﻿1
00:00:14,772 --> 00:00:18,671

2
00:00:18,671 --> 00:00:22,671
(เจ้าหน้าที่) ทดสอบ

3
00:01:38,713 --> 00:01:42,713
ทดสอบ Check 1 2

4
00:01:45,919 --> 00:01:49,919
ทดสอบ 1 2 สวัสดีครับ ได้ยินไหมครับ

5
00:01:58,728 --> 00:02:02,728
ฝั่งล่ามได้ยินไหมครับ

6
00:02:14,732 --> 00:02:18,732
สวัสดีครับ ฝั่งล่ามได้ยินชัดไหมครับ ล่ามไม่ได้ยินเสียงนะครับ

7
00:03:05,309 --> 00:03:09,309
สวัสดีครับ ทดสอบอีกครั้งนะครับ ล่ามได้ยินไหมครับ

8
00:03:26,775 --> 00:03:30,775
ล่ามยังไม่ได้ยินใช่ไหมครับ

9
00:03:51,710 --> 00:03:55,710
ล่ามได้ยินเสียงไหมครับ

10
00:04:11,388 --> 00:04:15,388
ล่ามยังไม่ได้ยินเสียงนะครับ

11
00:04:15,388 --> 00:04:19,388
เดี๋ยวขอปรับตัว Gain ตัว Mixer

12
00:04:22,968 --> 00:04:24,032
เพิ่มขึ้นนะครับ ล่ามได้ยินเสียงชัดเจนไหมครับ

13
00:04:24,032 --> 00:04:28,032
โอเค ได้ยินแล้วนะครับ โอเคครับ ขอบคุณครับ

14
00:04:28,595 --> 00:04:32,595
(อาจารย์) เรียบร้อย ไม่เป็นอะไรค่ะ

15
00:04:34,161 --> 00:04:37,772

16
00:04:37,772 --> 00:04:41,772
ได้ยินเสียงนะคะ โอเค

17
00:04:48,446 --> 00:04:52,446
บทที่ 10 นะ

18
00:05:54,870 --> 00:05:55,284
บทนี้นะคะ เราจะมาพูดถึงนวัตกรรมการศึกษา

19
00:05:55,284 --> 00:05:59,284
โดยเฉพาะนะคะ ถ้าใครจำได้ บทแรก เราพูดถึง

20
00:06:10,883 --> 00:06:12,547
วันนี้เราจะพูดถึงนวัตกรรมการศึกษานะคะ ว่ามันมีอะไรบ้าง เป็นลักษณะอะไรบ้างนะคะ

21
00:06:12,547 --> 00:06:16,547
และที่สำคัญ มันมีขั้นตอน กระบวนการ

22
00:06:18,311 --> 00:06:22,311
อย่างไร ที่จะทำให

23
00:06:22,885 --> 00:06:26,885
้มันเป็นนวัตกรรม ฉะนั้น วันนี้นะคะ

24
00:06:34,890 --> 00:06:34,908
ของการศึกษาพิเศษนะคะ แต่

25
00:06:34,908 --> 00:06:38,908
สำคัญคือคุณต้องได้กระบวนการค่ะ เพราะอะไร

26
00:06:46,895 --> 00:06:46,896
สำคัญคือคุณต้องได้กระบวนการค่ะ เพราะอะไร เ

27
00:06:46,896 --> 00:06:50,896
พราะว่าคุณเข้าไปเป็นครูน่ะค่ะ เราจะเห็นตามอินเทอร์เน็ตนะ  มันมีขายสื่อ

28
00:06:56,056 --> 00:06:58,261
นะคะขายสื่อมากมายเลย  แต่พอเราถาม หรือคนที่เขาไปเป็น

29
00:06:58,261 --> 00:07:02,261
กรรมการประเมินคุณน่ะ ไม่สามารถบอก

30
00:07:03,040 --> 00:07:06,351
นวัตกรรมนี้นะคะ ฉะนั้น ประเมิน

31
00:07:06,351 --> 00:07:10,351
ของคุณครั้งนั้น ก็ตกนะคะ เพราะคุณบอกขั้นตอน

32
00:07:10,714 --> 00:07:14,714
ไม่ได้ คุณมีสื่อน่ะ เราสังเกตไหมครูผู้ช่วย อาจจะมี

33
00:07:18,246 --> 00:07:21,383
รุ่นพี่โพสต์นะ ว่าครูผู้ช่วยเขาประเมินนู่นนี่นั่น

34
00:07:21,383 --> 00:07:25,383
จะมีสื่อมาเต็มเลยนะคะ  ไม่รู้ว่าได้มาจากไหนแหละ

35
00:07:29,730 --> 00:07:30,663
แต่กรรมการเขาคาดหวัง ว่าคุณต้องบอกกระบวนการให้ได้

36
00:07:30,663 --> 00:07:34,663
เดี๋ยววันนี้เราจะพูดถึงกระบวนการ ในการ

37
00:07:35,437 --> 00:07:35,912
ทำนวัตกรรมนะคะ เดี๋ยวขอทบทวนความรู้นิดหนึ่งนะคะ

38
00:07:35,912 --> 00:07:39,912
ความหมายของนวัตกรรมนะคะ มันมาจาก Innovation นะ

39
00:07:41,549 --> 00:07:45,549
แล้วภาษาไทยนะคะ ก็คิดว่า เอ๊ะ จะเอาคำว่าอะไร

40
00:07:46,649 --> 00:07:50,649
ที่มันจะสื่อถึง Innovation ได้ ก็ได้ คำว่า "นวัตกรรม" นี่แหละ

41
00:07:52,222 --> 00:07:56,222
คือการที่ทำให้ตนเองใหม่อยู่เสมอนะคะ เพราะว่ามันมาจาก 2 คำนี้ จำได้ไหม To Renew

42
00:08:01,614 --> 00:08:04,519
กับ to modify นะคะ to renew ก็คือทำให้ใหม่นะคะ เราคิดสิ่งใหม่มาเลย ที่ยังไม่มีใครทำมา

43
00:08:04,519 --> 00:08:06,928
นะคะ หรืออีกอันหนึ่ง มันมีคนทำ

44
00:08:06,928 --> 00:08:10,928
มาแล้วแหละ แต่เราเอาสิ่งนั้นน่ะค่ะ มาปรับปรุง

45
00:08:16,028 --> 00:08:20,028
แก้ไขให้มันดีขึ้น ก็เลยแปลว่า การที่มันทำให้ตัวเองใหม่อยู่เสมอน่ะค่ะ นวัตกรรมจะต้องใหม่อยู่เสมอ

46
00:08:20,895 --> 00:08:24,895
นะ นะคะ จะไม่หยุดนิ่ง ถ้ามันหยุดนิ่งหรือเคยชิน

47
00:08:25,764 --> 00:08:29,764
หรือทำเป็นปัจจุบันแล้วนี่ มันเป็นอะไรคะ

48
00:08:30,289 --> 00:08:34,289
อีกคำหนึ่ง เทคโนโลยีนะคะ มันจะกลายเป็นเทคโนโลยี ถ้ามันอยู่เฉย ๆ แล้ว มันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

49
00:08:42,941 --> 00:08:46,941
ฉะนั้น นวัตกรรมจะต้องมีการแก้ไขปรับปรุงอยู่เรื่อย ๆ นะคะ หรือคุณก็คิดสิ่งใหม่มาเลย

50
00:08:47,338 --> 00:08:51,338
นะคะ ยกตัวอย่าง อย่างเช่น ปัจจุบันนี่ ส่วนใหญ่เป็นอันนี้แล้ว

51
00:08:51,394 --> 00:08:55,394
นะคะ ไม่ค่อยเจอสิ่งใหม่แล้ว 10-20 ปี

52
00:08:56,808 --> 00:09:00,808
ที่ผ่านมาค่ะ ส่วนใหญ่จะเป็น Modofy ปรับปรุง แก้ไข

53
00:09:06,896 --> 00:09:10,896
อย่างเช่น รถยนต์ รถยนต์ทุกวันนี้มันก็มาจากสิ่งใหม่ ที่เคยมีอยู่แล้วใช่ไหมคะ ที่เคยมีอยู่แล้ว

54
00:09:11,602 --> 00:09:12,598
เขาก็ปรับปรุง เป็นรถยนต์ไม่มีน้ำมัน เป็นรถยนต์

55
00:09:12,598 --> 00:09:16,598
ไฟฟ้าอย่างนี้ค่ะ หรือเป็นรถยนต์ที่ไม่มีคนขับอย่างนี้ค่ะ

56
00:09:20,460 --> 00:09:22,204
มันก็มาจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว แต่มา

57
00:09:22,204 --> 00:09:25,517
ปรับปรุงให้มันดีขึ้น อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้น

58
00:09:25,517 --> 00:09:29,517
ปัจจุบันไม่ค่อยเจออันนี้เท่าไร

59
00:09:30,626 --> 00:09:34,626
จะเจอปรับปรุงให้มันดีขึ้น หรือเจอมือถือเวอร์ชันต่าง ๆ อย่างนี้

60
00:09:36,238 --> 00:09:38,279
นะคะ หรือแอปพลิเคชัน อย่างเช่น เว็บไซต์น่ะค่ะ มันก็มี

61
00:09:38,279 --> 00:09:42,279
มาหลายสิบปีแล้วใช่ไหมคะ เขาก็จะปรับปรุงให้เว็บไซต์ มี

62
00:09:43,352 --> 00:09:43,393
ลูกเล่น มีเอฟเฟกต์อะไร เพิ่มเติมอย่างนี้

63
00:09:43,393 --> 00:09:47,393
ฉะนั้น เขาเลยเปรียบนวัตกรรม

64
00:09:53,572 --> 00:09:56,696
เป็นเหมือนหน่อไม้ค่ะ นวัตกรรมเป็นเหมือนหน่อไม้ ถ้านวัตกรรมได้การยอมรับ

65
00:09:56,696 --> 00:10:00,641
หรือเติบโตนะคะ  นวัตกรรมนั้น

66
00:10:00,641 --> 00:10:04,641
จะกลายเป็นเทคโนโลยีนะคะ นวัตกรรมนั้น

67
00:10:05,007 --> 00:10:09,007
... หน่อไม้นี่ก็จะเติบโตเป็นต้นไผ่ได้ ก็จะเติบโตไปได้น่ะค่ะ

68
00:10:10,094 --> 00:10:12,185
ฉะนั้น สิ่งที่ครูกำลังจะบอก คือ

69
00:10:12,185 --> 00:10:16,185
ไม่ใช่ทุกนวัตกรรมนี่ จะสามารถเติบโต

70
00:10:17,037 --> 00:10:21,037
เป็นต้นไผ่ได้นะคะ ถ้านวัตกรรมนั้น หรือหน่อไม้นั้นถูกเฉือนไป

71
00:10:26,674 --> 00:10:29,754
คือ ไม่ได้รับการยอมรับน่ะค่ะ มีเยอะมากนะคะ นวัตกรรมที่ไม่ได้ยอมรับบนโลกนี้

72
00:10:29,754 --> 00:10:33,754
อย่างครูก็เจอนะ เวลาที่เอานวัตกรรมมาใช้กับเด็กน่ะ

73
00:10:34,155 --> 00:10:38,155
ล้มเหลวมาก็เยอะนะคะ มากกว่าประสบความสำเร็จ

74
00:10:39,554 --> 00:10:43,554
ด้วยซ้ำนะคะ ผิดหวังเยอะกว่าอีก อันนี้เป็นตัวอย่างเอา

75
00:10:44,381 --> 00:10:44,794
มาให้ดู ว่านวัตกรรมมันมีการล้มเหลวอยู่นะ

76
00:10:44,794 --> 00:10:48,794
คือมันเป็นได้แค่นวัตกรรม

77
00:10:49,449 --> 00:10:53,449
คือ ทุกคนไม่ได้ยอมรับสิ่งนี้ค่ะ มันก็เป็นจะเป็นแค่นวัตกรรม

78
00:10:57,718 --> 00:11:01,718
ฉะนั้น นวัตกรรมนี้ อันนี้ครูเอามาจากนวัตกรรมที่ผิดหวัง

79
00:11:02,509 --> 00:11:06,509
คือการที่มันเป็นแค่นวัตกรรมน่ะ

80
00:11:10,995 --> 00:11:13,954
แปลว่านวัตกรยังไม่สำเร็จ นวัตกรย่อมอยากให้นวัตกรรมตัวเองน่ะ เป็นเทคโนโลยี

81
00:11:13,954 --> 00:11:14,693
พอมันเป็นเทคโนโลยี แปลว่าทุกคนยอมรับ

82
00:11:14,693 --> 00:11:18,693
พอมันเป็นเทคโนโลยีแปลว่าทุกคนยอมรับนะ นึกออกไหมคะ

83
00:11:21,645 --> 00:11:24,574
นวัตกรทุกคนนี่ คนที่คิดนวัตกรรมนี่

84
00:11:24,574 --> 00:11:27,957
เขาย่อมอยากให้นวัตกรรมของเขาน่ะแพร่หลาย อยากให้

85
00:11:27,957 --> 00:11:31,957
แพ่หลาย พอมันแพร่หลายมันเป็นเทคโนโลยีพอมันแพร่หลายมันจะเป็นเทคโนโลยี

86
00:11:33,113 --> 00:11:36,032
ที่เป็นแค่นวัตกรรม แต่ไม่สามารถเป็นเทคโนโลยีได้

87
00:11:36,032 --> 00:11:40,032
คือ ไม่แพร่หลายนะคะ อันนี้ที่บ้านเรามีไหม มี

88
00:11:40,872 --> 00:11:44,872
ที่ไหนไหม ไม่ค่อยเห็นนะ แต่หลัง ๆ ครูเริ่มเห็นใน Shopee แล้ว

89
00:11:45,539 --> 00:11:46,848
อยากซื้อมาอยู่แต่ก็กลัว ที่แปลถ้า

90
00:11:46,848 --> 00:11:50,848
ที่บ้านเราไม่เห็นนี่ มันแปลว่าเป็นได้แค่นวัตกรรม

91
00:11:52,934 --> 00:11:56,934
อันนี้ก็เป็นหน้ากากที่คนก็กลัวแหละ

92
00:11:57,387 --> 00:12:01,387
เห็นภาพลักษณ์อะไรอย่างนี้ ก็เลยไม่ซื้อ ไม่ได้รับการยอมรับเท่าไร

93
00:12:02,027 --> 00:12:06,027
ก็เลยไม่แพร่หลายนะคะ หรือมือถือแบบนี้มีใครเคยเห็นไหม

94
00:12:11,007 --> 00:12:14,748
มีใครเคยเห็นเพื่อนใช้ไหม ในห้องนี้มีสักคนไหม

95
00:12:14,748 --> 00:12:16,363
มีสักคนไหม ยังไม่มีนะคะ มือถือลักษณะแบบนี้ ก็เป็นได้แค่นวัตกรรม แต่ไม่สามารถ

96
00:12:16,363 --> 00:12:18,996
เป็นเทคโนโลยีได้ คือไม่ได้มีใครยอมรับนะคะ

97
00:12:18,996 --> 00:12:22,996
มีแป๊บ ๆ หนึ่งนะคะ พวกนี้ค่ะ หรือตามพวกนี้

98
00:12:25,031 --> 00:12:29,031
นะคะ อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้นวัตกรรมไม่ยอมรับ

99
00:12:29,983 --> 00:12:33,983
คือ เรื่องราคาด้วยเหมือนกันนะ นวัตกรรมนี่ มันจะมีราคาสูง

100
00:12:35,030 --> 00:12:39,030
นะ พวกแบบนวัตกรรมนี่ มันคิดมา มันก็จะใช้พวกโปรแกรมอะไรอย่างนี้เขียน ซึ่งมันแพง

101
00:12:41,850 --> 00:12:45,769
ก็ทำให้คนไม่สามารถซื้อได้ มันก็จะเป็นแค่

102
00:12:45,769 --> 00:12:46,607
นวัตกรรมนะคะ หรือพวกรสชาติอย่างนี้

103
00:12:46,607 --> 00:12:50,267
นะคะ พวกรสชาติอย่างนี้นะคะ  ก็เป็นนวัตกรรม

104
00:12:50,267 --> 00:12:54,267
สังเกตไหม ว่ารสชาติ

105
00:12:54,974 --> 00:12:58,974
พวกเลย์น่ะค่ะ มันจะมีรสชาติ

106
00:13:02,281 --> 00:13:06,281
มาใหม่ ๆ นะคะ  หรือมาม่าอย่างนี้ แต่มันจะอยู่ไม่ได้นานน่ะ บางรสชาติที่คนไม่ซื้อน่ะค่ะ มันจะอยู่ได้ไม่นาน

107
00:13:10,912 --> 00:13:14,912
อันนั้นมันก็เป็นนวัตกรรม  แต่มันจะมีบางรสชาติที่มันอยู่ได้

108
00:13:15,974 --> 00:13:19,974
นาน ๆ อย่างเช่น อย่างเช่นอะไร เออ โนริสาหร่าย ชอบกินใช่ไหม โนริสาหร่ายน่ะค่ะ

109
00:13:20,433 --> 00:13:24,433
เมื่อก่อนคนก็ไม่ค่อยแบบ... คนก็งง ๆ กัน

110
00:13:25,279 --> 00:13:29,279
แต่ปัจจุบัน เรายังเห็นโนริสาหร่ายวางขายอยู่ใช่ไหมคะ อันนั้นน่ะมันมี

111
00:13:33,469 --> 00:13:37,408
มานานแล้ว แปลว่ามันเป็นเทคโนโลยแล้ว อย่างนี้เป็นต้น

112
00:13:37,408 --> 00:13:41,408
นะคะ ฉะนั้น ไม่ใช่ทุกนวัตกรรม จะสามารถเป็นเทคโนโลยีได้นะนะคะ ต้องได้รับการยอมรับนะคะ ต้องได้รับการยอมรับ

113
00:13:41,837 --> 00:13:44,193
หรือเห็นมันอย่างแพร่หลายน่ะค่ะ  หรือเห็นมันอย่างแพร่หลาย

114
00:13:44,193 --> 00:13:47,986
มันถึงจะเป็นเทคโนโลยีนะคะ ฉะนั้น คำว่า "นวัตกรรม" น่ะ

115
00:13:47,986 --> 00:13:51,986
ใจจริง ๆ นี่ ของนักนวัตกร

116
00:13:55,631 --> 00:13:59,631
คนที่คิดนวัตกรรมน่ะ  เขาย่อมอยากให้มันเป็นเทคโนโลยีค่ะ เขาย่อมอยากให้มันเป็น

117
00:14:00,781 --> 00:14:04,781
เทคโนโลยีนะคะ  ถ้ามันยังเป็นนวัตกรรมอยู่ แสดงว่ามันยังไม่แพร่หลาย

118
00:14:05,319 --> 00:14:09,319
นะคะ อันนี้ก็ทบทวนอีกเหมือนกันนะคะ นอกจากนวัตกรรมคือสิ่งใหม่ หรือ

119
00:14:09,438 --> 00:14:11,955
แก้ไขปรับปรุง หรือ Modify นี่ค่ะ เขาจะดูตรงนี้

120
00:14:11,955 --> 00:14:15,955
ด้วย ว่าบุคคลแต่ละบุคคล

121
00:14:16,143 --> 00:14:20,143
แต่ละที่สังคมนั้น เป็นอย่างไรกับนวัตกรรมชิ้นนั้น

122
00:14:25,773 --> 00:14:29,371
นะคะ  ยกตัวอย่าง อย่างเช่น มือถือ มือถือ  มือถือของสังคมห้องนี้ค่ะ ของ

123
00:14:29,371 --> 00:14:33,371
เอกการศึกษาพิเศษห้องนี้ มือถือเป็นอะไรคะ นวัตกรรมหรือเทคโนโลยี

124
00:14:35,431 --> 00:14:38,044
เป็นเทคโนโลยี เพราะว่า

125
00:14:38,044 --> 00:14:42,044
ได้รับการยอมรับ เก่งมากนะคะ คำนี้เลย ได้รับการยอมรับนะคะ คือทุกคนมีนั่นแหละ คือมันได้รับการยอมรับนะคะ

126
00:14:44,277 --> 00:14:48,277
แต่มือถือเหมือนกัน มือถือเครื่องเหมือนกันเลยน่ะ

127
00:14:50,838 --> 00:14:51,484
แต่ไปอยู่ที่ชาวเขา ชาวเขา

128
00:14:51,484 --> 00:14:54,320
เขามีแค่เครื่องเดียว คือ หัวหน้าเผ่ามีเครื่องเดียว

129
00:14:54,320 --> 00:14:58,320
มือถือเครื่องนั้น จะเป็นนวัตกรรมอะไร

130
00:15:02,391 --> 00:15:03,669
ของชาวเขาคะ จะเป็นอะไรของสังคมชาวเขา

131
00:15:03,669 --> 00:15:07,669
เป็นนวัตกรรม เมื่อกี้ครูพูดไปแล้ว เป็นนนวัตกรรมนะคะ

132
00:15:09,367 --> 00:15:13,202
ฉะนั้น เราจะดูตรงนี้ด้วยนะ ว่า

133
00:15:13,202 --> 00:15:16,394
บุคคลนั้นเป็นอย่างไร ว่าสังคมนั้นเป็นอย่างไรนะคะ

134
00:15:16,394 --> 00:15:19,987
กับนวัตกรรม ฉะนั้น นวัตกรรมเครื่องหนึ่ง

135
00:15:19,987 --> 00:15:23,987
เราจะบอกไม่ได้ทันทีว่า อันนี้เป็นนวัตกรรม

136
00:15:24,961 --> 00:15:28,961
หรือมันเป็นเทคโนโลยี เราต้องดูบริบทสังคมนั้นด้วย ดู

137
00:15:29,212 --> 00:15:29,967
บริบทของบุคคลนั้น ๆ ด้วยนะคะ

138
00:15:29,967 --> 00:15:33,967
โอเค ได้อันนี้ก็ Happy แล้วอันนี้ สำหรับครูนะ

139
00:15:38,127 --> 00:15:38,873
ฉะนั้น นวัตกรรมนะคะ คือ สิ่งใหม่

140
00:15:38,873 --> 00:15:42,873
หรือปรับปรุงจากของเดิมก็ได้นะคะ เพื่อเอามาแก้

141
00:15:44,171 --> 00:15:48,171
ปัญญา ฉะนั้น วันนี้เราจะมาคิดนวัตกรรม ที่จะมาแก้

142
00:15:50,224 --> 00:15:54,224
ปัญหานะคะ ก่อนที่จะไปดูขั้นตอนนะคะ เรามาดูลักษณะหน่อย

143
00:16:00,219 --> 00:16:02,345
ลักษณะของนวัตกรรม จะได้ตอนไปเป็นครูจะได้ใช้ถูกนะคะ เขาจะแบ่งใหญ่ ๆ ออกเป็นตาม

144
00:16:02,345 --> 00:16:06,345
2 ลักษณะด้วยกันนะคะ  จำแนก

145
00:16:11,387 --> 00:16:12,739
ตามลักษณะ กับตามผู้ใช้นะคะ

146
00:16:12,739 --> 00:16:16,018
ถ้าจำแนกตามลักษณะ ก็เป็นสื่อการสอน

147
00:16:16,018 --> 00:16:17,323
กับกิจกรรม ฉะนั้น นวัตกรรมน่ะ

148
00:16:17,323 --> 00:16:21,323
ไม่จำเป็นต้องเป็นชิ้นเป็นอันนะ

149
00:16:22,152 --> 00:16:26,152
เป็นกิจกรรมก็ได้นะ แต่ส่วนใหญ่ควรจะนึก

150
00:16:31,818 --> 00:16:33,314
ถึงเป็นสื่อการสอนน่ะค่ะ โดยเฉพาะ Gen พวกเรานะ พวกเราใช้

151
00:16:33,314 --> 00:16:34,673
เทคโนโลยีนะ แต่ว่าถ้าคุณครูไปดูนี่

152
00:16:34,673 --> 00:16:38,673
เป็นกรรมการอย่างนี้ ถ้าเป็น Gen แ

153
00:16:39,939 --> 00:16:43,939
บบ Babyboom คือ วัยใกล้เกษียณ

154
00:16:47,849 --> 00:16:49,355
คือ 50 Up อยา่งนี้ เป็นกิจกรรม เพราะเขาไม่ได้เก่งเทคโนโลยีนะ เพราะฉะนั้น ได้ทั้ง

155
00:16:49,355 --> 00:16:53,355
2 อย่างนะ จะเป็นสื่อก็ได้ จะเป็นกิจกรรมก็ได้นะคะ

156
00:16:53,421 --> 00:16:57,078
ถ้าเป็นพวกสื่ออย่างนี้ค่ะ เว็บไซต์ สื่อ

157
00:16:57,078 --> 00:17:01,078
อุปกรณ์ เกมนะคะ สื่อผสมพวกนี้

158
00:17:01,231 --> 00:17:04,952
เป็นนวัตกรรมหมดเลย เป็นนวัตกรรมของสื่อการสอนนะคะ

159
00:17:04,952 --> 00:17:08,952
ส่วนกิจกรรม ก็จะเป็นพวกเสริมคุณลักษณะ ให้กับผู้เรียน

160
00:17:10,310 --> 00:17:14,310
ที่เขานิยมทำกันน่ะค่ะ เช่น ส่งเสริม

161
00:17:15,705 --> 00:17:18,260
ให้ผู้เรียนแก้ปัญหา ให้ผู้เรียน

162
00:17:18,260 --> 00:17:22,260
ทำงานเป็นทีม ให้ผู้เรียนร่วมมืออย่างนี้ ก็จะเป็นกิจกรรม

163
00:17:22,546 --> 00:17:26,546
พัฒนานะคะ อีกอันหนึ่งนะคะ อันนี้จำแนกตามผู้ใช้นะคะ ผู้ใช้

164
00:17:26,662 --> 00:17:30,662
ก็มี 2... 2 ประเภทด้วยกันนะคะ พอเดาได้ไหมคะ

165
00:17:39,041 --> 00:17:41,339
จำแนกตามผู้ใช้ พอเดาได้ไหม 2 คน ที่ใช้สื่อการศึกษา

166
00:17:41,339 --> 00:17:45,339
มีใครบ้าง นักเรียนขาดไม่ได้ อีกคนหนึ่งล่ะ ขอโทษ ยกนิ้วผิด

167
00:17:46,242 --> 00:17:47,115
อีกคนหนึ่ง... ล่ะ เดี๋ยวนะ 2 อันหนึ่งผู้เรียน

168
00:17:47,115 --> 00:17:50,949
อีกอันหนึ่งต้องเป็นครู

169
00:17:50,949 --> 00:17:54,949
เก่งมากนะคะ มีแค่ 2 คนที่ใช้สื่อนะคะ มี

170
00:17:57,177 --> 00:18:01,177
แค่ 2 คน ที่ใช้สื่อนะคะ ส่วนใหญ่ สพฐ. จะใช้เกณฑ์นี้นะคะ

171
00:18:04,909 --> 00:18:08,909
เพราะว่าเขาจะเน้นเรื่องของครูกับผู้เรียนนะคะ

172
00:18:09,448 --> 00:18:12,936
ครูนะคะ ครูมีอะไรบ้าง ครูหนีไม่พ้นแผนการสอนค่ะ  นวัตกรรมของครู ก็

173
00:18:12,936 --> 00:18:16,291
เป็นแผนการสอนนะคะ ครูเป็นคนใช้แผนการสอนนี้

174
00:18:16,291 --> 00:18:20,291
นะคะ พวกเรา... เด็กนักเรียน เราต้องไปนึกถึง

175
00:18:21,482 --> 00:18:22,788
ตอนที่เราเป็นนักเรียน แต่เราเป็นนักศึกษาครู

176
00:18:22,788 --> 00:18:26,788
เราเลยเกี่ยวข้องกับแผน แต่พอเราไปสอนจริง ๆ น่ะค่ะ

177
00:18:28,907 --> 00:18:32,907
นักเรียนของเราน่ะ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับแผนเลยนะ  มีแต่ครูเป็น

178
00:18:35,766 --> 00:18:38,661
คนใช้แผนการสอนนั้นนะคะ ฉะนั้น นวัตกรรม

179
00:18:38,661 --> 00:18:38,938
แผนการสอนจะเป็นของครูนะคะ แผนการสอนนั้น จะต้อง

180
00:18:38,938 --> 00:18:42,938
เป็นแผนการสอนวิธีการใหม่ ๆ ด้วยนะคะ ให้

181
00:18:43,664 --> 00:18:46,843
ทำโครงงาน ให้เล่นเกม ให้ร่วมมืออะไรก็ว่าไป

182
00:18:46,843 --> 00:18:50,408
นะคะ เอกสาร อุปกรณ์

183
00:18:50,408 --> 00:18:54,408
ชุดการสอนพวกนี้นะคะ หรือพวกแบบวัดพวกนี้

184
00:18:59,761 --> 00:19:03,761
ที่ครูใช้จะเป็นสื่อการสอนสำหรับครูนะคะ แล้วผู้เรียนมีอะไรบ้าง เยอะแยะเลยค่ะ

185
00:19:05,331 --> 00:19:09,331
ครูทำสื่อให้ผู้เรียนใช้เยอะแยะเลยนะคะ อะไร

186
00:19:09,953 --> 00:19:13,953
ที่ผู้เรียนใช้นี่ จะเป็นสำหรับผู้เรียนนะคะ

187
00:19:14,196 --> 00:19:15,291
ผู้เรียนก็อย่างเช่น บทเรียน เว็บไซต์ ใบงาน

188
00:19:15,291 --> 00:19:19,291
ผู้เรียนก็เป็นคนทำใช่ไหมคะ ใบงานนักเรียนเป็นคนทำนะคะ ถึง

189
00:19:22,455 --> 00:19:26,455
ครูจะเป็นคนพรินต์ คนผลิต แต่ผู้ทำใบงานจริง ๆ คือ ผู้เรียน

190
00:19:30,988 --> 00:19:34,988
นะคะ ทำในที่นี้ หมายถึงเป็นคนที่เป็นคนคิด วิเคราะห์ ในการเรียนใบงานนะ แต่ครูเป็นคนผลิตใบงานเฉย ๆ

191
00:19:37,720 --> 00:19:39,010
นะคะ หนังสือ เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน

192
00:19:39,010 --> 00:19:42,923
พวกนี้ก็ได้นะ หรือ E-book อะไรอย่างนี้ก็ได้นะ

193
00:19:42,923 --> 00:19:45,131
ผู้เรียนเป็นคนใช้นะคะ แต่ครูเป็นคนทำ ผู้เรียนเป็นคนใช้นะคะ

194
00:19:45,131 --> 00:19:47,908
สื่อพวกนี้จะเป็นสำหรับผู้เรียนนะคะ

195
00:19:47,908 --> 00:19:51,908
คำถามค่ะ ถ้าใครฟังทันนะเมื่อกี้

196
00:19:52,918 --> 00:19:56,670
E-Book จัดเป็นนวัตกรรมแบบใด

197
00:19:56,670 --> 00:20:00,670
ถ้าแบ่งตามลักษณะ E-book จะเป็นแบบใดคะ มี 2 ลักษณะ

198
00:20:02,605 --> 00:20:06,605
คือ สื่อการสอนกับกิจกรรม E - book เป็นแบบไหนคะ

199
00:20:08,410 --> 00:20:11,798
สื่อการสอนนะคะ เก่งมากนะคะ แล้วถ้า

200
00:20:11,798 --> 00:20:15,585
แบ่งตามผู้ใช้ล่ะ E-Book ใครเป็นคนใช้

201
00:20:15,585 --> 00:20:16,652
นักเรียนเป็นคนใช้นะคะ

202
00:20:16,652 --> 00:20:20,652
ถ้าแบ่งตามผู้ใช้ ก็สำหรับผู้เรียนนะคะ

203
00:20:22,399 --> 00:20:26,399
ถ้าแบ่งตามลักษณะ ก็เป็นสื่อการสอนนะคะ

204
00:20:30,171 --> 00:20:31,936
พอบอกได้นะ แล้วนวัตกรรม

205
00:20:31,936 --> 00:20:35,936
จำแนกสำหรับครูล่ะ มีอะไรบ้าง ครูล่ะมีอะไร

206
00:20:38,289 --> 00:20:39,686
คู่มือครู อะไรอีก ครูต้องมีอะไรอีก

207
00:20:39,686 --> 00:20:42,957
ครูไม่ค่อยเยอะหรอก หนังสือ

208
00:20:42,957 --> 00:20:46,957
ครูต้องใช้หนังสือนะ หนังสือ แผนการสอน

209
00:20:47,797 --> 00:20:51,797
นะคะ แบบวัดอะไรอย่างนี้ก็ได้นะ เครื่องมือวัดผลอะไร

210
00:20:53,841 --> 00:20:56,583
อย่างนี้นะคะ มาถึง

211
00:20:56,583 --> 00:21:00,369
ตรงนี้ค่ะ ตรงนี้สำคัญนะ คะ

212
00:21:00,369 --> 00:21:04,369
กระบวนการในการพัฒนานวัตกรรมนะคะ เขาจะแบ่งใหญ่ ๆ

213
00:21:04,537 --> 00:21:07,126
ออกเป็น 3 ขั้นตอนด้วยกันนะคะ

214
00:21:07,126 --> 00:21:10,840
ขั้นตอนแรก จะต้องเริ่มจากวิเคราะห์ปัญหา

215
00:21:10,840 --> 00:21:13,899
เพราะว่านวัตกรรมต้องเริ่มจากปัญหาค่ะ

216
00:21:13,899 --> 00:21:17,899
เราคิดนวัตกรรมมาเพื่อแก้ปัญหานะคะ เราคิดนวัตกรรมมาเพื่อแก้ปัญหา

217
00:21:23,021 --> 00:21:23,824
อันดับ 2 พอเราได้ปัญหาเสร็จ

218
00:21:23,824 --> 00:21:27,824
เราจะเอานวัตกรรมอะไรมาแก้ไข เราก็กำหนด

219
00:21:30,674 --> 00:21:34,674
นวัตกรรมนั้นมานะคะ จากนั้น พอเรากำหนดเสร็จ

220
00:21:35,928 --> 00:21:36,811
เราก็มาออกแบบและพัฒนานะคะ 3 ขั้นตอน

221
00:21:36,811 --> 00:21:40,811
ใหญ่ ๆ นะคะ จริง ๆ ถ้าคุณไปเป็นครู คุณบอก

222
00:21:42,497 --> 00:21:46,258
ครูแค่ 3 ขั้นตอนนี้ เขาก็ให้ผ่านแล้วนะ

223
00:21:46,258 --> 00:21:48,039
นะคะ ฉะนั้น คุณผลิต

224
00:21:48,039 --> 00:21:52,039
อย่างเป็นกระบวนการ เขาต้องการแค่กระบวนการที่น่าเชื่อถือนะคะ

225
00:21:57,171 --> 00:21:58,793
มาดูอันแรกค่ะ วิเคราะห์ปัญหาการเรียนการสอนนะคะ คุณครูต้องค้นหา

226
00:21:58,793 --> 00:22:02,488
สาเหตุค่ะ เวลาที่สอนไปน่ะ อะไรน่ะ

227
00:22:02,488 --> 00:22:06,488
มันทำให้เด็กของเราน่ะ ไม่เป็นไปตามที่เราหวัง

228
00:22:07,922 --> 00:22:11,922
เราอยากให้เด็กนี่ อย่างเช่น ถ้าครูอยากให้เด็กน่ะ

229
00:22:13,443 --> 00:22:17,443
รู้กับประยุกต์สามารถใช้นวัตกรรมได้

230
00:22:18,379 --> 00:22:19,587
เอ๊ะ อะไรที่มันไม่สามรถ เขา

231
00:22:19,587 --> 00:22:22,769
ทำได้ทุกคน เราก็เริ่มมาคิด

232
00:22:22,769 --> 00:22:26,769
หาสาเหตุ เอ๊ะ มันเป็นเพราะสื่อการสอนเรา มันเป็นเพราะวิธี

233
00:22:29,724 --> 00:22:33,210
การสอนเรา มันเป็นเพราะตัวเด็กเอง มันเป็น

234
00:22:33,210 --> 00:22:33,915
เพราะปัญหาอะไรนะคะ หรือใน...

235
00:22:33,915 --> 00:22:37,915
ในพวกเราน่ะค่ะ อย่างเช่น วิชาอะไรดี

236
00:22:39,630 --> 00:22:42,996
วิชาภาษามืออย่างนี้ เอ๊ะ

237
00:22:42,996 --> 00:22:46,934
อะไรที่ทำให้เด็กไม่สามารถที่จะ

238
00:22:46,934 --> 00:22:50,934
ทำ... เรียนภาษามือได้ ไม่สามารถสื่อสารได้

239
00:22:53,366 --> 00:22:54,793
อย่างนี้เป็นต้น เราก็ต้องค้นหามานะคะ ฉะนั้น

240
00:22:54,793 --> 00:22:58,793
มันมีประเด็น ที่เราจะต้องวิเคราะห์ค่ะ

241
00:23:01,350 --> 00:23:05,350
เดี๋ยวจะให้วิเคราะห์ด้วยนะ  เดี๋ยวจะให้วิเคราะห์

242
00:23:07,654 --> 00:23:11,654
ประเด็นเหล่านี้นะคะ เขาจะวิเคราะห์ประเด็นหลาย ๆ ประเด็น

243
00:23:11,694 --> 00:23:12,817
เพื่อให้มันเห็นปัญหาที่ชัดเจน ถามว่าทำไมต้องประเด็น

244
00:23:12,817 --> 00:23:16,817
เยอะแยะ มากมายนะคะ หลาย ๆ อย่าง มันจะทำ

245
00:23:17,118 --> 00:23:21,118
ให้เราเห็นสาเหตุปัญหาที่แท้จริงนะคะ เขาจะถามเรื่องปัญหา

246
00:23:21,167 --> 00:23:25,167
เกิดขึ้น คืออะไร  ปัญหาเป็นของใคร

247
00:23:26,445 --> 00:23:27,443
ส่งผลกระทบต่อใคร มีความสำคัญระดับไหน

248
00:23:27,443 --> 00:23:31,443
นะคะ เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเหตุการณ์ไหนบ้างนะคะ แล้ว

249
00:23:32,183 --> 00:23:36,183
ใครเป็นผู้รับผิดชอบนะคะ เดี๋ยวช่วยครู

250
00:23:36,503 --> 00:23:37,989
หน่อยค่ะ ปัญหาในการเรียนการสอน

251
00:23:37,989 --> 00:23:41,989
เกี่ยวกับการศึกษาพิเศษนี่ค่ะ มีอะไรบ้าง

252
00:23:42,864 --> 00:23:46,864
พิมพ์มาในช่อง Chat ให้ครูหน่อยค่ะ

253
00:23:48,350 --> 00:23:51,480
ควรเป็นปัญหาที่เฉพาะเจาะจงนะ

254
00:23:51,480 --> 00:23:55,480
อย่าเอากว้างมากนักนะคะ ปัญหาสื่อการเรียนการสอน

255
00:24:02,714 --> 00:24:05,543
ที่เราเคยเจอในการศึกษาพิเศษน่ะค่ะ หรือเราจะต้องไปเจอตอนที่เราไปสอนการศึกษาพิเศษนะคะ

256
00:24:05,543 --> 00:24:09,543
อะไรบ้างนะ

257
00:24:13,532 --> 00:24:17,532
การศึกษาพิเศษ...

258
00:25:23,291 --> 00:25:26,139
อย่ากว้าง บอกพยายามอย่ากว้าง เช่น ปัญหาในการเรียนนี่

259
00:25:26,139 --> 00:25:30,139
อ๋อ ปัญหาในการเขียน โอเค ปัญหา

260
00:25:30,734 --> 00:25:32,103
เข้าใจ เขียนมาก่อน เขียนมาก่อน

261
00:25:32,103 --> 00:25:36,103
มองไม่เห็น

262
00:26:17,414 --> 00:26:21,414
เดี๋ยวครูขอยกตัวอย่างเคส...

263
00:26:26,362 --> 00:26:30,362
การเดินทางมาเรียน การเดินทางมาเรียน

264
00:26:31,747 --> 00:26:32,734
คือปัญหาอย่างไรล่ะ

265
00:26:32,734 --> 00:26:36,734
ทีนี้ค่ะ

266
00:26:38,019 --> 00:26:42,019
เวลาเดี๋ยวตอนที่ครูจะให้ทำงานนี่

267
00:26:42,538 --> 00:26:46,538
มันควรที่จะเป็นเฉพาะน่ะค่ะ อย่างเช่นขอยกตัวอย่างนะ

268
00:26:51,325 --> 00:26:55,325
ไม่ได้ว่าเราผิดอะไรหรอกนะคะ ถามว่าการเดินทางมาเรียนน่ะ มันเป็นปัญหาไหม มันก็เป็นปัญหานะ

269
00:26:56,730 --> 00:27:00,355
แต่มันเอามาทำ... มันไม่ใช่สิ่งที่

270
00:27:00,355 --> 00:27:04,355
จะเอามาทำนวัตกรรมน่ะค่ะ นึกออกไหม ปัญหามาเรียน

271
00:27:05,366 --> 00:27:09,366
แก้ไขอย่างไร เราก็ต้องมาเรียนให้ทำอย่างนี้ หรือปัญหา

272
00:27:12,092 --> 00:27:13,111
ง่วงนอนเวลาเรียนอย่างนี้ มันไม่ควรเอามา

273
00:27:13,111 --> 00:27:17,111
ทำนวัตกรรม นึกออกไหม คือคุณต้องไปแก้ไข

274
00:27:17,276 --> 00:27:21,276
ปัญหานั้นน่ะค่ะ ฉะนั้น การที่จะเอาปัญหานวัตกรรม

275
00:27:22,031 --> 00:27:23,019
อันนี้หลายคนมักจะ...

276
00:27:23,019 --> 00:27:27,019
ตอนที่ครูไปอบรมคุณครูเหมือนกันนะ คือ จะนึกถึง

277
00:27:28,300 --> 00:27:32,300
ปัญหาที่มันเกี่ยวข้องกับตัวเองค่ะ  แต่มันไม่ได้นึกถึงปัญหา

278
00:27:35,247 --> 00:27:37,331
ที่มันไปถึงผู้เรียนน่ะ นึกออกไหมคะ ฉะนั้น

279
00:27:37,331 --> 00:27:40,469
อย่างเช่น เมื่อกี้ มันไม่ต้องคิดนวัตกรรมอะไรค่ะ

280
00:27:40,469 --> 00:27:44,469
มันแค่ต้องปรับปรุงพฤติกรรมเขาอย่างนี้ค่ะ มันไม่จำเป็น หรืออย่างเช่น

281
00:27:47,427 --> 00:27:48,142
คอมพิวเตอร์ไม่พออย่างนี้ ถามว่า

282
00:27:48,142 --> 00:27:52,142
เป็นปัญหาไหม เป็นปัญหานะ แต่ถ้าคอมพิวเตอร์ไม่พอ

283
00:27:52,912 --> 00:27:56,912
เราก็ต้องจัดซื้อจัดจ้าง มันก็จบ มันไม่ต้องแก้ไข

284
00:28:02,055 --> 00:28:04,809
นวัตกรรมอะไร มันไม่ต้องใช้สิ่งใหม่อะไร มันไม่ต้อง

285
00:28:04,809 --> 00:28:06,675
ปรับปรุงอะไร นึกออกไหมคะ เพราะฉะนั้น ปัญหาเหล่านี้ เราจะไม่

286
00:28:06,675 --> 00:28:07,147
เอามาทำนวัตกรรมนะคะ ที่ครูบอกว่า

287
00:28:07,147 --> 00:28:11,025
มันควรเป็นเฉพาะเจาะจงนะคะ

288
00:28:11,025 --> 00:28:14,332
อย่างเช่น ปัญหาการสื่อสาร

289
00:28:14,332 --> 00:28:18,332
อย่างไรล่ะ มันก็จะ... ปัญหาการสื่อสาร

290
00:28:20,031 --> 00:28:24,031
บางครั้งมันเราก็แค่อาจจะแค่พูดคุย  การสื่อสารปกติก็อาจจะมีปัญหาได้

291
00:28:30,057 --> 00:28:30,079
ถามว่าเป็นปัญหา แล้วมันเอานวัตกรรมอะไร

292
00:28:30,079 --> 00:28:32,338
มาแก้ไขได้ไหม มันก็ยัง... มันก็ยัง

293
00:28:32,338 --> 00:28:36,338
ไม่ได้เหมาะกับการที่จะเอามาทำนวัตกรรมอย่างนี้ค่ะ ฉะนั้น

294
00:28:38,407 --> 00:28:40,113
ปัญหาที่อยากให้ทำต่อไปนะ

295
00:28:40,113 --> 00:28:44,113
มันควรเป็นเฉพาะเจาะจง อย่างเช่น มีคนที่เขียนเข้าเค้า

296
00:28:48,095 --> 00:28:52,095
อันนี้นะคะ ไหนล่ะ หายไปไหน ปัญหาการเขียนรูปประโยค ของนักเรียนหูหนวก

297
00:28:54,537 --> 00:28:58,537
อย่างนี้ค่ะ อันนี้มันทำให้เห็นว่ามัน... เขาจะต้องเขียนประโยคนะ

298
00:29:00,240 --> 00:29:03,466
ในการที่จะทำ เอ๊ะ เราจะทำนวัตกรรม

299
00:29:03,466 --> 00:29:07,466
อะไร ที่ทำให้มันเขียนได้ง่ายขึ้น หรือผู้เรียนนี่

300
00:29:07,680 --> 00:29:11,416
ทำได้ง่ายขึ้น อย่างนี้เป็นต้นนะคะ  ฉะนั้น

301
00:29:11,416 --> 00:29:15,416

302
00:29:15,867 --> 00:29:19,867
ตอนที่เราไปทำ เราจะต้องเอาแบบเฉพาะเจาะจงนะคะ

303
00:29:21,500 --> 00:29:25,500
โอเค คืออะไร

304
00:29:26,013 --> 00:29:28,823
การทำสื่อ

305
00:29:28,823 --> 00:29:32,823
ส่วนใหญ่จะเป็นปัญหาเรื่องการใช้ภาษานะ

306
00:29:35,484 --> 00:29:39,484
ปัญหาการใช้ภาษามือ

307
00:29:39,623 --> 00:29:43,623
โอเค ปัญหา

308
00:29:46,053 --> 00:29:49,058
ในการเขียน การเขียนนี่ หมายถึงจะต้อง

309
00:29:49,058 --> 00:29:53,058
เฉพาะเจาะจงเข้าไปนะคะ ฉะนั้น ก็ต้องเฉพาะเจาะจงเข้าไป

310
00:29:55,992 --> 00:29:57,494
ขอยกตัวอย่าง ปัญหาที่เกิดขึ้น

311
00:29:57,494 --> 00:30:01,494
เมื่อกี้ครูเอาอะไรนะ การเขียนรูปประโยคภาษา

312
00:30:08,426 --> 00:30:09,079
มือใช่ไหม ขอโทษที มันมีศัพท์ซับซ้อนมาก

313
00:30:09,079 --> 00:30:11,111
เดี๋ยวนะ ปัญหา การเขียนรูปประโยค

314
00:30:11,111 --> 00:30:15,111
ของนักเรียนหูหนวก

315
00:30:16,794 --> 00:30:20,794
หรืออันนี้ ปัญหาด้วยภาษามือ

316
00:30:23,598 --> 00:30:26,304
มันเยอะใช่ไหมคะ

317
00:30:26,304 --> 00:30:30,304
ภาษามือนี่ เราต้องจดจำ  มันไม่ได้เป็นภาษา

318
00:30:34,506 --> 00:30:38,506
ที่เราใช้ปกติ มันมี... เขาเรียกว่าอะไร

319
00:33:07,514 --> 00:33:11,514
เกิดขึ้นให้ได้นะคะ

320
00:33:11,890 --> 00:33:12,005
ฉะนั้น มันเลยต้องมีหลายประเด็น

321
00:33:12,005 --> 00:33:13,724
นะคะ อันนี้ อันนี้สำคัญ

322
00:33:13,724 --> 00:33:17,724
ถ้าคุณทำปัญหาที่มันเป็นปัญหาจริง ๆ มาได้น่ะค่ะ

323
00:33:19,332 --> 00:33:23,332
มันจะทำให้คุณเอานวัตกรรมมาแก้ไขปัญหาได้จริง ๆ

324
00:33:29,108 --> 00:33:33,108
นะคะ เคยมีอยู่ปีหนึ่งค่ะ เขาเริ่มต้นมาจากปัญหานี่แหละ  ปกติที่พูดถึง

325
00:33:37,460 --> 00:33:39,526
นวัตกรรมนะคะ ปกติถ้าเรานึกถึงนวัตกรรมที่จะชนะได้นี่ มันจะ

326
00:33:39,526 --> 00:33:39,828
เป็นอะไรที่ทันสมัยมาก ๆ ใช่ไหมคะ

327
00:33:39,828 --> 00:33:43,828
อย่างเช่น หุ่นยนต์ AI อะไรอย่างนี้นะคะ

328
00:33:44,981 --> 00:33:48,981
แต่มีปีนั้นค่ะ คนที่เขาชนะ เราเริ่มจากวิเคราะห์ปัญหา

329
00:33:53,485 --> 00:33:53,665
เขาวิเคราะห์ประเด็นเหล่านี้เลยค่ะ เขา

330
00:33:53,665 --> 00:33:57,665
วิเคราะห์อย่างนี้ค่ะ เด็กนักเรียนของเขานี่ จะมี

331
00:33:59,143 --> 00:34:00,276
คนหนึ่งที่มาสายประจำเลย

332
00:34:00,276 --> 00:34:04,276
ก็มานอน คือ มาหลับในห้องอย่างนี้ คุณครู

333
00:34:08,069 --> 00:34:10,215
เขาก็ เอ๊ะ สงสัยว่าเด็กคนนี้เป็นอะไร ทำไมถึงมาหลับในห้อง

334
00:34:10,215 --> 00:34:10,485
ตลอดเลยนะคะ เขาก็เลยตามไปที่บ้าน

335
00:34:10,485 --> 00:34:14,485
เด็กคนนั้นเลยค่ะ ปรากฏว่าคุณครู

336
00:34:17,211 --> 00:34:19,517
ไปเจอพ่อแม่ ปรากฏว่า พ่อแม่ก็เลยบอกว่า

337
00:34:19,517 --> 00:34:23,338
ให้มันน่ะ ตื่นเช้ามา แล้วให้

338
00:34:23,338 --> 00:34:27,338
อาหารปลาบ้านเขาเลี้ยงปลาดุก

339
00:34:34,159 --> 00:34:34,856
เด็กต้องตื่นเช้ามา มาแล้วให้อาหารปลานะคะ ทีนี้คุณครูก็เลยบอกว่า

340
00:34:34,856 --> 00:34:38,856
เอาอย่างนี้ได้ไหม พ่อแม่ ให้เด็กนี่มาทำตอนเย็นได้ไหม ไม่ต้อง

341
00:34:42,418 --> 00:34:43,645
มาทำตอนเช้านะคะ พ่อแม่ก็โอเคนะ อย่างนั้นก็มาทำตอนเย็นพอนะคะ  เด็กก็มาเรียน

342
00:34:43,645 --> 00:34:47,026
มาเรียนผ่านไปครึ่งเทอมมาเรียน

343
00:34:47,026 --> 00:34:51,026
แล้วหลังจากจบเทอมค่ะ ปรากฏว่าผล

344
00:34:52,467 --> 00:34:56,467
การเรียน เกรดเฉลี่ยของเด็กคนนั้นดีขึ้น จาก

345
00:34:59,821 --> 00:35:03,821
บ๊วยค่ะ จากอันดับสุดท้าย เกือบโดน Retry

346
00:35:07,542 --> 00:35:11,542
อันดับ 1 เลยนะคะ เราว่าเป็นเพราะอะไร เราคิดว่าเป็นเพราะอะไร การเปลี่ยนมาให้อาหารตอนเย็น ทำให้เด็กเก่งได้เลย

347
00:35:12,588 --> 00:35:15,965
เราว่าเพราะอะไร ได้กินปลา

348
00:35:15,965 --> 00:35:19,228
ไม่ใช่

349
00:35:19,228 --> 00:35:22,033
เราว่าเป็นเพราะอะไร อ๋อ

350
00:35:22,033 --> 00:35:26,033
จับปลาดุกกินใช่ไหม ฉลาด

351
00:35:32,049 --> 00:35:36,049
อ๋อ นอนเพียงพอใช่ไหมคะ ทีนี้ค่ะ คุณครูเขาก็สงสัยเหมือนกัน

352
00:35:37,089 --> 00:35:41,089
การไม่ต้องให้อาหารปลาดุกนี่ มันทำให้เด็กคนหนึ่งเก่งได้ขนาดน

353
00:35:47,558 --> 00:35:49,409
ี้เลยเหรอ การนอนพักผ่อนเพียงพอ ทุกคนต้องเข้าใจก่อนนะ

354
00:35:49,409 --> 00:35:50,631
เด็กคนอื่นก็นอนหลับเพียงพอเหมือนกัน แต่ทำไมเด็กคนนี้

355
00:35:50,631 --> 00:35:54,631
หลังจากที่ไม่ต้อง... ตื่นไม่ให้อาหารปลาดุก หลับเพียงพอ ทำให้เด็กคนหนึ่งเก่ง

356
00:36:03,561 --> 00:36:06,281
กว่าคนอื่น ๆ ขนาดนั้นเลยเหรอ มันเป็นไปได้ขนาดนั้นเลยเหรอ คุณทำอย่างไร ทำอย่างไรถึงเก่งขึ้นขนาดนั้น

357
00:36:06,281 --> 00:36:07,079
เด็กก็เลยตอบคุณครูมาว่า

358
00:36:07,079 --> 00:36:10,518
เพราะว่าคุณครูไปที่บ้านเขา

359
00:36:10,518 --> 00:36:14,518
เห็นปัญหาของเขา แล้วคุณครูไปแก้ไขปัญหาให้เขา

360
00:36:16,699 --> 00:36:20,699
ซึ่งเขาน่ะ พอคุณครูไปแก้ปัญหาแล้ว เขาบอก

361
00:36:23,702 --> 00:36:27,702
มาว่าเขาไม่อยากทำให้คุณครูผิดหวัง ที่คุณครู

362
00:36:28,341 --> 00:36:32,341
ไปที่บ้านเขา มันเลยเจอตัวแปรหนึ่งของงานวิจัยค่ะ

363
00:36:33,520 --> 00:36:35,336
ครูผู้สอนน่ะ มีผลกับผู้เรียนมาก

364
00:36:35,336 --> 00:36:39,336
นะคะ เขาเรียกว่าแรงกระตุ้น Motivate จร

365
00:36:43,577 --> 00:36:46,980
ิง ๆ มันมีศัพท์ยากกว่านี้นะ  เป็นการวิจัยทำให้เด็กคนหนึ่งน่ะค่ะ อยากมาเรียน อยากมาทำ

366
00:36:46,980 --> 00:36:50,980
งานวิจัยนี้ ก็เลยได้รางวัลเลย เพราะแค่

367
00:36:51,511 --> 00:36:55,511
แก้ปัญหา คนที่ทำ AI คนที่ทำหุ่นยนต์ก็เหว๋อไปเลย

368
00:36:58,505 --> 00:36:59,023
คือนึกออกไหมคะ อันนั้นน่ะ มันทำทันสมัยจริง ๆ นั่นแหละ

369
00:36:59,023 --> 00:37:03,023
แต่มันไม่ได้มาจากปัญหาจริง ๆ ค่ะ งานวิจัยนี้ก็ได้ราว

370
00:37:07,585 --> 00:37:11,585
นะคะ ฉะนั้นนี่ค่ะ เวลาเราแยกประเด็นออกมาเรื่อย ๆ เราจะเห็นปัญหาจริง ๆ เมื่อกี้มันก็

371
00:37:14,146 --> 00:37:16,955
สัมพันธ์กับเหตุการณ์อื่น การที่เราจะคิดนวัตกรรมมาได้

372
00:37:16,955 --> 00:37:20,955
น่ะค่ะ มันอาจจะไปเกี่ยวข้อง สัมพันธ์กับปัญหาอื่น ๆ ก็เลย

373
00:37:23,343 --> 00:37:26,600
เกิดปัญหานั้นมาก็ได้นะคะ ปัญหาเสร็จนะ เดี๋ยวจะให้คิดปัญหา ฉะนั้น

374
00:37:26,600 --> 00:37:30,600
ย้ำอีกครั้งหนึ่งนะ เวลาที่ครูตรวจงานมานี่ เอาปัญหา

375
00:37:32,523 --> 00:37:36,523
ที่เฉพาะเจาะจง อย่าเอากว้างมาก ไม่อย่างนั้น มันคิดนวัตกรรมยากมาก

376
00:37:39,114 --> 00:37:43,114
นะคะ กำหนดนวัตกรรมเพื่อแก้ไขนะคะ หลังจากที่เราได้มาแล้ว ขั้นที่ 2 ก็คือเราได้ปัญหามาแล้ว ขั้นที่ 2 เรามากำหนด

377
00:37:46,408 --> 00:37:46,811
นวัตกรรมเพื่อแก้ไขนะคะ นวัตกรรมที่

378
00:37:46,811 --> 00:37:50,644
คุณคิดมา ไม่ควรซับซ้อนเกินไป

379
00:37:50,644 --> 00:37:54,644
ทำไมเขาถึงบอกว่าไม่ควรซับซ้อนเกินไป ถ้าอะไรที่ใช้ยาก

380
00:38:02,477 --> 00:38:06,477
เป็นอย่างไร คนก็ไม่อยากใช้ คนเราไม่มีความพยายามหรอกคุณ คือ มันต้องใช้ง่าย

381
00:38:07,982 --> 00:38:09,556
ใช้ได้เลยอะไรอย่างนี้นะคะ อย่าซับซ้อนมาก อย่างเช่น ครูเคยยกตัวอย่าง

382
00:38:09,556 --> 00:38:12,689
เว็บไซต์ เว็บไซต์ไหนที่มัน

383
00:38:12,689 --> 00:38:16,689
กรอกข้อมูลเยอะ ๆ น่ะค่ะ ทุกวันนี้คนเราไม่กรอกแล้ว

384
00:38:19,998 --> 00:38:23,559
เว็บไซต์ที่คนจะเข้านี่ ก็คือมันต้องลิงก์กับข้อมูล ฎฌทฟรส

385
00:38:23,559 --> 00:38:25,088
หรือลิงก์กับ Facebook อะไรอย่างนี้คนถึงจะเข้า

386
00:38:25,088 --> 00:38:29,088
ให้เด็กไปทดลองจริง ๆ แล้ว จริง ๆ เลย  ปัจจุบัน

387
00:38:32,978 --> 00:38:34,230
อะไรที่มันต้องกรอกข้อมูลเยอะ ๆ นะคะ ฉะนั้น นวัตกรรม

388
00:38:34,230 --> 00:38:38,230
ที่คุณใช้ ไม่ควรซับซ้อน ถ้าคนใช้นวัตกรรมคุณ

389
00:38:40,585 --> 00:38:44,585
ถ้ามันใช้งานยากเกินไป และต้องไม่เสียค่าใช้จ่ายเกินไป ต้องไม่แพงเกินไป

390
00:38:46,700 --> 00:38:50,700
อย่างเช่น นวัตกรรมพวกที่ครูยกตัวอย่าง

391
00:38:51,127 --> 00:38:55,127
ตอนต้นน่ะค่ะ ที่เป็นมือถือ เป็นปาล์ม

392
00:38:57,742 --> 00:39:01,742
แล้วแบบ 40,000-50,000 ไม่สามารถแพร่หลาย

393
00:39:01,851 --> 00:39:03,674
ได้นะคะ เราจะสังเกตว่ามือถือ Sumsung นี่ คนจะใช้เยอะกว่า Apple

394
00:39:03,674 --> 00:39:07,674
Apple ถามว่าแพง แต่มีคนซื้อไหม มีคนซื้อ

395
00:39:12,131 --> 00:39:13,108
โดยรวมยอดขายจำนวนเครื่องน่ะค่ะ พวก Android นี่

396
00:39:13,108 --> 00:39:17,108
จะขายได้เยอะกว่า จำนวนเครื่องจะได้เยอะกว่า

397
00:39:21,045 --> 00:39:25,045
เพราะราคามันถูกกว่า ส่วน Apple น่ะ ถามว่ากำไรเยอะกว่าก็จริง แต่ว่าจำนวนเครื่องนี้ก็น้อยกว่า Android

398
00:39:28,538 --> 00:39:28,647
ฉะนั้น ถ้าอยากให้แพร่หลายนะคะ ก็ต้อง

399
00:39:28,647 --> 00:39:31,580
ทำให้ราคามันนี่ ไม่แพงเกินไป

400
00:39:31,580 --> 00:39:35,580
นะคะ ไม่แพงเกินไป คนสามารถซื้อได้มันก็จะแพร่หลาย

401
00:39:38,386 --> 00:39:39,996
นะคะ ฉะนั้น

402
00:39:39,996 --> 00:39:43,996
เดี๋ยวเราเหลือขั้นที่ 3 เดี๋ยวให้ทุกคนทำ 2 ขั้นนี้

403
00:39:46,623 --> 00:39:47,187
ก่อนนะคะ คือวิเคราะห์ปัญหา กับ

404
00:39:47,187 --> 00:39:51,187
กำหนดนวัตกรรมนะคะ วิเคราะห์ปัญหา ครู

405
00:39:53,446 --> 00:39:57,446
หยิบมาแค่ 3 ประเด็นนะคะ ให้เราบอกว่าปัญหา

406
00:39:57,616 --> 00:40:01,616
ที่เกิดขึ้นคืออะไร ในการเรียนการสอนนะคะ เกิดผลกระทบขึ้นกับใคร

407
00:40:04,476 --> 00:40:05,134
เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับปัญหาใดนะคะ และ

408
00:40:05,134 --> 00:40:08,088
เอาปัญหานั้น มากำหนดนวัตกรรมนะคะ

409
00:40:08,088 --> 00:40:12,088
ตั้งชื่อนวัตกรรมนะคะ เอาเจ๋ง ๆ เอาจึ๊ง ๆ นะคะ

410
00:40:19,580 --> 00:40:23,183
เห็นแล้วแบบอยากใช้น่ะค่ะ เราบอกลักษณะของนวัตกรรม แล้วพร้อมวาดร่างนะคะ แล้วเดี๋ยวครูจะให้นำเสนอนะคะ

411
00:40:23,183 --> 00:40:24,076
จะให้เวลาประมาณ 30 นาที จับกลุ่ม

412
00:40:24,076 --> 00:40:28,076
4-5 คนนะ เอาเพื่อไปด้วยนะ จับกลุ่ม 4-5 คน

413
00:40:34,067 --> 00:40:38,067
ทีนี้ค่ะ ทีนี้ด้วยการศึกษาพิเศษ มันจะมีปัญหาอยู่ไม่กี่อย่างหรอก ภาษามือ หรือการมองเห็น

414
00:40:43,114 --> 00:40:47,114
อย่างนี้ ทีนี้จะให้เราอาจจะเอาปัญหา ปัญหาที่เราเคยเจอ เรียน ต้องเรียนประถม มัธยม

415
00:40:50,376 --> 00:40:54,181
ก็ได้นะคะ วิชาอื่น ๆ ก็ได้นะ ที่เรารู้สึกว่ามันเป็นปัญหา อันนี้ให้การศึกษาพิเศษเฉพาะนะ ว่า

416
00:40:54,181 --> 00:40:57,283
ในตอนมัธยมน่ะ เราอาจจะเจอปัญหาอะไร

417
00:40:57,283 --> 00:40:59,936
วิชาอะไรก็ได้นะ  ที่เราเป็นปัญหาก็ได้นะ

418
00:40:59,936 --> 00:41:02,718
ส่งตัวแทนมารับใบงานค่ะ แบ่ง

419
00:41:02,718 --> 00:41:06,718
4-5 คนนะ

420
00:41:10,059 --> 00:41:14,059
ย้ำอีกครั้งหนึ่ง ปัญหา เอาแบบเฉพาะนะ

421
00:41:16,116 --> 00:41:20,116
อย่ากว้างไป เดี๋ยวมันจะคิดนวัตกรรมมาไม่ได้นะคะ

422
00:41:32,363 --> 00:41:36,363
เดี๋ยวแบ่งเพื่อนไปด้วยนะ

423
00:41:36,955 --> 00:41:40,955

424
00:41:43,349 --> 00:41:45,712
ให้เวลา 30 นาทีนะคะ

425
00:41:45,712 --> 00:41:49,712
ปัญหาที่เกิดขึ้นคืออะไร

426
00:41:50,240 --> 00:41:54,240
ส่งผลกระทบต่อใคร เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับเหตุการณ์ใด

427
00:42:00,418 --> 00:42:02,355
นะคะ คิดปัญหามาได้เสร็จ ก็มากำหนด

428
00:42:02,355 --> 00:42:03,947
นวัตกรรมนะคะ ก็มากำหนดนวัตกรรมนะคะ

429
00:42:03,947 --> 00:42:07,942
หมดแล้วเหรอ

430
00:42:07,942 --> 00:42:11,942
ครูพรินต์มา 6 ใครเอาใบงานไปเกิน

431
00:42:13,247 --> 00:42:17,247

432
00:42:18,307 --> 00:42:22,307
แบ่งให้เพื่อนด้วย ครูพรินต์มา 6 มันต้องเหลือสิ

433
00:43:17,720 --> 00:43:21,720
ให้ได้ 4-5

434
00:43:23,000 --> 00:43:27,000
นะคะ ให้ได้ 4-5 มันต้องพอ เพราะว่าครูแบ่ง... ครูพรินต์

435
00:43:30,242 --> 00:43:31,728
มา 6 มันต้องเกินอยู่แล้ว

436
00:43:31,728 --> 00:43:35,728
อันนี้ 5...

437
00:43:47,756 --> 00:43:48,680
ช่วยกันนะคะ ช่วยกันคิด

438
00:43:48,680 --> 00:43:49,693
นะคะ

439
00:43:49,693 --> 00:43:53,693
ปัญหาอาจจะซ้ำกันแต่ละกลุ่มได้นะ

440
00:44:01,623 --> 00:44:05,623
จ้ะ ได้จ้ะ รหัสสมาชิกเขียนแค่ 3 ตัวท้ายนะคะ  มันจะได้เขียน

441
00:44:06,714 --> 00:44:07,775
พอ  ปัญหาคล้ายกันได้

442
00:44:07,775 --> 00:44:11,775
แต่นวัตกรรมมันไม่น่าคล้ายกันนะคะ

443
00:44:15,428 --> 00:44:17,176
แต่ละคนก็คิดไอเดียออกมาเลย นวัตกรรม

444
00:44:17,176 --> 00:44:21,176
เราจินตนาการได้นะ

445
00:44:24,610 --> 00:44:28,610
ว่าถ้ามันจะทำให้ฉันเรียนได้ดีขึ้น จินตนาการได้นะ สิ่ง

446
00:44:29,144 --> 00:44:33,144
ที่เราคิดขึ้นมา ก็ได้เลย ย้ำอีกครั้งหนึ่ง

447
00:44:34,479 --> 00:44:36,643
นวัตกรรมควรที่จะเป็นสิ่งใหม่ ๆ หรือสิ่งมันมีอยู่แล้ว มันต้องมี

448
00:44:36,643 --> 00:44:40,520
ฟังก์ชันที่มันดีกว่าเดิม ฉะนั้น

449
00:44:40,520 --> 00:44:44,520
อะไรที่มันมีอยู่แล้ว ที่มันไม่ได้รู้สึกว้าว

450
00:44:50,973 --> 00:44:53,043
นวัตกรรมต้องให้รู้สึกว้าวด้วย ไม่เคยเห็นน่ะ ไม่เคยใช้  ต้องให้รู้สึกความรู้สึกนั้นด้วยนะ

451
00:44:53,043 --> 00:44:57,043
ฉะนั้น สิ่งที่คุณเลือกมาแก้ไขน่ะค่ะ

452
00:45:01,350 --> 00:45:03,729
มันต้องเป็นนวัตกรรม มันต้องรู้สึกว้าวนะคะ ยกตัวอย่าง อย่างเช่นบางห้อง  เคยมีบางห้องก็ให้ไปแก้ไข อย่างเช่น

453
00:45:03,729 --> 00:45:07,729
ผู้เรียน

454
00:45:15,331 --> 00:45:15,545
ต่อโพรเจกเตอร์ไม่ได้ เขาจึงคิด

455
00:45:15,545 --> 00:45:16,004
แผ่นพับเป็นนวัตกรรมไหมคะ แผ่นพับ

456
00:45:16,004 --> 00:45:20,004
ไม่เป็นนวัตกรรมแล้วนะ คือ ทุกคนรู้จักแผ่นพับหมดแล้ว

457
00:45:22,855 --> 00:45:26,855
ใช้แผ่นกับหมดแล้ว แผ่นพับเป็นเทคโนโลยีไปแล้ว มันไม่ใช่

458
00:45:29,901 --> 00:45:33,901
นวัตกรรม ฉะนั้น คุณต้องคิดนวัตกรรมที่มันรู้สึก ครูรู้สึกด้วย เพราะครูดูนวัตกรรมมาเยอะนะ คุณต้อง

459
00:45:38,267 --> 00:45:41,445
คิดให้ครูซื้อคุณให้ได้น่ะ ให้ครูอยากซื้อคุณน่ะนะคะ ฉะนั้น คิดนวัตกรรม

460
00:45:41,445 --> 00:45:45,445
มาต้องรู้สึกว้าวด้วยนะคะ

461
00:47:11,621 --> 00:47:15,621
ใคร... มาหาฉันสิ ใครไม่มั่นใจมาหาได้นะคะ

462
00:47:31,323 --> 00:47:35,323
อันนี้เราออกแบบไว้เฉย ๆ

463
00:47:35,372 --> 00:47:39,372
นะคะ เรายังไม่... เราไม่ได้เอาไปทำจริง ๆ อันนี้

464
00:47:43,558 --> 00:47:47,558
เราจินตนาการได้เลยนะคะ

465
00:47:52,299 --> 00:47:56,299
ฉะนั้น ตอนที่เรา

466
00:47:58,086 --> 00:48:01,167
นำเสนอน่ะค่ะ เราจะมาอธิบายนะคะ ว่ามันเป็นอย่างไร

467
00:48:01,167 --> 00:48:03,727
นะคะ แล้วก็วาดภาพร่างให้เห็นหน่อยนะคะ

468
00:48:03,727 --> 00:48:07,394
เดี๋ยวจะมีการประกวดด้วยนะคะ

469
00:48:07,394 --> 00:48:11,394
ใครที่ได้โหวตอันดับแรก จะได้รางวัลด้วย

470
00:48:14,113 --> 00:48:18,113
นะคะ

471
00:48:51,926 --> 00:48:55,926
อาจจะเป็นที่เราเคยใช้อยู่ แล้วถ้ามันใส่ฟังก์ชันนี้

472
00:48:56,463 --> 00:49:00,463
มันจะดีขึ้นนะคะ มันจะดีขึ้นกว่าปกตินะ

473
00:49:05,360 --> 00:49:05,689
ก็ถือเป็นนวัตกรรมได้ คือ มีอยู่แล้วแต่เราปรับปรุงแก้ไขให้มันดีขึ้น

474
00:49:05,689 --> 00:49:06,967
นะคะ หรือคิดล้ำ ๆ ใหม่ ๆ มาเลยก็ได้

475
00:49:06,967 --> 00:49:10,967
นะคะ

476
00:49:55,955 --> 00:49:59,541
อย่าลืมว่าปัญหาเฉพาะเจาะจง

477
00:49:59,541 --> 00:50:03,541
หน่อยนะ นะคะ อย่ากว้างมากได้นะคะ

478
01:01:48,644 --> 01:01:51,931
ทุกคนคะ เราจะไม่มีสื่อประเภทเพื่อน

479
01:01:51,931 --> 01:01:55,931
ผู้ใช้คือเพื่อนนะ ในการศึกษา ในการศึกษา เรามี 2 คน คือครู

480
01:02:01,103 --> 01:02:05,103
กับนักเรียนนะ ฉะนั้น เราจะเป็นนักเรียน หรือเราจะมุมมองในการเป็นครูนะคะ มันถึง

481
01:02:05,937 --> 01:02:09,937
ไปใส่ประเภทการศึกษาได้นะคะ ฉะนั้น เราต้องนึกถึงว่ามันเป็นปัญหาสำหรับครู

482
01:02:14,349 --> 01:02:15,677
หรือว่าเป็นปัญหานักเรียนด้วยนะคะ

483
01:02:15,677 --> 01:02:18,085

484
01:02:18,085 --> 01:02:22,085

485
01:02:23,725 --> 01:02:27,725
ฉะนั้น วันนี้ เรากำลังคิดนวัตกรรมการศึกษาอยู่

486
01:02:30,332 --> 01:02:34,332
นะคะ ถามว่ามันเป็นปัญหา ระหว่างการเรียนการสอนไหม มันก็เป็นแหละ

487
01:02:35,344 --> 01:02:35,970
แต่มันไม่ใช่นวัตกรรมที่จะ

488
01:02:35,970 --> 01:02:39,970
เป็นนวัตกรรมการศึกษาน่ะค่ะ ส่วนมากเวลาเราคิดนวัตกรรมการศึกษามานี่

489
01:02:45,067 --> 01:02:49,067
มันจะเอาไว้ใช้สำหรับครู หรือเอาไว้ใช้สำหรับนักศึกษามากกว่า

490
01:02:50,887 --> 01:02:54,887
ที่จะใช้ระหว่างเพื่อนนะคะ

491
01:24:41,676 --> 01:24:45,676
เดี๋ยวให้เวลาอีก 5 นาที

492
01:24:53,037 --> 01:24:57,037
ส่งตัวแทนมารับกระดาษ จากครูหน่อยค่ะ ตัวแทนละ 1 คน

493
01:26:21,095 --> 01:26:24,641
เดี๋ยวทุกคนต้องได้ Post it

494
01:26:24,641 --> 01:26:28,641
คนละ 1 ใบนะ ทุกคนต้องได้ Post it

495
01:31:17,727 --> 01:31:20,498
เช็ก ๆ

496
01:31:20,498 --> 01:31:24,498
พร้อมนะ เดี๋ยวครูจะสุ่มมานำเสนอ

497
01:31:26,921 --> 01:31:30,921
แล้วเดี๋ยวเราให้เลือกเพื่อน กลุ่มถัดไปเรื่อย ๆ นะ วันนี้วันที่...

498
01:31:33,489 --> 01:31:37,024
วันนี้วันที่เท่าไรนะ 18 ลงท้ายด้วย 18 เชิญค่ะ

499
01:31:37,024 --> 01:31:41,024
มาไหม

500
01:31:41,189 --> 01:31:44,800
ก็ใช่ไง เชิญค่ะ เชิญมาทั้งกลุ่มเลยนะ

501
01:31:44,800 --> 01:31:48,623
เดี๋ยว ๆ

502
01:31:48,623 --> 01:31:52,623
ฝากเราถ่ายรูปแล้วส่งในไลน์กลุ่ม เพื่อนจะได้เห็นด้วย

503
01:31:56,534 --> 01:32:00,534
นะคะ ถ่ายรูปแล้วส่งใน LINE กลุ่ม

504
01:32:09,910 --> 01:32:13,910
อย่าลืมนะคะ มีคะแนนนำเสนอ

505
01:32:14,699 --> 01:32:17,524
นะคะ แล้วก็จะมีให้... อ๋อ

506
01:32:17,524 --> 01:32:21,524
แล้วก็ทุกคนจะได้ Post it

507
01:32:23,694 --> 01:32:25,047
หัวใจนี้ใช่ไหมคะ ให้เราตั้งใจฟังเพื่อน

508
01:32:25,047 --> 01:32:29,047
นะคะ แล้วให้เราเลือก 1 กลุ่มที่เราประทับใจมากที่สุด

509
01:32:32,472 --> 01:32:36,472
เลือกได้แค่ 1 กลุ่มนะ ที่เรา... ห้ามเป็นกลุ่มตัวเองนะ ต้องเป็นกลุ่ม

510
01:32:39,120 --> 01:32:43,120
เพื่อนนะ ถึงแม้ว่าฉันจะชอบของฉันขนาดไหน แต่ไม่มีสิทธิ์เลือกของ

511
01:32:45,272 --> 01:32:47,597
คนเรามันมีไบแอดต่อตัวเองอยู่แล้ว เราต้องเลือกกลุ่มอื่น

512
01:32:47,597 --> 01:32:49,623
นะคะ พร้อมบอกเหตุผลด้วย ว่าทำไม

513
01:32:49,623 --> 01:32:49,993
ถึงเลือกเขานะคะ ฉะนั้น ในใบงานนี้ครูจะ

514
01:32:49,993 --> 01:32:52,548
มีคะแนนพิเศษให้อีก 5 คะแนนนะคะ

515
01:32:52,548 --> 01:32:56,548
ตอนนี้ทุกคนได้ทุกคนนะ อันนี้คือคะแนนโบนัสอีก 5 คะแนน

516
01:33:00,881 --> 01:33:04,881
เราต้องบอกเหตุผลที่เราเลือกเพื่อนให้ได้ด้วยนะคะ ทำไม

517
01:33:07,890 --> 01:33:11,302
เราถึงเลือก สื่อเขาดีอย่างไรนะคะ บอกเหตุผลให้ได้  เขียนชื่อทีมของเขา เดี๋ยวเขาจะบอกชื่อทีมนะคะ

518
01:33:11,302 --> 01:33:15,302
และให้เราเขียนชื่อรหัสด้วย เราถึงจะได้คะแนนโบนัสตรงนี้

519
01:33:19,194 --> 01:33:23,194
นะคะ โอเคนะ ถ้าพร้อมแล้วก็...

520
01:33:27,931 --> 01:33:31,931
(นักศึกษาหญิง) สวัสดีค่ะ วันนี้พวกเรามาจากกลุ่มหญิงแท้ค่ะ

521
01:33:33,398 --> 01:33:37,398
สมาชิกในกลุ่มมีดังนี้ค่ะ นางสาว

522
01:33:39,798 --> 01:33:43,798
จิรอาภา คำแก้ว นางสาวกัญญารัตน์

523
01:33:46,988 --> 01:33:50,988
ใต้ชัยภูมิ นายธีรดล แสงพบ แล้วดิฉันสิรินภา สุขสำราญ

524
01:33:56,765 --> 01:34:00,765
ค่ะ แอปพลิเคชันของพวกเรานะคะ ก็คือ Tr

525
01:34:05,294 --> 01:34:08,536
anslation ค่ะ ก็... สิ่งที่ทำให้เรานำเสนอสิ่งนี้มานะคะ

526
01:34:08,536 --> 01:34:12,059
ก็จะเกิดจากนักเรียนยังไม่สามารถ

527
01:34:12,059 --> 01:34:16,059
แบบยังไม่สามารถอ่านอักษรเบรลล์ได้ค่ะ

528
01:34:23,519 --> 01:34:27,519
แล้วก็ส่งผลกระทบต่อใครนะคะ ก็จะส่งผลกระทบต่อ

529
01:34:28,970 --> 01:34:32,970
นักเรียน หรือนักศึกษา หรือ

530
01:34:34,867 --> 01:34:37,671
อาจจะเป็นครู อาจารย์ด้วยค่ะ แล้วก็.. แล้วก็ปัญหา...

531
01:34:37,671 --> 01:34:41,671
ปัญหามีความเกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กับปัญหานี้เกิดขึ้นจาก

532
01:34:43,967 --> 01:34:47,967
เหตุใดนะคะ คือ ผู้เรียนยังจำอักษรเบรลล์

533
01:34:49,394 --> 01:34:53,394
ไม่ได้ เพราะว่าอักษรเบรลล์มันจะคล้ายภาษามือค่ะ มันจะต้องหลักการจำ

534
01:34:57,230 --> 01:34:58,607
ค่ะ  ค่ะ อาจารย์

535
01:34:58,607 --> 01:35:02,607
ให้เลือกเลยใช่ไหมคะ เอากลุ่ม...

536
01:35:07,726 --> 01:35:10,694
ออกมา

537
01:35:10,694 --> 01:35:14,608
ใช่

538
01:35:14,608 --> 01:35:18,608
ก็อยากรู้ไง อยากรู้เร็ว ๆ น่ะ

539
01:35:49,329 --> 01:35:53,329
(นักศึกษาหญิง) สวัสดีค่ะ เรียนอาจารย์ประจำวิชา และเพื่อน ๆ ค่ะ

540
01:35:57,289 --> 01:35:58,797
วันนี้กลุ่มปัญหาทำให้ฉันเติบโตจนจำ vERSION ไม่ได้

541
01:35:58,797 --> 01:36:02,797
ค่ะ สมาชิกในกลุ่มนะคะ

542
01:36:04,782 --> 01:36:08,782
1. นางสาวพุทธชาติ อยู่เย็น ค่ะ 2.

543
01:36:12,532 --> 01:36:15,008
นางสาวรัตนาพร ค่ะ

544
01:36:15,008 --> 01:36:19,008
ปัญหาที่เกิดขึ้นคืออะไร ปัญหาที่เกิดขึ้น คือ

545
01:36:23,048 --> 01:36:27,048
การเขียนอักษรเบรลล์ผิดค่ะ ส่งผล

546
01:36:27,625 --> 01:36:31,625
กระทบต่อผู้เรียน ปัญหามีความเกี่ยวข้อง สัมพันธ์กับปัญหาอย่างไร

547
01:36:34,011 --> 01:36:38,011
ก็คือทำให้เขียนผิด ความหมายเปลี่ยนไปค่ะ

548
01:36:38,701 --> 01:36:42,701

549
01:36:44,363 --> 01:36:48,363
ชื่อนวัตกรรมที่เลือกมานะคะ

550
01:36:49,800 --> 01:36:51,010
Styras is speak ค่ะ ลักษณะของนวัตกรรม

551
01:36:51,010 --> 01:36:55,010
จะเป็นแบบนี้นะคะ Stylus จะ

552
01:37:00,885 --> 01:37:02,683
มีตัวอักษรขณะที่เขียนนะคะ จะมีเสียงตัวอักษร

553
01:37:02,683 --> 01:37:03,962
ออกมาค่ะ

554
01:37:03,962 --> 01:37:07,962
โอเค ค่ะ

555
01:37:08,500 --> 01:37:12,500
แล้วเรานะคะ ออกแบบจะมีปุ่มเปิด-ปิดค่ะ

556
01:37:21,369 --> 01:37:21,580
จะมีการชาร์จแบตไปในตัวเครื่องค่ะ  สามารถพกพาไปได้ทุกทีค่ะ  แล้วก็จะทำให้สะดวก

557
01:37:21,580 --> 01:37:24,718
ในการใช้งานค่ะ ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

558
01:37:24,718 --> 01:37:28,718
ใช่ค่ะ

559
01:37:43,555 --> 01:37:47,555

560
01:37:50,285 --> 01:37:54,285
เอากลุ่มกุ๊กไก่

561
01:38:21,222 --> 01:38:25,222
(นักศึกษาหญิง) ค่ะ พวกเรานะคะ พวกเรานะคะ กลุ่ม 5 สาว

562
01:38:29,327 --> 01:38:33,327
Power Pubgirl ค่

563
01:38:37,403 --> 01:38:37,495
ะ ปัญหาของเรานะคะ คือปัญหา

564
01:38:37,495 --> 01:38:41,495
การใช้อักษรเบรลล์ของเพื่อนตานะคะ

565
01:38:41,790 --> 01:38:43,267
ปัญหาที่เกิดขึ้น คือ การทำงานส่ง

566
01:38:43,267 --> 01:38:46,498
อาจารย์ของเพื่อนตานะคะ ส่งผลกระทบ

567
01:38:46,498 --> 01:38:50,498
ต่อเด็กตาและอาจารย์นะคะ ก็คือ

568
01:38:51,577 --> 01:38:54,047
การสื่อสารนะคะ ทำงานส่งนะคะ อาจารย์ก็จะ

569
01:38:54,047 --> 01:38:58,047
ไม่เข้าใจอักษรเบรลล์ค่ะ ปัญหาที่เกี่ยวข้อง

570
01:38:58,277 --> 01:39:02,170
ก็คือการใช้อักษรเบรลล์ยังไม่เป็นที่

571
01:39:02,170 --> 01:39:06,170
รู้จักของอาจารย์หลาย ๆ ท่านนะคะ ที่ยังไม่ได้เรียน

572
01:39:06,477 --> 01:39:10,477
อักษรเบรลล์เฉพาะทางมาค่ะ อาจารย์ก็

573
01:39:17,212 --> 01:39:17,929
ยังไม่รู้จักหรือเข้าใจนะคะ ชื่อนวัตกรรมนะคะ

574
01:39:17,929 --> 01:39:21,929
be app trant

575
01:39:29,421 --> 01:39:33,421
ค่ะ  B Brell  Tap Tablet ค่ะ Tran ก็คือ Transcript นะคะ

576
01:39:37,025 --> 01:39:40,847
ลักษณะนะคะ จะเป็นเหมือน Tablet ทั่วไปค่ะ แต่จะใช้เสียงพูด

577
01:39:40,847 --> 01:39:44,201
แทนการพิมพ์นะคะ

578
01:39:44,201 --> 01:39:48,201
พวกเราขอจบการนำเสนอเพียงเท่านี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ

579
01:39:52,940 --> 01:39:54,163
เลือกกลุ่ม

580
01:39:54,163 --> 01:39:58,163
แพตตี้ค่ะ

581
01:41:09,468 --> 01:41:13,468
(นักศึกษาหญิง) ค่ะ สวัสดีท่านอาจารย์นะคะ แล้วก็สวัสดีเพื่อน ๆ ทุกคนนะคะ

582
01:41:17,835 --> 01:41:21,631
ชื่อทีมว่า แมวแมวค่ะ สมาชิกนะคะ 1. นางสาว... อ๋อ

583
01:41:21,631 --> 01:41:25,631
พูดไปเลยใช่ไหมคะ ค่ะ ได้ค่ะ

584
01:41:25,857 --> 01:41:29,857
ปัญหาที่เกิดขึ้นนะคะ ผู้บกพร่องทางการมองเห็น

585
01:41:32,915 --> 01:41:35,083
บางครั้งไม่สามารถเรียนรู้กับสื่อรูปภาพ

586
01:41:35,083 --> 01:41:37,957
และไม่เข้าใจด้วยตนเองได้ ภายในคาบเรียนค่ะ

587
01:41:37,957 --> 01:41:41,957
เนื่องจากสื่อการเรียนการสอนไม่เอื้ออำนวยในการเรียนรู้

588
01:41:44,788 --> 01:41:48,788
(นักศึกษาหญิง)  ส่งผลกระทบต่อผู้เรียนที่มีความบกพร่อง

589
01:41:55,480 --> 01:41:59,480
ทางการมองเห็น ปัญหามีความเกี่ยวข้อง หรือสัมพันธ์กับปัญหาเหตุการณ์อื่นอย่างไร คือ

590
01:42:01,482 --> 01:42:04,283
เนื่องจากเวลามีการเรียนการสอนในห้อง ผู้บกพร่อง

591
01:42:04,283 --> 01:42:06,664
ทางการมองเห็น ไม่สามารถเข้าใจในสื่อรูปภาพ

592
01:42:06,664 --> 01:42:06,924
ที่อาจารย์นำเสนอได้

593
01:42:06,924 --> 01:42:10,924
(นักศึกษาหญิง)  ชื่อนวัตกรรมที่เลือก

594
01:42:14,168 --> 01:42:18,168
นะคะ คือนวัตกรรมสื่อรูปปั้นนูนต่ำค่ะ

595
01:42:19,045 --> 01:42:23,045
ค่ะ ขอจบ

596
01:42:25,416 --> 01:42:28,482
การนำเสนอเพียงเท่านี้นะคะ เดี๋ยว

597
01:42:28,482 --> 01:42:32,482
ต่อไปเป็น

598
01:42:33,208 --> 01:42:37,208
อนันทิ ค่ะ

599
01:42:43,607 --> 01:42:47,607
กุ๊กไก่...

600
01:43:32,310 --> 01:43:33,074
(นักศึกษาชาย) ฮัลโหล Test Test

601
01:43:33,074 --> 01:43:33,819
สวัสดีครับ วันนี้พวกผม

602
01:43:33,819 --> 01:43:37,819
มาจากทีม Dream Room นะครับ วันนี้นะครับ ผมจะมา

603
01:43:42,243 --> 01:43:42,888
นำเสนอนวัตกรรมการเรียนการสอนนะครับ

604
01:43:42,888 --> 01:43:46,735
ก็คือกลุ่มผมนะครับ ได้วิเคราะห์ปัญหา

605
01:43:46,735 --> 01:43:50,735
นะครับ  ก็คือปัญหาที่เราเจอในห้องเรียน ก็คือผู้เรียน

606
01:43:52,841 --> 01:43:52,845
มีความแตกต่างกันนะคะ มีความหลากหลาย

607
01:43:52,845 --> 01:43:56,845
นะครับ แล้วก็ผลกระทบที่ส่งผลตามมานะครับ

608
01:44:00,116 --> 01:44:03,497
ก็คือด้วยความที่ผู้เรียนมีความหลากหลายนะครับ

609
01:44:03,497 --> 01:44:04,421
ก็จะส่งผลให้ผู้เรียนที่มี

610
01:44:04,421 --> 01:44:08,421
ข้อจำกัดบางอย่างนะครับ ก็คือเขา

611
01:44:11,243 --> 01:44:15,243
ไม่ได้รับรู้ หรือว่าไม่ได้องค์ความรู้อย่างเต็มที่นะครับ

612
01:44:15,855 --> 01:44:19,104
เพราะว่าเขามีข้อจำกัดที่ต่างจากเด็กปกติ ที่เขาสามารถ

613
01:44:19,104 --> 01:44:23,104
สืบค้น หรือไปยังสถานที่จริงได้เลย อย่างนี้

614
01:44:25,272 --> 01:44:27,180
นะครับ ครับผม ผมก็เลยคิดค้นนวัตกรรมนะครับ

615
01:44:27,180 --> 01:44:31,175
นวัตกรรมนี้คือ Dream Room นะครับ

616
01:44:31,175 --> 01:44:35,175
หรือถ้าแปลตรงตัวก็หมายความว่า ห้องแห่งความฝันนะครับ

617
01:44:37,524 --> 01:44:41,524
ชื่อภาษาไทยก็หมายความว่าห้องเรียนเสมือนจริงนะครับ

618
01:44:41,911 --> 01:44:44,824
นี่คือชื่อในภาษาไทย ครับผม ห้องเรียนเสมือนจริงของผม

619
01:44:44,824 --> 01:44:45,607
ก็คือจะเป็นห้องเรียนแบบใหม่ ที่

620
01:44:45,607 --> 01:44:49,607
จะไม่มีหน้ากระดานหน้าห้อง ไม่มีหน้าห้อง ไม่มีหลังห้อง

621
01:44:53,611 --> 01:44:57,282
นะครับ แล้วก็ไม่มีโต๊ะเหลี่ยม เพราะการจัดการศึกษาแบบนี้

622
01:44:57,282 --> 01:44:59,575
จาก 150 ปีที่แล้ว ก็แบบนี้เลย ก็คือจะมีกระดาน

623
01:44:59,575 --> 01:45:01,127
มีโต๊ะ แบบนี้ก็เหมือน 150 ปีที่แล้ว

624
01:45:01,127 --> 01:45:05,127
ไม่ว่าจะเป็นเด็กที่แตกต่างหรือเด็กปกติ ปัจจุบันยังเรียนแบบนั้น

625
01:45:09,361 --> 01:45:13,361
อยู่ครับผม ด้วยความที่เป็นห้องเรียนเสมือนจริง

626
01:45:17,345 --> 01:45:18,762
ทั่วทุกมุมห้องนะครับ จะไม่ใช่ผนังธรรมดา จะเป็นจอภาพที่ครูผู้สอน สามารถ

627
01:45:18,762 --> 01:45:22,762
โยนสไลด์ขึ้นไปแปะตามมุมต่าง ๆ ได้

628
01:45:23,544 --> 01:45:27,544
นะครับ แล้วก็... แล้วก็ห้องเรียนนี้นะครับ

629
01:45:27,990 --> 01:45:31,724
ไม่ได้ช่วยแค่เรื่องการสอนอย่างเดียว ยังสามารถช่วยจำลอง

630
01:45:31,724 --> 01:45:33,054
สิ่งต่าง ๆ ที่เราต้องการได้ ก็คือ

631
01:45:33,054 --> 01:45:37,054
อย่างเช่น เราเรียนวิชาประวัติศาสตร์ อันนี้สมมตินะครับ อันนี้อย่างเช่น

632
01:45:42,171 --> 01:45:46,171
เราต้องการไปที่พื้นที่จริง แต่ด้วย

633
01:45:49,575 --> 01:45:50,543
เราอยู่ภาคเหนือหรืออะไรอย่างนี้ แล้วก็ห้องเรียนของเรา

634
01:45:50,543 --> 01:45:52,682
สามารถจำลองพื้นที่จริง เข้ามาอยู่ในห้องเรียนได้

635
01:45:52,682 --> 01:45:55,641
ครับผม ห้องเรียนก็จะทั่วทุกมุมห้องรวมถึงเพดานนะครับ

636
01:45:55,641 --> 01:45:58,680
ก็จะถูกวางเป็นจอหมดเลยนะครับ แล้วก็

637
01:45:58,680 --> 01:46:02,680
ระบบเสียงนะครับ ก็จะใช้ระบบเหมือนโรงหนังนะครับ ก็จะเป็น Dolby Atmos

638
01:46:09,586 --> 01:46:11,267
เสียงรอบทิศทาง ครับผม ก็เป็นห้องเรียนที่เสมือนจริงแบบมาก ๆ ได้ยินเสียง

639
01:46:11,267 --> 01:46:15,267
คมชัดทุกเม็ดนะครับ อันนี้ในมุมผู้ใช้ปกติก็

640
01:46:17,736 --> 01:46:18,973
สามารถเข้ามาใช้ได้ ศึกษาได้ทั่วทุกมุมห้องเรียน

641
01:46:18,973 --> 01:46:22,973
ครับผม ก็คืออยากรู้อะไรตรงไหน ก็เดินไปมุมนี้ มุมนั้น

642
01:46:28,818 --> 01:46:30,299
ได้เลย อารมณ์เหมือนเรายืนอยู่ในนิทรรศการงาน งานหนึ่ง

643
01:46:30,299 --> 01:46:33,303
ที่เราแบบสนใจบูธตรงไหนก็ไปตรงนั้น ประมาณนี้น่ะครับ

644
01:46:33,303 --> 01:46:33,821
สืบค้นอะไรได้ทุกอย่างครับผม  แล้วก็

645
01:46:33,821 --> 01:46:37,821
ในมุมของเพื่อนหูฯ กับเพื่อนตาฯ นะครับ ก็มี

646
01:46:40,818 --> 01:46:42,442
สิ่งที่จะรองรับอีกนะครับ เดี๋ยวให้

647
01:46:42,442 --> 01:46:46,442
อาร์มได้อธิบายการใช้งานของเพื่อนหู และเพื่อนตาด้วยนะครับ

648
01:46:51,689 --> 01:46:53,628
(นักศึกษาชาย 2) สำหรับเพื่อนหูนะครับ ก็จะใช้

649
01:46:53,628 --> 01:46:57,628
Hearing Diss นะครับ เพื่อนตาฯ

650
01:46:58,303 --> 01:47:00,618
เป็นลำโพง 8D เพื่อสร้าง บรรยากาศรอบทิศให้รู้

651
01:47:00,618 --> 01:47:04,407
ว่าเราอยู่ตำแหน่งไหน เป็นประมาณไหนอะไรทำนองนั้นนะครับผม

652
01:47:04,407 --> 01:47:08,407
ในส่วนเด็กปกติก็ใช้บรรยายกาศเช่นกันอาจจะเพิ่ม

653
01:47:10,177 --> 01:47:14,177
แรงลมเข้าไป เผื่อเจอลม อะไรประมาณนั้นครับผม

654
01:47:15,312 --> 01:47:15,331
(นักศึกษาชาย) ครับผม

655
01:47:15,331 --> 01:47:17,016
อันนี้ก็เป็นวิธีการใช้สำหรับเพื่อนหู แล้วก็

656
01:47:17,016 --> 01:47:21,016
เพื่อนตานะครับ นี่ก็คือห้องเรียนเสมือนจริงนะครับ

657
01:47:23,557 --> 01:47:27,557
หรือว่า Dream Room นะครับผม ก็จะช่วยให้ผู้เรียน

658
01:47:33,293 --> 01:47:33,499
มีความหลากหลายทั้งหมดนะครับ ได้เกิดการเรียนรู้ขึ้นจริง โดยเรา

659
01:47:33,499 --> 01:47:37,499
ไม่ต้องไปพื้นที่จริงก็ได้ เพราะผู้เรียนบางคนมีข้อจำกัด

660
01:47:40,784 --> 01:47:44,784
ไปได้นะครับ โรงเรียนก็จะมีห้องเรียนนี้ก็จะสนับสนุนรเขาได้อย่างเต็มที่ แล้วก็เกิดความรู้จริงครับ ขอบคุณครับ

661
01:47:48,479 --> 01:47:48,587
[เสียงปรบมือ] (อาจารย์)  ทีนี้

662
01:47:48,587 --> 01:47:52,587
พวกเรานะคะ เลือกมา 1 กลุ่มที่โดนใจนะคะ เลือกมา 1 กลุ่ม

663
01:47:57,809 --> 01:48:00,569
ที่โดนใจนะคะ

664
01:48:00,569 --> 01:48:03,438
แล้วก็เอาไปให้เพื่อนกลุ่มนั้นนะคะ แล้วก็เอาไปให้เพื่อนกลุ่มนั้นนะคะ

665
01:48:03,438 --> 01:48:04,764
ตรงนี้ครูให้เวลา 2-3

666
01:48:04,764 --> 01:48:08,764
นาทีนะ เพราะว่าเราจะมีเนื้อหาอีกนิดหนึ่ง อีก

667
01:48:13,026 --> 01:48:15,750
นิดหนึ่ง อีก 10 นาที อย่าเพิ่งเก็บกระเป๋า

668
01:48:15,750 --> 01:48:16,881
เราเหลืออีก 15 นาที

669
01:48:16,881 --> 01:48:18,892
เขียนนะคะ

670
01:48:18,892 --> 01:48:22,892
บอกเหตุผลด้วยว่าทำไมถึงเลือกกลุ่มนั้นนะคะ

671
01:48:28,043 --> 01:48:32,043
สามารถไปดูกลุ่มใน LINE ได้นะคะ

672
01:48:37,377 --> 01:48:41,377
ว่าเราชอบของกลุ่มไหนนะคะ หรือจากที่เขานำเสนอ แล้วแบบชอบจัง ประทับ... กลุ่มสุดท้ายส่งครูด้วยนะ

673
01:48:58,371 --> 01:49:02,371
กลุ่มนั้นนะ เอาไปให้

674
01:49:03,722 --> 01:49:07,722
เพื่อนกลุ่มที่เราเขียนนะคะ

675
01:49:12,594 --> 01:49:16,594
นี่นะ ถึงจะได้คะแนนโบนัสจากครูด้วยนะ

676
01:49:23,281 --> 01:49:25,472
ต้องมีเหตุผลในความชอบด้วยนะ ต้องมีเหตุผลในความชอบ

677
01:49:25,472 --> 01:49:29,472
ด้วย ไม่ใช่เพราะว่าเขาสวยนะ  ต้องมีเหตุผลด้วยนะ

678
01:50:58,810 --> 01:51:00,766
ส่งให้เพื่อหรือยังคะ

679
01:51:00,766 --> 01:51:04,766
ส่งให้เพื่อนเลย

680
01:51:19,839 --> 01:51:23,839
ถ่ายรูปทำไมล่ะ

681
01:51:49,719 --> 01:51:53,719
ส่งให้เพื่อนเลย

682
01:52:10,810 --> 01:52:14,677
เร็ว ๆ เลย เดี๋ยวเรามี

683
01:52:14,677 --> 01:52:18,677
เวลาอีก 10 นาที ครูอยากเอาตรงนี้ให้จบ

684
01:52:21,574 --> 01:52:25,574
แล้วเดี๋ยวที่เหลือค่อยไปสัปดาห์หน้า  ไม่อย่างนั้น เดี๋ยวมันจะเยอะเกินไป

685
01:52:37,741 --> 01:52:41,741
เรียนสัปดาห์หน้าก็ได้

686
01:52:56,845 --> 01:53:00,845
โอเค

687
01:53:01,142 --> 01:53:05,142
เอาให้เพื่อน เอาให้เพื่อน ไม่เป็นไรไว้เรียนสัปดาห์หน้า เดี๋ยวกินข้าวไม่ทัน

688
01:53:10,436 --> 01:53:14,436

689
01:53:41,769 --> 01:53:45,769
ไม่ให้กลุ่มตัวเองนะ โอเค เลือกคนอื่นนะ ถึงแม้ของเราจะดี

690
01:53:49,719 --> 01:53:52,103
ขนาดไหน แต่ครู

691
01:53:52,103 --> 01:53:54,789
ต้องบอกว่าห้องนี้ ความคิดสร้างสรรค์มากเลยนะ ได้

692
01:53:54,789 --> 01:53:58,789
เป็นไอเดีย แบบถ้าเรามีโอกาสไปเป็นครู

693
01:53:59,574 --> 01:54:03,574
หรือเป็นผู้บริหารนะ เอาไอเดียนี้ไปทำโรงเรียนของเราจะ Perfect เลย

694
01:54:06,634 --> 01:54:09,542
หมดหรือยัง

695
01:54:09,542 --> 01:54:13,542
ให้หมดยัง  เหลือใครยังไม่ได้เอาให้เพื่อนคะ เร็วเลย

696
01:54:16,745 --> 01:54:20,745
เร็วเลย เอาให้เพื่อนนะ

697
01:54:21,939 --> 01:54:25,939
แล้วให้เพื่อนที่ได้รับนับจำนวนนะคะ เดี๋ยวเราจะมาดูไว้ใคร

698
01:54:28,296 --> 01:54:32,296
ได้เยอะที่สุดนะคะ

699
01:54:36,923 --> 01:54:40,923

700
01:54:51,006 --> 01:54:55,006
กลุ่ม ปัญหาทำให้ฉันเติบโต

701
01:54:56,890 --> 01:54:58,361
ได้ 8 มีใครได้เยอะกว่า 8 ไหมคะ มีใครได้

702
01:54:58,361 --> 01:54:59,982
เยอะกว่า 8 ไหม ได้เท่าไร

703
01:54:59,982 --> 01:55:03,982
อ๋อ โอเค

704
01:55:04,720 --> 01:55:08,720
กลุ่ม... ไม่มีใครได้เยอะเท่า 8 ใช่ไหม 8 คือ เยอะสุดนะ

705
01:55:16,680 --> 01:55:20,680
อย่างนั้น 8 ก็ได้เป็น Best ของห้องนี้นะคะ ชื่อกลุ่มอะไรนะ เชิญมารับรางวัลค่ะ

706
01:55:25,596 --> 01:55:29,369
ปัญหาทำให้ฉันเติบโต

707
01:55:29,369 --> 01:55:33,369
ชื่อยาวมาก ยินดีด้วยค่ะ เป็น

708
01:55:38,678 --> 01:55:39,636
เพื่อนโหวตนะ โอเคค่ะ จริง ๆ ครูอยากสอนอีกนิดหนึ่ง

709
01:55:39,636 --> 01:55:40,674
แต่ว่ากลัวเรากินข้าวไม่ทัน

710
01:55:40,674 --> 01:55:44,674
เท่ากันเหรอ เป็นไปได้ เดี๋ยวสัปดาห์หน้า เดี๋ยวสัปดาห์

711
01:55:50,380 --> 01:55:54,380
หน้า อันนี้ก็...เดี๋ยวไว้ สัปดาห์หน้ายังมีรางวัลอีกนะคะ

712
01:55:56,338 --> 01:56:00,338
เดี๋ยวขอติดไว้นะ เดี๋ยวขอติดไว้ ไม่คิดว่า

713
01:56:03,295 --> 01:56:04,182
จะมีเท่ากัน ของเราก็ 8 ใช่ไหม โอเค โอเค เดี๋ยว

714
01:56:04,182 --> 01:56:08,182
ครูติดไว้สัปดาห์หน้า เอาไว้สัปดาห์หน้า สัปดาห์หน้าต้องมานะ

715
01:56:11,544 --> 01:56:15,544
โอเค ก็เป็นมีกลุ่ม... มีกลุ่มปัญหาทำให้ฉันเติบโต กับกลุ่ม

716
01:56:16,296 --> 01:56:17,040
Dream Room ใช่ไหมคะ โอเค เยี่ยมมาก

717
01:56:17,040 --> 01:56:21,040
โอเค ก็เดี๋ยววันนี้พอแค่นี้แล้วกัน กลัวพวกเรากินข้าวไม่ทัน

718
01:56:25,801 --> 01:56:27,128
นะคะ สัปดาห์หน้าเราเรียนต่ออีกนิดหนึ่ง

719
01:56:27,128 --> 01:56:31,128
แล้วก็อีก 2 บท ก็น่าจะทัน สัปดาห์หน้า

720
01:56:32,071 --> 01:56:36,071
กินข้าวให้อิ่มเรียบร้อยนะ สัปดาห์หน้าขอใช้เวลาอย่างเต็มที่นะ

721
01:56:38,233 --> 01:56:39,813
โอเคค่ะ เชิญค่ะ

722
01:56:39,813 --> 01:56:43,813
[สิ้นสุดการถอดความ]

