--- title: ฝึก PE ค33101 คณิตศาสตร์ (ม.6) 09062566 ฟ้า subtitle: date: วันศุกร์ที่ 19 มกราคม 2567 เวลา 10.23 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ค่ะ พร้อมแล้วนะคะ ขอบคุณพี่ ๆ นะคะ ที่ทำนักเรียนได้เห็นจอแล้วนะคะ โอเคนะ เดี๋ยวรอล่ามแป๊บหนึ่งนะคะ โอเคนะคะ พร้อมแล้วนะคะ วันนี้รู้สึกว่า ม. 6 นี่จะติดปัญหานิด ๆ นะคะ พร้อมแล้ว เริ่มเรามาเริ่มกันเลยนะคะ ครูปิ๊เล่าไปแล้วนะสัปดาห์ที่แล้วเราเรียนอะไรกันบ้างสำหรับวันนี้นะคะ สิ่งที่เราจะเรียนความหมายของสถิตินะคะ สถิติคืออะไร สถิติก็หมายถึงวิชาวิชาหนึ่งนะคะ วิชาเกี่ยวกับการรวบรวมพอรวบรวมเสร็จแล้วนะคะ นำมาวิเคราะห์ข้อมูลนะคะ ดูสีแดงนะคะ ที่ครูปิ๊กบอกแล้วมันหมายถึงวิชาเกี่ยวกับการรวบรวมการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่ออะไรนะคะ เพื่อการหาข้อมูล ข้อสรุปเพื่อการหาข้อสรุป เมื่อเราวิเคราะห์แล้ว เราก็จะหาข้อสรุป จากข้อมูลที่มีอยู่นะคะ เพื่ออธิบายหรือตอบคำถามสิ่งที่เราสนใจนะคะ อันนี้คือความหมายของสถิติ สถิติ หมายถึงวิชาเกี่ยวกับการรวบรวม และการวิเคราะห์ข้อมูลนะคะ เพื่อหาข้อมูลเพื่อหาข้อสรุปจากข้อมูลที่มีอยู่ เพื่ออธิบายนะคะ หรือตอบคำถามสิ่งที่เราสนใจ เมื่อไหร่จะตอบคำถาม จะเอาข้อมูลมาจากไหนนะคะ มันอาศัยอยู่ 2 ส่วนด้วยกันนะคะ อาศัยข้อมูลที่เกิดซ้ำ ๆ มาแล้วนะ ข้อมูลที่เกิดซ้ำ ๆ เมื่อไหร่ที่ข้อมูลมันเกิดซ้ำ ๆ เกิดบ่อย ๆ นั่นคือโอกาสความน่าจะเป็นที่เราจะสามารถทำนายอนาคต ว่าโอ้มันต้องแบบนี้แน่ ๆ เลยพอถึงตรงนั้นแล้วนะคะ เราจะเก็บข้อมูลโดยอาศัยข้อมูลที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ นะคะ แล้วก็การวิเคราะห์ การวิเคราะห์จะแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ ด้วยกันนะคะ ส่วนแรก เป็นการวิเคราะห์ขั้นต้นนะคะ จะบอกลักษณะกว้าง ๆ นะคะ ไม่ลงเชิงลึก จะบอกลักษณะกว้าง ๆ เขาเรียกว่าสถิติเชิงพรรณนานะคะ สถิติเชิงพรรณนานี้ เกี่ยวกับการสรุปข้อมูลของแต่ละชื่อที่เราสนใจนะคะ ข้อมูลที่ได้จากด้านการวัดในมันจะออกมาเป็นตัวเลข มันจะออกมาเป็นตัวเลขนะคะ จำเอาไว้ว่า ข้อมูลส่วนแรกก็คือวิเคราะห์แบบตรง ๆ นะคะ เรียกว่าสถิติเชิงพรรณนานะ มันจะออกมาเป็นตัวเลขนะคะ จะออกมาเป็นตัวเลข ตัวเลขนั้นมีอะไรบ้าง เรามาดูในช่องสีเหลือง ๆ นะคะ เขาเรียกว่า ค่าวัดแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลางเมื่อเราเอาข้อมูลมาแล้ว ตรงกลางมันคือตรงไหนนะคะ ข้อมูลที่เราเก็บมา อาจจะมีอยู่ 10 คน 10 คน ที่เราไปถามมามีอยู่ 10 คน สมมุติมีอยู่ 10 คน ตัวไหนที่เป็นตัวแทนตัวไหนที่เป็นค่ากลางของข้อมูล 10 คน นั้นมันจะออกมาเป็น 3 ค่านะคะ ก็คือค่าเฉลี่ย ค่าเฉลี่ยแล้วก็คือเอาจำนวนทั้งหมดใน 10 คน นี้รวมกันนะคะ แล้วก็หารด้วย หารด้วยจำนวนคนอันนี้คือค่าเฉลี่ยนะคะ อันที่ 2 ค่าไหนที่เป็นค่าวัดเข้าสู่ส่วนกลางข้อที่สองก็คือ ระยะฐาน มัธยฐานนะคะ ถ้าสมมุติว่ามีข้อมูลอยู่ 10 ข้อมูลด้วยกัน ข้อมูลที่เราเก็บมาอยู่ 10 เราจะเอาข้อมูลนั้นมาเรียงนะคะ มาเรียงลำดับเลย จากน้อยไปหามาก เอามาสลับเอามาเลี้ยงใหม่นะคะ จากน้อยไปหามาก แล้วไปตัดข้อมูลที่มากที่สุดน้อยที่สุดขอบตัดไปเรื่อย ๆ จนมาอยู่ข้อมูลที่อยู่ตรงกลางนะคะ ข้อมูลไหนที่อยู่ตรงกลางอันนี้ก็คือค่ามัธยฐานจะบอกว่าข้อมูลชุดนี้ตัวไหนที่เป็นค่ากลางของข้อมูลชุดนี้ ในค่ามัธยฐานนะคะ ส่วนข้อที่ 3 ตัวไหนที่จะวัดได้ ฐานนิยม คำว่า "ฐานนิยม" หมายถึงอะไรฐานนิยมมีข้อมูลอยู่ 10 ชุดด้วยกัน ไม่ต้องเอามาเลี้ยงใหม่ ไม่ต้องมาเรียนเหมือนข้อที่ 2 แต่เราจะมาดูว่าอันไหนที่พบ ข้อมูลนั้นบ่อย ๆ พบบ่อยที่สุด พบบ่อยที่สุดนะคะ พบข้อมูลนั้นซ้ำ ๆ เราจะเรียกค่านั้นเป็นค่ากลางในส่วนของฐานนิยมนะคะ อันนี้คือส่วนแรก ทีนี้วัดในส่วนที่ 2 หลังจากวัดค่ากลางแล้วค่าที่ 2 คือค่าการกระจายนะคะ เมื่อเราได้ข้อมูลมาแล้วอันไหนที่เป็นส่วนกลางแล้วจะมาดูว่า มันกระจายจากส่วนกลางนี้ไปเยอะมากน้อยแค่ไหนนะคะ มันจะออกมาเวลาเราแสดงผลได้มันจะมีอยู่ 4 ชุดด้วยกันที่เราจะได้เรียนนะคะ คือส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานทีมันจะคู่กันกับค่าเฉลี่ยข้างบนนะคะ มันจะจับคู่กันเนาะแล้วอีกอันหนึ่งก็คือพิสัยพิสัยมันจะจับคู่กับข้อ 2 ข้างบนนะคะ คู่กับมัธยฐาน ฐานนิยมส่วนมากเขาจะใช้กันกับการแจกแจงความถี่ เพื่อที่จะหาค่าที่ขายไปเท่าไหร่นะคะ อันนี้ส่วนการวัด การนำข้อมูลนะคะ นำเสนอข้อมูลโดยภาพแผนภาพแผนภูมิหรือกราฟนั้น จะบ่งบอกการกระจายของข้อมูลออกจากส่วนกลางได้เหมือนกันนะคะ อันนี้นะคะ การวิเคราะห์ส่วนแรก ก็คือเป็นเชิงพรรณนาเป็นของข้อมูลชุดนั้นนะคะ มีอยู่ 10 ก็เอามาเอามาหมดเลย 10 ข้อมูลชุดนั้นนะคะ ต้องเก็บข้อมูลให้หมด ทีนี้ส่วนที่ 2 คืออะไร ตัวที่ 2 คือวิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บรวบรวมข้อมูลจากตัวอย่าง ต่างกันนะคะ ต่างกันนะ อันนี้มันจะเก็บจากตัวอย่างนักเรียนดูนะคะ คำของเขาก็คือสถิติเชิงอนุมานสถิติเชิงอนุมานนะคะ ตัวนี้คือในภาพมีคนข้อมูลทั้งหมด คนเยอะมากมีคนเป็นร้อยเป็นพันนะคะ มีคนเป็นร้อยเป็นพันโอ้โหถ้าเราจะเก็บข้อมูลเก็บข้อมูลมาทั้งหมดเลยเป็นไปไม่ได้นะคะ คนเยอะมาก กว่าจะใช้เวลาเก็บเสียเวลาอีกใช้เวลานานมากนะคะ แล้วก็ใช้ประมาณเยอะนะคะ กว่าเราจะไปสอบถามไปเก็บข้อมูลนี่มันไม่ได้แล้วเขาก็เลยนะคะ เลือกกลุ่มตัวอย่างที่มาจากข้อมูลทั้งหมด ข้อมูลของคนทั้งหมดนี่เลือกมากลุ่มหนึ่งเขาเรียกว่า "กลุ่มตัวอย่าง" นะคะ จากทั้งหมดหรือเลือกออกมาเป็นกลุ่มตัวอย่าง เพื่อที่จะเอามาหาข้อมูลเหมือนกับข้อแรกเป็นตัวแทน เหมือนกับข้อแรกก็คือหาค่าเฉลี่ยหาค่าอะไรที่อยู่ข้อแรกนะคะ หาให้หมดเลย ที่เราแสดงมาแต่ว่ามันจะเป็นตัวแทนของประชากรนะคะ แล้วตัวแทนตัวนี้มันจะต้องเลือกตัวแทนอย่างไรล่ะ อันนี้ก็เป็นคำถามนะคะ เราจะเลือกหรือตัวแทนของข้อมูลทั้งหมดมาอย่างไร มันจะต้องมีวิธีการเลือกเพื่อที่จะได้ข้อมูลนะคะ ที่น่าเชื่อถือ อย่างเช่น ถ้าเราจะไปสอบถามความชอบของนักเรียนในการรับประทานอาหารนะคะ เมนูอาหารของโรงเรียนโสตอุดรนี่นักเรียนชอบเมนูไหนนะคะ นักเรียนชอบเมนูไหน ระหว่างไก่ย่างส้มตำ กับก๋วยเตี๋ยว มี 2 เมนูนะคะ นักเรียนเริ่มมีตั้งแต่อนุบาลจนถึง ม. 6 ถูกไหมคะ เด็ก ๆ เรามีเยอะ ก็เลยตั้งแต่อนุบาลถึงม 6 เพราะฉะนั้นการเลือกตัวแทนของนักเรียนนักเรียนจะเอามาเฉพาะเด็กม 6 มา เฉพาะมัธยมมาได้ไหม ไม่ได้นะคะ ไม่ได้เพราะอะไรเพราะว่าพี่มัธยมนี่จะชอบไม่เหมือนกันกับน้อง ๆ เพราะฉะนั้น เวลาเราจะหยิบ ตัวอย่างนะคะ ตัวอย่างออกมาแล้วจะต้องพระตั้งแต่ ช่วงระดับนะเอาน้องอนุบาลมานะคะ เอาน้องประถมมาเอาน้องมต้นมาแล้วก็พี่มอปลายมา จำนวนเท่าไหร่เอามาเท่า ๆ กันนะคะ เพื่อที่จะเป็นตัวแทนของนักเรียนทั้งหมด ราคาทีนี้เราก็จะรู้แล้วว่าโอ้เด็กอนุบาลส่วนใหญ่ถูกเลือกมาแล้วประถมถูกเลือกมาแล้ว ม.ต้นถูกเลือกมาแล้วมอปลายถูกเลือกมาแล้ว อันนี้ก็คือคนที่สามารถตอบคำถามว่าคุณชอบส้มตำไก่ทอด หรือว่าคุณจะชอบก๋วยเตี๋ยวพอเราได้ข้อมูลมาที่เราไปถามนี่มันสามารถตอบโจทย์แปลว่าคนส่วนมากคนทั้งหมดชอบอะไร นะคะ คุณครูหรือว่าฝ่ายโภชนาการจัดเลี้ยงก็จะสามารถที่จะอาหารเมนูนี้ให้นักเรียนได้ไงคะ ต่างกันนะ ข้อมูลชุดแรกในการวิเคราะห์จะเอาเอาหมดเลยนะคะ อ้างอิงไม่ต้องอ้างอิง พอมาที่ 2 เชิงอนุมานแล้วจะมีการสุ่มตัวอย่างออกมาจากประชากรทั้งหมดนะคะ เก็บมาจากตัวอย่างเพื่อที่จะไปอ้างอิงผลให้ข้อมูลทั้งหมดนะคะ วิธีการในการเลือกตัวแทนนะคะ กำหนดการทดลองแล้วจะทดลองอย่างไร วิธีการอันนี้จะต้องใช้นะคะ เดี๋ยวเราจะได้เรียนในช่วงต่อไปนะคะ ในการเก็บข้อมูล ครูปิ๊กก็บอกมาแล้ว ทำไมเราถึงจะต้องใช้สถิติเชิงอนุมาน ทำไมเราจะทำไมเราไม่ทำสถิติเชิงพรรณนา ข้อที่ 1 เลยคนเยอะเสียเวลาใช้เวลานานมากต้องเกี่ยวกับงบประมาณด้วยหรืออาจจะมีเหตุผลอีกเยอะแยะมากมายนะคะ ที่เข้ามามันไม่สะดวก มันไม่สะดวกในการเก็บข้อมูลบางทีข้อมูล อาจจะเป็นช่วงเวลานะคะ ช่วงเวลามาเกี่ยวข้อง มันก็จะทำให้เกิดความยุ่งยากในการเก็บข้อมูลเหตุผลนี้ถึง ทำให้เราใช้สถิติเชิงอนุมานก็มาช่วยนะคะ มีอยู่ 2 แบบนะ มีใครสงสัยไหมคะ เข้าใจไหม เข้าใจแล้วนะ อันนี้คือสถิตินะคะ ที่นี้ประโยชน์ของสถิติเยอะมากเลยนะคะ ดูประโยชน์ของเขาจากที่ครูปิ๊กพูดมา ประโยชน์เกี่ยวกับการศึกษาถูกนำมาใช้เยอะมาก ถูกนำมาใช้เยอะมากกว่าการศึกษานำข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในด้านของงบประมาณ ในด้านของการจัดการเรียนการสอนในด้านของการผลิตคุณครูในด้านนักเรียนโครงการเรียนฟรี 15 ปี ที่รัฐบาลเอามาให้เราช่วยในค่าเครื่องแต่งกายค่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็จะต้องเก็บข้อมูลกว่าเขาจะบอก แปลว่าอนุบาลต้องใช้เงินเท่านี้ให้เด็กอนุบาลประถมให้ใช้เงินเท่านี้ มัธยมให้ใช้เงินเท่านี้ ทำไมเขาถึงใช้เงินไม่เท่ากัน พอมันเกิดจากการเก็บข้อมูลว่าเอ่อถ้าโตหน่อยนะ กิจกรรมมันเยอะแล้ววิชาเนี่ยมันจะเข้มข้นขึ้นนะเพราะฉะนั้นรัฐบาลก็เลยจ่ายเงินให้มากกว่าในระดับอง ๆ นี่ก็เป็นเหตุผลทุกสิ่งทุกอย่างมันจะเกิดรนัดกันไปหมดเลยนะคะ เมื่อไหร่ที่รอใช้สถิติสิ่งที่เข้ามาเกี่ยวข้องมีอะไรบ้าง อะไรที่จะนำมาวิเคราะห์นะคะ วิเคราะห์อย่างไรเนาะนอกจากการศึกษาแล้วประโยชน์อีกอันหนึ่งของเขาคืออะไร ในด้านของการเกิดเห็นไหมคะ เราใช้เอาไปทำอะไรสถิติ ไปช่วยในด้านเกษตรอย่างไรพ่อแม่ที่เป็นชาวนาใช่ไหม รู้เลยว่าขายข้าวกี่ตัน ได้เงินเท่าไร แล้วเราจะซื้อปุ๋ยอย่างไร ปุ๋ยราคาเท่าไหร่นะคะ อันนี้ก็เป็นการเก็บข้อมูล เพื่อที่จะดูว่าช่วงไหนที่เราจะต้องปลูก ช่วงไหนที่เราจะใช้เงินเยอะ ก็จะถูกนำมาวางแผนได้พัฒนานะคะ ในด้านของกันผลิตก็เหมือนกันนะคะ ประโยชน์ในด้านการผลิต เวลาเราจะผลิตบริษัทรถยนต์ผลิตรถยนต์ออกมา จะต้องเก็บข้อมูลว่ารถรุ่นนี้มีใครบ้างที่ขาย กลุ่มไหนที่ใช้เราจะผลิตได้กี่คัน ถึงจะพอดีไม่ใช่ว่าผลิตออกมาปีก่อน ๆ รถรุ่นนี้แหละ ผลิตออกมาแล้วเหลือเต็มเลยขายไม่ได้นะคะ อันนี้ก็ไม่ใช่ มันถูกนำมาใช้ประโยชน์เยอะมากเลยนะคะ สถิติ เอามาควบคุมคุณภาพ จะต้องมีเกณฑ์จำได้ไหมคะ สถานการณ์ที่ครูปิ๊กเล่ามาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว การควบคุมคุณภาพของสินค้าต่าง ๆ และถูกนำสถิติเข้ามาใช้ในด้านของผู้บริโภคก็เหมือนกัน ผู้บริโภคก็คือเราที่เราไปซื้อของต่าง ๆ นะคะ ตอนนี้เวลาเราจะไปซื้อของเราต้องดูก่อนใช่ไหมคะ ว่าเปรียบเทียบร้านไหน ร้านไหนที่ราคาถูกคุณภาพดีแล้วก็ไปซื้อนะ นี่คือการประโยชน์ของสถิติ และการพยากรณ์ ก็เหมือนกับในเรื่องของฝนพยากรณ์ภูมิอากาศนะคะ ว่าเป็นอย่างไรแล้วก็ชีวิตประจำวันของเราชีวิตประจำวันของเรานี้สำคัญนะคะ เราไม่ต้องเกี่ยวกับใคร ฝากให้นักเรียนนำมาใช้ในชีวิตประจำวันของเราสิ่งสำคัญ ก็คือการใช้จ่ายนะคะ ของเราเองเราจะใช้สถิติเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันเราอย่างไรลองนะคะ ลองทำบันทึกรายรับรายจ่ายของตัวเองนะคะ ของตัวเองว่าตัวเองนี่ 1 วัน 1 วัน ได้เราใช้เงินทำอะไรได้บ้าง เราใช้เงินของเราซื้ออะไร ถ้าเราทำบันทึกไว้ทุกวันทุกวันนะคะ เราจะรู้ว่าสิ่งที่เราใช้ไปนั้นมีประโยชน์ไหม อันไหนที่เราใช้บ่อย ๆ แล้วมันไม่มีประโยชน์นะคะ เราก็สามารถที่จะตัดส่วนนั้นออกไปได้ อันนี้ก็คือสิ่งที่เอามาใช้ในชีวิตประจำวันของเรานั้นประโยชน์ของเรา ก็มีอีกเยอะแยะมากมายนะคะ สำหรับสถิติ ฉะนั้น คณิตศาสตร์เป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวเราที่เราสามารถนำไปใช้ได้หมด บูรณาการได้หมดทุกศาสตร์ทุกสาขาที่เข้ามาเกี่ยวข้องนะคะ บางทีเรื่องคณิตศาสตร์แต่ต้องไปคำนวณในวิชาวิทยาศาสตร์ ก็มีนะคะ ศิลปะบางทีเวลาเราเรียน ม. ปลายคณิตศาสตร์ก็ได้เข้าไปอยู่ในศิลปะ เพราะอะไรอย่างเช่นการวาดภาพการวาดภาพปุ๊กวาดให้เหมือนจริงวาดภาพทางพฤกษศาสตร์การเหมือนจริง อันไหนใหญ่เราจะต้องย่อลงมาให้อยู่ในกระดาษได้ เพราะฉะนั้น มาตราส่วนก็เข้ามามีส่วนร่วม เพราะฉะนั้นคณิตศาสตร์ อยู่รอบตัวเราทุกวิชานะคะ อันนี้เป็นตัวอย่างจากการวิเคราะห์นโยบาย นักเรียนดูนะในด้านของการศึกษา หลักใหญ่เลย ก็คือรัฐบาลอ่านดูข้างบนนะคะ รัฐบาล ข้อมูลที่จะต้องเก็บมีอะไรบ้าง อย่าลืมนะสถิติเกี่ยวข้องกับอะไรวิชาที่ว่าด้วยการเก็บรวบรวมข้อมูลนะคะ เพราะฉะนั้น ข้อมูลที่เกี่ยวกับการศึกษามีใครบ้างล่ะ 1. นักเรียนแน่นอน นักเรียนจะต้องเกี่ยวข้องกับการศึกษาแน่นอน เราจะต้องเก็บข้อมูลของนักเรียนนะคะ 2. บุคลากรทางการศึกษา คุณครู เราจะต้องเก็บ เพราะคุณครูเป็นคนสอนเกี่ยวข้องกับการศึกษาโดยตรงนะคะ 3. การผลิต หรือว่าพัฒนาคุณครูอันนี้บัณฑิตที่จบใหม่ ราชภัฏในระดับปริญญาตรีนะคะ มหาลัยต่าง ๆ ที่ผลิตคุณครูออกมา เกี่ยวข้องจะผลิตสาขาอะไรนะคะ ที่มีความต้องการที่... การศึกษาขาดแคลน มหาลัยจะต้องผลิตให้ตรงสายนะคะ มีการพัฒนาคุณครูก็ต้องเป็นครูแล้วจบมาทำงาน แล้วก็ต้องพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง อันนี้ก็เกี่ยวข้องกับการศึกษาอันนี้คือเก็บข้อมูลทั้งหมดเลยนะคะ ข้อต่อมาสถานศึกษาเกี่ยวไหมการจัดการศึกษาโรงเรียนก็เกี่ยวนะคะ โรงเรียนนี้ก็เกี่ยวสำคัญมาก แล้วจะวางแผนอย่างไรมีห้องเรียนกี่ห้องนะคะ มีห้องคอมพิวเตอร์ไหม ห้องสมุดไหม ห้องปฏิบัติการต่าง ๆ สถานศึกษาจะต้องมี เพราะฉะนั้น เราจะต้องเก็บข้อมูลมาวิเคราะห์นะคะ และที่สำคัญคือค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษา ทั้งหมดนี้จะถูกนำมา นำข้อมูลเกี่ยวกับข้อมูลทั้งหมดนะคะ จะถูกนำมาวิเคราะห์ วิเคราะห์โดยใช้อะไรวิเคราะห์โดยใช้สถิติอย่างนี้ มันเยอะมากเลยลูกข้อมูลมันเยอะมาก เพราะฉะนั้น มันจะเข้ามาสู่สถิติเชิงอนุมานนะคะ เราไม่สามารถที่จะไปเก็บมาทั้งหมดได้ถูกไหม ในประเทศไทยมีนักเรียนกี่คนเยอะมากเพราะฉะนั้นเขาก็เลยสุ่มเอาตัวอย่างนะคะ เอาข้อมูลแค่เป็นตัวอย่างมาใช้ในการทั้งหมดเลยเพราะเป็นภาพใหญ่นะคะ โอเค แล้วหลังจากนั้นเวลาเราวิเคราะห์ข้อมูลเสร็จปุ๊บ รัฐบาลก็จะนำข้อมูลนั้นมากำหนดนโยบายทางการศึกษา มักวางแผนนะคะ มากระจายโอกาส เพื่อให้การศึกษาของประเทศไทยนี่ พัฒนาแล้วก็มีคุณภาพมากขึ้น อันนี้เป็นตัวอย่างในด้านของการจัดการศึกษานะคะ การเก็บข้อมูลมีข้อมูลจากส่วนไหนบ้าง วิเคราะห์อย่างไร และนำไปใช้อะไรนะคะ อ่านในด้านของพยากรณ์บ้าง เมื่อกี้ที่คุยกันตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วนะพยากรณ์ที่สำคัญมาก อันนี้ก็เป็นหน่วยงานนะคะ กรมอุตุนิยมวิทยาที่มาดูแลเรื่องการพยากรณ์ เขาเก็บข้อมูลตั้งแต่อดีต ตั้งแต่อดีตนานมาแล้วจนถึงปัจจุบัน เอาข้อมูลนั้นมาวิเคราะห์ มาวิเคราะห์แล้วสามารถพยากรณ์ได้เลยทำนายแล้วทำนายได้ตรงกล้วยมีไหมคะ นักเรียนจำได้ไหม มีครั้งไหนที่เขาทำนายไม่ได้แม้กระทั่งที่สึนามิ แม้กระทั่งเรื่องของแผ่นดินไหว แม้กระทั่งภูเขาไฟระเบิดนะคะ ข้อสามารถวิเคราะห์ว่าเขาจะมีการเก็บข้อมูลเก็บข้อมูลต่าง ๆ มาแล้ว ก็เอามาทำนาย โดยใช้สถิติโดยใช้วิธีการวิเคราะห์นะคะ ก็จะได้ผลออกมานำไปใช้ในการตัดสินใจได้ อ่านในชีวิตประจำวันครูปิ๊กบอกแล้วนะ ในด้านของนักเรียนเองนะคะ หรือว่าคุณพ่อคุณแม่ในครอบครัวของเรานะคะ ที่สำคัญก็คืออยากให้บันทึกรายรับรายจ่าย เพื่อที่จะนำมาวิเคราะห์พฤติกรรมของตัวเอง วิธีการใช้จ่ายนะคะ ของตัวเองว่าใช้จ่ายมีประโยชน์หรือเปล่า อันไหนที่มีประโยชน์เราก็โอเคแล้วก็ยังใช้จ่ายได้อยู่ แต่ถ้าอันไหนมันไม่มีประโยชน์นะคะ เราก็สามารถปรับวิธีการใช้จ่ายได้ ควบคุมค่าใช้จ่ายได้อันนี้จะเป็นประโยชน์กับนักเรียนเองจะไปเที่ยวกับนักเรียนเองนะคะ โอเคไหม เข้าใจนะ ทีนี้มาดูแหล่งของข้อมูลทางสถิตินะคะ แหล่งข้อมูลทางสถิติแบ่งเป็น 2 ข้อด้วยกัน มาจาก 2 แหล่ง เมื่อกี้การวิเคราะห์นะลูก เมื่อกี้การวิเคราะห์ผ่านไปแล้วนะ การวิเคราะห์แบ่งเป็นเชิงพรรณนากับเชิงอนุมานนะคะ เชิงพรรณนาเก็บมาจากข้อมูลทั้งหมดเอามาวิเคราะห์แต่เชิงอนุมานเลือกจากกลุ่มตัวอย่างมาวิเคราะห์เพื่อที่จะเป็นตัวแทน แล้วตอบโจทย์ของที่เราอ้างอิงมานะคะ อันนี้ผ่านไปแล้วนะการวิเคราะห์ทีนี้เรามาดูแหล่งที่มาของข้อมูล แล้วจะไปเก็บมาจากไหน คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องและชื่อของเขาน่ะเรียกว่าอย่างไรนะคะ มีอยู่ 2 แหล่งที่เราเก็บ อย่างแรกก็คือปฐมภูมิ ปฐมภูมิหมายถึง แหล่งกำเนิดของข้อมูลนะคะ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยตรง อันนี้ก็คือเรานี่แหละไปถามโดยตรงเลย ไม่ต้องผ่านใครเลย เป็นข้อมูลที่เราเก็บเองนะคะ เราเก็บเอง อย่างเช่น ครูปิ๊กอยากอยากรู้ว่านักเรียนในห้องนี้น้ำหนักเท่าไหร่ ส่วนสูงเท่าไหร่ เด็ก ๆ มีอยู่แค่ 9 คน นะคะ นักเรียนมีทั้งหมด 9 คนครูปิ๊กสามารถที่จะเก็บข้อมูลได้เลย สามารถที่จะถามได้เลยแล้วก็เก็บบันทึกข้อมูลได้เลยอันนี้เขาเรียกว่าแหล่งปฐมภูมิ และแหล่งปฐมเองได้โดยตรงเลยนะคะ อันที่ 2 แหล่งทุติยภูมิ ทุติยภูมิก็คือข้อมูลที่เราไม่ได้เก็บเองนะคะ มีผู้อื่นจะเก็บแล้วนะคะ ทำข้อมูลเอาไว้แล้วเราแค่ไปขอไปหยิบมาใช้เท่านั้นเอง เราไม่ได้ทำเอง โอเคนะ ทีนี้เรามาดูตัวอย่าง ตัวอย่างตอนนี้นะคะ ที่ครูปิ๊กบอก ครูถาม ครูถามว่าเด็กอายุเท่าไหร่ แต่ละคนทุกคนก็จะตอบ x มา ตอบตอบตอบมาทั้งหมดก็จะบันทึกอันนี้ก็คือทุติยภูมิ เคนะที่นี้ไม่ใช่เมื่อกี้เป็นปฐมภูมินะคะ ที่ 2 แหล่งทุติยภูมิอะไรบ้าง อย่างเช่น ข้อมูลตัวนี้เป็นตัวอย่างผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเมื่อปี พ.ศ. 2500 แม่น้ำเมื่อปีที่แล้ว ตัวนี้ใครเป็นคนวิเคราะห์ โรงเรียนใช่ไหมคะ งานวัดผลเขาวิเคราะห์ออกมาแล้ว ก็เก็บข้อมูลออกมาแล้วแล้วก็วิเคราะห์ออกมา ว่าพัฒนาการของเด็กปฐมวัยของโรงเรียนเรานี่ ด้านอะไรด้านร่างกาย เด็กมีพัฒนาการร้อยละเท่าไหร่อันนี้คือข้อมูลที่มันมีแล้วเนาะแล้วก็อันนี้ผลสัมฤทธิ์ของเด็กประถมวิชาต่าง ๆ อันนี้คือแหล่งทุติยภูมิและสามารถเอาข้อมูลนี้ไปใช้ประโยชน์ได้ เราไม่ได้ถามเองนะคะ เราไม่ได้ถามเอง การเก็บข้อมูลเก็บได้จากส่วนไหนบ้างมีอยู่ 4 ส่วนด้วยกัน วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลนะคะ 1. จากทะเบียนประวัติ อันนี้แน่นอนเราไม่ได้เขาทำอะไรอยู่แล้วเราแค่ไปเอามา เพราะฉะนั้น เป็นการวิเคราะห์สถิติเชิงพรรณนาหรืออนุมานคะข้อแรก น้องเบนซ์ น้องเบนซ์ตอบให้ครูชื่นใจหน่อย ข้อแรกเนี่ย ทะเบียนประวัติเราไม่ได้เก็บเอง เราไม่ได้เก็บข้อมูลเองมันจะเป็นเชิงพรรณนาหรือเชิงอนุมานตะแกรงไหน 2 ประเด็นนะเชิงไม่ใช่ เอาใหม่นะคะ แหล่งที่เก็บข้อมูล แหล่งที่เก็บข้อมูล ที่มี 2 แรงนะปฐมภูมิกับทุติยภูมิ ข้อที่ 1 การเก็บข้อมูลจากทะเบียนประวัติอันนี้จะเป็นอันที่ 1 หรืออันที่ 2 ตัวนี้อยู่ในทะเบียนประวัติ เราไม่ได้ไปเก็บเอง เราไม่ใช่คนถามเอง เพราะฉะนั้น เพราะฉะนั้น มันจะอยู่ในแหล่งทุติยภูมิ ก็คือแหล่งที่ 2 นะคะ ถ้าอยากได้ประวัติของใครสักคน คนที่เจ็บคือสำมะโนครัว พรุ่งนี้นะคะ ก็คือทะเบียนราษฎร์เอาเอกสารได้แล้วก็ไปขอเขาทางราชการก็จะไม่ให้กันง่าย ๆ นะคะ เราจะต้องมีระเบียบวิธีที่จะไปขอเขามา เพื่ออะไร เพราะฉะนั้น แหล่งข้อมูลตัวนี้ก็คือแหล่งที่ 2 นะคะ แหล่งทุติยภูมิในขณะที่ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจนะคะ การสำรวจ อันนี้เราสามารถที่จะไปดูเอง สำรวจเอง อย่างเช่น ในราคาเรียนของเรา เราอยากรู้ว่าหลอดไฟที่มันเสียมีกี่หลอดแล้วก็ไปเดิน แล้วก็สำรวจเองสำรวจเองอันนี้แสดงว่าเป็นแบ่งปฐมภูมิ หรือทุติยภูมิ ที่เราเก็บเอง ช่วยตัวเอง เอาใหม่นะ เอาใหม่นะ เดี๋ยวพี่จะทวน นักเรียนดูนะ เห็นไหมคะ ปฐมภูมิปฐมภูมิก็คือไปเดินเก็บเอง เดินเก็บเองเลย เรานี่แหละไปทำเอง ไปเก็บเอง จำไว้นะปฐมอันแรกปฐมภูมิเราไปเก็บข้อมูลเองเลยนะคะ อันที่ 2 มีคนอื่นเก็บไว้แล้วข้อมูลนี้ทุติยภูมินะคะ เขาเก็บมาไว้ให้เลี้ยงแล้วเราไม่ได้ไปเก็บเอง โอเคนะ มีแค่ 2 แรงใช่แค่นี้ครูปิ๊กถาม เมื่อกี้ตอบไปแล้วนะคะ บอกไปแล้วว่าข้อที่ 1 ทะเบียนประวัตินี่ เราไม่ได้ไปเก็บเอง เพราะมีคนที่เขาเก็บให้อยู่แล้วสำมะโนครัวพวกนี้นะคะ ข้อมูลต่าง ๆ แฟ้มประวัติเราเป็นคนเก็บได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ก็เลยอยู่ในแหล่งทุติยภูมินะคะ ข้อแรก การสำรวจการสำรวจเดินไปเก็บเอง อย่างเช่นหลอดไฟที่ไปสำรวจอาคาร หลอดไหนที่มันเสียมีกี่มีกี่หลอดนะคะ มีกี่หลอด อันนี้จากการสำรวจเราไปเก็บเองเพราะฉะนั้นจะอยู่ในข้อไหน หรือ 2 1 โอเคเยี่ยมนะคะ ก็คือ 1 งั้นเองการทดลอง เราทดลองเองเราทำแลปเราทำอย่างเช่นที่ลูกทำคิดไบร์ท เด็กต่อสัญญาณป้องกันน้ำท่วมอะไรของโลกที่สัญญาณที่เด็ก ๆ เขาทำกันเนนะทำการทดลองเองเพราะฉะนั้นข้อมูลตัวนี้จะอยู่ 1 หรือ 2 ทำเองจะอยู่ 1 หรือ 2 1 นะคะ เราทำเอง เพราะฉะนั้น ก็คือหนึ่งนั่นเอง ข้อที่ 4 สังเกต การสังเกต อย่างเช่นเราไปดูเราไปสังเกตเราไปนั่งดูแล้ว ตอนเช้า ๆ มีน้องแอบมาเล่นตรงที่มันอันตรายหรือเปล่า หลังจากทานข้าวเสร็จ การสังเกตเราไปดูเองเราไปนั่งดูเองเพราะฉะนั้น อยู่ใน 1 หรือ 2 คะ 1 นะคะ โอเคแสดงว่านักเรียนเข้าใจนะ เข้าใจทุกคนไหม เข้าใจนะ เข้าใจนะคะ มีง่ายมากคือเก็บเองแล้วก็ไปเอาจากคนอื่นมา เขาเก็บแล้วเท่านั้นเองนะคะ อันนี้ชื่อเขาจะเรียกต่างกัน ทีนี่มาสู่การนำเสนอข้อมูลนะคะ เมื่อกี้การเก็บข้อมูล อยู่ 4 วิธีนะคะ ที่เก็บข้อมูลเรียบร้อยไปแล้ว นี่มาสู่การนำเสนอข้อมูลมีอะไรบ้าง 1. นำเสนอ ง่ายไหม อันนี้ครูปิ๊กทำเป็นตารางนักเรียนดู ดูมันง่ายไหมคะ อันนี้แสดงจำนวนบุคลากรของโรงเรียนเรานี่แหละ ดูง่ายไหมว่ามันมีกี่คน ครูไปถามว่าบุคลากรทั้งหมดมีกี่คน เราสามารถไปดูตรงช่องไหนตอบได้ค่ะ มีกี่คนบุคลากรทั้งหมดมีกี่คน ทั้งหมดเลย ไม่ต้องแยกรวมทั้งหมดถูกนะคะ 80 คน ในสไลด์ถ้ามันเป็นตารางปุ๊บ โอเคง่ายมาก รวมเท่าไร 80 สามารถตอบได้ทันที ถามผู้บริหารนะคะ ผู้บริหาร ผอ. มีกี่คน มีคนเดียว เห็นไหมคะ ตารางเวลาเรานำเสนอข้อมูล มันจะทำให้เกิดความชัดเจนขึ้น ง่ายขึ้นในการเอาข้อมูลนั้นมาใช้นะคะ แบบแรกในการนำเสนอข้อมูลนะ ผ่านนะคะ ต่อไปเป็นภาพค่ะ เมื่อกี้เป็นตารางก็ง่ายแล้ว เป็นภาพง่ายกว่าอีกนะคะ ดูแล้วเข้าใจเลย ดูแล้วเข้าใจเลยอาจจะเป็นแผนภาพนะคะ เป็นกราฟ กราฟนะ ก็มีหลายอย่าง แผนภาพวงกลม เป็นกราฟแท่งรับเส้นนะคะ อันนี้เป็นแผนภาพแผนภูมิวงกลมนะคะ ออกมาเป็นเปอร์เซ็น อันไหนที่เยอะเข้าใจเลยว่าช่วงไหนที่มีปริมาณเยอะ อันไหนที่น้อย สามารถตอบได้เลย นี่คือการนำเสนอข้อมูลเด็ก ๆ ม. 6 จะต้องได้เรียนทั้งหมดเลยหนึ่ง ก็คือการออกแบบนะคะ ออกแบบเครื่องมือที่จะไปเก็บข้อมูล อันไหนล่ะ แล้วก็นำไปสู่การเก็บข้อมูลนะคะ เพราะเก็บข้อมูลมาแล้วเราจะไปสู่การวิเคราะห์เด็ก ๆ จะวิเคราะห์แล้วก็งานชิ้นสุดท้ายพอวิเคราะห์เสร็จ เอามาออกแบบจะนำเสนอข้อมูลแบบไหนนะคะ แล้วแต่เด็ก ๆ เลยว่าจะเป็นตาราง หรือเปล่าข้อมูลมันเหมาะสมไหมว่าจะเอามาเป็นแผ่นภาพนะคะ ลูก ๆ ก็สามารถเอามาทำได้อันนี้ ก็คือได้เรียนรู้แล้วก็ฝึกนำไปใช้นะคะ วันนี้ข้อมูลครูปิ๊กสอนมีเท่านี้ แต่นักเรียนจะต้องไปฝึกต่อไปนะคะ ไปฝึกต่อไปทีละเล็กทีละน้อยนะคะ มีใครสงสัยไหม ตั้งแต่เรียนมาสำคัญวันนี้เราเรียนเรื่องอะไรบ้าง 1. เรื่องอะไรคะ วันนี้เราเรียนเรื่องความหมายนะคะ ของสถิติเลย หัวข้อความหมายของเป็นหัวข้อใหญ่เลยของวันนี้นะคะ มันหมายถึงอะไรนะคะ เด็ก ๆ บันทึกข้อมูลตัวนี้ลงไปที่สมุดของตัวเองนะคะ อันนี้สำคัญวันนี้ให้นักเรียนบันทึกลงไปตอนนี้เลยนะคะ ความหมายของสถิติหน้านี้ บันทึกลงไปเลยนะคะ ตอนนี้ถูกต้องนักเรียนคะ มองครูปิ๊กก่อน วันนี้หมดเวลาแล้วนะคะ วันนี้หมดเวลาแล้ว ครูปิ๊กถามหน่อยว่านักเรียนเข้าใจที่ครูสอนวันนี้ไหม ความหมายสถิติคืออะไร นักเรียนเข้าใจไหมคะ แล้วก็การวิเคราะห์ข้อมูลแบ่งเป็น 2 ส่วน อันนี้แบ่งเป็นข้อมูลเชิงอนุมานกับข้อมูลเชิงพรรณนา อันนี้เข้าใจนะคะ 2 อันนะคะ แล้วก็แหล่งข้อมูลนะคะ แหล่งข้อมูลที่เราไปเก็บอยู่ 44 หัวข้อนะคะ อันนี้นักเรียนต้องทำแล้วก็ เดี๋ยวบันทึกอีกทีนึงเนาะหลวงพี่ทวนนิดนึงนะคะ เข้าใจหมดไหม หรือว่ามีใครยังสงสัยอยู่ไหมคะ เข้าใจนะถ้าครูไปออกข้อสอบมาแล้วตอบได้ไหม ขอพิกัดข้อสอบมาตอบได้ไหม ให้ตัวอย่างมานะคะ แล้วก็ถามนักเรียนว่า อันไหนเป็นข้อมูลเชิงสถิติอันไหนเป็นข้อมูลเชิงอนุมาน นักเรียนตอบได้นะจับหัวข้อจับประเด็นให้ถูกนะคะ ง่ายมากเลยวันนี้หมดเวลาแล้วนะคะ เดี๋ยวเราเจอกันอาทิตย์ต่อไปสัปดาห์หน้านะคะ หาหัวหน้าเชิญค่ะ หัวหน้าห้องค่ะ ขอบคุณล่ามนะคะ ขอบคุณมากค่ะ