--- title: การออกแบบสื่อและดิจิทัลเบื้องต้น (ปี 2) (บ่าย) 260666 (เติ้ล) subtitle: date: วันศุกร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 09.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) ขออนุญาตค่ะ ทดสอบตัดได้ยินได้ค่ะ พี่ถอดความพี่ขาดความได้ยินไหมคะ โอเคค่ะ วันนี้บทที่ 3 นะคะ เป็นโฟกัสที่จะเป็นเกี่ยวกับตัวอักษรที่ใช้ในงานออกแบบกราฟฟิก เดี๋ยวหมดสไลด์ อาจารย์จะมีงานให้ทำในห้อง วันนี้สไลด์ไม่เยอะ เดี๋ยวให้ทำในห้อง เป็นส่วนใหญ่นะคะ วันนี้ก็จะมีเกี่ยวกับการพื้นฐาน การใช้ฟอนต์กับการออกแบบ ฟ้อนต์ ก็คือเวลาเราพิมพ์ตัวหนังสือ เราจะต้องมีการเลือก font ไม่ใช่ว่าพิมพ์แล้ว ขึ้นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้นเลยนะคะ เราก็ต้องมีการเลือกฟ้อนให้ถูกต้องกับการที่เราจะนำเสนอนะคะ การจัดการฟอนต์กับงานออกแบบ เราอยากวางตัวหนังสือตรงไหนสะเปะสะปะได้ไหม อาจจะไม่ได้ งานที่เป็นทางการหรืองานที่เน้นความสนุกสนาน ตัวอักษรในงานออกแบบกราฟิก มีผลส่งผลต่อความรู้สึกกับการรับรู้ของคนที่ได้รับ ข้อมูลข่าวสารที่เราสื่อสารกับเขานะคะ โดยพื้นฐานของการใช้ฟ้อน กับงานออกแบบ Font เราต้องรู้จักก่อนว่าคืออะไร ฟอนต์ มันคือตัวหนังสือที่มีลักษณะแตกต่างกัน สามารถอ่านออกแล้วก็เข้าใจได้ว่าแต่ละฟ้อนต์ พี่บอกมานะคะ หรือตัวหนังสือที่ใช้คนนะนี่ เขาต้องการสื่อสารว่าอะไร เพราะฉะนั้น ใครมีบทบาทสำคัญกับการทำงานแทบจะทุกงาน ไม่ว่าจะเป็นงานออกแบบงานเอกสารงานสิ่งพิมพ์ นะคะ ฟ้อนต์เลยถูกนำมาสื่อสารตามรูปแบบของงาน ทำให้ผู้อ่านหรือผู้รับสารนี่ เข้าใจถึงอารมณ์ของงานนั้นเช่นงานสำคัญมาก ๆ งานที่เชิญชวน หรืองานเศร้านะคะ งานที่ต้องการเชิญไปร่วมงาน มันเลยมีเทคนิค ที่ใช้กับการใช้ฟอนต์ขั้นพื้นฐานง่าย ๆ นะคะ ให้เข้ากับงานที่เราออกแบบ โดยที่ถ้าเราเป็นนักออกแบบกราฟิก จำเป็นจะต้องรู้ การจัดการฟ้อนต์การออกแบบจะมีอยู่หลัก ๆ ข้อแรก มีพื้นที่สำหรับตัวอักษร เราจะไม่ใช้ font ที่มีตัวหนังสือมันติดกันแบบอัดแน่นเป็นไปเหมือน ที่ขึ้นบนสไลด์นี่ คำว่า แต่ละส่วน มันจะมีช่องว่างระหว่างกันที่เท่ากัน ไม่ใช่ตัวหนังสือมันชิดไปหมดเลย คนมีที่ว่างของแต่ละคำแต่ละตัวอักษรให้พอเหมาะ มันจะทำให้เราอ่านง่ายขึ้น เราก็ไม่รู้สึกว่าเนื้อหามันดูอึดอัด ต่อมาเว้นบรรทัดให้พอเหมาะ ข้างบนข้างล่างของแต่ละบรรทัด ไม่ควรชิดหรือห่างกันจนเกินไป บางคนทำงานใน Microsoft Word ไม่เคยตั้งค่าเหล่านี้เลย ทำไมฉันพิมพ์มา ได้ 8 หน้าเพื่อนพิมพ์ได้ 6 หน้าตัวหนังสือเท่ากัน อาจจะเป็นเพราะช่องว่างระหว่างบรรทัด คุณตั้งค่าไม่เท่ากับเขา มันเลยทำให้เนื้อที่มันเปลือง น่าจะเป็นเกี่ยวกับมาตราส่วนของตัวหนังสือหรือว่า scale เวลาขยายหรือย่อตัวหนังสือถ้าเรากด Shift ด้วยทุกครั้งนี่ มาตราส่วนของตัวหนังสือจะไม่เพี้ยนอันนี้เป็นเทคนิคเล็ก ๆ เวลาเราเพิ่มขนาดของฟอนต์ตัวหนังสือ การใช้สีพื้นหลัง เหมือนเวลาทำการทำสไลด์ พื้นหลังเป็นสีขาว หนังสือสีดำ เพราะว่าสีพื้นหลังสีของฟอนต์ จะต้องไม่ใกล้เคียงกัน เพราะว่าถ้าสีสมมติว่าพื้นหลังเป็นสีขาว หนังสือเป็นสีเทา มันจะอ่านยาก มันจะต้องพยายามเพ่งดู ว่าคำนั้นคือคำว่าอะไรนะคะ แล้วก็ถ้าคุณใช้สีที่มันใกล้เคียงกันมาก ตัวหนังสือคำว่าเอานะนี่ มันจะดูไม่น่าสนใจ ต้องเป็นสิ่งที่ตัดกันเลย ซึ่งทฤษฎีสีอาจารย์เคยสอนไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน การจัดการข้อความ ถ้าข้อความที่ลบบรรทัด เราควรจะจัดให้พอดี ถ้ามันเกินนิดหน่อย อาจจะเรียงคำให้มันกระชับขึ้นก็ได้ เช่น มันอาจจะใช้คำฟุ่มเฟือยเยอะเกินไป คำไหนเราสามารถตัดได้ ก็ตัดให้มันพอดี บรรทัดหรือถ้ามันเกินจำเป็นต้องเกินจริง ๆ ก็ต้องจัดให้มันชิดขอบให้สวยงามนะคะ ตามรูปแบบของการการจัดแบบเอกสาร บางคนทำรายงาน ไม่เคยตัดขอบกระดาษเลย ไม่เคยตั้งค่าหน้ากระดาษเลย ใส่เลขหน้าไม่เป็น ต้องทำนะคะ เพราะยิ่งพอเราเรียนปีสูงขึ้นไปนี่ การทำงานเอกสารมันจะค่อนข้างเป็นทางการมากขึ้น ทั้งเล่มโครงงาน คุณต้องจัดเอง โดยเฉพาะการเลือกฟอนต์ให้เข้ากับงาน ตัวหนังสือจะเป็นจุดเด่น อย่างที่บอกนะคะ มันสร้างความรู้สึก รับรู้นะคะ ควรเลือกสอนให้เข้ากับ theme งานรูปแบบงานนั้นด้วย เช่น งานที่เป็นทางการถ้าเป็นงานเอกสารราชการ เขาจะกำหนดเลยว่าเอกสารควรจะเป็นฟอนต์อะไร เราก็ต้องใช้ตามนั้น ถ้ามันเป็นงานกราฟฟิกทั่วไป อันนี้แล้วแต่จินตนาการการออกแบบของแต่ละคนเลย ว่าชอบแบบไหนต้องการจะสื่อสารอย่างไร การที่ใช้ขนาดตัวอักษรที่ต่างขนาดกัน อาจจะมีตัวเล็กบ้างตัวใหญ่บ้าง เหมือนกัน หัวข้อจะเป็นตัวใหญ่ เนื้อหาจะเป็นตัวเล็กลง จะเป็นเหมือนกัน พาดหัวหนังสือพิมพ์ ใครเคยเห็นหนังสือพิมพ์ ข่าวไหนที่มันดัง ๆ ตัวหนังสือตัวใหญ่มาก ข่าวไหนที่รองลงมา ก็จะเล็กลง บ้านในศัพท์ของสื่อสิ่งพิมพ์เขาจะเรียกว่า พาดหัวตัวใหญ่ กับพาดหัวรองนะคะ แล้วก็ไม่ควรใช้ฟอนต์ ข้อความ ติดกับรูปภาพจนเกินไป มันควรมีช่องห่าง ระหว่างภาพหรือตัวอักษร เหมือนเวลาเราทำเล่มเอกสาร ภาพ กับคำบรรยายภาพ จะต้องห่างกันอย่างน้อย 1 บรรทัด ไม่ควรเอามาติดกันนะคะ ตัวอย่าง อักษรในงานออกแบบกราฟิกนะคะ หน้าที่หลักของการออกแบบกราฟิก ก็คือการสื่อสาร ไปยังผู้รับสาร โดยใช้ตัวอักษร ซึ่งตัวอักษรนี่ มันจะเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการสื่อความที่สำคัญ แล้วก็อักษรนี้ เป็นส่วนหนึ่งในความสวยงามของกราฟิกนั้นด้วย ฉะนั้นวันนี้การเลือกสอนส่งงานอาจารย์ก็สำคัญเหมือนกัน หลักการใช้ตัวอักษรในงานออกแบบกราฟิกจะมีอยู่ 8 ข้อ ตั้งแต่การเลือก ชนิดของตัวอักษรรูปแบบของตัวอักษร น้ำหนักของตัวอักษร ขนาดตัวอักษรนะคะ การจัดวางตัวอักษร การจัดแถว การเปรียบเทียบความต่าง แล้วก็การใช้ตัวอักษรในงานออกแบบนะคะ อย่างแรก ชนิดของตัวอักษร ในการแสดงผลออกมา อันแรกพาดหัวอันบนนะคะ ที่อาจารย์เขียนบนจะต้องมีลักษณะที่โดดเด่น บุคลิกของคนที่ออกแบบ เน้นถึงเนื้อหา ที่ต้องการสื่อสาร อย่างเช่น ตัวนี้ทำไมเขาเลือกตัวหนังสือสีเหลือง เพราะว่ากล่องใส่อาหารของเขา ก็เป็นสีเหลืองสีเดียวกัน เวลามาใช้งาน เขาต้องการสื่อว่านี่ คือสีของอาหารที่เขานำเสนอนะคะ ต่อมาเป็นตัวพาดหัวรอง มันจะมีบทบาทลองจากตัวพาดหัว มักจะใช้ในการเกริ่นก่อนเข้าเนื้อหา มันจะอยู่ด้านล่าง ตัวหัวหลัก ตัวหนังสือจะเริ่มเล็กลง ตัวหนังสือจะเล็กลง ต่อมาเป็นตัวเนื้อหา มันจะมีหน้าที่ในการสื่อสารเนื้อหาข้อมูล ที่มีจำนวนมากอ าจจะมีการจัดเรียงตัวอักษร ให้ง่าย อ่านง่ายนะคะ สบายตามากขึ้น อาจจะมีบางคำที่เขาต้องการจะเน้นเขาก็เปลี่ยนสี ถ้าเป็นคำแนะนำ ก็อาจจะเป็นหัวข้อนะคะ สังเกตได้ว่าเขาพยายามใช้สีให้กลมกลืนกับผลิตภัณฑ์ที่เขาต้องการจะนำเสนอ ขนาดหัวข้อย่อย ๆ เขาก็ยังใช้สีเดียวกันกับกล่องอาหารที่เขาต้องการนำเสนอ อันนี้ก็เป็นหลักของการเลือกสีเช่นเดียวกันนะคะ ถ้าเป็นลักษณะของตัวอักษร เราจะมีดู 2 ลักษณะของภาษานะคะ อันแรกจะเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ อันที่ 2 จะเป็นตัวอักษรภาษาไทย โดยที่เราจะมีตัวเปรียบเทียบอยู่ 6 รูปแบบตัวอักษร จะเห็นได้ว่า 6 รูปนี้ 6 คำนี้ ตัวหนังสือไม่เหมือนกัน รูปแบบก็ไม่เหมือนกัน เดี๋ยวจะรู้ว่า 6 อย่างนี้ มันเหมือนมันต่างกันอย่างไร แบบแรก แบบพื้นฐานแบบดั้งเดิมละกันนะคะ พื้นฐานมาจาก ตัวอักษรคัดลายมือของเสมียน หรืออารักขาดูหนังไทยโบราณ ก็มีคนที่ชอบเขียนหนังสือ เขียนด้วยปากกาหัวตัด ปากกาที่เราใช้กันนี่ อย่างไม่เป็น 6 หัวบอลหัวกลม หัวตัดน่าจะเป็นเส้นที่มันเอียงลงมานะคะ มันจะให้ความรู้สึกถึงความเก่า ความขลังนะคะ อ่านง่าย เหมาะกับใช้เป็นตัวเนื้อหา ตัวหนังสือจะมีตั้งแต่แนวแกน เสียงเวลาดูเส้น มันจะมีมุมเอียงมีการถ่ายเทน้ำหนักเส้นหนาบางไม่เท่ากัน เพราะว่ามันใช้ปากกาหัวตัดนะคะ อาการหัวตัดเป็นอย่างไร ปากกาหัวตัด ถ้าเราใช้ปากกาเคมี เราก็จะเคยเห็น ปากกาหัวตัด นี่ หัวตัดจะเป็นแบบนี้นะคะ มันจะเป็นเส้นหนาบางแบบนี้ แบบรูปที่คุณครูขยายนะคะ ปากกาหัวตัดจะเป็นแบบนี้ แบบโมเดิร์น โครงสร้างของตัวพิมพ์ จะเปลี่ยนไป มีความแข็งกระด้าง เพราะว่าเริ่มนิยมใช้ในเครื่องจักร โดยตัว Modern นี่ มันก็จะมีรูปร่างที่ทันสมัยสะดุดตานะคะ เหมาะสำหรับการขยายใหญ่ ไม่เหมาะกับเนื้อหา ส่วนมากจะใช้เป็นตัวพาดหัว ลักษณะตัวหนังสือจะเป็นแนวตั้งตรงนะคะ อาจจะมีบางส่วนของตัวฟอนต์ หรือตัวหนังสือนี่บาง มีการวางแนวตามแนวนอนด้วยนะคะ มีการถ่ายเทเส้นหนาเส้นบาง แบบเขาเรียกว่า "เฉียบพลัน" ก็คือมันตามลักษณะโค้งปุ๊บ งถ้าคงตื่นเต้นจะบางลง ถ้าเป็นแนวตั้งเส้นจะหนานะคะ ในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมนี่ มันก็จะเริ่มมีแนวคิดใหม่ ๆ ที่นักโฆษณานี่ เขาต้องการเพิ่มความหนาของตัวโมเดิร์น เมื่อกี้เห็นไหมคำว่า "โมเดิร์น" มันจะมีส่วนที่เป็นเส้นเล็ก ๆ ตรวจสลากนี่ มันจะเป็นตัวที่เพิ่มความหนาของโมเดิร์น ส่วนมากจะนิยมใช้กับหนังสือเด็ก เพราะศาสตรา อาหารง่าย ๆ ตรงไปตรงมา ไม่ต้องมีลวดลายมากนักนะคะ จะเป็นแบบตัวพิมพ์ที่ไม่มีเส้นฐาน พื้นฐานคือตรงไหน เหมือน Modern จะมีเส้นฐาน เริ่มจะมีเส้นฐาน ก็นิยมใช้กับงานผ้าหัวด้วย แต่ต้องเป็นงานที่ไม่เป็นทางการมาก ดูทันสมัยนะคะ ไม่มีการถ่ายเทน้ำหนักเส้นหนา เส้นบาง ตัวหนังสือเท่ากันหมด อ่านง่ายเหมือนกัน ตัวเดคคอเรทีฟ จะเป็นตัวที่ประดิษฐ์ขึ้นมา จุดเด่นจะอยู่ที่อิสระของรูปทรง คุณอยากทำให้ตัวอักษรหรือคำนั้น ๆ นี่ โดดเด่นตรงไหน เราสามารถตกแต่งได้ แล้วก็นิยมใช้เป็นตัวพาดหัวเหมือนกัน ถ้าใส่ทั้งเอกสาร มันจะอ่านยาก เพราะบางคนก็ไม่ถนัดตีความตัวหนังสือแบบนี้ แล้วก็ถ้าเป็นงานที่เป็นทางการมาก ๆ เขาจะไม่ลงนิยมใช้ตัวอักษรแบบนี้ แต่บางครั้งก็ตามวัตถุประสงค์ใด ๆ ถ้าใครอยากมีการนำเสนอที่แตกต่าง ก็จะเลือกใช้ตัวอักษรแบบได้คนละที่แบบนี้ นะคะ อันนี้ก็เคยเห็นอยู่บ้างตามป้ายโฆษณานะคะ แบบสคลิปเป็นตัวอักษรที่เลียนแบบลายมือ แบบที่เป็นตัวเขียน ก็คือภาษาอังกฤษแบบที่ไม่ยกปากกาขึ้น เขียนลากต่อ ๆ กันไปเรื่อย ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นเส้นต่อเนื่องนะคะ ส่วนมากใช้กับงานที่ไม่เป็นทางการ แล้วก็ไม่เหมาะกับที่จะใช้เป็นตัวเนื้อหา เพราะบางทีมันอ่านยาก คนที่ไม่ถนัดอ่านตัวเขียนก็จะไม่เข้าใจเลย หาคำว่าตัวเขียนมันจะมีตัว ที่มันลากเส้นต่อกันนี่ ลายมือแต่ละคนบางคนอาจจะมีเทคนิค ในการเขียนตัวเขียนไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้น ใช้เป็นตัวพาดหัวได้ แต่ไม่เหมาะกับที่จะเป็นตัวนี้ค่ะ มาถึงอักษรไทยบ้าง อักษรไทยจะแตกต่างจากตัวหนังสือภาษาอังกฤษนิดหนึ่งนะคะ จะมีหลัก ๆ อยู่ 5 รูปแบบ ขอภาษาไทยจะยากกว่า ภาษาไทยมีวรรณยุกต์ เพิ่มขึ้น ภาษาอังกฤษไม่มี การออกแบบ font หรือออกแบบตัวอักษร ภาษาอังกฤษจะทำได้ง่ายกว่า หลัก ๆ แล้ว font ตัวหนังสือภาษาไทยจะมีอยู่ 5 ลักษณะ แบบแรก เป็นแบบดั้งเดิม เป็นเอกลักษณ์ของภาษาไทยอยู่แล้ว คือแบบมีหัวเขียน ไม่มีหัว ก็คือหัวตรงไหนมี หัว สระเอ หัวใบไม้ มันมีความรู้สึก ว่า คนไทยทั่วไปคุณเคยอ่านง่าย ตัวนี้เลยเหมาะ ที่จะมาจากความเป็นตัวเนื้อหาในงานสิ่งพิมพ์ อ่านง่าย เข้าใจง่าย เป็นทางการนะคะ แบบหัวตัด หรือบางคนจะเรียกว่า "แบบไม่มีหัว" มันก็จะรู้สึกว่าทันสมัยกว่านะคะ ดูร่วมสมัยดูเป็นสากล แต่บางคนก็ไม่นิยมใส่ในเนื้อหาส่วนมาก จะเป็นหัวข้อซะมากกว่านะคะ สำหรับแบบหัวตัด แบบลายมือ ลายมือจะเป็นลักษณะที่เหมาะกับการพิมพ์ข้อความสั้น ๆ ไม่เป็นทางการนะคะ อันนี้ก็แล้วแต่คนเลย บางคนก็อะไรมือตัวเองไปทำฟอนต์ สำหรับพี่มีเอกสาร ก็ได้ ซึ่งก็มีเยอะแยะมากนะคะ ซึ่งตัว font ภาษาไทยที่ใช้แบบลายมือนี่ มันจะยากนิดหนึ่ง เพราะว่าอย่างที่บอกเขาไม่มีวรรณยุกต์เวลา AI สำหรับที่ช่วยได้ทำการทำหัวนี่ มันจะเข้าใจยากไม่เหมือนภาษาอังกฤษ ใครอยากทำฟอนต์ลายมือตัวเองภาษาอังกฤษ ก็เดี๋ยวจะพาทำ สัปดาห์หน้านะคะ ลองดูว่า a ถึง z และมือของแต่ละคนพอทำเป็นฟันแล้วจะเป็นยังไง แบบอาลักษณ์ไทยโบราณลักษณะเหมือนการคัดลายมือนะคะ มันจะคัดด้วยปากกาโบราณมีหัวแหลม นิยมใช้กับข้อความสั้น ๆ แสดงเอกลักษณ์ความเป็นไทย ค่อนข้างโบราณเลย ลายมือแบบนี้ คนยุคปัจจุบันไม่ค่อยเขียนละนะคะ ไม่ค่อยใช้งานกัน ว่าเขียนยาก กว่าจะเขียนได้แต่ละตัว แบบไทยอาลักษณ์ แบบประดิษฐ์ มันก็เป็นแบบตัวอักษ รที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ ให้สะดุดตา ใช้เฉพาะงาน ส่วนมากก็ใช้กับการแสดงข้อความสั้น ๆ เช่น การพาดหัว หรือการแสดงหัวข้อของงานนั้น ๆ อย่างตัวนี้ แบบนี้ถ้าเราไปทางภาคเหนือ เราจะเห็นเยอะ ตัวอักษรที่เขารู้สึกว่ามันรู้สึกเป็นตัวล้านนา แล้วแต่ บางทีก็แต่ละถิ่นฐานของแต่ละคน ก็อยากมีตัวฟอนต์เอกสารของตัวเอง ก็ประดิษฐ์ขึ้นมาได้ วันนี้เลยจะให้ลองทำเอง ให้พิมพ์ชื่อของตัวเอง ตั้งชื่อภาษาไทยภาษาอังกฤษ เอาแต่ชื่อแล้วกันนะคะ นามสกุลมันจะยาว โดยใช้รูปแบบตัวอักษรของฟอนต์ ตามรูปแบบที่อาจารย์สอนไปภาษาอังกฤษมี 6 รูปแบบ ภาษาไทยมี 5 รูปแบบ เพราะฉะนั้น วันนี้ต้องมี 11 รูปแบบ รวมกันทั้งไทยทั้งอังกฤษ ทำใน Microsoft Word นะคะ โดยเอา font ที่มันมีในเครื่องนั่นแหละ แต่ถ้าไม่มี ลงเพิ่มก็ได้ ให้ลงเพิ่มไม่เป็น เดี๋ยวอาจารย์จะพาทำนะคะ มีใครสงสัยไหม ไม่มี งั้นก็... เดี๋ยว ใครสงสัยไหม 11 ชื่อ ภาษาอังกฤษ 6 ชื่อ ภาษาไทย 5 ชื่อ เลือก font ที่อยู่ใน Microsoft Word ตัวหนังสือขนาด 50 ตั้งค่าเองด้วย 50 นะคะ ถ้า font ไม่มี อยากลงเพิ่ม ยกมือ หรือให้อาจารย์พาทำเลย ใครเคยลง font เองไหมคอมพิวเตอร์ ไม่เคย ลงงั้นเดี๋ยวพาลง font แล้ว หลังจากนั้นทำเอง เรามาลองโหลดฟอนต์เอกสารกัน เข้า Google ค่ะ Google เข้า Google นะคะ แล้วเลือกพิมพ์อะไรก็ได้ font font แจกฟรีก็ได้ font แจกฟรี นี่ มันขึ้นแล้ว อันแรกก็ได้นะคะ font.com ยังไม่ได้ เดี๋ยวรอก่อน ถ้าถึงหน้านี้แล้ว รอเพื่อนก่อนนะคะ งั้นเข้า font.com นะคะ กดเลย อะไรดี font แรกนะคะ font สะอาด เปิดเข้ามา เหมือนกันไหมเลื่อนลงมานิดหนึ่งจะเป็น font เขาจะบอกว่าเป็นฟอนต์ลายมือด้วยนะ ถ้าสมมติใครอยากทำฟอนต์ตัวเองแบบนี้ ก็ได้ใช้มือตัวเองทำฟอนต์นะคะ กดเข้าไปดูเลย อันนี้เป็นตัวอย่าง font ของเขา เวลาพิมพ์ออกมา เป็นตัวหนังสือ แล้วมันจะเป็นอย่างไร เหมือนนี่เขาก็ไม่เอามาตั้งเป็นหัวข้อเพราะว่า font เป็นลายมือมันไม่เป็นทางการ เขาเลยเอามาบรรยายภาพ กดดาวน์โหลดได้เลย กดดาวน์โหลดค่ะ แป๊บเดียว นิดเดียว ยังไม่โหลด เดี๋ยวอาจารย์เดินดูแป๊บหนึ่งค่ะ ไปดูซิ ในอันนี้นะ อยู่ใน... ดาวน์โหลดใช่ไหม เป็นอย่างนี้นะ ก็เปิดออกมา พอแตกไฟล์ออกมา มันจะเป็นโฟลเดอร์นี้ใช่ไหมคะ ใครยังไม่ได้โฟลเดอร์เหลือง ๆ ตัวนี้ ได้ไหม จะมีไฟล์อยู่ 4 ไฟล์ นะคะ ใครมีไม่ครบ 4 ไฟล์ คลิก 1 ครั้ง คลิก 1 ครั้งตรงอันไหนก็ได้นะคะ กด Control A ให้มันเป็นสีเข้ม 4 อันเลย ใครไม่ได้ Control a Control A ได้ไหม พอได้แล้ว คลิกขวาที่เมาส์ เลือกตรงคำสั่งอินสตอ คลิกขวานะคะ แล้วเรื่องอินสตอ ลเหมือนโดนอาจารย์ที่อาจารย์ชี้อยู่ ตรงที่อาจารย์ชี้อยู่นะคะ เลือกทั้งหมด ถ้าเป็นภาษาไทยให้เลือกติดตั้ง ถ้าเครื่องไหนเป็นเมนูภาษาอังกฤษ ให้เลือกอินสตอWindows ให้เป็นภาษาไทยมั่งดูก่อน ถ้าใครกดแล้วไม่มีคำว่าอินสตอล ตอนนี้ในโฟลเดอร์คุณ มันจะเป็นรูปสี ๆ นี้ใช่ไหมคะ สะอาดนี่ เราจะทำดับเบิ้ล คลิกเข้าไปเลยนี่ไม่ได้ เราจะคลิก 2 ครั้ง เข้าไปวันนี้เลยไม่ได้นะคะ แบบนี้ไม่ได้ เราจะต้องก่อนหน้านี้นะ ตอนแรกที่เราดาวน์โหลด มาเสร็จคลิกขวาเ ลือก attack All อย่างนี้ก่อน เราโหลดมาแล้ว เราต้องเหมือนเขาเรียกว่า "แตกไฟล์" ออกมาก่อน เราจะใช้ทั้งโฟลเดอร์นั้นไม่ได้ เพราะไม่งั้นคุณจะอินสตอล ไม่ได้จะลงฟอนต์ไม่ได้ เราต้องแยกไฟล์มันออกมาก่อน ใครอยากอินสลอไม่ได้อีกใครยังไม่ได้ยกมือเลยค่ะ เดี๋ยวไปดู ให้ถูกต้องแล้วนะคะ มันจะเป็นแบบนี้ เข้ามา ctrl a คลิกขวา จะมีคำว่า Install ถ้าใครให้ถึงตรงนี้แล้วกดอินสตอเลยค่ะ ถึงตรงนี้แล้วกดตรงที่อาจารย์คิดชี้ให้ดูเลย เสร็จแล้ว ให้ติดตั้ง font เสร็จปุ๊บ กลับมาหน้าเว็บไซต์ font เหมือนเดิม เอาอีกคนหนึ่ง เลื่อนลงมาจะเป็นฟอนต์ที่เป็นตัวหนังสือสีขาว พื้นหลังสีม่วง มีพระจันทร์แบบนี้ฉันชื่อว่าd m black magic ตัวนี้เดินลงมา เอาอันนี้ด้วย ทำเหมือนเดิม คราวนี้ลองทำเอง เดี๋ยวอาจารย์จะเดินดู ลองทำเอง ให้ได้ font นี้ก่อน เดี๋ยวเรามาลองดูกันถ้าเรียบร้อยแล้ว ลองเช็คดูซิว่า ในเครื่องของเรามีฟอนต์ ตามที่เราดาวน์โหลดแล้วหรือเปล่า เข้า Microsoft Word เลยค่ะ Soft Word นะ ลองพิมพ์ชื่อตัวเอง เอาภาษาไทยก่อน พิมพ์ชื่อตัวเองซิ พิมพ์ชื่อตัวเองนะคะ ลองดูซิว่า... font ตอนที่เราดาวน์โหลดมาเมื่อกี้ อยู่ในเครื่องหรือยัง เมื่อกี้ชื่อฟอนต์ DM เห็นไหมเป็นอย่างนี้ มันจะเป็นตัวยึกยือนิดหนึ่ง ลองเปลี่ยนดู นี่ไง ได้ไหม อาจารย์ให้ตั้ง 50 นี่ เปลี่ยนไปแล้ว เห็นไหมคะ Font พิมพ์ต่อไปมันก็จะเป็นแบบนี้แล้ว มันไม่ขึ้นบอกนะคะ เดี๋ยวอาจารย์จะเดินไปดู แล้วอีกอันนึงอ่ะที่ชื่อ ฟ้อนว่าสะอาดลองดูสิว่ามีสะอาดไหม เป็นสะอาดนี่ อันที่เราลงไปเมื่อกี้ 2 อัน ที่เหลือทำเองนะ ที่เหลืออีก... ภาษาไทย 5 รูปแบบ ต้องทำเองภาษาอังกฤษ 6 รูปแบบ ทำแบบนี้ ทำเอง จะเป็น 11 ครั้ง แล้วบอกด้วยนะคะ ว่า font ที่เอามาน่ะ ชื่อ font ว่าอะไร ดูตรงไหน ชื่อฟอนต์ ข้างบน เราดูเป็นน้องเราชื่ออะไร หรือดูตรงไหนก็ได้ ที่เราดาวน์โหลดมา หรือถ้าเราคิดว่าตัวหนังสือเหล่านั้น มันสื่อความหมายดีแล้ว แล้วมันก็มีในเครื่อง คุณไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดเพิ่มก็ได้ ใช้ฟอนต์ในเครื่องก็ได้ เช่นตัวหนังสือหัวตัด ในเครื่องมีแล้ว ถามว่าแล้วเราจะรู้ได้ไง ว่าตัวหนังสือไหน มันมีแล้วเป็นหัวตัดนี้นะคะ นี่ เวลาเลือก Font มันจะมีตัวอย่างตัวหนังสือให้เราดูเลยว่า มันเป็นแบบไหนอย่างไร เราก็เลือกจากที่มันมีให้เรา แล้วก็ได้หรือใคร อยากดาวน์โหลดเพิ่มก็ได้ แล้วบอกอาจารย์ด้วยว่าคุณเลือก font อะไรมานะคะ บอกด้วยเขียนบอกด้วย เพราะฉะนั้น เริ่มทำ ทำเอง สงสัยถามได้ค่ะ เดี๋ยวอาจารย์จะเดินดู