﻿1
00:00:13,204 --> 00:00:16,099
นักเรียนสามารถกาลงบนกระดาษ

2
00:00:16,099 --> 00:00:20,099
ข้อสอบที่คุณครูแจกให้ได้เลยนะครับ

3
00:00:55,917 --> 00:00:59,917
นักเรียน นักเรียนครับ

4
00:01:03,159 --> 00:01:07,159
นักเรียนดูพี่ล่ามนะ เดี๋ยวคุณครูคุยกับพี่ล่ามในการทำข้อสอบให้นักเรียนฟังนะ

5
00:01:11,687 --> 00:01:15,687
ในการทำข้อสอบนะ นักเรียนถ้าไม่เข้าใจข้อไหน

6
00:01:16,508 --> 00:01:20,508
นักเรียนไม่เข้าใจอะไรอย่างไร ให้นักเรียนยกมือ

7
00:01:21,951 --> 00:01:23,546
แล้ว มาถามคุณครูแล้วคุณครูก็จะให้สื่อสารกับพี่ล่ามนะครับ

8
00:01:23,546 --> 00:01:25,835
นักเรียนไม่เข้าใจ

9
00:01:25,835 --> 00:01:29,835
คำถามข้อไหน

10
00:01:31,721 --> 00:01:34,103
ข้อสอบมีทั้งหมด 10 ข้อ มี

11
00:01:34,103 --> 00:01:36,660
ด้านหลังของกระดาษด้วยนะครับ

12
00:01:36,660 --> 00:01:40,406
มีทั้งหมด 10 ข้อนะ

13
00:01:40,406 --> 00:01:42,529
แล้วก็ให้ทำไปค่อย ๆ ทำไป เดี๋ยวคุณครู

14
00:01:42,529 --> 00:01:45,472
จะให้เวลาทำประมาณสัก

15
00:01:45,472 --> 00:01:49,472
20 นาที

16
00:01:51,239 --> 00:01:55,239
ในการทำข้อสอบครั้งนี้ ก็จะต้องใช้สมาธินิดห

17
00:01:55,751 --> 00:01:56,721
นึ่ง อย่างไรถ้าเรียนไม่เข้าใจ ก็เดินออกมาถามพี่ล่าลได้เลย

18
00:01:56,721 --> 00:02:00,721
ok ครับผม

19
00:03:35,840 --> 00:03:36,583
โอเคนะครับ อย่างนี้เดี๋ยว เดี๋ยวคุณครู เดี๋ยวคุณ

20
00:03:36,583 --> 00:03:40,583
ครูจะอ่าน

21
00:03:42,003 --> 00:03:46,003
ให้ฟังทีละข้อ แล้วก็ถ้านักเรียนคิดว่าข้อไหนถูก ให้นักเรียนกาข้อนั้นเลยเนาะ

22
00:03:46,378 --> 00:03:47,792
โอเค นักเรียน นักเรียนจะได้ดูพี่หล้าอธิบายภาษามือให้ด้วย

23
00:03:47,792 --> 00:03:51,052
โอเคไหมครับ

24
00:03:51,052 --> 00:03:53,432
โ

25
00:03:53,432 --> 00:03:57,432
อเค เรามาเริ่มข้อ 1 กันเลย

26
00:04:00,241 --> 00:04:04,241
ข้อ 1 การเขียนย่อความ

27
00:04:05,688 --> 00:04:09,688
หากมีการอ้างถึงบุคคล ควรปฏิบัติอย่างไร

28
00:04:15,473 --> 00:04:18,759
คุณครูจะอ่านอีกรอบหนึ่งนะครับ การเขียนย่อความ

29
00:04:18,759 --> 00:04:20,847
หากมีการอ้างถึงบุคคล

30
00:04:20,847 --> 00:04:23,152
ควรปฏิบัติอย่างไร

31
00:04:23,152 --> 00:04:26,304
ก

32
00:04:26,304 --> 00:04:27,832
. ใช้สรรพนามบุรุษที่ 1

33
00:04:27,832 --> 00:04:30,848
ข.

34
00:04:30,848 --> 00:04:32,578
ใช้สรรพนามบุรุษที่ 2

35
00:04:32,578 --> 00:04:35,851
ค.

36
00:04:35,851 --> 00:04:37,943
ใช้สรรพนามบุรุษที่ 3

37
00:04:37,943 --> 00:04:40,842
ง.

38
00:04:40,842 --> 00:04:44,842
ใช้สรรพนามบุรุษที่ 4

39
00:04:48,979 --> 00:04:51,463
รอบหนึ่งไหม

40
00:04:51,463 --> 00:04:55,463
อ่านอีกรอบหน

41
00:04:58,212 --> 00:05:00,322
ึ่งนะ การเขียนย่อความหากมีการอ้างถึงบุคคล

42
00:05:00,322 --> 00:05:04,322
ควรปฏิบัติอย่างไร

43
00:05:09,346 --> 00:05:12,542
ก.

44
00:05:12,542 --> 00:05:16,542
ใช้สรรพนามบุรุษที่ 1

45
00:05:19,851 --> 00:05:23,851
ข. ใช้สรรพนามบุรุษที่ 2

46
00:05:25,118 --> 00:05:27,462
ค. ใช้สรรพนามบุรุษที่ 3

47
00:05:27,462 --> 00:05:29,710
ง.

48
00:05:29,710 --> 00:05:33,710
ใช้สรรพนามบุรุษที่ 4

49
00:05:43,968 --> 00:05:47,968
ถ้านักเรียนได้ข้อที่ถูกแล้ว นักเรียนกากบาทลง

50
00:05:49,712 --> 00:05:51,951
ตรง ก ข ค แล้วก็ ง ที่นักเรียนคิดว่าถูกเลยนะครับ

51
00:05:51,951 --> 00:05:55,951
ข้อใดข้อหนึ่งนะ

52
00:06:20,394 --> 00:06:24,394
ต่อไปข้อที่ 2 นะครับ

53
00:06:25,103 --> 00:06:29,103
ข้อที่ 2 นักเรียนดูที่ล่ามนะ นักเรียนดูพี่ล่ามนะ

54
00:06:34,295 --> 00:06:38,295
ข้อที่ 2

55
00:06:38,310 --> 00:06:39,419
คำ อุปมา อุปไมย ข้อเปรียบเทียบ

56
00:06:39,419 --> 00:06:41,005
ตัวเลข

57
00:06:41,005 --> 00:06:43,442
สถิติ

58
00:06:43,442 --> 00:06:46,405
วัน เดือน ปี

59
00:06:46,405 --> 00:06:50,405
ลักษณะของประโยคชนิดใด

60
00:06:59,617 --> 00:07:01,398
อ่านคำถามอีกรอบนะครับ คำอุปมา อุปไมย

61
00:07:01,398 --> 00:07:03,183
ข้อเปรียบเทียบ

62
00:07:03,183 --> 00:07:04,527
ตัวเลข

63
00:07:04,527 --> 00:07:05,936
สถิติ

64
00:07:05,936 --> 00:07:07,030
วัน

65
00:07:07,030 --> 00:07:11,002
เดือน

66
00:07:11,002 --> 00:07:14,450
ปี เป็นลักษณะของประโยคชนิดใด

67
00:07:14,450 --> 00:07:17,601
ก.

68
00:07:17,601 --> 00:07:19,009

69
00:07:19,009 --> 00:07:20,753
ใจความรอง ข

70
00:07:20,753 --> 00:07:22,465
. ใจความหลัก

71
00:07:22,465 --> 00:07:24,458
ค.

72
00:07:24,458 --> 00:07:26,299
ใจความพิเศษ

73
00:07:26,299 --> 00:07:27,972
ง.

74
00:07:27,972 --> 00:07:31,972
ใจความสำคัญ

75
00:07:48,793 --> 00:07:52,793
โอเคไหมครับ ข้อนี้โอเคไหม

76
00:07:53,080 --> 00:07:55,470
อ่านอีกรอบไหม เอาใหม่ไหม โอเคแล้วนะ โอเคแล้ว โอเค

77
00:07:55,470 --> 00:07:59,470
ข้อที่ 3

78
00:08:02,886 --> 00:08:05,260
รูปแบบการเขียนย่อความที่ถูกต้อง

79
00:08:05,260 --> 00:08:09,260
มีส่วนประกอบกี่ส่วน

80
00:08:12,176 --> 00:08:14,931
รูปแบบการเขียนย่อความที่ถูกต้อง มีส่วนประกอบกี่ส่วน

81
00:08:14,931 --> 00:08:16,413
ก.

82
00:08:16,413 --> 00:08:18,262
1 ส่วน

83
00:08:18,262 --> 00:08:19,576
ข.

84
00:08:19,576 --> 00:08:22,248
2 ส่วน

85
00:08:22,248 --> 00:08:24,283
ค. 3 ส่วน

86
00:08:24,283 --> 00:08:28,283
ง. 4 ส่วน

87
00:08:45,185 --> 00:08:49,185
โอเคไหมครับ ข้อนี้

88
00:09:04,919 --> 00:09:08,919
พันพัน โอเค ต่อไปนะครับ ข้อที่ 4 นะ

89
00:09:12,587 --> 00:09:16,587
ข้อความใดกล่าวถูกต้องที่สุด

90
00:09:17,588 --> 00:09:19,632
ข้อความใดกล่าวถูกต้องที่สุด

91
00:09:19,632 --> 00:09:23,632
ก.

92
00:09:26,182 --> 00:09:27,901
ข้อความใดเป็นบทร้อยกรอง

93
00:09:27,901 --> 00:09:30,642
ให้คงเดิมไว้

94
00:09:30,642 --> 00:09:34,118
ข.

95
00:09:34,118 --> 00:09:37,012
การเขียนย่อความที่ถูกต้อง

96
00:09:37,012 --> 00:09:41,012
ไม่ควรเปลี่ยน

97
00:09:41,255 --> 00:09:45,255
สำนวนภาษาของผู้แต่งเรื่องเดิม

98
00:09:49,862 --> 00:09:52,885
ค.

99
00:09:52,885 --> 00:09:56,885
ขั้นตอนแรกของการเขียนย่อความ

100
00:09:58,269 --> 00:10:02,269
คือผู้ย่อต้องอ่านเรื่องให้จบ 1-2 เที่ยว เพื่อจับประเด็นสำคัญ

101
00:10:10,110 --> 00:10:14,110
ง.

102
00:10:15,376 --> 00:10:17,968
การเขียนย่อความ ควรใช้อักษรย่อในการเขียน เช่น

103
00:10:17,968 --> 00:10:19,599
กิโลเมตรให้ใช้ก่อน

104
00:10:19,599 --> 00:10:23,599
เป็นต้น

105
00:10:44,286 --> 00:10:45,935
ข้อ 4 ผ่านไหมครับ

106
00:10:45,935 --> 00:10:49,935
โอเคไหม

107
00:10:58,481 --> 00:11:02,481
ข้อที่ 5 นะครับ

108
00:11:14,181 --> 00:11:17,457
เป็นข้อความที่ย่อ จากงานเขียนเต็มฉบับ

109
00:11:17,457 --> 00:11:21,457
มีความยาว 1 ใน 3 ของเรื่องเดิม

110
00:11:24,958 --> 00:11:27,774
เป็นความหมายของส่วนใด ในการเขียนย่อความ

111
00:11:27,774 --> 00:11:31,774
ข้อที่ 5

112
00:11:31,872 --> 00:11:34,561
ข้อความที่ว่า เป็นข้อความที่ย่อ

113
00:11:34,561 --> 00:11:38,200
จากงานเขียนเต็มฉบับ

114
00:11:38,200 --> 00:11:42,188
มีความยาว 1 ใน 3 ของเรื่องเดิม

115
00:11:42,188 --> 00:11:46,188
เป็นความหมายของส่วนใด ในการเขียนย่อความ

116
00:11:46,773 --> 00:11:48,195
ครับ ก.

117
00:11:48,195 --> 00:11:50,105
ส่วนสรุป

118
00:11:50,105 --> 00:11:52,166
ข.

119
00:11:52,166 --> 00:11:53,624
ส่วนเนื้อเรื่อง

120
00:11:53,624 --> 00:11:55,184
ค.

121
00:11:55,184 --> 00:11:57,355
ส่วนขึ้นต้น

122
00:11:57,355 --> 00:12:01,355
ง. ส่วนนำ

123
00:12:32,474 --> 00:12:36,474
ข้อ 5 โอเคไหมครับ

124
00:12:43,247 --> 00:12:47,247
นักเรียนมองเห็นพี่ล่ามไหม

125
00:12:52,694 --> 00:12:56,694
โอเค

126
00:13:02,128 --> 00:13:06,128
ต่อไปข้อที่ 6

127
00:13:07,132 --> 00:13:11,132
หน้าหลังนะครับ หน้าหลังของกระดาษข้อที่ 6 นะ

128
00:13:23,395 --> 00:13:27,395
นักเรียนดูล่ามนะ ดูพ

129
00:13:30,248 --> 00:13:34,248
ี่ล่าม ประโยคใจความสำคัญ มักจะอยู่ส่วนใดของข้อความ

130
00:13:42,517 --> 00:13:46,517
เดี๋ยวรอพันพันแป๊บหนึ่งนะ

131
00:13:56,711 --> 00:14:00,711
เดี๋ยวพี่ล่ามรอสักครู่นะครับ

132
00:14:31,342 --> 00:14:34,684
ระหว่างที่รอพันพันนะครับ ระหว่างที่รอนักเรียนไปเข้าห้องน้ำอยู่นะครับ

133
00:14:34,684 --> 00:14:38,684
ให้นักเรียนอ่าน

134
00:14:39,512 --> 00:14:43,512
คร่าว ๆ นะครับ อ่านข้อสอบดูคร่าว ๆ ไปก่อนคุณครู

135
00:14:45,151 --> 00:14:49,151
นักเรียนไม่เข้าใจคำไหน เดี๋ยวพอคุณครูอ่านไปถึง นักเรียนก็

136
00:14:50,148 --> 00:14:53,086
จะได้เข้าใจในตรงนั้นด้วยนะครับ พี่ล่ามเพราะพี่น้ำจะใช้ภาษามือในการ

137
00:14:53,086 --> 00:14:54,362
แปลเป็นภาษามือให้นักเรียนสะอาด

138
00:14:54,362 --> 00:14:58,362
ดูได้เข้าใจ

139
00:15:57,002 --> 00:15:59,945
เอ้าเฮนักเรียนเริ่มเข้าห้องน้ำกันยังไงเดี๋ยวคุณครูคะ

140
00:15:59,945 --> 00:16:03,945
5 นาทีนะให้ไปเข้าห้องน้ำนะคะ

141
00:16:05,508 --> 00:16:09,508
สัก 5 นาทีให้เข้าห้องน้ำเสร็จก่อนแล้วก็ค่อยมารวมกันตรงนี้นะ

142
00:16:10,880 --> 00:16:14,880
ok ok ครับ เดี๋ยวพักสัก 5 นาทีนะครับ พี่ราม

143
00:18:15,657 --> 00:18:19,657
โอเคนะครับ นักเรียนมาครบแล้ว

144
00:18:23,657 --> 00:18:27,657
ต่อไปข้อที่ 6 นะ

145
00:18:28,720 --> 00:18:32,720
ข้อที่ 6

146
00:18:33,399 --> 00:18:37,399
ประโยคใจความสำคัญ มักจะอยู่ส่วนใดของข้อความ

147
00:18:39,225 --> 00:18:43,225
ประโยคใจความสำคัญ มักจะอยู่ส่วนใดของข้อความ

148
00:18:44,656 --> 00:18:48,311
ก.

149
00:18:48,311 --> 00:18:49,980
ต้นข้อความ ข

150
00:18:49,980 --> 00:18:51,509
. กลางข้อความ

151
00:18:51,509 --> 00:18:53,246
ค

152
00:18:53,246 --> 00:18:54,873
. ท้ายข้อความ

153
00:18:54,873 --> 00:18:57,539
ง

154
00:18:57,539 --> 00:19:01,539
. ทุกข้อที่กล่าวมา

155
00:19:18,121 --> 00:19:22,121
ข้อ 6 โอเคนะครับ

156
00:19:25,632 --> 00:19:29,632
โอเค ต่อไปข้อที่ 7

157
00:19:32,973 --> 00:19:35,848
ข้อใดเป็นรูปแบบของการเขียนขึ้นต้นย่อความ

158
00:19:35,848 --> 00:19:39,848
ข้อใด

159
00:19:40,078 --> 00:19:42,111
เป็นรูปแบบของการเขียนขึ้นต้นย่อความ

160
00:19:42,111 --> 00:19:45,544
ก.

161
00:19:45,544 --> 00:19:47,250
ย่อความเรื่อง

162
00:19:47,250 --> 00:19:49,739
...

163
00:19:49,739 --> 00:19:52,436

164
00:19:52,436 --> 00:19:54,308
ของวงเล็บผู้แต่ง

165
00:19:54,308 --> 00:19:56,796
.

166
00:19:56,796 --> 00:20:00,796
.. จากหนังสือ...

167
00:20:04,617 --> 00:20:08,617
ความหมาย.. นักเรียนดูข้อสอบไปด้วยนะ ข้อ 7

168
00:20:09,671 --> 00:20:13,671
มีคำไหนที่นักเรียนไม่เข้าใจไหมข้อ 7

169
00:20:18,502 --> 00:20:21,978
น่ะ มีคำไหนที่นักเรียนไม่เข้าใจ

170
00:20:21,978 --> 00:20:25,978
มีไหม

171
00:20:29,994 --> 00:20:33,994
อ๋อ นักเรียนเข้าใจ

172
00:20:35,248 --> 00:20:39,248
ให้คุณครูอ่านถึง ง ไหม หรือว่านักเรียนรู้เรื่องแล้ว

173
00:20:46,285 --> 00:20:50,285
โอเคนะ โอเค นักเรียนเข้าใจ ข้อที่ 8 นะครับ

174
00:20:58,869 --> 00:21:01,049
ข้อใดกล่าวถูกต้อง

175
00:21:01,049 --> 00:21:02,960
ก.

176
00:21:02,960 --> 00:21:06,703
การย่อความ

177
00:21:06,703 --> 00:21:10,703
เป็นการเรียบเรียงเรื่องราว

178
00:21:10,917 --> 00:21:14,917
จากความนึกคิดของผู้เขียนเรื่องนั้น ๆ

179
00:21:18,984 --> 00:21:20,523
ข.

180
00:21:20,523 --> 00:21:24,261
การย่อความ

181
00:21:24,261 --> 00:21:28,261
เป็นการเขียนย่อเรื่อง จากการอ่านหรือฟัง

182
00:21:29,552 --> 00:21:31,924
ค. การย่อความ

183
00:21:31,924 --> 00:21:34,535
หมายถึงการสรุปความ

184
00:21:34,535 --> 00:21:38,535
ง.

185
00:21:38,873 --> 00:21:42,873
การย่อความเป็นการเขียนเรื่องตามจินตนาการ

186
00:21:58,589 --> 00:22:02,589
ผ่านนะครับ

187
00:22:03,258 --> 00:22:07,258
ต่อไปข้อที่ 9

188
00:22:17,153 --> 00:22:20,180
การเขียนย่อความ

189
00:22:20,180 --> 00:22:23,048
ข้อความที่ไม่ควรนำมาเขียน

190
00:22:23,048 --> 00:22:27,048
ยกเว้นข้อใด

191
00:22:28,302 --> 00:22:32,302
ก. ข้อเปรียบเทียบต่าง ๆ

192
00:22:33,169 --> 00:22:34,760
ข. ตัวเลข สถิติที่เป็นรายละเอียด

193
00:22:34,760 --> 00:22:36,704
ค.

194
00:22:36,704 --> 00:22:38,291
ชื่อบุคคลที่อ้างถึง

195
00:22:38,291 --> 00:22:40,335
ง.

196
00:22:40,335 --> 00:22:44,335
ใจความสำคัญของเรื่อง

197
00:22:52,139 --> 00:22:56,139
ข้อ 9 ผ่านไหมครับ

198
00:23:09,130 --> 00:23:13,130
ต่อไปข้อสุดท้ายนะครับ ข้อที่ 10

199
00:23:18,265 --> 00:23:22,265
ข้อความที่เด่นที่สุดในย่อหน้า

200
00:23:22,302 --> 00:23:26,302
เป็นแก่นของย่อหน้า เป็นความหมายของข้อใด

201
00:23:27,178 --> 00:23:29,727
ข้อความที่เด่นที่สุดในย่อหน้า

202
00:23:29,727 --> 00:23:32,100
เป็นแก่นของย่อหน้า

203
00:23:32,100 --> 00:23:35,491
เป็นความหมายของข้อใด

204
00:23:35,491 --> 00:23:38,132
ก.

205
00:23:38,132 --> 00:23:39,733
ใจความสำคัญ

206
00:23:39,733 --> 00:23:41,391
ข.

207
00:23:41,391 --> 00:23:43,119
ใจความรอง

208
00:23:43,119 --> 00:23:46,895
ค.

209
00:23:46,895 --> 00:23:50,895
ใจความส่วนขยายข้อความ

210
00:23:50,940 --> 00:23:54,940
ง. ใจความพิเศษ

211
00:24:22,270 --> 00:24:24,370
นักเรียนเสร็จแล้วใช่ไหมครับ

212
00:24:24,370 --> 00:24:28,370
โอเคไหม

213
00:24:39,711 --> 00:24:41,508
ถ้านักเรียนเสร็จแล้ว

214
00:24:41,508 --> 00:24:44,478
นักเรียนมองพี่ล่ามนะ

215
00:24:44,478 --> 00:24:48,478
มองพี่ล่ามนะครับ

216
00:24:54,924 --> 00:24:58,924
ดูพี่ล่ามนะ เสร็จแล้วนักเรียนเขียนชื่อ เลขที่ตัวเอง

217
00:24:59,780 --> 00:25:02,433
ลงบนข้อสอบที่คุณครูให้ และก็นำไปวางไว้ที่

218
00:25:02,433 --> 00:25:06,433
ส่งงานของคุณครูเลยนะครับ

219
00:25:06,990 --> 00:25:10,110
เขียนชื่อ นามสกุลให้ถูกต้องนะครับ ให้อ่านออกด้วยนะ

220
00:25:10,110 --> 00:25:14,110
โ

221
00:25:14,341 --> 00:25:18,341
อเค เสร็จแล้วให้ไปส่งที่โต๊ะได้เลยครับ

222
00:27:00,231 --> 00:27:02,413
นักเรียนเมื่อกี้ นักเรียนทำข้อสอบเป็นอย่างไรบ้างครับ

223
00:27:02,413 --> 00:27:06,413
พอทำได้ไหม

224
00:27:06,718 --> 00:27:10,036
ทำข้อสอบได้ไหม

225
00:27:10,036 --> 00:27:14,036
นิดหน่อยเหรอ นิดหนึ่ง

226
00:27:17,302 --> 00:27:21,059
ไม่เป็นไรนะครับ ข้อสอบที่นักเรียนทำที่ผ่านมาเมื่อกี้น่ะ เป็นข้อสอบก่อนเรียน

227
00:27:21,059 --> 00:27:24,017
นักเรียนจะได้คะแนนเท่าไหร่คุณครูไม่สนใจ

228
00:27:24,017 --> 00:27:28,017
คุณครูจะเปรียบเทียบ

229
00:27:29,630 --> 00:27:33,067
หลังจากที่นักเรียนเรียนเรื่องการย่อความเสร็จแล้ว นักเรียนจะต้องทำแบบทดสอบ

230
00:27:33,067 --> 00:27:35,288
นักเรียน

231
00:27:35,288 --> 00:27:39,288
ข้อสอบจะเป็นข้อสอบเดิม

232
00:27:42,361 --> 00:27:46,361
ข้อสอบจะเป็นข้อสอบเดิมที่คุณครูเคยให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนไป

233
00:27:47,373 --> 00:27:50,323
หลังจากที่เรียนเสร็จตรงนี้ นักเรียนจะได้ทำข้อสอบอีก 1 รอบ

234
00:27:50,323 --> 00:27:54,323
คุณครูจะมาดูว่า

235
00:27:54,904 --> 00:27:58,904
คะแนนหลังจากที่นักเรียนได้เรียน

236
00:27:59,970 --> 00:28:01,166
เรื่องการย่อความนะจบแล้ว คะแนนนักเรียนจะ

237
00:28:01,166 --> 00:28:05,166
เพิ่มขึ้น

238
00:28:10,647 --> 00:28:14,365
มากน้อยแค่ไหน นักเรียนจะมีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับการเขียนย่อความมากน้อยเพียงใดนะครับ

239
00:28:14,365 --> 00:28:17,692
ก่อนอื่นนะครับ

240
00:28:17,692 --> 00:28:21,692
นักเรียนนำสมุดขึ้นมา

241
00:28:23,065 --> 00:28:26,664
นักเรียนสามารถเขียน

242
00:28:26,664 --> 00:28:30,664
สิ่งที่คุณครูสอน

243
00:28:31,263 --> 00:28:35,263
ลงไปในสมุดได้เลยนะครับ ไว้ได้เลยนะครับ

244
00:28:35,511 --> 00:28:39,511
นะครับ การเขียนย่อความนะครับ

245
00:28:41,268 --> 00:28:45,268
นักเรียนดูพี่ล่ามนะนักเรียนดูพี่ล่ามอธิบายนะครับ นักเรียนจะได้เข้าใจนะครับ

246
00:28:52,028 --> 00:28:56,028
การเขียนย่อความนะครับ

247
00:28:56,064 --> 00:28:58,429
ประกอบด้วยทักษะสำคัญ 2 ประการ

248
00:28:58,429 --> 00:29:02,429
ดังนี้

249
00:29:11,198 --> 00:29:15,198
นักเรียนพยายามดูพี่ล่ามนะ เพราะว่าคุณครูน่ะ

250
00:29:19,769 --> 00:29:20,867
ไม่ได้ใช้ภาษามือสื่อสารกับนักเรียน พี่ล่ามเท่านั้นนะครับ พี่ล่ามใช้ภาษามือสื่อสารกับนักเรียน นักเรียนดูพี่ล่าม นักเรียน

251
00:29:20,867 --> 00:29:24,867
ดีกันนะครับ

252
00:29:27,451 --> 00:29:31,451
เวลาที่คุณครูสอนให้นักเรียนคุยกันนั่น หมายถึงว่านักเรียนจะพลาดในสิ่งที่คุณครูสอนเลยนะคะ

253
00:29:41,038 --> 00:29:45,038
เพราะว่าสิ่งที่นักเรียนเรียนไปทั้งหมดสุดท้ายแล้วน

254
00:29:47,658 --> 00:29:50,713
่ะ คุณครูจะมีการสอบกลางภาคสอบปลายภาคเพื่อวัดผลคะแนนของนักเรียน ว่านักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ

255
00:29:50,713 --> 00:29:53,812
เกี่ยวกับวิชาภาษาไทยมากน้อยเพียงใดนะครับ

256
00:29:53,812 --> 00:29:57,812
ถ้านักเรียนได้คะแนนต่ำนะครับ

257
00:29:59,738 --> 00:30:03,738
ทำให้เกรดนักเรียนไม่สวยนะ

258
00:30:04,656 --> 00:30:08,257
นักเรียนจะไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย นักเรียนก็

259
00:30:08,257 --> 00:30:11,019
ไม่สามารถที่จะเรียนคณะ

260
00:30:11,019 --> 00:30:15,019
หรือสิ่งที่ตัวเองอยากเรียนได้นะครับ

261
00:30:23,309 --> 00:30:27,309
การเขียนย่อความ

262
00:30:33,441 --> 00:30:37,441
ประกอบไปด้วยทักษะสำคัญ 2 ประการ ดังนี้

263
00:30:37,739 --> 00:30:41,739
นักเรียน นักเรียนอย่าเพิ่งจด

264
00:30:44,566 --> 00:30:47,408
นักเรียนอย่าเพิ่งจด ให้นักเรียนดูพี่ล่ามก่อน ส่วนสไลด์ตรงนี้ เดี๋ยวคุณ

265
00:30:47,408 --> 00:30:48,407
ครูจะนำเอกสารมาให้นักเรียน

266
00:30:48,407 --> 00:30:52,285
อีกทีหนึ่ง

267
00:30:52,285 --> 00:30:54,282
นักเรียนอย่าเพิ่งจด เพราะว่าถ้านักเรียนก้มปุ๊บ นักเรียนจะพลาดเลยนะ คะ

268
00:30:54,282 --> 00:30:58,282
ให้นักเรียนดูพิรามก่อน

269
00:31:01,573 --> 00:31:05,573
อันนี้จะสร้างความเข้าใจกับนักเรียนก่อน เพราะว่านักเรียนก้มก้มจนเรียนไม่ได้ดูพี่ล่ามอธิบายเลย

270
00:31:06,229 --> 00:31:08,426
นักเรียนจะไม่เข้าใจให้ นักเรียนดูพี่ล่างอย่างเดียวเลย

271
00:31:08,426 --> 00:31:12,426
ดูพี่ล่างอย่างเดียวเลย

272
00:31:12,536 --> 00:31:16,536
โ

273
00:31:18,081 --> 00:31:22,081
อเค การเขียนย่อความ

274
00:31:23,211 --> 00:31:25,008
ประกอบด้วย ทักษะสำคัญ 2 ประการ ดังนี้

275
00:31:25,008 --> 00:31:26,282
1

276
00:31:26,282 --> 00:31:30,282
. การอ่าน

277
00:31:33,203 --> 00:31:35,701
การอ่านเพื่อย่อความ เป็นการอ่านแบบสรุปความ หรือ

278
00:31:35,701 --> 00:31:37,890
อ่านจับใจความสำคัญของเรื่อง

279
00:31:37,890 --> 00:31:41,890
ซึ่งมีขั้นตอน ดังนี้

280
00:31:44,033 --> 00:31:48,033
1.

281
00:31:50,195 --> 00:31:53,398
อ่านเรื่องที่จะเขียนย่อความทั้งหมดอย่างละเอียด

282
00:31:53,398 --> 00:31:54,354
เพื่อให้ทราบว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับ

283
00:31:54,354 --> 00:31:55,909
ใคร

284
00:31:55,909 --> 00:31:57,041
ทำอะไร

285
00:31:57,041 --> 00:31:59,524
ที่ไหน

286
00:31:59,524 --> 00:32:02,554
เมื่อไหร่ อย่างไร

287
00:32:02,554 --> 00:32:05,261
ข้อที่ 2

288
00:32:05,261 --> 00:32:08,052
แยกอ่านทำความเข้าใจ

289
00:32:08,052 --> 00:32:12,052
เรื่องแต่ละย่อหน้าอย่างละเอียด

290
00:32:14,263 --> 00:32:18,263
ข้อที่ 3

291
00:32:21,478 --> 00:32:25,169
อ่านจับความคิดหลัก หรือประโยคใจความสำคัญ ในแต่ละย่อหน้า

292
00:32:25,169 --> 00:32:26,883
โดยความคิดหลัก หมายถึง

293
00:32:26,883 --> 00:32:30,030
ความรู้

294
00:32:30,030 --> 00:32:32,330
ความคิดที่ผู้เขียนเสนอต่อผู้อ่าน

295
00:32:32,330 --> 00:32:36,330
ในแต่ละย่อหน้า

296
00:32:36,700 --> 00:32:40,700
จะต้องมีความคิดหลัก ที่ผู้อ่านสรุปได้เพียงอย่างเดียว

297
00:32:40,791 --> 00:32:41,911
ซึ่งมักแสดงด้วยประโยคใจความสำคัญ

298
00:32:41,911 --> 00:32:43,732
ซึ่งอยู่

299
00:32:43,732 --> 00:32:47,314
ต้นย่อหน้า

300
00:32:47,314 --> 00:32:51,314
กลางย่อหน้า หรือท้ายย่อหน้า

301
00:32:52,647 --> 00:32:53,801
ส่วนประกอบอื่น ๆ ได้แก่

302
00:32:53,801 --> 00:32:55,648
ประโยค

303
00:32:55,648 --> 00:32:59,064
ขยาย

304
00:32:59,064 --> 00:33:03,064
ความ หรือคนละความนะครับ

305
00:33:03,154 --> 00:33:07,154
ซึ่งทำหน้าที่ขยายใจความสำคัญ

306
00:33:09,651 --> 00:33:10,840
หรือความคิดหลักในย่อหน้า ให้ผู้อ่านเข้าใจแจ่มแจ้ง

307
00:33:10,840 --> 00:33:11,983
ชัดเจนยิ่งขึ้น

308
00:33:11,983 --> 00:33:15,983
เช่น

309
00:33:18,339 --> 00:33:21,595
รายละเอียดข้อเปรียบเทียบ ตัวอย่างย่อหน้าบางย่อหน้า อาจมีความคิด

310
00:33:21,595 --> 00:33:25,561
แต่ไม่มีประโยคใจความสำคัญ

311
00:33:25,561 --> 00:33:29,561
มีแต่ประโยคขยายความ เรื่องต่อเนื่องกันไป

312
00:33:30,264 --> 00:33:31,973
2

313
00:33:31,973 --> 00:33:35,973
การเขียน

314
00:33:37,927 --> 00:33:41,518
การเขียนเพื่อย่อความ

315
00:33:41,518 --> 00:33:44,100
เป็นการเรียบเรียงสาระสำคัญที่บันทึกไว้

316
00:33:44,100 --> 00:33:48,100
จากการอ่าน โดยมีหลัก ดังนี้

317
00:33:53,597 --> 00:33:56,911
2.1 ข้อความที่ย่อ ข้อความที่ย่อนั้น

318
00:33:56,911 --> 00:33:59,140
ข้อที่ 1 มีเฉพาะสาระสำคัญ

319
00:33:59,140 --> 00:34:01,448
คือความคิดหลัก

320
00:34:01,448 --> 00:34:03,940
ส่วนที่เป็นพลความ

321
00:34:03,940 --> 00:34:05,815
ต้องตัดออกทั้งหมด

322
00:34:05,815 --> 00:34:09,815
2

323
00:34:09,861 --> 00:34:12,212
ในกรณีที่สาระสำคัญซ้ำ ๆ กันหลาย ๆ แห่ง

324
00:34:12,212 --> 00:34:15,033
เมื่อนำมาเรียบเรียงใหม่

325
00:34:15,033 --> 00:34:19,033
ให้กล่าว

326
00:34:27,161 --> 00:34:30,967
ให้กล่าวเพียงเฉพาะที่สำคัญนะครับ

327
00:34:30,967 --> 00:34:34,967
ข้อที่ 3

328
00:34:35,926 --> 00:34:38,054
ครอบคลุมประเด็นสำคัญของเรื่อง ได้ครบถ้วนสมบูรณ์

329
00:34:38,054 --> 00:34:40,535
ถูกต้องตามเรื่องเดิม

330
00:34:40,535 --> 00:34:44,535
ข้อที่ 4

331
00:34:46,369 --> 00:34:49,303
ข้อความที่เป็นคำพูด อยู่ในเครื่องอัญประกาศ

332
00:34:49,303 --> 00:34:53,303
ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ให้ตัดออก

333
00:34:53,914 --> 00:34:57,914
ข้อที่ 5

334
00:35:01,426 --> 00:35:05,426
ครอบคลุมประเด็นสำคัญของเรื่องได้ครบถ้วน สมบูรณ์ ถูกต้องตามเรื่องเดิม

335
00:35:14,490 --> 00:35:17,061
เมื่อกี้ผ่าน ผ่านข้อที่ 6 ไปแล้วนะ โอเค ข้อ 7 นะครับ

336
00:35:17,061 --> 00:35:21,061
ข้อที่ 7  ข้อความที่ย่อ

337
00:35:22,439 --> 00:35:26,279
เรียงลำดับอย่างไรก็ได้ ให้อ่านเข้าใจไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับตามเดิม

338
00:35:26,279 --> 00:35:30,279
ก็คือสรุปง่าย ๆ ว่า

339
00:35:31,846 --> 00:35:33,372
บทความ หรือข้อความ หรือนิทานเรื่องต่าง ๆ ที่นักเรียนอ่านมาทั้งหมด

340
00:35:33,372 --> 00:35:37,372
ให้นักเรียนสรุป

341
00:35:38,410 --> 00:35:39,794
เป็นใจความสำคัญ อย่างเช่น คุณครูเคยสอนไปแล้วเมื่อ

342
00:35:39,794 --> 00:35:43,794
วาน ถ้าผ่ายมา

343
00:35:45,427 --> 00:35:48,434
การสรุปใจความสำคัญที่พูดถึงสรุปว่าในเรื่องนั้นว่า ใคร

344
00:35:48,434 --> 00:35:52,434
ทำอะไร ที่ไหน อย่างไรเมื่อไหร่

345
00:35:52,440 --> 00:35:56,440
นักเรียนจำได้ไหมครับ ที่คุณครูเคยสอน

346
00:36:01,726 --> 00:36:05,726
ต่อไปจะมาพูดถึงในเรื่องของสำนวนภาษานะครับ

347
00:36:10,156 --> 00:36:13,546
ในการเขียนย่อความนะครับ ใช้สำนวนภาษาของผู้เขียน โดยเป็นการเรียบเรียงเนื้อความใหม่

348
00:36:13,546 --> 00:36:17,546
ไม่ควรใช้สำนวนภาษาเรื่องเดิม

349
00:36:18,173 --> 00:36:22,173
หลีกเลี่ยงการตัดต่อประโยค ใจความสำคัญของต้นฉบับนะครับ

350
00:36:23,823 --> 00:36:26,228
ข้อ 2

351
00:36:26,228 --> 00:36:30,138
เรียบเรียงเป็นเรื่องเล่า

352
00:36:30,138 --> 00:36:33,203
ถ้าจะเอ่ยถึงบุคคลอื่น ให้ใช้ชื่อ

353
00:36:33,203 --> 00:36:37,203
หรือใช้สรรพนามบุรุษที่ 3

354
00:36:38,109 --> 00:36:42,109
ห้ามนะครับ ห้ามใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 และ 2 ในย่อความ

355
00:36:46,853 --> 00:36:50,523
ข้อที่ 3 สำนวนภาษา หรือคำยาก คำยาว

356
00:36:50,523 --> 00:36:54,523
ในเรื่องเดิม ให้เปลี่ยนมาใช้คำธรรมดาแทนนะครับ

357
00:36:55,460 --> 00:36:59,460
ข้อที่ 4

358
00:37:01,214 --> 00:37:05,214
ไม่จำเป็นต้องใช้อักษรย่อ

359
00:37:06,447 --> 00:37:10,447
นักเรียนเห็นข้อสอบที่ผ่านมาไหมครับ ที่ว่ามีอักษรย่อด้วย

360
00:37:12,104 --> 00:37:16,104
ข้อนี้สำคัญเลย ไม่จำเป็นต้องใช้อักษรย่อนะครับ

361
00:37:17,673 --> 00:37:21,673
ในข้อความที่ย่อ นอกจากชื่อเดิมแต่ยาวมาก เช่น

362
00:37:22,488 --> 00:37:25,239
อักษรย่อนั้น เป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย เช่น กทม

363
00:37:25,239 --> 00:37:28,329
. รศช

364
00:37:28,329 --> 00:37:32,329
. และททท. อย่างนี้ครับ

365
00:37:33,121 --> 00:37:36,252
ข้อที่ 5

366
00:37:36,252 --> 00:37:39,771
ถ้าเรื่องเดิมเป็นร้อยกรอง

367
00:37:39,771 --> 00:37:43,044
ให้ย่อความเป็นร้อยแก้วนะครับ

368
00:37:43,044 --> 00:37:45,819
นักเรียนเข้าใจคำว่า "ร้อยกรอง" กับ "ร้อยแก้ว"ไหมครับ

369
00:37:45,819 --> 00:37:49,819
นักเรียนเข้าใจไหม

370
00:37:50,014 --> 00:37:54,014
เข้าใจ คำว่า"ร้อยกรอง ร้อยแก้วใช่ไหมครับ

371
00:37:58,052 --> 00:38:00,611
ร้อยกรอง ก็คือเป็นบทกลอนบทประพันธ์

372
00:38:00,611 --> 00:38:03,344
ส่วนร้อยแก้ว คืองานเขียน

373
00:38:03,344 --> 00:38:07,344
เป็นความเรียงปกติ

374
00:38:10,526 --> 00:38:14,526
ข้อที่ 6 นะครับ

375
00:38:16,565 --> 00:38:18,148
ใช้สำนวนภาษาที่คงไว้ ลีลา หรือน้ำเสียงให้เหมือนเดิม เช่น ความรู้สึก

376
00:38:18,148 --> 00:38:22,148
ที่สะเทือนใจ

377
00:38:27,611 --> 00:38:31,430
ต่อไปความยาวของย่อความ

378
00:38:31,430 --> 00:38:35,430
นักเรียนดูพี่ล่ามนะ

379
00:38:36,001 --> 00:38:40,001
นักเรียนไม่คุยกันนะ นักเรียนดูพี่ล่าม เดี๋ยวคุณครูจะอธิบายให้ฟัง

380
00:38:41,331 --> 00:38:44,362
ความยาวของย่อความนะ ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว ว่า

381
00:38:44,362 --> 00:38:48,362
จะมีสัดส่วนเท่าไหร่ จากเรื่องเดิม

382
00:38:49,275 --> 00:38:53,275
ก็คือพูดง่าย ๆ ก็คือให้นักเรียน

383
00:38:54,188 --> 00:38:55,942
ย่อมา ให้เข้าใจว่า ในเรื่องที่นักเรียน

384
00:38:55,942 --> 00:38:59,942
ไปอ่านมาน่ะ

385
00:39:01,538 --> 00:39:03,042
มีใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่ให้ครบถ้วน

386
00:39:03,042 --> 00:39:07,042
เนื้อเรื่องนั้น

387
00:39:07,671 --> 00:39:11,671
แค่นั้นล่ะครับ ก็คือการย่อความ

388
00:39:16,175 --> 00:39:20,175
ที่นี้ เรามาดู เรามาดูรูปแบบการเขียนย่อความกันนะครับ

389
00:39:25,496 --> 00:39:29,496
รูปแบบที่ 1 นะครับ เป็นการย่อนิทาน นิยายพงศาวดาร

390
00:39:30,227 --> 00:39:33,876
ให้บอกประเภทชื่อเรื่องผู้แต่ง ที่มาของเรื่อง

391
00:39:33,876 --> 00:39:37,876
เท่าที่ทราบ เช่น

392
00:39:38,868 --> 00:39:42,267
เวลานักเรียนจะย่อนิทานนะครับ สมมติว่า

393
00:39:42,267 --> 00:39:46,267
มีนิทาน 1 เรื่องให้นักเรียนอ่าน

394
00:39:47,469 --> 00:39:49,238
นักเรียนอ่านมาทั้งหมดนิทานทั้งหมดมี มี 1 หน้ากระดาษ

395
00:39:49,238 --> 00:39:53,238
มีอยู่ 1 หน้ากระดาษ

396
00:39:55,161 --> 00:39:57,912
นักเรียนไปอ่านมา 1 หน้ากระดาษแล้ว นักเรียนจะต้องมาย่อความ โดยที่นักเรียนจะ

397
00:39:57,912 --> 00:39:59,241
ย่อวคาม นักเรียนจะต้องมีหัวข้อนะครับ

398
00:39:59,241 --> 00:40:02,128
เขียน ดังนี้ ก็คือ

399
00:40:02,128 --> 00:40:05,947
ย่อนิทานเรื่อง

400
00:40:05,947 --> 00:40:09,947
เรื่องอะไรที่นักเรียนอ่านม าโรงเรียนก็เขียน

401
00:40:10,642 --> 00:40:14,642
ย่อนิทาน เรื่องสมมติว่า นักเรียนสมมติ

402
00:40:16,862 --> 00:40:19,543
ว่านักเรียนไปอ่านลูกหมู 3 ตัว ไม่เรียนก็เขียนว่าย่อนิทานเรื่อง

403
00:40:19,543 --> 00:40:23,543
ลูกหมูสามตัว ของ

404
00:40:25,019 --> 00:40:29,019
ของเรื่องนี้ คือใครเป็นผู้แต่งใครเป็นผู้เขียนเรื่องนี้นักเรียนก็เขียนชื่อเขาลงมาตรงนี้

405
00:40:30,769 --> 00:40:34,769
จากไหนนักเรียนไปหาข้อความนี้มาจากไหนนักเรียนก็เขียน

406
00:40:37,275 --> 00:40:39,854
ลงบนตรงข้ออ้างในจากตรงนี้ไปนะครับ ส่วนความว่าตรงนี้

407
00:40:39,854 --> 00:40:43,696
นักเรียนก็เล่ามาเลยครับ ว่า

408
00:40:43,696 --> 00:40:47,047
เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ไหน ใครทำอะไรที่ไหน

409
00:40:47,047 --> 00:40:49,207
ทำเมื่อไหร่ แล้วจะทำอย่างไร

410
00:40:49,207 --> 00:40:53,207
มีผลทำให้อย่างไรเกิดขึ้น

411
00:40:54,468 --> 00:40:58,468
ลูกหมูสามตัว คุณครูยกตัวอย่าง ลูกหมูสามตัวนะ

412
00:41:01,827 --> 00:41:05,215
ความว่าตรงนี้ก็คือเล่าถึงเหตุการณ์ที่

413
00:41:05,215 --> 00:41:08,064
แม่หมูมีลูกหมู 3 ตัว มีพี่ มี

414
00:41:08,064 --> 00:41:11,244
พี่คนกลาง แล้วก็มีน้องสุดท้อง

415
00:41:11,244 --> 00:41:15,037
แยกออกไปสร้างบ้าน

416
00:41:15,037 --> 00:41:19,037
อยากไปสร้างบ้านคนหนึ่ง สร้างบ้านด้วย

417
00:41:20,207 --> 00:41:24,207
บางคนหนึ่งสร้างบ้านด้วยไม้ อีกคนสร้างบ้านด้วยอิฐ ด้วยปูน

418
00:41:28,126 --> 00:41:32,126
อธิบายแปลว่าสร้างบ้านแบบไหนแข็งแรง หมาป่าไม่ได้มาทำร้ายได้อะไรประมาณนี้

419
00:41:32,643 --> 00:41:34,686
ผลสุดท้ายนิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่าอะไรประมาณนั้น

420
00:41:34,686 --> 00:41:38,145
ก็คือรวม ๆ กันไป

421
00:41:38,145 --> 00:41:41,687
โอเคไหมครับ

422
00:41:41,687 --> 00:41:43,482
โอเคไหม นักเรียนเข้าใจไหมครับ

423
00:41:43,482 --> 00:41:47,482
นักเรียนเข้าใจไหม

424
00:41:56,215 --> 00:42:00,215
นักเรียนมีข้อสงสัย นักเรียนเดินออกมาถามพี่ล่ามได้เลย

425
00:42:19,913 --> 00:42:22,486
นิทาน

426
00:42:22,486 --> 00:42:26,486
นิทานครับ

427
00:42:26,513 --> 00:42:28,579
(ล่าม) เดี๋ยวสักครู่นะคะ พอดีภาพมันดีเลยอ่ะค่ะ

428
00:42:28,579 --> 00:42:32,579
ต้องรอนิดหนึ่งน่ะค่ะ

429
00:42:34,349 --> 00:42:38,349
อาจารย์ได้ยินใช่ไหมคะ (อาจารย์) ได้ยินครับ

430
00:42:39,592 --> 00:42:43,592
(ล่าม) หาให้น้องทำได้เลยนะคะ

431
00:43:06,257 --> 00:43:10,257
นักเรียนถามพี่ล่ามได้เลย

432
00:43:20,821 --> 00:43:23,593
(ล่าม) ตอนนี้ภาพกระตุกนะคะ เลยเห็นภาพน้องค้างอยู่น่ะค่ะ

433
00:43:23,593 --> 00:43:27,593
ok ครับ

434
00:43:28,657 --> 00:43:32,657
(ล่าม) เคยดูภาษามือไม่ได้เลยค่ะ ตอนนี้

435
00:43:32,955 --> 00:43:34,096
(อาจารย์) สัญญาณไม่ค่อยดีใช่ไหมคะ

436
00:43:34,096 --> 00:43:38,096
ได้ค่ะ

437
00:43:50,288 --> 00:43:54,288
ย่อนิทานเรื่องเหรอครับ นักเรียนชี้คำว่าย่อนิทานเรื่อง

438
00:43:54,946 --> 00:43:58,946
คืออะไรเหรอ

439
00:44:34,187 --> 00:44:36,246
(ล่าม) เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ(อาจารย์)

440
00:44:36,246 --> 00:44:40,246
โอเคครับ

441
00:44:41,496 --> 00:44:45,057
โอเค เราพักกันดื่มน้ำสักครู่น

442
00:44:45,057 --> 00:44:49,057
ะ เพราะว่าตอนนี้คุณครูขอแห้งเหมือนกัน

443
00:44:50,605 --> 00:44:53,960
โอเคพักดื่มน้ำสัก 5 นาทีนะครับ เดี๋ยวเรามาเจอกันที่ห้องนี้อีก

444
00:44:53,960 --> 00:44:55,124
ทีหนึางเดี๋ยวซัก 5 นาทีครับ พี่รามครับ

445
00:44:55,124 --> 00:44:59,124
ได้ค่ะ

446
00:57:54,909 --> 00:57:58,909
โอเคนะครับ

447
00:58:07,777 --> 00:58:11,165
นักเรียนดูพี่ล่ามนะ นักเรียนดูพี่ล่ามนะครับ

448
00:58:11,165 --> 00:58:15,165
ดูพี่ล่ามนะ ดูพี่ล่าม

449
00:58:16,772 --> 00:58:18,400
โอเค เดี๋ยวคุณครูจะยกตัวอย่างนะครับ ยกตัวอย่าง นิทาน

450
00:58:18,400 --> 00:58:22,400
นิทาน 1 เรื่อง

451
00:58:26,499 --> 00:58:30,499
คุณครูจะอ่านให้นักเรียนฟัง แล้วก็นักเรียนดูพี่ล่ามอธิบายภาาษามือนะครับ

452
00:58:38,136 --> 00:58:39,926
เลี้ยงโคขุนแบบครบวงจร

453
00:58:39,926 --> 00:58:43,926
ประสบความสำเร็จไปหมด

454
00:58:46,328 --> 00:58:50,264
คุณเรวัตร

455
00:58:50,264 --> 00:58:53,131
วัชราธร เป็นเกษตรกรที่ประกอบ

456
00:58:53,131 --> 00:58:57,131
อาชีพ ทางด้านการผลิต

457
00:58:58,453 --> 00:59:00,103
มันสำปะหลัง เป็น 10 ปี ผลที่ได้ คือ

458
00:59:00,103 --> 00:59:02,485
แต่แรกเริ่ม

459
00:59:02,485 --> 00:59:06,485
หัวมันใหญ่เท่าต้นขา

460
00:59:07,053 --> 00:59:09,458
พอ 10 ปีต่อมา เหลือขนาดเท่าหัวแม่มือ

461
00:59:09,458 --> 00:59:13,458
เพราะคุณภาพดิน

462
00:59:17,209 --> 00:59:21,209
เพราะคุณภาพดินเลวลง ไม่หลงเหลือความอุดมสมบูรณ์

463
00:59:21,314 --> 00:59:25,314
พร้อมที่จะเป็นดินทราย ได้อีกต่อไปในอนาคต

464
00:59:28,368 --> 00:59:30,913
จากนั้นหันมาเลี้ยงโคนม เพราะจะได้ปลูกหญ้า เพื่อเป็นการรักษาหน้าดิน

465
00:59:30,913 --> 00:59:32,325
และจะได้มูลโค

466
00:59:32,325 --> 00:59:36,325
มาเป็นปุ๋ย

467
00:59:36,497 --> 00:59:39,891
เรียกให้ดินกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้งหนึ่ง

468
00:59:39,891 --> 00:59:41,548
สำหรับการเลี้ยงโคขุน

469
00:59:41,548 --> 00:59:45,548
เป็นคนที่

470
00:59:46,966 --> 00:59:48,387
รับซื้อมาจากเกษตรกรแถบนครสวรรค์ ลพบุรี

471
00:59:48,387 --> 00:59:49,575
ชัยนาท

472
00:59:49,575 --> 00:59:51,605
พิษณุโลก

473
00:59:51,605 --> 00:59:53,915
สุโขทัย

474
00:59:53,915 --> 00:59:57,267
อุตรดิตถ์

475
00:59:57,267 --> 00:59:59,223
เพราะโคในแถบภาคเหนือตอนล่าง

476
00:59:59,223 --> 01:00:00,508
ภาคกลางตอนบน

477
01:00:00,508 --> 01:00:03,752
จะเลี้ยง

478
01:00:03,752 --> 01:00:07,752
โค ค่อนข้างดีมีคุณภาพ

479
01:00:09,254 --> 01:00:13,254
ในส่วนมูลโค

480
01:00:14,754 --> 01:00:17,172
ที่ได้จากโคแต่ละตัว วันละ 18 กิโลกรัมนั้น

481
01:00:17,172 --> 01:00:19,609
จัดส่งให้ทางบริษัท

482
01:00:19,609 --> 01:00:23,317
เพื่อนำไปทำปุ๋ยอินทรีย์

483
01:00:23,317 --> 01:00:27,317
มีทั้งชนิดเป็นผงและอัดเม็ด

484
01:00:27,981 --> 01:00:29,214
แล้วแต่จะนำไปใช้กับอะไร เช่น

485
01:00:29,214 --> 01:00:30,454
กับสวน

486
01:00:30,454 --> 01:00:31,780
กับนา

487
01:00:31,780 --> 01:00:35,780
กับอ้อย

488
01:00:35,936 --> 01:00:39,338
ซึ่งปุ๋ยแต่ละสูตรมีคุณสมบัติไม่เหมือนกัน

489
01:00:39,338 --> 01:00:41,782
นับว่าเป็นความสำเร็จที่ได้มา

490
01:00:41,782 --> 01:00:45,014
ด้วยความขยันขันแข็ง

491
01:00:45,014 --> 01:00:49,014
มีความพากเพียรและมุ่งมั่น กับสิ่งที่ทำ

492
01:00:55,497 --> 01:00:58,745
นักเรียนมาดูนะครับ ในสิ่งที่คุณครูอ่านนั้นเวลาข้อความเขาย่อความอย่างไรนะคะ

493
01:00:58,745 --> 01:01:02,745
เรียนเห็นในจอทีวีนะครับ

494
01:01:04,001 --> 01:01:06,560
ย่อเรื่องเลี้ยงโคขุนแบบครบวงจร

495
01:01:06,560 --> 01:01:10,560
ประสบความสำเร็จไปหมด

496
01:01:12,841 --> 01:01:16,841
จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์

497
01:01:17,347 --> 01:01:19,619
วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ 2550

498
01:01:19,619 --> 01:01:23,619
ความว่า

499
01:01:25,354 --> 01:01:28,678
คุณเรวัต วัชราธร เกษตรกรที่ประกอบอาชีพ

500
01:01:28,678 --> 01:01:32,678
ทางด้านการผลิต มันสำปะหลัง

501
01:01:33,879 --> 01:01:37,879
มาเป็นเวลานาน เห็นว่ามันสำปะหลังมีขนาดเล็กลง

502
01:01:39,466 --> 01:01:43,466
เพราะคุณภาพดีเลวลง จึงหันมาเลี้ยงโคขุนแทนการปลูกมัน

503
01:01:44,004 --> 01:01:46,812
ซึ่งการปลูกหญ้าเลี้ยงโคเป็นการรักษาหน้าดิน

504
01:01:46,812 --> 01:01:50,812
และได้มูลโคมาเป็นปุ๋ย

505
01:01:51,097 --> 01:01:54,472
ซึ่งจะทำให้ดินเกิดความอุดมสมบูรณ์กลับมาอีกครั้ง

506
01:01:54,472 --> 01:01:55,202
และได้นำมูลโคที่ได้จากการ

507
01:01:55,202 --> 01:01:59,202
จาก

508
01:01:59,248 --> 01:02:01,222
โคขุนแต่ละตัววันละ 18 กิโลกรัม

509
01:02:01,222 --> 01:02:03,713
ไปทำปุ๋ยอินทรีย์

510
01:02:03,713 --> 01:02:04,797
สามารถนำไปใช้กับสวน

511
01:02:04,797 --> 01:02:06,083
นา

512
01:02:06,083 --> 01:02:10,083
และอ้อย

513
01:02:10,194 --> 01:02:14,092
เป็นความสำเร็จที่ได้ ด้วยความขยันขันแข็ง

514
01:02:14,092 --> 01:02:17,873
มีความเพียรพยายาม และมุ่งมั่นกับสิ่งที่ทำ

515
01:02:17,873 --> 01:02:20,446
นักเรียนเห็นไหมครับ ว่าบทความที่

516
01:02:20,446 --> 01:02:23,133
ยาว ๆ เมื่อข้างต้น ที่คุณครู

517
01:02:23,133 --> 01:02:26,328
อ่านให้นักเรียนฟังนั้น

518
01:02:26,328 --> 01:02:27,543
เวลาข้อความออกมา

519
01:02:27,543 --> 01:02:30,484
เขาจะย่อ

520
01:02:30,484 --> 01:02:34,411
ได้นิดหนึ่ง แต่

521
01:02:34,411 --> 01:02:35,929
คำว่า "นิดหนึ่ง" ในที่นี้หมายถึงว่า

522
01:02:35,929 --> 01:02:37,075
จะครอบคลุม

523
01:02:37,075 --> 01:02:41,075
ไปด้วย

524
01:02:43,710 --> 01:02:46,057
สิ่งหนึ่ง สิ่งเนื้อหาใจความสำคัญต่าง ๆ ที่เขาพูดถึงนะว่าจะเป็นใคร

525
01:02:46,057 --> 01:02:48,508
ทำอะไร ที่ไหน

526
01:02:48,508 --> 01:02:50,737
เมื่อไหร่ อย่างไร

527
01:02:50,737 --> 01:02:54,614
นักเรียนดูนะครับ ว่า

528
01:02:54,614 --> 01:02:56,112
ในข้อความที่ว่าใครไกลนั่น คือใครครับ

529
01:02:56,112 --> 01:02:59,979
ก็คือคุณเรวัต

530
01:02:59,979 --> 01:03:01,545
วัชราธร เกษตรกรคนนี้ครับ

531
01:03:01,545 --> 01:03:02,837
ทำอะไร

532
01:03:02,837 --> 01:03:06,837
ก็คือ

533
01:03:07,002 --> 01:03:08,861
ประกอบอาชีพด้านการผลิตมันสำปะหลัง เป็นเวลานาน

534
01:03:08,861 --> 01:03:10,910
เกิดอะไรขึ้น

535
01:03:10,910 --> 01:03:14,627
เพราะว่า

536
01:03:14,627 --> 01:03:18,177
เขาปลูกมันมาแล้วเป็นเวลานาน ทำให้

537
01:03:18,177 --> 01:03:22,177
จากหัวที่มันใหญ่ ๆ กลายเป็นหัวเล็ก และทำให้ใช่ไหมครับ

538
01:03:25,230 --> 01:03:26,467
ทำให้ผลผลิตน้อยลง และทีนี้มันเกิดจากอะไรเกิดจาก

539
01:03:26,467 --> 01:03:30,467
คุณภาพดิน

540
01:03:33,781 --> 01:03:35,708
คุณภาพดินไม่ดี และทีนี้ก็ต้องแก้ปัญหาอย่างไร เขาแก้ปัญหาโดยที่ว่าเขาก็เลย

541
01:03:35,708 --> 01:03:38,333
เลี้ยงโคขุนแทน

542
01:03:38,333 --> 01:03:42,333
พอเลี้ยงโคขุนทีนี้

543
01:03:46,957 --> 01:03:50,957
เกิดผลดีขึ้นกับตัวเขาไหม การเลี้ยงโคเขาต้องปลูกหญ้าด้วยเพื่อปรับหน้าดินใช่ไหมครับ

544
01:03:51,748 --> 01:03:54,011
ให้ดินมันดีขึ้นพอทีนี้พอเลี้ยงโคแต่ละตัว

545
01:03:54,011 --> 01:03:58,011
โคแต่ละตัว ก็จะมีมุมโค้ง

546
01:03:58,401 --> 01:04:00,175
ออกมาแล้วเขาก็นำวงโคจรนี้ ไปทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์

547
01:04:00,175 --> 01:04:02,024
สามารถใช้ได้กับ

548
01:04:02,024 --> 01:04:03,433
สวน กับนา

549
01:04:03,433 --> 01:04:07,433
กับอ้อย

550
01:04:10,102 --> 01:04:14,102
ทำเป็นปุ๋ยต่าง ๆ และสิ่งที่เขาทำออกมา เป็นอย่างไรครับ ประสบผลสำเร็จ

551
01:04:17,005 --> 01:04:21,005
ด้วย ความที่เขาเป็นคนขยันขันแข็ง และมีความเพียรมุ่งมั่นกับสิ่งที่เขาทำนะครับ เป็นการย่อความ

552
01:04:23,636 --> 01:04:26,064
ที่นี้

553
01:04:26,064 --> 01:04:30,064
แล้วคุณครูจะให้นักเรียน

554
01:04:31,390 --> 01:04:35,390
ลองเขียนย่อความ จากเรื่องที่คุณครูจะอ่านให้ฟัง

555
01:04:37,585 --> 01:04:41,443
ให้นักเรียนเขียนนะครับ นักเรียนดูพี่ล่ามดี ๆ นะ เดี๋ยวพี่ล่ามจะอธิบายเรื่องที่คุณ

556
01:04:41,443 --> 01:04:42,513
ครูจะอ่านให้นักเรียนฟัง นิทานต่อไปนี้แล้ว ให้นักเรียน

557
01:04:42,513 --> 01:04:43,481
เขียน

558
01:04:43,481 --> 01:04:46,361
ลงในสมุด

559
01:04:46,361 --> 01:04:50,361
แล้วก็ส่งคุณครู

560
01:04:52,439 --> 01:04:56,439
ฟังที่คุณครู

561
01:04:56,686 --> 01:05:00,686
ดูพี่ล่าม

562
01:05:12,204 --> 01:05:16,204
เราสร้างความเข้าใจกันก่อน นักเรียนเข้าใจที่คุณครูพูดไหมเมื่อกี้

563
01:05:20,718 --> 01:05:23,139
เดี๋ยวคุณครูจะอ่านนิทานเรื่องนี้ให้นักเรียนฟัง

564
01:05:23,139 --> 01:05:27,139
แล้วก็นักเรียน

565
01:05:29,280 --> 01:05:32,808
คนที่ฟังไม่ได้ยิน นักเรียนก็ดูพี่ล่ามนะครับ ดูพี่ล่ามไปด้วย พี่ล่ามจะ

566
01:05:32,808 --> 01:05:35,115
แปลเป็นภาษามือให้นักเรียนได้เข้าใจ

567
01:05:35,115 --> 01:05:38,378
แล้วทีนี้พอจบ

568
01:05:38,378 --> 01:05:40,700
คุณครูอ่านจบ พี่ล่ามใช้ภาษามือ

569
01:05:40,700 --> 01:05:43,465
อธิบายให้นักเรียนเข้าใจเสร็จแล้ว

570
01:05:43,465 --> 01:05:45,559
ให้นักเรียนเขียนย่อความ

571
01:05:45,559 --> 01:05:48,897
จากเรื่องที่นักเรียนได้ดู

572
01:05:48,897 --> 01:05:52,897
ไม่เข้าใจลงในสมุด

573
01:05:53,229 --> 01:05:57,229
เข้าใจไหมครับ

574
01:06:00,983 --> 01:06:04,983
เข้าใจนะ โอเคเดี๋ยว คุณครูจะอ่านให้นักเรียนฟังนะ

575
01:06:06,291 --> 01:06:10,291
นักเรียนดูพี่ล่าม นักเรียนไม่ต้องมองครูนะ ดูพี่ล่ามอย่างเดียวเลย

576
01:06:15,684 --> 01:06:16,959
เรื่องที่ 1

577
01:06:16,959 --> 01:06:18,534
นิทานอีสป

578
01:06:18,534 --> 01:06:21,847
เรื่อง

579
01:06:21,847 --> 01:06:25,847
ลูกกบอยากมีเพื่อน

580
01:06:30,595 --> 01:06:34,447
มีลูกกบตัวหนึ่ง อยากมีเพื่อนเอาไว้เล่นด้วย

581
01:06:34,447 --> 01:06:37,901
อากาศสดชื่นดีจริง

582
01:06:37,901 --> 01:06:40,195
แต่มันเหงาจังเลย ไม่มีเพื่อนเลย

583
01:06:40,195 --> 01:06:41,668
ออกไปหาเพื่อนดีกว่า

584
01:06:41,668 --> 01:06:45,668
ลูกกบพูด

585
01:06:48,145 --> 01:06:51,755
ลูกกบพบกับเต่า ก็ดีใจหวังจะผูกมิตรกับเต่า

586
01:06:51,755 --> 01:06:55,540
ลูกกบจึงพูดกับเต่า

587
01:06:55,540 --> 01:06:59,303
ด้วยความอ่อนโยนว่า พี่จ๋า

588
01:06:59,303 --> 01:07:03,239
ฉันขอเป็นเพื่อนเล่นกับพี่เต๋ด้วยคนนะจ๊ะ

589
01:07:03,239 --> 01:07:06,988
เต่ามองลูกกบอย่างแปลกใจ

590
01:07:06,988 --> 01:07:08,908
และไม่พอใจที่เห็นรูปร่างของกบน่าเกลียด

591
01:07:08,908 --> 01:07:10,309
จึงตอบว่า

592
01:07:10,309 --> 01:07:13,890
ไม่ได้

593
01:07:13,890 --> 01:07:16,393
ฉันไม่เป็นเพื่อนกับเจ้าหรอก

594
01:07:16,393 --> 01:07:20,393
ดูรูปร่างเจ้า

595
01:07:20,951 --> 01:07:22,615
ช่างน่าชัง น่าเกลียดน่าชัง

596
01:07:22,615 --> 01:07:25,825
ออกไปห่าง ๆ ฉันนะ

597
01:07:25,825 --> 01:07:29,825
ฉันไม่เป็นเพื่อนกับเจ้า

598
01:07:33,819 --> 01:07:35,422
ดูสิพี่เต่าไม่ยอมเป็นเพื่อนกับลูกกบเลย ห

599
01:07:35,422 --> 01:07:38,374
ือ หือ ลูกกบร้อง

600
01:07:38,374 --> 01:07:41,919
ร้องไห้เสียใจ

601
01:07:41,919 --> 01:07:45,919
ขณะที่ลูกกบกำลังร้องไห้

602
01:07:46,264 --> 01:07:50,264
ก็เหลือบเห็นปลา กำลังว่ายน้ำอยู่

603
01:07:51,485 --> 01:07:55,485
เอ๊ะ นั้นปลากำลังว่ายน้ำ

604
01:07:56,577 --> 01:08:00,359
แหม น่าสนุกจังเลย เดี๋ยวเราไปเล่นน้ำกับปลาดีกว่า

605
01:08:00,359 --> 01:08:02,138
ลูกกบจึงว่ายน้ำไปหาปลา

606
01:08:02,138 --> 01:08:03,992
และเข้าไป

607
01:08:03,992 --> 01:08:07,992
พูดกับปลาว่า

608
01:08:08,418 --> 01:08:10,982
ปลาน้อยจ๋า เธอว่ายน้ำเก่งจังเลย

609
01:08:10,982 --> 01:08:14,205
ให้ฉันเล่นกับเธอด้วยนะ

610
01:08:14,205 --> 01:08:16,299
ปลามองลูกกบ

611
01:08:16,299 --> 01:08:20,299
อย่างน่าสงสัย

612
01:08:21,182 --> 01:08:22,952
อุ๊ย นี่ตัวอะไรรูปร่างน่าเกลียด

613
01:08:22,952 --> 01:08:24,505
ตัวก็ดำปิ๊ดปี๋

614
01:08:24,505 --> 01:08:25,972
ไม่สวยเลย

615
01:08:25,972 --> 01:08:29,972
ปลาพูด

616
01:08:31,750 --> 01:08:35,704
ฉันเป็นกบนะ เธอไม่รู้จักเหรอ

617
01:08:35,704 --> 01:08:39,485
ฉันอยากเป็นเพื่อนกับเธอนะ

618
01:08:39,485 --> 01:08:42,948
ฉันไม่ชอบเธอ

619
01:08:42,948 --> 01:08:45,200
ดูสิ รูปร่างน่าเกลียดจังเลย

620
01:08:45,200 --> 01:08:48,488
อย่ามายุ่งกับฉัน ไปห่าง ๆ

621
01:08:48,488 --> 01:08:50,633
ปลาแสดงอาการไม่สนใจลูกกบ

622
01:08:50,633 --> 01:08:54,633
ลูกกบเสียใจมาก

623
01:08:54,736 --> 01:08:57,645
หือ หือ ทำไมฉันช่างโชคร้ายจัง

624
01:08:57,645 --> 01:09:00,621
ไม่มีใครเป็นเพื่อนกับฉันเลย

625
01:09:00,621 --> 01:09:04,621
หือ หือ ลูกกบร้องไห้

626
01:09:07,545 --> 01:09:11,128
ทันใดนั้น คางคกตัวหนึ่ง กระโดดออกมาจากกอหญ้า

627
01:09:11,128 --> 01:09:15,128
คางคกสงสารลูกกบมาก

628
01:09:16,419 --> 01:09:20,419
เพราะยืนยืนมองดูลูกกบนานแล้ว

629
01:09:21,146 --> 01:09:23,629
พอเห็นลูกกบร้องไห้ จึงกระโดดมาใกล้ ๆ

630
01:09:23,629 --> 01:09:26,643
พูดปลอบโยนว่า

631
01:09:26,643 --> 01:09:28,758
อย่าร้องไห้เลย

632
01:09:28,758 --> 01:09:31,240
นิ่งเสียเถิด

633
01:09:31,240 --> 01:09:35,142
ฉันจะเป็นเพื่อนเธอเอง

634
01:09:35,142 --> 01:09:37,791
เอ๊ะ นั่นใคร

635
01:09:37,791 --> 01:09:40,725
ใครจะเป็นเพื่อนกับฉัน

636
01:09:40,725 --> 01:09:43,046
ลูกกบเงยหน้า

637
01:09:43,046 --> 01:09:45,805
ถามทันที

638
01:09:45,805 --> 01:09:49,805
คางคกตอบว่า ฉันเอง

639
01:09:52,619 --> 01:09:56,619
ฉันคือทางคก ฉันสงสารเธอ เธอจะคบฉันเป็นเพื่อนหรือเปล่าจ๊ะ

640
01:09:58,229 --> 01:10:02,139
แหม ฉันดีใจจังเลย ฉันอยากมีเพื่อน

641
01:10:02,139 --> 01:10:05,064
ฉันจะเป็นเพื่อนกับเธอนะคางคก

642
01:10:05,064 --> 01:10:08,610
เราจะไปเที่ยวด้วยกัน

643
01:10:08,610 --> 01:10:11,720
ฉันมีความสุขจังเลย ลูกกบพูด

644
01:10:11,720 --> 01:10:15,720
ฉันก็ดีใจ

645
01:10:18,285 --> 01:10:20,820
ต่อไปนี้เราเป็นเพื่อนกันนะ ฉันจะช่วยเธอทำงาน

646
01:10:20,820 --> 01:10:24,820
เราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

647
01:10:24,939 --> 01:10:27,175
ที่มา ก็คือมาจากนิทานอีสป

648
01:10:27,175 --> 01:10:31,175
ของพงษ์จันทร์

649
01:10:31,350 --> 01:10:35,350
อยู่เป็นสุข พ.ศ 2559 หน้า 34

650
01:10:54,931 --> 01:10:57,458
ทีนี้นะครับ นักเรียนดูพี่ล่ามอธิบายไปแล้ว

651
01:10:57,458 --> 01:11:01,458
คุณครูจะให้นักเรียนเขียน

652
01:11:04,510 --> 01:11:08,510
ว่านักเรียนเข้าใจอย่างไร ก่อนคุณครูยังไม่ให้รูปแบบที่ถูกต้อง กับนักเรียนหรอกแต่จะให้นักเรียน

653
01:11:10,178 --> 01:11:13,547
อธิบายในสิ่งที่พี่ล่ามอธิบาย ให้นักเรียนฟังนะ เขียนลงในสมุดของนักเรียน

654
01:11:13,547 --> 01:11:17,547
นักเรียนเข้าใจเนื้อเรื่องนี้

655
01:11:17,811 --> 01:11:19,566
ให้นักเรียนบอกว่า ใครทำอะไรที่ไหนเมื่อไหร่ก็พอ

656
01:11:19,566 --> 01:11:22,233
เขียนให้คุณครู

657
01:11:22,233 --> 01:11:25,268
เดี๋ยวคุณครูจะให้เวลาเขียน

658
01:11:25,268 --> 01:11:27,500
10 นาที

659
01:11:27,500 --> 01:11:31,500
แล้ว ก็

660
01:11:32,988 --> 01:11:34,639
นักเรียนเข้าใจไหม

661
01:11:34,639 --> 01:11:36,545
เข้าใจไหม

662
01:11:36,545 --> 01:11:39,590
เข้าใจ

663
01:11:39,590 --> 01:11:43,590
โอเค เดี๋ยว

664
01:11:48,803 --> 01:11:51,545
ตอนนี้ก็เหลือเวลาอีก 10 นาทีนะ จะหมดเวลาพอดี และอย่างไรให้นักเรียนเขียนเลยนะครับ

665
01:11:51,545 --> 01:11:55,545
เขียนในสิ่งที่คุณครู

666
01:11:57,448 --> 01:11:58,789
พูด ให้ฟังแล้วพี่ล่ามอธิบายภาษามือ ให้ฟังนักเรียนเข้าใจอย่างไร นักเรียนเขียนลงในสมุดเลยนะครับ

667
01:11:58,789 --> 01:11:59,873
สำหรับ

668
01:11:59,873 --> 01:12:03,873
วันนี้

669
01:12:05,831 --> 01:12:09,831
คุณครูก็ยุติการสอนเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณพี่ล่ามนะครับ

