﻿1
00:01:55,844 --> 00:01:59,844
Amazon

2
00:02:06,993 --> 00:02:08,227
สวัสดีค่ะ

3
00:02:08,227 --> 00:02:10,703
สวัสดีค่ะ

4
00:02:10,703 --> 00:02:14,703
คุณครูล่ามะคะ สวัสดีด้วยนะคะ

5
00:02:16,100 --> 00:02:19,150
พอดีเดี๋ยวให้เด็ก ๆ ค่ะ กำลังเตรียมสไลด์ที่จะนำเสนอน่ะค่ะ สักครู่นะคะ

6
00:02:19,150 --> 00:02:23,150
ขอบคุณค่ะ รอสักครู่ค่ะ

7
00:04:29,399 --> 00:04:33,399
(นักศึกษาหญิง) เรียนอาจารย์ประจำวิชาที่เคารพ และสวัสดีเพื่อน ๆ ทุกคนค่ะ

8
00:04:44,793 --> 00:04:48,793
วันนี้กลุ่ม 6 จะมานำเสนอ บท

9
00:04:51,472 --> 00:04:55,472
บทที่ 6 ค่ะ เรื่องเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา และเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ค่ะ

10
00:04:55,473 --> 00:04:59,473
สมาชิกในกลุ่ม 1 นางสาวพุทธชาติ อยู่เย็น

11
00:05:00,800 --> 00:05:03,154
2. นางสาวรัตนาภรณ์ บุญเพ็ญ 3. นางสาวอังคณา คุ้มกลางดอน

12
00:05:03,154 --> 00:05:07,154
และดิฉัน นางสาวสลิลทิพย์ บูรณะ ค่ะ

13
00:05:20,811 --> 00:05:24,811
บทที่ 6 เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา และเด็กที่มีความบกพร่องทางด้านการเรียนรู้ค่ะ

14
00:05:30,228 --> 00:05:34,228
เด็กที่มีความบกพร่องทางด้านสติปัญญา ความหมายของเด็กที่มีความบกพร่องทางด้านสติ

15
00:05:35,412 --> 00:05:36,859
ปัญญา การทำหน้าที่ด้านสติปัญญาที่ต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ย อย่างเห็นได้ชัดค่ะ

16
00:05:36,859 --> 00:05:40,859
มีลักษณะที่

17
00:05:41,385 --> 00:05:42,571
สภาพของหน้าที่ในแต่ละขั้นตอน การพัฒนาที่นำไปสู่ระดับ

18
00:05:42,571 --> 00:05:44,030
ปัญญาโดยรวม

19
00:05:44,030 --> 00:05:48,030
เช่น

20
00:05:48,291 --> 00:05:52,291
การรับรู้ การเข้าใจ การเคลื่อนไหว และการเข้าร่วมสังคมค่ะ

21
00:05:56,366 --> 00:05:59,501
1. ลักษณะความบกพร่องทางด้านสติปัญญา เป็นผู้ที่มีความ

22
00:05:59,501 --> 00:06:00,694
บกพร่องทางด้านสติปัญญา มีลักษณะดังนี้ค่ะ

23
00:06:00,694 --> 00:06:02,283
1

24
00:06:02,283 --> 00:06:04,036
. ระดับเชาว์

25
00:06:04,036 --> 00:06:06,406
... ขออภัยค่ะ

26
00:06:06,406 --> 00:06:08,773
1

27
00:06:08,773 --> 00:06:09,553
. ระดับเชาว์ปัญญาต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ

28
00:06:09,553 --> 00:06:10,729
70

29
00:06:10,729 --> 00:06:13,271
-7

30
00:06:13,271 --> 00:06:17,271
5 2. ระดับการปรับตัว

31
00:06:19,168 --> 00:06:23,168
บกพร่องน้อยกว่า 2 ด้านค่ะ 3 ข้อบกพร่องเกิดขึ้นก่อนอายุ 18

32
00:06:28,310 --> 00:06:32,310
2

33
00:06:34,476 --> 00:06:37,857
. เกณฑ์ความบกพร่องของพัฒนาการทางด้านปัญญา การวิจัยตามเกณฑ์ DSM 5

34
00:06:37,857 --> 00:06:41,857
. ความบกพร่องทางด้านสติปัญญาด้านแนวคิด

35
00:06:42,490 --> 00:06:45,034
สังคม และการปฏิบัติต้องเป็นไปตามเกณฑ์ 3 ประการ ดังนี้ค่ะ

36
00:06:45,034 --> 00:06:49,034
1.

37
00:06:50,801 --> 00:06:53,690
ข้อบกพร่องในหน้าที่ทางปัญญา เช่น การให้เหตุผล การแก้ปัญหา

38
00:06:53,690 --> 00:06:57,690
การวางแผน การคิดเชิงนามธรรม

39
00:06:58,922 --> 00:07:02,922
การตัดสินใจ การเรียนรู้เชิงวิชาการ และการเรียนรู้จากประสบการณ์ค่ะ

40
00:07:05,432 --> 00:07:06,569
ข้อบกพร่องในการทำงานในการปรับตัว ซึ่งส่งผลให้เกิดความล้มเหลว ในการปฏิบัติ

41
00:07:06,569 --> 00:07:10,569
ตามมาตรฐาน

42
00:07:14,296 --> 00:07:16,317
3. เริ่มมีการขาดสมดุลทางปัญญา และการปรับตัวในช่วงระยะเวลา

43
00:07:16,317 --> 00:07:20,317
การพัฒนาทางด้านสติปัญญาค่ะ

44
00:07:26,578 --> 00:07:30,578
สรุปได้ว่า ภาวะแรกที่มีการพัฒนาไม่เต็มที่ หรือหยุดชะงัก

45
00:07:30,915 --> 00:07:31,802
ทำให้เกิดข้อจำกัดด้านความสามารถทางด้านสติปัญญา

46
00:07:31,802 --> 00:07:33,844
มีระดับ

47
00:07:33,844 --> 00:07:35,266
เชาว์ปัญญาต่ำกว่าเกณฑ์

48
00:07:35,266 --> 00:07:37,753
ปกติทุกด้าน

49
00:07:37,753 --> 00:07:41,753
ปกติ... ขออภัยค่ะ

50
00:07:43,941 --> 00:07:45,774
ปรากฏว่ามีข้อจำกัดด้านทักษะการปรับตัว วุฒิภาวะการเรียนรู้ การดำเนินชีวิต

51
00:07:45,774 --> 00:07:49,365
สภาพแวดล้อมของสังคม

52
00:07:49,365 --> 00:07:53,365
ทั้งนี้จะต้องเกิดขึ้นก่อนเมื่ออายุครบ 18 ปีค่ะ

53
00:08:03,092 --> 00:08:07,092
2. นะคะ สาเหตุของเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา

54
00:08:10,005 --> 00:08:10,695
ภาวะดาวน์ซินโดรม เป็นภาวะโครโมโซมผิดปกติ เป็นโรคพันธุกรรมที่เกิดจากโครโมโซม

55
00:08:10,695 --> 00:08:12,670
คู่มี

56
00:08:12,670 --> 00:08:14,046
21 เกินมา

57
00:08:14,046 --> 00:08:18,046
ภาวะ...

58
00:08:26,657 --> 00:08:30,532
ภาวะสมองบวมน้ำให้... นะคะ เป็นภาวะสมองพงษ์ครั้งหน้า

59
00:08:30,532 --> 00:08:31,125
ถังน้ำเกิดจากการมีน้ำหรือไขมัน

60
00:08:31,125 --> 00:08:32,214
มาก

61
00:08:32,214 --> 00:08:36,214
เกินไป

62
00:08:37,363 --> 00:08:41,363
หากรักษาไม่ทันนะคะ จะทำให้เสียชีวิตได้ค่ะ

63
00:08:48,141 --> 00:08:49,127
3. นะคะ ลักษณะของเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา เด็กที่มีพัฒนาการล่าช้า

64
00:08:49,127 --> 00:08:52,663
เป็นเด็ก

65
00:08:52,663 --> 00:08:56,663
ปกติในวัยเดียวกัน ส่งผลให้มี

66
00:08:58,630 --> 00:09:02,630
ความจำกัดในการปรับตัว ที่สามารถดำรงชีวิตในชุมชนและสังคมได้ค่ะ

67
00:09:08,927 --> 00:09:12,927
บกพร่องช่องทางสติปัญญานะคะ มีไว้ 3 ระดับค่ะ 1. ระดับที่เรียนได้

68
00:09:14,515 --> 00:09:17,182
เด็กนะคะ จะมีพัฒนาการด้านการฟัง และการพูด

69
00:09:17,182 --> 00:09:19,978
เรียน เขียน ล่าช้าค่ะ

70
00:09:19,978 --> 00:09:22,712
2. นะคะ ระดับที่ฝึกได้

71
00:09:22,712 --> 00:09:26,712
ทางสติปัญญา

72
00:09:30,323 --> 00:09:31,726
ระดับปานกลางค่ะ มีความก้าวหน้าในการเรียนรู้ จำกัดเฉพาะทักษะพื้นฐานที่จำเป็นค่ะ

73
00:09:31,726 --> 00:09:35,319
3.

74
00:09:35,319 --> 00:09:38,281
ระดับที่ไม่สามารถเรียนได้หรือฝึกได้

75
00:09:38,281 --> 00:09:42,281
เป็นเด็กที่มีความบกพร่องขั้นรุนแรงค่ะ

76
00:09:47,949 --> 00:09:51,949
4. ระดับของเด็ก ที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา

77
00:09:53,849 --> 00:09:56,077
สมาคมภาวะปกป้องนะคะ ทางสติปัญญาและการพัฒนา

78
00:09:56,077 --> 00:10:00,077
ประเทศสหรัฐอเมริกา

79
00:10:01,139 --> 00:10:05,139
ได้แบ่งประเภทของภาวะความบกพร่องทางสติปัญญา แบ่งได้ 4 ระดับ

80
00:10:05,692 --> 00:10:09,692
ดังนี้ค่ะ

81
00:10:14,525 --> 00:10:18,497
5. แนวทางในการช่วยเหลือเด็กที่มีความบกพร่องทางสติ

82
00:10:18,497 --> 00:10:20,640
ปัญญา การดูแลช่วยเหลือเด็กที่มีความบกพร่อง

83
00:10:20,640 --> 00:10:21,559
คือพ่อ แม่ ครูแ

84
00:10:21,559 --> 00:10:25,559
ละผู้ช่วยที่

85
00:10:26,645 --> 00:10:30,645
ปัจจัยสำคัญ ที่มีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตของเด็กค่ะ

86
00:10:37,990 --> 00:10:41,990
ต่อไป ก็จะเป็นหัวข้อของเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้นะคะ

87
00:10:43,935 --> 00:10:47,158
ซึ่งความหมายของเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ชื่อลงในภาษาอังกฤษว่า learning

88
00:10:47,158 --> 00:10:51,158
Disability ใช้ชื่อย่อว่าอย่างดีค่ะ คือเด็กจะแสดง

89
00:10:52,010 --> 00:10:55,976
ความสามารถที่ไม่ค่อยถนัดออกมาไม่ว่าจะเป็นทางด้านการอ่านการเขียนหรือคณิตศาสตร์ค่ะ

90
00:10:55,976 --> 00:10:59,568
เราจะเห็นได้ว่านะคะ ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้น

91
00:10:59,568 --> 00:11:03,568
เกิดจากการรับรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ข้อมูลค่ะ

92
00:11:05,011 --> 00:11:09,011
ค่ะ ต่อมาก็จะเป็นสาเหตุ ของความบกพร่องทางการเรียนรู้นะคะ

93
00:11:17,480 --> 00:11:21,480
ค่ะ จากการศึกษานะคะ สาเหตุของความบกพร่องทางการเรียนรู้ มีสาเหตุที่ไม่ค่อยแน่ชัดค่ะ

94
00:11:23,263 --> 00:11:25,256
แต่มีสาเหตุที่คิดว่าเป็นไปได้อยู่ 3 ประการค่ะ ก็คือ 1. ทางด้านร่างกายและชีววิทยา

95
00:11:25,256 --> 00:11:27,623
2. ทางด้านพันธุกรรม

96
00:11:27,623 --> 00:11:31,623
3. ทางด้านสิ่งแวดล้อมค่ะ

97
00:11:35,659 --> 00:11:37,098
ซึ่งทางด้านร่างกายและชีววิทยานะคะ จะเกิดกับตัวเด็กโดยเฉพาะค่ะ เนื่องจากว่า

98
00:11:37,098 --> 00:11:38,578
สมองได้รับ

99
00:11:38,578 --> 00:11:41,583
บาดเจ็บค่ะ

100
00:11:41,583 --> 00:11:42,562
สาเหตุหลักที่สมองได้รับบาดเจ็บ อาจจะ

101
00:11:42,562 --> 00:11:45,053
เกิดจาก

102
00:11:45,053 --> 00:11:47,370
ช่วงระหว่างคลอด

103
00:11:47,370 --> 00:11:51,370
หลังคลอดหรือก่อนคลอดค่ะ

104
00:11:55,469 --> 00:11:59,469
การบาดเจ็บนี้ ทำให้ระบบประสาทส่วนกลาง ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ค่ะ

105
00:12:05,740 --> 00:12:08,621
และข้อ 2 ค่ะ

106
00:12:08,621 --> 00:12:12,621
องค์ประกอบทางพันธุกรรมนะคะ คือ

107
00:12:14,182 --> 00:12:15,538
จากการวิจัยพบว่าแนวโน้มของเด็กที่มีความด้อยความสามารถทางการเรียนรู้จะเกิดขึ้น

108
00:12:15,538 --> 00:12:18,478
คนในครอบครัวเดียวกันค่ะ

109
00:12:18,478 --> 00:12:21,050
และ 3. ทาง

110
00:12:21,050 --> 00:12:25,033
สิ่งแวดล้อมค่ะ

111
00:12:25,033 --> 00:12:26,731
เด็กที่อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เสียเปรียบ มีแนวโน้มว่า

112
00:12:26,731 --> 00:12:28,221
จะมีความรู้ความด้อยความสามารถ

113
00:12:28,221 --> 00:12:32,221
ทางการเรียนรู้มากกว่า

114
00:12:33,234 --> 00:12:35,466
แต่ก็ยังมีข้อสงสัยกันว่า เด็กอาจจะได้รับการเรียนการสอนที่ไม่เหมาะสม

115
00:12:35,466 --> 00:12:39,466
ซึ่ง

116
00:12:39,537 --> 00:12:43,537
ผลการวิจัยพบว่าเด็กร้อยละ 90 เปอร์เซ็นต์

117
00:12:44,019 --> 00:12:48,019
ร้อยละ 90 เปอร์เซ็นต์ ที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้

118
00:12:48,413 --> 00:12:52,128
มักจะได้รับการเรียนการสอนที่ไม่ถูกต้องค่ะ

119
00:12:52,128 --> 00:12:53,850
แล้วต่อมา หัวข้อที่ 3 ก็จะเป็นลักษณะ

120
00:12:53,850 --> 00:12:57,850
ความบกพร่อง ของเด็ก

121
00:13:05,085 --> 00:13:09,085
ค่ะ ามหลักวินิจฉัย DSM-5 ของแพทย์อเมริกันนะคะ คือเด็กจะมีความยากลำบากในการเรียนรู้ค่ะ

122
00:13:14,925 --> 00:13:18,925
โดยเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้นะคะ ก็จะมีความบกพร่องทางด้านใดด้านหนึ่งค่ะ

123
00:13:22,282 --> 00:13:23,248
จะมีทางด้านการอ่าน ซึ่งเด็กจะอ่านตัวหนังสือไม่ได้เลย อ่านไม่ออก ก็คือจะจดจำพยัญชนะไม่ได้

124
00:13:23,248 --> 00:13:27,248
จำวรรณยุกต์ไม่ได้

125
00:13:29,502 --> 00:13:33,220
แต่ถ้าเราสอนเด็กด้วยการพูด หรืออ่านให้ฟัง เด็กก็จะจดจำได้ดีค่ะ

126
00:13:33,220 --> 00:13:37,220
อันที่ 2 ก็จะเป็นทางด้าน

127
00:13:38,717 --> 00:13:40,384
การเขียนค่ะ คือเด็กจะเขียนตัวหนังสือไม่ได้เลย สับสนหัวเข้า หัวออก เช่น

128
00:13:40,384 --> 00:13:42,482
พ พาน เป็น ผ ผึ้ง

129
00:13:42,482 --> 00:13:44,246
ด เด็ก เป็น  ค ควายค่ะ

130
00:13:44,246 --> 00:13:48,246
และ 3

131
00:13:50,013 --> 00:13:54,013
การบกพร้ทางด้านคณิตศาสตร์ค่ะ คือเด็กจะมีความไม่เข้าใจในตัวเลข

132
00:13:54,235 --> 00:13:58,235
ในการบวก ลบ คูณ หาร แล้วก็ไม่สามารถแปลงโจทย์ทางคณิตศาสตร์ได้ค่ะ

133
00:14:04,552 --> 00:14:08,552
ต่อไปหัวข้อที่ 4 นะคะ การจัดกิจกรรมพัฒนาเด็กที่มีความ

134
00:14:11,266 --> 00:14:13,404
บกพร่องทางการเรียนรู้ค่ะ ก็จะมี 7 ข้อ...  8 ข้อ ดังนี้ค่ะ 1.

135
00:14:13,404 --> 00:14:16,631
ความสม่ำเสมอ ในการ

136
00:14:16,631 --> 00:14:17,505
ใช้ระเบียบของห้อง ที่ครูตั้งขึ้น

137
00:14:17,505 --> 00:14:20,344
2

138
00:14:20,344 --> 00:14:21,791
. การเตรียมการ

139
00:14:21,791 --> 00:14:25,791
3. ลดสิ่งที่

140
00:14:27,256 --> 00:14:29,367
รบกวนเท่าที่จะทำได้ 4. เริ่มจาก

141
00:14:29,367 --> 00:14:30,763
สิ่งที่ง่ายไปหายาก

142
00:14:30,763 --> 00:14:33,336
5

143
00:14:33,336 --> 00:14:37,336
. คำสั่งของแต่ละขั้นตอน

144
00:14:38,311 --> 00:14:40,589
ควรง่าย สั้นและชัดเจน

145
00:14:40,589 --> 00:14:43,721
ข้อ 6

146
00:14:43,721 --> 00:14:46,104
ถ้าเด็กมีปัญหาเฉพาะเรื่อง

147
00:14:46,104 --> 00:14:50,104
ควรตรวจสอบว่า

148
00:14:51,548 --> 00:14:53,080
เขามีทักษะพื้นฐานเกี่ยวกับ

149
00:14:53,080 --> 00:14:54,410
เรื่องนั้น

150
00:14:54,410 --> 00:14:55,650
หรือยัง

151
00:14:55,650 --> 00:14:59,286
ข้อ 7

152
00:14:59,286 --> 00:15:02,032
เด็กแต่ละคนมีวิธีการ

153
00:15:02,032 --> 00:15:05,693
เรียนรู้ของตนเอง

154
00:15:05,693 --> 00:15:09,693
ว่าคุณครูสามารถ

155
00:15:10,296 --> 00:15:14,296
รู้ถึงวิธีการเรียนรู้

156
00:15:16,255 --> 00:15:17,343
ของแต่ละคน ก็จะจัดกิจกรรมให้เหมาะสม

157
00:15:17,343 --> 00:15:19,505
ข้อ 8

158
00:15:19,505 --> 00:15:23,505
ใช้ในการสอน

159
00:15:26,367 --> 00:15:30,367
1 เรื่อง ควรจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย

160
00:15:30,484 --> 00:15:34,484
ต่อไป หัวข้อที่ 5  นะคะ แนวทางการ

161
00:15:35,345 --> 00:15:39,345
ช่วยเหลือ เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ค่ะ

162
00:15:40,115 --> 00:15:44,115
ก็จะมีทั้งหมด 3 ข้อ ดังนี้ค่ะ 1. การช่วยเหลือ

163
00:15:44,799 --> 00:15:46,813
ครอบครัว 2. การช่วยเหลือด้านจิตใจ และ 3. การช่วยเหลือ

164
00:15:46,813 --> 00:15:50,813
ด้านการเรียนค่ะ

165
00:15:53,090 --> 00:15:57,090
แล้วมีอีก 1 อัน...

166
00:15:59,361 --> 00:16:03,361
และมีอีก 1 อันนะคะ ประโยชน์และสื่อการสอนค่ะ

167
00:16:05,525 --> 00:16:09,525
ต่อไปจะเป็นคำถามนะคะ

168
00:16:13,281 --> 00:16:16,212
1. ระดับภาวะความบกพร่องทางสติปัญญาปานกลาง

169
00:16:16,212 --> 00:16:19,179
มีระดับสติปัญญา IQ เท่าไรคะ

170
00:16:19,179 --> 00:16:23,179
เชิญค่ะ กุ๊กไก่

171
00:16:23,212 --> 00:16:27,212

172
00:16:31,803 --> 00:16:35,803
ค่ะ ถูกค่ะ

173
00:16:39,622 --> 00:16:42,434
ข้อ 2 นะคะ ในทางการศึกษา จะแบ่งลักษณะของ

174
00:16:42,434 --> 00:16:45,044
เด็ก ที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา

175
00:16:45,044 --> 00:16:49,044
ไว้อยู่เท่าไรค่ะ

176
00:16:50,717 --> 00:16:53,594

177
00:16:53,594 --> 00:16:57,594
ไม่รับผิดชอบ

178
00:17:05,013 --> 00:17:09,013
ไว้อยู่ 3 หัวข้อค่ะ คืออะไรบ้าง

179
00:17:29,144 --> 00:17:31,102

180
00:17:31,102 --> 00:17:35,102
ปอนด์ เชิญค่ะ

181
00:17:55,130 --> 00:17:59,130
ไม่ถูกค่ะ

182
00:18:23,907 --> 00:18:27,907
ถูกค่ะ ขอบคุณค่ะ

183
00:18:29,538 --> 00:18:32,549
ต่อไปข้อที่ 3 นะคะ ภาวะดาวน์ซินโดรมคืออะไรค่ะ

184
00:18:32,549 --> 00:18:36,549
อาร์มค่ะ

185
00:18:39,653 --> 00:18:43,653
ถูกต้องค่ะ ขอบคุณค่ะ

186
00:18:45,620 --> 00:18:46,883
ข้อที่ 4 นะคะ สาเหตุของความบกพร่องทางการเรียนรู้

187
00:18:46,883 --> 00:18:48,582
มีอะไรบ้างค่ะ

188
00:18:48,582 --> 00:18:52,582
เชิญค่ะ

189
00:18:57,837 --> 00:19:01,837
ถูกค่ะ ขอบคุณค่ะ

190
00:19:05,432 --> 00:19:07,454
5. นะคะ การช่วยเหลือเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้

191
00:19:07,454 --> 00:19:11,454
สามารถทำได้อย่างไรค่ะ

192
00:19:13,141 --> 00:19:17,141
การช่วยเหลือเด็กค่ะ

193
00:19:26,484 --> 00:19:30,484
จันทร์เจ้าค่ะ

194
00:19:43,361 --> 00:19:46,146
ค่ะ ถูกต้องค่ะ ขอบคุณค่ะ ค่ะ ขอจบการนำเสนอเพียงเท่านี้นะคะ

195
00:19:46,146 --> 00:19:50,146
ขอบคุณค่ะ

196
00:20:50,752 --> 00:20:54,752

197
00:21:21,526 --> 00:21:25,526

198
00:21:26,242 --> 00:21:30,242

199
00:22:11,778 --> 00:22:13,046
(นักศึกษาหญิง)  สวัสดีค่ะ จากกลุ่ม 5 นะคะ สมอง

200
00:22:13,046 --> 00:22:17,046
กับการเรียนรู้

201
00:22:17,593 --> 00:22:18,446
สมาชิกกลุ่มก็มี นางสาวชลิตา คำวสีนะคะ

202
00:22:18,446 --> 00:22:19,559
รหัส

203
00:22:19,559 --> 00:22:23,559
106

204
00:22:26,578 --> 00:22:27,665
นางสาววิมลรัตน์ สินใหม่ รหัส 116 ค่ะ แล้วก็นางสาวบุณยานุช รหัส

205
00:22:27,665 --> 00:22:31,665
111 ค่ะ

206
00:22:33,282 --> 00:22:37,282
สมองนะคะ  สักครู่นะคะ

207
00:22:45,044 --> 00:22:49,044
ค่ะ สมองนะคะ เป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดของมนุษย์ เป็นส่วนกลางของระบบ

208
00:22:50,501 --> 00:22:53,389
ประสาท สมองเริ่มก่อตัวตั้งแต่อายุ 2 สัปดาห์ในครรภ์

209
00:22:53,389 --> 00:22:54,785
และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

210
00:22:54,785 --> 00:22:58,785
จนถึงหลังคลอด

211
00:23:01,169 --> 00:23:04,229
ในการทำงานของสมองมีการจัดระบบที่ซับซ้อน มีประสิทธิภาพสูง

212
00:23:04,229 --> 00:23:08,229
สามารถเปลี่ยนแปลง หรือว่ายืดหยุ่น

213
00:23:10,003 --> 00:23:14,003
ซึ่งสมองมีการพัฒนาโครงสร้างและหน้าที่ตามอายุ ซึ่งมีการค้นพบว่า

214
00:23:14,410 --> 00:23:16,781
สมองจะพัฒนาสมบูรณ์ ในอายุหลังวัย 20 ปี

215
00:23:16,781 --> 00:23:20,781
และยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องค่ะ

216
00:23:21,969 --> 00:23:25,969
ความรู้เกี่ยวกับสมองเด็กนะคะ

217
00:23:28,727 --> 00:23:32,727
ช่วงแรกเกิดจนถึง 6 ปี จะมีเซลล์สมองจำนวนมหาศาล ซึ่งเด็กที่มีอายุมาก

218
00:23:34,577 --> 00:23:38,577
กว่า 3 ปีขึ้นไป จะมีขนาดมากถึงร้อยละ 75 ของผู้ใหญ่ค่ะ

219
00:23:40,233 --> 00:23:44,001
และภายใน 5 ปีหลังจากนั้นนะคะ สมองจะมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว

220
00:23:44,001 --> 00:23:47,014
ซึ่งการพัฒนาของสมองในช่วงนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับ

221
00:23:47,014 --> 00:23:51,014
การเจริญเติบโต ของร่างกายแล้วนะคะ

222
00:23:53,331 --> 00:23:57,331
การพัฒนาของสมอง จะพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว มากกว่าร่างกาย ทำให้ช่วงแรกเกิดจนถึง

223
00:24:00,149 --> 00:24:04,149
เป็นช่วงที่สมอง มีการเจริญเติบโตเร็วที่สุดค่ะ โดยจะมีศักยภาพของสมอง

224
00:24:04,734 --> 00:24:08,734
การสร้างไมอีลินสมอง และคลื่นสมองค่ะ

225
00:24:10,980 --> 00:24:14,980
ศักยภาพของสมองนะคะ

226
00:24:19,564 --> 00:24:22,636
ปัจจัยที่ได้รับขณะตั้งครรภ์มีผลต่อการเจริญเติบโตของสมองค่ะ คุณแม่ต้องมีอารมณ์ดี ได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่

227
00:24:22,636 --> 00:24:26,636
โดยเฉพาะธาตุเหล็ก ไอโอดีน

228
00:24:28,234 --> 00:24:30,570
โปรตีนเป็นต้นค่ะ ได้ฟังเพลงที่ชอบ และไม่ควรได้รับสารพิษ อย่าง

229
00:24:30,570 --> 00:24:34,570
เช่น บุหรี่หรือว่าเหล้าค่ะ

230
00:24:36,358 --> 00:24:40,347
จะเห็นได้ว่าองค์ประกอบเหล่านี้นะคะ ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของสมอง

231
00:24:40,347 --> 00:24:44,347
โดยโครงสร้างของสมอง แบ่งออกเป็น 3 ส่วนค่ะ

232
00:24:47,339 --> 00:24:51,339
สมองก้านนะคะ คือ ส่วนที่เชื่อมต่อสมองกับไขสันหลัง

233
00:24:51,860 --> 00:24:55,860
เป็นส่วนข้อที่ควบคุมการหายใจ เป็นที่อยู่ของประสาท

234
00:24:57,788 --> 00:25:01,788
สมองส่วนนี้นะคะ เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อ ใบหน้า และลิ้นค่ะ

235
00:25:04,367 --> 00:25:05,534
สมองน้อยนะคะ อยู่ตรงท้ายทอยต่อจากพอนส์ ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของ

236
00:25:05,534 --> 00:25:09,086
กล้ามเนื้อ

237
00:25:09,086 --> 00:25:12,146
ไม่มีการเคลื่อนไหวที่สมดุลนะคะ  อย่างเช่น

238
00:25:12,146 --> 00:25:13,821
การเดิน การนั่ง การอ่านหนังสือค่ะ

239
00:25:13,821 --> 00:25:17,821
สมองใหญ่นะคะ

240
00:25:18,824 --> 00:25:20,433
จะแบ่งออกเป็นพูโดยแบ่งเป็น 4 ส่วนค่ะ

241
00:25:20,433 --> 00:25:24,433
ก็คือพ

242
00:25:26,141 --> 00:25:28,300
ูหน้าส่วนด้านบนสุดของสมองใหญ่ที่ตั้งของเขตที่ เรียก

243
00:25:28,300 --> 00:25:29,774
ว่าบริเวณความสัมพันธ์

244
00:25:29,774 --> 00:25:33,774
พูหลังนะคะ

245
00:25:35,043 --> 00:25:38,097
อยู่ทางด้านหลังด้านบนของสมองใหญ่ บริเวณความรู้สึกทางกายค่ะ

246
00:25:38,097 --> 00:25:41,298
ท้ายทอย อยู่ด้านหลังสุด

247
00:25:41,298 --> 00:25:45,298
ตรงท้ายทอยนะคะ เป็นที่ตั้ง

248
00:25:46,588 --> 00:25:50,588
เขตบริเวณที่เรียกว่าการมองเห็นค่ะ ส่วนพูข้างนะคะ อยู่ด้านข้าง

249
00:25:51,458 --> 00:25:55,458
ตรงขมับหลังหูทั้ง 2 ข้าง เป็นที่ตั้งที่เรียกว่า "การรับฟัง" ค่ะ

250
00:25:58,817 --> 00:26:02,817
การสร้างไมอิลินนะคะ ใมอิลินเกิดขึ้นหลังคลอดโดยเริ่มที่สมองส่วนล่าง

251
00:26:04,416 --> 00:26:05,547
ต่อไปที่สมองส่วนหน้าแล้วแต่ละช่วงอายุส่วนใดเจริญเติบ

252
00:26:05,547 --> 00:26:09,547
โตก่อน

253
00:26:13,268 --> 00:26:17,268
ก็จะเกิดการทำงานของสมองส่วนนั้น และส่วนใหญ่จะเจริญเต็มที่ในช่วงวัยรุ่นค่ะ

254
00:26:19,370 --> 00:26:23,370
ช่วยให้เด็กวัยรุ่นสามารถคิดในการวางแผน การแก้ปัญหา

255
00:26:24,942 --> 00:26:28,942
การตัดสินใจ สังเคราะห์ สรุป วิเคราะห์ และประเมินสิ่งต่าง ๆ ได้ง่าย

256
00:26:29,838 --> 00:26:33,838
ขึ้นค่ะ สมองซีกซ้ายนะคะ หรือน

257
00:26:35,092 --> 00:26:35,740
ักวิทยาศาสตร์ ที่เรียกว่าสมองแห่งเหตุผล ทำหน้าที่ควบคุมการหาเหตุผล

258
00:26:35,740 --> 00:26:39,605
ผล

259
00:26:39,605 --> 00:26:43,605
การเก็บความจำในรูปแบบของภาษา

260
00:26:44,900 --> 00:26:46,784
ด้วยเหตุนี้นะคะ ผู้ที่ถนัดสมองผู้ที่ถนัดสมองซีกซ้าย

261
00:26:46,784 --> 00:26:49,409
เป็นผู้ที่ชอบเหตุผล

262
00:26:49,409 --> 00:26:53,409
ชอบเรียนรู้ขั้นตอนอย่างละเอียด

263
00:26:54,167 --> 00:26:56,499
สมองซีกขวาค่ะ หรือที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า "

264
00:26:56,499 --> 00:27:00,499
สมองแห่งสหัชญา

265
00:27:01,451 --> 00:27:03,217
จะทำหน้าที่เกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ การจินตนาการ

266
00:27:03,217 --> 00:27:07,217
การสังเคราะห์

267
00:27:07,693 --> 00:27:08,993
การสนับสนุนในด้านดนตรีศิลปะนะคะ

268
00:27:08,993 --> 00:27:12,993
สามารถ

269
00:27:15,237 --> 00:27:19,237
หาวิธีต่าง ๆ ในการใช้ประโยชน์ของรูปแบบ รูปทรงเรขาคณิตค่ะ

270
00:27:24,217 --> 00:27:28,217
ระหว่างสมองทั้งสองซีกนะคะ จะเห็นได้ว่าเด็กที่อยู่ใน

271
00:27:29,824 --> 00:27:33,824
ทารก จนถึง 2 ขวบ จะสามารถพัฒนาสมองซีกขวาได้ดี

272
00:27:34,569 --> 00:27:38,569
เพราะสมองซีกขวานี่ จะเปิดเป็นซีกที่มีอิทธิพลในช่วงวัยเด็ก

273
00:27:40,334 --> 00:27:43,781
สมองซีกซ้ายนะคะ จะเริ่มมีอิทธิพลเมื่อมีอายุ 3 ขวบขึ้นไป

274
00:27:43,781 --> 00:27:47,781
ซึ่งการเรียนรู้เกี่ยวกับสมองซีกซ้ายนั้น

275
00:27:48,670 --> 00:27:52,670
จะต้องมีสมาธิ และมีความพยายามมากกว่าสมองซีกขวาค่ะ

276
00:27:57,019 --> 00:28:01,019
สมองเด็กนะคะ สมองเด็กในช่วง 2-3 สัปดาห์แรก หลังจาก

277
00:28:01,677 --> 00:28:03,963
การปฏิสนธิ สมองจะถูกสร้างขึ้นโดยแผ่นประสาท

278
00:28:03,963 --> 00:28:07,963
จะก่อตัวขึ้นก่อนจากนั้น

279
00:28:08,921 --> 00:28:12,616
ประสาทก็จะก่อตัวขึ้น สมองของเด็กจะมีขนาดปริมาณ

280
00:28:12,616 --> 00:28:15,259
1 ใน 4 ของขนาดสมองผู้ใหญ่ค่ะ

281
00:28:15,259 --> 00:28:18,382
แล้วจะมีขนาดใหญ่ขึ้น 2 เท่า

282
00:28:18,382 --> 00:28:22,382
ภายในปีแรก ในช่วง 3 ขวบแรกค่ะ

283
00:28:29,360 --> 00:28:33,360
คลื่นสมอง มนุษย์สามารถควบคุมคลื่นสมองและสารที่หลั่งจากสมองได้

284
00:28:34,537 --> 00:28:38,537
การฝึกฝนทางจิตใจ ให้ควบคุมสภาวะอารมณ์

285
00:28:39,029 --> 00:28:41,636
พื้นฐานความเข้าใจสมอง และกลไกการทำงานที่เกี่ยวข้องกัน

286
00:28:41,636 --> 00:28:43,939
เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เรา

287
00:28:43,939 --> 00:28:47,532
เรียนรู้โลกภายในตนเอง

288
00:28:47,532 --> 00:28:51,532
มองเห็นประโยชน์ของการจัดการกับอารมณ์

289
00:28:53,552 --> 00:28:57,552
ความสามารถในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ทำให้ภาวะของคลื่นสมองที่เหมาะสม

290
00:29:01,645 --> 00:29:05,645
ช่วยเปิดพื้นที่การเรียนรู้ในสมองของเรา ส่งผลต่อความคิดสร้างสรรค์ ความสามารถในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ

291
00:29:11,158 --> 00:29:15,158
ภาวะของคลื่นสมอง คลื่นสมองเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ได้มาจากการส่ง

292
00:29:15,727 --> 00:29:19,727
สัญญาณเคมีทางชีวภาพ ในร่างกายมนุษย์ด้วยเครื่อง

293
00:29:21,014 --> 00:29:22,481
eletogrofic  ทำให้พบว่าเราสามารถอ่านผลของ

294
00:29:22,481 --> 00:29:25,080
คลื่นสมองตามนั้น

295
00:29:25,080 --> 00:29:29,080
ระดับความถี่ได้เป็น 4 กลุ่ม

296
00:29:34,218 --> 00:29:36,540
คลื่น 1 คลื่นเบตา มีความถี่ประมาณ 14-30 รอบต่อวินาที

297
00:29:36,540 --> 00:29:40,540
เป็นคลื่นสมองที่เร็วที่สุด

298
00:29:43,158 --> 00:29:46,016
เกิดขึ้นในขณะที่สมองอยู่ในภาวะของการทำงานและควบคุมจิตใจ ใต้สำนึก

299
00:29:46,016 --> 00:29:50,016
ในขณะทำกิจกรรมต่าง ๆ

300
00:29:53,281 --> 00:29:55,497
หากมีเรื่องที่วุ่นวายใจทำให้ความถี่ขึ้นช่วงนี้อาจสูงถึง 40 รอบ ต่อวินาที

301
00:29:55,497 --> 00:29:59,497
2 คลื่นอัลฟา

302
00:30:01,298 --> 00:30:03,893
มีคลื่นความถี่ประมาณ 9-13 รอบต่อวินาที อยู่ในสภาวะที่

303
00:30:03,893 --> 00:30:07,893
จิตสมดุลสบาย ๆ

304
00:30:07,925 --> 00:30:11,925
หรือเป็นช่วงที่ร่างกายได้รับการพักผ่อน

305
00:30:14,778 --> 00:30:18,778
คลื่นเธตา มีคลื่นความถี่ประมาณ 4-8 รอบต่อวินาที

306
00:30:20,363 --> 00:30:24,363
เปรียบเสมือนช่วงความคิดสร้างสรรค์ที่อยู่ในจิตใจส่วนลึกของเรา

307
00:30:24,987 --> 00:30:28,987
จึงเป็นขึ้นสมองที่สะท้อนการทำงานของจิตใต้สำนึก

308
00:30:31,061 --> 00:30:33,262
คลื่นเดลตา มีคลื่นความถี่ประมาณ 1 ถึง 3 รอบ ต่อวินาที

309
00:30:33,262 --> 00:30:34,685
คลื่นสมองช้าที่สุด

310
00:30:34,685 --> 00:30:37,247
ร่างกายจะเกิด

311
00:30:37,247 --> 00:30:40,597
ความผ่อนคลายสูงมาก

312
00:30:40,597 --> 00:30:43,155
เป็นช่วงที่ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

313
00:30:43,155 --> 00:30:47,155
อาจจะหลับลึก ๆ โดยที่ไม่ฝัน

314
00:30:52,599 --> 00:30:54,826
พัฒนาการสมอง และระบบประสาทของเด็ก ในระยะการตั้งครรภ์

315
00:30:54,826 --> 00:30:57,772
เป็นระยะที่มีการสร้าง

316
00:30:57,772 --> 00:30:59,685
โครงสร้างพื้นฐานของสมองหลังปฏิสนธิ

317
00:30:59,685 --> 00:31:01,144
DNA จะกำหนด

318
00:31:01,144 --> 00:31:03,334
การสร้างโปรตีน

319
00:31:03,334 --> 00:31:07,334
เพื่อไปพัฒนาระบบประสาท

320
00:31:07,366 --> 00:31:08,768
สัปดาห์ที่ 1 หลังปฏิสนธิ

321
00:31:08,768 --> 00:31:12,768
หลอดประสาท

322
00:31:14,500 --> 00:31:16,142
มีการแบ่งสมองเป็น 3 ส่วน คือ สมองส่วนหน้า สมองส่วนกลาง สมองส่วนหลัง

323
00:31:16,142 --> 00:31:19,484
สัปดาห์ที่ 6

324
00:31:19,484 --> 00:31:21,850
สมองส่วนความคิดเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว

325
00:31:21,850 --> 00:31:25,564
มีความจำเป็นต่อการพัฒนา

326
00:31:25,564 --> 00:31:26,910
การเติบโต ของกล้ามเนื้อ สัปดาห์ที่ 8

327
00:31:26,910 --> 00:31:27,934
ตรวจพบ

328
00:31:27,934 --> 00:31:31,729
แขนง

329
00:31:31,729 --> 00:31:32,988
เดนไดรต์ เป็นจุดเชื่อมสัญญาณกับเซลล์อื่น ๆ

330
00:31:32,988 --> 00:31:34,490
สัปดาห์ที่ 10

331
00:31:34,490 --> 00:31:38,376
ทารกในครรภ์

332
00:31:38,376 --> 00:31:41,062
จะเริ่มเคลื่อนไหว เห็นจากการตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น

333
00:31:41,062 --> 00:31:45,062
สัปดาห์ที่ 19

334
00:31:45,903 --> 00:31:48,539
การเคลื่อนไหวของทารก คือ อัตราการเต้นของหัวใจ

335
00:31:48,539 --> 00:31:52,539
สัปดาห์ที่ 20

336
00:31:53,712 --> 00:31:55,728
อวัยวะรูปหอยโข่งในช่องหูมีการเจริญเติบโตอย่างเต็มที่

337
00:31:55,728 --> 00:31:58,106
สัปดาห์ที่ 24

338
00:31:58,106 --> 00:32:02,106
เปลือกตาจะเปิดทารก

339
00:32:03,556 --> 00:32:07,342
ทารกจะเปิดเปลือกตาในครรภ์

340
00:32:07,342 --> 00:32:09,632
มีการตอบสนอง จะเกิดขึ้นเมื่อมีเสียงดัง

341
00:32:09,632 --> 00:32:12,660
สัปดาห์ที่ 27

342
00:32:12,660 --> 00:32:16,120
ลูกตาดำมีการตอบสนองต่อแสง

343
00:32:16,120 --> 00:32:19,257
การตอบสนองนี้ จะควบคุมปริมาณแสงที่

344
00:32:19,257 --> 00:32:23,257
เข้าสู่เยื่อเรตินาไปตลอดชีวิตของเด็ก

345
00:32:30,793 --> 00:32:33,481
นับตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึงสัปดาห์ที่ 27 พัฒนาการสมองและระบบประสาทของทารก

346
00:32:33,481 --> 00:32:37,481
ยังพัฒนาเติบโตได้ไม่เต็มที่

347
00:32:39,206 --> 00:32:41,863
พฤติกรรมของทารกจะเปลี่ยนไปตามวุฒิภาวะ และความสามารถในการทำงาน

348
00:32:41,863 --> 00:32:43,211
ของสมองที่ค่อย ๆ

349
00:32:43,211 --> 00:32:44,931
เพิ่มขึ้น ตามลำดับ

350
00:32:44,931 --> 00:32:45,762
ส่วนต่าง ๆ ของ

351
00:32:45,762 --> 00:32:47,767
สมอง

352
00:32:47,767 --> 00:32:51,767
จะเจริญเติบโต

353
00:32:54,488 --> 00:32:58,488
การมองเห็นและการได้ยิน สร้างขึ้นที่เปลือกสมองส่วนท้ายทอย และข้างกกหู

354
00:32:59,249 --> 00:33:00,265
ระหว่างอายุครรภ์ 7-8 เดือน สูงสุดอาจจะช่วงอายุ 15

355
00:33:00,265 --> 00:33:03,249
7 เดือน

356
00:33:03,249 --> 00:33:04,929
การรับรู้ภาษาและ

357
00:33:04,929 --> 00:33:08,929
การพูดสร้างขึ้นที่เปลือก

358
00:33:09,482 --> 00:33:11,198
สมองด้านข้าง เหนือกกหู ระหว่างอายุครรภ์ 8 เดือน

359
00:33:11,198 --> 00:33:15,198

360
00:33:15,708 --> 00:33:18,817
มีถึง 6-7 ปี สูงสุดช่วงอายุ 15-24 เดือน

361
00:33:18,817 --> 00:33:21,700
การทำหน้าที่ใช้สติปัญญาระดับสูง

362
00:33:21,700 --> 00:33:25,496
การคิดไตร่ตรองและการตัดสินใจ

363
00:33:25,496 --> 00:33:28,163
สร้างขึ้นที่เปลือกสมองส่วนหน้าผาก และข้างขมับ

364
00:33:28,163 --> 00:33:30,479
ระหว่างอายุ 2-3 เดือน

365
00:33:30,479 --> 00:33:31,568
ถึงอายุ 15 ปี สูงสุด

366
00:33:31,568 --> 00:33:34,390
อายุ 1-7

367
00:33:34,390 --> 00:33:35,402
ปี จะเห็นได้ว่าพัฒนาการ

368
00:33:35,402 --> 00:33:39,402
สมอง

369
00:33:40,304 --> 00:33:44,020
และระบบประสาทของเด็ก มีพัฒนาการและเจริญเติบโตตั้งแต่อยู่ในครรภ์

370
00:33:44,020 --> 00:33:48,020
หลังคลอดก็ยังคงมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง

371
00:33:51,383 --> 00:33:53,808
ปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาการของสมอ ง

372
00:33:53,808 --> 00:33:54,569
ปัจจัยทางพันธุกรรมมี

373
00:33:54,569 --> 00:33:56,883
อิทธิพล

374
00:33:56,883 --> 00:33:59,175
มีอิทธิพลหลักต่อ

375
00:33:59,175 --> 00:34:03,175
พัฒนาการของสมองเ ช่น

376
00:34:05,614 --> 00:34:07,570
ยีนทำหน้าที่ควบคุมกระบวนการต่าง ๆ การสร้างใยประสาทนำเข้าและการสร้างไมอิลิน

377
00:34:07,570 --> 00:34:09,385
ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม

378
00:34:09,385 --> 00:34:10,961
โดยเฉพาะ

379
00:34:10,961 --> 00:34:14,961
ทุพโภชนาการ

380
00:34:16,672 --> 00:34:19,870
เนื่องจากส่งผลให้มีการสร้างเซลล์ประสาท และเซลล์เกลียน้อยลง และหลังคลอดขัดขวาง

381
00:34:19,870 --> 00:34:21,297
ของเซลล์ประสาทการสร้าง myelin และ

382
00:34:21,297 --> 00:34:25,297
พัฒนาการรู้คิด

383
00:34:25,325 --> 00:34:29,325
ดังนั้น โภชนาการที่ดีจึงมีผลต่อสมอง

384
00:34:33,445 --> 00:34:37,445
การส่งเสริมพัฒนาการสมองและการเรียนรู้

385
00:34:39,524 --> 00:34:41,334
สมองเป็นอวัยวะที่รับรู้และสั่งการให้บุคคลมีความคิดและการกระทำที่ไม่สิ้นสุด

386
00:34:41,334 --> 00:34:42,928
การเสริมสร้างความรู้และ

387
00:34:42,928 --> 00:34:44,080
ประสบการณ์ที่เหมาะสม

388
00:34:44,080 --> 00:34:48,080
ก

389
00:34:48,979 --> 00:34:52,225
ับวัย ดังนั้น ควรทำความเข้าใจ เพื่อให้สามารถส่งเสริม

390
00:34:52,225 --> 00:34:54,530
สมองให้เรียนรู้ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม

391
00:34:54,530 --> 00:34:58,530
ซึ่งสมองคนเราเริ่มทำงาน

392
00:34:58,643 --> 00:35:02,643
ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เพื่อดำรงชีวิตให้อยู่รอด

393
00:35:02,743 --> 00:35:05,608
สมองจะเจริญเติบโตและเกิดการเรียนรู้จากการที่เซลล์ประสาท

394
00:35:05,608 --> 00:35:09,368
ใหญ่ประสาทขึ้น

395
00:35:09,368 --> 00:35:13,368
เมื่อได้รับประสบการณ์และสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ ผ่านประสาทสัมผัส

396
00:35:17,229 --> 00:35:20,223
การลงมือทำและประสบการณ์การเรียนรู้จะเกิดขึ้นตลอดโดยเฉพาะ 6 ขวบแรก ที่เป็นโอกาสทองของการพัฒนาสมอง

397
00:35:20,223 --> 00:35:21,515
เพราะเป็นช่วงที่สมองกำลังเติบโต และ

398
00:35:21,515 --> 00:35:23,545
ต้องการการเรียนรู้

399
00:35:23,545 --> 00:35:27,545
ทุก ๆ ทาง

400
00:35:33,679 --> 00:35:37,679
การสร้างความผูกพันและไว้วางใจ

401
00:35:38,861 --> 00:35:42,861
ให้เกิดขึ้นในใจเด็ก จะทำให้เด็กรู้สึกปลอดภัย ไม่มีความกังวล

402
00:35:43,670 --> 00:35:47,670
ส่งผลให้เด็กมีสภาวะที่พร้อมต่อการพัฒนาทักษะเสมอ

403
00:35:50,418 --> 00:35:54,418
การดูแลสุขภาพทางร่างกายสมองของเด็กให้แข็งแรง จะช่วยสร้างความแข็งแรงทางกายภาพให้กับ

404
00:35:54,810 --> 00:35:57,580
สมอง การสร้างสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม

405
00:35:57,580 --> 00:36:01,580
สภาพแวดล้อมที่น่าอยู่ เป็นระเบียบ

406
00:36:03,248 --> 00:36:04,735
การให้ประสบการณ์การเรียนรู้ที่หลากหลาย ให้เด็กได้ลงมือทำ

407
00:36:04,735 --> 00:36:07,515
สร้างประสบการณ์ตรง

408
00:36:07,515 --> 00:36:10,372
สร้างการเรียนรู้ทักษะทางสังคม

409
00:36:10,372 --> 00:36:13,150
จะได้เรียนรู้ทางอารมณ์ตนเอง และได้

410
00:36:13,150 --> 00:36:15,764
สร้างปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกับผู้อื่น

411
00:36:15,764 --> 00:36:19,764
สร้างความสนุก คือการให้

412
00:36:19,867 --> 00:36:21,721
การบริการจัดการอารมณ์ตนเอง จะส่งผลต่อสภาพแวดล้อม

413
00:36:21,721 --> 00:36:25,721
ที่มีต่อเด็ก

414
00:36:27,937 --> 00:36:30,487
เข้าใจสาเหตุของพฤติกรรมที่เกิดขึ้น เพื่อจะได้มีแนวทางในการส่งเสริมพัฒนาช่วยเหลือ

415
00:36:30,487 --> 00:36:34,487
การสังเกตที่ละเอียดละออ

416
00:36:36,518 --> 00:36:40,518
คือภาษาอังกฤษสิ่งที่เด็กพยายามสื่อสาร จะทำให้สามารถรับรู้ เข้าใจอารมณ์เด็กได้

417
00:36:41,208 --> 00:36:45,208
ค่ะ ก็คำถามท้ายบทนะคะ

418
00:36:47,736 --> 00:36:51,379
จะได้คะแนนอยู่เฉย ๆ ก็ไม่เร้าใจ เรามีลูกอมมาแจกด้วยค่ะ

419
00:36:51,379 --> 00:36:55,379
พร้อมไหมคะ พร้อมไหม

420
00:36:57,876 --> 00:37:00,790
คำถามแรกนะคะ สมองจะพัฒนาอย่างสมบูรณ์หลังช่วงวัยใด

421
00:37:00,790 --> 00:37:04,790
เอามือจับ.

422
00:37:05,825 --> 00:37:09,825
.. เพื่อนค่ะ จับหูมันเก่าแล้ว

423
00:37:12,640 --> 00:37:15,736
3 2

424
00:37:15,736 --> 00:37:19,117
ยังจ้า ยัง ๆ

425
00:37:19,117 --> 00:37:23,117
จับเพื่อน

426
00:37:23,889 --> 00:37:27,889
1 2 3

427
00:37:30,388 --> 00:37:34,388
น้องส้มโอ ต่อค่ะ

428
00:37:37,378 --> 00:37:41,378
ถูกต้องค่ะ

429
00:37:51,372 --> 00:37:55,372
เบื่อ

430
00:38:01,677 --> 00:38:05,677
อย่าร้องไห้อมน่ะ

431
00:38:05,802 --> 00:38:09,802
ต่อไปข้อที่ 2 นะคะ พร้อมยังคะ

432
00:38:10,751 --> 00:38:12,217
โครงสร้างของสมองแบ่งออกเป็นกี่ส่วน

433
00:38:12,217 --> 00:38:16,217
มีอะไรบ้าง

434
00:38:18,903 --> 00:38:21,053
น้องน๊อตค่ะ

435
00:38:21,053 --> 00:38:22,921
ตอบอะไรนะคะ

436
00:38:22,921 --> 00:38:26,921
มีอะไรบ้างคะ

437
00:38:28,264 --> 00:38:32,264
ถูกไหมคะพี่

438
00:38:33,938 --> 00:38:37,938
ไม่ถูกค่ะ

439
00:38:37,986 --> 00:38:41,986
อย่าเพิ่ง อย่าเพิ่ง จับก่อน จับก่อน

440
00:38:43,279 --> 00:38:45,342
1 2 ยังเลย ยังไม่ 3 เลย

441
00:38:45,342 --> 00:38:48,478
ไลงค่ามือลงขา

442
00:38:48,478 --> 00:38:50,833
1 2

443
00:38:50,833 --> 00:38:54,833
ขึ้นก่อน

444
00:38:57,079 --> 00:39:01,079
ขี้โกง ลองตอบค่ะ

445
00:39:06,823 --> 00:39:09,434
เป็นคำตอบที่ ถูกต้องค่ะ

446
00:39:09,434 --> 00:39:13,434
กลุ่มไหนจ๊ะ

447
00:39:14,951 --> 00:39:18,951
เอาลูกอมเด้อ โยนเด้อ

448
00:39:20,259 --> 00:39:22,448
ต่อไปค่ะ

449
00:39:22,448 --> 00:39:26,448
คำถามที่ 3 นะคะ

450
00:39:28,238 --> 00:39:32,168
เราสามารถอ่านค่าผลของการวัดคลื่นสมองตามลำดับความถี่ได้

451
00:39:32,168 --> 00:39:36,168
กี่กลุ่ม มีอะไรบ้าง

452
00:39:37,155 --> 00:39:41,155
หาเจอยังจ๊ะ

453
00:39:48,512 --> 00:39:52,512
เอามือลงก่อนจ้าขี้โกงอาจารย์นั่นน่ะ

454
00:40:01,658 --> 00:40:05,658
เอาไปแล้ว ขอกลุ่มที่ยังไม่ได้บ้าง

455
00:40:13,460 --> 00:40:17,460
เอากลุ่มที่ยังไม่ได้ด้วยสิ

456
00:40:18,539 --> 00:40:20,550
ล

457
00:40:20,550 --> 00:40:23,625
องตอบก่อนนะ ลองตอบก่อน น็อตยังไม่ได้

458
00:40:23,625 --> 00:40:24,567
ครับ

459
00:40:24,567 --> 00:40:28,567
มีอะไรบ้างครับ

460
00:40:34,040 --> 00:40:38,040
อ่านไปเลย อ่านไปเลย

461
00:40:49,589 --> 00:40:52,764
คำตอบที่ถูกต้องค่ะ

462
00:40:52,764 --> 00:40:56,764
ได้ลูกอมแล้ว

463
00:41:07,167 --> 00:41:11,167
ต่อไป คำถามที่ 4 นะคะ คำถามรองสุดท้าย

464
00:41:11,987 --> 00:41:14,423
คลื่นอัลฟามีคลื่นความถี่ประมาณ

465
00:41:14,423 --> 00:41:17,166
กี่รอบต่อวินาทีคะ

466
00:41:17,166 --> 00:41:21,166
เอามือลงก่อนค่ะ

467
00:41:23,967 --> 00:41:27,967
1

468
00:41:31,611 --> 00:41:35,611

469
00:41:35,938 --> 00:41:39,938
2 1 2 3 ไม่ได้

470
00:41:45,678 --> 00:41:49,678
เมื่อกี้ไม่เห็น เมื่อกี้ไม่เห็น เอาใหม่ เอาใหม่

471
00:41:55,345 --> 00:41:58,629
น้องวิวค่ะ น้องว

472
00:41:58,629 --> 00:42:02,629
ิว น้องวิวตอบค่ะ

473
00:42:02,981 --> 00:42:06,981
มีความถี่ประมาณเท่าไรคะ

474
00:42:08,277 --> 00:42:12,277
เป็นคำตอบที่ถูกไหมคะพี่แพรวา

475
00:42:13,403 --> 00:42:17,403
ถูกค่ะ

476
00:42:24,737 --> 00:42:28,737
ต่อไปคำถามสุดท้ายแล้วนะคะ คำถามที่ 5 ค่ะ

477
00:42:31,185 --> 00:42:33,332
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพัฒนาการของสมอง

478
00:42:33,332 --> 00:42:35,597
มีอะไรบ้าง

479
00:42:35,597 --> 00:42:37,688
พร้อมไหมคะ

480
00:42:37,688 --> 00:42:41,688
รอบนี้ขอ

481
00:42:43,565 --> 00:42:47,453
ดับเบิลไปเลย 2 ลูก 2 เม็ด

482
00:42:47,453 --> 00:42:50,580
ใครจะตอบคะ

483
00:42:50,580 --> 00:42:52,614
คำถามเฉย ๆ ค่ะ

484
00:42:52,614 --> 00:42:56,614
1

485
00:42:57,044 --> 00:43:01,044
กลุ่มไหนยกแล้วก็เอาได้

486
00:43:20,796 --> 00:43:24,796

487
00:43:25,554 --> 00:43:27,523
ยกหลายคนเกิน

488
00:43:27,523 --> 00:43:29,720
ย่างนั้นนเอาอย่างนี้แล้วกัน

489
00:43:29,720 --> 00:43:33,720
ใครมี

490
00:43:34,066 --> 00:43:38,066
สีแดงที่ติดตัว ยกขึ้นมาค่ะ

491
00:43:43,786 --> 00:43:47,786
บิวยกแล้วค่ะ บิวค่ะ

492
00:43:55,301 --> 00:43:59,301
เดี๋ยวให้บิวตอบก่อน แล้วก็จะเป็น

493
00:43:59,341 --> 00:44:03,341
น้องปายนะคะ บิวตอบค่ะ

494
00:44:05,338 --> 00:44:09,338
ถูกต้องค่ะ มารับเลยค่ะ

495
00:44:14,861 --> 00:44:17,885
ต่อไปปายตอบนะคะ

496
00:44:17,885 --> 00:44:21,885
ตอบเลยค่ะ

497
00:44:25,053 --> 00:44:28,326
เก่งมากค่ะ กลุ่ม 5 ข

498
00:44:28,326 --> 00:44:32,326
อจบการนำเสนอเพียงเท่านี้นะคะ ขอบคุณค่ะ

499
00:45:45,674 --> 00:45:47,959
(อาจารย์)  เดี๋ยวจะสรุปนะคะ ตอนนี้อาจารย์ติดประชุมอยู่นะคะ เดี๋ยวผู้ช่วยแทน

500
00:45:47,959 --> 00:45:51,959
นะคะ ก็คือว่าจาก

501
00:45:52,859 --> 00:45:56,859
ที่นักศึกษาได้นำเสนอใช่ไหม  2 กลุ่ม กลุ่มที่

502
00:45:59,495 --> 00:46:00,632
5 กลุ่มที่ 6 นะคะ ดูสไลด์แล้วในการทำสไลด์นำ

503
00:46:00,632 --> 00:46:04,632
นะคะ

504
00:46:07,089 --> 00:46:11,089
ขอชื่นชมว่ามีการพัฒนาขึ้น แล้วก็ทำสไลด์การนำเสนอได้ดีมาก

505
00:46:13,869 --> 00:46:17,869
นะคะ เพราะว่าดูจากภาพรวมนะ นั่งสังเกตดูนะคะ แต่ละหัวข้อนะคะ น้อง ๆ

506
00:46:19,128 --> 00:46:20,876
จะมีวิธีการนะคะ เอาภาพหรือเอาต่าง ๆ นะคะ มาประกอบสไลด์ใช่ไหมคะ

507
00:46:20,876 --> 00:46:24,876
มันจะทำให้เราเห็นภาพ

508
00:46:27,963 --> 00:46:31,963
เจนมากขึ้น ตัวหนังสือก็ดูสวยงาม ตัวหนังสือก็โอเคค่ะ พอดี น่าดูแล้ว

509
00:46:32,532 --> 00:46:36,532
สายตาแล้วก็อ่านง่ายนะคะ ต่อไปด้านบุคลิกการนำเสนอนะ

510
00:46:39,245 --> 00:46:43,245
ก็ดีขึ้นนะคะ ดีขึ้นในระดับหนึ่ง แต่ว่าเราเพิ่งอยู่ปี 1 นะ ก็ไม่เป็นไรนะคะ

511
00:46:44,837 --> 00:46:48,553
แต่ว่าถ้าสมมุติว่าเราขึ้นปี 2 ปี 3 ไปนะคะ แล้วก็จะได้พัฒนาตัวเอง

512
00:46:48,553 --> 00:46:52,553
กว่านี้นะคะ เราก็ฝึกนำเสนอพยายามฝึก

513
00:46:52,612 --> 00:46:54,196
อ่านเนื้อหาก่อน ทำความเข้าใจก่อนแล้ว ทีนี้เราค่อยมา

514
00:46:54,196 --> 00:46:58,196
นำเสนอ

515
00:46:59,668 --> 00:47:01,121
เมื่อเราเข้าใจแล้วใช่ไหมคะ เราก็จะอธิบายให้เพื่อน ๆ เข้าใจใช่ไหมคะ  เพื่อน ๆ

516
00:47:01,121 --> 00:47:03,056
มันจะดูน่าสนใจ

517
00:47:03,056 --> 00:47:07,056
แล้วก็

518
00:47:07,668 --> 00:47:11,410
คำถามการมีส่วนร่วมในชั้นเรียนนะคะ

519
00:47:11,410 --> 00:47:15,410
ก็ชื่นชมนะ  ปี 1 นะ  เพื่อน ๆ ก็

520
00:47:17,578 --> 00:47:18,999
ให้ความร่วมมือนะคะ  สนใจเรา ก็พยายามช่วยเพื่อนนะคะ ตอบคำถาม แสดงว่า

521
00:47:18,999 --> 00:47:20,327
เพื่อนำเสนอ

522
00:47:20,327 --> 00:47:24,327
ทุกคนนะคะ

523
00:47:24,819 --> 00:47:27,752
ตั้งใจฟังนะคะ เราทุกคนตอบได้นะคะ

524
00:47:27,752 --> 00:47:31,752
ทีนี้นะคะ

525
00:47:34,421 --> 00:47:35,714
อาจารย์นะคะ บอกว่าตอนนี้นะคะ อาจารย์ติดประชุมนะคะ อาจารย์ให้ตอนนี้นะคะ

526
00:47:35,714 --> 00:47:39,714
ให้ทำแบบฝึกหัด

527
00:47:41,069 --> 00:47:45,069
บทที่ 6 รอนะคะ ทำในห้องเรียนนี้ค่ะ เสร็จแล้วนะคะ ให้ส่งใน

528
00:47:46,950 --> 00:47:48,845
Drive ให้ส่งให้ได้เลยนะคะ เดี๋ยวอาจารย์จะมาสรุปนะคะ บทที่ 5 กับบทที่ 6 ให้นะคะ

529
00:47:48,845 --> 00:47:52,239
ทำตอนนี้เลยนะคะ

530
00:47:52,239 --> 00:47:54,169
แบบฝึกหัดบทที่ 6 นะคะ แล้วก็ให้ส่งใน  ฏเลยค่ะ

531
00:47:54,169 --> 00:47:58,169
ที่เป็นคำถามท้ายบทนะคะ

532
00:48:10,264 --> 00:48:14,264
ค่ะ ในช่วงเช้าก็น่าจะหมดแค่นี้นะคะ

533
00:48:15,011 --> 00:48:19,011
ขอขอบพระคุณนะคะ ล่ามภาษามือทางไกลนะคะ ขอบพระคุณมาก ๆ นะคะ

