﻿1
00:00:14,782 --> 00:00:17,490
(อาจารย์) ทดสอบ สวัสดีครับ ฝั่งล่ามได้ยินไหมครับ

2
00:00:17,490 --> 00:00:20,937
ฝั่งล่ามได้ยินครับ

3
00:00:20,937 --> 00:00:24,937

4
00:01:09,641 --> 00:01:13,641
ทดสอบครับ ฝั่งล่ามได้ยินไหมครับ

5
00:01:14,304 --> 00:01:18,304
โอเคครับ

6
00:03:21,538 --> 00:03:25,538
(อาจารย์) โอเคค่ะ พร้อม หัวหน้าห้อง

7
00:03:26,160 --> 00:03:30,160
ใช่ไหมคะ เมื่อกี้รอนานไปหน่อย พอถึงเวลาไปเข้าห้องน้ำเลย

8
00:03:30,556 --> 00:03:34,556
โอเคค่ะ เดี๋ยววันนี้เราจะเป็น

9
00:03:36,132 --> 00:03:37,233
ทฤษฎีมาร์กซิสต์นะคะ ซึ่งมาร์กซิสต์นี่ เราเคยได้ยินไปแล้ว

10
00:03:37,233 --> 00:03:41,233
ตอนที่

11
00:03:41,553 --> 00:03:42,483
เราเรียนสตรีนิยม เพราะว่ามันจะมีสตรีนิยมแนวม

12
00:03:42,483 --> 00:03:44,421
าร์กซิสต์ จำได้

13
00:03:44,421 --> 00:03:48,421
นะ จำได้ใช่ไหมคะ

14
00:03:51,513 --> 00:03:55,513
โอเคนะคะ วันนี้จะมาเป็นมาร์กซิสต์แบบของเขา

15
00:03:56,856 --> 00:03:58,426
เต็มตัวนะคะ เราจะได้รู้ ว่า อ๋อ ทฤษฎีนี้

16
00:03:58,426 --> 00:04:02,426
ใครเป็นคนเริ่ม

17
00:04:03,937 --> 00:04:04,962
ต้นนะคะ แต่ก่อนอื่น เดี๋ยวในระหว่างที่รอเพื่อนไปเข้าห้องน้ำ ขอ

18
00:04:04,962 --> 00:04:08,962
แจ้ง

19
00:04:10,712 --> 00:04:14,712
สัปดาห์หน้าของเราก่อนนะคะ เมื่อกี้ก็ได้แต่เบื้องต้นไปแล้วแต่ ว่าให้รับทราบโดยทั่วกันนะ

20
00:04:18,696 --> 00:04:22,696
ว่าเดี๋ยวสัปดาห์หน้าวันพุธเรียนตามปกติ คือ วิชาพัฒนาการวรรณคดีไทย

21
00:04:24,153 --> 00:04:28,153
นั่นก็คือเพื่อนจะนำเสนอ เล่นเกม กลุ่มแรก 3 เกม

22
00:04:32,925 --> 00:04:36,925
ส่วนวันศุกร์ครูติดภารกิจตรวจ O-net ที่มหาลัยเรานี่แหละ มหาลัยเราเป็นเจ้าภาพนะคะ แล้วครูก็

23
00:04:39,133 --> 00:04:41,947
รับหน้าที่นี้ด้วย แล้วก็พวกเราก็ติดภารกิจเช่นเดียวกัน นั่นก็คือไปค่าย ฉะนั้น

24
00:04:41,947 --> 00:04:45,947
ก็เลยขอชดเชยคาบวันศุกร์

25
00:04:47,201 --> 00:04:51,201
เป็นวันจันทร์ที่ 4 ก็คือสัปดาห์หน้า วันจันทร์ บ่าย

26
00:04:52,160 --> 00:04:56,160
เราจะเรียนวิชาวรรณกรรมกับการวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์

27
00:04:58,668 --> 00:05:02,588
ส่วนวันศุกร์พวกเราก็ไปทำหน้าที่ของตัวเอง ครูก็ทำหน้าที่ของครู

28
00:05:02,588 --> 00:05:06,588
นะคะ ฉะนั้นก็เป็นไปตามนี้ แต่ว่าวันพุธ

29
00:05:07,689 --> 00:05:11,689
เรียนตามปกติ ก็คือพัฒนาการวรรณคดีไทยนะคะ

30
00:05:14,334 --> 00:05:15,359
โอเค ทีนี้มาที่ทฤษฎีมาร์กซิสต์

31
00:05:15,359 --> 00:05:19,359
นะคะ

32
00:05:25,197 --> 00:05:29,197
ก่อนอื่นนี่ ครูต้องท้าวความก่อน ว่า

33
00:05:31,416 --> 00:05:35,416
ทฤษฎีที่เกิดขึ้นกับการวิจารณ์วรรณกรรม ส่วนใหญ่ไม่ใช่

34
00:05:36,748 --> 00:05:40,748
ทฤษฎีที่เริ่มต้น แล้วเอามาใช้กับการวิจารณ์วรรณกรรมเลย

35
00:05:42,677 --> 00:05:46,677
เสียทีเดียว เพราะมักจะเกิดขึ้นจากการศึกษาสภาพสังคม

36
00:05:48,525 --> 00:05:49,900
มาก่อน แล้วค่อยเอาสิ่งนั้น หรือทฤษฎีนั้น มาใช้

37
00:05:49,900 --> 00:05:51,055
การศึกษา

38
00:05:51,055 --> 00:05:55,055
วรรณกรรม

39
00:05:57,391 --> 00:06:01,391
เหตุผล ก็เพราะว่าวรรณกรรมน่ะ มันก็จะเป็นเหมือนเครื่องมือในการสะท้อน

40
00:06:04,301 --> 00:06:06,621
สังคมได้ เวลาที่ผู้เขียนเขียนออกมา โดยเฉพาะทุกวันนี้ส่วนใหญ่จะไม่ใช่วรรณกรรม

41
00:06:06,621 --> 00:06:10,621
ที่อ่านแล้วเพลินอย่างเดียว

42
00:06:13,637 --> 00:06:17,567
แต่ว่ามักจะแฝงอะไรเข้าไปข้างใน ไม่ว่าจะเป็นการเสียดสีสังคม การสะท้อนสังคม

43
00:06:17,567 --> 00:06:21,388
ดังนั้น ทฤษฎีที่เคยใช้กับสังคม

44
00:06:21,388 --> 00:06:25,388
จึงถูกนำมาใช้กับวรรณกรรมด้วย

45
00:06:27,345 --> 00:06:29,691
อย่างเช่น สัปดาห์ที่แล้วของเรา เรียนสตรีนิยม มันก็เกิดจากพี่สังคม

46
00:06:29,691 --> 00:06:33,691
ผู้หญิงกับผู้ชายไม่เท่าเทียมกัน

47
00:06:34,553 --> 00:06:38,169
แล้วทีนี้ก็เกิดการเรียกร้องความเท่าเทียมกันของผู้หญิง

48
00:06:38,169 --> 00:06:42,169
ก็เลยเกิดเป็นทฤษฎีสตรีนิยมขึ้นมา

49
00:06:43,996 --> 00:06:47,996
เพื่อให้ผู้หญิงนี่ เพื่อให้เห็นว่าผู้หญิงนี่ ถูกกดขี่ข่มเหงด้วยวิธีไหนบ้าง

50
00:06:50,425 --> 00:06:52,056
แล้วก็สุดท้ายก็จะต้องทำให้ผู้หญิงกับผู้ชายนี่ เท่าเทียมกันให้ได้นะคะ

51
00:06:52,056 --> 00:06:56,056
มาร์กซิสต์

52
00:06:57,384 --> 00:07:01,384
ก็เหมือนกัน มาจากการศึกษาโครงสร้างของสังคม

53
00:07:05,878 --> 00:07:08,888
ซึ่งทฤษฎีนี้ สืบเนื่องมาจากแนวคิดสัจจนิยม สัจจนิยม ครูเคยพูดให้ฟังแล้ว สัจจะ

54
00:07:08,888 --> 00:07:12,888
แปลว่า ความจริง

55
00:07:14,789 --> 00:07:18,137
สัจจนิยม ก็คือแนวความคิดที่เกิดจากความเป็น

56
00:07:18,137 --> 00:07:22,137
มีอยู่ในธรรมชาติ

57
00:07:23,318 --> 00:07:27,318
หรือช่วงแนวคิดนี้เกิดขึ้นมา นั่นก็คือศตวรรษที่ 1

58
00:07:28,453 --> 00:07:32,453
9 ที่ครูเคยสอนว่าพัฒนาการของตะวันตก

59
00:07:33,607 --> 00:07:34,454
ที่จะมีตั้งแต่ยุคกรีกโรมัน มาจนถึงศตวรรษที่ 1

60
00:07:34,454 --> 00:07:38,454
9

61
00:07:40,178 --> 00:07:44,178
ที่บอกว่าศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมาแนวคิดจะเน้นแนวความจริงนั่นแหละ

62
00:07:45,886 --> 00:07:46,901
ก็คือมาจากแนวคิดนี้นะคะ แนวคิดในช่วงศตวรรษนี้ ของเรา

63
00:07:46,901 --> 00:07:49,035
ศตวรรษที่เท่าไรแล้วคะ

64
00:07:49,035 --> 00:07:53,035
จะได้เท่าไหร่

65
00:07:55,461 --> 00:07:58,937
20 นะ เพราะว่าศตวรรษเขาถือเขานับจากอะไร

66
00:07:58,937 --> 00:08:00,486
คริสต์ศักราชนะคะ คริสต์ศักราชก็คือ

67
00:08:00,486 --> 00:08:03,396
ศักราช 2000

68
00:08:03,396 --> 00:08:05,641
24 อันนี้ ก็คือเป็นศตวรรษที่ 20

69
00:08:05,641 --> 00:08:09,641
ทีนี้

70
00:08:11,838 --> 00:08:15,838
ด้วยความที่ว่าเมื่อกี้แหละที่ครูบอกว่างานเขียนน่ะ มันสามารถเป็นเครื่องมือในการ

71
00:08:20,051 --> 00:08:23,093
วัดสังคมได้ ไม่ว่าจะเป็นทั้งเสียดสี แล้วก็สะท้อน ก็เลยทำให้เกิดแนวคิดนี้ขึ้นมานะคะ ซึ่งแนวคิดนี้

72
00:08:23,093 --> 00:08:24,695
แตกต่างจากแนวคิดอื่น

73
00:08:24,695 --> 00:08:28,695
ตรงที่ว่า

74
00:08:28,790 --> 00:08:32,790
แนวคิดนี้จะเน้นความจริงเป็นหลัก

75
00:08:33,927 --> 00:08:37,927
ความจริงที่ว่านี่ ต้องอ้างอิงกับวิทยาศาสตร์

76
00:08:41,631 --> 00:08:45,631
วิทยาศาสตร์ไม่ได้หมายถึงแค่การทดลอง แต่หมายถึงสิ่งที่สามารถพิสูจน์ได้

77
00:08:50,342 --> 00:08:54,342
ถ้าคุณบอกว่าเกิดขึ้นจริงคุณต้องพิสูจน์ได้ ว่าเกิดขึ้นจริงอย่างไร นี่คือแนวคิดทางวิทยาศาสตร์

78
00:08:55,854 --> 00:08:58,199
แล้วก็ต้องเริ่มต้นจากการพิจารณาสภาพสังคม

79
00:08:58,199 --> 00:09:02,199
ก่อนเป็นอันดับแรก

80
00:09:05,355 --> 00:09:06,273
นี่คือแนวคิดแบบมาร์กซิสต์นะคะ สังเกตไม่ว่าจะมาร์กซิสต์ หรือ

81
00:09:06,273 --> 00:09:10,273
สตรีนิยมนี่

82
00:09:13,816 --> 00:09:15,882
มักจะเป็นแนวคิดแบบเน้นสัจจนิยมเหมือนกันนะคะ ที่นี้ มาร์กซิสต์ใครเป็นคนคิด

83
00:09:15,882 --> 00:09:19,882
ใครเป็นคนวางรากฐาน

84
00:09:19,887 --> 00:09:23,887
ชื่อของเขาก็ตามนี้เลย มาร์

85
00:09:26,326 --> 00:09:30,326
ก จริง ๆ ซิสต์ ที่เติมเข้ามานี่ มันจะหมายถึงทฤษฎีหรือแนวคิดนะคะ

86
00:09:31,516 --> 00:09:35,516
ภาษาอังกฤษนะ ฉะนั้น พอเรามาออกเสียงทับศัพท์เป็นมาร์กซิส

87
00:09:35,635 --> 00:09:37,165
จริง ๆ แล้วมันต้องแปลว่าเป็นทฤษฎีแนวคิด

88
00:09:37,165 --> 00:09:41,165
ของมาร์ค

89
00:09:43,072 --> 00:09:47,072
โดยคนที่แต่งขึ้น หรือว่าคนที่คิดแนวคิดนี้ขึ้นมา

90
00:09:48,825 --> 00:09:50,351
คนแรก ก็คือ คาร์ล มาร์กซ์ ก็คือชื่อของเขานั่นแหละ แล้วเขาก็ใช้ชื่อนี้

91
00:09:50,351 --> 00:09:54,337
เป็นชื่อทฤษฎีด้วยนะคะ

92
00:09:54,337 --> 00:09:56,698
คาร์ล มาร์กซ์ นี่ มีการศึกษาระบบ

93
00:09:56,698 --> 00:09:57,912
การเมืองการปกครอง

94
00:09:57,912 --> 00:10:00,538
เศรษฐกิจ

95
00:10:00,538 --> 00:10:04,538
และวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน

96
00:10:05,987 --> 00:10:09,987
พอเขามีการศึกษาสิ่งเหล่านี้เสร็จแล้วนี่ จริง ๆ แล้ว

97
00:10:12,707 --> 00:10:13,359
คนเราน่ะ ถ้าจะเก่งเฉย ๆ แต่ขาดผู้สนับสนุนนี่ มันก็จะทำให้ความคิดมันไม่ได้

98
00:10:13,359 --> 00:10:17,359
ไปไหน

99
00:10:19,901 --> 00:10:23,254
แบบเต็มที่นะคะ มันอาจจะไปได้แหละ ถ้าคนที่เขามีความพร้อม แต่เผอิญมาร์คนี่

100
00:10:23,254 --> 00:10:26,838
เขาเก่ง เขาสามารถคิดได้

101
00:10:26,838 --> 00:10:30,838
แต่ผู้ที่สนับสนุนแนวคิดเขา

102
00:10:31,287 --> 00:10:34,044
จนเป็นที่รู้จักได้ นั่นก็คือเพื่อนของเขา

103
00:10:34,044 --> 00:10:38,044
ชื่อ

104
00:10:39,820 --> 00:10:40,902
เฟรดเดริก แองเกลส์ ดังนั้น พอเราเรียนทฤษฎีมาร์คเราก็เลยจะต้องรู้จัก

105
00:10:40,902 --> 00:10:44,902
ชื่อมาร์

106
00:10:46,526 --> 00:10:47,760
ก แล้วก็ชื่อของ เฟรดเดริก แองเกลส์ ในฐานะของผู้สนับสนุนแนวคิด

107
00:10:47,760 --> 00:10:49,488
นี้นะคะ

108
00:10:49,488 --> 00:10:51,085
คราวนี้

109
00:10:51,085 --> 00:10:55,085
มาร์

110
00:10:56,481 --> 00:11:00,481
ก มีการศึกษาสังคมแล้วก็แบ่งโครงสร้างของสังคม

111
00:11:03,168 --> 00:11:05,374
เป็น 2 โครงสร้าง เดี๋ยวนักศึกษาจะมาลองตอบคำถามครูนะ ว่าตัวเองน่ะ

112
00:11:05,374 --> 00:11:09,374
ที่อยู่ในสังคมในขณะนี้

113
00:11:09,699 --> 00:11:13,699
ตัวเองน่าจะอยู่ในโครงสร้างของสังคมส่วนไหนนะคะ

114
00:11:15,257 --> 00:11:19,257
ตัดคำว่า "ชนชั้นสูง" "ชนชั้นกลาง" แล้วก็ "ชนชั้นล่าง" ออกก่อน

115
00:11:21,421 --> 00:11:22,677
ไปจากสารบบก่อน เพราะว่าถ้าเราน่ะ เอาคำว่า "ชนชั้นสูง" "ชนชั้นกลาง

116
00:11:22,677 --> 00:11:26,677
" "ชนชั้นล่าง

117
00:11:27,984 --> 00:11:30,501
" เข้ามาในระบบ เราก็จะนึกถึงสังคมแบบเก่าของไทยถูกไหม

118
00:11:30,501 --> 00:11:34,501
พระสงฆ์ชั้นสูงก็จะเป็นพวก

119
00:11:35,826 --> 00:11:39,826
ท่านขุนมูลนายทั้งหลายอย่างนี้ อันนี้ไม่ใช่นะ ตัดออกไปก่อนนะคะ

120
00:11:41,095 --> 00:11:44,457
โครงสร้างของสังคมที่มาร์กศึกษาบอกว่า 1

121
00:11:44,457 --> 00:11:48,457
. โครงสร้างส่วนล่าง คือ ระบบเศรษฐกิจ

122
00:11:49,021 --> 00:11:52,271
อันประกอบด้วยการผลิต และความสัมพันธ์ทางการผลิต

123
00:11:52,271 --> 00:11:56,271
ส่วนโครงสร้างส่วนบน

124
00:11:57,608 --> 00:12:00,406
ก็คือประกอบด้วยการเมืองการปกครอง ระบบความคิด

125
00:12:00,406 --> 00:12:04,406
และค่านิยม ความเชื่อ

126
00:12:06,330 --> 00:12:10,118
ดังนั้น จากโครงสร้างส่วนล่างกับโครงสร้างส่วนบน

127
00:12:10,118 --> 00:12:14,118
จึ งเกิดเป็น 2 ชนชั้นด้วยกัน

128
00:12:15,520 --> 00:12:18,651
นั่นก็คือชนชั้นปกครองกับชนชั้นแรงงาน

129
00:12:18,651 --> 00:12:21,479
ชนชั้นปกครอง

130
00:12:21,479 --> 00:12:24,496
คือ ผู้ที่ผูกขาด

131
00:12:24,496 --> 00:12:25,890
ของเครื่องมือการผลิตทั้งหมด

132
00:12:25,890 --> 00:12:29,890
เช่น

133
00:12:30,531 --> 00:12:33,595
บุคคลที่มีอำนาจทางการเงินทั้งหลาย

134
00:12:33,595 --> 00:12:37,595
เจ้าของกิจการทั้งหลาย

135
00:12:38,780 --> 00:12:41,932
หรือนักการเมืองที่มีอำนาจทางการปกครองทั้งหลาย

136
00:12:41,932 --> 00:12:45,577
นี่คือชนชั้นปกครอง

137
00:12:45,577 --> 00:12:49,577
ส่วนชนชั้นผู้ใช้แรงงาน

138
00:12:52,701 --> 00:12:55,762
ก็คือเหล่าลูกจ้างทั้งหลาย หรือคนที่ต้องทำงาน

139
00:12:55,762 --> 00:12:59,285
เพื่อให้ได้เงินเดือนในแต่ละเดือน

140
00:12:59,285 --> 00:13:03,285
เพราะมีนายจ้างเป็นผู้ให้เงินเดือน

141
00:13:05,374 --> 00:13:09,374
คำถาม บ้านใครมีกิจการส่วนตัวบ้างคะ ในห้องนี้

142
00:13:13,377 --> 00:13:17,377
เปิดร้านขายของชำ คิดว่าเราน่าจะอยู่ในชนชั้นไหนของสังคมได้

143
00:13:20,635 --> 00:13:24,635
หน้าจะผู้ใช้แรงงาน ไม่ใช่

144
00:13:26,189 --> 00:13:29,908
เราอยู่ชนชั้นปกครองนะคะ นักศึกษา รู้ไหมถึงอยู่ชนชั้นปกครอง

145
00:13:29,908 --> 00:13:31,834
ไม่ได้เป็นลูกจ้างใครน่ะ ก็

146
00:13:31,834 --> 00:13:35,834
เป็นเจ้าของของตัวเอง

147
00:13:37,737 --> 00:13:41,397
นี่คือชนชั้นปกครอง ในขณะเดียวกัน ไปเป็นข้าราชการครู

148
00:13:41,397 --> 00:13:44,441
เรียนจบออกไปนี่ ไปเป็นข้าราชการครูแน่นอนนี่

149
00:13:44,441 --> 00:13:47,212
อยู่ในชนชั้นไหนของระบบ

150
00:13:47,212 --> 00:13:48,920
มาร์กซิสต์ ผู้ใช้แรงงาน

151
00:13:48,920 --> 00:13:52,920
โอเคไหม

152
00:13:54,999 --> 00:13:58,999
ในที่นี้เขาไม่ได้ดูถูกเรานะคะ นักศึกษา แต่เขากำลังมองในภาพของระบบ

153
00:14:01,589 --> 00:14:05,510
เศรษฐกิจและทุนนิยม ซึ่งแน่นอนแหละ ถ้าเรามองแบบชนชั้นทั่วไปเราก็จะบอกว่า เฮ้ย

154
00:14:05,510 --> 00:14:09,381
เป็นชนชั้นกลางนะ ไม่ใช่ชนชั้นแบบล่างนะ

155
00:14:09,381 --> 00:14:13,381
แต่ในที่นี้เขาไม่ได้บอกว่าเป็นชนชั้นล่าง

156
00:14:15,640 --> 00:14:19,640
แต่เขาหมายถึงชนชั้นที่เอาเศรษฐกิจและการปกครองมาเป็นตัววัด

157
00:14:22,904 --> 00:14:24,738
ดังนั้น ถ้าคุณน่ะ เป็นเจ้าของกิจการของตัวเอง คุณเป็นเจ้านายตัวเอง คุณก็จะต้องอยู่ในชนชั้น

158
00:14:24,738 --> 00:14:28,738
ปกครอง เพราะคุณมีอำนาจ

159
00:14:30,755 --> 00:14:34,755
ส่วนถ้าเกิดว่าคุณนี่ ยังต้องทำงาน เพื่อให้ได้ค่าจ้าง

160
00:14:36,275 --> 00:14:37,231
เพื่อให้ได้อะไรต่าง ๆ จากเจ้านายอยู่นี่ คุณก็จะอยู่ในชนชั้น

161
00:14:37,231 --> 00:14:41,231

162
00:14:43,459 --> 00:14:47,459
แต่ด้วยความที่ว่าในอดีตเขาไม่ได้เอาข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้องนะคะ

163
00:14:49,069 --> 00:14:52,878
ที่เขาใช้ระบบนี้ เพราะว่าสังคมเราช่วงหนึ่ง

164
00:14:52,878 --> 00:14:56,878
อุตสาหกรรมเริ่มเข้ามามีบทบาทแทนเกษตรกรรม

165
00:14:58,211 --> 00:15:00,377
มันก็เลยทำให้คนนี่ ต้องออกไปใช้แรงงานมากยิ่งขึ้น

166
00:15:00,377 --> 00:15:04,377
มันก็เลยเกิดกลายเป็น

167
00:15:06,048 --> 00:15:10,048
ชนชั้นปกครองกับชนชั้นแรงงานที่เกิดจากระบบอุตสาหกรรมนั่นเอง ดังนั้น

168
00:15:11,546 --> 00:15:15,546
เมื่อกี้ที่ครูถามไป ว่าแล้วข้าราชการนี่ ควรจะอยู่ในระบบไหนโ อเคแหละ

169
00:15:16,794 --> 00:15:20,794
ความเป็นจริง ตามระบบมาร์กซิสต์เราอาจจะอยู่ในชนชั้นผู้ใช้แรงงาน แต่ว่า

170
00:15:22,594 --> 00:15:26,594
เราไม่ต้องแบบรู้สึกแย่ ว่าทำไมฉันถึงได้เป็นแค่นี้ล่ะนะคะ เพราะว่า

171
00:15:27,854 --> 00:15:31,854
เขาส่วนใหญ่ เขาจะเอาไปเกี่ยวข้องกับระบบอุตสาหกรรม แล้วก็ระบบ

172
00:15:32,457 --> 00:15:34,185
เศรษฐกิจนะคะ ข้าราชการอาจจะเป็นอีกส่วนหนึ่งก็ได้นะคะ

173
00:15:34,185 --> 00:15:38,185
คราวนี้

174
00:15:40,564 --> 00:15:42,189
จากชนชั้นปกครอง กับชนชั้นผู้ใช้แรงงานนี่ มันก็เลยทำให้เกิดคำว่า

175
00:15:42,189 --> 00:15:44,568
เอารัดเอาเปรียบ

176
00:15:44,568 --> 00:15:48,160
กับถูกเอารัดเอาเปรียบ

177
00:15:48,160 --> 00:15:51,422
ยกตัวอย่างแบบง่าย ๆ

178
00:15:51,422 --> 00:15:54,894
เราเห็นตึกใหญ่ ๆ สวย ๆ

179
00:15:54,894 --> 00:15:58,894
มีกรรมกร แล้วก็มีเจ้าของตึก

180
00:16:01,223 --> 00:16:05,223
ผู้ที่ลงทุน ผู้ที่เป็นนายทุนทุกอย่าง เวลาที่เขาชม ว่า โอ้โห

181
00:16:06,458 --> 00:16:10,256
สวยขนาดนี้ เขาชมเจ้าของตึก หรือว่าเขาชมก

182
00:16:10,256 --> 00:16:14,256
รรมกร อะไรนะคะ

183
00:16:16,066 --> 00:16:20,066
ชมเจ้าของตึก เขาไม่ได้มาชมหรอกว่าใครเป็นคนสร้าง โอเคไหม

184
00:16:21,606 --> 00:16:24,937
ถึงแม้ว่ากรรมกรนั่นแหละเ ป็นผู้ที่มีส่วนหลักในการที่ทำให้

185
00:16:24,937 --> 00:16:28,937
ทั้งสวย แล้วก็ได้มาขนาดนี้

186
00:16:31,319 --> 00:16:35,319
เลยกลายเป็นว่า โอ้โห กรรมกรทำงานดีแค่ไหนก็ตาม แต่กรรมกรรวยไหมคะ

187
00:16:36,620 --> 00:16:40,620
ก็ไม่ได้รวย แต่คนที่รวย ก็คือเป็นนายทุนหรือเจ้าของตึก

188
00:16:41,921 --> 00:16:45,921
มันก็เลยทำให้มาร์กนี่ เริ่มสังเกตสิ่งนี้ คนทำ

189
00:16:49,139 --> 00:16:52,968
แรงงานนี่ทำให้ตายก็ไม่รวยสักที แต่คนรวยนี่กลับเป็นนายทุน เจ้าของรวยเอารวยเอารวยเอา

190
00:16:52,968 --> 00:16:54,776
กลายเป็นสิ่งนี้ แหละที่มาร์กซิสต์ มองว่า

191
00:16:54,776 --> 00:16:57,788
ชนชั้นปกครอง

192
00:16:57,788 --> 00:17:01,788
น่าจะเป็นผู้เอารัดเอาเปรียบ

193
00:17:03,705 --> 00:17:05,671
ในขณะที่ชนชั้นผู้ใช้แรงงานจะเป็นผู้ถูกเอารัดเอาเปรียบ

194
00:17:05,671 --> 00:17:09,671
นะคะ ท

195
00:17:11,145 --> 00:17:12,526
ีนี้จากสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมันก็เลยทำให้เกิดการสำนึก และแปลก

196
00:17:12,526 --> 00:17:16,526
แยกทางชนชั้น

197
00:17:18,715 --> 00:17:21,040
ข้อแรกเลยคุณค่าของมนุษย์ถูกลดทอนลง ให้เหลือเพียงแค่

198
00:17:21,040 --> 00:17:25,040
สินค้า ผลกำไร

199
00:17:27,018 --> 00:17:31,018
การแบ่งแยกงาน ทำให้ผู้ผลิตถูกลดค่าลงเป็นเพียงองค์กรเล็ก ๆ หรือเครื่อง

200
00:17:32,291 --> 00:17:36,291
จักร ค่าจ้างที่คนใช้แรงงานได้รับเป็นเพียงส่วนน้อย

201
00:17:38,550 --> 00:17:40,144
คิดภาพไม่ออก คิดถึงคนสร้างตึก กรรมกรที่ครูพูดเลย อันนี้ก็คือครบทั้ง 3 ข้อเลย

202
00:17:40,144 --> 00:17:44,144
อย่างเช่น

203
00:17:45,494 --> 00:17:49,494
ถูกลดค่าคน ให้เหลือเป็นเพียงองค์ประกอบเล็ก ๆ หรือเครื่องจักร

204
00:17:52,755 --> 00:17:56,755
เพราะว่าเขาไม่ได้เห็นคุณค่าของกรรมกรที่สร้างตึกเลยน่ะ เขากลับมองว่าโอ้โหนายทุนนี่

205
00:17:56,774 --> 00:17:59,087
เก่งจริง ๆ เลย ที่สามารถลงทุนแล้วทำให้ได้ตึก

206
00:17:59,087 --> 00:18:03,087
สูงและใหญ่ขนาดนี้

207
00:18:05,394 --> 00:18:07,688
เป็นต้นนะคะ มันก็เลยทำให้ชนชั้นแรงงานทั้งหลายนี่ เริ่มสำนึก

208
00:18:07,688 --> 00:18:11,408
ว่าตัวเองถูกเอารัดเอาเปรียบ

209
00:18:11,408 --> 00:18:14,739
แล้วก็เริ่มที่จะคิดต่อต้านขึ้นมานะคะ

210
00:18:14,739 --> 00:18:18,739
นักศึกษา จริง ๆ แล้ว ครูจะมี

211
00:18:20,156 --> 00:18:24,156
หนังให้ดูอีกเรื่องหนึ่งเหมือนกัน แต่ว่าเราดูคังคุใบ และอย่างน้อยก็

212
00:18:25,461 --> 00:18:29,461
ก็เห็นภาพเหมือนกันนะคะ คังคู่ใบนี่ เป็นแถบเอเชียที่เราเห็น

213
00:18:31,015 --> 00:18:33,384
เราจะเห็นลักษณะที่มันใกล้เคียงกับสังคมไทยนิดหนึ่ง เพราะเป็นเอเชียเหมือนกัน

214
00:18:33,384 --> 00:18:34,203
อาจจะแตกต่างกันตรงที่ว่า

215
00:18:34,203 --> 00:18:38,203
เขา

216
00:18:39,562 --> 00:18:43,562
อาจจะ ถึงแม้ว่าทุกอย่างเขาจะพัฒนาแค่ไหน แต่ระบบความคิดของเขา

217
00:18:44,977 --> 00:18:48,977
ยังคงเป็นอนุรักษ์นิยมอยู่ นักศึกษาพอที่จะเห็นภาพ

218
00:18:49,937 --> 00:18:52,276
ชั้นปกครองกับชนชั้นแรงงานที่เกิดขึ้นในคังคุไบไหมคะ

219
00:18:52,276 --> 00:18:56,276
ใครอยู่ในชนชั้นปกครองบ้าง

220
00:18:58,640 --> 00:19:02,640
อำนาจ อะไรนะคะ ราฮีม

221
00:19:05,315 --> 00:19:09,315
อ๋อ ที่เป็นพี่ คือจำผิดคิดว่าคนที่มาทำร้ายค

222
00:19:11,678 --> 00:19:12,576
ังคุไบ โอเค อะไร ราฮีม จริง ๆ แล้วไม่ได้มีอำนาจทางการเมืองใด ๆ เล

223
00:19:12,576 --> 00:19:14,112
แค่มีอะไรคะ

224
00:19:14,112 --> 00:19:16,816
มีเงิน

225
00:19:16,816 --> 00:19:19,658
ก็กลายเป็นมาเฟีย แล้วก็มีอำนาจได้

226
00:19:19,658 --> 00:19:23,658
นี่ก็คือ 1. แล้ว 2

227
00:19:27,027 --> 00:19:31,027
. นายก นายกเขาอาจจะไม่ได้บอกว่านายกมีอำนาจทางการเงินถูกไหม แต่ที่แน่ ๆ นายกมีอำนาจ

228
00:19:32,983 --> 00:19:36,015
ปกครองมันก็เลยกลายเป็นว่าคุณอยู่ข้าง ๆ นี่ ควรจะเห็นภาพเลยว่า

229
00:19:36,015 --> 00:19:38,073
นายทุนนี่ คนที่มีอำนาจนี่

230
00:19:38,073 --> 00:19:42,073
เงินนี่ คือที่สุด

231
00:19:43,354 --> 00:19:44,094
หรือถ้าตัดเรื่องเงินไปอำนาจอีกอย่างหนึ่งที่เป็นที่สุด

232
00:19:44,094 --> 00:19:48,094
ก็คือ

233
00:19:49,921 --> 00:19:53,921
การปรับการปกครองนั่นเองนะคะ คังคุไบจะเห็นภาพ ทีนี้

234
00:19:55,934 --> 00:19:59,934
ครูขึ้นรูปภาพนี้ เพราะว่าอ่านเทอมที่แล้วครูจะให้ดู หนังเรื่องนี้นะ หนังเรื่องนี้

235
00:20:01,875 --> 00:20:05,875
อธิบายคร่าว ๆ ก่อนว่านายทุนกับลูกจ้างลูกจ้างถูกกดขี่ข่มเหงอย่างไรบ้างนะ

236
00:20:07,436 --> 00:20:11,436
ผู้ชายคนแรกที่เป็นนายทุนเนี่ยเขาเป็นเหมือนกับผู้จัดการบริษัท

237
00:20:13,205 --> 00:20:17,205
แล้วเขามีนโยบายมา ว่าอยากที่จะเอาพนักงานออก

238
00:20:18,699 --> 00:20:22,699
เพราะว่าเพื่อนลดรายจ่ายของบริษัท เพราะยิ่งถ้าเกิดว่าอายุมากขึ้น อย่าง

239
00:20:24,803 --> 00:20:28,321
รูปลูกจ้างคนนี้ คือเขาอายุมากแล้วใช่ไหม คนที่มีอายุมากขึ้นทำงานบริษัทหรือทำงานอะไรอย่างนี้

240
00:20:28,321 --> 00:20:32,321
ที่เป็นเอกชน เขาก็จะมีฐานเงินเดือนสูงขึ้น

241
00:20:34,436 --> 00:20:38,436
ฉะนั้น บริษัทเจ้าพระยาที่จะจัดการกับคนที่มีฐานเงินเดือนนี่ให้ออก

242
00:20:40,627 --> 00:20:44,627
เสีย แต่วิธีการจัดการของเขาอันนี้เป็นสังคมอเมริกานะคะ ไม่ใช่เอเชียแล้วนะ

243
00:20:45,868 --> 00:20:49,868
วิธีการจัดการของเขา ก็คือไหนเธอลองไปเขียนรายงานมาดู

244
00:20:51,886 --> 00:20:55,736
สิ ว่าเธอทำอะไรที่เป็นคุณงามความดีให้กับบริษัทบ้าง แล้วถ้าเกิดว่าเธอเขียนดี

245
00:20:55,736 --> 00:20:59,736
ฉันจะจ้างเธอต่อ แต่ถ้าเขียนไม่ดี ไม่ถูกใจ

246
00:21:00,986 --> 00:21:03,667
ฉันก็จะให้เธอออกนะ เพราะว่าเป็นนโยบายที่ต้องลดรายจ่ายของบริษัท

247
00:21:03,667 --> 00:21:07,667
ไปนะคะ คราวนี้

248
00:21:09,484 --> 00:21:10,254
ผู้ชายคนนี้ ทีแรกเขาก็คิดแบบนั้นแหละนักศึกษา คิดว่าจะเขียน

249
00:21:10,254 --> 00:21:14,254
รายงาน

250
00:21:16,075 --> 00:21:20,075
แต่คราวนี้เขานึกขึ้นมาได้ว่า การกระทำแบบนี้ มันก็

251
00:21:20,082 --> 00:21:24,082
การกระทำแบบกดขี่เข้าทางอ้อม

252
00:21:26,050 --> 00:21:30,050
แล้วก็ไม่ยุติธรรมสำหรับการที่เขาเป็นลูกจ้าง แล้วทำงานมีรายได้ให้

253
00:21:31,609 --> 00:21:33,784
กับบริษัทมาเป็น 10-20 ปีนี่ เขาก็เลยใช้วิธีการต่อ

254
00:21:33,784 --> 00:21:37,784
ต้าน ด้วยการบอกว่า

255
00:21:39,517 --> 00:21:40,818
ถ้าผมจะออก ผมต้องได้เงินเดือน... เงินที่เป็นค่าชดเชย ก็คือ

256
00:21:40,818 --> 00:21:42,906
เงินเดือน

257
00:21:42,906 --> 00:21:46,906
1 ปี ของผม

258
00:21:50,489 --> 00:21:51,391
บางคนบอกว่า1 ปีนี่เยอะนะ เพราะว่าบางทีน่ะ บางบริษัทที่ได้โบนัสแค่ 2 เดือน 3 เดือน

259
00:21:51,391 --> 00:21:52,997
ก็เยอะแล้ว

260
00:21:52,997 --> 00:21:56,997
แต่อันนี้ไม่ใช่โบนัส

261
00:21:59,160 --> 00:22:03,160
แต่นี่ต้องเป็นเงินเดือนตลอด 1 ปีของเขา ก็คือ 12 เดือน เขาต้องได้เงินก้อนนี้

262
00:22:04,172 --> 00:22:08,172
นะคะ ก็เลยเกิดเป็นการต่อสู้ของชนชั้นแรงงานเกิด

263
00:22:09,487 --> 00:22:13,487
ขึ้นนะคะ ถ้าเกิดว่าเราดูหนังเรื่องนี้ เราจะเห็นภาพว่าสังคม

264
00:22:15,412 --> 00:22:19,412
ปัจจุบันนี่ไม่ต้องเอาไปพูดถึงกรรมกรหรอก แค่บริษัทที่แต่งตัวหรูนี่

265
00:22:21,286 --> 00:22:25,286
แต่งตัวดีกว่ากรรมกรตั้งเยอะ ก็ยังถูกกดขี่ข่มเหงในเรื่องของนายทุน

266
00:22:26,072 --> 00:22:30,072
กับลูกจ้างเลยนะคะ ก็เลยทำให้เราเห็นว่าสังคมนี่

267
00:22:31,626 --> 00:22:32,777
มันเริ่มเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ในช่วงอุตสาหกรรมเข้ามามี

268
00:22:32,777 --> 00:22:35,981
กับสังคม

269
00:22:35,981 --> 00:22:36,937
มีใครเห็นลักษณะนี้

270
00:22:36,937 --> 00:22:40,219
ใน

271
00:22:40,219 --> 00:22:44,179
นวนิยาย หรือในหนังอะไรเรื่องไหนบ้างไหมคะ

272
00:22:44,179 --> 00:22:48,179
ที่ถูกกดขี่ นายจ้างกับลูกจ้าง

273
00:22:50,456 --> 00:22:54,179
หรือแม้กระทั่งนักศึกษา สิ่งที่

274
00:22:54,179 --> 00:22:56,930
ครูพูดไปแล้ว แต่ว่าอาจจะลืมเน้นย้ำ ก็คือ

275
00:22:56,930 --> 00:23:00,930
การลดทอนความเป็นมนุษย์

276
00:23:01,751 --> 00:23:05,751
เห็นคุณค่าของเงิน มากกว่าคุณค่าของคน

277
00:23:07,700 --> 00:23:09,993
สตรีนิยมแนวมาร์กซิสต์ได้ไหม ที่ครูยกตัวอย่างว่า นี่ พ่อติดหนี้

278
00:23:09,993 --> 00:23:12,380
แล้วก็เลยเอาลูกสาว

279
00:23:12,380 --> 00:23:15,128
ไปใช้หนี้แทนอย่าง

280
00:23:15,128 --> 00:23:19,128
นี้ อันนี้ก็คือการลดคุณค่าของคน

281
00:23:22,202 --> 00:23:26,202
โดยให้คุณค่าของเงินมากกว่านั้นเองนะคะ แต่เผอิญว่าที่ยกตัวอย่างไป ก็คือ

282
00:23:27,449 --> 00:23:31,343
เป็นการที่ผู้หญิงถูกกดขี่ข่มเหงนะ แต่ว่าถูกกดขี่ข่มเหงแนวมาร์กซิสต์

283
00:23:31,343 --> 00:23:35,343
ก็คือนี่แหละค่ะ ก็คือการให้คุณค่าของเงินนั่นเอง

284
00:23:37,186 --> 00:23:38,758
การวิจารณ์วรรณกรรมมาร์กซิสต์ในประเทศไทย

285
00:23:38,758 --> 00:23:42,758
ส่วนใหญ่

286
00:23:44,748 --> 00:23:48,202
จะมีการตรวจสอบทัศนคติของผู้เขียนก่อน ว่ามีแนวคิด

287
00:23:48,202 --> 00:23:52,105
สอดคล้องหรือขัดแย้งกับอุดมการณ์สังคมนิยมอย่างไร

288
00:23:52,105 --> 00:23:56,105
เวลาเราอ่าน เราก็จะรู้ว่าน้ำเสียงของผู้แต่งนี่

289
00:23:58,679 --> 00:23:59,517
เขากำลังพูดถึงสังคมอย่างไรบ้างนะคะ แล้วก็จะให้ความสำคัญกับเนื้อหามาก

290
00:23:59,517 --> 00:24:03,517
รูปแบบ

291
00:24:05,179 --> 00:24:09,179
คำว่า"เนื้อหามากกว่ารูปแบบ" ก็คือคุณอาจจะเขียนตามรูปแบบถูกหรือไม่ถูกก็แล้วแต่

292
00:24:10,653 --> 00:24:14,653
แต่เขาจะเน้นต่อนอ่านที่ว่าเนื้อหาคุณต้องการจะสื่ออะไร คำว่า "รูปแบบ

293
00:24:15,686 --> 00:24:19,686
" ถ้าจะยกตัวอย่าง ก็อย่างเช่นถ้าเป็นกลอนก็ต้องถูกต้องตามฉันทลักษณ์

294
00:24:20,490 --> 00:24:22,080
ประมาณนี้นะคะ แต่ถ้าเป็นร้อยแก้วก็อาจจะมีรูปแบบ

295
00:24:22,080 --> 00:24:26,080
ในแต่ละแบบนั้นเอง

296
00:24:30,479 --> 00:24:34,479
มีการเพ่งเล็งบทบาทของนักเรียน คอยชี้แนะสนับสนุนให้นักเรียน หันมาสร้างวรรณกรรมแนวประชาชน

297
00:24:36,253 --> 00:24:40,253
นั่นก็คือเน้นแนวที่เป็นแนวความจริงน่ะ สามารถใช้ได้จ

298
00:24:41,993 --> 00:24:43,944
ริงนะคะ ใช้ได้จริง ก็คืออ่านแล้วมันคิดวิเคราะห์ได้ มันเอาไปใช้ประโยชน์

299
00:24:43,944 --> 00:24:47,944
ต่อได้นั่นเองนะคะ

300
00:24:49,740 --> 00:24:53,082
หลักในการวิจารณ์

301
00:24:53,082 --> 00:24:55,773
ในแนวคิดนี้ นั่นก็คือ

302
00:24:55,773 --> 00:24:58,389
คุณต้องวิเคราะห์เนื้อหา

303
00:24:58,389 --> 00:25:02,389
ร่วมกับสภาพสังคมเป็นหลัก

304
00:25:05,061 --> 00:25:09,061
แล้วก็พิจารณาหาความเชื่อมโยงระหว่างวรรณกรรมกับสังคม

305
00:25:10,395 --> 00:25:11,082
แบบกลับไปกลับมาให้ได้ อย่างเช่น คุณอ่านแล้วคุณต้องดู

306
00:25:11,082 --> 00:25:15,082

307
00:25:16,469 --> 00:25:19,352
สิว่ามันตรงกับสังคมในด้านใดไหม แล้วพอสังคมในด้านนี้มี

308
00:25:19,352 --> 00:25:23,065
ก็ลองกลับไปดูอีกรอบ ว่า

309
00:25:23,065 --> 00:25:27,065
มันสอดคล้องกับเนื้อหาจริงหรือไม่นะคะ

310
00:25:28,574 --> 00:25:32,574
แล้วก็พิจารณาถึงอิทธิพลของวรรณกรรมนั้น

311
00:25:34,890 --> 00:25:36,453
ว่ามีกับผลกระทบต่อจิตใจกับคนในสังคมหรือไม่นะคะ

312
00:25:36,453 --> 00:25:37,918
ทีนี้

313
00:25:37,918 --> 00:25:41,918
เดี๋ยวครู

314
00:25:42,788 --> 00:25:46,788
จะให้ให้ลองอ่านเรื่องสั้น แบบสั้น ๆ เลย ก็คือ

315
00:25:49,022 --> 00:25:53,022
ซิ่นไหมผืนเก่าที่ครูส่งเข้าไปในกลุ่มนะคะ เดี๋ยวจะให้ลองอ่านดู

316
00:25:56,685 --> 00:26:00,685
แล้วจะมาลองช่วยกันวิเคราะห์ดูว่า เอ๊ะ เรื่องนี้ จริง ๆ มันเป็นเรื่องสั้นที่ธรรมดา ๆ

317
00:26:02,092 --> 00:26:05,207
แต่ครูอยากรู้ ว่าเราน่ะ พอเห็นอะไรที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับ

318
00:26:05,207 --> 00:26:09,207
สังคม หรือมีอะไรที่สามารถ

319
00:26:10,334 --> 00:26:11,095
พูดถึงมาร์กซิสระบบมาร์กซิสต์ในเรื่องนี้ได้บ้างไหมนะคะ

320
00:26:11,095 --> 00:26:12,834
เดี๋ยว

321
00:26:12,834 --> 00:26:15,328
ลองอ่านสัก

322
00:26:15,328 --> 00:26:16,928
10 นาทีแล้วกันนะคะ

323
00:26:16,928 --> 00:26:20,928
มี จริง ๆ มันมี

324
00:26:24,481 --> 00:26:26,481
มีแค่ 2 แผ่นนะคะ มีแค่ 2 แผ่น แต่ว่าให้อ่าน 10 นาที เพราะว่าอยากให้อ่าน แล้วก็

325
00:26:26,481 --> 00:26:30,481
คิดวิเคราะห์ตามด้วย

326
00:26:30,511 --> 00:26:34,511
10 นาทีเยอะไป 5 นาทีแล้วกันนะ อ่านแป๊บเดียว

327
00:26:35,989 --> 00:26:39,304
5 นาทีนะคะ สิ่งแรกเดี๋ยวเราจะมาลอง

328
00:26:39,304 --> 00:26:43,214
พิจารณาแบบภาพรวมก่อนว่า 1

329
00:26:43,214 --> 00:26:44,227
. ตัวละครมีกี่ตัว พิจารณาภาพรวม

330
00:26:44,227 --> 00:26:47,178
2

331
00:26:47,178 --> 00:26:48,844
. ฉากที่เกิดขึ้นมีที่ไหนบ้าง

332
00:26:48,844 --> 00:26:52,435
3

333
00:26:52,435 --> 00:26:56,435
. เหตุการณ์ที่น่าสนใจคืออะไร

334
00:26:58,418 --> 00:27:02,418
4. เจอมาร์กซิสต์ที่อยู่ในนี้หรือไม่

335
00:27:05,301 --> 00:27:07,087
1. ตัวละครกี่ตัว ดูคร่าว ๆ 2. ฉาก

336
00:27:07,087 --> 00:27:11,087
มีที่ไหนบ้าง

337
00:27:11,460 --> 00:27:13,905
3. เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่น่าสนใจ

338
00:27:13,905 --> 00:27:17,288
มีอะไร แล้วก็ 4

339
00:27:17,288 --> 00:27:19,148
. มีเรื่องราวอะไรที่สามารถสอดคล้อง

340
00:27:19,148 --> 00:27:20,348
กับมาร์กซิสต์

341
00:27:20,348 --> 00:27:23,774
หรือไม่

342
00:27:23,774 --> 00:27:27,774
เดี๋ยวลองอ่านดูก่อนนะคะ

343
00:35:41,062 --> 00:35:45,062
จบหรือยัง

344
00:35:50,571 --> 00:35:54,571
ได้คำตอบหรือยังคะ ยังอ่านอยู่ใช่ไหม

345
00:38:06,645 --> 00:38:07,253
โอเค พอแล้วนะคะ คาดว่าน่าจะ

346
00:38:07,253 --> 00:38:10,282

347
00:38:10,282 --> 00:38:14,282
เกือบครบทุกคนแล้ว คราวนี้

348
00:38:15,517 --> 00:38:19,517
เดี๋ยวจากที่อ่าน ครูขออธิบายเรื่องนี้ให้ฟัง

349
00:38:21,247 --> 00:38:23,599
ภาพรวมก่อนนะ เรื่องนี้ชื่อเรื่อง คือ ซิ่นไหมผืนเก่า

350
00:38:23,599 --> 00:38:27,599
แต่ว่า

351
00:38:31,986 --> 00:38:32,966
เป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทยนะคะ เป็นเรื่องที่ได้รับรางวัลซีไรต์ของ

352
00:38:32,966 --> 00:38:36,966
ประเทศลาว

353
00:38:38,483 --> 00:38:40,694
ซีไรต์ไม่ได้มีแค่ประเทศไทยประเทศเดียวนะคะ มีหลายประเทศในเอเชีย

354
00:38:40,694 --> 00:38:42,384
เดี๋ยวเราก็

355
00:38:42,384 --> 00:38:46,384
จะได้รู้ว่า

356
00:38:47,662 --> 00:38:51,662
เออ ไอ้ที่เราได้ซีไรต์นี่ ของลาว เขาก็มีซีไรต์เหมือนกัน

357
00:38:52,781 --> 00:38:56,781
ซึ่งซิ่นไหมผืนเก่าก็เป็นหนึ่งในเรื่องสั้นที่เคยได้รับรางวัล

358
00:39:00,776 --> 00:39:03,018
ซีไรต์ของลาวนะคะ นั่นแสดงว่าต้องมีอะไรที่มันโดดเด่น แล้วก็น่าสนใจแน่ ๆ ถึงเนื้อหามัน

359
00:39:03,018 --> 00:39:07,018
แค่ 2 หน้ากระดาษ

360
00:39:09,091 --> 00:39:11,154
แต่ครูเชื่อว่ามันมีอะไรที่มากกว่า 2 หน้ากระดาษนะคะ อันดับแรก

361
00:39:11,154 --> 00:39:14,355
คำถาม

362
00:39:14,355 --> 00:39:18,163
ที่บอกว่าตัวละครในเรื่องมีทั้งหมด

363
00:39:18,163 --> 00:39:22,163
กี่ตัว ลองตอบก่อนค่ะ มีกี่ตัว

364
00:39:22,472 --> 00:39:26,394
3

365
00:39:26,394 --> 00:39:30,394
4 ตกลง 3 หรือ 4

366
00:39:30,955 --> 00:39:34,955
5 เดี๋ยว มี 3 4 5 คือ เพื่อนหันขวับเลย

367
00:39:35,683 --> 00:39:37,018
ถ้าอย่างนั้นตัวที่ 1 ที่ว่าคือใครคะ

368
00:39:37,018 --> 00:39:38,481
แม่

369
00:39:38,481 --> 00:39:41,673
2

370
00:39:41,673 --> 00:39:44,275
. เปี๊ยก ลูกชายใช่ไหม 3

371
00:39:44,275 --> 00:39:48,236
. นวลลูกสาว

372
00:39:48,236 --> 00:39:49,646
4. พ่อค้า

373
00:39:49,646 --> 00:39:51,893
แล้วคนที่ 5 ล่ะคะ

374
00:39:51,893 --> 00:39:55,893
กลุ่มชาวบ้าน

375
00:39:57,832 --> 00:40:01,832
อ๋ฮ ของเราเอากลุ่มชาวบ้านด้วย โอเค ครูจะบอกวิธีการที่เรา

376
00:40:01,881 --> 00:40:03,228
น่ะ จะเอาไปใช้ตอนที่วิจารณ์นวนิยายนะคะ ถ้าเกิดว่า

377
00:40:03,228 --> 00:40:07,228
คนที่

378
00:40:08,160 --> 00:40:12,160
อาจจะไม่เด่นในเรื่องเท่าไร เราสามารถตัดไปได้ เหมือนกับตอนที่

379
00:40:13,442 --> 00:40:15,588
ครั้งที่แล้ว ถ้าเดินผ่าน แล้วแวะซื้อผลไม้กับแม่ค้า แม่ค้าเขาไม่ได้

380
00:40:15,588 --> 00:40:19,588
มีความสำคัญอะไรกับ

381
00:40:21,714 --> 00:40:25,714
พระเอกก็ไม่ต้องใส่เข้าไปก็ได้นะคะ ฉะนั้น ตรงนี้ตัดได้ ถ้าเราเห็นก็ไม่เป็นไร

382
00:40:26,284 --> 00:40:27,500
ก็ตัดได้นะคะ ฉะนั้น ตัวละครที่พูดถึงเมื่อกี้หลัก ๆ ก็น่าจะมีทั้งหมด

383
00:40:27,500 --> 00:40:31,500
4 ตัว โอ

384
00:40:33,289 --> 00:40:34,000
เคนะ คราวนี้ตัวละครใดน่าจะเป็นตัวละเอก

385
00:40:34,000 --> 00:40:38,000

386
00:40:40,468 --> 00:40:41,543
ตัวละครใดน่าจะเป็นตัวละครรอง และตัวละครใดน่าจะเป็นตัว

387
00:40:41,543 --> 00:40:45,525
ละครประกอบนะคะ

388
00:40:45,525 --> 00:40:48,196
จาก 4 ตัว ทุกคนต้องมีบทบาทหมด ใครเป็นเอก

389
00:40:48,196 --> 00:40:52,196
ให้แม่

390
00:40:53,323 --> 00:40:55,864
โอเค ถูกต้องนะคะ ตัวละครเอก น่าจะเป็นแม่ แค่ตัวเดียวด้วย

391
00:40:55,864 --> 00:40:57,480
โอเคนะคะ ใครเป็นตัวละครรอง

392
00:40:57,480 --> 00:41:00,201
นวล

393
00:41:00,201 --> 00:41:04,041
โอเค ใครเป็นตัวละครประกอบ

394
00:41:04,041 --> 00:41:07,623
พ่อค้ากับเปี๊ยกได้ไหม

395
00:41:07,623 --> 00:41:10,100
ถ้าเปี๊ยกกับพ่อค้าใครสำคัญกว่าในเรื่อง

396
00:41:10,100 --> 00:41:12,284
มีเปี๊ยก

397
00:41:12,284 --> 00:41:16,284
มีใครให้พ่อค้าไหมคะ

398
00:41:16,855 --> 00:41:20,837
มีทั้งพ่อค้ามีทั้งเปี๊ยก

399
00:41:20,837 --> 00:41:24,837
ครูมองว่าพ่อค้าสำคัญกว่าเปี๊ยก

400
00:41:26,324 --> 00:41:30,324
ดังนั้น ถ้าเกิดว่าเราน่ะ จะเรียงลำดับตอนที่เราจะวิจารณ์วรรณกรรมที่เป็น

401
00:41:32,191 --> 00:41:35,159
ละครนะคะ อันนี้คือเราจะเรียนสัปดาห์หน้าอีกทีหนึ่ง แต่ว่าอันนี้แค่ ๆ ให้รู้ไว้ก่อน

402
00:41:35,159 --> 00:41:38,904
คร่าง ๆ ถ้าเราจะเรียงลำดับเราจะเรียงจากแม่

403
00:41:38,904 --> 00:41:39,431
แล้วก็มานวล แล้วก็มาพ่อค้าแล้ว ก็ค่อยมา

404
00:41:39,431 --> 00:41:43,431
เปี๊ยก

405
00:41:45,904 --> 00:41:49,904
เพราะว่าคนที่บอกว่าพ่อค้าน่าจะมาก่อนเปี

406
00:41:51,624 --> 00:41:53,843
๊ยกนี่ เพราะว่าพ่อค้ามีอิทธิพล ที่ทำให้ตัวละครเอก

407
00:41:53,843 --> 00:41:57,843
เกิดความรู้สึกนึกคิดอะไรบางอย่าง

408
00:41:59,136 --> 00:42:02,866
ฉะนั้น พ่อค้าก็เลยสำคัญกว่า ถ้าบางคนจะบอกว่า

409
00:42:02,866 --> 00:42:06,866
เปี๊ยกก็สำคัญนะ เพราะเปี๊ยกเป็นคนเรียกแม่ให้ไปซื้อผ้า

410
00:42:08,262 --> 00:42:12,262
ก็สำคัญแหละ แต่สำคัญแบบรองจากพ่อค้าอีกทีหนึ่ง เพราะว่าคนที่มีอิทธิพล

411
00:42:13,251 --> 00:42:17,251
กับความรู้สึกของแม่มากกว่า ก็น่าจะเป็นพ่อค้านะคะ นี่ก็คือวิธีการเรียงลำดับ

412
00:42:18,649 --> 00:42:21,206
นะ คราวนี้ เมื่อกี้ถามตัวละคร ต่อไป

413
00:42:21,206 --> 00:42:21,975
ในเรื่องมีที่ไหนบ้างคะ

414
00:42:21,975 --> 00:42:25,975
1.

415
00:42:26,180 --> 00:42:27,847
บ้าน

416
00:42:27,847 --> 00:42:31,305
2.

417
00:42:31,305 --> 00:42:35,305

418
00:42:44,139 --> 00:42:45,072
ตรงที่ซื้อของใช่ไหม เหมือนในนั้นเขาเขียนว่าจะเป็นท้ายหมู่บ้าน

419
00:42:45,072 --> 00:42:49,072
หรือเปล่า ใช่ไหมคะ

420
00:42:51,053 --> 00:42:55,053
อันนั้นเราก็เขียนเป็นฉากได้นะคะ ว่า 1. คือ บ้าน 2. คือท้ายหมู่บ้าน

421
00:42:55,927 --> 00:42:59,927
หมู่บ้าน ซึ่งฉากในที่นี้ อาจจะพูดถึงบรรยากาศก็ได้

422
00:43:03,668 --> 00:43:07,131
โดยฉากเป็นได้ทั้งสถานที่ เป็นได้ทั้งบรรยากาศ ถ้าเราน่ะ จะอธิบายแยกว่าฉากที่เป็น

423
00:43:07,131 --> 00:43:11,131
สถานที่ จะมีอยู่แค่ 2 ที่ ก็คือบ้าน กับ

424
00:43:13,298 --> 00:43:17,298
ท้ายหมู่บ้าน เป็นสถานที่ส่วนฉากที่เป็นบรรยากาศก็อาจจะ

425
00:43:18,621 --> 00:43:22,621
1. ฉากที่แม่คุยกับนวลก่อนนวลคุยกับแม่

426
00:43:24,539 --> 00:43:28,539
ก่อน นวลคุยกับแม่ก่อน ในตอนแรกใช่ไหมคะ แล้วก็ฉากที่ 2 ก็คือฉากพ

427
00:43:30,199 --> 00:43:34,199
ที่แม่ไปซื้อของกับพ่อค้าที่ท้ายหมู่บ้าน แล้วก็ฉากที่ 3

428
00:43:35,563 --> 00:43:39,563
ฉากที่นวลเอาผ้ามาให้แม่ อันนี้เป็นฉากที่เป็นบรรยากาศ

429
00:43:41,508 --> 00:43:45,508
ฉะนั้น เวลาที่เราน่ะ จะแยกหรืออธิบาย ก็ลองพิจารณาว่าคุณอธิบายเป็น

430
00:43:46,837 --> 00:43:47,919
บรรยากาศ หรือว่าจะเป็นสถานที่นะคะ แต่ก็ได้ทั้งสองเหมือนกัน คราวนี้

431
00:43:47,919 --> 00:43:50,868
3

432
00:43:50,868 --> 00:43:54,868
. เหตุการณ์สำคัญในเรื่อง

433
00:43:56,398 --> 00:44:00,398
เหตุการณ์สำคัญในเรื่อง นักศึกษาคิดว่ามีเหตุการณ์สำคัญอะไรบ้าง

434
00:44:04,711 --> 00:44:08,711
เหตุการณ์สำคัญในเรื่อง น่าจะมีเหตุการณ์สำคัญอะไรบ้าง

435
00:44:09,931 --> 00:44:13,931
อะไรนะคะ

436
00:44:16,670 --> 00:44:18,737
นวลไปซื้อผ้าซิ่นผืนเก่าของแม่ อันนี้ก็สำคัญ 1

437
00:44:18,737 --> 00:44:22,737
มีอีกไหมคะ สำคัญในเรื่อง

438
00:44:24,453 --> 00:44:27,965
แม่ก็ซื้อผ้าซิ่นผืนใหม่ ก็เป็นเหตุการณ์สำคัญ

439
00:44:27,965 --> 00:44:31,965
2. แล้วก็เหตุการณ์สำคัญที่ 3 คือ

440
00:44:32,054 --> 00:44:36,054
แม่มาเห็นว่าผ้าซิ่นผืน

441
00:44:38,560 --> 00:44:42,560
ใหม่ของนวล ก็คือผืนเก่าของตัวเอง โอเคนะคะ ฉะนั้น เหตุการณ์ที่สำคัญ

442
00:44:44,353 --> 00:44:48,353
น่าจะมีหลัก ๆ 3 เหตุการณ์ในเรื่องนี้ ฉะนั้น

443
00:44:49,869 --> 00:44:50,716
ฝากที่เราน่ะ ประมวลแบบคร่าว ๆ คือ ประเมินพูดผิด ประเมินค

444
00:44:50,716 --> 00:44:53,405
ร่าว ถ้า

445
00:44:53,405 --> 00:44:57,405
ตัวละครเป็นแบบนี้

446
00:44:58,897 --> 00:45:00,736
เหตุการณ์เป็นแบบนี้ฉากเป็นแบบนี้ นักศึกษาคิดว่า

447
00:45:00,736 --> 00:45:03,726
ในเรื่องนี้

448
00:45:03,726 --> 00:45:05,091
มีอะไรที่เกี่ยวกับมาร์กซิสต์

449
00:45:05,091 --> 00:45:09,091
บ้างไหมคะ

450
00:45:09,296 --> 00:45:12,023
ครูขอเริ่มต้นจาก 1

451
00:45:12,023 --> 00:45:15,091
. เลย เห็นชนชั้นของสังคม

452
00:45:15,091 --> 00:45:19,091
ที่อยู่ในเรื่องนี้บ้างไหมคะ

453
00:45:20,531 --> 00:45:21,750
เห็นชนชั้นของสังคมที่อยู่ในเรื่องนี้

454
00:45:21,750 --> 00:45:25,750
บ้างไหมคะ

455
00:45:26,668 --> 00:45:30,668
เห็นนายทุนไหมคะ ในเรื่องนี้

456
00:45:32,737 --> 00:45:34,266
นายทุนคือใคร พ่อค้า นายทุนที่อยู่ในโครงสร้างส่วน

457
00:45:34,266 --> 00:45:37,590
บนของสังคมเมื่อกี้นี้

458
00:45:37,590 --> 00:45:40,189
เจอการเอารัดเอาเปรียบคนไหมคะ

459
00:45:40,189 --> 00:45:44,189
เจอ ถูกไหม

460
00:45:49,594 --> 00:45:53,594
เมื่อกี้นั่นแหละ ก็คือแม่ถูกไหมคะ ฉะนั้น เอาแบบง่าย ๆ เลย แค่อันนี้

461
00:45:53,709 --> 00:45:57,709
วรรณกรรมแบบง่าย ๆ เรื่องสั้น ๆ บางทีอาจจะเหมือนไม่มีอะไรในเรื่องเลย

462
00:45:59,165 --> 00:46:01,333
เราก็เจอแล้ว 1. ที่เกี่ยวกับมาร์กซิสต์ที่มันสามารถเชื่อมโยงไปได้ที่บอกว่า

463
00:46:01,333 --> 00:46:05,333
ระบบนายทุน

464
00:46:07,077 --> 00:46:09,294
สามารถเอาเปรียบคนได้นะ เพราะอะไรถึงบอกว่าอย่างนั้น เขาซื้อของ

465
00:46:09,294 --> 00:46:09,993
แม่ในราคาที่

466
00:46:09,993 --> 00:46:13,993
ถ

467
00:46:15,793 --> 00:46:19,793
ูก เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าของชิ้นนี้ถ้าเขาเอาไปขายต่อมันได้แพงกว่าอยู่แล้ว

468
00:46:21,523 --> 00:46:25,523
รู้ทั้งรู้น่ะ เพราะอะไรถึงเป็นแบบนั้น ก็เราอ่านไปจนถึงตอนจบไง

469
00:46:27,133 --> 00:46:30,165
ที่นวลก็ซื้อผ้าถุงของแม่นั่นแหละกลับคืนมา แถมราคาต่ำ

470
00:46:30,165 --> 00:46:34,165
กันมากด้วย แม่ขายในราคาเท่าไรคะ

471
00:46:34,637 --> 00:46:38,637
แม่ขายไปราคาเท่าไร

472
00:46:40,739 --> 00:46:43,553
400 กีบ ซึ่ง

473
00:46:43,553 --> 00:46:47,553
แกยังรู้สึกภูมิใจด้วย เพราะว่า

474
00:46:49,911 --> 00:46:53,911
แกกะจะเอาไปแลกใช่ไหม ก็เป็นเหมือนบ้านเรานี่แหละนักศึกษา ที่เขาจะแบบแลกก็แลก ขายก็ก็ได้

475
00:46:56,966 --> 00:47:00,966
เคยได้ยินนะคะ มันก็จะเป็นแบบนั้นแหละ เขาก็จะพูดประมาณว่าแม่ก็ได้ขายก็ได้

476
00:47:02,820 --> 00:47:06,820
แม่นี่ภูมิใจตรงที่ว่าแม่ไม่ได้แค่อยากได้อย่างเดียวนะ เขายังเอาเงินคืนมาให้แม่ด้วย

477
00:47:08,755 --> 00:47:12,755
400 กีบ แต่ในขณะเดียวกันนวลซื้อมาให้แม่หน่อยราคาเท่าไ

478
00:47:17,044 --> 00:47:21,044
รคะ 14,000 กีบ ซึ่งราคาแบบ โอ้โห

479
00:47:21,606 --> 00:47:25,606
แม่ช็อก คือ ในเรื่องมันจบด้วยที่ว่าแม่พูดอะไรไม่ออก

480
00:47:25,674 --> 00:47:29,674
ถูกไหมคะ แต่ผู้อ่านก็สามารถที่จะประเมินได้เองว่า

481
00:47:32,620 --> 00:47:36,620
โอ้โห แม่คงเสียใจมาก ว่าฉันเอาของในราคาขนาดนี้ไปขายแค่ในราคา 400

482
00:47:37,195 --> 00:47:41,195
กีบ แล้วกลายเป็นว่าลูกสาวฉันนี่ ต้องซื้อกลับคืนมาอีก

483
00:47:42,987 --> 00:47:46,987
ประมาณนี้นะคะ นี่ก็เลยกลายเป็นว่ามันดูเหมือนจะไม่มีนะ แต่ว่า

484
00:47:49,331 --> 00:47:53,331
นี่ไง ไอ้ระบบเศรษฐกิจและทุนนิยมน่ะ มันก็กดขี่คนได้ด้วยวิธีการใด

485
00:47:54,529 --> 00:47:57,252
วิธีการหนึ่งนะคะ เรื่องที่ครูเอามาให้อ่านมันเป็นแค่เรื่องสั้น ๆ แค่แบบอาจจะเป็นแค่

486
00:47:57,252 --> 00:47:58,294
ส่วนน้อยขอมาร์กซิสต์แต่อย่างน้อย

487
00:47:58,294 --> 00:48:02,294
ครูเชื่อว่า

488
00:48:02,658 --> 00:48:06,658
ถ้าเป็นเรื่องที่มันยาวขึ้น หรือแม้กระทั่งเรื่องที่นักศึกษา

489
00:48:08,503 --> 00:48:09,966
อ่านนวนิยายก็อาจจะมีก็ได้อย่าเพิ่งละเลยมันไปนะคะ ทีน

490
00:48:09,966 --> 00:48:13,966
ี้ไหน ๆ ก็พูดถึง

491
00:48:16,793 --> 00:48:20,793
เรื่องสั้นเรื่องนี้ที่เป็นของลาวแล้ว มันก็จะมีเรื่องที่ครูอยากให้นักศึกษา

492
00:48:22,466 --> 00:48:26,466
สังเกตเพิ่มเติม เวลาอ่านอะไรก็ตามอย่ามองแค่ผิวเผิน ๆ เพราะว่า

493
00:48:26,882 --> 00:48:27,621
เรื่องนี่มันอาจจะเป็นแค่ภาพของ

494
00:48:27,621 --> 00:48:31,621
แม่

495
00:48:33,154 --> 00:48:35,782
ที่ขายผ้าซิ่นในราคาถูก แล้วก็ได้ผ้าซิ่นเก่ากลับมาในราคาแพง มันอาจจะ

496
00:48:35,782 --> 00:48:36,920
มันอาจจะดูเหมือนแค่นั้น แต่จริง ๆ แล้ว

497
00:48:36,920 --> 00:48:40,920
เรื่องนี้

498
00:48:43,234 --> 00:48:45,434
เขากำลังสะท้อนภาพสังคมลาวอยู่นะคะ นักศึกษาเขากำลังจะบอกว่า

499
00:48:45,434 --> 00:48:48,837
สังคมชนบทของลาว

500
00:48:48,837 --> 00:48:51,851
น่ะ การศึกษาถ้ายังเข้าไม่ถึง

501
00:48:51,851 --> 00:48:55,851
คนก็จะถูกเอารัดเอาเปรียบง่าย

502
00:48:56,194 --> 00:48:57,950
นี่คือเขากำลังจะบอก ถ้านักศึกษาฟังแบบนี้ปุ๊

503
00:48:57,950 --> 00:49:00,247
บ มันเหมือนสังคมไทยไหม

504
00:49:00,247 --> 00:49:04,247
คล้ายไหม

505
00:49:05,939 --> 00:49:09,771
คล้ายอยู่นะ ที่ครูเอาเรื่องนี้มาหรือแม้กระทั่งนักเขียนไทย

506
00:49:09,771 --> 00:49:13,771
ที่เขาชอบเอาเรื่องนี้มาวิจารณ์ ก็เพราะว่า

507
00:49:15,428 --> 00:49:16,875
เขากำลังเปรียบเทียบกับสังคมไทยอยู่ ว่าจริง ๆ แล้วน่ะ ถึงแม้ว่าไทย

508
00:49:16,875 --> 00:49:19,397
น่ะ จะเจริญกว่าลาวไปเยอะ

509
00:49:19,397 --> 00:49:20,731
แต่สภาพสังคมชนบท

510
00:49:20,731 --> 00:49:24,731
บางอย่าง

511
00:49:26,390 --> 00:49:30,390
ก็ยังคล้ายกันอยู่ อย่างเช่น คนที่มีการศึกษา

512
00:49:33,423 --> 00:49:34,576
อาจจะเป็นกลุ่มชนกลุ่มน้อยของสังคมชนบทก็ได้ ที่อาจจะ

513
00:49:34,576 --> 00:49:38,576
เลี่ยง

514
00:49:39,960 --> 00:49:41,676
การถูกรัดเอาเปรียบได้แหละ แต่มันก็เป็นแค่ชนกลุ่มน้อยของ

515
00:49:41,676 --> 00:49:43,416
ชนบทเท่านั้น

516
00:49:43,416 --> 00:49:47,416
แต่ส่วนใหญ่

517
00:49:49,194 --> 00:49:53,194
คนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้รับการศึกษาก็ยังคงถูกเอารัดเอาเปรียบอยู่ ถึงแม้ว่า

518
00:49:54,434 --> 00:49:58,434
สังคมจะเจริญก้าวหน้าไปแค่ไหนก็ตามนะคะ แล้วก็อีกอย่างหนึ่ง

519
00:49:58,941 --> 00:50:02,828
เขาต้องการจะสื่อด้วย ว่าสังคมลาวน่ะ ในชนบท

520
00:50:02,828 --> 00:50:06,828
ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับสิ่งที่ตัวเองมี

521
00:50:08,286 --> 00:50:12,040
อย่างเช่น ผ้าถุงนี่แหละ ผ้าถุงที่ในตอนท้ายนี่ แม่

522
00:50:12,040 --> 00:50:16,040
เข้าใจว่ามันเก่าแล้วนี่ แต่ว่า

523
00:50:18,144 --> 00:50:22,144
ในระดับอีกระดับหนึ่ง เขากลับมาว่าอันนี้เป็นสิ่งที่มีคุณค่า ที่ควรที่จะรักษา

524
00:50:26,542 --> 00:50:27,746
อนุรักษ์ไว้ที่เป็นวัฒนธรรมของเราได้นะคะ นี่ก็คือเหมือนกับเรื่องนี้มันไม่ใช่แค่เรื่องสั้นที่ธรรมดา ๆ

525
00:50:27,746 --> 00:50:31,746
มันยังแฝง

526
00:50:33,003 --> 00:50:35,108
ภาพสะท้อนสังคมอยู่ ซึ่งมันก็เป็นแนวสัจนิยมที่บ

527
00:50:35,108 --> 00:50:39,108
อกว่าเป็นงานเขียนที่

528
00:50:40,747 --> 00:50:41,815
เน้นความจริง ที่เป็นแนวสะท้อน หรือเสียดสีสังคมเป็นหลักนั่นเอง

529
00:50:41,815 --> 00:50:45,815
นะคะ

530
00:50:48,775 --> 00:50:52,084
อันนี้ก็คือจะเป็นมาร์กซิสต์ที่ต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว ก็

531
00:50:52,084 --> 00:50:56,084
คือสตรีนิยมนะคะ คราวนี้

532
00:50:57,683 --> 00:51:01,683
เนื้อหาของทฤษฎีหนึ่ง ก็คือ Pratical Critism นะคะ

533
00:51:02,925 --> 00:51:04,559
ให้กดในสไลด์อันนี้จะเป็นทฤษฎีแรกที่ครูเอาขึ้นไว้ให้

534
00:51:04,559 --> 00:51:06,791
แต่ว่าคราวนี้

535
00:51:06,791 --> 00:51:10,791
ี่

536
00:51:30,511 --> 00:51:32,308
ทฤษฎีนี้ จะเป็นทฤษฎีที่

537
00:51:32,308 --> 00:51:36,308
แตกต่างจาก

538
00:51:38,292 --> 00:51:40,119
ทั้ง 2 ทฤษฎีเมื่อกี้ที่กล่าวมา เพราะว่าทฤษฎีนี้จะมุ่ง

539
00:51:40,119 --> 00:51:43,122
ให้วิเคราะห์

540
00:51:43,122 --> 00:51:47,122
ตัวบทวรรณกรรมเป็นหลัก

541
00:51:48,052 --> 00:51:51,386
โดยจะให้มีการวิเคราะห์อย่างละเอียด

542
00:51:51,386 --> 00:51:53,435
ไม่ว่าจะเป็น

543
00:51:53,435 --> 00:51:57,435
... เดี๋ยวสักครู่นะคะ

544
00:52:00,117 --> 00:52:04,117
ไม่ว่าจะเป็นลักษณะของวรรณกรรม

545
00:52:04,282 --> 00:52:07,682
ที่ผู้อ่านหรือผู้วิจารณ์นี่

546
00:52:07,682 --> 00:52:11,682
ต้องเริ่มจากการเล่าเรื่องย่อให้ได้

547
00:52:12,086 --> 00:52:16,086
จับใจความมุ่งหมายของการแต่งให้ได้

548
00:52:18,325 --> 00:52:22,325
ปรัชญาและแนวคิดนิยมในการแต่งหรือว่าข้อคิดนี่ล่ะค่ะ ถ้าเราจะพูดให้เข้าใจง่ายนะ

549
00:52:23,880 --> 00:52:27,880
ข้อคิดหรือว่าแนวนิยมในการแต่งของเขานี่ เป็นแนวไหนนะคะ

550
00:52:29,506 --> 00:52:33,506
รูปแบบ เนื้อเรื่อง ตัวละคร บทสนทนา แล้วก็สถานที่

551
00:52:35,280 --> 00:52:39,280
ถ้าสังเกตมันจะเป็นสิ่งที่ครูเริ่มถามนักศึกษาเมื่อกี้

552
00:52:42,010 --> 00:52:45,052
ว่าตัวละครเป็นอย่างไร ฉากเป็นอย่างไร หรือแม้กระทั่งเหตุการณ์เป็นอย่างไรบ้างนะคะ

553
00:52:45,052 --> 00:52:46,410
แล้วครูก็เล่าว่าเอออันนี้มันสะท้อนแนวคิดอย่างไรบ้าง

554
00:52:46,410 --> 00:52:48,071
นี่ ก็คือ

555
00:52:48,071 --> 00:52:52,071
เป็นสิ่งที่

556
00:52:53,468 --> 00:52:56,489
การวิจารณ์แบบ Pratical Critism  เหมือนเขาจะใช้การวิจารณ์ตามแบบรูปแบบ

557
00:52:56,489 --> 00:53:00,489
สร้างของตัวบทวรรณกรรมเป็นหลักนะคะ

558
00:53:01,063 --> 00:53:03,064
ผู้คิดแนวคิดนี้ ก็คือ I"A ริชาร์ดนะคะ

559
00:53:03,064 --> 00:53:07,064
เดี๋ยวดู

560
00:53:09,608 --> 00:53:13,608
ลักษณะนิดหนึางนะ

561
00:53:16,349 --> 00:53:20,349
โดย I A นี่ยเขาจะพยายามให้ผู้ที่วิจารณ์

562
00:53:22,444 --> 00:53:24,595
ศึกษาแล้วก็วิเคราะห์ โดยละเอียดให้เป็นไปตามหลัก

563
00:53:24,595 --> 00:53:28,317
ลักษณะของภาวะวิสั ย

564
00:53:28,317 --> 00:53:29,655
ภาวะวิสัยนี่ จะต่าง

565
00:53:29,655 --> 00:53:33,655

566
00:53:35,055 --> 00:53:39,055
จาก อัตตะ ภาวะจะ แปลว่าความเกิดความเป็นความมี

567
00:53:39,945 --> 00:53:40,937
วิสัย คือ ความสามารถ ฉะนั้น ภาวะวิสัย

568
00:53:40,937 --> 00:53:44,937
ก็คือ

569
00:53:46,468 --> 00:53:49,715
จะเป็นไปตามรูปแบบความจริงเป็นหลักเอาเนื้อหามันเป็นอย่างไร มันก็ต้อง

570
00:53:49,715 --> 00:53:52,341
เป็นแบบนั้น ส่วนอัตวิสัย

571
00:53:52,341 --> 00:53:53,803
จะเป็นลักษณะของตัวตน

572
00:53:53,803 --> 00:53:57,803
ของผู้เขียน

573
00:53:59,004 --> 00:54:01,775
หรือผู้วิจารณ์นะคะ นี่ก็เลยจะบอกว่าลักษณะของ

574
00:54:01,775 --> 00:54:05,775
การวิจารณ์แบบ tactical Prism เนี่ย

575
00:54:07,599 --> 00:54:09,675
จะไปตรงกับเรื่องราวในสัปดาห์หน้าที่ครูจะสอนนั่น ก็คือการวิจารณ์เรื่อง

576
00:54:09,675 --> 00:54:13,675
สั้น กับนวนิยายที่

577
00:54:15,083 --> 00:54:15,965
เป็นแบบหัวข้อรูปแบบ ที่เป็นโครงสร้างของเรื่องสั้นกับนวนิยายเลยนะคะ

578
00:54:15,965 --> 00:54:19,058
ครูก็เลย

579
00:54:19,058 --> 00:54:20,448
จะยังไม่ได้ลงลึกมาก เพราะเดี๋ยวสัปดาห์หน้า

580
00:54:20,448 --> 00:54:24,448
จะได้ทั้ง

581
00:54:25,801 --> 00:54:29,801
แนวการในการวิเคราะห์ แนวทางในการวิเคราะห์ แล้วก็ให้ลองอ่านเรื่องสั้น

582
00:54:31,326 --> 00:54:34,619
ช้างด้วย แต่คราวนี้จะเป็นเรื่องสั้นที่ยาวขึ้นมากว่านี้อีกหน่อยนะคะ

583
00:54:34,619 --> 00:54:38,619
เป็นเรื่องสั้นแบบฉบับย่อให้เราเห็นภาพ

584
00:54:39,249 --> 00:54:43,249
จริง ๆ แต่คราวนี้จะเป็นเรื่องสั้นที่ยาวขึ้นมาหน่อยนะคะ

585
00:54:46,083 --> 00:54:50,083
จบในเรื่องของการวิจารณ์ตามแนวทฤษฎีของเรา

586
00:54:52,814 --> 00:54:56,814
ทฤษฎีที่เราจะต้องแน่นให้ได้ นั่นก็คือ

587
00:54:58,141 --> 00:55:02,141
มาร์กซิสต์ สตรีนิยม ที่ครูใช้เวลา 2 คาบ 2 สัปดาห์เลย แต่ว่า

588
00:55:03,891 --> 00:55:07,891
ทฤษฎี Practical Criticism ครูจะไปย้ำอีกรอบหนึ่ง ในสัปดาห์หน้า

589
00:55:08,581 --> 00:55:12,581
เราเรียนการวิจารณ์เรื่องสั้นกับนวนิยายนะคะ เพราะว่า

590
00:55:14,107 --> 00:55:18,107
เป็นลักษณะของการวิจารณ์ตามโครงสร้าง แล้วก็รูปแบบของวรรณคดีวรรณกรรมนะคะ

591
00:55:21,694 --> 00:55:25,534
แต่ก่อนอื่นเมื่อกี้ลืมถามข้อหนึ่ง ซิ่นไหมผืนเก่ามีบทสนทนาไหมคะ

592
00:55:25,534 --> 00:55:26,700
ซิ่นไหมผืนเก่ามีบทสนทนาไหม

593
00:55:26,700 --> 00:55:30,700
ในตัวบท

594
00:55:31,726 --> 00:55:35,726
นี่ ใช่ไหมคะ บทสนทนามีความสมจริงไหม

595
00:55:36,178 --> 00:55:38,724
สมจริง สมจริงเพราะอะไร ไหนลองอธิบาย

596
00:55:38,724 --> 00:55:41,881
ดูสิ เขียนออกมาก็เขียนเป็นอย่างไร

597
00:55:41,881 --> 00:55:45,881
สมจริงเพราะอะไร

598
00:55:49,764 --> 00:55:53,764
มันเป็นคำพูดที่ เป็นบทสนทนาที่เหมือนใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไป ระหว่าง

599
00:55:56,102 --> 00:56:00,102
แม่กับลูก หรือระหว่างบุคคลทั่วไป ที่เป็นพ่อค้ากับลูกค้าใช่ไหมคะ อันนี้

600
00:56:01,843 --> 00:56:05,843
อธิบาย เรา... บางทีแบบมีอธิบายอย่างไรให้มันดูลึกลับ ไม่ต้อง

601
00:56:07,640 --> 00:56:11,640
ทำขนาดนั้น ก็ถ้ามันสมจริงก็ มันสมจริงไง เพราะมันเป็นบทสนทนาที่เหมาะ

602
00:56:12,799 --> 00:56:16,799
ระหว่างแม่กับลูกที่ใช้ในชีวิตประจำวัน แค่นั้นก็เรียกว่าการอธิบายแล้ว

603
00:56:18,282 --> 00:56:20,317
เหมือนกับถ้าคุณนี่จะอธิบายบทสนทนาของบุพเพสันนิวาส

604
00:56:20,317 --> 00:56:22,621
นักศึกษาคิดว่าสมจริงไหม

605
00:56:22,621 --> 00:56:23,958
ทุกคนต้องเคยดูบุพเพฯ 1 แหละ

606
00:56:23,958 --> 00:56:27,958
เคยดูใช่ไหม

607
00:56:28,074 --> 00:56:28,948
บทสนทนาของบุพเพสันนิวาส เมื่อก่อน

608
00:56:28,948 --> 00:56:32,237
การะเกด

609
00:56:32,237 --> 00:56:36,237
แม่นายการะเกดเรียกผินกับแย้มว่าอะไรคะ

610
00:56:38,396 --> 00:56:42,106
อีผิน อีแย้ม เหตุผลก็เป็นเพราะว่าในยุคสมัยกรุงศรี

611
00:56:42,106 --> 00:56:46,106
อยุธยา เขามีคำเรียกลุง ป้า น้า อา ไหม

612
00:56:48,442 --> 00:56:52,442
เขาไม่ได้ใช้แบบนั้น เขาก็คือจะใช้เรียกแบบชนชั้นเลย อย่างเช่น ชนชั้นสู

613
00:56:54,948 --> 00:56:57,728
งนี่ เขาเรียกกัน เขาก็จะเรียกคุณพี่ ออเจ้า อะไรก็ว่าไป แต่ถ้าชนชั้นล่างที่เป็นระบบ

614
00:56:57,728 --> 00:57:00,980
ระดับทาส เมื่อไหร่ก็ตาม

615
00:57:00,980 --> 00:57:04,980
เขาจะไม่มีหรอกค่ะ พี่ โอเคไหม

616
00:57:07,151 --> 00:57:08,206
เพราะทาส คือต่ำกว่าอยู่และ เขาก็จะเรียกถึงจะแก่กว่าแค่ไหน เขาก็จะได้

617
00:57:08,206 --> 00:57:11,781
เท่านั้น

618
00:57:11,781 --> 00:57:15,170
ฉะนั้น การะเกดเรียกอีผิน อีแย้ม

619
00:57:15,170 --> 00:57:19,170
ถูกต้องไหมคะ ตามหลักบทสนทนา

620
00:57:20,329 --> 00:57:24,329
ถูกแล้วใช่ไหม แต่คราวนี้เกศสุรางค์ข้ามภพมา แล้วเกศสุรางมาอยู่

621
00:57:24,442 --> 00:57:28,442
ร่างการะเกดเกศสุรางค์เป็นผู้หญิงที่อยู่ในยุค

622
00:57:30,069 --> 00:57:32,378
แล้วก็ไปเห็นผินกับแย้มแล้วก็เรียกพี่ผินกับแย้มว่าพี่ผินพี่แย้ม

623
00:57:32,378 --> 00:57:35,121
บทสนทนาสมจริงไหมคะ

624
00:57:35,121 --> 00:57:39,121
สมจริงไหม

625
00:57:39,985 --> 00:57:43,985
สมจริงเหมือนกันนะคะ นักศึกษา ที่สมจริงเพราะอะไร ก็สมจริงสิ

626
00:57:44,157 --> 00:57:47,298
ถึงแม้ว่าจะอยู่ในร่างเดียวกัน แต่อีกคนหนึ่งวิญญาณเข้าเกิดใน

627
00:57:47,298 --> 00:57:51,298
ยุคสมัยปัจจุบัน ซึ่งปัจจุบันมีระบบชาติไหม

628
00:57:53,273 --> 00:57:57,273
ไม่มีใครก็ตามที่แก่กว่าพ่อเรียกป้า เรียกลุง ใครก็ตามที่ดู

629
00:57:59,426 --> 00:58:03,426
แก่กว่าตัวเองนิดหนึ่งเรียกพี่ หรือใครก็ตามที่ดูเด็กกว่าเรียกน้อง ฉะนั้น มันเป็นระบบ

630
00:58:04,571 --> 00:58:08,086
ปัจจุบันที่เราอาจจะไม่สามารถเรียกใครก็ตามว่าอีได้นะคะ

631
00:58:08,086 --> 00:58:12,086
เราอาจจะเรียกได้แบบในระบบเพื่อน แต่ว่ามัน

632
00:58:14,395 --> 00:58:17,095
ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันได้ขนาดนั้นไหม ก็ไม่ถูกไหมคะ ฉะนั้น การที่

633
00:58:17,095 --> 00:58:21,095
เกศสุรางค์มาอยู่ในร่างของแม่นาย

634
00:58:22,754 --> 00:58:23,801
การะเกด เรียกพี่ผิน พี่แย้ม มันก็ทำให้บทสนทนาดูสมจริงขึ้น ว่า

635
00:58:23,801 --> 00:58:27,801
แสดงว่า

636
00:58:29,680 --> 00:58:33,680
ความนึกคิด ความรู้สึกของ เขายังเป็นคนในยุคปัจจุบันอยู่ ก็เลยเรียกคนอื่นว่าพี่

637
00:58:33,824 --> 00:58:37,824
นั่นเอง คุณก็อธิบายได้ หรือแม้กระทั่ง

638
00:58:39,156 --> 00:58:43,156
งานที่ใช้คำว่า  "ออเจ้า" กับ "คุณพี่" ก็อธิบายต่อได้อีกว่า

639
00:58:45,152 --> 00:58:49,152
มีความสมจริง เพราะว่าในอดีตมีคำเรียกที่ใช้กับบุคคลที่มีอายุ

640
00:58:50,889 --> 00:58:51,933
น้อยกว่าว่าเป็นออเจ้า เรียกกับบุคคลที่มีอายุมากกว่าเรียกคุณพี่

641
00:58:51,933 --> 00:58:55,933
ก็ว่าไป

642
00:58:57,685 --> 00:59:00,767
ประมาณนี้นะคะ อันนี้ก็คือยกตัวอย่างคร่าว ๆ ไว้ก่อนเดี๋ยวจะไปลงลึก

643
00:59:00,767 --> 00:59:03,802
ก็คือสัปดาห์หน้าของเรานะคะ

644
00:59:03,802 --> 00:59:07,802
โอเค สัปดาห์หน้า นักศึกษา ครู

645
00:59:09,557 --> 00:59:13,557
เพิ่งเจอตารางของตัวเอง ครูจำตารางของตัวเองผิดนะคะ เป็น

646
00:59:14,485 --> 00:59:16,151
คือ วันจันทร์ครูชน ขอโทษนะคะ ก็เลยจะขอเป็นพุธเช้า

647
00:59:16,151 --> 00:59:20,151
แทนนะคะ

648
00:59:21,166 --> 00:59:25,166
ได้อยู่นะ เพราะว่าพุธเช้าว่างอยู่นะคะ ขอโทษด้วย ก็เลยเอาเป็น

649
00:59:26,743 --> 00:59:30,259
เปลี่ยนจากวันจันทร์บ่าย เป็นวันพุธเช้า

650
00:59:30,259 --> 00:59:33,377
นะคะ ฉะนั้นพุธเช้าขอสอน

651
00:59:33,377 --> 00:59:37,377
ชดเชยวันศุกร์นะคะ เดี๋ยวเรา

652
00:59:39,053 --> 00:59:41,165
มีเวลาหาห้อง 2 วัน โอเคนะ อาจจะเริ่มสัก 09.30 น. ก็ได้ เผื่อแบบ

653
00:59:41,165 --> 00:59:42,493
เลยขอเวลาหน่อยได้ไหมนะคะ

654
00:59:42,493 --> 00:59:46,493
9

655
00:59:49,417 --> 00:59:52,467
โมงครึ่งนะคะ วันพุธเช้า 9 โมงครึ่ง ส่วนพุธบ่ายเบา ๆ สบายแค่นำเสนอเฉย ๆ

656
00:59:52,467 --> 00:59:53,436
ขอเป็นเวลาเดิมนะคะ

657
00:59:53,436 --> 00:59:55,728
บ

658
00:59:55,728 --> 00:59:59,386
่ายโมง ดีค่ะ

659
00:59:59,386 --> 01:00:02,971
มีใครมีคำถามอะไรไหมคะ

660
01:00:02,971 --> 01:00:04,829
พ

661
01:00:04,829 --> 01:00:08,829

662
01:00:11,461 --> 01:00:15,461
ี่ล่ามพอมีคิวว่าง ว่างเช้าด้วยใช่ไหมคะ

663
01:00:17,646 --> 01:00:19,438
โอเคค่ะ ขอบคุณค่ะ โอเคค่ะ มีพี่ล่ามอยู่พอดีนะคะ ถ้าอย่างนั้นเขาก็จะ

664
01:00:19,438 --> 01:00:21,366
พุธเช้า 9.30 น

665
01:00:21,366 --> 01:00:25,366
. แล้วก็บ่ายเวลาเดิม

666
01:00:27,026 --> 01:00:29,740
ค่ะ ใช่ค่ะ แค่กลุ่มแรก ใช่

667
01:00:29,740 --> 01:00:32,507
จริง ๆ ถ้ากลุ่มแรก

668
01:00:32,507 --> 01:00:36,507
ถ้าครูสอนเสร็จประมาณ

669
01:00:37,052 --> 01:00:38,525
11.00 น. เพราะว่าเริ่ม 09.30 น.  นะ

670
01:00:38,525 --> 01:00:41,016
ไปชั่วโมงครึ่ง

671
01:00:41,016 --> 01:00:45,016
เป็นเท่า

672
01:00:49,837 --> 01:00:51,477
ไร 11.00 น. พอดีถ้า 11.00 น. จะต่อเลยไหมล่ะ  Present เล่นเกมนานไหมลูก

673
01:00:51,477 --> 01:00:55,477
ประเมินงานของตัวเอง

674
01:01:01,980 --> 01:01:04,567
เอาต่อแบบเช้าให้มันเสร็จเลยไหมล่ะ

675
01:01:04,567 --> 01:01:05,829
ครูว่าเช้าเ

676
01:01:05,829 --> 01:01:09,829
ลต ดีกว่าบ่ายเลต

677
01:01:12,545 --> 01:01:16,545
ถ้าเกิดว่าจะต่อเลยก็คือเอาเป็นแบบเรียนเช้า

678
01:01:16,588 --> 01:01:19,130
คาบเดียว แต่ว่าคือครูอ่ะสอนถึง 11 โมง ใช่ไหมล่ะ

679
01:01:19,130 --> 01:01:23,130
แล้วเราก็นำเสนอเกม

680
01:01:24,879 --> 01:01:26,014
จนถึงเที่ยง หรือว่าเที่ยงนิด ๆ ก็ว่าไป แต่บ่ายน่ะ ว่างเลยนี้เอาแบบนั้น

681
01:01:26,014 --> 01:01:27,461
เป็น 2

682
01:01:27,461 --> 01:01:30,094
วิชาควบเลย

683
01:01:30,094 --> 01:01:34,094
สายไม่ว่าง

684
01:01:35,458 --> 01:01:36,811
กินข้าวเช้ามาด้วยเพราะครูเริ่มให้ 09.30 น. ฉะนั้นมีเวลาอยู่

685
01:01:36,811 --> 01:01:39,568
โอเคนะ

686
01:01:39,568 --> 01:01:42,033
โอเคค่ะ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ย

687
01:01:42,033 --> 01:01:43,755
วฝากบอกพี่ล่ามด้วยนะคะ

688
01:01:43,755 --> 01:01:46,121
ว่าจะเป็นเช้าทีเดียวเลย

689
01:01:46,121 --> 01:01:48,360
ควบค่ะ

690
01:01:48,360 --> 01:01:52,360
ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเจอกัน

691
01:01:54,673 --> 01:01:56,903
สัปดาห์หน้าวันพุธนะคะ ยาวเลย หัวหน้าลบข้อความเดิม

692
01:01:56,903 --> 01:01:57,718
ออก พิมพ์ใหม่ด้วยนะลูก เดี๋ยว

693
01:01:57,718 --> 01:02:01,183
จำผิด

694
01:02:01,183 --> 01:02:05,183
นี่คือยังไม่ได้เช็กชื่อน่ะ แป๊บหนึ่งนะ

695
01:02:09,453 --> 01:02:13,453
อะไร ขาดแค่ 2 คนแหละนะ

696
01:02:14,699 --> 01:02:16,045
ลาแค่ 2 คน

697
01:02:16,045 --> 01:02:17,554
โอเค ถ้าอย่างนั้นตามนี้เลย โอเค ไม่เป็นไร

698
01:02:17,554 --> 01:02:21,554
หัวหน้าเชิญค่ะ

