﻿1
00:09:04,921 --> 00:09:05,698
ค่ะ พร้อมแล้วนะคะ ขอบคุณที่พี่นะคะ ที่

2
00:09:05,698 --> 00:09:09,698
ทำ

3
00:09:09,990 --> 00:09:12,350
นักเรียนได้เห็นต่อแล้วนะคะ โอเคนะ

4
00:09:12,350 --> 00:09:16,350
เดี๋ยวรอล่ามแป๊บหนึ่งนะคะ

5
00:10:32,635 --> 00:10:34,372
โอเคนะคะ พร้อมแล้วนะคะ วันนี้รู้สึกว่า ม. 6 นี้ จะติดปัญหานิด ๆ นะคะ

6
00:10:34,372 --> 00:10:38,372
พร้อมแล้ว

7
00:10:41,958 --> 00:10:43,536
เริ่มเรามาเริ่มกันเลยนะคะ คุณปิ๊กเล่าไปแล้วนะสัปดาห์ที่แล้ว เราเรียนอะไรกันบ้าง

8
00:10:43,536 --> 00:10:46,679
สำหรับวันนี้นะคะ

9
00:10:46,679 --> 00:10:50,679
สิ่งที่เราจะเรียน

10
00:10:55,656 --> 00:10:58,904
ความหมายของสถิตินะคะ สถิติคืออะไร สถิติ ก็หมายถึงวิชาวิชาหนึ่งนะคะ

11
00:10:58,904 --> 00:11:02,042
วิชาเกี่ยวกับการรวบรวม

12
00:11:02,042 --> 00:11:03,572
พอรวบรวมเสร็จแล้วนะคะ

13
00:11:03,572 --> 00:11:06,591
นำ

14
00:11:06,591 --> 00:11:10,591
มาวิเคราะห์ข้อมูลนะคะ

15
00:11:14,277 --> 00:11:16,345
ดูสีแดงนะคะ ที่ครูปิ๊กบอกแล้ว มันหมายถึงวิชาเกี่ยวกับการรวบรวม การวิเคราะห์ข้อมูล

16
00:11:16,345 --> 00:11:20,345
เพื่ออะไรนะคะ

17
00:11:23,586 --> 00:11:25,526
เพื่อการหาข้อมูล ข้อสรุปเพื่อการหาข้อสรุป เมื่อเราวิเคราะห์แล้ว

18
00:11:25,526 --> 00:11:29,526
เราก็จะหาข้อสรุป

19
00:11:31,285 --> 00:11:33,816
จากข้อมูลที่มีอยู่นะคะ เพื่ออธิบายหรือตอบ

20
00:11:33,816 --> 00:11:37,816
คำถาม สิ่งที่เราสนใจ

21
00:11:39,592 --> 00:11:43,592
อันนี้คือความหมายของสถิติ สถิติ หมายถึงวิชา

22
00:11:44,396 --> 00:11:48,396
เกี่ยวกับการรวบรวม และการวิเคราะห์ข้อมูล

23
00:11:50,232 --> 00:11:53,293
นะคะ เพื่อหาข้อมูล เพื่อหาข้อสรุปจากข้อมูลที่มีอยู่

24
00:11:53,293 --> 00:11:56,756
เพื่ออธิบายนะคะ

25
00:11:56,756 --> 00:12:00,162
หรือตอบคำถามสิ่งที่เราสนใจ

26
00:12:00,162 --> 00:12:01,188
เมื่อไหร่จะตอบคำถาม

27
00:12:01,188 --> 00:12:05,188
เรา

28
00:12:06,575 --> 00:12:10,530
จะเอาข้อมูลมาจากไหนนะคะ มันอาศัยอยู่ 2 ส่วนด้วยกันนะคะ

29
00:12:10,530 --> 00:12:14,530
อาศัยข้อมูลที่เกิดซ้ำ

30
00:12:16,403 --> 00:12:20,403
ๆ มาแล้วนะ ข้อมูลที่เกิดซ้ำ ๆ เมื่อไหร่ที่ข้อมูลมันเกิดซ้ำ ๆ

31
00:12:25,718 --> 00:12:27,316
เปิดบ่อย ๆ นั่นคือโอกาสความน่าจะเป็น ที่เราจะสามารถทำนายอนาคต ว่าโอมันต้องเป็นแบบนี้แน่ ๆ เลย พอ

32
00:12:27,316 --> 00:12:31,316
ถึงตรงนั้นแล้วนะคะ

33
00:12:31,944 --> 00:12:34,553
เราจะเก็บข้อมูลโดยอาศัยข้อมูล ที่เกิดขึ้นซ้ำ

34
00:12:34,553 --> 00:12:38,553
ๆ นะคะ แล้วก็การวิเคราะห์

35
00:12:38,809 --> 00:12:42,809
การวิเคราะห์จะแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ ด้วยกันนะคะ

36
00:12:44,860 --> 00:12:46,602
ส่วนแรก

37
00:12:46,602 --> 00:12:50,602
เป็นการวิเคราะห์

38
00:12:52,667 --> 00:12:56,667
ขั้นต้นนะคะ จะบอกลักษณะกว้าง ๆ นะคะ ไม่ ไม่ลงเชิงลึก

39
00:13:00,816 --> 00:13:03,959
บอกลักษณะกว้าง เขาเรียกว่า "สถิติเชิงพรรณนา" นะคะ สถิติเชิงพรรณนานี้

40
00:13:03,959 --> 00:13:05,433
เกี่ยวกับการสรุปข้อมูลของแต่ละชุด

41
00:13:05,433 --> 00:13:06,390
ที่เราสนใจ

42
00:13:06,390 --> 00:13:10,390
นะคะ

43
00:13:14,285 --> 00:13:18,285
ข้อมูลที่ได้จะด้านการวัดในมันจะออกมา เป็นตัวเลขมันจะออกมาเป็นตัวเลขนะคะ จำเอาไว้ว่า

44
00:13:21,063 --> 00:13:24,904
ข้อมูลส่วนแรกก็คือวิเคราะห์แบบตรง ๆ นะคะ เรียกว่า "สถิติเชิงพรรณนา

45
00:13:24,904 --> 00:13:28,904
" มันจะออกมาเป็น

46
00:13:30,176 --> 00:13:34,176
ตัวเลขนะคะ จะออกมาเป็นตัวเลขตัวเลขนั้นมีอะไรบ้าง

47
00:13:36,497 --> 00:13:38,998
ดูในช่องสีเหลือง ๆ นะคะ เขาเรียกว่าค่าวัดแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลาง

48
00:13:38,998 --> 00:13:42,998
เมื่อเราเอาข้อมูลมาแล้ว

49
00:13:44,959 --> 00:13:48,864
ตรงกลางมันคือตรงไหนนะคะ ข้อมูลที่เราเก็บมา

50
00:13:48,864 --> 00:13:52,864
อาจจะมีอยู่ 10 คน 10

51
00:13:52,914 --> 00:13:56,914
ที่เราไปถามมา มีอยู่ 10 คน สมมติมีอยู่ 10 คน

52
00:14:01,394 --> 00:14:03,349
ตัวไหนที่เป็นตัวแทน ตัวไหนที่เป็นค่ากลางของข้อมูล 10 คนนั้นมันจะออกมาเป็น 3 ค่านะคะ

53
00:14:03,349 --> 00:14:06,625
คือค่าเฉลี่ย

54
00:14:06,625 --> 00:14:10,625
ค่าเฉลี่ยแล้วก็คือเอาจำนวนทั้งหมด

55
00:14:10,640 --> 00:14:14,640
ได้ 10  คนนี้มารวมกันนะคะ แล้วก็หารด้วย 10

56
00:14:18,452 --> 00:14:19,410
หารด้วยจำนวนคนอันนี้คือค่าเฉลี่ยนะคะ อันที่ 2 ค่าไหนที่เป็นค่าวัดเข้าสู่ส่วนกลาง ข้อที่สองก็คือ

57
00:14:19,410 --> 00:14:23,114
ระยะฐาน

58
00:14:23,114 --> 00:14:24,671
มัธยฐานนะคะ ถ้าสมมติว่ามีข้อมูลอยู่ 10

59
00:14:24,671 --> 00:14:28,671
ข้อมูลด้วยกัน

60
00:14:31,821 --> 00:14:34,330
ข้อมูลที่เราเก็บมาอยู่ 10 เราจะเอาข้อมูลนั้นมาเรียงนะคะ มาเรียงลำดับเลย

61
00:14:34,330 --> 00:14:38,330
จากน้อยไปหามาก

62
00:14:39,183 --> 00:14:43,183
เอามาสลับเอามาเรียงใหม่นะคะ จากน้อยไปหามาก

63
00:14:43,337 --> 00:14:47,337
แล้วไปตัด

64
00:14:50,672 --> 00:14:54,672
ข้อมูลที่มากที่สุดน้อยที่สุดออก ตัดไปเรื่อย ๆ จนมาอยู่ข้อมูลที่อยู่ตรงกลางนะคะ

65
00:14:57,058 --> 00:15:01,058
ข้อมูลไหนที่อยู่ตรงกลาง อันนี้ก็คือ ค่ามัธยฐาน จะบอกว่าข้อมูลชุดนี้

66
00:15:04,049 --> 00:15:06,827
ตัวไหนที่เป็นค่ากลางของข้อมูลชุดนี้ มีค่ามัธยฐานนะคะ ส่วนข้อที่ 3

67
00:15:06,827 --> 00:15:10,827
ตันไหนที่จะวัดได้ ฐานนิยม

68
00:15:12,692 --> 00:15:16,692
คำว่า "ฐานนิยม" หมายถึงอะไร ฐานนิยมมีข้อมูลอยู่ 10 ชุดด้วยกัน

69
00:15:19,632 --> 00:15:21,139
ไม่ต้องเอามาเลี้ยงใหม่ ไม่ต้องมาเรียนเหมือนข้อที่ 2 แต่เราจะมาดูว่าอันไหนที่พบ

70
00:15:21,139 --> 00:15:22,716
ข้อมูลนั้นบ่อย ๆ

71
00:15:22,716 --> 00:15:26,658
พบบ่อยที่สุด

72
00:15:26,658 --> 00:15:30,658
พบบ่อยที่สุดนะคะ พบข้อมูลนั้น ซ้ำ ซ้ำ ๆ

73
00:15:33,685 --> 00:15:36,217
เราจะเรียกค่าน้ำ เป็นค่ากลางในในส่วนของฐานนิยมนะคะ อันนี้คือส่วนแรก

74
00:15:36,217 --> 00:15:40,217
ทีนี้การวัดในส่วนที่ 2

75
00:15:40,825 --> 00:15:41,359
หลังจากวัดค่ากลางแล้วค่าที่ 2 คือค่าการกระจาย

76
00:15:41,359 --> 00:15:45,359
นะคะ

77
00:15:46,750 --> 00:15:50,750
เมื่อเราได้ข้อมูลมาแล้วอันไหนที่เป็นส่วนกลางเราจะมาดูว่า

78
00:15:57,973 --> 00:15:59,640
กระจายจากส่วนกลางนี้ไปเยอะมากน้อยแค่ไหนนะคะ มันจะออกมาเวลาเราแสดงผลได้มันจะมีอยู่ 4 ชุดด้วยกัน ที่เราจะได้เรียนนะคะ

79
00:15:59,640 --> 00:16:03,640
ส่วนแบ่งเบนมาตรฐาน

80
00:16:03,765 --> 00:16:06,612
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานที่มันจับคู่กันกับค่าเฉลี่ย

81
00:16:06,612 --> 00:16:07,751
ข้างบนนะคะ มันจะจับคู่กัน

82
00:16:07,751 --> 00:16:11,751
นะ

83
00:16:13,352 --> 00:16:15,062
งแล้วอีกอันหนึ่งก็คือ พิสัย พิสัยมันจะจับคู่กับข้อ 2 ข้างบนนะคะ

84
00:16:15,062 --> 00:16:19,062
จับคู่กับมัธยฐาน

85
00:16:21,448 --> 00:16:22,675
ฐานนิยม ส่วนมากเขาจะใช้กันกับการแจกแจงความถี่ เพื่อที่จะหาค่าที่

86
00:16:22,675 --> 00:16:23,437
จ่ายไปเท่าไหร่

87
00:16:23,437 --> 00:16:26,063
นะคะ

88
00:16:26,063 --> 00:16:30,063
อันนี้ส่วนการวัด

89
00:16:31,753 --> 00:16:34,404
การนำข้อมูลนะคะ นำเสนอข้อมูลโดยภาพแผนภาพ แผนภูมิ หรือกราฟนั้น

90
00:16:34,404 --> 00:16:36,271
จะบ่งบอกการกระจายของข้อมูลออก

91
00:16:36,271 --> 00:16:40,271
จากส่วนกลางได้เหมือนกัน

92
00:16:43,363 --> 00:16:47,363
นะคะ อันนี้นะคะ การวิเคราะห์ส่วนแรก ก็คือเป็นเชิงพรรณนา เป็นของข้อมูลชุดนั้น

93
00:16:48,101 --> 00:16:49,952
มีอยู่ 10 ก็เอามา เอามาหมดเลย 10 10

94
00:16:49,952 --> 00:16:53,237
ข้อมูลชุดนั้นนะคะ

95
00:16:53,237 --> 00:16:57,237
ต้องเก็บข้อมูลให้หมดนะ

96
00:16:58,671 --> 00:17:02,671
ทีนี้ส่วนที่ 2 คืออะไร

97
00:17:03,944 --> 00:17:05,408
ส่วนที่สองคือวิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บรวบรวมข้อมูลจากตัวอย่าง

98
00:17:05,408 --> 00:17:06,565
ต่างกันนะคะ

99
00:17:06,565 --> 00:17:10,565
ต่างกันนะ

100
00:17:12,738 --> 00:17:16,738
อันนี่มันจะเก็บจากตัวอย่างนักเรียนดูนะคะ คำของเขาก็คือสถิติ

101
00:17:17,507 --> 00:17:19,699
เชิงอนุมานสถิติ งเชิงอนุมานนะคะ

102
00:17:19,699 --> 00:17:22,194
ตัวนี้คือ

103
00:17:22,194 --> 00:17:26,194
ในภาพมีคนข้อมูลทั้งหมด

104
00:17:26,501 --> 00:17:27,452
คนเยอะมาก มี มีคนเป็นร้อยเป็นพัน

105
00:17:27,452 --> 00:17:31,452
นะคะ

106
00:17:31,479 --> 00:17:35,479
มีคนเป็นร้อยเป็นพัน โอ้โห ถ้าเราจะเก็บข้อมูล

107
00:17:36,625 --> 00:17:40,625
เก็บข้อมูลมาทั้งหมดเลยเป็นไปไม่ได้นะคะ คนเยอะมาก

108
00:17:43,731 --> 00:17:47,731
กว่าจะใช้เวลาเก็บ เสียเวลาอีก ใช้เวลานานมากนะคะ แล้วก็ใช้งบประมาณ

109
00:17:49,707 --> 00:17:51,406
เยอะนะคะ กว่าเราจะไปสอบถาม ไปเก็บข้อมูลนี่ มันไม่ได้แล้ว เขาก็เลย

110
00:17:51,406 --> 00:17:55,130
เลือกนะคะ

111
00:17:55,130 --> 00:17:59,130
เลือกกลุ่มตัวอย่าง ที่มาจากข้อมูลทั้งหมด

112
00:18:00,895 --> 00:18:03,496
ข้อมูลของคนทั้งหมดนี่เลือกมากลุ่มหนึ่งเขาเรียกว่ากลุ่มตัวอย่างนะคะ

113
00:18:03,496 --> 00:18:07,496
จากทั้งหมดหรือเลือกออกมาเป็นกลุ่มตัวอย่าง

114
00:18:11,421 --> 00:18:15,421
เพื่อที่จะเอามาหาข้อมูลเหมือนกับข้อแรกเป็นตัวแทนเหมือนกับข้อแรกก็คือหาค่าเฉลี่ยหาค่า

115
00:18:16,225 --> 00:18:20,225
อะไรที่อยู่ข้อแรกนะคะ หาให้หมดเลย

116
00:18:21,689 --> 00:18:25,689
อ๋อ ที่เราแสดงมาแต่ว่ามันจะเป็นตัวแทนของประชากรนะคะ

117
00:18:25,753 --> 00:18:27,921
แล้วตัวแทนตัวนี้มันจะต้อง

118
00:18:27,921 --> 00:18:31,321
เลือกตัวแทนอย่างไรล่ะ

119
00:18:31,321 --> 00:18:32,530
อันนี้ก็เป็นคำถามนะคะ

120
00:18:32,530 --> 00:18:36,530
เราจะเลือก

121
00:18:39,708 --> 00:18:41,513
หรือตัวแทนของข้อมูลทั้งหมดมาอย่างไร มันจะต้องมีวิธีการเลือกเพื่อที่จะได้ข้อมูลนะคะ

122
00:18:41,513 --> 00:18:42,900
ที่น่าเชื่อถือ

123
00:18:42,900 --> 00:18:46,900
อย่างเช่น

124
00:18:47,528 --> 00:18:51,528
ถ้าเราจะไปสอบถามความชอบของนักเรียน

125
00:18:52,889 --> 00:18:56,889
ในการรับประทานอาหารนะคะ เมนูอาหารของโรงเรียนโสตอุดรน

126
00:18:57,650 --> 00:19:00,134
ี่ นักเรียนชอบเมนูไหนนะคะ นักเรียนชอบเมนูไหน

127
00:19:00,134 --> 00:19:03,155
ระหว่าง

128
00:19:03,155 --> 00:19:06,586
ไก่ย่างส้มตำ กับก๋วยเตี๋ยว

129
00:19:06,586 --> 00:19:10,586
มี 2 เมนูนะคะ

130
00:19:10,594 --> 00:19:12,309
นักเรียนเรามีตั้งแต่อนุบาลจนถึง ม. 6 ถูกไหมคะ

131
00:19:12,309 --> 00:19:16,309
เด็ก ๆ น่ะมีเยอะ

132
00:19:19,311 --> 00:19:20,956
มีคละก็เลยตั้งแต่อนุบาลถึง ม. 6 เพราะฉะนั้น การเลือกตัวแทนของนักเรียน

133
00:19:20,956 --> 00:19:22,450
นักเรียนจะเอามาเฉพาะเด็ก

134
00:19:22,450 --> 00:19:24,264
ม. 6 มา

135
00:19:24,264 --> 00:19:28,264
เฉพาะมัธยมมาได้ไหม

136
00:19:30,785 --> 00:19:31,768
ไม่ได้นะคะ ไม่ได้ เพราะอะไร เพราะว่าพี่มัธยมนเนี่ย

137
00:19:31,768 --> 00:19:35,768
อาจจะชอบ

138
00:19:37,214 --> 00:19:40,845
ไม่เหมือนกันกับน้อง ๆ เพราะฉะนั้น เวลาเราจะหยิบตัวอย่างนะคะ

139
00:19:40,845 --> 00:19:44,845
ตัวอย่างออกมา เราจะต้องพลัดตั้งแต่

140
00:19:46,199 --> 00:19:48,087
เป็นช่วงระดับนะเอาน้องอนุบาลมานะคะ เอาน้องประถมมา

141
00:19:48,087 --> 00:19:49,740
เอาน้องมต้นมาแล้วก็

142
00:19:49,740 --> 00:19:52,879
พี่มอปลายมา

143
00:19:52,879 --> 00:19:53,703
จำนวนเท่าไหร่เอามาเท่า ๆ กัน

144
00:19:53,703 --> 00:19:57,703
นะคะ

145
00:19:58,331 --> 00:20:02,331
เพื่อที่จะเป็นตัวแทนของนักเรียนทั้งหมด

146
00:20:02,685 --> 00:20:06,685
นะคะ ที่นี้เราก็จะรู้แล้วว่า โอ้เด็กอนุบาลส่วนใหญ่

147
00:20:09,106 --> 00:20:13,106
ถูกเลือกมาแล้วประถมถูกเลือกมาแล้ว ม. ต้นถูกเลือกมา แล้วม.ปลายทุกเรื่องมาแล้ว

148
00:20:13,420 --> 00:20:17,420
อันนี้ก็คือคนที่สามารถตอบคำถามว่าคุณชอบ

149
00:20:21,409 --> 00:20:25,409
ส้มตำไก่ทอด หรือว่าคุณจะชอบก๋วยเตี๋ยว พอเราได้ข้อมูลมาที่เราไปถามนี่ มันเสาร์ 5

150
00:20:25,517 --> 00:20:29,517
ตอบโจทย์แปลว่าคนส่วนมากคนทั้งหมดชอบอะไร

151
00:20:30,482 --> 00:20:33,490
นะคะ คุณครูหรือว่าฝ่ายโภชนาการจัดเลี้ยง ก็จะสามารถที่จะ

152
00:20:33,490 --> 00:20:34,649
อาหารเมนูนี้ให้นักเรียนได้

153
00:20:34,649 --> 00:20:35,944
ไงคะ

154
00:20:35,944 --> 00:20:38,491
ต่างกันนะ

155
00:20:38,491 --> 00:20:40,217
ข้อมูลชุดแรกในการวิเคราะห์

156
00:20:40,217 --> 00:20:42,035
จะเอา

157
00:20:42,035 --> 00:20:46,035
เอาหมดเลยนะคะ

158
00:20:49,639 --> 00:20:53,639
ไม่อ้างอิง ไม่ต้องอ้างอิงประมาณที่ 2 เชิงอนุมาน และจะมีการสุ่มตัวอย่างออกมาจากประชา

159
00:20:55,031 --> 00:20:56,631
ก่อนทั้งหมดนะคะ เก็บมาจากตัวอย่าง เพื่อที่จะไปอ้างอิงผล

160
00:20:56,631 --> 00:20:57,449
ให้ข้อมูลทั้งหมด

161
00:20:57,449 --> 00:21:01,449
นะคะ

162
00:21:05,652 --> 00:21:09,652
วิธีการในการเลือกตัวแทนนะคะ กำหนดการทดลอง เราจะทดลองอย่างไร วิธี

163
00:21:11,113 --> 00:21:12,008
อันนี้จะต้องชัดเจนนะคะ เดี๋ยวเราจะได้เรียนในช่วงต่อไปนะคะ ในการเก็บ

164
00:21:12,008 --> 00:21:16,008
ข้อมูล

165
00:21:18,483 --> 00:21:22,483
ก็บอกมาแล้ว ทำไมเราถึงจะต้องใช้สถิติเชิงอนุมาน

166
00:21:24,174 --> 00:21:28,174
ทำไมเราจะ ทำไมเราไม่ทำสถิติเชิงพรรณนา เพราะหนึ่งเลย คนเยอะเสียเวลา

167
00:21:31,629 --> 00:21:33,012
ใช้เวลานานมาก 2. เกี่ยวกับงบประมาณด้วย หรืออาจจะมีเหตุผลอีกเยอะแยะมากมายนะคะ ที่เข้ามา

168
00:21:33,012 --> 00:21:37,012
มันไม่สะดวก

169
00:21:37,143 --> 00:21:39,239
ไม่สะดวกในการเก็บข้อมูล บางทีข้อมูล

170
00:21:39,239 --> 00:21:42,311
อาจจะเป็นช่วงเวลานะคะ

171
00:21:42,311 --> 00:21:46,311
ช่วงเวลามาเกี่ยวข้อง

172
00:21:47,190 --> 00:21:51,190
มันก็จะทำให้เกิดความยุ่งยากในการเก็บข้อมูลเหตุผลนี้ ถึง

173
00:21:53,435 --> 00:21:56,132
ทำให้เราใช้สถิติเชิงอนุมานเข้ามาช่วยนะคะ มีอยู่ 2 แบบด้วยกันน

174
00:21:56,132 --> 00:21:57,159
ะ มีใครสงสัยไหมคะ

175
00:21:57,159 --> 00:22:01,159
เข้าใจไหม

176
00:22:03,997 --> 00:22:07,370
เข้าใจแล้วนะ อันนี้คือสถิตินะคะ ที่นี้ประโยชน์ของสถิติ

177
00:22:07,370 --> 00:22:11,370
เยอะมากเลยนะคะ ดูประโยชน์ของเขา

178
00:22:13,317 --> 00:22:17,317
จากที่ครูปิ๊กพูดมาประโยชน์เกี่ยวกับการศึกษาถูกนำมาใช้เยอะมาก

179
00:22:21,157 --> 00:22:25,157
ถูกนำมาใช้เยอะมากกว่าการศึกษา เรานำข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในด้านของงบประมาณ

180
00:22:25,734 --> 00:22:26,582
ด้านของการจัดการเรียนการสอนในด้านของการผลิต คุณครู

181
00:22:26,582 --> 00:22:29,266
ในด้าน

182
00:22:29,266 --> 00:22:33,266
เห็นไหมคะ นักเรียนโครงการเรียนฟรี

183
00:22:33,774 --> 00:22:37,774
15 ปี ที่รัฐบาลเอามาให้เราช่วยในค่า

184
00:22:39,520 --> 00:22:43,520
ค่าเครื่องแต่งกาย ค่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็จะต้องเก็บข้อมูลกว่าเขาจะบอก

185
00:22:45,821 --> 00:22:48,045
แปลว่าอนุบาลต้องใช้เงินเท่านี้ ให้เด็กอนุบาลประถมให้ใช้เงินเท่านี้

186
00:22:48,045 --> 00:22:50,349
มัธยมให้ใช้เงินเท่านี้

187
00:22:50,349 --> 00:22:53,824
ทำไมเขาถึงใช้เงินไม่เท่ากัน

188
00:22:53,824 --> 00:22:57,824
เพราะมันเกิดจากการเก็บข้อมูล ว่า ถ้า

189
00:23:01,139 --> 00:23:01,804
โตหน่อยนะ กิจกรรมมันเยอะแล้ววิชานี่มันจะเข้มข้นขึ้นนะ เพราะฉะนั้น รัฐบาลก็เลยจ่ายเงินให้มากกว่า

190
00:23:01,804 --> 00:23:03,289
ในระดับ

191
00:23:03,289 --> 00:23:07,289
น้อง ๆ

192
00:23:08,605 --> 00:23:10,589
นี่ก็เป็นเหตุผลทุกสิ่งทุกอย่าง มันจะเกิดร้อยนัดกันไปหมดเลยนะคะ

193
00:23:10,589 --> 00:23:14,519
เมื่อไหร่ที่รอใช้สถิติ

194
00:23:14,519 --> 00:23:18,519
สิ่งที่เข้ามาเกี่ยวข้องมีอะไรบ้าง

195
00:23:22,741 --> 00:23:24,478
อะไรที่จะนำมาวิเคราะห์นะคะ วิเคราะห์อย่างไรนะ นอกจากการศึกษาแล้วประโยชน์อีกอันหนึ่งของเขาคืออะไร

196
00:23:24,478 --> 00:23:25,375
ในด้านของการเกษตร

197
00:23:25,375 --> 00:23:29,375
เห็นไหมคะ

198
00:23:29,959 --> 00:23:32,652
แล้วท้ายเอาไปทำอะไรสถิติ

199
00:23:32,652 --> 00:23:35,326
เอาไปช่วยในด้านเกษตรอ

200
00:23:35,326 --> 00:23:36,924
ย่างไร พ่อแม่ที่เป็นชาวนาใช่ไหม

201
00:23:36,924 --> 00:23:40,016
รู้เลยว่า

202
00:23:40,016 --> 00:23:42,166
ขายข้าวกี่ตันได้เงินเท่าไหร่

203
00:23:42,166 --> 00:23:46,166
แล้ว

204
00:23:47,809 --> 00:23:49,068
เราจะซื้อปุ๋ยอย่างไร ปุ๋ยราคาเท่าไหร่นะคะ อันนี้ก็เป็นการเก็บ

205
00:23:49,068 --> 00:23:50,121
ข้อมูล

206
00:23:50,121 --> 00:23:54,109
เพื่อที่จะ

207
00:23:54,109 --> 00:23:57,043
ดูว่าช่วงไหนที่เราจะต้องปลูก

208
00:23:57,043 --> 00:23:58,840
ช่วงไหนที่เราจะใช้เงินเยอะ

209
00:23:58,840 --> 00:24:01,121
มันก็จะถูกนำมาวางแผน

210
00:24:01,121 --> 00:24:03,375
ได้พัฒนานะคะ

211
00:24:03,375 --> 00:24:04,286
ในด้านของการ

212
00:24:04,286 --> 00:24:07,091
ผลิต

213
00:24:07,091 --> 00:24:11,091
ก็เหมือนกันนะคะ ประโยชน์ในด้านการผลิต

214
00:24:11,884 --> 00:24:15,737
เวลาเราจะผลิตบริษัทรถยนต์ ผลิตรถยนต์ออกมา

215
00:24:15,737 --> 00:24:19,737
จะต้องเก็บข้อมูล ว่ารถรุ่นนี้

216
00:24:22,325 --> 00:24:25,082
รถรุ่นนี้ มีใครบ้างที่ใช่ กลุ่มไหนที่ใช้เราจะผลิตได้อีกคัน

217
00:24:25,082 --> 00:24:26,820
ถึงจะพอดีไม่ใช่ว่า

218
00:24:26,820 --> 00:24:30,745
ผลิตออกมาปีก่อน ๆ

219
00:24:30,745 --> 00:24:32,782
รถรุ่นนี้แหละ ผลิตออกมาแล้วเหลือเต็มเลยขายไม่ได้

220
00:24:32,782 --> 00:24:36,628
นะคะ อันนี้ก็ไม่ใช่

221
00:24:36,628 --> 00:24:40,224
ถูกนำมาใช้ประโยชน์เยอะมากเลยนะคะ สถิติ

222
00:24:40,224 --> 00:24:44,224
อันต่อมา เอามาควบคุมคุณภาพ

223
00:24:46,460 --> 00:24:50,333
จะต้องมีเกณฑ์ จำได้ไหมคะ สถานการณ์ที่ครูปิ๊กเล่ามา เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว

224
00:24:50,333 --> 00:24:54,333
การควบคุมคุณภาพของสินค้าต่าง ๆ

225
00:24:55,089 --> 00:24:59,089
ถูกนำสถิติเข้ามาใช้

226
00:25:00,625 --> 00:25:02,238
ในด้านของผู้บริโภคก็เหมือนกัน ผู้บริโภค ก็คือเราที่เราไปซื้อของ

227
00:25:02,238 --> 00:25:06,238
ต่าง ๆ นะคะ

228
00:25:07,149 --> 00:25:08,324
ตอนนี้เวลาเราจะไปซื้อของ เราต้องดูก่อนใช่ไหมคะ ว่าเปรียบเทียบ

229
00:25:08,324 --> 00:25:12,324
ร้านไหน

230
00:25:13,468 --> 00:25:14,683
ร้านไหนที่ราคาถูก คุณภาพดี เราก็ไปซื้อ

231
00:25:14,683 --> 00:25:18,683
นะ

232
00:25:22,044 --> 00:25:22,801
นี่คือการประโยชน์ของสถิติ และการพยากรณ์ก็เหมือนกับในเรื่องของฝน

233
00:25:22,801 --> 00:25:26,801
นะคะ

234
00:25:26,934 --> 00:25:30,934
พยากรณ์ ภูมิอากาศนะคะ ว่าเป็นอ

235
00:25:34,193 --> 00:25:38,193
ย่างไร แล้วก็ชีวิตประจำวันของเรา ชีวิตประจำวันของเรานี้สำคัญนะคะ ไม่ต้องไปเกี่ยวกับใคร

236
00:25:39,301 --> 00:25:41,184
ฝากให้นักเรียนนำมาใช้ในชีวิตประจำวันของเรา สิ่งสำคัญ ก็คือ

237
00:25:41,184 --> 00:25:45,184
การใช้จ่ายนะคะ

238
00:25:46,265 --> 00:25:49,604
ของเราเอง เราจะใช้สถิติเข้ามาเกี่ยวข้อง กับชีวิตประจำวันเราอ

239
00:25:49,604 --> 00:25:52,413
ย่างไร ลองนะคะ ทำบันทึก

240
00:25:52,413 --> 00:25:55,508
รายรับ รายจ่ายของตัวเองนะคะ

241
00:25:55,508 --> 00:25:58,459
ของตัวเองว่าตัวเองนี่ 1 วัน

242
00:25:58,459 --> 00:26:00,668
1 วันได้เราใช้เงินทำอะไรได้บ้าง

243
00:26:00,668 --> 00:26:02,521
เราใช้เงินของเราซื้ออะไร

244
00:26:02,521 --> 00:26:06,521
ถ้าเราทำบันทึก

245
00:26:08,326 --> 00:26:10,145
ไว้ทุกวัน ทุกวันนะคะ เราจะรู้ว่าสิ่งที่เราใช้ไปนั้น

246
00:26:10,145 --> 00:26:13,754
มีประโยชน์ไหม

247
00:26:13,754 --> 00:26:17,754
อันไหนที่เราใช้บ่อย ๆ แล้วมันไม่มีประโยชน์

248
00:26:18,055 --> 00:26:22,055
เราก็สามารถที่จะตัดส่วนนั้นออกไปได้

249
00:26:23,678 --> 00:26:27,277
อันนี้ก็คือสิ่งที่เอามาใช้ในชีวิตประจำวันของเรา นอกนั้นประโยชน์

250
00:26:27,277 --> 00:26:31,277
เขาก็มีอีกเยอะแยะมากมายนะคะ สำหรับสถิติ

251
00:26:32,833 --> 00:26:34,823
เพราะฉะนั้น คณิตศาสตร์เป็นสิ่งที่อยู่รอบตัว เรา ที่เราสามารถ

252
00:26:34,823 --> 00:26:36,419
นำไปใช้ได้

253
00:26:36,419 --> 00:26:40,419
บูรณาการได้หมด

254
00:26:42,207 --> 00:26:45,781
ทุกศาสตร์ ทุกสาขาที่เข้ามาเกี่ยวข้องนะคะ บางทีเรียนคณิตศาสตร์

255
00:26:45,781 --> 00:26:49,781
แต่ต้องไปคำนวณในวิชาวิทยาศาสตร์ก็มีนะคะ

256
00:26:50,408 --> 00:26:51,789
ศิลปะบางทีเวลาเราเรียน ม. ปลายคณิตศาสตร์ก็ได้เข้าไป

257
00:26:51,789 --> 00:26:54,869
อยู่ในศิลปะ

258
00:26:54,869 --> 00:26:57,162
เพราะอะไร อย่างเช่น การวาดภาพ

259
00:26:57,162 --> 00:27:01,162
การวาดภาพ

260
00:27:02,156 --> 00:27:06,156
วาดให้เหมือนจริง วาดภาพทางพฤกษศาสตร์ การเหมือนจริง

261
00:27:08,682 --> 00:27:10,243
อันไหนใหญ่เราจะต้องย่อลงมาให้อยู่ในกระดาษ ได้เพราะฉะนั้น มาตราส่วนก็เข้ามามีส่วนสำคัญ

262
00:27:10,243 --> 00:27:13,441
เพราะฉะนั้น คณิตศาสตร์

263
00:27:13,441 --> 00:27:17,441
อยู่รอบตัวเราทุกวิชานะคะ

264
00:27:21,142 --> 00:27:23,901
อันนี้เป็นตัวอย่าง จากการวิเคราะห์นโยบาย

265
00:27:23,901 --> 00:27:27,057
นักเรียนดูนะในด้านของการศึกษา

266
00:27:27,057 --> 00:27:29,208
หลักใหญ่เลย ก็คือรัฐบาล

267
00:27:29,208 --> 00:27:30,388
อ่านดูข้างบนนะคะ

268
00:27:30,388 --> 00:27:34,388
รัฐบาล

269
00:27:34,909 --> 00:27:38,909
ข้อมูลที่จะต้องเก็บมีอะไรบ้าง

270
00:27:40,818 --> 00:27:44,818
อย่าลืมนะ สถิติเกี่ยวข้องกับอะไร วิชาที่ว่าด้วยการเก็บรวบรวมข้อมูลนะคะ

271
00:27:44,979 --> 00:27:48,562
เพราะฉะนั้น ข้อมูลที่เกี่ยวกับการศึกษา มีใครบ้างล่ะ

272
00:27:48,562 --> 00:27:52,562
1. นักเรียนแน่นอน

273
00:27:54,355 --> 00:27:57,129
นักเรียนจะต้องเกี่ยวข้องกับการศึกษาแน่นอน เราจะต้องเก็บข้อมูลของนักเรียนนะคะ

274
00:27:57,129 --> 00:27:58,613
2. บุคลากรทางการศึกษา

275
00:27:58,613 --> 00:27:59,964
คุณครู

276
00:27:59,964 --> 00:28:03,964
เราจะต้องเก็บ

277
00:28:04,679 --> 00:28:08,679
เพราะคุณครูเป็นคนสอน เกี่ยวข้องกับการศึกษาโดยตรงนะคะ

278
00:28:10,116 --> 00:28:11,922
3.  การผลิตหรือว่าพัฒนาคุณครู อันนี้บัณฑิตที่จบใหม่

279
00:28:11,922 --> 00:28:15,922
ราชภัฏ

280
00:28:18,087 --> 00:28:22,069
ในระดับปริญญาตรีนะคะ มหาลัยต่าง ๆ ที่ผลิตคุณครูออกมา

281
00:28:22,069 --> 00:28:23,335
เกี่ยวข้องจะผลิตสาขาอะไรนะคะ

282
00:28:23,335 --> 00:28:26,542
มีความต้องการ

283
00:28:26,542 --> 00:28:28,016
ที่การศึกษาขาดแคลน

284
00:28:28,016 --> 00:28:32,016
มหาลัยต้อง

285
00:28:33,657 --> 00:28:37,655
จะต้องผลิตให้ตรงสายนะคะ มีการพัฒนา คุณครูก็ต้อง

286
00:28:37,655 --> 00:28:41,655
เป็นครูแล้ว จบมาทำงานแล้ว ก็ต้องพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง

287
00:28:42,131 --> 00:28:43,185
อันนี้ก็เกี่ยวข้องกับการศึกษา อันนี้คือเก็บข้อมูลทั้งหมดเลย

288
00:28:43,185 --> 00:28:47,185
นะคะ

289
00:28:49,803 --> 00:28:52,444
ข้อต่อมาสถานศึกษา เกี่ยวไหม การจัดการศึกษาโรงเรียนก็เกี่ยวนะคะ

290
00:28:52,444 --> 00:28:54,887
โรงเรียนก็เกี่ยวสำคัญมาก

291
00:28:54,887 --> 00:28:58,585
แล้วจะวางแผนอ

292
00:28:58,585 --> 00:29:02,585
ย่างไร เราจะมีห้องเรียนกี่ห้องนะคะ มีห้อง

293
00:29:06,212 --> 00:29:08,435
คอมพิวเตอร์ไหม ห้องสมุดไหม ห้องปฏิบัติการต่าง ๆ สถานศึกษาจะต้องมี เพราะฉะนั้น เราจะต้องเก็บ

294
00:29:08,435 --> 00:29:09,259
ข้อมูล มาวิเคราะห์นะคะ

295
00:29:09,259 --> 00:29:11,579
และ

296
00:29:11,579 --> 00:29:14,721
ที่สำคัญ คือ ค่าใช้จ่าย

297
00:29:14,721 --> 00:29:17,932
ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษา

298
00:29:17,932 --> 00:29:21,932
ทั้งหมดนี้ จะถูกนำมา

299
00:29:22,431 --> 00:29:26,431
นำข้อมูลเกี่ยวกับข้อมูลทั้งหมดนะคะ จะถูกนำมาวิเคราะห์

300
00:29:27,410 --> 00:29:28,629
วิเคราะห์โดยใช้อะไร วิเคราะห์โดยใช้สถิติ

301
00:29:28,629 --> 00:29:32,629
อย่างน

302
00:29:35,326 --> 00:29:37,275
ี่ มันเยอะมากเลย ลูก ข้อมูลมันเยอะมาก เพราะฉะนั้น มันจะเข้ามาสู่สถิติเชิงอนุมานนะคะ

303
00:29:37,275 --> 00:29:41,275
เราไม่สามารถที่จะไปเก็บ

304
00:29:42,178 --> 00:29:46,178
มาทั้งหมดได้ ถูกไหม ในประเทศไทยมีนักเรียนกี่คนเยอะมาก

305
00:29:48,618 --> 00:29:51,757
เพราะฉะนั้น เขาก็เลยสุ่มเอาตัวอย่างนะคะ เอาข้อมูลแค่เป็นตัวอย่างมา ใช้ในการ

306
00:29:51,757 --> 00:29:52,719
ทั้งหมดเลยเพราะเป็นภาพใหญ่

307
00:29:52,719 --> 00:29:56,719
นะคะ

308
00:29:57,395 --> 00:29:59,294
โอเคแล้ว หลังจากนั้นเวลาเราวิเคราะห์ข้อมูลเสร็จปุ๊บ

309
00:29:59,294 --> 00:30:03,294
รัฐบาล

310
00:30:05,795 --> 00:30:09,505
รัฐบาลก็จะนำข้อมูลนั้น มากำหนดนโยบายทางการศึกษา

311
00:30:09,505 --> 00:30:12,368
มาวางแผนนะคะ มากระจายโอกาส

312
00:30:12,368 --> 00:30:14,803
เพื่อให้การศึกษาของประเทศไทยน

313
00:30:14,803 --> 00:30:18,803
ี่ พัฒนาแล้วก็มีคุณภาพมากขึ้น

314
00:30:22,611 --> 00:30:25,958
อันนี้เป็นตัวอย่าง ในด้านของการจัดการศึกษานะคะ การเก็บข้อมูล มีข้อมูลจากส่วนไหนบ้าง

315
00:30:25,958 --> 00:30:29,958
วิเคราะห์อย่างไร และนำไปใช้อะไรนะคะ

316
00:30:35,328 --> 00:30:36,720
ในด้านของพยากรณ์บ้าง เมื่อกี้ที่คุยกัน ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วนะ พยากรณ์ที่สำคัญมาก

317
00:30:36,720 --> 00:30:40,720
วันนี้ก็

318
00:30:42,098 --> 00:30:43,019
เป็นหน่วยงานนะคะ กรมอุตุนิยมวิทยา ที่มาดูแลเรื่องการพยากรณ์

319
00:30:43,019 --> 00:30:45,251
นะคะ

320
00:30:45,251 --> 00:30:47,410
เขาเก็บข้อมูลตั้งแต่อดีต

321
00:30:47,410 --> 00:30:49,645
ตั้งแต่อตีดนานมาแล้ว

322
00:30:49,645 --> 00:30:51,507
จนถึงปัจจุบัน

323
00:30:51,507 --> 00:30:53,054
เอาข้อมูลนั้น

324
00:30:53,054 --> 00:30:57,054
มาวิเคราะห์

325
00:30:58,533 --> 00:30:58,970
ฟ้ามาวิเคราะห์แล้วสามารถพยากรณ์ได้เลย ทำนายแล้ว ทำนายได้ตรง

326
00:30:58,970 --> 00:31:00,290

327
00:31:00,290 --> 00:31:04,290
มีไหมคะ

328
00:31:06,219 --> 00:31:09,526
นักเรียน นักเรียนจำได้ไหม มีครั้งไหนที่เขาทำนายไม่ได้ แม้กระทั่ง

329
00:31:09,526 --> 00:31:11,054
ที่สึนามิ แม้กระทั่งเรื่องของแผ่นดินไหว

330
00:31:11,054 --> 00:31:12,909
แม้กระทั่ง

331
00:31:12,909 --> 00:31:16,909
ภูเขาไฟระเบิดนะคะ

332
00:31:17,352 --> 00:31:20,542
ข้อสามารถวิเคราะห์ว่าเขาจะมีการเก็บข้อมูล

333
00:31:20,542 --> 00:31:21,615
เก็บข้อมูลต่าง ๆ มาแล้วก็

334
00:31:21,615 --> 00:31:25,615
เอามา

335
00:31:27,086 --> 00:31:31,086
ทำนาย โดยใช้สถิติ โดยใช้วิธีการวิเคราะห์นะคะ

336
00:31:31,659 --> 00:31:35,659
น่าจะได้ผลออกมานำไปใช้ในการตัดสินใจได้

337
00:31:38,808 --> 00:31:42,808
ในชีวิตประจำวัน ครูปิ๊กบอกแล้วนะ ในด้านของ

338
00:31:43,430 --> 00:31:47,334
นักเรียนเองนะคะ หรือว่าคุณพ่อคุณแม่ในครอบครัวของเรานะคะ

339
00:31:47,334 --> 00:31:50,131
ที่สำคัญก็คืออยากให้บันทึกรายรับ รายจ่าย

340
00:31:50,131 --> 00:31:51,555
เพื่อที่จะนำมาวิเคราะห์พฤติกรรม

341
00:31:51,555 --> 00:31:55,354
ของตัวเอง

342
00:31:55,354 --> 00:31:58,015
พฤติกรรมการใช้จ่ายนะคะ ของตัวเองว่า

343
00:31:58,015 --> 00:32:02,015
ใช้จ่ายมีประโยชน์หรือเปล่า

344
00:32:02,325 --> 00:32:03,719
อันไหนที่มีประโยชน์ เราก็โอเคแล้ว ก็ยังใช้จ่ายได้อยู่

345
00:32:03,719 --> 00:32:07,719
แต่ถ้าอันไหน

346
00:32:09,368 --> 00:32:13,368
มันไม่มีประโยชน์นะคะ เราก็สามารถปรับวิธีการ ใช้จ่ายได้

347
00:32:13,990 --> 00:32:16,809
ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ อันนี้จะเป็นประโยชน์กับนักเรียนเอง

348
00:32:16,809 --> 00:32:18,529
นะคะ จะเป็นประโยชน์กับนักเรียนเอง

349
00:32:18,529 --> 00:32:19,367
โอเคไหม เข้าใจนะ

350
00:32:19,367 --> 00:32:23,367

351
00:32:27,963 --> 00:32:31,963
ทีนี้มาดูแหล่งของข้อมูลทางสถิตินะคะ

352
00:32:33,141 --> 00:32:36,721
แหล่งข้อมูลทางสถิติแบ่งเป็น 2 ข้อด้วยกัน

353
00:32:36,721 --> 00:32:38,825
มาจาก 2 แหล่ง เมื่อกี้การวิเคราะห์นะลูก

354
00:32:38,825 --> 00:32:40,626
เมื่อกี้การวิเคราะห์ ผ่านไปแล้วนะ

355
00:32:40,626 --> 00:32:44,626
การวิเคราะห์แบ่งเป็น

356
00:32:44,854 --> 00:32:48,854
เชิงพรรณนากับเชิงอนุมานนะคะ

357
00:32:50,368 --> 00:32:53,270
เชิงพรรณนาเก็บมาจาก

358
00:32:53,270 --> 00:32:57,270
ข้อมูลทั้งหมด เอามาวิเคราะห์

359
00:32:59,955 --> 00:33:00,855
แต่เชิงอนุมาน เลือกจากกลุ่มตัวอย่าง มาวิเคราะห์ เพื่อที่จะเป็นตัวแทนแล้ว ก็ไม่ตอบ

360
00:33:00,855 --> 00:33:04,855
โจทย์ของ

361
00:33:07,133 --> 00:33:07,913
ที่เราอ้างอิงมานะคะ อันนี้ผ่านไปแล้วนะการวิเคราะห์ ทีนี้เรามาดูแหล่งที่มาของ

362
00:33:07,913 --> 00:33:09,830
ข้อมูล

363
00:33:09,830 --> 00:33:13,813
แล้วจะไปเก็บมาจากไหน

364
00:33:13,813 --> 00:33:16,739
คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องและชื่อของเขาน

365
00:33:16,739 --> 00:33:19,260
่ะ เรียกว่าอย่างไรนะคะ มีอยู่ 2 แหล่งที่เราเก็บ

366
00:33:19,260 --> 00:33:22,328
อย่างแรก ก็คือปฐมภูมิ

367
00:33:22,328 --> 00:33:24,832
ปฐมภูมิ หมายถึง

368
00:33:24,832 --> 00:33:27,835
แหล่งกำเนิดของข้อมูลนะคะ

369
00:33:27,835 --> 00:33:31,835
เก็บรวบรวมข้อมูลโดยตรง

370
00:33:33,268 --> 00:33:35,041
อันนี้ก็คือเรานี่แหละไปถามโดยตรงเลย ไม่ต้องผ่านใครเลย

371
00:33:35,041 --> 00:33:37,573
เป็นข้อมูลที่

372
00:33:37,573 --> 00:33:41,573
เราเก็บเองนะคะ เราเก็บเอง

373
00:33:41,624 --> 00:33:45,170
อย่างเช่น

374
00:33:45,170 --> 00:33:49,170
ครูปิ๊กอยากอยากรู้ว่านักเรียนในห้องนี้

375
00:33:50,977 --> 00:33:54,977
น้ำหนักเท่าไหร่ ส่วนสูงเท่าไหร่เด็ก ๆ มีอยู่แค่

376
00:33:57,087 --> 00:33:59,871
9 คนนะคะ นักเรียนมีทั้งหมด 9 คน ครูปิ๊กสามารถที่จะเก็บข้อมูลได้เลย

377
00:33:59,871 --> 00:34:03,871
สามารถที่จะถามได้เลย แล้วก็

378
00:34:05,270 --> 00:34:09,270
เก็บบันทึกข้อมูลได้เลย อันนี้เขาเรียกว่าแหล่งปฐมภูมินะคะ แหล่งปฐม

379
00:34:09,556 --> 00:34:11,840
ภูมิ เก็บเองได้โดยตรงเลยนะคะ อันที่ 2

380
00:34:11,840 --> 00:34:15,840
แหล่งทุติยภูมิ

381
00:34:17,570 --> 00:34:20,455
ทุติยภูมิ ก็คือข้อมูลที่เราไม่ได้เก็บเองนะคะ มีผู้

382
00:34:20,455 --> 00:34:24,455
ผู้อื่นได้เก็บแล้วนะคะ

383
00:34:25,830 --> 00:34:26,448
ทำข้อมูลเอาไว้แล้ว เราแค่ไปขอ ไปหยิบมาใช้เท่านั้นเอง

384
00:34:26,448 --> 00:34:28,509
นะคะ

385
00:34:28,509 --> 00:34:31,991
เราไม่ได้ทำเอง

386
00:34:31,991 --> 00:34:35,991
โอเคนะ ทีนี้เรามาดูตัวอย่าง

387
00:34:37,931 --> 00:34:41,931
ตัวอย่างตอนนี้นะคะ

388
00:34:43,974 --> 00:34:44,976
ที่ครูปิ๊กบอก ครูปิ๊กถาม ครูปิ๊กถามว่าเด็กอายุเท่าไหร่แต่ละคนทุกคนก็จะตอบ

389
00:34:44,976 --> 00:34:48,785
ปิ๊กมา

390
00:34:48,785 --> 00:34:50,921
ตอบ ตอบตอบมาทั้งหมดก็จะบันทึก

391
00:34:50,921 --> 00:34:52,213
อันนี้ก็คือทุติยภูมิ

392
00:34:52,213 --> 00:34:53,856
เคนะ

393
00:34:53,856 --> 00:34:57,856
ปีนี้

394
00:34:59,469 --> 00:35:01,176
ไม่ใช่เมื่อกี้เป็นปฐมภูมินะคะ ที่ 2 แหล่งทุติยภูมิ

395
00:35:01,176 --> 00:35:05,176
อะไรบ้าง

396
00:35:07,231 --> 00:35:08,938
อย่างเช่น ข้อมูลตัวนี้ เป็นตัวอย่างผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเมื่อ ปี พ.ศ. 2500

397
00:35:08,938 --> 00:35:11,233
เมื่อปีที่แล้ว

398
00:35:11,233 --> 00:35:13,536
ตัวนี้ใครเป็นคนวิเคราะห์

399
00:35:13,536 --> 00:35:16,510
โรงเรียนใช่ไหมคะ

400
00:35:16,510 --> 00:35:19,373
งานวัดผลเขาวิเคราะห์ออกมาแล้ว

401
00:35:19,373 --> 00:35:23,373
เก็บข้อมูลออกมาแล้ว แล้วก็วิเคราะห์ออกมาว่า

402
00:35:24,783 --> 00:35:27,182
อันนี้พัฒนาการของเด็กปฐมวัยของโรงเรียนเราน

403
00:35:27,182 --> 00:35:30,261
ี่ ด้านอะไรด้านร่างกาย

404
00:35:30,261 --> 00:35:34,261
เด็กมีพัฒนาการร้อยละเท่าไหร่

405
00:35:34,422 --> 00:35:36,604
นี่คือข้อมูลที่มันมีแล้วนะ แล้วก็อันนี้ผลสัมฤทธิ์

406
00:35:36,604 --> 00:35:40,604
ของเด็กประถม

407
00:35:42,216 --> 00:35:45,706
วิชาต่าง ๆ อันนี้คือแหล่งทุติยภูมิ และสามารถเอาข้อมูลนี้

408
00:35:45,706 --> 00:35:47,505
ไปใช้ประโยชน์ได้ เราไม่ได้ถามเองนะคะ

409
00:35:47,505 --> 00:35:51,505
เราไม่ได้ถามเอง

410
00:35:56,178 --> 00:35:58,845
การเก็บข้อมูล เก็บได้จากส่วนไหนบ้าง มีอยู่ 4 ส่วนด้วยกัน

411
00:35:58,845 --> 00:36:01,153
วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลนะคะ

412
00:36:01,153 --> 00:36:03,656
1. จากทะเบียนประวัติ

413
00:36:03,656 --> 00:36:05,376
อันนี้แน่นอน

414
00:36:05,376 --> 00:36:09,348
เราไม่ได้

415
00:36:09,348 --> 00:36:13,348
เขาทำไว้อยู่แล้ว เราแค่ไปเอามา เพราะฉะนั้น

416
00:36:14,286 --> 00:36:18,286
เป็นการวิเคราะห์สถิติเชิงพรรณนา หรืออนุมานคะ ข้อแรก

417
00:36:21,068 --> 00:36:24,064
น้องเบนซ์ น้องเบนซ์ตอบให้ครูปิ๊กชื่นใจหน่อย ข้อแร

418
00:36:24,064 --> 00:36:28,064
กนี่ ทะเบียนประวัติเราไม่ได้เก็บเอง

419
00:36:28,447 --> 00:36:30,150
เราไม่ได้เก็บข้อมูลเอง มันจะเป็นเชิงพรรณนาหรือเชิง

420
00:36:30,150 --> 00:36:32,144
อนุมาน

421
00:36:32,144 --> 00:36:36,144
ตะแกรงไหน

422
00:36:37,239 --> 00:36:38,167
2 ประเด็นนะไม่ใช่

423
00:36:38,167 --> 00:36:41,296
เอาใหม่นะคะ

424
00:36:41,296 --> 00:36:43,423
แหล่งที่เก็บข้อมูล

425
00:36:43,423 --> 00:36:45,461
แหล่งที่เก็บข้อมูล

426
00:36:45,461 --> 00:36:47,843
ที่มี 2 แหล่งนะ

427
00:36:47,843 --> 00:36:49,438
ปฐมภูมิกับทุติยภูมิ

428
00:36:49,438 --> 00:36:53,438
ข้อที่ 1

429
00:36:54,364 --> 00:36:58,364
การเก็บข้อมูลจากทะเบียนประวัติอันนี้จะเป็นอันที่ 1 อันที่ 2

430
00:37:06,039 --> 00:37:09,943
ตัวนี้อยู่ในทะเบียนประวัติ

431
00:37:09,943 --> 00:37:12,686
เราไม่ได้ไปเก็บเอง เราไม่ใช่คนถามเอง เพราะฉะนั้น

432
00:37:12,686 --> 00:37:14,365
เพราะฉะนั้น มันจะอยู่ใน

433
00:37:14,365 --> 00:37:17,350
แห

434
00:37:17,350 --> 00:37:20,784
ล่งทุติยภูมิ ก็คือแหล่งที่ 2 นะคะ

435
00:37:20,784 --> 00:37:22,619
ถ้าอยากได้ประวัติของใครสักคน

436
00:37:22,619 --> 00:37:26,619
คนที่เก็บคือ

437
00:37:27,857 --> 00:37:31,857
พวกสำมะโนครัวพวกนี้นะคะ ก็คือทะเบียนราษฎร์อะไรต่าง ๆ แล้วก็ไปขอเขา

438
00:37:33,848 --> 00:37:37,848
ทางราชการ ก็จะไม่ให้กันง่าย ๆ นะคะ เราจะต้องมีระเบียบวิธีที่จะไปขอเขามา

439
00:37:39,574 --> 00:37:41,750
เพื่ออะไร เพราะฉะนั้น แหล่งข้อมูลตัวนี้ก็คือแหล่งที่ 2 นะคะ  แหล่งทุติยภูมิ

440
00:37:41,750 --> 00:37:42,692
ในขณะที่ข้อมูล

441
00:37:42,692 --> 00:37:46,692
ที่ได้จาก

442
00:37:47,640 --> 00:37:49,731
การสำรวจนะคะ การสำรวจอันนี้เราสามารถที่จะไปดูเอง

443
00:37:49,731 --> 00:37:51,437
สำรวจเอง

444
00:37:51,437 --> 00:37:52,665
นะคะ

445
00:37:52,665 --> 00:37:56,665
อย่างเช่น

446
00:37:58,510 --> 00:38:00,492
ในอาคารเรียนของเรา เราอยากรู้ว่าหลอดไฟที่มันเสีย

447
00:38:00,492 --> 00:38:04,110
มีกี่หลอด

448
00:38:04,110 --> 00:38:07,618
เราก็ไปเดินเดิน ๆ แล้วก็สำรวจเอง

449
00:38:07,618 --> 00:38:08,366
สำรวจเองอันนี้แสดงว่าเป็น

450
00:38:08,366 --> 00:38:11,626
แบ่ง

451
00:38:11,626 --> 00:38:13,892
ปฐมภูมิหรือทุติยภูมิ

452
00:38:13,892 --> 00:38:14,974
ที่เราเก็บเอง

453
00:38:14,974 --> 00:38:18,974
ด้วยตัวเอง

454
00:38:23,673 --> 00:38:24,881
เอาใหม่นะ เอาใหม่นะ เดี๋ยวครูปิ๊กจะทวน

455
00:38:24,881 --> 00:38:28,881
นักเรียนดูนะ

456
00:38:34,084 --> 00:38:35,020
เห็นไหมคะ ปฐมภูมิ ปฐมภูมิ ก็คือไปเดินเก็บ

457
00:38:35,020 --> 00:38:39,020

458
00:38:39,393 --> 00:38:42,383
เดินเก็บเองเลย เรานี่แหละไปทำเองไปเก็บเอง

459
00:38:42,383 --> 00:38:46,177
จำนะ ปฐมอันแรก

460
00:38:46,177 --> 00:38:48,106
ปฐมภูมิ เราไปเก็บข้อมูลเองเลยนะคะ

461
00:38:48,106 --> 00:38:51,742
วันที่ 2

462
00:38:51,742 --> 00:38:54,427
มีคนอื่นเก็บไว้แล้วข้อมูลนี้

463
00:38:54,427 --> 00:38:57,687
ปฐมภูมินะคะ

464
00:38:57,687 --> 00:39:00,628
เก็บมาไว้ให้แล้ว แล้วเราไม่ได้ไปเก็บเอง

465
00:39:00,628 --> 00:39:04,628
โอเคนะ

466
00:39:05,029 --> 00:39:09,029
มีแค่ 2 แรงใช่แค่นี้ครูปิ๊กถาม

467
00:39:10,511 --> 00:39:12,105
เมื่อกี้ตอบไปแล้วนะคะ บอกไปแล้วว่าข้อที่ 1 ทะเบียนประวัติ

468
00:39:12,105 --> 00:39:16,105
นี่ เราไม่ได้ไปเก็บเอง

469
00:39:20,052 --> 00:39:21,670
ก็มีคนที่เขาเก็บไว้ให้อยู่แล้วสำมะโนครัวพรุ่งนี้นะคะ ข้อมูลต่าง ๆ แฟ้มประวัติเราเป็นคนเก็บ

470
00:39:21,670 --> 00:39:23,576
อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น

471
00:39:23,576 --> 00:39:24,720
ก็เลยอยู่ใน

472
00:39:24,720 --> 00:39:27,870
แหล่ง

473
00:39:27,870 --> 00:39:28,979
ทุติยภูมินะคะ ข้อแรก

474
00:39:28,979 --> 00:39:32,979
การสำรวจ

475
00:39:33,917 --> 00:39:37,917
สำรวจเดินไปเก็บเอง อย่างเช่น หลอดไฟที่ไปสำรวจอาคาร

476
00:39:38,322 --> 00:39:42,322
หลอดไหนที่มันเสียมีกี่มีกี่หลอดนะคะ มีกี่หลอด

477
00:39:43,764 --> 00:39:44,861
จากการสำรวจเราไปเก็บเอง เพราะฉะนั้น จะอยู่ในข้อไหน

478
00:39:44,861 --> 00:39:45,666
1 หรือ 2

479
00:39:45,666 --> 00:39:47,216
1

480
00:39:47,216 --> 00:39:48,940
OK

481
00:39:48,940 --> 00:39:51,755
เยี่ยมนะคะ ก็คือ 1

482
00:39:51,755 --> 00:39:55,052
งั้นเองการทดลอง

483
00:39:55,052 --> 00:39:59,052
เราทดลองเองเราทำแลป

484
00:39:59,949 --> 00:40:03,949
แล้วทำ อย่างเช่น ที่ลูกทำคิดไบร์ทและเด็กต่อ

485
00:40:05,716 --> 00:40:06,457
สัญญาณป้องกันน้ำท่วมอะไร ของโลกที่สัญญาณที่เด็ก ๆ เขาทำกันน

486
00:40:06,457 --> 00:40:10,457
ะ เด็ก

487
00:40:10,878 --> 00:40:13,735
ทำการทดลองเอง เพราะฉะนั้น ข้อมูลตัวนี้จะอยู่ 1 หรือ 2

488
00:40:13,735 --> 00:40:17,735
ทำเองจะอยู่ 1 หรือ 2

489
00:40:20,308 --> 00:40:23,843
1 นะคะ เราทำเองเพราะฉะนั้น ก็คือข้อที่ 1 นั่นเอง

490
00:40:23,843 --> 00:40:25,132
ข้อที่ 4 สังเกต

491
00:40:25,132 --> 00:40:26,992
การสังเกต

492
00:40:26,992 --> 00:40:28,416
อย่างเช่น

493
00:40:28,416 --> 00:40:30,873
เราไปดู

494
00:40:30,873 --> 00:40:33,610
เราไปสังเกต เราไปนั่งดูแล้ว

495
00:40:33,610 --> 00:40:37,610
ตอนเช้า ๆ

496
00:40:37,851 --> 00:40:40,639
จะมีน้องแอบมาเล่นตรง

497
00:40:40,639 --> 00:40:44,639
ที่มันอันตรายหรือเปล่า หลังจากทานข้าวเสร็จ

498
00:40:45,623 --> 00:40:49,623
การสังเกตเราไปดูเอง เราไปนั่งดูเอง เพราะฉะนั้นอยู่ใน 1 หรือ 2 คะ

499
00:40:53,975 --> 00:40:56,717
1 นะคะ โอเคแสดงว่านักเรียนเข้าใจนะ

500
00:40:56,717 --> 00:41:00,717
เข้าใจทุกคนไหม เข้าใจนะ

501
00:41:02,063 --> 00:41:05,127
เข้าใจนะคะ มีง่ายมากคือเก็บเอง แล้วก็ไปเอาแต่คนอื่นมา

502
00:41:05,127 --> 00:41:07,377
เขาเก็บแล้วเท่านั้นเองนะคะ อันนี้

503
00:41:07,377 --> 00:41:11,377
ชื่อเขาจะเรียกต่างกัน

504
00:41:18,037 --> 00:41:22,037
ทีนี้มาสู่การนำเสนอข้อมูลนะคะ เมื่อกี้การเก็บข้อมูล

505
00:41:22,277 --> 00:41:24,969
อยู่ 4 วิธีนะคะ ที่เก็บข้อมูลเรียบร้อยไปแล้ว

506
00:41:24,969 --> 00:41:25,919
ทีนี้มาสู่การนำเสนอข้อมูล

507
00:41:25,919 --> 00:41:27,751
มีอะไรบ้าง

508
00:41:27,751 --> 00:41:30,601
1 นำเสนอ

509
00:41:30,601 --> 00:41:32,469
ได้ไหม อันนี้ครูปิ๊กทำเป็นตาราง

510
00:41:32,469 --> 00:41:36,469
นักเรียนดู

511
00:41:36,914 --> 00:41:39,461
ดู มันง่ายไหมคะ อันนี้แสดงจำนวนบุคลากร

512
00:41:39,461 --> 00:41:42,370
ของโรงเรียนเรานี่แหละ

513
00:41:42,370 --> 00:41:45,186
ดูง่ายไหมว่ามันมีกี่คน

514
00:41:45,186 --> 00:41:47,223
ครูปิ๊กถามว่าบุคลากรทั้งหมดมีกี่คน

515
00:41:47,223 --> 00:41:48,738
ก็สามารถไปดูตรงช่องไหน

516
00:41:48,738 --> 00:41:52,738
ตอบได้ค่ะ

517
00:41:53,257 --> 00:41:57,257
มีกี่คน บุคลากรทั้งหมดมีกี่คน

518
00:42:02,598 --> 00:42:06,598
ทั้งหมดเลย ไม่ต้องแยกรวม ทั้งหมด ถูกนะคะ รวม 80 คน

519
00:42:06,932 --> 00:42:10,075
ถ้ามันเป็นตารางปุ๊บ โอเค ง่ายมาก

520
00:42:10,075 --> 00:42:13,270
รวมเท่าไหร่ 80 สามารถตอบได้ทันที

521
00:42:13,270 --> 00:42:17,263
ถาม

522
00:42:17,263 --> 00:42:19,369
ผู้บริหารนะคะ ผู้บริหาร

523
00:42:19,369 --> 00:42:23,369
ผอ. มีกี่คน

524
00:42:23,546 --> 00:42:27,546
มีคนเดียว เห็นไหมคะ ตาราง

525
00:42:27,969 --> 00:42:30,008
เวลาเรานำเสนอข้อมูล มันจะทำให้เกิดความชัดเจนขึ้น

526
00:42:30,008 --> 00:42:32,420
ง่ายขึ้นในการ

527
00:42:32,420 --> 00:42:36,420
เอาข้อมูลนั้นมาใช้นะคะ

528
00:42:38,160 --> 00:42:41,006
แบบแรกในการนำเสนอข้อมูลนะ ผ่านนะคะ ต่อไป

529
00:42:41,006 --> 00:42:45,006
เป็นภาพค่ะ

530
00:42:48,115 --> 00:42:52,115
เมื่อกี้เป็นตารา งก็ง่ายแล้ว เป็นภาพง่ายกว่าอีก

531
00:42:53,469 --> 00:42:54,583
ดูแล้วเข้าใจเลย ดูแล้วเข้าใจเลย อาจจะเป็นแผ่นภาพ

532
00:42:54,583 --> 00:42:55,936
นะคะ

533
00:42:55,936 --> 00:42:57,717
เป็นกราฟ

534
00:42:57,717 --> 00:43:00,990
กราฟ

535
00:43:00,990 --> 00:43:03,235
ปลาก็มีหลายอย่างแผนภาพวงกลม

536
00:43:03,235 --> 00:43:05,234
เป็นกราฟแท่ง

537
00:43:05,234 --> 00:43:09,234
กราฟเส้นนะคะ

538
00:43:09,598 --> 00:43:11,705
อันนี้เป็นแผนภาพแผนภูมิวงกลมนะคะ

539
00:43:11,705 --> 00:43:15,705
ออกมาเป็นเปอร์เซ็น

540
00:43:17,487 --> 00:43:19,187
อันไหนที่เยอะเข้าใจเลย ว่าช่วงไหนที่มีปริมาณเยอะ อันไหนที่น้อย

541
00:43:19,187 --> 00:43:22,340
สามารถตอบได้เลย

542
00:43:22,340 --> 00:43:25,364
นี่คือการนำเสนอข้อมูล ซึ่ง

543
00:43:25,364 --> 00:43:26,527
เด็ก ๆ ม. 6 จะต้องได้เรียนทั้งหมดเลย

544
00:43:26,527 --> 00:43:30,527
1. ก็คือ

545
00:43:32,271 --> 00:43:33,733
การ การออกแบบนะคะ ออกแบบเครื่องมือที่จะไปเก็บข้อมูลอันไหนล่ะ

546
00:43:33,733 --> 00:43:37,733
แล้วก็

547
00:43:38,901 --> 00:43:41,432
นำไปสู่การเก็บข้อมูลนะคะ เพราะเราเก็บข้อมูลมาแล้ว เราจะไปสู่

548
00:43:41,432 --> 00:43:44,451
การวิเคราะห์เด็ก ๆ จะวิเคราะห์แล้ว ก็

549
00:43:44,451 --> 00:43:48,451
งานชิ้นสุดท้าย พอวิเคราะห์เสร็จ

550
00:43:52,229 --> 00:43:54,512
เอามาออกแบบจะนำเสนอข้อมูลแบบไหนนะคะ แล้วแต่เด็ก ๆ เลย ว่าจะเป็นตารางหรือเปล่า ข้อมูลมันเหมาะสมไหม

551
00:43:54,512 --> 00:43:57,905
ว่าจะเอามาเป็นแผ่นภาพนะคะ

552
00:43:57,905 --> 00:44:01,001
ลูก ๆ ก็สามารถเอามาทำได้อันนี้ ก็คือ

553
00:44:01,001 --> 00:44:05,001
ได้เรียนรู้แล้วก็ฝึกนำไปใช้นะคะ

554
00:44:05,472 --> 00:44:06,175
วันนี้ข้อมูลครูปิ๊กสอนมีเท่านี้

555
00:44:06,175 --> 00:44:10,175
แต่

556
00:44:11,756 --> 00:44:15,391
นักเรียนจะต้องไปฝึกต่อไปนะคะ ไปฝึกต่อไป ทีละเล็กทีละน้อยนะคะ

557
00:44:15,391 --> 00:44:17,807
มีใคร

558
00:44:17,807 --> 00:44:21,807
สงสัยไหม

559
00:44:22,191 --> 00:44:26,191
ตั้งแต่เรียนมา สำคัญวันนี้เราเรียนเรื่องอะไรบ้าง

560
00:44:27,807 --> 00:44:29,597
1

561
00:44:29,597 --> 00:44:33,597
. เรื่องอะไรคะ

562
00:44:39,414 --> 00:44:43,414
วันนี้เราเรียนเรื่องความหมายนะคะ ของสถิติเลย หัวข้อความหมายของ

563
00:44:43,496 --> 00:44:47,496
สติถิ เป็นหัวข้อใหญ่เลยของวันนี้นะคะ

564
00:44:48,827 --> 00:44:52,827
มันหมายถึงอะไรนะคะ  เด็ก ๆ

565
00:44:56,815 --> 00:44:59,640
บันทึกข้อมูลตัวนี้ลงไป ที่สมุดของตัวเองนะคะ อันนี้สำคัญวันนี้ ให้นักเรียนบันทึกลงไปตอนนี้เลยนะคะ

566
00:44:59,640 --> 00:45:02,971
ความหมายของสถิติหน้านี้

567
00:45:02,971 --> 00:45:06,971
บันทึกลงไปเลยนะคะ ตอนนี้ถูกต้อง

568
01:05:02,637 --> 01:05:05,128
นักเรียนคะ มองครูปิ๊กก่อน

569
01:05:05,128 --> 01:05:09,128
วันนี้หมดเวลาแล้วนะคะ

570
01:05:11,031 --> 01:05:15,031
วันนี้หมดเวลาแล้ว ครูปิ๊กถามหน่อย ว่านักเรียนเข้าใจที่ครูปิ๊กสอนวันนี้ไหม ความหมาย

571
01:05:15,144 --> 01:05:16,387
ของสถิติคืออะไร นักเรียนเข้าใจไหมคะ แล้วก็

572
01:05:16,387 --> 01:05:20,387
การวิเคราะห์

573
01:05:24,803 --> 01:05:26,530
ข้อมูล แบ่งเป็น 2 ส่วน อันนี้ แบ่งเป็นข้อมูลเชิงอนุมาน กับข้อมูลเชิงพรรณนา อันนี้เข้าใจนะคะ

574
01:05:26,530 --> 01:05:29,029
2 อันนะคะ

575
01:05:29,029 --> 01:05:31,534
แล้วก็แหล่งข้อมูล

576
01:05:31,534 --> 01:05:35,534
หาแหล่งข้อมูล ที่เราไปเก็บ

577
01:05:35,840 --> 01:05:39,736
มีอยู่ 4 4 หัวข้อนะคะ อันนี้นักเรียนต้อง

578
01:05:39,736 --> 01:05:41,861
จำแล้ว ก็เดี๋ยวบันทึกอีกทีหนึ่งนาะ

579
01:05:41,861 --> 01:05:43,883
พี่ทวนนิดนึงนะคะ

580
01:05:43,883 --> 01:05:46,914
เข้าใจหมดไหม

581
01:05:46,914 --> 01:05:49,018
หรือว่ามีใครยังสงสัยอยู่ไหมคะ

582
01:05:49,018 --> 01:05:51,587
เข้าใจนะ

583
01:05:51,587 --> 01:05:55,587
ถ้าครูปิ๊กไปออกข้อสอบมาแล้วตอบได้ไหม

584
01:05:57,391 --> 01:06:01,391
ครูปิ๊กก็ตอบมาตอบได้ไหม ให้ตัวอย่างมานะคะ แล้วก็ถามนักเรียนว่า

585
01:06:01,522 --> 01:06:03,319
อันไหนเป็นข้อมูลเชิงสถิติอันไหนเป็นข้อมูลเชิงอนุมาน

586
01:06:03,319 --> 01:06:05,992
นักเรียนตอบได้นะ

587
01:06:05,992 --> 01:06:07,708
หัวข้อจับประเด็นให้ถูกนะคะ

588
01:06:07,708 --> 01:06:11,309
ง่ายมากเลย

589
01:06:11,309 --> 01:06:14,722
วันนี้หมดเวลาแล้วนะคะ เดี๋ยวเราเจอกันอาทิตย์

590
01:06:14,722 --> 01:06:15,855
ต่อไปสัปดาห์หน้านะคะ หัวหน้าเชิญค่ะ

591
01:06:15,855 --> 01:06:19,855
หัวหน้าห้อง

592
01:06:30,315 --> 01:06:34,315
ค่ะ ขอบคุณล่ามนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

