน่ะค่ะ การที่เราเป็นระดับ ป. โท ป. เอก มันจะบันทึกข้อมูลด้วย บางครั้งที่ผู้กู้เรียนเสียผลประโยชน์ อย่างเช่น เคยมีคดีเหมือนกันนะ อีเทคโนโลยีสารสนเทศนี่แหละช่วยให้นักศึกษาคนนั้นน่ะ ที่ปรึกษาไม่ตรวจงานให้เด็ก แต่เด็กส่งงานไปแล้ว ปรากฎว่าเด็กโดนรีไทร์ เพราะว่าสอบจบไม่ทันกำหนด มันจะมีกำหนดน้องมันจะมีกำหนดที่จะทำให้เขาเขารีไทร์ ปรากฏว่าไม่ตรวจ แต่เด็กเอาไปฟ้อง ว่าที่ฉันไม่จบน่ะ เพราะว่าที่ปรึกษาไม่ตรวจงานให้นะ กลายเป็นคนชนะไปเลย ก็ได้เรียนแล้วก็ได้คืนชดใช้ค่าเสียหาย เทคโนโลยีสารสนเทศก็จะมาช่วยให้ติดต่อสื่อสารได้ง่ายนะคะ มาถึงบทบาทไปแล้ว แต่ละทีนี้มาถึงเป็นคุณครู ฉันอยากจะใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ฉันจะใช้อย่างไร ฉันจะเอาไปจัดการกับการเรียนรู้ได้อย่างไร เริ่มมาถึงตัวเราแล้วนะเริ่มมาถึงของเราและ เมื่อกี้เป็นบทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศ แต่ตอนนี้เป็นหน้าที่ของว่าครู ว่าครูจะจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างไรได้บ้างนะคะ บทบาทแรกนะคะ หนีไม่พ้นคุณครู คุณครูต้องออกแบบการเรียนการสอน ก็คือเขียนแผนนั่นแหละ แผนคุณครูต้องเหมาะสมด้วยนะ เหมาะสมกับการใช้นะคะ ที่เราเลือก Assure Model ไปนี่แหละนะคะ คล้าย ๆ กันเลยนะคะ เหมาะสมกับการเรียนรู้ เทคโนโลยีสารสนเทศที่เราเลือกมา เหมาะสมกับวิชาหรือเปล่า เหมาะสมกับผู้เรียนหรือเปล่านะคะ เหมาะสมกับผูเรียนหรือเปล่า อย่างเช่น ครู เวลาที่ครูไปตรวจ ตรวจสื่ออย่างนี้ แล้วดูสื่อประกอบกับแผนน่ะค่ะ อย่างเช่น วิชาพละ วิชาพละผู้เรียนจะต้องปฏิบัติได้นะ แต่สื่อของเขาน่ะค่ะ ตอนที่ทดสอบอ่ะชอบมีปัญหาวิชาพละเนี่ยตอบดันไปถามก. ข. ค. อย่างนี้ มันก็วัดไม่ได้จริง ๆ ว่าตกลงเด็กเดาะบอลได้จริงไหม ฉะนั้น กิจกรรมหรือวิธีการที่คุณจะให้กับผู้เรียนน่ะค่ะ คุณก็จะต้องออกแบบให้มันเหมาะสมกับที่วัดจริง ๆ อย่างนี้ ส่วนมากที่มีปัญหาของคุณครูนะ คือ การวัด วัดไม่ตรงกับสิ่งที่วัตถุประสงค์ของเรานะคะ หรือเด็กคุณได้ผู้เรียนเป็นระดับประถมต้น ประถมต้น ป. 1 ป. 2 ยังอ่านหนังสือไม่ออกนะ แต่คุณไปใช้เว็บไซต์ที่มันแบบ อ่านหนังสือยากลำบากทั้งนั้นน่ะค่ะ ฉะนั้น ก็ไม่เหมาะสมอีกอยู่ดีนะคะ ฉะนั้น ต้องดูให้ดีว่าระดับชั้นคุณเป็นอย่างไรนะคะ ออกแบบการสอนให้เหมาะกับวิชาเหมาะกับผู้เรียน อันดับที่ 2 ก็คือจัดการสารสนเทศได้ โลกใบนี้มันมีสารสนเทศเยอะแยะมากมาย แต่ครูที่เจ๋ง คือ ครูที่สามารถเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้ เขาเห็นคลิป เราเห็นข้อมูลพวกนี้ เราสามารถที่จะมองเห็น ว่ามันเป็นตัวอย่างเด็กได้ คุณครูต้องมี สามารถจัดการสารสนเทศได้ แต่ครูที่เหนือครู ครูที่มืออาชีพจริง ๆ น่ะค่ะ จะแต่ต้องเป็นคนที่สามารถออกแบบแหล่งเรียนรู้ของตัวเองได้ อันนี้เราคาดหวัง อันนี้ครูผู้ช่วย ระดับครูผู้ช่วย คือ ครูทั่วไป จะต้องเลือกสรรค์เทคโนโลยีมาได้ เรื่องสรรค์ เห็นเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีอยู่ใน YouTube ที่มีอยู่ใน Google ต่าง ๆ เอามาจัดการเรียนการสอนได้ อันนี้ครูทั่วไป แต่ถ้าครูมืออาชีพ ป. 3 ป. 4 ต้องทำเอง ต้องทำสื่อที่เหมาะกับผู้เรียนให้ได้นะคะ ฉะนั้น ก็คาดหวังจากเด็ก ๆ นะคะ ว่าต้องสามารถทำอันนี้ได้นะคะ เดี๋ยวเทอมนี้เราจะให้พวกคุณทำสื่อที่จัดการในวิชาของคุณได้ด้วยนะคะ นอกจากนั้นค่ะ เขียนแผนเสร็จ เลือกเทคโนโลยีสารสนเทศและการให้บริการสารสนเทศเสร็จ เอาไปใช้ได้เลยไหม เอาไปใช้ได้แต่ต้องดูสภาพแวดล้อมด้วย ว่าสภาพแวดล้อมที่คุณเอาไปใช้เหมาะสมไหม อย่างเช่น ถ้าคุณจะใช้ Kahoot มันต้องมีอะไรบ้าง เด็กต้องมีโทรศัพท์ โรงเรียนที่ฉันไปสอน เด็กมีโทรศัพท์ไหม ฉะนั้น Kahoot ไม่ใช่เหมาะสมกับทุกโรงเรียนถูกไหมคะ ต้องดูสภาพบริบทโรงเรียนนั้นด้วย ด้วยนะคะ ว่าเขามี... อย่างแรกครู kahoot จะเล่นเขาได้ก็มีโทรศัพท์อ่ะมีอะไรอีกinternet อีกโรงเรียนคุณมีอินเทอร์เน็ตเร็วพร้อมมากแค่ไหนไหมอย่างนี้เป็นต้น เขาว่าอะไรเทคโนโลยีสารสนเทศน่ะ มันเป็นตัวที่ที่บ่งบอกความเท่าเทียมความเหลื่อมล้ำที่ได้ชัดอันหนึ่งน่ะนะคะ ไม่ว่าจะเป็นแค่ตัวนักเรียน แค่ตัวระดับบุคคล ไปจนถึงโรงเรียนน่ะ เพราะว่า... เพราะว่ามันมีผลต่อจิตใจ อย่างเช่น ฉันไม่มีเหมือนเพื่อนน่ะ แค่นี้เด็กก็รู้สึกไม่มีอุปกรณ์เหมือนเพื่อน ครูนี่สอนเทคโนโลยีครูรู้เลย ว่าเด็กที่ไม่มีกับเด็กที่มีมันความรู้สึกมันต่างกันนะ เรียนก็ไม่ทันเพื่อนตอนช่วงออนไลน์ งานวิจัยออกมาเยอะแยะเลยว่าแบบเด็กเครียด เพราะว่าไม่มีอุปกรณ์เหมือนเพื่อน ส่วนคนที่มีก็มีนั่นแหละ แต่คนไม่มีมันก็ไม่มีนะคะ อันนั้นมันเป็นตัวทำให้พูดเรียนรู้สึก... รู้สึกเป็นอันดับแรกน่ะหรือ ถ้าสมมติว่าอินเทอร์เน็ตเรา... อินเตอร์เน็ตใช้ไม่ได้ ใน ม. นี่ แค่ใน ม. นี่ เรารู้สึกไงคะ อินเตอร์เน็ตใช้ไม่ได้ หรืออินเตอร์เน็ตช้า ความรู้สึกเราเป็นไง เซ็ง ไม่ทันใจเริ่มรู้สึกอะไร ฉะนั้น เทคโนโลยีสารสนเทศพอมันไม่ได้ดั่งใจน่ะ มันจะมีความรู้สึกเกิดขึ้นน่ะ อันดับแรกไม่พอใจขุ่นเคืองใจ ฉะนั้น คุณครูต้องดูให้ดี ครูเคยเมื่อประมาณ 7-8 ปีที่แล้ว ที่ Kahoot มาใหม่ ๆ น่ะค่ะ ยกตัวอย่าง Kahoot บ่อย ๆ หน่อยนะ เพราะมันเป็น basic นะ เขาพูดมาใหม่ ๆ ครูก็อยากให้เด็กครูเรียนนะ ย้อนกลับไป 7-8 ปีที่แล้วนะ รุ่นที่เรา 7-8 ปีที่แล้ว มือถือ แต่ไม่ใช่ทุกคนจะมีมือถือ เป็นสมาร์ทโฟนนึกออกไหม ไม่ใช่ทุกคน อินเทอร์เน็ต ม. เราเป็นอย่างไรคะ 7-8 ปีที่แล้วตอนนั้นเสถียรก็ไม่เสถียร แต่ครูไปใช้ Kahoot เด็กก็ไม่ปรากฏว่าเด็กที่มีก็สนุกสนานเฮฮาออกมา เด็กไม่มีน่ะ นั่งเงียบนั่งสอยจังต่ำสายตาเด็ก ๆ อยู่เลย ฉะนั้น แล้วเราจะใช้อะไรเราต้องดู สภาพแวดล้อม ดูบริบทของ ณ สถานการณ์นั้น ๆ ณ ห้องนั้น ๆ นะ โรงเรียนนั้น ๆ ว่าพร้อมมากค่ะ ฉะนั้น พอมันมีเทคโนโลยีสารสนเทศที่มันสะดวกสบาย คุณครูเปลี่ยนบทบาทค่ะ บทบาทจากเป็นคนสอน ก็กลายเป็นผู้อำนวยความสะดวก คือ คุณครูเตรียมสื่อมาให้หมดนะ สื่อ E-learning เว็บไซต์ต่าง ๆ ค่ะ จากนั้นคุณครูก็ให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตัวเอง แล้วมาแนะนำนะคะ อันนี้ต้องบอกว่าทฤษฎีเมืองนอกนะ ทฤษฎีเขาพร้่อมน่ะ เราก็พูดดิ เขาถูกฝึกมาเรียนรู้ด้วยตัวเองอันนี้ทฤษฎีเมืองนอก แต่ว่าเมืองไทยก็เขาก็เริ่มมาแล้ว แล้วถ้าเด็กคนไหนที่พร้อมเรียนตัวเอง แล้วพร้อมที่จะเรียนรู้ คุณครูก็คอยให้คำแนะนำคอยนะคะ จากที่ดูสื่อมาในเมืองไทย ก็ยังไม่ได้พร้อมที่จะใช้อันนี้มากกว่าแต่ก็มีนะมีระดับ มีอย่างเตรียมอุดมอย่างนี้ บางห้องนี่ไม่อยากให้คุณครูสอนเลยน่ะ อยากเรียนด้วยตัวเองอยากเขาก็เขาก็เปิดโอกาสให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตัวเองนะ แต่อีกสักประมาณ 5 มันไปไกลนะ ถ้า 5 ปีข้างหน้าอาจจะอันนี้อาจจะเป็นแพร่หลายก็ได้นะคะ ที่ทำให้ครูผลิตสื่อเฉย ๆ คุณครูสร้างสื่อไว้ แล้วให้ผู้เรียนเรียนรู้ด้วยตัวเอง แต่พอเด็กมีปัญหา หรือไม่เข้าใจตรงไหน ก็ค่อยกลับมาถามคุณครูอีกครั้งนี่ค่ะ ต่างประเทศก็มีแล้ว พวกแบบประเทศโลกที่ 1 เยอรมันอะไรอย่างนี้ เพื่อนครูอย่างนี้ มาหาที่ปรึกษาเฉพาะตอนที่เขามีปัญหาที่ปรึกษาต้องคอยสแตนบายว่าแบบจะนัดพบเจอเมื่อไหร่นี่แต่เขาจะไปเรียนรู้ด้วยตัวเองก่อน แล้วเขาก็จะมา เจอน้อยมากน่ะ อย่างเช่น เขาจบเรียน ป. เอก ประมาณ 3 ปีนะ แล้วที่ปรึกษาอยู่ประมาณ 3 ครั้งน่ะ ที่ปรึกษาทุกสัปดาห์ ต้องไปหา คือด้วยความความเมืองไทยอ่ะเด็กไม่มาเจอมันก็ไม่ค่อยเท่าไร แต่มันก็ต่างกันนะ แต่ของเขาก็มีความรับผิดชอบมากกว่านะอย่างนี้นะคะ นะ ฉะนั้น บทบาทของครูนะคะ เดี๋ยวหมดอันนี้เดี๋ยวครูจะให้ทำกิจกรรมแล้วนะคะ อีกนิดหนึ่ง อันนี้เมื่อกี้เป็นคุณครูแล้ว ทีนี้คุณครู พอคุณครู เฮ้ย เทคโนโลยีสารสนเทศมันเจ๋ง จากที่เราเรียนมานะ เฮ้ย มันดี มันทำให้ชีวิตสะดวกสบาย ช่วยในเรื่องการเรียนก็ได้ ช่วยสนับสนุนฉันก็ได้ ติดต่อสื่อสารก็ได้ ทีนี้จะเอามาใช้ในโรงเรียนอย่างไร สมมติว่าเราได้เป็น ผอ. มันดีนะ การที่เด็กมีเว็บไซต์ หรือ ผอ. ไปเจอเว็บ ไปเจอแอปพลิเคชันเจ๋ง ๆ แล้วอยากให้คุณครูทำ อยากให้คุณครูเอาไปสร้างให้เด็ก เราว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้า ผอ. สั่งคุณครู คุณครูสาขาการศึกษาพิเศษไปทำ application เจ๋ง ๆ ไปให้ผู้เรียนสอน เราว่าจะเกิดอะไรขึ้น ในโรงเรียนโรงเรียนหนึ่ง เราว่าจะเกิดอะไรขึ้น ต้องบอกว่าโรงเรียนนั้นจะมีคุณครูจบใหม่ประมาณ 2 คน คุณครูจบใหม่ ประมาณอายุ 20 กว่า มีคุณครูวัยผู้ใหญ่ประมาณ 45 ถึง... 45-50 ประมาณ 5-6 คน มีวัยใกล้เกษียณอีกประมาณ 2-3 คน เราว่า ผอ. จะให้ทำ Application จะเกิดอะไรขึ้น แล้วโรงเรียนจะมี Gen อยู่ 3 Gen นี้แหละนะคะ เราว่าเกิดอะไรขึ้น คุณครูมีบางคนจะต่อต้าน แน่นอนคุณครูวัยใกล้เกษียณ เขาไม่ได้เก่งเทคโนโลยี อย่างแรกเขาจะบอกแม่เฮ็ดบ่เป็นดอก มาคำนี้ แม่ ๆ เฮ็ดบ่เป็นดอก เขาทำไม่เป็นหรอก นึกออกไหม เขาก็จะปฏิเสธ อย่างแรกเขาจะปฏิเสธเลย ไม่ทำ ไม่เอา สิ่งที่เราจะไปเจอ เดี๋ยวหลายคนจะไปเป็น ผอ. ศูนย์การศึกษาพิเศษอย่างนี้ เราจะเจอ 3 Gen นี้แหละ 45-50 ประมาณแบบ เฮ้ย ก็อยากทำแหละ ขอเวลาหน่อยนะ จะออกไม่ออก ส่วนวัยใกล้เกษียณปฏิเสธจะเกษียณและไม่ทำหรอกจะเกษียณแล้วส่วนวัยที่จบมาใหม่ ๆ ครูประมาณ 24-25 ตอบรับทันที ทำได้สบายมาก ฉะนั้น สิ่งที่เราจะเอามาใช้ในหน่วยงานน่ะ อีที่ผ่านมาเป็นเรื่อง Basic มากเลยนะ แต่อันนี้จะเอามาใช้ในหน่วยงานนี่โคตรยากเลย เพราะว่าหน่วยงานหนึ่ง... ส่วนประกอบ เริ่มเสียงดังแล้วนะ ถึงไหนแล้วล่ะ เอามาใช้ในหน่วยงาน มันลำบาก เพราะว่าหน่วยงาน หน่วยงานประกอบด้วยหลาย ๆ คน มันเลยทำให้ลำบากไง ร้อยพ่อพันแม่ไม่รู้คนนั้นจะรู้สึกอย่างไร จะให้ใช้อย่างไรนะคะ ฉะนั้น ยาก มีวิธีค่ะ แต่มีวิธีนะคะ วิธีแรกเขาเรียกว่า "ด้านทางเทคนิค" ด้านนี้คือจะให้ความสำคัญ เทคโนโลยีใหม่หมด ทัยสมัยหมด ไม่ต้องไปสนอะไร เปลี่ยนใหม่ทั้งนั้นเราก็ดีไหมชอบใช่ไหม ข้อดีก็มี ข้อดีคือเราจะได้เทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่างเช่น ผอ. แบบได้รู้แอปพลิเคชันมาใหม่ หรือเวอร์ชันอะไรใหม่ ๆ Word ใหม่ Windows ใหม่มาเรื่อย ๆ เปลี่ยน เปลี่ยนใหม่หมดเลยข้อดี คือไ ด้ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่ข้อเสียคืออะไรรู้ไหมคะ งบประมาณนะ เปลี่ยนแต่ละครั้ง เปลี่ยนคอมพิวเตอร์แต่ละครั้งงบประมาณเยอะนะ และอาจจะโดนต่อต้าน ความเคยชินของมนุษย์น่ะ ต้องไม่นึกถึงเรานะ ต้องนึกถึงคนอื่นด้วยนะเวลาที่เราจะเอาไปใช้ค่ะ ทำไมอาจารย์วัยใกล้เกษียณน่ะ เขาไม่อยากเปลี่ยนหรอก ใช่ไหม ทำจนชินมาแล้ วเขาไม่อยากเปลี่ยนหรอกนะคะ ฉะนั้น เทคนิคนี้ดีไหมคะ หลายคนเริ่ม... อย่างนั้นมาดูอีกเทคนิคนิดหนึ่ง เขาเรียกว่าด้านพฤติกรรม เทคนิคด้านพฤติกรรมค่ะ พฤติกรรมนี่ ครูรัก ผอ. คนนี้มาก ผอ. ให้คุณครูทำอันนี้ค่ะ ผอ. จะให้ครูทำเว็บไซต์แล้ว ครูก็บอกว่าทำไม่เป็นน่ะ ไม่อยากทำเลยอ่ะ ไม่เป็นไรเดี๋ยวค่อยทำนะคะ พร้อมก่อนค่อยทำนะคะ ประมาณนี้ รอพฤติกรรมให้คนในโรงเรียนพร้อมก่อน อันนี้ดีไหม อันนี้ก็ดี ตกลงเธอจะเอาอะไรกันแน่ อันนี้ก็มีข้อดีค่ะ ข้อดี คือ บุคลากรในโรงเรียนจะยอมรับ ไม่แบบเปลี่ยนเขาทันทีน่ะ เขาจะยอมรับ แต่ข้อเสียคืออะไรรู้ไหมคะ ข้อเสียคือเทคโนโลยีจะไปช้า โรงเรียนอื่นเขาเล่นเกม เขา Maltivert เขาไปถึงไหนแล้ว เขามีเว็บไซต์ละโรงเรียน ฉันยังไม่มีเลย อันนี้ครูเห็นชัดเลยนะ เพราะว่าครูสอนปี 1 ใช่ไหมคะ ครูจะ เด็กบางคน เฮ้ย เปิดคอมพิวเตอร์ รู้เรื่อง Application ทักษะเทคโนโลยีสารสนเทศมีหมด เด็กบางคนหาปุ่มยังไม่เจอเลย เด็กบางคนเครื่องมือต่าง ๆ ยังใช้ไม่เป็นเลย อีตัวนี้มาจากที่ ผอ. ใช้พฤติกรรมนี้แหละ ไม่ยอมเปลี่ยน กลัวแต่คุณครูโกรธ กลัวแต่คุณครูไม่รัก อยากหักหาญน้ำใจดีไหมคะ เอาอันไหนดีคะ เทคนิคหรือพฤติกรรม เทคนิคครูเกลียด เทคนิค ผอ. เปลี่ยน ไปดีกับผู้เรียน แต่พฤติกรรมครูตกไปอยู่ที่ผู้เรียน ไม่ได้เอาอันไหนดี พวกเราน่ะ แน่นอนตอบเทคนิค แต่ ถ้าไปถามครูวัยใกล้เกษียณหรือ 50 คุณว่าเขาตอบอะไร ด้านพฤติกรรมด้านพฤติกรรม ฉะนั้น เราไม่จำเป็นต้องแยก 2 อันนี้ เราเอามันมาผสมผสานได้นะ นะคะ ฉะนั้น ดอกจันไปค่ะ เทคนิคเวลาที่เราเอาไปใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในโรงเรียน หรือในองค์กรที่มีหลาย Generation นะ อันนี้ต้องเขียนโน้ต ที่มีลาย Generation ไม่ใช่ทุกคนจะได้เทคนิค แต่คนอย่างต้องรอพฤติกรรมด้วย รอฉันพร้อมด้วย ฉะนั้นห น่วยงานที่มีลายเซ็นเราต้องเราต้องใช้ 2 เทคนิคนี้ เทคนิคจะจะไปแจ้งนี่ผมได้เว็บไซต์ใหม่มา อยากให้คุณครูไปอบรมให้พร้อม แล้วเทอมหน้าคุณครูเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีตัวนี้นะ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ แต่ถ้าองค์กรไหนที่คุณพร้อม เอาเลย ถ้าเด็ก อย่างเช่น พวกแบบ อะไรดีล่ะ NECTEC อย่างนี้ เขาเป็นแบบเขาเป็นองค์กรคอมอยู่แล้วนะ หรือไม่คชอบอะไรอย่างนี้เขาเป็นทันสมัยอยู่แล้วน่ะค่ะ เขาก็พอเปลี่ยนอยู่แล้วนะคะ แต่อันนี้ถ้าองค์กรคุณมีมีวัยที่ไม่ได้พร้อมเทคโนโลยีมากว่า จะใช้เทคนิคนี้ แต่ถ้ามีหลาย Gen อยู่ด้วยส่วนมากองค์กรมักจะมีหลาย Gen แบบนี้แหละนะคะ คุณก็ใช้เทคนิค 2 อย่างนี้ผสมกันนะคะ โอเคนะ สุดท้ายแล้วอันนี้นะคะ สิ่งที่เวลาที่เราจะใช้เทคโนโลยีสารสนเทศได้ดีน่ะค่ะ เราต้องอาศัย 3 องค์ประกอบนี้ ส่วนประกอบแรก คน องค์ประกอบที่ 2 เทคโนโลยีและการจัดการที่ดี ต้อง 3 อย่างนี้ต้องไปด้วยกันนะ 3 อย่างนี้ต้องไปด้วยกันนะคะ คน ถ้าคนเจ๋งมาก คนสามารถออกแบบแอนิเมชันทำอะไรต่าง ๆ ได้ เก่งคอมพิวเตอร์ เก่งเทคโนโลยีมาก แต่ในองค์กรนั้นดันให้เทคโนโลยีเขาที่เป็น Windows 98 อย่างนี้ เป็นแบบคอมฯ ที่แบบช้ามาก เน็ตก็ไม่มีให้เขา ถามว่าเขาจะพัฒนา เครื่องมือ เขาจะพัฒนาองค์กรได้ไหม ก็ยากนึกออกไหม ไม่ว่าจะเก่งแค่ไหน แต่คุณไม่มีอุปกรณ์ มันก็ยาก เหมือนนักรบไร้กระบี่มันยาก มันยากต่อการทำงานของเขาน่ะ ฉะนั้น มันถึงต้องไปด้วยกัน เฉกเช่นเดียวกัน เทคโนโลยีองค์กรนั้นเทคโนโลยีเจ๋งมาก ครูเคยไปตรวจตรวจรับพัสดุที่หนึ่ง หน่วยงานเขาเป็นหน่วยงานทำจดหมายเฉย ๆ ซึ่งแต่คอมพิวเตอร์ของหน่วยงานองค์กรเขาเป็นอย่างไรรู้ไหมคะ เป็นแบบไหนรู้ไหมคะ ซึ่ง MAC มันไปใช้กับ Macbook ก็หาพวก MAC น่ะ เครื่องมันจะสเปคมันจะสูงน่ะ มันเป็นสเปคที่ไว้ทำ Animation ทำทำตัดต่ออะไรพวกนี้ย หน่วยงานนั้นใช้แค่ Wordถามว่าคุ้มค่าไหม ใช้ประสิทธิภาพเทคโนโลยีพอไหม คนในองค์กรไม่ได้ใช้ความคุ้มค่าของคอมพิวเตอร์นั้นเลย อันนี้ก็ไม่มีประสิทธิภาพ ฉะนั้น ถามอย่างนี้เลยต้องไปด้วยกัน การจัดการก็เหมือนกัน ถ้าคุณไม่มีระบบจัดการที่ดีเลิศ Application นั้น Error บ่อย คนก็ไม่อยากใช้ Application นั้นนะคะ ฉะนั้น มันถึงต้องไปด้วยกันนะคะ ตามอย่างนี้องค์กรคนเทคโนโลยีก็ต้องเสี่ยงไปด้วย ส่วนการจัดการก็ต้องมีการจัดการที่ดี ถึงจะทำให้มีประสิทธิภาพนะคะ ดอกจันไปชอบออกข้อสอบ เดี๋ยวครูจะให้เรานะคะ เดี๋ยวจับคู่หรือว่าเป็น 2-3 คนนะคะ ช่วยกัน ช่วยกันทำงานนี้นะคะ โดยเดี๋ยวครูจะมีใบงานให้นะคะ ให้เรานี่เลือกเทคโนโลยีสารสนเทศมา 1 อย่างนะคะ เทคโนโลยีสารสนเทศที่เลือกมาคืออะไร ต้องเลือกให้ได้นะ ต้องดูอย่างไรคะ เทคโนโลยีสารสนเทศ จัดเก็บได้ ประมวลผลได้ อะไรอีกคะ เผยแพร่ได้นะคะ ถามอย่างนี้นะ ให้คุณเลือกมานะคะ ให้ได้ด้วยว่าเทคโนโลยีสารสนเทศที่คุณเลือกมานี่มีบทบาทอะไรนะคะ จากนั้นเอาเทคโนโลยีสารสนเทศนี้ไปใช้เมื่อไหร่นะคะ จะใช้ในห้องเรียน นอกห้องเรียน หรือใช้ได้ตามอัธยาศัย ก็ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีสารสนเทศที่คุณเลือกมานะคะ WHY ทำไมถึงเลือกเทคโนโลยีสารสนเทศตัวนี้ อันนี้ส่วนมากบอกข้อดี พอดีว่ามันเก่งยอย่างไรคุณถึงเลือกมา ถ้ามันไม่เสร็จคุณก็ไม่เลือกหรอกหรือมันเหมาะสมกับวิชามันเหมาะสมผู้เรียนอย่างไร อันนี้ก็เป็นความดีของเทคโนโลยีตัวนี้ เป็นประโยชน์ของมันนี่แหละนะคะ สุดท้าย How บอกว่าเทคโนโลยีสารสนเทศเลือกมาเนี่ยเอาไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้ยังไงนะคะ พอสังเขปนะอยากให้เป็นข้อ ๆ เป็น เป็นข้อ ๆ เห็นว่าใช้ 1 2 3 อย่างไรนะคะ อันนี้หลายคนชอบพลาด ซึ่ง How นี่ จะต้องไปเกี่ยวข้องกับ What When เอามาใช้ต้องไปเกี่ยวข้องด้วยนะ How คุณจะเอามาใช้ คุณบอกว่าคุณใช้ตามอัธยาศัยคุณก็จะต้องมาเขียน How ให้มันได้ตามอัธยาศัย คุณจะเอาที่มีสารสนเทศมาใช้ในห้อง HOW ก็ต้องเป็นการเรียนรู้ที่อยู่ในห้องนึกออกไหม บรรยากาศในห้อง บริบทในห้อง และต้องสอดคล้องกับเทคโนโลยีที่เลือกมาด้วยนะ ต้องเลือกให้ครบนะ บทบาทก็ต้องให้ครบกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ฉะนั้น What When Where Why How มันจะเกี่ยวข้องกันหมดเลยนะคะ มันจะเกี่ยวข้องกันหมดเลยนะคะ มีข้อสงสัยไหมคะ ถ้าไม่สงสัยก็มารับใบงานได้เลยนะคะ ครูให้ลองดู 20 นาทีก่อนนะ ถ้า 20 นาทีพอก็ถ้าไม่พอก็เดี๋ยวค่อยขยายเวลาอีกที ได้ ขอให้มันครบ 3 อย่างนี้ต้องดูด้วยนะ มันครบ 3 แอปหรือเปล่า อันนี้ 10 คะแนนนะคะ ช่วยกัน 2-3 นะ 2-3 คนนะคะ เอาเพื่อนไปด้วย อย่าลืมนะ เทคโนโลยีสารสนเทศดูอย่างไร บทบาท พอเลือกมาเสร็จ เฮ้ย มันครอบคลุมบทบาทไหมเทคโนโลยีสารสนเทศบางอัน สามารถเป็นได้หลายบทบาท ทำได้หลายบทบาท ดูนะ แต่ห้ามเอาเหมือนตัวอย่างนะ ดูตัวอย่างจะได้ทำได้ง่ายขึ้น ยกตัวอย่างเช่น อันนี้เขาเลือก e-learning นะคะ e-learning บทบาท e-learning มันทำได้บทบาทนะ ช่วยในเรื่องการเรียนรู้และ e-learning เขายังเอามาเป็นเครื่องมือติดต่อสื่อสารwfhด้วยบทบาท บทบาทที่มันมี 3 บทบาทแค่นี้เองนะคะ When เมื่อไหร่ ด้วยความน่ะ มันสามารถใช้ได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องเรียน เขาก็เลยบอกว่าใช้ได้ทุกที่m6เวลาจะใช้ในห้องเรียนนอกห้องเรียนก็ได้ผู้เรียนสามารถทบทวนได้ตลอดนะ Why ด้วยนะ นี่เป็นสื่อการสอนที่ทันสมัยแทนครูได้มอบหมายงานก็ได้แบบฝึกหัดก็ได้ ใส่ภาพข้อความได้หมด อันนี้มันเป็นบอกคุณสมบัติ ข้อดีของสื่อนะคะ How นี่ค่ะ How ก็ต้องครบด้วยนะ แล้วต้องครบบทบาทด้วยนะ พูดภาษาผ่าน E-Learning เรียน E-Learning แล้วให้ทำแบบฝึกหัดทบทวน แล้วถ้าไม่เข้าใจก็ส่งแชตถามคุณครูได้ ทีละนิดสามารถทำได้แล้วก็ค่อยให้วัดความรู้ทีหลัง ฉะนั้น How นี่แต่ต้องไปสอดคล้องกับบทบาทด้วยนะ บทบาทคุณให้มันถึงขนาดไหน ต้องครบด้วย ฉะนั้น เลือกให้ถูก เลือกเทคโนโลยีสารสนเทศมาให้ถูก บอกบทบาทว่าใช้บทบาทอะไรบ้าง และสอดคล้องไปจนถึง How นะ ต้องครอบคลุมนะ ฉะนั้น สิ่งที่ครูคาดหวังจากกิจกรรมนี้ ก็คือคุณต้องเลือกเทคโนโลยีสารสนเทศให้ถูกนะ งวิธีการดูบอกไปแล้ว และบทบาทมันสามารถใช้บทบาทอะไรได้บ้าง คุณครูต้องรู้ และคุณครูต้องทำมันให้ได้ด้วย How ว่าเอาไปใช้อย่างไร ให้ครอบคลุมกับบทบาทของมันนะคะ ลุยเลย คือ มันเกี่ยวข้องกันนะ ฉะนั้นถ้าใครเลือกเทคโนโลยีสารสนเทศที่มัน Basic คุณจะต้องเขียน How ให้มันจ ๆ นะถึงจะได้คะแนนดีนะคะ ฉะนั้น How จะต้องว้าว ๆ น่ะถ้าเลือกเทคโนโลยีสารสนเทศที่พื้นฐานนะ มันเกี่ยวข้องกัน เดี๋ยวจะมีคะแนนนำเสนอด้วยนะ ฉะนั้น เราต้องเตรียมความพร้อมในการนำเสนอด้วยนะคะ และคนที่ไม่ได้นำเสนอต้องตอบคำถามครูให้ได้ด้วยนะคะ ทุกคนต้องมีส่วนร่วมนะ ต้องรู้ด้วยนะว่าที่ตัวเองเลือกมานี่ เป็นอย่างไร ทุกคนต้องตอบให้ได้ด้วยนะคะ ตอนนี้เหลือกลุ่มไหนยังไม่เสร็จคะ ยกมือค่ะ ครูจะได้รอ โอเค ถึงอันไหนล่ะ ถึง How แล้วใช่ไหม อย่างนั้นเดี๋ยวครูให้อีก 5 นาทีนะคะ ที่เหลือเตรียมนำเสนอนะคะ มีคะแนนนำเสนอแล้ว สมาชิกในกลุ่มนี่ ก็ต้องตอบคำถามให้ได้ด้วย อย่างนั้นเดี๋ยวเราจะเริ่มนำเสนอ 11.05 นะ เดี๋ยวจะเริ่มนำเสนอ เริ่มจากข้างหลังมานะคะ 1. ข้างหลังยกมือเลย ข้างหลังสุดน่ะค่ะ นั่นแหละ จากนั้นนะแล้วก็มา 2. 3. เรื่อยมา เรื่อย ๆ นะคะ เริ่มมาเรื่อย ๆ นะคะ เชิญค่ะ มีคะแนนนำเสนอนะ เราก็จะถามคำถามด้วยเชิญเลย เดี๋ยวแจ้งรหัสสมาชิกพอนะคะ ครูจะได้ให้คะแนนได้ (นักศึกษาชาย) สวัสดีครับผม มาจากกลุ่มสุดท้ายครับ มาจากก็กลุ่มแรกครับ ครับผม นายนันทิพัฒน์ เพาะปลูกนะครับ ครับผมรหัส 126 นะครับ 3 ตัวท้ายได้ไหมครับ สวัสดีครับ ผมรหัส 128 ครับ (นักศึกษาชาย) สวัสดีครับ ผมรหัส 123 ครับ ครับ เทคโนโลยีสารสนเทศที่ผมเลือกมานะครับ ก็คือ Classroom ครับ เปลี่ยนแล้วครับ มันกว้างไปครับ Classroom นะครับ บทบาทที่... บทบาทที่ช่วยในการเรียนรู้นะครับ ช่วยในการจัดการเรียนรู้ครับผม ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศนี้ได้เมื่อไหร่นะครับ ใช้ได้ทุกเวลา ทุกสถานที่นะครับ เมื่อผู้เรียนต้องการติดตามงาน คะแนน แล้วก็ทบทวนใบความรู้ต่าง ๆ ครับ ทำไมถึงเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศนี้นะครับ เหตุผลที่เลือก เพราะว่าเป็น Application ที่สามารถจัดการชั้นเรียน งาน และเกรดทางออนไลน์ได้โดยไม่ต้องใช้กระดาษ สามารถเพิ่มสื่อการสอนในงาน เช่น วิดีโอ YouTube แบบสำรวจ Google Form ได้ครับ มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้อย่างไรนะครับ 1. ให้ผู้เรียนศึกษาใบความรู้ที่ทิ้งไว้ใน Classroom รวมถึงสื่อการสอนวิดีโอและ YouTube 2. ให้ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดที่ทิ้งไว้ใน Classroom เพื่อวัดความรู้ และ 3. หากผู้เรียนไม่เข้าใจสามารถพูดคุยโต้ตอบได้ในสตรีมของชั้นเรียนครับ กลุ่มแรกขอจบการนำเสนอเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ (อาจารย์) นำเสนอได้ดีเลยนะ 126 ใช่ไหม เออ นำเสนอได้ดีนะ สำหรับปี 1หนึ่งนะ138 ครูลืมบอกคนอื่นต้องฟังเพื่อนด้วยนะ ถ้าครูได้ยินเสียงจากใครที่ไม่ฟังเพื่อนครูหักคะแนนฟังเพื่อนด้วยนะคะ 138 138 ใครคะ 28 เกือบแล้ว 128 นะคะ 128 ทำไมถึงเชื่อว่า Classroom เป็นเทคโนโลยีสารสนเทศ 123 หันมา 123 มัน... มันอะไร มันรวบรวมไว้อย่างไรล่ะ นี่โอเคค่ะ แปลว่ารู้จริง เชิญค่ะ ทำได้ดีเลยกลุ่มนี้ กลุ่มถัดมาค่ะ ให้เพื่อนดีกว่า เดี๋ยวกลุ่มนี้อยากให้ใครนำเสนอเป็นคนถัดไป โอเค เชิญมา (นักศึกษาชาย) ผมรหัส 122 ครับผม (นักศึกษาหญิง) ค่ะ รหัส 105 ค่ะ (นักศึกษาหญิง) 107 ค่ะ (นักศึกษาชาย) ส่วนในข้อ What นะครับผม ผมเลือกโปรแกรมNearpod นะครับผม บทบาทช่วยกระบวนการในการเรียนรู้น่าสนใจและมีประสิทธิภาพให้ผู้เรียนเข้าใจได้ง่ายขึ้นครับผม ข้อ 2 When ใช้เมื่อในการเรียนการสอน หรือเมื่อมีเวลาว่างครับผม Why ทำไมถึงเลือกการใช้ Application นี้เป็น Application ที่ใช้ได้หลากหลาย มีความสร้างสรรค์ทำให้ผู้เรียนเข้าใจได้ง่ายขึ้น ผู้สอนสามารถรับรู้ได้ เมื่อผู้เรียนไม่ส่งงาน และรับรู้ได้คะแนนในการสอบได้ พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลอัตโนมัติ How เราสามารถสร้างเกมได้ สร้างการบ้านได้ทำให้ผู้เรียนนำไปใช้ในการเรียนนอกเวลาได้ สามารถทำแบบฝึกหัดต่าง ๆ ได้สามารถสร้างเกมได้ เป็นสไลด์ครับผม สามารถนำไปใช้ในการออกแบบได้ครับผม มีครับผม (อาจารย์) บอกคะแนนได้ไหม (นักศึกษาชาย) ติดต่อได้ครับผม ได้ครับผม ติดต่อครูผู้สอนครับผม นักเรียนก็สามารถติดต่อได้ในการ Login ครับผมสามารถทำได้ครับผม ใช่ครับ โอเคครับ โอเคครับ (นักศึกษาหญิง) ของหนู 109 ค่ะ แล้วก็ 111 ค่ะ แล้วก็ 103 เทคโนโลยีสารสนเทศที่เลือกมา คือ Notebook นะคะ บทบาทช่วยในการเรียนรู้ เป็นเครื่องมือสื่อสารระหว่างครูผู้สอนกับนักเรียน ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศนี้ได้เมื่อไหร่ ใช้ได้ทุกที่ทุกเวลาที่เราสะดวกค่ะ ทำไมเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศใช้แทนการเรียนการสอนได้ นักเรียนสามารถใช้เรียนออนไลน์หรือทบทวนเนื้อหา และพูดคุยกับเพื่อนได้ค่ะ ใช้ทำงานและบันทึกข้อมูล มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศไปใช้จัดการเรียนรู้อย่างไร 1. ใช้เรียนออนไลน์ 2. ใช้จัดเก็บข้อมูล 3. ใช้สื่อสารกับเพื่อนผ่าน Line หรือ Facebook หรือเมล 4. ใช้ทำงานและสั่งพรินต์งานเอกสารผ่าน Notebook ได้ ใช้ดูสื่อการเรียนรู้การสอนได้ 6. หรือสืบค้นหาข้อมูลได้ค่ะ (นักศึกษาชาย) ฮัลโหล ๆ (อาจารย์) สวัสดีครับ (นักศึกษาชาย) สวัสดีครับ (นักศึกษาหญิง) กลุ่ม 4 ใช่ไหม สวัสดีค่ะ พวกเราเป็นตัวแทนของกลุ่ม 4 ค่ะ รหัสนักศึกษาของดิฉันนะคะ 118 ค่ะ คนนี้ 102 ค่ะ 118 คนนี้ 102 ค่ะ แล้วคน 127 ค่ะ ค่ะ เทคโนโลยีสารสนเทศที่กลุ่มเราเลือกมานะคะ คือ Microsoft PowerPoint ค่ะ บทบาทนะคะ สามารถทำสไลด์ได้อย่างง่ายแล้วสวยงาม สามารถนำไปใช้ในการนำเสนองาน สามารถแชร์ข้อมูลให้เพื่อนร่วมงานได้ค่ะ ได้หลายช่องทางด้วย ทำ... ใช้ได้เมื่อไหร่นะคะ ก็ใช้ได้ทุกที่ทุกเวลาค่ะ ทำไมถึงนำเทคโนโลยี... เรื่องเทคโนโลยีนี้นะคะ เพราะสามารถจัดเก็บข้อมูลได้ แล้วก็แบบนำเสนอสะดวกค่ะ มีการนำเทคโนโลยีมาใช้อย่างไรนะคะ ก็นำมาจัดทำสไลด์ในการสอน หรือว่าทำงานเพื่อส่งอาจารย์อย่างนี้นะคะ เพราะว่ามันเก็บข้อมูลได้ค่ะ แล้วก็สามารถแบบเขาเรียกว่าอะไรล่ะ สามารถทำ... เราสามารถย้อนกลับมาอ่านใหม่ได้ เมื่อแบบใกล้จะสอบอะไรแบบนี้ค่ะ ถ้าไม่เข้าใจก็กลับไปทบทวน พูดไม่รู้เรื่องก็ขอโทษนะคะ (อาจารย์) เริ่มเสียงดังแล้วนะ ต้องฟังเพื่อนนำเสนอด้วยนะคะ หักคะแนนทั้งกลุ่มนะ ยังไม่หยุด (นักศึกษาหญิง) สวัสดีค่ะ รหัสสมาชิกนะคะ 101 ค่ะ คนที่ 2 106 คนที่ 116 ค่ะ เทคโนโลยีสารสนเทศที่เลือกมานะคะ คือ Kahoot ค่ะ บทบาทนะคะ ช่วยการเรียนรู้เ ครื่องมือช่วยในการประเมินผล และแบบทดสอบหลังเรียนก่อนเรียนค่ะ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศนี้ได้เมื่อไร ช่วยการเรียนรู้ แล้วก็เครื่องมือในการประเมินผลและแบบทดสอบหลังเรียน-ก่อนเรียนค่ะ ก่อนเรียน-หลังเรียน เทคโนโลยีสารสนเทศนี้ได้เมื่อไหร่นะคะ คือ ได้ทุกที่ทุกเวลาค่ะ ในห้องเรียนหรือเรียนออนไลน์ก็ได้ค่ะ ทำไมถึงเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศนี้นะคะ เป็นโปรแกรมการเรียนรู้ และเป็นสื่อที่ทันสมัย ซึ่งสามารถตอบคำถามบนอุปกรณ์ของตนเองได้ค่ะ เช่น คอมพิวเตอร์ มือถือ หรือ iPad ค่ะ การนำเทคโนโลยีสารสนเทศไปจัดการเรียนรู้ 1. ให้ผู้เรียนประเมินผลโดยการตอบคำถาม การอภิปราย หรือการสำรวจความคิดเห็นค่ะ 2. ให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบการเรียนรู้ 3. สร้างบรรยากาศในห้องเรียนรู้ให้มีสีสันมากขึ้น 4. ประเมินตนเองว่ามีความเข้าใจเกี่ยวกับเนื้อหามากน้อยเพียงใดค่ะ เหมือนว่า... (อาจารย์) ทำถึงเป็นเทคโนโลยีสารสนเทศ (นักศึกษาหญิง) เหมือนกับว่าสามารถนำมาปรับใช้ในห้องเรียนได้ โดยแบบว่าอาจจะมีครูเป็นคนตั้งคำถาม แล้วให้นักเรียนเป็นคนตอบอย่างนี้ค่ะ เป็นโปรแกรม ประเมินผล เป็นโปรแกมการเรียนรู้และประเมินผล เพราะว่าเป็นโปรแกรมการเรียนรู้แล้วก็สามารถประเมินผลได้ค่ะ สามารถประมวลผล (อาจารย์) ให้เครื่องมือช่วยเพื่อนได้ (นักศึกษาหญิง) อะไรนะ เพราะว่าจัดเก็บประเมินผลและเผยแพร่ได้ค่ะ (อาจารย์) มันครบ 3 อย่างนี้ ใช่ไหม (นักศึกษาหญิง) ขอบคุณค่ะ อยู่ตรงกลาง สวัสดีค่ะ พวกเรากลุ่ม... น่าจะรองสุดท้ายค่ะ มีสมาชิก 110 ค่ะ แล้วก็เพื่อนคนกลางนะคะ 115 ค่ะ คนสุดท้าย 119 ค่ะ What นะคะ ZOOM ค่ะ มีบทบาท คือ ช่วยเรื่องการเรียนรู้ สามารถสื่อสารระหว่างผู้สอนและผู้เรียนได้ค่ะ When ค่ะ ใช้ได้ทุกที่สามารถเรียนรู้ ผู้เรียนสามารถทบทวนความรู้ได้ตลอดเวลาค่ะ ต่อไป ต่อไป Why นะคะ ทำให้ผู้เรียนสะดวกสบายในการเรียนค่ะ แล้วก็ไม่ต้องเดินทางไกลมาเรียนด้วยค่ะ และก็ส่วนข้อ 2 นะคะ ทำให้ผู้สอนแชร์สื่อสไลด์ ผู้เรียนเข้าใจได้ง่ายค่ะ แล้วก็ผู้เรียนสามารถสอบถามข้อมูลจากครูผู้สอนได้ด้วยค่ะ How นะคะ สามารถเรียนรู้ได้ผ่านทางคอมพิวเตอร์ iPad โทรศัพท์ได้ค่ะ ภายใน ZOOM สามารถเห็นหน้าได้ค่ะ ผู้สอนแชร์สไลด์ประกอบการเรียนการสอน ผู้เรียนเกิดข้อสงสัยสามารถเปิดไมค์สอบถามได้ทันทีหรือช่องข้อความค่ะ ผู้สอนสามารถส่งลิงก์ให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบได้ค่ะ เพราะว่า... สามารถจัดเก็บ ประเมินผลได้ค่ะ แล้วก็เผยแพร่ได้ค่ะ (อาจารย์) อะไรอีกนะ (นักศึกษาหญิง) จัดเก็บ ประมวลผล แล้วก็เผยแพร่ค่ะ ในกรณีที่ผู้สอนบันทึกค่ะ (อาจารย์) มาค่ะ กลุ่มสุดท้ายนะคะ (นักศึกษาหญิง) สวัสดีค่ะ วันนี้กลุ่มของพวกเราจะมานำเสนอการเรียนการนำเทคโนโลยีสารสนเทศ (อาจารย์) เริ่มเสียงดังแล้วนะ หลายรอบ (นักศึกษาหญิง) สวัสดีค่ะ วันนี้กลุ่มของพวกเราจะมานำเสนอเทคโนโลยีสารสนมาใช้ในการเรียนรู้นะคะ รหัสนักศึกษานะคะ 114 ค่ะ 120 120 นะคะ และหนู 117 ค่ะ Why นะคะ Application ที่เลือกใช้เป็น Canva ค่ะ บทบาทใช้ในการเรียนรู้ และสามารถใช้ในห้องเรียนได้ค่ะ การจัดเก็บข้อมูลนะคะ เราสามารถกลับมาดูได้ค่ะ เผยแพร่ข้อมูลนะคะ เราสามารถเผยแพร่ให้กับเพื่อน ๆ ดูได้เลยค่ะ When นะคะ ใช้ได้ทั้งในคาบเรียนและนอกคาบเรียนค่ะ ผู้เรียนสามารถเปิดดูได้ แล้วทบทวนได้ตลอดเวลาตามความเหมาะสมค่ะ คือ เราสามารถเปิดดูได้ตลอดค่ะ Why นะคะ สามารถออกแบบจัดเนื้อหารูปภาพข้อความได้ตามที่เราต้องการค่ะ มีความสะดวกสบายในการออกแบบการเรียนรู้ค่ะ คือ เราสามารถออกแบบได้ค่ะ Application นี้ How นะคะ 1. เป็นสื่อในการเรียนจัดการเรียนการสอน 2. สามารถจัดเก็บข้อมูลได้ค่ะ 3. สามารถเปิดทบทวนเนื้อหาดูได้ค่ะ 4. สามารถนำเสนอและเผยแพร่ได้ทุกเมื่อค่ะ และ 5. นะคะ นอกจากที่เราจะสามารถออกแบบได้แล้ว เรายังทำเป็น Portfolio ได้ค่ะ เป็น Wallpaper โทรศัพท์ก็ได้ค่ะ แล้วก็เป็นโลโก้ได้ค่ะ ใช้ในการเรียนรู้ค่ะ จัดเก็บข้อมูล แล้วก็เผยแพร่ได้ค่ะ (อาจารย์) เอาไปใช้อย่างไร How น่ะ อย่างเช่น กลุ่มไหนที่ยังไม่ผ่าน ก็เดี๋ยวครูจะให้เวลาทำนะคะ ให้เวลาทบทวนนะคะ จะรอจะรอถึงเที่ยงแล้วกันนะคะ ส่วนกลุ่มไหนที่ผ่านและก็เชิญได้นะคะ ส่งค่ะ ส่งค่ะ เชิญได้เลยนะคะ กลุ่มไหนที่ผ่านแล้วเชิญได้เลย ฉันไม่ได้กินข้าวนี่แหละ พอมันมาอ่านแล้วมันไม่ใช่ อันไหนเรียงคิวก่อน ต่อคิว ถ้าอยากไปกินข้าว ได้กินข้าวแน่ กินข้าวแล้วน่ะ อันนี้ได้ กลับไปแก้อันนี้ ชื่อมันมี 3 อย่างบทบาท ของเราคือช่วยในเรื่องการเรียนรู้ ขอโทษค่ะ สวัสดีค่ะ ได้ยินไหมคะ ค่ะ ขอบคุณค่ะ วันนี้เรียบร้อยแล้วค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]