(คุณสุภนันท์) สวัสดีครับ คุณผู้ชมครับ ต้อนรับคุณผู้ชมทุกท่านเข้าสู่การแถลงข่าวของศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 ที่ทำเนียบรัฐบาลประจำวันศุกร์ที่ 2564 นะครับ หลังจากวันนี้ช่วงเช้าที่ผ่านมาอาจจะได้รับทราบข่าวดีกันไปแล้วนะครับ ที่เราได้รับมอบวัคซีนจาก AstraZeneca ของประเทศไทย เพื่อเป็นการส่งมอบให้กับพี่น้องประชาชนนะครับ กระทรวงสาธารณสุขนะครับ กับทางด้านท่านอธิบดีกรมควบคุมโรค นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ครับ แต่ว่าเบื้องต้นนะครับ เริ่มต้นกันด้วยสถานการณ์ประจำวันนะครับ และประเด็นสำคัญประจำวันนะครับ โดยโฆษก ศบค. แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ (แพทย์หญิงอภิสมัย) กราบสวัสดีพี่น้องประชาชนนะคะ พบกันวันนี้กับรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั่วโลกนะคะ อยู่ที่ 172,894 ราย มียอดผู้เสียชีวิต 10,296 รายนะคะ เปอร์เซ็นต์ยังอยู่ที่ 2.1 เปอร์เซ็นต์ทั่วโลกนะคะ ยอดสะสมไปแล้ว 172 ล้านค่ะ และประเทศไทยนะคะ อยู่ในอันดับที่ 80 แล้วก็ในส่วนของเพื่อนบ้านนะคะ ที่เราเฝ้าระวัง คือ มาเลเซียนะคะ ค่อนข้างสูงค่ะ 8,000 กว่า เวียดนาม 250 และลาวมีรายงาน 3 รายค่ะ ในส่วนของประเทศไทยนะคะ ตัวเลขวันนี้ 2,631 ราย วันนี้ตัวเลขเรือนจำเล็กลงนะคะ อยู่ที่ 189 ราย มีรายงานผู้เสียชีวิตสำหรับวันนี้นะคะ 31 คน ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมนะคะ อยู่ที่ 1,083 คนค่ะ และผู้ที่ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลและรายงานอาการหนัก อยู่ที่ 1,182 ราย มี 376 ราย จำเป็นต้องใช้เครื่องช่วยหายใจค่ะ และในจำนวนนี้นะคะ ผู้ที่กลับบ้านรายงานของวันนี้คือ 2,409 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยหายสะสมนะคะ คือ มาดูรายละเอียดของผู้ที่รายงานการเสียชีวิตวันนี้ 31 รายนะคะ จะเห็นว่าตัวเลขใหญ่ยังอยู่ที่กรุงเทพมหานคร 20 ราย และอายุน้อยที่สุดนะคะ 17 ปีนะคะ อายุมากที่สุด คือ 97 ปีค่ะ แล้วก็ระยะเวลานอนที่รักษาพยาบาลอยู่ในโรงพยาบาลรวมทั้งสิ้นอยู่ที่ 45 วัน สะท้อนให้เห็นถึงอัตราการครองเตียงทำให้เห็นว่าบุคลากร พยาบาลก็พยายามที่จะรักษาชีวิตท่านเหล่านี้นะคะ นานถึง 45 วันแต่ว่าในที่สุดก็เสียชีวิตค่ะ จากปัจจัยเสี่ยงนะคะ ท่านได้เห็นว่าผู้ป่วยติดเตียงและโรคปอดยังมีรายงานอยู่อย่างสม่ำเสมอนะคะ ทางกรมควบคุมโรคก็ได้ฝากมานะคะ ว่าหลาย ๆ ครั้ง ผู้สูงอายุที่เป็นผู้ป่วยติดเตียงอยู่ร่วมกับหลาย ๆ วัย หลาย ๆ อายุในบ้านนะคะ ญาติอาจจะไม่ได้สังเกตว่าอาการท่านแย่ลง จากการสังเกตนะคะ ต้องสังเกตว่ามีอาการซึมลง รับประทานอาหารได้น้อยลงหรือมีลักษณะเหนื่อย หายใจลำบากขึ้น ตรงนี้นี่ตรงกับประวัติที่ลูกหลานเดินเข้าออกอยู่ในบ้าน มีเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง หรือทำอาชีพเสี่ยง ก็ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษนะคะ เพราะว่าในส่วนของ กทม. วันนี้นะคะ ก็ยังมีรายงานว่ามีการส่งผู้ป่วยเข้าสู่การรักษาในระยะที่มีสีแดง ก็คือระยะที่รุนแรงนะคะ ในกลุ่มนี้นะคะ เมื่อเข้าถึงสถานรักษาพยาบาลอาการก็จะค่อนข้างรุนแรง และเป็นปัจจัยเสี่ยงในการเสียชีวิตได้ค่ะ ในแง่ของการรายงานผู้ติดเชื้อเดินทางจากต่างประเทศที่เราเน้นย้ำนะคะ ก็คือ ผู้ที่เดินทางโดยผิดกฎหมาย มาดูเรื่องของพม่านะคะ วันนี้มียังมีอยู่อีก 1 รายนะคะ ที่เดินทางผิดกฎหมายที่เดินทางผ่านชายแดนแม่สอด รายนี้เป็นผู้หญิง 29 ปี มาทางเรือนะคะ นผู้หญิง 29 ปี มาทางเรือนะคะ ก็ถูกจับกุมได้ ตอนนี้ก็เข้าสู่ Local Quarantine นะคะ ทางด่านกัมพูชานี่นะคะ มีมาผิดกฎหมายผ่านช่องทางธรรมชาติมากถึง 11 ราย และในจำนวนนี้ จากการสอบสวนโรคนะคะ ก็ทำงานเป็นนักพนันหรือแอดมินออนไลน์นะคะ แล้วก็ในที่ประชุม ศบค. ชุดเล็กมีการพูดคุยกันนะคะ ว่าขอเน้นย้ำไปยังพื้นที่ รวมทั้งกระทรวงแรงงานให้มีการสอบสวนนะคะ ว่ากลุ่มคนเหล่านี้นี่ อาจจะเข้าไปประเทศกัมพูชาแบบผิดกฎหมายหรือไม่ มีจำนวนเท่าไร มีนายจ้างดูแล ยกตัวอย่างเช่น เขาเข้าไปทำงานอยู่ในคาสิโนใด ๆ หรือไหมนะคะ ตรงนี้คงต้องค้นหาข้อมูลตรงนี้เพราะว่าจะเห็นรายงานข้อมูลอย่างต่อเนื่องนะคะ เพื่อที่ทางพื้นที่จะได้ทำแผนรองรับกลุ่มนี้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมนะคะ ก็ฝากประชาชนและสื่อมวลชนช่วยกันตรวจสอบนะคะ เพราะว่าตรงนี้ถ้าเขาผ่านเข้ามาแบบผิดกฎหมาย และอาจจะมีเชื้อกลายพันธุ์ก็ทำให้พวกเราทุกคนไม่มีความปลอดภัยนะคะ วันนี้ตัวเลขลักลอบเข้าเมืองรายงาน 24 ชั่วโมง อยู่ที่ยอด 217 คนนะคะ แล้วก็มาจากทุกทิศทางค่ะ ทั้งในส่วนของเมียนมาและกัมพูชา ด่านประเทศลาวด้วยนะคะ มาดูภายในประเทศรายงานยอดสูงสุด 10 อันดับ วันนี้ กทม. ยังคงเป็นอันดับ 1 นะคะ รายงาน 824 ราย ในส่วนของจังหวัดอื่น ๆ ซึ่งวันนี้ที่ประชุมนะคะ มีการประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ โดยท่านรองผู้ว่าราชการนะคะ จากจังหวัดปริมณฑล ก็ได้นำเรียนข้อมูลเข้ามาด้วยนะคะ การายงานผู้ติดเชื้อของปทุมธานี ยังอยู่ที่บริษัท ชำแหละไก่นะคะ ซึ่งจากการลง Active Case Finding ในสัปดาห์ที่ผ่านมา จากตัวเลขรายงาน 31 พฤษภาคม พบคนที่ลงตรวจ Active Case Finding รายผลบวกนะคะ ทำให้เฉพาะบริษัทชำแหละไก่ ลำลูกกา ปทุมธานีนี่นะคะ 2.866 ราย พบเป็นรายงานผลบวกเป็น 154 ราย ปทุมธานียังมีคลัสเตอร์ของตลาดสี่มุมเมืองนะคะ ซึ่งก็มีแรงงานอยู่ทั้งชาวเมียนมา ชาวกัมพูชา และลาว ตั้งแต่ 7 พฤษภาคม ถึง 2 มิถุนายน ลงตรวจสะสมไปทั้งสิ้น 22,412 รายนะคะ พบผลผู้ติดเชื้อคิดเป็น 3,351 ราย สำหรับวันที่ 2 วันเดียว ตรวจเพิ่มไปอีก 346 รายนะคะ ก็ยังพบผู้ติดเชื้ออยู่อย่างต่อเนื่องค่ะ และในวันนี้นะคะ ทางปทุมฯ ก็ยังมีลงตรวจชุมชน แคมป์คนงาน ตลาดเคหะ และบางกระดีด้วยนะคะ ในส่วนของสมุทรปราการนะคะ ก็เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่เป็นปริมณฑลนะคะ พบไป 196 ราย มีผู้ที่เดินทางจากนอกพื้นที่ด้วยอีก 6 รายนะคะ ทำให้ยอดสะสมเป็น 202 ตรงนี้ที่เน้นย้ำเสมอค่ะ คือคนที่เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงข้ามไปในจังหวัดนะคะ และจังหวัดก็ตรวจจับได้ แต่ก็บวกเป็นตัวเลขอีก 6 รายที่มาจากนอกพื้นที่ ในส่วนของสมุทรปราการนะคะ แต่ก็บวกเป็นตัวเลขอีก 6 ราย ที่มาจากนอกพื้นที่ ในส่วนของสมุทรปราการนะคะยังเฝ้าระวังในส่วนของโรงงานฟอกหนัง มีการตรวจ Active Case Finding ไป 415 รายนะคะ พบผลบวก 27 ราย ก็คือเป็นพนักงานที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมฟอกหนัง และวันนี้มีรายงานเพิ่มเติมค่ะ จากโรงงานเฟอร์นีเจอร์ส่งออก ไป 186 ราย พบผลบวก 5 รายนะคะ ก็เป็นคนงานที่พักอาศัยอยู่ในโรงงานนั้น รวมทั้งสมุทรปราการนั่นยังคงมีการคัดกรอกเชิงรุกจะตรวจให้ครบนะคะ ในสัปดาห์นี้ ก็คงมีตัวเลขมานำเรียนในสัปดาห์ต่อ ๆ ไปด้วยคะ ในส่วนของจังหวัดอื่น ๆ ที่ติดตามนะคะ เพชรบุรีก็ยังเป็นโรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์นะคะ 11 จังหวัด เช่นเดียวกับส่วนของสมุทรปราการที่รายงานเมื่อสักครู่ รายงานเฟอร์นิเจอร์ส่งออกนะคะ มีการเกี่ยวพันกับโรงงานปลากระป๋องที่บางปูด้วยนะคะ ทุกท่านจะเห็นลักษณะของการเชื่อมโยงของโรงงานสถานประกอบการ ทาง ศบค. ก็ได้เรียนเน้นย้ำต่อเนื่อหลากหลายพื้นที่มีการเชื่อมต่อไปยังหลายจังหวัด มีโรงงานที่หลากหลายนะคะ ทั้งโรงน้ำแข็ง โรงงานเกี่ยวกับถุงมือหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ ทางกรมควบคุมโรคเป็นห่วงในส่วนของโรงงานค่ะ พบว่าจากการสอบสวนโรคนีนะคะ ในสภาพแวดล้อมที่อยู่ค่อนข้างแออัด คนงานหรือพนักงานในสถานประกอบการเหล่านี้นี่นะคะ ยังคงทีลักษณะการใช้ชีวิตที่เป็นการรวมกลุ่ม มีการจัดพื้นที่รับประทานอาหารร่วมกัน มีการใช้แก้วน้ำเดียวกัน คล้าย ๆ กับแคมป์คนงานก่อสร้าง มีการพบเชื้อที่ตู้กดน้ำรวมนะคะ แล้วก็สถานบริการผับบาร์ปิดไปแล้ว แต่คนงานก็สังสรรค์กันเอง ก็สังสรรค์กันเองภายในโรงงานหลังเลิกงาน มีรายงานการสูบบุหรี่มวนเดียวกัน หรือแม้แต่ห้องเปลี่ยนชุด ที่คับแคบ ก็ล้วนเป็นปัจจัยที่มำหใ้เกิดการแพร่ระบาดที่ให้เกิดการแพร่ระบาดของการติดเชื้อในโรงงานหรือสถานประกอบการณ์นะคะ ที่ประชุม ศบค. ชุดเล็ก ก็มีการย้ำเตือน มีมาตรการนะคะ จังหวัดโดยไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดนะคะ เน้นย้ำให้แต่ละจังหวัดมีการให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดในโรงงาน สถานประกอบการ ขอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการนะคะ มีการบูรณาการร่วมกัน ทั้งในส่วนของกระทรวงแรงงาน สภาอุตสาหกรรม มหาดไทย สำนักสาธารณสุขจังหวัด โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด เพื่อพยายามที่จะลงสุ่มตรวจนะคะ แล้วถ้าเกิดว่าตรวจพบเชื้อควรจะต้องมีมาตรการที่จะดูแลแยกกักให้เหมาะสม โดยนโยบายนะคะ ก็คือเน้นย้ำให้โรงงานนั้น ๆ ยังสามารถที่จะประกอบกิจการได้ แต่อาจจะมีการปิดทำความสะอาด 1-2 วัน หรือว่า 3 วัน ลักษณะคล้าย ๆ แคมป์คนงานนะคะ แต่ว่ามีการทบทวนมาตรการในการจัดการให้เขาสามารถที่จะดูแล เฝ้าระวังการแพร่ระบาดระหว่างบุคคล หรือการแพร่ระบาดไปยังชุมชน แต่ขณะเดียวกันก็มีการเสนอเรื่องของ Good Factory Practice เป็นมาตรการเข้มงวดต่าง ๆ ที่ทางจังหวัดจำเป็นต้องเน้นย้ำให้สถานประกอบการ หรือโรงงานเหล่านี้ รวมไม้รวมมือกันอย่างที่สุดด้วยนะคะ มาดูในส่วนของ กทม. นะคะ วันนี้ตัวเลขบวก 824 ราย สำหรับติดเชื้อใหม่นะคะ กทม. รายมี 2 คลัสเตอร์ค่ะ คือ สวนจัตเขตจตุจักร และชุมชนเขตสวนหลวง รวมแล้วที่เฝ้าระวังทั้งหมดคือ 57 คลัสเตอร์ รวมใน 32 เขต นะคะ มี 5 ที่มีสีเขียวนะคะ ก็คือไม่มีผู้ติดเชื้อใน 28 วันที่ผ่านมานะคะ ได้แก่ ป้อมปราบ ประเวท วัฒนา และบางพลัดนะคะ วันนี้เน้นย้ำจะเป็นชุมชนสะพานหัวช้างนะคะ ซอยเพชรบุรี 18 นะคะ ซึ่งกองควบคุมโรคติดต่อ รายงานผล 29 มิถุนายน โดยจุดตรวจที่สยามสแควร์นะคะ โดยมีการตรวจเชิงรุก Active Case Finding ไป 734 ตัวอย่างนี้ ซึ่งในจำนวนนี้มีชาวต่างชาติ เพราะว่าในชุมชนเล็ก ๆ ตรงนั้นมีหลายเชื้อชาติ พบผู้ติดเชื้อยืนยันแล้ว 54 ราย คิดเป็น 7.35 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือได้ว่าค่อนข้างสูงนะคะ ตอนนี้ทาง กทม. ซึ่งมีการเฝ้าระวังห้างสรรพสินค้าในย่านราชประสงค์ ประตูน้ำ ทั้งชุมชนตรงนั้นก็จะมีลักษณะเป็นอาคารพาณิชย์ ห้องเช่า หอพักที่ค่อนข้างอยู่กันอย่างหนาแน่นนะคะ ก็คงต้องฝากพี่น้องประชาชนเฝ้าระวังความคืบหน้าของ กทม. ด้วยนะคะ และอีก 1 ชุมชน ก็คือบางกะปิ ลักษณะคล้าย ๆ กันนะคะ มีการกระจุกตัวของห้างสรรพสินค้า ก็มีทั้งเดอะมอลล์ แม็คโค มีตลาดนครไทย มีการเคหะคลองจั่น ซึ่งอยู่กันหนาแน่แออัดพอสมควร รวมทั้งแคมป์ก่อสร้างก่อสร้างในส่วนของแคมป์พรพระนคร ให้เห็นนะคะ หลาย ๆ ครั้ง ประกาศรายงานเป็นพื้นที่อยากให้ทุกท่านติดตามรายละเอียดของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และรวมทั้ง กทม. ด้วยนะคะ ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ว่าเป็นสถานที่ไหน จุดใดนะคะ อย่างไรก็ตาม ทางกรมควบคุมโรคก็เน้นย้ำค่ะ ว่าเราคงจำเป็นต้องรณรงค์เรื่องของการเฝ้าระวังมาตรการส่วนตัว D-M-H-T-T นะคะ สวมหน้ากากตลอดเวลา เว้นระยะห่าง ล้างมือ ไม่ไปอยู่ในที่แออัด คับแคบ กทม. นี่นะคะ เรามีการประกาศตั้งแต่ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาแล้ว ว่าการรวมกลุ่มไม่ควรเกิน 20 คน ดังนั้น ทุก ๆ ที่ ขอให้ท่านถือเป็นพื้นที่เฝ้าระวังทั้งหมดนะคะ เพราะว่าเรามีความจำเป้นต้องไปตลาด ไปในสถานที่ชุมชน ท่านระมัดระวังมาตรการส่วนบุคคลได้ดี โอกาสติดเชื้อก็จะลดน้อยลงมากนะคะ แม้ว่าบางครั้งนี่ เราได้ยินประกาศว่ามีการติดเชื้อในส่วนของ HomePro ลาดพร้าว อย่างนี้เป็นต้นนะคะ ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นสาขาเอกมัย รามอินทรา แต่ว่าอยู่ในเขตลาดพร้าวนะคะ อย่างนี้เป็นต้น ที่เน้นย้ำพี่น้องประชาชนเสมอว่าการที่สถานที่ใดสถานที่หนึ่ง มีการประกาศ พบผู้ติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นตลาด ห้างฯ คอนโดมิเนียมหอพักก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าคนที่อยู่บนอาคารเดียวกันนั้นจะเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูงนะคะ ขอให้ท่านไปดูรายละเอียดในการจำกัดความนิดหนึ่ง หากท่านอยู่ใกล้ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น อาจจะมีอาการของระบบทางเดินหายใจ มีไอ มีจาม มีไข้นะคะ โดยที่ท่านไม่สวมหน้ากากอนามัย ไม่ได้เว้นระยะ มีกรคลุกคลีกันในสถานที่อับอากาศเกิน 5 นาที พูดคุยกันนะคะ หรือแม้กระทั่งมีการไอจามรดกัน อันนี้ถือได้ว่าท่านมีความเสี่ยงสูงนะคะ แต่ถ้าเกิดว่าเพียงอาศัยอยู่ในอาคารเดียวกัน หรือได้เดินไปในห้างสรรพสินค้า ร้านนี้ในช่วงเวลาต่างกัน อาจจะไม่ทำให้ท่านกลายเป็นผู้เสี่ยงสูงก็ได้นะคะ ตรงนี้ต้องทำความเข้าใจนะคะ ทำให้ความร่วมมือถูกต้องด้วยนะคะ กทม. ก็รายงานด้วยนะคะ ว่าในกรณีการตรวจรายงานด้วยนะคะ ว่าในกรณีการตรวจคัดกรองเชิงรุกในเขตลาดพร้าวเมื่อ 2 มิถุนายน ขอให้พี่น้องประชาชนที่ยังไม่ได้ทราบผลตรวจ ซึ่งรออยู่ตอนนี้นี่นะคะ หากท่านไม่ได้รับการยืนยันว่าไม่ได้ติดเชื้อ ขอให้ลดการเดินทาง ไม่ไปสัมผัสผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่อยู่ในครอบครัว พยายามแยกกัก หรือเรียกว่า "กักกันตัวเอง" นะคะ รอผลตรวจด้วยนะคะ ในขณะที่รอผล ท่านยังมีความเสี่ยงอยู่ค่ะ ในส่วนของ กทม. วันนี้นะคะ ก็ยังเน้นการเฝ้าระวังในตลาดชุมชน และแคมป์คนงานในส่วนของที่ประชุมได้พูดคุยกัน ถึงข้อร้องเรียนของพี่น้องประชาชนที่สอบถามเข้ามาในเรื่องของการจัดสรรวัคซีนเพราะว่าวันที่ 7 มิถุนายนนี้นะคะ ตามระเบียบวาระแห่งชาพี่น้องประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านหมอพร้อม โดยเฉพาะ ประชาชนที่มีอายุเกิน 20 ปี ก็จะมีการนัดรับการนัดหมายฉีดวัคซีนพร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 7 มิถุนายนนี้ อย่างไรก็ตามนะคะ ก็มีคำถามเข้ามาเยอะนะคะ ว่าจะได้ฉีดไหม แล้วก็การที่โรงพยาบาลประกาศ ยกเลิกในหลาย ๆ พื้นที่นะคะ ไม่ว่าจะเป็นหัวหิน เชียงใหม่ ลำปาง กทม. ตรงนี้พี่น้องประชาชนได้สอบถามเข้ามามากมายค่ะ ทางกระทรวงสาธารณสุขนะคะ เน้นย้ำว่าพี่น้องประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านหมอพร้อมในกลุ่มผู้สูงอายุ และโรคประจำตัว และท่านได้รับการยืนยันฉีดวัคซีนเรียบร้อยนะคะ จะได้ฉีดวัคซีนตามกำหนดแน่นอนค่ะ ในกรณีที่มีการประกาศยกเลิกนะคะ เดี๋ยววันนี้จะมีการชี้แจงรายละเอีนดโดยท่านอธิบดีกรมควบคุมโรคท่านจะมาให้รายละเอียดด้วยตัวท่านเองนะคะ โดยวันนี้ท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุข ก็จะมีการประชุมทางไกลวิดีโอคอนเฟอร์เลน กับทุกจังหวัดทั่วประเทศนะคะ ในเวลา 15.00 น. ค่ะ เพื่อทำควมาเข้าใจเรื่องของการกระจายวัคซีนรวมทั้งองค์กรที่ได้รับการฉีดวัควีนแล้ว วันนี้จะมีโอกาสซักถามนะคะ การกระจายวัคซีนและก็จำนวนแล้วก็การกระจายต่าง ๆ โดยท่านปลัดค่ะ ก็มีเพียงพอตามแผนแน่นอนค่ะ และจะมีการจัดสรรในส่วนของเดือนมิถุนายน อยู่ที่ 5-6 ล้านโดสนะคะ และจะต้องมีการกระจายให้ทั่วถึง เป็นธรรม เกิดประโยชน์กับประชาชนสูงสุดนะคะ โดยหลักการคร่าว ๆ นะคะ ก็คือเป็นไปตามอัตราส่วนประชากร ต่อวัคซีนพื้นที่ ที่มีการแพร่ระบาดรุนแรงของสถานการณ์ พื้นที่จำเพาะตามนโยบายภาครัฐ อย่างเช่น การฟื้นฟูการท่องเที่ยว อย่างนี้เป็นต้น รัฐมนตรีสาธารณสุขให้การยืนยันมั่นใจนะคะ ว่าการกระจายวัคซีนการปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์แต่ละพื้นที่ด้วยค่ะ เพื่อไม่ให้การกระจายวัคซีน การส่งมอบวัคซีนมีการขาดช่วง ทำให้จังหวัดนั้นไม่ได้รับตามแผน อันนี้ยืนยันโดยท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุขนะคะ และในส่วนของ กทม. เองนะคะ วันนี้ทางกรมควบคุมโรคได้ชี้แจงค่ะ ว่ามี 21 หน่วยฉีดวัคซีนของกทม. ที่ท่านจะได้รับตรงวัคซีน จากกรมควบคุมโรคนะคะ ก็คือขึ้นให้เห็นที่หน้าจอตรงนี้นะคะ ในส่วนของโรงพยาบาลอื่น ๆ ท่านจะได้รับกระจายวัคซีนผ่านสำนักอนามัย กทม. และในส่วนของมหาวิทยาลัยนะคะ ก็จะผ่าน อว. ก็คือกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัยนวัตกรรม โดย ที่ประชุมอธิการบดี ตรงนี้นี่ ขอให้มั่นใจว่าตรงนี้นี่กรมควบคุมมีการจัดสรรวัคซีน ให้เป็นไปตามแผนที่ทั่วประเทศ และรวมทั้ง กทม. นะคะ ทำให้พี่น้องประชาชนนี่ก็จะได้มีการวัคซีน ไม่มีการขาดตกบกพร่องนะคะ ส่วนของพื้นที่ กทม. ค่ะ สำนักอนามัย กทม. จัดประชุมเตรียมความพร้อมในการให้บริการฉีดวัคซีนโรงพยาบาลใน กทม. นะคะ โดยท่านผู้อำนวยการสำนักอนามัยค่ะ แพทย์หญิงป่านฤดี มโนมัยพิบูลย์ และท่านผู้อำนวยการพัฒนาระบบ สาธารณสุข สำนักอนามัย แพทย์หญิงดวงพร ปิณจีเสคิกุล นะคะ ก็จะได้มาชี้แจงหน่วยให้บริการใน กทม. ค่ะ จะมีการตอบคำถามค่ะ ทั้งเรื่องระบบการจอง การกระจายวัคซีน รายละเอียดเรื่องระบบการจอง การกระจายวัคซีน รายละเอียดต่าง ๆ ขอให้ทุกโรงพยาบาลใน กทม. นะคะ ไปถามคำถามค่ะ ซักถาม ซักซ้อม เพื่อในวันจันทร์ที่ 7 มิถุนายนนะคะ ทุกโรงพยาบาลใน กทม. ก็จะสามารถให้บริการพี่น้องประชาชน ได้พร้อมเพรียงกันค่ะ ในส่วนของการบริหารจัดการนี่นะคะ หลายท่านอาจจะเคยเห็นประสบการณ์จากการจัดการเตียง ตอนแรกยอมรับว่าอาจจะไม่พร้อม อาจจะมีความ มีอุปสรรค แต่ก็ความพยายาม ความมุ่งมั่นนะคะ ทุก ๆ กระทรวงเลย ไม่เฉพาะสาธารณสุขก็ไม่เพียงที่จะทำงานร่วมกัน และทำให้ในที่สุดมีการจัดสรรเตียงก็เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และราบรื่น ในเรื่องวัคซีนนี่เรามีการเตรียมความพร้อมมานาน อาจจะยังไม่ตอบโจทย์ อาจจะมีอุปสรรคที่จะทำให้พี่น้องประชาชนร่วมมือกัน รับฟังกันนะคะ โดยเฉพาะวันนี้ท่านอธิบดีกรมควบคุมโรค นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ จะมาชี้แจงด้วยตัวท่านเองนะคะ ขอให้ช่วยรับฟัง ท่านช่วยเสนอแนะ ข้อที่ขัดคล่องมาได้ที่ยังคงต้องพัฒนามาได้ค่ะ แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ต้องพยายามที่จะทำงานร่วมกันนะคะ และก็ให้พี่น้องประชาชนได้รับการกระจายวัคซีนตามแผน ก็ฝากไว้เท่านี้ค่ะ (คุณสุภนันท์) ครับ วันนี้ไม่มีประเด็นคำถาม มีอะไรจะฝากทิ้งท้ายให้แก่พี่น้องประชาชนไหมครับ รับฟังการแถลงอยู่ไหมครับ (แพทย์หญิงอภิสมัย) เห็นใจพี่น้องประชาชนจริง ๆ นะคะ แล้วก็ฝากความเห็นใจไปยังโรงพยาบาลด้วยนะคะ ก็โรงพยาบาลหลายแห่งว่า เราจะต้องรับมือ วันที่ 7 มิถุนายนนนี้นะคะ พี่น้องประชาชนจะมาจากระบบหมอพร้อม ระบบแอปพลิเคชันของทาง กทม. เอง หรือบางครั้งพี่น้องประชาชนลงทะเบียนผ่านช่องทางโรงพยาบาลต่าง ๆ ตรงนี้นี่ จุดฉีดวัคซีนทั้งโรงพยาบาล มหาวิทยาลัย สถานบริการต่าง ๆ นะคะ ตอนนี้นี่พยายามอย่างหนักเลยค่ะ ที่จะให้บริการพี่น้องประชาชน ขอให้พี่น้องประชาชนก็ให้กำลังใจบุคคลหน้างานเหล่านี้ด้วยนะคะ อะไรก็ตามที่อาจจะเป็นอุปสรรคติดขัดในวันที่จะเปิดให้บริการฉีดวัคซีนวันแรก ขอให้ถ้อยทีถ้อยอาศัย ค่อย ๆ พูด ค่อย ๆ จากัน และเราจะพัฒนาระบบให้ดีขึ้น ๆ แน่นอนนะคะ อย่างที่ท่านปลัดได้เน้นย้ำนะคะ ว่า เราจะเน้นย้ำการให้บริการวัคซีนที่พี่น้องประชาชนได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรมที่สุดค่ะ ก็ฝากไว้เท่านี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ (คุณสุภนันท์) กราบขอบพระคุณนะครับ แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ นะครับ สรุปรายงานสถานการประจำวัน เรื่องของ COVID กลุ่มก้อนต่าง ๆ เป็นอย่างไร มีจุดไหนที่จำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังกันอย่างใกล้ชิด ก็อย่างที่เกริ่นไปนะครับ เมื่อเช้า เรื่องของ วัคซีน AstraZeneca ที่จะมอบให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ผ่านทางด้านกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขนะครับ รายละเอียดเป็นอย่างไร เรียนเชิญท่านอธิบดีกรมควบคุมโรคนะครับ นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ เรียนเชิญครับ (นายแพทย์โอภาส) ครับ ขอบคุณครับ พี่น้องประชาชนครับ เป็นวันที่น่ายินดีนะครับ ที่ได้รับมอบวัคซีนจาก บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) (จำกัด) จำนวน 1.8 ล้านโดสนะครับ ซึ่งเป็นวัคซีนที่ผลิตในประเทศไทยนะครับ ได้รับรองมาตรฐานระดับสากลนานาชาตินะครับ ของบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) (จำกัด) นะครับ วันนี้มีสิ่งที่อยากจะมานำเรียนพี่น้องประชาชนนะครับ ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข ก็คือเรื่องกระจายวัคซีน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป้าหมายที่จะมีการฉีดวัคซีน วันที่ 7 มิถุนายน นะครับ ในการรับมือกับโรคไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 นะครับ วันนี้ผมคงจะมาพูดถึงเรื่องของการกระจายแล้วก็แผนการฉีดวัคซีน อย่างไรก็ตามนะครับ ขอทบทวนนิดเดียวนะครับ เป้าหมายสำคัญของการฉีดวัคซีน COVID-19 นายกรัฐมนตรี ท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้พูดไว้ว่าคนแผ่นดินไทยทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติที่สมัครใจจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนโดยไม่คิดมูลค่านะครับ ทุกคนในปี 2564 แต่ถ้าเกิดเป้าหมายในเรื่องของเป้าหมายสร้างภูมิคุ้มกันดยไม่คิดมูลค่านะครับ ทุกคนในปี 2564 แต่ถ้าเกิดเป้าหมายในเรื่องของเป้าหมายสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อให้แน่ใจว่าประเทศเราจะปลอดภัยนะะครับ จะไปได้ต่อนะครับ จะต้องได้ฉีดอย่างน้อย 50 ล้านคนของพี่น้องประชาชน ซึ่งตรงนี้ต้อช่วยกันนะครับ การจัดการในเรื่องนี้ก็จะประกอบด้วย การจัดหาและก็การกระจายวัคซีน หรือเรียกง่าย ๆ ว่าการหา Supply มา อันที่ 2 ก็คือ เมื่อมีวัคซีนแล้ว ทำควบคู่กันไปก็คือการควบคู่ในการฉีดหรือ Demand สอดเนื่องกันนะครับ ประการที่ 3 ก็คือจุดฉีดบริการวัคซีน ซึ่งขณะนี้มีอยู่ทั่วประเทศ และความสามารถในการฉีดมีสูงนะครับ เป็นหมื่น หรือหมื่นกว่าขึ้นไป และในระบบสุดท้าย คือ การติดตามและประเมินผลนะครับ ที่ผ่านมาตั้งแต่ช่วง 18 กุมภาพันธ์ ที่เรามีการฉีดวัคซีนของบริษัท ซิโนแวค นะครับ เราฉีดไปแล้วทั้งสิ้นเมื่อสื้นเดือนพฤษภานะครับ 344,899 โดส ผมเชื่อว่าคงเกิน 4 ล้านโดส แล้วนะครับ 3 ล้านกว่าโดส จากวัคซีนที่กระจายออกไป เพราะฉะนั้น ในการต้องการฉีดมีมากพื้นที่ที่มีการระบาดอย่างมากอย่างที่เราทราบ ก็คือกรุงเทพมหานคร ฉีดไปแล้วประมาณ 1,000,000 โดสนะครับ ก็ยับยั้งและก็ชะลอการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ของกรุงเทพมหานครได้ส่วนหนึ่ง สำหรับวัคซีนนะครับ ในปี 2564 นะครับ เป้าหมายที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้ไว้นะครับ แล้วก็ปี 2565 ให้เพิ่มขึ้นไปอีก 50 ล้านโดสนะครับ ทั้งนี้เนื่องจากข้อมูลอาจจะมีวิชาการความรู้ที่เรามีนี่อาจจะเป็นการฉีดกระตุ้นอีกเข็มหนึ่ง ก็เผื่อไว้ รวมทั้งถ้ามีการกลายพันธุ์เป็นหาวัคซีนในรุ่นถัดไป หรือเรียกว่า Genaration ก็จะมีแผนเตรียมไว้อย่างน้อย 150 ล้านโดส ก็ไม่ต้องห่วงนะครับ ก็ทางเรามีแนวทางที่จัดหาอย่างแน่นนอนครับ ไม่ว่าจะเป็นเงินกู้ หรืองบกลางต่าง ๆ ขณะนี้เรามีการจัดหาตามแผนของวัคซีน 100 ล้านโดส มีการจัดหาวัคซีนของ Sinovac 6 ล้านโดส และมีการลงนามในนามของ AstraZeneca ประเทศไทยไป 61 ล้านโดส ตอนนี้ส่งมาแล้ว 2 ล้านโดสนะครับ เพราะฉะนั้น ถ้าดูเลขจาก 67 ล้านโดส เพราะฉะนั้นในปี 2567 นี่ เรายังขาดวัคซีนอยู่ 33 ล้านโดส ท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้ให้นโยบายไว้นะครับ ว่าให้จัดหาเพิ่มเติม ขณะนี้ อยู่ในขั้นตอนการลงนามในสัญญากับ บริษัท ไฟเซอร์ ((ประเทศไทย) จำกัด) น่าจะได้มีการลงนามในสัปดาห์หน้านะครับ อีกอันหนึ่งก็คือเรื่องของบริษัท Johnson & Johnson นะครับ อยู่ในขั้นตอนการเตรียมทำสัญญาแล้วก็ร่างลงนามในการจองวัคซีน ซึ่งวัคซีนนี่ก็จะได้ 25 ล้านโดส จากนั้นก็จะมีแผนที่จะจัดหาซื้อวัคซีน Sinovac อีก 8 ล้านโดสอย่างน้อย เพราะฉะนั้น ถ้าดูตัวเลขแบบนี้ก็จะครบ 100 ล้านโดส อีกประการหนึ่งที่เป็นข่าวดีให้พวกเราทราบ อีกประการหนึ่งก็จะเป็นข่าวดี ก็คือว่าวัคซีนที่เราใช้ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นของ Sinovac หรือบริษัท AstraZeneca ทั้ง 2 ชนิดนี้นะครับ ได้ผ่านการรับรองผ่านคณะกรรมการอาหารและยาหรือ อย. หรือองค์กรอนามัยโลกนะครับ รวมทั้งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาการนะครับ ได้ทบทวนความรู้ด้านวิชาการระบุว่าวัคซีนทั้ง 2 ชนิดนี้ ฉีดหรือว่าให้ได้ ในประชาชนนะครับ ตั้งแต่อายุ 18 ปีขึ้นไป ไม่จำกัดอายุแล้วนะครับ วัคซีนที่เรามีนี่ สามารถฉีดให้กับพี่น้องประชาชนคนไทย ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีจนถึงอายุขึ้นไป จนถึงอายุ 60 ปีได้ทั้ง 2 ชนิด ไม่ได้มีความแตกต่างอย่างนัยสำคัญ อันนี้ก็ทำให้เราสามารถบริหารจัดการวัคซีนได้นะครับ สำหรับการกระจายวัคซีนก็ขออนุญาตนำเรียนว่าตอนนี้การกระจายวัคซีน COVID-19 นี่เป็นฉุกเฉินทั้วโลกเหมือนกัน หรือ "Emergency Use" นะครับ เพราะฉะนั้น เนื่องจากเป็นภาวะฉุกเฉินที่มีการระบาดระดับโลก ระดับใหญ่ทั่วโลก เพราะฉะนั้น การที่จะมีวัคซีนเยอะ ๆ แล้รอไว้แล้วค่อยไปซื้อนี่ก็จะไม่ทันการ เพราะฉะนั้น กระบวนการก็คือ มีการรับ มีการกระจายไปทันที แผนก็จะมีการเคลื่อนไปเรื่อย ๆ นะครับ ทุกสัปดาห์ เพราะฉะนั้น แผนที่วางไว้ในเดือนมิถุนายนทางกระทรวงสาธารณสุข ว่าการกระทรวงสาธารณสุข อย่างน้อยเป็นทุกสัปดาห์ เมื่อไหร่ก็ตามที่มีวัควีนประเทศไทยของ AstraZeneca ก็ให้ดูว่าผลิตได้เท่าไร หรือว่าให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง หรือที่เรียกว่า "Rolling" อย่างเช่น เดือนมิถุนยน ที่เราจะมีการฉีดวัคซีนตามแผนหลักนะครับ คือถ้าทบทวนกันดี ๆ จะเห็นว่าแผนการฉีดวัคซีนของเรานี่ในเดือนมิถุนายน ช่วงเดือนเมษายน พฤษภาคม เรามีเหตุการการระบาด จึงหาวัคซีนมาฉีดเพิ่มขณะนี้มีการกระจายวัคซีนที่เราได้รับในสัปดาห์นี้นะครับ วันนี้วันศุกร์นะครับ แล้ว AstraZeneca ที่ได้รับเมื่อเช้าจากกระทรวงสาธารณสุข 1.8 ล้านโดส รวมกัน 200,000 แรก รวมกับ AstraZeneca อยู่ 2 ล้านโดส ซึ่งได้ดำเนินการจัดระบบการส่ง 200,000 แรกนี่เราเห็นไปแล้วนัครีบมีตามข่าวนะครับ ว่าแต่ละจังหวัดได้ 3,006 บ้าง เกิดความสงสัยนะครับ ว่าตกลงได้แค่นี้จริงเหรอ ตอนที่เรามี 200,000 เราก็ส่งให้แต่ละจังหวัดตอนนี้เรามีอีก 1,800,000 ก็จะส่งไปยังกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติมมากขึ้นต่อไปนะครับ ประการที่ 2 เราก็จะมีวัคซีนของ Sinovac ประมาณอีก 15 ล้านโดส ขณะนี้เรามีวัคซีนอยู่ในมือแล้ว ที่เราจะฉีดไปทั้งหมด 3,540,000 โดส และจะมีการกระจายไปจังหวัดต่าง ๆ นะครับ ส่วนสัปดาห์ถัดไปนะครับ สัปดาห์แรกที่เรามีวัคซีน 2,580,000 โดส วัคซีนในสัปดาห์ที่ 3 อีก 800,000 โดส แล้วก็สัปดาห์ที่ 4 อีก 800,000 อันนี้เป็นตัวเลข จากการที่เรามีการตกลงกับบริษัทไปเบื้องต้นอาจจะมีการเพิ่มหรือลดวัคซีนที่เราจัดหามาได้ เพราะฉะนั้น รวมไปถึงนะครับ ก็จะมีวัคซีนมากเป็นไปตามแผนที่ทาง ศบค. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขได้วางระบบไว้ ก็จะเห็นว่าถ้าเรามียอด 6 ล้านโดสเมื่อเดือนมิถุนายนกับยอดที่เราฉีดไปเดือนพฤษภาคม เพราะฉะนั้น ปลายปี ปลายเดือนนี้ก็จะฉีดได้ประมาณ 10 ล้านโดสนะครับ ก็เป็นไปได้ดี ทำให้เราสามารถควบคุมสถานการณ์การระบาดในตอนนี้ได้ไม่มากก็น้อยนะครับ แต่ถ้าจะคิดถึงว่าแล้ววัคซีนที่เราบอกว่ามีในเดือนมิถุนายนนี่ 6 ล้านโดส เราจะมีการกระจายไปจังหวัดต่าง ๆ อย่างไร ก็ขออนุญาตนำเรียนว่าอันที่ 1 ท่านนายกรัฐมนตรี ผอ. ศบค. กับกระทรวงสาธารณสุขได้ตกลงกันไว้ กับกระทรวงสาธารณสุขได้ตกลงกันไว้มีวัคซีน AstraZeneca และ Sinovac พี่น้องประชาชน เฉลี่ยตามพื้นฐานตามจำนวนประชากรในจังหวัดนั้น ๆ รวมถึงประชากรแฝงด้วย อันนี้ถ้าพูดศัพท์ง่าย ๆ ก็เป็นการหารเฉลี่ย อันที่ 1 อันที่ 2 จังหวัดที่มีการระบาดอย่างรุนแรง หรือมาก อย่างเช่น กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล หรือเพชรบุรี ก็จะมีการจัดวัคซีนเสริมเติมเข้าไปนะครับ ยกตัวอย่าง อย่างกรุงเทพมหานครจะเห็นตัวอย่างชัดนะครับ ที่ผ่านมาเราฉีดไปแล้ว 1 ล้านโดส ก็คือในเดือนมิถุนายน เดี๋ยวผมจะบอกตัวเลขว่าเป็นอย่างไรนะครับ รวมทั้งจังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ซึ่งเป็นปริมณฑล อีกประการหนึ่งที่มีการส่งวัคซีนขึ้นไปก็คือ เพชรบุรีนะครับ แต่อย่างไรก็ตามครับ การระบาดของโรคค่อนข้างเร็ว แผนที่เราวางไว้สัปดาห์นี้ พอสัปดาห์หน้าระบาดเพิ่มเติมขึ้นไปก็จะเป็นการหาวัคซีนไปที่สถานการณ์จังหวัดนั้น ๆ เป้าหมายที่มีการระบาด อย่างเช่น เรือนจำอย่างนี้เรามีความจำเป็นที่จะต้องจัดหาวัคซีนเพื่อไปเสริม เพื่อควบคุมโรคให้ได้ดียิ่งขึ้นอันนี้ประการที่ 2 นะครับ ประการที่ 3 ก็จะเป็น จังหวัดที่เป็นกลุ่มเป้าหมายพิเศษ ตัวอย่างที่เห็น ก็คือภูเก็ต ที่มีการส่งวัคซีนไปฉีดค่อนข้างเยอะถ้าเทียบอัตราส่วนประชากรก็จะเห็นว่าจังหวัดภูเก็ตมีการฉีดวัคซีนมากที่สุดพี่น้องประชาชนที่ฉีดวัคซีนมากกว่าแล้ว เพื่อให้รองรับที่จะเปิดภูเก็ต รองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ได้ รวมทั้งบางกลุ่มที่เป็นกลุ่มแรงงานที่จะมีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รวมทั้งอย่างนี้เป็นต้นนะครับ เป็นประเทศเศรษฐกิจ ตรงนี้ก็จะใส่วัคซีนเสริมเติมเข้าไป ยกตัวอย่างอย่างเช่น แล้วก็จังหวัดชายแดน เช่น จังหวัดตาก เป็นต้นนะครับ อีกประการหนึ่งนะครับ เป็นผู้ประกันตนนะครับ สามารถประกอบกิจกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ ก็จะมอบให้สำนักงานประกันสังคมจัดสรรวัคซีนประมาณ 1 ล้านโดส ไปฉีดให้กับผู้ประกันตน รวมทั้งผู้ที่ขึ้นทะเบียนจองในระบบหมอพร้อม หลายท่านสงสัย จองแล้วเลื่อนหรือเปล่าอีกครั้งหนึ่งนะครับ เมื่อเช้าท่านเกียรติภูมิ วงระจิต ได้ยืนยันไปครั้งหนึ่งแล้วนะครับ ผู้ที่ลงทะเบียนของหมอพร้อมนะครับ โดยเฉพาะวันที่ 7 หรืหรือ 9 มิถุนายน ท่านได้ฉีดแน่นนอนนะครับ ไม่มีการเลื่อนนะครับ ก็ขออยืนยันอีกครั้งหนึ่งนะครับ ก็ขอให้ไปยืนยันที่โรงพยาบาลใกล้บ้านท่านที่ท่านจองไว้ อีกประการหนึ่งนะครับ ของกรุงเทพมหานครเรามียอดจัดสรรให้ไปประมาณ 1 ล้านโดส แต่อย่างไรก็ตามกลุ่มต่าง ๆ ไปเพิ่มเติม ยกตัวอย่างอย่างเช่น สำนักงานประกันสังคมได้โควตาในการฉีดมิถุนายน เขาก็จะไปฉีดในพื้นที่กรุงเทพมหานครก่อนนะครับ ก็จะเป็นวัคซีนรวม 2 ล้านโดส นอกจากนี้เราจะมีอีกกลุ่มหนึ่ง คือกลุ่มมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในที่ประชุมอธิการบดีก็จะมีการจัดสรรวัคซีนไปอีก 500,000 โดส เพราะฉะนั้น ถ้ารวมไปอีก 500,000 โดส ก็ให้แน่ใจว่ากรุงเทพมหานครที่มีการระบาดมากจะได้รับการจัดสรรวัควีนที่เพียงพอต่อการระบาด แผนการกระจายซึ่งมีการกระจายไปตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน ที่เรารับวัคซีนเป็นต้นไปนะครับ อีกประการหนึ่งนะครับ ก็คือจุดฉีควัคซีน การฉีดวัคซีนจะต้องอยู่ภายใต้ผู้กำกับและแพทย์ ซึ่งมีทั้งโรงพยาบาลทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน หลาย ๆ ที่ ที่เราเห็นนอกโรงพยาบาล หรือแม้ต่างสถานีการบางซื่อที่ต้องอยู่ภายใต้การกำกับของแพทย์หรือสถานโรงพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นการคัดกรองประวัติ การสังเกตอาการ รวมไปทั้งการฉีด 30 วัน อันนี้เป็นไปตามที่กำหนดนะครับ ขณะนี้เรามีจุดฉีดต่างจังหวัดทั้งหมด 993 จุด ซึ่งพร้อมจะให้บริการในวันที่ 7 มิถุนายน นะครับ ส่วนกรุงเทพมหานครได้แจ้งจุดมาอย่างน้อย 25 จุดนะครับ และสำนักงานประกันสังคมก็ได้แจ้งจุดในการบริการอย่างนี้ 25 จุดเช่นเดียวกันนะครับ อีกจุดหนึ่ง ก็คือทางมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง, มหาลัยมหิดลมหาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าราชบุรี ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์, มหาวิทยาลัยรังสิต, มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ก็จะเป็น กลุ่ม 11 แห่งนะครับ มหาวิทยาลัยใหญ่ ๆ ในการฉีดวัคซีนประมาณ 500,000 สำหรับบุคลากร อาจจะเพิ่มเติมในประชาชนที่อยู่รอบ ๆ เขามีจุดฉีด 11 มหาวิทยาลัย แต่จุดฉีดจะมีอีกนอกจากนี้ จุดฉีดยังมีจุดฉีดกลางอยู่ 10 แห่ง ยกตัวอย่างเช่น สถานีกลางบางซื่อ สถาบันราชานุกูล ซึ่งเขาจะมีจุดฉีดสำหรับเด็กพิเศษหรือผู้ที่ด้อยโอกาส หรือผู้พิการนะครับ จุดฉีดสำหรับชาวต่างชาติ คณะทูตต่าง ๆ อย่างนี้เป็นต้น มีทั้งหมด 10 แห่ง ต่างออกไป แต่อย่างไรก็ตามครับ แต่ละจุดฉีด สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมนะครับ วัคซีนได้มาก ๆ ก็จะมีการเพิ่มจุดหรือจังหวัดที่จุดฉีดเพียงพอ ก็อาจจะลดจุดฉีดลง ก็ขอให้ติดตามรายละเอียดในจังหวัดนั้น ๆ ผ่านทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด หรือคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครนะครับ จะเห็นว่าแผนกระจายกับแผนการฉีดจะสอดคล้องกันนะครับ ตรงส่วนกลาง กระทรวงสาธารณสุข ศบค. แล้วก็สถานการณ์ ปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับการต้องการของพี่น้องประชาชน จะสังเกตเห็นว่าเป็นไปตามแผนที่ ศบค. และกระทรวงสาธารณสุขกำหนดนะครับ จังหวัดแต่ละจังหวัด กระทรวงสาธารณสุข กำหนดนะครับ จังหวัดแต่ละจังหวัด ยอดเป้าหมายการฉีดส่วนการบริหารจัดการก็จะเป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด ในขณะที่มีการวางแผนในภาคนโยบายจังหวัดไปปฏิบัติให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของพื้นที่ เพื่อให้วัคซีน COVID-19 เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดครับ ก็ขอยืนยันครับ วันที่ 7 มิถุนายน วัคซีนมีพร้อม ก็ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนไปร่วมฉีดกันครับ ขอบพระคุณครับ (คุณสุภนันท์) ขออนุญาติท่านในจุดฉีดบางจุดฉีด โรงพยาบาลบางโรงพยาบาลอาจจะยังไม่มีความเข้าใจ หรือไม่มีการรับทราบข้อมูลเท่าส่วนกลาง ที่ได้รับวัคซีนนี้ไปแล้ว หรือว่าแต่ละโรงพยาบาลอย่างไรเพิ่มเติมไหมครับ (นายแพทย์โอภาส) การสื่อสารกับทางแต่ละจังหวัดให้ทราบนะครับ ถึงยอดเป้าหมาย แล้วก็วิธีการ หรือการฉีดวัคซีนจะมีการทยอยส่งให้รายสัปดาห์นะครับ หรือเป็นรายวันในบางจุด ก็ขอให้รับข่าวสารจากทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด หรือคณะกรรมการ เพราะว่าจุดฉีดมีหลายจุด บางจุดอาจจะสื่อไม่ถึงกัน เป็นภาคเอกชนอย่างว่าจุดฉีดที่เป็นภาคเอกชน แต่พอดูภาพรวมแล้วว่าจุดฉีดมีมากพอแล้ว บางจุดไปเพื่อไม่ให้การบริหารจัดการได้ง่ายขึ้น ถ้ามีมากเกินไปก็อาจจะลดจุดฉีดได้ ก็ขอให้ติดตามข้อมูลจังหวัดในจังหวัดนั้น ๆ ครับ คำถามสุดท้ายแล้ว อย่างที่ท่านบอกสักครู่ ว่าบางจังหวัด ได้รับไป 2 Astrazenega และ Sinovac ใช่ไหมครับ ว่า เขาจะได้รับวัคซีนตัวไหน ว่าคนไหนจะได้รับวัคซีนตัวไหนครับ ในเชิงการจัดการ ผู้เชี่ยวชาญได้บอกแแล้วล่ะครับ ว่าวัคซีน 2 ชนิดนี้สามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปนะครับ เพราะฉะนั้น การตัดสินใจให้เป็นการตัดสินใจจากแพทย์และสาธารณสุขเป็นหลักนะครับ สังเกตแต่บะจุดการฉีดวัคซีนในจุดนั้น ๆ นะครับ ถ้าหากมีข้อสงสัยก็ให้สอบถามแพทย์ผู้ดูแลว่าจะให้ฉีดวัคซีนตัวไหนนะครับ ทั้งนี้ขอให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และการแพทย์เป็นหลักนะครับ (คุณสุภนันท์) ครับ อันนี้ไม่มีประเด็นคำถามเพิ่มเติมครับ ขอบคุณนะครับ ท่านนายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ ก็เรียกได้ว่ามาคลายข้อสงสัยท่านอธิบดีกรมควบคุมโรคนะครับ คนไทยทั้งประเทศที่ตั้งตารอ วันที่ 7 มิถุนายน ที่เราจะเริ่มฉีดวัควีนพร้อมกันทั่วประเทศนะครับ ใครที่ลงทะเบียนเอาไว้ แจ้งความประสงค์ไว้แล้ว โดยเฉพาะผ่านทางแพลตฟอร์มของหมอพร้อม ทุกท่านจะได้รับการฉีดอย่างที่นัดกันไว้นะครับ แล้วก็วัควีนทุกอย่างก็เป็นไปตามแผน อย่างน้อย ๆ 6 ล้านโดส ในประเทศไทยมีอย่างแน่นอนครับ ลำดับต่อไปนะครับ จะเป็นการแถลงข่าวนะครับ ชาวต่างชาตินะครับ ขอเรียนท่านและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เรียนเชิญครับ (คุณณัฐภาณุ) รองอธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเท(คุณสุภนันท์) ครับ ขอบคุณครับ ท่านณัฐภาณุ นพคุณ รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ คุณผู้ชมครับ เดี๋ยวเราพักกันสักครู่หนึ่ง ช่วงหน้ามาพบกับท่านนายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย นะครับ มาตรการการคววบคุม COVID-19 ในกลุ่มก้อนของสถานประกอบการการที่เป้นลักษณะของแรงงาน มีความสำคัญในมิติทางด้านเศรษฐกิจอย่างมาก รวมถึงคลัสเตอร์วามสำคัญในมิติทางด้านเศรษฐกิจอย่างมาก รวมถึงคลัสเตอร์อื่น ๆ นะครับ [เสียงดนตรี] // โควิดรอบนี้น่ากลัวมากครับ แต่เราช่วยกันได้ ร่วมไม้ร่วมมือกันได้ ติดเชื้อ มาร่วมกันคนละไม้ละมือ