สวัสดีครับ สวัสดีพี่ล่ามนะครับ ครับผมม 4/2 ครับชั่วโมงที่ผ่านมานะครับ คุณครูก็ได้สอนเรื่องการเขียน การเขียนย่อความนะครับ การเขียนย่อความ ก็คือครูให้นักเรียนเขียนย่อความไปแล้วเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา คุณครูให้การบ้านนักเรียนไหมครับ มีการบ้านไหม มีใช่ไหม โอเคเดี๋ยวท้ายคาบนี้เอาการบ้านมาส่งคุณครูนะครับ ทีนี้เดี๋ยวคุณครูจะทบทวนเรื่องความหมายของการเขียนก่อนนะความหมายของการเขียนก็หมายถึง การเขียนก็คือเป็นการสื่อสารชนิดหนึ่งที่ผู้เขียน เขียนเป็นภาษาเขียน เพื่อสื่อสารให้ผู้รับสาร หรือผู้อ่านนี่เข้าใจ ในสิ่งที่ผู้เขียนต้องการที่จะสื่อสารไปนะครับ ทีนี้วันนี้นะครับ คุณครูจะมาสอนเรื่องการเขียนบรรยาย การเขียนบรรยายจะเป็นอย่างไรนั้น เดี๋ยวคุณครูจะเปิดให้ฟังก่อน ว่าสิ่งที่นักเรียนจะต้องเรียนวันนี้ คือการเขียนบรรยายว่านักเรียนจะต้องทำอะไร เพราะว่านักเรียนตั้งใจดูพี่ล่ามนะครับ นักเรียนดูพี่ล่ามด้วยนะ ตั้งใจนะ เพราะว่าเดี๋ยว เดี๋ยวคุณครูจะมีใบงานให้นักเรียนได้ทำนะครับ เหมือนกับ ม. 4/1 ที่คุณครูสอนผ่านไปเมื่อชั่วโมงที่ผ่านมา เพื่อน ๆ ม. 4/1 ทำงานได้ดีมากเลยนะครับ นักเรียนต้องตั้งใจนะ จะต้องทำให้มันดีที่สุดนะครับ เดี๋ยวท้ายคาบ เดี๋ยวคุณครูจะให้นักเรียนเขียนบรรยาย มีทั้งหมด 2 หัวข้อ เดี๋ยว เดี๋ยวคุณครูให้นักเรียนเลือก ว่านักเรียนจะเลือกหัวข้อที่เท่าไร เดี๋ยวก่อนอื่นเลย ตอนนี้เรามารู้จัก ความหมายของการเขียนบรรยายกันก่อนว่าการเขียนบรรยาย หมายถึงอะไร การเขียนบรรยายนะครับ เป็นการเขียนเล่าเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้น เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพเหตุการณ์ ลำดับเวลา สถานที่ บุคคล ผู้เขียนควรกล่าวถึงเหตุการณ์ให้ชัดเจน โดยมีข้อมูล และเนื้อหาสาระของเรื่องที่จะแสดงความคิด บางครั้งอาจแทรกบทสนทนาตัวละคร ทำให้ผู้อ่านเข้าใจลักษณะ อารมณ์ ความคิดของตัวละคร และเข้าใจเรื่องทั้งหมดเรามาดูจุดมุ่งหมายของการเขียนบรรยายนะครับ การเขียนบรรยายใช้แสดงความคิดเห็นได้หลายรูปแบบนะครับ เช่น ใช้ในคำประพันธ์แบบเล่าเรื่อง เล่าเหตุการณ์ การเขียนชีวประวัติ การเขียนบันทึก การให้ข้อมูล การรายงานข่าว การเขียนบรรยายเป็นการเขียนเล่าข้อเท็จจริง หรือรายละเอียดของเรื่องตามที่อยู่ ตามที่เป็นอยู่ โดยคำนึงถึงความต่อเนื่องนะครับ มีนักเรียนคนไหนที่ยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับความหมายของการเขียนบรรยายบ้างไหมครับ มีไหม มีคนไหนที่ยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับความหมายของการเขียนบรรยายบ้างไหม ก็คือคุณครูจะอธิบายให้ฟังว่าการเขียนบรรยายนี่เป็นอย่างไร การเขียนบรรยายที่ครูพูดถึงความหมายเมื่อกี้ ก็คือเป็นการเขียนเป็นการเขียน เพื่อที่จะให้อะไรครับ ให้ผู้อ่านเข้าใจ มันก็คือความหมายของการเขียน เป็นการเขียนเหมือนกันเลยนะครับ เป็นการเขียนเล่าเหตุการณ์การเขียนเล่าเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง ที่นักเรียนจะยกขึ้นมาเขียน แต่เหตุการณ์นั้นต้องเป็นอะไร ต้องเป็นความจริง ต้องเป็นเรื่องจริงนะ เป็นการเขียนบรรยาย เขียนบรรยายไปตรงนี้ เป็นความจริงเรื่องจริงเขียนไปอย่างเช่นเมื่อวานกิจกรรมวันภาษาไทย และวันสุนทรภู่ ที่โรงเรียนเราจัดขึ้น มีการแสดงของพี่ ๆ ม.ปลาย มีการแสดงของน้อง ๆ ม.ต้น และการแสดงของชั้นประถมศึกษา มีการแต่งตัวเป็นตัวละครในวรรณคดีไทย ตัวละครใดเป็นตัวละครอยู่ในละครพื้นบ้าน ประมาณนั้นครับ มีความ... น้อง ๆ มีความสุข สนุกสนาน ก็คือเขียนบรรยายไปเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ ไงครับ ก็คือเหล้าเล่าเหตุการณ์เล่าความจริงออกมา นักเรียนเข้าใจใช่ไหมครับ เข้าใจนะ โอเค ถ้าเรียนเข้าใจแล้ว เดี๋ยวคุณครูจะสอนประเภทของเรื่องที่ใช้เขียนบรรยาย พูดตอบอีกเรื่องหนึ่ง ก็คืองานเขียนที่จะใช้กลวิธีการเขียนบรรยายนี่ แบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ นะครับ ก็จะมี 1. อัตประวัติ หรือการเล่าประวัติของบุคคลต่าง ๆ 2. ข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ 3. เรื่องที่แต่งขึ้น หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ข้อที่ 1 นี่ครับ ประวัติหรือการเล่าประวัติบุคคลต่าง ๆ จะเป็นการเขียนลักษณะเหมือนคล้าย ๆ กับเขียนประวัติส่วนตัวของเขา เป็นการเล่าถึงเหตุการณ์สำคัญ ที่เกิดขึ้นกับตัว... ตัวของคนอีกคนหนึ่ง อย่างเช่นนะครับ คุณครูจะยกตัวอย่างคุณครูจะยกตัวอย่าง นักเรียน นักเรียนนะ นักเรียนจะเขียน... เขียนประวัติของ... ของคุณครู นักเรียนจะเขียนประวัติของคุณครูน่ะ นักเรียนก็บรรยายไปเลย คุณครูชื่ออะไร ชอบกินอะไร ทำอะไรเป็นงานอดิเรก คุณครูมี... เขาเรียกว่าอะไร คุณครูสอนวิชาอะไรอย่างนี้ครับ ให้นักเรียนเขียนไป บรรยายไป เกี่ยวกับตัวคุณครูเอง คุณครูเป็นลักษณะอย่างไง อ้วนผอมแค่ไหน อะไรอย่างนี้ ให้นักเรียนเขียนออกมาบรรยายเพื่อที่จะให้... สมมุติว่า... นักเรียน... อุ๊บอิ๊บเขียน จะเขียนถึงครูเพื่อที่จะให้เพื่อน ๆ เพื่อนดูอ่านดูว่าคุณครูคุณครูจักรพงษ์เนี่ย เป็นแบบไหน พก็จะเขียนไปว่าครูจักรพงศ์มีรูปร่างอ้วนอะไรหน้าตาดีอะไรนี่ เราก็พูดไปครับ โอเคนะครับ ทีนี้ ข้อที่ 2 ข้อเท็จจริง หรือเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์นะคะ ข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ก็เป็ นก็เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตเนาะเกิดขึ้นในอดีต อยากจะอธิบายใน... ในสมัยอยุธยาอย่างนี้ครับ นักเรียนก็ต้องเขียนว่าอยุธยาเป็นอย่างไร เกิดขึ้นที่ พ.ศ. ไหน ใครปกครองในสมัยนั้น อะไรแบบนี้เขียนบรรยายไปเรื่อย ๆ แล้วก็เรื่องที่ 3 เรื่องที่แต่งขึ้น หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาจจะมีแบบ แต่งขึ้นมาเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ก็ไม่ได้หนี หนีจากความจริงสักเท่าไร งประมาณนั้นครับผม ทีนี้เรามาดูคนละวิธีการเขียนบรรยายนักเรียนดูพี่ล่ามนะ นักเรียนจะไม่เข้าใจนะครับ กลวิธีการเขียนบรรยายนะครับ 1. เลยเราต้องเลือกหัวข้อ 2. ก็คือการจัดเนื้อหา 3. ก็คือ การเสนอบทบรรยาย การเลือกหัวข้อเป็นอย่างไร การเลือกหัวข้อ เนื้อหาและความคิดรวบยอด ในการเขียนบรรยาย ควรเลือกหัวข้อเนื้อหา และความคิดรวบยอดที่น่าสนใจ ให้ความรู้ ความบันเทิง และความจรรโลงใจแก่ผู้อ่านผู้ฟัง และตั้งชื่อเรื่องให้สอดคล้องกับเนื้อหาก็คือเราต้องเลือกหัวข้อที่มันน่าสนใจนักเรียนน่ะครับนักเรียน ที่มันน่าสนใจ แล้วก็มีความรู้ มีความบันเทิง แล้วก็ทำให้ผู้อ่านน่ะ มีความสนใจเกี่ยวกับเรื่องที่เราจะเขียนบรรยาย แล้วทีนี้ที่สำคัญเลย ก็คือต้องตั้งชื่อเรื่องให้สอดคล้องกับสิ่งที่เรียนจะเขียนในในการเขียนบรรยายในครั้งนี้ มีนักเรียนคนไหนไม่เข้าใจไหม โอเค ต่อไปเป็นการจัดเนื้อหา การจัดเนื้อหา ก็คือการเขียนบรรยาย จะมีเนื้อหาเป็นเหตุการณ์ต่าง ๆ โดยใช้หลักดำเนินเรื่องว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร ก็คือจะสามารถบอกได้ว่าเรื่องราวที่นักเรียนจะต้องเขียนบรรยายอยู่ นี่จะต้องบอกเลยว่า 1. ใคร 2. ใครคนนั้นน่ะเขาทำอะไร 3. เขาทำอยู่ที่ไหน 4. เขาทำเมื่อไหร่ 5. เขาทำอย่างไร ก็คือเล่าเหตุการณ์ให้ครบ องค์ประกอบนี้ นักเรียนจะสามารถสื่อสารให้กับผู้อ่าน งานเขียนของนักเรียนน่ะ ได้สมบูรณ์ แล้วก็เลือกเฉพาะเหตุการณ์ที่สำคัญ มาบรรยายเพื่อไม่ให้การบรรยายนั้นยืดยาวและน่าเบื่อ นักเรียนจะต้องเลือกเหตุการณ์ที่สำคัญ อย่างเช่น นักเรียนจะยกตัวอย่าง กิจกรรมวันภาษาไทยที่เราจัดไปเมื่อวานนี้ นักเรียนจะต้องรู้เลยว่า จุดที่น่าสนใจของกิจกรรมนี้คืออะไร สมมติว่ากิจกรรมนี้ น่าสนใจ ก็คือการแสดงนะ การแสดงของ... ของช่วงชั้นต่าง ๆ นักเรียนก็พูดถึงการแสดงช่วงชั้นต่าง ๆ ว่ามีการแสดงเป็นแบบไหน รูปแบบการแสดงเป็นอย่างไรมีความสนุกสนานหรือไม่ อะไรประมาณนี้น่ะครับ ก็คือบรรยายไปถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น เจาะจงไปเลยว่าเกี่ยวกับการแสดงนะ อะไรอย่างนี้ ต่อไป ก็คือการเรียงลำดับเหตุการณ์ เพื่อไม่ให้สับสน ก็เรียงลำดับให้ถูกต้องครับ ไม่ใช่ว่าเอาจากข้างหลังมาข้างหน้า อย่างเช่น อยู่ดี ๆ มาบอกว่ารถชน แล้วไปบอกว่าเขากินข้าวอยู่ อะไรอย่างนี้นะครับ มันไม่ใช่มันไม่สมเหตุสมผลนะครับ นักเรียนต้องเรียงลำดับเหตุการณ์ เหมือนที่คุณครูพูด ว่าใคร ทำอะไรที่ไหนอย่างไรเมื่อไหร่อย่างไรอะไรประมาณนี้ครับ เรียงให้ถูกต้องนะครับ ข้อที่ 3 การเสนอบทบรรยายนะครับ การเสนอบทบรรยาย ก็คือต้องแทรกบทพรรณนา เพื่อให้การเขียนบรรยายมีชีวิตจิตใจ นักเรียนเข้าใจคำว่า "บทพรรณนา" ไหม พัฒนาก็คือการเขียนที่ทำให้ผู้อ่าน รับรู้ถึงรูป รส กลิ่น เสียง ก็คืออธิบายอย่างละเอียดเลยครับ อธิบายอย่างละเอียด พูดถึงการใช้โวหารภาพพจน์ การเปรียบเทียบ จะให้... ให้เห็น อย่างเช่น นกร้อง จะบอกก็จะบอกเสียงของนกร้องด้วยว่า ร้องเสียงอย่างไร เช่น นกร้อง จิ๊บ ๆ อะไรอย่างนี้ เขาก็จะบอกเสียงของนกร้อง ไก่ขันลักษณะยังไงเอ้กอีเอ้กเอ้ก ก็จะบอกลักษณะของสัตว์ชนิดนั้น หรือสิ่งที่เรากล่าวถึง เพื่อให้ผู้อ่านมีอรรถรสในการอ่านมากขึ้น แล้วก็อาจจะมีการปลูกบทสนทนาแทนที่จะบรรยายอย่างเดียว ก็คือเราจะเล่าถึงเหตุการณ์ เหตุการณ์หนึ่ง อย่างนี้ บางทีเราอาจจะ... อาจจะมีตัวละครเข้าไปเสริมอยู่ในบทการบรรยายของเรา แล้วก็สร้างเป็นบทสนทนาให้กับตัวละคร 2 คน เธอกับฉัน อะไรประมาณนี้น่ะครับ เพื่อที่จะให้ผู้อ่านเขา... เขาน่าสนใจ เป็นการบรรยายที่น่าสนใจมากขึ้น ทีนี้ คุณครูจะมีใบงานให้นักเรียน คุณครูจะมีใบงานให้นักเรียน ให้นักเรียนเขียนบรรยาย เดี๋ยวให้เพื่อน ๆ แจกกระดาษก่อน นักเรียนดู นักเรียนดูครูอธิบายแล้วนะคุณครูจะอธิบายว่าต้องให้ทำอย่างไรนะ คุณครูจะให้นักเรียนเขียนบรรยายเกี่ยวกับประวัติส่วนตัวของนักเรียน เขียนบรรยายเกี่ยวกับตัวนักเรียนเองน่ะ หรือจะเอาเกี่ยวกับครอบครัวนักเรียนก็ได้ นักเรียนบรรยายมาเลย ว่าตัวนักเรียนเป็นอย่างไร นักเรียนชอบแบบไหน ชอบทำอะไร บรรยายมา นักเรียน นักเรียนไม่ต้องกลัวว่านักเรียนจะเขียนผิดนะ นักเรียนเขียนไปเลย คุณครูไม่ว่าอะไร เดี๋ยวคุณครูจะดูเองว่าผิดตรงไหน เราก็คุณครูจะแก้ไขให้ช่วยแก้ไขให้ตรงนั้นนะครับ ให้นักเรียนเขียน หรือ มันมี 2 แบบ แบบที่ 1 ก็คือเขียนประวัติส่วนตัวของนักเรียนเอง เรื่องที่ 2 เรื่องที่ 2 คือเขียนบรรยายความรู้สึกเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมวันภาษาไทย และวันสุนทรภู่ของเมื่อวานนี้ มีให้เลือกอยู่ 2 แบบ นักเรียนจะเลือกแบบที่ 1 หรือแบบที่ 2 แบบที่ 1 คือเขียนประวัติส่วนตัวของนักเรียน เขียนบรรยายประวัติส่วนตัวของนักเรียน แบบที่ 2 คือ การเขียนบรรยายความรู้สึกการจัดกิจกรรมวันภาษาไทย และวันสุนทรภู่ นักเรียนเลือกแบบไหนครับ นักเรียนเลือกแบบที่ 2 โอเค ถ้าอย่างนั้นคุณครูให้นักเรียนเขียนบรรยายความรู้สึกเขียนบรรยายความรู้สึกนะ เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมวันภาษาไทย และวันสุนทรภู่เมื่อวานนี้นะครับ ที่จัดขึ้นเมื่อวานนี้ ว่านักเรียนรู้สึกอย่างไร ให้นักเรียนเขียนบรรยายออกมา ลงกระดาษที่คุณครูแจกให้ โอเคไหมครับ มีคนไหนไม่เข้าใจตรงไหนไหม มีใครไม่เข้าใจไหม เข้าใจนะ โอเค ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวคุณครูให้นักเรียนทำใบงานได้เลยครับ เป็นอย่างไรบ้างครับ เป็นอย่างไรบ้างครับนักเรียน โอเคไหม เสร็จไหมครับวันนี้ เสร็จแล้ว มีคนเสร็จแล้ว กับมีคนยังไม่เสร็จด้วย สำหรับคนที่ยังไม่เสร็จนะครับ คุณครูให้ทำเป็นการบ้านนะ แล้วค่อยเอามาส่งคุณครูนะครับ งานสำหรับวันนี้ คุณครูก็ฝากเรื่องการเขียนบรรยายด้วยนะ ถ้ายังไม่เข้าใจอย่างไร ก็สอบถามคุณครูได้อีกครั้งหนึ่งนะครับผม ส่วนวันนี้ก็ไปพักรับประทานอาหารกลางวันได้นะครับ โอเคครับ สวัสดีครับ ขอบคุณพี่ล่ามนะครับ ขอบคุณครับ [สิ้นสุดการถอดความ]