﻿1
00:04:32,031 --> 00:04:35,359
ถ่ายมาจากสารคดีสัตว์โลกอีก อันหนึ่ง

2
00:04:35,359 --> 00:04:37,419
Photo realistic Video

3
00:04:37,419 --> 00:04:38,160
เป็นภาพที่มันเหนือจริงหน่อย

4
00:04:38,160 --> 00:04:39,279
ของ

5
00:04:39,279 --> 00:04:43,279
ลับ

6
00:04:43,557 --> 00:04:45,021
อ 2 ลำกำลังสู้กันอยู่ในระยะ

7
00:04:45,021 --> 00:04:47,790
อยู่ในแก้วกาแฟ

8
00:04:47,790 --> 00:04:51,790
ดูวิธีการเขามะพร้าวแล้วดูภาพ

9
00:04:52,157 --> 00:04:56,157
อันนี้ เรียกว่าเหมือนเวลาเราต้องการภาพโฆษณาดี ๆ

10
00:04:56,593 --> 00:04:59,437
หรือภาพนี้แบบธรรมดา แต่ดูวิธีการ

11
00:04:59,437 --> 00:05:01,923
ผู้ชายนะครับ วัยหนุ่มประมาณ 20

12
00:05:01,923 --> 00:05:03,333
นั่งอยู่บนก้อนเมฆครับ

13
00:05:03,333 --> 00:05:07,333
แล้วกำลังอ่านหนังสือ...

14
00:06:24,445 --> 00:06:27,033
(เจ้าหน้าที่) สวัสดีครับ

15
00:06:27,033 --> 00:06:28,490
ฝั่งล่ามได้ยินไหมครับ

16
00:06:28,490 --> 00:06:29,933
ทดสอบครับ ทดสอบ

17
00:06:29,933 --> 00:06:33,933
ล่ามได้ยินไหมครับ

18
00:06:52,893 --> 00:06:56,893

19
00:07:22,098 --> 00:07:24,000
สวัสดีครับ ฝั่งล่ามได้ยินไหมครับ

20
00:07:24,000 --> 00:07:28,000
โอเคครับ ขอบคุณครับ

21
00:07:38,050 --> 00:07:40,489
(อาจารย์) check check check

22
00:07:40,489 --> 00:07:42,792
มีใครยังไม่ได้

23
00:07:42,792 --> 00:07:45,105
กระดาษแผ่นนี้บ้างคะ

24
00:07:45,105 --> 00:07:47,553
ยกมือค่ะ

25
00:07:47,553 --> 00:07:49,260
ใครยังไม่ได้กระดาษ

26
00:07:49,260 --> 00:07:53,260
มาเอา มาเอา

27
00:08:00,029 --> 00:08:01,560
จากนั้นนะคะ เขียนชื่อ

28
00:08:01,560 --> 00:08:03,759
แล้วก็

29
00:08:03,759 --> 00:08:07,759
เขียนว่าก่อนเรียน

30
00:08:16,352 --> 00:08:20,352
สีหน้าแบบอาจารย์ให้ทำอะไรอีก

31
00:08:25,529 --> 00:08:29,529
ก่อนเรียนนะคะ ก่อนเรียน

32
00:08:59,908 --> 00:09:03,908
เขียนชื่อ รหัสเรียบร้อยนะ แล้วก็เขียนว่าก่อนเรียนนะ

33
00:09:11,487 --> 00:09:13,113
ครูมีเวลาให้ 5 นาทีนะคะ 5 นาทีนะ หลังจากนั้

34
00:09:13,113 --> 00:09:17,113
นครูจะเก็บคำตอบนะคะ

35
00:09:17,788 --> 00:09:21,788
สำหรับนักศึกษาปกติ สำหรับนักพิเศษให้ 8 นาทีนะคะ

36
00:09:21,954 --> 00:09:24,153
ให้เราเขียนสื่อ

37
00:09:24,153 --> 00:09:26,523
ให้ได้มากที่สุด

38
00:09:26,523 --> 00:09:30,523
ให้เราเขียนเสือให้ได้มากที่สุด

39
00:09:31,093 --> 00:09:35,093
สื่อการสอนนี่ค่ะ ให้ได้มากที่สุด

40
00:09:45,667 --> 00:09:49,667
เริ่มแล้วนะคะ

41
00:10:15,980 --> 00:10:19,980
ไม่คุยกันนะคะ ไม่คุยกัน

42
00:12:56,370 --> 00:13:00,370
เหลือเวลาอีก 2 นาที

43
00:14:29,742 --> 00:14:33,742
หมดเวลาในการเขียนสื่อนะคะ  ทีนี้อีก

44
00:14:35,027 --> 00:14:37,463
3 นาที ครูจะให้เขียนประเภทของสื่อ ที่เราเขียนมาค่ะ

45
00:14:37,463 --> 00:14:41,463
ให้เราบอกประเภทของสื่อ

46
00:14:49,141 --> 00:14:53,141
บอกประเภทของสื่ออีก 3 นาทีนะคะ ที่เราเขียนมาค่ะ มันจัดอยู่ในประเภทอะไร

47
00:18:38,150 --> 00:18:40,629
หมดเวลา ส่งค่ะ

48
00:18:40,629 --> 00:18:42,494
10

49
00:18:42,494 --> 00:18:46,494
9

50
00:18:47,879 --> 00:18:49,846
8 7

51
00:18:49,846 --> 00:18:53,272
6

52
00:18:53,272 --> 00:18:54,607
5 อย่าลืมเขียนชื่อนะ

53
00:18:54,607 --> 00:18:57,672
อย่าลืมเขียนชื่อ รหัส

54
00:18:57,672 --> 00:19:01,672
5

55
00:19:02,414 --> 00:19:04,284
4 3

56
00:19:04,284 --> 00:19:05,298
2

57
00:19:05,298 --> 00:19:09,298
1

58
00:20:08,749 --> 00:20:10,516
ที่เขียนมามั่นใจไหมคะ

59
00:20:10,516 --> 00:20:14,023
อันนี้

60
00:20:14,023 --> 00:20:18,023
เรียกว่า PH ก่อนเรียนนะ เดี๋ยวหลังเรียนนี่

61
00:20:20,028 --> 00:20:24,028
มันน่าจะดีขึ้นนะ มันน่าจะดีขึ้น เดี๋ยวจะให้แก้ตัวตอนหลังเรียนนะคะ หวังว่ามันจะดีขึ้นนะ

62
00:21:19,760 --> 00:21:22,979
พาณิภัคบ้างคะ

63
00:21:22,979 --> 00:21:26,979
มีใครสนิทบ้าง

64
00:21:27,448 --> 00:21:30,007
ใครเป็นเพื่อนเขาปกติที่เรียนอยู่ในชั้นนี้ค่ะ

65
00:21:30,007 --> 00:21:32,164
ไม่มีเลยเหรอ

66
00:21:32,164 --> 00:21:36,164
เดี๋ยวเรามาคุยกับครูหน่อยนะ

67
00:21:37,393 --> 00:21:40,590
แล้วเดี๋ยวเราจะได้ไปไปสื่อสารกับเพื่อน เพราะครูพยายามจะ

68
00:21:40,590 --> 00:21:43,946
สื่อสารกับเขาแล้ว เดี๋ยวมันจะมีผล ไม่ใช่อะไรหรอกต้องรีบแจ้ง

69
00:21:43,946 --> 00:21:47,946
ช่วงนี้ต้องรีบแจ้ง

70
00:22:01,857 --> 00:22:05,857
อย่าลืมนะ เดี๋ยวเราจะมี Post Test ด้วยนะคะ ก็จะเกี่ยวข้องกับ

71
00:22:07,400 --> 00:22:11,400
มีบรรยายเรานี่แหละ ถ้ามีเทปที่ตอบมาเดี๋ยวไม่มั่นใจนะคะ เราจะ

72
00:22:13,712 --> 00:22:17,560
สร้างความมั่นใจจากครูนี่แหละนะคะ คือการสอนค่ะ คุณครู

73
00:22:17,560 --> 00:22:21,560
คุณครูทุกคนอย่างไรก็ต้องมีสื่อการสอน ฉะนั้นบทนี้ค่ะ

74
00:22:22,688 --> 00:22:26,688
จะทำให้เรารู้จักสื่อการสอนต่าง ๆ มากมายเลยตั้งแต่พื้นฐานเลยนะ

75
00:22:28,732 --> 00:22:32,732
ยันไปถึงแบบแอนิเมะอะไรต่าง ๆ นอกโลกแบบยิ่งใหญ่อลังการเลยนะคะ

76
00:22:34,072 --> 00:22:38,072
เพราะว่าอะไร ทำไมเราถึงต้องรู้จักสื่อหลายประเภท ที่ครูอยากให้เราเขียนสื่อมาเยอะหลายประเภทนี่

77
00:22:39,757 --> 00:22:43,757
เพราะว่าตอนที่เราไปบรรจุค่ะ เราไม่รู้ว่าเราจะได้บรรจุโรงเรียนแบบไหน

78
00:22:44,148 --> 00:22:48,148
เราอาจจะได้บรรจุโรงเรียนที่ไม่มีอุปกรณ์อะไรเลย

79
00:22:49,696 --> 00:22:53,628
ก็ได้ หรือเราอาจจะไปบรรจุโรงเรียนที่ขนาดใหญ่ที่เขาพร้อมทุก ๆ อย่าง

80
00:22:53,628 --> 00:22:57,628
ฉะนั้น เราถึงต้องรู้จักสื่อ หลายคนบอกทำไมสื่อ

81
00:23:00,629 --> 00:23:03,211
เฉย ๆ แบบนี้อาจารย์ยังเอามาให้ดูอย่างนี้นะคะ แต่ความเป็นจริง เราอาจจะต้องไปอยู่โรงเรียนขนาดเล็ก

82
00:23:03,211 --> 00:23:05,156
จริง ๆ โรงเรียนขนาดเล็กในประเทศไทย ที่

83
00:23:05,156 --> 00:23:09,156
โอกาสที่เราจะไปอยู่โรงเรียนขนาดเล็ก

84
00:23:10,519 --> 00:23:12,466
เร็วกว่าโรงเรียนขนาดใหญ่อีกนะ โรงเรียนขนาดเล็กมันมี 80 เปอร์เซ็นต์น่ะ

85
00:23:12,466 --> 00:23:16,466
โรงเรียนขนาดใหญ่

86
00:23:18,458 --> 00:23:22,458
10 เปอร์เซ็นต์ ขนาดใหญ่พิเศษอีก 5 เปอร์เซ็นต์อย่างนี้ โรงเรียนอื่นอีก 5 เปอร์เซ็นต์ เอกชนเลยนี่

87
00:23:23,793 --> 00:23:27,633
ฉะนั้น สื่อการสอน เราก็จะต้องรู้จักหลากหลายประเภทนะคะ

88
00:23:27,633 --> 00:23:30,067
ก่อนอื่นมารู้จักความหมายก่อนค่ะ ดอกจัน 300 ดอก

89
00:23:30,067 --> 00:23:33,105
ถ้าขอสอบถาม

90
00:23:33,105 --> 00:23:35,253
ถามว่าการสอนคืออะไร

91
00:23:35,253 --> 00:23:36,669
คุณครูที่ผ่านภาค ก

92
00:23:36,669 --> 00:23:40,287
ภาค ข ไป

93
00:23:40,287 --> 00:23:44,287
คุณครูพอไปสัมภาษณ์ตอน ภาค ข ก็พึ่ง

94
00:23:46,024 --> 00:23:50,024
มันบอกไม่ได้น่ะว่ามันคืออะไรนะคะ ฉะนั้นนะคะ เราต้องบอกให้ได้นะ

95
00:23:51,605 --> 00:23:55,605
สื่อการสอนคือสิ่งต่าง ๆ ค่ะ ที่คุณครูนี่แหละใช้เป็นเครื่องมือ

96
00:23:57,753 --> 00:24:01,753
เป็นช่องทางนะคะ เป็นตัวกลางก็ได้ ที่ทำให้เนื้อหาของคุณครูน่ะค่ะ

97
00:24:03,279 --> 00:24:06,925
ส่งไปยังผู้เรียนนะคะ และทำให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้ตามจุด

98
00:24:06,925 --> 00:24:08,694
ประสงค์นะคะ อย่างเช่นวันนี้

99
00:24:08,694 --> 00:24:12,694
สื่อการสอนของครูคืออะไรคะ

100
00:24:14,269 --> 00:24:18,269
ครูเอาอะไรที่มันเป็นช่องทาง ที่ทำเนื้อหาไปยังผู้เรียน

101
00:24:23,872 --> 00:24:24,873
PowerPoint นะคะ PowerPoint  ใช่ไหมเนื้อหาของครูมันอยู่ตรงนี้นะคะ

102
00:24:24,873 --> 00:24:26,170
PowerPoint นะคะ

103
00:24:26,170 --> 00:24:30,170
และ

104
00:24:32,108 --> 00:24:33,589
วันนี้มันจะทำให้ประสิทธิภาพการเรียนรู้ของพวกเราได้ดีหรือเปล่ามันก็ขึ้นอยู่

105
00:24:33,589 --> 00:24:35,346
กับสื่อการเรียนรู้นี่แหละ

106
00:24:35,346 --> 00:24:38,430
แล้วก็ร่วมกับ

107
00:24:38,430 --> 00:24:42,430
ครูด้วยนะ ครูก็มีความรู้ให้พวกเราได้ด้วย

108
00:24:45,676 --> 00:24:49,676
ฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่ใช้เป็นเครื่องมือช่องทางหรือเป็นตัวกลาง ที่มันส่งไป

109
00:24:51,409 --> 00:24:55,409
ให้กับผู้เรียนนะคะ ส่งเนื้อหาความรู้ไปให้กับผู้เรียนนี่แหละนะคะ เราเรียกว่าสื่อนะคะ

110
00:24:58,099 --> 00:25:01,492
จากความหมายเมื่อกี้ ใบไม้เหล่านี้สามารถเป็นสื่อการสอนได้ไหม

111
00:25:01,492 --> 00:25:05,492
เป็นได้เพราะว่าอะไร

112
00:25:07,807 --> 00:25:08,976
ทำไมใบไม้ถึง... ใบไม้แค่นี้ เก็บใบไม้ข้างโรงเรียนนี่

113
00:25:08,976 --> 00:25:11,732
เป็นสื่อการสอนได้ไหม

114
00:25:11,732 --> 00:25:15,732
เป็นได้ไหม ได้เพราะว่า

115
00:25:27,178 --> 00:25:31,178
มาสาธิตให้ได้ ประยุกต์ให้ได้ อันนั้นแหละมันเรียกว่าอะไร

116
00:25:35,521 --> 00:25:39,521
เพราะว่ามันเป็นเครื่องมือ เป็นตัวกลางไงคะ ที่เอาเนื้อหาของคุณครูใช่ไหม

117
00:25:40,158 --> 00:25:44,158
เนื้อหาของคุณครูอย่างเช่น เขาน่าจะสอนเกี่ยวกับใบเลี้ยงเดี่ยว ใบเลี้ยงคู่

118
00:25:44,241 --> 00:25:47,212
เนื้อหาเขาคือคือใบเลี้ยงเดี่ยว ใบเลี้ยงคู่ เขาก็เลยเอา

119
00:25:47,212 --> 00:25:51,212
ใบไม้นี่ค่ะ มาเป็นตัวกลาง

120
00:25:52,501 --> 00:25:55,760
เป็นเครื่องมือที่ทำให้เนื้อหาของเขาน่ะส่งไปยังผู้เรียนได้

121
00:25:55,760 --> 00:25:59,760
ฉะนั้น ใบไม้เป็นสื่อการสอนได้นะคะ

122
00:26:01,944 --> 00:26:04,725
หรือขอยกตัวอย่างอันหนึ่งก็ได้

123
00:26:04,725 --> 00:26:07,427
สมมติว่าครูได้สอนภาษาอังกฤษ

124
00:26:07,427 --> 00:26:11,427
โรงเรียนขนาดเล็กมันต้องสอนได้ทุกวิชานะ

125
00:26:12,428 --> 00:26:16,428
สอนภาษาอังกฤษ แล้วครูใช้ร่างกายครูค่ะ

126
00:26:16,703 --> 00:26:19,754
สอนเรื่อง Body ครูจับที่

127
00:26:19,754 --> 00:26:21,968
ศีรษะ จับแขนจับขาอย่างนี้

128
00:26:21,968 --> 00:26:24,062
ถามว่าเป็นสื่อการสอนได้ไหม

129
00:26:24,062 --> 00:26:28,062
ได้ เพราะว่า

130
00:26:30,010 --> 00:26:34,010
เพราะว่า

131
00:26:36,522 --> 00:26:40,522
เป็นเครื่องมือเป็นตัวกลางนะ หรือเป็น

132
00:26:40,838 --> 00:26:44,838
ช่องทางที่มันสามารถส่งเนื้อหานี่ค่ะ เพราะว่าเนื้อหาเรื่องอะไร

133
00:26:46,004 --> 00:26:50,004
เรื่องร่างกายมนุษย์ใช่ไหมคะ เราก็สามารถใช้อะไรที่มันสามารถเป็นตัวกลาง

134
00:26:51,538 --> 00:26:55,087
ส่งเนื้อหาไปยังผู้เรียนได้นะคะ ฉะนั้นอะไรก็ได้นะ เห็นไหม

135
00:26:55,087 --> 00:26:59,087
เขาใช้คำว่าสิ่งต่าง ๆ ฉะนั้นอะไรก็ได้นะ

136
00:27:00,631 --> 00:27:01,601
ไม่จำเป็นต้องเป็นอุปกรณ์อะไรก็ได้ สังเกตไหม เราเขียนนี่ อุปกรณ์ล้วน ๆ เลยใช่ไหม

137
00:27:01,601 --> 00:27:04,031
แต่จริง ๆ

138
00:27:04,031 --> 00:27:08,031
น่ะ ขออะไรก็ได้ที่มันสามารถ

139
00:27:12,072 --> 00:27:16,072
ส่งเนื้อหาไปยังผู้เรียนได้นะคะ ฉะนั้น ไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ โรงเรียนที่ไม่มีอุปกรณ์ก็ตายเลยสิ ไม่มีสื่อการสอนเลย

140
00:27:18,129 --> 00:27:19,798
ไม่ใช่นะคะ ฉะนั้น คุณครูคุณครูที่เก่งจริงนะคะ คุณครูต้องสามารถหยิบอะไร

141
00:27:19,798 --> 00:27:23,798
มาเป็นสื่อการสอนได้

142
00:27:26,832 --> 00:27:29,461
จริง ๆ อันนี้เสริมให้นะ

143
00:27:29,461 --> 00:27:33,461
สื่อพวกนี้ มันเป็นของจริงนะ

144
00:27:34,617 --> 00:27:35,656
ของจริงน่ะค่ะ ดีที่สุดนะ การที่สมมติว่าหลายคนนี่

145
00:27:35,656 --> 00:27:39,656
อันนี้

146
00:27:41,063 --> 00:27:43,185
หลายคนจะชอบเอาภาพมาค่ะ เป็นภาพอย่างนี้ คิดว่าภาพมันดีกว่าของจริง

147
00:27:43,185 --> 00:27:47,185
ของจริงน่ะ ของจริงมันดีกว่า

148
00:27:49,024 --> 00:27:51,074
อย่างไร มันได้สัมผัส มันได้เห็นของจริง อ๋อ ใบไม้จริง ๆ มันเป็นแบบนี้ ขนาดมันเป็นแบบนี้

149
00:27:51,074 --> 00:27:55,074
ถ้าสมมติเป็นรูปภาพน่ะค่ะ

150
00:27:55,339 --> 00:27:56,379
การที่เขาใช้รูปภาพน่ะเพราะว่ามันไม่มีของจริง

151
00:27:56,379 --> 00:27:59,707
เขาเลยต้องใช้

152
00:27:59,707 --> 00:28:00,525
สื่ออย่างอื่นที่มาแทน แต่ถ้าเราใช้ของจริงได้น

153
00:28:00,525 --> 00:28:03,504
่ะ ยิ่งดีเลย

154
00:28:03,504 --> 00:28:07,465
อย่างเช่นอะไรอีกล่ะที่ของจริง

155
00:28:07,465 --> 00:28:11,465
พูด Scale ใหญ่ ๆ เช่นปราสาทหินพิมาย

156
00:28:13,606 --> 00:28:17,606
พาเด็กไปดูของจริงน่พ มันจะเห็นความอลังการไหม เนื้อสัมผัสจริง ๆ มันเป็นแบบนี้

157
00:28:22,551 --> 00:28:26,551
แต่ถ้าเราไม่มีโอกาสหรือบางครั้งเราพาเด็กไปไม่ได้เด็กเรียนอยู่เชียงใหม่ เรียนเรื่องปราสาทหินพิมาย มันก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะมาพิมาย นึกออกไหม

158
00:28:28,962 --> 00:28:32,962
ฉะนั้น มันก็เลยต้องใช้สื่อเป็นภาพหรือสื่อประกอบอื่น ๆ ที่เป็นตัวแทนของจริง

159
00:28:34,033 --> 00:28:38,033
อย่างนั้นของจริงเราเอามาใช้ได้นะ ยิ่งดีนะคะ

160
00:28:40,301 --> 00:28:43,862
ดังนั้น เขาเลยแบ่งนะคะ เขาได้แบ่งสื่อนะคะ มีใครตอบถูกไหม

161
00:28:43,862 --> 00:28:47,624
สื่อเป็นประเภทนะคะ 6 ประเภทด้วยกัน

162
00:28:47,624 --> 00:28:51,624
เมื่อก่อนไม่มี

163
00:28:53,897 --> 00:28:56,737
อ่านแล้วแหละ ไม่มีจริงแหละ ฉะนั้น เดี๋ยวรอบแก้ตัวนะคะ Post Test

164
00:28:56,737 --> 00:28:59,282
มันต้องดีขึ้น มันต้องดีขึ้นนะคะ

165
00:28:59,282 --> 00:29:01,864
เขาเล่นแบ่งออกเป็น 6

166
00:29:01,864 --> 00:29:04,342
ลักษณะ ตอนสมัยเรียนครูมี 5

167
00:29:04,342 --> 00:29:08,342
รุ่นเรามี 6 นะคะ

168
00:29:08,492 --> 00:29:09,468
ครูเรียน ป.ตรี ประมาณ 20 ปีที่แล้วมี 5 รุ่นเรามี 6

169
00:29:09,468 --> 00:29:13,468
เพราะว่า

170
00:29:14,910 --> 00:29:17,337
เทคโนโลยีมันก้าวล้ำ เดี๋ยวพอระบบที่ 6 นี่ จะเห็นความก้าวล้ำที่ต

171
00:29:17,337 --> 00:29:21,337
่างแตก มาดู

172
00:29:24,086 --> 00:29:28,086
ลักษณะแรกประเภทแรกนะคะ แบ่งตามหลักการสื่อสาร อันนี้ครูชอบใช้นะคะ

173
00:29:31,644 --> 00:29:34,723
เราแบ่งตามหลักการสื่อสาร แบ่งได้เป็น 2 ลักษณะด้วยกัน

174
00:29:34,723 --> 00:29:36,697
ลักษณะแรกเขาเรียก "แบบประสานจังหวะ

175
00:29:36,697 --> 00:29:40,697
" สื่อสารแบบประสานจังหวะ

176
00:29:42,813 --> 00:29:46,813
แบบที่ 2 คือสื่อสารแบบไม่ประสานจังหวะ มาดูที่ประสานจังหวะนะคะ

177
00:29:48,717 --> 00:29:52,717
ประสานจังหวะคืออะไร คือเวลาที่เราจะใช้สื่อนี้ค่ะ

178
00:29:54,053 --> 00:29:58,053
ครูกับผู้เรียนจังหวะต้องตรงกัน เขาเรียกประสานจังหวะ

179
00:29:59,503 --> 00:30:02,340
อะไรบ้าง จังหวะต้องตรงกัน ผู้เรียนกับผู้สอน จังหวะต้องตรงกันถึงจะใช้สื่อนั้นได้

180
00:30:02,340 --> 00:30:04,107
มาก่อนก็ไม่ได้นะ

181
00:30:04,107 --> 00:30:05,575
อะไรนะ

182
00:30:05,575 --> 00:30:09,575
ประชุมอะไร

183
00:30:12,403 --> 00:30:16,403
ถ้าใช้ Meet Zoom เรามาก่อนสมมุตินัดเรา 9 โมงเรามาก่อน

184
00:30:18,796 --> 00:30:20,131
เราก็ไม่สามารถเข้าห้องได้ คุณครูก็ยังไม่สามารถสื่อสารกับเราได้ก็ยังไม่เปิดห้องอย่างนี้นะคะ

185
00:30:20,131 --> 00:30:22,500

186
00:30:22,500 --> 00:30:26,500
Zoom Meet อะไรอีกอะไรพวกนี้นะคะ

187
00:30:28,156 --> 00:30:31,002
ที่ต้องครูกับผู้เรียนต้องพร้อมกัน โทรศัพท์อย่างนี้ด้วยนะคะ

188
00:30:31,002 --> 00:30:32,427
LI

189
00:30:32,427 --> 00:30:34,944
NE บางครั้ง

190
00:30:34,944 --> 00:30:38,406
ก็ได้ ใช่ไหม LI

191
00:30:38,406 --> 00:30:40,852
NE LINE ในจังหวะที่ผู้สอนกับผู้เรียนตรงกันนะ

192
00:30:40,852 --> 00:30:44,852
LINE ในจังหวะที่ผู้เรียนกับผู้สอนตรงกัน

193
00:30:45,756 --> 00:30:49,756
ส่วนแบบไม่ประสานจังหวะ

194
00:30:50,636 --> 00:30:53,644
ผู้เรียนไปเรียนด้วยตัวของเขาเองได้เลย ไม่ต้องรอคุณครูนะคะ

195
00:30:53,644 --> 00:30:55,177
ผู้เรียนไปเรียนได้เลย อย่างเช่นอะไรบ้าง ไม่ต้องรอครู

196
00:30:55,177 --> 00:30:59,177
อะไรนะคะ

197
00:31:01,695 --> 00:31:05,695
Classroom นะคะ Classroom อย่างนี้นะคะ เราไม่ต้องรอครูหรือหนัง

198
00:31:06,858 --> 00:31:08,753
อะไรที่ไม่ต้องรอคุณครู เราเรียนด้วยตัวของเราเองได้เลย

199
00:31:08,753 --> 00:31:12,753
เรียกแบบไม่ประสานจังหวะ

200
00:31:16,837 --> 00:31:19,077
โอเคนะ เว็บบอร์ดรู้จักไหมคล้าย ๆ กระทู้พันทิป เว็บบอร์ด

201
00:31:19,077 --> 00:31:23,077
นี่ เป็นประสานจังหวะหรือไม่ประสานจังหวะ

202
00:31:25,984 --> 00:31:29,984
ไม่ประสานจังหวะ เราพิมพ์ไปได้เลย เราเขียนไปได้เลยไม่ต้องรอจังหวะ

203
00:31:30,640 --> 00:31:34,640
ส่วน Chat ค่ะ Chat คือการสนทนา

204
00:31:35,553 --> 00:31:36,794
Chat คือการสนทนาเป็นภาษาจังหวะหรือไม่ประสานจังหวะ

205
00:31:36,794 --> 00:31:40,794
สนทนา

206
00:31:41,043 --> 00:31:45,043
เป็นอะไร เป็นอะไรล่ะ

207
00:31:46,749 --> 00:31:50,749
เป็นประสานจังหวะนะคะ เป็นประสานจังหวะนะคะ เพราะว่า

208
00:31:50,979 --> 00:31:54,979
Chat ต้องพูดคุยไง Chat ต้องพูดคุย ฉะนั้น เป็นประสานจังหวะ

209
00:31:55,942 --> 00:31:57,830
ประชุมผ่านเครือข่าย Meet พวกนี้นะคะ

210
00:31:57,830 --> 00:32:01,830
Zoom พรุ่งนี้นะคะ

211
00:32:03,242 --> 00:32:07,242
เป็นประสานจังหวะ สื่อสิ่งพิมพ์เป็นไม่ประสาน เราเรียนด้วยตัวของเราเองได้เลย

212
00:32:11,725 --> 00:32:14,155
แล้ว Facebook LINE ล่ะ

213
00:32:14,155 --> 00:32:18,155
เป็นอะไร

214
00:32:19,028 --> 00:32:22,932
Facebook LINE ล่ะ

215
00:32:22,932 --> 00:32:26,932
เป็นอย่างไรดี

216
00:32:40,043 --> 00:32:44,043
เป็นได้ทั้ง 2 สื่อสมัยใหม่พวกนี้ค่ะ LINE บางครั้งถ้าสมมติว่าครู

217
00:32:45,184 --> 00:32:48,478
ติดสอนอย่างนี้เราพิมพ์มาแล้วครูไม่ได้ตอบเราทันที LINE นะ ตอนนั้นจะเป็น

218
00:32:48,478 --> 00:32:52,478
ไม่ประสานจังหวะ เพราะไม่สามารถพิมพ์ทิ้งไว้ได้ไงคะ

219
00:32:53,949 --> 00:32:56,068
ส่วน LINE บางครั้ง ถ้าเวลาเราตรงกันกับครู คือสื่อสารเป็นสนทนากันเลยน

220
00:32:56,068 --> 00:33:00,068
่ะ ไม่ชัดเลยค่ะ พูดคุยกันเลยค่ะ

221
00:33:02,051 --> 00:33:06,051
อันนั้นเป็นประสานจังหวะ ฉะนั้นสื่อใหม่ ๆ หาพวก Social Media สามารถ

222
00:33:06,767 --> 00:33:09,835
ได้ทั้ง 2 นะคะ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์นั้น ๆ ว่ามันทำได้หรือเปล่า

223
00:33:09,835 --> 00:33:11,880
นะคะ ว่ามันเป็นแบบไหน เป็นจังหวะไหน

224
00:33:11,880 --> 00:33:15,880
สื่อใหม่ ๆ นะ

225
00:33:19,825 --> 00:33:23,825
ประเภทที่ 2 วันนี้เรามี 6 ประเภทด้วยกันนะ ประเภทที่ 2 นะคะ

226
00:33:27,251 --> 00:33:30,009
จัดลำดับตามประสบการณ์ อันนี้คุณครู... อันนี้คุณครูที่ผ่านครูผู้ช่วย จะต้องเรีรู้

227
00:33:30,009 --> 00:33:34,009
ลำดับประสบการณ์ในการเรียนรู้นะคะ

228
00:33:36,899 --> 00:33:39,441
ค่ะ  คนที่คิดคนที่คิดเขาก็ดีนะคะ

229
00:33:39,441 --> 00:33:42,020
เขาเป็นเจ้าพ่อทางด้านสื่อและนะคะ

230
00:33:42,020 --> 00:33:46,020
เขาเอาสื่อมาทำแบบนี้ค่ะ

231
00:33:48,707 --> 00:33:52,707
สื่อแต่ละประเภทเขาเอามาแยก เขาเอามาแยกกัน แล้วทดลองให้เด็กเรียน

232
00:33:54,540 --> 00:33:58,482
หลังจากที่ให้เด็กเรียนแล้วผ่านไป 2 อาทิตย์ ผู้เรียนจดจำได้มากแค่ไหน

233
00:33:58,482 --> 00:34:02,482
นะคะ หลังจากผ่านไป 2 อาทิตย์แล้ว ผู้เรียนจดจำได้มากแค่ไหน

234
00:34:03,820 --> 00:34:07,820
ปรากฏว่าเรียนจากตำรา ฟังบรรยายนี่ จดจำได้ 30

235
00:34:08,310 --> 00:34:12,310
เปอร์เซ็นต์ ผ่านมาดู

236
00:34:14,043 --> 00:34:17,403
ดูวิดีโอดูนิทรรศการ ดูและภาพฟังไปด้วยนี่นะคะ

237
00:34:17,403 --> 00:34:21,403
จัดมาอีก

238
00:34:21,603 --> 00:34:25,603
ผู้เรียนได้เริ่มมี

239
00:34:27,846 --> 00:34:29,779
... เริ่มมีปฏิสัมพันธ์ เริ่มลงมือทำและในบทบาทสมมุติ

240
00:34:29,779 --> 00:34:33,779
สถานการณ์เหมือนจริง

241
00:34:38,008 --> 00:34:40,097
เปอร์เซ็นต์มากขึ้น 70 เปอร์เซ็นต์แล้วนะคะ และที่ดีที่สุดค่ะ ดอกจันไป 300 ดอกค่ะ

242
00:34:40,097 --> 00:34:44,097
ชอบออกข้อสอบ รวมถึงครูผู้ช่วยด้วยนะ

243
00:34:44,206 --> 00:34:47,917
การที่เราให้ผู้เรียนปฏิบัติในสถานการณ์จริงน่ะค่ะ

244
00:34:47,917 --> 00:34:50,199
มันทำให้เขาจดจำได้ถึงร้อยละ 90 เปอร์เซ็นต์

245
00:34:50,199 --> 00:34:54,199
ร้อยละ 90 เปอร์เซ็นต์

246
00:34:55,682 --> 00:34:57,637
เยอะนะ ร้อยละ 90 เปอร์เซ็นต์นี่นะคะ ผ่านไป 2 อาทิตย์เหลือร้อยละ 90 เปอร์เซ็นต์

247
00:34:57,637 --> 00:35:01,637
ฉะนั้น

248
00:35:02,422 --> 00:35:06,009
พวกอ่านตำราพวกฟังบรรยายเฉย ๆ นี่

249
00:35:06,009 --> 00:35:07,175
มันจะเห็นเป็นนามธรรมน่ะค่ะ มันไม่ได้เห็นเป็นรูปธรรม

250
00:35:07,175 --> 00:35:11,175
น่ะค่ะ ส่วน

251
00:35:12,695 --> 00:35:16,695
ให้เราให้เขาปฏิบัติในสถานการณ์จริงน่ะค่ะ มันจะทำให้เขาเห็นเป็นรูปธรรมมากที่สุด

252
00:35:16,945 --> 00:35:20,526
ยกตัวอย่างเช่น ทุกคนขับรถเป็นใช่ไหม

253
00:35:20,526 --> 00:35:21,599
มอเตอร์ไซค์ก็ไม่เป็นเหรอ

254
00:35:21,599 --> 00:35:25,599
จริงเหรอ

255
00:35:27,774 --> 00:35:31,279
อ๋อค่ะ ค่ะ โอเค ๆ นึกภาพตามแล้วกันนะคะ

256
00:35:31,279 --> 00:35:35,279
มอเตอร์ไซค์หรืออะไรอย่างนี้ สมมุติว่า

257
00:35:35,317 --> 00:35:38,171
ถ้าเราอ่านจากตำรา อ่านจากตำราก็เท่ากับอ่านคู่มือนะ

258
00:35:38,171 --> 00:35:42,171
เขาให้คู่มือมาคู่มือขับรถนี่

259
00:35:43,410 --> 00:35:45,569
จะมีเล่มคู่มือนี่ สมมติอ่านจำได้ทุกวัน อาจจะคู่มือนี่

260
00:35:45,569 --> 00:35:49,569
ตื่นเช้ามาเราว่าเราขับรถได้ไหม

261
00:35:52,179 --> 00:35:56,179
เห็นไหมคะ ฉะนั้น

262
00:35:57,078 --> 00:36:00,691
อ่านจากตำรามันไม่มีทาง แป๊บเดียวเราก็ลืมแล้ว แต่

263
00:36:00,691 --> 00:36:04,691
การที่เราขับรถได้ มันต้องเริ่มมาจากที่เรา

264
00:36:07,887 --> 00:36:11,887
ทดลองขับก่อนใช่ไหม ไปทดลองขับในสนามฟุตบอลโรงเรียนได้ไหม หรือ

265
00:36:14,466 --> 00:36:16,897
ไปทดลองตามสนามซ้อม อันนี้เราก็เริ่มขับรถได้แล้ว ใช่ไหม เริ่มขับรถได้ละประมาณ

266
00:36:16,897 --> 00:36:20,897
70 เปอร์เซ้นต์ แล้วขับได้ละ

267
00:36:23,469 --> 00:36:27,469
สถานการณ์จำลองค่ะ ในโรงเรียนหรือว่าโรงเรียนขับรถนะคะ

268
00:36:28,227 --> 00:36:31,263
มันก็ไม่เท่ากับเราออกถนนใหญ่จริง ๆ ใช่ไหมคะ เพราะออกถนนใหญ่มันมีอะไร

269
00:36:31,263 --> 00:36:35,263
มีคนบีบแตรเรา มันมีคนมา

270
00:36:36,895 --> 00:36:39,162
เบียดเราสารพัดเลยใช่ไหมคะ สถานการณ์จริงจะทำให้เราขับรถได้

271
00:36:39,162 --> 00:36:41,477

272
00:36:41,477 --> 00:36:45,477
จริง ๆ ทีนี้สมมติว่า

273
00:36:48,043 --> 00:36:49,816
เราพอเราขับรถไปแล้วนะ เราขับรถเป็นแล้ว รถเราเกิดเสีย รถเราเกิด

274
00:36:49,816 --> 00:36:53,494
ซ่อมประมาณเดือนหนึ่ง

275
00:36:53,494 --> 00:36:57,494
พอผ่านเดือนหนึ่ง เราว่าเรากลับมาขับรถได้ไหม

276
00:36:59,610 --> 00:37:03,610
เดือนหนึ่งนะ พอรถเอารถเอารถเสร็จ พอรถเราเสียเราขับรถไปหมดแล้วนะ

277
00:37:04,443 --> 00:37:05,513
เราต้อง เรากลับบ้านหรือเราไม่ได้ขับรถไป 1 เดือน แล้วกลับมาขับรถได้ไหม

278
00:37:05,513 --> 00:37:09,513
ได้

279
00:37:10,336 --> 00:37:12,366
เห็นไหมคะ ฉะนั้น การที่เราปฏิบัติในสถานการณ์จริง

280
00:37:12,366 --> 00:37:13,636
น่ะ มันทำให้เราจดจำได้

281
00:37:13,636 --> 00:37:17,636
90

282
00:37:17,968 --> 00:37:21,968
เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้น เราไม่ว่าเราจะพอเราลงมือปฏิบัติจนเราทำได้แล้วน่ะค่ะ

283
00:37:22,298 --> 00:37:26,298
มันโอกาสมันจะจดจำได้ มันจะมากกว่า

284
00:37:26,805 --> 00:37:28,172
กลับกัน ถ้าเราอ่านแค่คู่มือตำราค่ะ ผ่านไป

285
00:37:28,172 --> 00:37:31,910
2 อาทิตย์

286
00:37:31,910 --> 00:37:35,910
ลืมแล้วนะคะ เหลือแค่ 30 เปอร์เซ็นต์ ทีนี้ค่ะ

287
00:37:36,611 --> 00:37:40,611
เด็กเด็กนักเรียนของเราเรียนเป็นเทอมนะ

288
00:37:41,927 --> 00:37:43,294
ฉะนั้นเราว่าโอกาสที่หลังจากพอเขาไปสอบปลายภาค เขาจะเหลือกี่เปอร์เซ็นต์ อันนี้เขาทดลอง

289
00:37:43,294 --> 00:37:44,686
แค่ 2 อาทิตย์นะ

290
00:37:44,686 --> 00:37:45,997
ยังลดเหลือแค่

291
00:37:45,997 --> 00:37:47,611
นี้ ถ้าเป็น

292
00:37:47,611 --> 00:37:49,524
เทอม เป็นปี

293
00:37:49,524 --> 00:37:53,524
ความจดจำเด็กจะเหลือเท่าไร

294
00:37:56,388 --> 00:38:00,388
นั่นแหละ ฉะนั้น เขาถึงให้ผู้เรียนต้องลงมือปฏิบัติในสถานการณ์

295
00:38:01,836 --> 00:38:05,323
จริง เขาถึงจะจดจำได้ดีที่สุดนะคะ แต่มันก็ไม่สามารถทำได้ทุกวิชาหรอกนะ

296
00:38:05,323 --> 00:38:09,323
อันนี้ต้องเข้าใจงบประมาณ หรือว่าสถานการณ์ด้วยนะ

297
00:38:11,793 --> 00:38:15,793
อย่างน้อยให้เขาได้ลงมือทำบ้างนะคะ อย่างน้อยนี่  50 เปอร์เซ็นต์  ลงมานี่

298
00:38:16,167 --> 00:38:20,167
พวกให้ดูให้ทำให้ปฏิบัติ

299
00:38:21,860 --> 00:38:25,860
ไปทำกิจกรรมอะไรอย่างนี้นะ มันทำให้ผู้เรียนได้ 50 เปอร์เซ็นต์  เนาะ 70% สถานการณ์บทบาท

300
00:38:26,958 --> 00:38:30,958
ปฏิบัติเสมือนจริงอย่างนี้นะคะ แต่บางวิชาที่พวกปฏิบัตินะคะ

301
00:38:33,525 --> 00:38:37,525
ก็ถ้าทำได้ก็ยิ่งดีนะคะ พวกปฏิบัติ พวกทดลองวิทยาศาสตร์อะไรอย่างนี้ หรือ

302
00:38:38,564 --> 00:38:42,564
ถ้าในหลักสูตรครุศาสตร์อย่างนี้ เราก็ไปฝึก

303
00:38:44,817 --> 00:38:48,817
ฝึกสอนจริง ๆ อย่างนี้นะคะ ก็จะทำให้ผู้เรียนได้เห็นสถานการณ์จริง ๆ ว่าการไปสอนจริง

304
00:38:50,165 --> 00:38:53,202
เป็นอย่างไร ตอนที่ครูบอกเราน่ะ เรายังนึกไม่ออกหรอก แต่เราจะไปนึกออกตอนที่เราไปฝึก

305
00:38:53,202 --> 00:38:54,799
จริง ๆ มันเป็นสถานการณ์แบบนี้นะคะ

306
00:38:54,799 --> 00:38:58,799
ฉะนั้น

307
00:39:00,352 --> 00:39:04,352
ปฏิบัติในสถานการณ์จริง ทำให้เห็นเป็นรูปธรรมมากที่สุดนะคะ เห็นเป็นรูปธรรมมากที่สุด

308
00:39:07,012 --> 00:39:11,012
ะคะ ประเภทที่ 3 แล้วนะ ประเภทที่ 3 แล้วนะคะ

309
00:39:12,170 --> 00:39:16,170
จำแนกตามทรัพยากรการเรียนรู้ จำแนกตามทรัพยาการการเรียนรู้นะะค

310
00:39:18,848 --> 00:39:22,848
อันนี้หลายคนน่าจะคุ้นเคย หลักสูตรเท่ากับหลักสูตร ม. ปลาย อันนี้

311
00:39:25,138 --> 00:39:27,798
บุคคล วัสดุ อาคาร สถานที่ เครื่องมือ กิจกรรมนะคะ  เราถือว่าเป็นทรัพย

312
00:39:27,798 --> 00:39:30,275
ากรการเรียนรู้ได้หมดเลยนะคะ

313
00:39:30,275 --> 00:39:32,986
บุคคลอย่างที่บอก

314
00:39:32,986 --> 00:39:36,986
บุคคลสามารถเป็นสื่อการสอนได้นะ

315
00:39:38,960 --> 00:39:42,204
ฉะนั้นอะไรก็ตามที่เป็นช่องทาง เป็นตัวกลางให้ความรู้กับผู้เรียนได้

316
00:39:42,204 --> 00:39:45,340
นี่ เราเรียกว่า "สื่อการสอน" หมดเลยนะคะ

317
00:39:45,340 --> 00:39:49,340
บุคคลเป็นสื่อการสอนได้นะคะ อย่างเช่น

318
00:39:52,568 --> 00:39:56,568
บางวิชาค่ะ เราไม่ได้มีความรู้ในด้านนั้น เราสามารถไปเชิญคนที่มีความรู้ด้านนั้น มาให้

319
00:39:57,553 --> 00:40:00,280
ความรู้ได้ ที่เห็นบ่อย ๆ นี่น่าจะเป็นมันจะมี

320
00:40:00,280 --> 00:40:04,280
เรื่องของโรงเรียนปลอดภัยน่ะค่ะ

321
00:40:06,302 --> 00:40:10,302
คุณครูก็ไม่ได้จบคุณครูก็จบภาษาไทย คณิตศาสตร์ปกติน่ะค่ะ แต่ว่านโยบาย

322
00:40:13,771 --> 00:40:16,742
ให้มาทำโรงเรียนปลอดภัย โรงเรียนปลอดภัยก็ข้ามถนนปลอดภัย รู้กฎจราจรอะไรอย่างนี้นะคะ เราก็ไม่ได้แม่น

323
00:40:16,742 --> 00:40:20,742
ความรู้ขนาดนั้น คุณครูหลายโรงเรียนนะคะ

324
00:40:22,161 --> 00:40:24,915
ก็จะไปเชิญตำรวจมาให้ความรู้ด้านนี้นะคะ ที่เขาจะมีความรู้ หรือ

325
00:40:24,915 --> 00:40:28,161
บางครั้งการเกษตรอย่างนี้ ถ้าถามครู

326
00:40:28,161 --> 00:40:32,161
ถึงแม้ครูเป็นด็อกเตอร์นะ แต่ความรู้ด้านเกษตร

327
00:40:33,842 --> 00:40:37,842
ครูสู้กับชาวสวนที่เขามีความรู้อย่างนี้ไม่ได้ ฉะนั้นเราสามารถ

328
00:40:39,836 --> 00:40:43,836
เชิญคนที่มีความรู้ด้านนั้น ๆ นะคะ ที่เขามีความรู้จริง ๆ มันมาให้ความรู้ผู้แทนเราได้ด้วย

329
00:40:47,413 --> 00:40:48,384
วัสดุอุปกรณ์นะคะ พวกนี้ก็ถือว่าเป็นสื่อการสอนนะคะ พวก CD พวก

330
00:40:48,384 --> 00:40:49,068
นี้

331
00:40:49,068 --> 00:40:51,067
นะคะ

332
00:40:51,067 --> 00:40:55,067
อยู่ประเภทวัสดุ

333
00:40:57,077 --> 00:41:01,077
อาคารสถานที่นะคะ นี้ก็เป็นสื่อการสอนได้นะคะ พวก

334
00:41:02,613 --> 00:41:06,613
พวกสถานสถานที่จริง ๆ พวกนี้นะคะ สามารถเป็นสื่อการสอนได้นะคะ

335
00:41:07,992 --> 00:41:11,992
เครื่องมืออุปกรณ์ เป็นสื่อการสอนได้นะคะ

336
00:41:14,718 --> 00:41:17,842
กิจกรรมต่าง ๆ ก็เป็นสื่อการสอนได้นะคะ เข้าค่ายลูกเสืออบรมต่าง ๆ

337
00:41:17,842 --> 00:41:21,710
เพราะว่ากิจกรรมพวกนี้ มันสอดแทรกเนื้อหาไง

338
00:41:21,710 --> 00:41:25,710
มันใช้กิจกรรมในการสอดแทรกเนื้อหาเข้าไปนะคะ

339
00:41:27,507 --> 00:41:29,498
ประเภทที่ 4 แล้วนะคะ ประเภทที่ 4

340
00:41:29,498 --> 00:41:33,498
แล้วนะคะ ประเภทนี้

341
00:41:35,933 --> 00:41:39,933
ประเภทนี้ครูใช้บ่อยเหมือนกันนะคะ ตามลักษณะของการรับรู้ของมนุษย์รับรู้ผ่าน

342
00:41:42,414 --> 00:41:44,370
ประสาทสัมผัสนั้นเ ราเคยคุยกันไปแล้วตอนต้นเทอมนี่นะคะ ประสาทสัมผัสทั้ง 5 นะคะ

343
00:41:44,370 --> 00:41:46,853
มีตาหู

344
00:41:46,853 --> 00:41:48,971
มีตามอง

345
00:41:48,971 --> 00:41:52,971
หูฟังใช่ไหมคะ

346
00:41:53,174 --> 00:41:57,174
ลิ้มรสดมกลิ่น สัมผัสมากที่สุดคืออะไรคะ

347
00:42:01,675 --> 00:42:02,377
การมองเห็นนะคะ การมองเห็น 83 เปอร์เซ็นต์เลยนะ คะ williams ให้ 83

348
00:42:02,377 --> 00:42:06,377
เปอร์เซ็นต์เลย

349
00:42:07,273 --> 00:42:11,273
ส่วนอื่่นอีก 10 เปอร์เซ็นต์นะคะ ส่วนอื่น ๆ อีกนิดเดียวเองนะคะ อื่น ๆ

350
00:42:12,502 --> 00:42:14,604
อื่น ๆ นิดเดียวนะคะ เวลาที่ทำสื่อ พอเขาเห็นแบบนี้ค่ะ

351
00:42:14,604 --> 00:42:18,604
เปอร์เซ็นต์การรับรู้ของมนุษย์

352
00:42:20,763 --> 00:42:24,150
มองและฟังมากที่สุด ฉะนั้น สื่อที่ทำให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้ดี

353
00:42:24,150 --> 00:42:26,459
ที่สุด ก็จะต้องทำให้เขามองเห็นให้ได้

354
00:42:26,459 --> 00:42:30,459
และได้ยินเสียงให้ได้

355
00:42:32,118 --> 00:42:36,118
ส่วนอันอื่น ๆ น่ะ ถ้าทำได้ก็ยิ่งดีนะ แต่ถามว่างบประมาณคุ้มไหม มันไม่คุ้ม

356
00:42:37,562 --> 00:42:41,562
มันนิดเดียวไงนะคะ แต่ทำได้นี่ มันจะดีแต่ว่าถ้าเทียบ

357
00:42:43,462 --> 00:42:44,338
กับเปอร์เซ็นต์ การรับรู้ของผู้เรียน ในการที่ทำให้มองเห็นและฟังนะมันจะทำให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้ดี

358
00:42:44,338 --> 00:42:48,338
มากที่สุ

359
00:42:49,868 --> 00:42:53,868
ดนะคะ ทีนี้เขาเลยเอาเนื่องจาก

360
00:42:55,967 --> 00:42:57,069
ดูและฟังมันเปอร์เซ็นต์มากที่สุดใช่ไหม เขาเลยเอามาทำเป็นสื่อนะคะ สื่อเมื่อก่อนมันจะแยกกันค่ะ

361
00:42:57,069 --> 00:42:58,418
สื่อโสตทัศน์

362
00:42:58,418 --> 00:43:02,339

363
00:43:02,339 --> 00:43:06,339
ไม่มีแฟน ไม่ใช่ โสตคือ

364
00:43:07,849 --> 00:43:10,393
การฟัง การได้ยิน ส่วนทัศ ทัศนะนะคะ

365
00:43:10,393 --> 00:43:13,093
คือการมองเห็นนี่แหละ

366
00:43:13,093 --> 00:43:17,019
มันจะไล่มาแบบนี้นะ

367
00:43:17,019 --> 00:43:18,790
ได้เป็นสื่อ เป็นสื่อที่มองเห็น

368
00:43:18,790 --> 00:43:20,099
เป็นเสียงใช่ไหมคะ

369
00:43:20,099 --> 00:43:24,099
จ

370
00:43:25,415 --> 00:43:29,415
ากนั้น ทำไมเราต้องมาแยกกันด้วยน่ะ สื่อที่มองเห็นกับสื่อที่ฟังเสียง

371
00:43:29,739 --> 00:43:33,739
ทำไมต้องมาแยกกันด้วย เขาเลยเอาสื่อที่มองเห็นและฟังเสียง

372
00:43:34,886 --> 00:43:38,886
นี่มาผสมกัน เรียก "สื่อผสม" นะคะ

373
00:43:38,913 --> 00:43:42,913
มนุษย์นี่มันก็ไม่เพียงพอ

374
00:43:45,942 --> 00:43:47,431
มันไม่มีปฏิสัมพันธ์เลยน่ะ สื่อดูไปเฉย ๆ มันแห้ง ๆ นะคะ

375
00:43:47,431 --> 00:43:51,431
มาทำให้มันมี

376
00:43:53,634 --> 00:43:57,634
ปฏิสัมพันธ์นะคะ ฉะนั้น Level มันเรียงลงมาเรื่อย ๆ นะ นะคะ ขึ้นแน่นอนแหละคือแรก ๆ

377
00:43:59,948 --> 00:44:03,436
มันอาจจะดูธรรมดา แต่มันมันยิ่งใหญ่ เมื่อก่อนนะ ไม่ออกมา เมื่อก่อนมันเป็นสิ่งยิ่งใหญ่ที่นะ

378
00:44:03,436 --> 00:44:04,902
มนุษย์ก็ต้องการมากขึ้น ก็เอามันมาผสมกัน

379
00:44:04,902 --> 00:44:06,590
หลังจากนั้นก็แบบ

380
00:44:06,590 --> 00:44:10,590
มันแห้ง ๆ ไป

381
00:44:11,989 --> 00:44:14,016
น่ะ น่าจะมีปฏิสัมพันธ์ร่วม... สื่อสารกันได้หน่อย มีปฏิสัมพันธ์โต้ตอบกัน

382
00:44:14,016 --> 00:44:16,903
ผู้เรียนผู้ใช้ได้บ้าง

383
00:44:16,903 --> 00:44:20,021
นะคะ มาดูทีละอันกัน

384
00:44:20,021 --> 00:44:24,021
สื่อไม่ใช้เครื่องฉายนะคะ พวกสื่อ พวกสื่อ

385
00:44:26,177 --> 00:44:28,104
มองเห็น สื่อโสตทัศน์นี่ ไม่ใช้เครื่องฉาย คือเรามองเห็นได้เลยนะคะ เป็นสื่อพื้นฐานทั่วไปนี่แหละ

386
00:44:28,104 --> 00:44:32,104
ใช้งานได้เลย

387
00:44:34,576 --> 00:44:36,265
ไม่ต้องมีอุปกรณ์อะไรนะคะ อันนี้เราสามารถมองเห็นได้เลย พวกลูกโลกแผน

388
00:44:36,265 --> 00:44:40,265
ที่อะไรพวกนี้

389
00:44:40,479 --> 00:44:44,479
หรือบอร์ดหรือครูสาธิตให้ผู้เรียนเห็นอย่างนี้นะคะ

390
00:44:46,108 --> 00:44:50,108
ส่วนสื่อใช้เครื่องฉายนะคะ ก็ใช้พวกอุปกรณ์ต่าง ๆ

391
00:44:51,748 --> 00:44:55,748
นะคะ ก็จะมีวิธีการใช้นิดหนึ

392
00:44:57,986 --> 00:45:00,786
่ง สื่อเสียงนะคะ สื่อเสียงก็รับรู้ทางการได้ยินนะคะ

393
00:45:00,786 --> 00:45:02,021
เดี๋ยวนี้โรงเรียนยังมีห้อง

394
00:45:02,021 --> 00:45:06,021
โสตไหม

395
00:45:07,503 --> 00:45:11,503
เป็นเป็นห้องแบบห้องแล็บ ไว้ฟังภาษาอังกฤษอย่างนี้

396
00:45:13,013 --> 00:45:17,013
ยังมีอยู่ใช่ไหม แต่ใช้ไม่ค่อยได้ใช่ไหม ฟังไม่ค่อยได้ยิน

397
00:45:19,245 --> 00:45:21,999
ก็อันนี้ก็จะทำให้ได้ยินเสียงชัดเจน พวกวิชาพวกภาษาอย่างนี้ เขาก็จำเป็น

398
00:45:21,999 --> 00:45:24,834
นะคะ ก็งบประมาณเยอะเหมือนกันนะ

399
00:45:24,834 --> 00:45:28,197
อีพวกเครื่องแบบนี้ แต่ว่าโรงเรียนก็

400
00:45:28,197 --> 00:45:32,197
อาจจะไม่ได้รู้วิธีการใช้ ก็เลยเสียบ่อย

401
00:45:36,915 --> 00:45:37,924
สื่อผสมนะคะ สื่อผสม สื่อผสมนี่นะหลายคนเข้าใจผิด

402
00:45:37,924 --> 00:45:41,924
เยอะมากเลย

403
00:45:43,468 --> 00:45:46,665
จริง ๆ คุณครูหลายคนใช้สื่อผสม แต่ไม่รู้ว่าที่ฉันใช้นี่ เรียกว่า

404
00:45:46,665 --> 00:45:50,665
ผสมนะคะ สื่อผสมมันมีได้หลายแบบนะ

405
00:45:53,209 --> 00:45:53,907
แบบแรกคือใช้สื่อพื้นฐานนี้ค่ะ เอามาผสมกันหลาย ๆ อัน อันนี้เราก็เรียกสื่อผสมนะ

406
00:45:53,907 --> 00:45:57,907

407
00:46:00,455 --> 00:46:04,455
อย่างเช่น เอาภาพวีดิทัศน์ เทปเสียงนี่มาจัดกิจกรรมร่วมกัน อันนี้

408
00:46:05,608 --> 00:46:09,608
คุณครูหลายท่านนี่จะใช้สื่อผสม คนใช้เยอะแต่ไม่รู้ว่าฉันกำลังใช้

409
00:46:13,179 --> 00:46:17,179
ประเภท 1 คือสื่อประสมที่ท้ายทำจากโปรแกรมนะคะ

410
00:46:18,839 --> 00:46:22,839
ทำจากโปรแกรม ที่มันสามารถเอาเสียง เอาภาพมาผสมกันได้นะคะ

411
00:46:23,240 --> 00:46:26,796
อันนี้คุณครูรุ่นใหม่ชอบใช้ อันนี้คุณครูรุ่นเก่าใช้ แต่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นสื่อผสม

412
00:46:26,796 --> 00:46:30,796
ครูรุ่นใหม่ก็จะมีพวกวิดีโอ พวก

413
00:46:31,828 --> 00:46:35,828
บทเรียนออนไลน์พวก Apple นะคะ เราเรียกว่าสื่อผสม

414
00:46:39,381 --> 00:46:43,381
แล้วก็สื่อปฏิสัมพันธ์นะคะ สื่อปฏิสัมพันธ์ สามารถสื่อสารกับ

415
00:46:44,754 --> 00:46:47,713
... สามารถโต้ตอบกันได้น่ะค่ะ พวกแอปพลิเคชันน่ะค่ะ ที่มันโต้ตอบกับ

416
00:46:47,713 --> 00:46:51,713
เราได้ค่ะ โต้ตอบไปอย่างเช่นอะไรดีล่ะ

417
00:46:54,056 --> 00:46:57,667
App ที่มันโต้ตอบนี้ก็ตอบได้บอกเราได้ว่าข้อไหน ถูกข้อไหน

418
00:46:57,667 --> 00:47:01,667
อันนี้ เรียกมีปฏิสัมพันธ์

419
00:47:02,380 --> 00:47:06,380
ประเภทที่ 5 ย่ออยู่นะ

420
00:47:06,507 --> 00:47:10,016
ประเภทที่ 5 นะคะ ประเภทที่ 5 นะคะ

421
00:47:10,016 --> 00:47:14,016
แบ่งตามสถานการณ์นะคะ แบ่งตามสถานการณ์

422
00:47:15,705 --> 00:47:19,672
ประเภทนี้ไม่มีอะไร บางครั้ง

423
00:47:19,672 --> 00:47:23,672
เวลาที่เราได้รับสถานการณ์นะค่ะ ว่า

424
00:47:24,356 --> 00:47:26,648
เราจะใช้สื่อไหน อย่างเช่น บางครั้งเราได้สอนรายบุคคล

425
00:47:26,648 --> 00:47:29,175
อันนี้ครูชอบนะ

426
00:47:29,175 --> 00:47:30,485
สอนรายบุคคลน่ะ มันได้เห็น

427
00:47:30,485 --> 00:47:34,485
มัน

428
00:47:36,336 --> 00:47:38,106
... เขาเรียกว่าอะไร มันได้เห็นพฤติกรรม หรือว่ามันได้เห็นรู้จักผู้เรียนอะไรอย่างนี้นะคะ แล้วก็

429
00:47:38,106 --> 00:47:41,924
สอนง่ายด้วยนะ

430
00:47:41,924 --> 00:47:45,924
ต่อมาเป็นกลุ่ม พอนักเรียนเยอะขึ้น ก็จะต้องจัด

431
00:47:47,097 --> 00:47:51,097
กิจกรรม หรือจัดสื่อการสอนที่มันเป็นลักษณะของกลุ่มนะคะ

432
00:47:51,714 --> 00:47:55,714
และประเภทสุดท้าย อันนี้ส่วนใหญ่จะเป็นอาจารย์ครู

433
00:47:56,724 --> 00:47:57,327
มหาวิทลัย หรือครูวิลัยอะไรพวกนี้ ขึ้นไปนี่ จะเป็นกลุ่มใหญ่

434
00:47:57,327 --> 00:48:01,327
นะคะ

435
00:48:02,858 --> 00:48:06,858
มาดูว่าควรใช้อย่างไรดี ครูขอเปรียบเทียบสื่อบุคคลกับสื่อกลุ่มเล็กนะนะคะ

436
00:48:08,500 --> 00:48:12,500
บุคคลถ้าเรามีจำนวนผู้เรียนไม่เยอะนะคะ เราสามารถให้ใบความรู้เขาได้

437
00:48:12,516 --> 00:48:16,516
บทเรียนสำเร็จรูปหนังสือก็ได้ทำแบบฝึกหัด

438
00:48:17,330 --> 00:48:21,330
อะไรที่มันเรียนด้วยตัวเองก็ได้นะคะ แล้วคุณครูมาตรวจอย่างนี้นะคะ

439
00:48:22,488 --> 00:48:26,488
เพราะว่าอะไรรายบุคคลนี่ เราจำนวนไม่ยอมไงเราสามารถตรวจรายบุคคลได้

440
00:48:26,949 --> 00:48:30,949
นะคะ เราสามารถตรวจงานเขาได้อีกประเภทหนึ่ง

441
00:48:33,212 --> 00:48:37,212
พอมันมีเป็นกลุ่มลักษณะกลุ่มเล็กขึ้นมาเราก็อาจจะให้เขาทำเป็นกลุ่มงานกลุ่ม

442
00:48:38,473 --> 00:48:42,313
นะคะ เป็นกิจกรรมเป็นโครงงานให้ผู้เรียนแบบร่วมมือด้วยก็ได้

443
00:48:42,313 --> 00:48:46,313
นะคะ อันนี้ก็เพราะว่าอะไร

444
00:48:46,321 --> 00:48:50,321
เพราะว่าพอมีกลุ่มเล็กน่ะเราจะมานั่งตรวจงานเด็ก

445
00:48:52,528 --> 00:48:56,244
เยอะอย่างนี้ มันก็เป็นไปไม่ได้นะ นะคะ คือบางครั้งระยะเวลา มันมี

446
00:48:56,244 --> 00:49:00,244
บางครั้งเราให้เด็กนำเสนออย่างนี้ แล้ว

447
00:49:00,977 --> 00:49:04,977
สมมุติว่าเราจะให้เด็กนำเสนอ และเด็กมีประมาณ 40-50 น่ะ

448
00:49:06,458 --> 00:49:07,667
เป็นไปไม่ได้ที่ 1 ชั่วโมง เด็กจะสามารถนำเสนอได้ 40-50 คนออกไป ฉะนั้น เราก็ต้อง

449
00:49:07,667 --> 00:49:10,038
กิจกรรม

450
00:49:10,038 --> 00:49:14,038
กิจกรรมกลุ่มเพื่อที่จะให้เด็ก

451
00:49:14,890 --> 00:49:18,890
ได้สามารถที่จะนำเสนอได้อย่างนี้นะคะ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

452
00:49:20,311 --> 00:49:23,965
ส่วนกลุ่มใหญ่ บางครั้งเราอาจจะได้เจอกลุ่มใหญ่ อย่างเช่น ตอน

453
00:49:23,965 --> 00:49:27,965
กิจกรรมโรงเรียน พวกวันวิทยาศาสตร์อะไรอย่างนี้นะ

454
00:49:31,362 --> 00:49:35,362
ะ เราอาจจะใช้การบรรยายสาธิตก็ได้นะ ให้ดูภาพยนตร์

455
00:49:35,750 --> 00:49:38,436
นะคะ หรือพาไปศึกษานอกสถานที่ก็ได้นะคะ อันนี้ก็เป็น

456
00:49:38,436 --> 00:49:42,436
เป็นสื่อที่มักจะใช้ในกลุ่มใหญ่

457
00:49:47,642 --> 00:49:51,642
โอเคมาถึงสุดท้ายละนะคะ สุดท้ายละ ระบบตามระบบ

458
00:49:51,889 --> 00:49:55,889
การทำงานนะคะ ระบบการทำงาน เขาจะแบ่งเป็น

459
00:49:56,438 --> 00:49:59,714
พื้นฐาน analog แล้วก็ดิจิทัลอย่างที่ครูบอกค่ะ

460
00:49:59,714 --> 00:50:03,714
เมื่อก่อนมันไม่มีระบบแบบนี้หรอก ไม่มีแต่สื่อพื้นฐาน

461
00:50:05,828 --> 00:50:09,828
วิวัฒนาการมันก้าวล้ำมาเรื่อย ๆ มันก็มีสื่อแอนะล็อกขึ้นมา

462
00:50:10,793 --> 00:50:12,628
แล้วค่อยเป็นสื่อดิจิทัลณปัจจุบันก็ส่วนใหญ่ เป็นสื่อดิจิทัลหมดและนะคะ

463
00:50:12,628 --> 00:50:16,628
ในยุค 90 นี่

464
00:50:16,935 --> 00:50:20,935
ยุค 90 เกิดยังน่าจะยังเกิด พ.ศ. อะไรกัน

465
00:50:26,254 --> 00:50:27,041
2000 เท่าไร 2004 เลยมาแล้วเลยมาแล้วนะคะ เป็นดิจิทัลและพวกเราเกิดมา

466
00:50:27,041 --> 00:50:31,041
ดีแล้วใช่ไหม

467
00:50:33,870 --> 00:50:37,870
ละ ไม่ใช่ละในยุค 90 นี่ มันเป็นยุคที่เป็นอยู่ระหว่างอนาล็อก

468
00:50:40,612 --> 00:50:44,612
ดิจิทัลในห้องนี้ก็บอกได้แต่ 3 คน

469
00:50:50,220 --> 00:50:54,220
ใส่แผ่น แผ่นเดี๋ยวมีตัวอย่างให้ดูพื้นฐาน พื้นฐาน

470
00:50:55,602 --> 00:50:59,602
ม าดูสื่อสารก่อนนะคะ อันนี้ไม่ว่าจะยุคไหน ก็ยังต้องมีอยู่นะคะ

471
00:51:00,803 --> 00:51:02,988
พวกบอร์ด พวกนี้ค่ะ อุปกรณ์ที่มันสามารถ

472
00:51:02,988 --> 00:51:06,988
เล่นได้ด้วยตัวเองได้เลยนะคะ

473
00:51:08,341 --> 00:51:12,341
อันนี้เรียก "สื่อพื้นฐาน" ใช้งานง่ายบำรุงก็ง่ายนะคะ

474
00:51:13,722 --> 00:51:17,005
แต่ว่าใช้งานได้ไม่นาน สื่อพื้นฐานข้อเสียตรงใช้งานได้ไม่นาน ไม่ค่อยนาน

475
00:51:17,005 --> 00:51:21,005

476
00:51:23,174 --> 00:51:24,571
เด็กประมาณเทอม 2 เทอมก็เริ่มอุปกรณ์เริ่มหลุดเริ่มพังและนะคะ ใช้งานง่ายนะ เด็กใช้ด้วย

477
00:51:24,571 --> 00:51:28,088
ของเขาเองได้เลย แต่ว่า

478
00:51:28,088 --> 00:51:31,157
ข้อเสียคือมันไม่คงทนไงคะ มันไม่คงทนเท่าไร

479
00:51:31,157 --> 00:51:33,889
แต่ก็ยังจำเป็นนะ

480
00:51:33,889 --> 00:51:35,710
ครูนี่ ครูจบดิจิทัลนะ

481
00:51:35,710 --> 00:51:39,208
แต่ครูนี่

482
00:51:39,208 --> 00:51:43,208
ไม่ได้เป็นคนที่พูดอะไรก็ดีท่หมดนะ

483
00:51:44,771 --> 00:51:48,771
คือ ครูมองว่าสื่อนะนี่มันเหมาะสมกับเด็กหรือเปล่า อย่างเช่น เด็ก

484
00:51:51,731 --> 00:51:53,260
ประถม เด็กอ่อนเด็กอนุบาลเขายังกล้ามเนื้อมัดเล็กไม่แข็งแรงใช่ไหมคะ กำลังมัดเล็ก เด็กไม่แข็งแรง

485
00:51:53,260 --> 00:51:56,837
จับอะไรยังไม่แข็งแรง

486
00:51:56,837 --> 00:51:59,697
ต่อให้ดิจิทัลของคุณน่ะจะเจ๋งมากแค่ไหน

487
00:51:59,697 --> 00:52:03,697
น่ะ ดิจิทัลก็ไม่สามารถทำให้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็ก

488
00:52:05,470 --> 00:52:09,470
แก้ปัญหากล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กได้นะ สิ่งที่แก้ปัญหาได้คืออะไรคะ

489
00:52:12,671 --> 00:52:16,671
เด็กเขาต้องหยิบจับใช่ไหม ดินน้ำมันอย่างนี้ ฉะนั้นดินน้ำมัน 10 บาทกับสื่อแอนิเมชันที่ทำเป็น

490
00:52:17,698 --> 00:52:21,698
20,000 ก็สู้ไม่ได้นะ ฉะนั้น ถึงย้ำเสมอว่าสื่อนี่

491
00:52:22,424 --> 00:52:26,424
ใช้ให้มันเหมาะสมดีที่สุด ไม่ใช่ว่าสื่อพื้นฐานแล้ว

492
00:52:27,723 --> 00:52:31,723
ดูถูกเหยียดหยามนะ แต่ถ้ามันเหมาะสมนี่ มันมีประสิทธิภาพมากกว่าสื่อ

493
00:52:33,272 --> 00:52:36,980
อื่น ๆ อีกนะคะ สื่อพื้นฐานใช้งานง่ายบำรุงรักษา

494
00:52:36,980 --> 00:52:40,980
แต่ว่าความคงทนไม่ค่อยคงทนเท่าไร

495
00:52:41,151 --> 00:52:45,151
สื่อต่อมาก็มีพวก

496
00:52:45,273 --> 00:52:49,273
analog พวกเครื่องฉายพวก เครื่องเสียงมาทำให้

497
00:52:50,955 --> 00:52:52,847
มาทำให้ประสิทธิภาพมันดีขึ้น อย่างเช่น เมื่อก่อนเวลาที่เราจะใช้กระดาษน่ะค่ะ

498
00:52:52,847 --> 00:52:56,847
เราก็ต้องเขียนกระดาน

499
00:52:56,952 --> 00:53:00,952
กว่าจะเขียนกระดานเสร็จ 1 ชั่วโมงเราว่าใช้เวลาเท่า

500
00:53:02,492 --> 00:53:03,784
ไร ประมาณ 20 นาที แล้วเด็กก็ทำอย่างไรตอนเรียน เด็กก็ต้องมานั่งจดตามอย่างนี้ค่ะ

501
00:53:03,784 --> 00:53:07,784
แต่ปัจจุบัน

502
00:53:09,330 --> 00:53:13,330
ในยุคนั้น ไม่ใช่ปัจจุบัน ยุคนั้นมันก็จะมีเครื่องฉายสไลด์นะคะ เครื่องใช้พวกนี้ค่ะ

503
00:53:14,505 --> 00:53:18,505
ครูก็จะต้องเตรียมซื้อมาก่อน แล้วก็มาฉายให้ดูเฉย ๆ ก็จะทำให้

504
00:53:19,408 --> 00:53:23,408
การเรียนรู้มันดีขึ้น รวดเร็วมากขึ้ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

505
00:53:25,676 --> 00:53:28,925
ต่อมานี่ค่ะ ถึงยุคดิจิทัลนะคะ สื่อมายุคดิจิทัล

506
00:53:28,925 --> 00:53:30,717
ยุคแอนาล็อกให้เรานึกถึงเทป

507
00:53:30,717 --> 00:53:34,717
รู้จักเทปไหมเด็ก ๆ

508
00:53:36,032 --> 00:53:38,387
เปิด App ให้ดูหน่อยกลัวไม่รู้จัก

509
00:53:38,387 --> 00:53:42,387

510
00:53:42,760 --> 00:53:45,102
เทป ไม่ใช่เทปที่เราติด

511
00:53:45,102 --> 00:53:49,102
อีเมื่อวานนะ

512
00:53:50,944 --> 00:53:54,944
ไม่ใช่ ไม่ใช่

513
00:54:12,658 --> 00:54:15,955
แต่ว่าเชื่อว่าพี่เอื้องและ

514
00:54:15,955 --> 00:54:19,955
... รู้จักเทปอยู่ใช่ไหมคะ

515
00:54:22,457 --> 00:54:24,329
เราจะเขียนว่าไง

516
00:54:24,329 --> 00:54:28,329
เทป เทป

517
00:54:31,888 --> 00:54:33,942
ไม่ใช่นะ เราจะเขียนว่าไง เทปคาสเซ็ทมะเทปคาสเซ็ท

518
00:54:33,942 --> 00:54:35,394

519
00:54:35,394 --> 00:54:38,494

520
00:54:38,494 --> 00:54:40,596
ไม่ใช่เทปนี้นะ แบบนี้ค่ะ

521
00:54:40,596 --> 00:54:44,596
ยุคนี้นะ

522
00:54:49,239 --> 00:54:53,239
อันนี้เทปพวกนี้นะคะ เทป

523
00:55:00,264 --> 00:55:00,890
อันนี้คือยุคแอนาล็อกนะคะ ยุคแอนาล็อกจะใช้เทปนะคะ จะใช้เทปนะคะ ใช้แม่เหล็ก

524
00:55:00,890 --> 00:55:04,890

525
00:55:05,882 --> 00:55:09,882
ในการที่ทำให้มันเกิดเสียงขึ้นมานะคะ อันนี้คือยุคแอนาล็อก

526
00:55:14,400 --> 00:55:18,400
พอยุคถัดมา ก็จะเป็นยุคของดิจิทัล ก็จะเป็น CD ยุคพวกเราในยุคดิจิทัลแล

527
00:55:18,962 --> 00:55:22,962
้ว โตมาเป็นพลเมืองดิจิทัลและมี CD นะคะ ถ้าเทียบ

528
00:55:25,541 --> 00:55:27,705
กับการทำงานสมัยก่อน มันยากกว่าไงนะคะ อุปกรณ์ต่าง ๆ มันยากกว่า พอไปนิด

529
00:55:27,705 --> 00:55:31,705
ความคมชัดก็เพิ่มขึ้นเห็นไหมคะ

530
00:55:33,088 --> 00:55:37,088
กล้องถ่ายรูปก็ชัดขึ้น มีจอ iPad เห็นอะไรต่าง ๆ เห็นภาพต่าง ๆ มาชัดขึ้น

531
00:55:37,894 --> 00:55:39,776
ส่วน CD ก็เก็บข้อมูลได้มากขึ้น พวกเทปสมัยก่อน

532
00:55:39,776 --> 00:55:43,776
นี่เก็บได้ประมาณ 10...

533
00:55:44,064 --> 00:55:46,716
12 เพลง อย่างมาก 12 เพลง ก็ประมาณ

534
00:55:46,716 --> 00:55:49,694
... ประมาณห

535
00:55:49,694 --> 00:55:53,694
น้าละ 30 นาทีใช่ไหมคะ 4

536
00:55:54,254 --> 00:55:58,254
ประมาณ 30 นาทีอย่างนี้นะคะ แต่

537
00:56:00,380 --> 00:56:04,380
CD แต่ เราเข้าใจกัน แล้วพอมันยานใช่ไหม

538
00:56:04,991 --> 00:56:08,991
เราก็ต้องเอาไปใส่ตู้เย็น แต่ CD อ่ะมันไม่มียานะ

539
00:56:10,417 --> 00:56:12,787
CD มัน ๆ มันเก็บไว้ได้นานนะคะ แล้วใส่เพลงได้เยอะด้วยนะคะ

540
00:56:12,787 --> 00:56:16,787
ใส่เพลงได้เยอะด้วย แต่ปัจจุบัน

541
00:56:18,126 --> 00:56:20,999
ไม่มีละรุ่นเรานี่แทบจะไม่มี CD และจัดเก็บบน Cloud บน

542
00:56:20,999 --> 00:56:24,584
Flash Drive อะไรพวกนี้ หรือบน

543
00:56:24,584 --> 00:56:27,001
แอปที่เขามีบริการให้อย่างนี้นะคะ

544
00:56:27,001 --> 00:56:31,001
โอเค

545
00:56:32,326 --> 00:56:36,326
ทีนี้เดี๋ยวก่อนที่เราจะไปขึ้นสื่อดิจิทัล กลัวลืมเดี๋ยวให้เรา

546
00:56:41,800 --> 00:56:45,800
เดี๋ยวจะให้

547
00:56:47,179 --> 00:56:51,179
เดี๋ยวจะให้ทำ Post Test นะคะ จะให้ทำ Post Test

548
00:56:56,337 --> 00:57:00,333
มันต้องดีขึ้นนะ

549
00:57:00,333 --> 00:57:04,333
อย่าให้มันแย่กว่าเดิมนะ มันต้องดีขึ้นกว่าเก่านะ

550
00:57:50,370 --> 00:57:53,848
มีใครยังไม่ได้ไหมคะ ยกมือค่ะ

551
00:57:53,848 --> 00:57:57,848
โอเคขอบคุณค่ะ

552
00:58:02,507 --> 00:58:05,541
มีเวลาให้ 5 นาทีนะคะ 5 นาทีนะคะ ให้เขียนว่า

553
00:58:05,541 --> 00:58:09,244
หลังเรียนหน่อยค่ะ หลังเรียน Post-test นะคะ หลังเรียน

554
00:58:09,244 --> 00:58:11,926
5 นาทีนี้

555
00:58:11,926 --> 00:58:14,816
ให้เขียนสื่อและ

556
00:58:14,816 --> 00:58:18,680
ประเภทของสื่อให้ได้เยอะที่สุด

557
00:58:18,680 --> 00:58:22,680
นะคะ ให้ได้เยอะ ที่สุด มันต้องดีขึ้นจากเดิมนะ

558
00:58:49,438 --> 00:58:53,438
5 นาทีนะคะ สำหรับเด็กปกติ

559
00:58:53,658 --> 00:58:57,658
ส่วนเด็กตาและหูให้ 8 นาทีนะคะ

560
00:59:00,226 --> 00:59:04,226
ไม่คุยกันนะ

561
00:59:05,144 --> 00:59:09,144
ใครคุยกันครูริบกระดาษเลยนะคะ ใครคุยกันครูริบกระดาษเลย

562
01:05:47,853 --> 01:05:50,169
หมดเวลาค่ะ

563
01:05:50,169 --> 01:05:52,405
ส่งได้แล้วค่ะ

564
01:05:52,405 --> 01:05:54,755
10

565
01:05:54,755 --> 01:05:58,755
9

566
01:05:59,713 --> 01:06:03,093
8 7 6

567
01:06:03,093 --> 01:06:06,950

568
01:06:06,950 --> 01:06:10,950
5

569
01:06:12,778 --> 01:06:15,921
4 3

570
01:06:15,921 --> 01:06:19,921
2

571
01:06:25,344 --> 01:06:29,344
1 หมดเวลานะคะ ให้อีก 2 นะ

572
01:06:31,779 --> 01:06:34,202
เดี๋ยวครูพักเบรก 5 นาที เพราะเรื่องต่อไปมันเป็นเรื่องยากนิดหนึ่งนะ

573
01:06:34,202 --> 01:06:36,026
พักเบรกไปเข้าห้องน้ำ

574
01:06:36,026 --> 01:06:40,026
แล้วกลับมา

575
01:08:55,491 --> 01:08:59,491
จุฑามาศมายังคะ

576
01:17:39,075 --> 01:17:43,075
อันนี้เขาไปเข้าห้องน้ำเหรอคะ

577
01:17:54,031 --> 01:17:58,031
มาครบกันแล้วนะ มาต่อ มาต่อ

578
01:18:02,008 --> 01:18:05,070
ย่างนั้นต่อเลยนะ

579
01:18:05,070 --> 01:18:06,256
เข้าห้องน้ำนานจัง

580
01:18:06,256 --> 01:18:10,256
เขาเป็นไร

581
01:18:11,869 --> 01:18:15,869
ย่างนั้นขอต่อไปเลยนะ เพราะว่าอันนี้ไปดูทำได้นะ

582
01:18:16,518 --> 01:18:20,518
ทีนี้ค่ะ กลับมา กลับมา

583
01:18:23,974 --> 01:18:27,974
กลับมาหรือยังคะ ทีนี้ค่ะ สื่อดิจิทัลในยุคเรา

584
01:18:29,826 --> 01:18:33,826
มันมีความสำคัญ เพราะเราเติบโตมากับดิจิทัลนี่แหละ ยุคของ

585
01:18:35,141 --> 01:18:36,453
เด็กที่เราจะไปสอนก็ใช้สื่อดิจิทัลนะคะ ฉะนั้น เราต้องรู้จักสื่อดิจิทัลหน่อย

586
01:18:36,453 --> 01:18:39,349
นะคะ

587
01:18:39,349 --> 01:18:43,349
ส

588
01:18:44,248 --> 01:18:45,263
ื่อดิจิทัลคืออะไร คือมันเป็นการใช้ระบบค่ะ ใช้เลข

589
01:18:45,263 --> 01:18:47,676
ฐาน 2

590
01:18:47,676 --> 01:18:51,676
คืออะไร คือการที่

591
01:18:54,167 --> 01:18:56,800
คอมพิวเตอร์นี่ หรือดิจิทัลนี่ ระบบต่าง ๆ ที่ดิจิทัลใช้นี่ มันจะใช้เลข

592
01:18:56,800 --> 01:19:00,800
0 กับเลข 1 ในการใช้รหัส

593
01:19:02,876 --> 01:19:04,854
งงไหม อย่างเช่น 0011 111 อย่างนี้

594
01:19:04,854 --> 01:19:07,736
เรารู้ไหมว่ามันแปลว่าอะไร

595
01:19:07,736 --> 01:19:11,736
ถ้ามนุษย์ปกติไม่รู้หรอก

596
01:19:14,744 --> 01:19:15,668
ไม่ หมายถึงมันแปลค่าออกมาค่ะ เราไม่รู้หรอก ฉะนั้น มันเลย

597
01:19:15,668 --> 01:19:19,668
แปลงค่า

598
01:19:21,696 --> 01:19:23,025
จริง ๆ ถ้าไปถอดออกมามันจะใช้ 00110000 นี่ในการเขียน

599
01:19:23,025 --> 01:19:27,025
แต่มนุษย์ปกติ

600
01:19:28,137 --> 01:19:32,137
จะไม่เข้าใจ... จะไม่เข้าใจสิ่งนี้หรอก มนุษย์ปกติจะรู้ว่า

601
01:19:32,334 --> 01:19:36,334
อธิบายอย่างไรดี

602
01:19:37,964 --> 01:19:40,143
มนุษย์ปกติค่ะ จะเข้าใจว่าเห็นเป็นภาพ คือมันแปลง

603
01:19:40,143 --> 01:19:44,143
มาจาก 001 น่ะค่ะ รหัส

604
01:19:45,471 --> 01:19:47,516
ที่แปลออกมาให้มนุษย์ทั่วไปนี่ เข้าใจออกมาเป็นภาพออกมา

605
01:19:47,516 --> 01:19:51,516
เป็นเสียง เข้าใจอย่างนี้แล้วกัน

606
01:19:53,257 --> 01:19:57,257
นะคะ ทีนี้นะคะ มันก็ประมวลผลต่าง ๆ ให้ออกมาเป็นภาพ ออกมาเป็น

607
01:19:58,618 --> 01:19:59,813
เสียงที่มนุษย์สามารถเข้าใจได้ ทีนี้ค่ะ สัญญาณที่จะใช้

608
01:19:59,813 --> 01:20:03,813
ที่มนุษย์สามารถ

609
01:20:05,779 --> 01:20:09,779
เข้าใจได้นะคะ คือ สัญญาณแอนาล็อกนะคะ สัญญาณแอนาล็อก

610
01:20:12,001 --> 01:20:13,711
มันจะเป็นคลื่น เป็นคลื่นนะ เป็นคลื่นนะคะ เป็นคลื่นนะคะ ลักษณะเป็น

611
01:20:13,711 --> 01:20:15,190
คลื่นนะคะ

612
01:20:15,190 --> 01:20:15,887

613
01:20:15,887 --> 01:20:17,041
อะไร

614
01:20:17,041 --> 01:20:21,041
พวกเสียง

615
01:20:22,687 --> 01:20:24,463
พวกภาพอย่างนี้ เราก็มองเป็นคลื่นนะ เป็นคลื่นแบบนี้นะคะ อันนี้เรียกแอนะล็อก

616
01:20:24,463 --> 01:20:28,311
ส่วน

617
01:20:28,311 --> 01:20:32,308
สัญญาณดิจิทัลมันจะเป็นลักษณะนี้ค่ะ

618
01:20:32,308 --> 01:20:34,655
100110 แบบนี้ค่ะ

619
01:20:34,655 --> 01:20:36,906
มันจะไม่ต่อเนื่อง

620
01:20:36,906 --> 01:20:40,906
มันจะเป็นลักษณะแบบนี้

621
01:20:41,104 --> 01:20:43,438
อันนี้เข้าใจก่อนนะ แอนะล็อกเป็นลักษณะเป็นคลื่นแบบนี้

622
01:20:43,438 --> 01:20:45,485
ดิจิทัลเป็นแบบนี้ค่ะ

623
01:20:45,485 --> 01:20:48,310
0 1 1 0 0 1

624
01:20:48,310 --> 01:20:52,310
แทนค่าด้วยปิดไม่เปิด

625
01:20:52,675 --> 01:20:55,991
แค่นี้ใช่ไม่ใช่แค่นี้ มันรู้แค่นี้ มันไม่ได้ต่อเนื่องนะคะ

626
01:20:55,991 --> 01:20:58,699
ทีนี้ค่ะ มนุษย์นี่

627
01:20:58,699 --> 01:21:02,699
จะรับสัญญาณเป็นคลื่น

628
01:21:05,160 --> 01:21:09,160
มนุษย์จะรับสัญญาณเป็นคลื่นนะ มนุษย์รับสัญญาณเป็นคลื่น แต่คอมพิวเตอร์มันใช้หลักการนี้

629
01:21:10,958 --> 01:21:12,134
ฉะนั้น มันเลยต้องทำงานเกี่ยวข้องกันนะคะ มันเลยเกี่ยวข้องกันแบบนี้

630
01:21:12,134 --> 01:21:15,393
แต่ภาพมองไม่ค่อยเห็นเลย

631
01:21:15,393 --> 01:21:19,393
เราดูในสไลด์ให้มันเห็นแล้วกันนะ

632
01:21:22,721 --> 01:21:24,173
วิธีการทำงานของดิจิทัลนะคะ หน้านี้เท่ากับข้อสอบนะคะ วิธีทำงานของดิจิทัล

633
01:21:24,173 --> 01:21:28,173
สังเกตไหม

634
01:21:30,620 --> 01:21:34,283
มันเป็นคลื่น สมมุติว่าครูจะบันทึกเสียงแล้วกัน ครูจะบันทึกเสียง

635
01:21:34,283 --> 01:21:36,591
ใส่ CD นะ ครูจะบันทึกเสียงเสียงของครู

636
01:21:36,591 --> 01:21:39,075
เป็นลักษณะเป็นคลใช่ไหมคะ

637
01:21:39,075 --> 01:21:41,788
เป็นคลื่นที่เราได้ยินเป็นคลื่น

638
01:21:41,788 --> 01:21:45,788
บันทึกเสียง

639
01:21:46,803 --> 01:21:50,803
เสร็จ การที่มันจะทำเป็นดิจิทัลได้มันต้องบีบอัดไฟล์

640
01:21:52,000 --> 01:21:56,000
ไฟล์เสียงบีบอัดไฟล์เสียงเป็นไฟล์อะไรคะ MP3 ไฟล์เสียง MP3

641
01:21:58,783 --> 01:22:01,064
ไฟล์เสียงเป็น MP3 ใช้การบีบอัด บีบอัดให้เป็น MP3

642
01:22:01,064 --> 01:22:04,125
ทำไงล

643
01:22:04,125 --> 01:22:08,113
่ะ ไฟล์ MP3 มันล่องลอยอยู่ แล้วต้องทำอย่างไรคะ

644
01:22:08,113 --> 01:22:12,113
มันล่องลอยอยู่ เราต้อง

645
01:22:13,771 --> 01:22:17,771
หาที่เก็บให้ มันอาจจะเก็บใส่อะไรได้คะ

646
01:22:20,684 --> 01:22:23,549
ไฟล์นี่ เก็บใส่ Flash Drive ก็ได้ เก็บใส่

647
01:22:23,549 --> 01:22:27,549
ก็ได้ เก็บใส่

648
01:22:29,918 --> 01:22:32,433
คอมพิวเตอร์ ไว้ในฮาร์ดดิสก์ก็ได้นะคะ ต้องหาที่เก็บให้มันนะ ไม่มันล่องลอยนะคะ

649
01:22:32,433 --> 01:22:34,029
ทีนี้ราจะทำอย่างไร พอ

650
01:22:34,029 --> 01:22:36,918
หาที่เก็บ

651
01:22:36,918 --> 01:22:39,446
แล้ว เราต้องการเปิดเสียงเราต้องทำอย่างไรคะ

652
01:22:39,446 --> 01:22:43,446
ก็เปิด

653
01:22:46,156 --> 01:22:50,156
อันนี้เด็ก ๆ ก็คือการเปิดนะคะ เปิดรหัสถอดรหัสของมัน

654
01:22:52,074 --> 01:22:56,074
อาจจะเปิดจากเครื่องเล่น CD อาจจะเปิดตาโปรแกรมที่มันไว้เปิดเพลงก็ได้

655
01:22:56,466 --> 01:22:59,971
ทีนี้เสียงที่ออกมาเป็นอย่างไรคะ

656
01:22:59,971 --> 01:23:03,971
เสียงเดิมที่ครูบันทึกไว้อาจจะมีแบบ

657
01:23:06,074 --> 01:23:10,074
แต่ง ๆ นิดหนึ่ง ไปบ้างตามตามลักษณะของการเก็บไฟล์นะคะ ที่มันจะมี

658
01:23:11,271 --> 01:23:12,304
เพี้ยนไปนิดหนึ่งนะคะ เสียงออกมาก็เป็นเสียงครูที่บันทึกไว้ก่อนหน้านี้

659
01:23:12,304 --> 01:23:16,304
ฉะนั้น

660
01:23:17,583 --> 01:23:18,937
แอนะล็อกน่ะก็ยังต้องใช้นะ คือ สัญญาณแอนาล็อกมนุษย์ต้องใช้สัญญาณอนาล็อก

661
01:23:18,937 --> 01:23:21,225
พวกนี้

662
01:23:21,225 --> 01:23:24,700
เป็นตัวดิจิทัลนะคะ

663
01:23:24,700 --> 01:23:25,566
เปิดออกมาก็ต้องเปิดออกมาเป็นแอนะล็อกให้ได้

664
01:23:25,566 --> 01:23:28,334
นะคะ

665
01:23:28,334 --> 01:23:30,899
อีกครั้งหนึ่ง

666
01:23:30,899 --> 01:23:33,643
สมมุติครูจะ

667
01:23:33,643 --> 01:23:37,643
ถ่ายวิดีโอ

668
01:23:38,718 --> 01:23:42,718
วิดีโอมนุษย์ก็รับสัญญาณเป็นคลื่นอีกเหมือนกันนะคะ เป็นคลื่นขออภัย

669
01:23:44,131 --> 01:23:47,144
เป็นคลื่นอีกเหมือนกัน ถ่ายวิดีโอ ถ่ายวิดีโอเสร็จ

670
01:23:47,144 --> 01:23:48,631
ก็จะต้องมาเอง Encoderคือเข้ารหัส

671
01:23:48,631 --> 01:23:49,540
เป็น Encoder เข้ารหัส

672
01:23:49,540 --> 01:23:52,801

673
01:23:52,801 --> 01:23:55,494
ไฟล์ Video Encoder เป็นอะไรคะ เป็นไฟล์อะไร

674
01:23:55,494 --> 01:23:59,494
ไฟล์วิดีโอค่ะ

675
01:24:02,599 --> 01:24:04,474
MP4 นะคะ

676
01:24:04,474 --> 01:24:08,474
avi ก็ได้นะคะ

677
01:24:09,184 --> 01:24:11,770
ออกมาเป็นไฟล์ภาพวิดีโอ แล้วมาเป็นไฟล์วิดีโอ

678
01:24:11,770 --> 01:24:14,067
จากนั้นต้องทำไงไฟมันล่องลอยอยู่

679
01:24:14,067 --> 01:24:15,824
ต้องหาที่เก็บให้มัน

680
01:24:15,824 --> 01:24:19,065
อาจจะเก็บใ

681
01:24:19,065 --> 01:24:23,065
ส่แฟลชไดร์ฟเหมือนเดิมนะคะ

682
01:24:25,153 --> 01:24:28,350
ใส่ Harddisk ก็ได้นะคะ ใส่ Harddisk ก็ได้จากนั้นก็มาเปิด

683
01:24:28,350 --> 01:24:32,350
มาเปิดด้วยเครื่องเล่น หรือ

684
01:24:32,509 --> 01:24:34,908
โปรแกรมที่มันเปิดวิดีโอได้โปรแกรมอะไรบ้าง ล่ะ

685
01:24:34,908 --> 01:24:37,783
ครูไม่เปิดวิดีโอนานแล้ว

686
01:24:37,783 --> 01:24:41,691
น่ะ โปรแกรมเดี๋ยวนี้โปรแกรมเปิดวิดีโออะไรนะ

687
01:24:41,691 --> 01:24:45,165
เปิดวิดีโอนี่ โปรแกรมเปิดวิดีโอ

688
01:24:45,165 --> 01:24:47,895
เปิดวีดีโอนี่ที่มันสามารถเปิดวิดีโอได้น่ะค่ะ

689
01:24:47,895 --> 01:24:51,895
ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็เป็นพวก

690
01:24:52,625 --> 01:24:56,625
Media play อะไรอย่างเงี้ยนะคะ

691
01:24:57,380 --> 01:25:01,380
ไฟล์ภาพที่ออกมาก็เป็นภาพวิดีโอที่เราอัดไว้

692
01:25:02,702 --> 01:25:06,702
นะคะ ฉะนั้น มันจะใช้คู่กันนะคะ มันจะใช้คู่กันนะคะ

693
01:25:08,581 --> 01:25:11,122
ทีนี้เรามาดูข้อดีของสื่อดิจิทัลบ้างนะคะ

694
01:25:11,122 --> 01:25:15,122
มันจะบรรจุข้อมูลได้เยอะน่ะค่ะ

695
01:25:15,875 --> 01:25:19,875
อย่างปัจจุบันเราสามารถบรรจุใส่ในไดรฟ์นะ

696
01:25:21,416 --> 01:25:23,898
ได้เยอะนะ ของเรานี่ได้เป็นหลายร้อยไปเลย ถ้าเทียบกับเมื่อก่อนยุค

697
01:25:23,898 --> 01:25:26,607
บุคกับพี่เลือกเนี่ยนะคะ

698
01:25:26,607 --> 01:25:30,266
เราใส่... เราใส่

699
01:25:30,266 --> 01:25:31,171
แผ่น Copy Dish ที่เป็นสี่เหลี่ยมอ่ะค่ะ

700
01:25:31,171 --> 01:25:35,171
ใช่

701
01:25:37,129 --> 01:25:40,194
เท่าไรเอง ไม่ไปส่องไฟแค่นั้นแหละนะคะ แต่ปัจจุบันเนี่ยนะคะ

702
01:25:40,194 --> 01:25:44,194
สามารถใส่เป็นแบบใส่วีดีโอก็ได้

703
01:25:45,334 --> 01:25:48,924
เพลงได้เป็นแบบร้อยเพลงเลยอย่างนี้นะคะ

704
01:25:48,924 --> 01:25:51,666
อีกข้อดีข้อหนึ่งความคงทนของมันค่ะ

705
01:25:51,666 --> 01:25:55,620
มันคงทนอยู่ได้นานนะ อย่างที่ครู

706
01:25:55,620 --> 01:25:59,620
เล่าให้ฟังน่ะที่เป็นเป็นเทปน่ะค่ะ

707
01:26:00,415 --> 01:26:03,224
ถ้าเราถ้าเราเปิดเทปไปนาน ๆ นะคะ มันจะยาน

708
01:26:03,224 --> 01:26:05,134
ยานเหมือนเทศเลยนะเทศนาเลยค่ะ

709
01:26:05,134 --> 01:26:09,134
ยานแบบเหมือนแบบ

710
01:26:13,232 --> 01:26:15,292
เหมือนคนพูดช้านะคะ อย่างนั้นเลย แต่ CD ไม่มีปัญหา หรือเก็บใส่ Thumb Drive ไม่มีปัญหา เรื่อง

711
01:26:15,292 --> 01:26:17,290
มีปัญหาแค่ไวรัสใช่ไหม

712
01:26:17,290 --> 01:26:21,290
ก็เป็นคนละปัญหานะคะ

713
01:26:22,636 --> 01:26:26,636
ปรับแต่งข้อมูลได้ง่าย พวกนี้มันสามารถปรับแต่งข้อมูลได้ง่ายนะคะ เราสามารถ

714
01:26:27,333 --> 01:26:28,853
Copy เปลี่ยนไฟล์หรืออะไรต่าง ๆ มันทำได้ง่ายดายมากขึ้นนะคะ

715
01:26:28,853 --> 01:26:32,853
ด้วย

716
01:26:33,363 --> 01:26:36,025
ข้อดี มันมีข้อดีเยอะ แต่ข้อเสียก็เยอะนะ จากสื่อ

717
01:26:36,025 --> 01:26:38,469
ดิจิทัลนี่ ข้อเสีย ก็คือ

718
01:26:38,469 --> 01:26:40,020
มันละเมิดสิทธิ์ได้ง่าย เพราะว่าอะไร

719
01:26:40,020 --> 01:26:44,020
มันทำได้ง่ายไง

720
01:26:45,711 --> 01:26:47,948
Copy ตกแต่งภาพ  Copy ไฟล์อะไรอย่างนี้ มันทำได้ง่าย มันก็เลยทำให้

721
01:26:47,948 --> 01:26:51,948
ละเมิดลิขสิทธิ์ได้ง่าย ทั้ง

722
01:26:53,702 --> 01:26:57,702
โดนตัวเองนะ แล้วก็บางครั้งเราไปละเมิดสิทธิ์ของคนอื่น ตัดต่อภาพทำให้เสียชื่อ

723
01:26:58,923 --> 01:27:02,923
อะไรนี่ถ้ามันทำได้ง่ายนะคะ เป็นปัญหาของสื่อดิจิทัลนะคะ

724
01:27:04,687 --> 01:27:07,516
เดี๋ยวเราไปเรียนเรื่องของลิขสิทธิ์พวกนี้ ในบทที่ 14

725
01:27:07,516 --> 01:27:11,516
ตัวสุดท้ายเลยนะคะ ก็จะทำให้เรารู้ว่า

726
01:27:13,468 --> 01:27:14,776
เราจะมีสิทธิ์อะไรบ้าง ในสิทธิ์ของเรา หรือเราไปอย่าไปละเมิดของใครอะไรบ้าง มีกฎหมายอะไร

727
01:27:14,776 --> 01:27:18,776
บ้างคุ้มครองนะคะ

728
01:27:19,411 --> 01:27:23,411
อันนี้ไม่ได้ทำ อันนี้ไม่ได้ทำ

729
01:27:24,689 --> 01:27:28,100
ทีนี้หมดแล้วเดี๋ยวเรามาดูหลักการใช้สื่อการสอนบ้างนะคะ

730
01:27:28,100 --> 01:27:30,869
อันดับแรกเลือกสื่อ

731
01:27:30,869 --> 01:27:34,869
เลือกเสร็จต้องมาเตรียมนะคะ

732
01:27:36,715 --> 01:27:38,284
ใช้สื่อแล้วก็ประเมินสื่อนะคะ เลือกสื่อ เลือกสื่ออย่างไรนะคะ

733
01:27:38,284 --> 01:27:42,284
ขั้นตอนแรกค่ะ

734
01:27:43,623 --> 01:27:46,875
เลือกให้ตรงจุดประสงค์ค่ะ เราเคยคุยกันไปแล้วแหละ ให้ตรงจุดประสงค์

735
01:27:46,875 --> 01:27:50,875
เลือกให้เหมาะสมกับผู้เรียนนะคะ

736
01:27:53,022 --> 01:27:57,022
ประสบการณ์วัยสติปัญญาเขาเป็นอย่างไร เลือกให้เหมาะสมกับเขา แล้วก็

737
01:27:58,037 --> 01:28:00,772
เลือกลักษณะเนื้อหารูปลักษณ์ของสื่อว่ามันเหมาะสมในการใช้งานครั้งนั้นหรือเปล่า

738
01:28:00,772 --> 01:28:04,772
สำคัญค่ะ อันนี้ออกข้อสอบครูผู้ช่วยบ่อย

739
01:28:09,090 --> 01:28:13,090
การเลือกสื่อเราต้องเลือกให้ตรงกับจุดประสงค์ก่อนค่ะ สมมติว่าเลือกสื่อที่สวย เลือกสื่อที่เหมาะ แต่มันไม่ได้ตรง

740
01:28:14,983 --> 01:28:18,983
มันก็ไม่สามารถทำให้เราบรรลุวัตถุประสงค์นั้นได้ เพราะฉะนั้น จุดประสงค์สำคัญที่สุด

741
01:28:20,826 --> 01:28:24,826
นะคะ แล้วค่อยมาให้เหมาะสมกับวัย แล้วก็ดูลักษณะของสื่อว่ามันใช้งานอย่างไร

742
01:28:26,389 --> 01:28:30,389
นะคะ จากนั้นก็เตรียมค่ะ เราต้องเตรียมสื่อนะคะ เตรียมสื่อ

743
01:28:31,333 --> 01:28:35,333
เตรียมโดยการตรวจสอบความสมบูรณ์นี่แหละ หลายคนไม่ค่อยดูสื่อว่าสมบูรณ์แบบ

744
01:28:36,692 --> 01:28:40,692
เท่าไรนะคะ บางครั้งอาจจะมีข้อผิดพลาดอยู่ เราก็ต้องดูว่าสื่อเรามีข้อเสีย

745
01:28:42,229 --> 01:28:46,229
แล้วก็แก้ไขให้มันเกิดความสมบูรณ์ เวลาใช้งานเป็นอย่างไร หลายครั้ง

746
01:28:47,110 --> 01:28:50,443
ที่เวลาที่ครูไปนิเทศ เราก็จะมาเจอคือผู้เรียนไม่ค่อยเตรียมสื่อ

747
01:28:50,443 --> 01:28:54,443
คือบางครั้งน่ะ อย่างเช่นเขาใช้

748
01:28:54,748 --> 01:28:57,531
เมื่อใช้แอปอะไรสักอย่างนี่แหละ แล้วปรากฏว่า

749
01:28:57,531 --> 01:29:01,531
ปกติมันใช้งานได้

750
01:29:03,858 --> 01:29:07,683
แต่อยู่ดี ๆ พวก App นี่ มันจะมันต้องอัปเดตอยู่เรื่อย ๆ ค่ะ บางครั้งมันใช้งานได้ 10 คน 20 คน

751
01:29:07,683 --> 01:29:11,683
คน 20 คนอย่างนี้ ปรากฏว่าวันที่เขาเอามา

752
01:29:12,332 --> 01:29:16,332
สอบสอนนี่ มันใช้งานไม่ได้ มันจำกัดคนมันจำกัดคนลดลงมาเขาก็ไม่ได้ใช้

753
01:29:19,115 --> 01:29:22,500
ตอนนั้นคุณขึ้นเขียงแล้วไง มันไม่มีเหตุผล แปลว่าคุณไม่ได้เช็กมาก่อนว่ามันมีลิมิต

754
01:29:22,500 --> 01:29:26,500
อะไรเพิ่มเติมอย่างนี้ หลาย ๆ คนมาก ๆ นะ ที่พลาด ครูเจอมา

755
01:29:26,695 --> 01:29:28,000
สอบหลาย  Case ละ ทั้งบัณฑิตทั้ง ป. ตรีนะคะ

756
01:29:28,000 --> 01:29:29,709
บางครั้งที่เราใช้อ่ะ

757
01:29:29,709 --> 01:29:33,709
วันดีคืนดีมันก็

758
01:29:35,483 --> 01:29:39,483
มันก็ลดลิมิตของเราลงมาก็ได้นะคะ อันนี้เป็นต้น ฉะนั้น เราต้องตรวจสอบก่อนใช้งานทุกครั้ง

759
01:29:40,242 --> 01:29:44,242
แอปที่เคยใช้ได้เมื่อ 2-3 เดือนที่แล้วอาจจะใช้ไม่ได้สำหรับเดือนนี้ก็ได้ ฉะนั้น

760
01:29:45,057 --> 01:29:47,487
ก่อนใช้ทุกครั้งต้องเช็กให้ดีนะคะ แล้วก็ทดลองใช้อันนี้ก็สำคัญนะ

761
01:29:47,487 --> 01:29:50,397
อันนี้หลายคนก็มักพลาด

762
01:29:50,397 --> 01:29:54,189
คือแบบบางครั้งใช้งานได้

763
01:29:54,189 --> 01:29:57,672
ฉันใช้อยู่แล้วน่ะ แต่อยู่ดี ๆ ก็ใช้งานไม่ได้ ฉะนั้น

764
01:29:57,672 --> 01:30:01,672
ต้องทดสอบทุกครั้งนะคะ พวกสื่อการสอนอย่างนี้

765
01:30:02,948 --> 01:30:06,948
หรือเพราะว่า

766
01:30:07,802 --> 01:30:09,257
อีกอันหนึ่ง ที่เจอนะ ก็คือไม่ได้ทดสอบ

767
01:30:09,257 --> 01:30:13,257
พวกเสียงพวกนี้

768
01:30:14,489 --> 01:30:18,489
ค่ะ เวลาที่ไปเวลาที่ไปนำเสนออย่างนี้ ก็คืออยู่ที่ ม. มันเปิดได้

769
01:30:19,759 --> 01:30:23,367
แต่บางครั้งเราไปที่โรงเรียนน่ะแล้วมันเปิดไม่ได้ เราก็ต้องทดสอบมามาเช็ก

770
01:30:23,367 --> 01:30:27,323
ให้พร้อมอะไรอย่างนี้ก่อนนะ ที่เราจะ

771
01:30:27,323 --> 01:30:28,828
จะสอนหรือทุก ๆ ครั้งอย่างนี้ ไม่อย่างนั้น ก็จะเสียเวลานึกออกไหม

772
01:30:28,828 --> 01:30:32,828
คือ

773
01:30:35,982 --> 01:30:37,949
จริง ๆ มันก็ไม่ควรเกิดวันที่ไปสอบสอน แต่มันก็ไม่ควรเกิดทุกกรณีนะ

774
01:30:37,949 --> 01:30:38,559
แม้กระทั่งเราไม่ได้สอบสอน

775
01:30:38,559 --> 01:30:42,559
ค่ะ

776
01:30:43,960 --> 01:30:47,960
เหลือแต่นิเทศที่เขาไปแม้กระทั่งเวลาปกติค่ะ การที่เราไม่ได้ทดสอบ

777
01:30:49,465 --> 01:30:53,465
เสียงหรือเราไม่ได้มาล่วงหน้าค่ะ มันทำให้เราเสียเวลาการสอนไง เราก็ต้องรอ เรา

778
01:30:54,742 --> 01:30:58,742
ก็ต้อง... คือ มันเสียเวลาไปเยอะ การที่เสียงไม่ออกน่ะค่ะ อะไรพวกนี้ก็ต้อง

779
01:31:00,047 --> 01:31:03,317
ระมัดระวังด้วยเหมือนกันนะคะ เพราะว่าทุก ๆ เวลามันมีค่านะ ในการสอนนะคะ

780
01:31:03,317 --> 01:31:07,317
เราไม่ได้สอนเหมือนอาจารย์มหาวิทยาลัย อาจารย์มหาวิทยาลัยเขามี 4 ชั่วโมง

781
01:31:08,652 --> 01:31:12,652
มันใช้เวลาได้ชิวนะ แต่พวกเรามีแค่ 1 ชั่วโมง ไม่งั้นเดี๋ยวมันจะสอนไม่ทัน

782
01:31:14,351 --> 01:31:17,191
การใช้สื่อนะคะ เวลาใช้สื่อก็ไม่ได้ใช้แบบไปเลยนะ

783
01:31:17,191 --> 01:31:21,191
คุณครูก็ต้องให้คำแนะนำชี้แจงนะคะ

784
01:31:23,697 --> 01:31:25,677
ในระหว่างที่ใช้ก็ต้องให้ความช่วยเหลือเขาด้วยนะคะ เผื่อเขามีปัญหา แล้วก็การบริหารจัดการที่ดีก็ทำให้ใช้

785
01:31:25,677 --> 01:31:29,677
สื่อได้อยากจะราบรื่น

786
01:31:34,143 --> 01:31:38,143
สุดท้ายเวลาที่ใช้ เราก็จะต้องประเมินสื่อนะคะ อาจจะประเมินโดยผู้สอน ส่วนใหญ่

787
01:31:39,980 --> 01:31:41,225
คุณครูก็จะประเมินโดยผู้สอนนี่แหละนะคะ  ประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญก็ได้ กรรมการหรือ

788
01:31:41,225 --> 01:31:44,809
ผู้เรียน แล้วก็

789
01:31:44,809 --> 01:31:48,809
ประเมินโดยหาประสิทธิภาพเดี๋ยวนี้ ครูขอไปพูดในบทที่

790
01:31:50,917 --> 01:31:54,917
13 อย่างละเอียดอีกทีนะคะ แนะนำให้เห็นว่าเวลาใช้สื่อเราต้องทำอะไรบ้าง

791
01:31:56,092 --> 01:32:00,092
หมดและสำหรับวันนี้นะคะ

792
01:32:01,191 --> 01:32:05,191
จากที่เมื่อกี้ที่แอบดูคร่าว ๆ ก็ทำได้ดีขึ้นนะ

793
01:32:07,304 --> 01:32:11,304
ไม่มีเลย ไม่มี ไม่โดนเลยนะคะ

794
01:32:13,163 --> 01:32:13,883
เราโดนเป้ามากขึ้นนะคะ ขอดูก่อนเรียนหลังเรียนด้วย หลังเรียนก็ดีขึ้นนะคะ ฉ

795
01:32:13,883 --> 01:32:15,307
ะนั้น ให้คะแนน

796
01:32:15,307 --> 01:32:19,060
ในภายหลังเรียนเยอะ

797
01:32:19,060 --> 01:32:21,812
นะคะ สำหรับวันนี้นะคะ วันนี้มีข้อสงสัยไหม

798
01:32:21,812 --> 01:32:25,166
ไม่มีก็

799
01:32:25,166 --> 01:32:29,166
เชิญได้นะคะ วันนี้พอแค่นี้นะคะ

