ถ้านักเรียนเข้าใจแล้ว เริ่มเขียนได้เลยครับ มีนักเรียนคนไหน ไม่เข้าใจอีกไหมครับ มีไหม มีนักเรียนคนไหนไม่เข้าใจ สามารถยกมือ เดิน เดิน เดินออกมาถามพี่ล่ามด้เลยครับ นักเรียนเขียนมาเลยนะ นักเรียนไม่ต้องกลัวว่านักเรียนจะเขียนผิด นักเรียนเขียนมาเลย เขียนมาให้คุณครูเลย แล้วคุณครูจะดูเองว่านักเรียนเขียนผิดตรงไหน แล้วคุณครูจะบอก ว่าคำที่ถูกต้องควรเขียนอย่างไรนะครับ นักเรียนไม่ต้องกังวลว่านักเรียนจะเขียนไม่ได้ นักเรียนอยากเขียนอะไรให้คุณครูนักเรียนเขียนมาเลย โอเคนะ โอเคนักเรียนเขียนเรียบร้อยแล้วนะ แล้วทีนี้เดี๋ยวคุณครูจะให้นักเรียนมามาพูดภาษามือ สิ่งที่นักเรียนเขียนลงในสมุดนะครับ ว่านักเรียนพูด เขียนอะไร สื่อสารอะไรกับคุณครู เดี๋ยวจะให้พี่ล่ามแปลภาษามือให้คุณครูฟัง แปลเป็นคำพูด แปลเป็นคำพูดได้ใช่ไหมครับ พูดเสียง เสียงออกมาได้ใช่ไหมครับ โอเคครับ เดี๋ยวให้คุณครูจะสุ่มนะจะสุ่มนักเรียนใช่ ๆ ครับ ออกมาเลย อยู่หน้ากล้องเลย พูด พูด พูดกับพี่ล่ามนะ (ล่าม) ได้ยินไหมคะ (อาจารย์จักรพงศ์) ได้ยินครับ ไม่ใช่ลูก ไม่ใช่ ให้พูดภาษามือ ภาษามือ ให้บอกพี่ล่ามว่า นักเรียนเขียนลงในสมุดว่าอะไร เดี๋ยวให้คนอื่นก่อน เดี๋ยวมานี่ก่อน เดี๋ยวให้จะให้คนอื่นก่อน (ล่าม) สวัสดีค่ะ ฉันชื่อภาษามือนี้นะคะ เลขที่ 12 ค่ะ อ๋อ เดี๋ยวนะคะ เกิดวันที่ 12 เดือนธันวาคมค่ะ ปี... 2549 ค่ะ บ้านเกิดของดิฉันอยู่ที่...บ้านเกิดของดิฉันนะคะ อยู่ที่อำเภอ...พอดี พอดีมองเห็นไม่ค่อยชัดน่ะค่ะคุณครู ใบไม้ สระอี งู กอไก่ สระอา ข.ไข่บึงกาฬค่ะ วันเกิดของฉันอยู่ที่บึงกาฬค่ะ ฉัน...ชอบกินผัดหมูค่ะ ครอบครัวของดิฉันนะคะ มี 4 คนค่ะ มีพ่อ แม่ พี่ชาย น้องก็คือตัวดิฉันนะคะ หมดแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ (อาจารย์จักรพงศ์) โอเคครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณพี่ล่ามช่วยแปล เดี๋ยวคุณครู อีกสัก 2 คนดีกว่า อีกสัก 2 คน เอา ผู้หญิงแล้ว ผู้ชายบ้างครับ ผู้ชาย 3 คน มีใครจะออกมาพูด โอเคให้ผู้หญิงก่อน ผู้หญิงขอพูดก่อน เชิญครับ เชิญ (ล่าม) สวัสดีค่ะ ฉันชื่อภาษามือนี้นะคะ ดิฉันเกิดวันที่ 7 เดือนตุลาคม ค่ะ 2550 ค่ะ บ้านเกิดของดิฉันนะคะ อยู่ที่... ส.เสือ กไก่ ลลิง สกลนครค่ะ ดิฉัน... เรียนอยู่ที่โสตศึกษา จังหวัดอุดรค่ะ ฉันชอบกิน... อะไรคือลูกสีเหลืองน่ะ ท. ทหาร ท. ทหาร สระโอ ดิฉันชอบทานทุเรียนค่ะ ขอบคุณค่ะ (อาจารย์จักรพงศ์) โอเคครับ เชิญนั่งครับ อีกคนนึงอีกคนนึงมีไหมมีไหม ขออาสาสมัครหน่อยครับ ขออาสาสมัครหน่อย เชิญครับ เชิญครับ (ล่าม) สวัสดีครับ ผมชื่อภาษามือนี้นะครับ ผมเป็นคน มีลูก ผมเป็นคนครอบครัว ผมมีพี่น้องมีทั้งหมด 5 คน แล้วก็มีพี่น้องทั้งหมด 3 คน มีพี่ ผม ก็น้องครับ บ้านเกิดของผม... บ้านเกิดของผมอยู่ที่จังหวัดอุดรธานีครับ ผมชอบกินหมูกะทะครับ แล้วก็ต้มเลือดหมูครับ แล้วก็ชอบทานเนื้อวัวครับ หมดแล้วครับ ขอบคุณครับ โอเคครับ นักเรียนครับ นักเรียนรู้ไหมว่าสิ่งที่นักเรียนเขียนลงในสมุด ที่สื่อสารกับคุณครูน่ะ มันอาจจะไม่ได้ตรงกันกับที่นักเรียนพูดกับพี่ล่าม เนื่องจากนักเรียนมีทักษะการเขียนที่ยัง เขาเรียกว่าอะไร ที่ยังไม่ดีพอ เดี๋ยวคุณครูจะสอนทักษะการเขียน นักเรียนในการเขียนที่ถูกต้อง เผื่อนักเรียนเขียน เผื่อนักเรียนเดินทางไปที่ไหน อย่างนี้นักเรียนจะสามารถ นักเรียนจะสามารถเขียนสื่อสารคนอื่น ๆ ให้เข้าใจได้นะครับ มีคนไหนฟังไม่ทันไหม มีคนไหนยังไม่เข้าใจที่คุณครูพูดไหมครับ เข้าใจใช่ไหม นักเรียนดูพี่ล่ามนักเรียนนะ ไม่ต้องดูคุณครูพูด คุณครูจะพูดเฉย ๆ ส่วนพี่ล่ามจะใช้ภาษามือสื่อสารกับนักเรียนนะครับ ก็คือสิ่งที่คุณครูให้นักเรียนเขียนลงในสมุดเนี่ย ถ้านักเรียนเรียนจบไป แล้วไปทำงาน หรือไม่ได้อยู่ที่โรงเรียนแล้ว นักเรียนจะสามารถสื่อสารกับคนที่ไม่รู้จักภาษามือได้อย่างไร นักเรียนก็ต้องเขียน ใช่ไหมครับ ถ้านักเรียนเขียนแล้ว นักเรียนจะเขียนอย่างไรให้กับหลาย ๆ คน เข้าใจในสิ่งที่นักเรียนอยากจะสื่อสารกับคนอื่น ก่อนอื่นเลย เดี๋ยว เมื่อกี้คุณครูให้นักเรียนทำใบงานไปแล้ว เดี๋ยวเราจะมารู้จักความหมายของการเขียนนะครับ ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการเขียนเลยนะ นักเรียนการเขียนเป็นการสื่อสาร ด้วยอักษร ถ่ายทอดความรู้ ความคิด อารมณ์ ความรู้สึก ประสบการณ์ของผู้เขียนไปสู่ผู้อ่านนะครับ ทักษะการเขียนเป็นทักษะที่เป็นทั้งศิลป์ และศาสตร์ กล่าวคือการเขียนต้องใช้ภาษาที่ไพเราะ ปราณี ต้องใช้ศิลปะที่กล่าวว่า ที่กล่าวว่าเป็นศาสตร์นั้น ก็เพราะว่าการเขียนทุกชนิด จะต้องประกอบด้วย ความรู้ หลักการ และวิธีการนะครับ ต่อไปเรามาดูความสำคัญของการเขียนบ้างนะครับ นักเรียนรู้หรือเปล่าว่า ความสำคัญของการเขียนสำคัญอย่างไร ก็อย่างที่คุณครูเคยพูดกับนักเรียน ๆ ไว้แล้วว่าสมมุติว่าถ้านักเรียนจบม. 6 ไปนักเรียนไปทำงานที่อื่น หรือไงไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว เวลานักเรียนจะสื่อสารกับคนที่ไม่รู้จักภาษามือ นักเรียนจะต้องเขียนสื่อสารนี่ เป็นสิ่งที่สำคัญเลยว่านักเรียนจะต้องเขียนให้ถูกต้อง นักเรียนจะต้องรู้ว่าทำที่นักเรียนจะสื่อสารนะ มันเขียนอย่างไร เขียนถูกหรือเปล่า สะกด ตัวอักษร พยัญชนะวรรณยุกต์ตัวสะกด ทุกอย่างถูกต้องไหม ถ้านักเรียนเขียนผิดนิดเดียว มันก็จะเป็นความหมายอื่น แล้วนักเรียนก็จะไม่สามารถสื่อสารกับคนอื่น ๆ ได้เลย นอกจากคนที่ใช้ภาษามือด้วยกันเอง อย่างเช่น คุณครูเอง คุณครูยังไม่รู้จักภาษามือ คุณครูไม่รู้เลยว่านักเรียนจะสื่อสารอะไรกับคุณครูรู้แค่เล็ก ๆ น้อย ๆ นิดหน่อย นักเรียนพอจะสื่อสารกับคุณครูเป็นประโยคยาว ๆ เป็นความหมายยาว ๆ นักเรียนไม่สามารถสื่อสารกับคุณครูได้ และอีกอย่างนักเรียนก็ไม่สามารถที่จะเขียน สื่อสารกับคุณครูได้เช่นกัน เพราะว่า นักเรียนยังไม่รู้ว่า คำศัพท์ หรือสิ่งที่นักเรียนจะสื่อสารมันเขียนว่าอะไร อย่างเช่น เมื่อกี้มีนักเรียน 1 คน เข้ามาถามคุณครูว่า จังหวัดสกลนคร เขียนอย่างไร ซึ่งครูก็ให้นักเรียนเขียนให้ดูก่อนว่านักเรียน เขียน เขียนอย่างไร ซึ่งก็สลับพยัญชนะกัน นี่เป็นการเขียนที่นักเรียนยังขาดทักษะการเขียนที่ถูกต้องอยู่ เพราะฉะนั้น เดี๋ยว ชั่วโมงการเขียนของคุณครู น่าจะใช้เวลาการสอนตรงนี้มากหน่อย วันนี้เราก็จะมารู้เกี่ยวกับความหมาย และความสำคัญของการเขียน แล้วก็จุดมุ่งหมาย แล้วก็มารยาท ในการเขียนไปก่อนในคาบชั่วโมงหน้า คุณครูจะมาสอนเจาะจงว่า การเขียนมีกี่รูปแบบแล้ว งก็แต่ละรูปแบบจะต้องเขียนอย่างไร เพื่อที่จะให้นักเรียนได้เขียนสื่อสารหลาย ๆ คน ที่ไม่รู้จักภาษามือได้เข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ พี่น้องของนักเรียนที่อยู่ตามบ้าน ที่อยู่ที่บ้านของนักเรียนเอง บางทีคุณพ่อคุณแม่ของนักเรียน ก็ยังไม่รู้จักภาษามือ ว่านักเรียนจะสื่อสารอย่างไร นักเรียนก็ต้องเขียนเขียนสื่อสารกับคุณพ่อคุณแม่ให้เข้าใจ โอเคไหมครับ สิ่งที่คุณครูพูดนักเรียนเข้าใจนะ ถ้านักเรียนเข้าใจแล้ว เดี๋ยว มีใครอยากจะไปเข้าห้องน้ำไหมครับ ตอนนี้ เดี๋ยวคุณครูจะเบรคให้ สัก 10 นาที โอเคครับ ถ้างั้นเดี๋ยวคุณครูให้นักเรียน 10 นาที ไปเข้าห้องน้ำนะแล้วก็เหมือนนักเรียนจะไปดื่มน้ำ เดี๋ยวขอพักสัก 10 นาทีนะครับ พี่ล่าม โอเคครับ โอเคนะ เดี๋ยวเรา เดี๋ยวเรามาต่อกันด้วย ความสำคัญของการเขียนนะ เวลาคุณครูพูดนักเรียนดูพี่ล่ามนะครับ นักเรียนดูพี่ล่ามนักเรียนไม่ต้องดูครูนะ เพราะว่าพี่ล่ามจะสื่อสารด้วยภาษามือให้นักเรียนเข้าใจ พี่ล่ามกูจะจับมึงกูจะไม่ได้ใช้ภาษามือให้นักเรียนเลยok นะครับ ความสำคัญของการเขียนนะครับ การเขียนมีความสำคัญสำหรับมนุษย์ เพลงโลกมนุษย์ในปัจจุบัน มีความเจริญก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว การเขียนก็ยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งสามารถสรุปความสำคัญของการเขียนได้ทั้งนี้ 1. การเขียนเป็นการสื่อสารอย่างหนึ่ง 2. การเขียนเป็นการแสดงออก ซึ่งภูมิปัญญาของมนุษย์ 3. การเขียนเป็นเครื่องมือถ่ายทอดมรดกทางสติปัญญา 4. การเขียนเป็นเครื่องมือสร้างความสามัคคี และความเจริญรุ่งเรือง ในทางตรงกันข้าม การเขียนเป็นเครื่องบ่อนทำลายได้เช่นกันนะครับ ถ้านักเรียน ถ้านักเรียนเขียนสื่อสารในทางที่ดี มันก็จะเกิดเรื่องดี ๆ กับตัวนักเรียนเอง แต่ถ้าเมื่อไหร่ เวลานักเรียนไปเขียน เขียนด่าคนนู้น เขียนด่าคนนี้ มันจะทำให้เกิดผลเสียกับตัวนักเรียนเองนะครับ ตามมานะครับ เป็นจุดมุ่งหมายของการเขียนนะ จุดมุ่งหมายของการเขียนนะครับ การเขียนจะบรรลุตามวัตถุประสงค์หรือไม่นั้น สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งคือ การเขียนต้องมีจุดมุ่งหมาย ซึ่งจำซึ่งสามารถจำแนกได้ ดังนี้ 1. การเขียนเพื่อการเล่าเรื่อง ก็คือ เป็นการนำเรื่องราวที่สำคัญมาถ่ายทอด เป็น เป็นข้อเขียน เช่น การเขียนเล่าประวัติ ที่คุณครูให้นักเรียนเขียน ประวัติส่วนตัวของนักเรียนเองนะครับ ว่านักเรียนเกิดวันที่เท่าไหร่ นักเรียนชอบกินอะไร นักเรียนไม่ชอบกินอะไร แล้วก็บ้านนักเรียนอยู่ที่ไหน นักเรียนเป็นคนจังหวัดอะไร ให้นักเรียน นักเรียนก็เขียนรายละเอียด แล้วก็มาสื่อสารเป็นภาษามือให้กับพี่ล่ามเพื่อที่จะแปลให้คุณครูฟังเมื่อที่ผ่านมาเมื่อกี้เอง นี่แหละ ก็คือการเขียนเล่าประวัติของนักเรียนเอง ส่วนนักเรียนจะเขียนถูกต้อง หรือไม่ถูกต้องนั้น คุณครูไม่ ไม่ ไม่สนใจตรงนั้น เพราะว่า มันขึ้นอยู่ที่ว่า นักเรียนตั้งใจที่จะเขียนสื่อสารให้กับคุณครู มากน้อยแค่ไหน คุณครูไม่ คุณครูไม่สนใจว่า นักเรียนจะเขียนมาให้ครูว่า คำมันจะสลับกัน คำจะมัน มันจะแบบ ไม่ถูกต้อง เดี๋ยวเรื่องนั้นเดี๋ยวคุณครูค่อย ๆ สอนนักเรียนไปแล้วนักเรียนก็จะได้เอง นักเรียนไม่ต้องกลัวนะครับ นักเรียนไม่ต้องกลัว ที่นักเรียนจะเขียนสื่อสารออกมา นักเรียนไม่ต้องกลัวว่าคนอื่นจะอ่านไม่เข้าใจ นักเรียนไม่ต้องกลัวว่าคนอื่นจะไม่รู้เรื่อง นักเรียนเขียนออกมาเลยครับ เขียนออกมาเลย อยากสื่อสารอะไร นักเรียนเขียนออกมา แล้วถ้านักเรียนไม่มั่นใจ ว่านักเรียนเขียนถูกหรือเขียนผิด ให้นักเรียนมาถามคุณครูได้ คุณครูยินดี พร้อมตอบนักเรียนได้ตลอดเวลา ไม่ว่านักเรียนจะเจอคุณครูอยู่ตรงไหน อยู่ในโรงเรียน นักเรียนเขียนแล้ว นักเรียนเอาไปถามคุณครูได้ตลอดเวลาเลยนะครับ คุณครูยินดีที่จะช่วยเหลือนักเรียน อย่างเช่น นักเรียนจะสื่อสารกับคนนี้ นักเรียนเขียนมาปุ๊บ นักเรียนไม่มั่นใจว่านักเรียนสะกด คำถูกหรือผิด นักเรียนมาถามคุณครูได้เลย คุณครูพร้อมที่จะแนะนำ พร้อมที่จะบอกนักเรียนว่าสิ่งที่ถูกต้องคืออะไร นักเรียนไม่ต้องอาย นักเรียนไม่ต้องอายนะครับ นี่ไม่ใช่จุดบกพร่องของตัวนักเรียน การศึกษาสามารถเรียนรู้กันไปเรื่อย ๆ ครับ สำหรับข้อที่ 2 เป็นการเขียนเพื่ออธิบาย เป็นการเขียนเพื่อชี้แจง อธิบายวิธีใช้ วิธีทำ ขั้นตอนการ ทำ เช่น อธิบายการใช้เครื่องมือต่าง ๆ หรือ เป็นการทำอาหาร นักเรียนเคยดูรายการทำอาหารไหมครับ รายการทำอาหารเขาจะเขียนอธิบายขั้นตอน วิธีทำ หรือไม่ นักเรียนเคยซื้อ เคยซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไหม มาม่าน่ะ นักเรียน นักเรียนเคยซื้อมาม่ามาไหมครับ มาม่าน่ะในซองมาม่า นักเรียนเคยอ่านไหม นักเรียนเคยอ่านไหมมันจะมีวิธี วิธี เรียกว่าอะไรวิธีปรุงวิธีประกอบอาหารของของมาม่าว่าต้องทำอย่างไรอันดับแรก ฉีกซองลำดับที่ 2 ทำอะไร ต้มน้ำขิงน่ะครับ ก็คือมันจะเป็นการเขียนอธิบายให้ละเอียดว่าหนึ่งทำอะไร 2 ทำอย่างไรอะไรประมาณนี้ครับผม ข้อที่ 3 นะครับ การเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็น การเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็นนี่เป็นการเขียนเพื่อวิเคราะห์ วิจารณ์ แนะนำ หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง อย่างเช่นนะครับ ก็คุณครูอาจจะให้หัวข้อนักเรียน เขียนแสดงความคิดเห็นว่า การนอนดึก จะทำให้ จะทำให้หน้าตาไม่สดใส แล้วก็นี่ไม่ นี่หัวข้อนะ แล้วก็นักเรียนจะแสดงความคิดเห็นเขียน เขียนแสดงความคิดเห็นมองว่าการนอนดึกนี่ มันเป็นสาเหตุอะไร ทำให้หน้าตาของเราถึงไม่สดใส เกิดจากอะไร อะไรประมาณนี่ครับ ก็คือเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อ เกี่ยวกับเรื่องที่คุณครูให้นักเรียน เข้าใจไหมครับ นักเรียนเข้าใจไหม เข้าใจที่คุณครูพูดไหมครับ นักเรียนดูพี่ล่ามนะ นักเรียนไม่ต้องดูคุณครูนะ นักเรียนดูพี่ล่ามนะ โอเคไหม โอเคไหม เข้าใจนะ โอเค ต่อมาข้อที่ 4 นะ ข้อที่ 4 การเขียนเพื่อโน้มน้าวใจ เขียนอย่างไรเพื่อโน้มน้าวใจ ก็คือเขียนโดยมีจุดประสงค์ที่จะชักจูง โน้มน้าวใจ ผู้อ่านยอมรับในสิ่งที่ผู้เขียนเสนอ ถ้าพูดถ้าพูดถึงภาษาพูด ก็คือสื่อสารด้วยโฆษณาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ ที่ใบปลิว ที่เขาเขียนว่าวันนี้ลดราคาสินค้า 50% เป็นอย่างไรครับ นักเรียนอยากซื้อไหม... ลด 50% จาก 100 บาทขายอยู่ 50 บาทเนี้ยมีเวลาแค่วันนี้วันสุดท้ายแล้วนะซึ่งนักเรียนอยากจะได้สินค้านั้นอยู่แล้วคนปกติอยากอยากจะซื้อสินค้าที่มันลดราคาอยู่แล้วจากราคาเต็มลดมาเหลืออยู่ครึ่งนึงอย่างนี้เชื่อได้เลยว่าถ้าเกิดว่าร้านสหกรณ์โรงเรียนของเราขายขนมจากราคาปกติวันนี้ลดราคาทุกๆอย่างเลยขนมทุกชนิดลดราคา 50%อยากถุงละ 20 บาทเหลือถุงละ 10 บาทเนี่ยคุณครูเชื่อได้เลยว่าขนมสหกรณ์จะหมดเกลี้ยงเลยใช่ไหมใช่ไหมเพราะว่าชอบกินขนมมากมาทำต่อไปข้อที่ 5 นะข้อที่ 5 การเขียนเพื่อธุรกิจเพื่อกิจธุระกูพูดผิดนะครับ การเขียนเพื่อกิจธุระ เป็นการเขียนที่ผู้เขียนมีจุดประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง การเขียนชนิดนี้จะมีรูปแบบการเขียนลักษณะการใช้ภาษาที่แตกต่างกันไปตามประเภทของการเขียนเนาะต่อไปนะครับ เราจะมาเรียนรู้เรื่องมารยาทในการเขียน นักเรียนจะเขียนอย่างไรเขียนไม่ให้