--- title: ฝึก PE ท31101 ภาษาไทย 1 (ม.4/2) 140666 (ฟ้า) subtitle: date: วันจันทร์ที่ 29 มกราคม 2567 เวลา 15.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) นักเรียนสามารถกาลงบนกระดาษ ข้อสอบที่คุณครูแจกให้ได้เลยนะครับ นักเรียน นักเรียนครับ นักเรียนดูพี่ล่ามนะเดี๋ยวคุณครูจะอธิบายในการทำข้อสอบให้นักเรียนฟังนะ ในการทำข้อสอบนะ นักเรียนถ้าไม่เข้าใจข้อไหน นักเรียนไม่เข้าใจอะไรอย่างไร ให้นักเรียนยกมือ แล้วมาถามคุณครูแล้วคุณครู ก็ให้สื่อสารกับพี่ล่ามนะครับ ว่านักเรียนไม่เข้าใจคำถามข้อไห น ข้อสอบมีทั้งหมด 10 ข้อ มีด้านหลังของกระดาษด้วยนะครับ มีทั้งหมด 10 ข้อนะ แล้วก็ให้ทำไปค่อย ๆ ทำไป เดี๋ยวคุณครูจะให้เวลาทำประมาณสัก 20 นาที ในการทำข้อสอบครั้งนี้ เพราะจะต้องใช้สมาธินิดนึง ถ้าเรียนไม่เข้าใจก็เดินออกมาถามพี่ล่างได้เลยok ครับผม โอเคนะครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้เดี๋ยวคุณครูเดี๋ยวครจะอ่านให้ฟังทีละข้อ แล้วก็ถ้านักเรียนคิดว่าข้อไหนถูกให้นักเรียนกาข้อนั้นเลยเนาะ โอเคนักเรียน นักเรียนจะได้ดูพี่หล้าอธิบายภาษามือให้ด้วยโอเคไหมครับ OK เรามาเริ่มข้อ 1 กันเลยข้อ 1 การเขียนย่อความหากมีการอ้างถึงบุคคลควรปฏิบัติอย่างไร คุณครูจะอ่านอีกรอบหนึ่งนะครับ การเขียนย่อความ หากมีการอ้างถึงบุคคลควรปฏิบัติอย่างไร กไก่ ใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 ขไข่ ใช้สรรพนามบุรุษที่ 2 ค. ใช้สรรพนามบุรุษที่ 3 ง. ใช้สรรพนามบุรุษที่ 4 รอแป๊บหนึ่งไหม อ่านอีกรอบนึงนะ การเขียนย่อความหากมีการอ้างถึงบุคคลควรปฏิบัติอย่างไร ก. ใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 ข. ใช้สรรพนามบุรุษที่ 2 ค. ใช้สรรพนามบุรุษที่ 3 ง. ใช้สรรพนามบุรุษที่ 4 ถ้านักเรียนได้ข้อที่ถูกแล้ว นักเรียนกากบาทลงตรง ก. ข. ค. แล้วก็ ง. ที่นักเรียนคิดว่าถูกเลยนะครับ ข้อใดข้อหนึ่งนะต่อไปข้อที่ 2 นะครับ ข้อที่ 2 นักเรียนดูพี่ล่ามนะ นักเรียนดูพี่ล่ามนะ ข้อที่ 2 คำอุปมาอุปไมย ข้อเปรียบเทียบ ตัวเลข สถิติ วัน เดือน ปี ลักษณะของประโยคชนิดใด อ่านคำถามอีกรอบนะครับ คำอุปมา อุปไมย ข้อเปรียบเทียบ ตัวเลข สถิติ วัน เดือน ปี เป็นลักษณะของประโยคชนิดใด ก. ใจความรอง ข. ใจความหลัก ค. ใจความพิเศษ งองูใจความสำคัญ โอเคไหมครับ ข้อนี้โอเคไหมครับ อีกรอบไหม เอาใหม่ไหม โอเคแล้วนะ โอเคแล้ว โอเค ข้อที่ 3 รูปแบบการเขียนย่อความที่ถูกต้อง มีส่วนประกอบกี่ส่วน รูปแบบการเขียนย่อความที่ถูกต้องมีส่วนประกอบกี่ส่วน ก. 1 ส่วน ข. 2 ส่วน ค. 3 ส่วน ง. 4 ส่วน โอเคไหมครับ ข้อนี้ พัน พัน โอเค ต่อไปนะครับ ข้อที่ 4 นะ ข้อความใดกล่าวถูกต้องที่สุด ข้อความใดกล่าวถูกต้องที่สุด ก. ข้อความใดเป็นบทร้อยกรองให้คงเดิมไว้ ข. การเขียนย่อความที่ถูกต้องไม่ควรเปลี่ยนสำนวนภาษาของผู้แต่งเรื่องเดิมค. ขั้นตอนแรกของการเขียนย่อความคือผู้ย่อต้องอ่านเรื่องให้จบ 1-2 เที่ยว เพื่อจับประเด็นสำคัญ ง. การเขียนย่อความควรใช้อักษรย่อในการเขียน เช่น กิโลเมตร ให้ใช้ก่อนก.ม. เป็นต้น ข้อ 4 ผ่านไหมครับ โอเคไหมข้อที่ 5 นะครับ เป็นข้อความที่ย่อจากงานเขียนเต็มฉบับ มีความยาว 1 ใน 3 ของเรื่องเดิม เป็นความหมายของส่วนใดในการเขียนย่อความ ข้อที่ 5 ข้อความที่ว่าเป็นข้อความที่ย่อจากงานเขียนเต็มฉบับ มีความยาว 1 ใน 3 ของเรื่องเดิม เป็นความหมายของส่วนใดในการเขียนย่อความครับ ก. ส่วนสรุป ข. ส่วนเนื้อเรื่อง ค. ส่วนขึ้นต้น ง. ส่วนนำ ข้อ 5 โอเคไหมครับ นักเรียนมองเห็นพี่ล่ามไหม โอเค ต่อไปข้อที่ 6 หน้าหลังนะครับ หน้าหลังของกระดาษข้อที่ 6 นะ นักเรียนดูพี่ล่ามนะ ดูพี่ล่าม ประโยคใจความสำคัญ มักจะอยู่ส่วนใดของข้อความ เดี๋ยวรอพัน พัน แป๊บหนึ่งเนาะ เดี๋ยวพี่ล่ามรอสักครู่นะครับ ระหว่างที่รอพัน พันนะครับ ระหว่างที่รอนักเรียนไปเข้าห้องน้ำอยู่นะครับ ให้นักเรียนอ่านคร่าว ๆ นะครับ อ่านข้อสอบดูคร่าว ๆ ไปก่อน คุณครู นักเรียนไม่เข้าใจคำไหน เดี๋ยวพอคุณครูอ่านไปถึงนักเรียนก็จะได้เข้าใจในตรงนั้นด้วยนะครับ พี่เพราะพี่น้ำจะใช้ภาษามือในการแปลเป็นภาษามือให้นักเรียนสะอาด ดูได้เข้าใจโอเค นักเรียนเริ่มเข้าห้องน้ำกันอย่างไร เดี๋ยวคุณครูพัก 5 นาทีนะครับ ให้ไปเข้าห้องน้ำนะคะ พักสัก 5 นาที ให้เข้าห้องน้ำเสร็จก่อน แล้วก็ค่อยมารวมกันตรงนี้นะ โอเค โ ครับ เดี๋ยวพักสัก 5 นาทีนะครับ ลาบโอเคนะครับ นักเรียนมาครบแล้ว ต่อไปข้อที่ 6 นะ ข้อที่ 6 ประโยคใจความสำคัญมักจะอยู่ส่วนใดของข้อความ ประโยคใจความสำคัญมักจะอยู่ส่วนใดของข้อความ ก. ต้นข้อความ ข. กลางข้อความ ค. ท้ายข้อความ ง. ทุกข้อที่กล่าวมา ข้อ 6 โอเคนะครับ โอเค ต่อไปข้อที่ 7 ข้อใดเป็นรูปแบบของการเขียนขึ้นต้นย่อความ ข้อใดเป็นรูปแบบของการเขียนขึ้นต้นย่อความ ก. ย่อความเรื่อง... ของ (ผู้แต่ง...) จากหนังสือ ...ความหมาย นักเรียนดูข้อสอบไปด้วยนะข้อ 7 นักเรียนมีคำไหนที่นักเรียนไม่เข้าใจไหมข้อ 7 มีคำไหนที่นักเรียนไม่เข้าใจ มีไหม นักเรียนเข้าใจ ให้คุณครูอ่านถึง ง. ไหมหรือว่านักเรียนรู้เรื่องแล้ว โอเค นะ โอเค นักเรียนเข้าใจข้อที่ 8 นะครับ ข้อใดกล่าวถูกต้อง ก. การย่อความเป็นการเรียบเรียงเรื่องราวจากความนึกคิดของผู้เขียนเรื่องนั้น ๆ ข. การย่อความเป็นการเขียนย่อเรื่องจากการอ่าน หรือฟัง ค. การย่อความ หมายถึงการสรุปความ ง. การย่อความเป็นการเขียนเรื่องตามจินตนาการ ผ่านนะครับ ต่อไปข้อที่ 9 การเขียนย่อความ ข้อความที่ไม่ควรนำมาเขียน ยกเว้นข้อใด ก. ข้อเปรียบเทียบต่าง ๆ ข. ตัวเลข สถิติ ที่เป็นรายละเอียด ค. ชื่อบุคคลที่อ้างถึง ง. ใจความสำคัญของเรื่องข้อ 9 ผ่านนะครับ ต่อไปข้อสุดท้ายนะครับ ข้อที่ 10 ข้อความที่เด่นที่สุดในย่อหน้า เป็นแก่นของย่อหน้าเป็นความหมายของข้อใด ข้อความที่เด่นที่สุดในย่อหน้า เป็นแก่นของย่อหน้าเป็นความหมายของข้อใด ก. ใจความสำคัญ ข. ใจความรอง ค. ใจความส่วนขยายข้อความ ง. ใจความพิเศษ นักเรียนเสร็จแล้วใช่ไหมครับ โอเคไหม ถ้านักเรียนเสร็จแล้ว นักเรียนมองพี่ล่ามนะ มองพี่ล่ามนะครับ เสร็จแล้วนักเรียนเขียนชื่อ เลขที่ตัวเองลง บนข้อสอบที่คุณครูให้ และก็นำไปวางไว้ที่ส่งงานของคุณครูเลยนะครับ เขียนชื่อนามสกุลให้ถูกต้องนะครับ ให้อ่านออกด้วยนะ โอเค เสร็จแล้วให้ไปส่งที่โต๊ะได้เลยครับ นักเรียนเมื่อกี้นักเรียนทำข้อสอบเป็นอย่างไรบ้างครับ พอทำได้ไหม พอทำข้อสอบได้ไหม นิดหน่อยเหรอ นิดหนึ่ง ไม่เป็นไรนะครับ ข้อสอบที่นักเรียนทำที่ผ่านมาเมื่อกี้นี่ เป็นข้อสอบก่อนเรียน นักเรียนจะได้คะแนนเท่าไร คุณครูไม่สนใจ กูจะเปรียบเทียบหลังจากที่นักเรียนเรียนเรื่องการย่อความเสร็จแล้วนักเรียนจะต้องทำแบบทดสอบหลังเรียน ข้อสอบจะเป็นข้อสอบเดิมข้อสอบจะเป็นข้อสอบเดิมที่คุณครูเคยให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียนไป หลังจากที่เรียนเสร็จตรงนี้นักเรียนจะได้ทำข้อสอบอีก 1 รอบ คุณครูจะมาดูว่าคะแนนหลังจากที่นักเรียนได้เรียน เรื่องการย่อความนี่จบแล้ว คะแนนนักเรียนจะเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน นักเรียนจะมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเขียนย่อความมากน้อยเพียงใดนะครับ ก่อนอื่นนะครับ นักเรียนนำสมุดขึ้นมานักเรียนสามารถเขียนสิ่งที่คุณครูสอนลงไปในสมุดได้เลยนะครับ เลคเชอร์ไว้ได้เลยนะครับ นะครับ การเขียนย่อความนะครับ นักเรียนดูพี่ล่ามนะ นักเรียนดูพี่ล่ามอธิบายนะครับ นักเรียนจะได้เข้าใจนะครับ การเขียนย่อความนะครับ ประกอบด้วย ทักษะสำคัญ 2 ประการ ดังนี้ นักเรียนพยายามดูพี่ล่ามนะ เพราะว่าคุณครูน่ะ ไม่ได้ใช้ภาษามือสื่อสารกับนักเรียน พี่ล่ามเท่านั้นนะครับ พี่ใช้ภาษามือถืออาจารย์กันนักเรียนนักเรียนดูพี่ล่าม นักเรียนไม่คุยกันนะครับ เวลาที่คุณครูสอนนักเรียนคุยกันนั่น หมายถึงว่านักเรียนจะพลาดในสิ่งที่คุณครูสอนเลยนะคะ เพราะว่าสิ่งที่นักเรียนเรียนไปทั้งหมดสุดท้ายแล้วน่ะ คุณครูจะมีการสอบกลางภาคสอบปลายภาค เพื่อวัดผลคะแนนของนักเรียนว่านักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับวิชาภาษาไทยมากน้อยเพียงใดนะครับ ถ้านักเรียนได้คะแนนต่ำนะครับ ทำให้เกรดนักเรียนไม่สวยนะ นักเรียนจะไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยนักเรียนก็ไม่สามารถที่จะเรียนคณะ หรือสิ่งที่ตัวเองอยากเรียนได้นะครับ การเขียนย่อความ ประกอบไปด้วยทักษะสำคัญ 2 ประการดังนี้ นักเรียนอย่าเพิ่งจดนักเรียนอย่าเพิ่งจด ให้นักเรียนดูพี่ล่ามก่อน ส่วนสไลด์ตรงนี้เดี๋ยวคุณครูนำเอกสารมาให้นักเรียนอีกทีหนึ่ง นักเรียนอย่าเพิ่งจด เพราะว่าถ้านักเรียนก้มปุ๊บนักเรียนจะพลาดเลยนะครับ ให้นักเรียนดูพี่ล่างก่อน อันนี้จะสร้างความเข้าใจกับนักเรียนก่อน เพราะว่านักเรียนต้มจนเรียนไม่ได้ดูพี่หล้าอธิบายเลย นักเรียนจะไม่เข้าใจให้นักเรียนดูพี่ล่าอย่างเดียวเลยดูพี่ล่างอย่างเดียวเลย โอเค การเขียนย่อความ ประกอบด้วย ทักษะสำคัญ 2 ประการดังนี้ 1. การอ่าน การอ่านเพื่อย่อความเป็นการอ่านแบบสรุปความ หรืออ่านจับใจความสำคัญของเรื่อง ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้ 1. อ่านเรื่องที่จะเขียนย่อความทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อให้ทราบว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร ข้อที่ 2 แยกอ่านทำความเข้าใจ เรื่องแต่ละย่อหน้าอย่างละเอียด ข้อที่ 3 อ่านจับความคิดหลัก หรือประโยคใจความสำคัญในแต่ละย่อหน้า โดยความคิดหลักหมายถึงความรู้ความคิดที่ผู้เขียนเสนอต่อผู้อ่านในแต่ละย่อหน้าจะต้องมีความคิดหลักที่ผู้อ่านสรุปได้เพียงอย่างเดียว ซึ่งมักแสดงด้วยประโยคใจความสำคัญ ซึ่งอยู่ต้นย่อหน้า กลางย่อหน้าหรือท้ายย่อหน้า ส่วนประกอบอื่น ๆ ได้แก่ ประโยคขยายความ หรือพลความนะครับ ซึ่งทำหน้าที่ขยายใจความสำคัญ หรือความคิดหลักในย่อหน้าให้ผู้อ่านเข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น รายละเอียดข้อเปรียบเทียบตัวอย่างย่อหน้าบางแบบอาจมีความคิด แต่ไม่มีประโยคใจความสำคัญ มีแต่ประโยคขยายความเรื่องต่อเนื่องกันไป 2. การเขียน การเขียนเพื่อย่อความเป็นการเรียบเรียงสาระสำคัญที่บันทึกไว้ จากการอ่านโดยมีหลัก ดังนี้ 2.1 ข้อความที่ย่อ ข้อความที่ย่อนั้น ข้อที่ 1 มีเฉพาะสาระสำคัญ คือความคิดหลัก ส่วนที่เป็นพลความ ต้องตัดออกทั้งหมด 2. ในกรณีที่สาระสำคัญซ้ำ ๆ กันหลาย ๆ แห่ง เมื่อนำมาเรียบเรียงใหม่ ให้กล่าวให้กล่าวเพียงเฉพาะที่สำคัญนะครับ ข้อที่ 3 ครอบคลุมประเด็นสำคัญของเรื่องได้ครบถ้วนสมบูรณ์ ถูกต้องตามเรื่องเดิม ข้อที่ 4 ข้อความที่เป็นคำพูดอยู่ในเครื่องอัญประกาศ ไม่ใช่ประเด็นสำคัญให้ตัดออก ข้อที่ 5 ครอบคลุมประเด็นสำคัญของเรื่องได้ครบถ้วนสมบูรณ์ถูกต้องตามเรื่องเดิม เมื่อกี้ผ่านข้อที่ 6 ไปแล้วนะ โอเคนะครับ ข้อที่ 7 ข้อความที่ย่อ เรียงลำดับอย่างไรก็ได้ให้อ่านเข้าใจไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับตามเดิม ก็คือสรุปง่าย ๆ ว่าบทความหรือข้อความหรือนิทานเรื่องต่าง ๆ ที่นักเรียนอ่านมาทั้งหมด ให้นักเรียนสรุปเป็นใจความสำคัญ อย่างเช่น คุณครูเคยสอนไปแล้วเมื่อคาบพี่ผ่านมา การสรุปใจความสำคัญที่พูดถึงสรุปว่าในเรื่องนั้นว่าใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่ นักเรียนจำได้ไหมครับที่ครูเคยสอน ต่อไปจะมาพูดถึงในเรื่องของสำนวนภาษานะครับ ในการเขียนย่อความนะครับ ใช้สำนวนภาษาของผู้เขียนโดยเป็นการเรียบเรียงเนื้อความใหม่ ไม่ควรใช้สำนวนภาษาเรื่องเดิม หลีกเลี่ยงการตัดต่อประโยคใจความสำคัญของต้นฉบับนะครับ ข้อ 2 เรียบเรียงเป็นเรื่องเล่า ถ้าจะเอ่ยถึงบุคคลอื่นให้ใช้ชื่อ หรือใช้สรรพนามบุรุษที่ 3 ห้ามนะครับ ห้ามใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 และ 2 ในย่อความ ข้อที่ 3 สำนวนภาษาหรือคำยาก คำยาว ในเรื่องเดิมให้เปลี่ยนมาใช้คำธรรมดาแทนนะครับ ข้อที่ 4 ไม่จำเป็นต้องใช้อักษรย่อ นักเรียนเห็นข้อสอบที่ผ่านมาไหมครับ ที่ว่ามีอักษรย่อด้วย ข้อนี้สำคัญเลย ไม่จำเป็นต้องใช้อักษรย่อนะครับ ในข้อความที่ย่อ นอกจากชื่อเดิมแต่ยาวมาก เช่น อักษรย่อนั้นเป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย เช่น กทม. รศช. และ ททท. อย่างนี้ครับ ข้อที่ 5 ถ้าเรื่องเดิมเป็นร้อยกรอง ให้ย่อความเป็นร้อยแก้วนะครับ นักเรียนเข้าใจคำว่า "ร้อยกรอง" "ร้อยแก้ว" ไหมครับ เข้าใจไหม คำว่าร้อยกรองร้อยแก้วใช่ไหมครับ ร้อยกรอง ก็คือเป็นบทกลอนบทประพันธ์ ส่วนร้อยแก้ว คืองานเขียนความเรียงปกติ ข้อที่ 6 นะครับ ใช้สำนวนภาษาที่คงไว้ ลีลาหรือน้ำเสียงให้เหมือนเดิม เช่น ความรู้สึกสะเทือนใจ ต่อไปความยาวของย่อความ นัดเรียนดูพี่ล่ามนะ นักเรียนไม่คุยกันนักเรียนดูพี่ล่าม เดี๋ยวคุณครูจะอธิบายให้ฟัง ความยาวของย่อความนี่ ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวว่าจะมีสัดส่วนเท่าไร จากเรื่องเดิม ก็คือพูดง่าย ๆ ก็คือให้นักเรียนย่อมาให้เข้าใจว่าในเรื่องที่นักเรียนไปอ่านมาน่ะ มีใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่ ให้ครบถ้วนเนื้อเรื่องนั้น แค่นั้นล่ะครับ ก็คือการย่อความทีนี้เรามาดูเรามาดูรูปแบบการเขียนย่อความกันนะครับ รูปแบบที่ 1 นะครับ เป็นการย่อนิทานนิยายพงศาวดาร ให้บอกประเภทชื่อเรื่องผู้แต่งที่มาของเรื่อง เท่าที่ทราบ เช่น เวลานักเรียนจะย่อนิทานนะครับ สมมติว่า มีนิทาน 1 เรื่อง ให้นักเรียนอ่านนักเรียนอ่านมาทั้งหมดนิทานทั้งหมดมีมี 1 หน้ากระดาษ มีอยู่ 1 หน้ากระดาษ นักเรียนไปอ่านมา 1 หน้ากระดาษแล้วนักเรียนจะต้องมาย่อความโดยที่นักเรียนจะย่อความ นักเรียนจะต้องมีหัวข้อนะครับ เขียนดังนี้ ก็คือย่อนิทานเรื่อง เรื่องอะไรที่นักเรียนอ่านมาเรียนก็เขียนย่อนิทานเรื่องสมมติว่านักเรียนสมมติ ว่านักเรียนไปอ่านลูกหมู 3 ตัว นักเรียนก็เขียนว่า ย่อนิทานเรื่องลูกหมู 3 ตัว ของ นี่คือใครเป็นผู้แต่งใครเป็นผู้เขียนเรื่องนี้นักเรียนก็เขียนพี่เขาลงมาตรงนี้ จากไหน นักเรียนไปหาข้อความนี้มาจากไหนนักเรียนก็เขียนลงบนตรงข้อความในจากตรงนี้ไปนะครับ ส่วนความว่าตรงนี้ นักเรียนก็เล่ามาเลยครับ ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ไหนใครทำอะไรที่ไหนทำเมื่อไหร่ แล้วจะทำอย่างไร มีผลทำให้อย่างไรเกิดขึ้น ลูกหมู 3 ตัว คุณครูยกตัวอย่างลูกหมูสามตัวนะ ความว่าตรงนี้ก็คือเล่าถึงเหตุการณ์ที่แม่หมูมีลูกหมู 3 ตัว มีพมีมีคนตายแล้วก็มีน้องสุดท้อง แยกออกไปสร้างบ้าน ออกไปสร้างบ้านคนหนึ่งสร้างบ้านด้วย บางคนหนึ่งสร้างบ้านด้วยไม้ อีกคนสร้างบ้านด้วยอิฐด้วยปูน นักเรียนอธิบายแปลว่าสร้างบ้านแบบไหน แข็งแรงหมาป่าไม่ได้มาทำร้ายได้อะไรประมาณนี้ครับ ผลสุดท้ายนิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอะไรประมาณนั้น ก็คือรวม ๆ กันไป โอเคไหมครับ นักเรียนโอเคไหม นักเรียนเข้าใจไหมครับ เข้าใจไหม นักเรียนมีข้อสงสัย นักเรียนเดินออกมาถามพี่ล่ามได้เลยนิทาน นิทานครับ (ล่าม) เดี๋ยวสักครู่นะคะ พอดีภาพมันดีเลย์น่ะค่ะ คงต้องรอนิดหนึ่งน่ะค่ะ อาจารย์ได้ยินใช่ไหมคะ (อาจารย์) ได้ยินครับ (ล่าม) ค่ะ ให้น้องทำได้เลยนะคะ (อาจารย์) นักเรียนถามพี่ล่ามได้เลย (ล่าม) ตอนนี้ภาพกระตุกนะคะ เลยเห็นภาพน้องค้างอยู่น่ะค่ะ (อาจารย์) โอเคครับ (ล่าม) ก็เลยดูภาษามึงไม่ได้เลยค่ะ ตอนนี้สัญญาณไม่ค่อยดีใช่ไหมครับ ใช่ค่ะ (อาจารย์) ย่อนิทานเรื่องหรอครับ นักเรียนชี้คำว่า "ย่อนิทานเรื่อง" คืออะไรเหรอ (นักศึกษาหญิง) เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ (อาจารย์) โอเคครับ โอเคเราพักกัน ดื่มน้ำสักครู่นะ ว่าตอนนี้คุณครูขอแห้งเหมือนกัน โอเคพักดื่มน้ำสัก 5 นาทีนะครับ เดี๋ยวเรามาเจอกันที่ห้องนี้อีกทีหนึ่ง เดี๋ยวซัก 5 นาทีครับ พี่รามครับ ได้ค่ะ โอเคนะครับ นักเรียนดูพี่ล่ามนะ นักเรียนดูพี่ล่ามนะครับ โอเคเดี๋ยวคุณครูจะยกตัวอย่างนะครับ ยกตัวอย่างนิทาน 1 เรื่อง เดี๋ยวคุณครูจะอ่านให้นักเรียนฟัง แล้วก็นักเรียนดูพิราบอธิบายภาษามือนะครับ งโคขุนแบบครบวงจร ประสบความสำเร็จไปหมด คุณเรวัต วัชราธรเป็นเกษตรกรที่ประกอบอาชีพทางด้านการผลิตมันสำปะหลังเป็น 10 ปี ผลที่ได้คือ แต่แรกเริ่มหัวมันใหญ่เท่าต้นขา พอ 10 ปีต่อมา เหลือขนาดเท่าหัวแม่มือ เพราะคุณภาพดิน คุณภาพดินเร็วลงไม่หลงเหลือความอุดมสมบูรณ์ พร้อมที่จะเป็นดินทรายได้อีกต่อไปในอนาคตจากนั้นหันมาเลี้ยงโคนม เพราะจะได้ปลูกหญ้า เพื่อเป็นการรักษาหน้าดินและจะได้มีมูลโคมาเป็นปุ๋ย เรียกให้ดินกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้งหนึ่ง สำหรับการเลี้ยงโคขุนเป็นโคที่รับซื้อมาจากเกษตรกรแถบนครสวรรค์ ลพบุรี ชัยนาท พิษณุโลก สุโขทัย ตาก อุตรดิตถ์ เพราะคนในแถบภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบนจะเลี้ยงโคค่อนข้างดีมีคุณภาพ ในส่วนมูลโคที่ได้จากโคแต่ละตัววันละ 18 กิโลกรัมนั้น จัดส่งให้ทางบริษัท เพื่อนำไปทำปุ๋ยอินทรีย์ มีทั้งชนิดเป็นผงและอัดเม็ด แล้วแต่จะนำไปใช้กับอะไร เช่น กับสวนกับนา อ้อย ซึ่งปุ๋ยแต่ละสูตรมีคุณสมบัติไม่เหมือนกัน นับว่าเป็นความสำเร็จที่ได้มา ด้วยความขยันขันแข็ง มีความพากเพียรและมุ่งมั่นกับสิ่งที่ทำนักเรียนมาดูนะครับ ในสิ่งที่คุณครูอ่านนั้น เวลาข้อความเข้าก็เข้าย่อความอย่างไรนะครับ นักเรียนเห็นในจอทีวีนะครับ ย่อเรื่องเลี้ยงโคขุนแบบครบวงจร ประสบความสำเร็จไปหมดจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ 2550 ความว่า "คุณเรวัต วัชราธร เกษตรกรที่ประกอบอาชีพทางด้านการผลิตผลิตมันสำปะหลังมาเป็นเวลานาน เห็นว่ามันสำปะหลังมีขนาดเล็กลง เพราะคุณภาพดีเลวลง จึงหันมาเลี้ยงโคขุนแทนการปลูกมัน ซึ่งการปลูกหญ้าเลี้ยงโคเป็นการรักษาหน้าดิน และได้มูลโคมาเป็นปุ๋ย ซึ่งจะทำให้ดินเกิดความอุดมสมบูรณ์กลับมาอีกครั้ง และได้นำวงโคที่ได้จากการ... จากโคขุนแต่ละตัววันละ 18 กิโลกรัม ไปทำปุ๋ยอินทรีย์ สามารถนำไปใช้กับสวน นา และอ้อย เป็นความสำเร็จที่ได้ด้วยความขยันขันแข็ง มีความเพียรพยายามและมุ่งมั่นกับสิ่งที่ทำ" นักเรียนเห็นไหมครับ ว่าบทความที่ข้าง... เมื่อข้างต้นที่คุณครูให้นักเรียนฟังนั้น เวลาข้อความออกมาเขาจะย่อได้นิดหนึ่ง แต่คำว่านิดหนึ่งในที่นี้ หมายถึงว่าครอบคลุมไปด้วยสิ่งหนึ่งสิ่งเนื้อหาใจความสำคัญต่าง ๆ ที่เขาพูดถึงแม้ว่าจะเป็นใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร นักเรียนดูนะครับว่าในข้อความที่ว่า "ใคร นั่นคือใคร" ครับ ก็คือคุณเรวัต วัชราธรเกษตรกรคนนี้ครับ ทำอะไร ก็คือประกอบอาชีพด้านการผลิตมันสำปะหลังเป็นเวลานาน เกิดอะไรขึ้น เพราะว่าเขาปลูกมันมาแล้วเป็นเวลานาน ทำให้จากหัวที่มันใหญ่ ๆ กลายเป็นหัวเล็กและทำให้ใช่ไหมครับ ทำให้ผลผลิตน้อยลง และทีนี้มันเกิดจากอะไรเกิดจากคุณภาพดิน คุณภาพดินไม่ดี และที่จะต้องแก้ปัญหาอย่างไรเขาแก้ปัญหาโดยที่ว่าเขาก็เลยเลี้ยงโคขุนแทน พ่อเลี้ยงโคขุนทีนี้เกิดผลดีขึ้นกับตัวเขาไหม การเลี้ยงโคเขาต้องปลูกหญ้าด้วยเพื่อปรับหน้าดินใช่ไหมครับ ให้ดินมันดีขึ้น พอทีนี้พอเลี้ยงโคแต่ละตัว โคแต่ละตัวก็จะมีมูลโคออกมา แล้วเขาก็นำมูลโคตรงนี้ไปทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ สามารถใช้ได้กับสวนกับนา อ้อย ทำเป็นปุ๋ยต่าง ๆ และสิ่งที่เขาทำออกมาเป็นอย่างไรครับ ประสบผลสำเร็จด้วยความที่เขาเป็นคนขยันขันแข็งและมีความเพียรมุ่งมั่นกับสิ่งที่เขาทำน่ะครับ เป็นการย่อความทีนี้แล้วคุณครูจะให้นักเรียนลองเขียนย่อความจากเรื่องที่คุณครูจะอ่านให้ฟัง ให้นักเรียนเขียนนะครับ นักเรียนดูพี่ล่ามดี ๆ นะ เดี๋ยวพี่ล่ามจะอธิบายเรื่องที่คุณครูจะอ่านให้นักเรียนฟัง นิทานต่อไปนี้แล้วให้นักเรียนเขียนลงในสมุด แล้วก็ส่งคุณครูฟังที่คุณครู ดูที่พี่ล่าม เราสร้างความเข้าใจกันก่อน นักเรียนเข้าใจที่คุณครูพูดไหมเมื่อกี้ เดี๋ยวคุณครูจะอ่านนิทานเรื่องนี้ให้นักเรียนฟัง แล้วก็นักเรียนคนที่ฟังไม่ได้ยิน นักเรียนก็ดูพี่ล่ามนะครับ ดูพี่ล่ามไปด้วยพี่ล่ามจะแปลเป็นภาษามือให้นักเรียนได้เข้าใจ แล้วทีนี้พอจบ คุณครูอ่านจบที่ล่ามใช้ภาษามืออธิบายให้นักเรียนเข้าใจ เสร็จแล้วให้นักเรียนเขียนย่อความจากเรื่องที่นักเรียนได้ดู ได้เข้าใจลงในสมุด เข้าใจไหมครับ เข้าใจนะ โอเคเดี๋ยวคุณครูจะอ่านให้นักเรียนฟังนะ เรียนดูพี่ล่ามนักเรียนไม่ต้องมองครูนะ ดูพี่ล่ามอย่างเดียวเลยเรื่องที่ 1 นิทานอีสป เรื่อง ลูกกบอยากมีเพื่อน มีลูกกบตัวหนึ่งอยากมีเพื่อนเอาไว้เล่นด้วย อากาศสดชื่นดีจริง แต่มันเหงาจังเลยไม่มีเพื่อนเลย ออกไปหาเพื่อนดีกว่า ลูกกบพูด ลูกกบคบแต่เต่า ก็ดีใจหวังจะผูกมิตรกับเต่า ลูกกบจึงพูดกับเต่า ด้วยความอ่อนโยนว่าพี่เต๋าจ๋า ฉันขอเป็นเพื่อนเล่นกับพี่เต๋าด้วยคนนะจ๊ะ เต่ามองลูกกบอย่างแปลกใจ และไม่พอใจที่เห็นรูปร่างของกบน่าเกลียด จึงตอบว่าไม่ได้ฉันไม่เป็นเพื่อนกับเจ้าหรอก ดูรูปร่างเจ้าช่างน่าชังน่าเกลียดน่าชัง ออกไปห่าง ๆ ฉันนะ ฉันไม่เป็นเพื่อนกับเจ้า ดูสิไม่ยอมเป็นเพื่อนกับลูกกบเลยฮือ ๆ ลูกกบร้องร้องไห้เสียใจ ขณะที่ลูกกบกำลังร้องไห้ ก็เหลือบเห็นปลากำลังว่ายน้ำอยู่ น้ำปลากำลังว่ายน้ำ แหมน่าสนุกจังเลย เดี๋ยวเราไปเล่นน้ำกับปลาดีกว่า ลูกกบจึงว่ายน้ำไปหาปลา และเข้าไปพูดกับปลา ว่าปลาน้อยจ๋า เธอว่ายน้ำเก่งจังเลย ให้ฉันเล่นกับเธอด้วยนะ ปลามองลูกกบอย่างน่าสงสัย อุ๊ยนี่ตัวอะไรรูปร่างน่าเกลียดเสียจริง ตัวก็ดำปิ๊ดปี๋ ไม่สวยเลย ปลาพูด ฉันเป็นกบนะ เธอไม่รู้จักหรอ ฉันอยากเป็นเพื่อนกับเธอนะ ฉันไม่ชอบเธอ ดูสิรูปร่างน่าเกลียดจังเลย อย่ามายุ่งกับฉันไปห่าง ๆ เวลาแสดงอาการไม่สนใจลูกกบ ลูกกบเสียใจมาก ทำไมฉันช่างโชคร้ายจัง ไม่มีใครเป็นเพื่อนกับฉันเลย ลูกกบร้องไห้ ทันใดนั้นคางคกตัวหนึ่งกระโดดออกมาจากกอหญ้า คางคกสงสารลูกกบมาก เพราะยืนมองดูลูกกบนานแล้ว พอเห็นลูกกบร้องไห้ จึงกระโดดมาใกล้ ๆ พูดปลอบโยนว่าอย่าร้องไห้เลยนิ่งเสียเถิดฉันจะเป็นเพื่อนเธอเองนั่นใครใครจะเป็นเพื่อนกับฉันลูกกบเงยหน้าฉันจะเป็นเพื่อนกับเธอนะคะ คางคก เราจะไปเที่ยวด้วยกัน ฉันมีความสุขจังเลย ลูกกบพูด ฉันก็ดีใจ ต่อไปนี้เราเป็นเพื่อนกันนะ ฉันจะช่วยเธอทำงาน เราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ที่มาก็คือมาจากนิทานอีสป ของพงษ์จันทร์ อยู่เป็นสุข พ.ศ. 2559 หน้า 34 ทีนี้นะครับ นักเรียนดูพี่ล่ามอธิบายไปแล้ว คุณครูจะให้นักเรียนเขียนว่านักเรียนเข้าใจอย่างไรก่อน คุณครูยังไม่ให้รูปแบบที่ถูกต้องกับนักเรียนหรอก แต่จะให้นักเรียนอธิบายในสิ่งที่พี่ล่ามอธิบายให้นักเรียนฟังน่ะ เขียนลงในสมุดของนักเรียน ว่านักเรียนเข้าใจเนื้อเรื่องนี้ ให้นักเรียนบอกว่าใครทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ ก็พอเขียนให้คุณครู คุณครูจะให้เวลาเขียน 10 นาที ละก็นักเรียนเข้าใจไหม เข้าใจไหม โอเคเดี๋ยวตอนนี้ก็เหลือเวลาอีก 10 นาทีนะ จะหมดเวลาพอดีได้อย่างให้นักเรียนเขียนเลยนะคะ เขียนในสิ่งที่คุณครูพูดให้ฟังแล้วพี่ล่ามอธิบายภาษามือให้ฟังนักเรียนเข้าใจยังไงนักเรียนเขียนลงในสมุดเลยนะครับ สำหรับวันนี้คุณครูก็ยุติการสอนเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณพี่ล่ามนะครับ