﻿1
00:27:22,152 --> 00:27:26,152

2
00:27:57,477 --> 00:28:01,477
(อาจารย์) เอามาลองเชื่อมก่อน ให้มาลองเชื่อม

3
00:28:25,566 --> 00:28:29,566
ให้ส่งเข้า LINE แล้วก็มาเข้า LINE

4
00:28:44,840 --> 00:28:48,840
สัปดาห์ที่แล้วที่ไปดูน่ะ

5
00:28:50,222 --> 00:28:53,575
สัปดาห์ที่แล้วที่ไปดูหนัง

6
00:28:53,575 --> 00:28:57,575
รู้เรื่องไหมคะ เพื่อนหูรู้เรื่องไหม เข้าใจใช่ไหม

7
00:29:07,895 --> 00:29:11,895
คังคุไบ

8
00:29:14,041 --> 00:29:18,041
﻿(อาจารย์) มีค่ะ

9
00:29:20,697 --> 00:29:24,697
ของนักศึกษา (เจ้าหน้าที่) ให้นักศึกษานำเสนอ (อาจารย์)  ใช่ค่ะ

10
00:30:24,255 --> 00:30:28,255
(เจ้าหน้าที่) ได้ยินไหมครับ โอเคครับ

11
00:31:00,514 --> 00:31:04,514
(อาจารย์) มาเร็ว ๆ ค่ะ

12
00:31:05,655 --> 00:31:09,655
เดี๋ยวเสียเวลา ใช่ค่ะ แล้วหนูก็มาเชื่อม Line ตัวเองลูก แล้วหนูก็มาเปิดตรงนี้ ตรงนี้ หนูเข้าไลน

13
00:32:04,883 --> 00:32:08,883
์ตัวเอง อ๋อ แสดงว่าเน็ตยังไม่เข้า ยังไม่เข้าเน็ต

14
00:34:57,161 --> 00:35:01,161
อ๋อ เป็น PowerPoint ลอง Save เป็น PDF

15
00:37:29,566 --> 00:37:33,566
(นักศึกษาชาย) สวัสดีครับพวกผม กลุ่มที่ 1 นะครับ

16
00:37:34,549 --> 00:37:36,285
กลุ่มประวัติศาสตร์ประวัติและการวิจารณ์วรรณกรรมสมัยสุโขทัย อย

17
00:37:36,285 --> 00:37:40,285
อยุธยา และธนบุรีครับ

18
00:37:41,607 --> 00:37:43,068
เหตุการณ์เกี่ยวกับวรรณคดีสมัยสุโขทัย

19
00:37:43,068 --> 00:37:46,654
สุโขทัยเป็น

20
00:37:46,654 --> 00:37:50,654
... สุโขทัยเป็น

21
00:37:51,211 --> 00:37:53,123
ราชธานีแห่งแรกของไทย โดยมีพ่อขุน

22
00:37:53,123 --> 00:37:57,123
... พ่อขุนบางกลางหาว

23
00:37:57,893 --> 00:38:01,893
เจ้าเมืองบางยางกับพ่อขุนผาเมือง

24
00:38:02,245 --> 00:38:06,210
เจ้าเมืองราดและได้ร่วมกันกำจัดอิทธิพลของ

25
00:38:06,210 --> 00:38:08,177
ขอมออกไปจากเมืองสุโขทัย

26
00:38:08,177 --> 00:38:12,177
แล้วสถาปนากรุง

27
00:38:13,659 --> 00:38:16,977
สุโขทัยเป็นราชธานีและได้อภิเษก

28
00:38:16,977 --> 00:38:18,246
พ่อขุนบางกลางหาวขึ้น

29
00:38:18,246 --> 00:38:22,246
เป็นปฐม

30
00:38:22,747 --> 00:38:24,268
บรมกษัตริย์ทรงพระนามว่า "พ่อขุนศรีอิน

31
00:38:24,268 --> 00:38:27,652
ทราทิตย์ ใน

32
00:38:27,652 --> 00:38:30,615
พ.ศ. 1792

33
00:38:30,615 --> 00:38:34,615
การปกครองระบอบ

34
00:38:37,660 --> 00:38:39,233
ครอบครัวหรือพ่อปกครองลูก พระมหากษัตริย์มีความใกล้ชิดกับ

35
00:38:39,233 --> 00:38:43,233
ราษฎรมาก

36
00:38:46,191 --> 00:38:50,191
จึงเรียกพระมหากษัตริย์ว่า "พ่อขุน" ต่อมาภายหลังสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช

37
00:38:52,984 --> 00:38:56,984
สถานการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไป ความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำกับราษฎรแตกต่างไปจาก

38
00:38:57,256 --> 00:38:58,840
เดิม พระมหากษัตริย์มีพระราชอำนาจมากขึ้น

39
00:38:58,840 --> 00:39:02,184
มีฐานะเป็น

40
00:39:02,184 --> 00:39:06,184
ธรรมราชา ใช้หลัก

41
00:39:10,132 --> 00:39:14,132
ธรรมราชาใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาเป็นหลักธรรมในการปกครอง

42
00:39:20,658 --> 00:39:24,658
เหตุการณ์ที่เกี่ยวกับวรรณคดีสมัยสุโขทัย มีการขยายอาณาเขตออกไปอย่างกว้างขวาง

43
00:39:26,207 --> 00:39:30,207
มีการประดิษฐ์อักษรไทย มีการผลิตเครื่องถ้วยชามสังคโลก

44
00:39:33,592 --> 00:39:34,881
มีการติดต่อค้าขายกับอาณาจักรใกล้เคียง ในช่วงนี้บ้านเมืองมีความอุดมสมบูรณ์

45
00:39:34,881 --> 00:39:38,881
ราษฎรอยู่

46
00:39:41,783 --> 00:39:45,783
กันอย่างสงบสุข หลังจากสมัยของพระองค์แล้วอาณาจักรสุโขทัยเริ่มเสื่อมอำนาจลง

47
00:39:48,047 --> 00:39:51,441
เพราะพระมหากษัตริย์ให้ความสนใจในด้านพระพุทธศาสนามากกว่าด้านอื่น

48
00:39:51,441 --> 00:39:55,368
ๆ อาณาจักรสุโขทัยเริ่มหมดอำนาจลงและถูก

49
00:39:55,368 --> 00:39:58,433
ผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรอยุธยา

50
00:39:58,433 --> 00:39:59,683
เมื่อสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ

51
00:39:59,683 --> 00:40:03,683
เสด็จไป

52
00:40:03,759 --> 00:40:06,208
เสวยราชณเมืองพิษณุโลก ใน

53
00:40:06,208 --> 00:40:10,208
พ.ศ.

54
00:40:10,226 --> 00:40:14,226
2006 นับเป็นอันสิ้นสุดของอาณาจักรสุโขทัย

55
00:40:25,666 --> 00:40:26,895
วรรณกรรมสมัยสุโขทัยครับ ก็จะมีศิลาจารึก แล้วก็สุภาษิต

56
00:40:26,895 --> 00:40:30,895
พระร่วงครับ

57
00:40:40,595 --> 00:40:43,656
การวิจารณ์วรรณกรรมในสมัยสุโขทัยนะครับ ก็คือ

58
00:40:43,656 --> 00:40:45,461
เป็นการบรรยายสภาพบ้านเมืองวัฒนธรรม

59
00:40:45,461 --> 00:40:49,461
สังคม และการอบ

60
00:40:52,612 --> 00:40:56,612
รมศีลธรรมครับ นับเป็นวรรณคดีประยุกต์ ไม่ได้มุ่งความบันเทิงมากเท่าไรครับ

61
00:40:59,907 --> 00:41:03,907
เป็นทำนองแต่งเป็นร้อยแก้ว ใช้คำไทยโบราณ บาลีสันสกฤต และเขมรครับ

62
00:41:37,098 --> 00:41:39,014
(นักศึกษาหญิง) ค่ะ หาเหตุการณ์เกี่ยวกับวรรณคดีในสมัยอยุธยานะคะ ภาพแรกจะเป็นภาพวาดจินตนาการของ

63
00:41:39,014 --> 00:41:43,014
พระเจ้าอู่ทอง

64
00:41:44,084 --> 00:41:45,211
ควบคุมการสร้างเมืองกรุงศรีอยุธยาให้เป็นราชธานีค่ะ เมื่อปีค

65
00:41:45,211 --> 00:41:49,211
.ศ. 1,

66
00:41:49,324 --> 00:41:53,324
983  ณ บริเวณเมืองเกาะอยุธยาในปัจจุบัน

67
00:42:07,347 --> 00:42:10,158
เป็นภาพที่สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถนะคะ ขณะเสด็จยกทัพไปตีเมืองมะละกาซึ่งเป็นหัวเมือง

68
00:42:10,158 --> 00:42:11,972
ทางเข้าของ

69
00:42:11,972 --> 00:42:15,972
ขอสวามิภักดิ์

70
00:42:19,273 --> 00:42:23,273
ค่ะ เนื่องจากมะละกานะคะ เป็นส่วนหนึ่งของหัวเมืองมลายูค่ะ ที่มีทำเลที่ตั้งเหมาะสมแก่การเป็นเมืองท่า

71
00:42:23,725 --> 00:42:26,871
เป็นศูนย์กลางสำคัญบริเวณคาบสมุทรมลายู

72
00:42:26,871 --> 00:42:30,871
ในการติดต่อค้าขายกับต่างชาติค่ะ

73
00:42:32,304 --> 00:42:33,160
ดังนั้นนะคะ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถจึงส่งกองทัพไปบุกตีเมืองมะละกาใน

74
00:42:33,160 --> 00:42:35,312
ค.ศ. 1

75
00:42:35,312 --> 00:42:36,907
998 เพื่อต้องการได้เป็นเมือง

76
00:42:36,907 --> 00:42:40,907
ขึ้นต้องการได้เป็นเมืองขึ้น

77
00:42:51,466 --> 00:42:54,277
ภาพที่ 3 นะคะ จะเป็น

78
00:42:54,277 --> 00:42:57,796
ภาพจิตรกรรมฝาผนังในพระวิหารวัด

79
00:42:57,796 --> 00:43:01,796
สุวรรณดาราราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยาค่ะ

80
00:43:01,974 --> 00:43:05,751
คือ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชนะคะ ทรงทำ

81
00:43:05,751 --> 00:43:07,941
สงครามยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา เมื่อปี พ.ศ

82
00:43:07,941 --> 00:43:10,130
. 2135 ค่ะ

83
00:43:10,130 --> 00:43:12,549
พระมหาอุปราชาก็

84
00:43:12,549 --> 00:43:16,149
ได้สิ้นพระชนม์บนคอช้างค่ะ

85
00:43:16,149 --> 00:43:19,659
ภาพที่ 4 นะคะ

86
00:43:19,659 --> 00:43:23,659
เชอร์วาเรีย เดอร์ โชมองต์หัวหน้าคณะทูตฝรั่งเศส

87
00:43:27,357 --> 00:43:30,483
นำพระราชสาส์นของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 มาถวายแด่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชค่ะ

88
00:43:30,483 --> 00:43:32,268
สมเด็จพระนารายณ์มหาราชเข้ารีตนับถือศาสนาคริสต์

89
00:43:32,268 --> 00:43:36,268
อุปถัมภ์

90
00:43:39,075 --> 00:43:43,075
เพื่อให้เป็นองค์อุปถัมภ์การเผยแผ่ศาสนาคริสต์ และขอสิทธิพิเศษทางการค้าค่ะ

91
00:43:44,792 --> 00:43:48,792
วรรณกรรมในสมัยอยุธยานะคะ ก็จะมี

92
00:43:51,236 --> 00:43:54,558
ลิลิตโองการแช่งน้ำ ลิลิตยวนพ่าย มหาชาติคำหลวงลิลิตพระลอแล้วก็มี

93
00:43:54,558 --> 00:43:57,611
ตำราเรียนเล่มแรก ก็คือจินดามณี

94
00:43:57,611 --> 00:43:58,517
ค่ะ แล้วก็มีกำสวน

95
00:43:58,517 --> 00:44:01,032
สมุด

96
00:44:01,032 --> 00:44:05,032
แล้วก็พระราชพงศาวดารกรุงเก่า

97
00:44:08,804 --> 00:44:12,142
การวิจารณ์วรรณกรรมในสมัยอยุธยานะคะ จะเน้นไปทาง

98
00:44:12,142 --> 00:44:16,142
ศาสนาพิธีกรรมแล้วก็พระมหากษัตริย์ค่ะ

99
00:44:16,397 --> 00:44:17,817
ในยุคนี้นี่ถือเป็นยุคทองของวรรณคดีเลยค่ะ แล้วก็จะ

100
00:44:17,817 --> 00:44:19,841
ให้ความบันเทิง

101
00:44:19,841 --> 00:44:23,841
และก็เรื่องเกี่ยวกับศาสนาค่ะ

102
00:44:36,024 --> 00:44:40,024
(นักศึกษาหญิง) ต่อไปนะคะ เป็นเหตุการณ์เกี่ยวกับวรรณคดีสมัย

103
00:44:43,078 --> 00:44:47,078
กรุงธนบุรีนะคะ พ.ศ. 2310 พระยาวชิรปราการทรง

104
00:44:47,491 --> 00:44:51,070
กอบกู้เอกราชครั้งที่ 2 ให้กับกรุงศรีอยุธยาได้สำเร็จ

105
00:44:51,070 --> 00:44:55,070
และทำพิธีปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์

106
00:44:57,243 --> 00:44:58,029
พระนามว่า "สมเด็จพระบรมราชาที่ 4" และสถาปนากรุง

107
00:44:58,029 --> 00:44:59,705

108
00:44:59,705 --> 00:45:03,705
ศรี กรุงธนบุรี

109
00:45:04,214 --> 00:45:08,214
เป็นราชธานีใหม่แทนกรุงศรีอยุธยาค่ะ

110
00:45:10,719 --> 00:45:14,405
เพราะว่าอยุธยาได้เละไปหมดแล้วนะคะ โดนเผาจนทำอะไรไม่ได้แล้ว พระเจ้าตาก

111
00:45:14,405 --> 00:45:17,847
จงเห็นว่าถ้ายังทนอยู่บ้านเมืองเดิม

112
00:45:17,847 --> 00:45:21,847
ไม่น่าจะไหว ก็เลยต้องย้ายมาอยู่

113
00:45:23,110 --> 00:45:27,110
กรุงธนบุรีฝั่งกรุงเทพฯ นะคะ ในขณะที่เดินทางมา

114
00:45:27,164 --> 00:45:31,164
หารายทางมาด้วย ตีเมืองนั้นเมืองนี้มาด้วย

115
00:45:33,404 --> 00:45:34,810
ตีเมืองที่ชื่อว่าเมืองจันทร์ เพราะต้องการรวบรวมไพร่พลเพื่อที่จะมาอยู่

116
00:45:34,810 --> 00:45:38,810
กรุงธนบุรีค่ะ

117
00:45:39,630 --> 00:45:41,547
ต่อมา ค.ศ. 2310 นะคะ

118
00:45:41,547 --> 00:45:45,260
โปรดเกล้าให้สมเด็จ

119
00:45:45,260 --> 00:45:49,260
เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก

120
00:45:51,554 --> 00:45:55,554
เจ้าพระยาสุรสีห์ไปตีเวียงจันทน์ได้อัญเชิญพระแก้วมรกต

121
00:45:56,963 --> 00:45:58,706
และพระบางมาไว้ที่กรุงธนบุรีพระแก้วมรกตประดิษฐ์

122
00:45:58,706 --> 00:46:02,706
ไว้ที่วัดอรุณ

123
00:46:02,894 --> 00:46:06,894
ส่วนพระบางคืนไปในรัชกาลที่ 1 ค่ะ

124
00:46:10,516 --> 00:46:12,816
ต่อมา พ.ศ. 2323

125
00:46:12,816 --> 00:46:14,664
เกิดจลาจลในเขมร

126
00:46:14,664 --> 00:46:16,348
โปรดให้สมเด็จ

127
00:46:16,348 --> 00:46:18,184
เจ้าพระยาพระมหากษัตริย์

128
00:46:18,184 --> 00:46:22,184
ศึก

129
00:46:24,487 --> 00:46:28,487
เจ้าพระยาสุรสีห์เจ้าฟ้ากรมขุนอินทรพิทักษ์ พระองค์เจ้าจุ้ย

130
00:46:29,734 --> 00:46:33,056
ยกทัพไปตีกรุงกัมพูชาแต่ยังไม่ทันสำเร็จ

131
00:46:33,056 --> 00:46:35,728
ก็เกิดจลาจลในกรุงธนบุรีเสียก่อน

132
00:46:35,728 --> 00:46:39,535
หลวงสรวิชิต

133
00:46:39,535 --> 00:46:43,535
ผู้ที่แต่งอิเหนาคำฉันท์ค่ะ

134
00:46:46,771 --> 00:46:50,104
แล้ววรรณคดีในยุคกรุงธนบุรีก็ซึ่งมีน้อยแต่ก็มีค่ะ

135
00:46:50,104 --> 00:46:52,386
เพราะว่ามีเวลา 15 ปีในการครองราชย์

136
00:46:52,386 --> 00:46:54,774
สิ่งของหนังสือต่าง ๆ

137
00:46:54,774 --> 00:46:58,774
ไม่มี เพราะว่าถูกทำลาย

138
00:47:00,323 --> 00:47:04,323
จากพม่าไปหมดแล้ว วรรณคดีวรรณกรรมในยุคสมัยกรุงธนบุรี

139
00:47:06,451 --> 00:47:09,713
จึงเป็นสมองของคนกรุงศรีมาเขียนอีกที

140
00:47:09,713 --> 00:47:12,689
นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น เรื่องแรก คือ

141
00:47:12,689 --> 00:47:16,689
เรื่องรามเกียรติ์

142
00:47:19,690 --> 00:47:23,690
และต่อมา พ.ศ.

143
00:47:24,552 --> 00:47:28,552
2325 สมเด็จพระเจ้าตาก

144
00:47:31,070 --> 00:47:33,842
สิ้นมหาราช เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 6 เมษายนพ.ศ 252

145
00:47:33,842 --> 00:47:35,599
5 กรุงธนบุรีได้สิ้น

146
00:47:35,599 --> 00:47:39,599
สุดลงค่ะ

147
00:47:43,790 --> 00:47:47,790
วรรณกรรม วรรณกรรมสมัยกรุงธนบุรีนะคะ

148
00:47:48,211 --> 00:47:51,820
เรื่องแรกจะเป็นเรื่องรามเกียรติ์

149
00:47:51,820 --> 00:47:55,817
แล้วก็เป็นคำ

150
00:47:55,817 --> 00:47:59,817
... คำฉันท์สอน คำฉันท์ค่ะ

151
00:48:06,211 --> 00:48:10,211
การวิจารณ์วรรณกรรมในสมัยกรุงธนบุรี เป็นยุคที่ฟื้นฟูวรรณกรรมของชาติ

152
00:48:11,611 --> 00:48:14,267
ขึ้นมาใหม่ ได้รับอิทธิพลโดยตรงจากวรรณคดีสมัยอยุธยา

153
00:48:14,267 --> 00:48:18,267
มีการสอนเรื่องคุณธรรม

154
00:48:19,537 --> 00:48:23,537
จริยธรรมแทรกอยู่ สอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้คนค่ะ

155
00:48:24,321 --> 00:48:26,064
สมัยกรุงธนบุรีจะไม่แตกต่างจาก

156
00:48:26,064 --> 00:48:30,064
อยุธยาเท่าไรนะคะ

157
00:48:32,412 --> 00:48:36,412
กลุ่มของพวกเราขอจบการนำเสนอเพียงเท่านี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ

158
00:49:12,499 --> 00:49:14,041
(นักศึกษาหญิง) สวัสดีค่ะ พวกเรา

159
00:49:14,041 --> 00:49:18,041
กลุ่มที่ 2 นะคะ

160
00:49:18,079 --> 00:49:22,079
สมัยกรุงรัตน์...

161
00:49:40,916 --> 00:49:44,916
สวัสดีค่ะ พวกเรากลุ่มที่ 2 นะคะ สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นค่ะ

162
00:49:47,303 --> 00:49:49,395
เริ่มรัชกาลแรกนะคะ รัชกาลที่ 1 สมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกค่ะ

163
00:49:49,395 --> 00:49:53,395
หรือชื่อว่า "ทองด้วง

164
00:49:55,009 --> 00:49:59,009
" รัชกาลที่ 1 มีร้อยกรองและร้อยแก้ว ร้อย

165
00:50:00,743 --> 00:50:03,875
แก้วมีลักษณะเปลี่ยนแปลงจากเดิม ซึ่งส่วนมากเป็นพงศาวดารและเทศนาค่ะ

166
00:50:03,875 --> 00:50:07,875
สไลด์ต่อไปค่ะ

167
00:50:12,082 --> 00:50:16,082
เกิดเรื่องแปลของพงศาวดาร จีน มอญ และอิหร่าน คือ สามก๊กราชาธิราชและนิทานอิหร่านราชธรรม

168
00:50:17,081 --> 00:50:20,357
เป็นผลให้วรรณคดีต่างชาติมีอิทธิพลต่อวรรณคดีไทยมากขึ้น

169
00:50:20,357 --> 00:50:24,272
นอกเหนือจากวรรณคดีอินเดียและชวา

170
00:50:24,272 --> 00:50:28,272
จึงทำให้เกิดวรรณคดีในรูปของงานแปลแพร่หลายค่ะ

171
00:50:35,565 --> 00:50:39,565
เป็นสมัยฟื้นฟูวรรณคดี โดยรวบรวมต้นฉบับไม่ให้สูญหาย

172
00:50:41,964 --> 00:50:44,368
แล้วซ่อมชำระของเก่าสมัยอยุธยา ส่งเสริมให้แต่งวรรณคดีขึ้นใหม่

173
00:50:44,368 --> 00:50:48,368
เพื่อประดับพระนครค่ะ

174
00:50:48,862 --> 00:50:52,862
นอกจากนี้ยังฟื้นฟูด้านการละครและศิลปกรรม...

175
00:50:56,293 --> 00:51:00,293
พระเจ้าแผ่นดินทรงเป็นผู้นำในการกวี

176
00:51:02,525 --> 00:51:03,841
ทรงพระราชนิพนธ์เอง และทรงสนับสนุนให้กวีอื่นแต่ง และทรงอุปถัมภ์กวีใน

177
00:51:03,841 --> 00:51:07,841
ราชสำนักค่ะ

178
00:51:12,678 --> 00:51:16,395
เนื้อเรื่องของวรรณคดีสมัยนี้ เป็นแนวทั้งทางโลกและทางธรรม

179
00:51:16,395 --> 00:51:17,977
เป็นเรื่องเกี่ยวกับศาสนาและศีลธรรมอันดี

180
00:51:17,977 --> 00:51:19,783
เช่น

181
00:51:19,783 --> 00:51:23,783
พระไตรปิฎก

182
00:51:26,079 --> 00:51:30,079
ไตรภูมิโลกวินิจฉัย มหาเวสสันดรชาดก ลิลิตศรีวิชัยชาดก

183
00:51:31,576 --> 00:51:35,576
นิทานอิหร่านราชธรรม เป็นเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบแบบแผนของสังคม

184
00:51:35,650 --> 00:51:37,690
เช่น กฎหมายตราสามดวง ลิลิต

185
00:51:37,690 --> 00:51:41,690
ยาตราเพชรพวง

186
00:51:43,761 --> 00:51:45,863
เกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของบ้านเมือง เช่น พระราชพงศาวดาร

187
00:51:45,863 --> 00:51:49,863
สามก๊ก ราชาธิราช

188
00:51:52,345 --> 00:51:54,621
เพลงยาวรบพม่าที่ท่าดินแดง นิราศเสด็จไปรบพม่าที่นครศรีธรรมราช

189
00:51:54,621 --> 00:51:57,325
ความบันเทิง เช่น

190
00:51:57,325 --> 00:52:00,356
บทละครเรื่องรามเกียรติ์

191
00:52:00,356 --> 00:52:03,638
อิเหนาดาหลัง และอุณรุท

192
00:52:03,638 --> 00:52:07,638
และบทมโหรีเรื่องกากี

193
00:52:17,784 --> 00:52:21,784
สมัยรัชกาลที่ 2 นะคะ สมัยสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยค่ะ

194
00:52:24,740 --> 00:52:28,740
เป็นยุคทองวรรณคดีแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ค่ะ การกวีรุ่งเรืองที่สุดในรัชกาลนี้นะคะ ศึกสงคราม

195
00:52:30,259 --> 00:52:34,259
กับพม่าก็เริ่มเบาบางลงค่ะ ทำให้พระมหากษัตริย์มีเวลาที่จะทำนุบำรุงศิลป

196
00:52:38,825 --> 00:52:41,736
ะแล้วก็วรรณคดีของชาติด้วยการฟื้นฟูค่ะ ที่เริ่มเป็นการฟื้นฟูนะคะ เพราะว่ามีการนำเอาเนื้อหาวรรณคดีสมัยอยุธยา

197
00:52:41,736 --> 00:52:45,736
มาแต่งเพื่อเป็นการอนุรักษ์วรรณคดีต่อค่ะ

198
00:52:53,625 --> 00:52:57,625
จะเห็นได้ว่ามีการนำบทละครเรื่องอิเหนานะคะ เรื่องรามเกียรติ์มาแต่งขึ้นใหม่ค่ะ อีกสำนวน

199
00:52:58,649 --> 00:53:02,361
หนึ่ง เพื่อให้เหมาะสมกับการเล่นละครโดยสอดคล้องกับท่ารำและบทเพลง

200
00:53:02,361 --> 00:53:06,361
จึงเป็นการปรับปรุงการละครควบคู่กับวรรณคดีค่ะ

201
00:53:13,252 --> 00:53:17,252
กลอนมีลักษณะเฉพาะตัวนะคะ ได้มีการเพิ่มคำสัมผัสใน ทำให้มี

202
00:53:17,960 --> 00:53:21,960
ความไพเราะมากขึ้น วรรณคดีทุกประเภท ทั้งวรรณคดีประเภทศาสนา

203
00:53:23,804 --> 00:53:27,804
ขนมธรรมเนียมประเพณี ยอพระเกียรติและวรรณคดีประเภทบันเทิงแล้วก็บทละคร

204
00:53:29,317 --> 00:53:32,270
ก็จะเน้นเนื้อหาเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมประเพณีและระเบียบวินัยเพื่อความสุขของสั

205
00:53:32,270 --> 00:53:36,270
งคมค่ะ และความบันเทิงของประชาชน

206
00:53:38,150 --> 00:53:42,150
มีการซ่อมวรรณคดีที่ขาดหายไป เช่น มหาชาติคำหลวง และก็ขุนช้างขุนแผนค่ะ

207
00:53:48,394 --> 00:53:52,394
สุนทรภู่นะคะ กวีเอกในสมัยรัชกาลที่ 2 ในสมัยรัชกาลที่ 2 นะคะ สุนทรภู่ได้รับ

208
00:53:54,086 --> 00:53:58,086
ราชการในกรมพระอาลักษณ์ แล้วก็เป็นที่โปรดปรานของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยค่ะ

209
00:54:00,006 --> 00:54:04,006
จนได้แต่งตั้งเป็นขุนสุนทรโวหาร เป็นกวีที่ปรึกษาและคอยรับใช้และใกล้ชิดและ

210
00:54:05,195 --> 00:54:09,078
รัชกาลที่ 2 สุนทรภู่นะคะ นำเอาเรื่องลักษณวงศ์ที่เป็นนิทานมาแต่งใหม่

211
00:54:09,078 --> 00:54:12,701
และนำเอาเรื่องสวัสดิรักษาคำฉันท์ที่เดิมเป็นกาพน์

212
00:54:12,701 --> 00:54:16,701
มาแต่งใหม่ให้เป็นกลอน เพราะว่าของเดิมไม่ค่อยแพร่หลายเท่าไรค่ะ

213
00:54:23,758 --> 00:54:26,765
ผลงานที่มีชื่อเสียงของสุนทรภู่ก็มีมากมายหลายเรื่องค่ะ เช่น นิราศภูเขาทอง

214
00:54:26,765 --> 00:54:29,557
พระสุพรรณ และเพลงยาวถวายโอวาท

215
00:54:29,557 --> 00:54:33,557
กาพย์พระไชยสุริยาแล้วก็พระอนามัยมีค่ะ

216
00:54:38,268 --> 00:54:42,268
ต่อมานะคะ จะเป็นรัชกาลที่ 3 ค่ะ ในสมัยนี้นะคะ ยังคงอนุรักษ์

217
00:54:43,618 --> 00:54:47,314
เหมือนรัชกาลที่ 1 ค่ะ และรัชกาลที่ 2 นะคะ เนื่องจากวรรณคดีที่สำคัญ

218
00:54:47,314 --> 00:54:51,314
อันของชาติได้รับการฟื้นฟูไปมากแล้ว

219
00:54:51,796 --> 00:54:54,246
ใน 2 รัชกาลที่ผ่านมาวรรณคดีในรัชกาลที่ 3

220
00:54:54,246 --> 00:54:58,246
จึงไม่ค่อยโดดเด่นเท่าไรค่ะ

221
00:55:00,202 --> 00:55:01,203
มีเอกสารสิ่งพิมพ์เกิดขึ้นครั้งแรกนะคะ คือ ประกาศเรื่องห้าม

222
00:55:01,203 --> 00:55:05,203
สูบฝิ่น

223
00:55:07,202 --> 00:55:08,100
โดยหมอบรัดเลย์ค่ะ และออกหนังสือพิมพ์ไทยฉบับแรกชื่อ

224
00:55:08,100 --> 00:55:12,100
Bangkok

225
00:55:23,163 --> 00:55:25,644
โดยหมอ บรัดเลย์ค่ะ

226
00:55:25,644 --> 00:55:28,395
ถูกแล้ว

227
00:55:28,395 --> 00:55:30,780
หมอแป๊บหนึ่ง

228
00:55:30,780 --> 00:55:34,023

229
00:55:34,023 --> 00:55:36,256
บรัดเล่เหมาะกันดี

230
00:55:36,256 --> 00:55:40,256
วันนี้ก็โดนเขียนยังไง

231
00:55:42,630 --> 00:55:46,630
บอกกันเลย

232
00:55:46,765 --> 00:55:50,765
บรัดเลย์โดยหมอบรัดเลย์ค่ะ

233
00:55:55,190 --> 00:55:59,190
อ่านใหม่เลยนะคะ

234
00:55:59,908 --> 00:56:01,861
เอกสารสิ่งพิมพ์เกิดขึ้นครั้งแรกนะคะ คือ ประกาศ

235
00:56:01,861 --> 00:56:02,915
ต้องห้ามสูบฝิ่นค่ะ

236
00:56:02,915 --> 00:56:06,012
โดย

237
00:56:06,012 --> 00:56:10,012

238
00:56:11,784 --> 00:56:15,784

239
00:56:28,792 --> 00:56:32,792
หมอบ ก็นี่ บ. ใบไม้ มันไม่ใช่เดียวกัน

240
00:56:32,962 --> 00:56:36,962
หมอ ไม่ใช่หมอ

241
00:56:37,660 --> 00:56:40,238
บ โดยหมอ

242
00:56:40,238 --> 00:56:42,464
บรัดเลย์ค่ะ และออกหนังสือพิมพ์

243
00:56:42,464 --> 00:56:46,111
ไทยฉบับแรกชื่อ

244
00:56:46,111 --> 00:56:50,111
Bangkok Recorder และไม่นิยมนะคะ

245
00:56:52,150 --> 00:56:54,074
ต่อมาในรัชกาลที่ 3 นี้นะคะได้มี

246
00:56:54,074 --> 00:56:55,974
การประชุมจารึกวัด

247
00:56:55,974 --> 00:56:59,974
เชตุพนวิมล

248
00:57:01,376 --> 00:57:02,400
มังคลารามหรือวัดโพธิ์เริ่มในปีพ.ศ. 2347

249
00:57:02,400 --> 00:57:06,400
ค่ะ

250
00:57:07,882 --> 00:57:11,882
โดยพระองค์จะได้ถือเป็นแหล่งรวมวิชา มีภาพเขียนบนฝาผนัง

251
00:57:12,137 --> 00:57:13,037
รูปปั้นความรู้ใดที่เห็นว่ามีประโยชน์นะคะ

252
00:57:13,037 --> 00:57:16,698
ก็ทรง

253
00:57:16,698 --> 00:57:20,698
โปรดไว้ที่จารึกบนฝาผนังเอาไว้ค่ะ

254
00:57:22,328 --> 00:57:26,328
ต่อมานะคะ พระองค์ได้จึง

255
00:57:28,897 --> 00:57:30,648
ได้เปิดก็สำนักนำความรู้มอบให้ประชาชนโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่วัดโพธิ์

256
00:57:30,648 --> 00:57:34,648
วัดโพธิ์จึงได้รับ

257
00:57:36,379 --> 00:57:37,869
สมญานามว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทยและประชุม

258
00:57:37,869 --> 00:57:41,869
จารึกวัดโพธิ์

259
00:57:44,399 --> 00:57:48,399
ก็เลยเป็นเหมือนการวิพากษ์วิจารณ์และตัดสินว่าวรรณกรรมชิ้นใดที่ดีเด่น

260
00:57:49,914 --> 00:57:51,703
มีคุณค่าสมควร ได้รับคัดเลือกจากจารึกไว้เพื่อให้ความรู้

261
00:57:51,703 --> 00:57:52,803
และสติปัญญาแก่

262
00:57:52,803 --> 00:57:56,803
พลเมืองค่ะ

263
00:57:58,137 --> 00:58:02,137
กลุ่มดิฉันก็ขอจบการนำเสนอเพียงเท่านี้นะคะ ขอบคุณค่ะ

264
00:59:08,683 --> 00:59:10,841
(นักศึกษาหญิง) ค่ะ ของหนูเป็นสมัยรัตนโกสินทร์นะคะ

265
00:59:10,841 --> 00:59:14,841
รัชกาลที่ 4 ถึงรัชกาลที่ 6 ค่ะ

266
00:59:16,982 --> 00:59:20,982
ค่ะ สมัยแรกนะคะ เป็นสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวค่ะ

267
00:59:21,677 --> 00:59:25,677
ลักษณะของวรรณคดีไทยที่แต่งในสมัยนี้นะคะ เป็นวรรณคดีที่

268
00:59:25,877 --> 00:59:29,416
มุ่งแสดงเนื้อหาในทางศิลปะในรัชกาลนี้ค่ะ

269
00:59:29,416 --> 00:59:32,033
พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้นำทางการศึกษา

270
00:59:32,033 --> 00:59:34,533
และการวิพากษ์วิจารณ์ในด้านต่าง ๆ

271
00:59:34,533 --> 00:59:36,846
เช่น การใช้คำ ใช้ภาษา

272
00:59:36,846 --> 00:59:39,434
การเปลี่ยนชื่อ การตั้งชื่อ

273
00:59:39,434 --> 00:59:43,434
และวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับศาสนาค่ะ

274
00:59:44,066 --> 00:59:48,066
ตัวอย่างการตั้งชื่อและ

275
00:59:52,377 --> 00:59:54,259
วิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับศาสนานะคะ ก็คือพระพุทธบาทค่ะ อยู่ที่จังหวัดสระบุรีแล้วก็ตำนานการสร้าง

276
00:59:54,259 --> 00:59:57,274
พระแก้วมรกต

277
00:59:57,274 --> 01:00:01,274
วัดพระศรีรัตนศาสดารามค่ะ

278
01:00:04,475 --> 01:00:05,990
จากการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองนะคะ ทำให้การวิจารณ์ในยุคสมัยช่วงนี้

279
01:00:05,990 --> 01:00:08,476
มีทั้งวิจารณ์

280
01:00:08,476 --> 01:00:11,914
แบบมุขปาฐะ

281
01:00:11,914 --> 01:00:12,599
และการวิจารณ์ที่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร

282
01:00:12,599 --> 01:00:16,178
มีการ

283
01:00:16,178 --> 01:00:17,150
การวางกฎเกณฑ์การใช้คำ

284
01:00:17,150 --> 01:00:18,489
มีการวาง

285
01:00:18,489 --> 01:00:21,509
กฎเกณฑ์

286
01:00:21,509 --> 01:00:23,605
การใช้คำวรรณกรรมมีไม่มากนัก

287
01:00:23,605 --> 01:00:27,014
เหล่ากวีใช้ราชสำนัก

288
01:00:27,014 --> 01:00:30,482
แต่ยังคงแต่งวรรณคดีในแนวอนุรักษ์

289
01:00:30,482 --> 01:00:34,482
เช่นเดียวกับสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นค่ะ

290
01:00:34,884 --> 01:00:36,730
และวรรณคดีในแนวอนุรักษ์นะคะ เป็น

291
01:00:36,730 --> 01:00:40,334
บทละครรามเกียรติ์

292
01:00:40,334 --> 01:00:42,951
ตอน พระรามเดินดงค่ะ แล้วก็

293
01:00:42,951 --> 01:00:46,951
ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก

294
01:00:49,811 --> 01:00:53,811
สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้านะคะ รูปแบบวรรณคดีไทย

295
01:00:54,970 --> 01:00:58,469
เปลี่ยนแปลงจากร้อยแก้ว... จากร้อยกรองสู่ร้อยแก้วในรูปแบบต่าง ๆ

296
01:00:58,469 --> 01:01:02,388
มีการใช้คำในการเปลี่ยนแปลงจาก

297
01:01:02,388 --> 01:01:06,388
รูปศัพท์สูง ๆ ที่มีรากฐานจากภาษาบาลีสันสกฤต

298
01:01:08,202 --> 01:01:12,034
ดูวิธีการพูดวิธีการคิดแบบฝรั่งเศส นิยมใช้คำยืม

299
01:01:12,034 --> 01:01:15,314
จากภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศสค่ะ

300
01:01:15,314 --> 01:01:19,314
มีการออกหนังสือและทำนิตยสารต่าง ๆ

301
01:01:19,315 --> 01:01:23,139
และตัวอย่างนะคะ ก็คือเป็นนิตยสาร

302
01:01:23,139 --> 01:01:24,850
ไทยในรัชกาลที่ 5 ค่ะ เป็นหนังสือพิมพ์รายเดือน

303
01:01:24,850 --> 01:01:28,850
ชื่อว่ากุลสตรีค่ะ

304
01:01:42,866 --> 01:01:46,866
(นักศึกษาชาย) สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวครับ

305
01:01:49,024 --> 01:01:50,253
การวิจารณ์วรรณกรรมไทย หลังจากได้รับอิทธิพลจากตะวันตกในช่วง

306
01:01:50,253 --> 01:01:52,066
แ

307
01:01:52,066 --> 01:01:54,376
รกยุค มีเริ่มมี

308
01:01:54,376 --> 01:01:57,218
การวิจารณ์แบบต่าง ๆ

309
01:01:57,218 --> 01:02:00,626
วิจารณ์โดยการแก้ไขเนื้อหา

310
01:02:00,626 --> 01:02:04,626
ของเรื่องเดิมให้เป็นไปตามความต้องการของตนครับ

311
01:02:09,824 --> 01:02:13,824
การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของการสร้างสรรค์วรรณกรรมไทย

312
01:02:14,893 --> 01:02:16,480
คือ การนำรูปแบบของงานเขียนจากตะวันตกเข้ามาเผยแผ่

313
01:02:16,480 --> 01:02:20,141
ได้แก่

314
01:02:20,141 --> 01:02:22,062
เรื่องสั้นนวนิยายบทละครครับ

315
01:02:22,062 --> 01:02:26,062
บทละครพูดครับ

316
01:02:28,603 --> 01:02:31,488
สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

317
01:02:31,488 --> 01:02:33,391
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว

318
01:02:33,391 --> 01:02:36,238
จึงโปรด

319
01:02:36,238 --> 01:02:38,186
จัดให้วรรณคดีสโมสรในปี

320
01:02:38,186 --> 01:02:40,253
พุทธศักราช 2

321
01:02:40,253 --> 01:02:43,787
457

322
01:02:43,787 --> 01:02:47,787
เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการแต่งหนังสือ

323
01:02:47,832 --> 01:02:50,102
พิจารณาและยกย่องหนังสือดีเด่น

324
01:02:50,102 --> 01:02:51,662
ให้เป็นแบบอย่างได้

325
01:02:51,662 --> 01:02:54,217
การวิจารณ์วรรณคดี

326
01:02:54,217 --> 01:02:56,053
เป็นกิจกรรมสำคัญยิ่งของ

327
01:02:56,053 --> 01:02:59,005
วรรณคดีสโมสร

328
01:02:59,005 --> 01:02:59,872
เป็นการส่งเสริมการแต่งวรรณคดี

329
01:02:59,872 --> 01:03:03,717
ประเภท

330
01:03:03,717 --> 01:03:07,717
พยายามรักษาภาษาไทยครับ

331
01:03:09,705 --> 01:03:11,652
วรรณคดีสโมสร

332
01:03:11,652 --> 01:03:14,698
เป็นการตั้งตรา

333
01:03:14,698 --> 01:03:16,333
พระราชกฤษฎีกา

334
01:03:16,333 --> 01:03:19,248
พระบาทสมเด็จ

335
01:03:19,248 --> 01:03:23,248
มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6

336
01:03:23,525 --> 01:03:26,887
การส่งเสริมการแต่งหนังสือให้ถูกต้องตามหลักภาษาไทย

337
01:03:26,887 --> 01:03:28,886
ได้สาระประโยชน์ โดย

338
01:03:28,886 --> 01:03:32,192
หาเรื่องหนังสือชั้นเลิศ

339
01:03:32,192 --> 01:03:33,539
ในการประพันธ์

340
01:03:33,539 --> 01:03:35,269
ประเทศต่าง ๆ

341
01:03:35,269 --> 01:03:38,420
5 ประเภทดังนี้ครับ

342
01:03:38,420 --> 01:03:41,078
1. บทกวีนิพนธ์

343
01:03:41,078 --> 01:03:42,584
2. บทละครไทย 3. นิทาน

344
01:03:42,584 --> 01:03:44,272
4. บทตัวละครพูด

345
01:03:44,272 --> 01:03:48,272
5หาความอธิบายครับ

346
01:03:49,730 --> 01:03:53,730
จบการนำเสนอเพียงเท่านี้ครับ

347
01:04:04,740 --> 01:04:07,826
(อาจารย์) จบครบหมดทุกกลุ่มแล้วนะคะ

348
01:04:07,826 --> 01:04:11,826
จะบอกว่าแต่ละกลุ่มที่นำเสนอ

349
01:04:12,631 --> 01:04:15,063
มีประโยชน์น้อย ยังไม่ได้มีประโยชน์

350
01:04:15,063 --> 01:04:18,303
มากเท่าไรนะคะ เท่าที่

351
01:04:18,303 --> 01:04:21,548
การนำเสนอควรจะเป็นนะคะ

352
01:04:21,548 --> 01:04:25,548
คือ 1. เลย การนำเสนอ ก็คือ

353
01:04:29,124 --> 01:04:33,124
เราไม่ควรที่จะยืนอ่านอย่างเดียว โดยเฉพาะคนสุดท้ายที่ยืนอ่านแบบ

354
01:04:34,906 --> 01:04:38,906
ไม่ได้หันหน้าไปหาคนชมด้วยนี่ คนฟังด้วยนี่มันยิ่ง

355
01:04:40,063 --> 01:04:41,396
อะไรก็ไม่รู้น่ะ หันหน้าไปทางประตูแล้วก็โทนเสียงเดียวไปอีก

356
01:04:41,396 --> 01:04:45,378
1

357
01:04:45,378 --> 01:04:49,378
. นอกจากคนจะไม่ฟังแล้ว 2

358
01:04:49,736 --> 01:04:53,736
. มันยังไม่มีอะไรที่น่าสนใจด้วย ฉะนั้น

359
01:04:55,124 --> 01:04:56,594
การนำเสนอในหัวข้อนี้ 10 คะแนนนะคะ ให้เรารู้เอาไว้ว่า

360
01:04:56,594 --> 01:04:59,260
ยังไม่ได้

361
01:04:59,260 --> 01:05:03,260
ดีทุกกลุ่มนะ

362
01:05:06,138 --> 01:05:10,138
มันจะมีการนำเสนออีก 2 ครั้ง อีกครั้งหนึ่ง ก็คือเดี๋ยวพอเราไปเรียนนวนิยายกับเรื่องสั้น

363
01:05:11,915 --> 01:05:15,915
งานครูจะให้อ่านเรื่องสั้น แล้วก็ออกมานำเสนอให้เพื่อนฟัง เอามาพูดให้เพื่อน

364
01:05:16,947 --> 01:05:20,947
เรื่องสั้นของตัวเองที่ได้รับเป็นอย่างไรบ้าง แล้วก็อีกอันที่ 2

365
01:05:22,635 --> 01:05:26,635
ก็คือนำเสนอนวนิยายซึ่งนำเสนอนวนิยายนี่ ครูคิดเป็นคะแนน

366
01:05:27,090 --> 01:05:31,090
กลางภาคทั้งหมด 20 คะแนน ฉะนั้น

367
01:05:33,302 --> 01:05:37,302
ที่ครูบอกว่าเอาให้คนเริ่มไปอ่านนวนิยาย แล้วก็ให้ไปเตรียมทำงาน

368
01:05:39,243 --> 01:05:43,243
เสีย ฉะนั้น ให้รู้เอาไว้เลยว่านอกจากการทำงานที่คุณต้องวิจารณ์นวนิยายแล้วนี่

369
01:05:46,500 --> 01:05:50,500
เวลาออกมายืนหน้าห้องนำเสนอ ไม่ควรที่จะยืนอ่านอย่างเดียวนะคะ อันนี้คือเอาไว้ว่า

370
01:05:52,150 --> 01:05:53,272
จะพยายามเข้าใจว่าอันนี้เป็นการนำเสนอครั้งแรกที่เราได้เจอกัน แต่ว่าถ้ามีครั้งที่ 2

371
01:05:53,272 --> 01:05:54,822
ครั้งที่ 3 ให้ปรับ

372
01:05:54,822 --> 01:05:58,822
ขึ้นนะคะ

373
01:06:00,541 --> 01:06:04,541
ทีนี้ครูขอพูดเพิ่มเติม เนื้อหาเพิ่มเติมของทุก ๆ

374
01:06:06,781 --> 01:06:08,377
กลุ่มนะ ตั้งแต่กลุ่มแรก ก็คือสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี นักศึกษา

375
01:06:08,377 --> 01:06:12,377
เอาหนังสือมากันไหม

376
01:06:16,317 --> 01:06:20,317
ดูประกอบด้วยก็ได้ เผื่อครูมีคำถามที่อยู่ในหนังสือก็หาคำตอบแล้วก็ยกมือตอบ

377
01:06:24,123 --> 01:06:28,123
ตอบครูได้เลยนะครับ ครูก็จะเอาคำถามในหนังสือนั่นแหละถามเรา อย่างน้อยคะแนนนำเสนอไม่ดีเท่าไหร่

378
01:06:28,607 --> 01:06:32,607
คะแนนตอบคำถามเป็นคะแนนพิศวาสก็เอาไว้บวกเพิ่มได้นะคะ

379
01:06:35,446 --> 01:06:39,446
เริ่มจากสุโขทัยทีแรกเพื่อนำเสนอไปเป็นพื้นของเหตุการณ์บ้านเมือง

380
01:06:40,830 --> 01:06:44,830
ขึ้นในสมัยสุโขทัย แล้วก็วรรณคดีที่มีปรากฏในสมัย

381
01:06:47,536 --> 01:06:50,276
สุโขไทยนะคะ เราโชคดีหน่อยตรงที่ว่าเราเรียนทั้งพัฒนาการวรรณคดีไทย

382
01:06:50,276 --> 01:06:54,276
วรรณกรรมกับการวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์

383
01:06:56,654 --> 01:07:00,654
ในเทอมเดียวกัน แล้วผู้สอนคนเดียวกัน ฉะนั้น ครูก็จะพูดไปในทิศทางเดียวกันให้เรา

384
01:07:00,866 --> 01:07:04,866
รู้สึกว่าทุกอย่างมันสัมพันธ์สอดคล้องกันไปหมดนะ

385
01:07:07,207 --> 01:07:11,126
วรรณคดีไทยที่เพื่อนพูดถึงในสมัยสุโขทัยก็จะมีอยู่ 4 เรื่องใช่ไหมคะ อันนี้จำง่าย

386
01:07:11,126 --> 01:07:12,523
สุด เพราะว่าจะมีที่โดดเด่นแล้วก็

387
01:07:12,523 --> 01:07:15,045
มีการ

388
01:07:15,045 --> 01:07:19,045
เขียนบันทึกไว้จริง ๆ นี่ 4 เรื่อง

389
01:07:20,391 --> 01:07:24,391
แต่ถ้านับเอาจริง ๆ ครูก็จะบอกว่านักวิชาการปัจจุบันเขาไม่ได้

390
01:07:28,416 --> 01:07:29,988
พูดว่ามี 4 เรื่องแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะมันจะมีเรื่องสุดท้าย ก็คือตำรับท้าวศรี

391
01:07:29,988 --> 01:07:33,246
จุฬาลักษณ์หรือว่า

392
01:07:33,246 --> 01:07:37,246
ตำรับนางนพมาศน่ะ ที่เขาบอกว่า

393
01:07:38,959 --> 01:07:42,959
มีแนวโน้มที่อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นในสมัยสุโขทัยก็ได้

394
01:07:43,706 --> 01:07:47,706
เพราะว่าลักษณะภาษาเขียนที่ใช้

395
01:07:49,007 --> 01:07:51,055
เป็นภาษาที่น่าจะอยู่ในกรุงรัตนโกสินทร์มาก

396
01:07:51,055 --> 01:07:55,055
กว่านะคะ แต่ใด ๆ ก็คือ

397
01:07:56,403 --> 01:07:57,608
ยังไม่ได้มีหลักฐานที่ฟันธงชัดเจนอยู่ดีนั่นแหละ ว่า

398
01:07:57,608 --> 01:08:01,608
ตกลงแล้ว

399
01:08:03,486 --> 01:08:07,486
อยู่ในสมัยไหนกันแน่ ก็เลยเวลาเราเรียนเกี่ยวกับวรรณคดี

400
01:08:08,295 --> 01:08:12,295
สุโขไทยก็เลยน่าจะเป็นสุโขทัยไปก่อนนะคะ ก็เรา

401
01:08:13,441 --> 01:08:15,510
เรียนในฐานะของนักศึกษาที่ไม่ใช่เด็กประถม มัธยมแล้ว เราจะไปเป็นครู

402
01:08:15,510 --> 01:08:19,510
ต่อ เราก็เอาไว้ไปบอกเด็ก

403
01:08:21,075 --> 01:08:25,075
ต่ออีกด้วยเหมือนกันก็ได้ว่ามันก็ยังคลุมเครืออยู่นะ มันยังไม่ได้ชัดเจนขนาด

404
01:08:26,347 --> 01:08:30,347
ทีนี้พอมาพูดถึงการวิจารณ์วรรณกรรม เมื่อกี้

405
01:08:33,119 --> 01:08:37,119
พูดถึงในมุมของวรรณคดี วรรณกรรม พอมาพูดถึงมุมการวิจารณ์วรรณกรรม

406
01:08:39,454 --> 01:08:43,344
เราจะสังเกตว่ายุคสุโขทัยยังไม่ได้ปรากฏ

407
01:08:43,344 --> 01:08:45,337
หลักฐานการวิจารณ์วรรณกรรมที่ชัดเจน

408
01:08:45,337 --> 01:08:47,919
โอเคนะคะ

409
01:08:47,919 --> 01:08:49,882
ฉะนั้น ถ้าพูดถึง

410
01:08:49,882 --> 01:08:51,735
การวิจารณ์วรรณกรรม

411
01:08:51,735 --> 01:08:55,735
ตั้งแต่สุโขทัย

412
01:08:57,022 --> 01:08:58,703
จะเริ่มต้นจากคำว่า "สุโขทัยยังไม่ได้ปรากฏหลักฐาน

413
01:08:58,703 --> 01:09:02,703
การวิจารณ์วรรณกรรม "

414
01:09:04,338 --> 01:09:08,338
เหตุผลก็เพราะว่าช่วงนี้เป็นช่วงของการสร้างบ้านเมือง

415
01:09:09,429 --> 01:09:13,429
สร้างความเจริญ เราจะเห็นว่าในยุคสุโขทัยนี่

416
01:09:15,318 --> 01:09:19,318
มีทั้งความพยายามสร้างอักษรไทยใช่ไหม อย่างเช่น พ่อขุนรามคำแหงประดิษฐ์

417
01:09:20,003 --> 01:09:23,456
อักษรไทย แล้วก็พยายามสร้างสรรค์วรรณคดี วรรณกรรม

418
01:09:23,456 --> 01:09:26,392
ดังนั้น จึงเป็นยุคแห่งการสร้างสรรค์

419
01:09:26,392 --> 01:09:30,324
มากกว่าการวิจารณ์วรรณกรรมนะคะ

420
01:09:30,324 --> 01:09:32,152
อันนี้คือยุคสุโขทัย ต่อมา

421
01:09:32,152 --> 01:09:36,152
อยุธยา

422
01:09:37,585 --> 01:09:40,097
อยุธยานี่ระยะเวลายาวนานมาก ฉะนั้น อะไรต่าง ๆ

423
01:09:40,097 --> 01:09:44,097
จะเกิดขึ้นในสมัยอยุธยาเยอะมาก

424
01:09:45,907 --> 01:09:47,104
หรือแม้กระทั่งวรรณคดีวรรณกรรมที่เกิดขึ้นในสมัยอยุธยาเหมือนกัน ก็เยอะ

425
01:09:47,104 --> 01:09:51,104
เช่นเดียวกัน

426
01:09:51,381 --> 01:09:55,381
ดังนั้น ขอถามเป็นคะแนนพิศวาสหน่อยแล้วกัน

427
01:09:56,055 --> 01:09:59,536
ให้ยกตัวอย่างวรรณคดีในสมัยอยุธยา

428
01:09:59,536 --> 01:10:01,372
มาคนละ 1 เรื่อง เอา 3 คนค่ะ

429
01:10:01,372 --> 01:10:05,372
ค่ะ คนที่ 1

430
01:10:09,885 --> 01:10:11,364
อะไรนะคะ ลิลิตยวนพ่ายค่ะ คนที่ 2

431
01:10:11,364 --> 01:10:14,448
อะไรนะคะ

432
01:10:14,448 --> 01:10:18,448
วรรณคดี วรรณคดี

433
01:10:18,958 --> 01:10:22,958
รามเกียรติ์คนที่ 3

434
01:10:23,110 --> 01:10:25,198
โองการแช่งน้ำจบครบ 3 คน

435
01:10:25,198 --> 01:10:28,194
เอาใครดี

436
01:10:28,194 --> 01:10:29,378
พิมพ์

437
01:10:29,378 --> 01:10:33,378
เรียกว่าอะไร

438
01:10:35,025 --> 01:10:39,025
ให้จดเลขที่ไว้ให้ครูหน่อยตะกี้มีเพื่อน 3 คนบอกเลข

439
01:10:40,205 --> 01:10:44,205
เพื่อน 3 ตัวท้ายนะคะ เอา 3 ตัวท้ายอันนี้เป็นคำถามที่ 1 นะ คราวนี้

440
01:10:45,876 --> 01:10:49,876
ในสมัยอยุธยานี่มีวรรณคดีหลายเรื่อง แล้วเขาก็จะแบ่งยุคสมัยด้วยว่า

441
01:10:50,399 --> 01:10:54,399
อยุธยาตอนต้น ตอนกลาง ตอนปลาย

442
01:10:56,236 --> 01:11:00,236
เรื่องที่ครูกำลังจะพูดถึงต่อไปนี้ ถือว่าเป็นหลักฐานในก

443
01:11:01,992 --> 01:11:03,250
ารวิจารณ์วรรณกรรมในสมัยกรุงศรีอยุธยาได้ เรื่องนั้นก็คือเรื่อง

444
01:11:03,250 --> 01:11:07,250
จินดามณี

445
01:11:08,646 --> 01:11:12,646
จินดามณีแต่งโดยใครในสมัยใด ยกมือค่ะ

446
01:11:16,654 --> 01:11:20,654
คะแนนพิศวาสนะคะ บวกเพิ่ม

447
01:11:21,600 --> 01:11:24,064
จินดามณีแต่งโดยใครสมัยใดข้างหลังค่ะ

448
01:11:24,064 --> 01:11:28,064
ได้ไหมคะ

449
01:11:31,970 --> 01:11:35,970
ใครเป็นพระมหากษัตริย์ในยุคนั้น โอเคค่ะ บอกเลขที่เพื่อนได้เลย

450
01:11:37,678 --> 01:11:39,947
จินดามณี แต่งโดยพระโหราธิบดีในสมัยสมเด็จ

451
01:11:39,947 --> 01:11:43,947
พระนารายณ์นะคะ

452
01:11:46,252 --> 01:11:48,425
ที่ต้องพูดถึงจินดามณีนี่ เพราะว่าในสมัยอยุธยา

453
01:11:48,425 --> 01:11:51,745
นักวิชาการ

454
01:11:51,745 --> 01:11:53,205
เขาพยายามเคลมว่า

455
01:11:53,205 --> 01:11:57,205
จินดามณี

456
01:11:57,905 --> 01:12:01,905
ี่น่าจะเป็นหลักฐานในการวิจารณ์วรรณกรรมได้

457
01:12:03,186 --> 01:12:04,041
เพราะในจินดามณีนี่ ในหนังสือจินดามณีจะแบ่งออกเป็น 3

458
01:12:04,041 --> 01:12:08,041
ภาค

459
01:12:09,499 --> 01:12:13,499
ภาคแรกก็คืออักขรวิธี อักขรวิธี ก็คือพวกอักษร

460
01:12:15,404 --> 01:12:16,278
ไทยทั้งหลา ยพวกพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์พวกนี้ ภาคที่ 2 ก็คือว่า

461
01:12:16,278 --> 01:12:19,441
วจีภาค

462
01:12:19,441 --> 01:12:23,441
วจีภาค ก็คือการประสมคำ

463
01:12:25,616 --> 01:12:29,616
ประสมประโยค ก็คือการสร้างคำสร้างประโยคนั่นแหละ คิดภาพว่าตอนที่เราเริ่ม

464
01:12:31,145 --> 01:12:33,457
เปลี่ยนภาษาไทยครั้งแรกน่ะ เราก็จะเริ่มต้นเรียนจาก ก.ไก่ ข. ไข่ ไปก่อน

465
01:12:33,457 --> 01:12:37,457
แล้วก็ค่อยมาเรียนสระ

466
01:12:39,490 --> 01:12:40,694
แล้วก็ค่อยมาเรียนวรรณยุกต์แล้วก็ค่อยมาเรียนว่าแล้วสระผสมกันจะเป็นอย่างไรบ้าง

467
01:12:40,694 --> 01:12:44,694
เช่น ก อา กา

468
01:12:47,238 --> 01:12:48,687
ก ไอ ไก ไม้เอกไก่กไก่ก็จะเริ่มผสมคำไปเรื่อย ๆ

469
01:12:48,687 --> 01:12:52,687
พอมี

470
01:12:52,750 --> 01:12:53,821
ประสมคำเสร็จปุ๊บก็เริ่มเอาอะไรน

471
01:12:53,821 --> 01:12:57,821
มีทั้ง

472
01:12:59,092 --> 01:13:03,092
คำที่รวมกัน 2 คำ มันสามารถที่จะเป็นคำอื่นได้ไหม เมื่อกี้

473
01:13:07,074 --> 01:13:10,717
มีไก่ แล้วก็มีกาก ร่วมกันเอาเป็นกากไก่ หิวขึ้นมา แต่งเป็นประโยคได้ไหม ฉันหิวกากไก่ ฉันชอบ

474
01:13:10,717 --> 01:13:14,510
นี่ก็คือการเรียนของภาษาไทยถูกไหมคะ

475
01:13:14,510 --> 01:13:15,653
ซึ่งจินดามณีก็เป็นลักษณะเดียวกัน

476
01:13:15,653 --> 01:13:19,653
เพราะ

477
01:13:21,325 --> 01:13:25,325
จะเริ่มต้นจากอักขรวิธี ก็คือพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์เหมือนกันว่าภาค

478
01:13:26,825 --> 01:13:28,158
คือการสั่งคำสั่งประโยคเหมือนกันแล้วก็ภาคสุดท้ายเป็นภาพ

479
01:13:28,158 --> 01:13:31,318
ฉันทลักษณ์

480
01:13:31,318 --> 01:13:33,023
ภาคสุดท้ายนี่แหละ ที่นักวิชาการ

481
01:13:33,023 --> 01:13:37,023
อนุมานว่า

482
01:13:37,510 --> 01:13:39,691
น่าจะเป็นหลักฐานการวิจารณ์วรรณกรรม เพราะ

483
01:13:39,691 --> 01:13:43,691
พระโหราธิบดี

484
01:13:43,729 --> 01:13:47,729
นี่ไม่ได้สอนแค่รูปแบบของฉันทลักษณ์เท่านั้น

485
01:13:49,067 --> 01:13:51,907
ว่าโคลงสี่สุภาพนี่ต้องมีกี่คำ ต้องมีบังคับ เอก

486
01:13:51,907 --> 01:13:55,329
โท 4 ไม่ได้เป็นแค่นั้น

487
01:13:55,329 --> 01:13:59,329
แต่ว่าพระโหราธิบดีมีการ

488
01:14:00,075 --> 01:14:04,075
คัดเลือกเอาบทประพันธ์ที่อยู่ในวรรณกรรมที่เด่น

489
01:14:05,780 --> 01:14:09,780
ในช่วงอยุธยาตอนต้นนี่ มาใส่เป็นตัวอย่างด้วย เช่น

490
01:14:11,538 --> 01:14:12,934
โคลงสี่สุภาพมีรูปแบบฉันทลักษณ์แบบนี้ มีบังคับเอก 7 โท 4 นะ

491
01:14:12,934 --> 01:14:16,397
ยกตัวอย่างเช่น

492
01:14:16,397 --> 01:14:20,397
เสียงลือเสียงเล่าอ้างอันใดพี่เอย

493
01:14:21,744 --> 01:14:25,744
โอเคนะคะ อันนี้ก็คือการยกตัวอย่าง พอยกตัวอย่างมาแบบนี้ปุ๊บ

494
01:14:27,093 --> 01:14:30,184
นักวิชาการเลยบอกว่านี่แหละ ไอ้การที่เอามายกตัวอย่างนี่แหละ

495
01:14:30,184 --> 01:14:34,184
มันคือผ่านการคิด วิเคราะห์

496
01:14:35,315 --> 01:14:38,569
วิพากษ์ ว่าแล้วก็วิจารณ์ก็คือแสดงความคิดเห็นมาแล้วว่า

497
01:14:38,569 --> 01:14:42,569
สิ่งนี้มันดีบทประพันธ์นี้ดี

498
01:14:44,006 --> 01:14:48,006
ก็เลยเอามาใส่ไว้ในหนังสือจินดามณีนั่นเองนะคะ

499
01:14:49,591 --> 01:14:53,591
แต่อาจจะไม่ใช่การเขียนโดยตรงแบบปัจจุบันว่า

500
01:14:55,758 --> 01:14:59,758
บทประพันธ์นี้ดีอย่างไร เพราะอะไร คือ ยังไม่ถึงขั้นนั้น เพราะต้องยอมรับว่า

501
01:15:02,190 --> 01:15:03,343
ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เขาก็ยังไม่ได้ใช้คำว่า "การวิจารณ์" หรือยังไม่ได้เรียน

502
01:15:03,343 --> 01:15:07,343

503
01:15:08,649 --> 01:15:10,428
รู้การวิจารณ์แบบเต็มรูปแบบเหมือนเรานะคะ วิชาการและใช้การอ่านแชทอนุมานเฉย ๆ

504
01:15:10,428 --> 01:15:14,428
นี่ไงมันใช้ 3 วิ

505
01:15:15,397 --> 01:15:19,397
วิเคราะห์ วิจารณ์ แล้วก็วิพากษ์ซึ่งเป็นลักษณะของการวิจารณ์วรรณกรรม

506
01:15:20,619 --> 01:15:21,751
เลยเอามาใช้ในหนังสือจินดามณีได้นั่นเองนะคะ คราวนี้

507
01:15:21,751 --> 01:15:25,751
ต่อมา

508
01:15:28,850 --> 01:15:30,528
ยุคที่ 3 ธนบุรีก็อย่างที่เพื่อนบอกไปนั่นแหละว่ายุคสมัยนี้ก็คือตอน

509
01:15:30,528 --> 01:15:34,528
กรุงศรีอยุธยานี่

510
01:15:36,343 --> 01:15:38,193
มันแตกมันเละเทะไปหมด เละเทะไปหมด ก็คือโดนเผาทำลายไป

511
01:15:38,193 --> 01:15:39,416
เยอะ ถามว่า

512
01:15:39,416 --> 01:15:43,014
เผาแบบ

513
01:15:43,014 --> 01:15:45,122
สิ้นซากไหม มันก็ไม่ได้สิ้นซากแบบ

514
01:15:45,122 --> 01:15:48,853
ผุยผงขนาดนั้น

515
01:15:48,853 --> 01:15:52,686
แต่มันยากต่อการบูรณะ

516
01:15:52,686 --> 01:15:56,686
นี่ก็เลยเป็นสิ่งที่ทำให้พระเจ้าตากนี่

517
01:15:58,065 --> 01:16:00,825
ต้องพยายามย้ายเมืองแล้วก็รวบรวมไพร่พล

518
01:16:00,825 --> 01:16:04,825
ไปสร้างบ้านเมืองใหม่นะคะ

519
01:16:07,237 --> 01:16:10,969
ที่เพื่อนบอกว่าเขาไปตีจันทบุรีเพื่อที่จะรวบรวมไพร่พลมาอยู่ในกรุง

520
01:16:10,969 --> 01:16:12,667
ธนบุรีก็ใช่เลยตามนี้นะคะ

521
01:16:12,667 --> 01:16:16,400
คราวนี้ด้วยความที่ว่า

522
01:16:16,400 --> 01:16:20,400
การเมืองในสมัยธนบุรีนี่

523
01:16:22,618 --> 01:16:26,618
ยังไม่ได้เป็นปกติสุขเท่าไร นักศึกษาคิดดูว่าการสร้างเมืองใหม่แล้วใช้เวลา

524
01:16:28,508 --> 01:16:32,229
15 ปีนี่มันจะระสับระส่ายขนาดไหน ไม่ว่าจะเป็นศึกนอก

525
01:16:32,229 --> 01:16:33,356
ศึกนอก ก็คือพวกเขมรพวกทางใต้

526
01:16:33,356 --> 01:16:36,255
ทั้งหลาย

527
01:16:36,255 --> 01:16:39,586
เขาก็ไม่ได้เอื้ออำนวยกับ

528
01:16:39,586 --> 01:16:43,586
พระเจ้าตากมากนัก ที่ครูเคยเล่าว่า

529
01:16:45,096 --> 01:16:49,096
มีหนังสือบางเล่มที่กล่าวถึงพระเจ้าตากว่าพระเจ้าตากปราบดาภิเษก

530
01:16:50,408 --> 01:16:53,932
เองขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์แล้ว พระเจ้าตากก็ได้มีการส่ง

531
01:16:53,932 --> 01:16:57,746
สารไปยังเมืองต่าง ๆ ว่า

532
01:16:57,746 --> 01:17:01,746
นี่ตัวเองขึ้นครองราชย์แล้ว แล้วตัวเองก็เป็น

533
01:17:03,020 --> 01:17:07,020
คนที่มาจากกรุงศรีอยุธยา ฉะนั้น เมืองใดที่เป็นเมืองขึ้นของกรุง

534
01:17:08,410 --> 01:17:12,410
ศรีอยุธยา ก็ให้ส่งเครื่องราชบรรณาการมาที่เมือง

535
01:17:12,890 --> 01:17:14,495
กรุงธนบุรีด้วยเหมือนเดิมนะคะ แต่พวกเมืองต่าง ๆ

536
01:17:14,495 --> 01:17:16,489
เขาส่งมาให้ไหม

537
01:17:16,489 --> 01:17:18,085
เขาส่งมาให้ไหมคะ

538
01:17:18,085 --> 01:17:22,085
นักศึกษาคิดว่า

539
01:17:23,789 --> 01:17:27,789
เขาไม่ส่งมาให้ เพราะว่าเขาก็จะบอกว่า

540
01:17:30,770 --> 01:17:31,468
พระเจ้าตากคุณเป็นแค่คนธรรมดา แล้วคุณปราบดาภิเษกตัวเองขึ้นเป็น The King ทำไมฉันต้องเอามาให้คุณ

541
01:17:31,468 --> 01:17:35,468
ด

542
01:17:35,907 --> 01:17:39,907
้วยล่ะ นั่นก็คือพระเจ้าตากยังไม่ได้รับการยอมรับมาตั้งแต่แรก

543
01:17:41,050 --> 01:17:43,583
ก็เลยกลายเป็นว่าพระเจ้าตากก็ยังต้องทำการรบอยู่เนือง

544
01:17:43,583 --> 01:17:45,293
ๆ ด้วยการไปตีเมืองต่าง ๆ

545
01:17:45,293 --> 01:17:49,293
ให้แบบว่า

546
01:17:50,674 --> 01:17:54,674
กลายเป็นเมืองขึ้นจริง ๆ แล้วก็ได้รับเครื่องราชบรรณาการด้วยนะคะ ดังนั้น

547
01:17:56,935 --> 01:17:58,190
ชีวิตในสมัยกรุงธนบุรีนี่ ไม่ได้แบบราบรื่นแบบกรุงศรีอยุธยา

548
01:17:58,190 --> 01:18:01,385
ก็เลยทำให้

549
01:18:01,385 --> 01:18:05,385
วรรณคดีวรรณกรรมที่เกิดขึ้นในยุคนี้

550
01:18:06,332 --> 01:18:10,332
มีน้อย ก็อย่างที่บอกมีน้อยแต่มีนะนะคะ

551
01:18:11,980 --> 01:18:14,215
ในสมัยกรุงธนบุรีวรรณคดีถึงมีน้อยแต่มีนะมีวรรณคดีเรื่อง

552
01:18:14,215 --> 01:18:17,239
ที่มีฉากต่างประเทศเรื่องแรก

553
01:18:17,239 --> 01:18:21,239
เรื่องนั้นชื่ออะไร ยกมือค่ะ

554
01:18:23,626 --> 01:18:27,626
ถ้าใครที่ดูในหนังสือทันนะคะ มีในหนังสือด้วยนะคะ

555
01:18:29,666 --> 01:18:33,666
ในกรุงธนบุรีจะมีวรรณคดีที่มีฉาก

556
01:18:33,749 --> 01:18:37,512
ต่างประเทศเรื่องแรก เรื่องนั้นชื่ออะไรค่ะ

557
01:18:37,512 --> 01:18:41,512
นิราศกวางตุ้ง ถูกต้องค่ะ

558
01:18:43,861 --> 01:18:47,861
อันนี้เคยพูดอยู่นะคะ นิราศกวางตุ้ง เพราะนิราศกวางตุ้งนี่

559
01:18:48,292 --> 01:18:51,869
จริง ๆ แล้วนอกจากจะมีความโดดเด่นว่า

560
01:18:51,869 --> 01:18:55,869
เป็นนิราศที่มีฉากต่างประเทศเรื่องแรกแล้วนี่

561
01:18:57,248 --> 01:19:01,248
เขาก็บรรยายว่านิราศกวางตุ้งไม่ได้เป็นตามขนบนิราศเท่าไ

562
01:19:03,309 --> 01:19:07,309
ร เพราะว่าถ้าตามขนบนิราศจริง ๆ ต้องพอเดินทางแล้วก็ต้องมีรำพึงรำพัน

563
01:19:09,173 --> 01:19:13,173
ถึงคนนั้นคิดถึงคนนี้ไหมคะ แต่ว่านิราศกวางตุ้งเหมือนจะเป็นการ

564
01:19:14,420 --> 01:19:16,654
บรรยายภูมิประเทศเป็นส่วนใหญ่นะคะ แล้วก็มีเรื่องเล่า

565
01:19:16,654 --> 01:19:20,654
นั่นแหละว่านิราศกวางตุ้งนี่

566
01:19:22,628 --> 01:19:26,628
น่าจะเป็นวรรณคดีที่สะท้อนให้เห็นว่าในช่วงยุคนั้นนี่

567
01:19:27,956 --> 01:19:31,956
ในช่วงยุคที่กรุงธนบุรีนี่ไม่มีเงินคงคลังเหลือเลย

568
01:19:33,576 --> 01:19:37,576
แต่ทำไมยังถึงสามารถสร้างบ้านเมืองได้ ก็น่าจะเป็นที่

569
01:19:39,533 --> 01:19:43,086
การติดต่อ หยิบยืมจากญาติพี่น้องของพระเจ้าตาก ซึ่งมีเชื้อสาย

570
01:19:43,086 --> 01:19:47,086
นั่นเองนะคะ ก็เป็นเหมือนกับว่า

571
01:19:49,750 --> 01:19:51,050
ทั้งประวัติศาสตร์ด้วย สันนิษฐานด้วย แล้วก็มีวรรณคดีมาประกอบร่วม

572
01:19:51,050 --> 01:19:52,538
ด้วยนะคะ

573
01:19:52,538 --> 01:19:56,439

574
01:19:56,439 --> 01:19:59,567
ทีนี้พอมาถึงยุคสมัยรัชกาลที่ 1

575
01:19:59,567 --> 01:20:02,397
สมัยรัชกาลที่ 1 นี่

576
01:20:02,397 --> 01:20:06,397
เป็นยุคที่

577
01:20:07,202 --> 01:20:11,202
เหมือนกับเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ขอโทษนะคะ ขอ

578
01:20:13,767 --> 01:20:16,430
ทิ้งท้ายไว้ที่กรุงธนบุรีเมื่อกี้ ขอกลับไปที่กรุงธนบุรีหน่อยนิดหนึ่งเมื่อกี้สรุปกรุงธนบุรี

579
01:20:16,430 --> 01:20:18,067
มีหลักฐานวรรณคดีวิจารณ์ไหมคะ

580
01:20:18,067 --> 01:20:20,538
มีหลักฐานการวิจารณ์ไ

581
01:20:20,538 --> 01:20:24,162
หม พบไ

582
01:20:24,162 --> 01:20:28,090
หม ถ้าจากที่ฟังคิดว่าน่าจะมีการวิจารณ์ไหม

583
01:20:28,090 --> 01:20:32,090
ไม่มี เพราะว่าอะไร

584
01:20:34,678 --> 01:20:38,678
แค่จะสร้างวรรณคดีวรรณกรรมยังยากเลย โอเคไหมคะ ยังสร้างได้แค่ไม่กี่เรื่องเลย ระยะเวลา

585
01:20:41,388 --> 01:20:45,388
ก็เลยไม่มีหลักฐานการวิจารณ์วรรณกรรมนะคะ พอมาถึงช่วงสมัยรัชกาลที่ 1

586
01:20:46,868 --> 01:20:50,868
พูดไปเมื่อกี้ว่าเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เริ่มต้นใหม่อีกครั้งของร. 1 นี่

587
01:20:53,261 --> 01:20:55,375
ใช้วิธีการก็คือเอาวรรณคดีเก่าหรือเอาความรู้เดิม

588
01:20:55,375 --> 01:20:57,884
ในช่วงกรุงศรี

589
01:20:57,884 --> 01:21:01,662
กลับมาฟื้นฟูอีกครั้ง

590
01:21:01,662 --> 01:21:05,662
แต่ไม่ได้กลับไปขนหนังสือเก่ามา

591
01:21:07,311 --> 01:21:11,311
แต่ใช้การเอาความรู้ที่อยู่ในหัวสมองของคนที่

592
01:21:12,766 --> 01:21:16,320
เกิดในยุคโรงสีมาก่อน แล้วยังอยู่มาจนถึงสมัยรัชกาลที่ 1 นั่นแหละ

593
01:21:16,320 --> 01:21:19,972
มาช่วยกันถ่ายทอดข้อมูล

594
01:21:19,972 --> 01:21:23,097
ดังนั้น ในช่วงรัชกาลที่ 1

595
01:21:23,097 --> 01:21:27,097
จะมีเหตุการณ์อยู่เหตุการณ์หนึ่ง

596
01:21:28,776 --> 01:21:31,324
ที่ถือว่าเป็นการวิจารณ์วรรณคดีวรรณกรรมได้นะคะ  ก็คือ

597
01:21:31,324 --> 01:21:35,324
การประชุมนักปราชญ

598
01:21:36,696 --> 01:21:40,696
์ ร. 1 นี่ จะให้นักปราชญ์ที่มีความรู้มานั่งรวม

599
01:21:41,814 --> 01:21:45,814
แล้วก็มาช่วยกันคิด มาช่วยกันแต่ง

600
01:21:47,579 --> 01:21:51,042
เช่น วรรณคดีไหนโดดเด่นในสมัยกรุงศรีอยุธยา

601
01:21:51,042 --> 01:21:55,042
ก็จะเอามาช่วยกันคิด มาแต่งอีกครั้ง

602
01:21:56,568 --> 01:22:00,568
อย่างรามเกียรติ์ถึงขั้นที่ว่าเป็นฉบับที่สมบูรณ์ที่สุด

603
01:22:01,612 --> 01:22:05,612
ในขณะนี้ ก็คือฉบับรัชกาลที่ 1 นะคะ

604
01:22:07,403 --> 01:22:09,236
นอกจากนี้นอกจากเอาของเก่ามาฟื้นฟูแล้วนี่ ยังมีการ

605
01:22:09,236 --> 01:22:13,236
แต่งเพิ่มด้วยนะ

606
01:22:14,878 --> 01:22:17,001
มีเรื่องอะไรที่ในสมัยรัชกาลที่ 1 คือแต่งเพิ่มเติมมาคะ ในหนังสือ

607
01:22:17,001 --> 01:22:18,322
มีค่ะ ใครตอบได้

608
01:22:18,322 --> 01:22:22,322
เชิญค่ะ

609
01:22:23,579 --> 01:22:27,579
ส่วนใหญ่จะเอามาฟื้นฟู แต่แต่งเพิ่มใหม่ ข้างหลังค่ะ

610
01:22:28,086 --> 01:22:32,086
บทมโหรีกากีค่ะ

611
01:22:33,536 --> 01:22:36,974
บทมโหรีกากี เป็นบทที่แต่งขึ้นมา นักศึกษา

612
01:22:36,974 --> 01:22:40,974
มีใครที่อยู่แถวนี้ แล้วบ้านอยู่แถบ

613
01:22:41,403 --> 01:22:43,942
สุรินทร์ บุรีรัมย์ เขมรไหมคะ

614
01:22:43,942 --> 01:22:45,501
ติดเขมรใช่ไหมคะ

615
01:22:45,501 --> 01:22:47,492
พูดเขมรไหม

616
01:22:47,492 --> 01:22:51,492
(นักศึกษาหญิง) พูดได้บางคำ

617
01:22:54,180 --> 01:22:58,180
(อาจารย์) พูดได้บางคำ มีความสามารถด้านภาษาฟังได้แสดงว่านินทาเป็นภาษาเขมรให้รู้เรื่อง

618
01:22:59,281 --> 01:23:02,209
ได้ใช่ไหม ที่บ้านเราน่ะ เ

619
01:23:02,209 --> 01:23:04,128
ขมรเรียกคนเขมรว่าเขมรหรือเขมร

620
01:23:04,128 --> 01:23:06,570
เขมร

621
01:23:06,570 --> 01:23:08,998
ใช่ไหม

622
01:23:08,998 --> 01:23:12,751
ถ้าเกิดว่าถูกเรียกว่า "เขมร

623
01:23:12,751 --> 01:23:15,468
" มันเหมือนดูถูกไหม หรือว่าก็เฉย ๆ ไม่ได้คิดอะไร

624
01:23:15,468 --> 01:23:19,133
เฉย

625
01:23:19,133 --> 01:23:21,782
ๆ ใช่ไหม ของเราอยู่แถวสุรินทร์หรือบุรีรัมย์

626
01:23:21,782 --> 01:23:25,782
บุรีรัมย์ ทำไมคือขาวแท้

627
01:23:26,233 --> 01:23:30,233
อ๋อ คือทั้งพ่อทั้งแม่เลย

628
01:23:32,838 --> 01:23:36,838
ทำไมมาแบบโทนขาวมาเลย แถบ

629
01:23:38,242 --> 01:23:42,190
นี้  ทีนี้ที่ครูถามนี่ เพราะว่าครูเคยไปอบ

630
01:23:42,190 --> 01:23:43,405
รมภาษาเขมรแล้วมีนักวิชาการเขมร

631
01:23:43,405 --> 01:23:47,405
อยู่ด้วย

632
01:23:48,906 --> 01:23:52,906
แล้วนักวิชาการไทยน่ะ ก็ใช้แต่คำว่า "เขมร" เขมร เขมรนี่แหละ ก็คือแบบ

633
01:23:53,469 --> 01:23:57,469
ปกติเลย ก็เหมือนที่เราพูดปกตินี่แหละว่าเขมร คราวนี้

634
01:23:58,144 --> 01:23:59,409
นักวิชาการชาวเขมรเขาก็เลยยกมือบอกว่า

635
01:23:59,409 --> 01:24:03,409
ก่อนอื่นเลย

636
01:24:06,047 --> 01:24:10,047
ขอให้คุณน่ะหยุดใช้คำว่า "เขมร" เพราะว่าพวกเราน่ะเรียกตัวเองว่า "ขแมร์"

637
01:24:11,632 --> 01:24:15,632
นักวิชาการไทยก็เลยพยายามอธิบายว่าในการที่เราเรียก "เขมร" น

638
01:24:18,130 --> 01:24:19,392
่ะ เราไม่ได้ดูถูกนะ เพราะว่ามันเป็นคำที่แปลว่าคนที่อยู่ในภูมิประเทศ

639
01:24:19,392 --> 01:24:23,392
ต่ำกว่า

640
01:24:24,936 --> 01:24:28,936
ถ้าใครที่สังเกตคนที่เคยไปเที่ยวเขาพนมรุ้งใช่ไหมคะ พอมองลงไปข้างล่างจะเป็น

641
01:24:32,869 --> 01:24:34,388
ถูกไหม เขาพระวิหาร เขาพระวิหารข้างล่างจะเป็นเขมร

642
01:24:34,388 --> 01:24:38,388
ก็คือ

643
01:24:39,857 --> 01:24:43,857
คือภูมิประเทศเขากับเราน่ะจะเป็นภูมิประเทศที่ต่ำกว่าแค่นั้นเอง

644
01:24:45,221 --> 01:24:49,221
เราก็เลยเรียกเขาว่าเขมรไม่ได้มีความหมายที่แปลว่าต่ำต้อยอะไรนะ

645
01:24:50,614 --> 01:24:53,208
คราวนี้นักวิชาการไทยก็อธิบายไปแต่เขาก็ยังยืนยันว่าไม่

646
01:24:53,208 --> 01:24:57,081
เรียกเขาว่า "เขมร" ถึงจะถูกต้อง

647
01:24:57,081 --> 01:25:01,081
โอเค โอเคค่ะ เขมร ก็ เขมร ตอบมาอีก

648
01:25:02,989 --> 01:25:06,989
บทมโหรีกากีนักวิชาการไทยก็อธิบายไปว่านี่เรา

649
01:25:08,317 --> 01:25:09,835
แต่งขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 นะแล้วก็เขมรนี่ก็เหมือน

650
01:25:09,835 --> 01:25:13,835
รับอิทธิพล

651
01:25:14,477 --> 01:25:18,477
ในเรื่องบทมโหรีเรื่องกากี แล้วก็เอาไปแต่งของเขาด้วยเช่นเดียวกัน

652
01:25:18,574 --> 01:25:22,574
นักวิชาการเขมรก็ยกมือขึ้นอีกเหมือนเดิมเขาบอกว่า

653
01:25:24,645 --> 01:25:28,477
ขอโทษนะคะ อันนี้ขอแก้ก่อนว่าบทมโหรีกากี เนื้อเรื่องบทมโหรีกากี

654
01:25:28,477 --> 01:25:32,477
ของเขมรก็มีเหมือนกันและไม่เกี่ยวกับของไทย

655
01:25:35,058 --> 01:25:39,058
ก็คือเขาแต่งของเขาเองไม่ได้เกี่ยวว่าเราเขาเอาอิทธิพลของเราไปหรือว่า

656
01:25:39,089 --> 01:25:41,727
ไปลอกเลียนแบบไม่ใช่ เขาบอกว่าเขาแต่ของเขาเอง

657
01:25:41,727 --> 01:25:44,407
นักวิชาการไทยก็เลยได้อธิบายว่า

658
01:25:44,407 --> 01:25:48,407
ใช่หรือว่าคุณแต่งขึ้นเอง

659
01:25:50,455 --> 01:25:54,455
แต่คำว่า "ได้รับอิทธิพล" นี่ มันไม่ได้หมายความว่าคุณลอกเลียนแบบ

660
01:25:56,610 --> 01:25:57,337
แต่คุณต้องเข้าใจว่าในสมัยนั้นนี่ เวลาที่เมืองไหน

661
01:25:57,337 --> 01:25:59,922
แพ้

662
01:25:59,922 --> 01:26:01,637
เมืองนั้นก็ต้อง

663
01:26:01,637 --> 01:26:05,637
ถูกกวาดต้อน

664
01:26:09,105 --> 01:26:11,967
อย่างเช่นในตอนไทยแพ้ ไทยก็ถูกกวาดต้อนไปพม่า โอเคไหมไม่ได้ถูกกว่าต้นแค่ชาวบ้าน

665
01:26:11,967 --> 01:26:15,831
พระบรมวงศานุวงศ์

666
01:26:15,831 --> 01:26:17,981
ก็ถูกกวาดต้อนไปเป็นตัวประกันไปอะไรก็ว่าไป

667
01:26:17,981 --> 01:26:19,965
อย่างเช่นใครคะ

668
01:26:19,965 --> 01:26:21,053
จำได้ไหม

669
01:26:21,053 --> 01:26:22,915
ของไทย

670
01:26:22,915 --> 01:26:24,909
นี่ได้ไปอยู่พม่านี่

671
01:26:24,909 --> 01:26:27,589
ที่แน่ ๆ เลยนี่

672
01:26:27,589 --> 01:26:30,916
พระองค์ยิ่งใหญ่มากนี่อะไรคะ

673
01:26:30,916 --> 01:26:32,720
มีพี่สาวสวย ๆ น่ะ

674
01:26:32,720 --> 01:26:34,702
จะได้ไปอยู่ด้วยนี่

675
01:26:34,702 --> 01:26:36,225
พระ

676
01:26:36,225 --> 01:26:39,708
... พระ

677
01:26:39,708 --> 01:26:42,542
... พระนเรศวร

678
01:26:42,542 --> 01:26:46,542
พระนเรศวร

679
01:26:47,736 --> 01:26:51,736
ได้ไปเป็นองค์ประกันที่พม่าเหมือนกัน แล้วตอนพระนเรศวรไปอยู่

680
01:26:52,983 --> 01:26:56,983
ไม่ได้ถูกเลี้ยงแบบชาวบ้านนะคะ พระนเรศวรเป็นลูกเจ้านะ

681
01:26:58,941 --> 01:27:02,941
ก็ถูกเลี้ยงแบบลูกเจ้าของเขาเหมือนกัน เขาได้เรียนหนังสือ พระนเรศวร

682
01:27:04,830 --> 01:27:05,618
็ได้เรียนหนังสือเช่นเดียวกัน คิดดูว่าพระนเรศวรเรียนเก่งจนสามารถที่จะกลับบ้าน

683
01:27:05,618 --> 01:27:09,618
เมืองตัวเองแ

684
01:27:10,773 --> 01:27:14,773
ล้วไปตีพม่าได้ เก่งขนาดไหนเขาก็ต้องดูแลในระดับหนึ่งถูกไหม

685
01:27:15,321 --> 01:27:19,321
ฉะนั้น ในช่วงที่เขมรแ

686
01:27:20,777 --> 01:27:24,777
พ้ก็อาจจะถูกกวาดต้อนมาเช่นเดียวกัน และก็เหมือนที่ว่านั่นแหละ ไม่ได้

687
01:27:26,255 --> 01:27:29,409
กวาดต้อนมาแค่ชาวบ้าน เจ้าก็ถูกกว่าตอนมาเช่นเดียวกัน แล้วเวลาที่

688
01:27:29,409 --> 01:27:33,409
ลูกไทยก็ได้เรียนรู้เขมรก็ได้เรียนเหมือนกัน

689
01:27:34,562 --> 01:27:38,562
จึงไม่ต้องแปลกใจว่าพอท่านได้เรียนเสร็จแล้วในไทย

690
01:27:41,681 --> 01:27:44,783
แล้วกลับบ้านเมืองตัวเองไปนี่จะเอาความรู้ไปใช้ในการสร้างสรรค์วรรณคดี

691
01:27:44,783 --> 01:27:48,783
วรรณกรรมในบ้านเมืองของท่าน

692
01:27:51,111 --> 01:27:52,458
ก็เลยกลายเป็นว่าถึงเขมรจะมีกากีเหมือนกันนี่ จะมีว

693
01:27:52,458 --> 01:27:56,458
รรณคดีเรื่องกากีเหมือนกัน

694
01:27:58,410 --> 01:28:02,410
นี่ก็ไม่ได้แปลว่าเขาแต่งขึ้นเองหรอก แต่มันหมายถึงการได้รับอิทธิพลจากไทยนี่แหละ

695
01:28:03,088 --> 01:28:07,088
อันนี้ก็คือนักวิชาการไทยพยายามชี้แจงนะคะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น

696
01:28:08,755 --> 01:28:12,747
นักวิชาการเขมรก็ยังยืนยันอยู่ ไม่ฉันแต่งเอง ฉันไม่ได้ลอกเลียนแบบเธอนะคะ

697
01:28:12,747 --> 01:28:16,747
โอเคแล้วแต่นักวิชาการโอเคแล้วแต่เลยนะคะ

698
01:28:18,388 --> 01:28:20,867
อย่างน้อยนะเราเรียนแล้วน่ะ เรารู้แล้วว่าที่มาที่ไปของการมี

699
01:28:20,867 --> 01:28:24,867
อะไรที่เหมือนกันมันเป็นเพราะอะไร

700
01:28:28,091 --> 01:28:30,790
ไทยกับพม่าก็มีอีเหนาเหมือนกัน นักศึกษาไม่ใช่ว่ามีแค่ไทยที่มีอิเหนา พม่าก็มีนะ

701
01:28:30,790 --> 01:28:33,024
แต่พม่าเขาก็ยอมรับว่า

702
01:28:33,024 --> 01:28:36,550
ตอนช่วงเสียกรุงแรก ๆ

703
01:28:36,550 --> 01:28:40,550
ที่เจ้าของไทยถูกกวาดต้อนไปพม่า

704
01:28:42,839 --> 01:28:45,777
เขาก็ได้รับอิทธิพลจากไทยในขณะนั้นแหละ ก็คือเห็นว่าอิเหนาของเรา

705
01:28:45,777 --> 01:28:49,564
มีความไพเราะเขาก็เลยขอไปแปลเป็นภาษาพม่า

706
01:28:49,564 --> 01:28:53,291
ประมาณนี้นะคะ ดังนั้น การที่มีวรรณคดีวรรณกรรม

707
01:28:53,291 --> 01:28:57,291
ใกล้เคียงกัน ไม่ใช่เรื่องแปลกนะ

708
01:28:59,714 --> 01:29:02,368
ในรัชกาลที่ 1 นอกจากจะมีการฟื้นฟูของเก่า สร้างของใหม่แล้ว

709
01:29:02,368 --> 01:29:06,368
ยังมีวรรณกรรมที่แปล

710
01:29:07,455 --> 01:29:11,193
จากของต่างประเทศด้วย มีเรื่องอะไรบ้าง ยกมือค่ะ

711
01:29:11,193 --> 01:29:15,099
ยังอยู่ในร. 1 อยู่นะคะ ยังอยู่ใน ร. 1 อยู่

712
01:29:15,099 --> 01:29:19,099
มีวรรณกรรมแปลด้วย

713
01:29:19,940 --> 01:29:22,982
เพื่อนหูจะตอบก็ได้นะ

714
01:29:22,982 --> 01:29:26,982
ดูในหนังสือประกอบด้วย

715
01:29:31,112 --> 01:29:32,928
อันนี้

716
01:29:32,928 --> 01:29:35,606
เรา

717
01:29:35,606 --> 01:29:37,346
ทั้งเคยได้ยินทั้ง

718
01:29:37,346 --> 01:29:41,346
ค่ะ ข้างหลัง

719
01:29:43,270 --> 01:29:47,270
สามก๊กแล้วก็ราชาธิราชถูกต้องค่ะ บวก 2 ค่ะ สามก๊ก

720
01:29:47,548 --> 01:29:49,528
และราชาธิราชนะคะ ในช่วงรัชกาลที่ 1 นี่แสดงว่า

721
01:29:49,528 --> 01:29:51,830
เริ่มฟื้นฟูจริงจังแล้วนะ

722
01:29:51,830 --> 01:29:55,800
ต่อไปรัชกาลที่ 2

723
01:29:55,800 --> 01:29:59,800
รัชกาลที่ 2 นี่ เป็นช่วงที่

724
01:30:01,126 --> 01:30:05,126
มีคำว่า "พ่อทำมาดีลูกก็เลยดีต่อ"

725
01:30:07,091 --> 01:30:10,989
ซึ่งคำว่า "พ่อทำมาดีลูกก็เลยดีต่อ" นี่ เป็นลักษณะของการปกครอง

726
01:30:10,989 --> 01:30:14,989
ที่ใช้ลักษณะแบบพ่อพาทำ

727
01:30:15,279 --> 01:30:19,279
โดยในช่วง ร. 1 ที่ว่ามีการประชุมนักปราชญ์

728
01:30:21,522 --> 01:30:25,522
ในตอนนั้นนักปราชญ์ที่มาประชุมกับร. 1 ก็มีร. 2

729
01:30:26,623 --> 01:30:30,623
ตอนที่เป็นลูกชาย ตอนที่เป็นพระบรมโอรสาธิราชด้วยนะคะ

730
01:30:31,535 --> 01:30:35,535
ท่านก็มีโอกาสได้มานั่งคิดนั่งเขียนในช่วงพ่อ

731
01:30:36,869 --> 01:30:38,316
พอตัวเองขึ้นครองราชย์ปุ๊บ ก็เลยมีโอกาสได้แต่งได้ป

732
01:30:38,316 --> 01:30:42,316
รับของตัวเองด้วย

733
01:30:42,826 --> 01:30:46,826
ในช่วงรัชกาลที่ 2 นี่ พระองค์

734
01:30:48,049 --> 01:30:52,049
รู้แล้วว่าไอ้ที่ไพเราะนี่มันอย่างไรในช่วงรัชกาลที่ 1

735
01:30:53,714 --> 01:30:56,414
พระองค์ก็เลยเอาไอ้ที่มันไพเราะอยู่แล้วนี่ เอามาปรับให้เหมาะสมกับ

736
01:30:56,414 --> 01:31:00,414
การละครมากยิ่งขึ้น

737
01:31:00,707 --> 01:31:04,707
จนถึงขั้นที่ว่าในยุคสมัยของพระ

738
01:31:08,467 --> 01:31:09,545
บาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 นี่ พอมีการตั้งวรรณคดีสโมสร

739
01:31:09,545 --> 01:31:12,546
ข

740
01:31:12,546 --> 01:31:13,616
ึ้น มีวรรณคดีอยู่เรื่องหนึ่ง

741
01:31:13,616 --> 01:31:17,616

742
01:31:19,208 --> 01:31:20,802
ที่แต่งขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 2 ปรับในสมัยรัชกาลที่ 2 ได้รับรางวัล

743
01:31:20,802 --> 01:31:22,214
ยอดแห่งละครรำ

744
01:31:22,214 --> 01:31:23,749
เรื่องนั้น

745
01:31:23,749 --> 01:31:27,749
ชื่ออะไรคะ

746
01:31:33,725 --> 01:31:36,547
วรรณคดีที่เป็นยอดแห่งละครรำ จริง ๆ ให้เล่นเกมแล้วตอนวิชาพัฒนาการวรรณคดี

747
01:31:36,547 --> 01:31:38,750
ไทย มีคำตอบในเกม

748
01:31:38,750 --> 01:31:42,642
พัฒนาการวรรณคดีไทยด้วย

749
01:31:42,642 --> 01:31:46,642
ข้างหลังอีกแล้วค่ะ

750
01:31:47,995 --> 01:31:51,995
อิเหนาถูกต้องค่ะ ตาไวเวอร์คือเพื่อนเริ่มสงสัยแล้วว่าเธอ

751
01:31:53,159 --> 01:31:57,159
ทำไมหาได้ไวขนาดนั้นะคะ  บวก 3 นะคะ เรื่องอิเหนา

752
01:31:57,742 --> 01:32:00,396
ทางฝั่งทางนี้หาช่วยกัน 2 คนสู้ ๆ นะจ๊ะ

753
01:32:00,396 --> 01:32:03,619
สู้เพื่อนนะคะ

754
01:32:03,619 --> 01:32:07,619
ในเรื่องอิเหนานี่ถามว่า

755
01:32:09,229 --> 01:32:13,229
มันดีถึงขั้นได้รับรางวัลสโมสรได้อย่างไร นักศึกษาในช่วง ร. 2 น

756
01:32:14,666 --> 01:32:15,625
่ะ ไม่ได้เข้าประชุมนักปราชญ์อย่างเดียว รัชกาลที่ 2 นี่ให้กรมหลวงพิทักษ์มนตรี

757
01:32:15,625 --> 01:32:19,625
ซึ่งขณะนั้น

758
01:32:20,202 --> 01:32:24,202
เป็นบุคคลที่มีความสามารถทางด้านการรำ กระบวนการรำ

759
01:32:25,302 --> 01:32:29,302
ให้ยืนอยู่ข้างหน้าแล้วก็มีคันฉ่อง ัก็คือกระจกบานใหญ่

760
01:32:30,477 --> 01:32:34,477
นั่งอยู่ด้วยแล้วคนแต่งก็ลองแต่งไปส่วน

761
01:32:35,494 --> 01:32:39,008
กรมหลวงพิทักษ์มนตรีนี่ ก็จะลองรำตามไปด้วย

762
01:32:39,008 --> 01:32:43,008
ก็เลยกลายเป็นว่าไม่ได้แต่งแค่เพราะอย่างเดียว

763
01:32:44,870 --> 01:32:48,870
แต่งแล้วให้เหมาะกับกระบวนการรำด้วยนะคะ มันก็เลยกลายเป็นว่าในช่วงยุค ร. 2

764
01:32:50,018 --> 01:32:54,018
นี่ ถือว่าเป็นยุคทองของวรรณคดีไทยได้เลย เพราะ

765
01:32:55,449 --> 01:32:59,449
อันไหนที่ดีอยู่แล้ว เอามาปรับเอามาแต่งให้ดีเพิ่มขึ้นไปอีก

766
01:33:00,254 --> 01:33:04,254
นะคะ ถามอะไรเกี่ยวกับของร. 2 อ

767
01:33:04,831 --> 01:33:08,831
ีกดี ในช่วง

768
01:33:10,207 --> 01:33:11,557
ข้ามไปร. 3 เลยดีกว่า ในช่วง ร. 3

769
01:33:11,557 --> 01:33:15,557
ร. 3

770
01:33:17,124 --> 01:33:20,270
นี่มันจะมีเหตุการณ์ที่ครูน่าจะเคยเล่าแล้วตอนพัฒนาการนะคะ ที่บอกว่า

771
01:33:20,270 --> 01:33:24,270
เป็นมูลเหตุที่ทำให้รัชกาลที่ 3 นี่

772
01:33:25,701 --> 01:33:29,394
ไม่ค่อยสนพระทัยในด้านวรรณคดีวรรณกรรม คำว่า "ไม่ได้สน" นี่ ไม่ได้แปลว่า

773
01:33:29,394 --> 01:33:33,394
พระองค์นี่ โอ้โห ไม่ชอบเลยนะคะ เพราะว่า

774
01:33:34,944 --> 01:33:38,944
ยังปรากฏว่ามีวรรณคดีวรรณกรรมที่เกิดขึ้นในยุค ร. 3 เยอะเหมือนกัน

775
01:33:40,973 --> 01:33:44,973
แต่แค่พระองค์สนใจในเรื่องอื่นเป็นพิเศษมากกว่าแค่นั้นเอง ก็คือในเรื่องของ

776
01:33:48,161 --> 01:33:49,646
การค้าขายกับชาวต่างชาติ ดังนั้น วิสัยทัศน์ในเรื่องของการค้าขายกับชาวต่าง

777
01:33:49,646 --> 01:33:53,646
ของพระองค์นี่

778
01:33:53,950 --> 01:33:55,120
ส่งผลมาถึงวรรณคดีวรรณกรรมด้วย เรื่องอะไร

779
01:33:55,120 --> 01:33:59,120
นั่นก็คือ

780
01:34:00,479 --> 01:34:04,479
พระองค์นี่ได้เสด็จไปที่วัดวัดหนึ่งเพื่อนำเสนอ

781
01:34:04,543 --> 01:34:08,543
ไปแล้ว วัดวัดนั้นชื่ออะไรคะ

782
01:34:09,931 --> 01:34:12,121
วัดโพธิ์ กลุ่มของเราเอง

783
01:34:12,121 --> 01:34:16,121
ไม่ทันเพื่อน

784
01:34:17,772 --> 01:34:21,201
ก็คือวัดโพธิ์ หรือวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามนะคะ

785
01:34:21,201 --> 01:34:25,201
พระองค์เสด็จไปทอดกฐิน

786
01:34:26,233 --> 01:34:30,233
แต่ว่าพอจะไปทอดกฐินปุ๊บสังเกตเห็นว่าวัดนี่

787
01:34:31,650 --> 01:34:35,650
มันเริ่มผุพังก็เลยต้องการบูรณะแต่การบูรณะของพระองค์

788
01:34:37,234 --> 01:34:39,653
ไม่ใช่แค่สร้างธรรมดา พระองค์ใช้วิธีการบูรณะด้วยการใส่ความรู้เข้าไป

789
01:34:39,653 --> 01:34:43,653
คำว่า "ใส่ความรู้" ก็คือ

790
01:34:43,912 --> 01:34:45,287
พวกความรู้ในเรื่องต่าง ๆ เช่น การแพทย์

791
01:34:45,287 --> 01:34:47,776
ก

792
01:34:47,776 --> 01:34:51,693
ารยา หรือเกี่ยวกับอักษรศาสตร์

793
01:34:51,693 --> 01:34:53,677
พระองค์ก็เอาไว้ในฝาผนัง

794
01:34:53,677 --> 01:34:57,677
ด้วยการจารึก

795
01:35:00,481 --> 01:35:01,954
เขาก็เลยเรียกว่า "จาลึกบนแผ่นศิลา" นะคะ ลักษณะแบบนี้ก็จะมีการเขียนเอาไว้

796
01:35:01,954 --> 01:35:04,840
เขียนเอาไว้ ม

797
01:35:04,840 --> 01:35:07,847
ีท่าทาง มีตำรายา

798
01:35:07,847 --> 01:35:11,772
หรือแม้กระทั่งประติมากรรมคือ

799
01:35:11,772 --> 01:35:13,973
ไม่ใช่แค่เขียนเป็นอักษรอย่างเดียวมีประติมากรรมด้วย

800
01:35:13,973 --> 01:35:17,973
เช่น พวกฤาษีดัดตน

801
01:35:19,839 --> 01:35:23,839
ใครที่เคยไปเที่ยววัดโพธิ์ที่กรุงเทพฯ นะคะ ก็จะเห็นฤาษีดัดตน

802
01:35:25,100 --> 01:35:29,100
นั่นก็ถือว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของวัดโพธิ์ที่เขาบอกว่าถ้าใครไปเที่ยว

803
01:35:30,664 --> 01:35:34,664
วัดโพธิ์ต้องไปดูนะ เขาว่าจะมีท่าทางต่าง ๆ ก็คือท่าโยคะ

804
01:35:35,870 --> 01:35:39,870
นั่นแหละ ที่เรารู้จักคำว่า "โยคะ" ก็มาจากสิ่งนี้นั่นแหละนะคะ

805
01:35:41,385 --> 01:35:45,385
เล่นท่าต่าง ๆ มันจะนำไปสู่การอะไรน่ะ ทำให้สุขภาพร่างกายในแต่ละส่วน

806
01:35:46,867 --> 01:35:48,008
ดีขึ้นนะคะ วัดโพธิ์หรือวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม

807
01:35:48,008 --> 01:35:52,008
ก็เลยเป็นเหมือนกับ

808
01:35:53,535 --> 01:35:56,986
เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย เพราะวิสัยทัศน์ของ ร. 3

809
01:35:56,986 --> 01:36:00,986
เราจะติดต่อค้าขายกับต่างชาติทั้งที

810
01:36:02,432 --> 01:36:04,084
เราก็ควรที่จะให้การศึกษาหรือให้ความรู้แก่คนในบ้านเมืองตัวเองด้วย

811
01:36:04,084 --> 01:36:06,327
ถึงคนในบ้านเมือง

812
01:36:06,327 --> 01:36:08,706
จะไม่ได้ไปนั่งเรียนในโรงเรียน

813
01:36:08,706 --> 01:36:12,706
แต่อย่างน้อยเขาเดินเข้าวัด

814
01:36:13,054 --> 01:36:14,708
เขาก็ควรที่จะได้รับความรู้บ้างประมาณนี้นะคะ

815
01:36:14,708 --> 01:36:18,708
แล้วทีนี้

816
01:36:19,954 --> 01:36:23,954
ในเรื่องของการวิจารณ์วรรณกรรม ทั้ง 3 ราชการสังเกตว่า

817
01:36:24,092 --> 01:36:25,344
การวิจารณ์วรรณกรรมจะเป็นแนววิเคราะห์ วิจารณ์ วิพากษ์

818
01:36:25,344 --> 01:36:26,385
เช่น

819
01:36:26,385 --> 01:36:30,260
ประชุม

820
01:36:30,260 --> 01:36:34,260
ประชุมทั้ง ร. 1 ร. 2 นี่ประชุมนักปราชญ์

821
01:36:36,874 --> 01:36:38,029
เป็นแนววิเคราะห์วิจารณ์ วิพากษ์ ช่วยกันคิดช่วยกัน พูดช่วยกันวิเคราะห์ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า

822
01:36:38,029 --> 01:36:40,957
มุขปาฐะ

823
01:36:40,957 --> 01:36:43,735
หรือแม้กระทั่ง ร. 3

824
01:36:43,735 --> 01:36:47,735
ไม่ได้ใช้คำว่า "วิจารณ์" โดยตรง

825
01:36:47,784 --> 01:36:51,784
แต่ก็ถือว่าเป็นการคิด วิเคราะห์ เหมือนกันเพราะ

826
01:36:51,888 --> 01:36:53,203
ความรู้ที่จะไปจารึกบนฝาผนังได้

827
01:36:53,203 --> 01:36:57,203
ก็ต้องผ่านการคิด

828
01:36:58,617 --> 01:37:00,133
ผ่านการวิเคราะห์ แล้วก็ผ่านการวิพากษ์ที่ตัดสินมาแล้วว่าเป็นความรู้ที่ดีนะคะ

829
01:37:00,133 --> 01:37:04,133
คราวนี้

830
01:37:04,171 --> 01:37:06,921
พอมาถึงรัชกาลที่ 4

831
01:37:06,921 --> 01:37:10,921
ช่วง ร. 4

832
01:37:11,022 --> 01:37:15,022
นี่ เป็นยุคที่เราเริ่มส่งออก

833
01:37:16,343 --> 01:37:20,343
เริ่มส่งออก ก็คือส่งออกลูกหลานไปเรียนเมืองนอก

834
01:37:22,586 --> 01:37:25,073
ร. 4 มีการติดต่อกับต่างชาติเยอะนะคะ ดังนั้น หนังสือ

835
01:37:25,073 --> 01:37:29,073
บางเล่มก็จะเขียนว่า

836
01:37:30,469 --> 01:37:34,469
"ยุคสุดท้ายก่อนได้รับอิทธิพลตะวันตก" นี่ จะเป็นรัชกาลที่

837
01:37:34,766 --> 01:37:36,846
4 เพราะว่าพอไปถึงรัชกาลที่ 5 ปุ๊บ

838
01:37:36,846 --> 01:37:38,650
อะไรหลาย ๆ อย่างของเรา

839
01:37:38,650 --> 01:37:39,547
รับอิทธิพลมาจาก

840
01:37:39,547 --> 01:37:43,547
ตะวันตก

841
01:37:47,238 --> 01:37:49,081
เกือบจะ 100 เปอร์เซ็นต์แต่เอายุค ร. 4 ก่อนยุคร. 4 เริ่มมีการวิจารณ์

842
01:37:49,081 --> 01:37:53,081
แบบตะวันตก

843
01:37:54,790 --> 01:37:57,262
แต่ก็ยังไม่แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าแค่เหมือนกับลองฝึกเฉย ๆ

844
01:37:57,262 --> 01:37:59,803
เช่นที่เพื่อนนำเสนอ

845
01:37:59,803 --> 01:38:02,795
จะมีการวิจารณ์การตั้งชื่อเรื่อง

846
01:38:02,795 --> 01:38:05,449
จากวรรณคดี

847
01:38:05,449 --> 01:38:08,511
เรื่องอะไร ยกมือค่ะ

848
01:38:08,511 --> 01:38:12,511
เพื่อนนำเสนอด้วยเมื่อกี้นะคะ

849
01:38:12,572 --> 01:38:16,572
ร. 4

850
01:38:18,402 --> 01:38:19,947
ที่จะมีการลองวิจารณ์วรรณกรรม เช่น การ

851
01:38:19,947 --> 01:38:23,947
ตั้งชื่อเรื่องค่ะ ข้างหลัง

852
01:38:28,451 --> 01:38:32,451
โอเคค่ะ นิราศพระบาท พระนิราศพระพุทธบาทที่สระบุรี

853
01:38:35,095 --> 01:38:39,095
นะคะ นี่ก็คือเหมือนกับเป็นจุดเริ่มต้นแล้วแต่ว่ายังไม่ได้

854
01:38:41,409 --> 01:38:45,409
เต็มรูปแบบหรือยังไม่ได้สมบูรณ์เต็มที่นะคะ แต่ก็ถือว่าเริ่มแล้ว

855
01:38:48,973 --> 01:38:51,920
เริ่มเกิดขึ้นและลักษณะของการวิจารณ์วรรณกรรม พอมาถึงรัชกาลที่ 5

856
01:38:51,920 --> 01:38:55,920
ทุกอย่างเปลี่ยนไป

857
01:38:57,034 --> 01:39:01,034
ริ่มตั้งแต่ 1. เลย มีคำว่า "นวนิยาย"

858
01:39:02,446 --> 01:39:03,645
เมื่อก่อนไม่มี มีแต่คำว่า "นิยาย" นะ เพราะมีคำว่า "นวนิยาย" ปุ๊บเฮ้ยมันเป็นแบบ

859
01:39:03,645 --> 01:39:05,061
ขึ้น นว

860
01:39:05,061 --> 01:39:08,257
แปลว่า ใหม่

861
01:39:08,257 --> 01:39:12,257
นิยาย แปลว่า เรื่องสมมติ

862
01:39:13,088 --> 01:39:14,203
ฉะนั้น นวนิยายจะแปลว่าเรื่องสมมติ

863
01:39:14,203 --> 01:39:16,720
แนวใหม่

864
01:39:16,720 --> 01:39:20,720
เรื่องสมมติแนวใหม่ ก็คือ

865
01:39:22,311 --> 01:39:24,660
เมื่อก่อนสมมติก็คือสมมติ สมมติแบบสมมติไปเลย

866
01:39:24,660 --> 01:39:28,660
แบบไม่มีความจริงผสม

867
01:39:28,832 --> 01:39:30,033
แต่ถ้าเป็นนวนิยายจะเป็นสมมติแบบสมจริง

868
01:39:30,033 --> 01:39:34,033
เช่น

869
01:39:36,074 --> 01:39:40,074
มีฉากจริง มีลักษณะตัวละครหรือมีสถานที่

870
01:39:42,309 --> 01:39:46,309
ต่าง ๆ สมจริง โอเคนะคะ ครูจะบอกว่าสมจริงถึงขั้นไหน

871
01:39:48,165 --> 01:39:51,620
จะมีเรื่องสนุกในหนังสือเรานี่แหละ ที่มันเป็นการแสดงให้เห็นว่า

872
01:39:51,620 --> 01:39:55,620
เรานี่ พยายามที่จะแต่งนวนิยาย

873
01:39:57,782 --> 01:40:01,782
สนุกนึกถ้าใครไปคีย์ใน Google นะคะ คุณจะเจอคำว่า "เรื่องสั้นเรื่องแรก

874
01:40:03,626 --> 01:40:07,626
แต่จริง ๆ แล้วสนุกนึก ตั้งใจจะแต่งให้เป็นนวนิยาย

875
01:40:08,175 --> 01:40:10,005
เรื่องสั้นต่างจากนวนิยายตรงที่ว่าเรื่องสั้น

876
01:40:10,005 --> 01:40:14,005
มันขนาดสั้น

877
01:40:14,394 --> 01:40:18,394
ตรงตัวเลย ส่วนนวนิยายมันขนาดยาว

878
01:40:18,558 --> 01:40:22,558
ฉะนั้น คำว่า "ขนาดสั้น" "ขนาดยาว" ดูได้อย่างไร

879
01:40:24,803 --> 01:40:26,010
อันดับแรกก็ดูจากจำนวนหน้า โอเคแหละ ถ้าหน้าน้อยเรียกว่าสั้น อันนี้

880
01:40:26,010 --> 01:40:29,240
สั้นแน่ ๆ 100

881
01:40:29,240 --> 01:40:30,638
เปอร์เซ็นต์อันดับที่ 2 จำนวนตัวละคร

882
01:40:30,638 --> 01:40:32,187
เรื่องสั้น

883
01:40:32,187 --> 01:40:33,646
ตัวละครก็จะ

884
01:40:33,646 --> 01:40:34,847
น้อยด้วย

885
01:40:34,847 --> 01:40:38,847
3

886
01:40:41,044 --> 01:40:41,713
. พวกจุดวิกฤตต่าง ๆ จุดวิกฤตของเรื่องสั้นจะมีแค่จุดเดียว

887
01:40:41,713 --> 01:40:45,713
เช่น

888
01:40:45,767 --> 01:40:49,049
พระเอกนางเอกทะเลาะกัน แล้วก็สุดท้ายกลับมาคืนดีกัน

889
01:40:49,049 --> 01:40:52,372
จบแล้ว มีจุดวิกฤตแค่จุดเดียว ก็คือทะเลาะกัน

890
01:40:52,372 --> 01:40:56,372
โอเคไหมคะ แต่ถ้าเป็นนวนิยาย

891
01:40:58,188 --> 01:41:00,057
พระเอกนางเอกทะเลาะกัน พอดีนางเอกรู้ว่าพ่อของพระเอกเป็น

892
01:41:00,057 --> 01:41:02,452
คนที่ไปฆ่าพ่อของนางเอก

893
01:41:02,452 --> 01:41:06,452
กลายเป็นจุดวิกฤตต่อเข้าไปอีก

894
01:41:07,414 --> 01:41:09,275
แต่ก็พยายามไกล่เกลี่ยจนนำไปสู่ความเข้าใจได้  ก็เหมือนจะจบแล้ว

895
01:41:09,275 --> 01:41:12,487
แต่ก็เกิดวิกฤตอีก

896
01:41:12,487 --> 01:41:16,487
ก็คือแม่ของนางเอกไม่ยอมรับพระเอก

897
01:41:17,057 --> 01:41:17,764
มันก็จะยาวไปแบบนี้เรื่อย ๆ นี่ก็คือมีจุดวิกฤต

898
01:41:17,764 --> 01:41:21,635

899
01:41:21,635 --> 01:41:22,739
หลายจุดนะคะ แต่เรื่องสั้นมีจุดเดียวแล้วก็จบเลย

900
01:41:22,739 --> 01:41:26,739
คราวนี้

901
01:41:28,725 --> 01:41:32,725
เรื่องสั้นที่... นวนิยายที่พยายามจะแต่งแต่สุดท้ายนี่

902
01:41:34,073 --> 01:41:38,073
จะ... แต่สุดท้ายได้เป็นเรื่องสั้น ก็คือเรื่องสนุกนึก

903
01:41:39,523 --> 01:41:42,341
นะคะ สนุกนึกนี่ พูดถึงพระ 4 รูปคุยกันว่า

904
01:41:42,341 --> 01:41:46,341
ถ้าสึกออกไปแล้วจะไปทำอะไรดี

905
01:41:47,644 --> 01:41:49,486
รูปหนึ่งก็บอกว่าจะไปทำธุรกิจทำอะไรนี่นั่นแล้วก็รูปสุดท้าย

906
01:41:49,486 --> 01:41:50,155
บอกว่าอ๋อถ้าส

907
01:41:50,155 --> 01:41:52,144
ึกไปแล้ว

908
01:41:52,144 --> 01:41:54,815
ไปแต่งงานกับ

909
01:41:54,815 --> 01:41:58,815
ลูกสาวของโยมอุปฐาก

910
01:42:02,731 --> 01:42:04,110
ไอ้ที่พูดกันนี่ทุกอย่างมันคือเรื่องสมมตินะคะ เพราะเป็นเรื่องที่แต่งขึ้น แต่เผอิญเรื่องนี้

911
01:42:04,110 --> 01:42:07,214
ใช้ฉากจริง

912
01:42:07,214 --> 01:42:08,909
ฉากจริงที่ว่าคือฉากไหน

913
01:42:08,909 --> 01:42:12,909
ยกมือค่ะ

914
01:42:13,760 --> 01:42:15,967
ในเรื่องสนุกนึก ในหนังสือมี

915
01:42:15,967 --> 01:42:17,885
วัดที่ว่านี่

916
01:42:17,885 --> 01:42:21,862
ใช้ฉากจริง

917
01:42:21,862 --> 01:42:25,862
ฉากจริงนั้นคือวัดอะไร

918
01:42:28,036 --> 01:42:32,036
ค่ะ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร ถูกต้องค่ะ

919
01:42:33,185 --> 01:42:35,895
วัดบวรนิเวศราชวรวิหารนะคะ

920
01:42:35,895 --> 01:42:39,895
วัดนี้มีอยู่จริง

921
01:42:39,927 --> 01:42:42,693
แต่ว่าพระ 4 รูปที่คุยกันน่ะ

922
01:42:42,693 --> 01:42:46,693
เป็นแค่การสมมติเฉย ๆ

923
01:42:47,261 --> 01:42:49,223
แต่เจ้าอาวาสในสมัยนั้นยังไม่รู้จักคำว่า "นวนิยาย

924
01:42:49,223 --> 01:42:53,223
" คิดแค่ว่า

925
01:42:54,090 --> 01:42:58,090
คุณเขียนมาแบบนี้คุณกำลังเขียนล้อเลียนพระลูกวัดตัวเองหรือเปล่า

926
01:42:59,856 --> 01:43:02,332
มันก็เลยกลายเป็นว่าเรื่องนี้แทนที่มันจะต่อไปเรื่อย ๆ มันก็เลยจบอยู่แค่ว่า

927
01:43:02,332 --> 01:43:04,343
พระรูปสุดท้ายจะไปแต่งงานกับ

928
01:43:04,343 --> 01:43:05,541
ลูกสาวของโยมอุปจบ

929
01:43:05,541 --> 01:43:09,541
แค่นั้นเอง

930
01:43:10,779 --> 01:43:14,779
จากจะเป็นนวนิยายเรื่องแรกก็เลยกลายเป็นเรื่องสั้นเรื่องแรก

931
01:43:16,034 --> 01:43:20,034
แค่นั้นเองนะคะ นี่ก็คือเรื่องสนุกนึกนะคะ แล้วก็

932
01:43:20,928 --> 01:43:24,899
สิ่งหนึ่งที่ทำให้เรารู้ว่าสังคมไทยในอดีต

933
01:43:24,899 --> 01:43:28,899
บางทีการยอมรับสิ่งใหม่ ๆ

934
01:43:31,698 --> 01:43:35,698
จะเป็นเรื่องที่ยากของพวกเขาก็ได้นะคะ อันนี้ก็คือเป็นสิ่งที่สะท้อนสังคม

935
01:43:36,970 --> 01:43:39,760
ได้อย่างหนึ่งนะคะ คราวนี้ลักษณะของการวิจารณ์วรรณกรรม

936
01:43:39,760 --> 01:43:43,760
ในช่วงยุคสมัยนี้

937
01:43:44,495 --> 01:43:48,495
มีการวิจารณ์วรรณกรรมที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้น

938
01:43:49,880 --> 01:43:51,208
มีคนคนหนึ่่งเอาเรื่องสุนทรภู่มาวิจารณ์

939
01:43:51,208 --> 01:43:55,208
โดย

940
01:43:56,903 --> 01:44:00,903
วิจารณ์ทั้งลักษณะของตัวละคร วิจารณ์ทั้งลักษณะนิสัยของตัวละคร

941
01:44:02,990 --> 01:44:06,731
ซึ่งเริ่มเป็นลักษณะของการวิจารณ์วรรณกรรมแบบตะวันตกครั้งแรก

942
01:44:06,731 --> 01:44:08,977
บุคคลที่วิจารณ์สุนทรภู่คนนั้น

943
01:44:08,977 --> 01:44:12,977
ชื่ออะไรคะ

944
01:44:15,334 --> 01:44:19,334
ใครจะเจอก่อน คำถามทั้งหมดนี่

945
01:44:19,764 --> 01:44:23,764
อาจจะมีในข้อสอบด้วยนะคะ เผอิญว่าครูอยากให้เรา

946
01:44:25,398 --> 01:44:29,398
อย่างน้อยให้มันผ่านหูผ่านตาในหนังสือด้วยฟังครูด้วยผ่านหูผ่านตาด้วย

947
01:44:32,431 --> 01:44:36,266
คนที่วิจารณ์สุนทรภู่คนที่วิจารณ์ขอโทษ สุนทรภู่ พระอภัยมณี

948
01:44:36,266 --> 01:44:40,043
พระอภัยมณีที่แต่งโดยสุนทรภู่นะคะ

949
01:44:40,043 --> 01:44:44,043
คนนั้นชื่ออะไร ข้างหลังค่ะ

950
01:44:44,274 --> 01:44:47,851
เทียนวัน ถูกต้องค่ะ

951
01:44:47,851 --> 01:44:51,851
ครบ 5 คะแนนหรือยังคะ

952
01:44:53,626 --> 01:44:57,626
ครบแล้วใช่ไหมคะ ได้เกรดเพิ่มอีก สเต็ปหนึ่งไปแล้วนะคะ อันนี้

953
01:44:59,917 --> 01:45:03,879
เช้านี้ที่เมื่อกี้พูดถึงเทียนวรรณ เพราะว่านี่เป็นหลัก

954
01:45:03,879 --> 01:45:07,879
ของการวิจารณ์วรรณกรรมแบบที่เรากำลังจะเริ่มเรียนกัน

955
01:45:09,005 --> 01:45:13,005
ในสัปดาห์ถัดไปนี่แหละค่ะ ที่บอกว่าการวิจารณ์วรรณกรรม

956
01:45:13,618 --> 01:45:17,618
นี่ จะดูตั้งแต่ตัวละคร ลักษณะนิสัย

957
01:45:20,164 --> 01:45:20,975
ฉาก รวมไปถึงองค์ประกอบอื่น ๆ นะคะ ดังนั้น รัชกาลที่ 5 นี่

958
01:45:20,975 --> 01:45:24,975
คนจะเห็นว่า

959
01:45:26,490 --> 01:45:30,454
จุดเปลี่ยนอะไรต่าง ๆ เริ่มเกิดขึ้นแล้ว เรารับอิทธิพลตะวันตก

960
01:45:30,454 --> 01:45:34,454
มาแล้วนะคะ พอมาถึงรัชกาลที่ 6

961
01:45:36,479 --> 01:45:37,687
จะเป็นลักษณะการวิจารณ์แบบรับตะวันตก

962
01:45:37,687 --> 01:45:41,687
เต็ม ๆ

963
01:45:43,531 --> 01:45:44,930
ไม่ใช่แค่การวิจารณ์แบบเหมือนของ ร. 5 เท่านั้นนะคะ ในช่วงของ

964
01:45:44,930 --> 01:45:48,930
ร. 6 นี่

965
01:45:50,195 --> 01:45:54,009
มีการจัดตั้งรางวัลวรรณคดีสโมสรขึ้นมา

966
01:45:54,009 --> 01:45:58,009
ซึ่งการจัดตั้งวรรณคดีสโมสรนี่

967
01:45:59,623 --> 01:46:00,757
เป็นการจัดตั้งรางวัลที่เอาไว้สำหรับคัดเลือกวรรณคดีที่ดี

968
01:46:00,757 --> 01:46:04,757
ที่เด่น

969
01:46:06,664 --> 01:46:10,664
ตั้งแต่สมัยสุโขทัยมาเลยเรื่องไหนก็ได้ในยุคไหนก็ได้

970
01:46:12,451 --> 01:46:16,451
มาถึงยุครัชกาลที่ 6 นี่ ถ้าเรื่องไหนที่ดี ตรงตามองค์ประกอบ

971
01:46:17,560 --> 01:46:21,560
มีเกณฑ์สร้างขึ้น เรื่องนั้นก็จะได้รับรางวัล

972
01:46:21,662 --> 01:46:23,037
อันนี้เป็นความรู้รอบตัว Search หาในอินเทอร์เน็ตได้ค่ะ

973
01:46:23,037 --> 01:46:27,037
คำถามที่ 1

974
01:46:28,951 --> 01:46:32,951
วรรณคดีที่ได้รับรางวัลวรรณคดีสโมสร

975
01:46:33,817 --> 01:46:34,523
ที่เป็นยอดแห่งเสภาคือเรื่อง

976
01:46:34,523 --> 01:46:35,844
อะไร

977
01:46:35,844 --> 01:46:39,844
ยกมือค่ะ

978
01:46:42,910 --> 01:46:46,910
ยอดแห่งเสภาคือเรื่องอะไร

979
01:46:52,228 --> 01:46:53,229
อันนี้เป็นความรู้รอบตัวให้ Search Internet ได้

980
01:46:53,229 --> 01:46:56,094
ค่ะ

981
01:46:56,094 --> 01:47:00,094
ตรงข้างหน้า ขุนช้างขุนแผนค่ะ

982
01:47:00,316 --> 01:47:04,316
ยอดแห่งลิลิตค่ะ

983
01:47:06,880 --> 01:47:10,444
อันนี้ก็ได้เลย อะไรนะคะ จะท็อปฟอร์มเกินไปแล้วนะ

984
01:47:10,444 --> 01:47:14,444
คะ ยอดแห่ง

985
01:47:16,332 --> 01:47:20,332
ละครพูดค่ะ

986
01:47:22,230 --> 01:47:26,230
หัวใจนักรบ ถูกต้องค่ะ

987
01:47:27,573 --> 01:47:29,944
แต่ละครพูดนี่มี 2 รางวัล คือ พูดเฉย ๆ กับพูดคำฉันท์

988
01:47:29,944 --> 01:47:31,925
พูดเฉย ๆ คือหัวใจนักรบ

989
01:47:31,925 --> 01:47:35,925
แล้วถ้าพูดคำฉันท์ล่ะคะ

990
01:47:42,406 --> 01:47:46,201
ไม่ถูกค่ะ

991
01:47:46,201 --> 01:47:50,179
มัทนะพาธาค่ะ

992
01:47:50,179 --> 01:47:52,674
ทางนี้คือพยายาม

993
01:47:52,674 --> 01:47:56,674
อีกนิดหนึ่งนะลูก

994
01:47:56,929 --> 01:48:00,040
สงสารน่ะ เพื่อน 6 คะแนนไปแล้ว ตอนนี้นะคะ

995
01:48:00,040 --> 01:48:02,530
โอเควันนี้

996
01:48:02,530 --> 01:48:06,530
เอาถึงรัชกาลที่ 6

997
01:48:08,294 --> 01:48:12,008
ก่อนนะคะ จริง ๆ มีอีกแค่นิดเดียวแหละ ก็คือในช่วงร. 7 จนถึง

998
01:48:12,008 --> 01:48:16,008
แต่นิดเดียวในนี้มันก็มีเรื่องราวมากมาย

999
01:48:17,692 --> 01:48:19,003
เดี๋ยวมันจะสับสนปะปนกันไปหมด เอาเป็นว่าขอทบทวน

1000
01:48:19,003 --> 01:48:22,774
ทบทวนหน่อยนะ

1001
01:48:22,774 --> 01:48:26,378
สุโขทัยมีหลักฐานการวิจารณ์วรรณกรรมไหมคะ

1002
01:48:26,378 --> 01:48:30,378
ไม่มี เพราะว่าเป็นยุคแห่งการ

1003
01:48:31,966 --> 01:48:35,411
สร้างมากกว่าการวิจารณ์นะคะ สร้างสรรค์มากกว่าการวิจารณ์

1004
01:48:35,411 --> 01:48:38,552
ต่อมาอยุธยาพอมีหลักฐานไหมคะ

1005
01:48:38,552 --> 01:48:42,552
พอมีหลักฐานไหม

1006
01:48:45,643 --> 01:48:49,643
ก็พอมีอยู่นะ พอมีอยู่นะ มาจากวรรณคดีอะไรนะ ที่พอเป็นหลักฐานได้

1007
01:48:52,841 --> 01:48:56,354
เป็นคำถามแรกเลยน่ะ มาจากอะไรนะ หนังสือเรื่องอะไร

1008
01:48:56,354 --> 01:49:00,354
ที่แต่งโดยพระโหราธิบดีน

1009
01:49:00,826 --> 01:49:04,826
่ะ จินดามณี ซึ่งการวิจารณ์วรรณกรรม

1010
01:49:06,088 --> 01:49:07,352
อนุมานว่าน่าจะอยู่ในภาคที่ 3 ในเรื่องของการแต่งฉันทลักษณ์

1011
01:49:07,352 --> 01:49:10,733
โอเคนะคะ

1012
01:49:10,733 --> 01:49:13,645
ต่อไปธนบุรีมีหลักฐานการวิจารณ์วรรณกรรมไหม

1013
01:49:13,645 --> 01:49:17,360
ธนบุรีมีไหม

1014
01:49:17,360 --> 01:49:19,819
ไม่มีร. 1 มีไหม

1015
01:49:19,819 --> 01:49:23,819
ร. 1  มีไหมคะ

1016
01:49:25,890 --> 01:49:29,890
ร. 1 กับ 2 มีเหมือนกันนะแต่ว่าเป็นการวิจารณ์วรรณกรรมแบบไหน

1017
01:49:31,526 --> 01:49:34,773
แบบการประชุมนักปราชญ์นะคะ

1018
01:49:34,773 --> 01:49:38,773
ซึ่งเป็นลักษณะแบบมุขปาฐะ

1019
01:49:40,188 --> 01:49:42,556
การประชุมนักปราชญ์เขาจะเรียกว่าเป็นการวิจารณ์แบบมุขปาฐะ

1020
01:49:42,556 --> 01:49:44,239
การวิจารณ์แบบด้วยปากนะ

1021
01:49:44,239 --> 01:49:48,239
3. คือ

1022
01:49:51,594 --> 01:49:55,594
... ร. 3 หลักฐานการวิจารณ์คืออะไร เมื่อกี้ที่บอกว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกคืออะไรค่ะ

1023
01:50:00,419 --> 01:50:04,419
จารึกวัดโพธิ์ โอเคนะ จารึกบนแผ่นศิลาหรือจะเรียก "จารึก

1024
01:50:05,114 --> 01:50:06,547
วัดโพธิ์" ร. 4 เมื่อกี้คำตอบ

1025
01:50:06,547 --> 01:50:08,391
การวิจารณ์วรรณกรรม

1026
01:50:08,391 --> 01:50:12,196
อยู่ที่ไหนนะ

1027
01:50:12,196 --> 01:50:16,196
อะไรนะ ที่สระบุรีน่ะ

1028
01:50:18,013 --> 01:50:22,013
นิราศพระพุทธบาทที่สระบุรี ร

1029
01:50:24,574 --> 01:50:26,536
. 5  เยอะแยะเลยถูกไหม เอารับตะวันตกมาแบบเต็มที่ ก็อย่างเช่น

1030
01:50:26,536 --> 01:50:30,536
เทียนวรรณ ที่

1031
01:50:32,773 --> 01:50:35,910
นิทานพระอภัยมณีของสุนทรภู่อย่างนี้หรือรัชกาลที่ 6

1032
01:50:35,910 --> 01:50:39,594
ที่ครูถามรางวัลชื่ออะไรนะคะ

1033
01:50:39,594 --> 01:50:43,594
รางวัลของ ร. 6 เมื่อกี้ชื่ออะไร

1034
01:50:45,146 --> 01:50:49,146
รางวัลวรรณคดีสโมสร อันนี้ก็เป็นหลักฐานการวิจารณ์วรรณกรรม

1035
01:50:50,739 --> 01:50:54,739
ที่บอกว่ามันต้องผ่านการวิเคราะห์ ผ่านการวิจารณ์ แล้วก็ตัดสินวิพากษ์

1036
01:50:55,077 --> 01:50:56,514
มาแล้วว่าวรรณคดีเรื่องใดเรื่องไหนเด่นนะคะ

1037
01:50:56,514 --> 01:50:59,530

1038
01:50:59,530 --> 01:51:03,530
โอเค ตามนี้นะคะ เดี๋ยววันนี้

1039
01:51:05,877 --> 01:51:09,533
เอาแค่นี้เดี๋ยวสมองจะบวมนะคะ เดี๋ยวมันจะเยอะไป ตอนนี้เต็มหัวแล้วนะคะ

1040
01:51:09,533 --> 01:51:13,497
คราวนี้ขอนัดหมายนิดหนึ่งสัปดาห์หน้า

1041
01:51:13,497 --> 01:51:14,070
พัฒนาการเราไม่มีสอบกลางภาคนะคะ ฉะนั้น

1042
01:51:14,070 --> 01:51:18,070
ไม่...

1043
01:51:19,482 --> 01:51:23,230
เราสั่งงดคลาสไปเลยวิชาพัฒนาการไม่ต้องเข้าเรียน แต่ว่า

1044
01:51:23,230 --> 01:51:27,230
ของวันศุกร์ด้วยความที่ว่าเรามีหยุด

1045
01:51:28,657 --> 01:51:32,657
สัปดาห์ที่แล้ว ครูก็เลยว่าจะขอชดเชยสัปดาห์ก่อนหน้านี้ที่หยุด

1046
01:51:34,617 --> 01:51:35,389
สัปดาห์หน้าคือวันศุกร์ยังต้องเรียนอยู่นะคะ คือต่อเนื่อง เนื้อหาต่อเนื่อง

1047
01:51:35,389 --> 01:51:37,847
วันนี้

1048
01:51:37,847 --> 01:51:39,432
ร. 7 จนถึงปัจจุบัน

1049
01:51:39,432 --> 01:51:43,432
แค่นั้นค่ะ

1050
01:51:45,844 --> 01:51:46,791
ถ้าถ้า

1051
01:51:46,791 --> 01:51:50,791
ออนไลน์

1052
01:51:52,906 --> 01:51:55,562
พี่ล่ามโอเคค่ะ ได้ค่ะ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวสัปดาห์หน้าเป็นแบบออนไลน์

1053
01:51:55,562 --> 01:51:58,363
เดี๋ยวสัปดาห์หน้าเป็นแบบออนไลน์ แต่ว่า

1054
01:51:58,363 --> 01:51:59,943
ขอชั่วโมง มีสอบไหม

1055
01:51:59,943 --> 01:52:02,878
เรามีสอบอะไรไหม

1056
01:52:02,878 --> 01:52:06,878
ใช่ ๆ

1057
01:52:08,721 --> 01:52:10,251
โอเคค่ะ ถ้าไม่มีอะไร ก็คือวันพุธไม่มีเรียน

1058
01:52:10,251 --> 01:52:14,251
แต่ว่าวันศุกร์

1059
01:52:17,468 --> 01:52:21,468
เรียนชดเชยของคาบที่งดคลาสไปนะคะ ก็คือขอเป็นค่าชดเชย แต่ว่าเป็นแบบออนไลน์

1060
01:52:25,279 --> 01:52:29,279
วิชานี้ก็ไม่มีสอบกลางภาคเหมือนกันนะคะ ไม่มีสอบกลางภาคทั้ง 2 วิชา

1061
01:52:30,845 --> 01:52:34,845
โอเคค่ะ เชิญหัวหน้าห้องได้ค่ะ (นักศึกษา)

1062
01:52:37,021 --> 01:52:40,037
ทำความเคารพ ขอบคุณค่ะ / ครับ (อาจารย์)  วันนี้มีลาคนเดียวนะ ถูกไหม

1063
01:52:40,037 --> 01:52:41,459
ถึงขาหักเลยเหรอ

1064
01:52:41,459 --> 01:52:44,012
ใช่ไหม

1065
01:52:44,012 --> 01:52:48,012
ต้องไปดูเพื่อนหรือเปล่า

1066
01:52:49,647 --> 01:52:51,440
อ๋อ เขา

1067
01:52:51,440 --> 01:52:55,440
ทีแรกอยู่ตรงไหน

1068
01:52:57,221 --> 01:53:01,182
อ้าว แล้วทำไมถึงให้ย้ายไปอำเภอ

1069
01:53:01,182 --> 01:53:05,182
อ๋อ อยู่ใกล้บ้าน

