ค่ะ พร้อมแล้วนะคะ ขอบคุณที่พี่นะคะ ที่ทำนักเรียนได้เห็นต่อแล้วนะคะ โอเคนะ เดี๋ยวรอล่ามแป๊บหนึ่งนะคะ โอเคนะคะ พร้อมแล้วนะคะ วันนี้รู้สึกว่า ม. 6 นี้ จะติดปัญหานิด ๆ นะคะ พร้อมแล้ว เริ่มเรามาเริ่มกันเลยนะคะ คุณปิ๊กเล่าไปแล้วนะสัปดาห์ที่แล้ว เราเรียนอะไรกันบ้างสำหรับวันนี้นะคะ สิ่งที่เราจะเรียน ความหมายของสถิตินะคะ สถิติคืออะไร สถิติ ก็หมายถึงวิชาวิชาหนึ่งนะคะ วิชาเกี่ยวกับการรวบรวม พอรวบรวมเสร็จแล้วนะคะ นำมาวิเคราะห์ข้อมูลนะคะ ดูสีแดงนะคะ ที่ครูปิ๊กบอกแล้ว มันหมายถึงวิชาเกี่ยวกับการรวบรวม การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่ออะไรนะคะ เพื่อการหาข้อมูล ข้อสรุปเพื่อการหาข้อสรุป เมื่อเราวิเคราะห์แล้ว เราก็จะหาข้อสรุป จากข้อมูลที่มีอยู่นะคะ เพื่ออธิบายหรือตอบคำถาม สิ่งที่เราสนใจ อันนี้คือความหมายของสถิติ สถิติ หมายถึงวิชาเกี่ยวกับการรวบรวม และการวิเคราะห์ข้อมูลนะคะ เพื่อหาข้อมูล เพื่อหาข้อสรุปจากข้อมูลที่มีอยู่ เพื่ออธิบายนะคะ หรือตอบคำถามสิ่งที่เราสนใจ เมื่อไหร่จะตอบคำถาม เราจะเอาข้อมูลมาจากไหนนะคะ มันอาศัยอยู่ 2 ส่วนด้วยกันนะคะ อาศัยข้อมูลที่เกิดซ้ำ ๆ มาแล้วนะ ข้อมูลที่เกิดซ้ำ ๆ เมื่อไหร่ที่ข้อมูลมันเกิดซ้ำ ๆ เปิดบ่อย ๆ นั่นคือโอกาสความน่าจะเป็น ที่เราจะสามารถทำนายอนาคต ว่าโอมันต้องเป็นแบบนี้แน่ ๆ เลย พอถึงตรงนั้นแล้วนะคะ เราจะเก็บข้อมูลโดยอาศัยข้อมูล ที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ นะคะ แล้วก็การวิเคราะห์ การวิเคราะห์จะแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ ด้วยกันนะคะ ส่วนแรก เป็นการวิเคราะห์ขั้นต้นนะคะ จะบอกลักษณะกว้าง ๆ นะคะ ไม่ ไม่ลงเชิงลึก บอกลักษณะกว้าง เขาเรียกว่า "สถิติเชิงพรรณนา" นะคะ สถิติเชิงพรรณนานี้ เกี่ยวกับการสรุปข้อมูลของแต่ละชุด ที่เราสนใจนะคะ ข้อมูลที่ได้จะด้านการวัดในมันจะออกมา เป็นตัวเลขมันจะออกมาเป็นตัวเลขนะคะ จำเอาไว้ว่า ข้อมูลส่วนแรกก็คือวิเคราะห์แบบตรง ๆ นะคะ เรียกว่า "สถิติเชิงพรรณนา" มันจะออกมาเป็นตัวเลขนะคะ จะออกมาเป็นตัวเลขตัวเลขนั้นมีอะไรบ้าง ดูในช่องสีเหลือง ๆ นะคะ เขาเรียกว่าค่าวัดแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลาง เมื่อเราเอาข้อมูลมาแล้ว ตรงกลางมันคือตรงไหนนะคะ ข้อมูลที่เราเก็บมา อาจจะมีอยู่ 10 คน 10 ที่เราไปถามมา มีอยู่ 10 คน สมมติมีอยู่ 10 คน ตัวไหนที่เป็นตัวแทน ตัวไหนที่เป็นค่ากลางของข้อมูล 10 คนนั้นมันจะออกมาเป็น 3 ค่านะคะ คือค่าเฉลี่ย ค่าเฉลี่ยแล้วก็คือเอาจำนวนทั้งหมดได้ 10 คนนี้มารวมกันนะคะ แล้วก็หารด้วย 10 หารด้วยจำนวนคนอันนี้คือค่าเฉลี่ยนะคะ อันที่ 2 ค่าไหนที่เป็นค่าวัดเข้าสู่ส่วนกลาง ข้อที่สองก็คือระยะฐาน มัธยฐานนะคะ ถ้าสมมติว่ามีข้อมูลอยู่ 10 ข้อมูลด้วยกัน ข้อมูลที่เราเก็บมาอยู่ 10 เราจะเอาข้อมูลนั้นมาเรียงนะคะ มาเรียงลำดับเลย จากน้อยไปหามาก เอามาสลับเอามาเรียงใหม่นะคะ จากน้อยไปหามาก แล้วไปตัด ข้อมูลที่มากที่สุดน้อยที่สุดออก ตัดไปเรื่อย ๆ จนมาอยู่ข้อมูลที่อยู่ตรงกลางนะคะ ข้อมูลไหนที่อยู่ตรงกลาง อันนี้ก็คือ ค่ามัธยฐาน จะบอกว่าข้อมูลชุดนี้ ตัวไหนที่เป็นค่ากลางของข้อมูลชุดนี้ มีค่ามัธยฐานนะคะ ส่วนข้อที่ 3 ตันไหนที่จะวัดได้ ฐานนิยม คำว่า "ฐานนิยม" หมายถึงอะไร ฐานนิยมมีข้อมูลอยู่ 10 ชุดด้วยกัน ไม่ต้องเอามาเลี้ยงใหม่ ไม่ต้องมาเรียนเหมือนข้อที่ 2 แต่เราจะมาดูว่าอันไหนที่พบข้อมูลนั้นบ่อย ๆ พบบ่อยที่สุด พบบ่อยที่สุดนะคะ พบข้อมูลนั้น ซ้ำ ซ้ำ ๆ เราจะเรียกค่าน้ำ เป็นค่ากลางในในส่วนของฐานนิยมนะคะ อันนี้คือส่วนแรก ทีนี้การวัดในส่วนที่ 2 หลังจากวัดค่ากลางแล้วค่าที่ 2 คือค่าการกระจายนะคะ เมื่อเราได้ข้อมูลมาแล้วอันไหนที่เป็นส่วนกลางเราจะมาดูว่า กระจายจากส่วนกลางนี้ไปเยอะมากน้อยแค่ไหนนะคะ มันจะออกมาเวลาเราแสดงผลได้มันจะมีอยู่ 4 ชุดด้วยกัน ที่เราจะได้เรียนนะคะ ส่วนแบ่งเบนมาตรฐาน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานที่มันจับคู่กันกับค่าเฉลี่ย ข้างบนนะคะ มันจะจับคู่กันนะ งแล้วอีกอันหนึ่งก็คือ พิสัย พิสัยมันจะจับคู่กับข้อ 2 ข้างบนนะคะ จับคู่กับมัธยฐาน ฐานนิยม ส่วนมากเขาจะใช้กันกับการแจกแจงความถี่ เพื่อที่จะหาค่าที่จ่ายไปเท่าไหร่นะคะ อันนี้ส่วนการวัด การนำข้อมูลนะคะ นำเสนอข้อมูลโดยภาพแผนภาพ แผนภูมิ หรือกราฟนั้น จะบ่งบอกการกระจายของข้อมูลออกจากส่วนกลางได้เหมือนกันนะคะ อันนี้นะคะ การวิเคราะห์ส่วนแรก ก็คือเป็นเชิงพรรณนา เป็นของข้อมูลชุดนั้น มีอยู่ 10 ก็เอามา เอามาหมดเลย 10 10 ข้อมูลชุดนั้นนะคะ ต้องเก็บข้อมูลให้หมดนะ ทีนี้ส่วนที่ 2 คืออะไร ส่วนที่สองคือวิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บรวบรวมข้อมูลจากตัวอย่าง ต่างกันนะคะ ต่างกันนะ อันนี่มันจะเก็บจากตัวอย่างนักเรียนดูนะคะ คำของเขาก็คือสถิติเชิงอนุมานสถิติ งเชิงอนุมานนะคะ ตัวนี้คือ ในภาพมีคนข้อมูลทั้งหมด คนเยอะมาก มี มีคนเป็นร้อยเป็นพันนะคะ มีคนเป็นร้อยเป็นพัน โอ้โห ถ้าเราจะเก็บข้อมูล เก็บข้อมูลมาทั้งหมดเลยเป็นไปไม่ได้นะคะ คนเยอะมาก กว่าจะใช้เวลาเก็บ เสียเวลาอีก ใช้เวลานานมากนะคะ แล้วก็ใช้งบประมาณ เยอะนะคะ กว่าเราจะไปสอบถาม ไปเก็บข้อมูลนี่ มันไม่ได้แล้ว เขาก็เลยเลือกนะคะ เลือกกลุ่มตัวอย่าง ที่มาจากข้อมูลทั้งหมด ข้อมูลของคนทั้งหมดนี่เลือกมากลุ่มหนึ่งเขาเรียกว่ากลุ่มตัวอย่างนะคะ จากทั้งหมดหรือเลือกออกมาเป็นกลุ่มตัวอย่าง เพื่อที่จะเอามาหาข้อมูลเหมือนกับข้อแรกเป็นตัวแทนเหมือนกับข้อแรกก็คือหาค่าเฉลี่ยหาค่า อะไรที่อยู่ข้อแรกนะคะ หาให้หมดเลย อ๋อ ที่เราแสดงมาแต่ว่ามันจะเป็นตัวแทนของประชากรนะคะ แล้วตัวแทนตัวนี้มันจะต้องเลือกตัวแทนอย่างไรล่ะ อันนี้ก็เป็นคำถามนะคะ เราจะเลือกหรือตัวแทนของข้อมูลทั้งหมดมาอย่างไร มันจะต้องมีวิธีการเลือกเพื่อที่จะได้ข้อมูลนะคะ ที่น่าเชื่อถือ อย่างเช่น ถ้าเราจะไปสอบถามความชอบของนักเรียน ในการรับประทานอาหารนะคะ เมนูอาหารของโรงเรียนโสตอุดรนี่ นักเรียนชอบเมนูไหนนะคะ นักเรียนชอบเมนูไหน ระหว่าง ไก่ย่างส้มตำ กับก๋วยเตี๋ยว มี 2 เมนูนะคะ นักเรียนเรามีตั้งแต่อนุบาลจนถึง ม. 6 ถูกไหมคะ เด็ก ๆ น่ะมีเยอะ มีคละก็เลยตั้งแต่อนุบาลถึง ม. 6 เพราะฉะนั้น การเลือกตัวแทนของนักเรียน นักเรียนจะเอามาเฉพาะเด็ก ม. 6 มา เฉพาะมัธยมมาได้ไหม ไม่ได้นะคะ ไม่ได้ เพราะอะไร เพราะว่าพี่มัธยมนเนี่ยอาจจะชอบไม่เหมือนกันกับน้อง ๆ เพราะฉะนั้น เวลาเราจะหยิบตัวอย่างนะคะ ตัวอย่างออกมา เราจะต้องพลัดตั้งแต่เป็นช่วงระดับนะเอาน้องอนุบาลมานะคะ เอาน้องประถมมาเอาน้องมต้นมาแล้วก็ พี่มอปลายมาจำนวนเท่าไหร่เอามาเท่า ๆ กันนะคะ เพื่อที่จะเป็นตัวแทนของนักเรียนทั้งหมดนะคะ ที่นี้เราก็จะรู้แล้วว่า โอ้เด็กอนุบาลส่วนใหญ่ ถูกเลือกมาแล้วประถมถูกเลือกมาแล้ว ม. ต้นถูกเลือกมา แล้วม.ปลายทุกเรื่องมาแล้วอันนี้ก็คือคนที่สามารถตอบคำถามว่าคุณชอบส้มตำไก่ทอด หรือว่าคุณจะชอบก๋วยเตี๋ยว พอเราได้ข้อมูลมาที่เราไปถามนี่ มันเสาร์ 5ตอบโจทย์แปลว่าคนส่วนมากคนทั้งหมดชอบอะไรนะคะ คุณครูหรือว่าฝ่ายโภชนาการจัดเลี้ยง ก็จะสามารถที่จะอาหารเมนูนี้ให้นักเรียนได้ ไงคะ ต่างกันนะ ข้อมูลชุดแรกในการวิเคราะห์จะเอา เอาหมดเลยนะคะ ไม่อ้างอิง ไม่ต้องอ้างอิงประมาณที่ 2 เชิงอนุมาน และจะมีการสุ่มตัวอย่างออกมาจากประชาก่อนทั้งหมดนะคะ เก็บมาจากตัวอย่าง เพื่อที่จะไปอ้างอิงผลให้ข้อมูลทั้งหมดนะคะ วิธีการในการเลือกตัวแทนนะคะ กำหนดการทดลอง เราจะทดลองอย่างไร วิธีอันนี้จะต้องชัดเจนนะคะ เดี๋ยวเราจะได้เรียนในช่วงต่อไปนะคะ ในการเก็บข้อมูล ก็บอกมาแล้ว ทำไมเราถึงจะต้องใช้สถิติเชิงอนุมาน ทำไมเราจะ ทำไมเราไม่ทำสถิติเชิงพรรณนา เพราะหนึ่งเลย คนเยอะเสียเวลา ใช้เวลานานมาก 2. เกี่ยวกับงบประมาณด้วย หรืออาจจะมีเหตุผลอีกเยอะแยะมากมายนะคะ ที่เข้ามามันไม่สะดวก ไม่สะดวกในการเก็บข้อมูล บางทีข้อมูล อาจจะเป็นช่วงเวลานะคะ ช่วงเวลามาเกี่ยวข้อง มันก็จะทำให้เกิดความยุ่งยากในการเก็บข้อมูลเหตุผลนี้ ถึงทำให้เราใช้สถิติเชิงอนุมานเข้ามาช่วยนะคะ มีอยู่ 2 แบบด้วยกันนะ มีใครสงสัยไหมคะ เข้าใจไหม เข้าใจแล้วนะ อันนี้คือสถิตินะคะ ที่นี้ประโยชน์ของสถิติ เยอะมากเลยนะคะ ดูประโยชน์ของเขา จากที่ครูปิ๊กพูดมาประโยชน์เกี่ยวกับการศึกษาถูกนำมาใช้เยอะมาก ถูกนำมาใช้เยอะมากกว่าการศึกษา เรานำข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในด้านของงบประมาณ ด้านของการจัดการเรียนการสอนในด้านของการผลิต คุณครู ในด้าน เห็นไหมคะ นักเรียนโครงการเรียนฟรี 15 ปี ที่รัฐบาลเอามาให้เราช่วยในค่า ค่าเครื่องแต่งกาย ค่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็จะต้องเก็บข้อมูลกว่าเขาจะบอก แปลว่าอนุบาลต้องใช้เงินเท่านี้ ให้เด็กอนุบาลประถมให้ใช้เงินเท่านี้ มัธยมให้ใช้เงินเท่านี้ ทำไมเขาถึงใช้เงินไม่เท่ากัน เพราะมันเกิดจากการเก็บข้อมูล ว่า ถ้าโตหน่อยนะ กิจกรรมมันเยอะแล้ววิชานี่มันจะเข้มข้นขึ้นนะ เพราะฉะนั้น รัฐบาลก็เลยจ่ายเงินให้มากกว่าในระดับ น้อง ๆ นี่ก็เป็นเหตุผลทุกสิ่งทุกอย่าง มันจะเกิดร้อยนัดกันไปหมดเลยนะคะ เมื่อไหร่ที่รอใช้สถิติสิ่งที่เข้ามาเกี่ยวข้องมีอะไรบ้าง อะไรที่จะนำมาวิเคราะห์นะคะ วิเคราะห์อย่างไรนะ นอกจากการศึกษาแล้วประโยชน์อีกอันหนึ่งของเขาคืออะไร ในด้านของการเกษตร เห็นไหมคะ แล้วท้ายเอาไปทำอะไรสถิติ เอาไปช่วยในด้านเกษตรอย่างไร พ่อแม่ที่เป็นชาวนาใช่ไหม รู้เลยว่า ขายข้าวกี่ตันได้เงินเท่าไหร่ แล้วเราจะซื้อปุ๋ยอย่างไร ปุ๋ยราคาเท่าไหร่นะคะ อันนี้ก็เป็นการเก็บข้อมูล เพื่อที่จะดูว่าช่วงไหนที่เราจะต้องปลูก ช่วงไหนที่เราจะใช้เงินเยอะ มันก็จะถูกนำมาวางแผน ได้พัฒนานะคะ ในด้านของการผลิต ก็เหมือนกันนะคะ ประโยชน์ในด้านการผลิต เวลาเราจะผลิตบริษัทรถยนต์ ผลิตรถยนต์ออกมา จะต้องเก็บข้อมูล ว่ารถรุ่นนี้ รถรุ่นนี้ มีใครบ้างที่ใช่ กลุ่มไหนที่ใช้เราจะผลิตได้อีกคัน ถึงจะพอดีไม่ใช่ว่า ผลิตออกมาปีก่อน ๆ รถรุ่นนี้แหละ ผลิตออกมาแล้วเหลือเต็มเลยขายไม่ได้ นะคะ อันนี้ก็ไม่ใช่ ถูกนำมาใช้ประโยชน์เยอะมากเลยนะคะ สถิติ อันต่อมา เอามาควบคุมคุณภาพ จะต้องมีเกณฑ์ จำได้ไหมคะ สถานการณ์ที่ครูปิ๊กเล่ามา เมื่ออาทิตย์ที่แล้วการควบคุมคุณภาพของสินค้าต่าง ๆ ถูกนำสถิติเข้ามาใช้ ในด้านของผู้บริโภคก็เหมือนกัน ผู้บริโภค ก็คือเราที่เราไปซื้อของ ต่าง ๆ นะคะ ตอนนี้เวลาเราจะไปซื้อของ เราต้องดูก่อนใช่ไหมคะ ว่าเปรียบเทียบ ร้านไหน ร้านไหนที่ราคาถูก คุณภาพดี เราก็ไปซื้อนะ นี่คือการประโยชน์ของสถิติ และการพยากรณ์ก็เหมือนกับในเรื่องของฝนนะคะ พยากรณ์ ภูมิอากาศนะคะ ว่าเป็นอย่างไร แล้วก็ชีวิตประจำวันของเรา ชีวิตประจำวันของเรานี้สำคัญนะคะ ไม่ต้องไปเกี่ยวกับใคร ฝากให้นักเรียนนำมาใช้ในชีวิตประจำวันของเรา สิ่งสำคัญ ก็คือการใช้จ่ายนะคะ ของเราเอง เราจะใช้สถิติเข้ามาเกี่ยวข้อง กับชีวิตประจำวันเราอย่างไร ลองนะคะ ทำบันทึกรายรับ รายจ่ายของตัวเองนะคะ ของตัวเองว่าตัวเองนี่ 1 วัน 1 วันได้เราใช้เงินทำอะไรได้บ้าง เราใช้เงินของเราซื้ออะไร ถ้าเราทำบันทึกไว้ทุกวัน ทุกวันนะคะ เราจะรู้ว่าสิ่งที่เราใช้ไปนั้น มีประโยชน์ไหม อันไหนที่เราใช้บ่อย ๆ แล้วมันไม่มีประโยชน์ เราก็สามารถที่จะตัดส่วนนั้นออกไปได้ อันนี้ก็คือสิ่งที่เอามาใช้ในชีวิตประจำวันของเรา นอกนั้นประโยชน์เขาก็มีอีกเยอะแยะมากมายนะคะ สำหรับสถิติ เพราะฉะนั้น คณิตศาสตร์เป็นสิ่งที่อยู่รอบตัว เรา ที่เราสามารถนำไปใช้ได้ บูรณาการได้หมด ทุกศาสตร์ ทุกสาขาที่เข้ามาเกี่ยวข้องนะคะ บางทีเรียนคณิตศาสตร์ แต่ต้องไปคำนวณในวิชาวิทยาศาสตร์ก็มีนะคะ ศิลปะบางทีเวลาเราเรียน ม. ปลายคณิตศาสตร์ก็ได้เข้าไป อยู่ในศิลปะ เพราะอะไร อย่างเช่น การวาดภาพ การวาดภาพ วาดให้เหมือนจริง วาดภาพทางพฤกษศาสตร์ การเหมือนจริง อันไหนใหญ่เราจะต้องย่อลงมาให้อยู่ในกระดาษ ได้เพราะฉะนั้น มาตราส่วนก็เข้ามามีส่วนสำคัญ เพราะฉะนั้น คณิตศาสตร์อยู่รอบตัวเราทุกวิชานะคะ อันนี้เป็นตัวอย่าง จากการวิเคราะห์นโยบาย นักเรียนดูนะในด้านของการศึกษา หลักใหญ่เลย ก็คือรัฐบาล อ่านดูข้างบนนะคะ รัฐบาล ข้อมูลที่จะต้องเก็บมีอะไรบ้าง อย่าลืมนะ สถิติเกี่ยวข้องกับอะไร วิชาที่ว่าด้วยการเก็บรวบรวมข้อมูลนะคะ เพราะฉะนั้น ข้อมูลที่เกี่ยวกับการศึกษา มีใครบ้างล่ะ 1. นักเรียนแน่นอน นักเรียนจะต้องเกี่ยวข้องกับการศึกษาแน่นอน เราจะต้องเก็บข้อมูลของนักเรียนนะคะ 2. บุคลากรทางการศึกษา คุณครู เราจะต้องเก็บ เพราะคุณครูเป็นคนสอน เกี่ยวข้องกับการศึกษาโดยตรงนะคะ 3. การผลิตหรือว่าพัฒนาคุณครู อันนี้บัณฑิตที่จบใหม่ ราชภัฏในระดับปริญญาตรีนะคะ มหาลัยต่าง ๆ ที่ผลิตคุณครูออกมา เกี่ยวข้องจะผลิตสาขาอะไรนะคะ มีความต้องการที่การศึกษาขาดแคลน มหาลัยต้อง จะต้องผลิตให้ตรงสายนะคะ มีการพัฒนา คุณครูก็ต้องเป็นครูแล้ว จบมาทำงานแล้ว ก็ต้องพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง อันนี้ก็เกี่ยวข้องกับการศึกษา อันนี้คือเก็บข้อมูลทั้งหมดเลยนะคะ ข้อต่อมาสถานศึกษา เกี่ยวไหม การจัดการศึกษาโรงเรียนก็เกี่ยวนะคะ โรงเรียนก็เกี่ยวสำคัญมาก แล้วจะวางแผนอย่างไร เราจะมีห้องเรียนกี่ห้องนะคะ มีห้องคอมพิวเตอร์ไหม ห้องสมุดไหม ห้องปฏิบัติการต่าง ๆ สถานศึกษาจะต้องมี เพราะฉะนั้น เราจะต้องเก็บข้อมูล มาวิเคราะห์นะคะ และที่สำคัญ คือ ค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษาทั้งหมดนี้ จะถูกนำมานำข้อมูลเกี่ยวกับข้อมูลทั้งหมดนะคะ จะถูกนำมาวิเคราะห์ วิเคราะห์โดยใช้อะไร วิเคราะห์โดยใช้สถิติอย่างนี่ มันเยอะมากเลย ลูก ข้อมูลมันเยอะมาก เพราะฉะนั้น มันจะเข้ามาสู่สถิติเชิงอนุมานนะคะ เราไม่สามารถที่จะไปเก็บมาทั้งหมดได้ ถูกไหม ในประเทศไทยมีนักเรียนกี่คนเยอะมาก เพราะฉะนั้น เขาก็เลยสุ่มเอาตัวอย่างนะคะ เอาข้อมูลแค่เป็นตัวอย่างมา ใช้ในการทั้งหมดเลยเพราะเป็นภาพใหญ่นะคะ โอเคแล้ว หลังจากนั้นเวลาเราวิเคราะห์ข้อมูลเสร็จปุ๊บ รัฐบาล รัฐบาลก็จะนำข้อมูลนั้น มากำหนดนโยบายทางการศึกษา มาวางแผนนะคะ มากระจายโอกาส เพื่อให้การศึกษาของประเทศไทยนี่ พัฒนาแล้วก็มีคุณภาพมากขึ้น อันนี้เป็นตัวอย่าง ในด้านของการจัดการศึกษานะคะ การเก็บข้อมูล มีข้อมูลจากส่วนไหนบ้าง วิเคราะห์อย่างไร และนำไปใช้อะไรนะคะ ในด้านของพยากรณ์บ้าง เมื่อกี้ที่คุยกัน ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วนะ พยากรณ์ที่สำคัญมาก วันนี้ก็เป็นหน่วยงานนะคะ กรมอุตุนิยมวิทยา ที่มาดูแลเรื่องการพยากรณ์นะคะ เขาเก็บข้อมูลตั้งแต่อดีต ตั้งแต่อตีดนานมาแล้ว จนถึงปัจจุบัน เอาข้อมูลนั้นมาวิเคราะห์ ฟ้ามาวิเคราะห์แล้วสามารถพยากรณ์ได้เลย ทำนายแล้ว ทำนายได้ตรง มีไหมคะ นักเรียน นักเรียนจำได้ไหม มีครั้งไหนที่เขาทำนายไม่ได้ แม้กระทั่งที่สึนามิ แม้กระทั่งเรื่องของแผ่นดินไหว แม้กระทั่งภูเขาไฟระเบิดนะคะ ข้อสามารถวิเคราะห์ว่าเขาจะมีการเก็บข้อมูล เก็บข้อมูลต่าง ๆ มาแล้วก็เอามาทำนาย โดยใช้สถิติ โดยใช้วิธีการวิเคราะห์นะคะ น่าจะได้ผลออกมานำไปใช้ในการตัดสินใจได้ ในชีวิตประจำวัน ครูปิ๊กบอกแล้วนะ ในด้านของนักเรียนเองนะคะ หรือว่าคุณพ่อคุณแม่ในครอบครัวของเรานะคะ ที่สำคัญก็คืออยากให้บันทึกรายรับ รายจ่าย เพื่อที่จะนำมาวิเคราะห์พฤติกรรมของตัวเอง พฤติกรรมการใช้จ่ายนะคะ ของตัวเองว่าใช้จ่ายมีประโยชน์หรือเปล่า อันไหนที่มีประโยชน์ เราก็โอเคแล้ว ก็ยังใช้จ่ายได้อยู่ แต่ถ้าอันไหนมันไม่มีประโยชน์นะคะ เราก็สามารถปรับวิธีการ ใช้จ่ายได้ ควบคุมค่าใช้จ่ายได้ อันนี้จะเป็นประโยชน์กับนักเรียนเองนะคะ จะเป็นประโยชน์กับนักเรียนเอง โอเคไหม เข้าใจนะ ทีนี้มาดูแหล่งของข้อมูลทางสถิตินะคะ แหล่งข้อมูลทางสถิติแบ่งเป็น 2 ข้อด้วยกัน มาจาก 2 แหล่ง เมื่อกี้การวิเคราะห์นะลูก เมื่อกี้การวิเคราะห์ ผ่านไปแล้วนะ การวิเคราะห์แบ่งเป็น เชิงพรรณนากับเชิงอนุมานนะคะ เชิงพรรณนาเก็บมาจากข้อมูลทั้งหมด เอามาวิเคราะห์ แต่เชิงอนุมาน เลือกจากกลุ่มตัวอย่าง มาวิเคราะห์ เพื่อที่จะเป็นตัวแทนแล้ว ก็ไม่ตอบโจทย์ของที่เราอ้างอิงมานะคะ อันนี้ผ่านไปแล้วนะการวิเคราะห์ ทีนี้เรามาดูแหล่งที่มาของข้อมูล แล้วจะไปเก็บมาจากไหน คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องและชื่อของเขาน่ะ เรียกว่าอย่างไรนะคะ มีอยู่ 2 แหล่งที่เราเก็บ อย่างแรก ก็คือปฐมภูมิ ปฐมภูมิ หมายถึง แหล่งกำเนิดของข้อมูลนะคะ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยตรง อันนี้ก็คือเรานี่แหละไปถามโดยตรงเลย ไม่ต้องผ่านใครเลย เป็นข้อมูลที่เราเก็บเองนะคะ เราเก็บเอง อย่างเช่น ครูปิ๊กอยากอยากรู้ว่านักเรียนในห้องนี้น้ำหนักเท่าไหร่ ส่วนสูงเท่าไหร่เด็ก ๆ มีอยู่แค่ 9 คนนะคะ นักเรียนมีทั้งหมด 9 คน ครูปิ๊กสามารถที่จะเก็บข้อมูลได้เลย สามารถที่จะถามได้เลย แล้วก็เก็บบันทึกข้อมูลได้เลย อันนี้เขาเรียกว่าแหล่งปฐมภูมินะคะ แหล่งปฐมภูมิ เก็บเองได้โดยตรงเลยนะคะ อันที่ 2 แหล่งทุติยภูมิ ทุติยภูมิ ก็คือข้อมูลที่เราไม่ได้เก็บเองนะคะ มีผู้ ผู้อื่นได้เก็บแล้วนะคะ ทำข้อมูลเอาไว้แล้ว เราแค่ไปขอ ไปหยิบมาใช้เท่านั้นเองนะคะ เราไม่ได้ทำเอง โอเคนะ ทีนี้เรามาดูตัวอย่าง ตัวอย่างตอนนี้นะคะ ที่ครูปิ๊กบอก ครูปิ๊กถาม ครูปิ๊กถามว่าเด็กอายุเท่าไหร่แต่ละคนทุกคนก็จะตอบปิ๊กมา ตอบ ตอบตอบมาทั้งหมดก็จะบันทึกอันนี้ก็คือทุติยภูมิเคนะปีนี้ไม่ใช่เมื่อกี้เป็นปฐมภูมินะคะ ที่ 2 แหล่งทุติยภูมิอะไรบ้าง อย่างเช่น ข้อมูลตัวนี้ เป็นตัวอย่างผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเมื่อ ปี พ.ศ. 2500 เมื่อปีที่แล้ว ตัวนี้ใครเป็นคนวิเคราะห์โรงเรียนใช่ไหมคะ งานวัดผลเขาวิเคราะห์ออกมาแล้ว เก็บข้อมูลออกมาแล้ว แล้วก็วิเคราะห์ออกมาว่า อันนี้พัฒนาการของเด็กปฐมวัยของโรงเรียนเรานี่ ด้านอะไรด้านร่างกาย เด็กมีพัฒนาการร้อยละเท่าไหร่ นี่คือข้อมูลที่มันมีแล้วนะ แล้วก็อันนี้ผลสัมฤทธิ์ของเด็กประถมวิชาต่าง ๆ อันนี้คือแหล่งทุติยภูมิ และสามารถเอาข้อมูลนี้ ไปใช้ประโยชน์ได้ เราไม่ได้ถามเองนะคะ เราไม่ได้ถามเอง การเก็บข้อมูล เก็บได้จากส่วนไหนบ้าง มีอยู่ 4 ส่วนด้วยกัน วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลนะคะ 1. จากทะเบียนประวัติ อันนี้แน่นอน เราไม่ได้ เขาทำไว้อยู่แล้ว เราแค่ไปเอามา เพราะฉะนั้น เป็นการวิเคราะห์สถิติเชิงพรรณนา หรืออนุมานคะ ข้อแรก น้องเบนซ์ น้องเบนซ์ตอบให้ครูปิ๊กชื่นใจหน่อย ข้อแรกนี่ ทะเบียนประวัติเราไม่ได้เก็บเอง เราไม่ได้เก็บข้อมูลเอง มันจะเป็นเชิงพรรณนาหรือเชิงอนุมาน ตะแกรงไหน 2 ประเด็นนะไม่ใช่ เอาใหม่นะคะ แหล่งที่เก็บข้อมูล แหล่งที่เก็บข้อมูลที่มี 2 แหล่งนะ ปฐมภูมิกับทุติยภูมิ ข้อที่ 1 การเก็บข้อมูลจากทะเบียนประวัติอันนี้จะเป็นอันที่ 1 อันที่ 2 ตัวนี้อยู่ในทะเบียนประวัติ เราไม่ได้ไปเก็บเอง เราไม่ใช่คนถามเอง เพราะฉะนั้น เพราะฉะนั้น มันจะอยู่ใน แหล่งทุติยภูมิ ก็คือแหล่งที่ 2 นะคะ ถ้าอยากได้ประวัติของใครสักคน คนที่เก็บคือ พวกสำมะโนครัวพวกนี้นะคะ ก็คือทะเบียนราษฎร์อะไรต่าง ๆ แล้วก็ไปขอเขาทางราชการ ก็จะไม่ให้กันง่าย ๆ นะคะ เราจะต้องมีระเบียบวิธีที่จะไปขอเขามา เพื่ออะไร เพราะฉะนั้น แหล่งข้อมูลตัวนี้ก็คือแหล่งที่ 2 นะคะ แหล่งทุติยภูมิ ในขณะที่ข้อมูล ที่ได้จากการสำรวจนะคะ การสำรวจอันนี้เราสามารถที่จะไปดูเอง สำรวจเองนะคะ อย่างเช่น ในอาคารเรียนของเรา เราอยากรู้ว่าหลอดไฟที่มันเสีย มีกี่หลอด เราก็ไปเดินเดิน ๆ แล้วก็สำรวจเอง สำรวจเองอันนี้แสดงว่าเป็นแบ่ง ปฐมภูมิหรือทุติยภูมิ ที่เราเก็บเอง ด้วยตัวเอง เอาใหม่นะ เอาใหม่นะ เดี๋ยวครูปิ๊กจะทวน นักเรียนดูนะ เห็นไหมคะ ปฐมภูมิ ปฐมภูมิ ก็คือไปเดินเก็บ เดินเก็บเองเลย เรานี่แหละไปทำเองไปเก็บเอง จำนะ ปฐมอันแรก ปฐมภูมิ เราไปเก็บข้อมูลเองเลยนะคะ วันที่ 2 มีคนอื่นเก็บไว้แล้วข้อมูลนี้ ปฐมภูมินะคะ เก็บมาไว้ให้แล้ว แล้วเราไม่ได้ไปเก็บเอง โอเคนะ มีแค่ 2 แรงใช่แค่นี้ครูปิ๊กถามเมื่อกี้ตอบไปแล้วนะคะ บอกไปแล้วว่าข้อที่ 1 ทะเบียนประวัตินี่ เราไม่ได้ไปเก็บเองก็มีคนที่เขาเก็บไว้ให้อยู่แล้วสำมะโนครัวพรุ่งนี้นะคะ ข้อมูลต่าง ๆ แฟ้มประวัติเราเป็นคนเก็บอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ก็เลยอยู่ในแหล่งทุติยภูมินะคะ ข้อแรกการสำรวจ สำรวจเดินไปเก็บเอง อย่างเช่น หลอดไฟที่ไปสำรวจอาคาร หลอดไหนที่มันเสียมีกี่มีกี่หลอดนะคะ มีกี่หลอดจากการสำรวจเราไปเก็บเอง เพราะฉะนั้น จะอยู่ในข้อไหน 1 หรือ 2 1OKเยี่ยมนะคะ ก็คือ 1งั้นเองการทดลองเราทดลองเองเราทำแลป แล้วทำ อย่างเช่น ที่ลูกทำคิดไบร์ทและเด็กต่อสัญญาณป้องกันน้ำท่วมอะไร ของโลกที่สัญญาณที่เด็ก ๆ เขาทำกันนะ เด็กทำการทดลองเอง เพราะฉะนั้น ข้อมูลตัวนี้จะอยู่ 1 หรือ 2 ทำเองจะอยู่ 1 หรือ 2 1 นะคะ เราทำเองเพราะฉะนั้น ก็คือข้อที่ 1 นั่นเอง ข้อที่ 4 สังเกต การสังเกต อย่างเช่น เราไปดู เราไปสังเกต เราไปนั่งดูแล้วตอนเช้า ๆ จะมีน้องแอบมาเล่นตรง ที่มันอันตรายหรือเปล่า หลังจากทานข้าวเสร็จ การสังเกตเราไปดูเอง เราไปนั่งดูเอง เพราะฉะนั้นอยู่ใน 1 หรือ 2 คะ 1 นะคะ โอเคแสดงว่านักเรียนเข้าใจนะ เข้าใจทุกคนไหม เข้าใจนะ เข้าใจนะคะ มีง่ายมากคือเก็บเอง แล้วก็ไปเอาแต่คนอื่นมา เขาเก็บแล้วเท่านั้นเองนะคะ อันนี้ชื่อเขาจะเรียกต่างกัน ทีนี้มาสู่การนำเสนอข้อมูลนะคะ เมื่อกี้การเก็บข้อมูลอยู่ 4 วิธีนะคะ ที่เก็บข้อมูลเรียบร้อยไปแล้ว ทีนี้มาสู่การนำเสนอข้อมูลมีอะไรบ้าง 1 นำเสนอได้ไหม อันนี้ครูปิ๊กทำเป็นตาราง นักเรียนดู ดู มันง่ายไหมคะ อันนี้แสดงจำนวนบุคลากรของโรงเรียนเรานี่แหละ ดูง่ายไหมว่ามันมีกี่คน ครูปิ๊กถามว่าบุคลากรทั้งหมดมีกี่คน ก็สามารถไปดูตรงช่องไหน ตอบได้ค่ะ มีกี่คน บุคลากรทั้งหมดมีกี่คน ทั้งหมดเลย ไม่ต้องแยกรวม ทั้งหมด ถูกนะคะ รวม 80 คน ถ้ามันเป็นตารางปุ๊บ โอเค ง่ายมาก รวมเท่าไหร่ 80 สามารถตอบได้ทันที ถามผู้บริหารนะคะ ผู้บริหาร ผอ. มีกี่คน มีคนเดียว เห็นไหมคะ ตาราง เวลาเรานำเสนอข้อมูล มันจะทำให้เกิดความชัดเจนขึ้น ง่ายขึ้นในการเอาข้อมูลนั้นมาใช้นะคะ แบบแรกในการนำเสนอข้อมูลนะ ผ่านนะคะ ต่อไปเป็นภาพค่ะ เมื่อกี้เป็นตารา งก็ง่ายแล้ว เป็นภาพง่ายกว่าอีก ดูแล้วเข้าใจเลย ดูแล้วเข้าใจเลย อาจจะเป็นแผ่นภาพนะคะ เป็นกราฟ กราฟปลาก็มีหลายอย่างแผนภาพวงกลม เป็นกราฟแท่ง กราฟเส้นนะคะ อันนี้เป็นแผนภาพแผนภูมิวงกลมนะคะ ออกมาเป็นเปอร์เซ็น อันไหนที่เยอะเข้าใจเลย ว่าช่วงไหนที่มีปริมาณเยอะ อันไหนที่น้อย สามารถตอบได้เลย นี่คือการนำเสนอข้อมูล ซึ่งเด็ก ๆ ม. 6 จะต้องได้เรียนทั้งหมดเลย 1. ก็คือการ การออกแบบนะคะ ออกแบบเครื่องมือที่จะไปเก็บข้อมูลอันไหนล่ะ แล้วก็นำไปสู่การเก็บข้อมูลนะคะ เพราะเราเก็บข้อมูลมาแล้ว เราจะไปสู่การวิเคราะห์เด็ก ๆ จะวิเคราะห์แล้ว ก็งานชิ้นสุดท้าย พอวิเคราะห์เสร็จ เอามาออกแบบจะนำเสนอข้อมูลแบบไหนนะคะ แล้วแต่เด็ก ๆ เลย ว่าจะเป็นตารางหรือเปล่า ข้อมูลมันเหมาะสมไหม ว่าจะเอามาเป็นแผ่นภาพนะคะ ลูก ๆ ก็สามารถเอามาทำได้อันนี้ ก็คือได้เรียนรู้แล้วก็ฝึกนำไปใช้นะคะ วันนี้ข้อมูลครูปิ๊กสอนมีเท่านี้ แต่นักเรียนจะต้องไปฝึกต่อไปนะคะ ไปฝึกต่อไป ทีละเล็กทีละน้อยนะคะ มีใครสงสัยไหม ตั้งแต่เรียนมา สำคัญวันนี้เราเรียนเรื่องอะไรบ้าง 1. เรื่องอะไรคะ วันนี้เราเรียนเรื่องความหมายนะคะ ของสถิติเลย หัวข้อความหมายของสติถิ เป็นหัวข้อใหญ่เลยของวันนี้นะคะ มันหมายถึงอะไรนะคะ เด็ก ๆ บันทึกข้อมูลตัวนี้ลงไป ที่สมุดของตัวเองนะคะ อันนี้สำคัญวันนี้ ให้นักเรียนบันทึกลงไปตอนนี้เลยนะคะ ความหมายของสถิติหน้านี้บันทึกลงไปเลยนะคะ ตอนนี้ถูกต้อง นักเรียนคะ มองครูปิ๊กก่อน วันนี้หมดเวลาแล้วนะคะ วันนี้หมดเวลาแล้ว ครูปิ๊กถามหน่อย ว่านักเรียนเข้าใจที่ครูปิ๊กสอนวันนี้ไหม ความหมายของสถิติคืออะไร นักเรียนเข้าใจไหมคะ แล้วก็การวิเคราะห์ข้อมูล แบ่งเป็น 2 ส่วน อันนี้ แบ่งเป็นข้อมูลเชิงอนุมาน กับข้อมูลเชิงพรรณนา อันนี้เข้าใจนะคะ 2 อันนะคะ แล้วก็แหล่งข้อมูล หาแหล่งข้อมูล ที่เราไปเก็บมีอยู่ 4 4 หัวข้อนะคะ อันนี้นักเรียนต้องจำแล้ว ก็เดี๋ยวบันทึกอีกทีหนึ่งนาะพี่ทวนนิดนึงนะคะ เข้าใจหมดไหม หรือว่ามีใครยังสงสัยอยู่ไหมคะ เข้าใจนะถ้าครูปิ๊กไปออกข้อสอบมาแล้วตอบได้ไหม ครูปิ๊กก็ตอบมาตอบได้ไหม ให้ตัวอย่างมานะคะ แล้วก็ถามนักเรียนว่าอันไหนเป็นข้อมูลเชิงสถิติอันไหนเป็นข้อมูลเชิงอนุมาน นักเรียนตอบได้นะหัวข้อจับประเด็นให้ถูกนะคะ ง่ายมากเลย วันนี้หมดเวลาแล้วนะคะ เดี๋ยวเราเจอกันอาทิตย์ ต่อไปสัปดาห์หน้านะคะ หัวหน้าเชิญค่ะ หัวหน้าห้อง ค่ะ ขอบคุณล่ามนะคะ ขอบคุณมากค่ะ