﻿1
00:09:04,798 --> 00:09:05,609
ค่ะ พร้อมแล้วนะคะ ขอบคุณพี่ ๆ นะคะ ที่

2
00:09:05,609 --> 00:09:09,609
ทำ

3
00:09:09,788 --> 00:09:12,176
นักเรียนได้เห็นจอแล้วนะคะ โอเคนะ

4
00:09:12,176 --> 00:09:16,176
เดี๋ยวรอล่ามแป๊บหนึ่งนะคะ

5
00:10:32,545 --> 00:10:34,269
โอเคนะคะ พร้อมแล้วนะคะ วันนี้รู้สึกว่า ม. 6 นี่จะติดปัญหานิด ๆ นะคะ

6
00:10:34,269 --> 00:10:38,269
พร้อมแล้ว

7
00:10:41,813 --> 00:10:43,423
เริ่มเรามาเริ่มกันเลยนะคะ ครูปิ๊เล่าไปแล้วนะสัปดาห์ที่แล้วเราเรียนอะไรกันบ้าง

8
00:10:43,423 --> 00:10:46,511
สำหรับวันนี้นะคะ

9
00:10:46,511 --> 00:10:50,511
สิ่งที่เราจะเรียน

10
00:10:55,574 --> 00:10:58,733
ความหมายของสถิตินะคะ สถิติคืออะไร สถิติก็หมายถึงวิชาวิชาหนึ่งนะคะ

11
00:10:58,733 --> 00:11:01,941
วิชาเกี่ยวกับการรวบรวม

12
00:11:01,941 --> 00:11:03,481
พอรวบรวมเสร็จแล้วนะคะ

13
00:11:03,481 --> 00:11:06,418
นำ

14
00:11:06,418 --> 00:11:10,418
มาวิเคราะห์ข้อมูลนะคะ

15
00:11:14,026 --> 00:11:16,404
ดูสีแดงนะคะ ที่ครูปิ๊กบอกแล้วมันหมายถึงวิชาเกี่ยวกับการรวบรวมการวิเคราะห์ข้อมูล

16
00:11:16,404 --> 00:11:20,404
เพื่ออะไรนะคะ

17
00:11:23,492 --> 00:11:25,385
เพื่อการหาข้อมูล ข้อสรุปเพื่อการหาข้อสรุป เมื่อเราวิเคราะห์แล้ว

18
00:11:25,385 --> 00:11:29,385
เราก็จะหาข้อสรุป

19
00:11:31,172 --> 00:11:33,710
จากข้อมูลที่มีอยู่นะคะ เพื่ออธิบายหรือตอบ

20
00:11:33,710 --> 00:11:37,710
คำถามสิ่งที่เราสนใจ

21
00:11:39,502 --> 00:11:43,502
นะคะ อันนี้คือความหมายของสถิติ สถิติ หมายถึงวิชา

22
00:11:44,278 --> 00:11:48,278
เกี่ยวกับการรวบรวม และการวิเคราะห์ข้อมูล

23
00:11:50,115 --> 00:11:53,193
นะคะ เพื่อหาข้อมูลเพื่อหาข้อสรุปจากข้อมูลที่มีอยู่

24
00:11:53,193 --> 00:11:56,639
เพื่ออธิบายนะคะ

25
00:11:56,639 --> 00:12:00,033
หรือตอบคำถามสิ่งที่เราสนใจ

26
00:12:00,033 --> 00:12:04,033
เมื่อไหร่จะตอบคำถาม

27
00:12:06,454 --> 00:12:10,429
จะเอาข้อมูลมาจากไหนนะคะ มันอาศัยอยู่ 2 ส่วนด้วยกันนะคะ

28
00:12:10,429 --> 00:12:14,429
อาศัยข้อมูลที่เกิดซ้ำ ๆ

29
00:12:16,519 --> 00:12:20,519
มาแล้วนะ ข้อมูลที่เกิดซ้ำ ๆ เมื่อไหร่ที่ข้อมูลมันเกิดซ้ำ ๆ

30
00:12:23,817 --> 00:12:27,205
เกิดบ่อย ๆ นั่นคือโอกาสความน่าจะเป็นที่เราจะสามารถทำนายอนาคต ว่าโอ้มันต้อง

31
00:12:27,205 --> 00:12:31,205
แบบนี้แน่ ๆ เลยพอถึงตรงนั้นแล้วนะคะ

32
00:12:31,764 --> 00:12:34,439
เราจะเก็บข้อมูลโดยอาศัยข้อมูลที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ

33
00:12:34,439 --> 00:12:38,439
นะคะ แล้วก็การวิเคราะห์

34
00:12:38,678 --> 00:12:42,678
การวิเคราะห์จะแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ ด้วยกันนะคะ

35
00:12:44,825 --> 00:12:46,468
ส่วนแรก

36
00:12:46,468 --> 00:12:50,468
เป็นการวิเคราะห์

37
00:12:52,649 --> 00:12:56,649
ขั้นต้นนะคะ จะบอกลักษณะกว้าง ๆ นะคะ ไม่ลงเชิงลึก

38
00:12:57,934 --> 00:13:01,934
จะบอกลักษณะกว้าง ๆ เขาเรียกว่าสถิติเชิงพรรณนา

39
00:13:03,821 --> 00:13:05,317
นะคะ สถิติเชิงพรรณนานี้ เกี่ยวกับการสรุปข้อมูลของแต่ละชื่อ

40
00:13:05,317 --> 00:13:06,279
ที่เราสนใจ

41
00:13:06,279 --> 00:13:10,279
นะคะ

42
00:13:14,067 --> 00:13:18,067
ข้อมูลที่ได้จากด้านการวัดในมันจะออกมาเป็นตัวเลข มันจะออกมาเป็นตัวเลขนะคะ จำเอาไว้ว่า

43
00:13:21,042 --> 00:13:24,792
ข้อมูลส่วนแรกก็คือวิเคราะห์แบบตรง ๆ นะคะ เรียกว่าสถิติเชิงพรรณนา

44
00:13:24,792 --> 00:13:28,792
นะ มันจะออกมาเป็น

45
00:13:29,996 --> 00:13:33,618
ตัวเลขนะคะ จะออกมาเป็นตัวเลข ตัวเลขนั้นมีอะไรบ้าง

46
00:13:33,618 --> 00:13:37,618
เรามาดูในช่องสีเหลือง ๆ นะคะ เขาเรียกว่า

47
00:13:38,772 --> 00:13:42,772
ค่าวัดแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลางเมื่อเราเอาข้อมูลมาแล้ว

48
00:13:44,908 --> 00:13:47,869
ตรงกลางมันคือตรงไหนนะคะ ข้อมูลที่เราเก็บมา

49
00:13:47,869 --> 00:13:51,869
อาจจะมีอยู่ 10 คน 10

50
00:13:52,771 --> 00:13:56,771
คน ที่เราไปถามมามีอยู่ 10 คน สมมุติมีอยู่ 10 คน

51
00:14:01,274 --> 00:14:03,224
ตัวไหนที่เป็นตัวแทนตัวไหนที่เป็นค่ากลางของข้อมูล 10 คน นั้นมันจะออกมาเป็น 3 ค่านะคะ

52
00:14:03,224 --> 00:14:07,224
ก็คือค่าเฉลี่ย

53
00:14:09,978 --> 00:14:13,978
ค่าเฉลี่ยแล้วก็คือเอาจำนวนทั้งหมดใน 10 คน นี้รวมกันนะคะ แล้วก็หารด้วย

54
00:14:18,323 --> 00:14:19,319
หารด้วยจำนวนคนอันนี้คือค่าเฉลี่ยนะคะ อันที่ 2 ค่าไหนที่เป็นค่าวัดเข้าสู่ส่วนกลางข้อที่สองก็คือ

55
00:14:19,319 --> 00:14:22,975
ระยะฐาน

56
00:14:22,975 --> 00:14:24,543
มัธยฐานนะคะ ถ้าสมมุติว่ามีข้อมูลอยู่ 10

57
00:14:24,543 --> 00:14:28,543
ข้อมูลด้วยกัน

58
00:14:31,687 --> 00:14:34,230
ข้อมูลที่เราเก็บมาอยู่ 10 เราจะเอาข้อมูลนั้นมาเรียงนะคะ มาเรียงลำดับเลย

59
00:14:34,230 --> 00:14:38,230
จากน้อยไปหามาก

60
00:14:39,047 --> 00:14:43,047
เอามาสลับเอามาเลี้ยงใหม่นะคะ จากน้อยไปหามาก

61
00:14:43,220 --> 00:14:47,220
แล้วไปตัด

62
00:14:50,573 --> 00:14:54,573
ข้อมูลที่มากที่สุดน้อยที่สุดขอบตัดไปเรื่อย ๆ จนมาอยู่ข้อมูลที่อยู่ตรงกลางนะคะ

63
00:14:56,929 --> 00:15:00,929
ข้อมูลไหนที่อยู่ตรงกลางอันนี้ก็คือค่ามัธยฐานจะบอกว่าข้อมูลชุดนี้

64
00:15:03,939 --> 00:15:06,729
ตัวไหนที่เป็นค่ากลางของข้อมูลชุดนี้ ในค่ามัธยฐานนะคะ ส่วนข้อที่ 3

65
00:15:06,729 --> 00:15:10,729
ตัวไหนที่จะวัดได้ ฐานนิยม

66
00:15:12,504 --> 00:15:16,504
คำว่า "ฐานนิยม" หมายถึงอะไรฐานนิยมมีข้อมูลอยู่ 10 ชุดด้วยกัน

67
00:15:19,471 --> 00:15:20,993
ไม่ต้องเอามาเลี้ยงใหม่ ไม่ต้องมาเรียนเหมือนข้อที่ 2 แต่เราจะมาดูว่าอันไหนที่พบ

68
00:15:20,993 --> 00:15:22,588
ข้อมูลนั้นบ่อย ๆ

69
00:15:22,588 --> 00:15:26,536
พบบ่อยที่สุด

70
00:15:26,536 --> 00:15:30,536
พบบ่อยที่สุดนะคะ พบข้อมูลนั้นซ้ำ ๆ

71
00:15:33,601 --> 00:15:35,934
เราจะเรียกค่านั้นเป็นค่ากลางในส่วนของฐานนิยมนะคะ อันนี้คือส่วนแรก

72
00:15:35,934 --> 00:15:39,934
ทีนี้วัดในส่วนที่ 2

73
00:15:40,813 --> 00:15:41,299
หลังจากวัดค่ากลางแล้วค่าที่ 2 คือค่าการกระจาย

74
00:15:41,299 --> 00:15:45,299
นะคะ

75
00:15:47,421 --> 00:15:51,421
เมื่อเราได้ข้อมูลมาแล้วอันไหนที่เป็นส่วนกลางแล้วจะมาดูว่า

76
00:15:57,667 --> 00:15:59,519
มันกระจายจากส่วนกลางนี้ไปเยอะมากน้อยแค่ไหนนะคะ มันจะออกมาเวลาเราแสดงผลได้มันจะมีอยู่ 4 ชุดด้วยกันที่เราจะได้เรียนนะคะ

77
00:15:59,519 --> 00:16:03,519
คือส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

78
00:16:03,582 --> 00:16:06,498
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานทีมันจะคู่กันกับค่าเฉลี่ย

79
00:16:06,498 --> 00:16:07,648
ข้างบนนะคะ มันจะจับคู่กัน

80
00:16:07,648 --> 00:16:11,648
เนาะ

81
00:16:13,235 --> 00:16:14,941
แล้วอีกอันหนึ่งก็คือพิสัยพิสัยมันจะจับคู่กับข้อ 2 ข้างบนนะคะ

82
00:16:14,941 --> 00:16:18,941
คู่กับมัธยฐาน

83
00:16:21,590 --> 00:16:22,513
ฐานนิยมส่วนมากเขาจะใช้กันกับการแจกแจงความถี่ เพื่อที่จะหาค่าที่

84
00:16:22,513 --> 00:16:23,333
ขายไปเท่าไหร่

85
00:16:23,333 --> 00:16:26,164
นะคะ

86
00:16:26,164 --> 00:16:30,164
อันนี้ส่วนการวัด

87
00:16:31,578 --> 00:16:34,248
การนำข้อมูลนะคะ นำเสนอข้อมูลโดยภาพแผนภาพแผนภูมิหรือกราฟนั้น

88
00:16:34,248 --> 00:16:36,146
จะบ่งบอกการกระจายของข้อมูลออก

89
00:16:36,146 --> 00:16:40,146
จากส่วนกลางได้เหมือนกัน

90
00:16:43,245 --> 00:16:47,245
นะคะ อันนี้นะคะ การวิเคราะห์ส่วนแรก ก็คือเป็นเชิงพรรณนาเป็นของข้อมูลชุดนั้น

91
00:16:48,069 --> 00:16:49,865
นะคะ มีอยู่ 10 ก็เอามาเอามาหมดเลย 10

92
00:16:49,865 --> 00:16:53,151
ข้อมูลชุดนั้นนะคะ

93
00:16:53,151 --> 00:16:55,050
ต้องเก็บข้อมูลให้หมด

94
00:16:55,050 --> 00:16:58,508
ทีนี้

95
00:16:58,508 --> 00:17:02,508
ส่วนที่ 2 คืออะไร

96
00:17:03,765 --> 00:17:06,435
ตัวที่ 2 คือวิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บรวบรวมข้อมูลจากตัวอย่าง

97
00:17:06,435 --> 00:17:10,435
ต่างกันนะคะ ต่างกันนะ

98
00:17:11,959 --> 00:17:15,959
อันนี้มันจะเก็บจากตัวอย่างนักเรียนดูนะคะ คำของเขาก็คือ

99
00:17:17,282 --> 00:17:19,506
สถิติเชิงอนุมานสถิติเชิงอนุมานนะคะ

100
00:17:19,506 --> 00:17:22,080
ตัวนี้คือ

101
00:17:22,080 --> 00:17:26,080
ในภาพมีคนข้อมูลทั้งหมด

102
00:17:26,381 --> 00:17:27,336
คนเยอะมากมีคนเป็นร้อยเป็นพัน

103
00:17:27,336 --> 00:17:31,336
นะคะ

104
00:17:31,380 --> 00:17:35,380
มีคนเป็นร้อยเป็นพันโอ้โหถ้าเราจะเก็บข้อมูล

105
00:17:36,436 --> 00:17:40,436
เก็บข้อมูลมาทั้งหมดเลยเป็นไปไม่ได้นะคะ คนเยอะมาก

106
00:17:42,944 --> 00:17:46,944
กว่าจะใช้เวลาเก็บเสียเวลาอีกใช้เวลานานมากนะคะ แล้วก็ใช้

107
00:17:48,801 --> 00:17:49,693
ประมาณเยอะนะคะ กว่าเราจะไปสอบถามไปเก็บข้อมูลนี่มันไม่ได้แล้ว

108
00:17:49,693 --> 00:17:51,346
เขาก็เลย

109
00:17:51,346 --> 00:17:55,011
นะคะ

110
00:17:55,011 --> 00:17:59,011
เลือกกลุ่มตัวอย่างที่มาจากข้อมูลทั้งหมด

111
00:18:00,749 --> 00:18:03,311
ข้อมูลของคนทั้งหมดนี่เลือกมากลุ่มหนึ่งเขาเรียกว่า "กลุ่มตัวอย่าง" นะคะ

112
00:18:03,311 --> 00:18:07,311
จากทั้งหมดหรือเลือกออกมาเป็นกลุ่มตัวอย่าง

113
00:18:11,301 --> 00:18:15,301
เพื่อที่จะเอามาหาข้อมูลเหมือนกับข้อแรกเป็นตัวแทน เหมือนกับข้อแรกก็คือหาค่าเฉลี่ยหาค่า

114
00:18:16,116 --> 00:18:20,116
อะไรที่อยู่ข้อแรกนะคะ หาให้หมดเลย

115
00:18:21,484 --> 00:18:25,484
ที่เราแสดงมาแต่ว่ามันจะเป็นตัวแทนของประชากรนะคะ

116
00:18:25,633 --> 00:18:27,817
แล้วตัวแทนตัวนี้มันจะต้อง

117
00:18:27,817 --> 00:18:31,205
เลือกตัวแทนอย่างไรล่ะ

118
00:18:31,205 --> 00:18:32,405
อันนี้ก็เป็นคำถามนะคะ

119
00:18:32,405 --> 00:18:36,405
เราจะเลือก

120
00:18:39,235 --> 00:18:41,338
หรือตัวแทนของข้อมูลทั้งหมดมาอย่างไร มันจะต้องมีวิธีการเลือกเพื่อที่จะได้ข้อมูลนะคะ

121
00:18:41,338 --> 00:18:42,792
ที่น่าเชื่อถือ

122
00:18:42,792 --> 00:18:46,792
อย่างเช่น

123
00:18:47,414 --> 00:18:51,414
ถ้าเราจะไปสอบถามความชอบของนักเรียน

124
00:18:52,724 --> 00:18:56,724
ในการรับประทานอาหารนะคะ เมนูอาหารของโรงเรียนโสตอุดรนี่

125
00:18:57,544 --> 00:19:00,024
นักเรียนชอบเมนูไหนนะคะ นักเรียนชอบเมนูไหน

126
00:19:00,024 --> 00:19:02,971
ระหว่าง

127
00:19:02,971 --> 00:19:06,413
ไก่ย่างส้มตำ กับก๋วยเตี๋ยว

128
00:19:06,413 --> 00:19:10,413
มี 2 เมนูนะคะ

129
00:19:10,486 --> 00:19:12,205
นักเรียนเริ่มมีตั้งแต่อนุบาลจนถึง ม. 6 ถูกไหมคะ

130
00:19:12,205 --> 00:19:16,205
เด็ก ๆ เรามีเยอะ

131
00:19:19,063 --> 00:19:20,809
ก็เลยตั้งแต่อนุบาลถึงม 6 เพราะฉะนั้นการเลือกตัวแทนของนักเรียน

132
00:19:20,809 --> 00:19:22,272
นักเรียนจะเอามาเฉพาะเด็ก

133
00:19:22,272 --> 00:19:24,050
ม 6 มา

134
00:19:24,050 --> 00:19:28,050
เฉพาะมัธยมมาได้ไหม

135
00:19:30,687 --> 00:19:31,609
ไม่ได้นะคะ ไม่ได้เพราะอะไรเพราะว่าพี่มัธยมนี่

136
00:19:31,609 --> 00:19:35,609
จะชอบ

137
00:19:35,762 --> 00:19:37,049
ไม่เหมือนกันกับน้อง ๆ เพราะฉะนั้น เวลาเราจะหยิบ

138
00:19:37,049 --> 00:19:40,652
ตัวอย่างนะคะ

139
00:19:40,652 --> 00:19:44,652
ตัวอย่างออกมาแล้วจะต้องพระตั้งแต่

140
00:19:47,808 --> 00:19:49,563
ช่วงระดับนะเอาน้องอนุบาลมานะคะ เอาน้องประถมมาเอาน้องมต้นมาแล้วก็

141
00:19:49,563 --> 00:19:52,762
พี่มอปลายมา

142
00:19:52,762 --> 00:19:53,579
จำนวนเท่าไหร่เอามาเท่า ๆ กัน

143
00:19:53,579 --> 00:19:57,579
นะคะ

144
00:19:58,139 --> 00:20:02,139
เพื่อที่จะเป็นตัวแทนของนักเรียนทั้งหมด

145
00:20:02,556 --> 00:20:06,556
ราคาทีนี้เราก็จะรู้แล้วว่าโอ้เด็กอนุบาลส่วนใหญ่

146
00:20:08,908 --> 00:20:12,908
ถูกเลือกมาแล้วประถมถูกเลือกมาแล้ว ม.ต้นถูกเลือกมาแล้วมอปลายถูกเลือกมาแล้ว

147
00:20:13,296 --> 00:20:17,296
อันนี้ก็คือคนที่สามารถตอบคำถามว่าคุณชอบ

148
00:20:21,167 --> 00:20:25,167
ส้มตำไก่ทอด หรือว่าคุณจะชอบก๋วยเตี๋ยวพอเราได้ข้อมูลมาที่เราไปถามนี่มันสามารถ

149
00:20:25,373 --> 00:20:29,373
ตอบโจทย์แปลว่าคนส่วนมากคนทั้งหมดชอบอะไร

150
00:20:30,356 --> 00:20:33,376
นะคะ คุณครูหรือว่าฝ่ายโภชนาการจัดเลี้ยงก็จะสามารถที่จะ

151
00:20:33,376 --> 00:20:34,504
อาหารเมนูนี้ให้นักเรียนได้

152
00:20:34,504 --> 00:20:35,822
ไงคะ

153
00:20:35,822 --> 00:20:38,366
ต่างกันนะ

154
00:20:38,366 --> 00:20:40,151
ข้อมูลชุดแรกในการวิเคราะห์

155
00:20:40,151 --> 00:20:41,886
จะเอา

156
00:20:41,886 --> 00:20:43,289
เอาหมดเลยนะคะ

157
00:20:43,289 --> 00:20:47,289
อ้างอิง

158
00:20:50,893 --> 00:20:54,893
ไม่ต้องอ้างอิง พอมาที่ 2 เชิงอนุมานแล้วจะมีการสุ่มตัวอย่างออกมาจากประชากรทั้งหมดนะคะ

159
00:20:56,393 --> 00:20:57,322
เก็บมาจากตัวอย่างเพื่อที่จะไปอ้างอิงผลให้ข้อมูลทั้งหมด

160
00:20:57,322 --> 00:21:01,322
นะคะ

161
00:21:06,782 --> 00:21:10,782
วิธีการในการเลือกตัวแทนนะคะ กำหนดการทดลองแล้วจะทดลองอย่างไร วิธีการอันนี้จะต้องใช้

162
00:21:11,928 --> 00:21:15,928
นะคะ เดี๋ยวเราจะได้เรียนในช่วงต่อไปนะคะ ในการเก็บข้อมูล

163
00:21:18,244 --> 00:21:21,741
ครูปิ๊กก็บอกมาแล้ว ทำไมเราถึงจะต้องใช้สถิติเชิงอนุมาน

164
00:21:21,741 --> 00:21:24,046
ทำไมเราจะทำไมเราไม่ทำสถิติเชิงพรรณนา

165
00:21:24,046 --> 00:21:28,046
ข้อที่ 1 เลยคนเยอะเสียเวลา

166
00:21:31,528 --> 00:21:32,801
ใช้เวลานานมากต้องเกี่ยวกับงบประมาณด้วยหรืออาจจะมีเหตุผลอีกเยอะแยะมากมายนะคะ ที่เข้ามา

167
00:21:32,801 --> 00:21:36,801
มันไม่สะดวก

168
00:21:36,984 --> 00:21:39,087
มันไม่สะดวกในการเก็บข้อมูลบางทีข้อมูล

169
00:21:39,087 --> 00:21:42,105
อาจจะเป็นช่วงเวลานะคะ

170
00:21:42,105 --> 00:21:46,105
ช่วงเวลามาเกี่ยวข้อง

171
00:21:47,047 --> 00:21:51,047
มันก็จะทำให้เกิดความยุ่งยากในการเก็บข้อมูลเหตุผลนี้ถึง

172
00:21:52,607 --> 00:21:53,433
ทำให้เราใช้สถิติเชิงอนุมานก็มาช่วยนะคะ มีอยู่ 2 แบบ

173
00:21:53,433 --> 00:21:55,937
นะ

174
00:21:55,937 --> 00:21:57,037
มีใครสงสัยไหมคะ

175
00:21:57,037 --> 00:22:01,037
เข้าใจไหม

176
00:22:03,927 --> 00:22:07,255
เข้าใจแล้วนะ อันนี้คือสถิตินะคะ ที่นี้ประโยชน์ของสถิติ

177
00:22:07,255 --> 00:22:11,255
เยอะมากเลยนะคะ ดูประโยชน์ของเขา

178
00:22:13,180 --> 00:22:17,180
จากที่ครูปิ๊กพูดมา ประโยชน์เกี่ยวกับการศึกษาถูกนำมาใช้เยอะมาก

179
00:22:19,079 --> 00:22:23,079
ถูกนำมาใช้เยอะมากกว่าการศึกษานำข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นใน

180
00:22:24,657 --> 00:22:25,469
ด้านของงบประมาณ ในด้านของการจัดการเรียนการสอนในด้านของการผลิต

181
00:22:25,469 --> 00:22:26,384
คุณครู

182
00:22:26,384 --> 00:22:29,088
ในด้าน

183
00:22:29,088 --> 00:22:33,088
นักเรียนโครงการเรียนฟรี

184
00:22:33,656 --> 00:22:37,656
15 ปี ที่รัฐบาลเอามาให้เราช่วยในค่า

185
00:22:39,176 --> 00:22:42,425
เครื่องแต่งกายค่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็จะต้องเก็บข้อมูลกว่าเขาจะบอก

186
00:22:42,425 --> 00:22:45,905
แปลว่าอนุบาลต้องใช้เงินเท่านี้ให้เด็ก

187
00:22:45,905 --> 00:22:47,832
อนุบาลประถมให้ใช้เงินเท่านี้

188
00:22:47,832 --> 00:22:51,832
มัธยมให้ใช้เงินเท่านี้

189
00:22:53,523 --> 00:22:57,523
ทำไมเขาถึงใช้เงินไม่เท่ากัน พอมันเกิดจากการเก็บข้อมูลว่าเอ่อถ้า

190
00:23:00,991 --> 00:23:01,594
โตหน่อยนะ กิจกรรมมันเยอะแล้ววิชาเนี่ยมันจะเข้มข้นขึ้นนะเพราะฉะนั้นรัฐบาลก็เลยจ่ายเงินให้มากกว่า

191
00:23:01,594 --> 00:23:03,093
ในระดับ

192
00:23:03,093 --> 00:23:07,093
อง ๆ

193
00:23:08,319 --> 00:23:10,383
นี่ก็เป็นเหตุผลทุกสิ่งทุกอย่างมันจะเกิดรนัดกันไปหมดเลยนะคะ

194
00:23:10,383 --> 00:23:14,301
เมื่อไหร่ที่รอใช้สถิติ

195
00:23:14,301 --> 00:23:17,906
สิ่งที่เข้ามาเกี่ยวข้องมีอะไรบ้าง

196
00:23:17,906 --> 00:23:21,906
อะไรที่จะนำมาวิเคราะห์นะคะ วิเคราะห์อย่างไร

197
00:23:23,973 --> 00:23:25,233
เนาะนอกจากการศึกษาแล้วประโยชน์อีกอันหนึ่งของเขาคืออะไร ในด้านของการเกิด

198
00:23:25,233 --> 00:23:29,233
เห็นไหมคะ

199
00:23:29,747 --> 00:23:32,489
เราใช้เอาไปทำอะไรสถิติ

200
00:23:32,489 --> 00:23:35,136
ไปช่วยในด้านเกษตรอย่างไร

201
00:23:35,136 --> 00:23:36,724
พ่อแม่ที่เป็นชาวนาใช่ไหม

202
00:23:36,724 --> 00:23:39,801
รู้เลยว่า

203
00:23:39,801 --> 00:23:42,023
ขายข้าวกี่ตัน ได้เงินเท่าไร

204
00:23:42,023 --> 00:23:46,023
แล้ว

205
00:23:47,625 --> 00:23:48,880
เราจะซื้อปุ๋ยอย่างไร ปุ๋ยราคาเท่าไหร่นะคะ อันนี้ก็เป็นการเก็บ

206
00:23:48,880 --> 00:23:49,910
ข้อมูล

207
00:23:49,910 --> 00:23:53,910
เพื่อที่จะ

208
00:23:53,957 --> 00:23:56,849
ดูว่าช่วงไหนที่เราจะต้องปลูก

209
00:23:56,849 --> 00:23:58,639
ช่วงไหนที่เราจะใช้เงินเยอะ

210
00:23:58,639 --> 00:24:01,014
ก็จะถูกนำมาวางแผน

211
00:24:01,014 --> 00:24:03,235
ได้พัฒนานะคะ

212
00:24:03,235 --> 00:24:04,064
ในด้านของกัน

213
00:24:04,064 --> 00:24:06,965
ผลิต

214
00:24:06,965 --> 00:24:10,965
ก็เหมือนกันนะคะ  ประโยชน์ในด้านการผลิต

215
00:24:11,694 --> 00:24:15,612
เวลาเราจะผลิตบริษัทรถยนต์ผลิตรถยนต์ออกมา

216
00:24:15,612 --> 00:24:19,612
จะต้องเก็บข้อมูลว่ารถรุ่นนี้

217
00:24:22,027 --> 00:24:24,897
มีใครบ้างที่ขาย กลุ่มไหนที่ใช้เราจะผลิตได้กี่คัน

218
00:24:24,897 --> 00:24:26,607
ถึงจะพอดีไม่ใช่ว่า

219
00:24:26,607 --> 00:24:30,558
ผลิตออกมาปีก่อน ๆ

220
00:24:30,558 --> 00:24:32,662
รถรุ่นนี้แหละ ผลิตออกมาแล้วเหลือเต็มเลยขายไม่ได้

221
00:24:32,662 --> 00:24:36,439
นะคะ อันนี้ก็ไม่ใช่

222
00:24:36,439 --> 00:24:40,150
มันถูกนำมาใช้ประโยชน์เยอะมากเลยนะคะ สถิติ

223
00:24:40,150 --> 00:24:44,150
เอามาควบคุมคุณภาพ

224
00:24:46,501 --> 00:24:50,141
จะต้องมีเกณฑ์จำได้ไหมคะ สถานการณ์ที่ครูปิ๊กเล่ามาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว

225
00:24:50,141 --> 00:24:54,141
การควบคุมคุณภาพของสินค้าต่าง ๆ

226
00:24:54,948 --> 00:24:58,948
และถูกนำสถิติเข้ามาใช้

227
00:25:00,414 --> 00:25:02,063
ในด้านของผู้บริโภคก็เหมือนกัน ผู้บริโภคก็คือเราที่เราไปซื้อของ

228
00:25:02,063 --> 00:25:06,063
ต่าง ๆ นะคะ

229
00:25:07,047 --> 00:25:08,195
ตอนนี้เวลาเราจะไปซื้อของเราต้องดูก่อนใช่ไหมคะ ว่าเปรียบเทียบ

230
00:25:08,195 --> 00:25:12,195
ร้านไหน

231
00:25:13,291 --> 00:25:14,533
ร้านไหนที่ราคาถูกคุณภาพดีแล้วก็ไปซื้อ

232
00:25:14,533 --> 00:25:18,533
นะ

233
00:25:19,900 --> 00:25:21,951
นี่คือการประโยชน์ของสถิติ และการพยากรณ์

234
00:25:21,951 --> 00:25:25,951
ก็เหมือนกับในเรื่องของฝน

235
00:25:26,766 --> 00:25:30,766
พยากรณ์ภูมิอากาศนะคะ ว่าเป็นอย่างไร

236
00:25:32,886 --> 00:25:36,886
แล้วก็ชีวิตประจำวันของเราชีวิตประจำวันของเรานี้สำคัญนะคะ เราไม่ต้อง

237
00:25:38,951 --> 00:25:41,053
เกี่ยวกับใคร ฝากให้นักเรียนนำมาใช้ในชีวิตประจำวันของเราสิ่งสำคัญ ก็คือ

238
00:25:41,053 --> 00:25:45,053
การใช้จ่ายนะคะ

239
00:25:46,199 --> 00:25:49,450
ของเราเองเราจะใช้สถิติเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันเราอย่างไร

240
00:25:49,450 --> 00:25:52,268
ลองนะคะ ลองทำบันทึก

241
00:25:52,268 --> 00:25:55,391
รายรับรายจ่ายของตัวเองนะคะ

242
00:25:55,391 --> 00:25:58,281
ของตัวเองว่าตัวเองนี่ 1 วัน

243
00:25:58,281 --> 00:26:00,548
1 วัน ได้เราใช้เงินทำอะไรได้บ้าง

244
00:26:00,548 --> 00:26:02,336
เราใช้เงินของเราซื้ออะไร

245
00:26:02,336 --> 00:26:06,336
ถ้าเราทำบันทึก

246
00:26:08,151 --> 00:26:10,023
ไว้ทุกวันทุกวันนะคะ เราจะรู้ว่าสิ่งที่เราใช้ไปนั้น

247
00:26:10,023 --> 00:26:13,609
มีประโยชน์ไหม

248
00:26:13,609 --> 00:26:17,609
อันไหนที่เราใช้บ่อย ๆ แล้วมันไม่มีประโยชน์

249
00:26:17,892 --> 00:26:21,892
นะคะ เราก็สามารถที่จะตัดส่วนนั้นออกไปได้

250
00:26:23,553 --> 00:26:27,119
อันนี้ก็คือสิ่งที่เอามาใช้ในชีวิตประจำวันของเรานั้นประโยชน์ของ

251
00:26:27,119 --> 00:26:31,119
เรา ก็มีอีกเยอะแยะมากมายนะคะ สำหรับสถิติ

252
00:26:32,709 --> 00:26:34,616
ฉะนั้น คณิตศาสตร์เป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวเราที่เราสามารถ

253
00:26:34,616 --> 00:26:36,263
นำไปใช้ได้

254
00:26:36,263 --> 00:26:40,263
หมด บูรณาการได้หมด

255
00:26:43,929 --> 00:26:45,629
ทุกศาสตร์ทุกสาขาที่เข้ามาเกี่ยวข้องนะคะ บางทีเรื่องคณิตศาสตร์แต่ต้องไปคำนวณในวิชาวิทยาศาสตร์

256
00:26:45,629 --> 00:26:49,629
ก็มีนะคะ

257
00:26:50,257 --> 00:26:51,587
ศิลปะบางทีเวลาเราเรียน ม.  ปลายคณิตศาสตร์ก็ได้เข้าไป

258
00:26:51,587 --> 00:26:54,721
อยู่ในศิลปะ

259
00:26:54,721 --> 00:26:57,063
เพราะอะไรอย่างเช่นการวาดภาพ

260
00:26:57,063 --> 00:27:01,063
การวาดภาพปุ๊ก

261
00:27:02,066 --> 00:27:06,066
วาดให้เหมือนจริงวาดภาพทางพฤกษศาสตร์การเหมือนจริง

262
00:27:08,257 --> 00:27:10,044
อันไหนใหญ่เราจะต้องย่อลงมาให้อยู่ในกระดาษได้ เพราะฉะนั้น มาตราส่วนก็เข้ามามีส่วนร่วม

263
00:27:10,044 --> 00:27:13,302
เพราะฉะนั้นคณิตศาสตร์

264
00:27:13,302 --> 00:27:17,302
อยู่รอบตัวเราทุกวิชานะคะ

265
00:27:20,957 --> 00:27:23,621
อันนี้เป็นตัวอย่างจากการวิเคราะห์นโยบาย

266
00:27:23,621 --> 00:27:26,846
นักเรียนดูนะในด้านของการศึกษา

267
00:27:26,846 --> 00:27:29,018
หลักใหญ่เลย ก็คือรัฐบาล

268
00:27:29,018 --> 00:27:30,136
อ่านดูข้างบนนะคะ

269
00:27:30,136 --> 00:27:34,136
รัฐบาล

270
00:27:34,756 --> 00:27:38,756
ข้อมูลที่จะต้องเก็บมีอะไรบ้าง

271
00:27:40,615 --> 00:27:44,615
อย่าลืมนะสถิติเกี่ยวข้องกับอะไรวิชาที่ว่าด้วยการเก็บรวบรวมข้อมูลนะคะ

272
00:27:44,836 --> 00:27:46,807
เพราะฉะนั้น ข้อมูลที่เกี่ยวกับการศึกษามีใครบ้างล่ะ

273
00:27:46,807 --> 00:27:48,417
1

274
00:27:48,417 --> 00:27:52,417
. นักเรียนแน่นอน

275
00:27:54,146 --> 00:27:56,991
นักเรียนจะต้องเกี่ยวข้องกับการศึกษาแน่นอน เราจะต้องเก็บข้อมูลของนักเรียนนะคะ

276
00:27:56,991 --> 00:27:58,489
2. บุคลากรทางการศึกษา

277
00:27:58,489 --> 00:27:59,824
คุณครู

278
00:27:59,824 --> 00:28:03,824
เราจะต้องเก็บ

279
00:28:04,535 --> 00:28:08,535
เพราะคุณครูเป็นคนสอนเกี่ยวข้องกับการศึกษาโดยตรงนะคะ

280
00:28:09,979 --> 00:28:11,777
3. การผลิต หรือว่าพัฒนาคุณครูอันนี้บัณฑิตที่จบใหม่

281
00:28:11,777 --> 00:28:15,777
ราชภัฏ

282
00:28:17,928 --> 00:28:21,928
ในระดับปริญญาตรีนะคะ มหาลัยต่าง ๆ ที่ผลิตคุณครูออกมา

283
00:28:23,224 --> 00:28:26,338
เกี่ยวข้องจะผลิตสาขาอะไรนะคะ ที่มีความต้องการ

284
00:28:26,338 --> 00:28:27,869
ที่... การศึกษาขาดแคลน

285
00:28:27,869 --> 00:28:31,869
มหาลัยจะต้อง

286
00:28:33,454 --> 00:28:37,454
ผลิตให้ตรงสายนะคะ  มีการพัฒนาคุณครูก็ต้อง

287
00:28:37,457 --> 00:28:41,457
เป็นครูแล้วจบมาทำงาน แล้วก็ต้องพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง

288
00:28:41,985 --> 00:28:43,051
อันนี้ก็เกี่ยวข้องกับการศึกษาอันนี้คือเก็บข้อมูลทั้งหมดเลย

289
00:28:43,051 --> 00:28:47,051
นะคะ

290
00:28:49,642 --> 00:28:52,314
ข้อต่อมาสถานศึกษาเกี่ยวไหมการจัดการศึกษาโรงเรียนก็เกี่ยวนะคะ

291
00:28:52,314 --> 00:28:54,618
โรงเรียนนี้ก็เกี่ยวสำคัญมาก

292
00:28:54,618 --> 00:28:58,432
แล้วจะวางแผนอย่างไร

293
00:28:58,432 --> 00:29:02,432
มีห้องเรียนกี่ห้องนะคะ มีห้อง

294
00:29:06,094 --> 00:29:08,298
คอมพิวเตอร์ไหม ห้องสมุดไหม ห้องปฏิบัติการต่าง ๆ สถานศึกษาจะต้องมี เพราะฉะนั้น เราจะต้องเก็บ

295
00:29:08,298 --> 00:29:09,134
ข้อมูลมาวิเคราะห์นะคะ

296
00:29:09,134 --> 00:29:11,375
และ

297
00:29:11,375 --> 00:29:14,582
ที่สำคัญคือค่าใช้จ่าย

298
00:29:14,582 --> 00:29:17,778
ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษา

299
00:29:17,778 --> 00:29:21,778
ทั้งหมดนี้จะถูกนำมา

300
00:29:22,288 --> 00:29:26,288
นำข้อมูลเกี่ยวกับข้อมูลทั้งหมดนะคะ จะถูกนำมาวิเคราะห์

301
00:29:27,255 --> 00:29:28,467
วิเคราะห์โดยใช้อะไรวิเคราะห์โดยใช้สถิติ

302
00:29:28,467 --> 00:29:32,467
อย่างน

303
00:29:35,199 --> 00:29:37,122
ี้ มันเยอะมากเลยลูกข้อมูลมันเยอะมาก เพราะฉะนั้น มันจะเข้ามาสู่สถิติเชิงอนุมานนะคะ

304
00:29:37,122 --> 00:29:41,122
เราไม่สามารถที่จะไปเก็บ

305
00:29:42,159 --> 00:29:46,159
มาทั้งหมดได้ถูกไหม ในประเทศไทยมีนักเรียนกี่คนเยอะมาก

306
00:29:48,510 --> 00:29:51,617
เพราะฉะนั้นเขาก็เลยสุ่มเอาตัวอย่างนะคะ เอาข้อมูลแค่เป็นตัวอย่างมาใช้ในการ

307
00:29:51,617 --> 00:29:52,623
ทั้งหมดเลยเพราะเป็นภาพใหญ่

308
00:29:52,623 --> 00:29:53,985
นะคะ

309
00:29:53,985 --> 00:29:57,257

310
00:29:57,257 --> 00:29:59,159
โอเค แล้วหลังจากนั้นเวลาเราวิเคราะห์ข้อมูลเสร็จปุ๊บ

311
00:29:59,159 --> 00:30:03,159
รัฐบาล

312
00:30:05,729 --> 00:30:09,403
ก็จะนำข้อมูลนั้นมากำหนดนโยบายทางการศึกษา

313
00:30:09,403 --> 00:30:12,230
มักวางแผนนะคะ มากระจายโอกาส

314
00:30:12,230 --> 00:30:14,659
เพื่อให้การศึกษาของประเทศไทยนี่

315
00:30:14,659 --> 00:30:18,659
พัฒนาแล้วก็มีคุณภาพมากขึ้น

316
00:30:22,446 --> 00:30:25,828
อันนี้เป็นตัวอย่างในด้านของการจัดการศึกษานะคะ การเก็บข้อมูลมีข้อมูลจากส่วนไหนบ้าง

317
00:30:25,828 --> 00:30:29,828
วิเคราะห์อย่างไร และนำไปใช้อะไรนะคะ

318
00:30:35,210 --> 00:30:36,569
อ่านในด้านของพยากรณ์บ้าง เมื่อกี้ที่คุยกันตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วนะพยากรณ์ที่สำคัญมาก

319
00:30:36,569 --> 00:30:40,569
อันนี้ก็

320
00:30:41,954 --> 00:30:45,102
เป็นหน่วยงานนะคะ กรมอุตุนิยมวิทยาที่มาดูแลเรื่องการพยากรณ์

321
00:30:45,102 --> 00:30:47,274
เขาเก็บข้อมูลตั้งแต่อดีต

322
00:30:47,274 --> 00:30:49,501
ตั้งแต่อดีตนานมาแล้ว

323
00:30:49,501 --> 00:30:51,363
จนถึงปัจจุบัน

324
00:30:51,363 --> 00:30:52,929
เอาข้อมูลนั้น

325
00:30:52,929 --> 00:30:56,929
มาวิเคราะห์

326
00:30:58,362 --> 00:30:58,865
มาวิเคราะห์แล้วสามารถพยากรณ์ได้เลยทำนายแล้วทำนายได้ตรง

327
00:30:58,865 --> 00:31:00,173
กล้วย

328
00:31:00,173 --> 00:31:04,173
มีไหมคะ

329
00:31:06,074 --> 00:31:09,647
นักเรียนจำได้ไหม มีครั้งไหนที่เขาทำนายไม่ได้แม้กระทั่ง

330
00:31:09,647 --> 00:31:10,902
ที่สึนามิ แม้กระทั่งเรื่องของแผ่นดินไหว

331
00:31:10,902 --> 00:31:12,754
แม้กระทั่ง

332
00:31:12,754 --> 00:31:16,754
ภูเขาไฟระเบิดนะคะ

333
00:31:17,241 --> 00:31:20,395
ข้อสามารถวิเคราะห์ว่าเขาจะมีการเก็บข้อมูล

334
00:31:20,395 --> 00:31:21,538
เก็บข้อมูลต่าง ๆ มาแล้ว ก็

335
00:31:21,538 --> 00:31:25,538
เอามา

336
00:31:26,935 --> 00:31:30,935
ทำนาย โดยใช้สถิติโดยใช้วิธีการวิเคราะห์นะคะ

337
00:31:31,498 --> 00:31:35,498
ก็จะได้ผลออกมานำไปใช้ในการตัดสินใจได้

338
00:31:38,669 --> 00:31:42,669
อ่านในชีวิตประจำวันครูปิ๊กบอกแล้วนะ ในด้านของ

339
00:31:43,278 --> 00:31:47,168
นักเรียนเองนะคะ หรือว่าคุณพ่อคุณแม่ในครอบครัวของเรานะคะ

340
00:31:47,168 --> 00:31:50,001
ที่สำคัญก็คืออยากให้บันทึกรายรับรายจ่าย

341
00:31:50,001 --> 00:31:51,469
เพื่อที่จะนำมาวิเคราะห์พฤติกรรม

342
00:31:51,469 --> 00:31:55,181
ของตัวเอง

343
00:31:55,181 --> 00:31:57,868
วิธีการใช้จ่ายนะคะ ของตัวเองว่า

344
00:31:57,868 --> 00:32:01,868
ใช้จ่ายมีประโยชน์หรือเปล่า

345
00:32:02,244 --> 00:32:03,565
อันไหนที่มีประโยชน์เราก็โอเคแล้วก็ยังใช้จ่ายได้อยู่

346
00:32:03,565 --> 00:32:07,565
แต่ถ้าอันไหน

347
00:32:09,216 --> 00:32:11,705
มันไม่มีประโยชน์นะคะ เราก็สามารถปรับวิธีการใช้จ่ายได้

348
00:32:11,705 --> 00:32:13,833
ควบคุมค่าใช้จ่ายได้

349
00:32:13,833 --> 00:32:16,659
อันนี้จะเป็นประโยชน์กับนักเรียนเอง

350
00:32:16,659 --> 00:32:18,374
จะไปเที่ยวกับนักเรียนเอง

351
00:32:18,374 --> 00:32:22,374
นะคะ โอเคไหม เข้าใจนะ

352
00:32:27,796 --> 00:32:31,796
ทีนี้มาดูแหล่งของข้อมูลทางสถิตินะคะ

353
00:32:32,924 --> 00:32:36,571
แหล่งข้อมูลทางสถิติแบ่งเป็น 2 ข้อด้วยกัน

354
00:32:36,571 --> 00:32:38,670
มาจาก 2 แหล่ง เมื่อกี้การวิเคราะห์นะลูก

355
00:32:38,670 --> 00:32:40,457
เมื่อกี้การวิเคราะห์ผ่านไปแล้วนะ

356
00:32:40,457 --> 00:32:44,457
การวิเคราะห์แบ่งเป็น

357
00:32:44,701 --> 00:32:48,701
เชิงพรรณนากับเชิงอนุมานนะคะ

358
00:32:50,205 --> 00:32:53,130
เชิงพรรณนาเก็บมาจาก

359
00:32:53,130 --> 00:32:57,130
ข้อมูลทั้งหมดเอามาวิเคราะห์

360
00:32:59,510 --> 00:33:00,712
แต่เชิงอนุมานเลือกจากกลุ่มตัวอย่างมาวิเคราะห์เพื่อที่จะเป็นตัวแทน แล้ว

361
00:33:00,712 --> 00:33:04,712
ตอบโจทย์ของ

362
00:33:06,937 --> 00:33:07,746
ที่เราอ้างอิงมานะคะ อันนี้ผ่านไปแล้วนะการวิเคราะห์ทีนี้เรามาดูแหล่งที่มาของ

363
00:33:07,746 --> 00:33:09,693
ข้อมูล

364
00:33:09,693 --> 00:33:13,589
แล้วจะไปเก็บมาจากไหน

365
00:33:13,589 --> 00:33:16,540
คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องและชื่อของเขา

366
00:33:16,540 --> 00:33:19,128
น่ะเรียกว่าอย่างไรนะคะ มีอยู่ 2 แหล่งที่เราเก็บ

367
00:33:19,128 --> 00:33:22,176
อย่างแรกก็คือปฐมภูมิ

368
00:33:22,176 --> 00:33:24,676
ปฐมภูมิหมายถึง

369
00:33:24,676 --> 00:33:27,687
แหล่งกำเนิดของข้อมูลนะคะ

370
00:33:27,687 --> 00:33:31,687
เก็บรวบรวมข้อมูลโดยตรง

371
00:33:33,099 --> 00:33:34,875
อันนี้ก็คือเรานี่แหละไปถามโดยตรงเลย ไม่ต้องผ่านใครเลย

372
00:33:34,875 --> 00:33:37,398
เป็นข้อมูลที่

373
00:33:37,398 --> 00:33:41,398
เราเก็บเองนะคะ เราเก็บเอง

374
00:33:41,449 --> 00:33:44,928
อย่างเช่น

375
00:33:44,928 --> 00:33:48,928
ครูปิ๊กอยากอยากรู้ว่านักเรียนในห้องนี้

376
00:33:50,821 --> 00:33:54,821
น้ำหนักเท่าไหร่ ส่วนสูงเท่าไหร่ เด็ก ๆ มีอยู่แค่

377
00:33:57,098 --> 00:33:59,732
9 คน นะคะ นักเรียนมีทั้งหมด 9 คนครูปิ๊กสามารถที่จะเก็บข้อมูลได้เลย

378
00:33:59,732 --> 00:34:03,732
สามารถที่จะถามได้เลยแล้วก็

379
00:34:05,178 --> 00:34:09,178
เก็บบันทึกข้อมูลได้เลยอันนี้เขาเรียกว่าแหล่งปฐมภูมิ และแหล่งปฐม

380
00:34:09,397 --> 00:34:11,687
เองได้โดยตรงเลยนะคะ อันที่ 2

381
00:34:11,687 --> 00:34:15,687
แหล่งทุติยภูมิ

382
00:34:17,346 --> 00:34:20,287
ทุติยภูมิก็คือข้อมูลที่เราไม่ได้เก็บเองนะคะ มี

383
00:34:20,287 --> 00:34:24,287
ผู้อื่นจะเก็บแล้วนะคะ

384
00:34:25,597 --> 00:34:28,282
ทำข้อมูลเอาไว้แล้วเราแค่ไปขอไปหยิบมาใช้เท่านั้นเอง

385
00:34:28,282 --> 00:34:31,878
เราไม่ได้ทำเอง

386
00:34:31,878 --> 00:34:35,878
โอเคนะ ทีนี้เรามาดูตัวอย่าง

387
00:34:37,783 --> 00:34:41,783
ตัวอย่างตอนนี้นะคะ

388
00:34:43,576 --> 00:34:44,762
ที่ครูปิ๊กบอก ครูถาม ครูถามว่าเด็กอายุเท่าไหร่ แต่ละคนทุกคนก็จะ

389
00:34:44,762 --> 00:34:48,547
ตอบ x มา

390
00:34:48,547 --> 00:34:50,601
ตอบตอบตอบมาทั้งหมดก็จะบันทึก

391
00:34:50,601 --> 00:34:52,050
อันนี้ก็คือทุติยภูมิ

392
00:34:52,050 --> 00:34:53,657
เคนะ

393
00:34:53,657 --> 00:34:57,657
ที่นี้

394
00:34:59,297 --> 00:35:01,044
ไม่ใช่เมื่อกี้เป็นปฐมภูมินะคะ ที่ 2 แหล่งทุติยภูมิ

395
00:35:01,044 --> 00:35:05,044
อะไรบ้าง

396
00:35:07,062 --> 00:35:08,848
อย่างเช่น ข้อมูลตัวนี้เป็นตัวอย่างผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเมื่อปี พ.ศ. 2500

397
00:35:08,848 --> 00:35:11,084
แม่น้ำเมื่อปีที่แล้ว

398
00:35:11,084 --> 00:35:13,384
ตัวนี้ใครเป็นคนวิเคราะห์

399
00:35:13,384 --> 00:35:17,384
โรงเรียนใช่ไหมคะ

400
00:35:19,146 --> 00:35:23,146
งานวัดผลเขาวิเคราะห์ออกมาแล้ว ก็เก็บข้อมูลออกมาแล้วแล้วก็วิเคราะห์ออกมา ว่า

401
00:35:24,592 --> 00:35:26,977
พัฒนาการของเด็กปฐมวัยของโรงเรียนเราน

402
00:35:26,977 --> 00:35:30,118
ี่ ด้านอะไรด้านร่างกาย

403
00:35:30,118 --> 00:35:34,118
เด็กมีพัฒนาการร้อยละเท่าไหร่

404
00:35:34,282 --> 00:35:36,497
อันนี้คือข้อมูลที่มันมีแล้วเนาะแล้วก็อันนี้ผลสัมฤทธิ์

405
00:35:36,497 --> 00:35:40,497
ของเด็กประถม

406
00:35:42,026 --> 00:35:45,484
วิชาต่าง ๆ อันนี้คือแหล่งทุติยภูมิและสามารถเอาข้อมูลนี้

407
00:35:45,484 --> 00:35:47,335
ไปใช้ประโยชน์ได้ เราไม่ได้ถามเองนะคะ

408
00:35:47,335 --> 00:35:51,335
เราไม่ได้ถามเอง

409
00:35:55,952 --> 00:35:58,687
การเก็บข้อมูลเก็บได้จากส่วนไหนบ้างมีอยู่ 4 ส่วนด้วยกัน

410
00:35:58,687 --> 00:36:01,023
วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลนะคะ

411
00:36:01,023 --> 00:36:03,477
1. จากทะเบียนประวัติ

412
00:36:03,477 --> 00:36:05,210
อันนี้แน่นอน

413
00:36:05,210 --> 00:36:09,210
เราไม่ได้

414
00:36:09,325 --> 00:36:13,325
เขาทำอะไรอยู่แล้วเราแค่ไปเอามา เพราะฉะนั้น

415
00:36:14,179 --> 00:36:18,179
เป็นการวิเคราะห์สถิติเชิงพรรณนาหรืออนุมานคะข้อแรก

416
00:36:20,929 --> 00:36:23,904
น้องเบนซ์ น้องเบนซ์ตอบให้ครูชื่นใจหน่อย ข้อแรกเนี่ย

417
00:36:23,904 --> 00:36:27,904
ทะเบียนประวัติเราไม่ได้เก็บเอง

418
00:36:28,322 --> 00:36:29,999
เราไม่ได้เก็บข้อมูลเองมันจะเป็นเชิงพรรณนาหรือเชิง

419
00:36:29,999 --> 00:36:31,989
อนุมาน

420
00:36:31,989 --> 00:36:35,989
ตะแกรงไหน

421
00:36:37,102 --> 00:36:38,003
2 ประเด็นนะเชิงไม่ใช่

422
00:36:38,003 --> 00:36:41,135
เอาใหม่นะคะ

423
00:36:41,135 --> 00:36:43,209
แหล่งที่เก็บข้อมูล

424
00:36:43,209 --> 00:36:45,275
แหล่งที่เก็บข้อมูล

425
00:36:45,275 --> 00:36:47,620
ที่มี 2 แรงนะ

426
00:36:47,620 --> 00:36:49,226
ปฐมภูมิกับทุติยภูมิ

427
00:36:49,226 --> 00:36:53,226
ข้อที่ 1

428
00:36:54,264 --> 00:36:58,264
การเก็บข้อมูลจากทะเบียนประวัติอันนี้จะเป็นอันที่ 1 หรืออันที่ 2

429
00:37:05,886 --> 00:37:09,825
ตัวนี้อยู่ในทะเบียนประวัติ

430
00:37:09,825 --> 00:37:12,550
เราไม่ได้ไปเก็บเอง เราไม่ใช่คนถามเอง เพราะฉะนั้น

431
00:37:12,550 --> 00:37:14,142
เพราะฉะนั้น มันจะอยู่ใน

432
00:37:14,142 --> 00:37:17,166
แห

433
00:37:17,166 --> 00:37:20,642
ล่งทุติยภูมิ ก็คือแหล่งที่ 2 นะคะ

434
00:37:20,642 --> 00:37:22,474
ถ้าอยากได้ประวัติของใครสักคน

435
00:37:22,474 --> 00:37:26,474
คนที่เจ็บคือ

436
00:37:27,654 --> 00:37:31,654
สำมะโนครัว พรุ่งนี้นะคะ ก็คือทะเบียนราษฎร์เอาเอกสารได้แล้วก็ไปขอเขา

437
00:37:33,701 --> 00:37:37,701
ทางราชการก็จะไม่ให้กันง่าย ๆ นะคะ เราจะต้องมีระเบียบวิธีที่จะไปขอเขามา

438
00:37:39,450 --> 00:37:42,542
เพื่ออะไร เพราะฉะนั้น แหล่งข้อมูลตัวนี้ก็คือแหล่งที่ 2 นะคะ แหล่งทุติยภูมิ

439
00:37:42,542 --> 00:37:46,542
ในขณะที่ข้อมูลที่ได้จาก

440
00:37:47,488 --> 00:37:49,579
การสำรวจนะคะ การสำรวจ อันนี้เราสามารถที่จะไปดูเอง

441
00:37:49,579 --> 00:37:52,508
สำรวจเอง

442
00:37:52,508 --> 00:37:56,508
อย่างเช่น

443
00:37:58,314 --> 00:38:00,278
ในราคาเรียนของเรา เราอยากรู้ว่าหลอดไฟที่มันเสีย

444
00:38:00,278 --> 00:38:03,928
มีกี่หลอด

445
00:38:03,928 --> 00:38:07,376
แล้วก็ไปเดิน แล้วก็สำรวจเอง

446
00:38:07,376 --> 00:38:08,161
สำรวจเองอันนี้แสดงว่าเป็น

447
00:38:08,161 --> 00:38:11,553
แบ่ง

448
00:38:11,553 --> 00:38:13,790
ปฐมภูมิ หรือทุติยภูมิ

449
00:38:13,790 --> 00:38:14,812
ที่เราเก็บเอง

450
00:38:14,812 --> 00:38:18,812
ช่วยตัวเอง

451
00:38:23,498 --> 00:38:24,736
เอาใหม่นะ เอาใหม่นะ เดี๋ยวพี่จะทวน

452
00:38:24,736 --> 00:38:28,736
นักเรียนดูนะ

453
00:38:33,192 --> 00:38:34,782
เห็นไหมคะ ปฐมภูมิปฐมภูมิก็คือ

454
00:38:34,782 --> 00:38:38,782
ไปเดินเก็บเอง

455
00:38:39,221 --> 00:38:42,242
เดินเก็บเองเลย เรานี่แหละไปทำเอง ไปเก็บเอง

456
00:38:42,242 --> 00:38:46,013
จำไว้นะปฐมอันแรก

457
00:38:46,013 --> 00:38:47,950
ปฐมภูมิเราไปเก็บข้อมูลเองเลยนะคะ

458
00:38:47,950 --> 00:38:51,588
อันที่ 2

459
00:38:51,588 --> 00:38:54,253
มีคนอื่นเก็บไว้แล้วข้อมูลนี้

460
00:38:54,253 --> 00:38:57,516
ทุติยภูมินะคะ

461
00:38:57,516 --> 00:39:00,501
เขาเก็บมาไว้ให้เลี้ยงแล้วเราไม่ได้ไปเก็บเอง

462
00:39:00,501 --> 00:39:04,501
โอเคนะ

463
00:39:04,854 --> 00:39:08,854
มีแค่ 2 แรงใช่แค่นี้ครูปิ๊กถาม

464
00:39:10,386 --> 00:39:11,945
เมื่อกี้ตอบไปแล้วนะคะ บอกไปแล้วว่าข้อที่ 1 ทะเบียนประวัติน

465
00:39:11,945 --> 00:39:15,945
ี่ เราไม่ได้ไปเก็บเอง

466
00:39:19,980 --> 00:39:21,507
เพราะมีคนที่เขาเก็บให้อยู่แล้วสำมะโนครัวพวกนี้นะคะ ข้อมูลต่าง ๆ แฟ้มประวัติเราเป็นคนเก็บ

467
00:39:21,507 --> 00:39:23,293
ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น

468
00:39:23,293 --> 00:39:24,570
ก็เลยอยู่ใน

469
00:39:24,570 --> 00:39:27,716
แหล่ง

470
00:39:27,716 --> 00:39:28,742
ทุติยภูมินะคะ ข้อแรก

471
00:39:28,742 --> 00:39:32,742
การสำรวจ

472
00:39:33,744 --> 00:39:37,744
การสำรวจเดินไปเก็บเอง อย่างเช่นหลอดไฟที่ไปสำรวจอาคาร

473
00:39:38,090 --> 00:39:42,090
หลอดไหนที่มันเสียมีกี่มีกี่หลอดนะคะ มีกี่หลอด

474
00:39:43,568 --> 00:39:44,662
อันนี้จากการสำรวจเราไปเก็บเองเพราะฉะนั้นจะอยู่ในข้อไหน

475
00:39:44,662 --> 00:39:45,503
หรือ 2

476
00:39:45,503 --> 00:39:47,067
1

477
00:39:47,067 --> 00:39:48,816

478
00:39:48,816 --> 00:39:51,807
โอเคเยี่ยมนะคะ ก็คือ 1

479
00:39:51,807 --> 00:39:55,807
งั้นเองการทดลอง

480
00:39:58,218 --> 00:39:59,626
เราทดลองเองเราทำแลปเราทำอย่างเช่นที่ลูกทำคิดไบร์ท

481
00:39:59,626 --> 00:40:03,626
เด็กต่อ

482
00:40:05,560 --> 00:40:09,560
สัญญาณป้องกันน้ำท่วมอะไรของโลกที่สัญญาณที่เด็ก ๆ เขาทำกันเน

483
00:40:10,712 --> 00:40:13,550
นะทำการทดลองเองเพราะฉะนั้นข้อมูลตัวนี้จะอยู่ 1 หรือ 2

484
00:40:13,550 --> 00:40:17,550
ทำเองจะอยู่ 1 หรือ 2

485
00:40:20,146 --> 00:40:23,640
1 นะคะ เราทำเอง เพราะฉะนั้น ก็คือหนึ่งนั่นเอง

486
00:40:23,640 --> 00:40:24,971
ข้อที่ 4 สังเกต

487
00:40:24,971 --> 00:40:28,250
การสังเกต

488
00:40:28,250 --> 00:40:30,673
อย่างเช่นเราไปดู

489
00:40:30,673 --> 00:40:33,386
เราไปสังเกตเราไปนั่งดูแล้ว

490
00:40:33,386 --> 00:40:37,386
ตอนเช้า ๆ

491
00:40:37,648 --> 00:40:40,493
มีน้องแอบมาเล่นตรง

492
00:40:40,493 --> 00:40:44,493
ที่มันอันตรายหรือเปล่า หลังจากทานข้าวเสร็จ

493
00:40:45,452 --> 00:40:49,452
การสังเกตเราไปดูเองเราไปนั่งดูเองเพราะฉะนั้น อยู่ใน 1 หรือ 2 คะ

494
00:40:53,916 --> 00:40:56,561
1 นะคะ โอเคแสดงว่านักเรียนเข้าใจนะ

495
00:40:56,561 --> 00:41:00,561
เข้าใจทุกคนไหม เข้าใจนะ

496
00:41:01,922 --> 00:41:04,973
เข้าใจนะคะ มีง่ายมากคือเก็บเองแล้วก็ไปเอาจากคนอื่นมา

497
00:41:04,973 --> 00:41:07,230
เขาเก็บแล้วเท่านั้นเองนะคะ อันนี้

498
00:41:07,230 --> 00:41:11,230
ชื่อเขาจะเรียกต่างกัน

499
00:41:17,696 --> 00:41:21,696
ทีนี่มาสู่การนำเสนอข้อมูลนะคะ เมื่อกี้การเก็บข้อมูล

500
00:41:22,134 --> 00:41:24,694
อยู่ 4 วิธีนะคะ ที่เก็บข้อมูลเรียบร้อยไปแล้ว

501
00:41:24,694 --> 00:41:25,773
นี่มาสู่การนำเสนอข้อมูล

502
00:41:25,773 --> 00:41:27,586
มีอะไรบ้าง

503
00:41:27,586 --> 00:41:30,445
1. นำเสนอ

504
00:41:30,445 --> 00:41:32,306
ง่ายไหม อันนี้ครูปิ๊กทำเป็นตาราง

505
00:41:32,306 --> 00:41:36,306
นักเรียนดู

506
00:41:36,732 --> 00:41:39,245
ดูมันง่ายไหมคะ อันนี้แสดงจำนวนบุคลากร

507
00:41:39,245 --> 00:41:42,195
ของโรงเรียนเรานี่แหละ

508
00:41:42,195 --> 00:41:44,990
ดูง่ายไหมว่ามันมีกี่คน

509
00:41:44,990 --> 00:41:47,077
ครูไปถามว่าบุคลากรทั้งหมดมีกี่คน

510
00:41:47,077 --> 00:41:48,593
เราสามารถไปดูตรงช่องไหน

511
00:41:48,593 --> 00:41:52,593
ตอบได้ค่ะ

512
00:41:53,058 --> 00:41:57,058
มีกี่คนบุคลากรทั้งหมดมีกี่คน

513
00:42:02,433 --> 00:42:06,433
ทั้งหมดเลย ไม่ต้องแยกรวมทั้งหมดถูกนะคะ 80 คน

514
00:42:06,758 --> 00:42:09,909
ในสไลด์ถ้ามันเป็นตารางปุ๊บ โอเคง่ายมาก

515
00:42:09,909 --> 00:42:13,114
รวมเท่าไร 80 สามารถตอบได้ทันที

516
00:42:13,114 --> 00:42:15,577
ถาม

517
00:42:15,577 --> 00:42:17,101
ผู้บริหารนะคะ

518
00:42:17,101 --> 00:42:19,196
ผู้บริหาร

519
00:42:19,196 --> 00:42:23,196
ผอ. มีกี่คน

520
00:42:23,375 --> 00:42:27,375
มีคนเดียว เห็นไหมคะ ตาราง

521
00:42:27,811 --> 00:42:29,832
เวลาเรานำเสนอข้อมูล มันจะทำให้เกิดความชัดเจนขึ้น

522
00:42:29,832 --> 00:42:32,279
ง่ายขึ้นในการ

523
00:42:32,279 --> 00:42:36,279
เอาข้อมูลนั้นมาใช้นะคะ

524
00:42:37,947 --> 00:42:40,847
แบบแรกในการนำเสนอข้อมูลนะ ผ่านนะคะ ต่อไป

525
00:42:40,847 --> 00:42:44,847
เป็นภาพค่ะ

526
00:42:50,139 --> 00:42:53,483
เมื่อกี้เป็นตารางก็ง่ายแล้ว เป็นภาพง่ายกว่าอีกนะคะ ดูแล้วเข้าใจเลย

527
00:42:53,483 --> 00:42:54,446
ดูแล้วเข้าใจเลยอาจจะเป็นแผนภาพ

528
00:42:54,446 --> 00:42:55,856
นะคะ

529
00:42:55,856 --> 00:42:57,570
เป็นกราฟ

530
00:42:57,570 --> 00:43:00,799
กราฟ

531
00:43:00,799 --> 00:43:03,078
นะ ก็มีหลายอย่าง แผนภาพวงกลม

532
00:43:03,078 --> 00:43:05,069
เป็นกราฟแท่ง

533
00:43:05,069 --> 00:43:09,069
รับเส้นนะคะ

534
00:43:09,450 --> 00:43:11,568
อันนี้เป็นแผนภาพแผนภูมิวงกลมนะคะ

535
00:43:11,568 --> 00:43:15,568
ออกมาเป็นเปอร์เซ็น

536
00:43:17,354 --> 00:43:19,032
อันไหนที่เยอะเข้าใจเลยว่าช่วงไหนที่มีปริมาณเยอะ อันไหนที่น้อย

537
00:43:19,032 --> 00:43:22,164
สามารถตอบได้เลย

538
00:43:22,164 --> 00:43:25,284
นี่คือการนำเสนอข้อมูล

539
00:43:25,284 --> 00:43:26,336
เด็ก ๆ ม. 6 จะต้องได้เรียนทั้งหมดเลย

540
00:43:26,336 --> 00:43:30,336
หนึ่ง ก็คือ

541
00:43:32,148 --> 00:43:33,581
การออกแบบนะคะ ออกแบบเครื่องมือที่จะไปเก็บข้อมูล อันไหนล่ะ

542
00:43:33,581 --> 00:43:37,581
แล้วก็

543
00:43:38,738 --> 00:43:41,273
นำไปสู่การเก็บข้อมูลนะคะ เพราะเก็บข้อมูลมาแล้วเราจะไปสู่

544
00:43:41,273 --> 00:43:44,282
การวิเคราะห์เด็ก ๆ จะวิเคราะห์แล้วก็

545
00:43:44,282 --> 00:43:48,282
งานชิ้นสุดท้ายพอวิเคราะห์เสร็จ

546
00:43:52,159 --> 00:43:54,423
เอามาออกแบบจะนำเสนอข้อมูลแบบไหนนะคะ แล้วแต่เด็ก ๆ เลยว่าจะเป็นตาราง หรือเปล่าข้อมูลมันเหมาะสมไหม

547
00:43:54,423 --> 00:43:57,756
ว่าจะเอามาเป็นแผ่นภาพนะคะ

548
00:43:57,756 --> 00:44:00,825
ลูก ๆ ก็สามารถเอามาทำได้อันนี้ ก็คือ

549
00:44:00,825 --> 00:44:04,825
ได้เรียนรู้แล้วก็ฝึกนำไปใช้นะคะ

550
00:44:05,321 --> 00:44:05,998
วันนี้ข้อมูลครูปิ๊กสอนมีเท่านี้

551
00:44:05,998 --> 00:44:09,998
แต่

552
00:44:11,579 --> 00:44:15,223
นักเรียนจะต้องไปฝึกต่อไปนะคะ ไปฝึกต่อไปทีละเล็กทีละน้อยนะคะ

553
00:44:15,223 --> 00:44:17,663
มีใคร

554
00:44:17,663 --> 00:44:21,663
สงสัยไหม

555
00:44:22,041 --> 00:44:26,041
ตั้งแต่เรียนมาสำคัญวันนี้เราเรียนเรื่องอะไรบ้าง

556
00:44:27,637 --> 00:44:29,500
1

557
00:44:29,500 --> 00:44:33,500
. เรื่องอะไรคะ

558
00:44:39,292 --> 00:44:43,292
วันนี้เราเรียนเรื่องความหมายนะคะ ของสถิติเลย หัวข้อความหมายของ

559
00:44:43,355 --> 00:44:47,355
เป็นหัวข้อใหญ่เลยของวันนี้นะคะ

560
00:44:48,667 --> 00:44:52,667
มันหมายถึงอะไรนะคะ เด็ก ๆ

561
00:44:55,721 --> 00:44:56,737
บันทึกข้อมูลตัวนี้ลงไปที่สมุดของตัวเองนะคะ อันนี้สำคัญวันนี้ให้นักเรียนบันทึกลงไป

562
00:44:56,737 --> 00:44:59,552
ตอนนี้เลยนะคะ

563
00:44:59,552 --> 00:45:02,821
ความหมายของสถิติหน้านี้

564
00:45:02,821 --> 00:45:06,821
บันทึกลงไปเลยนะคะ ตอนนี้ถูกต้อง

565
01:05:02,452 --> 01:05:04,931
นักเรียนคะ มองครูปิ๊กก่อน

566
01:05:04,931 --> 01:05:08,931
วันนี้หมดเวลาแล้วนะคะ

567
01:05:10,918 --> 01:05:14,918
วันนี้หมดเวลาแล้ว ครูปิ๊กถามหน่อยว่านักเรียนเข้าใจที่ครูสอนวันนี้ไหม ความหมาย

568
01:05:15,008 --> 01:05:16,201
สถิติคืออะไร นักเรียนเข้าใจไหมคะ แล้วก็

569
01:05:16,201 --> 01:05:20,201
การวิเคราะห์

570
01:05:24,669 --> 01:05:26,331
ข้อมูลแบ่งเป็น 2 ส่วน อันนี้แบ่งเป็นข้อมูลเชิงอนุมานกับข้อมูลเชิงพรรณนา อันนี้เข้าใจนะคะ

571
01:05:26,331 --> 01:05:28,843
2 อันนะคะ

572
01:05:28,843 --> 01:05:31,323
แล้วก็แหล่งข้อมูล

573
01:05:31,323 --> 01:05:35,323
นะคะ แหล่งข้อมูลที่เราไปเก็บ

574
01:05:35,654 --> 01:05:39,540
อยู่ 44 หัวข้อนะคะ อันนี้นักเรียนต้อง

575
01:05:39,540 --> 01:05:41,678
ทำแล้วก็ เดี๋ยวบันทึกอีกทีนึงเนาะ

576
01:05:41,678 --> 01:05:43,686
หลวงพี่ทวนนิดนึงนะคะ

577
01:05:43,686 --> 01:05:46,707
เข้าใจหมดไหม

578
01:05:46,707 --> 01:05:50,707
หรือว่ามีใครยังสงสัยอยู่ไหมคะ

579
01:05:51,507 --> 01:05:55,507
เข้าใจนะถ้าครูไปออกข้อสอบมาแล้วตอบได้ไหม

580
01:05:57,212 --> 01:06:01,212
ขอพิกัดข้อสอบมาตอบได้ไหม ให้ตัวอย่างมานะคะ แล้วก็ถามนักเรียนว่า

581
01:06:01,387 --> 01:06:03,113
อันไหนเป็นข้อมูลเชิงสถิติอันไหนเป็นข้อมูลเชิงอนุมาน

582
01:06:03,113 --> 01:06:05,865
นักเรียนตอบได้นะ

583
01:06:05,865 --> 01:06:07,586
จับหัวข้อจับประเด็นให้ถูกนะคะ

584
01:06:07,586 --> 01:06:11,123
ง่ายมากเลย

585
01:06:11,123 --> 01:06:14,512
วันนี้หมดเวลาแล้วนะคะ เดี๋ยวเราเจอกันอาทิตย์

586
01:06:14,512 --> 01:06:15,667
ต่อไปสัปดาห์หน้านะคะ หาหัวหน้าเชิญค่ะ

587
01:06:15,667 --> 01:06:19,667
หัวหน้าห้อง

588
01:06:30,133 --> 01:06:34,133
ค่ะ ขอบคุณล่ามนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

