นักเรียนสามารถกาลงบนกระดาษ ข้อสอบที่คุณครูแจกให้ได้เลยนะครับ นักเรียน นักเรียนครับ นักเรียนดูพี่ล่ามนะ เดี๋ยวคุณครูคุยกับพี่ล่ามในการทำข้อสอบให้นักเรียนฟังนะ ในการทำข้อสอบนะ นักเรียนถ้าไม่เข้าใจข้อไหน นักเรียนไม่เข้าใจอะไรอย่างไร ให้นักเรียนยกมือแล้ว มาถามคุณครูแล้วคุณครูก็จะให้สื่อสารกับพี่ล่ามนะครับ นักเรียนไม่เข้าใจคำถามข้อไหน ข้อสอบมีทั้งหมด 10 ข้อ มีด้านหลังของกระดาษด้วยนะครับ มีทั้งหมด 10 ข้อนะ แล้วก็ให้ทำไปค่อย ๆ ทำไป เดี๋ยวคุณครูจะให้เวลาทำประมาณสัก 20 นาที ในการทำข้อสอบครั้งนี้ ก็จะต้องใช้สมาธินิดหนึ่ง อย่างไรถ้าเรียนไม่เข้าใจ ก็เดินออกมาถามพี่ล่าลได้เลย ok ครับผม โอเคนะครับ อย่างนี้เดี๋ยว เดี๋ยวคุณครู เดี๋ยวคุณครูจะอ่านให้ฟังทีละข้อ แล้วก็ถ้านักเรียนคิดว่าข้อไหนถูก ให้นักเรียนกาข้อนั้นเลยเนาะ โอเค นักเรียน นักเรียนจะได้ดูพี่หล้าอธิบายภาษามือให้ด้วยโอเคไหมครับ โอเค เรามาเริ่มข้อ 1 กันเลย ข้อ 1 การเขียนย่อความ หากมีการอ้างถึงบุคคล ควรปฏิบัติอย่างไร คุณครูจะอ่านอีกรอบหนึ่งนะครับ การเขียนย่อความ หากมีการอ้างถึงบุคคล ควรปฏิบัติอย่างไร ก. ใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 ข. ใช้สรรพนามบุรุษที่ 2 ค. ใช้สรรพนามบุรุษที่ 3 ง. ใช้สรรพนามบุรุษที่ 4 รอบหนึ่งไหม อ่านอีกรอบหนึ่งนะ การเขียนย่อความหากมีการอ้างถึงบุคคล ควรปฏิบัติอย่างไร ก. ใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 ข. ใช้สรรพนามบุรุษที่ 2 ค. ใช้สรรพนามบุรุษที่ 3 ง. ใช้สรรพนามบุรุษที่ 4 ถ้านักเรียนได้ข้อที่ถูกแล้ว นักเรียนกากบาทลงตรง ก ข ค แล้วก็ ง ที่นักเรียนคิดว่าถูกเลยนะครับ ข้อใดข้อหนึ่งนะ ต่อไปข้อที่ 2 นะครับ ข้อที่ 2 นักเรียนดูที่ล่ามนะ นักเรียนดูพี่ล่ามนะ ข้อที่ 2 คำ อุปมา อุปไมย ข้อเปรียบเทียบ ตัวเลข สถิติ วัน เดือน ปี ลักษณะของประโยคชนิดใด อ่านคำถามอีกรอบนะครับ คำอุปมา อุปไมย ข้อเปรียบเทียบ ตัวเลข สถิติ วัน เดือน ปี เป็นลักษณะของประโยคชนิดใด ก. ใจความรอง ข. ใจความหลัก ค. ใจความพิเศษ ง. ใจความสำคัญ โอเคไหมครับ ข้อนี้โอเคไหม อ่านอีกรอบไหม เอาใหม่ไหม โอเคแล้วนะ โอเคแล้ว โอเค ข้อที่ 3 รูปแบบการเขียนย่อความที่ถูกต้อง มีส่วนประกอบกี่ส่วน รูปแบบการเขียนย่อความที่ถูกต้อง มีส่วนประกอบกี่ส่วน ก. 1 ส่วน ข. 2 ส่วน ค. 3 ส่วน ง. 4 ส่วน โอเคไหมครับ ข้อนี้ พันพัน โอเค ต่อไปนะครับ ข้อที่ 4 นะ ข้อความใดกล่าวถูกต้องที่สุด ข้อความใดกล่าวถูกต้องที่สุด ก. ข้อความใดเป็นบทร้อยกรอง ให้คงเดิมไว้ ข. การเขียนย่อความที่ถูกต้อง ไม่ควรเปลี่ยนสำนวนภาษาของผู้แต่งเรื่องเดิมค. ขั้นตอนแรกของการเขียนย่อความ คือผู้ย่อต้องอ่านเรื่องให้จบ 1-2 เที่ยว เพื่อจับประเด็นสำคัญ ง. การเขียนย่อความ ควรใช้อักษรย่อในการเขียน เช่น กิโลเมตรให้ใช้ก่อนเป็นต้น ข้อ 4 ผ่านไหมครับ โอเคไหม ข้อที่ 5 นะครับ เป็นข้อความที่ย่อ จากงานเขียนเต็มฉบับ มีความยาว 1 ใน 3 ของเรื่องเดิม เป็นความหมายของส่วนใด ในการเขียนย่อความ ข้อที่ 5 ข้อความที่ว่า เป็นข้อความที่ย่อ จากงานเขียนเต็มฉบับ มีความยาว 1 ใน 3 ของเรื่องเดิม เป็นความหมายของส่วนใด ในการเขียนย่อความครับ ก. ส่วนสรุป ข. ส่วนเนื้อเรื่อง ค. ส่วนขึ้นต้น ง. ส่วนนำข้อ 5 โอเคไหมครับ นักเรียนมองเห็นพี่ล่ามไหมโอเค ต่อไปข้อที่ 6 หน้าหลังนะครับ หน้าหลังของกระดาษข้อที่ 6 นะ นักเรียนดูล่ามนะ ดูพี่ล่าม ประโยคใจความสำคัญ มักจะอยู่ส่วนใดของข้อความ เดี๋ยวรอพันพันแป๊บหนึ่งนะ เดี๋ยวพี่ล่ามรอสักครู่นะครับ ระหว่างที่รอพันพันนะครับ ระหว่างที่รอนักเรียนไปเข้าห้องน้ำอยู่นะครับ ให้นักเรียนอ่านคร่าว ๆ นะครับ อ่านข้อสอบดูคร่าว ๆ ไปก่อนคุณครู นักเรียนไม่เข้าใจคำไหน เดี๋ยวพอคุณครูอ่านไปถึง นักเรียนก็จะได้เข้าใจในตรงนั้นด้วยนะครับ พี่ล่ามเพราะพี่น้ำจะใช้ภาษามือในการแปลเป็นภาษามือให้นักเรียนสะอาดดูได้เข้าใจเอ้าเฮนักเรียนเริ่มเข้าห้องน้ำกันยังไงเดี๋ยวคุณครูคะ5 นาทีนะให้ไปเข้าห้องน้ำนะคะ สัก 5 นาทีให้เข้าห้องน้ำเสร็จก่อนแล้วก็ค่อยมารวมกันตรงนี้นะok ok ครับ เดี๋ยวพักสัก 5 นาทีนะครับ พี่รามโอเคนะครับ นักเรียนมาครบแล้ว ต่อไปข้อที่ 6 นะ ข้อที่ 6 ประโยคใจความสำคัญ มักจะอยู่ส่วนใดของข้อความ ประโยคใจความสำคัญ มักจะอยู่ส่วนใดของข้อความ ก. ต้นข้อความ ข. กลางข้อความ ค. ท้ายข้อความ ง. ทุกข้อที่กล่าวมา ข้อ 6 โอเคนะครับ โอเค ต่อไปข้อที่ 7 ข้อใดเป็นรูปแบบของการเขียนขึ้นต้นย่อความ ข้อใดเป็นรูปแบบของการเขียนขึ้นต้นย่อความ ก. ย่อความเรื่อง... ของวงเล็บผู้แต่ง... จากหนังสือ...ความหมาย.. นักเรียนดูข้อสอบไปด้วยนะ ข้อ 7 มีคำไหนที่นักเรียนไม่เข้าใจไหมข้อ 7 น่ะ มีคำไหนที่นักเรียนไม่เข้าใจ มีไหม อ๋อ นักเรียนเข้าใจ ให้คุณครูอ่านถึง ง ไหม หรือว่านักเรียนรู้เรื่องแล้ว โอเคนะ โอเค นักเรียนเข้าใจ ข้อที่ 8 นะครับ ข้อใดกล่าวถูกต้อง ก. การย่อความ เป็นการเรียบเรียงเรื่องราว จากความนึกคิดของผู้เขียนเรื่องนั้น ๆ ข. การย่อความเป็นการเขียนย่อเรื่อง จากการอ่านหรือฟัง ค. การย่อความ หมายถึงการสรุปความ ง. การย่อความเป็นการเขียนเรื่องตามจินตนาการ ผ่านนะครับ ต่อไปข้อที่ 9 การเขียนย่อความ ข้อความที่ไม่ควรนำมาเขียน ยกเว้นข้อใด ก. ข้อเปรียบเทียบต่าง ๆ ข. ตัวเลข สถิติที่เป็นรายละเอียด ค. ชื่อบุคคลที่อ้างถึง ง. ใจความสำคัญของเรื่อง ข้อ 9 ผ่านไหมครับ ต่อไปข้อสุดท้ายนะครับ ข้อที่ 10 ข้อความที่เด่นที่สุดในย่อหน้า เป็นแก่นของย่อหน้า เป็นความหมายของข้อใด ข้อความที่เด่นที่สุดในย่อหน้า เป็นแก่นของย่อหน้า เป็นความหมายของข้อใด ก. ใจความสำคัญ ข. ใจความรอง ค. ใจความส่วนขยายข้อความ ง. ใจความพิเศษ นักเรียนเสร็จแล้วใช่ไหมครับ โอเคไหม ถ้านักเรียนเสร็จแล้ว นักเรียนมองพี่ล่ามนะ มองพี่ล่ามนะครับ ดูพี่ล่ามนะ เสร็จแล้วนักเรียนเขียนชื่อ เลขที่ตัวเอง ลงบนข้อสอบที่คุณครูให้ และก็นำไปวางไว้ที่ส่งงานของคุณครูเลยนะครับ เขียนชื่อ นามสกุลให้ถูกต้องนะครับ ให้อ่านออกด้วยนะโอเค เสร็จแล้วให้ไปส่งที่โต๊ะได้เลยครับ นักเรียนเมื่อกี้ นักเรียนทำข้อสอบเป็นอย่างไรบ้างครับ พอทำได้ไหม ทำข้อสอบได้ไหม นิดหน่อยเหรอ นิดหนึ่ง ไม่เป็นไรนะครับ ข้อสอบที่นักเรียนทำที่ผ่านมาเมื่อกี้น่ะ เป็นข้อสอบก่อนเรียน นักเรียนจะได้คะแนนเท่าไหร่คุณครูไม่สนใจ คุณครูจะเปรียบเทียบหลังจากที่นักเรียนเรียนเรื่องการย่อความเสร็จแล้ว นักเรียนจะต้องทำแบบทดสอบ นักเรียนข้อสอบจะเป็นข้อสอบเดิม ข้อสอบจะเป็นข้อสอบเดิมที่คุณครูเคยให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนไป หลังจากที่เรียนเสร็จตรงนี้ นักเรียนจะได้ทำข้อสอบอีก 1 รอบ คุณครูจะมาดูว่า คะแนนหลังจากที่นักเรียนได้เรียน เรื่องการย่อความนะจบแล้ว คะแนนนักเรียนจะเพิ่มขึ้น มากน้อยแค่ไหน นักเรียนจะมีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับการเขียนย่อความมากน้อยเพียงใดนะครับ ก่อนอื่นนะครับ นักเรียนนำสมุดขึ้นมา นักเรียนสามารถเขียน สิ่งที่คุณครูสอน ลงไปในสมุดได้เลยนะครับ ไว้ได้เลยนะครับ นะครับ การเขียนย่อความนะครับ นักเรียนดูพี่ล่ามนะนักเรียนดูพี่ล่ามอธิบายนะครับ นักเรียนจะได้เข้าใจนะครับ การเขียนย่อความนะครับ ประกอบด้วยทักษะสำคัญ 2 ประการ ดังนี้ นักเรียนพยายามดูพี่ล่ามนะ เพราะว่าคุณครูน่ะไม่ได้ใช้ภาษามือสื่อสารกับนักเรียน พี่ล่ามเท่านั้นนะครับ พี่ล่ามใช้ภาษามือสื่อสารกับนักเรียน นักเรียนดูพี่ล่าม นักเรียนดีกันนะครับ เวลาที่คุณครูสอนให้นักเรียนคุยกันนั่น หมายถึงว่านักเรียนจะพลาดในสิ่งที่คุณครูสอนเลยนะคะ เพราะว่าสิ่งที่นักเรียนเรียนไปทั้งหมดสุดท้ายแล้วน่ะ คุณครูจะมีการสอบกลางภาคสอบปลายภาคเพื่อวัดผลคะแนนของนักเรียน ว่านักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับวิชาภาษาไทยมากน้อยเพียงใดนะครับ ถ้านักเรียนได้คะแนนต่ำนะครับ ทำให้เกรดนักเรียนไม่สวยนะ นักเรียนจะไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย นักเรียนก็ไม่สามารถที่จะเรียนคณะ หรือสิ่งที่ตัวเองอยากเรียนได้นะครับ การเขียนย่อความ ประกอบไปด้วยทักษะสำคัญ 2 ประการ ดังนี้ นักเรียน นักเรียนอย่าเพิ่งจด นักเรียนอย่าเพิ่งจด ให้นักเรียนดูพี่ล่ามก่อน ส่วนสไลด์ตรงนี้ เดี๋ยวคุณครูจะนำเอกสารมาให้นักเรียนอีกทีหนึ่ง นักเรียนอย่าเพิ่งจด เพราะว่าถ้านักเรียนก้มปุ๊บ นักเรียนจะพลาดเลยนะ คะ ให้นักเรียนดูพิรามก่อนอันนี้จะสร้างความเข้าใจกับนักเรียนก่อน เพราะว่านักเรียนก้มก้มจนเรียนไม่ได้ดูพี่ล่ามอธิบายเลย นักเรียนจะไม่เข้าใจให้ นักเรียนดูพี่ล่างอย่างเดียวเลยดูพี่ล่างอย่างเดียวเลย โอเค การเขียนย่อความ ประกอบด้วย ทักษะสำคัญ 2 ประการ ดังนี้ 1. การอ่าน การอ่านเพื่อย่อความ เป็นการอ่านแบบสรุปความ หรืออ่านจับใจความสำคัญของเรื่อง ซึ่งมีขั้นตอน ดังนี้ 1. อ่านเรื่องที่จะเขียนย่อความทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อให้ทราบว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร ข้อที่ 2 แยกอ่านทำความเข้าใจ เรื่องแต่ละย่อหน้าอย่างละเอียด ข้อที่ 3 อ่านจับความคิดหลัก หรือประโยคใจความสำคัญ ในแต่ละย่อหน้า โดยความคิดหลัก หมายถึง ความรู้ ความคิดที่ผู้เขียนเสนอต่อผู้อ่าน ในแต่ละย่อหน้า จะต้องมีความคิดหลัก ที่ผู้อ่านสรุปได้เพียงอย่างเดียว ซึ่งมักแสดงด้วยประโยคใจความสำคัญ ซึ่งอยู่ต้นย่อหน้า กลางย่อหน้า หรือท้ายย่อหน้า ส่วนประกอบอื่น ๆ ได้แก่ ประโยคขยายความ หรือคนละความนะครับ ซึ่งทำหน้าที่ขยายใจความสำคัญ หรือความคิดหลักในย่อหน้า ให้ผู้อ่านเข้าใจแจ่มแจ้ง ชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น รายละเอียดข้อเปรียบเทียบ ตัวอย่างย่อหน้าบางย่อหน้า อาจมีความคิด แต่ไม่มีประโยคใจความสำคัญ มีแต่ประโยคขยายความ เรื่องต่อเนื่องกันไป 2 การเขียน การเขียนเพื่อย่อความ เป็นการเรียบเรียงสาระสำคัญที่บันทึกไว้ จากการอ่าน โดยมีหลัก ดังนี้ 2.1 ข้อความที่ย่อ ข้อความที่ย่อนั้น ข้อที่ 1 มีเฉพาะสาระสำคัญ คือความคิดหลัก ส่วนที่เป็นพลความ ต้องตัดออกทั้งหมด 2 ในกรณีที่สาระสำคัญซ้ำ ๆ กันหลาย ๆ แห่ง เมื่อนำมาเรียบเรียงใหม่ ให้กล่าว ให้กล่าวเพียงเฉพาะที่สำคัญนะครับ ข้อที่ 3 ครอบคลุมประเด็นสำคัญของเรื่อง ได้ครบถ้วนสมบูรณ์ ถูกต้องตามเรื่องเดิม ข้อที่ 4 ข้อความที่เป็นคำพูด อยู่ในเครื่องอัญประกาศ ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ให้ตัดออก ข้อที่ 5 ครอบคลุมประเด็นสำคัญของเรื่องได้ครบถ้วน สมบูรณ์ ถูกต้องตามเรื่องเดิม เมื่อกี้ผ่าน ผ่านข้อที่ 6 ไปแล้วนะ โอเค ข้อ 7 นะครับ ข้อที่ 7 ข้อความที่ย่อ เรียงลำดับอย่างไรก็ได้ ให้อ่านเข้าใจไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับตามเดิม ก็คือสรุปง่าย ๆ ว่าบทความ หรือข้อความ หรือนิทานเรื่องต่าง ๆ ที่นักเรียนอ่านมาทั้งหมด ให้นักเรียนสรุปเป็นใจความสำคัญ อย่างเช่น คุณครูเคยสอนไปแล้วเมื่อวาน ถ้าผ่ายมาการสรุปใจความสำคัญที่พูดถึงสรุปว่าในเรื่องนั้นว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไรเมื่อไหร่ นักเรียนจำได้ไหมครับ ที่คุณครูเคยสอน ต่อไปจะมาพูดถึงในเรื่องของสำนวนภาษานะครับ ในการเขียนย่อความนะครับ ใช้สำนวนภาษาของผู้เขียน โดยเป็นการเรียบเรียงเนื้อความใหม่ ไม่ควรใช้สำนวนภาษาเรื่องเดิม หลีกเลี่ยงการตัดต่อประโยค ใจความสำคัญของต้นฉบับนะครับ ข้อ 2 เรียบเรียงเป็นเรื่องเล่า ถ้าจะเอ่ยถึงบุคคลอื่น ให้ใช้ชื่อ หรือใช้สรรพนามบุรุษที่ 3 ห้ามนะครับ ห้ามใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 และ 2 ในย่อความ ข้อที่ 3 สำนวนภาษา หรือคำยาก คำยาว ในเรื่องเดิม ให้เปลี่ยนมาใช้คำธรรมดาแทนนะครับ ข้อที่ 4 ไม่จำเป็นต้องใช้อักษรย่อ นักเรียนเห็นข้อสอบที่ผ่านมาไหมครับ ที่ว่ามีอักษรย่อด้วย ข้อนี้สำคัญเลย ไม่จำเป็นต้องใช้อักษรย่อนะครับ ในข้อความที่ย่อ นอกจากชื่อเดิมแต่ยาวมาก เช่น อักษรย่อนั้น เป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย เช่น กทม. รศช. และททท. อย่างนี้ครับ ข้อที่ 5 ถ้าเรื่องเดิมเป็นร้อยกรอง ให้ย่อความเป็นร้อยแก้วนะครับ นักเรียนเข้าใจคำว่า "ร้อยกรอง" กับ "ร้อยแก้ว"ไหมครับ นักเรียนเข้าใจไหม เข้าใจ คำว่า"ร้อยกรอง ร้อยแก้วใช่ไหมครับ ร้อยกรอง ก็คือเป็นบทกลอนบทประพันธ์ ส่วนร้อยแก้ว คืองานเขียนเป็นความเรียงปกติ ข้อที่ 6 นะครับ ใช้สำนวนภาษาที่คงไว้ ลีลา หรือน้ำเสียงให้เหมือนเดิม เช่น ความรู้สึกที่สะเทือนใจ ต่อไปความยาวของย่อความ นักเรียนดูพี่ล่ามนะ นักเรียนไม่คุยกันนะ นักเรียนดูพี่ล่าม เดี๋ยวคุณครูจะอธิบายให้ฟัง ความยาวของย่อความนะ ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว ว่าจะมีสัดส่วนเท่าไหร่ จากเรื่องเดิม ก็คือพูดง่าย ๆ ก็คือให้นักเรียนย่อมา ให้เข้าใจว่า ในเรื่องที่นักเรียนไปอ่านมาน่ะ มีใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่ให้ครบถ้วน เนื้อเรื่องนั้น แค่นั้นล่ะครับ ก็คือการย่อความ ที่นี้ เรามาดู เรามาดูรูปแบบการเขียนย่อความกันนะครับ รูปแบบที่ 1 นะครับ เป็นการย่อนิทาน นิยายพงศาวดาร ให้บอกประเภทชื่อเรื่องผู้แต่ง ที่มาของเรื่อง เท่าที่ทราบ เช่น เวลานักเรียนจะย่อนิทานนะครับ สมมติว่า มีนิทาน 1 เรื่องให้นักเรียนอ่าน นักเรียนอ่านมาทั้งหมดนิทานทั้งหมดมี มี 1 หน้ากระดาษ มีอยู่ 1 หน้ากระดาษ นักเรียนไปอ่านมา 1 หน้ากระดาษแล้ว นักเรียนจะต้องมาย่อความ โดยที่นักเรียนจะย่อวคาม นักเรียนจะต้องมีหัวข้อนะครับ เขียน ดังนี้ ก็คือย่อนิทานเรื่อง เรื่องอะไรที่นักเรียนอ่านม าโรงเรียนก็เขียนย่อนิทาน เรื่องสมมติว่า นักเรียนสมมติ ว่านักเรียนไปอ่านลูกหมู 3 ตัว ไม่เรียนก็เขียนว่าย่อนิทานเรื่อง ลูกหมูสามตัว ของ ของเรื่องนี้ คือใครเป็นผู้แต่งใครเป็นผู้เขียนเรื่องนี้นักเรียนก็เขียนชื่อเขาลงมาตรงนี้จากไหนนักเรียนไปหาข้อความนี้มาจากไหนนักเรียนก็เขียน ลงบนตรงข้ออ้างในจากตรงนี้ไปนะครับ ส่วนความว่าตรงนี้ นักเรียนก็เล่ามาเลยครับ ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ไหน ใครทำอะไรที่ไหน ทำเมื่อไหร่ แล้วจะทำอย่างไร มีผลทำให้อย่างไรเกิดขึ้น ลูกหมูสามตัว คุณครูยกตัวอย่าง ลูกหมูสามตัวนะ ความว่าตรงนี้ก็คือเล่าถึงเหตุการณ์ที่ แม่หมูมีลูกหมู 3 ตัว มีพี่ มีพี่คนกลาง แล้วก็มีน้องสุดท้อง แยกออกไปสร้างบ้าน อยากไปสร้างบ้านคนหนึ่ง สร้างบ้านด้วย บางคนหนึ่งสร้างบ้านด้วยไม้ อีกคนสร้างบ้านด้วยอิฐ ด้วยปูน อธิบายแปลว่าสร้างบ้านแบบไหนแข็งแรง หมาป่าไม่ได้มาทำร้ายได้อะไรประมาณนี้ ผลสุดท้ายนิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่าอะไรประมาณนั้น ก็คือรวม ๆ กันไป โอเคไหมครับ โอเคไหม นักเรียนเข้าใจไหมครับ นักเรียนเข้าใจไหม นักเรียนมีข้อสงสัย นักเรียนเดินออกมาถามพี่ล่ามได้เลย นิทาน นิทานครับ (ล่าม) เดี๋ยวสักครู่นะคะ พอดีภาพมันดีเลยอ่ะค่ะ ต้องรอนิดหนึ่งน่ะค่ะ อาจารย์ได้ยินใช่ไหมคะ (อาจารย์) ได้ยินครับ (ล่าม) หาให้น้องทำได้เลยนะคะ นักเรียนถามพี่ล่ามได้เลย (ล่าม) ตอนนี้ภาพกระตุกนะคะ เลยเห็นภาพน้องค้างอยู่น่ะค่ะ ok ครับ (ล่าม) เคยดูภาษามือไม่ได้เลยค่ะ ตอนนี้ (อาจารย์) สัญญาณไม่ค่อยดีใช่ไหมคะ ได้ค่ะ ย่อนิทานเรื่องเหรอครับ นักเรียนชี้คำว่าย่อนิทานเรื่อง คืออะไรเหรอ (ล่าม) เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ(อาจารย์) โอเคครับ โอเค เราพักกันดื่มน้ำสักครู่นะ เพราะว่าตอนนี้คุณครูขอแห้งเหมือนกัน โอเคพักดื่มน้ำสัก 5 นาทีนะครับ เดี๋ยวเรามาเจอกันที่ห้องนี้อีกทีหนึางเดี๋ยวซัก 5 นาทีครับ พี่รามครับ ได้ค่ะ โอเคนะครับ นักเรียนดูพี่ล่ามนะ นักเรียนดูพี่ล่ามนะครับ ดูพี่ล่ามนะ ดูพี่ล่าม โอเค เดี๋ยวคุณครูจะยกตัวอย่างนะครับ ยกตัวอย่าง นิทานนิทาน 1 เรื่อง คุณครูจะอ่านให้นักเรียนฟัง แล้วก็นักเรียนดูพี่ล่ามอธิบายภาาษามือนะครับ เลี้ยงโคขุนแบบครบวงจร ประสบความสำเร็จไปหมด คุณเรวัตร วัชราธร เป็นเกษตรกรที่ประกอบอาชีพ ทางด้านการผลิต มันสำปะหลัง เป็น 10 ปี ผลที่ได้ คือแต่แรกเริ่ม หัวมันใหญ่เท่าต้นขา พอ 10 ปีต่อมา เหลือขนาดเท่าหัวแม่มือ เพราะคุณภาพดิน เพราะคุณภาพดินเลวลง ไม่หลงเหลือความอุดมสมบูรณ์ พร้อมที่จะเป็นดินทราย ได้อีกต่อไปในอนาคต จากนั้นหันมาเลี้ยงโคนม เพราะจะได้ปลูกหญ้า เพื่อเป็นการรักษาหน้าดิน และจะได้มูลโค มาเป็นปุ๋ย เรียกให้ดินกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้งหนึ่ง สำหรับการเลี้ยงโคขุน เป็นคนที่รับซื้อมาจากเกษตรกรแถบนครสวรรค์ ลพบุรี ชัยนาท พิษณุโลก สุโขทัย อุตรดิตถ์ เพราะโคในแถบภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน จะเลี้ยงโค ค่อนข้างดีมีคุณภาพ ในส่วนมูลโค ที่ได้จากโคแต่ละตัว วันละ 18 กิโลกรัมนั้น จัดส่งให้ทางบริษัท เพื่อนำไปทำปุ๋ยอินทรีย์ มีทั้งชนิดเป็นผงและอัดเม็ด แล้วแต่จะนำไปใช้กับอะไร เช่น กับสวน กับนา กับอ้อย ซึ่งปุ๋ยแต่ละสูตรมีคุณสมบัติไม่เหมือนกัน นับว่าเป็นความสำเร็จที่ได้มา ด้วยความขยันขันแข็ง มีความพากเพียรและมุ่งมั่น กับสิ่งที่ทำ นักเรียนมาดูนะครับ ในสิ่งที่คุณครูอ่านนั้นเวลาข้อความเขาย่อความอย่างไรนะคะ เรียนเห็นในจอทีวีนะครับ ย่อเรื่องเลี้ยงโคขุนแบบครบวงจร ประสบความสำเร็จไปหมด จากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ 2550 ความว่า คุณเรวัต วัชราธร เกษตรกรที่ประกอบอาชีพ ทางด้านการผลิต มันสำปะหลัง มาเป็นเวลานาน เห็นว่ามันสำปะหลังมีขนาดเล็กลง เพราะคุณภาพดีเลวลง จึงหันมาเลี้ยงโคขุนแทนการปลูกมัน ซึ่งการปลูกหญ้าเลี้ยงโคเป็นการรักษาหน้าดิน และได้มูลโคมาเป็นปุ๋ย ซึ่งจะทำให้ดินเกิดความอุดมสมบูรณ์กลับมาอีกครั้ง และได้นำมูลโคที่ได้จากการจากโคขุนแต่ละตัววันละ 18 กิโลกรัม ไปทำปุ๋ยอินทรีย์ สามารถนำไปใช้กับสวน นา และอ้อย เป็นความสำเร็จที่ได้ ด้วยความขยันขันแข็ง มีความเพียรพยายาม และมุ่งมั่นกับสิ่งที่ทำ นักเรียนเห็นไหมครับ ว่าบทความที่ยาว ๆ เมื่อข้างต้น ที่คุณครูอ่านให้นักเรียนฟังนั้น เวลาข้อความออกมา เขาจะย่อได้นิดหนึ่ง แต่คำว่า "นิดหนึ่ง" ในที่นี้หมายถึงว่า จะครอบคลุมไปด้วยสิ่งหนึ่ง สิ่งเนื้อหาใจความสำคัญต่าง ๆ ที่เขาพูดถึงนะว่าจะเป็นใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร นักเรียนดูนะครับ ว่าในข้อความที่ว่าใครไกลนั่น คือใครครับ ก็คือคุณเรวัต วัชราธร เกษตรกรคนนี้ครับ ทำอะไร ก็คือประกอบอาชีพด้านการผลิตมันสำปะหลัง เป็นเวลานาน เกิดอะไรขึ้น เพราะว่าเขาปลูกมันมาแล้วเป็นเวลานาน ทำให้จากหัวที่มันใหญ่ ๆ กลายเป็นหัวเล็ก และทำให้ใช่ไหมครับ ทำให้ผลผลิตน้อยลง และทีนี้มันเกิดจากอะไรเกิดจาก คุณภาพดิน คุณภาพดินไม่ดี และทีนี้ก็ต้องแก้ปัญหาอย่างไร เขาแก้ปัญหาโดยที่ว่าเขาก็เลยเลี้ยงโคขุนแทน พอเลี้ยงโคขุนทีนี้ เกิดผลดีขึ้นกับตัวเขาไหม การเลี้ยงโคเขาต้องปลูกหญ้าด้วยเพื่อปรับหน้าดินใช่ไหมครับ ให้ดินมันดีขึ้นพอทีนี้พอเลี้ยงโคแต่ละตัว โคแต่ละตัว ก็จะมีมุมโค้ง ออกมาแล้วเขาก็นำวงโคจรนี้ ไปทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ สามารถใช้ได้กับสวน กับนา กับอ้อย ทำเป็นปุ๋ยต่าง ๆ และสิ่งที่เขาทำออกมา เป็นอย่างไรครับ ประสบผลสำเร็จด้วย ความที่เขาเป็นคนขยันขันแข็ง และมีความเพียรมุ่งมั่นกับสิ่งที่เขาทำนะครับ เป็นการย่อความ ที่นี้ แล้วคุณครูจะให้นักเรียนลองเขียนย่อความ จากเรื่องที่คุณครูจะอ่านให้ฟัง ให้นักเรียนเขียนนะครับ นักเรียนดูพี่ล่ามดี ๆ นะ เดี๋ยวพี่ล่ามจะอธิบายเรื่องที่คุณครูจะอ่านให้นักเรียนฟัง นิทานต่อไปนี้แล้ว ให้นักเรียนเขียนลงในสมุด แล้วก็ส่งคุณครู ฟังที่คุณครู ดูพี่ล่ามเราสร้างความเข้าใจกันก่อน นักเรียนเข้าใจที่คุณครูพูดไหมเมื่อกี้ เดี๋ยวคุณครูจะอ่านนิทานเรื่องนี้ให้นักเรียนฟัง แล้วก็นักเรียน คนที่ฟังไม่ได้ยิน นักเรียนก็ดูพี่ล่ามนะครับ ดูพี่ล่ามไปด้วย พี่ล่ามจะแปลเป็นภาษามือให้นักเรียนได้เข้าใจ แล้วทีนี้พอจบ คุณครูอ่านจบ พี่ล่ามใช้ภาษามืออธิบายให้นักเรียนเข้าใจเสร็จแล้ว ให้นักเรียนเขียนย่อความจากเรื่องที่นักเรียนได้ดู ไม่เข้าใจลงในสมุด เข้าใจไหมครับ เข้าใจนะ โอเคเดี๋ยว คุณครูจะอ่านให้นักเรียนฟังนะ นักเรียนดูพี่ล่าม นักเรียนไม่ต้องมองครูนะ ดูพี่ล่ามอย่างเดียวเลย เรื่องที่ 1 นิทานอีสป เรื่อง ลูกกบอยากมีเพื่อน มีลูกกบตัวหนึ่ง อยากมีเพื่อนเอาไว้เล่นด้วย อากาศสดชื่นดีจริง แต่มันเหงาจังเลย ไม่มีเพื่อนเลย ออกไปหาเพื่อนดีกว่า ลูกกบพูด ลูกกบพบกับเต่า ก็ดีใจหวังจะผูกมิตรกับเต่า ลูกกบจึงพูดกับเต่าด้วยความอ่อนโยนว่า พี่จ๋าฉันขอเป็นเพื่อนเล่นกับพี่เต๋ด้วยคนนะจ๊ะ เต่ามองลูกกบอย่างแปลกใจ และไม่พอใจที่เห็นรูปร่างของกบน่าเกลียด จึงตอบว่าไม่ได้ ฉันไม่เป็นเพื่อนกับเจ้าหรอก ดูรูปร่างเจ้าช่างน่าชัง น่าเกลียดน่าชัง ออกไปห่าง ๆ ฉันนะ ฉันไม่เป็นเพื่อนกับเจ้า ดูสิพี่เต่าไม่ยอมเป็นเพื่อนกับลูกกบเลย หือ หือ ลูกกบร้องร้องไห้เสียใจ ขณะที่ลูกกบกำลังร้องไห้ ก็เหลือบเห็นปลา กำลังว่ายน้ำอยู่ เอ๊ะ นั้นปลากำลังว่ายน้ำ แหม น่าสนุกจังเลย เดี๋ยวเราไปเล่นน้ำกับปลาดีกว่า ลูกกบจึงว่ายน้ำไปหาปลา และเข้าไปพูดกับปลาว่า ปลาน้อยจ๋า เธอว่ายน้ำเก่งจังเลย ให้ฉันเล่นกับเธอด้วยนะ ปลามองลูกกบอย่างน่าสงสัย อุ๊ย นี่ตัวอะไรรูปร่างน่าเกลียด ตัวก็ดำปิ๊ดปี๋ ไม่สวยเลย ปลาพูด ฉันเป็นกบนะ เธอไม่รู้จักเหรอ ฉันอยากเป็นเพื่อนกับเธอนะ ฉันไม่ชอบเธอ ดูสิ รูปร่างน่าเกลียดจังเลย อย่ามายุ่งกับฉัน ไปห่าง ๆ ปลาแสดงอาการไม่สนใจลูกกบ ลูกกบเสียใจมาก หือ หือ ทำไมฉันช่างโชคร้ายจัง ไม่มีใครเป็นเพื่อนกับฉันเลย หือ หือ ลูกกบร้องไห้ ทันใดนั้น คางคกตัวหนึ่ง กระโดดออกมาจากกอหญ้า คางคกสงสารลูกกบมาก เพราะยืนยืนมองดูลูกกบนานแล้ว พอเห็นลูกกบร้องไห้ จึงกระโดดมาใกล้ ๆ พูดปลอบโยนว่า อย่าร้องไห้เลย นิ่งเสียเถิด ฉันจะเป็นเพื่อนเธอเอง เอ๊ะ นั่นใคร ใครจะเป็นเพื่อนกับฉัน ลูกกบเงยหน้า ถามทันที คางคกตอบว่า ฉันเอง ฉันคือทางคก ฉันสงสารเธอ เธอจะคบฉันเป็นเพื่อนหรือเปล่าจ๊ะ แหม ฉันดีใจจังเลย ฉันอยากมีเพื่อน ฉันจะเป็นเพื่อนกับเธอนะคางคก เราจะไปเที่ยวด้วยกัน ฉันมีความสุขจังเลย ลูกกบพูด ฉันก็ดีใจ ต่อไปนี้เราเป็นเพื่อนกันนะ ฉันจะช่วยเธอทำงาน เราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ที่มา ก็คือมาจากนิทานอีสป ของพงษ์จันทร์ อยู่เป็นสุข พ.ศ 2559 หน้า 34 ทีนี้นะครับ นักเรียนดูพี่ล่ามอธิบายไปแล้ว คุณครูจะให้นักเรียนเขียน ว่านักเรียนเข้าใจอย่างไร ก่อนคุณครูยังไม่ให้รูปแบบที่ถูกต้อง กับนักเรียนหรอกแต่จะให้นักเรียนอธิบายในสิ่งที่พี่ล่ามอธิบาย ให้นักเรียนฟังนะ เขียนลงในสมุดของนักเรียนนักเรียนเข้าใจเนื้อเรื่องนี้ ให้นักเรียนบอกว่า ใครทำอะไรที่ไหนเมื่อไหร่ก็พอเขียนให้คุณครูเดี๋ยวคุณครูจะให้เวลาเขียน10 นาทีแล้ว ก็นักเรียนเข้าใจไหม เข้าใจไหม เข้าใจ โอเค เดี๋ยว ตอนนี้ก็เหลือเวลาอีก 10 นาทีนะ จะหมดเวลาพอดี และอย่างไรให้นักเรียนเขียนเลยนะครับ เขียนในสิ่งที่คุณครูพูด ให้ฟังแล้วพี่ล่ามอธิบายภาษามือ ให้ฟังนักเรียนเข้าใจอย่างไร นักเรียนเขียนลงในสมุดเลยนะครับ สำหรับวันนี้คุณครูก็ยุติการสอนเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณพี่ล่ามนะครับ