--- title: ท31101 ภาษาไทย 1 (ม.4/1) 280666 subtitle: date: วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 09.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) สวัสดีครับสวัสดีนักเรียนชั้นม 4/1 นะครับสวัสดีพี่หล้าด้วยนะครับ ครับวันนี้คุณครูก็สอนการเขียน อีกเหมือนเดิมนะครับส่วนชั่วโมงที่ผ่านมานะครับเราเรียนการเขียน อะไรไปรับนักเรียนจำได้ไหม การเขียนย่อความนะครับส่วนวันนี้นะครับเดี๋ยวคุณครูจะสอน เรื่องการเขียนบรรยายก่อน การเขียนบรรยายการเขียนพรรณนา แล้วก็การเขียนเรียงความนะครับตามลำดับไปแล้วก็จะมีใบงานให้นักเรียนทำ ในช่วง เราเรียนเรื่องการสอนบรรยายเสร็จนะครับ ครับผมเรามาทบทวนกันก่อนนะครับการเขียนหมายถึงอะไร เรียนจำได้ไหม การเขียนก็คือ เป็นการสื่อสารด้วยตัวอักษร พูดเป็นภาษาพูดง่ายๆเลยก็คือผู้เขียน สื่อสารด้วยตัวอักษรเพื่อให้ผู้รับสารก็คือผู้อ่านนั้นเข้าใจนะครับ เข้าใจตรงกัน ง่ายๆเลยนะครับ นะครับวันนี้นะครับ เราจะมาเรียนเรื่องการเขียน บรรยายนะครับเดี๋ยวคุณครูจะเปิดสไลด์ตรงการเขียนบรรยายให้นักเรียนนะ โอเคการเขียนบรรยายคืออะไรครับการเขียนบรรยายก็คือการเขียน เล่าเหตุการณ์ เหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งนะครับที่เกิดขึ้น เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพเหตุการณ์ ลำดับเวลาสถานที่ บุคคล ผู้เขียนกล่าวถึงเหตุการณ์ให้ชัดเจนนะครับโดยมีข้อมูลเนื้อหาสาระของเรื่อง ที่แสดงความคิดบางครั้งอาจแทรกบทสนทนาของตัวละคร ทำให้ผู้อ่านเข้าใจถึงอารมณ์ความคิดของตัวละครและเข้าใจเรื่องทั้งหมด ครับผม ประเภทของเรื่องที่จะใช้ในการเขียนบรรยายนะคะ งานเขียนที่ใช้กลวิธีการเขียนบรรยายแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ ต่อไปนี้นะคะ 1 อัตชีวประวัติหรือการเล่าประวัติบุคคลต่างๆนะคะ 2 ข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ 3 เรื่องที่แต่งขึ้นหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น งานเขียนแรกเลยนะครับอัตตประวัติหรือการเล่าประวัติของบุคคลต่างๆ ก็คือเป็นการเขียนเล่าบรรยายของ ประวัติยังเช่นนักเรียน นักเรียนอยากอยากจะเขียนประวัติของเพื่อนอีกคนนึงนักเรียนก็นำประวัติของเพื่อนอีกคนนึงมาเขียนบรรยาย ไปเรื่อยๆนะครับเพื่ออะไรเพื่อ แต่เป็นสิ่งที่นักเรียนนำมาเขียนต้องเป็นความจริงนะครับ ต้องเป็นความจริง ยังยังข้อที่ 2 นะครับข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ก็คือเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นใน อดีต เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตนะครับก็คือเขียนบรรยายเล่าถึงเหตุการณ์ที่เคย เกิดขึ้นในอดีตมีหลักฐานประกอบนักเรียนไปนำข้อมูลนี้มาจากไหน ค้นหาจากอินเทอร์เน็ต หรือเปล่าอะไรอย่างเงี้ยฉันนักเรียนก็นำมาเขียนบรรยายบรรยายเพื่อที่จะให้ ผู้อ่านก็คือคนคนที่นั่นคนที่อ่านงานเขียนของนักเรียน เข้าใจในสิ่งที่นักเรียนกำลังสื่อสาร กำลังเขียนบรรยายเนื้อเรื่องนั้นออกมานะครับที่สำคัญของการเขียนบรรยายก็คือต้องเป็นเรื่องจริงนะคะ ข้อที่ 3 เรื่องที่แต่งขึ้นหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างเช่น เหตุการณ์วันนี้เหตุการณ์เมื่อวานนี้เนาะเหตุการณ์เมื่อวานนี้โรงเรียนของเราได้จ้ะ กิจกรรมวันสุนทรภู่แล้วก็วันภาษาไทยไปนะคะ เราก็บรรยายแปลว่า มีการแสดงของน้องๆพี่ๆ แล้วก็มีเสียง หัวเราะมีความสนุกสนานมีเกมให้เล่นน่ะเล่นไงคะเขียนบรรยายไป ทั้งหมด เรื่องราวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นี่แหละครับเป็นการเขียนบรรยาย เราไปดูสไลด์ถัดไปนะคะ กลวิธีการเขียนบรรยาย กลวิธีการเขียนบรรยาย 1 เลยนะครับ 1 เราต้องเลือกหัวข้อก่อน เลือกหัวข้อก่อนลำดับแรก อันดับที่ 2 อันดับที่ 2 คือการจัดเนื้อหา การจัดเนื้อหา ที่ 3 อันดับที่ 3 ก็คือการเสนอบทบรรยาย การเลือกหัวข้อเรื่องของข้อก็คือเราต้องรู้ก่อนว่าในการเขียนบรรยายเนี่ย เราจะเขียนบรรยายเรื่องอะไร ในการเลือกหัวข้อเราต้องรู้ก่อนว่าเราจะเขียนบรรยายเรื่องอะไรและทีนี้เราก็ต้องมาดูว่า ถ้าเราจะเขียนเรื่องนี้ เราจะเขียนในลักษณะไหน อันไหนมาก่อนอันไหนมาหลังเรียบเรียงเนื้อหาให้ถูกก็คือการจัดเนื้อหา ส่วนพอเราเรียบเรียงอะไรทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วเราก็มาดูว่า เราจะบรรยายในลักษณะไหนเพื่อที่ให้ คนอ่านสนใจ ในการเขียนของเรา สิ่งที่สำคัญที่สุดของการเขียนก็คือการเขียนที่ถูกต้องนะครับนักเรียนจะต้องใช้ภาษาให้ถูก สำหรับที่คุณครูอธิบายมาในเรื่องการเขียนบรรยายเนี่ยมีนักเรียนคนไหนที่ยังไม่เข้าใจในเรื่องของการเขียนบรรยายนะคะ มีไหมมีคนไหนไม่เข้าใจไหมถามถามได้นะครับถามได้เลยอยากรู้ว่าต้องทำยังไงต้อง ต้องเขียนแบบไหนอะไรอย่างนี้ ลองลองลองเสนอความคิดเห็น ลองถามขึ้นมาเลยครับเดี๋ยวคุณครูจะช่วยตอบตรงนี้ให้นะคะ มีไหม ทำไมคุณครูถึงถามว่ามีไหมมีคนไหมเข้าใจหรือเปล่าทำไมเหรอครับเพราะว่า เดี๋ยวถ้าเราเรียนเรื่องการเขียนบรรยายเสร็จเนี่ยคุณครูจะให้นักเรียนน่ะ เขียนบรรยายลงในใบงานที่คุณครูแจกให้นักเรียน นักเรียนต้องเตรียมตัวเลยเดี๋ยวกูจะเกริ่นก่อนว่าคุณครูจะให้นักเรียนทำใบงานให้นักเรียนเขียนบรรยาย เกี่ยวกับ ประวัติของนักเรียนเอง มาเรียนสงสัยว่าเอ๊ะทำไมคุณครูถึงให้ทำจากประวัติประวัติเพราะว่า การเขียนประวัติเนี่ยสำคัญเลยนะคะเพราะว่าเผื่อนักเรียน จบ การศึกษาไปแล้วนักเรียนไปเรียนต่อนักเรียนไปทำงานนักเรียน ไปทำงานที่สถานที่ต่างๆนักเรียนจะต้องกรอกประวัติส่วนตัวเพื่อเป็นการสมัคร งานให้กับ ผู้ประกอบการนะครับ การเขียนบรรยาย 1 ก็คือการเลือกหัวข้อ 2 คือการจัดเนื้อหา 3 การเสนอบทบรรยาย เรามาไปทีละอัน 1 การเลือกหัวข้อเลือกยังไง เนื้อหาและความคิดรวบยอดในการเขียนบรรยายควรเลือก หัวข้อเนื้อหาและความคิดรวบยอดที่น่าสนใจนะครับ ให้ความรู้ความบันเทิง และความจรรโลงใจแก่ผู้อ่านผู้ฟัง และตั้งชื่อเรื่องให้สอดคล้องกับเนื้อหา อ่านนักเรียนครับนักเรียนสนใจพิราบนักเรียนดูพิราบนะครับ ดูพี่น้ำนะ ครับผมข้อที่ 1 ก็คือการเลือกหัวข้อเลือกหัวข้อ เราจะเลือกหัวข้ออย่างที่คุณครูเคยเกริ่นไปแล้วว่าเลือกหัวข้อเราจะเลือกยังไงต้องเลือกหัวข้อที่มันน่าสนใจ ที่ทำให้ผู้อ่านน่ะสมมุติว่านักเรียนจะเขียนงานให้คุณครูนักเรียนจะเขียนงานให้คุณครูอ่าน เขียนบรรยายออกมาเขียนทุกอย่างออกมานักเรียนจะต้องคิดเสมอว่า ต้องทำยังไงให้คุณครู สนใจ รู้สึก รู้สึกสนใจในงานเขียนของนักเรียนรู้สึกตื่นเต้นรู้สึก อ่านงานนี้มากเลยอะไรอย่างนี้ครับ มันเป็นมันเป็นกลวิธี อันดับแรกก็คือการเลือกหัวข้อนักเรียนจะต้องเลือกหัวข้อให้มันดูน่าสนใจ ครู เพราะว่าคุณครูจะต้องสนใจในงานเขียนของโรงเรียนก่อนว่างานเขียนของ ทันๆ ยังไงน่าสนใจไหมครับ แล้วก็ต้องตั้งชื่อเรื่องให้ให้มันสอดคล้องกับเนื้อหาที่นักเรียนจะเขียน ต่อไปข้อที่ 2 การจัดเนื้อหา การจัดเนื้อหาก็คือ การเขียนบรรยายจะมีเนื้อหาเหตุการณ์ต่างๆ โดยใช้หลักดำเนินเรื่องว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่อย่างไร สังเกตไหมครับว่าหลักการเขียน หลักการเขียนที่สำคัญที่สุดเลย เราจะต้องเขียนยังไงให้ผู้อ่านน่ะ ให้ผู้อ่านงานเขียนของเราอ่ะเข้าใจได้ว่า เรากำลังสื่อสารเรื่องอะไร เราจะต้องบอกถึงองค์ประกอบในการเขียนของเราที่สำคัญก็คือมี 1 ว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหนเมื่อไหร่อย่างไรยกตัวอย่างเช่นนะครับคุณครูจะบรรยาย กิจกรรมวันสุนทรภู่เมื่อวานนี้ กิจกรรมวันภาษาไทยเมื่อวานนี้ด้วยก็คือคุณครูจะบรรยายว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย มีการแสดง ละคร สั้นๆ เป็นเรื่อง เงาะป่า เป็นเรื่องเงาะป่า ก็คือ มีนักเรียนชั้นม 4/1 เป็นตัวแทนแสดงเป็นเงาะป่า 1 คน แสดงเป็นเงาะป่า 1 คนได้แต่งตัวทาผิวกลายเป็นสีดำ ใส่วิกผม หัวฟูๆไงอธิบายในเหตุการณ์ต่างๆที่ ที่ที่เกิดขึ้นในเนื้อหาที่คุณครูกำลังจะพูดถึง ในลักษณะอย่างนี้แล้วมีการแสดงบนเวทีน้องๆมีเสียง หัวเราะ คุณครูหัวเราะอะไรอธิบายเรื่องอย่างนี้ไปเรื่อยๆไง ก็คือให้รู้ว่าใครทำอะไรที่ไหนอย่างไรเมื่อไหร่ อันที่ 2 เลือกเฉพาะเหตุการณ์ที่สำคัญมาบรรยายเพื่อไม่ให้การบรรยายนั้นยืดยาวและน่าเบื่อ นี่แหละครับก็คือเราจะเลือก จะต้องเลือกเหตุการณ์ที่สำคัญสำคัญและเป็นเหตุการณ์ที่น่าสนใจ ของของของ ของสิ่งที่เราจะสื่อสารออกมา เพื่อให้เหตุการณ์นั้นไม่น่าเบื่อนะครับ เรียงลำดับเหตุการณ์เพื่อไม่ให้สับสน ใช่แล้วต้องเรียงลำดับเหตุการณ์ว่าอันไหนเกิดขึ้นก่อนอันไหนเกิดขึ้นหลังเหมือนที่คุณครูอธิบายไปเมื่อกี้ครับ ข้อที่ 3 นะครับการเสนอบทบรรยาย การเสนอบทบรรยายที่เราจะเขียนออกมาเนี่ย เราจะต้องใช้ภาษา ให้มันรู้สึกว่า เวลาผู้อ่านอ่านงานเขียนของเรา เขาจะได้รู้สึก อิ่มเข้าไปด้วยในเรื่องเหตุการณ์นั้นนะครับก็คือบางบางบทบรรยายเนี่ยเขาอาจจะแทรกหมด พัฒนาเพื่อให้การบรรยายมีชีวิตจิตใจ นักเรียนอาจจะยังไม่เข้าใจคำว่าบทพรรณนา เดี๋ยวคุณครูจะสอนเรื่องการเขียนพรรณนา ต่อจากการบรรยายนี้นะครับ คุณครูจะเกริ่นก่อนว่าพรรณนาคืออะไรสั้นๆก็คือบทพรรณนาก็คือเป็นการ เขียนบรรยายให้รู้สึก ซึ่ง อารมณ์รูปรสกลิ่นเสียงทุกอย่างอ่ะครับบรรยายให้มันแบบ อิ่มใจเข้าไป ให้เหมือนกับมันอ่านมันมีชีวิตจิตใจขึ้นมา อย่างเช่น เมื่อคืน ฝนตกฟ้าร้องเสียงกบร้อง แล้วก็ เสียงกบร้อง รอดๆเราต้องใช้เสียงให้มันแบบ บรรยายถึงถึงว่าเสียงกบร้องยังไงอะฝนฟ้าร้อง เสียงดังเปรี้ยงป้างอะไรอธิบายให้มันแบบดูละเอียดลึกซึ้งเข้าไปทำให้ผู้อ่านรู้สึก งานเขียนของเรามีชีวิต ให้ผัวรู้สึกชอบในงานเขียนของเราประมาณนั้นครับนี่คือการเขียนพรรณนาเนาะเดี๋ยวคุณครู อธิบายให้ฟังอีกครั้งนึงต่อจากการเขียนบรรยายนี้นะครับ ต่อไป ขมวดเป็นคำถามคลี่คลายเป็นคำตอบเพื่อให้น่าสนใจ บางเรื่องนะครับบางเรื่องที่มันที่มันดูคำไม่น่าสนใจเราต้อง ตั้งคำถามเราเราต้องทำให้ผู้อ่านตั้งคำถามเองมันเกิดอะไรขึ้นอย่างนี้ครับผม ไม่ได้สนใจในงานเขียนของเราเนาะ ต่อไปนะครับผูกเป็นบทสนทนาแทนที่จะบรรยายอย่างเดียว วิธีนี้จะช่วยให้การบรรยายน่าสนใจ คือ บางทีเราอาจจะ เวลาเราพูดในงานเขียนของเราอาจจะไม่ได้เขียนบรรยายไปเรื่อยๆไปยาวๆไป อีหล่าเอ้ย มีตัวละคร ในนั้นบ้าง แล้วก็สร้างบทสนทนาให้กับตัวละครในนั้นบ้าง สร้างสร้างบทสนทนาให้ตัวละครในนั้นบ้างนะคะเพื่อให้งานเขียนของเรา มี มีอรรถรสมากขึ้น ต่อไปก็คือนำตัวเองเข้าไปมีส่วนร่วมในการเขียน บรรยายโดยใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 สำหรับบุรุษที่ 1 ก็คือ มีคำว่าฉัน ฉันเป็นยังไงฉันทำอะไรอะไรอย่างเงี้ยครับ เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างผู้สื่อสารกับผู้รับสารก็คือ ฉันเป็นแบบนี้เธอเธอกินข้าวกับอะไรวันนี้ ฉันก็คือสรรพนามบุรุษที่ 1 เธอเป็นสรรพนามบุรุษที่ 2 ก็คือกล่าวถึงอีกคนนึงก็คือคำว่าบุรุษที่ 2 นะครับ อาตมาไปที่นี้คุณครูก็ได้พูดถึงการเขียนบรรยายไปหมดแล้ว วันนี้คุณครูจะให้นักเรียน ลองเขียน เขียนบรรยาย เกี่ยวกับประวัติส่วนตัวของนักเรียน เอาอย่างนี้ดีกว่า คุณครูจะให้เลือก มี 2 ตัวเลือกมี 2 ตัวเลือกนะครับมี 2 ตัวเลือก ให้นักเรียนเขียนประวัติส่วนตัว ลักษณะการเขียนบรรยาย อันดับที่ 2 กูจะให้นักเรียน เขียนบรรยาย กิจกรรมวันภาษาไทยเมื่อวาน นักเรียนจะเลือกเขียนอันไหนคะ ข้อที่ 1 ประวัติส่วนตัวหรือข้อที่ 2 กิจกรรมวันภาษาไทยเมื่อวานครับ ให้นักเรียนเลือกเลย ให้นักเรียนเลือก ใครใครเลือกข้อที่ 1 ยกมือครับ ข้อที่ 1 ก็คือเขียนประวัติส่วนตัวของนักเรียน ข้อที่ 1 ก็คือประวัติส่วนตัวของนักเรียนคัดเลือกข้อที่ 1 ยกมือ มีกี่คนข้อที่ 1 มีกี่คน มีไหมไม่มีใคร เอาใหม่หรอเดี๋ยว คือข้อที่ 1 ข้อที่ 1 การเขียนบรรยายเกี่ยวกับประวัติส่วนตัวของนักเรียน ข้อที่ 2 การเขียนบรรยาย กิจกรรมวันภาษาไทยเมื่อวาน นักเรียนเลือก เขียนอันไหนครับ ข้อที่ 1 และข้อที่ 2 มีนักเรียนคนไหนไม่เข้าใจไหมถ้าไม่เข้าใจเดินมาถามพี่ลากได้เลยนะ เดินมาถามพี่น้ำได้เลยนะพี่นั่งมองมองไม่เห็นรูปว่าภาพมันเล็กนักเรียนต้องเดินออกมา เดินออกมาถามถามพี่ล่ามเลือกข้อที่ 2 หรอ โอเคถ้าอย่างนั้นนักเรียนเลือกข้อที่ 2 นะข้อที่สองก็คือ การเขียนบรรยาย กิจกรรมวันภาษาไทยนะครับ นักเรียนเลือกข้อที่ 2 เนาะ เมื่อข้อที่ 2 เป็นการเขียนบรรยายกิจกรรมวันภาษาไทยเนาะ อาทิตย์นี้นักเรียนดูพิราบเดี๋ยวกูจะอธิบายให้ฟัง ก็คือคุณครูจะให้นักเรียนเขียนนะครับว่า กิจกรรมวันภาษาไทยเมื่อวานเป็นยังไงให้นักเรียนเขียนบรรยายบรรยาย ความยาวไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ ระหว่างนี้คุณครูจะให้นักเรียนเขียนไปเรื่อยๆเดี๋ยวคุณครูจะดูว่านักเรียนเข้าใจในเรื่องของ การเขียนบรรยายแค่ไหนนักเรียนอย่าลืมนะครับ ความสำคัญในการเขียน การเขียนต่างๆเลยเราจะต้องรู้ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไรแล้วก็เมื่อไรนักเรียนครับสิ่งที่สำคัญที่สุดที่คุณครู บอกให้นักเรียนเนี่ย ในการเขียนบรรยายหนึ่งเลยนักเรียนต้องเลือกหัวข้อคำว่าหัวข้อในที่นี้ นักเรียน อาจจะเปลี่ยนเปลี่ยนหัวข้อที่คุณครูให้นักเรียนอยู่ตรงนี้นักเรียนจะตั้งชื่อยังไงก็ได้ตามสบายเลย แต่ให้เกี่ยวกับกิจกรรมวันภาษาไทยเมื่อวานนี้ให้นักเรียนบรรยายออกมา เข้าใจไหมครับ เข้าใจไหมครับ เข้าใจเนาะ OK รักการเขียนบรรยายเลยก็คือลำดับแรกก็คือ การเลือกหัวข้อ 2 การเลือกเนื้อหา 3 การนำเสนอบทบรรยายคุณครูได้อธิบายให้ไปหมดแล้วเดี๋ยวทีนี้คงจะให้นักเรียนเขียนนะครับ อา จะใช้เวลาเขียน เอากี่นาที น้องเขียนเป็นเลขก่อนนะเดี๋ยวคุณครูบอกอีกทีนึงอ่านในช่วงนี้นักเรียนเริ่มเริ่มเริ่มเขียนบรรยายได้เลยครับ อ้าวเป็นยังไงกันบ้างครับ เป็นยังไงกันบ้างคะนักเรียน อาบน้ำๆเดินเดินออกมาถามเลยครับ มันกระตุกอ่ะ ผมไม่ค่อยได้ยินครับ พอดีภาพน้องกระตุกอ่ะค่ะ กำลังกำลังดูใหม่เอาใหม่ อา มีผีเสื้อสมุทรด้วยใช่ไหมคะใช่ครับ แล้วก็มีหมา แล้วก็มี เมื่อกี้เขาเหมือนทำท่ามือเปล่าค่ะมันจะเป็นนางเงือกไหมครับ ใช่ ได้ครับมีน้ำมีปลามีนางเงือกครับใช่ครับ นางเงือก หานักเรียนนักเรียนนักเรียนมองพิราบนะเดี๋ยวกูอธิบายอีกรอบนึง ที่นี้ที่คุณครูให้นักเรียนเขียนก็คือเป็นการเขียนบรรยายกิจกรรมวันพ่อ มาไทยแล้วก็วันสุนทรภู่ของเมื่อวานนะครับก็คือให้นักเรียนเขียนบรรยายตามความรู้สึกของนักเรียนเลยว่า นักเรียนรู้สึกยังไงนักเรียนเห็นอะไรบ้างในกิจกรรมเมื่อวานนี้มีตัวละ พรที่นักเรียนแสดงมีตัวอะไรบ้าง ให้นักเรียนยกตัวอย่างมาเมื่อกี้ก็จะมีผีเสื้อสมุทร ม้านิลมังกรนางเงือกอย่างนี้ครับพี่นักเรียนอันธพาลออกมาถาม ก็เขียนได้เขียนไปเลยนะครับแล้วก็ที่สำคัญนักเรียน ไม่ต้องห่วงว่านักเรียนจะเขียนผิดเขียนถูกยังไงเดี๋ยวถ้าผิดยังไงเดี๋ยวกูจะบอกอีกทีนึงว่ามันปิด ยังไงเดี๋ยวกูจะสอนนะครับว่ากางเกงที่ถูกต้องมันเป็นอย่างไรนะครับ OK เมื่อกี้มีหลายคนเข้าใจแล้ว เป็นยังไงบ้างเขียนเสร็จหรือยัง เขียนต่อไหม ต่อเนาะโอเคโอเคเดี๋ยวคุณครูจะให้เวลานักเรียนเขียนนักเรียนกำลัง หาคำตอบหาอะไรกำลัง เริ่มต้นที่ดีเลยครับ ok ครับเขียนเชื่อมต่อได้เลยครับ นักเรียนครับ เป็นยังไงน้อ ใกล้เสร็จหรือยังครับ โอเคโอเคเดี๋ยวเดี๋ยวให้นักเรียนไปทำต่อเป็นการบ้านเนาะ กูเห็นนักเรียนเขียน มีความสุขมากๆเลย โอเคเดี๋ยว เดี๋ยวค่อยมาส่งคุณครูนะเดี๋ยวไปทำการบ้านสลับวันนี้คุณครูก็ หมดเวลาเพียงเท่านี้ครับสวัสดีครับ สวัสดีครับคุณพิราบนะครับ