﻿1
00:00:07,972 --> 00:00:11,972
(อาจารย์จักรพงศ์) นักเรียนสามารถกาลงบนกระดาษ

2
00:00:16,865 --> 00:00:20,865
ข้อสอบที่คุณครูแจกได้เลยครับ

3
00:00:44,100 --> 00:00:48,100

4
00:00:50,776 --> 00:00:54,387
นักเรียน นักเรียนครับ

5
00:00:54,387 --> 00:00:58,387
นักเรียนดูพี่ล่ามนะ เดี๋ยวคุณครูจะอธิบายในการทำข้อสอบ

6
00:01:03,991 --> 00:01:07,991
ให้นักเรียนฟังนะ ในการทำข้อสอบนะ นักเรียน

7
00:01:08,176 --> 00:01:12,176
ถ้าไม่เข้าใจข้อไหน นักเรียนไม่เข้าใจ

8
00:01:15,828 --> 00:01:18,143
อะไรอย่างไร ให้นักเรียนยกมือแล้วให้มา

9
00:01:18,143 --> 00:01:22,143
ถามคุณครู แล้วคุณครูจะให้สื่อสารกับพี่ล่าม

10
00:01:24,247 --> 00:01:27,274
นะครับ ว่านักเรียนไม่เข้าใจคำถามข้อไหน

11
00:01:27,274 --> 00:01:31,274
ข้อสอบมีทั้งหมด 10 ข้อ มีด้านหลังของกระดาษด้วย

12
00:01:34,583 --> 00:01:36,452
นะครับ มีทั้งหมด 10 ข้อนะ

13
00:01:36,452 --> 00:01:40,452
แล้วก็ให้ทำไป ค่อย ๆ ทำไป เดี๋ยวคุณครูจะ

14
00:01:47,012 --> 00:01:47,437
ให้เวลาทำประมาณสัก 20 นาทีในการทำข้อสอบครั้งนี้ เพราะจะต้อง

15
00:01:47,437 --> 00:01:51,437
ใช้สมาธินิดหนึ่ง ถ้าอย่างไรไม่เข

16
00:01:59,018 --> 00:02:03,018
้าใจก็เดินออกมาถามพี่ล่ามได้เลย โอเคครับผม

17
00:03:30,141 --> 00:03:32,096
โอเคนะครับ

18
00:03:32,096 --> 00:03:36,096
เดี๋ยวคุณครูจะอ่านให้ฟัง

19
00:03:39,046 --> 00:03:43,046
ทีละข้อ แล้วก็ถ้านักเรียนคิดว่าข้อไหนถูกให้กาแล้วกันนะ

20
00:03:47,080 --> 00:03:47,156
โอเค นักเรียนจะได้ดูพี่ล่ามอธิบายไปด้วย

21
00:03:47,156 --> 00:03:48,848
ภาษามือให้ด้วย โอเคไหมครับ โอเคไหม

22
00:03:48,848 --> 00:03:52,848
โอเค เรามาเริ่มข้อ 1 กันเลย

23
00:03:53,873 --> 00:03:57,873
ข้อ 1 การเขียนย่อความ

24
00:03:59,635 --> 00:04:03,635
หากมีการอ้างถึงบุคคล ควรปฏิบัติอย่างไร

25
00:04:07,128 --> 00:04:10,409
คุณครูจะอ่านอีกรอบหนึ่งนะครับ

26
00:04:10,409 --> 00:04:14,409
การเขียนย่อความ หากมีการ

27
00:04:15,749 --> 00:04:19,749
อ้างถึงบุคคล ควรปฏิบัติอย่างไร

28
00:04:21,785 --> 00:04:25,785
ก. ใช้สรรพนามบุรุษที่ 1

29
00:04:28,290 --> 00:04:30,623
ข. ใช้สรรพนามบุรุษ

30
00:04:30,623 --> 00:04:34,623
ที่ 2 ค.

31
00:04:35,507 --> 00:04:35,671
ใช้สรรพนามบุรุษที่ 3 ง.

32
00:04:35,671 --> 00:04:39,671
ใช้สรรพนามบุรุษที่ 4

33
00:04:42,114 --> 00:04:46,114
อีกรอบหนึ่งไหม

34
00:04:47,042 --> 00:04:50,447
อ่านอีกรอบหนึ่งนะ

35
00:04:50,447 --> 00:04:54,447
การเขียนย่อความ หากมีการอ้างถึงบุคคล

36
00:04:59,027 --> 00:05:00,596
ควรปฏิบัติอย่างไร

37
00:05:00,596 --> 00:05:04,596
ก.

38
00:05:05,717 --> 00:05:09,717
ใช้สรรพนามบุรุษที่ 1

39
00:05:11,506 --> 00:05:14,295
ข. ใช้สรรพนาม

40
00:05:14,295 --> 00:05:17,986
บุรุษที่ 2

41
00:05:17,986 --> 00:05:21,986
ค. ใช้สรรพนามบุรุษที่ 3

42
00:05:27,015 --> 00:05:31,015
ง. ใช้สรรพนามบุรุษที่ 4

43
00:05:32,354 --> 00:05:36,354
ถ้านักเรียนได้ข้อที่ถูกแล้ว

44
00:05:39,885 --> 00:05:43,885
นักเรียนกากบาทลงตรง

45
00:05:46,849 --> 00:05:50,849
ก. ข. ค. ง. ตรงข้อที่นักเรียนคิดว่าถูกเลยนะครับ

46
00:05:51,282 --> 00:05:55,282
ข้อใดข้อหนึ่งนะ

47
00:06:13,775 --> 00:06:16,467
ต่อไปข้อที่ 2 นะครับ

48
00:06:16,467 --> 00:06:20,467
ข้อที่ 2 นักเรียนดูพี่ล่ามนะ นักเรียนดูพี่ล่ามนะ

49
00:06:28,757 --> 00:06:32,704
ข้อที่ 2

50
00:06:32,704 --> 00:06:36,704
คำอุปมาอุปไมย ข้อเปรียบเทียบ

51
00:06:38,719 --> 00:06:40,242
ตัวเลข สถิติ

52
00:06:40,242 --> 00:06:44,242
วัน เดือน ปี เป็นลักษณะของประโยค

53
00:06:48,079 --> 00:06:48,495
ชนิดใด

54
00:06:48,495 --> 00:06:52,495
อ่านคำถามอีกรอบนะครับ

55
00:06:57,427 --> 00:06:59,735
คำอุปมาอุปไมย ข้อเปรียบเทียบ

56
00:06:59,735 --> 00:07:03,735
ตัวเลข สถิติ วัน

57
00:07:05,601 --> 00:07:07,402
เดือน ปี เป็นลักษณะของ

58
00:07:07,402 --> 00:07:09,955
ประโยคชนิดใด

59
00:07:09,955 --> 00:07:13,726
ก. ใจความรอง

60
00:07:13,726 --> 00:07:17,726
ข. ใจความหลัก

61
00:07:17,904 --> 00:07:21,208
ค. ใจความพิเศษ

62
00:07:21,208 --> 00:07:25,208
ง. ใจความสำคัญ

63
00:07:40,482 --> 00:07:44,482
โอเคไหมครับ ข้อนี้โอเคไหม อ่านอีกรอบไหม

64
00:07:51,720 --> 00:07:54,527
เอาใหม่ไหม โอเคแล้วนะ โอเค

65
00:07:54,527 --> 00:07:58,527
ข้อที่ 3 รูปแบบการเขียน

66
00:08:07,075 --> 00:08:11,075
ย่อความที่ถูกต้อง มีส่วนประกอบกี่ส่วน รูปแบบการเขียนย่อความที่ถูกต้อง

67
00:08:12,257 --> 00:08:13,522
มีส่วนประกอบกี่ส่วน ก. 1 ส่วน

68
00:08:13,522 --> 00:08:17,522
ข. 2 ส่วน ค. 3 ส่วน

69
00:08:21,213 --> 00:08:25,213
ง. 4 ส่วน

70
00:08:36,687 --> 00:08:40,687
โอเคไหมครับ ข้อนี้

71
00:08:44,481 --> 00:08:48,481
พันพัน

72
00:08:52,446 --> 00:08:56,446
โอเค

73
00:08:56,937 --> 00:09:00,937
ต่อไปนะครับ ข้อที่ 4 นะ

74
00:09:03,634 --> 00:09:06,532
ข้อ

75
00:09:06,532 --> 00:09:10,532
ความใดกล่าวถูกต้องที่สุด

76
00:09:13,054 --> 00:09:16,667
ข้อความใดกล่าวถูกต้องที่สุด

77
00:09:16,667 --> 00:09:18,064
ก.

78
00:09:18,064 --> 00:09:22,064
ข้อความใดเป็นบทร้อยกรอง

79
00:09:26,548 --> 00:09:30,548
ให้คงเดิมไว้ ข. การเขียนย่อความที่ถูกต้อง

80
00:09:30,700 --> 00:09:34,700
ไม่ควรเปลี่ยน

81
00:09:38,080 --> 00:09:40,830
สำนวนภาษาของผู้แต่งเรื่องเดิม

82
00:09:40,830 --> 00:09:44,830
ค.

83
00:09:45,585 --> 00:09:49,585
ขั้นตอนแรกของการเขียนย่อความ

84
00:09:53,570 --> 00:09:57,570
คือ ผู้ย่อต้องอ่านเรื่องให้จบ 1-2 เที่ยว เพื่อจับประเด็น

85
00:10:02,666 --> 00:10:06,401
สำคัญ

86
00:10:06,401 --> 00:10:10,401
ง. การเขียนย่อความ ควรใช้อักษรย่อในการ

87
00:10:15,879 --> 00:10:18,192
เขียน เช่น กิโลเมตร ให้ใช้

88
00:10:18,192 --> 00:10:22,192
ก.ม. เป็นต้น

89
00:10:36,480 --> 00:10:40,480
ข้อ 4 ผ่านไหมครับ โอเคไหม

90
00:10:48,591 --> 00:10:52,591

91
00:10:54,801 --> 00:10:58,801
ข้อที่ 5 นะครับ

92
00:11:04,612 --> 00:11:08,612
เป็นข้อความที่ย่อจากงานเขียนเต็ม

93
00:11:17,027 --> 00:11:19,189
ฉบับ มีความยาว 1 ใน 3 ของเรื่องเดิม

94
00:11:19,189 --> 00:11:23,189
เป็นความหมายส่วนใดในการเขียนย่อความ

95
00:11:23,942 --> 00:11:25,936
ข้อที่ 5

96
00:11:25,936 --> 00:11:29,936
ข้อความที่ว่าเป็นข้อความที่ย่อจากงานเขียน

97
00:11:39,290 --> 00:11:41,666
เต็มฉบับ มีความยาว 1 ใน 3 ของเรื่องเดิม

98
00:11:41,666 --> 00:11:41,904
เป็นความหมายของส่วนใดในการเขียนย่อความครับ

99
00:11:41,904 --> 00:11:45,904
ก. ส่วนสรุป ข.

100
00:11:46,746 --> 00:11:50,746
ส่วนเนื้อเรื่อง ค.

101
00:11:51,965 --> 00:11:55,965
ส่วนขึ้นต้น ง. ส่วนนำ

102
00:12:26,714 --> 00:12:30,714
ข้อ 5 โอเคไหมครับ

103
00:12:32,539 --> 00:12:36,539
นักเรียน

104
00:12:40,942 --> 00:12:44,494
มองเห็นพี่ล่ามไหม

105
00:12:44,494 --> 00:12:48,494
โอเค

106
00:12:52,733 --> 00:12:56,733
ต่อไปข้อที่ 6

107
00:12:57,643 --> 00:13:01,643
หน้าหลังนะครับ

108
00:13:03,808 --> 00:13:07,808
หน้าหลังของกระดาษข้อที่ 6 นะ

109
00:13:12,708 --> 00:13:16,708
นักเรียน

110
00:13:19,808 --> 00:13:23,808
ดูพี่ล่ามนะ ดูพี่ล่าม ประโยค

111
00:13:24,521 --> 00:13:28,521
ใจความสำคัญมักจะอยู่ส่วนใดของข้อความ

112
00:13:33,535 --> 00:13:37,535
เดี๋ยวรอพันพันแป๊บหนึ่งนะ

113
00:13:48,511 --> 00:13:52,511
เดี๋ยวพี่ล่ามรอสักครู่นะครับ

114
00:14:20,749 --> 00:14:24,749
ระหว่างที่รอพันพันนะครับ ระหว่างที่รอ

115
00:14:29,771 --> 00:14:33,771
นักเรียนไปเข้าห้องน้ำอยู่นะครับ

116
00:14:35,789 --> 00:14:39,789
ให้นักเรียนอ่านคร่าว ๆ นะครับ อ่านข้อสอบคร่าว ๆ รอ

117
00:14:40,528 --> 00:14:41,536
ไปก่อนคุณครู พอนักเรียนไม่เข้าใจคำไหน

118
00:14:41,536 --> 00:14:45,536
เดี๋ยวยพอคุณครูอ่านไปถึง นักเรียนก็จะได้

119
00:14:48,724 --> 00:14:50,142
เข้าใจในตรงนั้นด้วยนะครับ

120
00:14:50,142 --> 00:14:52,110
เดี๋ยวพี่ล่ามแปลเป็นภาษามือให้นักเรียนดูจะได้

121
00:14:52,110 --> 00:14:56,110
เข้าใจ

122
00:15:45,168 --> 00:15:49,168
โอเค

123
00:15:50,811 --> 00:15:54,811
นักเรียนเริ่มเข้าห้องน้ำกัน อย่างไรเดี๋ยวคุณครูพักสัก

124
00:15:57,793 --> 00:16:01,793
5 นาทีนะ เข้าห้องน้ำนะครับ พักสัก 5 นาทีนะ

125
00:16:02,574 --> 00:16:06,574
5 นาทีให้เข้าห้องน้ำเสร็จก่อน แล้วค่อยมารวมกัน

126
00:16:11,417 --> 00:16:15,417
โอเค โอเคครับ เดี๋ยวพักสัก 5 นาทีพี่ล่าม

127
00:18:08,751 --> 00:18:12,751

128
00:18:16,353 --> 00:18:17,981
โอเคนะครับ นักเรียนมาครบแล้ว

129
00:18:17,981 --> 00:18:18,119
ต่อไป

130
00:18:18,119 --> 00:18:22,119
ข้อที่ 6 นะ

131
00:18:22,829 --> 00:18:26,829
ข้อที่ 6 ประโยค

132
00:18:28,160 --> 00:18:32,160
ใจความสำคัญมักจะอยู่ส่วนใดของข้อความ

133
00:18:35,277 --> 00:18:35,706
ประโยคใจความสำคัญมักจะอยู่ส่วนใด

134
00:18:35,706 --> 00:18:36,765
ของข้อความ

135
00:18:36,765 --> 00:18:40,765
ก. ต้นข้อความ

136
00:18:44,015 --> 00:18:47,402
ข. กลางข้อความ

137
00:18:47,402 --> 00:18:49,456
ค. ท้ายข้อความ

138
00:18:49,456 --> 00:18:53,456
ง. ทุกข้อที่กล่าวมา

139
00:19:08,764 --> 00:19:12,764
ข้อ 6 โอเคนะครับ

140
00:19:16,938 --> 00:19:20,938
โอเค ต่อไปข้อที่ 7

141
00:19:20,952 --> 00:19:24,952
ข้อใด

142
00:19:27,756 --> 00:19:31,756
เป็นรูปแบบของการเขียนขึ้นต้นย่อความ

143
00:19:35,433 --> 00:19:39,433
ข้อใดเป็นรูปแบบของการเขียน

144
00:19:42,570 --> 00:19:46,570
ขึ้นต้นย่อความ ก. ย่อความเรื่อง

145
00:19:49,296 --> 00:19:53,296
... ของวงเล็บ ผู้แต่ง...

146
00:19:55,337 --> 00:19:56,034
จากหนังสือ ...

147
00:19:56,034 --> 00:19:57,694
ความหมาย ...

148
00:19:57,694 --> 00:20:01,694
ตาม... นักเรียนดูข้อสอบไปด้วยนะ ข้อ 7 นะ

149
00:20:09,483 --> 00:20:13,483
นักเรียนมีคำไหนที่นักเรียนไม่เข้าไหม ข้อ 7 น่ะ

150
00:20:15,549 --> 00:20:17,325
มีคำไหนที่นักเรียน

151
00:20:17,325 --> 00:20:17,472
ไม่เข้าใจ มีไหม

152
00:20:17,472 --> 00:20:20,841

153
00:20:20,841 --> 00:20:24,841
อ๋อ นักเรียนเข้าใจ

154
00:20:27,514 --> 00:20:31,514
ให้คุณครูอ่านถึง ง. ไหม หรือว่า

155
00:20:37,311 --> 00:20:38,760
นักเรียนรู้เรื่องแล้ว โอเคนะ

156
00:20:38,760 --> 00:20:42,760
โอเค นักเรียนเข้าใจ ข้อที่ 8 นะครับ

157
00:20:48,863 --> 00:20:52,863
ข้อใดกล่าวถูกต้อง

158
00:20:57,914 --> 00:20:59,633
ก. การย่อความ

159
00:20:59,633 --> 00:21:03,633
เป็นการเรียบเรียงข้อความ

160
00:21:11,573 --> 00:21:13,226
เรื่องราวจากความนึกคิดของผู้เขียนเรื่องนั้น ๆ

161
00:21:13,226 --> 00:21:17,226
ข. การย่อความเป็นการเขียน

162
00:21:19,358 --> 00:21:22,439
ย่อเรื่องจากการอ่านหรือฟัง

163
00:21:22,439 --> 00:21:26,439
ค. การย่อความ

164
00:21:28,938 --> 00:21:32,938
หมายถึง การสรุปความ ง. การย่อความเป็นการเขียน

165
00:21:41,293 --> 00:21:45,293
เรื่องตามจินตนาการ

166
00:21:49,676 --> 00:21:53,676
ผ่านนะครับ

167
00:21:58,254 --> 00:21:59,096
ต่อไป

168
00:21:59,096 --> 00:22:03,096
ข้อที่ 9

169
00:22:08,734 --> 00:22:12,734
การเขียนย่อความ

170
00:22:15,368 --> 00:22:19,260
ข้อความที่ไม่ควรนำมาเขียน ยกเว้น

171
00:22:19,260 --> 00:22:21,708
ข้อใด

172
00:22:21,708 --> 00:22:25,708
ก. ข้อเปรียบเทียบต่าง ๆ ข. ตัวเลข

173
00:22:31,183 --> 00:22:35,183
สถิติที่เป็นรายละเอียด ค.

174
00:22:35,817 --> 00:22:39,817
ชื่อบุคคลที่อ้างถึง ง. ใจความสำคัญของเรื่อง

175
00:22:45,064 --> 00:22:49,064
ข้อ 9 ผ่านนะครับ

176
00:23:00,937 --> 00:23:04,937
ต่อไปข้อสุดท้ายนะครับ ข้อที่ 10

177
00:23:09,019 --> 00:23:13,019
ข้อความที่เด่นที่สุดในย่อหน้า

178
00:23:17,215 --> 00:23:21,215
เป็นแก่นของย่อหน้า เป็น

179
00:23:27,645 --> 00:23:31,645
ข้อความที่เด่นที่สุดในย่อหน้าใด เป็นแก่นของย่อหน้า

180
00:23:32,412 --> 00:23:36,265
เป็นความหมายของข้อใด ก. ใจความสำคัญ

181
00:23:36,265 --> 00:23:38,300
ข. ใจความรอง

182
00:23:38,300 --> 00:23:42,300
ค. ใจความส่วนขยาย

183
00:23:44,571 --> 00:23:46,909
ข้อความ ง. ใจความ

184
00:23:46,909 --> 00:23:50,909
พิเศษ

185
00:24:05,016 --> 00:24:09,016

186
00:24:12,907 --> 00:24:16,907
นักเรียนเสร็จแล้วใช่ไหมครับ

187
00:24:24,582 --> 00:24:28,582
โอเคไหม

188
00:24:28,988 --> 00:24:32,988

189
00:24:35,444 --> 00:24:39,444
ถ้านักเรียนเสร็จแล้ว นักเรียน

190
00:24:41,545 --> 00:24:45,545
มองพี่ล่ามนะ มองพี่ล่ามนะครับ ดูพี่ล่ามนะ

191
00:24:47,018 --> 00:24:51,018
เสร็จแล้วนักเรียนเขียนชื่อ เลขที่

192
00:24:53,055 --> 00:24:57,055
ตัวเอง ลงบนข้อสอบที่คุณครูให้ และ

193
00:24:58,935 --> 00:25:02,935
นำไปวางไว้ที่โต๊ะส่งงานของคุณครูเลยนะครับ

194
00:25:03,407 --> 00:25:06,988
เขียนชื่อ นามสกุล

195
00:25:06,988 --> 00:25:07,965
ให้ถูกต้อง อ่านออกด้วยนะ โอเค

196
00:25:07,965 --> 00:25:11,965
เสร็จแล้วให้ไปส่งที่โต๊ะได้เลยครับ

197
00:26:49,116 --> 00:26:53,116
นักเรียน

198
00:26:57,770 --> 00:27:01,770
เมื่อกี้นักเรียนทำข้อสอบเป็นอย่างไรบ้างครับ

199
00:27:03,280 --> 00:27:04,796
พอทำข้อสอบได้ไหม

200
00:27:04,796 --> 00:27:06,159
นิดหน่อยเหรอ นิดหนึ่ง

201
00:27:06,159 --> 00:27:10,159
ไม่เป็นไรนะครับ ข้อสอบที่นักเรียนทำ

202
00:27:15,293 --> 00:27:18,406
ที่ผ่านมาเมื่อกี้นี้เป็นข้อสอบก่อนเรียน

203
00:27:18,406 --> 00:27:22,406
นักเรียนจะได้คะแนนเท่าไรคุณครูไม่สนใจ

204
00:27:25,799 --> 00:27:29,799
คุณครูจะเปรียบเทียบหลังจากที่นักเรียนเรียนเรื่องการย่อความเสร็จแล้ว นักเรียนจะทำข้อสอบ

205
00:27:33,951 --> 00:27:34,796
หลังเรียน ข้อสอบจะเป็น

206
00:27:34,796 --> 00:27:38,796
ข้อสอบเดิม ข้อสอบจะเป็นข้อสอบ

207
00:27:39,495 --> 00:27:42,282
เดิมที่คุณครูเคยให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนไป

208
00:27:42,282 --> 00:27:46,282
หลังจากที่เรียนเสร็จตรงนี้ นักเรียนจะได้ทำข้อสอบ

209
00:27:49,198 --> 00:27:49,445
อีกหนึ่งรอบ คุณครูจะมาดูว่า

210
00:27:49,445 --> 00:27:53,445
คะแนนหลังที่นักเรียน

211
00:27:56,311 --> 00:27:57,145
ได้เรียนเรื่องการย่อความนี่จบแล้ว

212
00:27:57,145 --> 00:27:59,979
คะแนนนักเรียนจะเพิ่มขึ้น

213
00:27:59,979 --> 00:28:03,979
มากน้อยแค่ไหน นักเรียนจะมี

214
00:28:06,796 --> 00:28:10,796
ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบ่อความมากน้อยเพียงใด

215
00:28:15,208 --> 00:28:19,208
นะครับ ก่อนอื่นนะครับ นักเรียนนำสมุดขึ้นมา นักเรียนสามารถ

216
00:28:19,971 --> 00:28:23,971
เขียน สิ่งที่คุณครูสอน

217
00:28:28,903 --> 00:28:32,903
ลงไปในสมุดได้เลยนะครับ Reacher

218
00:28:35,820 --> 00:28:38,749
นะครับ นะครับ การเขียนย่อความ

219
00:28:38,749 --> 00:28:42,236
นะครับ นักเรียนดูพี่ล่ามนะ นักเรียนดู

220
00:28:42,236 --> 00:28:46,236
พี่ล่ามอธิบายนะครับ นักเรียนจะได้เข้าใจนะครับ

221
00:28:51,765 --> 00:28:55,765
การเขียนย่อความนะครับ ประกอบด้วยทักษะสำคัญ 2

222
00:28:56,725 --> 00:29:00,725
ประการ ดังนี้

223
00:29:01,001 --> 00:29:05,001
นักเรียนพยายามดูพี่ล่ามนะ เพราะว่าคุณครู

224
00:29:13,340 --> 00:29:17,340
น่ะ ไม่ได้ใช่ภาษามือสื่อสารกับ

225
00:29:17,926 --> 00:29:20,969
พี่ล่ามเท่านั้นนะครับ ที่ใช้ภาษามือสื่อสาร

226
00:29:20,969 --> 00:29:24,969
นักเรียนดูพี่ล่าม นักเรียนไม่คุยกันนะครับ

227
00:29:27,085 --> 00:29:31,085
เวลาที่คุณครูสอน ถ้านักเรียนคุยกัน นักเรียนจะพลาดสิ่ง

228
00:29:31,846 --> 00:29:35,846
ที่สอนเลยนะครับ เพราะว่า

229
00:29:36,729 --> 00:29:40,729
สิ่งที่นักเรียนเรียนไปทั้งหมด สุดท้ายแล้ว

230
00:29:46,166 --> 00:29:50,166
สอบกลางภาค สอบปลายภาควัดผลว่านักเรียน

231
00:29:51,639 --> 00:29:55,639
มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิชาภาษาไทยมากน้อยเพียงใดนะครับ ถ้านักเรียนได้คะแนนต่ำนะครับ

232
00:29:55,756 --> 00:29:59,756
ทำให้เกรดนักเรียน

233
00:30:00,195 --> 00:30:02,854
ไม่สวยนะ นักเรียนจะไปเรียน

234
00:30:02,854 --> 00:30:03,512
ต่อมหาวิทยาลัย นักเรียนก็ไม่สามารถ

235
00:30:03,512 --> 00:30:07,512
ที่จะเรียนคณะหรือสิ่งที่ตัวเองอยากเรียน

236
00:30:11,677 --> 00:30:13,269
ได้นะครับ

237
00:30:13,269 --> 00:30:17,269
การเขียนย่อความ

238
00:30:21,033 --> 00:30:25,033
ประกอบไปด้วย

239
00:30:29,962 --> 00:30:33,962
ทักษะสำคัญ 2 ประการ ดังนี้

240
00:30:34,100 --> 00:30:35,474
นักเรียนอย่าเพิ่งจด

241
00:30:35,474 --> 00:30:39,474
นักเรียนอย่าเพิ่งจด ให้นักเรียนดูพี่ล่ามก่อน

242
00:30:43,932 --> 00:30:47,932
ส่วนสไลด์ตรงนี้เดี๋ยวคุณครูจะนำ

243
00:30:50,821 --> 00:30:54,327
สไลด์มาให้นักเรียนอีกทีหนึ่ง เพราะว่าถ้านักเรียน

244
00:30:54,327 --> 00:30:55,250
ก้มปุ๊บ นักเรียนจะพลาดเลยนะครับ ให้นักเรียนดูพี่ล่ามก่อน

245
00:30:55,250 --> 00:30:59,250
อันนี้จะสร้างความเข้าใจกับนักเรียนก่อน อันนี้จะทำความเข้าใจก่อน

246
00:31:03,372 --> 00:31:04,452
ก้มจด ก้มจด นักเรียนไม่ได้ดูพี่ล่ามอธิบายเลย

247
00:31:04,452 --> 00:31:07,077
เดี๋ยวนักเรียนจะไม่เข้าใจ ให้นักเรียน

248
00:31:07,077 --> 00:31:09,017
ดูพี่ล่ามอย่างเดียวเลย โอเค

249
00:31:09,017 --> 00:31:13,017
การเขียนย่อความ

250
00:31:15,588 --> 00:31:19,588
ประกอบด้วย ทักษะสำคัญ 2 ประการ

251
00:31:26,950 --> 00:31:30,950
ดังนี้ 1. การอ่าน การอ่านเพื่อย่อความ

252
00:31:31,017 --> 00:31:35,017
เป็นการอ่านแบบสรุปความ หรืออ่านจับใจความสำคัญ

253
00:31:36,580 --> 00:31:40,580
ของเรื่อง ซึ่งมีขั้นตอนสำคัญ ดังนี้

254
00:31:41,927 --> 00:31:43,144
1.

255
00:31:43,144 --> 00:31:47,144
อ่านเรื่องที่จะเขียนย่อความทั้งหมดอย่างละเอียด

256
00:31:52,868 --> 00:31:56,868
เพื่อให้ทราบว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับใคร

257
00:31:58,645 --> 00:31:59,416
ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร ข้อที่ 2

258
00:31:59,416 --> 00:32:03,416
แยกอ่านทำความเข้าใจเรื่องแต่ละ

259
00:32:08,243 --> 00:32:09,217
ย่อหน้าอย่างละเอียด ข้อที่ 3

260
00:32:09,217 --> 00:32:13,217
อ่านจับความคิดหลัก

261
00:32:15,929 --> 00:32:19,929
หรือประโยคใจความสำคัญในแต่ละย่อหน้า

262
00:32:23,651 --> 00:32:27,364
โดยความคิดหลัก หมายถึง

263
00:32:27,364 --> 00:32:31,364
ความรู้ ความคิดที่ผู้เขียนเสนอต่อผู้อ่านในแต่ละย่อหน้า จะต้องมีความสำคัญ

264
00:32:38,523 --> 00:32:42,523
ที่ผู้อ่านสรุปได้เพียงอย่างเดียว ซึ่งมัก

265
00:32:43,909 --> 00:32:44,309
ด้วยประโยคใจความสำคัญ ซึ่งอยู่

266
00:32:44,309 --> 00:32:46,746
ต้นย่อหน้า กลางย่อหน้า หรือท้ายย่อหน้า

267
00:32:46,746 --> 00:32:50,746
ส่วนประกอบอื่น ๆ ได้แก่ ประโยค

268
00:32:55,123 --> 00:32:59,123
ขยายความ หรือพลความนะครับ

269
00:33:00,915 --> 00:33:04,915
ซึ่งทำหน้าที่ขยายใจความสำคัญ หรือความคิดหลัก

270
00:33:09,049 --> 00:33:13,049
ในย่อหน้า ให้ผู้อ่านเข้าใจแจ่มแจ้ง ชัดเจนยิ่ง

271
00:33:15,919 --> 00:33:19,919
ขึ้น เช่น รายละเอียดข้อเปรียบเทียบ ตัวอย่าง ย่อหน้า

272
00:33:20,325 --> 00:33:22,505
หลัก แต่ไม่มีประโยคใจความสำคัญ

273
00:33:22,505 --> 00:33:26,505
มีแต่ประโยคขยายความเรื่องต่อเนื่องกันไป

274
00:33:30,346 --> 00:33:34,346
2. การเขียน  การเขียนเพื่อย่อความ

275
00:33:39,563 --> 00:33:43,563
เป็นการเรียบเรียงสาระสำคัญที่บันทึกไว้จากการอ่าน

276
00:33:46,582 --> 00:33:50,582
โดยมีหลัก ดังนี้ 2.1 ข้อความที่ย่อ ข้อความที่ย่อนั้น

277
00:33:53,640 --> 00:33:57,640
ข้อที่ 1 มีเฉพาะสาระสำคัญ คือ ความคิด

278
00:33:59,940 --> 00:34:03,940
หลัก ส่วนที่เป็นพลความต้องตัดออก

279
00:34:05,189 --> 00:34:09,189
ทั้งหมด 2. ในกรณีที่สาระสำคัญย้ำ ๆ กันหลาย ๆ แหล่ง

280
00:34:10,490 --> 00:34:14,490
เมื่อนำมาเรียบเรียงใหม่ ให้กล่าว

281
00:34:17,283 --> 00:34:21,283
ให้กล่าวเพียงเฉพาะที่สำคัญ

282
00:34:27,000 --> 00:34:27,753
นะครับ ข้อที่ 3

283
00:34:27,753 --> 00:34:31,753
ครอบคลุมประเด็นสำคัญของเรื่องได้

284
00:34:36,245 --> 00:34:36,941
ครบถ้วน สมบูรณ์ ถูกต้องตามเรื่องเดิม

285
00:34:36,941 --> 00:34:38,631
ข้อที่ 4

286
00:34:38,631 --> 00:34:42,631
ข้อความที่เป้นคำพูดอยู่ในเครื่องอัญประกาศ

287
00:34:48,546 --> 00:34:50,820
ไม่ใช่ประเด็นสำคัญให้ตัดออก

288
00:34:50,820 --> 00:34:54,820
ข้อที่ 5 ครอบคลุมประเด็นสำคัญ

289
00:35:02,505 --> 00:35:04,475
ได้ครบถ้วนสมบูรณ์ ถูกต้องตามเรื่องเดิม

290
00:35:04,475 --> 00:35:08,475
เมื่อกี้

291
00:35:09,677 --> 00:35:12,072
ผ่านข้อที่ 6 ไปแล้วนะ โอเค

292
00:35:12,072 --> 00:35:16,072
ข้อที่ 7 ข้อความที่ย่อ เรียงลำดับอย่างไร

293
00:35:19,208 --> 00:35:23,208
ก็ได้ให้อ่านเข้าใจ ไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับตามเดิม

294
00:35:27,963 --> 00:35:31,898
ก็คือสรุปง่าย ๆ ว่าบทความ หรือข้อความ หรือนิทาน

295
00:35:31,898 --> 00:35:35,898
เรื่องต่าง ๆ ที่นักเรียนอ่านมาทั้งหมด ให้นักเรียนสรุป

296
00:35:39,740 --> 00:35:41,924
สำคัญ อย่างเช่น คุณครูเคยสอนไปแล้วเมื่อ

297
00:35:41,924 --> 00:35:45,913
คาบที่ผ่านมา การสรุปใจความสำคัญที่พูดถึงสรุปว่าในเรื่องนั้นว่า ใคร

298
00:35:45,913 --> 00:35:49,913
ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่ นักเรียน

299
00:35:50,977 --> 00:35:52,994
จำได้ไหมครับ ที่คุณครูเคยสอน

300
00:35:52,994 --> 00:35:56,043
ต่อไปจะมา

301
00:35:56,043 --> 00:36:00,043
พูดถึงในเรื่องของสำนวนภาษานะครับ

302
00:36:02,520 --> 00:36:05,185
ในการเขียนย่อความนะครับ ใช้

303
00:36:05,185 --> 00:36:09,185
สำนวนภาษาของผู้เขียน โดยเป็นการเรียบเรียงเนื้อความใหม่

304
00:36:14,964 --> 00:36:18,964
ไม่ควรใช้สำนวนภาษาเรื่องเดิม หลีกเลี่ยงการตัดต่อประโยค

305
00:36:21,975 --> 00:36:25,975
ข้อ 2 เรียบเรียงเป็นเรื่องเล่า

306
00:36:29,571 --> 00:36:33,571
ถ้าจะเอ่ยถึงบุคคลอื่นให้ใช้ชื่อ หรือใช้สรรพนามบุรุษที่ 3

307
00:36:34,072 --> 00:36:38,072
นะครับ ห้ามนะครับ ห้ามใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 และ 2 ในย่อความ

308
00:36:41,652 --> 00:36:44,183
ข้อที่ 3 สำนวนภาษาหรือคำยาก คำยาว

309
00:36:44,183 --> 00:36:48,183
ในเรื่องเดิม ให้เปลี่ยนมาใช้คำธรรมดาแทนนะครับ

310
00:36:55,003 --> 00:36:59,003
ข้อที่ 4 ไม่จำเป็นต้องใช้อักษรย่อ นักเรียนเห็นข้อสอบ

311
00:37:03,359 --> 00:37:07,359
ที่ผ่านมาไหมครับ ที่มีอักษรย่อ

312
00:37:11,434 --> 00:37:12,993
ข้อนี้สำคัญเลย ไม่จำเป็นต้อง

313
00:37:12,993 --> 00:37:16,993
ใช้อักษรย่อนะครับ ในข้อความที่ย่อ

314
00:37:18,963 --> 00:37:22,903
นอกจากชื่อเดิมจะยาวมาก เช่น อักษรย่อนั้นเป็นที่แพร่หลาย เช่น กทม.

315
00:37:22,903 --> 00:37:26,903
รสช. ร.ส.พ. และ

316
00:37:30,415 --> 00:37:32,564
ททท. อย่างนี้น่ะครับ

317
00:37:32,564 --> 00:37:36,564
ข้อที่ 5 ถ้าเรื่องเดิมเป็นร้อยกรอง

318
00:37:43,433 --> 00:37:47,433
เป็นร้อยแก้วนะครับ นักเรียนเข้าใจคำว่า "ร้อยกรอง" กับ "ร้อยแก้ว"

319
00:37:48,012 --> 00:37:51,793
ไหมครับ นักเรียนเข้าใจไหม เข้าใจคำว่า "ร้อยกรอง" กับ "ร้อยแก้ว" ใช่ไหมครับ

320
00:37:51,793 --> 00:37:54,423

321
00:37:54,423 --> 00:37:58,423
ร้อยกรอง ก็คือเป็นบทกลอนบทประพันธ์

322
00:38:03,729 --> 00:38:07,187
ส่วน "ร้อยแก้ว" ก็คือการเขียน เป็นแบบ

323
00:38:07,187 --> 00:38:07,398
ปกติ ข้อที่ 6 นะครับ

324
00:38:07,398 --> 00:38:11,398
ใช้สำนวนภาษาที่คงไว้ลีลาหรือ

325
00:38:17,129 --> 00:38:21,129
น้ำเสียงให้เหมือนเดิม เช่น

326
00:38:24,023 --> 00:38:26,888
ต่อไป ความยาว

327
00:38:26,888 --> 00:38:30,710
ของย่อความ นักเรียนดูพี่ล่ามนะ

328
00:38:30,710 --> 00:38:34,710
นักเรียนไม่คุยกันนะ นักเรียนดูพี่ล่ามนะ

329
00:38:39,876 --> 00:38:43,876
เดี๋ยวคุณครูจะอธิบายให้ฟัง ความยาวของย่อความนี่ ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว ไม่

330
00:38:46,519 --> 00:38:50,081
มีสัดส่วนเท่าไร จากเรื่องเดิม ก็คือพูดง่าย ๆ ก็คือให้นักเรียน

331
00:38:50,081 --> 00:38:54,081
ย่อมาให้เข้าใจว่าไอ้เรื่องที่นักเรียน

332
00:38:54,586 --> 00:38:54,951
ไปอ่านมาน่ะ มีใคร

333
00:38:54,951 --> 00:38:58,951
ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่ ให้ครบถ้วนในเรื่อง

334
00:39:07,346 --> 00:39:08,515
นั้น แค่นั้นล่ะครับ

335
00:39:08,515 --> 00:39:12,515
ก็คือการย่อความ ทีนี้ เรามาดู... เรามาดูรูปแบบ

336
00:39:14,456 --> 00:39:16,128
การเขียนย่อความกันนะครับ

337
00:39:16,128 --> 00:39:20,128
รูปแบบที่ 1 นะครับ เป็นการเล่า

338
00:39:24,785 --> 00:39:28,785
นิทาน นิยาย พงศาวดาร นิทาน นิ

339
00:39:30,414 --> 00:39:32,054
ให้บอกประเภทชื่อเรื่องผู้แต่ง

340
00:39:32,054 --> 00:39:36,054
เท่าที่ทราบ เช่น เวลานักเรียนจะย่อนิทานนะครับ

341
00:39:41,730 --> 00:39:45,730
มีนิทาน 1 เรื่องให้นักเรียนอ่านนักเรียนอ่านมาทั้ง อ่านมาทั้งหมด

342
00:39:46,981 --> 00:39:50,981
1 หน้ากระดาษ มีอยู่ 1 หน้ากระดาษ นักเรียน

343
00:39:53,161 --> 00:39:54,994
ไปอ่านมา 1 หน้ากระดาษ แล้ว นักเรียน

344
00:39:54,994 --> 00:39:58,994
จะย่อความ นักเรียนจะต้องมีหัวข้อนะครับ เขียนดังนี้ ก็คือ

345
00:39:59,042 --> 00:40:00,616
ย่อนิทานเรื่อง...

346
00:40:00,616 --> 00:40:04,616
เรื่องอะไรให้นักเรียนอ่านมา นักเรียนก็เขียน

347
00:40:07,897 --> 00:40:11,897
ย่อนิทานเรื่อง สมมติว่านักเรียนไปอ่าน

348
00:40:15,442 --> 00:40:19,442
ลูกหมู 3 ตัว นักเรียนก็เขียนว่า ย่อนิทานเรื่อง ลูกหมู 3 ตัว

349
00:40:22,440 --> 00:40:25,134
ของ ของนี่คือใครเป็นผู้แต่ง ใครเป็นผู้

350
00:40:25,134 --> 00:40:29,134
เขียนเรื่องนี้ นักเรียนก็เขียนชื่อเขาลงตรงนี้

351
00:40:30,691 --> 00:40:31,322
จากไหน นักเรียนไปหาข้อความนี้มาจากไหน นักเรียนก็เขียน

352
00:40:31,322 --> 00:40:35,322
ลงบ จากตรงนี้

353
00:40:37,112 --> 00:40:41,112
ไปนะครับ ส่วนความว่าตรงนี้ นักเรียนก็

354
00:40:42,048 --> 00:40:46,048
เล่ามาเลยครับ ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ไหน

355
00:40:46,066 --> 00:40:49,253
ทำอะไรที่ไหน ทำเมื่อไหร่ แล้วก็ทำอย่างไร มีผลทำให้อย่างไรเกิดขึ้น

356
00:40:49,253 --> 00:40:53,253
ลูกหมู 3 ตัว คุณครูยกตัวอย่างลูกหมู 3 ตัวนะ

357
00:40:57,425 --> 00:41:01,425
ความว่าตรงนี้ ก็คือเล่าถึงเหตุการณ์ที่แม่หมู

358
00:41:05,859 --> 00:41:09,859
มีลูกหมู 3 ตัว มีพี่คนโต มีพี่

359
00:41:11,992 --> 00:41:15,992
คนกลาง แล้วก็มีน้องสุดท้าย แยกออกไปสร้างบ้าน แยกออกไปสร้างบ้าน คนหนึ่งสร้างบ้านด้วย

360
00:41:18,867 --> 00:41:22,301
ฟาง คนหนึ่งสร้างบ้านด้วยไม้ อีกคนหนึ่งสร้างด้วยอิฐ ด้วยปูน คนหนึ่งสร้างบ้านด้วยไม้ อีกคนหนึ่งสร้างด้วยอิฐ ด้วยปูน

361
00:41:22,301 --> 00:41:23,159
นักเรียนก็อธิบายไปว่า

362
00:41:23,159 --> 00:41:27,159
สร้างบ้านแบบไหนแข็งแรง หมาป่าไม่ได้มาทำร้าย

363
00:41:28,136 --> 00:41:32,136
ได้ อะไรประมาณนี้น่ะครับ ก็คือ

364
00:41:32,465 --> 00:41:33,050
สอนให้รู้ว่าอะไรประมาณนั้น ก็คือรวม ๆ กันไป

365
00:41:33,050 --> 00:41:35,478
โอเคไหมครับ

366
00:41:35,478 --> 00:41:39,478
นักเรียนโอเคไหม นักเรียนเข้าใจไหมครับ นักเรียน

367
00:41:43,174 --> 00:41:45,407
เข้าใจไหม

368
00:41:45,407 --> 00:41:49,407
นักเรียนมีข้อสงสัย

369
00:41:50,295 --> 00:41:54,295
นักเรียนเดินออกมาถามพี่ล่ามได้เลย

370
00:42:13,376 --> 00:42:17,376
นิทานครับ

371
00:42:17,657 --> 00:42:21,657
(ล่าม) เดี๋ยวสักครู่นะคะ พอด

372
00:42:32,108 --> 00:42:36,108
ีภาพมัน Delay ต้องรอนิดหนึ่งน่ะค่ะ อาจารย์ได้ยินใช่ไหมคะ (อาจารย์จักรพงศ์) ได้ยินครับ

373
00:42:37,971 --> 00:42:41,971
(ล่าม) ให้น้องทำได้เลยนะคะ

374
00:42:57,420 --> 00:43:01,420
(อาจารย์จักรพงศ์) นักเรียนถามพี่ล่ามได้เลย

375
00:43:09,604 --> 00:43:13,604
(ล่าม) ตอนนี้ภาพกระตุกนะคะ เลย

376
00:43:21,349 --> 00:43:25,349
เห็นภาพน้องค้างอยู่น่ะค่ะ (อาจารย์จักรพงศ์) อ๋อ โอ

377
00:43:28,136 --> 00:43:32,039
เคครับ (ล่าม) เลยดูภาษามือไม่ได้เลยตอนนี้

378
00:43:32,039 --> 00:43:36,039
(อาจารย์จักรพงศ์) สัญญาณไม่ค่อยดีใช่ไหมครับ (ล่าม)

379
00:43:39,014 --> 00:43:43,014
ใช่ค่ะ (อาจารย์จักรพงศ์) ย่อนิทาน

380
00:43:46,005 --> 00:43:50,005
เรื่องหรือครับ นักเรียนชี้คำว่า "ย่อนิทานเรื่อง"

381
00:43:53,777 --> 00:43:57,777
คืออะไรเหรอ

382
00:44:26,411 --> 00:44:30,411
(ล่าม) เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ

383
00:44:34,372 --> 00:44:38,372
(อาจารย์จักรพงศ์) โอเคครับ โอเค

384
00:44:39,076 --> 00:44:43,076
เราพักกัน ดื่มน้ำสักครู่นะ เพราะว่าตอนนี้คุณครูก็

385
00:44:46,545 --> 00:44:48,102
คอแห้งเหมือนกัน โอเค

386
00:44:48,102 --> 00:44:52,102
พักดื่มน้ำสัก 5 นาทีนะครับ

387
00:44:52,149 --> 00:44:56,149
เดี๋ยวกลับมาเจอห้องนี้อีกทีหนึ่ง เดี๋ยวพักสัก 5 นาทีครับพี่ล่าม

388
00:44:56,182 --> 00:45:00,182
(ล่าม) ได้ค่ะ

389
00:57:48,642 --> 00:57:52,642
โอเคนะครับ

390
00:57:57,976 --> 00:58:01,976
นักเรียนดูพี่ล่ามนะ นักเรียนดูพี่ล่ามนะครับ

391
00:58:10,095 --> 00:58:14,095
ดูพี่ล่ามนะ ดูพี่ล่ามโอเค เดี๋ยวคุณครูจะยกตัวอย่างนะครับ

392
00:58:18,614 --> 00:58:22,614
ยกตัวอย่างนิทาน นิทาน 1 เรื่อง เดี๋ย

393
00:58:24,659 --> 00:58:28,659
วคุณครูจะอ่านให้นักเรียนฟัง แล้วก็นักเรียนดูพี่ล่ามอธิบายภาษามือนะครับ

394
00:58:29,040 --> 00:58:33,040
เลี้ยง

395
00:58:33,609 --> 00:58:37,605
โคขุนแบบครบวงจร ประสบความสำเร็จ

396
00:58:37,605 --> 00:58:38,158
ไปหมด

397
00:58:38,158 --> 00:58:42,158
คุณเรวัต วัชราธร

398
00:58:45,972 --> 00:58:49,972
เป็นเกษตกร

399
00:58:56,669 --> 00:59:00,669
ทางด้านการผลิต มันสำปะหลังเป็น 10 ปี ผลที่ได้คือแต่แรกเริ่มหัวมันใหญ่เท่าต้นขา

400
00:59:02,535 --> 00:59:06,535
พอ 10 ปีต่อมา เหลือขนาดเท่าหัวแม่มือ

401
00:59:12,186 --> 00:59:16,186
เพราะคุณภาพดิน เพราะคุณภาพดินเลวลง

402
00:59:17,648 --> 00:59:21,648
ไม่หลงเหลือความอุดมสมบูรณ์ พร้มที่จะเป็น

403
00:59:24,680 --> 00:59:27,143
ได้อีกต่อไปในอนาคต จากนั้นหันมาเลี้ยงโคนม เพราะจะได้ปลูกหญ้า เพราะจะได้

404
00:59:27,143 --> 00:59:31,143
รักษาหน้าดิน และจะได้มูน

405
00:59:36,684 --> 00:59:40,383
มาเป็นปุ๋ย เรียกให้ดินกลับมาอุดมสมบูรณ์ ให้ดินกลับมาอุดมสมบูรณื

406
00:59:40,383 --> 00:59:42,477
อีกครั้งหนึ่ง สำหรับการเลี้ยงโคขุน เป็นโคที่รับซื้อมาจากเกษตรกร

407
00:59:42,477 --> 00:59:45,822
แทบนครสวรรค์

408
00:59:45,822 --> 00:59:49,822
ชัยนาท พิษณุโลก สุโขทัย

409
00:59:52,324 --> 00:59:56,324
ตาก อุตรดิตถ์

410
01:00:00,694 --> 01:00:02,191
เพราะแถบภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบนจะเลี้ยงโคค่อนข้างดี

411
01:00:02,191 --> 01:00:05,260
มีคุณภาพ ใน

412
01:00:05,260 --> 01:00:09,260
ส่วนมูลโค ที่ได้จาก

413
01:00:13,642 --> 01:00:17,642
โคแต่ละตัว วันละ 18 กิโลกรัมนั้นจัดส่งให้ทางบริษัทเพื่อไปทำปุ๋ย

414
01:00:19,392 --> 01:00:23,392
อินทรีย์ มีทั้งชนิดเป็นผงและอัดเม็ด

415
01:00:26,270 --> 01:00:28,775
แล้วแต่จะนำไปใช้กับอะไร

416
01:00:28,775 --> 01:00:32,775
เช่น กับสวน กับนา กับอ้อย ซึ่งปุ๋ยแต่ละสูตรมีคุณสมบัติ

417
01:00:38,385 --> 01:00:42,385
ไม่เหมือนกัน นับว่าเป็นความสำเร็จที่ได้มา

418
01:00:44,710 --> 01:00:48,710
ด้วยความขยันขันแข็ง และมุ่งมั่นกับสิ่งที่ทำ นักเรียนมาดูนะครับ ในสิ่งที่คุณครูอ่าน

419
01:00:56,162 --> 01:01:00,162
นั้น เวลาเขาย่อความ เขาย่อความอย่างไรนะครับ นักเรียนเห็นในจอทีวีนะครับ

420
01:01:00,840 --> 01:01:01,510
ย่อเรื่องเลี้ยงโคขุนแบบครบวงจร

421
01:01:01,510 --> 01:01:04,702
ประสบความสำเร็จไปหมด

422
01:01:04,702 --> 01:01:07,523
จาก

423
01:01:07,523 --> 01:01:11,523
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ จากเดือน

424
01:01:19,528 --> 01:01:23,528
กุมภาพันธ์ 2550 ความว่า คุณเรวัตร ว

425
01:01:28,722 --> 01:01:32,722
ัชราธร เกษตรกรที่ประกอบอาชีพทางด้านการผลิตมันสำปะหลัง

426
01:01:34,263 --> 01:01:35,504
มันสำปะหลังมีขนาดเล็กลง เพราะคุณภาพดินเลวลง

427
01:01:35,504 --> 01:01:39,504
จึงหันมาเลี้ยงโคขุนแทน แทนการ

428
01:01:42,401 --> 01:01:46,401
ปลูกมัน ซึ่งการปลูกหญ้าเลี้ยงโค เป็นการรักษา

429
01:01:47,117 --> 01:01:49,399
หน้าดิน และได้มูลโคมาเป็นปุ๋ยหน้าดิน

430
01:01:49,399 --> 01:01:52,912
จะทำให้ดินเกิดความอุดมสมบูรณ์กลับมาอีกครั้ง

431
01:01:52,912 --> 01:01:56,912
และได้นำมูลโคที่ได้

432
01:01:58,799 --> 01:02:00,708
จากโคขุนแต่ละตัววันละ 18 กิโลกรัม

433
01:02:00,708 --> 01:02:04,708
ไปทำปุ๋ยอินทรีย์ สามารถนำไปใช้กับสวน

434
01:02:06,873 --> 01:02:10,873
นา และอ้อย เป็นความสำเร็จที่ได้ด้วยความขยันขันแข็ง

435
01:02:13,935 --> 01:02:17,894
มีความเพียรพยายามาและมุ่งมั่นกับสิ่งที่ทำ นักเรียนเห็น

436
01:02:17,894 --> 01:02:19,526
ไหมครับ ว่าบทความที่ยาว ๆ

437
01:02:19,526 --> 01:02:20,023
ข้างต้นที่คุณครูอ่านให้ฟังนั้น

438
01:02:20,023 --> 01:02:24,023
เวลาเขาย่อความออกมา

439
01:02:24,973 --> 01:02:28,973
เขาจะย่อได้นิดหนึ่ง แต่

440
01:02:31,122 --> 01:02:35,122
คำว่า "นิดหนึ่ง" ในที่นี้หมายถึงว่ามันครอบคลุม

441
01:02:39,162 --> 01:02:39,510
ไปด้วยสิ่ง...

442
01:02:39,510 --> 01:02:43,510
เนื้อหาใจความสำคัญต่าง ๆ ที่เขาพูดถึง ไม่ว่าจะ

443
01:02:47,632 --> 01:02:51,632
เป็นใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร นักเรียนดูนะครับ ว่า

444
01:02:51,784 --> 01:02:54,001
ในข้อความที่ว่าใคร ใครที่ว่านั้นคือใครครับ

445
01:02:54,001 --> 01:02:56,989
ก็คือคุณเรวัต

446
01:02:56,989 --> 01:03:00,989
วัชราธร คนนี้นะครับ ทำอะไร ก็คือประกอบ

447
01:03:04,131 --> 01:03:08,131
อาชีพด้านอาชีพมันสำปะหลังเป็นเวลานาน

448
01:03:11,928 --> 01:03:12,813
เกิดอะไรขึ้น เพราะว่าเขาปลูกมันมาแล้วน่ะ เป็นเวลานาน

449
01:03:12,813 --> 01:03:16,813
จากหัวที่มันใหญ่ ๆ กลายเป็นหัวเล็ก แล้วทำให้ทำไมครับ

450
01:03:23,430 --> 01:03:24,549
ทำให้ผลผลิตน้อยลง ทีนี้

451
01:03:24,549 --> 01:03:28,549
มันเกิดจากอะไร เกิดจากคุณภาพดินคุณภาพดินไม่ดี แล้วทีนี้ เขาแก้ปัญหาอย่างไร

452
01:03:33,167 --> 01:03:37,167
เขาแก้ปัญหาโดยที่ว่าเขาก็เลยเลี้ยงโคขุนแทน

453
01:03:37,268 --> 01:03:38,520
พอเลี้ยงโคขุน ทีนี้

454
01:03:38,520 --> 01:03:41,216
เกิดผลดีขึ้นกับตัวเขาไหม

455
01:03:41,216 --> 01:03:45,216
การเลี้ยงโค เขาต้องปลูกหญ้าด้วย ต้องปรับหน้าดิน

456
01:03:52,512 --> 01:03:55,076
ให้ดินมันดีขึ้น พอทีนี้ พอเลี้ยง

457
01:03:55,076 --> 01:03:57,877
โคแต่ละตัวก็จะมีมูลโค พอตรงนี้

458
01:03:57,877 --> 01:04:01,877
นำมูลโคตรงนี้ไปทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ สามารถใช้

459
01:04:02,616 --> 01:04:06,616
ได้กับสวน กับนา กับอ้อย ทำเป็นปุ๋ยต่าง ๆ แล้วสิ่ง

460
01:04:08,731 --> 01:04:12,731
ที่เขาทำออกมาเป็นอย่างไรครับ

461
01:04:12,854 --> 01:04:16,854
ประสบความสำเร็จ เป็นคนขยันขันแข็ง มีความเพียร มุ่งมั่นกับสิ่งที่เขาทำ

462
01:04:18,146 --> 01:04:19,985
เป็นการย่อความ ทีนี้

463
01:04:19,985 --> 01:04:23,985
เดี๋ยวคุณครูจะให้นักเรียน

464
01:04:26,437 --> 01:04:29,313
ลองเขียนย่อความจากเรื่องที่คุณครูจะอ่านให้ฟัง

465
01:04:29,313 --> 01:04:33,313
ให้นักเรียนเขียน นักเรียนดูพี่ล่าม

466
01:04:35,855 --> 01:04:39,855
ดี ๆ นะ เดี๋ยวพี่ล่ามจะอธิบายเรื่องที่คุณครูจะอ่านให้ฟัง

467
01:04:44,461 --> 01:04:45,830
ต่อไปนี้ แล้วให้นักเรียนเขียนลงในสมุด

468
01:04:45,830 --> 01:04:49,356
แล้วก็ส่งคุณครู

469
01:04:49,356 --> 01:04:53,356
ฟังที่คุณครู ดูที่พี่ล่าม

470
01:05:01,884 --> 01:05:05,884
เราสร้างความเข้าใจกันก่อน นักเรียนเข้าใจที่คุณครูพูดไหม

471
01:05:15,396 --> 01:05:18,040
เมื่อกี้ เดี๋ยวคุณครูจะอ่านนิทานเรื่องนี้

472
01:05:18,040 --> 01:05:22,040
ให้นักเรียนฟัง แล้วก็นักเรียน

473
01:05:27,903 --> 01:05:28,347
คนที่ฟังไม่ได้ยิน นักเรียนก็ดูพี่ล่ามนะครับ

474
01:05:28,347 --> 01:05:32,347
ดูพี่ล่ามนะครับ ดูพี่ล่ามจะแปลเป็นภาษา

475
01:05:36,805 --> 01:05:40,703
มือให้นักเรียนได้เข้าใจ แล้วทีนี้พอจบ พอคุณครูอ่านจบ พี่ล่ามใช้ภาษามือเข้าใจ แล้วทีนี้พอจบ พอคุณครูอ่านจบ พี่ล่ามใช้ภาษามือ

476
01:05:40,703 --> 01:05:44,703
ให้นักเรียนเข้าใจเสร็จแล้ว ให้นักเรียนเขียนย่อความ

477
01:05:47,581 --> 01:05:49,286
จากเรื่องที่นักเรียนได้ดูน่ะ

478
01:05:49,286 --> 01:05:50,366
ลงในสมุด นักเรียนเข้าใจไหมครับ

479
01:05:50,366 --> 01:05:54,366
เข้าใจนะ โอเค เดี๋ยวคุณครูจะ

480
01:06:01,481 --> 01:06:05,286
อ่านให้นักเรียนฟังนะ นักเรียนไม่ต้อง

481
01:06:05,286 --> 01:06:06,300
มองครูนะ ดูพี่ล่ามอย่างเดียวเลย

482
01:06:06,300 --> 01:06:10,300
เรื่องที่ 1

483
01:06:13,584 --> 01:06:16,918
นิทานอิสป

484
01:06:16,918 --> 01:06:18,601
เรื่อง ลูกกบอยากมีเพื่อน

485
01:06:18,601 --> 01:06:22,601
มีลูกกบ

486
01:06:25,276 --> 01:06:29,276
ตัวหนึ่งอยากมีเพื่อนเอาไว้เล่นด้วย

487
01:06:30,938 --> 01:06:34,938
อากาศสดชื่นดีจริง

488
01:06:36,788 --> 01:06:37,456
แต่มันเหงาจังเลย ไม่มีเพื่อนเลย ออกไปหาเพื่อน

489
01:06:37,456 --> 01:06:39,708
ดีกว่า ลูกกบพูด

490
01:06:39,708 --> 01:06:43,708
ลูกกบพบแต่เต่า ก็ดีใจหวังจะผูกมิตร

491
01:06:48,425 --> 01:06:52,425
กับเต่า ลูกกบจึงพูดกับเต่า

492
01:06:53,989 --> 01:06:57,989
ด้วยความอ่อนโยนว่าพี่เต่าจ๋า ฉันขอเป็นเพื่อนเล่นกับพี่เต่าด้วยคน

493
01:07:04,782 --> 01:07:08,782
นะจ๊ะ เต่ามองลูกกบอย่างแปลกใจ และไม่พอใจที่เห็นรูปร่างของกบน่าเกลียด

494
01:07:10,310 --> 01:07:14,310
จึงตอบว่าไม่ได้ ฉันไม่เป็นเพื่อนกับเจ้าหรอก

495
01:07:16,029 --> 01:07:20,029
ดูรูปร่างเจ้า ช่างน่าเกลียด

496
01:07:20,185 --> 01:07:22,854
น่าชัง ออกไปห่าง ๆ ฉันนะ

497
01:07:22,854 --> 01:07:26,854
ฉันไม่เป็นเพื่อนกับเจ้า ฮือ ๆ ดูสิ พี่เต่า

498
01:07:33,533 --> 01:07:37,533
ไม่ยอมเป็นเพื่อนกับลูกกบเลย ลูกกบ

499
01:07:39,594 --> 01:07:43,594
ร้องไห้เสียใจ ขณะที่ลูกกบกำลังร้องไห้ก็เหลือบเห็น

500
01:07:43,978 --> 01:07:45,195
ปลากำลังว่ายน้ำอยู่

501
01:07:45,195 --> 01:07:49,195
เอ๊ะ นั่นปลากำลังว่ายน้ำ

502
01:07:51,722 --> 01:07:55,722
แหม น่าสนุกจังเลย เดี๋ยวเราไปเล่นน้ำกับปลาดีกว่า

503
01:08:00,038 --> 01:08:04,038
ลูกกบจึงว่ายน้ำไปหาปลา และเข้าไปพูดกับปลา

504
01:08:05,324 --> 01:08:07,641
ว่าปลาน้อยจ๋า

505
01:08:07,641 --> 01:08:11,641
เธอว่ายน้ำเก่งจังเลย ให้ฉันเล่นกับเธอด้วยนะ

506
01:08:14,326 --> 01:08:17,371
ปลามองลูกกบอย่างน่าสงสัย อุ๊ย นี่ตัวอะไร

507
01:08:17,371 --> 01:08:21,371
รูปร่างหน้าเกลียเสียจริง ตัวก็ดำปิดปี๋ ไม่ร่างหน้าเกลียดเสียจริง ตัวก็ดำปิดปี๋ ไม่

508
01:08:28,881 --> 01:08:30,804
สวยเลย ปลาพูดฉันเป็นกบนะ เธอไม่รู้จักเหรอ

509
01:08:30,804 --> 01:08:33,563
ฉันอยากเป็นเพื่อนกับเธอ

510
01:08:33,563 --> 01:08:37,563
นะ ฉันไม่ชอบเธอ

511
01:08:38,839 --> 01:08:42,839
ดูสิ รูปร่างน่าเกลียดจังเลย

512
01:08:46,067 --> 01:08:50,067
อย่ามายุ่งกับฉันไปห่าง ๆ ปลาแสดงความไม่สนใจ

513
01:08:50,596 --> 01:08:53,116
ลูกกบ ลูกกบเสียใจมาก ฮือ ๆ

514
01:08:53,116 --> 01:08:57,116
ทำไมฉันช่างโชคร้ายจัง ไม่

515
01:08:58,938 --> 01:09:01,395
มีใครเป็นเพื่อนกับฉันเลย ฮือ ๆ

516
01:09:01,395 --> 01:09:05,395
ลูกกบร้องไห้ ทันใดนั้น คางคกตัวหนึ่งกระโดดออกมาจาก

517
01:09:08,331 --> 01:09:10,145
กอหญ้า คางคกสงสารลูกกบมาก

518
01:09:10,145 --> 01:09:14,145
เพราะยืนมองดูลูกกบนานแล้ว

519
01:09:17,202 --> 01:09:17,260
พอเห็นลูกกบร้องไห้ จึง

520
01:09:17,260 --> 01:09:21,260
กระโดดมาใกล้ ๆ พูดปลอบโยน

521
01:09:26,525 --> 01:09:30,525
ว่าอย่างร้องไห้เลย นิ่งเสียเถิด ฉันจะเป็นเพื่อนเธอเอง

522
01:09:34,291 --> 01:09:36,444
เอ๊ะ นั่นใคร ใครจะเป็นเพื่อนกับฉัน

523
01:09:36,444 --> 01:09:40,390
ลูกกบเงยหน้า ถามทันที

524
01:09:40,390 --> 01:09:44,390
คางคกตอบว่าฉันเอง ฉันคือคางคก

525
01:09:50,995 --> 01:09:54,995
ฉันสงสารเธอ เธอจะคบฉันเป็นเพื่อนหรือเปล่าจ๊ะ

526
01:09:55,210 --> 01:09:59,210
แหม ฉันดีใจจังเลย ฉันอยากมีเพื่อน

527
01:09:59,817 --> 01:10:03,817
ฉันจะเป็นเพื่อนกับเธอนะคางคก

528
01:10:05,909 --> 01:10:09,909
เราจะไปเที่ยวด้วยกัน ฉันมีความสุขจังเลย ลูกกบพูด ฉันก็ดีใจ

529
01:10:09,946 --> 01:10:13,946
ต่อไปนี้เราเป็นเพื่อน

530
01:10:17,704 --> 01:10:21,704
กันนะ ฉันจะช่วยเธอทำงาน เราจะเป็นเพื่อน

531
01:10:22,948 --> 01:10:26,948
ที่ดีต่อกัน ที่มาก็คือมาจากนิทานอีส

532
01:10:32,916 --> 01:10:34,911
ปของ พงษ์จันทร์ อยู่เป็นสุข พ.ศ. 2559 หน้า 34

533
01:10:34,911 --> 01:10:38,911

534
01:10:42,342 --> 01:10:46,342
ทีนี้นะครับ

535
01:10:50,610 --> 01:10:54,485
นักเรียนดูพี่ล่ามอธิบายไปแล้ว คุณครู

536
01:10:54,485 --> 01:10:58,485
จะให้นักเรียนเขียนว่านักเรียนเข้าใจ

537
01:11:01,485 --> 01:11:05,485
อย่างไรก่อน คุณครูยังไม่ให้รูปแบบที่ถูกต้อง

538
01:11:08,555 --> 01:11:12,555
แต่จะให้นักเรียนอธิบายในสิ่งที่พี่ล่าม

539
01:11:12,935 --> 01:11:14,490
ฟังน่ะ เขียนลงในสมุดของนักเรียน ว่านักเรียนเข้าใจเนื้อเรื่องนี้ ให้นักเรียนบอก

540
01:11:14,490 --> 01:11:18,490
ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ ก็พอ เขียนให้คุณครู

541
01:11:21,383 --> 01:11:25,383
เดี๋ยวคุณครูจะให้เวลาเขียน 10 นาที

542
01:11:28,942 --> 01:11:32,942
แล้วก็... นักเรียนเข้าใจไหม นักเรียนเข้าใจไหม

543
01:11:37,232 --> 01:11:40,464
เข้าใจ โอเค เดี๋ยว...

544
01:11:40,464 --> 01:11:44,464
ตอนนี้ก็เหลือเวลาอีก 10 นาทีนะ จะหมดเวลาพอดี อย่างไรจะ

545
01:11:52,948 --> 01:11:56,948
ให้นักเรียนเขียนเลยนะครับ เขียนในสิ่งที่คุณครูพูดให้ฟัง แล้วพี่ล่ามอธิบายภาษามือให้ฟัง

546
01:11:59,314 --> 01:12:03,314
นักเรียนเขียนลงในสมุดเลยนะครับ สำหรับวันนี้คุณครูก็ยุติการ

547
01:12:08,953 --> 01:12:12,953
สอนเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณพี่ล่ามนะครับ

548
01:12:27,221 --> 01:12:31,221
[สิ้นสุดการถอดความ]

