พี่ล่าม ไม่เข้าใจยังไงนักเรียนเดินมาที่กล้อง แล้วถามพี่ล่างได้เลย โอเคไหมครับ ดูพี่ล่ามนะ ดูพี่ล่าม โอเคครับ ก่อนที่นักเรียนจะมาเรียนการเขียนกับคุณครู เดี๋ยวคุณครูจะให้นักเรียนเขียน ประวัติส่วนตัวของนักเรียน เขียนประวัติส่วนตัวของนักเรียนก่อน ว่าประวัติของฉัน นักเรียนให้เขียนบรรยายลงในสมุดของนักเรียน เดี๋ยวคุณครู คุณครูจะให้เขียนในกระดาษ คุณครูจะแจกกระดาษให้นะครับ เดี๋ยวรอสักครู่ตอนนี้เสียงมัน...โอเคครับ เดี๋ยวคุณครูจะให้นักเรียนเขียนประวัติ เรื่องราวของนักเรียน ประวัติส่วนตัวของนักเรียน โดยให้นักเรียนเขียนหัวข้อ ประวัติของฉัน เรียนดูพี่ล่ามครับ นักเรียนไม่ต้องดูครูครับ นักเรียนดูพี่ล่ามที่นั่นจะใช้ภาษามือ สื่อสารกับนักเรียนว่านักเรียนจะต้องทำอะไรนะครับ เราจะให้นักเรียนเขียนหัวข้อ ลงบนกระดาษที่ครูแจกให้นะ ว่า ประวัติของนักเรียน นักเรียนเข้าใจไหม เข้าใจที่คุณครูพูดไหมครับ เข้าใจไหม ถ้านักเรียนเข้าใจแล้ว เดี๋ยว ให้เวลานักเรียนทำ 10 นาที ในการเขียนประวัติให้คุณครูนะครับ นักเรียนครับ นักเรียนดูพี่ล่ามแป๊บหนึ่งนะ ถ้าเกิดว่านักเรียนเขียน แนะนำตัวของนักเรียน และประวัติส่วนตัว เสร็จนะเดี๋ยวคุณครูจะให้นักเรียนมา สื่อสารเป็นภาษามือให้กับพี่ล่าม ก็ให้พี่ล่ามได้แปลคำพูดให้คุณครู ไม่เข้าใจ โอเคนะครับ นักเรียนจะเขียนน้อยเขียนมากเขียนเยอะเท่าไหร่ก็ได้นักเรียนเขียนไปเลยประวัติของนักเรียนนะครับ นักเรียนครับ นักเรียน นักเรียนดูพี่ล่ามแป๊บหนึ่งนะ นักเรียน นักเรียนเขียนไปเลยนะ นักเรียนเขียนไปเลย นักเรียนไม่ต้องกลัวว่านักเรียนจะเขียนผิด นักเรียนไม่ต้องกลัวว่านักเรียนจะเขียนไม่ถูกต้อง นักเรียนเขียนมาเลยครับ นักเรียนจะสะกดผิด สะกดถูกอย่างไร นักเรียนเขียนมาให้คุณครูเลย เดี๋ยวคุณครูจะดูเองว่านักเรียนเขียนผิดอย่างไร แล้วคุณครูจะช่วยแนะนำ แล้วจะช่วยสอนนักเรียนว่าคำที่ถูกต้องเขียนอย่างไร นักเรียนไม่ต้องกลัวนะ เดี๋ยว ไม่ต้องกังวลใด ๆ ทั้งสิ้นเลย เขียนมาเลยครับ ถ้าผิดคุณครูไม่ด่าไม่ว่านักเรียน แต่คุณครูจะช่วยแนะนำ นักเรียนว่าคำที่ถูกต้องเขียนอย่างไร โอเคไหม โอเคนะ โอเคนะครับ นักเรียนเขียน เขียนประวัติคร่าว ๆ ให้คุณครูฟังแล้วนะ ว่านักเรียนชอบกินอะไร นักเรียนไม่ชอบอะไร บ้านนักเรียนอยู่ที่ไหน เกิดวันที่เท่าไหร่แล้วทีนี้เดี๋ยวคุณครูจะให้นักเรียนเดินมาหาพี่ล่ามนะครับ เดินมาหาพี่ล่าม สื่อสารภาษามือกับพิราบแล้วก็ให้พี่ล่ามแปลภาษามือให้คุณครูฟังโอเคนะครับ ok เนาะอ่านเริ่มเริ่มคนที่ 1 เดี๋ยวนะเชิญก่อนครับ เชิญก่อนโอเค โอเคกาก้าก่อนครับ (ล่าม) ฮัลโหลคะ อาจารย์ดีไหมคะ ได้ยินไหมครับ (อาจารย์) ได้ยินครับ ได้ยินครับ (ล่าม) ครับ เดี๋ยวขอเปลี่ยนเป็น 2 จอนะครับ จะได้เห็นภาษามือใหญ่ (อาจารย์) อะไรนะครับ (ล่าม) ขอเป็น 2 จอนะคะ จะได้เห็น ไม่ขึ้นครับ (อาจารย์) ผมไม่ค่อยได้ยินครับ (ล่าม) อาจารย์สามารถเปลี่ยนเป็น 2 โอเคค่ะ ได้แล้วค่ะ สวัสดีครับ ขอแนะนำตัวนะครับ ก็จะมีชื่อของผมนะครับ ตอนนี้กำลังสะกดชื่อนะครับ แล้วก็สะกดนามสกุลครับ ที่ผมเขียนนะครับ ก็จะมีชื่อและนามสกุลครับ แล้วก็บ้านเกิดอยู่ที่จังหวัดเพชรบุรีครับ อันนี้กำลังสะกด เพชรบุรีนะครับ ชอบกินหมูครับ ขอบคุณครับ คนต่อไปเลยครับ สวัสดีค่ะ สำหรับหัวข้อการแนะนำตัวนะคะ ก็จะมีสะกดนะคะ นันท์ธิพร ก็สะกดนามสกุลนะคะ บ้านเกิดเป็นคน... บ้านเกิดเป็นคนสกลนครนะคะตอนนี้กำลังสะกดจังหวัดนะคะ ก็คือสกลนคร ส เสือ ก ไก่ลอลิง ค ควาย ร เรือ แล้วก็อำเภอ... ส่งพิสัยครับ ก็อ่านสะกดอำเภอครับ ชอบอาหารนะครับ อันแรกคือ ส้มตำปู ส้มตำปูค่ะ อาหารอย่างที่ 2 คือ ก๋วยเตี๋ยว อย่างที่ 3 ทุเรียนแล้วก็ผลไม้ที่ชอบนะคะ คือ ลำไย มะม่วง ผัดมาม่า ทำอาหารนะคะ ผัดมาม่า หมดแล้วค่ะ โอเคครับ ขอบคุณครับ (อาจารย์) คนต่อไปเลยครับ คนต่อไปเลยครับ (ล่าม) สวัสดีค่ะ ก็สะกดชื่อ และนามสกุลนะคะ บ้านเป็นคนหนองคายค่ะ แล้วก็เมื่อกี้ สะกดอำเภอนะคะ อาหารที่ชอบ... ทุเรียนค่ะ มะม่วงค่ะ หมูกะทะค่ะ ก๋วยเตี๋ยวค่ะ ส้มตำปู มาม่า องุ่น มะพร้าว ลำไย มังคุด ไก่ทอด หมูชาบูค่ะ หมดแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ (อาจารย์) ชอบเยอะนะ โอเคครับ คนต่อไปเลยครับ (ล่าม) สวัสดีค่ะ แนะนำตัวนะคะ ชื่อและนามสกุล ตอนนี้กำลังสะกดชื่อและนามสกุลนะคะ บ้านเกิดเป็นคนชุมพรค่ะ อันนี้สะกดอำเภอค่ะ ชอบชาบูค่ะ ชอบหมูกะทะค่ะ มะม่วง มะพร้าว ทุเรียน องุ่น ไก่ทอด หมดแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ (อาจารย์) ขอบคุณครับ เชิญคนต่อไปเลยครับ (ล่าม) สวัสดีค่ะ ชอบกินหมู ชอบกินมาม่า หมูกระทะค่ะ หมูกระทะ วัวค่ะ เนื้อวัว มีแค่นี้ค่ะ มีน้อย ขอบคุณค่ะ สวัสดีค่ะ แนะนำตัวนะคะ ตอนนี้กำลังจะกดชื่อค่ะ แล้วก็สะกดนามสกุล ชื่อ วาสนา ค่ะ เมื่อสักครู่ครับ อาจารย์ น้องสะกดน่ะครับ แต่ว่าน้องอ่ะไม่ได้ทำภาษามือเลยค่ะ กระดาษหมดเลยครับ (อาจารย์) อ๋อ โอเคครับ โอเคครับ นักเรียนรู้ไหมครับ ว่าทำไมกูถึงให้นักเรียนเขียนประวัติส่วนตัวของนักเรียน ให้คุณครู เพราะว่าเดี๋ยวคุณครูจะเก็บไปที่นักเรียนเขียนนี่ เอาไปอ่านดูว่าทักษะการเขียนของนักเรียน มีมากน้อยแค่ไหนแล้ว ทำไมถึงให้เขียนอีกหนึ่งประเด็น ก็คือเวลาที่นักเรียนไม่ได้อยู่ที่นี่ มีนักเรียนเรียนจบไปแล้ว นักเรียนมีงานทำ หรือนักเรียนอยู่ที่บ้าน นักเรียนจะสื่อสารกับคนที่ใช้ภาษามือไม่เป็น นักเรียนจะต้องใช้ภาษาเขียน และนักเรียนจะต้องเขียนให้ถูกต้อง เพื่อที่จะสื่อสารกับคนที่ใช้ภาษามือไม่เป็นนะครับ นี่คือความสำคัญของภาษาเขียน ของการเขียนเลยนะครับ เขียนอย่างไรเขียนให้ถูกสะกด พยัญชนะ สะกด ตัวสะกด วรรณยุกต์ สระ ทุกอย่าง นักเรียนจะต้องเขียนให้ถูกต้อง นี่คือความสำคัญของการเขียนนะครับ เดี๋ยวอันดับแรกเราจะมาดูความหมายของการเขียน ขึ้นขึ้น Slide โอเคนะครับ เดี๋ยวเรามา... ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการเขียนนะ การเขียนคืออะไร นักเรียน นักเรียนดูพี่ล่ามนะครับ การเขียนก็คือการสื่อสารด้วยอักษร เป็นการถ่ายทอดความรู้ ความคิด อารมณ์ ความรู้สึกนะครับ อ่านประสบการณ์ของผู้เขียนไปสู่ผู้อ่าน ทักษะการเขียน เป็นทักษะที่ต้องใช้ศาสตร์ และศิลป์ในการเขียน ที่กล่าวว่าเป็นศาสตร์ และศิลป์ในการเขียนนั้น ก็เพราะว่าจะต้องประกอบด้วย ความรู้ หลักการ และวิธีการครับ ความสำคัญของการเขียนนะ คุณครูก็ได้พูดความสำคัญของการเขียนไปแล้ว ว่าความสำคัญของการเขียนน่ะ มันเป็นอย่างไร เพราะว่าการเขียนน่ะ มันมีความสำคัญกับคนทุกคนเลย มนุษย์ในโลกทั้งหมดเลย มีความสำคัญมากในการสื่อสาร เพราะว่าหลายคนเลยนะครับ เพราะว่าเขาจะใช้ภาษามือไม่เป็นเหมือนกับนักเรียน นักเรียนจะไม่สามารถที่จะใช้ภาษามือ สื่อสารกับคนที่ไม่รู้จักภาษามือได้เพราะฉะนั้น เพราะว่าการเจริญก้าวหน้าของ ของของโลกในปัจจุบัน ก้าวหน้าไปมากเลย การสื่อสารว่าจะเป็นคำ อะไรทุกอย่าง มีการประดิษฐ์ คำพูด มีการประดิษฐ์ภาษามือขึ้นมาใหม่ก็มีครับผม เพราะฉะนั้น มีการเขียนน่ะ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเลย ของ ของนักเรียนนะ การเขียนเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเลย เพราะว่านักเรียนจะต้องสื่อสารกับคนหลาย ๆ คน ให้เข้าใจด้วยการเขียนก็อย่างที่คุณครูพูด ว่าการเขียนสำคัญมากนักเรียนต้องสะกดให้ถูกต้อง พยัญชนะ สระ ตัวสะกด วรรณยุกต์ ทุกอย่างจะต้องให้เขียนให้ถูกต้อง เพื่อที่จะให้คนอ่าน สิ่งที่เราเขียนไปน่ะเข้าใจ เมื่อกี้ปัญหาของนักเรียนคืออะไร ปัญหาของนักเรียนคือการเขียนไม่ถูกต้อง สลับคำไปมา อย่างเช่น คำว่า "สกลนคร" อย่างนี่คำว่าสกลนครนักเรียนก็สลับพยัญชนะกันอยู่คนละตัว อยู่คนละที่กันไม่สามารถที่จะอ่านเป็นคำว่า "สกลนคร" ได้เลย ความสำคัญของการเขียนสามารถสรุปได้ดังนี้นะครับ การเขียนเป็นการสื่อสารอย่างหนึ่ง การเขียนเป็นการแสดงออก ซึ่งภูมิปัญญาของมนุษย์ การเขียนเป็นเครื่องมือถ่ายทอด มรดกทางสติปัญญา การเขียนเป็นเครื่องมือสื่อ... เป็นเครื่องมือสร้างความสามัคคี และความเจริญรุ่งเรือง ในทางตรงกันข้ามการเขียนก็เป็นบ่อนทำลาย ได้เช่นกัน ทำไมคุณครูถึงพูด ว่าการเขียนเป็นเครื่องมือบ่อนทำลายได้เช่นกัน เพราะว่าถ้านักเรียนเขียนสื่อสารในสิ่งที่ไม่ดี เขียนสื่อสารในสิ่งที่...เป็นคำหยาบ เป็นคำไม่สุภาพ นักเรียนจะไปเขียนด่าคนนู้นคนนี้ มันก็จะเกิดอันตรายต่อใครครับ ต่อนักเรียนเอง เรามาดูจุดมุ่งหมายของการเขียนนะครับ จุดมุ่งหมายของการเขียน การเขียนจะบรรลุตามวัตถุประสงค์หรือไม่นั้น สิ่งที่สำคัญเลยก็คือ เราจะต้องทำอย่างไร ทำอย่างไรครับ โอเค เดี๋ยวคุณครูจะบอกทีละข้อนะ การเขียนจะต้องมีจุดหมาย ซึ่งจำแนกได้ ดังนี้ 1. การเขียนเพื่อการเล่าเรื่อง ก็คือเป็นการนำเรื่องราวที่สำคัญมาถ่ายทอดเป็นข้อ ๆ นะครับ เช่น การเขียนเล่าประวัติ ก็อย่างเช่นที่คุณครูให้นักเรียนเขียนประวัติคร่าว ๆ ของนักเรียนมาสื่อสารมาพูดให้พี่ล่าม แล้วก็ให้พี่ล่ามแปลให้คุณครูฟังนั่นแหละครับ นี่เป็นการเขียนเล่าเรื่อง การเขียนเล่าประวัติ นักเรียนชอบอะไร นักเรียนบ้านอยู่ที่ไหน นักเรียนไม่ชอบกินอะไร ชอบกินอะไร หรือ อยากทำอะไร เรียนจบไปแล้วอยากเป็นอะไร อย่างนี้ สามารถเขียนลงในกระดาษที่คุณครูให้ไปได้เลย สามารถเขียนเพิ่มเติมได้เลยนะ เขียนเพิ่มเติมได้เลย แล้วก็เอามาส่งที่คุณครู แล้วก็ข้อที่ 2 การเขียนเพื่ออธิบาย การเขียนเพื่ออธิบายเป็นการเขียนเพื่อชี้แจง อธิบาย วิธี ใช้วิธีทำขั้นตอนการทำเช่น อธิบายการใช้เครื่องมือต่าง ๆ หรือเป็นการอธิบายในการขั้นตอนการทำอาหาร นักเรียนเคยซื้อมาม่ามาไหมครับ มาม่าที่เป็นซอง มาม่าที่เป็นซอง แล้วทีนี่ ข้างหลังซองมาม่า จะมีเขียนวิธี วิธี วิธีต้มมาม่า วิธีทำมาม่านะเ ข้าใจใช่ไหม นักเรียนเข้าใจใช่ไหมครับ เคยอ่านไหม เคยไหม เคยสังเกตไหมครับ ว่ามันจะมีเขียนบอกวิธีทำไหม ว่านักเรียนจะซื้ออาหาร อาหารอะไรที่ที่จะต้องมาประกอบ ถามอีกทีหนึ่งน่ะ เขาจะเขียนวิธีทำเอาไว้ข้างหลังตรงตรงนั้น ก็เป็นการเขียนเพื่ออธิบายเช่นกันครับ 3 . การเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็น การเขียนเพื่อแสดงความคิดเห็น เป็นการเขียนเพื่อวิเคราะห์ วิจารณ์ แนะนำ หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งนะครับ ก็อย่างเช่นคุณครูให้นักเรียนเขียนแสดงความคิดเห็นว่า ภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน นักเรียนมีความคิดอย่างไร นักเรียนมีความคิดเห็นอย่างไร เกี่ยวกับภาวะโลกร้อนในปัจจุบันนี้ ประมาณนั้น โอเค ข้อที่ 4 เป็นการเขียนเพื่อโน้มน้าวใจ การเขียนเพื่อโน้มน้าวใจ เป็นการเขียนที่ผู้เขียน มีจุดประสงค์ ที่จะชักจูง โน้มน้าวใจให้ผู้อ่านยอมรับในสิ่งที่ผู้เขียนเสนอ นักเรียนเคยเห็น เคยเห็นป้ายโฆษณาไหม นักเรียนเคยเห็นไหมครับ ป้ายโฆษณา บางทีจะเป็นป้ายโฆษณารถ ลดราคาสินค้า จากราคาปกติ จาก 100 บาท ลดเหลือลด 50 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 50 บาทนี้ เป็นของที่นักเรียนใช้อยู่ประจำ อย่างเช่นนักเรียนจะไปซื้อโฟมล้างหน้า โฟมล้างหน้าราคา 100 บาท ปกตินักเรียนซื้อ 100 บาท พอเห็นป้ายโฆษณา ขายของว่าลด 50 เปอร์เซนต จาก 100 บาทเหลือ 50 บาทเนี่ยนักเรียนอยากซื้อไหมครับ อยากซื้อไหม เห็นไปกินหมูกระทะที่ร้านหมูกระทะได้เขาขึ้นป้ายโฆษณาที่หน้าร้านหมูกระทะถ้ามากินภายในวันนี้จากราคาเอาหัวคนละ150 บาทวันนี้ลดเหลือคนละ 99 บาทนักเรียนอยากไปกินเป็นเด็กนักเรียนเรียนดีเรียนเก่งชอบช่วยเหลือคุณครูชอบช่วยเหลือน้อง ๆ เป็นพี่ที่ดีเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับน้อง ๆ คุณครูเขียนไปแล้ว คุณครูจะต้องขออนุญาตกาก้าก่อน ให้กาก้าดูก่อนว่า สิ่งที่คุณครูเขียนไปเกี่ยวกับตัวกาก้า เป็นความจริงไหม ถ้าโอเคหรือเปล่า กาก้ารับได้ไหม ต้องขออนุญาตก่อนนะครับ ถ้าจะเขียนถึงบุคคลอื่นนะ ต่อไปมารยาทข้อที่ 3 เขียนให้ถูกต้อง ตามอักขรวิธี ใช้สระ พยัญชนะ และวรรณยุกต์ให้ถูกต้อง ใช้ถ้อยคำเหมาะสมกับเนื้อหา กาละเทศะและสถานะบุคคล ข้อนี้สำคัญเลยนะ นักเรียนรู้ไหม ที่คุณครูเคยบอกนักเรียนนั่นแหละว่า เวลาจะเขียนอะไร นักเรียนจะต้องเขียนให้มันถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการใช้สระ พยัญชนะ วรรณยุกต์ ทุกอย่างจะต้องให้มันถูกต้อง ไม่ใช่สลับหน้าสลับหลังกัน จนทำให้ผู้อ่านนั้นไม่เข้าใจ แล้วทำให้ความหมายไม่ชัดเจน มารยาทข้อที่ 4 เขียนสิ่งที่มีคุณค่า อันก่อให้เกิดความสุข และให้เกิดความสงบสุข แก่คนในสังคม และประเทศชาติ ทำให้องค์ความรู้ใหม่ ที่มีต่อผลการพัฒนาประเทศชาติ ทำให้เกิดองค์ความรู้นะครับ ที่มีผลต่อประเทศชาตินะ สุดท้ายแล้ว มารยาทข้อที่ 5 ข้อสุดท้ายนะครับ ข้อสุดท้ายแล้ว การไม่คัดลอกงานเขียนของคนอื่น ทำไมถึง ถึงว่าไม่คัดลอกงานจากคนอื่น และเรียนจะไปคัดลอกได้ไหม เรียนคัดลอกได้ แต่นักเรียนจะต้องอ้างอิง ให้กับบุคคลที่นักเรียนไปคัดลอกมา เช่น นักเรียนไปคัดลอกผลงานของคุณครู คุณครูเป็นคนที่เขียนหนังสือ เรื่อง เด็กดีสร้างชาติ คุณครูเขียนหนังสือเล่มนี้มา คุณครูใช้ปัญญาสมอง สติปัญญาของครูเขียนเอง โดยที่คุณครูไม่ได้ลอกผลงานของใคร แล้วคุณครูก็มีชื่อเขียนชัดเจนว่า นายจักรพงษ์ คงพันธุ์ เป็นคนเขียนเรื่องนี้ แล้วถ้านักเรียนเอาเรื่องที่คุณครูเขียน ไปพูดในงานเขียนของนักเรียน นักเรียนจะต้องอ้างชื่อคุณครู ซึ่งเป็นผู้เขียน อ้างอิงชื่อว่า ชื่อเรื่องอะไร ที่มาจากไหน ที่มาจาก ชื่อเรื่อง เด็กดีสร้างชาติ ใครเป็นคนเขียน นายจักรพงษ์ คงพันธุ์ นักเรียนจะต้องอ้างอิงให้ถูกนะครับ โอเค ได้เวลาพักกลางวันแล้ว เดี๋ยววันนี้คุณครูก็จบการสอนเพียงเท่านี้นะครับ แล้วก็ให้นักเรียนส่งใบงานให้กับคุณครูนะ ส่งใบงานนะครับ ที่นักเรียนเขียนในกระดาษนะครับ ส่งให้คุณครู เดี๋ยวคุณครูจะเอาไปอ่านดูนะ เดี๋ยวครูจะได้รู้ว่านักเรียน บกพร่องทางการเขียนมากน้อยแค่ไหน แล้วคุณครูจะนำสิ่งที่คุณครู มีทักษะนะ คุณครูจะมาสอนนักเรียน ให้นักเรียนเขียนได้ถูกต้องนะครับ สำหรับวันนี้ก็ขอขอบคุณพี่ล่ามนะครับ ขอบคุณครับ หัวหน้าชั้นบอกได้เลยครับ ครับ ขอบคุณครับ