--- title: ท31101 ภาษาไทย 1 (ม.4/1) 280666 subtitle: date: วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 09.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (อาจารย์) สวัสดีครับ สวัสดีนักเรียนชั้น ม. 4/1 นะครับ สวัสดีพี่ล่ามด้วยนะครับ ครับ วันนี้คุณครูก็สอนการเขียนอีกเหมือนเดิมนะครับ ส่วนชั่วโมงที่ผ่านมานะครับ เราเรียนการเขียนอะไรไปครับ นักเรียนจำได้ไหม การเขียนย่อความนะครับ ส่วนวันนี้นะครับ เดี๋ยวคุณครูจะสอนเรื่องการเขียนบรรยายก่อน การเขียนบรรยาย การเขียนพรรณนา แล้วก็การเขียนเรียงความนะครับ ตามลำดับไป แล้วก็จะมีใบงานให้นักเรียนทำในช่วงเราเรียนเรื่องการสอนบรรยายเสร็จนะครับ ครับผม เรามาทบทวนกันก่อนนะครับ การเขียนหมายถึงอะไร นักเรียนจำได้ไหม การเขียน ก็คือ นเรียนจำได้ไหม เป็นการสื่อสารด้วยตัวอักษร พูดเป็นภาษาพูดง่าย ๆ เลยก็คือผู้เขียนสื่อสารด้วยตัวอักษร เพื่อให้ผู้รับสารก็คือผู้อ่านนั้นเข้าใจนะครับ เข้าใจตรงกัน ง่าย ๆ เลยนะครับ นะครับ วันนี้นะครับ เราจะมาเรียนเรื่องการเขียนบรรยายนะครับ เดี๋ยวคุณครูจะเปิดสไลด์ตรงการเขียนบรรยายให้นักเรียนนะโอเค การเขียนบรรยายคืออะไรครับ การเขียนบรรยาย ก็คือการเขียนเล่าเหตุการณ์ เหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งนะครับ ที่เกิดขึ้น เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพเหตุการณ์ ลำดับเวลา สถานที่ บุคคล ผู้เขียนกล่าวถึงเหตุการณ์ให้ชัดเจนนะครับ โดยมีข้อมูลเนื้อหาสาระของเรื่อง ที่แสดงความคิด บางครั้งอาจแทรกบทสนทนาของตัวละคร ทำให้ผู้อ่านเข้าใจถึงอารมณ์ ความคิดของตัวละคร และเข้าใจเรื่องทั้งหมด ครับผม ประเภทของเรื่องที่จะใช้ในการเขียนบรรยายนะครับ งานเขียนที่ใช้กลวิธีการเขียนบรรยายแบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ ต่อไปนี้นะครับ 1. อัตชีวประวัติหรือการเล่าประวัติบุคคลต่าง ๆ นะครับ 2. ข้อเท็จจริง หรือเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ 3. เรื่องที่แต่งขึ้น หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น งานเขียนแรกเลยนะครับ อัตตประวัติ หรือการเล่าประวัติของบุคคลต่าง ๆ ก็คือเป็นการเขียนเล่าบรรยายของการเล่าประวัติ อย่างเช่น นักเรียน นักเรียนอยากจะเขียนประวัติของเพื่อนอีกคนหนึ่ง นักเรียนก็นำประวัติของเพื่อนอีกคนหนึ่งมาเขียนบรรยายไปเรื่อย ๆ นะครับ เพื่ออะไรเพื่อ แต่เป็นสิ่งที่นักเรียนนำมาเขียนต้องเป็นความจริงนะครับ ต้องเป็นความจริง ยัง... ยังข้อที่ 2 นะครับ ข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ก็คือเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตนะครับ ก็คือเขียนบรรยายเล่าถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต มีหลักฐานประกอบ นักเรียนไปนำข้อมูลนี้มาจากไหน ค้นหาจากอินเทอร์เน็ตหรือเปล่า อะไรอย่างนี้ ฉะนั้นนักเรียนก็นำมาเขียนบรรยายบรรยายเพื่อที่จะให้ผู้อ่าน ก็คือคนคนที่นั่นคนที่อ่านงานเขียนของนักเรียนเข้าใจในสิ่งที่นักเรียนกำลังสื่อสาร กำลังเขียนบรรยายเนื้อเรื่องนั้นออกมานะครับ ที่สำคัญของการเขียนบรรยาย ก็คือต้องเป็นเรื่องจริงนะครับ ข้อที่ 3 เรื่องที่แต่งขึ้น หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างเช่น เหตุการณ์วันนี้ เหตุการณ์เมื่อวานนี้นะ เหตุการณ์เมื่อวานนี้ โรงเรียนของเราได้จัดกิจกรรมวันสุนทรภู่ แล้วก็วันภาษาไทยไปนะคะ เราก็บรรยายแปลว่า มีการแสดงของน้อง ๆ พี่ ๆ แล้วก็มีเสียงหัวเราะ มีความสนุกสนาน มีเกมให้เล่นน่ะ เล่นอย่างนี้นะครับ เขียนบรรยายไปทั้งหมด เรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นี่แหละครับ เป็นการเขียนบรรยาย เราไปดูสไลด์ถัดไปนะครับ กลวิธีการเขียนบรรยาย กลวิธีการเขียนบรรยาย 1. เลยนะครับ 1. เราต้องเลือกหัวข้อก่อนเลือกหัวข้อก่อนลำดับแรก อันดับที่ 2 อันดับที่ 2 คือการจัดเนื้อหา การจัดเนื้อหา ที่ 3 อันดับที่ 3 ก็คือการเสนอบทบรรยาย การเลือกหัวข้อ การเลือกเรื่องของข้อ ก็คือเราต้องรู้ก่อนว่าในการเขียนบรรยายนี่ เราจะเขียนบรรยายเรื่องอะไร ในการเลือกหัวข้อเราต้องรู้ก่อน ว่าเราจะเขียนบรรยายเรื่องอะไร และทีนี้เราก็ต้องมาดูว่าถ้าเราจะเขียนเรื่องนี้ เราจะเขียนในลักษณะไหน อันไหนมาก่อน อันไหนมาหลัง เรียบเรียงเนื้อหาให้ถูก ก็คือการจัดเนื้อหา ส่วนพอเราเรียบเรียงอะไรทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็มาดูว่า... เราจะบรรยายในลักษณะไหน เพื่อที่จะให้คนอ่านสนใจ ในการเขียนของเรา สิ่งที่สำคัญที่สุดของการเขียน ก็คือการเขียนที่ถูกต้องนะครับ นักเรียนจะต้องใช้ภาษาให้ถูกต้อง สำหรับที่คุณครูอธิบายมาในเรื่องการเขียนบรรยายนี่ มีนักเรียนคนไหนที่ยังไม่เข้าใจในเรื่องของการเขียนบรรยายไหมตนมีไหม มีคนไหนไม่เข้าใจไหม ถามได้นะครับ ถามได้เลย อยากรู้ว่าต้องทำอย่างไร ต้องเขียนแบบไหน อะไรอย่างนี้ ลองเสนอความคิดเห็น ลองถามขึ้นมาเลยครับ เดี๋ยวคุณครูจะช่วยตอบตรงนี้ให้นะคะ มีไหม ทำไมคุณครูถึงถามว่ามีไหม มีคนไหมเข้าใจหรือเปล่า ทำไมเหรอครับ เพราะว่า เดี๋ยวถ้าเราเรียนเรื่องการเขียนบรรยายเสร็จนี่ คุณครูจะให้นักเรียนน่ะ เขียนบรรยายลงในใบงาน ที่คุณครูแจกให้นักเรียนนักเรียนต้องเตรียมตัวเลย เดี๋ยวคุณครูจะเกริ่นก่อนว่า คุณครูจะให้นักเรียนทำใบงาน ให้นักเรียนเขียนบรรยายเกี่ยวกับประวัติของนักเรียนเอง นักเรียนก็สงสัยว่า เอ๊ะ ทำไมคุณครูถึงให้ทำจากประวัติ เพราะว่าการเขียนประวัตินี่สำคัญเลยนะครับ เพราะว่าเผื่อนักเรียนจบการศึกษาไปแล้ว นักเรียนไปเรียนต่อ นักเรียนไปทำงาน นักเรียนไปทำงานที่สถานที่ต่าง ๆ นักเรียนจะต้องกรอกประวัติส่วนตัว เพื่อเป็นการสมัครงานให้กับผู้ประกอบการนะครับ การเขียนบรรยาย 1. ก็คือการเลือกหัวข้อ 2. ก็คือการจัดเนื้อหา 3. คือ การเสนอบทบรรยาย เรามาไปทีละอันหัวข้อ 1. การเลือกหัวข้อเลือกอย่างไร เนื้อหาและความคิดรวบยอดในการเขียนบรรยายควรเลือกหัวข้อ เนื้อหา และความคิดรวบยอดที่น่าสนใจนะครับ ให้ความรู้ ความบันเทิง และความจรรโลงใจแก่ผู้อ่าน ผู้ฟัง และตั้งชื่อเรื่องให้สอดคล้องกับเนื้อหา นักเรียนครับ นักเรียนสนใจพี่ล่าม นักเรียนดูพี่ล่ามนะครับ ดูพี่ล่ามนะ ครับผม ข้อที่ 1 ก็คือการเลือกหัวข้อ เลือกหัวข้อ อย่างที่ครูเกริ่นไปแล้วว่าเราจะเลือกหัวข้อ อย่างที่คุณครูเคยเกริ่นไปแล้วว่าเลือกหัวข้อเราจะเลือกยังไงต้องเลือกหัวข้อที่มันน่าสนใจที่ทำให้ผู้อ่านน่ะ สมมติว่านักเรียนจะเขียนงานให้คุณครู นักเรียนจะเขียนงานให้คุณครูอ่าน เขียนบรรยายออกมา เขียนทุกอย่างออกมา นักเรียนจะต้องคิดเสมอว่าต้องทำอย่างไร ให้คุณครูสนใจ รู้สึก... รู้สึกสนใจในงานเขียนของนักเรียน รู้สึกตื่นเต้น รู้สึกอ่านงานนี้มากเลย อะไรอย่างนี้ครับ มันเป็นมันเป็นกลวิธี อันดับแรก ก็คือการเลือกหัวข้อ นักเรียนจะต้องเลือกหัวข้อให้มันดูน่าสนใจ ให้กับคุณครู เพราะว่าคุณครูจะต้องสนใจในงานเขียนของนักเรียนก่อน ว่างานเขียนของทัน ๆ อย่างไร น่าสนใจไหมครับ แล้วก็ต้องตั้งชื่อเรื่องให้ให้มันสอดคล้องกับเนื้อหา ที่นักเรียนจะเขียนต่อไปข้อที่ 2 การจัดเนื้อหา การจัดเนื้อหา ก็คือการเขียนบรรยาย จะมีเนื้อหาเหตุการณ์ต่าง ๆ โดยใช้หลักดำเนินเรื่องว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร สังเกตไหมครับ ว่าหลักการเขียนหลักการเขียนที่สำคัญที่สุดเลย เราจะต้องเขียนอย่างไรให้ผู้อ่านน่ะ ให้ผู้อ่านงานเขียนของเราน่ะเข้าใจได้ ว่าเรากำลังสื่อสารเรื่องอะไร เราจะต้องบอกถึงองค์ประกอบ ในการเขียนของเราที่สำคัญ ก็คือมี 1. ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร ยกตัวอย่างเช่นนะครับ คุณครูจะบรรยาย... กิจกรรมวันสุนทรภู่เมื่อวานนี้ กิจกรรมวันภาษาไทยเมื่อวานนี้ด้วย ก็คือคุณครูจะบรรยาย ว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายมีการแสดงละครสั้น ๆ เป็นเรื่องเงาะป่า เป็นเรื่องเงาะป่า ก็คือมีนักเรียนชั้น ม. 4/1 เป็นตัวแทนแสดงเป็นเงาะป่า 1 คน แสดงเป็นเงาะป่า 1 คน ได้แต่งตัวทาผิวกลายเป็นสีดำ ใส่วิกผม หัวฟู ๆ อย่างนี้ ครับ ก็คืออธิบายในเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเนื้อหาที่คุณครูกำลังจะพูดถึง ในลักษณะอย่างนี้ แล้วมีการแสดงบนเวทีน้อง ๆ มีเสียงหัวเราะ คุณครูหัวเราะอะไร อธิบายเรื่องอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ก็คือให้รู้ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร เมื่อไหร่ อันที่ 2 เลือกเฉพาะเหตุการณ์ที่สำคัญ มาบรรยาย เพื่อไม่ให้การบรรยายนั้นยืดยาว และน่าเบื่อ นี่แหละครับ ก็คือเราจะเลือกจะต้องเลือกเหตุการณ์ที่สำคัญ สำคัญ และเป็นเหตุการณ์ที่น่าสนใจ ของสิ่งที่เราจะสื่อสารออกมา เพื่อให้เหตุการณ์นั้นไม่น่าเบื่อนะครับ เรียงลำดับเหตุการณ์เพื่อไม่ให้สับสน ใช่แล้วต้องเรียงลำดับเหตุการณ์ ว่าอันไหนเกิดขึ้นก่อน อันไหนเกิดขึ้นหลัง เหมือนที่คุณครูอธิบายไปเมื่อกี้ครับ ข้อที่ 3 นะครับ การเสนอบทบรรยาย การเสนอบทบรรยายที่เราจะเขียนออกมานี่เราจะต้องใช้ภาษาให้มันรู้สึกว่าเวลาผู้อ่านอ่านงานเขียนของเราน่ะ เขาจะได้รู้สึกอินเข้าไปด้วย ในเรื่องเหตุการณ์นั้นนะครับ ก็คือบางบทบรรยายนี่เขาอาจจะแทรกหมดพัฒนาเพื่อให้การบรรยายมีชีวิตจิตใจ นักเรียนอาจจะยังไม่เข้าใจคำว่า "บทพรรณนา" เดี๋ยวคุณครูจะสอนเรื่องการเขียนพรรณนา ต่อจากการบรรยายนี้นะครับ เดี๋ยว คุณครูจะเกริ่นก่อนว่าพรรณนาคืออะไร สั้น ๆ ก็คือบทพรรณนา ก็คือเป็นการเขียนบรรยายให้รู้สึกซึ่งอารมณ์ รูป รส กลิ่น เสียง ทุกอย่างน่ะครับ บรรยายให้มันแบบ อิ่มเอมจืใจเข้าไปให้เหมือนกับมันอ่านมันมีชีวิตจิตใจขึ้นมา อย่างเช่น เมื่อคืนฝนตก เสียงฟ้าร้อง เสียงกบร้อง แล้วก็เสียงกบร้อง อ๊อด ๆ ๆ ๆ เราต้องใช้เสียงให้มันแบบบรรยายถึง... ถึงว่าเสียงกบร้องอย่างไร ฝน ฟ้าร้อง เสียงดังเปรี้ยงป้างอะไร อธิบายให้มันแบบดูละเอียด ลึกซึ้ งเข้าไปทำให้ผู้อ่านรู้สึกงานเขียนของเรามีชีวิตจิตใจ ให้ผู้อ่านรู้สึกชอบในงานเขียนของเราประมาณนั้นครับ นี่คือการเขียนพรรณนานะเดี๋ยวคุณครูอธิบายให้ฟังอีกครั้งนึงต่อจากการเขียนบรรยายนี้นะครับ ต่อไปขมวดเป็นคำถาม คลี่คลายเป็นคำตอบเพื่อให้น่าสนใจ บางเรื่องนะครับ บางเรื่องที่มันที่มันดูคำไม่น่าสนใจ เราต้องตั้งคำถาม เรา... เราต้องทำให้ผู้อ่านตั้งคำถามเอง ว่ามันเกิดอะไรขึ้นอย่างนี้ครับผม ไม่ได้สนใจในงานเขียนของเรานะ ต่อไปนะครับ ผูกเป็นบทสนทนาแทนที่จะบรรยายอย่างเดียว วิธีนี้จะช่วยให้การบรรยายน่าสนใจ ก็คือ บางทีเราอาจจะ... บางทีเวลาเราพูดในงานเขียนของเรา อาจจะไม่ได้เขียนบรรยายไปเรื่อย ๆ ไปยาว ๆ ไป บางทีอาจมีตัวละครในนั้นบ้าง แล้วก็สร้างบทสนทนาให้กับตัวละครในนั้นบ้าง สร้าง... สร้างบทสนทนาให้ตัวละครในนั้นบ้างนะครับ เพื่อให้งานเขียนของเรา มีอรรถรสมากขึ้น ต่อไปก็คือนำตัวเองเข้าไปมีส่วนร่วมในการเขียนบรรยาย โดยใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 สำหรับบุรุษที่ 1 ก็คือมีคำว่า "ฉัน" ฉันเป็นอย่างไร ฉันทำอะไร อย่างนี้ครับ เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างผู้สื่อสารกับผู้รับสาร ก็คือฉันเป็นแบบนี้ เธอ ๆ กินข้าวกับอะไร วันนี้ฉันก็คือสรรพนามบุรุษที่ 1 เธอเป็นสรรพนามบุรุษที่ 2 ก็คือกล่าวถึงอีกคนหนึ่ง ก็คือคำว่าบุรุษที่ 2 นะครับ ต่อไป ทีนี้ คุณครูก็ได้พูดถึงการเขียนบรรยายไปหมดแล้วทีนี้คุณครูจะให้นักเรียนลองเขียน เขียนบรรยายเกี่ยวกับประวัติส่วนตัวของนักเรียน เอาอย่างนี้ดีกว่า คุณครูจะให้เลือก มี 2 ตัวเลือก มี 2 ตัวเลือกนะครับ มี 2 ตัวเลือก ให้นักเรียนเขียนประวัติส่วนตัว ในลักษณะการเขียนบรรยาย อันดับที่ 2 คุณครูจะให้นักเรียนเขียนบรรยาย กิจกรรมวันภาษาไทยเมื่อวาน นักเรียนจะเลือกเขียนอันไหนครับ ข้อที่ 1 ประวัติส่วนตัว หรือข้อที่ 2กิจกรรมวันภาษาไทยเมื่อวานครับ ให้นักเรียนเลือกเลย ให้นักเรียนเลือก ใครเลือกข้อที่ 1 ยกมือครับ ข้อที่ 1 ก็คือเขียนประวัติส่วนตัวของนักเรียน ข้อที่ 1 ก็คือประวัติส่วนตัวของนักเรียน ใครเลือกข้อที่ 1 ยกมือ มีกี่คนข้อที่ 1 มีกี่คน มีไหม ไม่มี ใคร... อ๋อ เอาใหม่เหรอ เดี๋ยว คือข้อที่ 1 ข้อที่ 1 การเขียนบรรยายเกี่ยวกับประวัติส่วนตัวของนักเรียน ข้อที่ 2 การเขียนบรรยายกิจกรรมวันภาษาไทย เมื่อวาน นักเรียนเลือกเขียนอันไหนครับ ข้อที่ 1 หรือข้อที่ 2 มีนักเรียนคนไหนไม่เข้าใจไหม ถ้าไม่เข้าใจเดินมาถามพี่ล่ามได้เลยนะ เดินมาถามพี่ล่ามได้เลยนะ พี่ล่ามนั่งมอง มองไม่เห็นรูปว่าภาพมันเล็กนักเรียนต้องเดินออกมาเดินออกมา เดินออกถาม ถามพี่ล่าม เลือกข้อที่ 2 หรอ โอเค ถ้าอย่างนั้นนักเรียนเลือกข้อที่ 2 นะข้อที่สอง ก็คือการเขียนบรรยายกิจกรรมวันภาษาไทยนะครับ นักเรียนเลือกข้อที่ 2 นะเลือกข้อที่ 2 เป็นการเขียนบรรยายกิจกรรมวันภาษาไทยนะ ทีนี้นักเรียนดูพี่ล่ดี๋ยวกูจะอธิบายให้ฟัง ก็คือคุณครูจะให้นักเรียนเขียนนะครับ ว่ากิจกรรมวันภาษาไทยเมื่อวานเป็นอย่างไร ให้นักเรียนเขียนบรรยาย ความยาวไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ ระหว่างนี้คุณครูจะให้นักเรียนเขียนไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวคุณครูจะดู ว่านักเรียนเข้าใจในเรื่องของการเขียนบรรยายแค่ไหน นักเรียนอย่าลืมนะครับ หลักการสำคัญในการเขียน การเขียนต่าง ๆ เลย เราจะต้องรู้ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร แล้วก็เมื่อไหร่ นักเรียนครับ สิ่งที่สำคัญที่สุดที่คุณครูบอกให้นักเรียนนี่ ในการเขียนบรรยายหนึ่งเลย นักเรียนต้องเลือกหัวข้อคำว่า หัวข้อในที่นี้นักเรียนอาจจะเปลี่ยน เปลี่ยนหัวข้อที่คุณครูให้นักเรียน อยู่ตรงนี้ นักเรียนจะตั้งชื่ออย่างไร ก็ได้ ตามสบายเลย แต่ให้เกี่ยวกับกิจกรรมวันภาษาไทยเมื่อวานนี้ ให้นักเรียนบรรยายออกมาเข้าใจไหมครับ เข้าใจไหมครับ เข้าใจนะ โอเค หลักการเขียนบรรยายเลย ก็คือลำดับแรก ก็คือการเลือกหัวข้อ 2. การเลือกเนื้อหา 3. การนำเสนอบทบรรยาย คุณครูได้อธิบายให้ไปหมดแล้ว เดี๋ยวทีนี้คงจะให้นักเรียนเขียนนะครับ จะใช้นักเรียนเขียนนะครับ เอากี่นาทีดี เขียนเป็นเลขก่อนนะ เดี๋ยวคุณครูบอกอีกทีหนึ่ง ในช่วงนี้นักเรียนเริ่ม เริ่ม เริ่มเขียนบรรยายได้เลยครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับ เป็นอย่างไรกันบ้างครับนักเรียน พันพันเดินออกมาถามเลยครับ (ล่าม) มันกระตุกน่ะค่ะ (อาจารย์จักรพงศ์) ผมไม่ค่อยได้ยินครับ (ล่าม) พอดีภาพน้องกระตุกอ่ะค่ะ กำลังกำลังดูใหม่เอาใหม่ (ล่าม) มีผีเสื้อสมุทรด้วยใช่ไหมคะ (อาจารย์จักรพงศ์) ใช่ครับ (ล่าม) แล้วก็มีม้า แล้วก็มี... เมื่อกี้เขาเหมือนทำท่ามือปลาน่ะค่ะ (อาจารย์จักรพงศ์) มันจะเป็นนางเงือกไหมครับ ใช่ ได้ครับ มีน้ำมีปลามีนางเงือกครับ ใช่ครับ (ล่าม) นางเงือก โอเค นักเรียน นักเรียน นักเรียนมองพี่ล่ามนะ เดี๋ยวคุอธิบายอีกรอบนึงทีนี้ที่คุณครูให้นักเรียนเขียน ก็คือเป็นการเขียนบรรยายกิจกรรมวันพ่อมา แล้วก็วันสุนทรภู่ของเมื่อวานนะครับ ก็คือให้นักเรียนเขียนบรรยายตามความรู้สึกของนักเรียนเลยว่านักเรียนรู้สึกอย่างไร นักเรียนเห็นอะไรบ้าง ในกิจกรรมเมื่อวานนี้ มีตัวละครที่นักเรียนแสดงมีตัวอะไรบ้าง ให้นักเรียนยกตัวอย่างมาเมื่อกี้ ก็จะมีผีเสื้อสมุทร ม้านิลมังกร นางเงือกอย่างนี้ครับ ที่นักเรียน พันพัน ออกมาถามก็เขียนได้เขียนไปเลยนะครับ แล้วก็ที่สำคัญนักเรียนไม่ต้องห่วงว่านักเรียนจะเขียนผิดเขียนถูกอย่างไร เดี๋ยวถ้าผิดอย่างไรเดี๋ยวครูจะบอกอีกทีหนึ่งว่ามันปิดอย่างไร เดี๋ยวครูจะสอนนะครับ ว่ากางเกงที่ถูกต้องมันเป็นอย่างไรนะครับ โอเค เมื่อกี้มีหลายคนเข้าใจแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง เขียนเสร็จหรือยัง เขียนต่อไหม ต่อนะ โอเค ๆ เดี๋ยวคุณครูจะให้เวลานักเรียนเขียน นักเรียนกำลังหาคำตอบหาอะไร กำลังเริ่มต้นที่ดีเลยครับ โอเคครับ เขียนต่อได้เลยครับ นักเรียนครับ เป็นอย่างไรน้อ ใกล้เสร็จหรือยังครับ โอเค โอเค เดี๋ยวให้นักเรียนไปทำต่อเป็นการบ้านนะ คุณครููเห็นนักเรียนเขียนมีความสุขมาก ๆ เลย โอเค เดี๋ยว... เดี๋ยวค่อยมาส่งคุณครูนะ เดี๋ยวไปทำการบ้าน สำหรับวันนี้ คุณครูก็หมดเวลาเพียงเท่านี้ครับ สวัสดีครับ สวัสดีครับ คุณพี่ล่ามนะครับ