﻿1
00:00:25,086 --> 00:00:28,994
(อาจารย์) สวัสดีครับ สวัสดีนักเรียนชั้น ม. 4/1 นะครับ สวัสดีพี่ล่ามด้วยนะครับ

2
00:00:28,994 --> 00:00:32,994
ครับ วันนี้คุณครูก็สอนการเขียน

3
00:00:34,295 --> 00:00:37,054
อีกเหมือนเดิมนะครับ ส่วนชั่วโมงที่ผ่านมานะครับ เราเรียนการเขียน

4
00:00:37,054 --> 00:00:41,054
อะไรไปครับ นักเรียนจำได้ไหม

5
00:00:43,783 --> 00:00:46,379
การเขียนย่อความนะครับ ส่วนวันนี้นะครับ เดี๋ยวคุณครูจะสอน

6
00:00:46,379 --> 00:00:50,221
เรื่องการเขียนบรรยายก่อน

7
00:00:50,221 --> 00:00:54,221
การเขียนบรรยาย การเขียนพรรณนา

8
00:00:57,876 --> 00:00:59,456
แล้วก็การเขียนเรียงความนะครับ ตามลำดับไป แล้วก็จะมีใบงานให้นักเรียนทำ

9
00:00:59,456 --> 00:01:02,524
ในช่วง

10
00:01:02,524 --> 00:01:06,524
เราเรียนเรื่องการสอนบรรยายเสร็จนะครับ

11
00:01:14,759 --> 00:01:17,465
ครับผม เรามาทบทวนกันก่อนนะครับ การเขียนหมายถึงอะไร

12
00:01:17,465 --> 00:01:18,088
นักเรียนจำได้ไหม การเขียน ก็คือ

13
00:01:18,088 --> 00:01:20,214
นเรียนจำได้ไหม

14
00:01:20,214 --> 00:01:24,214
เป็นการสื่อสารด้วยตัวอักษร

15
00:01:25,656 --> 00:01:29,656
พูดเป็นภาษาพูดง่าย ๆ เลยก็คือผู้เขียน

16
00:01:30,383 --> 00:01:31,915
สื่อสารด้วยตัวอักษร เพื่อให้ผู้รับสารก็คือผู้อ่านนั้นเข้าใจนะครับ

17
00:01:31,915 --> 00:01:35,125
เข้าใจตรงกัน

18
00:01:35,125 --> 00:01:38,914
ง่าย ๆ เลยนะครับ

19
00:01:38,914 --> 00:01:42,244
นะครับ วันนี้นะครับ

20
00:01:42,244 --> 00:01:46,244
เราจะมาเรียนเรื่องการเขียน

21
00:01:47,613 --> 00:01:51,613
บรรยายนะครับ เดี๋ยวคุณครูจะเปิดสไลด์ตรงการเขียนบรรยายให้นักเรียนนะ

22
00:02:02,809 --> 00:02:04,336
โอเค การเขียนบรรยายคืออะไรครับ การเขียนบรรยาย ก็คือการเขียน

23
00:02:04,336 --> 00:02:08,013
เล่าเหตุการณ์

24
00:02:08,013 --> 00:02:10,605
เหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งนะครับ ที่เกิดขึ้น

25
00:02:10,605 --> 00:02:13,235
เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพเหตุการณ์

26
00:02:13,235 --> 00:02:14,133
ลำดับเวลา สถานที่

27
00:02:14,133 --> 00:02:18,133
บุคคล

28
00:02:20,707 --> 00:02:24,707
ผู้เขียนกล่าวถึงเหตุการณ์ให้ชัดเจนนะครับ โดยมีข้อมูลเนื้อหาสาระของเรื่อง

29
00:02:25,998 --> 00:02:29,998
ที่แสดงความคิด บางครั้งอาจแทรกบทสนทนาของตัวละคร

30
00:02:30,941 --> 00:02:31,747
ทำให้ผู้อ่านเข้าใจถึงอารมณ์ ความคิดของตัวละคร และเข้าใจเรื่องทั้งหมด

31
00:02:31,747 --> 00:02:35,747
ครับผม

32
00:02:41,236 --> 00:02:45,236
ประเภทของเรื่องที่จะใช้ในการเขียนบรรยายนะครับ

33
00:02:47,517 --> 00:02:48,861
งานเขียนที่ใช้กลวิธีการเขียนบรรยายแบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ

34
00:02:48,861 --> 00:02:50,013
ต่อไปนี้นะครับ

35
00:02:50,013 --> 00:02:54,013
1

36
00:02:55,592 --> 00:02:56,866
. อัตชีวประวัติหรือการเล่าประวัติบุคคลต่าง ๆ นะครับ

37
00:02:56,866 --> 00:03:00,866
2.

38
00:03:01,434 --> 00:03:05,434
ข้อเท็จจริง หรือเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์

39
00:03:06,421 --> 00:03:10,421
3. เรื่องที่แต่งขึ้น หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

40
00:03:17,623 --> 00:03:21,623
งานเขียนแรกเลยนะครับ อัตตประวัติ หรือการเล่าประวัติของบุคคลต่าง ๆ

41
00:03:22,051 --> 00:03:24,601
ก็คือเป็นการเขียนเล่าบรรยายของ

42
00:03:24,601 --> 00:03:28,601
การเล่าประวัติ อย่างเช่น นักเรียน

43
00:03:33,483 --> 00:03:37,112
นักเรียนอยากจะเขียนประวัติของเพื่อนอีกคนหนึ่ง นักเรียนก็นำประวัติของเพื่อนอีกคนหนึ่งมาเขียนบรรยาย

44
00:03:37,112 --> 00:03:41,112
ไปเรื่อย ๆ นะครับ เพื่ออะไรเพื่อ

45
00:03:41,235 --> 00:03:43,201
แต่เป็นสิ่งที่นักเรียนนำมาเขียนต้องเป็นความจริงนะครับ

46
00:03:43,201 --> 00:03:47,201
ต้องเป็นความจริง

47
00:03:50,974 --> 00:03:54,930
ยัง... ยังข้อที่ 2 นะครับ ข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์

48
00:03:54,930 --> 00:03:56,027
ก็คือเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นใน

49
00:03:56,027 --> 00:04:00,027
อดีต

50
00:04:02,614 --> 00:04:06,614
เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตนะครับ ก็คือเขียนบรรยายเล่าถึงเหตุการณ์ที่เคย

51
00:04:07,957 --> 00:04:10,039
เกิดขึ้นในอดีต มีหลักฐานประกอบ นักเรียนไปนำข้อมูลนี้มาจากไหน

52
00:04:10,039 --> 00:04:14,039
ค้นหาจากอินเทอร์เน็ต

53
00:04:15,658 --> 00:04:19,658
หรือเปล่า อะไรอย่างนี้ ฉะนั้นนักเรียนก็นำมาเขียนบรรยายบรรยายเพื่อที่จะให้

54
00:04:23,205 --> 00:04:25,916
ผู้อ่าน ก็คือคนคนที่นั่นคนที่อ่านงานเขียนของนักเรียน

55
00:04:25,916 --> 00:04:29,916
เข้าใจในสิ่งที่นักเรียนกำลังสื่อสาร

56
00:04:32,291 --> 00:04:36,291
กำลังเขียนบรรยายเนื้อเรื่องนั้นออกมานะครับ ที่สำคัญของการเขียนบรรยาย ก็คือต้องเป็นเรื่องจริงนะครับ

57
00:04:41,427 --> 00:04:43,396
ข้อที่ 3 เรื่องที่แต่งขึ้น หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

58
00:04:43,396 --> 00:04:47,396
อย่างเช่น

59
00:04:49,048 --> 00:04:53,048
เหตุการณ์วันนี้ เหตุการณ์เมื่อวานนี้นะ เหตุการณ์เมื่อวานนี้ โรงเรียนของเราได้จ

60
00:04:54,517 --> 00:04:56,663
ัดกิจกรรมวันสุนทรภู่ แล้วก็วันภาษาไทยไปนะคะ

61
00:04:56,663 --> 00:05:00,438
เราก็บรรยายแปลว่า

62
00:05:00,438 --> 00:05:03,069
มีการแสดงของน้อง ๆ พี่ ๆ

63
00:05:03,069 --> 00:05:07,069
แล้วก็มีเสียง

64
00:05:09,637 --> 00:05:10,369
หัวเราะ มีความสนุกสนาน มีเกมให้เล่นน่ะ เล่นอย่างนี้นะครับ เขียนบรรยายไป

65
00:05:10,369 --> 00:05:12,483
ทั้งหมด

66
00:05:12,483 --> 00:05:14,746
เรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

67
00:05:14,746 --> 00:05:18,746
นี่แหละครับ เป็นการเขียนบรรยาย

68
00:05:19,089 --> 00:05:23,089
เราไปดูสไลด์ถัดไปนะครับ

69
00:05:24,716 --> 00:05:28,716
กลวิธีการเขียนบรรยาย

70
00:05:31,657 --> 00:05:34,678
กลวิธีการเขียนบรรยาย 1. เลยนะครับ 1. เราต้องเลือกหัวข้อก่อน

71
00:05:34,678 --> 00:05:36,826
เลือกหัวข้อก่อนลำดับแรก

72
00:05:36,826 --> 00:05:39,991
อันดับที่ 2

73
00:05:39,991 --> 00:05:42,220
อันดับที่ 2 คือการจัดเนื้อหา

74
00:05:42,220 --> 00:05:46,220
การจัดเนื้อหา

75
00:05:47,326 --> 00:05:51,326
ที่ 3 อันดับที่ 3 ก็คือการเสนอบทบรรยาย

76
00:05:52,997 --> 00:05:55,143
การเลือกหัวข้อ การเลือกเรื่องของข้อ ก็คือเราต้องรู้ก่อนว่าในการเขียนบรรยายนี่

77
00:05:55,143 --> 00:05:59,143
เราจะเขียนบรรยายเรื่องอะไร

78
00:06:07,051 --> 00:06:09,202
ในการเลือกหัวข้อเราต้องรู้ก่อน ว่าเราจะเขียนบรรยายเรื่องอะไร และทีนี้เราก็ต้องมาดูว่า

79
00:06:09,202 --> 00:06:11,802
ถ้าเราจะเขียนเรื่องนี้

80
00:06:11,802 --> 00:06:15,802
เราจะเขียนในลักษณะไหน

81
00:06:17,157 --> 00:06:21,157
อันไหนมาก่อน อันไหนมาหลัง เรียบเรียงเนื้อหาให้ถูก ก็คือการจัดเนื้อหา

82
00:06:23,040 --> 00:06:26,298
ส่วนพอเราเรียบเรียงอะไรทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็มาดูว่า...

83
00:06:26,298 --> 00:06:28,393
เราจะบรรยายในลักษณะไหน เพื่อที่จะให้

84
00:06:28,393 --> 00:06:29,972
คนอ่านสนใจ

85
00:06:29,972 --> 00:06:33,972
ในการเขียนของเรา

86
00:06:38,897 --> 00:06:42,897
สิ่งที่สำคัญที่สุดของการเขียน ก็คือการเขียนที่ถูกต้องนะครับ  นักเรียนจะต้องใช้ภาษาให้ถูก

87
00:06:50,010 --> 00:06:54,010
ต้อง สำหรับที่คุณครูอธิบายมาในเรื่องการเขียนบรรยายนี่ มีนักเรียนคนไหนที่ยังไม่เข้าใจในเรื่องของการเขียนบรรยายไหมตน

88
00:07:01,791 --> 00:07:03,895
มีไหม มีคนไหนไม่เข้าใจไหม ถามได้นะครับ ถามได้เลย อยากรู้ว่าต้องทำอย่างไร ต้อง

89
00:07:03,895 --> 00:07:07,153
เขียนแบบไหน อะไรอย่างนี้

90
00:07:07,153 --> 00:07:11,153
ลองเสนอความคิดเห็น

91
00:07:11,908 --> 00:07:15,908
ลองถามขึ้นมาเลยครับ เดี๋ยวคุณครูจะช่วยตอบตรงนี้ให้นะคะ

92
00:07:17,142 --> 00:07:21,142
มีไหม

93
00:07:26,369 --> 00:07:30,369
ทำไมคุณครูถึงถามว่ามีไหม มีคนไหมเข้าใจหรือเปล่า ทำไมเหรอครับ เพราะว่า

94
00:07:31,008 --> 00:07:34,774
เดี๋ยวถ้าเราเรียนเรื่องการเขียนบรรยายเสร็จนี่ คุณครูจะให้นักเรียนน่ะ

95
00:07:34,774 --> 00:07:38,774
เขียนบรรยายลงในใบงาน ที่คุณครูแจกให้นักเรียน

96
00:07:46,713 --> 00:07:47,383
นักเรียนต้องเตรียมตัวเลย เดี๋ยวคุณครูจะเกริ่นก่อนว่า คุณครูจะให้นักเรียนทำใบงาน ให้นักเรียนเขียนบรรยาย

97
00:07:47,383 --> 00:07:50,970
เกี่ยวกับ

98
00:07:50,970 --> 00:07:54,970
ประวัติของนักเรียนเอง

99
00:08:03,130 --> 00:08:07,130
นักเรียนก็สงสัยว่า เอ๊ะ ทำไมคุณครูถึงให้ทำจากประวัติ เพราะว่า

100
00:08:07,589 --> 00:08:09,671
การเขียนประวัตินี่สำคัญเลยนะครับ เพราะว่าเผื่อนักเรียน

101
00:08:09,671 --> 00:08:13,671
จบ

102
00:08:15,013 --> 00:08:19,013
การศึกษาไปแล้ว นักเรียนไปเรียนต่อ นักเรียนไปทำงาน นักเรียน

103
00:08:21,432 --> 00:08:22,557
ไปทำงานที่สถานที่ต่าง ๆ นักเรียนจะต้องกรอกประวัติส่วนตัว เพื่อเป็นการสมัคร

104
00:08:22,557 --> 00:08:24,476
งานให้กับ

105
00:08:24,476 --> 00:08:28,476
ผู้ประกอบการนะครับ

106
00:08:33,001 --> 00:08:36,274
การเขียนบรรยาย 1. ก็คือการเลือกหัวข้อ

107
00:08:36,274 --> 00:08:38,709
2. ก็คือการจัดเนื้อหา 3

108
00:08:38,709 --> 00:08:42,709
. คือ การเสนอบทบรรยาย

109
00:08:44,017 --> 00:08:48,017
เรามาไปทีละอันหัวข้อ 1. การเลือกหัวข้อเลือกอย่างไร

110
00:08:49,902 --> 00:08:53,902
เนื้อหาและความคิดรวบยอดในการเขียนบรรยายควรเลือก

111
00:08:54,980 --> 00:08:58,436
หัวข้อ เนื้อหา และความคิดรวบยอดที่น่าสนใจนะครับ

112
00:08:58,436 --> 00:09:01,831
ให้ความรู้ ความบันเทิง

113
00:09:01,831 --> 00:09:05,831
และความจรรโลงใจแก่ผู้อ่าน ผู้ฟัง

114
00:09:05,864 --> 00:09:09,864
และตั้งชื่อเรื่องให้สอดคล้องกับเนื้อหา

115
00:09:13,855 --> 00:09:17,589
นักเรียนครับ นักเรียนสนใจพี่ล่าม นักเรียนดูพี่ล่ามนะครับ

116
00:09:17,589 --> 00:09:21,589
ดูพี่ล่ามนะ

117
00:09:29,579 --> 00:09:33,579
ครับผม ข้อที่ 1 ก็คือการเลือกหัวข้อ เลือกหัวข้อ

118
00:09:37,058 --> 00:09:41,058
อย่างที่ครูเกริ่นไปแล้วว่าเราจะเลือกหัวข้อ อย่างที่คุณครูเคยเกริ่นไปแล้วว่าเลือกหัวข้อเราจะเลือกยังไงต้องเลือกหัวข้อที่มันน่าสนใจ

119
00:09:44,976 --> 00:09:48,976
ที่ทำให้ผู้อ่านน่ะ สมมติว่านักเรียนจะเขียนงานให้คุณครู นักเรียนจะเขียนงานให้คุณครูอ่าน

120
00:09:50,335 --> 00:09:52,709
เขียนบรรยายออกมา เขียนทุกอย่างออกมา นักเรียนจะต้องคิดเสมอว่า

121
00:09:52,709 --> 00:09:54,103
ต้องทำอย่างไร ให้คุณครู

122
00:09:54,103 --> 00:09:54,991
สนใจ

123
00:09:54,991 --> 00:09:58,991
รู้สึก

124
00:10:01,464 --> 00:10:04,486
... รู้สึกสนใจในงานเขียนของนักเรียน รู้สึกตื่นเต้น รู้สึก

125
00:10:04,486 --> 00:10:07,942
อ่านงานนี้มากเลย อะไรอย่างนี้ครับ

126
00:10:07,942 --> 00:10:11,942
มันเป็นมันเป็นกลวิธี

127
00:10:13,271 --> 00:10:15,447
อันดับแรก ก็คือการเลือกหัวข้อ นักเรียนจะต้องเลือกหัวข้อให้มันดูน่าสนใจ

128
00:10:15,447 --> 00:10:19,447
ให้กับคุณครู

129
00:10:22,791 --> 00:10:23,888
เพราะว่าคุณครูจะต้องสนใจในงานเขียนของนักเรียนก่อน ว่างานเขียนของ

130
00:10:23,888 --> 00:10:27,888
ทัน ๆ

131
00:10:28,460 --> 00:10:32,460
อย่างไร น่าสนใจไหมครับ

132
00:10:35,594 --> 00:10:39,011
แล้วก็ต้องตั้งชื่อเรื่องให้ให้มันสอดคล้องกับเนื้อหา ที่นักเรียนจะเขียน

133
00:10:39,011 --> 00:10:41,249
ต่อไปข้อที่ 2

134
00:10:41,249 --> 00:10:43,546
การจัดเนื้อหา

135
00:10:43,546 --> 00:10:46,763
การจัดเนื้อหา ก็คือ

136
00:10:46,763 --> 00:10:49,963
การเขียนบรรยาย จะมีเนื้อหาเหตุการณ์ต่าง ๆ

137
00:10:49,963 --> 00:10:51,248
โดยใช้หลักดำเนินเรื่องว่า

138
00:10:51,248 --> 00:10:52,390
ใคร

139
00:10:52,390 --> 00:10:53,753
ทำอะไร

140
00:10:53,753 --> 00:10:56,058
ที่ไหน

141
00:10:56,058 --> 00:10:59,506
เมื่อไหร่ อย่างไร

142
00:10:59,506 --> 00:11:03,506
สังเกตไหมครับ ว่าหลักการเขียน

143
00:11:06,494 --> 00:11:10,031
หลักการเขียนที่สำคัญที่สุดเลย

144
00:11:10,031 --> 00:11:14,031
เราจะต้องเขียนอย่างไรให้ผู้อ่านน่ะ

145
00:11:14,132 --> 00:11:17,075
ให้ผู้อ่านงานเขียนของเราน่ะเข้าใจได้ ว่า

146
00:11:17,075 --> 00:11:21,075
เรากำลังสื่อสารเรื่องอะไร

147
00:11:22,718 --> 00:11:24,109
เราจะต้องบอกถึงองค์ประกอบ ในการเขียนของเราที่สำคัญ ก็คือมี 1. ว่า

148
00:11:24,109 --> 00:11:26,411
ใคร

149
00:11:26,411 --> 00:11:30,411
ทำอะไร

150
00:11:32,067 --> 00:11:36,067
ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร ยกตัวอย่างเช่นนะครับ คุณครูจะบรรยาย

151
00:11:37,940 --> 00:11:41,940
... กิจกรรมวันสุนทรภู่เมื่อวานนี้

152
00:11:43,776 --> 00:11:47,685
กิจกรรมวันภาษาไทยเมื่อวานนี้ด้วย ก็คือคุณครูจะบรรยาย ว่า

153
00:11:47,685 --> 00:11:49,978
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

154
00:11:49,978 --> 00:11:53,579
มีการแสดง

155
00:11:53,579 --> 00:11:54,983
ละคร

156
00:11:54,983 --> 00:11:58,983
สั้น ๆ

157
00:11:59,655 --> 00:12:01,716
เป็นเรื่อง

158
00:12:01,716 --> 00:12:05,553
เงาะป่า

159
00:12:05,553 --> 00:12:07,249
เป็นเรื่องเงาะป่า

160
00:12:07,249 --> 00:12:11,249
ก็คือ

161
00:12:12,684 --> 00:12:16,684
มีนักเรียนชั้น ม. 4/1 เป็นตัวแทนแสดงเป็นเงาะป่า 1 คน

162
00:12:20,451 --> 00:12:23,359
แสดงเป็นเงาะป่า 1 คน ได้แต่งตัวทาผิวกลายเป็นสีดำ

163
00:12:23,359 --> 00:12:27,359
ใส่วิกผม

164
00:12:30,189 --> 00:12:34,189
หัวฟู ๆ อย่างนี้ ครับ ก็คืออธิบายในเหตุการณ์ต่าง ๆ

165
00:12:34,883 --> 00:12:38,883
ที่เกิดขึ้นในเนื้อหาที่คุณครูกำลังจะพูดถึง

166
00:12:40,172 --> 00:12:41,488
ในลักษณะอย่างนี้ แล้วมีการแสดงบนเวทีน้อง ๆ มีเสียง

167
00:12:41,488 --> 00:12:45,488
หัวเราะ

168
00:12:47,794 --> 00:12:51,692
คุณครูหัวเราะอะไร อธิบายเรื่องอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ

169
00:12:51,692 --> 00:12:55,692
ก็คือให้รู้ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่

170
00:13:01,806 --> 00:13:05,806
อันที่ 2

171
00:13:07,403 --> 00:13:10,390
เลือกเฉพาะเหตุการณ์ที่สำคัญ มาบรรยาย เพื่อไม่ให้การบรรยายนั้นยืดยาว และน่าเบื่อ

172
00:13:10,390 --> 00:13:14,390
นี่แหละครับ ก็คือเราจะเลือก

173
00:13:15,671 --> 00:13:18,719
จะต้องเลือกเหตุการณ์ที่สำคัญ สำคัญ และเป็นเหตุการณ์ที่น่าสนใจ

174
00:13:18,719 --> 00:13:21,476
ของ

175
00:13:21,476 --> 00:13:24,487
สิ่งที่เราจะสื่อสารออกมา

176
00:13:24,487 --> 00:13:28,487
เพื่อให้เหตุการณ์นั้นไม่น่าเบื่อนะครับ

177
00:13:36,467 --> 00:13:40,467
เรียงลำดับเหตุการณ์เพื่อไม่ให้สับสน

178
00:13:45,152 --> 00:13:49,152
ใช่แล้วต้องเรียงลำดับเหตุการณ์ ว่าอันไหนเกิดขึ้นก่อน อันไหนเกิดขึ้นหลัง เหมือนที่คุณครูอธิบายไปเมื่อกี้ครับ

179
00:13:54,533 --> 00:13:58,258
ข้อที่ 3 นะครับ การเสนอบทบรรยาย

180
00:13:58,258 --> 00:14:00,990
การเสนอบทบรรยายที่เราจะเขียนออกมานี่

181
00:14:00,990 --> 00:14:03,446
เราจะต้องใช้ภาษา

182
00:14:03,446 --> 00:14:06,396
ให้มันรู้สึกว่า

183
00:14:06,396 --> 00:14:08,179
เวลาผู้อ่านอ่านงานเขียนของเรา

184
00:14:08,179 --> 00:14:12,179
น่ะ เขาจะได้รู้สึก

185
00:14:16,083 --> 00:14:19,331
อินเข้าไปด้วย ในเรื่องเหตุการณ์นั้นนะครับ ก็คือบางบทบรรยายนี่เขาอาจจะแทรกหมด

186
00:14:19,331 --> 00:14:22,510
พัฒนาเพื่อให้การบรรยายมีชีวิตจิตใจ

187
00:14:22,510 --> 00:14:25,400
นักเรียนอาจจะยังไม่เข้าใจคำว่า "บทพรรณนา

188
00:14:25,400 --> 00:14:28,299
" เดี๋ยวคุณครูจะสอนเรื่องการเขียนพรรณนา

189
00:14:28,299 --> 00:14:32,299
ต่อจากการบรรยายนี้นะครับ

190
00:14:34,589 --> 00:14:36,679
เดี๋ยว คุณครูจะเกริ่นก่อนว่าพรรณนาคืออะไร สั้น ๆ ก็คือบทพรรณนา ก็คือเป็นการ

191
00:14:36,679 --> 00:14:37,653
เขียนบรรยายให้รู้สึก

192
00:14:37,653 --> 00:14:41,653
ซึ่ง

193
00:14:42,693 --> 00:14:45,091
อารมณ์ รูป รส กลิ่น เสียง ทุกอย่างน่ะครับ บรรยายให้มันแบบ

194
00:14:45,091 --> 00:14:49,091
อิ่มเอมจืใจเข้าไป

195
00:14:49,870 --> 00:14:53,146
ให้เหมือนกับมันอ่านมันมีชีวิตจิตใจขึ้นมา

196
00:14:53,146 --> 00:14:55,575
อย่างเช่น

197
00:14:55,575 --> 00:14:59,575
เมื่อคืน

198
00:14:59,745 --> 00:15:01,135
ฝนตก เสียงฟ้าร้อง เสียงกบร้อง

199
00:15:01,135 --> 00:15:03,005
แล้วก็

200
00:15:03,005 --> 00:15:07,005
เสียงกบร้อง

201
00:15:10,154 --> 00:15:14,154
อ๊อด ๆ ๆ ๆ เราต้องใช้เสียงให้มันแบบ

202
00:15:16,493 --> 00:15:20,493
บรรยายถึง... ถึงว่าเสียงกบร้องอย่างไร ฝน ฟ้าร้อง

203
00:15:22,940 --> 00:15:25,207
เสียงดังเปรี้ยงป้างอะไร อธิบายให้มันแบบดูละเอียด ลึกซึ้ งเข้าไปทำให้ผู้อ่านรู้สึก

204
00:15:25,207 --> 00:15:29,207
งานเขียนของเรามีชีวิต

205
00:15:32,476 --> 00:15:36,151
จิตใจ ให้ผู้อ่านรู้สึกชอบในงานเขียนของเราประมาณนั้นครับ นี่คือการเขียนพรรณนานะเดี๋ยวคุณครู

206
00:15:36,151 --> 00:15:38,375
อธิบายให้ฟังอีกครั้งนึงต่อจากการเขียนบรรยายนี้นะครับ

207
00:15:38,375 --> 00:15:42,375
ต่อไป

208
00:15:43,927 --> 00:15:47,927
ขมวดเป็นคำถาม คลี่คลายเป็นคำตอบเพื่อให้น่าสนใจ

209
00:15:53,233 --> 00:15:57,233
บางเรื่องนะครับ บางเรื่องที่มันที่มันดูคำไม่น่าสนใจ เราต้อง

210
00:15:58,649 --> 00:16:02,040
ตั้งคำถาม เรา... เราต้องทำให้ผู้อ่านตั้งคำถามเอง ว่ามันเกิดอะไรขึ้นอย่างนี้ครับผม

211
00:16:02,040 --> 00:16:06,040
ไม่ได้สนใจในงานเขียนของเรานะ

212
00:16:09,707 --> 00:16:13,654
ต่อไปนะครับ ผูกเป็นบทสนทนาแทนที่จะบรรยายอย่างเดียว

213
00:16:13,654 --> 00:16:15,067
วิธีนี้จะช่วยให้การบรรยายน่าสนใจ

214
00:16:15,067 --> 00:16:17,773
ก็คือ

215
00:16:17,773 --> 00:16:21,773
บางทีเราอาจจะ

216
00:16:23,400 --> 00:16:24,855
... บางทีเวลาเราพูดในงานเขียนของเรา อาจจะไม่ได้เขียนบรรยายไปเรื่อย ๆ ไปยาว ๆ ไป

217
00:16:24,855 --> 00:16:26,285
บ

218
00:16:26,285 --> 00:16:27,597
างทีอาจมีตัวละคร

219
00:16:27,597 --> 00:16:30,977
ในนั้นบ้าง

220
00:16:30,977 --> 00:16:34,977
แล้วก็สร้างบทสนทนาให้กับตัวละครในนั้นบ้าง

221
00:16:40,453 --> 00:16:41,335
สร้าง... สร้างบทสนทนาให้ตัวละครในนั้นบ้างนะครับ เพื่อให้งานเขียนของเรา

222
00:16:41,335 --> 00:16:44,036

223
00:16:44,036 --> 00:16:48,036
มีอรรถรสมากขึ้น

224
00:16:49,372 --> 00:16:53,372
ต่อไปก็คือนำตัวเองเข้าไปมีส่วนร่วมในการเขียน

225
00:16:54,804 --> 00:16:57,492
บรรยาย โดยใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 สำหรับบุรุษที่ 1 ก็คือ

226
00:16:57,492 --> 00:17:01,492
มีคำว่า "ฉัน

227
00:17:02,670 --> 00:17:06,670
" ฉันเป็นอย่างไร ฉันทำอะไร อย่างนี้ครับ

228
00:17:08,893 --> 00:17:12,893
เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างผู้สื่อสารกับผู้รับสาร ก็คือ

229
00:17:14,118 --> 00:17:16,193
ฉันเป็นแบบนี้ เธอ ๆ กินข้าวกับอะไร วันนี้

230
00:17:16,193 --> 00:17:20,193
ฉันก็คือสรรพนามบุรุษที่ 1

231
00:17:21,927 --> 00:17:25,927
เธอเป็นสรรพนามบุรุษที่ 2 ก็คือกล่าวถึงอีกคนหนึ่ง ก็คือคำว่าบุรุษที่ 2 นะครับ

232
00:17:34,296 --> 00:17:36,278
ต่อไป ทีนี้ คุณครูก็ได้พูดถึงการเขียนบรรยายไปหมดแล้ว

233
00:17:36,278 --> 00:17:37,715
ทีนี้คุณครูจะให้นักเรียน

234
00:17:37,715 --> 00:17:40,682
ลองเขียน

235
00:17:40,682 --> 00:17:43,348
เขียนบรรยาย

236
00:17:43,348 --> 00:17:47,348
เกี่ยวกับประวัติส่วนตัวของนักเรียน

237
00:17:53,666 --> 00:17:55,986
เอาอย่างนี้ดีกว่า

238
00:17:55,986 --> 00:17:59,986
คุณครูจะให้เลือก

239
00:18:01,141 --> 00:18:05,141
มี 2 ตัวเลือก มี 2 ตัวเลือกนะครับ มี 2 ตัวเลือก

240
00:18:05,750 --> 00:18:08,082
ให้นักเรียนเขียนประวัติส่วนตัว

241
00:18:08,082 --> 00:18:09,564
ในลักษณะการเขียนบรรยาย

242
00:18:09,564 --> 00:18:12,701
อันดับที่ 2

243
00:18:12,701 --> 00:18:15,126
คุณครูจะให้นักเรียน

244
00:18:15,126 --> 00:18:18,075
เขียนบรรยาย

245
00:18:18,075 --> 00:18:21,679
กิจกรรมวันภาษาไทยเมื่อวาน

246
00:18:21,679 --> 00:18:25,455
นักเรียนจะเลือกเขียนอันไหนค

247
00:18:25,455 --> 00:18:27,686
รับ ข้อที่ 1 ประวัติส่วนตัว หรือข้อที่ 2

248
00:18:27,686 --> 00:18:29,804
กิจกรรมวันภาษาไทยเมื่อวานครับ

249
00:18:29,804 --> 00:18:33,804
ให้นักเรียนเลือกเลย

250
00:18:34,280 --> 00:18:38,280
ให้นักเรียนเลือก

251
00:18:42,834 --> 00:18:46,834
ใครเลือกข้อที่ 1 ยกมือครับ

252
00:18:48,579 --> 00:18:52,579
ข้อที่ 1 ก็คือเขียนประวัติส่วนตัวของนักเรียน

253
00:18:54,322 --> 00:18:58,322
ข้อที่ 1 ก็คือประวัติส่วนตัวของนักเรียน ใครเลือกข้อที่ 1 ยกมือ

254
00:18:58,352 --> 00:19:02,352
มีกี่คนข้อที่ 1 มีกี่คน

255
00:19:05,496 --> 00:19:09,496
มีไหม ไม่มี ใคร

256
00:19:11,823 --> 00:19:14,077
... อ๋อ เอาใหม่เหรอ เดี๋ยว

257
00:19:14,077 --> 00:19:15,599
คือข้อที่ 1

258
00:19:15,599 --> 00:19:19,599
ข้อที่ 1

259
00:19:19,651 --> 00:19:23,651
การเขียนบรรยายเกี่ยวกับประวัติส่วนตัวของนักเรียน

260
00:19:27,073 --> 00:19:28,797
ข้อที่ 2

261
00:19:28,797 --> 00:19:31,482
การเขียนบรรยาย

262
00:19:31,482 --> 00:19:35,482
กิจกรรมวันภาษาไทย เมื่อวาน

263
00:19:36,959 --> 00:19:38,275
นักเรียนเลือก

264
00:19:38,275 --> 00:19:40,393
เขียนอันไหนครับ

265
00:19:40,393 --> 00:19:44,393
ข้อที่ 1 หรือข้อที่ 2

266
00:19:52,199 --> 00:19:56,199
มีนักเรียนคนไหนไม่เข้าใจไหม ถ้าไม่เข้าใจเดินมาถามพี่ล่ามได้เลยนะ

267
00:19:58,928 --> 00:20:02,928
เดินมาถามพี่ล่ามได้เลยนะ พี่ล่ามนั่งมอง มองไม่เห็นรูปว่าภาพมันเล็กนักเรียนต้องเดินออกมา

268
00:20:03,515 --> 00:20:07,515
เดินออกมา เดินออกถาม ถามพี่ล่าม เลือกข้อที่ 2 หรอ

269
00:20:10,957 --> 00:20:14,957
โอเค ถ้าอย่างนั้นนักเรียนเลือกข้อที่ 2 นะข้อที่สอง ก็คือ

270
00:20:15,816 --> 00:20:19,328
การเขียนบรรยาย

271
00:20:19,328 --> 00:20:23,328
กิจกรรมวันภาษาไทยนะครับ

272
00:20:50,937 --> 00:20:54,937
นักเรียนเลือกข้อที่ 2 นะ

273
00:20:55,473 --> 00:20:58,346
เลือกข้อที่ 2 เป็นการเขียนบรรยายกิจกรรมวันภาษาไทยนะ

274
00:20:58,346 --> 00:21:02,346
ทีนี้นักเรียนดูพี่ล่ดี๋ยวกูจะอธิบายให้ฟัง

275
00:21:05,037 --> 00:21:09,037
ก็คือคุณครูจะให้นักเรียนเขียนนะครับ  ว่า

276
00:21:10,433 --> 00:21:14,433
กิจกรรมวันภาษาไทยเมื่อวานเป็นอย่างไร ให้นักเรียนเขียนบรรยาย

277
00:21:14,651 --> 00:21:18,651
ความยาวไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ

278
00:21:24,398 --> 00:21:27,702
ระหว่างนี้คุณครูจะให้นักเรียนเขียนไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวคุณครูจะดู ว่านักเรียนเข้าใจในเรื่องของ

279
00:21:27,702 --> 00:21:30,080
การเขียนบรรยายแค่ไหน นักเรียนอย่าลืมนะครับ

280
00:21:30,080 --> 00:21:34,080
หลักการสำคัญในการเขียน

281
00:21:34,549 --> 00:21:36,157
การเขียนต่าง ๆ เลย เราจะต้องรู้ว่าใคร

282
00:21:36,157 --> 00:21:37,621
ทำอะไร

283
00:21:37,621 --> 00:21:41,621
ที่ไหน

284
00:21:45,408 --> 00:21:46,890
อย่างไร แล้วก็เมื่อไหร่ นักเรียนครับ สิ่งที่สำคัญที่สุดที่คุณครู

285
00:21:46,890 --> 00:21:50,890
บอกให้นักเรียนนี่

286
00:21:52,617 --> 00:21:53,639
ในการเขียนบรรยายหนึ่งเลย นักเรียนต้องเลือกหัวข้อคำว่า หัวข้อในที่นี้

287
00:21:53,639 --> 00:21:57,639
นักเรียน

288
00:22:00,939 --> 00:22:04,939
อาจจะเปลี่ยน เปลี่ยนหัวข้อที่คุณครูให้นักเรียน อยู่ตรงนี้ นักเรียนจะตั้งชื่ออย่างไร ก็ได้ ตามสบายเลย

289
00:22:06,031 --> 00:22:10,031
แต่ให้เกี่ยวกับกิจกรรมวันภาษาไทยเมื่อวานนี้ ให้นักเรียนบรรยายออกมา

290
00:22:11,182 --> 00:22:14,217
เข้าใจไหมครับ

291
00:22:14,217 --> 00:22:18,217
เข้าใจไหมครับ

292
00:22:21,580 --> 00:22:22,724
เข้าใจนะ โอเค หลักการเขียนบรรยายเลย ก็คือลำดับแรก ก็คือ

293
00:22:22,724 --> 00:22:24,850
การเลือกหัวข้อ

294
00:22:24,850 --> 00:22:25,672
2. การเลือกเนื้อหา

295
00:22:25,672 --> 00:22:29,672
3

296
00:22:33,200 --> 00:22:34,518
. การนำเสนอบทบรรยาย คุณครูได้อธิบายให้ไปหมดแล้ว เดี๋ยวทีนี้คงจะให้นักเรียนเขียนนะครับ

297
00:22:34,518 --> 00:22:37,010

298
00:22:37,010 --> 00:22:40,784
จะใช้นักเรียนเขียน

299
00:22:40,784 --> 00:22:44,784
นะครับ เอากี่นาที

300
00:22:49,369 --> 00:22:53,369
ดี เขียนเป็นเลขก่อนนะ เดี๋ยวคุณครูบอกอีกทีหนึ่ง ในช่วงนี้นักเรียนเริ่ม เริ่ม เริ่มเขียนบรรยายได้เลยครับ

301
00:49:33,422 --> 00:49:37,422
เป็นอย่างไรกันบ้างครับ

302
00:49:47,649 --> 00:49:51,649
เป็นอย่างไรกันบ้างครับนักเรียน

303
00:49:55,593 --> 00:49:59,593
พันพันเดินออกมาถามเลยครับ

304
00:50:43,554 --> 00:50:47,554
(ล่าม) มันกระต

305
00:50:47,670 --> 00:50:50,306
ุกน่ะค่ะ (อาจารย์จักรพงศ์) ผมไม่ค่อยได้ยินครับ

306
00:50:50,306 --> 00:50:53,373
(ล่าม)  พอดีภาพน้องกระตุกอ่ะค่ะ

307
00:50:53,373 --> 00:50:57,373
กำลังกำลังดูใหม่เอาใหม่

308
00:51:12,129 --> 00:51:16,129

309
00:51:35,613 --> 00:51:39,613
(ล่าม) มีผีเสื้อสมุทรด้วยใช่ไหมคะ (อาจารย์จักรพงศ์) ใช่ครับ

310
00:51:47,238 --> 00:51:51,238
(ล่าม) แล้วก็มีม้า

311
00:51:59,934 --> 00:52:03,934
แล้วก็มี...

312
00:52:13,488 --> 00:52:17,488
เมื่อกี้เขาเหมือนทำท่ามือปลาน่ะค่ะ(อาจารย์จักรพงศ์)  มันจะเป็นนางเงือกไหมครับ

313
00:52:17,717 --> 00:52:21,717
ใช่

314
00:52:26,207 --> 00:52:29,534
ได้ครับ มีน้ำมีปลามีนางเงือกครับ ใช่ครับ

315
00:52:29,534 --> 00:52:33,534
(ล่าม) นางเงือก โอเค

316
00:52:48,292 --> 00:52:52,292
นักเรียน นักเรียน นักเรียนมองพี่ล่ามนะ เดี๋ยวคุอธิบายอีกรอบนึง

317
00:53:11,339 --> 00:53:15,339
ทีนี้ที่คุณครูให้นักเรียนเขียน ก็คือเป็นการเขียนบรรยายกิจกรรมวันพ่อ

318
00:53:17,864 --> 00:53:21,864
มา แล้วก็วันสุนทรภู่ของเมื่อวานนะครับ ก็คือให้นักเรียนเขียนบรรยายตามความรู้สึกของนักเรียนเลยว่า

319
00:53:24,048 --> 00:53:27,014
นักเรียนรู้สึกอย่างไร นักเรียนเห็นอะไรบ้าง ในกิจกรรมเมื่อวานนี้ มีตัวละ

320
00:53:27,014 --> 00:53:31,014
ครที่นักเรียนแสดงมีตัวอะไรบ้าง

321
00:53:31,625 --> 00:53:35,625
ให้นักเรียนยกตัวอย่างมาเมื่อกี้ ก็จะมีผีเสื้อสมุทร

322
00:53:37,258 --> 00:53:41,258
ม้านิลมังกร นางเงือกอย่างนี้ครับ ที่นักเรียน พันพัน ออกมาถาม

323
00:53:42,053 --> 00:53:46,053
ก็เขียนได้เขียนไปเลยนะครับ แล้วก็ที่สำคัญนักเรียน

324
00:53:47,876 --> 00:53:51,438
ไม่ต้องห่วงว่านักเรียนจะเขียนผิดเขียนถูกอย่างไร เดี๋ยวถ้าผิดอย่างไรเดี๋ยวครูจะบอกอีกทีหนึ่งว่ามันปิด

325
00:53:51,438 --> 00:53:55,438
อย่างไร เดี๋ยวครูจะสอนนะครับ ว่ากางเกงที่ถูกต้องมันเป็นอย่างไรนะครับ

326
00:53:55,967 --> 00:53:58,968
โอเค

327
00:53:58,968 --> 00:54:02,550
เมื่อกี้มีหลายคนเข้าใจแล้ว

328
00:54:02,550 --> 00:54:04,277
เป็นอย่างไรบ้าง เขียนเสร็จหรือยัง

329
00:54:04,277 --> 00:54:08,277
เขียนต่อไหม

330
00:54:11,641 --> 00:54:13,894
ต่อนะ โอเค ๆ เดี๋ยวคุณครูจะให้เวลานักเรียนเขียน นักเรียนกำลัง

331
00:54:13,894 --> 00:54:15,885
หาคำตอบหาอะไร กำลัง

332
00:54:15,885 --> 00:54:19,885
เริ่มต้นที่ดีเลยครับ

333
00:54:21,089 --> 00:54:25,089
โอเคครับ เขียนต่อได้เลยครับ

334
01:11:56,741 --> 01:11:58,981
นักเรียนครับ

335
01:11:58,981 --> 01:12:02,981
เป็นอย่างไรน้อ

336
01:12:09,749 --> 01:12:13,749
ใกล้เสร็จหรือยังครับ

337
01:12:23,137 --> 01:12:25,514
โอเค โอเค เดี๋ยวให้นักเรียนไปทำต่อเป็นการบ้านนะ

338
01:12:25,514 --> 01:12:28,899
คุณครููเห็นนักเรียนเขียน

339
01:12:28,899 --> 01:12:32,899
มีความสุขมาก ๆ เลย

340
01:12:37,665 --> 01:12:41,665
โอเค เดี๋ยว...

341
01:12:43,507 --> 01:12:46,315
เดี๋ยวค่อยมาส่งคุณครูนะ เดี๋ยวไปทำการบ้าน สำหรับวันนี้ คุณครูก็

342
01:12:46,315 --> 01:12:48,009
หมดเวลาเพียงเท่านี้ครับ สวัสดีครับ

343
01:12:48,009 --> 01:12:52,009
สวัสดีครับ คุณพี่ล่ามนะครับ

