--- title: นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ (เช้า) 040367 subtitle: date: วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม 2567 เวลา 09.30 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) เทสต์ครับ ได้ยินเสียงผมไหมครับ ไม่ได้ยิน ฮัลโหล เทสต์ ฮัลโหล เทสต์ ฮัลโหล เทสต์ ได้ยินไหมครับ ฮัลโหล เทสต์ ได้ยินเสียงไหมครับ ฮัลโหล เทสต์ ได้ยินเสียงไหมครับ (อาจารย์) ได้รับรู้หน่อย // เทสต์ ได้ยินไหมครับ ได้ยินไหมครับ เสียงเบาเหรอครับ เขากำลังต่อใหม่ น่าจะเป็นโปรแกรมเขาน่ะครับ เทสต์ครับ ได้ยินไหมครับ ได้ยินเบามากเลย เทสต์ครับ เทสต์ ๆ ได้ยินเบา โอเคนะครับ โอเคครับ (อาจารย์) เขาเบาแต่เราดัง ดังใช่ไหม แต่ก็กระหึ่มดีนะ โอเคอยู่ค่ะ ตอนนี้ได้ยินชัดไหมคะ เสียงประมาณนี้ โอเค ขอบคุณค่ะ รีวิวชีวิตช่วงนี้ให้ครูได้รับรู้หน่อย ครู ไปครูไปนั่งจัดตารางงานนะ สำหรับห้องนี้เร็วเราเรียนไปเกินครึ่งแล้วแหละนะคะ เราเหลืออีก 1 2 3 3 ครั้งก็จะปิดคอร์สแล้วนะคะ ฉะนั้น 3 ครั้งนี้ เป็น 3 ครั้งที่โหดร้ายอยู่นะ เนื้อหาค่อนข้างแน่นนะคะ มันบทท้าย ๆ แล้ว วันจันทร์ก็หยุดเยอะอยู่เหมือนกัน แต่ก็ยังได้อยู่นะคะ ยังจบในเวลาที่ไม่ต้องรบกวนการชดเชยนะคะ เดี๋ยวปี 2 ก็สบาย การศึกพิเศษ มี Summer ปี 1 ปี 1 หรือ ปี 2 มา เดี๋ยววันนี้เราจะพูดเรื่องของเครื่องเสียงกับเครื่องฉายนะคะ ถามว่าทำไมคุณครูต้องมาเรียนเรื่องเครื่องเสียง เครื่องฉายด้วย เราจะใช้เครื่องเสียงเครื่องฉายตอนไหนล่ะคะ ตอนสอนเด็ก ๆ นี่แหละนะคะ เราเห็นไหม ถ้าเราไม่มีเครื่องเสียงนี่ เราก็ไม่... ผู้เรียนก็จะได้ยินเราไม่ชัดเจนถ้าครูไม่ได้ใช้ไมค์น่ะ จำไม่ได้ชัดใช่ไหมคะ นะคะ และอีกสิ่งหนึ่งค่ะ หลังจากที่เราไปเป็นคุณครูนี่ ไม่ว่าจะเป็นครูอัตราจ้าง ตอนแรกอาจจะเป็นครูอัตราจ้างนะ เพราะมันยังไม่มีสอบบรรจุนะ หรือเราสอบบรรจุไปได้แล้วนี่ เราจะได้รับหน้าที่ 1 ค่ะ เขาให้เราเป็นหัวหน้าด้วยนะ เพราะเราไปถึงนี่เรารู้ไหมว่าเราจะได้ทำอะไร เป็นหัวหน้าเลยนะ หัวหน้าครู หัวหน้าพัสดุนะคะ เป็นหน้าที่ของครูผู้ช่วยที่จะต้อง... ที่พอเข้าไปนี่จะมอบตำแหน่งนี้ให้เลยนะคะ ให้เป็นหัวหน้าเลยนะคะ และจากที่ครูสอนมานะ ทุกคนก็จะมีปัญหาในการที่จะไปเลือกซื้อไมค์ เลือกซื้ออุปกรณ์เครื่องเสียง หรือรวมถึงเครื่องฉายด้วยนะคะ ฉะนั้น วันนี้เราเลยจำเป็นต้อง... ต้องรู้ เรื่องของเครื่องเสียง เครื่องฉายนะคะ เพื่อที่จะให้เราไปใช้งานได้นี่แหละ เหมือนเดิมหลังจากเรียนเสร็จจะมีงานให้ทำ 1 ชิ้นนะคะ คือ ให้ทำในห้องเรียนน่ะไม่อยากให้เด็ก ๆ มีการบ้านไง พยายามหากิจกรรมให้มันเสร็จในห้องเรียนนะคะ เริ่มระบบเครื่องเสียงนะคะ วันนี้เราก็จะพูดถึงประเภท องค์ประกอบมันมีอะไรบ้าง อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในเครื่องเสียงมีอะไรบ้างนะคะ อย่างแรกค่ะ ออกข้อสอบค่ะ อันนี้ วันนี้จะมาออกข้อสอบ... แอบบอกข้อสอบด้วยเลยนะนะคะ ประเภทของระบบเสียง เราจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทนะคะ คือ Stereo นะคะ Mono เป็นอย่างไร Mono ชื่อมันก็บอกอยู่นะ Mono คือ Mono แปลว่าเดี่ยวนะคะ ฉะนั้น เสียงที่ออกจาก Mono ค่ะ ก็จะได้ยินเสียงเดียว ไม่ว่าเราจะต่อลำโพงกี่ตัว ก็จะได้ยินเสียงนี้เสียงเดียวนะคะ มันก็เลยทำให้ได้ยินเสียงอย่างชัดเจน นะคะ พอมันมีเสียงเดียว มันได้ยินเสียงนั้นอย่างชัดเจน เขาก็เลยนิยมใช้กับการบรรยาย เพราะฉะนั้น Mono การบรรยายเราไม่ได้ต้องการมีเสียงดนตรีคลอนะ เราต้องการให้เด็กนี่ ผู้เรียนนี่ได้ยินเสียงชัดเจนนะ ดังนั้น เราเลยใช้ Mono ในการบรรยาย อีกชนิดหนึ่งเรียกว่า "Stereo" เคยได้ยินไหม ลองมาฟังระบบ Stereo บ้างนะคะ ว่ามันเป็นอย่างไร เดี๋ยวจะให้เราลองแยกเสียงนะว่ามันมีเสียงอะไรบ้างนะคะ มัน ๆ ได้ยินเสียงอะไรบ้างคะ เสียงร้อง เสียงงอะไรอีก จังหวะดนตรีใช่ไหมคะ หรือถ้าใครมีความสามารถแยกกลอง เบส อะไรก็ว่าไปนะค ะ เราจะเห็นไหมว่ามันไม่ได้มีแค่เสียงเดียว มันมี 2 เสียงไปพร้อม ๆ กันนะคะ คือ ที่เมื่ิอกี้ ก็คือเสียงร้องแล้วก็มีเสียงดนตรีไปพร้อม ๆ กันนะคะ อันนี้เราเรียกว่า Mono ครับ ตามซ้ายขวาที่มนุษย์ได้ยินเลยนอกจากนั้นใน Stereo นี่มีระบบเสียงหนึ้งที่มันทำให้เราได้ยินเสียงชัดเจนเลยน่ะค่ะ เขาเรียกว่า Dolby นะคะDolby นี่ มันจะทำให้เราได้ยินเสียงอย่างชัดเจนเพราะว่าเราสังเกตไหมมีลำโพงกี่ตัวคะนี่ เห็นลำโพงกี่ตัว ทำไมเห็น 5 ตัว เอ๊ะ ครูทำผิดหรือเปล่า นับดี ๆ 1 2 3 4 5 6 มันมี 6 ตัว แต่ทำไมครูดันเขียนว่า 5.1 ครูทำผิดหรือเปล่า เขาไม่ได้ทำผิดนะคะ ตัวหนึ่งมันไม่ได้ออกเสียงค่ะ มันเป็นลำโพงเหมือนกันนั่นแหละ แต่มันไม่ออกเสียง ตัวนั้นเขาเอาไว้ซับเสียงค่ะ เขาเอาไว้ซับเสียงนะคะ เขาเรียกว่า 5.1 เพราะอีกตัวหนึ่งมันไม่ได้ออกเสียงไง แต่มันต้องมีนะในเซอร์ราวด์นี่ต้องมี เพราะว่าถ้าเราไม่มีตัวซับเสียงนี่ เสียงมันปะทะกัน มันก็จะหวีด หอนได้นะคะ แล้วถ้าสมมติว่ามันมีลำโพงอยู่ 7 ตัวเราจะต้องเรียกว่าอะไร ถ้าตั้งแบบนี้มี 7 ตัว เราจะเรียกว่าอะไร "6.1" ถ้ามี 8 ตัวก็เรียก "7.1" จะต้องมีตัวหนึ่งนะ เอาไว้ซับเสียงเสมอนะนะคะ ลักษณะของ Seround เห็นไหมคะ มันก็จะได้รอบทิศทางนะคะ ได้ยินเสียงรอบทิศทางเลย กระจายเสียงได้ดีนะคะ ส่วนมากก็จะอยู่ในโรงหนัง หรือห้องเธียเตอร์ หรือพวกกับเวลาที่เราเอาไว้ใช้หนังอะไรอย่างนี้นะคะ ต้องการความกระหึ่มไง ห้องเรียนปกติไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้นะคะ เราแค่ได้ยินเสียงชัดเจนปัจจุบันก็คือ ในโรงหนังนะคะ เคยไปโรงหนังเร็ว ๆ ไปเร็ว ๆ นะเดี๋ยวนี้เด็ก ๆ ดูหนังมาดูผ่าน netflix หมดแล้วถ้าไปดูหนังเร็ว ๆ นะ มันจะเขาจะมีทดสอบด้วยนะ ยิ่งพูดหนังแอกชัน ถ้าเราไปก่อนนอนไม่หลับมันจะทดสอบแบบต้น ๆ มาเลยเนี่ยยิ่งใหญ่ลืมเลยอ่ะนะคะ ตอนที่ครูเรียนด้วยความเร็วเฉพาะเนาะอาจารย์ครูนี่ ก็ให้ไปนั่งฟัง แต่มันก็แตกต่างกันจริง ๆ นะ ครูเขาก็จะทดสอบทีละตัวเลยค่ะ เสียงกระหึ่มอะไรนี่ เสียง... เสียงหยดน้ำหรืออะไรอย่างนี้ ทดสอบแบบให้มันได้ยินเสียงได้ดี มันเลยแพงไง เพราะว่าระบบเสียงเขาแบบมันกระหึ่ม มันชัดเจนมันเซอร์ราวนด์อย่างนี้นะคะ ตัวนี้โรงหนังก็เลยแพง คิดถึงนะคะ เมื่อกี้ระบบและมาถึงองค์ประกอบของเครื่องเสียงระบบเสียงมีอะไรบ้าง นะคะ เราจะแบ่งเป็น 3 สัญญาณ 3 3 สัญญาณด้วยกันนะคะ ทำให้เสียงออกได้ แต่ต้องเรียงตามนี้นะ ต้องเรียงตามนี้ถ้าไม่เรียงตามนี้เสียงไม่ออกอยู่ดี ๆ สัญญาณออกเลยเสียงไม่มีทางออกนะคะ ดี ๆ ไปต่อขยายสัญญาณเลยเสียงก็ไม่ออก ฉะนั้น ต้องเปลี่ยนตามนี้ ดอกจันไปค่ะ ออกข้อสอบนะคะ สัญญาณเข้า สัญญาณเข้า สัญญาณเข้าสังเกตไหมคะ ณ ตอนนี้ครูใช้ระบบเสียงอยู่นะ สัญญาณเข้า เสียงครูเข้าตรงไหนคะ จากตรงไหน จากไม่ใช่ไหมคะ สัญญาณเข้าเสียงครูเข้าไมค์ ฉะนั้น มาอยู่... สัญญาณเข้าเสียงครูเข้าเสร็จแล้วนะ เราได้เสียงเข้ามาแล้ว จากนั้นไปไหนคะ ไปไหน เก่งมาก เสียงครูจะไปที่ตรงนี้ค่ะ มันจะมีกล่องกล่องหนึ่งอยู่ตรงนี้นะคะ ถ้าไปต่อ คือ เขาต่อสายไปข้างล่างอย่างนี้มันก็จะอยู่ในนี้ ในกล่องนี้ ในกล่องนี้นะ มันมากล่องนี้ ก็คือภาคขยาย ภาคขยายทำหน้าที่ ภาคขยายทำหน้าที่ เสียงมันเป็นอย่างไรล่ะพอไปถึงภาคขยายน่ะ เสียงมันดังขึ้น ก็คือถ้าขยายทำหน้าที่ขยายเสียงค่ะ ขยายทำหน้าที่ขยายเสียง พอผ่าน Amplifier แล้วไปไหนต่อไปไหนต่อไปไหนต่อไปออกลำโพงนะคะ ไปออกลำโพงนะคะ ต้องเรียงตามนี้นะ ถึงออกนะคะ ต้องเรียงตามนี้นะถึงออกนะคะ เราพูดใส่ไมค์ จากนั้นก็ไปที่ภาคขยาย ขยายเสียงให้ดัง แล้วค่อยไปออกลำโพง ทีนี้มาดูหน้าที่ของแต่ละตัวนะคะ ออกข้อสอบอีกเหมือนกันนะคะ ภาคแรกค่ะ ภาคสัญญาณเข้านะคะ หน้าที่แรกของมัน คือ รับสัญญาณเสียงค่ะ รับสัญญาณเสียง และเปลี่ยนสัญญาณเสียงของครูค่ะ เปลี่ยนสัญญาณเสียงทุกอย่างนี่ให้เป็นสัญญาณไฟฟ้า ต้องเปลี่ยนสัญญาณเสียงมนุษย์ปกติให้เป็นสัญญาณไฟฟ้า เพราะว่าเราทำงานกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ใช่ไหมคะ ไหมคะ เราทำงานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มันจะต้องเปลี่ยนเสียงปกติของเราให้เป็นสัญญาณไฟฟ้า หน้าที่ของภาคเข้า จริง ๆ เปลี่ยนทุกอย่างและให้เป็นสัญญาณไฟฟ้าให้หมด ถึงจะทำงานกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้นะคะ จากนั้นค่ะ ได้สัญญาณเสียงที่เป็นไฟฟ้าแล้ว แต่เสียงมันยังไม่ดัง ก็จะต้องส่งไปที่ Amplifier นะคะ ก็จะส่งไปที่อีตู้ ๆ กล่อง ๆ สีดำ ๆ นี่นะคะ เรียกว่า "Amplifier" เพื่อทำให้เสียงมันดังขึ้นนะคะ เห็นไหมคะ เสียงที่มาถึง Amplifier ouj หรือขั้นขยายสัญญาณเนี่ยมันมาเบาค่ะ พอผ่านภาคขยายสัญญาณเสียงมันดังขึ้นมันแรงขึ้นกำลังมาแรงขึ้นก็ทำให้เสียงมันดังขึ้นนะคะ ที่นี้พอเสียงมันดังและนะคะ เสียงมันดังได้แล้วนะคะ จะต้องทำให้มนุษย์ได้ยินเสียงนั้นให้ได้ จึงต้องผ่านภาคสัญญาณออก ก็คือไมค์... โทษที ภาคสัญญาณออก ก็คือลำโพงนะคะ ภาคสัญญาณออก ก็คือลำโพงนะคะ ลำโพง ลำโพงไม่ได้มีหน้าที่ทำให้เสียงดังนะแต่ลำโพงทำหน้าที่เปลี่ยนสัญญาณไฟฟ้าให้เป็นสัญญาณที่มนุษย์รับฟังได้ เราเลยได้ยินเสียงจากลำโพง แต่ลำโพงไม่ได้เป็นคนที่มีหน้าที่ขยายนะ คนที่มีหน้าที่ขยาย คือ Amplifier Amplifier นี่เป็นตัวที่น่าน้อยใจนะ ทั้งที่ฉันทำหน้าที่ให้ขยาย แต่ทุกคนไปเข้าใจผิดคิดว่าลำโพง จริง ๆ ลำโพงไม่ได้มีหน้าที่ทำให้ขยาย... ไม่ได้มีหน้าที่ทำให้เสียงดังเลย แต่มนุษย์ได้ยินเสียงจากลำโพง เพราะลำโพงมันเปลี่ยนสัญญาณไฟฟ้า สัญญาณไฟฟ้านี่ค่ะ เปลี่ยนสัญญาณไฟฟ้านี่ให้เป็นเสียงที่เรารับฟังได้ เราก็เลยได้ยินเสียงจากลำโพง แค่นั้นแหละนะคะ นะมี 3 ภาคนะคะ มี 3 ภาคด้วยกันนะคะ ช่วยครูหน่อยค่ะ ที่ครูไฮไลท์อยู่ตรงนี้มันเรียกว่าภาคอะไร ภาคสัญญาณอะไร สัญญาณเข้าแค่นั้นแหละ สัญญาณเข้า จากนั้นตรงนี้ล่ะ เรียกว่าภาคอะไร ภาคขยาย ภาคขยายเสร็จแล้ว ตรงนี้เรียกว่า ภาคอะไร ภาคสัญญาณออกนะคะ ต้องเรียงตามนี้นะถึงออก ภาคไหนที่มีหน้าที่เปลี่ยนสัญญาณเสียงให้เป็นสัญญาณไฟฟ้า ภาคไหน เปลี่ยนสัญญาณเสียงให้เป็นสัญญาณไฟฟ้า เปลี่ยนสัญญาณเสียงให้เป็นสัญญาณไฟฟ้า ภาคสัญญาณเข้า ภาคไหนที่ทำหน้าที่ทำให้เสียงดัง ภาคขยาย ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าภาคขยาย ขยายเสียงให้ดังขึ้นนะคะ ที่ทำหน้าที่ให้หนูได้ยินเสียงสัญญาณออก มาดูได้ยินเสียงเฉย ๆ นะ ประดู่คุณสมบัติของอุปกรณ์แต่ละชนิดกันนะคะ ไมโครโฟนค่ะ ไมโครโฟนเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับโรงเรียนและคุณครูจัดซื้อจัดจ้างบ่อยมากนะคะเรามาดูคุณสมบัติของมันหน่อยนะคะ เราต้องจัดซื้อจัดจ้าง ตัวนี้ เราต้องรู้จักตัวนี้ค่อนข้างเยอะหน่อย ไมโครโฟน มันอยู่ภาคสัญญาณเข้านะ มันก็เลยทำหน้าที่หนึ่ง รับสัญญาณเสียง รับเสียงนี่นะคะ และเปลี่ยนสัญญาณเสียงน่ะค่ะ ให้เป็นสัญญาณไฟฟ้า จริง ๆ ถ้าถาม จริง ๆ เลยนะ ไมโครโฟนนี่มันก็มีกำลังไฟฟ้าของมันอยู่นะ มันก็ทำให้เสียงดังแหละ แต่มันเสียงดังได้นิดหนึ่งน่ะ มันก็เลยไม่พอสำหรับทำให้เสียงมันดังนะคะ เลยต้องอาศัยภาคขยายด้วยนะคะ เดี๋ยวเรามาดูชนิดของไมโครโฟนนิดหนึ่ง เราจะได้รู้จัก เห็นคุณค่าของมันหน่อยนะคะ ไมค์แบบคาร์บอน ใช้ประมาณสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ครูก็เกิดไม่ทันนะคะ ไม่ค่อยดีเสียงไม่ค่อยดีนะคะ ก็เจอความชื้นนิดหนึ่งก็พังแล้วนะคะ คริสตัลนะคะ ก็ดีขึ้นมาหน่อย แต่ก็ยังไม่ค่อยทนเท่าไรนะคะ แต่ว่าถูกลงนะคะ แบบเซรามิก อันนี้หลายคนเคยเห็นไหม เซรามิกนี่ทน ทนมากนะคะ ทนมากนะคะ ด้วยความคงทนของเซรามิกนะคะ มันเลยมักเอาไปใช้ในการเคลื่อนที่ได้ค่ะ อย่างเช่นรถ ambulance อันนี้ จะอยู่วี่ว่อตรง Ambulance นะคะ แต่ว่าเสียงไม่ค่อยดีแต่ทน สังเกตไม่เสียง Ambulance จากรถพวกกดตรงนี้มันไม่ได้เสียงดีหรอกนะ เขาจะไม่ได้เอาไปร้องคาราโอเกะ นึกออกไหม มันไม่ดีแต่มันแปลก ๆ หน่อยนะคะ แต่มันทนนะ แต่มันทน ไมค์นี้ อันนี้ทุกคนต้องรู้จักเคยเห็นไหมคะ ไมค์ไดนามิก เคยเห็นไหมในลักษณะนี้ เห็นที่ไหน เห็นที่นี่แหละ ตัวนี้เลยนะคะ ไมค์ได้มดอกจันไว้หน่อยค่ะ ดอกจันไว้หน่อยนะคะ ไมไดนามิกใช้ได้แทบจะ All Around น่ะนะคะ ในห้องเรียนเราก็ใช้ไมค์ไดนามิก ตอนที่ประกาศหน้าเสาธงอยู่หน้าเสาธงอย่างนี้นะคะ ก็ใช้ไมค์ไดนามิก หรือแข่งกีฬาต่าง ๆ นอกสถานที่ อย่างนี้ ก็ใช้ไมค์ไดนามิกนะคะ ไดนามิกเสียงดีค่ะ ชนด้วยมันทำมาจากเหล็กกล้านะคะ คนว่าใช้งานได้สาธารณะคือใช้ได้ทุกอย่างน่ะ บางคนไปร้องคาราโอเกะก็ยังใช้ไดนามิกอยู่เลยนะคะ ฉะนั้น ไดนามิกใช้ได้ครอบคลุมน่ะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในห้องเรียน นอกห้องเรียน นอกสถานที่ได้หมดเลย ไมค์นี้เคยเห็นไหม ถ้าใครเสียงดี ๆ จะเจอไมค์นี้หน่อยนะคะ ไมค์นี้เรียก "คอนเดนเซอร์"มักจะเจอในห้องอัด ห้องอัด ห้องอัดทั่วไปนี่นะคพ เพราะว่าสิ่งดี อันเล็ก กะทัดรัดนะคะ แต่ถ้าจะให้ดีจริง ๆ นะ ดีแบบห้องอัดแบบ Grammy อะไรอย่างนี้นะคะ เขาก็จะใช้ไมค์ริบบอนทั่วไป Condenser ม. เราก็ใช้คอนเดนเซอร์นะคะ ในเสียงตามสายอย่างนี้นะคะ เขาจะใช้คอนเดนเซอร์ ที่เป็นห้องอัดจริง ๆ นี่ ห้องอัดแบบ RS Grammy ก็จะใช้ริบบอนนะคะ อันนี้เสียงดีมากเคยไปดูงานที่ จะมี... นะคะ บางครั้งเราก็มีผลทำให้เสียงเสียงดีด้วยนะคะ ก็ได้รายการต่าง ๆ เขาก็จะใช้ไมค์แบบริบบอนกันนี่แหละ เพราะมันทำให้บันทึกเสียงต่าง ๆ ได้ดี อันนี้ไม่มีอะไร เกี่ยวอะไร อีกอันหนึ่งที่เราต้องรู้นะคะ ก็คือทิศทางการรับเสียง เคยสังเกตไหม ทำไมไมค์บางตัวเพื่อนพูดแล้วมันดัง แต่พอเราพูดทำไมเสียงมันไม่ดัง อาจจะเป็นเพราะทิศทางการรับก็ได้นะคะ ทิศทางการรับบางครั้งมันดันเป็นไมค์ทิศทางรับทิศ่ทางเดียว เราพูดฝั่งซ้าย แต่ทิศทางการรับมันดันไปอยู่อีกฝั่งหนึ่ง ก็ทำให้เสียงไม่ได้ยินชัด อันนี้ก็มีผลเหมือนกันนะคะ หรือไมค์บางตัวรับได้ 2 ทิศทาง พวกห้องอัดนี่จะรับได้ 2 ทิศทางค่ะ หรือบางตัวรับได้รอบทิศ ทางเลยนะคะ อย่างไดนามิกนี่ได้รอบทิศทางนะคะ บางตัวก็เป็นรูปหัวใจนะคะ ฉะนั้น อย่าเพิ่งคิดว่าไมค์มันพัง ลองหมุนลองดูทิศทางมันก่อนมันอาจจะไม่ได้พังนะคะ มันอาจจะไม่ได้พังก็ได้นะ แต่ปัจจุบันส่วนมากเป็นรอบที่ทางหมดแล้วแหละ ส่วนมากทั้งหมดและนอกจากมันมีปัญหาการรับส่งสัญญาณอะไรอย่างนี้นะคะ แต่ก็ยังมีนะ บางที่ก็โดนหลอกขายนะนะคะ โดนแบบ โดนหลอกขาย เพราะว่ารอบที่ทางมันย่อมดีกว่าทิศทางเดียวแล้วใช่ไหม ฉะนั้นน่ะ บางคนไม่ได้รู้เรื่องของไมโครโฟนก็ไปโดนพ่อค้าหลอกนะคะ ทำให้ได้ไมค์ทิศทางเดียวมา ทางที่ราคาไม่ได้ต่างกันมาก ฉะนั้น เราก็ต้องเช็กให้ดู เช็กให้ดีว่า ไมค์ที่เราได้มานี่มันรอบทิศทาง ลักษณะการใช้งานนะคะ แบบตั้งโต๊ะ แบบถือได้ หรือแบบติดตัวนะคะ หรือแบบแขวน แบบ Blink อันนี้ก็จะใช้ในห้องประชุมนะคะ หรือแบบไร้สาย อันนี้ก็เป็นลักษณะการใช้งาน อันนี้ก็ให้ดูเฉย ๆ นะคะ มาถึงตรงนี้สำคัญค่ะ ตรงนี้ไมค์จะถูกจะแพง ไมค์จะดีหรือไม่ดีมันอยู่ที่คุณสมบัติของไมค์ค่ะ ตอนที่เราให้ไปเลือกซื้อไมค์นี่นะคะ เราก็จะต้องดูคุณสมบัติไมค์ตรงนี้แหละ เขาจะดูอยู่ 3 อย่างด้วยกัน อันแรก เราจะดูผลตอบสนองความถี่ เราจะดูว่ามันเก็บความถี่ได้เท่าไร ความถี่อย่างไร คือ เราสามารถพูดไกล ๆ น่ะ มันก็เก็บเสียงเราได้ฉะนั้น อันนี้ได้ยินเสียงนะคะ ได้ยินประมาณหนึ่ง แต่ถามว่าเก็บได้เยอะไหม ก็ไม่นะคะ แต่ไมค์บางชนิด อย่างเช่น ริบบอนที่อยู่ในห้องอัดน่ะ เราสามารถพูดไกล ๆ ได้น่ะค่ะ มันก็ยังได้ยินนะคะ ฉะนั้น ผลตอบสนองความถี่มีผลต่อราคาไมค์นะคะ ยิ่งเก็บได้ถี่ หรือไมค์ที่อะไรล่ะ เคยเห็นเขาถ่ายหนังไหม มันจะมีไมค์แบบไม่ต้องติดตัว อันนั้นก็เก็บความถี่ได้ดีนะคะ หรือไมค์พวก magnet อย่างนี้นะคะ ขึ้นอยู่กับความถี่ ของแต่ละไมค์ที่สามารถเก็บได้ยิ่งเก็บได้ขี่ยิ่งดี นะคะ ความไวในการรับเสียง คือ ไม่ดีเลย์ รับไปแล้วไปเลย ไม่มีเสียงดีเลย์นะคะ เท่า ๆ กัน คือ ไมค์บางครั้งนี่ พูดไปแล้วน่ะมันจะดรอป สังเกตไหมถ้าใครที่พูดนาน ๆ นะอย่างครูพูดไปนาน ๆ อย่างนี้เพราะว่าบรรยายนานใช่ไหมคะ ทำไมมันจะดรอปลง อันนั้นน่ะ ก็แปลว่าไวในการรับเสียงไม่ค่อยดี สม่ำเสมอไปเรื่อย ๆ นะคะ ไมค์บางตัวที่ถูกเห็นชัดเลยว่าแบบเสียงมันไม่ Balance มันไม่เท่ากันไปเรื่อย ๆ เพราะว่า มันส่งสัญญาณไปไม่ค่อยนะคะ อีกตัวหนึ่งที่สำคัญค่ะ impedance นี่เราเอาไว้ตอนที่ต่อสายค่ะ ต่อสาย ถ้าเรามีการต่อสายนะเราจะต้องนึกถึง Impedance ต้องเลือกให้เหมาะสม ถ้าต่อสายสั้น ให้เราเลือก Impedance สูงได้เลยนะคะ มันไม่ต้องต้องการความต้านทานมาก แต่ถ้าต่อสายยาวให้เลิก Impedance ต่าง ๆ นะคะ มันจะมีอยู่ในในกล่องค่ะ ตอนที่ซื้อน่ะ เราก็มันจะมีเขียนผ้า Impedance ไว้เลยว่า สูงหรือต่ำ มีผลกับราคานะคะ มีผลกับราคา ถ้าสมมติว่าห้องเรียนปกตินี่ค่ะ ห้องเรียนปกตินะ เราจำเป็นต้องใช้สายยาวไหมคะ ห้องเรียนปกติ ไม่จำเป็น ฉะนั้นห้องเรียนปกติควรเลือก Impedance สูงหรือ Impedance ต่ำ เลือก Impedance ได้เลยนะคะ เลือก ได้เลยนะคะ เพราะมีผลต่อราคาเนาะแต่ในกรณีที่ถ้าเราต้องไปใช้ที่อาคารอเนกประสงค์อาคารอเนกประสงค์มันกว้างเนาะห้องมันใหญ่ เราจะต้องต่อสายยาว ๆ เราควรเลือก Impedance แบบไหนคะ Impedance ต่ำนะคะ Impedance ต่ำนะคะ ถ้าเกิดเรื่องผิดเกิดอะไรขึ้น สมมติว่า... สมมติว่าห้องมันยาว คุณต้องเลือก Impedance ต่ำ แต่คุณดันเป็นแฟนสูงสิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นเสียงเวลาที่แบบต่อไมค์ แล้วแบบฮืมแบบนี้ ดังอยู่เรื่อย ๆ นี่ แปลว่าเขาเลือกใหม่ที่อินเทอร์เน็ตไม่เหมาะสมเออมันว่าตรงนี้ ความเจ๋งของของของนักโสตนะคะ ว่าเสียงคุณจะกริ๊บหรืออะไรนี่ อุปกรณ์ก็มีผล ฉะนั้น ได้ยินฮึมอยู่เรื่อย ๆ มันก็น่ารำคาญน่ะ ออกมามันก็ทำให้ได้ไม่ได้ชัดเจนนะคะ ก็จะมีผลนะคะ อาจารย์อย่างนั้นเราทำไมเลือก Impedance ต่ำไปเลยอ่ะมันมีผลต่อราคานะคะ ว่าในห้องเรียนน่ะ เราไม่จำเป็นต้องเลือก เพราะก็สายมันสั้น ๆ ราคา การเลือกใช้เทคโนโลยีก็ต้องใช้ให้มันเหมาะสมได้เหมือนกันนะคะ ข้อระวังในการใช้ไมโครโฟนนะคะ อันดับ 1 อย่าเคาะ อย่าเคาะนะคะ เคยเจอแบบว่าเปิดมาแล้วแบบอย่าง ทดสอบไมค์ว่าเสียงมันดังหรือเปล่า คุณครูก็ทำอย่างไรคะ เปิดแล้วตุบ ๆ ๆ ไมค์ริบบอนน่ะ ไมค์มันแพงค่ะ ในห้องอัดคุณไปเปิดแล้วไปตบของเขาอย่างนี้น่ะ อะไรจะเกิดขึ้นเขาจะถีบคุณตกตึกได้นะ อันนี้อย่าไปทำ เพราะว่าวัสดุเราไม่รู้ข้างในมันเป็นอะไรน่ะ พอมันเกิดขึ้นมาค่ะ พอคุณไปทำให้มันกระทบกระเทือนน่ะ มันก็ทำให้การคาดเคลื่อน รับ-ส่งสัญญาณคาดเคลื่อนได้นะคะ ฉะนั้น อย่าทำสิ่งเหล่านี้นะคะ อย่าเคาะ อย่าทำให้กระทบกระเทือน และอย่าหันส่วนหน้าเข้าหาลำโพง ถ้าหันส่วนหน้าเข้าหาลำโพง เป็นอย่างไรเคยเจอไหม มันจะวีด มันจะหอนสัญญาณมาตีกันนะคะ มันมีการส่งสัญญาณอย่างไร อาจารย์แล้วทำอย่างไร อยากทดสอบเสียงทำไงดี อยากทดสอบเสียงไม่ให้คอให้ทำไงอ่ะพูดอะไรก็ได้ นะคะ เราจะสังเกตว่าเจ้าหน้าที่เขาจะพูดว่าเช็ก 1 2 3 อย่างนี้ เช็ก เราสังเกตไหมกูก็ไม่เคยขอใหม่นะ ตั้งแต่สอนมานี่ เพราะรู้ไงว่าข้างในน่ะ มันบอกบาง และมันอาจจะทำให้รับส่งสัญญาณ ผิดพลาดได้เหมือนกันนะคะ ฉะนั้น ต่อไปนี้ทดสอบไมค์อย่าเคาะไมค์นะ ทีนี้เคยออกข้อสอบอยู่ปีหนึ่งค่ะ คำถามถ้าอยากที่จะทดสอบเสียงว่าทดสอบไมค์ว่าเสียงมันออกหรือเปล่า กไก่กไก่ป๊อบใหม่ขอไข่เก่าใหม่ไม่เคาะเก่าขอไข่เก่าใหม่คอควายพูดอะไรก็ได้งองูถูกทุกข้อข้อไหนคะคอควายควายนะไม่เลือกเอานะเขาควายดีกว่านะแต่เชื่อมะมีคนเลือกขอไข่ครูก็สอนแค่นี้ว่าอย่าเคาะ แต่ครูไม่ได้เขียนบอกในสไลด์ว่าเก่า นางก็เลยเป็นเรื่องเก่า เก่าก็ไม่ดีนะ เขามาหลอกคุณนะ กาวะหลอกก็สอนอยู่นะพูดอะไรก็ได้พูดอะไรก็ได้ดีกว่าเราเนี่ยมันยังมีการสั่นสะเทือน เกามันก็ยังโดนกระทบกระเทือน แต่เสียงเราน่ะมันไม่ได้กระทบกระเทือนอะไร แค่นั้นเปิดใหม่แล้วทดสอบได้เลยโดยการพูดอะไรก็ได้นะคะ ไม่เกานะคะ เชื่อไหมมีคน... มีคนโดนหลอกเยอะอยู่เหมือนกันนะคะ ทั้งที่เตือนแล้วนะคะ แต่อันนี้ อันนี้ก็เตือนอีกนิดหนึ่งนะคะ อันนี้ก็ใหญ่เกิน เคยมีเทอม 1เด็ก ๆ เรียนเสร็จแล้วก็ปิดไปเรียนอีกชั่วโมงนึงแล้วอาจารย์เนี่ยเขากดมายังไงเด็กก็แบบอาจารย์ เคาะไมค์ไม่ได้นะ อันนี้มาแซวอาจารย์นุช ตอนเด็กได้ดีมากนะ เด็กมันมาเตือนอะไรอย่างนี้ เรารู้กับตัวเราดีกว่านะคะ ว่าไม่ควรเคาะไมค์นะคะ บางครั้งเขาอาจอาจารย์บางคนอื่นเขาก็อาจจะไม่ได้มาเรียนเทคโนโลยีเหมือนเราก็อาจจะไม่รู้นะคะ ก็แต่ทางที่ดีเราพอเรารู้แล้วเราก็ต้องใช้ให้มันถูกต้องนะะค มาถึงสัญญาณเมื่อกี้เราเข้าแล้ว เสียงเราเข้าแล้ว ทีนี้เราจะต้องมาภาคที่ 2 ภาคขยาย อุปกรณ์ที่อยู่ในภาคขยาย ก็คือ Amplifier นี่แหละนะคะ ภาคนี้หน้าที่หลัก ๆ ของมันก็จะทำให้เสียงมันดังขึ้นนะคะ เรามาอยู่ภาคนี้แล้วนะ ภาคขยายสัญญาณแล้วนะคะ ภาคขยายสัญญาณแล้ว ขยายเสียงให้มันดังนะคะ ทุกคนคะ ในภาคนี้ยังมีอุปกรณ์อีก 3 นะคะ อุปกรณ์อีก 3 อุปกรณ์นะคะ อันแรกคือ Mixer นะคะ เรียกว่า "เครื่องผสมสัญญาณ" ค่ะ Mixer เรียกว่าเครื่องผสมสัญญาณ เพราะมันเอาสัญญาณเสียงแต่ละสัญญาณเสียงนี่ ผสมกันนะคะ เอามาเข้าอยู่ในเครื่องนี้ เราเลยเรียกว่า "Mixer" สมมติว่าเราอาจจะมีเสียงร้องคนที่ 1 2 3 แล้วมีเสียงดนตรี เสียงกลอง เสียงเบสต์อย่างนี้นะคะ ก็จะเข้าแต่ละช่องนะคะ ก็จะเข้าแต่ละช่อง บางงานก็จำเป็นต้องใช้ Mixer เพราะว่ามันเอาไว้ใช้ใน... ในการ สามารถผสมเสียงได้หลาย ๆ เสียงนะคะ Mixer เสร็จ เราได้เสียงเยอะ ๆ แล้วนะคะ เราได้เสียงหลากหลาย และเราจะต้องไปทำให้เสียงนั้นมันเพราะ โดยการใช้เครื่อง Equalizer นะคะ เสียงจะเพราะไม่เพราะอยู่ที่เครื่อง Equalizer นี่แหละนะคะ อยู่ที่ตัวคนด้วยนะ บางครั้งเราสังเกตมาอีพวกรายการไมค์ทองคำ เอ้ย ไม่ใช่ ไมค์ทองคำเสียงเพราะอยู่แลไมค์ทองคำนักร้องกำแพง ที่ดารามาร้องน่ะ นักร้องข้ามกำแพง เสียงมันดีหมดเลยนะ มันผ่านเครื่องนี้ทั้งนั้นค่ะ คือ บางคนเสียงไม่ได้ดีหรอก แต่ผ่านเครื่องนี้แล้ว ก็ไมค์ที่ดีแล้วทำให้เสียงดีนะคะ ปรับแต่งตั้งคนเสียงทุ้ม ก็ปรับให้มันแบบดีดขึ้นอีกนิดหนึ่งก็ทำให้เสียงเพราะขึ้นนะคะ Equalizer ทำให้เสียงเพราะ ทีนี้เรายังขาดอะไรอยู่คะ ได้เสียงเยอะและเสียงเพราะ และยังขาดอะไรคะ ทำให้เสียงดังนะคะ ต้องใช้ Amplifier ที่ทำให้เสียงดัง ที่ทำให้เสียงดัง คำถาม ในห้องเรียน อุปกรณ์ที่อยู่ในห้องเรียน มีให้เลือกอยู่ 3 อุปกรณ์นี้ ควรเลือกอะไร 1. Mixer 2. Equalizer 3 เพาเวอร์แอมป์ ให้เลือกอะไรเลือก 1 อัน เลือก Power-amp เพราะว่าอะไร คุณครูไม่ได้เป็นดีเจที่แบบนึกออกไหม คือเรานึกสภาพสิ ฉันจะมานับแบบเสียงตัวเองอยู่เรื่อย ๆ เราไม่ได้ทำแบบนั้นไง เราต้องการแค่เสียงดัง เราต้องนึกภาพตอนสอนด้วยนะคะ เลือกแอมป์พอ หาห้องเรียนแอมป์ห่อนะคะ แต่ถ้าคุณจะต้องใช้งานในอาคารอเนกประสงค์อาคารอเนกประสงค์บางครั้งมาจัดกิจกรรมนะ บรรยายก็ได้อบรมก็ได้ หรือ งานเกษียณที่มีงานรื่นเริงต่าง ๆ เราต้องเลือกอะไรบ้างคะ Mixer เพราะว่าอะไร ไว้ร้องเกะนะ ร้องเพลงหรือว่าต้องใช้ไมค์หลาย ๆ ตัว เอาอะไรอีก เอาไมค์ เอาไมค์ เอานะ มันต้องปรับให้เสียงมันสวย ๆ หน่อยนะ อันนี้ล่ะ เอาไหม เอานะ ต้องมีอันนี้เป็นเบสนะ ต้องมีพื้นฐานนะ เสียงไม่ดังไม่ได้นะนะคะ ต้องมีเพาเวอร์แอมป์นะคะ ฉะนั้น ต้องดูสถานการณ์ดี ๆ นะ ว่า ณ ตอนนั้นเราใช้สถานการณ์ไหนนะคะ มาถึงตัวสุดท้ายแล้วค่ะ ภาคสัญญาณออกนะคะ ลำโพงทำหน้าที่อะไรคะ ลำโพงทำหน้าที่อะไร ไม่ขยายเสียง แอบมี... ลำโพงทำหน้าที่เปลี่ยนสัญญาณไฟฟ้าค่ะ ณ ตอนนี้เรายังทำงานไฟฟ้าอยู่นะ นะคะ เปลี่ยนสัญญาณไฟฟ้าให้เป็นสัญญาณเสียงที่มนุษย์รับฟังได้นะคะ ไม่อย่างนั้นมันจะไม่ได้ยินเสียงนะ มนุษย์ไม่ได้ยินเสียง มนุษย์ไม่ Get หรอก อย่างออกมา สัญญานไฟฟ้านี่มนุษย์ฟังไม่ออกหรอก มนุษย์จะต้องฟังเสียงเป็นคลื่นค่ะ คุณครูฟิสิกส์บอกว่ามนุษย์รับฟังเสียงเป็นคลื่นนะคะ ตามคลื่นเสียงธรรมชาตินะคะ มาดูหน่อยว่าไมโครโฟนมี... มีทำอะไรบ้าง โครงสร้างของมันเป็นอย่างไรนะคะ หลัก ๆ มันทำมาจากเหล็กกล้านะคะ เหล็กถาวรนะคะ กับขดลวด มันเลยทำให้เวลาที่เสียงมันเข้าไปน่ะ สัญญาณไฟฟ้าเข้าไปน่ะ มันมีกำลังแรงนะ มันเลยทำให้ขดลวดกับแม่แหล็กมีแรงสั่นสะเทือน ไปทำให้เป็นได้ยินเสียงที่เราได้ยินเสียงได้รู้ประมาณนี้ลำโพงนะคะ ลำโพงนี่ ไม่ได้มีหน้าที่ขยายเสียงแต่มีหน้าที่เปลี่ยนสัญญาณ ไฟฟ้าให้เป็นคลื่นเสียงที่เราได้ยินได้ เราถึงได้ยินเสียงจากลำโพงนะคะ มีคำถามไหมคะ อย่างนั้นครูถามนะ ระบบเสียงมี 3 ประเภทใช่หรือไม่ 3 ประเภทใช่เหรอ 3 ประเภท ใช่หรือไม่ มีกี่ประเภทคะ ระบบเสียงมีไม่มี 4 สอนไม่ถึง 4 ระบบเสียงมีกี่ประเภทคะ มี 2 มีอะไรบ้างคะ มี Mono กับ Stereo มี Mono กับ stereo แล้ว Dolby Dolby อยู่ไหน Dolbyอยู่ใน สนนะคะ สนนะคะ มาริโอ้นะคะ อันนี้บ่ค่อยตอบเลยนะคะ อันนี้มาบอกข้อสอบเลยนะคะ ในห้องสอบค่ะ จะมีกล่องอยู่ 3 กล่องนี้แหละ เราต้องบอกให้ได้ว่ากล่อง A คืออะไร B, C คืออะไร บอกได้ไหมคะ A คืออะไร สัญญาณเข้า B ล่ะ C ล่ะ ทำไมเก่งขนาดนี้ แล้วบอกคุณสมบัติได้ไหม บอกคุณสมบัติได้ไหม ช่วยบอกหน่อย A คุณสมบัติ คือ ทุกคน คุณสมบัติทำอะไรบ้าง หน้าที่ หน้าที่ของมันน่ะ 1. รับสัญญาณและเปลี่ยนสัญญาณเสียงให้เป็น ... เปลี่ยนสัญญาณเสียงให้เป็นสัญญาณไฟฟ้านะคะ B ล่ะ ขยายเสียง C ล่ะ เปลี่ยนนะ ไม่ได้รับนะ อีนี่รับ อีนี่รับอย่างเดียว ทีนี้ก็คือเปลี่ยน เปลี่ยนสัญญาณไฟฟ้าให้เป็นสัญญาณเสียงที่มนุษย์รับฟังได้นะคะ A กับ C ทำงานตรงข้ามกัน แค่นั้นแหละ ทำงานก่อนทำการอันนี้แถมให้ เผื่อมันไปออกนะ ลึก ๆ คนออกข้อสอบนี่ จบอิเล็กทรอนิกส์มาไม่ใช่ครูนะ ก็จะออกบางครั้งก็จะออกลึกนิดหนึ่งนะคะ คำถามค่ะ มีปีหนึ่งเผื่อเขาออกมา คำถาม Mixer รู้จัก Mixerอยู่ใช่ไหมคะ อีกเครื่องผสมสัญญาณ mixer อยู่ภาคอะไรคะ ภาคขยายนะ Mixer อยู่ภาคขยาย คำถามไม่ได้ถามแค่นั้น คำถามถามว่า Mixer ควรวางไว้ตำแหน่งไหน ก. วางไว้ A ข. วางไว้ระหว่าง A และ B คือตรงนี้ บอกให้วางไว้ ระหว่าง a และ b คือตรงนี้ ข วางไว้ ระหว่าง a และ b ตรงนี้ คอควายวางไว้ตรงบีงูวางไว้ระหว่าง b และ c คือตรงนี้วางไว้ตรงไหนทำไมข้างหลังข้างหลังทำไมถึงวางไว้ระหว่าง a และ b ใช่ อันนี้เราจะต้องวาง ... ตอบถูกนะ แต่เหตุผลยังไม่สุด เหตุผลตอบถูกค่ะ เราจะเอาวางไว้ระหว่าง A กับ B เหตุผลเพราะอะไร การที่ต่อสัญญาณน่ะ การที่ต่อสัญญาณน่ะ อีสัญญาณทุกชนิดนะ ไม่ว่าจะเป็นสาย หรือ WiFi หรืออะไรน่ะ การที่เอามันไปใกล้ที่สุดน่ะมันดีกว่าค่ะ ต่อสายยาวไม่ดี นะยิ่งเอาไปใกล้ ยิ่งใกล้เท่าไรยิ่งดี ฉะนั้น อะไรที่ใกล้สัญญาณเข้ามากที่สุด ก็คือตำแหน่งนี้ แต่ถ้าสมมุติไม่มี a และ b จะตอบอะไรb ส่วน B C สุด ไม่ควรตอบ ไม่ควรเลือกนะคะ ฉะนั้นนะคะ เลือก A และ B การต่อสัญญาณน่ะ ต้องเอาไปใกล้อุปกรณ์ให้มากที่สุดนะคะ ถึงจะดีนะ อันนี้ได้นะ รับสัญญาณเสียงนะคะ ขยายสัญญาณ แล้วก็เปลี่ยนสัญญาณไฟฟ้าให้เป็นสัญญาณเสียง ยังไม่หมดเวลาเลยน่ะ ขอต่ออีกขอต่อเรื่องเครื่องฉายนะ แต่เดี๋ยวครูให้เราไปพัก 5 นาที และเดี๋ยวมาต่อเรื่องเครื่องฉาย เพราะว่าเราหยุดวันจันทร์ไปนะคะ แต่เรื่องมันเกี่ยวข้องกันอยู่แล้วแหละนะคะ พักสัก 5 นาทีนะคะ เดี๋ยวเรามาต่อเรื่องเครื่องฉายกัน มา อย่างนั้นมาต่อนะ อีกอุปกรณ์หนึ่งนะคะ ที่ใช้ในห้องเรียน นั่นก็คือเครื่องฉายนะคะ อยู่ตรงไหนคะ นี่ค่ะ เครื่องฉายตรงนี้เลยค่ะ นะคะ เพราะว่าอย่างที่บอกเราอาจจะไม่ได้ไปอยู่ที่โรงเรียนที่มันมีอุปกรณ์พร้อมนะ ฉะนั้น เราจะรู้จักอุปกรณ์ ตั้งแต่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พื้นฐานเลยนะคะ ว่าเครื่องใช้เมื่อก่อนเป็นอย่างไรนะคะ จนมาถึงวันนี้ที่ปัจจุบันนะคะ เราก็จะรู้จักส่วนประกอบ ระบบต่าง ๆ นะคะ รวมถึงการจัดห้องด้วยนะคะ อุปกรณ์นะคะ ส่วนประกอบที่อยู่ในเครื่องฉาย อันแรกเลยหลอดฉายค่ะ ต้องมี ไม่มีหลอดฉาย ภาพไม่เกิดนะคะ หลอนฉายมันก็จะมีกำลังวัตต์ที่แรงกว่าหลอดไฟทั่วไปนะคะ จับแล้วร้อนเลย มือพองเลย พวกหลอดฉายนียนะคะ กำลังแรงมากทำให้เกิดภาพนะคะ ส่วนประกอบที่ 2 คือ เลนสายนะคะ ถ้ามาจากเลนนูนนะคะ อีกอันหนึ่ง ก็คือเลนส์รวมแสง ก็ทำมาจากเลนส์นูนนะคะ เลนส์ที่อยู่ในเครื่องฉายนี่ จะเป็นเลนส์นูนนะคะ เพราะว่าเลนส์นูน คุณสมบัติของมัน คือ รวมแสงค่ะ เลนส์นูนรวมแสง ทำให้แสงที่กระจายอยู่นี่ พอมันผ่านเลนส์นูน แล้วมันรวมแสง ก็ทำให้แสงมันเข้มขึ้นนะคะ พอแสงเข้มขึ้นก็ทำให้เห็นภาพชัดขึ้นนะคะ ฉะนั้น นักวิทยาศาสตร์เขาจะเอาเลนส์นูนมาใส่นะคะ กระจกกรองความร้อน ด้วยความที่หลอดฉายนี่ มันร้อนมาก ต้องมีกระจกลองความร้อนนะคะ ไม่อย่างนั้น อุปกรณ์ ก็ทำเอาวัสดุที่ไปฉายก็จำไม่ได้ แล้วก็ที่ขาดไม่ได้ พราะว่าหลอดฉายมันร้อนมาก ก็จะต้องมีพัดลมมาระบายนะคะ มาระบาย ไม่อย่างนั้นก็ไฟก็จะช็อตได้ ถ้าไม่มีพัดลมนะคะ ถ้าพัดลมหยุดหมุนนี่เราเคยเจอคอมฯ ไหมพัดลมหยุดหมุนน่ะ ทำงานแป๊บเดียวมันก็ดับใช่ไหมคะ นั่นแหละนะคะ เพราะมันร้อน เครื่องมันร้อน มันทำงาน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แผงภายในมันทำงานไม่ได้นะคะ เลยต้องมีพัดลม นี่ค่ะ ภายใน อันนี้คือหลอดฉาย ผ่านเลนส์นูน เลนส์ฉาย แล้วฉายไปยังหน้าจอนะคะ ประมาณนี้ มาถึงระบบฉายนะคะ มาถึงระบบฉาย อันนี้ออกข้อสอบ ระบบฉายมี 3 ระบบด้วยกัน สมัยก่อนนะ อันนี้เป็นเป็นเครื่องฉายในสมัยก่อน ให้เรารู้จักหน่อยระบบฉายตรง ระบบฉายตรงเราดูที่แสง แสงเดินทางมาแบบนี้เลย เดินทางไปตรง ๆ เลยนะคะ เดินทางไปที่จอรับภาพแบบตรง ๆ เลย เราเรียกว่า ระบบฉายตรงนะคะ อุปกรณ์ มีหลอดฉาย มีเลนส์นูน เลนส์รวมแสง เสนส์ฉาย แล้วก็ส่งแสงส่องแสงไปยังจอรับภาพนะคะ ก็จะได้ภาพจริง หัวกลับ ภาพหัวกลับ ก็คือเป็นภาพจริงน่ะ แต่มันกลับหัวค่ะ เพราะว่าอะไร เพราะว่ามันเกิดจากเลนส์ เลนส์นูน เลนส์รวมแสงนี่ เลนส์นูน เลนส์นูนที่นูนมาก ๆ ทำให้ภาพมันกลับหัว เคยเห็นที่มันติดตามเซเว่นไหม ที่อยู่มุมข้างบนน่ะ ที่ไว้จับขโมยอีนั้นน่ะ ที่มันนูน ๆ ที่มันเห็น เห็นเกือบ 360 องศาเลยค่ะ หรือตามสี่แยกอันนั้นน่ะค่ะ ที่นูน แบบนูนมาก ๆ น่ะ ในเครื่องฉายนั้น นูนกว่านั้นอีกนะ จนมันได้ภาพ ภาพกลับหัวนะคะ ไม่ไปขึ้นสมัยโบราณ เครื่องประมาณนี้มีใครทำสักอันนะ คุ้น ๆ ไหมคะ ตอนสมัยครูเรียนนี่ ครูต้องใช้อีกนี่ค่ะ เครื่องฉายมีเครื่องฉายนี้ ครูสังคมส่วนมากครูสังคมจะได้รับ ก่อนนี้ไปเอาไปถ่ายภาพประวัติศาสตร์อะไรอย่างนี้ให้เด็ก ๆ เห็นนะคะ ใช่ เป็นแผ่น ใช่ค่ะ นี่ค่ะ แผ่นนี้ค่ะ แผ่นนี้ค่ะ ใช่ไหม บอกแล้วว่าพี่เอ้ยทันอยู่คนเดียว เด็ก ๆ ไม่ทันหรอก หน่อยก่อนเราก็มีนะใครเห็นอยู่ใช่ไหมคะ คราวที่แล้วบอกแล้ว เดี๋ยวพี่พี่เอื้องกับครูนี่ทันนะคะ ก็ต้องใส่เข้าไปอย่างนี้นะคะ แต่ทีนี้ด้วยความที่คุณสมบัติมันได้ภาพจริงหัวกลับนะ เราก็เลยต้องกลับ เพราะว่าเพราะว่าเครื่องน่ะ ตอนฉายแล้วต้องกลับ ทีนี้นะคะ เมื่อก่อนการจะใช้อะไรก็ลำบากนิดหนึ่งนะคะ อันนี้ให้เห็นเครื่องสมัยก่อนนะคะ ทีนี้มันก็จะเกิดปัญหาอยู่เรื่อย ๆ ตอนสมัยที่ครูเรียนนะ พอเรากลับหัว มัน บางครั้งมันกลับผิด กับกลับ ซ้ายกับขวา ตอนที่ฉายอย่างนี้นะคะ เขาเลยคิดว่า เราก็ทำไมเราไม่เอาอุปกรณ์ที่ทำให้มันฉายได้เลยล่ะ เขาก็ไม่เอากระจกเงาราบค่ะ มาใส่ กระจกเงามันมีคุณสมบัติกลับภาพใช่ไหมคะ เขาก็เลยใช้กระจกเงา ทำให้เครื่องฉายแบบชายอ้อมนี่ ไม่ต้องกลับฟิล์มแล้ว มันฉายภาพได้ตรง ๆ แล้วนะคะ ฉะนั้น ระบบฉายอ้อม จะมีกระจกเงามาเพิ่ม หลอดไป ต้องมีหลอดไฟแน่นอน มีเลนส์รวมแสงนะคะ แล้วก็มีกระจกเงามาเพิ่ม ถ้ามีกระจกเงานี่มันทำให้มันกลับภาพโดยอัตโนมัติอยู่แล้ว กลับภาพ 2 ด้านกับภาพฉายอยู่บนหน้าจอ ก็เลยถ่ายเป็นปกตินะคะ สิ่งที่เราต้องจำนะ ต้องจำได้ จำให้ได้ว่า Diagram เป็นอันไหน เพราะสายอ้อมไปอ้อม แสงมันอ้อมไง แต่มันไม่ได้ไปจอตรง ๆ นะคะ เขาเรียกว่า "ฉายอ้อม" นะคะ มีกระจกเงาราบมาเพิ่มนะคะ อันนี้ค่ะ ที่ฉายอ้อม เคยใช้ไหม ส่วนมากมีครูวิทย์ ครูวิทย์จะได้รับเครื่องนี้ไปนะคะ ก็เขาก็จะเอาแผ่นสไลด์น่ะค่ะ มาตรงนี้ เราก็อาจจะเขียนก็ได้นะคะ มีเครื่องใน ม. เราก็มีนะคะ ครูอยู่มาทุกยุค ครูทันทุกยุค ส่วนอีกอันหนึ่ง ฉายสะท้อน อันนี้ไม่มีอะไรอันนี้แหละอันนี้อะไรหายไป ส่วนประกอบอะไรหายไป ส่วนประกอบสำคัญอันไหนหายไป มีใครเห็นไหมคะ เลนส์รวมแสง เก่งมาก เลนส์รวมแสง ช่วยให้แต่มันเข้มขึ้นใช่ไหมคะ ช่วยให้แสงมันเข้มขึ้น ทีนี้ ระบบฉายนี้ เลนส์รวมแสงดันหายไป สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับระบบฉายแบบนี้ มันจะเกิดอะไรขึ้น มันจะฉายไม่ชัด เพราะมันไม่มีเลนส์รวมแสงไง ฉายจากระบบฉายสะท้อนนี่ทำให้ฉายไม่ชัด ฉะนั้น คุณจะเอาไปฉายในที่ปกติไม่ได้นะ ระบบฉายสะท้อนจะต้องใช้ในห้องมืดเท่านั้น เอาไปห้องปกติมองไม่เห็นแน่นอน เพราะไม่มีเลนส์ มันไม่มีเลนส์นูนนะคะ ฉะนั้น ข้อสอบเลย วันนี้มา ได้ข้อสอบไปเน้น ๆ เลยนะคะ บท 2 บทนี้ควรได้คะแนนนะ บทเครื่องเสียงกับเครื่องฉายนี่มันไม่ได้ถามความคิดเห็นไง ถามเลยว่าอันนี้คืออะไรนะ ออกไปแค่นั้นน่ะ ถ้าได้มันก็ได้ไปเลยนะคะ ถ้าได้มาก็ได้ไปเลย แต่ไอ้ความคิดเห็นน่ะ ครูไม่ชอบแล้วเขารู้สึกอย่างไรไอ้นี่ไม่รู้นึกออกไหม ไอ้นั่นน่ะที่ถามความรู้สึกนี่ต้องไปต้องไปต้องไปเดาความรู้สึกอีกรอบไหมคะ ถูกไม่ถูก แต่อันนี้มัน มันเป๊ะ ๆ เลยนะคะ ฉายตรงนะ แสง ลงมาเลยตรงที่หน้าจอ ฉายอ้อม เห็นไหมคะ แสงมันอ้อมนะ มีกระจกเงามาเพิ่ม ฉายสะท้อนมีกระจกเงานะ แต่ไม่มีเลนส์นูน ไม่มีอะไร ไม่มีเลนส์รวมแสงนะคะ ก็ทำให้ภาพไม่ชัดนะคะ เป็นแบบนี้ค่ะ Opaque นะคะ อันนี้ต้องเป็นเทคโนฯ เท่านั้นถึงได้ใช้นะคะ เพราะว่ามันแพงมากนะ ถ้ามันเป็นรุ่นแรก ๆ มีอยู่แค่ มศว. กับจุฬาฯ ในประเทศไทยมีอยู่แค่ 2 ที่นะคะ มาถึงเครื่องฉายที่อยู่ในยุคเราแล้วค่ะ คือ ดิจิทัล ดิจิทัลนะคะ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Digital Projecter หรือเรียกสั้น ๆ ว่าโปรเจคเตอร์โปรเจคเตอร์เนี่ยตรงรูนะคะโปรเจคเตอร์นะคะต้องถ่ายภาพดิจิทัลทำให้ภาพมันขยายใหญ่ขึ้นนะ มันก็เป็นอุปกรณ์หนึ่งที่ทำให้เราใช้งานสะดวกสบายมากขึ้นนะคะ เมื่อก่อนการที่คุณครูจะสอนอะไรน่ะ เขียนบนกระดานน่ะ มันใช้เวลา เห็นภาพก็ไม่ชัดเจน อย่างบางคนน่ะ ว่ารูปไม่สวยน่ะ อยากได้สอนวิทยาศาสตร์คุณโอ๋ไม่ว่ารูปดอกไม้อย่างนี้สวยเหมือนครูศิลปะอ่ะค่ะแต่อยากให้เด็กได้เห็นภาพดอกไม้อ่ะค่ะพอมีเครื่องฉายมันก็ทำให้เราสามารถเอาภาพในอินเตอร์เน็ตแต่สามารถให้ผู้เรียนใช้ได้อย่างสมจริงด้วย ไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่งก็ฉายได้ วิดีโอก็ฉายได้นะคะ กระดานดำไม่สามารถทำให้ผู้เรียนเห็นภาพเคลื่อนไหวได้ โปรเจกเตอร์ก็สามารถทำหน้าสิ่งที่เราจะมาเรียนวันนี้นะคะ เราจะต้องรู้ว่าเราจะเลือกใช้เครื่องฉายหรือเลือกเครื่อฉายอย่างไรนะคะ จริง ๆ ระบบของมันน่ะ มันมีหลายระบบนะนะคะ ระบบ LCD เคยได้ยินไหม LCD เคย... เด็ก ๆ ต้องไปเดินผ่านไอ้นี่ Power Buy น่ะ พวกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ TV LCD นี้นะคะ หรือ DLP การแสดงผลมันจะต่างกันนะคะ LCos DLA ก็พวกในโรงหนัง เราไม่มีเงินซื้อหรอก LCos DLA ก็จะเป็นพวกโรงหนังมากกว่านะคะ หลัก ๆ 2 อันที่เราต้องรู้นะคะ LCD ค่ะ LCD ถ้าสมมติว่า ผอ. บอกครูได้งบมาได้งบจัดผ้าป่ามา ต้องได้จากผ้าป่า งบรวมไม่ค่อยได้หรอก ได้เงินจากผ้าป่ามา ให้ครูไปซื้อ Projecter เอาไว้ฉายหนังให้เด็กดูเราต้องเลือกแบบ LCD นะฉายหนังฉายภาพยนตร์เนี่ยนะคะ เพราะว่าอะไร เพราะว่า LCD มันทำให้สีสวยค่ะ รายละเอียดเก็บรายละเอียดสีได้ดีนะคะ LCD นี่สวย เหมาะกับการฉายภาพยนตร์ พวกภาพต่าง ๆ นี่นะคะ LCD จะสวยกว่านะคะ แต่ถ้า ผอ. ผอ. บอกครูไปซื้อ Projector ที่เอาไว้ในห้องเรียนหน่อยนะคะ ในห้องเรียนหน่อย ห้องเรียนก็จะต้องมีการนำเสนองานใช่เปล่า หรือครูฉาย Powerpoint มันจะมีตัวหนังสืออยู่ DLP ทำให้ตัวหนังสือของเรานี่ มันคมชัดกว่าฉะนั้น ถ้าในห้องเรียนการนำเสนอต่าง ๆ DLP จะทำได้ดีกว่า ฉะนั้น หลัก ๆ เราต้องรู้ 2 ระบบนี้ LCD ฉายหนัง สวย สีสวยค่ะ ส่วน DLP เราจะใช้กับการนำเสนอตัวหนังสือได้ดีกว่า ใช้ได้ดีกว่านะคะ แต่ถ้าถามครูนะ ถ้าเวลาที่เราไปเลือกนะ ครูเชียร์อันนี้นะ มันขายของนะ เพราะเวลาซื้อProjector พวกนี้ เราต้องนึกถึงตอน Matanance ด้วยบอกมันมันมันเสียอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มันเสียได้นะ แต่เครื่องนึงมันเป็นแสนอย่างนี้ถ้าสมมติว่าดีเอาครีมมันเปลี่ยนแค่ชิปไง มันเปลี่ยนแค่ชิป ใช้ระบบชิป เขาอาจจะแกะเครื่อง ถ้าแกะเครื่องแล้วก็เปลี่ยน ชิป สมมติเครื่องหนึ่งแสนหนึ่ง ชิบได้ประมาณหมื่นถึง 15,000 มันก็ยังพอเปลี่ยนได้นะแต่ถ้าสมมุติว่า LCD เสีย มันต้องเปลี่ยน Panel น่ะ 3 แผ่นนะ ที่ทำให้เกิดสีน่ะค่ะ สมมติเครื่องแสง LCD นี่ตกไปประมาณ 80,000 บาท Panel นี่ แล้วมันคุ้มค่ากับการเปลี่ยนไหม มันต้องชั่งใจน่ะ นึกออกไหมแค่นั้นน่ะ เสียนี่ก็คือแบบปวดใจน่ะ ปวดใจในการซ่อมน่ะนะคะ ฉะนั้น อันนี้มันก็จะไว้ใช้งานแบบโรงหนังน่ะ โรงหนังมากกว่า แต่ปัจจุบันนี่ส่วนมากก็ DLP ทั้งนั้นแหละนะคะ ในมหาลัยเราก็ใช้ DLP นะคะ ใช่ คล้าย ๆ เลย คล้าย ๆ คล้าย ๆ อย่างนั้นเลย เพราะว่า LCD มันเป็นระบบเก่าค่ะ แต่ DLP แต่อาจารย์นุชคิดว่ามันถ้าเสร็จของแต่ละที่เหมือนกัน หรืออาจจะเป็นโรงงานเดียวกันก็อาจจะได้นัดกับใครคนละไลน์ไงไม่ ให้ทับไลน์กันอย่างนี้ อันนี้ สำหรับขายสำหรับคนรวยที่มีปัญญาซ่อมหรืออะไรอย่างนี้ อันนี้ก็แบบประมาณหนึ่งอะไรอย่างนี้ มันก็เป็นกลไกของการตลาดเขาเหมือนกันนะคะ อีกอันหนึ่ง อันนี้เริ่มเป็นถ่าย 3 มิติและเมื่อกี้ เราใช้แค่ 2ใช่ค่ะ จาก Projector นี่ มัน 2 มิตินะ แต่ขึ้นใช้บางชนิดค่ะ อย่างโฮโลแกรมนี่มันทำให้เราเห็นเป็นภาพ 3 มิติ เมื่อก่อนนี่มันเป็นแค่ฝันนะน่ะ แต่ปัจจุบันน่ะมันทำให้เราเห็นเป็น 3 มิติแล้ว ครูเชื่อว่าอีก ต่างประเทศเขาก็ใช้แล้วนะ เมืองไทยครู... 5 ปีแล้วไปไหม ประมาณ 5-10 ปีหน้าจะเริ่มมีแล้ว ครูวิทยาศาสตร์ก็เริ่มสั่งแล้ว สุรนารีเขาก็มีแล้วนะคะ 3 มิติก็จะทำให้เราเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น เห็นชัดเจนมากขึ้นนะคะ ยังบางคนนี่เขาก็มาทำอันนี้ โฮโลแกรม อยากให้เห็นภาพชัด ๆ อันนี้คือในทางอุตสาหกรรมมเขาเอามาทำแบบเนี้ยรู้จัก D2B ไหมเด็ก ๆ อันนี้ค่ะ โนี้ค่ะ อันนี้เขา Helogram คนนะเขาเป็นโปรแกรมที่สร้างขึ้นนะ มันมีลักษณะเหมือนจริง ๆ นะคะ อันนี้คือเขาเสียชีวิตไปแล้ว แต่เขาอยากให้กลับมา ให้เห็นบรรยากาศ คนที่อยู่ตรงกลางนี่ไม่ใช่คน แต่เป็นโปรแกรมที่สร้างขึ้น คนข้าง ๆ นี่ เป็นคนจริง ๆ ฉะนั้น มันทำให้มันมากขึ้นน่ะ เวลาฉาย ฉายโฮโลแกรมอย่างนี้นะคะ วันนี้เหมือนเดิมก็มีแค่เครื่องกับพี่อ้อแล้ว แต่อยากให้เห็นโฮโลแกรม ว่ามันเป็นอย่างไร มันก็จะเห็น 3 มิตินะคะ 3 มิติ ที่มันเห็นชัดมากกว่านะคะ ข้างหน้า ข้างหลัง เห็นหมดเลยนะคะ ก็คิดว่าน่าจะประมาณ 5-10 ปี ก็อย่างโรงเรียนสุระฯ เขามีแล้วอยู่หมวดวิทย์นะคะ อยู่หมวดวิทย์ฯ ทีนี้สิ่งที่เราต้องรู้ค่ะ เครื่องฉายเลือกอย่างไร เครื่องฮายจะเลือกอย่างไรเราจะเลือกดูที่ ค่ะ ที่ลูกเหม็นคือค่าความสว่างนะคะ ค่าความสว่างนะคะ เล็กเราก็เลือก 1,000 ถึง 1,500ห้องกลางสูงขึ้นมาหน่อย 1500 ถึง 2,000 ขนาดใหญ่ก็ 2,000-3,000 นะคะ คำถาม ถ้าสมมติว่าเราเลือก lumen 3,000 น่ะ เลือกแบบสูงสุดไปเลยน่ะ 3,000 แต่เอามาฉายกับห้องขนาดเล็กจะเกิดอะไรขึ้น คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเอา lumen 3,000 เอาสูงไปเลยน่ะ แล้วไปฉายห้องเล็กน่ะจะเกิดอะไรขึ้น จะไม่เกิดอะไรค่ะ มันจะ ปรับให้เราแค่ 1,500 แต่ถามว่าคุ้มค่าไหม ไม่คุ้มค่า คือ คุณเอามา 3000 แต่มันใช้ได้แค่ 1,500 ที่เหลือไม่ได้ใช้งานเลยน่ะ คุ้มค่าไหมไม่คุ้มค่า ก็ไม่ควรนะ ไม่ควรนะคะ มันส่อถึงความทุจริตด้วยเหมือนกัน สั่งมาแพงไง แน่นอน แพงแล้วแบบร้านค้าก็ได้หั้วกันเลยอย่างนี้นะคะ อันนี้ก็เคยเจออันนี้ก็ต้องระวังนะคะ เพราะว่าเราอย่างที่บอกเราเป็นครูพัสดุน่ะค่ะ การจัดซื้อจัดจ้างทุกอย่างมันต้องเหมาะสมในเหตุผล อันนี้ไปตรวจแล้วเจออย่างนี้เหมือนกันมันไม่ได้แค่เครื่อง 2 เครื่องนะ เวลาสั่งน้ำมันเป็น 100 เครื่อง 10 เครื่องนี้นะคะ อันนี้ก็สูญเสียเงินที่มันไม่คุ้มค่าค่ะ ไปเป็น 100,000,0000 น่ะนึ กออกไหม ฉะนั้น ก็ไม่เหมาะสม แต่กลับกันค่ะ ถ้าเราเลือก 1,500 lumen 1,200-1,500 มันเหมาะกับห้องขนาดเล็กนะ แต่ไฟฉายกับห้องขนาดใหญ่ อย่างเช่น อาคารอเนกประสงค์ อย่างนี้ที่มันต้องการ Lumen ตั้ง 2,000 เกิดอะไรขึ้น คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น ภาพจะไม่ชัด เก่งมาก ภาพจะไม่ชัด นึกออกไหม เวลาฉาย Projector เราไปสังเกตนะ ตอนอยู่อาคารอเนกประสงค์น่ะ ห้องสุวัน31 ห้องสโลปน่ะค่ะ Projector มันไม่ได้อยู่ตรงนี้นะ Projector เขาต้องถอยออกไป เขาต้องถอยเกือบไปเกือบสุด สุดห้องเลยค่ะ ให้เห็นทั้งจอไง ฉะนั้น ไกลห้องขนาดใหญ่ทำไมมันต้องใช้ Lumen เยอะเพราะว่ามันต้องส่องแสง ระยะเวลาส่องแสงมาไกลไง ที่จะต้องฉายให้เห็นนะคะ ฉะนั้น ขนาดเล็กเอาไปฉายขนาดใหญ่ มีปัญหาค่ะ ภาพจะไม่ชัด แต่ขนาดใหญ่ขนาดเล็ก ไม่เกิดประโยชน์อะไร สิ่งที่คุณครูมันทำ คือ เลือกให้เหมาะสม เลือก Lumen ให้เหมาะสมนะคะ เลือก Lumen ให้เหมาะสมกับ ขนาดของห้องนะคะ กับขนาดของห้อง มันมีบอกค่ะ มันมีบอก Lumen ขนาดเท่าไร มันมีบอกหมดเลยนะคะ ให้เหมาะสมนะคะ เลือกให้เหมาะ ไม่ใช่ว่าเลือกสูง ๆ ไว้ก็ไม่คุ้มค่า ส่อทุจริตได้เหมือนกันนะคะ เพราะว่ามันไม่ได้ใช้งานไง เหมือนอีเครื่องเสียงแหละ ซื้อมาเยอะ ๆ เราไม่ได้ใช้ ก็ไม่มีประโยชน์อะไร วิธีดูแลรักษา ก็ปัดฝุ่นหน่อยนะคะ ไม่ต้องบ่อยหรอก แต่ก็บางครั้งมันก็มีฝุ่นไปเกาะ ก็ทำให้ภาพไม่ชัดได้เหมือนกันนะคะ และการเก็บนะคะ เครื่องฉาย ด้วยความที่มัน... หลอดฉายมันร้อนนะ เปิดไปนาน ๆ นี่มันร้อน สิ่งที่เราต้องทำ คือ ให้พัดลมทำงานระบายความร้อนให้หมดก่อนค่อยถอดปลั๊ก อันนี้รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทุกชนิดนะ ที่อาศัยความร้อนนะ คอมพิวเตอร์ อย่างนี้คอมพิวเตอร์ปัญหาที่เสียบ่อย คือ ทุกคนชักปลั๊กออก ไม่รอให้ระบายความร้อนออกก่อน อย่างนี้นะคะ อีโน้ตบุ๊กอย่างนี้นะคะ Notebook กับพี่สาวน่ะ พี่สาวครูใช้ 2-3 ปีก็พังแล้ว ครูนีูสังเกตพฤติกรรม เดินทางบ่อยจังพ่อ ก็แบบดึงปลั๊กทันทีแบบเก็บปุ๊บอย่างนี้นะคะ ก็ทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เสียหายได้เหมือนกันนะคะ ทั้งที่ซื้อพร้อมกันน่ะ แต่คนหนึ่งแบบดูแลรักษาเป็นอย่างนี้นะคะ ก็ทำให้ยืดอายุการใช้งานได้เหมือนกัน Projector ก็เหมือนกันนะคะ มาถึงเครื่องฉาย 3 มิติ อันนี้รู้ไว้หน่อย มันเรียกว่า Visualizer อีนี่ค่ะ ฉายได้ทุกอย่างเลย ครูชอบมากใส่ได้ ทุกอย่างเลย อะไรล่ะ ต้นไม้ ต้นไม้น่าจะยาก อะไรที่มันอยู่ในนี้ได้ อะไที่มันอยู่ในแป้นวางได้นี่ ใบไม้ อะไรต่าง ๆ นี่ ส่องได้หมดเลยนะคะ ขอให้มาอยู่ใน area พื้นที่ที่มันสามารถวางได้นะคะ น่ อันนี้เรียก Visualizer นะคะ ก็มีหลอดไฟ หลอดไฟทำให้สามารถส่องภาพได้นะคะ มาถึงตรงนี้ อันนี้จะมอบรางวัลให้ทุกคน เพราะว่าวันนี้เราเรียนหนักนะคะ ในนี้จะมีดาวซ่อนอยู่... เอ้ย จะมีคะแนนซ่อนอยู่นะคะ ในดาวคะแนนซ่อนอยู่นะคะ มีสีน้ำเงิน สีแดง สีเหลือง ทุกคนเลือกมา 1 ดาวค่ะ ให้เลือกมา 1 ดาว ในนี้จะมีคะแนนซ่อนอยู่นะคะ ครูจำไม่ได้หรอกว่าคะแนนอะไร ให้เลือกมาคนละ 1 นะคะ รางวัลของความเหนื่อยล้าวันนี้ วันนี้จะมีคะแนน ไม่รู้ว่าดาวแต่ละดาวนี่จะมีคะแนนเท่าไร เลือกมา พิมพ์ในช่องแชต พิมพ์ในช่องแชต ใส่รหัสด้วยนะ ใครมีชีวิตอยู่ถึงตรงนี้จะได้คะแนนนะคะ คะแนนพิเศษไป เอาสี... สีแดงกับน้ำเงินค่อนข้างเยอะนะ เอาอะไรก่อนดี เอาแดงนะ เอาแดงดูก่อนนะคะ แดง แดง นะคะ แดง 1 แดง 1 ไข่เลือกแดงบ้าง ก็ไม่แน่นะอาจจะมีได้คะแนน ไม่ได้คะแนนนะ อยากเห็นอะไรคะ เหลืองนะ เหลืองนะ ดูก่อน เหลืองนะคะ สูงสุด คือ ค่าต่ำสูงสุด 5 แต้ม สูงสุด คือ 5 แต้ม สูงสุด คือ 5 แต้ม มาดู มาดู มาดู มาดู เหลืองนะ เหลือง ถ้าเหลืองได้ 3 แปลว่าน้ำเงินก็จะได้ 5 แต้มนะคะ ไม่ต้องเสียใจ ไม่ต้องเสียใจ ได้คะแนนฟรี ๆ โอเคนะ เดี๋ยวคะแนนครูไปเพิ่มให้ตามนี้นะคะ โอเค กลับมา กลับมา อีกสิ่งหนึ่งค่ะ ยังไม่หมดนะ นอกจากเรื่องเครื่องฉายต้องดู Lumen แล้วนะคะ อีกสิ่งหนึ่งไม่ว่าคุณจะเลือกเครื่องฉายดีแค่ไหนน่ะ คุณดันเอาไปฉายกับผนังน่ะ ถามว่าคุณสมบัติมันจะช่วยให้เห็นภาพคมชัดไหม ก็ไม่ ฉะนั้น จอรับภาพก็มีผลที่ทำให้ภาพคมชัดด้วยเหมือนกันนะคะ ฉะนั้น หลายคนหรือเครื่องฉายถูกน่ะ จะไปตกม้าตายตอนที่ฉายเข้าผนังนี่แหละ จบกันเลยนะ ความคมชัด LCD DLP ที่ต้องมาจบนะ จบเลยนะ พอฉายเข้าไอ้นี้ค่ะ เข้าเจาะผนังน่ะ มันไม่สามารถที่จะแสดงภาพได้ชัดอยู่แล้วนะคะ จอฉายภาพเลยมีผลนะคะ เข้าฉายภาพมีคุณสมบัติหลายอันนะคะ ว่าวัสดุวัสดุที่ทำมีหลายอัน จอฉายภาพสี่เหลี่ยมเหมือนกันนะคะ แต่วัสดุต่างกันนะ จอแก้วสะท้อนแสงได้ดี แต่ทำมุมไม่ค่อยดีนะคะ จอผิวเรียบสะท้อนแสงไม่ดี แต่ทำมุมได้กว้างกว่านะคะ จอเงิน จอเงิน เด็ก ๆ เคยได้ยินไหม ดาราจอเงิน ดาราจอแก้ว วันนี้มันจะย้อนประวัติศาสตร์หน่อยนะ ดาราจอแก้ว ก็คือดาราที่ถ่ายละครดารา จอเงิน ก็คือถ่ายภาพยนตร์ มันมาจากจอเงินนี่แหละ จอเงินเมื่อก่อนมันใช้อลูมิเนียมค่ะ อลูมิเนียมในการขายนะคะ ไม่ค่อยดี เขาไม่ค่อยดีนะคะ และจอ Lenticular Lenticular ดีสุด ณ ปัจจุบันนะคะ มันเอาคุณสมบัติของจอแก้วกับจอเรียบมารวมกันทำให้สะท้อนแสงก็ดี รับแสงก็ดีนะคะ ฉะนั้น เวลาไปซื้อเดินไปบอกเขานะ ว่าขอซื้อ Lenticular มันดูมีความรู้ไง มันไม่โดนหลอกไงนึ กออกไหม ถ้าสมมติเราไปซื้อจอเฉย ๆ น่ะ จะเอาจะแก้วหรือตบผิวเรียบ ไอ้เราก็ได้ถ้าเราแบ Lenticular นี่มันดูมีความรู้ว่าหลอกมันไม่ได้นะนะคะ ก็จะทำให้เราได้การสะท้อนแสงได้ดีและองศาได้ มีผลต่อการรับชมค่ะ เราสังเกตไหมในโรงหนังน่ะ นะคะ ที่นั่งแต่ละที่ไม่เท่ากันนะ เพราะอะไร เพราะมันเกิดจากองศาตามรับชมนี่แหละนะคะ ถ้าองศา ที่ได้เยอะใช่ไหมคะ Lenticular เหลือเที่ยวนิดเดียวเอง ตรงสีฟ้าคือชัดนะ คือ เป็นองศาที่ชัด ส่วนอีสีขาวนี่ไม่ค่อยชัด แสดงว่าเวลาที่เรานั่งที่นั่งแต่ละที่น่ะค่ะ แสดงว่าอย่างนี้ไม่ค่อยชัด มองไม่ค่อยชัดนะคะ ยิ่งถ้าจอใหญ่ ๆ นี่ไม่ชัดเลยนะคะ จอเล็กยังพอมองเห็น แต่ถ้าสมมติเราไปจอโรงหนังที่มันจอใหญ่ ๆ ไปนั่งข้างหน้าค่ะ เรามองไม่ชัดหรอองศามันทำให้มองเห็นไม่ชัดนะคะ ฉะนั้น คุณสมบัติของจอมีผลต่อองศาที่รับชมด้วยเหมือนกันนะได้เยอะสุดหา 45 องศารอส่วนใหญ่ก็จะเป็น Lenticular หมดแหละ มาถึงจัดห้องฉายนะคะ องค์ประกอบมีอะไรบ้าง จัดที่นั่งแล้วก็ตั้งนะคะ อันนี้ก็หมดแล้วนะคะ อีกนิดหนึ่ง แสงสว่างก็ต้องดูนะ ห้องห้องฉายนะคะ อุปกรณ์ไหนใช้แสงสว่างได้นะคะ การระบายอากาศก็สำคัญ ถ้าห้องมันอับชื้นมันก็ไม่เหมาะสมกับการรับชมนะ พวกห้องเครื่องฉายนี่ มันมีผลต่อการรับชมนะคะ ระบบเสียงก็มีผลนะคะ ระบบเสียงนะคะ เพราะว่าเวลาฉายนี่ มันฉายทั้งภาพและเสียงเลย ควรที่จะดูระบบเสียงด้วยเหมือนกัน ห้องนี้ถือว่าดีอยู่นะ มีผ้าม่านอะไรอย่างนี้นะคะ ไว้ซับเสียงหน่อย แต่ถ้าอาคาร 9 นี่ไม่ค่อยดีเท่าไร อาคาร 9 นี่ผ้าม่านหายไปหมดแล้ว จัดที่นั่งนะคะ ไม่ควรเอา Projector แบบบัง Projector ไม่ควรมีอะไรขีดการติดตั้งนะคะ และจอเนีนี่ห่าง 2-3 เท่านะคะ จอควรถามถึง 2-3 เท่า ประมาณนี้กำลังดีแถวที่ 2 ก็ยังเห็นกำลังดีนะคะ แต่ก็ไม่ควรเกิน 6 เท่านั้น ข้างหลังห้องนี้โปรเจคเตอร์ข้างหลังก็ยังพออยู่เขาคำนวณมาหมดแล้ว อันไหนใกล้ ๆ ก็จะมองไม่เห็นนะคะ และสุดท้ายค่ะ การติดตั้งนะคะ การติดตั้ง เวลาที่เราเอา Projector ไปติดตั้งข้างนอกน่ะค่ะ เคยไหม เอา Projector ไปติดตั้งนอกสถานที่แล้วมันจะเจอเหตุการณ์แบบนี้ค่ะ เบี้ยวเคยเป็นไหมเคยใช่ไหมคะ ติดตั้งเอาไปติดตั้งข้างนอกจอเบี้ยว เพราะว่าไรเพราะว่า Projector กับจอรับภาพนี่มันองศาไม่ได้ตั้งฉากกัน มันไม่ตรงกัน มันก็เลยทำให้จอรับภาพมันบิดเบี้ยว ภาพมันบิดเบี้ยวนะคะ นึกออกไหม Keystone Eff นี่แหละ จอไม่ชัด สิ่งที่คุณต้องรู้คือมันเรียกว่า "Keystone Eff" นะคะ เกิดจอเบี้ยวแบบนี้นะคะ เรียก Keystone Effำแะสิ่งที่ต้องปรับได้อย่างเดียวคือต้องให้มันตรงเพราะว่ามันไม่ได้เอาไว้ใช้งานข้างนอกถ้าจะข้างนอกก็คือต้องมีเคมีอะไรมาติดตั้งให้มันชัดเจนน่ะค่ะ แก้ได้ทางเดียว คือ Projector จะต้องตรงกับจอรับภาพ องศาต้องตั้งฉากกันกับภาพนะคะ ทางเดียวจะถามว่าถามว่าในในใน โปรเจคเตอร์นี่มันมีที่ไว้แก้คิดแต่มันเป็นการบีบภาพมันก็ไม่ได้แก้ไขให้ภาพเป๊ะขนาดนั้นนะคะ ฉะนั้นนี่ ทำ ต้องทำให้องศามันตรงกันนะคะ แค่นั้นแหละนะคะ สำหรับวันนี้นะคะ หมดแล้วนะคะ มีคำถามไหม เหลือเวลาอีก พูดใส่ไมค์เดี๋ยวครูจะให้เวลา 10 นาทีนะคะ 10 นาที อยากไปเร็วก็จะให้เวลาน้อย 10 นาที ให้เรานะคะ ตอบคำถามครูในลิงก์นะคะ ใส่อีเมล ชื่อ-สกุล รหัส ครูส่งไปในลิงก์แล้วนะคะ สาขาการศึกษาพิเศษ สิ่งที่คำถามข้อแรก สิ่งที่เรารู้สึกว่าเราเรียนรู้ได้ดีที่สุดน่ะนะคะ มันต้องมีสักเรื่องแหละวันนี้ เอามาสักเรื่อง ที่เข้าใจที่สุด เรื่องนี้ถามถามฉันได้เลย ฉันรู้เรื่องมากนะคะ ข้อที่ 2 สิ่งที่ทำให้รู้สึกว้าว หรือไม่เคยรู้มาก่อน มีแบบนี้ด้วยเหรอโลกใบนี้นะคะ ที่เขียนไปนะคะ 3. สิ่งที่ยังไม่ค่อยเข้าใจนะคะ มันต้องมีบ้างสักเรื่องแหละ ถ้าเข้าใจหมดก็ไม่เป็นไรนะ ผมเป๊ะมากเรื่องนี้ ผมเข้าใจทุกเรื่อง และ 4. ที่สำคัญค่ะ สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้วันนี้ให้ได้มากที่สุดนะคะ ข้อนี้ ถ้าเขียนได้เยอะ ก็จะได้ 5 คะแนนเต็มไป ฉะนั้น วันนี้ถ้าสมมติว่าใครที่ได้ดาว 5 คะแนน แล้วก็ทำอันนี้ได้เยอะ ๆ อีก ก็จะได้เป็น 10 คะแนนเลยนะ 10 นาที ให้เวลา 10 นาทีนะคะ 10 นาที แล้วเดี๋ยวครูจะปิดระบบนะนะคะ พิมพ์เข้าไปในนี้เลยลูก พิมพ์เข้าไปเลย เข้าไปในนี้ พิมพ์ได้ไหม ใช่จ้ะ ใช่จ้ะ เดี๋ยวสัปดาห์หน้า พี่เจ้าหน้าที่เขาแจ้งว่าห้องนี้ค่ะ จะเอาไว้สอบ ฉะนั้นงดนะคะ สัปดาห์หน้างด แหม สีหน้าเสียใจมากสินะ ตอนแรกนางก็ทำหน้าเครียดนะ ตอนแรกนำทางได้เครียดมาก งดนะคะ คือ มันสอนออนไลน์ไม่ได้ สัปดาห์หน้าครูก็ไม่เป็นไร งดก็เดี๋ยว ขอชดเชย 1 ครั้งแล้วกันนะ พอดีมันเป็นเรื่องแบบนวัตกรรมน่ะ มันต้องมาอยู่ในห้องน่ะ เพื่อแลกเปลี่ยนกันนะคะ ก็เลยงดก็เป็น 18 นะคะ ครูแจ้งไปแล้วนะ 11 งด เพราะว่าห้อง... ห้องใช้ในการสอบนะคะ วิชานี้สอบออนไลน์นะคะ เท่านั้นเรากลับบ้านได้เลยแต่เราไปดู มัน... ห้องสอบ ห้องสอบยังไม่ออกน่ะ ไม่ใช่ มันตารางสอบยังไม่ออกว่าวันไหน 80