﻿1
00:00:22,755 --> 00:00:26,755
(เจ้าหน้าที่) สวัสดีครับ

2
00:00:29,963 --> 00:00:33,963
ฝั่งล่ามได้ยินเสียงชัดเจนไหมครับ

3
00:00:36,829 --> 00:00:40,829
(อาจารย์หทัยวรรณ) หัวหน้าเชิญค่ะ

4
00:00:43,885 --> 00:00:47,885
ค่ะ โอเค เดี๋ยววันนี้

5
00:00:49,670 --> 00:00:53,670
ตามที่เราคุยกันไว้นะคะ ก็คือนำเสนอ

6
00:00:57,998 --> 00:01:01,035
เรื่องสั้น 2 เรื่อง เสร็จแล้วก็จะเป็น

7
00:01:01,035 --> 00:01:02,892
เรียนต่อของครู ครูจะบรรยายต่อนะคะ

8
00:01:02,892 --> 00:01:06,892
คราวนี้วันที่เรานำเสนอ

9
00:01:08,050 --> 00:01:12,050
เรื่องสั้นวันนี้ ทุกเรื่องครูจะอธิบาย

10
00:01:16,639 --> 00:01:20,639
เพิ่มเติม เพื่อให้นักศึกษานี่ ไปทำวิจารณ์นวนิยายให้สมบูรณ์แบบ

11
00:01:21,311 --> 00:01:25,311
โอเคนะ ซึ่งครูดูของทั้ง 2 กลุ่มแล้ว ที่เราทำมา วิจาร

12
00:01:32,015 --> 00:01:33,719
ย์เรื่องสั้นในวันนี้ มันยังไม่ได้ตรง Concept

13
00:01:33,719 --> 00:01:35,493
กับงานที่ครูให้นักศึกษาทำ เพราะว่า

14
00:01:35,493 --> 00:01:39,493
ครูให้ทำ 11 หัวข้อ

15
00:01:40,131 --> 00:01:41,906
ที่ครูสอนไปในสไลด์

16
00:01:41,906 --> 00:01:45,906
แต่ว่าของเราไม่ได้ทำตรงตามหัวข้อ

17
00:01:47,568 --> 00:01:51,568
ที่ครูส่งสไลด์ให้นะคะ เพราะฉะนั้น ตอน

18
00:01:51,957 --> 00:01:54,750
ที่ไปทำวิจารณ์นวนิยายต้องทำ

19
00:01:54,750 --> 00:01:57,966
ให้ถูก อันนี้ครูจะถือว่า

20
00:01:57,966 --> 00:02:01,966
ทำมาแล้ว แล้วครูจะบอกว่าอะไรที่ต้องแก้ไขบ้าง

21
00:02:05,240 --> 00:02:09,240
ให้ไปแก้ไขในนวนิยาย เพราะนวนิยาย 20 คะแนน

22
00:02:10,150 --> 00:02:10,782
ถ้าไม่ถูกต้อง

23
00:02:10,782 --> 00:02:14,782
เราก็จะได้คะแนนน้อย แล้วก็มีผลต่อเกรด

24
00:02:16,628 --> 00:02:20,197
ของเรานะคะ เดี๋ยวเชิญเรื่องสั้นเรื่องแรก

25
00:02:20,197 --> 00:02:21,932
ขอให้เพื่อนเล่าเรื่องย่อให้เพื่อน

26
00:02:21,932 --> 00:02:25,932
ที่ไม่ได้อ่านนี่ฟังให้เข้าใจด้วยว่าที่เรา

27
00:02:26,922 --> 00:02:30,922
อ่านไป มีเรื่องราวว่าอย่างไรบ้างนะคะ

28
00:02:32,869 --> 00:02:35,989
เชิญค่ะ

29
00:02:35,989 --> 00:02:39,989
(นักศึกษาชาย) สวัสดีครับ วันนี้

30
00:02:43,753 --> 00:02:47,753
พวกเราก็จะมานำเสนอการวิจารณ์เรื่อง

31
00:02:48,312 --> 00:02:52,312
ในที่สาธารณะและถูกต้องถามกฎหมายครับ

32
00:02:55,120 --> 00:02:57,026
ครับ รูปแบบนะครับ ก็คือ

33
00:02:57,026 --> 00:03:01,026
เรื่องสั้น คือ บันเทิงคดีร้อยแก้ว

34
00:03:10,532 --> 00:03:14,532
เรื่องแต่งที่มีขนาด... เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการสัมภาษณ์หญิงสาว

35
00:03:17,619 --> 00:03:21,619
ของโรงแรมที่ประสบชะตากรรม โรงแรมถล่ม

36
00:03:24,150 --> 00:03:28,150
เชิญมาสัมภาษณ์ และถ่ายทอดออกไปทั่วประเทศ โดยการ

37
00:03:28,489 --> 00:03:32,489
สัมภาษณ์ พิธีกรพยายามจะถามเจาะลึกเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเธอที่เธอตกอยู่

38
00:03:35,373 --> 00:03:37,027
ใต้ซากตึกกับผู้ชายอีกคนหนึ่งครับ

39
00:03:37,027 --> 00:03:41,027
ครับ บทสนทนานะครับ คือ เป็นบทสนทนา

40
00:03:44,984 --> 00:03:48,984
รู้สึกว่าคำถามของพิธีกรส่อ

41
00:03:49,181 --> 00:03:50,901
ไปในความคิดในทางลบ เพราะเป็นคำถามที่ถาม

42
00:03:50,901 --> 00:03:54,901
ในสิ่งที่หญิงสาวไม่อยากตอบ และส่งผลให้หญิงสาวอับอาย

43
00:04:00,864 --> 00:04:03,624
ต่อผู้คนทั่วประเทศ แม้กระทั่งคนรักของเธอก็ตีตัวออกห่างจากเธอด้วยความระแวง

44
00:04:03,624 --> 00:04:04,164
และอับอายครับ

45
00:04:04,164 --> 00:04:08,164
ครับ แก่นเรื่อง

46
00:04:11,175 --> 00:04:15,175
นะครับ ก็คือสัมภาษณ์เข้าทำนองประจาน

47
00:04:15,520 --> 00:04:19,520
ทำให้หญิงสาวมีเรื่องให้ต้องอับอายและแฟนของเธอ

48
00:04:25,834 --> 00:04:29,834
ยอมรับไม่ได้ และต้องจากเธอไป พวกเขาเหล่านั้น ไม่มีโอกาสรู้ว่ามีอะไร

49
00:04:33,403 --> 00:04:36,499
เกิดขึ้นระหว่างชายใต้ตึกและหญิงสาว เขาถามเรื่อง

50
00:04:36,499 --> 00:04:38,200
ที่เธอไม่อยากบอกในเรื่องที่หญิงสาวอยากจะบอก แต่

51
00:04:38,200 --> 00:04:42,200
ไม่มีใครถาม คือ ชายหนุ่มคนนั้นยอมตายเพื่อให้หญิง

52
00:04:46,868 --> 00:04:49,032
มีชีวิตอยู่ครับ

53
00:04:49,032 --> 00:04:53,032
รูปแบบในการ

54
00:04:57,090 --> 00:05:01,090
แต่งเรื่องนะครับ จะเป็นเรื่องสั้นครับ เรื่องสั้นจะเป็น

55
00:05:05,509 --> 00:05:09,509
บันเทิงคดีเป็นร้อยแก้วรูปแบบหนึ่ง

56
00:05:10,886 --> 00:05:14,886
ค่ะ จะเป็นเรื่องแต่งที่เป็นหนังสั้น องค์ประกอบเหมือนนวนิยายค่ะ ทั้งแก่นเรื่อง

57
00:05:16,914 --> 00:05:18,159
แล้วก็แก่นเรื่องค่ะ เรื่องสั้นนะคะ ก็จะมีตัวละครไม่มากค่ะ

58
00:05:18,159 --> 00:05:22,159
สามารถเขียนพรรณาได้ไม่เยิ่นเย้อ

59
00:05:26,722 --> 00:05:30,722
การดำเนินเรื่องก็จะมุ่งเข้าสู่ประเด็นหลักอย่างรวดเร็วค่ะ

60
00:05:41,202 --> 00:05:45,202
เนื้อเรื่องของเรื่องนี้นะคะ ก็

61
00:05:46,984 --> 00:05:50,984
จะเป็นเรื่องรางเกี่ยวกับการสัมภาษณ์หญิงสาว

62
00:05:52,609 --> 00:05:55,684
ค่ะ ที่ประสบชะตากรรม

63
00:05:55,684 --> 00:05:59,684
ในโรงแรมที่ตึกถล่มนะคะ แล้วก็

64
00:06:03,973 --> 00:06:06,760
ติดอยู่กับผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งค่ะ โดยเธอ

65
00:06:06,760 --> 00:06:10,760
ถูกเชิญไปสัมภาษณ์นะคะ แล้วก็

66
00:06:11,918 --> 00:06:15,918
คำถามของพิธีกรนี่ ก็จะส่อไปในทางลบค่ะ

67
00:06:20,645 --> 00:06:24,381
มีคำถามที่หญิงสาวคนนี้ไม่อยากตอบค่ะ ก็ทำให้เธอนี่เกิดความอับอายค่ะ

68
00:06:24,381 --> 00:06:28,381

69
00:06:29,481 --> 00:06:33,246
จุดมุ่งหมายในการแต่งนะคะ

70
00:06:33,246 --> 00:06:37,246
จะสะท้อนให้เห็นมายาคติ

71
00:06:41,983 --> 00:06:42,835
และวาทกรรมในชีวิตประจำวันที่สังคมยังขาดความเข้าใจ

72
00:06:42,835 --> 00:06:46,835
อยู่ค่ะ ยังมองอยู่ว่าผู้หญิงยังเป็น

73
00:06:54,227 --> 00:06:58,227
วัตถุแห่งการจ้องมอง หรือความปรารถนาทางการเพศค่ะ อาจเป็

74
00:06:58,552 --> 00:06:59,475
นคุกคามทางเพศด้วยวาจาของพิธีกรชายค่ะ คือ คุกคามทางเพศด้วยวาจาของพิธีกรชายค่ะ คือ

75
00:06:59,475 --> 00:07:03,475
ซึ่งในทางพิธีกรนี่ ก็จะสัมภาษณ์

76
00:07:06,811 --> 00:07:10,811
เอาแต่เรื่องบันเทิง หรือว่าสัมภาษณ์ในสิ่งที่ผู้หญิงอายที่จะพูดค่ะ

77
00:07:12,629 --> 00:07:16,629
(นักศึกษาหญิง) ศิลปะ

78
00:07:23,513 --> 00:07:27,513
ในการแต่งนะคะ คือ เป็นการเล่าเรื่องแบบเกิดจินตภาพ ให้แนวคิดน่าติดตาม

79
00:07:30,227 --> 00:07:34,227
และได้สอดแทรกแนวคิดที่มีในชีวิตและสังคม

80
00:07:34,728 --> 00:07:38,728
ชนบทไว้ในเรื่องสั้น ได้อย่างผสมผสานกลมกลืน

81
00:07:41,961 --> 00:07:45,961
สามารถดึงดูดใจผู้อ่านค่ะ การใช้โวหาร คือ โวหารภาพพจน์ หรือการใช้อุปมา

82
00:07:50,580 --> 00:07:51,238
โวหาร มีการเล่าเรื่องให้เห็นภาพ และมีการย้อน

83
00:07:51,238 --> 00:07:55,238
มาเปรียบเทียบ ตัวละคร เพื่อให้เข้าใจง่าย

84
00:07:55,356 --> 00:07:59,356
และเกิดอารมณ์ความรู้สึกมากขึ้นค่ะ (นักศึกษาชาย) คุณค่าของเรื่องนะคะ

85
00:08:02,529 --> 00:08:06,529
ก็คือสะท้อนให้เห็นสภาพแวดล้อม อาชีพ

86
00:08:07,431 --> 00:08:11,431
ความเชื่อ และค่านิยมค่ะ ผู้แต่งก็จะแสดงทัศนคติว่า

87
00:08:13,661 --> 00:08:16,193
มนุษย์ทุกคนนี่ เกิดมาเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเกิด

88
00:08:16,193 --> 00:08:20,193
ในสิ่งแวดล้อมหรือสภาพใด มนุษย์ยังคง

89
00:08:20,250 --> 00:08:20,288
ศักดิ์ศรี มีคุณค่าของความเป็นคนเสมอกันค่ะ

90
00:08:20,288 --> 00:08:24,288
พวกเราขอจบการเสนอเพียงเท่านี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ

91
00:08:32,882 --> 00:08:36,882
(อาจารย์หทัยวรรณ) ของกลุ่มนี้ทำครบทุกคน

92
00:08:42,985 --> 00:08:45,808
อ่านเนื้อเรื่องมาครบทุกคน

93
00:08:45,808 --> 00:08:49,576
ไหมคะ ครูถามตรง ๆ มีใคร

94
00:08:49,576 --> 00:08:53,576
ในกลุ่มที่ไม่ได้อ่านเรื่องสั้น

95
00:08:57,708 --> 00:08:58,835
เรื่องนี้ ยกมือค่ะ ถ้าอย่างนั้น

96
00:08:58,835 --> 00:09:00,859
กลุ่มนี้มีใครบ้างยกมือค่ะ

97
00:09:00,859 --> 00:09:04,859
ทำไมมี 3 คน กับเพื่อนหู

98
00:09:06,453 --> 00:09:10,453
กับเพื่อนที่ไม่มา

99
00:09:10,480 --> 00:09:14,480
โอเค ถ้าอ่านครบ

100
00:09:14,837 --> 00:09:18,837
ทุกคน อย่างนั้นครูถามแล้วกัน

101
00:09:20,542 --> 00:09:22,194
ตัวละครในเรื่องนี้

102
00:09:22,194 --> 00:09:25,127
มีใครบ้างคะ

103
00:09:25,127 --> 00:09:29,127
ตอบคนละ 1 นิดหนึ่ง

104
00:09:29,620 --> 00:09:33,179
พิธีกรชาย หญิงสาว

105
00:09:33,179 --> 00:09:37,179
เด็กสาวข้างบ้าน

106
00:09:37,956 --> 00:09:41,576
อันนี้

107
00:09:41,576 --> 00:09:45,576
พิธีกรหญิง อะไรอีกไหม

108
00:09:53,310 --> 00:09:57,310
โอเค คราวนี้

109
00:10:00,811 --> 00:10:03,829
สิ่งที่เรานำเสนอมา ข้อแรกเลยนะคะ นักศึกษา

110
00:10:03,829 --> 00:10:07,829
ครู Comment แล้วก็เอาไปใช้ในการ

111
00:10:08,195 --> 00:10:12,195
วิจารณ์นวนิยายของตัวเอง คะแนนส่วนนี้ครู

112
00:10:13,349 --> 00:10:15,802
จะให้ส่งอีกครั้งหนึ่ง ตอนที่เราเอา

113
00:10:15,802 --> 00:10:19,802
เป็น 11 ข้อน่ะ ที่ครูให้ส่งเป็น

114
00:10:20,102 --> 00:10:24,102
แบบแผ่นกระดาษ เป็น Paper ครูจะ

115
00:10:24,212 --> 00:10:26,844
คิดคะแนนอีกรอบหนึ่ง เพราะว่าครั้งนี้การนำเสนอ

116
00:10:26,844 --> 00:10:30,844
ของเรา มันไม่ได้ตรงตามหัวข้อที่ครูสอน

117
00:10:32,056 --> 00:10:36,056
แล้วก็จากที่ดู

118
00:10:39,742 --> 00:10:42,189
การวิจารณ์นวนิยาย... วิจารณ์เรื่องสั้นของเรา

119
00:10:42,189 --> 00:10:46,189
จริง ๆ มันก็ไม่ได้เป็นการลักษณะของการ

120
00:10:48,258 --> 00:10:52,258
วิจารณ์ด้วย หัวข้อทั้ง 11 หัวข้อนี่

121
00:10:53,081 --> 00:10:57,081
ถ้าเปิดเข้าไปดูในสไลด์ มันจะมีเริ่มตั้งแต่ชื่อเรื่อง โครงเรื่อง ตัวละคร บทสนทนา ทั้งหมด

122
00:10:57,214 --> 00:11:01,214
คราวนี้ แต่สิ่งที่เรานำเสนอมา

123
00:11:03,217 --> 00:11:07,217
หัวข้อจะเป็นรูปแบบ

124
00:11:09,921 --> 00:11:13,921
เนื้อเรื่อง จุดมุ่งหมาย ศิลปะในการ

125
00:11:14,445 --> 00:11:17,342
แต่ง แล้วก็คุณค่าของเรื่อง อันนี้ครูเข้าใจว่า

126
00:11:17,342 --> 00:11:21,342
เราน่าจะเอาแผ่นสุดท้ายในสไลด์ที่ครู

127
00:11:21,663 --> 00:11:25,663
ไม่ได้พูดถึง แต่เราไปเอาแผ่นนั้นมาทำงาน

128
00:11:26,328 --> 00:11:27,539
แต่ที่ครูสั่งงาน ก็คือตอนที่ครูสอน ครู

129
00:11:27,539 --> 00:11:30,987
สอนการวิจารณ์ทั้ง 11 หัวข้อ ใน

130
00:11:30,987 --> 00:11:34,987
สไลด์ก็มีนะคะ ในสไลด์ของเราก็มี

131
00:11:38,262 --> 00:11:42,262
แล้วทีนี้ ตอนที่ให้ส่งเป็น Paper นี่ให้วิจารณ์ 11 หัวข้อ วันนี้จะให้ส่ง

132
00:11:50,356 --> 00:11:53,602
พร้อมด้วย 11 หัวข้อ พร้อมกับการนำเสนอ 5 หัวข้อ

133
00:11:53,602 --> 00:11:57,602
ที่คัดเลือกมา จาก 11 หัวข้อนั้น แต่เราก็ยังไม่ได้ส่ง แต่เราก็ทำอันนี้มาก่อน

134
00:11:58,156 --> 00:12:02,156
ซึ่งเป็นทั้ง 2 กลุ่ม เพราะฉะนั้น ครูจะพูดเป็นภาพรวมนะคะ

135
00:12:02,406 --> 00:12:06,406
ว่านำเสนอนวนิยายก็ทำแบบเดียวกัน แต่ให้ทำเป็นรูปเล่ม

136
00:12:12,497 --> 00:12:12,687
รายงาน เรื่องสั้นอันนี้ ครูให้แค่

137
00:12:12,687 --> 00:12:16,687
เย็บมุม ไม่ต้องมีหน้าปก คำนำ สารบัญ

138
00:12:17,933 --> 00:12:21,933
คือ ไม่ต้องถึงขั้นรูปเล่มรายงาน เพราะครูเอาแค่ 10 คะแนน

139
00:12:23,656 --> 00:12:27,656
เพื่อที่จะประเมินเบื้องต้น และ

140
00:12:29,388 --> 00:12:29,963
บอกว่าแต่ละหัวข้อวิจารณ์อย่างไรบ้างนะคะ

141
00:12:29,963 --> 00:12:32,102
แต่ถ้าเป็นนวนิยาย ที่จะนำเสนอสัปดาห์

142
00:12:32,102 --> 00:12:33,615
ถัดไปน่ะ ต้องทำเป็นรูปเล่ม คือ

143
00:12:33,615 --> 00:12:37,615
มีหน้าปก คำนำ สารบัญ

144
00:12:40,908 --> 00:12:43,790
และเนื้อหา ก็คือการวิจารณ์ 11 หัวข้อ

145
00:12:43,790 --> 00:12:47,790
ตามสไลด์ที่ครูสอน และส่ง PowerPoint ให้

146
00:12:49,254 --> 00:12:49,490
ส่วนที่จะมานำเสนอ

147
00:12:49,490 --> 00:12:53,490
ให้เลือก 5 หัวข้อ จาก

148
00:12:55,409 --> 00:12:59,409
11 หัวข้อที่วิจารณ์ 11 หัวข้อ ที่ครู

149
00:13:01,759 --> 00:13:05,759
พูดไปเมื่อกี้นั่นแหละค่ะ และก็เลือกมานำเสนอ 5 หัวข้อ

150
00:13:05,822 --> 00:13:08,419
ซึ่งหัวข้อมันจะมีตั้งแต่

151
00:13:08,419 --> 00:13:12,419
... เดี๋ยวนะ เปิดสไลด์ดูด้วยกัน สไลด์

152
00:13:12,544 --> 00:13:15,014
ที่ครูส่งเข้าไปให้ในกลุ่ม ลองดูสิ

153
00:13:15,014 --> 00:13:19,014
แล้วก็ตอบพร้อมกัน จะได้เข้าใจตรงกันว่ามีหัวข้อ

154
00:13:21,823 --> 00:13:25,823
อะไรบ้าง คะ เครื่องของครูโหลดช้า เครื่องของใครโหลด ตอบ

155
00:13:34,291 --> 00:13:34,716
ให้ครูก่อน หัวข้อแรกคืออะไร คะ 1. ชื่อเรื่อง 2. โครงเรื่อง 3.

156
00:13:34,716 --> 00:13:38,145
ฉาก 4.

157
00:13:38,145 --> 00:13:42,145
ตัวละคร

158
00:13:42,693 --> 00:13:45,256
5. บทสนทนา

159
00:13:45,256 --> 00:13:49,256
6. เทคนิค

160
00:13:50,765 --> 00:13:54,494
การนำเสนอ 7.

161
00:13:54,494 --> 00:13:58,494
การเปิดเรื่อง 8. การดำเนินเรื่อง

162
00:14:02,289 --> 00:14:04,151
9. การปิดเรื่อง 10.

163
00:14:04,151 --> 00:14:07,142
แก่นเรื่อง และ 11. ท่วงทำนอง

164
00:14:07,142 --> 00:14:11,142
และลีลาในการแต่ง นักศึกษาตอบครบ 11 ข้อ เครื่องครูยังโหลดไม่เสร็จเลยค่ะ

165
00:14:14,905 --> 00:14:18,905
ของหนูก็ยังโหลดไม่เสร็จเหมือนกันใช่ไหม

166
00:14:21,856 --> 00:14:25,127
เราใช้ TRUE เหมือนกันหรือเปล่าคะ น่าจะเป็น TRUE แล้วค่ะ

167
00:14:25,127 --> 00:14:26,664
งานนี้ นั่นคือ 11 หัวข้อที่ให้นักศึกษาช่วยกันวิจารณ์

168
00:14:26,664 --> 00:14:30,664
นะคะ แล้วก็ให้เลือก 5 หัวข้อ

169
00:14:30,896 --> 00:14:33,416
มานำเสนอ คราวนี้ 11 หัวข้อนี่

170
00:14:33,416 --> 00:14:37,416
นักศึกษาช่วยกันวิจารณ์ โอเคแหละ ทำมา

171
00:14:42,078 --> 00:14:46,078
5 หัวข้ออันนี้ครูไม่ว่าเท่าไร เพราะอย่างน้อยก็ได้ทำมาแล้ว แต่สิ่งที่ครูจะว่า

172
00:14:53,754 --> 00:14:57,754
ก็คือลักษณะของการวิจารณ์ มันก็ยังไม่ใช่การวิจารณ์ เช่น 1. เหตุการณ์ที่เราบอกมา ซึ่งเหตุการณ์มันน่าจะ

173
00:15:00,851 --> 00:15:03,543
ไปตรงกับหัวข้ออะไรคะ

174
00:15:03,543 --> 00:15:07,543
ถ้าจะให้ใน 11 หัวข้อ เหตุการณ์มันน่าจะไปสอดคล้องกับอันไหน

175
00:15:14,488 --> 00:15:18,488
เหตุการณ์นี่ ไม่ โครงเรื่อง โอเคนะ เหตุการณ์ มันจะอยู่ในส่วนของโครงเรื่อง

176
00:15:26,695 --> 00:15:30,695
ซึ่งโครงเรื่อง ครูก็ได้สอนว่าลักษณะของการวิจารณ์นะ คุณต้องพิจารณาตามหัวข้อต่อไปนี้ 1. เลย

177
00:15:32,864 --> 00:15:36,864
มีเหตุการณ์อะไรบ้าง ที่เกิดขึ้นในเรื่องนี้ 2. มีความขัดแย้งอะไรบ้าง แล้วก็ 3.

178
00:15:37,294 --> 00:15:41,294
ในความขัดแย้งนั้น มีจุดต่าง ๆ อย่างไร

179
00:15:45,102 --> 00:15:49,102
ซึ่งจุดต่าง ๆ ที่ว่าครูก็จะย้ำว่า เรื่องสั้นกับนวนิยายนี่มันต่างกันนะ เพราะเรื่องสั้นมันคือเรื่องขนาดสั้น

180
00:15:52,723 --> 00:15:56,723
นวนิยาย คือเรื่องขนาดยาว ฉะนั้น เรื่องสั้นที่เราทำมานี่ เราก็จะมีจุดแค่ 1

181
00:16:02,231 --> 00:16:06,231
คือจุดอะไรคะ เปิดเรื่อง เห็นไหมในสไลด์ขึ้นหรือยัง 1. คือเปิดเรื่อง 2.

182
00:16:07,800 --> 00:16:11,486
2. คืออะไร การพิจารณาโครงเรื่อง 1. เปิดเรื่อง 2.

183
00:16:11,486 --> 00:16:12,952
เห็นไหมคะ

184
00:16:12,952 --> 00:16:16,952
สไลด์ขึ้นหรือยัง ของ

185
00:16:19,468 --> 00:16:21,549
นิดหนึ่งเห็นไหม

186
00:16:21,549 --> 00:16:25,549
การพิจารณาโครงเรื่อง พิจารณาอะไรบ้าง

187
00:16:29,036 --> 00:16:30,302
ลำดับเหตุการณ์ 3.

188
00:16:30,302 --> 00:16:34,302
ความขัดแย้ง 4.

189
00:16:34,321 --> 00:16:36,676
4.

190
00:16:36,676 --> 00:16:40,676
จุดวิกฤติ

191
00:16:42,607 --> 00:16:46,607
แล้วก็ 5. จุดคลี่คลาย นักศึกษา

192
00:16:47,233 --> 00:16:49,823
ต้องดึงออกมาเป็นข้อ ๆ แบบนี้

193
00:16:49,823 --> 00:16:53,823
มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง มีเหตุการณ์อะไรบ้าง มันมี

194
00:17:00,058 --> 00:17:04,058
ความขัดแย้งอะไร มีจุดวิกฤติอะไร แล้ว

195
00:17:04,349 --> 00:17:04,783
มีจุดคลี่คลายจนนำไปสู่ตอนจบของเรื่อง

196
00:17:04,783 --> 00:17:07,644
อย่างไร นั่นถึงจะเรียกว่า "

197
00:17:07,644 --> 00:17:11,644
การวิจารณ์" เพราะวิจารณ์ ต้องใช้การ

198
00:17:16,647 --> 00:17:17,692
วิเคราะห์ วิเคราะห์ ก็คือการแยกเป็นส่วน ๆ การวิจารณ์

199
00:17:17,692 --> 00:17:21,692
ก็คือการแสดงความคิดเห็น แล้วก็การวิพากษ์

200
00:17:22,588 --> 00:17:26,588
การวิพากษ์ คือ การตัดสิน เช่น

201
00:17:27,474 --> 00:17:31,474
วิเคราะห์นักศึกษาแยกออกมาเป็นส่วน ๆ แล้วว่า

202
00:17:31,830 --> 00:17:35,830
นี่ เหตุการณ์มันมีอะไรบ้าง มีความขัดแย้งอะไรเกิดขึ้นบ้าง

203
00:17:35,902 --> 00:17:37,927
แล้วก็มีจุดวิกฤติของเรื่องอะไร

204
00:17:37,927 --> 00:17:41,318
นำไปสู่จุดคลี่คลายและตอนจบของเรื่องอย่างไร เสร็จ

205
00:17:41,318 --> 00:17:45,222
แล้วนักศึกษาก็มาวิจารณ์ว่า

206
00:17:45,222 --> 00:17:47,316
โครงเรื่องมีความสมจริง สมเหตุสมผลหรือไม่

207
00:17:47,316 --> 00:17:50,761
อย่างไร แล้วก็ค่อยมาตัดสินว่าสรุป

208
00:17:50,761 --> 00:17:53,338
ว่าโครงเรื่องนี้ มันดีหรือไม่ดี

209
00:17:53,338 --> 00:17:57,338
อย่างไร ถึงจะเรียกว่า "การวิจารณ์"

210
00:18:01,493 --> 00:18:05,493
แต่ว่าลักษณะของเรา ที่นำเสนอมา เป็นแค่

211
00:18:07,298 --> 00:18:11,298
การแบบพูดถึงเหตุการณ์สั้น ๆ ยังไม่ได้รู้เรื่องเลยนะคะ หรือแม้กระทั่งการเล่าเรื่องย่อ

212
00:18:14,574 --> 00:18:18,574
ครูคาดหวังว่าอย่างน้อยนี่

213
00:18:21,870 --> 00:18:25,870
เล่าเรื่องย่อถ้าอ่านมาแล้วต้องเล่าให้เพื่อนฟังได้

214
00:18:25,886 --> 00:18:29,579
เรื่องหนึ่งมาแล้วคุณสามรถเล่าให้เพื่อนฟังได้ตั้งแต่ต้นจนจบ

215
00:18:29,579 --> 00:18:33,579
ไม่ใช่เล่าแค่ว่านี่มีนางเอกคนหนึ่งรักกับพระเอก แล้วสุดท้ายมาได้กัน จบแล้ว

216
00:18:36,797 --> 00:18:37,548
นี่ มันก็ย่อเกินไป มันไม่ใช่เรื่องย่อที่เพื่อน

217
00:18:37,548 --> 00:18:40,658
จะรู้เรื่องแต่มันต้องเป็นเรื่องย่อที่เรา

218
00:18:40,658 --> 00:18:44,658
อ่าน แล้วเราสามารถเอามาพูดให้เพื่อนฟังได้ว่า

219
00:18:45,034 --> 00:18:49,034
เรื่องนี้มันเป็นเรื่องอย่างไร เธอฉันไปกินข้าวเมื่อวาน

220
00:18:54,878 --> 00:18:56,965
ฉันไปเจอผู้ชายคนหนึ่ง เขามาทักฉัน เขาบอกว่าฉัน

221
00:18:56,965 --> 00:19:00,491
น่ารักนี่ ฉันก็เลยคุยกับเขา ตอนนี้ฉันก็ยังคุยกับเขาอยู่นะ

222
00:19:00,491 --> 00:19:04,115
นี่คือเรื่องย่อคือพูดให้เพื่อนเข้าใจว่ามันมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น

223
00:19:04,115 --> 00:19:08,115
โอเคนะคะ คุณอ่านหนังสือ คุณอ่านเรื่องขนาดสั้นหรือยาวก็ตาม ก็เอามาพูดให้เพื่อน

224
00:19:10,721 --> 00:19:11,378
ฟังได้ว่าเรื่องมันเป็นอย่างไร เหตุการณ์อะไร

225
00:19:11,378 --> 00:19:14,229
เกิดขึ้นบ้าง แล้วก็จบด้วยอะไร

226
00:19:14,229 --> 00:19:17,867
นี่คือการเล่าเรื่องย่อนะคะ

227
00:19:17,867 --> 00:19:21,867
ต่อมา ตัวละคร โอเค หัวข้อตัวละครเอา

228
00:19:24,758 --> 00:19:25,560
มานำเสนอ ก็จริง แต่ว่านี่

229
00:19:25,560 --> 00:19:29,560
ยังไม่ใช่การวิจารณ์วรรณกรรม ถ้าเราพูดว่ามี

230
00:19:36,615 --> 00:19:40,615
ตัวละคร มีหญิงสาว มีนายทุน มีชายหนุ่ม

231
00:19:42,132 --> 00:19:43,441
มีพิธีการหญิง มันจะจบอยู่แต่การเอามาบอกเฉย ๆ แต่ยังไม่ได้ถึงขั้น

232
00:19:43,441 --> 00:19:47,441
การวิเคราะห์ วิจารณ์ แล้วก็วิพากษ์

233
00:19:48,826 --> 00:19:52,826
ซึ่งถ้าเราจะเป็นการวิจารณ์วรรณกรรม

234
00:19:54,564 --> 00:19:56,626
จริง ๆ เราต้องบอกว่าหญิงสาว

235
00:19:56,626 --> 00:19:58,771
มีลักษณะอย่างไร ในเรื่องกล่าวถึงเขา

236
00:19:58,771 --> 00:20:01,619
ว่าอย่างไรบ้าง แล้วมีการนำเสนอ

237
00:20:01,619 --> 00:20:05,619
ตัวละครแบบไหน ที่สัปดาห์

238
00:20:12,021 --> 00:20:15,083
ก่อนหน้านี้ ก่อนหน้าที่ครูจะงดคลาสไปนี่ ครู

239
00:20:15,083 --> 00:20:16,621
ก็ได้พูดแล้วว่าตัวละครมีการนำเสนอทั้งแบบกลม

240
00:20:16,621 --> 00:20:17,373
แล้วก็แบบแบนนะ แบบกลม

241
00:20:17,373 --> 00:20:21,373
ก็คือมีลักษณะเป็นธรรมชาติของมนุษย์ทุกอย่าง

242
00:20:31,252 --> 00:20:35,252
เช่น มีรัก โลภ โกรธ หลง นี่คือแบบกลม ถ้าเป็นแบบแบน คือ มีความทื่อ ทื่อ ก็คือมี

243
00:20:36,684 --> 00:20:40,684
ลักษณะแบบเดียวตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง เช่น

244
00:20:43,277 --> 00:20:47,277
นางร้ายในอดีต เริ่มต้นมา ร้าย ๆ ๆ

245
00:20:49,150 --> 00:20:50,376
ๆ ก็จบแบบร้าย ร้ายจนตัวเองตายอะไรอย่างนี้ อันนี้ก็คือแบบแบน ส่วนตัวละครบางตัว

246
00:20:50,376 --> 00:20:54,376
ทีแรกก็เป็นคนดีแหละ แต่พอเจอ

247
00:20:58,586 --> 00:21:01,736
สิ่งที่ไม่ดีเข้าไป ก็เลยทำให้เขาต้องเป็นคนร้าย

248
00:21:01,736 --> 00:21:04,570
เช่น ครูก็จะยกตัวอย่างครั้งที่แล้ว ว่าตัวละคร

249
00:21:04,570 --> 00:21:08,570
ในเรื่องนาคี ถ้าบางคนที่ดูใช่ไหม จริง ๆ

250
00:21:09,547 --> 00:21:13,547
นางเอกนี่ จริง ๆ  เป็นคนดีนะ เป็นคนดีมากเลย

251
00:21:14,669 --> 00:21:16,281
แต่ว่าพออยู่มาวันหนึ่งเขาโดนทำร้ายคนที่เรารัก

252
00:21:16,281 --> 00:21:18,491
ไม่ว่าจะเป็นแม่ หรือไม่ว่าจะเป็นแฟนของเขา

253
00:21:18,491 --> 00:21:22,389
ก็เลยทำให้เขานี่ต้องร้าย แล้วก็

254
00:21:22,389 --> 00:21:26,389
จองล้างจองผลาญคนที่มาทำร้ายเขา ประมาณนี้นะ

255
00:21:32,935 --> 00:21:34,674
อันนี้ก็คือจะเป็นตัวละครแบบกลม แล้วก็วิธีการ

256
00:21:34,674 --> 00:21:35,139
นำเสนอตัวละคร นำเสนอแบบไหน บางคน

257
00:21:35,139 --> 00:21:39,139
ก็จะถูกนำเสนอแบบหญิงสาวคนนี้

258
00:21:40,232 --> 00:21:43,655
มีอายุ 15 ปีเศษ ลักษณะนิสัย

259
00:21:43,655 --> 00:21:47,655
ของเธอ เป็นผู้หญิงที่มีความก้าวร้าว ไม่มีความเรียบร้อยในตัวเอง

260
00:21:52,452 --> 00:21:53,207
เลย ถ้าครูพูดไปแบบนี้ เขานำเสนอแบบตรงหรือแบบอ้อมคะ

261
00:21:53,207 --> 00:21:57,207
แบบตรงหรือแบบอ้อม

262
00:21:57,762 --> 00:22:01,762
แบบตรง

263
00:22:02,317 --> 00:22:06,317
เพราะว่าบอกตรง ๆ เลยว่าเป็นใคร ลักษณะ

264
00:22:06,700 --> 00:22:10,150
แบบไหน อายุเท่าไร ใช่ไหมคะ แต่

265
00:22:10,150 --> 00:22:14,150
ถ้านำเสนอแบบอ้อม ก็ยกตัวอย่าง

266
00:22:18,011 --> 00:22:22,011
เช่น หญิงสาวผู้มีดวงตาราวกับอะไรดีล่ะ ดวงตาสีดำราวกับ

267
00:22:23,779 --> 00:22:27,779
ถูกวาดเอาไว้ในภาพวาด

268
00:22:27,878 --> 00:22:31,878
และผมของเธอดำขลับราวกับเส้นไหม

269
00:22:34,963 --> 00:22:36,313
ที่ถักทอ หญิงผู้นั้นมีรอยยิ้มที่

270
00:22:36,313 --> 00:22:40,313
ราวกับกลีบดอกบัวที่ผุดขึ้นมากลางสระน้ำ

271
00:22:41,804 --> 00:22:45,804
โอ้โห กำลังพูดถึงความงามของผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ไม่ได้บอกว่า

272
00:22:46,863 --> 00:22:50,863
เป็นใครมาจากไหน อันนี้เป็นนำเสนอแบบไหนคะ

273
00:22:50,894 --> 00:22:54,599
แบบอ้อม โอเคนะ ฉะนั้น เวลาที่นำเสนอตัวละคร เวลาที่เราจะ

274
00:22:54,599 --> 00:22:58,599
วิจารณ์ตัวละคร นอกจากจะบอกว่ามีใครบ้าง

275
00:23:00,794 --> 00:23:04,794
แล้ว ก็ต้องบอกด้วยว่าลักษณะเป็นแบบไหน

276
00:23:07,338 --> 00:23:10,211
นำเสนออย่างไรนะคะ บทสนทนาก็เหมือนกัน บทสนทนา

277
00:23:10,211 --> 00:23:14,211
เราพูดภาพรวมแล้วว่าบทสนทนานี่ มันส่อ

278
00:23:15,219 --> 00:23:19,219
ไปในความคิดทางลบ โอเคแล้ว คุณมี

279
00:23:20,819 --> 00:23:24,819
ลักษณะของการวิจารณ์แล้ว แต่ถ้าจะให้ครบ คุณจะต้อง

280
00:23:27,055 --> 00:23:28,524
บอกว่า เช่น มีการยกตัวอย่างบทสนทนา

281
00:23:28,524 --> 00:23:32,256
นั้นด้วย เอามาใส่แล้วก็วิจารณ์

282
00:23:32,256 --> 00:23:36,256
ออกมาว่านี่ มันเป็นลักษณะแบบนี้นะคะ

283
00:23:40,268 --> 00:23:44,268
ไม่ใช่บอกแค่ว่าภาพรวมมันเป็นแบบนี้ แต่ให้มีการ

284
00:23:45,227 --> 00:23:46,702
ยกตัวอย่างประกอบด้วย ฉากก็เหมือนกัน ฉากมีที่ไหนบ้าง

285
00:23:46,702 --> 00:23:50,702
แล้วฉากไหนบ้าง ที่น่าสนใจ มีอิทธิพล

286
00:23:52,779 --> 00:23:56,625
ในสไลด์

287
00:23:56,625 --> 00:23:57,389
จะบอกวิธีการพิจารณาฉากทุกอย่าง

288
00:23:57,389 --> 00:24:01,389
ให้เราศึกษษาเอกสารด้วย

289
00:24:02,792 --> 00:24:06,792
ครูสังเกตหลายครั้งแล้ว ไม่ค่อยเปิดหนังสือ

290
00:24:12,283 --> 00:24:15,264
ไม่ค่อยเปิดสไลด์ ชอบไปเอามาจากในเน็ต ทั้ง ๆ ที่

291
00:24:15,264 --> 00:24:19,065
ครูก็สอนในหนังสือ ในสไลด์ ในข้อสอบมีแต่ในหนังสือ 100 เปอร์เซ็นต์

292
00:24:19,065 --> 00:24:22,633
ไม่มีในอินเทอร์เน็ตนะคะ เราน่ะ

293
00:24:22,633 --> 00:24:26,633
ไม่ค่อยเปิดหนังสือ หนังสือนี่เช็ก

294
00:24:32,242 --> 00:24:36,242
ดูด้วยว่ามีอะไรบ้าง มันตรงกับที่ครูสอนไหมหรือว่าในสไลด์ อย่างน้อยไม่เปิดในหนังสือ เปิดในสไลด์ก็ยังดี

295
00:24:40,690 --> 00:24:42,374
เพราะว่าครูสอนตามสไลด์นะคะ แก่นเรื่อง แก่นเรื่อง

296
00:24:42,374 --> 00:24:46,374
ก็เหมือนกัน แก่นเรื่อง คือ ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง

297
00:24:49,455 --> 00:24:52,275
แก่นเรื่องจะไม่ใช่การบรรยายเนื้อเรื่อง

298
00:24:52,275 --> 00:24:56,275
ข้อคิดเช่น เรื่องนี้ นักศึกษาคิดว่า

299
00:24:59,179 --> 00:25:03,179
ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ไปออกรายการโทรทัศน์ และรายการโทรทัศน์ถาม

300
00:25:05,556 --> 00:25:09,556
โยงเข้าไปให้ผู้หญิงตอบเกี่ยวกับเรื่องอย่างว่านี่

301
00:25:10,092 --> 00:25:14,092
แล้วคนส่วนใหญ่พอดูโทรทัศน์เสร็จแล้วนี่

302
00:25:18,579 --> 00:25:19,089
ก็เข้าใจว่าผู้หญิงคนนี้โดนข่มขืนแน่ ๆ นี่ นักศึกษา

303
00:25:19,089 --> 00:25:23,066
คิดว่าแก่นเรื่องเขาต้องการที่จะพูดถึงสังคมในลักษณะไหนคะ

304
00:25:23,066 --> 00:25:27,066
รายการโทรทัศน์นี่ มันเป็นตัวแทนของอะไรายการโทรทัศน์นี่ มันเป็นตัวแทนของอะไร

305
00:25:30,625 --> 00:25:33,104
รายการโทรทัศน์เป็นตัวแทนของอะไร

306
00:25:33,104 --> 00:25:35,733
มีคำเดียว ส เสือ ใบ้ให้

307
00:25:35,733 --> 00:25:38,130
ขนาดนี้เลย สื่อ โอเคไหม

308
00:25:38,130 --> 00:25:42,130
แก่นเรื่องนี่ เขาต้องการที่จะกล่าวถึง

309
00:25:44,554 --> 00:25:46,040
สื่อที่มักจะนำ

310
00:25:46,040 --> 00:25:50,040
ความคิดของผู้ชมไปในทิศทางที่ดี

311
00:25:51,084 --> 00:25:55,035
หรือไม่ดีก็ได้ ถูกไหม ดังนั้น

312
00:25:55,035 --> 00:25:59,035
แก่นเรื่อง เขาอาจจะต้องการ

313
00:26:02,171 --> 00:26:06,171
ให้เรานี่ ตระหนักถึงจรรยาบรรณของสื่อ

314
00:26:07,168 --> 00:26:08,661
ว่าสื่อที่ดีควรนำเสนอใน

315
00:26:08,661 --> 00:26:12,661
ทางที่ถูกที่เหมาะสม เพราะถ้านำ

316
00:26:13,782 --> 00:26:16,729
เสนอในทางตรงกันข้าม มันก็อาจจะทำให้

317
00:26:16,729 --> 00:26:19,562
ผู้ชมเข้าใจไปในทิศทางที่ผิด

318
00:26:19,562 --> 00:26:23,562
ได้ ซึ่งในฐานะที่เราเป็นผู้วิจารณ์

319
00:26:24,934 --> 00:26:28,934
ที่เป็นคนสมัยใหม่นี่ คุณก็สามารถเขียนต่อไปได้

320
00:26:29,213 --> 00:26:33,213
เลยว่าดังเช่นในยุคปัจจุบัน สื่อมีอิทธิพล

321
00:26:36,579 --> 00:26:40,579
กับคนในสังคมไหมคะ มีสิ ถ้าใครที่ชอบดูข่าวบ่อย ๆ นักข่าวเดี๋ยวนี้เล่นข่าว

322
00:26:42,951 --> 00:26:45,040
กันหนักมาก แถมคนทุกวันนี้ ถ้าเดือดร้อน

323
00:26:45,040 --> 00:26:49,040
ไปหาตำรวจหรือไปหาสื่อไวกว่ากัน

324
00:26:51,809 --> 00:26:55,710
สื่อ อันนี้มันเป็นสิ่งที่เราเขียนต่อได้เลย

325
00:26:55,710 --> 00:26:56,998
ว่านี่ มันสะท้อนให้เห็นว่าปัจจุบันนี่ สื่อ

326
00:26:56,998 --> 00:26:59,171
ค่อนข้างมีอิทธิพลกับคนในสังคม

327
00:26:59,171 --> 00:27:03,171
เพราะว่าสื่อสามารถที่จะทำให้...

328
00:27:03,273 --> 00:27:07,273
สามารถที่จะชักจูงหรือโน้มนาวคน

329
00:27:11,881 --> 00:27:15,463
ให้เชื่อในสิ่งที่ตนนำเสนอได้ เหมือนอย่างเช่น

330
00:27:15,463 --> 00:27:17,453
ในที่สาธารณะและถูกต้องตามกฎหมาย ถ้า

331
00:27:17,453 --> 00:27:21,453
สมมติว่าเพื่อนคนไหนที่ไม่ได้อ่านนะคะ เรื่องนี้เขากำลังพูดถึง

332
00:27:25,381 --> 00:27:26,361
ผู้หญิงคนหนึ่งที่เจอเหตุการณ์ตึกถล่ม

333
00:27:26,361 --> 00:27:28,429
5 วัน ไม่ได้ออกมา แต่สุดท้ายเขา

334
00:27:28,429 --> 00:27:32,429
ก็ได้ออกมาได้ เขาก็เลยถูกทาบทามจากรายการ

335
00:27:32,951 --> 00:27:36,951
โทรทัศน์รายการหนึ่งว่า ไปช่วยออกรายการ

336
00:27:39,353 --> 00:27:43,353
มันขายข่าวได้ไง คนที่รอดชีวิตจากการตึกถล่มอะไรอย่างนี้

337
00:27:46,685 --> 00:27:50,685
และทีนี้สื่อก็พยายามอยู่นั่นแหละ คุณมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร โดยที่ไม่เป็นอะไรเลย ผู้หญิงคนนี้เขาก็จะพยายามไปบอกว่า ที่เขารอดมาได้นี่

338
00:27:58,793 --> 00:28:01,864
เพราะตอนนั้นเขาติดอยู่กับผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งอยู่ในที่แคบ ๆ

339
00:28:01,864 --> 00:28:05,864
แต่ผู้ชายคนนั้นพยายามที่จะตะกุยซากตึกออก

340
00:28:05,967 --> 00:28:09,967
โดยที่การตะกุยของเขานี่ จนนำไปสู่ผู้ชายคนนั้นนี่ถูกตึกทับตาย

341
00:28:10,496 --> 00:28:14,496
แต่ผู้หญิงคนนั้นรอด ผู้หญิงคนนั้น ก็เลยพยายามบอกว่า

342
00:28:18,801 --> 00:28:20,057
มาได้ก็เพราะว่ามีผู้ชายคนนี้แหละที่ช่วยชีวิตเอาไว้ แต่

343
00:28:20,057 --> 00:28:24,057
สุดท้าย สื่อก็ถามอยู่นั่นแหละคุณติดอยู่กับผู้ชายในนั้น 2 คนตั้งหลายวัน เขาไม่ทำอะไร

344
00:28:29,586 --> 00:28:32,855
คุณเลยเหรอ แต่คุณ สภาพของคุณ ใส่ชุด

345
00:28:32,855 --> 00:28:33,815
พนักงานโรงแรม มันดูเอิ่ม

346
00:28:33,815 --> 00:28:37,768
พูดเอิ่มอยู่นั่นแหละ พูดเอิ่มขนาดนี้คนเข้าใจนั่นแหละ พูดเอิ่มขนาดนี้คนเข้าใจ

347
00:28:37,768 --> 00:28:41,768
ว่าอย่างไรคะ เรียบร้อยไหม ไม่เรียบร้อยอยู่แล้ว

348
00:28:43,415 --> 00:28:47,415
เขาก็ต้อง คนดูก็ต้องเริ่มคิด คิดตามแล้ว ว่า

349
00:28:47,806 --> 00:28:49,457
มันอยู่กับผู้ชาย 2 คนนี่ มันต้องมีอะไรกันแน่ ๆ เลย จน

350
00:28:49,457 --> 00:28:51,370
ทำให้ผู้หญิงคนนี้ถูกคนในสังคมเข้าใจ

351
00:28:51,370 --> 00:28:55,370
ไปเองแล้วเรียบร้อย ว่าเธอนี่ถูกผู้ชาย

352
00:29:00,377 --> 00:29:04,377
คนนี้ข่มขืน โดยที่ผู้ชายคนนี้ไม่ได้โดนข่มขืนจริง ๆ

353
00:29:05,122 --> 00:29:08,403
แต่มันมาจากคำพูดหรือคำถามของพิธีกรที่ถ่ายทอดผ่านรายการโทรทัศน์

354
00:29:08,403 --> 00:29:12,403
ก็เลยนำไปสู่ชื่อเรื่องที่ว่า ในที่

355
00:29:14,321 --> 00:29:15,527
สาธารณะ และถูกต้องตามกฎหมาย

356
00:29:15,527 --> 00:29:19,527
ตรงนี้เชื่อมโยงได้ไหมคะ นี่เราก็วิจารณ์ชื่อเรื่อง

357
00:29:22,185 --> 00:29:23,812
ต่อไปได้อีกแล้วว่าชื่อเรื่องนี่ มันมีความ

358
00:29:23,812 --> 00:29:27,812
เหมาะสม เพราะมันกำลังกล่าวถึงเหตุการณ์หนึ่ง ที่ผู้หญิ

359
00:29:35,472 --> 00:29:39,472
งคนหนึ่งกำลังถูกกระทำ หรือถูกถามบางอย่างในรายการโทรทัศน์ ซึ่งเป็นที่สาธารณะและ

360
00:29:39,890 --> 00:29:41,685
ถูกต้องตามกฎหมายแบบนี้นะคะ เวลา

361
00:29:41,685 --> 00:29:45,685
ที่เราจะเขียนวิจารณ์ เราก็ต้องเขียน

362
00:29:46,640 --> 00:29:49,704
ให้มันชัดเจน ให้มันสอดคล้องกับเรื่อง

363
00:29:49,704 --> 00:29:53,479
หรือแม้กระทั่งศิลปะในการแต่ง

364
00:29:53,479 --> 00:29:56,297
อันนี้ครูรู้สึกว่าเรา

365
00:29:56,297 --> 00:30:00,297
อาจจะไปเอามาจากในเน็ตด้วยแหละ เพราว่ามันมีบางอย่าง

366
00:30:04,418 --> 00:30:04,562
ที่ไม่ได้สอดคล้อง เช่น ทำให้น่า

367
00:30:04,562 --> 00:30:08,562
ติดตาม แทรกแนวคิดที่มีแต่สังคมชนบทเอา

368
00:30:13,000 --> 00:30:14,670
ไว้ในเรื่องสั้น คือ มันจะสังคมชนบทอะไรน่ะ

369
00:30:14,670 --> 00:30:18,670
ในเรื่องมันไม่ได้กล่าวถึงท้องไร่ท้องนาเลย มันกล่า

370
00:30:23,490 --> 00:30:25,358
วถึงผู้หญิงที่ทำงานโรงแรม แล้วตึกถล่ม แล้วก็ได้มาออกโทรทัศน์

371
00:30:25,358 --> 00:30:28,815
ไม่ได้เกี่ยวกับสังคมชนบทเลย อันนี้ก็ทำให้ครู

372
00:30:28,815 --> 00:30:32,815
รู้ว่าคุณไม่ได้คิดเองแน่ ๆ คุณไม่ได้เขียนเองแน่ ๆ นะคะ อันนี้นะ หรือ

373
00:30:33,670 --> 00:30:37,670
ให้เห็นสภาพแวดล้อม ธรรมชาติ อาชีพ

374
00:30:38,971 --> 00:30:42,971
ความเชื่อ ประเพณี วัฒนธรรม ที่ครูพูดไปไม่มี

375
00:30:44,780 --> 00:30:45,489
สักอย่างเลย มันก็สะท้อนอีกอย่างหนึ่งแล้วแหละ

376
00:30:45,489 --> 00:30:49,489
ว่าเราทำงานนี่ ไปเอามาจากในเน็ตแน่นอน

377
00:30:51,976 --> 00:30:54,035
100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้มีมาจากเนื้อเรื่องเลย

378
00:30:54,035 --> 00:30:55,567
นะคะ ฉะนั้น ของกลุ่มที่ 1 นี่

379
00:30:55,567 --> 00:30:59,567
พูดยาวหน่อย เพราะว่าให้

380
00:30:59,883 --> 00:31:03,883
กลุ่มที่ 2 ฟังด้วย เพราะน่าจะเป็นในลักษณะเดียวกันนะคะ

381
00:31:09,141 --> 00:31:13,141
เชิญกลุ่มที่ 2 มานำเสนอก่อนค่ะ

382
00:31:42,372 --> 00:31:46,372
(นักศึกษาหญิง) สวัสดีค่ะ พวกเรากลุ่มที่ 2 นะคะ

383
00:31:49,334 --> 00:31:53,334
วิจารณ์เรื่องสั้น เรื่องสโรชินกับหลุมฝังศพ

384
00:31:59,525 --> 00:32:01,799
เรื่องย่อนะคะ สโรชินและสภาพรเป็นคู่รักที่

385
00:32:01,799 --> 00:32:04,130
รักกันมาก ๆ ค่ะ แล้วก็สัญญากันว่าหลังจากที่

386
00:32:04,130 --> 00:32:06,587
พวกเขาก็จะแต่งงานกันแต่พวกเขาจะเป็นบางอย่างค่ะ

387
00:32:06,587 --> 00:32:10,587
ทำให้สโรชินนะคะ ต้องลาออกจามหาวิทยาลัย เพื่อที่จะแต่งงานกับคนอื่น

388
00:32:14,745 --> 00:32:16,489
ทำให้สถาพรเสียใจมากค่ะ แล้วก็ไม่สามารถที่จะลืมสโรชินได้ค่ะ เมื่อ

389
00:32:16,489 --> 00:32:20,489
สถาพรจบการศึกษานะคะ ไปเป็นสัตวแพทย์ที่สุโขทัย

390
00:32:27,178 --> 00:32:31,178
ก็ทำให้เขาผ่วย เกิดอาการเพ้อ ฤทธิ์ของ

391
00:32:31,534 --> 00:32:32,711
แอลกอฮอล์ทำให้เขาน่ะ เพ้อไปอยู่ใต้ต้นประดู่นะคะ

392
00:32:32,711 --> 00:32:34,803
แล้วเขาก็รู้ความจริงค่ะ ว่าที่ใต้ต้นประดู่

393
00:32:34,803 --> 00:32:38,803
แห่งนั้นนะคะ เป็นที่เสียชีวิตของสโรชินค่ะ (นักศึกษาหญิง)

394
00:32:38,930 --> 00:32:42,930
ต่อไปนะคะ ก็จะเป็นตัวละครนะคะ ตัวละครหลักนะคะ ก็จะเป็น

395
00:32:46,704 --> 00:32:50,704
ข้าพเจ้า (อรรพร) ค่ะ สโรชิน และสถาพร

396
00:32:51,194 --> 00:32:55,194
ส่วน 2. นะคะ จะเป็นตัวละครประกอบค่ะ ก็จะมีคนรักแล้วก็เพื่อนของสถาพรค่ะ

397
00:32:55,369 --> 00:32:59,369
ตัวละครนะคะ ก็จะมี 14 ตัวนะคะ ที่หนูอ่านมา ก็จะมี

398
00:33:03,098 --> 00:33:05,183
สโรชินค่ะ คือ เด็กสาวที่ยิ้มผุดผาด

399
00:33:05,183 --> 00:33:09,183
แล้วก็จะมี Freshy จะมีศิษย์เก่า

400
00:33:11,010 --> 00:33:15,010
คือ เป็นเหมือนนักเรียนค่ะ แล้วก็มีศิษย์เก่ามาด้วยค่ะ

401
00:33:16,012 --> 00:33:20,012
(อาจารย์หทัยวรรณ) Freshy กำลังใช้เรียกคนที่เข้ามาใหม่

402
00:33:23,565 --> 00:33:27,565
(นักศึกษาหญิง) ค่ะ แล้วก็มี

403
00:33:28,696 --> 00:33:32,696
มะลิวัลย์นะคะ ส่วน 5. ก็เป็นเด็ฏหนุ่มค่ะ

404
00:33:34,696 --> 00:33:35,193
คือ สถาพรกับเวชพุธ แล้วก็ 7. นะคะ ก็จะเป็น

405
00:33:35,193 --> 00:33:39,193
เทวินค่ะ แต่ก็จะเป็นอรรถพร 9. ก็จะเป็นอมพร

406
00:33:46,161 --> 00:33:46,175
ค่ะ ส่วน 10. นะคะ ก็จะเป็นเทพค่ะ

407
00:33:46,175 --> 00:33:50,175
เจ้าของไร่ฝ่ายแปลงใหญ่ค่ะ ส่วน

408
00:33:55,582 --> 00:33:59,582
11 นะคะ นายแพทย์ ค่ะ คือ คอยรักษาชาวบ้านค่ะ แล้ว 12. ก็จะเป็นวลีนะคะ 13. ก็จะเป็น

409
00:33:59,796 --> 00:34:02,043

410
00:34:02,043 --> 00:34:04,528
... (นักศึกษาชาย)

411
00:34:04,528 --> 00:34:05,908
ต่อมานะครับ ก็จะเป็นการพิจารณาโครงครับ

412
00:34:05,908 --> 00:34:09,908
วิธีการดำเนินเรื่องเป็นมุมมอง

413
00:34:16,235 --> 00:34:20,235
ตัวละครของอรรถพรเป็นคนเล่าเรื่องครับ

414
00:34:20,732 --> 00:34:23,060
การเปิดมาด้วยคำพูดและความรู้สึกของตัวละคร

415
00:34:23,060 --> 00:34:26,781
เป็นคนเล่าเรื่องครับ ต่อมาการดำเนินเรื่อง

416
00:34:26,781 --> 00:34:30,182
จะเป็นเหตุการณ์งาน Freshy

417
00:34:30,182 --> 00:34:34,182
เมื่อ 5 ปีก่อน ที่อรรถพร สโรชิน และสถาพรได้เจอกันครับ

418
00:34:34,717 --> 00:34:38,717
อรรถพรได้เจอสโรชินและสถาพร

419
00:34:39,170 --> 00:34:39,322
ก่อนเข้าพิธี

420
00:34:39,322 --> 00:34:43,322
ซ้อมรับปริญญาครับ อรรถพรถูกทิ้ง แล้วได้ไปเที่ยว

421
00:34:48,521 --> 00:34:51,995
สุโขทัย ได้พบเพื่อนสมัยเรียน ได้ชวน

422
00:34:51,995 --> 00:34:52,527
มาที่ไร่นะครับ อรรถพรได้เจอกับ

423
00:34:52,527 --> 00:34:56,527
สถาพรที่ป่วยเป็นมาลาเลีย

424
00:35:03,435 --> 00:35:07,435
ไปแต่งงานกับคนอื่น แล้วสภาพป่วยทำให้เพ้อพอ ๆ กับฤทธิ์

425
00:35:10,420 --> 00:35:14,420
ของแอลกอฮอล์ ทำให้เขาเตลิดไปอยู่

426
00:35:14,552 --> 00:35:18,213
ใต้ต้นประดู่ และความจริงปรากฏว่าใต้ที่ต้นประดู่แห่งนั้นเป็นที่เสียชีวิตของ

427
00:35:18,213 --> 00:35:22,213
สโรชิน  คนรักของเขาครับ

428
00:35:22,309 --> 00:35:23,414
ต่อมา

429
00:35:23,414 --> 00:35:27,414
การ... เป็นการวิเคราะห์ครับ ความรัก

430
00:35:31,525 --> 00:35:32,383
เป็นสิ่งงดงาม แม้ความตายก็มิอาจทำลายได้

431
00:35:32,383 --> 00:35:36,383
ครับ

432
00:35:42,458 --> 00:35:46,458
(นักศึกษาหญิง) ต่อไปเป็นการพิจารณาโครงเรื่องนะคะ

433
00:35:46,652 --> 00:35:50,652
ขออภัยค่ะ

434
00:35:53,202 --> 00:35:56,794
เป็นการวิจารณ์ค่ะ

435
00:35:56,794 --> 00:36:00,794
ในเนื้อเรื่องมีความสุขซ้อนในความเศร้าค่ะ มี

436
00:36:08,955 --> 00:36:12,955
การจัดวางคำ เล่าเรื่องให้มีความน่าสนใจ

437
00:36:14,675 --> 00:36:16,571
ทั้งในด้านการฟังและการอ่าน พร้อมทำให้รู้สึก รัก เศร้า

438
00:36:16,571 --> 00:36:20,571
เสียใจ จากสถานการณ์นั้น ๆ จากการเล่าเรื่องค่ะ

439
00:36:22,801 --> 00:36:25,999
พวกเราขอจบการนำเสนอเพียงเท่านี้ค่ะ

440
00:36:25,999 --> 00:36:29,999
พิจารณาแล้วค่ะ ใช่ไหม หนูขออภัยค่ะ

441
00:36:37,581 --> 00:36:41,581
หนูพูดผิด

442
00:36:43,014 --> 00:36:47,014
(อาจารย์หทัยวรรณ) ของกลุ่มนี้ก็เหมือนกันนะคะ

443
00:36:47,692 --> 00:36:50,325
ไปปรับแก้ไขตามที่

444
00:36:50,325 --> 00:36:54,298
ครูได้พูดไป

445
00:36:54,298 --> 00:36:58,298
มีดีเพิ่มเข้ามาตรงที่ว่ามีการ

446
00:37:01,395 --> 00:37:02,964
เล่าเรื่องย่อได้ แต่ก็ยังไม่ได้ใจความ

447
00:37:02,964 --> 00:37:06,248
เท่าไรนะคะ เพิ่มเข้ามาอีกหน่อยนะคะ

448
00:37:06,248 --> 00:37:10,248
ส่วนตัวละคร ถ้าเรา

449
00:37:11,378 --> 00:37:15,378
จะวิจารณ์ตัวละคร ไม่ต้อง

450
00:37:19,375 --> 00:37:19,629
เอามาทั้งหมด ที่ครูเคยยกตัวอย่างว่า

451
00:37:19,629 --> 00:37:23,629
พระเอกกำลังจะไปหานางเอก

452
00:37:24,188 --> 00:37:28,188
ที่ห้องนี่ พระเอกเดินผ่านตลาด แวะซื้อ

453
00:37:31,997 --> 00:37:32,225
ผลไม้กับแม่ค้า เราก็ไม่ต้อง

454
00:37:32,225 --> 00:37:35,476
เอาว่าตัวละครในเรื่องนี่ มีแม้ค้าด้วย

455
00:37:35,476 --> 00:37:39,476
เพราะแม่ค้าไม่ได้มีอิทธิพลต่อตัว

456
00:37:44,369 --> 00:37:46,227
ละครหลัก หรือตัวละครรองเลย แต่

457
00:37:46,227 --> 00:37:48,835
ถ้าเราจะบอกว่าหนูขอเอาได้ไหมคะ เพราะ

458
00:37:48,835 --> 00:37:52,835
ว่าแม่ค้านี่ ในขณะที่พระเอกซื้อ แม่ค้า

459
00:37:53,430 --> 00:37:56,222
ถามพระเอกว่าเธอจะไปทำอะไร อ๋อ เธอ

460
00:37:56,222 --> 00:38:00,222
จะไปหาผู้หญิงคนนั้นเหรอ แต่ฉันรู้สึกว่ามีผู้ชาย

461
00:38:07,675 --> 00:38:09,805
แวะเวียนมาหาเขาเยอะมากเลยนะ มันมีอิทธิพลกับตัวละครแล้ว แสดงว่า

462
00:38:09,805 --> 00:38:11,073
คนนี้สามารถเอาไปใส่

463
00:38:11,073 --> 00:38:15,073
ในการวิจารณ์ตัวละครประกอบได้ เวลาที่เรา

464
00:38:19,788 --> 00:38:19,984
เขียนนะคะ ตัวละครหลัก

465
00:38:19,984 --> 00:38:21,924
ตัวละครรอง กับตัวละครประกอบ

466
00:38:21,924 --> 00:38:25,924
ต้องเขียนเป็น Step แบบนี้ และ

467
00:38:27,564 --> 00:38:31,564
ตัวละครหลักมีใครบ้าง แบบที่ครูพูดไปแล้วว่า

468
00:38:36,766 --> 00:38:40,766
ก็ต้องบอกด้วยว่าไอ้ตัวละครหลักนี่ มีการนำเสนอ

469
00:38:42,280 --> 00:38:46,280
แบบไหน ต้องวิเคราะห์ตัวละครออกมาให้ได้ด้วย ไม่ใช่แค่บอกว่าใครเป็นตัวละครหลัก ใครเป็นตัวละครรอง

470
00:38:49,612 --> 00:38:49,842
และตัวละครหลักจะไม่มีข้าพเจ้า

471
00:38:49,842 --> 00:38:53,842
ตัวละครหลัก ก็คือจะเป็นชื่อตัวละคร

472
00:38:59,282 --> 00:39:03,282
ไปเลยนะคะ ส่วนตัวละครประกอบ จะไม่มีคนรัก และเพื่อนของสถาพร แต่จะบอกชื่อของตัวละครนั้น ๆ

473
00:39:03,706 --> 00:39:07,706
ไม่มี Freshy ไม่มีศิษย์เก่า เพราะนั่นไม่ใช่

474
00:39:15,163 --> 00:39:19,163
ตัวละคร ตัวละครต้องเป็นใครที่มีบทบาทในเรื่อง เช่น สมมติครูนี่

475
00:39:19,649 --> 00:39:23,649
มาสอนนักเรียนในห้อง อันนี้คือเรื่องของนางสาว

476
00:39:30,647 --> 00:39:34,647
หทัยวรรณ มณีวงษ์  เรื่องของ หทัยวรรณ

477
00:39:35,708 --> 00:39:39,708
นางสาวหทัยวรรณมาสอนหนังสือในห้อง แล้วก็มีเด็กชาย ก ถามนางสาวหทัยวรรณ ในห้อง แล้วก็มีเด็กชาย ก ถามนางสาวหทัยวรรณ

478
00:39:42,317 --> 00:39:43,806
ว่าอาจารย์จะไปกินข้าวไหน ซึ่งเพื่อนในห้องเยอะมาก ตัวลรในเรื่องก็จะมี 1. เลย

479
00:39:43,806 --> 00:39:47,806
นางสาวหทัยวรรณเป็นตัวละครเอกหรือตัวละครหลัก

480
00:39:55,159 --> 00:39:56,818
ของเรื่อง 2. ตัวละครรองก็อาจจะเป็น นาย ก ที่เขาถาม

481
00:39:56,818 --> 00:40:00,818
ว่านางสาวหทัยวรรณจะทำอะไรนู้นนี่นั่น ก็มีบทแล้ว

482
00:40:05,705 --> 00:40:08,193
แล้วก็ที่เหลือตัวละครประกอบ ตัวละครประกอบนี่ อันนี้

483
00:40:08,193 --> 00:40:12,193
ใช้คำว่า "นักเรียน" ได้ เพราะว่ามีบทบาท ก็คือ

484
00:40:17,269 --> 00:40:17,399
เป็นบุคคลที่นางสาวหทัยวรรณกำลังมาสอน

485
00:40:17,399 --> 00:40:19,328
โอเคไหมคะ แต่พี่ช่าง

486
00:40:19,328 --> 00:40:23,328
ที่เดินอยู่หน้าห้อง มีส่วนร่วมกับหทัยวรรณ

487
00:40:31,724 --> 00:40:35,724
ก็จริง แต่เราต้องใส่พี่ช่างเป็นตัวละครไหมคะ

488
00:40:35,726 --> 00:40:39,726
ไม่ต้อง โอเคไหม มันก็จะเหมือนกับที่เราน่ะบอกว่ามี Freshy กับศิษย์เก่า

489
00:40:39,776 --> 00:40:43,776
ซึ่ง Freshy กับศิษย์เก่า ไม่ได้มีบทบาทในเรื่อง

490
00:40:47,683 --> 00:40:51,683
ดังนั้น ไม่ต้องใส่นะคะ ตัวละครในเรื่องมีใครบ้าง ตัวละครหลักคือใคร ตัวละครรองคือใคร และ

491
00:40:53,431 --> 00:40:57,431
ตัวละครประกอบคือใคร อันนี้ดึงออกมาให้ได้

492
00:41:00,859 --> 00:41:04,623
จับออกมาให้ได้นะคะ ไม่ยากเกินไปหรอก เพราะว่าทุกคนเคยดูละครมาแล้ว เรื่องสั้นจับออกมาให้ได้นะคะ ไม่ยากเกินไปหรอก ไเพราะว่าทุกคนเคยดูละครมาแล้ว เรื่องสั้นกับ

493
00:41:04,623 --> 00:41:08,623
นวนิยายมันก็แค่เป็นตัวอักษรที่เขียนมา แค่ไม่ได้มาแสดงให้เราดู

494
00:41:12,903 --> 00:41:16,903
อย่างนั้น คุณอ่าน คุณก็ต้อง

495
00:41:17,708 --> 00:41:21,708
รู้แหละว่าใครเป็นตัวละครเอก หรือ

496
00:41:25,715 --> 00:41:28,562
ใครเป็นตัวละครรอง ใครเป็นตัวละครประกอบ

497
00:41:28,562 --> 00:41:31,795
สมมติ เรา

498
00:41:31,795 --> 00:41:35,795
ดูคังคุไบแล้ว ครูถามเรื่องนี้แล้ว เพราะทุกคนดูเหมือนกัน

499
00:41:37,560 --> 00:41:41,065
หมด คังคุไบ ใครเป็นตัวละครเอก

500
00:41:41,065 --> 00:41:45,065
หรือตัวละครหลักของเรื่อง คังคุไบคนเดียวไหม

501
00:41:45,114 --> 00:41:48,728
ถ้าเป็นในเรื่องนี้คนเดียว

502
00:41:48,728 --> 00:41:52,728
โอเคไหม แต่ตัวละครรอง คือ มันรองลงมา

503
00:41:55,154 --> 00:41:59,154
จากคังคุไบอีกทีหนึ่ง ใครเป็น

504
00:41:59,218 --> 00:42:03,218
ตัวละครรองบ้าง ราฮิม ใครอีก มีอีกได้

505
00:42:06,290 --> 00:42:10,290
เยอะเลย ตัวละครรองมีได้เยอะ เพราะตัวละครรอง

506
00:42:11,298 --> 00:42:14,898
มีอิทธิพลรองลงมาจากตัวละครหลัก

507
00:42:14,898 --> 00:42:18,898
มีบทบาทรองมาจากตัวละครหลัก มีราฮิมแล้ว 1

508
00:42:19,401 --> 00:42:23,401
อะไรนะ ป้าไลลา ชื่ออะไร...

509
00:42:23,738 --> 00:42:27,712
ราเซียไบ ราเซียไบ

510
00:42:27,712 --> 00:42:31,712
หรือแม้กระทั่งคนรักของคังคุไบน่ะก็ใช่

511
00:42:37,489 --> 00:42:38,556
โอเคไหม แต่ว่าคนรักของคังคุไบ

512
00:42:38,556 --> 00:42:42,556
ใช่ แต่คนที่ไปแต่งงานกับคนรักคังคุไบเป็นตัวละครรองไหม

513
00:42:46,410 --> 00:42:50,410
ไม่ เป็นตัวละครอะไร ประกอบเฉย ๆ โอเคนะคะ เพราะอะไร เพราะความสำคัญ

514
00:42:53,546 --> 00:42:57,546
มันรองลงมาแล้ว การเรียงลำดับตัวละคร

515
00:42:58,905 --> 00:43:02,048
หลัก ตัวละครรอง ตัวละครประกอบ เราต้องดูลำดับความสำคัญด้วย บางคนบอกว่าแต่เขาก็เป็นคน

516
00:43:02,048 --> 00:43:06,048
ที่ไปแต่งงานกับคนรักของคังคุไบนะ เขาก็น่าจะสำคัญ

517
00:43:10,982 --> 00:43:13,432
แต่เขาไม่ได้สำคัญถึงขั้นที่ว่ามีบทบาทเด่นต่อตัวละครหลัก เขาก็เลย

518
00:43:13,432 --> 00:43:14,917
อยู่จัดออกมาเป็นตัวละครประกอบเท่านั้นนะคะ

519
00:43:14,917 --> 00:43:18,917
แต่คนที่เดินไปเดินมาในฉาก ใช่ตัวประกอบไหม

520
00:43:25,322 --> 00:43:28,802
ไม่ใช่นะ เราไม่ต้องเอามาใส่นะคะ ยกเว้นคุณจะบอกว่า แต่เวลา

521
00:43:28,802 --> 00:43:32,802
ที่พูดถึงละครคนเหล่านี้เขาก็เรียกว่า "ตัวประกอบ" ไม่ใช่เหรอ

522
00:43:37,741 --> 00:43:41,741
อันนั้นมันตัวประกอบคนละแบบ ไม่ใช่ตัวละคร

523
00:43:42,534 --> 00:43:43,713
ประกอบ แบบในการวิจารณ์วรรณกรรมนะคะ

524
00:43:43,713 --> 00:43:46,890
ในการวิจารณ์วรรณกรรม ก็คือต้องเป็นตัวละครที่มี

525
00:43:46,890 --> 00:43:49,331
บทบาทที่เราเอามาวิจารณ์เขาได้น่ะ ถ้าเป็น

526
00:43:49,331 --> 00:43:53,331
คนที่เดินไปเดินมา คุณจะมาวิจารณ์เขาอย่างไรล่ะ มันไม่ได้มีบทบาท

527
00:43:57,317 --> 00:43:58,598
อะไรที่พอจะวิจารณ์ขนาดนั้นนะคะ

528
00:43:58,598 --> 00:44:02,598
ฉะนั้น งานของเรา เริ่มมีน้ำหนักเพิ่มแล้ว ก็คือ

529
00:44:02,895 --> 00:44:06,895
1. ไอ้ 11 หัวข้อนี่ ครูให้เวลาไปทำจนถึงวันจันทร์ คือ

530
00:44:15,250 --> 00:44:19,250
ให้ไปเคลียร์เลย คนที่บอกว่าจะส่งวันนี้ ยังไม่ต้องส่ง เป็นเช็กของ

531
00:44:20,027 --> 00:44:20,548
ตัวเองก่อนให้ดีก่อน เพราะงานนี้

532
00:44:20,548 --> 00:44:24,548
10 คะแนน ซึ่งจริง ๆ  สัปดาห์ที่แล้วที่ครูไม่ได้เข้

533
00:44:31,804 --> 00:44:33,295
า ครูคาดหวังว่า เออ นักศึกษาจะได้มีเวลาไปทำงาน เพราะครูก็

534
00:44:33,295 --> 00:44:34,539
ติดภารกิจเหมือนกัน แต่คราวนี้นักศึกษาต้องทำแบบไม่ได้ใช้เวลาแล้วแหละ

535
00:44:34,539 --> 00:44:38,539
เพราะว่าอันนี้คือการเอาไปปรับแก้นะคะ ให้ส่ง

536
00:44:42,896 --> 00:44:46,896
ภายในวันจันทร์เท่านั้น ทั้ง 2 กลุ่ม แล้ว

537
00:44:49,055 --> 00:44:49,083
วันนี้ก็จะได้เรียนการวิจารณ์ร้อยกรอง ก็จะมีงาน

538
00:44:49,083 --> 00:44:50,588
เพิ่มด้วย แต่งานเพิ่มนี่จะให้ส่ง

539
00:44:50,588 --> 00:44:54,588
วันศุกร์ในคาบของเรา ซึ่งเราไม่ได้เรียนถูกไหม

540
00:45:01,496 --> 00:45:03,054
ครูให้เวลาในการไปทำวิจารณ์

541
00:45:03,054 --> 00:45:03,803
นวนิยาย 1 สัปดาห์ เพื่อ

542
00:45:03,803 --> 00:45:06,241
ที่จะเตรียมนำเสนอ 20 คะแนน

543
00:45:06,241 --> 00:45:10,241
อันนี้ 10 คะแนน

544
00:45:11,775 --> 00:45:15,775
แล้วให้โอกาสไปแก้ด้วย แต่ 20 คะแนน ไม่ได้ให้

545
00:45:20,358 --> 00:45:22,997
โอกาสไปแก้ เพราะว่าจะถือว่าเป็นคะแนน

546
00:45:22,997 --> 00:45:26,997
สอบกลางภาคนะคะ กลุ่มละ 3 คนนะ ครูให้กลุ่มละ 3

547
00:45:33,061 --> 00:45:35,443
ฉะนั้น 20 คะแนน น้ำหนักคะแนนเพิ่มด้วย แล้วงานก็เพิ่มด้วย เพราะว่าจาก

548
00:45:35,443 --> 00:45:39,443
กลุ่มละ 6 เป็นกลุ่มละ 3 แล้ว

549
00:45:42,899 --> 00:45:43,223
งานต้องดีขึ้นอีกนะคะ

550
00:45:43,223 --> 00:45:47,207
คราวนี้ สำหรับวันนี้

551
00:45:47,207 --> 00:45:51,207
ขอสอนต่อในเรื่องของการวิจารณ์ร้อยกรอง

552
00:45:53,812 --> 00:45:55,180
ซึ่งจะเป็นบทสุดท้าย

553
00:45:55,180 --> 00:45:59,180
ที่ครูจะบรรยาย และวันนี้ 5 โมงเย็น

554
00:46:03,776 --> 00:46:06,231
อย่าลืมเข้า ZOOM นะคะ เดี๋ยวครูส่งให้

555
00:46:06,231 --> 00:46:10,231
มีวิทยากรพิเศษ ก็คืออาจารย์บุตรธินันท์

556
00:46:14,756 --> 00:46:18,756
จะสอนเรื่องการเขียนบทความวิจารณ์ ซึ่งจะเป็นเนื้อหาของบทที่ 8

557
00:46:19,952 --> 00:46:23,952
ของเรานะคะ ทีนี้ดูวิจารณ์บทร้อยกรอง

558
00:46:24,325 --> 00:46:27,252
วิจารณ์บทร้อยกรอง ลักษณะของ

559
00:46:27,252 --> 00:46:31,252
การวิจารณ์ จะ

560
00:46:31,422 --> 00:46:35,422
ง่ายกว่าเรื่องสั้น กับนวนิยายนิดหน่อยนะคะ

561
00:46:40,213 --> 00:46:41,797
ง่ายกว่านิดหน่อยตรงที่ว่าหัวข้อมันน้อยกว่า

562
00:46:41,797 --> 00:46:45,797
นวนิยายกับเรื่องสั้นนี่มีตั้ง 11 หัวข้อ

563
00:46:50,639 --> 00:46:54,639
แต่ว่าวิจารณ์บทร้อยกรองนี่ มีแค่ 4 หัวข้อ แค่นั้น แต่คำว่า "4 หัวข้อ" ไม่ได้

564
00:46:57,587 --> 00:47:00,947
แปลว่า โอ้โห มันน้อยจังนะคะ เหตุผล 4 หัวข้อ

565
00:47:00,947 --> 00:47:02,624
เพราะว่าการวิจารณ์ร้อยกรองนี่มันต่างจาก

566
00:47:02,624 --> 00:47:05,086
นวนิยาย ตรงที่จะเน้นในเรื่องของ

567
00:47:05,086 --> 00:47:09,086
ภาษา ร้อยกรองต่างจากร้อยแก้ว เพราะว่า

568
00:47:10,675 --> 00:47:14,675
ร้อยกรองต้องมีบังคับฉันทลักษณ์ เช่น

569
00:47:15,283 --> 00:47:17,384
รูปแบบการแต่งแต่ละบทประพันธ์

570
00:47:17,384 --> 00:47:21,384
แต่ละโครง แต่ละกลอน รูปแบบฉันทลักษณ์

571
00:47:25,959 --> 00:47:26,702
ไม่เหมือนกัน เช่น กาพย์ยานี 11 ข้างหน้า

572
00:47:26,702 --> 00:47:30,557
5 ข้างหลัง 6 รวมกันให้ได้ 11 คำ อย่างนี้

573
00:47:30,557 --> 00:47:32,146
หรือกลอน 8 ต้องมีวรรคละ 7

574
00:47:32,146 --> 00:47:36,146
-9 คำเป็นต้น และก็ยังมีว่า

575
00:47:37,069 --> 00:47:41,069
ต้องบังคับสัมผัส สระ พยัญชนะ

576
00:47:41,794 --> 00:47:44,286
อะไรก็ว่าไป มันก็เลยกลายเป็นว่า

577
00:47:44,286 --> 00:47:46,695
เวลาที่จะเขียนร้อยกรองได้นี่ เขาต้อง

578
00:47:46,695 --> 00:47:50,695
มีการเลือกสรรคำให้มีความไพเราะ

579
00:47:54,666 --> 00:47:58,666
ให้มีความน่าสนใจ และก็ต้องให้ลงล็อก

580
00:48:01,590 --> 00:48:05,590
ฉันทลักษณ์ด้วย เช่น บทประพันธ์ พฤษกผกาศร อีก

581
00:48:08,126 --> 00:48:12,126
กุญชร อันปลดปลง เคยได้ยินไหม

582
00:48:13,247 --> 00:48:14,961
เคยได้ยินไหม พฤษภผกาสร

583
00:48:14,961 --> 00:48:18,531
โททน

584
00:48:18,531 --> 00:48:20,723
สำคัญหมายในกายมี นรชาติ

585
00:48:20,723 --> 00:48:24,723
ติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์

586
00:48:27,199 --> 00:48:31,199
สถิตย์ทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้

587
00:48:31,692 --> 00:48:32,877
ในโลกา อันนี้เป็นกาพย์ยานี 11

588
00:48:32,877 --> 00:48:36,877
5 ข้างหลัง 6 โอเคไหม บังคับ

589
00:48:38,256 --> 00:48:42,256
และข้างหน้า 5 ข้างหลัง 6 แล้ว 1 2. ยังจะมาบังคับ

590
00:48:46,370 --> 00:48:46,565
คำให้มันสัมผัสสระ วรรณยุกต์ ให้มัน

591
00:48:46,565 --> 00:48:50,565
ลงล็อกอีก เขาก็เลยมีการเลือกสรรคำ

592
00:48:50,715 --> 00:48:52,606
ในบทประพันธ์นี้ไม่ได้ใช้คำไทยเลย มีแต่

593
00:48:52,606 --> 00:48:56,606
คำไวพจน์ทั้งนั้นเลย คำไวยพจน์คือ

594
00:49:03,624 --> 00:49:05,619
ความหมายคล้ายกัน... มีความหมายเหมือนกันมาใช้ เช่น คำว่า "

595
00:49:05,619 --> 00:49:08,924
พฤษภ" พฤษภแปลว่าอะไรคะ

596
00:49:08,924 --> 00:49:11,220
ราศีพฤษภบ้าง

597
00:49:11,220 --> 00:49:15,220
คนที่เกิดในช่วงเดือนพฤษภาคม

598
00:49:16,062 --> 00:49:20,062
ถึงกลางมิถุนายน มีไหมในห้องนี้

599
00:49:22,233 --> 00:49:23,763
ไม่มีเลยเหรอ ห้องนี้ไม่มีราศีพฤษภเลย

600
00:49:23,763 --> 00:49:27,763
แล้วพอเดาได้ไหม พฤษภ

601
00:49:35,909 --> 00:49:36,701
พฤษภ ราศีพฤษภมันจะเป็นหน้าอะไรคะ

602
00:49:36,701 --> 00:49:40,701
ความรู้รอบตัวนี่

603
00:49:41,447 --> 00:49:45,439
มีบ้างนิดหนึ่ง เป็นหน้าวัว

604
00:49:45,439 --> 00:49:49,439
สรุปพฤษภเป็นอะไร พฤษภ

605
00:49:53,126 --> 00:49:56,102
เป็นอะไร มันแปลว่าอะไร มันเป็นหน้าวัวขนาดนั้นมันต้องเป็นอะไรพฤษภนี่

606
00:49:56,102 --> 00:50:00,102
เป็นวัว มันเป็นหน้าวัว มันก็ต้องเป็นวัวสิคะ

607
00:50:05,599 --> 00:50:09,599
นักศึกษา พฤษภ ฉะนั้น เมื่อกี้พฤษภมาแล้วแปลว่าวัว ภกาษร

608
00:50:15,923 --> 00:50:19,923
ให้เดาแปลว่าอะไร ควาย โอเคนะ พฤาภ พกาสร จริง ๆ มันคือ พฤ

609
00:50:23,921 --> 00:50:24,029
กับกาสรนั่นแหละ แต่ว่าเวลาอ่าน เวลาเขียน

610
00:50:24,029 --> 00:50:28,029
เขาจะให้มันเป็น 5 คำไงคะ จะพูดว่า พฤษภ กาษร มันก็เป็น

611
00:50:31,931 --> 00:50:35,324
กาสร เฉย ๆ มันก็เป็นแค่ 4 เขาก็เลยอ่าน พฤษภ

612
00:50:35,324 --> 00:50:39,036
ภกาษรนะคะ

613
00:50:39,036 --> 00:50:43,036
อันปลดปลง กุญชรแปล

614
00:50:43,929 --> 00:50:47,929
วัว ความ ช้าง อันปลดปลงก็คือที่ตายแล้ว โททนต์

615
00:50:48,354 --> 00:50:52,354
สะเน่งคง ทน กับ ทันตั

616
00:50:55,932 --> 00:50:57,441
เหมือนกัน ถ้าทันตแพทย์ แปลว่า หมอฟัน ถ้าโททน

617
00:50:57,441 --> 00:51:01,197
น่าจะแปลว่าอะไร ฟัน พวกกระดูกและฟันเสน่ง ก็คือเขา กระดูก ฟัน เขา

618
00:51:01,197 --> 00:51:05,197
งา อะไรพวกนี้ สะเหน่งคง

619
00:51:08,222 --> 00:51:12,222
และฟัน และเขา มันก็ยังคงอยู่ ทวนอีกรอบ

620
00:51:13,917 --> 00:51:17,917
วัว ความ หรือช้าง ถ้าตายไปแล้ว แต่กระดูกเขาและฟันของมันก็ยังคงอยู่ สำคัญหมายในกายมี

621
00:51:18,119 --> 00:51:22,119
นรชาติวางวาย นรชาติ แปลว่า

622
00:51:26,775 --> 00:51:30,775
คน แปลว่าคน แปลว่า มนุษย์

623
00:51:35,256 --> 00:51:39,256
นรชาติวางวาย แปลว่าคนที่ตายไปแล้ว มลายสิ้นทั้ง

624
00:51:39,949 --> 00:51:43,949
อินทรีย์ แปลว่า ร่ายกาย

625
00:51:43,953 --> 00:51:46,063
แต่ว่าอันนี้อินทรีย์ที่แปลว่าร่างกายนะคะ

626
00:51:46,063 --> 00:51:49,928
เขาจะบอกว่าคนถ้าตายไปแล้วมลายสิ้นทั้งอินทรีย์ ก็คือ

627
00:51:49,928 --> 00:51:53,928
สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา

628
00:51:59,960 --> 00:52:00,494
แสดงว่าสิ่งที่เหลืออยู่ ก็คือ

629
00:52:00,494 --> 00:52:04,494
ความดี ความชั่ว เขาก็เลยต้องการที่จะบอกว่า

630
00:52:10,627 --> 00:52:13,038
ในบทประพันธ์นี้ ถ้าเป็นสัตว์ต่าง ๆ นี่ วัว ควาย

631
00:52:13,038 --> 00:52:16,651
ถ้ามันตายไปมันยังเหลือเขา งา ทิ้งไว้ให้เห็นนะ แค่คนนี่

632
00:52:16,651 --> 00:52:20,651
ไม่เหลืออะไรไว้ให้เห็นเลย เหลือไว้แค่ความดี ความชั่ว ฉะนั้น บทประพันธ์ที่ครู

633
00:52:21,428 --> 00:52:25,320
เอาให้นักศึกษาลองพิจารณาเมื่อกี้ นักศึกษา

634
00:52:25,320 --> 00:52:29,320
สามารถพิจารณาในแง่ที่ว่า 1. เลย ภาษาของ

635
00:52:31,752 --> 00:52:32,454
เขา เขาไม่ได้ใช้ภาษาธรรมดา ๆ เพราะ

636
00:52:32,454 --> 00:52:36,454
ร้อยกรอง มันต้องมีการสรรหาคำที่ทำให้เกิดความไพเราะ

637
00:52:42,599 --> 00:52:46,599
แล้วก็ถูกต้องตามฉันทลักษณ์ของเขา ถ้าเกิดเขาใช้คำว่า

638
00:52:47,358 --> 00:52:50,942
"วัว ควาย ที่ตาย" มันก็ไม่ได้คล้องจองน่ะ มันไม่ได้ไพเราะ ฉะนั้น เวลาที่เราจะพิจารณา

639
00:52:50,942 --> 00:52:54,942
บทประพันธ์หรือบทร้อยกรอง คุณต้องหาความหมายให้ได้ด้วย

640
00:52:59,269 --> 00:53:00,148
หรือแม้กระทั่งแก่นเรื่องในตอนท้าย เขา

641
00:53:00,148 --> 00:53:02,439
ก็ไม่ได้พูดตรง ๆ แต่บทร้องกรอง หรือประพันธ์เขาจะมีแนวคิด มักจะใส่

642
00:53:02,439 --> 00:53:06,439
ไว้ในวรรคสุดท้าย หรือบทสุดท้ายของบทประพันธ์ เพื่อที่จะบอ

643
00:53:13,101 --> 00:53:17,101
กว่าสิ่งที่

644
00:53:17,242 --> 00:53:20,434
เขาต้องการจะสื่อทั้งหมดนี่ มันคืออะไร อย่างเช่น บทเมื่อกี้

645
00:53:20,434 --> 00:53:21,842
ก็จะบอกว่าสิ่งที่ต้องการจะสื่อทั้งหมด ก็คือ

646
00:53:21,842 --> 00:53:25,842
ต้องการให้คนนี่รู้จักการทำความดี

647
00:53:30,167 --> 00:53:34,167
เพราะสิ่งที่เหลืออยู่ ก็จะเหลือไว้แค่ความดี

648
00:53:35,636 --> 00:53:36,623
กับความชั่ว ถ้าคุณทำชั่วคนก็จะจดจำที่คุณทำ

649
00:53:36,623 --> 00:53:36,881
หรือถ้าคุณทำความดี เขาก็จะจดจำแต่เรื่องดี ๆ ที่

650
00:53:36,881 --> 00:53:39,059
คุณทำนั่นเองนะคะ เมื่อกี้

651
00:53:39,059 --> 00:53:43,059
เกริ่นในเรื่องของการวิจารณ์บทร้อยกรอง คราวนี้

652
00:53:46,001 --> 00:53:50,001
มาเริ่มดูองค์ประกอบในการพิจารณาบท

653
00:53:55,137 --> 00:53:57,530
ร้อยกรองตั้งแต่แรกเลย ก็คือ 1. ผู้พูด น้ำเสียงนะคะ ผู้พูด น้ำเสียง

654
00:53:57,530 --> 00:54:01,443
คืออะไร ผู้พูดและน้ำเสียง

655
00:54:01,443 --> 00:54:02,624
นี่ ด้วยความที่ว่าบทร้อยกรอง

656
00:54:02,624 --> 00:54:06,624
ไม่ได้มีบทสนทนาเหมือนกับเรื่องสั้นนวนิยาย

657
00:54:10,492 --> 00:54:14,243
คุณจะไม่รู้เลยว่าผู้

658
00:54:14,243 --> 00:54:18,243
เป็นใคร ดังนั้น ผู้อ่านต้องใช้การพิจารณาจากภาษา

659
00:54:18,770 --> 00:54:22,770
ว่าเขาพูดแบบไหน

660
00:54:23,593 --> 00:54:27,593
น้ำเสียงอย่างไร อารมณ์โกรธ

661
00:54:29,955 --> 00:54:33,791
ประชดประชัน เคร่งเครียด สนุกสนาน

662
00:54:33,791 --> 00:54:37,791
หรือร่าเริง เช่น ครูจะอ่านให้ฟัง

663
00:54:39,574 --> 00:54:43,574
แล้วนักศึกษาพิจารณาว่าน้ำเสียงนี่

664
00:54:48,271 --> 00:54:52,271
เป็นน้ำเสียงไหน

665
00:54:54,357 --> 00:54:58,357
เอออุเหม่นะมึงชิช่างกระไร ทุทาศสถุงฉะ

666
00:55:00,017 --> 00:55:00,541
ศึกบ่ถึงและมึงก็ยังมิเห็น จะน้อยถึงและมึงก็ยังมิเห็น จะน้อย

667
00:55:00,541 --> 00:55:04,475
จะมาจะยากจะเย็นประการใด อวดฉลาด

668
00:55:04,475 --> 00:55:08,475
และคาดแถลงเพราะใจ ขยาดขยั้นมิทันกระไปรปปก็หมิ่นกู

669
00:55:11,727 --> 00:55:15,727
กลกะกากะหวาดขมังธนู

670
00:55:16,020 --> 00:55:19,398
ฤๅบ่หอนจะเห้นธวัชริปูสีล่าถอย

671
00:55:19,398 --> 00:55:21,514
อารมณ์ไหนคะ น้ำเสียงไหนคะ

672
00:55:21,514 --> 00:55:24,235
อะไรนะ โกรธ อะไรนะคะ เสียดสี อ๋อ

673
00:55:24,235 --> 00:55:28,235
ยังไม่ถูก อันนี้จะเป็นอารมณ์โกรธนะคะ อันนี้จะเป็นอารมณ์โกรธ

674
00:55:36,032 --> 00:55:40,032
โอเคนะ 1. เลย โกรธ เพราะว่า จากที่อ่าน เอออุเหม่งนะมึงชิ

675
00:55:40,379 --> 00:55:44,379
ช่างกระไร นี่มันเป็นน้ำเสียงที่แสดงให้เห็นถึงอารมณ์

676
00:55:45,235 --> 00:55:49,235
2. ลูกก็แลดูแม่แม่ดูลูก ต่างพันผูกเพียงว่า

677
00:55:53,874 --> 00:55:55,698
เลือดตาไหล สะอื้นร่ำอำลา

678
00:55:55,698 --> 00:55:56,682
ด้วยอาลัย แล้วแข็งใจ

679
00:55:56,682 --> 00:56:00,682
จากนางตามทางมา เหลียวหลัง

680
00:56:05,495 --> 00:56:09,495
ยังเห็นแม่ แลเขม้น แม่ก็เห็น

681
00:56:10,993 --> 00:56:14,993
ลูกน้อยละห้อยหา เหลียวเหลียวเลี้ยวลับวันวิญญาณ์

682
00:56:17,618 --> 00:56:21,618
โอ้เปล่าตาต่างสะอื้นยืนตะลึง อันนี้น้ำเสียงอะไรคะ เศร้า โอเคไหม

683
00:56:24,454 --> 00:56:28,231
ที่น้ำเสียงเศร้าเพราะอะไร มันน่าจะเป็นฟีล

684
00:56:28,231 --> 00:56:30,851
แม่กับลูกกำลังจะพรากจากกัน เราอ่าน

685
00:56:30,851 --> 00:56:34,543
แล้วเราก็ตีความได้จากภาษาว่า อ๋อ

686
00:56:34,543 --> 00:56:38,543
น่าจะเป็นแม่กับลูกกำลังจะจากกันน่ะ

687
00:56:38,901 --> 00:56:42,901
มันมีสะอื้นร่ำอำลาด้วยอาลัย

688
00:56:45,182 --> 00:56:49,182
บางคนบอกว่าน้ำเสียงแบบไหนหนูไม่รู้ แต่หนูเห็นภาษาแบบสะอื้นร่ำอำลาและอาลัย

689
00:56:53,480 --> 00:56:57,480
ตีความได้ว่ามันต้องเป็นเศร้าแน่ ๆ อันนี้ก็ได้นะคะ

690
00:56:59,501 --> 00:57:03,501
ของการพิจารณาบทประพันธ์ นั่นก็คือพิจารณาภาษาเป็นหลัก ต่อไป สูเป็นไฟ

691
00:57:03,807 --> 00:57:07,807
เราเป็นไม้ ให้ทำลายสิ้นถึงวิญญาณ

692
00:57:14,120 --> 00:57:18,120
แม้แต่ธุลีมิอาลัย

693
00:57:20,070 --> 00:57:24,070
ลืมเจ้าไซร้จนชั่วกาลปาวสาน ถ้าชาติไหนเกิดไปพบพาน จะทรมาน ควักทิ้งทั้งแก้วตา

694
00:57:27,916 --> 00:57:30,235
ตายไปอยู่ใต้รอยเท้า ให้เจ้าเหยียบเล่นเหมือนเส้นหญ้า

695
00:57:30,235 --> 00:57:34,235
เพื่อจดจำพิษช้ำนานา

696
00:57:34,848 --> 00:57:38,848
ไปชั่วฟ้าดินสิ้นเอย

697
00:57:40,010 --> 00:57:44,010
น้ำเสียงแบบไหนคะ

698
00:57:44,929 --> 00:57:48,929
อันนี้ให้ตอบได้นะคะ ฝั่งนู้น ที่ทีแรกตอบอะไรนะคะ

699
00:57:51,141 --> 00:57:54,116
เสียดสี คราวนี้ให้ตอบ

700
00:57:54,116 --> 00:57:57,978
เสียดสีได้นะคะ นักศึกษา

701
00:57:57,978 --> 00:57:58,285
รู้ไหม

702
00:57:58,285 --> 00:58:02,285
นักศึกษาคิดว่าเขาเกลียดหรือว่าเขารัก

703
00:58:02,981 --> 00:58:06,981
จากบทประพันธ์เขาเกลียดหรือเขารัก

704
00:58:09,481 --> 00:58:13,481
ใครอ่านรัก มีใครให้เกลียดไหมคะ

705
00:58:22,396 --> 00:58:22,880
ไม่มีนะ บทประพันธ์นี้ 1. เลย เสียดสี

706
00:58:22,880 --> 00:58:26,880
2. ไม่ได้เสียดสีเพราะเกลียด แต่เสียดสีเพราะ

707
00:58:34,303 --> 00:58:35,491
รัก ถ้าสังเกตการใช้คำของเขา

708
00:58:35,491 --> 00:58:39,491
สูเป็นไฟ เราเป็นไม้ เริ่มต้นมาเลย ยังไม่ได้อ่านถึงตอนท้ายน่ะ เริ่มต้นก็รู้แล้ว

709
00:58:40,494 --> 00:58:44,494
ว่ารัก ทำไมถึงรู้ล่ะ ถ้าคนมันเกลียด

710
00:58:47,364 --> 00:58:51,364
คนมันต้องอยากทำลายคนที่ตัวเองเกลียดถูกไหม แต่นี่ก็คือ

711
00:58:52,237 --> 00:58:53,131
สูเป็นไฟ เราเป็นไม้ ให้เธอเป็นไฟ เราจะเป็น

712
00:58:53,131 --> 00:58:57,131
ไม้ให้เธอเผาทำลายเอง นี่ก็คือ 1. แล้ว

713
00:58:58,254 --> 00:59:02,254
ที่ทำให้รู้ว่าเขาไม่ได้เกลียดแน่ ๆ แต่ทำไมเขา

714
00:59:08,119 --> 00:59:12,119
ถึงเสียดสีแบบนี้ล่ะ ก็มันสืบเนื่อง

715
00:59:12,119 --> 00:59:12,182
มาจากรัก แล้วมันช้ำ แล้วมันผิดหวังในความรักไง ถ้ามันผิดหวังในความรัก

716
00:59:12,182 --> 00:59:16,182
ถ้ามันไม่ได้คู่ครองกับเธอจริง ๆ

717
00:59:23,811 --> 00:59:25,109
น่ะ เธอทำลายฉันทิ้งไปเสียเถอะ อันนี้คือบทประพันธ์นี้ ตั้งแต่สูเป็นไฟ เราเป็นไม้ ให้ทำลายสิ้น

718
00:59:25,109 --> 00:59:29,109
ถึงวิญญาณ์ เกิดไปอยู่ใต้

719
00:59:32,523 --> 00:59:36,523
รอยเท้า ให้เจ้า...ตายไปอยู่ใต

720
00:59:40,129 --> 00:59:41,061
้รอยเท้า ให้เจ้าเหยียบเล่นเหมือนเส้นหญ้า เพื่อจดจำพิษช้ำ

721
00:59:41,061 --> 00:59:45,061
นานา ไปชั่วฟ้าดินสิ้นเอยฯ ถ้าไม่รักฉัน

722
00:59:47,869 --> 00:59:51,371
ก็ฆ่าฉันให้ตายเสียเถอะ อันนี้ก็คือบทประพันธ์ที่เสียดสีนยะคะ ถ้าสังเกต

723
00:59:51,371 --> 00:59:55,371
บทประพันธ์นี้ จะต่างจาก 2 บทเมื่อกี้ ตรงที่ว่า

724
00:59:56,486 --> 01:00:00,486
มันไม่ได้เป็นไปตามฉันทลักษณ์ แต่นี่ก็เป็นอีก 1 บทร้อยกรองที่เขา

725
01:00:01,636 --> 01:00:05,636
เรียกว่า "กลอนเปล่า" นะคะ ซึ่งเป็น

726
01:00:12,141 --> 01:00:12,521
บทร้อยกรองที่ตอนนี้กำลังฮิต ถ้าสังเกต

727
01:00:12,521 --> 01:00:14,310
ว่าที่ได้่รับรางวัลซีไรท์ต่าง ๆ จะเป็นบทประพันธ์

728
01:00:14,310 --> 01:00:16,781
แบบกลอนเปล่า เพราะอะไร เพราะว่า

729
01:00:16,781 --> 01:00:20,781
ใช้คำแบบที่ไม่ต้องลงล็อกก็ได้ แต่

730
01:00:24,331 --> 01:00:26,994
เน้นกินใจ และต้องเน้นภาษาที่สั้น

731
01:00:26,994 --> 01:00:30,994
กระชับเหมือนเดิม ถึงจะไม่ต้องบังคับฉันทลักษณ์

732
01:00:32,871 --> 01:00:36,717
แต่ก็ยังคง Concept ก็คือสั้น

733
01:00:36,717 --> 01:00:38,035
กระชับ ไม่ได้เป็นแบบร้อยแก้วนะคะ

734
01:00:38,035 --> 01:00:42,035
ต่อไป ข้อที่ 2 เมื่อกี้

735
01:00:42,336 --> 01:00:43,486
คือการพิจารณาน้ำเสียงนะ เวลาที่เรา

736
01:00:43,486 --> 01:00:47,486
จะวิจารณ์บทร้อยกรอง เราต้องพิจารณา

737
01:00:50,494 --> 01:00:54,494
ตั้งแต่ข้อ 1 ก่อน พิจารณาน้ำเสียง บทประพันธ์

738
01:00:57,802 --> 01:01:01,802
มีน้ำเสียงอย่างไรนะคะ ต่อไป การใช้ถ้อยคำของภาษา ข้อนี้ * เพราะ

739
01:01:02,981 --> 01:01:04,665
ว่าในการที่จะพิจารณาบทประพันธ์

740
01:01:04,665 --> 01:01:08,665
ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียง หรือแนวคิด ภาษาคือสิ่งที่

741
01:01:15,465 --> 01:01:16,797
ผู้วิจารณ์ต้องตีความให้ได้ เพราะอย่างที่บอกว่าเผื่อบางอันที่เป็น

742
01:01:16,797 --> 01:01:20,797
บังคับฉันทลักษณ์ เขาก็จะมีข้อกำหนดว่าเขาต้องใช้

743
01:01:22,133 --> 01:01:26,133
คำนี้ คำนี้ เพื่อให้มันลงล็อก  อย่างเช่น ผู้หญิงนี่

744
01:01:30,035 --> 01:01:33,996
แทนที่จะใช้เป็นคำว่า "ผู้หญิง" เขาจะมีคำ

745
01:01:33,996 --> 01:01:37,996
อื่น ๆ เช่น นารี สตรี อะไรก็ว่าไป ดอกไม้ก็อาจจะเป็นบุพผา บุพชาติ

746
01:01:40,413 --> 01:01:42,609
นี่ก็คือคำต่าง ๆ ที่ทีความหมายเหมือนกัน

747
01:01:42,609 --> 01:01:45,885
แล้วเอามาใช้แทนได้ ดังนั้น ภาษาจึงเป็นสิ่ง

748
01:01:45,885 --> 01:01:49,885
ที่สำคัญที่เราต้องพิจารณาเป็นอันดับแรก

749
01:01:49,944 --> 01:01:50,906
นะคะ การพิจารณาภาษา

750
01:01:50,906 --> 01:01:54,906
ข้อแรก 1. เลย ความหมายตรงกับ

751
01:01:59,592 --> 01:02:03,222
ความหมายแฝง เพราะบทประพันธ์ เขามักจะไม่ได้บอกความหมายตรง ๆ

752
01:02:03,222 --> 01:02:07,222
หรอกค่ะ เขามักจะบอกความหมายแฝง

753
01:02:07,232 --> 01:02:11,232
ซ่อนอยู่เสมอ เช่น ฉันเยาว์

754
01:02:17,448 --> 01:02:18,273
ฉันเขลา ฉันทึ่ง ฉันจึง

755
01:02:18,273 --> 01:02:19,542
มาหาความหมาย ฉันหวัง

756
01:02:19,542 --> 01:02:23,542
เก็บอะไรไปมากมาย สุดท้าย

757
01:02:24,746 --> 01:02:28,746
ให้กระดาษฉันแผ่นเดียว กระดาษฉัน

758
01:02:31,089 --> 01:02:32,099
แผ่นเดียวนี่ ความหมายตรงคืออะไรคะ

759
01:02:32,099 --> 01:02:36,099
ความหมายของกระดาษแผ่นเดียวคืออะไร

760
01:02:39,471 --> 01:02:39,622
กระดาษแผ่นเดียวนี่

761
01:02:39,622 --> 01:02:43,622
ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง ฉันจึงหาความหมาย

762
01:02:52,199 --> 01:02:56,198
ฉันหวังเก็บอะไรไปมากมาย สุดท้ายให้กระดาษฉันแผ่นเดียว กระดาษแผ่นเดียว

763
01:02:56,198 --> 01:03:00,198
ความหมายตรงที่ว่าน่าจะหมายถึงอะไร ถ้าเป็นความหมายตรงเลย ใช่เงินไหม กระดาษแผ่นเดียว คือแบงค์

764
01:03:08,203 --> 01:03:12,173
ธนบัตรใช่ไหมคะ คืออะไร เมื่อกี้พี่ล่ามบอกแล้วนะคะ

765
01:03:12,173 --> 01:03:16,115
คืออะไร เรามาเรียนนี่

766
01:03:16,115 --> 01:03:20,115
ใบกระดาษแผ่นเดียวที่เราจะได้คืออะไร

767
01:03:22,603 --> 01:03:26,603
ไม่ใช่เงินแน่ ๆ เพราะว่าเงินเราได้หลายใบ ใบ

768
01:03:28,833 --> 01:03:29,705
ปริญญา โอเคนะคะนักศึกษา

769
01:03:29,705 --> 01:03:33,705
มาบัดทีนี้มาช่วยตอบ ฉันเยาว์ ฉันเขล

770
01:03:40,213 --> 01:03:42,557
า ฉันทึ่ง ฉันจึงมาหาความหมาย ฉันหวังจะเก็บอะไรมากมาย

771
01:03:42,557 --> 01:03:43,413
สุดท้ายให้กระดาษฉันแผ่นเดียว บทประพันธ์นี้ ถ้าตีความความหมายตรง กระดาษแผ่นเดียว

772
01:03:43,413 --> 01:03:47,413
จะหมายถึงใบปริญญา แต่บทความที่เขาจะสื่อ

773
01:03:54,122 --> 01:03:57,033
บทประพันธ์นี้สามารถตีความได้ว่าสิ่งที่เขาหวัง

774
01:03:57,033 --> 01:03:59,975
สิ่งที่เขาอยากได้ เขาไม่ได้อยากได้แค่ใบปริญญานะ

775
01:03:59,975 --> 01:04:03,838
เพราะเขาเปิดด้วยคำที่ว่า "ฉันเยาว์ ฉันเขลา

776
01:04:03,838 --> 01:04:07,838
ฉันทึ่ง" ก่อน นั่นแสดงว่าสิ่งที่เขาอยากได้

777
01:04:09,562 --> 01:04:13,562
คืออะไร ความรู้ นี่คือความหมายแฝงที่เขาแฝงอยู่ข้างใน โอเคนะ ถ้า

778
01:04:17,976 --> 01:04:21,976
ตอบได้แบบนี้แสดงว่าเรานี่เริ่มเก็ตแล้วว่าคืออะไร ความหมายตรงคืออะไร นักศึกษาถ้ามอง

779
01:04:26,840 --> 01:04:30,840
เป็นภาพแบบ ถ้าอ่านเผิน ๆ บทประพันธ์นี้เป็นความหมาย

780
01:04:30,859 --> 01:04:34,859
เชิงบวกหรือเชิงลบ สุดท้ายให้แค่ใบปริญญาของเขาน่ะ เป็นความหมายเชิงบวกหรือเชิงลบ

781
01:04:37,299 --> 01:04:41,299
เชิงลบ ถูกไหม เพราะว่าเขาเหมือนกับว่าเขาอยากได้อะไรมากกว่านี้ นั่นแสดงว่า

782
01:04:43,014 --> 01:04:47,014
เมื่อกี้แหละเขาอยากได้ความรู้ ประสบการณ์ที่เขา

783
01:04:47,298 --> 01:04:49,820
ควรจะได้ แต่ว่าสุดท้ายให้แผ่นเดียว นั่นแสดงว่าเขารู้สึกว่า

784
01:04:49,820 --> 01:04:53,820
เขามาแล้ว เขาไม่ได้ในสั่งที่เขาอยากได้เต็มที่

785
01:04:56,074 --> 01:05:00,074
แต่สิ่งที่เขาได้ เขาได้ใบปริญญาติดฝาบ้านแค่นั้น

786
01:05:03,357 --> 01:05:06,964
แปลว่าเขากำลังจะบอกว่าเขาไม่เห็นจะได้ความรู้อย่างที่บอกไว้เลย

787
01:05:06,964 --> 01:05:10,964
ถูกไหมคะ ทีนี้ครูบังเอิญไปเลื่อนเจอ Facebook นักศึกษา

788
01:05:11,198 --> 01:05:13,755
เขามีความเห็นต่างจากบทประพันธ์นี้มาก เขาบอกว่า

789
01:05:13,755 --> 01:05:17,755
ใบกระดาษแผ่นเดียวเหมือนกัน แต่ไม่ใช่แค่แผ่นเดียว

790
01:05:19,363 --> 01:05:23,363
มันเป็นช่วงรับปริญญาของราชมงคล 3 ปี

791
01:05:25,089 --> 01:05:29,089
ที่แล้ว อันนี้ครูจำได้เลย ครู Capture ไว้ด้วย

792
01:05:31,119 --> 01:05:34,655
เขารับปริญญา เหมือนเขาเป็นชาวเขาแหละ

793
01:05:34,655 --> 01:05:38,655
พอได้ใบนี้เสร็จแล้วน่ะ เขาก็เขียนเป็นบทความผ่าน Facebook แล้วมีคนเข้าไปดูเยอะ ครูก็เลยเข้าไปอ่าน

794
01:05:43,660 --> 01:05:45,150
เขาบอกว่าใบกระดาษแค่แผ่นเดียว

795
01:05:45,150 --> 01:05:47,769
ของเขา มันไม่ใช่แค่แผ่นเดียว แต่มันหมายถึง

796
01:05:47,769 --> 01:05:48,369
ความภูมิใจของทุกคนในบ้านของเขา

797
01:05:48,369 --> 01:05:51,566
แค่แผ่นเดียวที่เขาถือไปน่ะ มันหมายถึง

798
01:05:51,566 --> 01:05:55,566
สิ่งที่พ่อกับแม่เขาฝันเอาไว้ตั้งแต่เด็กว่าอยากได้

799
01:06:01,286 --> 01:06:05,286
แต่ไม่มีโอกาสได้ อีใบแค่แผ่นเดียวใบนี้แหละ

800
01:06:05,858 --> 01:06:09,858
แต่เขาสามารถที่จะทำให้ความฝันของพ่อของแม่เขาของน่ะ สำเร็จ

801
01:06:10,282 --> 01:06:14,282
ได้ด้วยใบกระดาษแผ่นเดียว เขาไม่รู้หรอกว่าเขาเรียนจบไปแล้ว เขาจะได้ทำงานตามวุฒิปริญ

802
01:06:19,824 --> 01:06:23,824
ญาตามที่เขาเรียนมาหรือเปล่า แต่สิ่งที่เขาได้ในตอนนี้ คือ ความสุขที่ทุกคนในบ้านของเขาน่ะ มีต่อใบกระดาษ

803
01:06:24,818 --> 01:06:28,818
แผ่นเดียว ครูก็เลยถ้าสมมติว่านักศึกษาจะเอาไปตีความ หรือว่าจะเอาไปวิจารณ์

804
01:06:35,178 --> 01:06:35,567
เหมือนกับว่าวิจารณ์บทประพันธ์ สิ่งที่เราวิจัย

805
01:06:35,567 --> 01:06:39,567
ไม่มีถูก ไม่มีผิด แต่คุณต้องมีเหตุผล ถูกไหมคะ

806
01:06:40,009 --> 01:06:42,118
ซึ่งถ้าคุณจะวิจารณ์ว่าสุดท้ายได้กระดาษแผ่นเดียว

807
01:06:42,118 --> 01:06:46,118
แสดงว่าบทประพันธ์นี้ แสดง

808
01:06:52,284 --> 01:06:56,284
ให้เห็นใบปริญญาที่อาจจะไม่มีค่าเท่าความรู้ หรือประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ผู้เขียนอยากจะได้รับ คุณก็วิจารณ์ไปในเชิงลบได้

809
01:06:56,370 --> 01:07:00,370
แต่บางคนที่เขาเอาเขาเรียกว่าอะไร ความรู้สึกของเขา ความคิดที่มีแต่สิ่งที่เขาอ่าน เขาก็

810
01:07:02,674 --> 01:07:06,674
เอาไปใส่ด้วย เขาก็อาจจะวิจารณ์ไปในเชิงบวกก็ได้

811
01:07:06,849 --> 01:07:10,849
อย่างที่ครูพูดให้ฟังไปเมื่อกี้ว่าผู้หญิงคนนั้นนี่

812
01:07:11,228 --> 01:07:14,926
เอาบทประพันธ์บทนี้ มาแล้วเขาก็พูดถึงใบปริญญาว่า

813
01:07:14,926 --> 01:07:18,926
มันไม่ใช่แค่ใบปริญญานะ แต่มันเป็นความสุข

814
01:07:20,544 --> 01:07:24,544
ต่างหากล่ะ อันนี้ก็เป็นความหมายแฝงของผู้หญิงคนนี้ได้

815
01:07:25,278 --> 01:07:28,766
เหมือนกันนะคะ นี่คือความหมายตรงกับความหมายแฝง ต่อไป ใช้คำ

816
01:07:28,766 --> 01:07:32,766
ให้เกิดจินตภาพ 1. หาความหมายตรง

817
01:07:37,782 --> 01:07:39,243
ความหมายแฝงให้ได้ 2. หาจินตภาพที่เกิด

818
01:07:39,243 --> 01:07:40,441
ในบทประพันธ์นี้ให้ได้นะคะ จินตภาพ

819
01:07:40,441 --> 01:07:44,441
ที่ว่ามันก็คือภาพ

820
01:07:44,985 --> 01:07:48,985
ที่เราคิดเอาไว้นั่นล่ะ แต่ถ้าจิตภาพทั่วไป

821
01:07:53,247 --> 01:07:57,247
เฉย ๆ นี่ มันก็จะมีแค่ภาพใช่ไหม แต่ถ้าเรา

822
01:07:57,546 --> 01:08:00,382
จะวิจารณ์จินตภาพในบทประพันธ์ คุณสามารถที่จะเกิดภาพได้

823
01:08:00,382 --> 01:08:04,382
ทั้งที่เป็นภาพจากสายตา

824
01:08:07,438 --> 01:08:09,093
ภาพจากเสียง ภาพจากกลิ่น แล้วก็ภาพ

825
01:08:09,093 --> 01:08:09,673
จากการสัมผัสก็ได้ เช่น

826
01:08:09,673 --> 01:08:13,673
บทประพันธ์ชื่นชม

827
01:08:15,884 --> 01:08:19,884
นางประแดง ในเรื่องระเด่นลันได

828
01:08:22,383 --> 01:08:26,383
ครูจะชอบยกตัวอย่างบ่อย ๆ เพราะว่านางเอกในวรรณคดีไทยน

829
01:08:32,020 --> 01:08:34,738
ี่ จะชอบยกย่องว่าสวยอย่างนั้น สวยอย่างนี้ใช่ไหมคะ แต่ว่านางประแดะ

830
01:08:34,738 --> 01:08:38,738
ในวรรณคดีเรื่องระเด่นลันได เขาชม

831
01:08:40,775 --> 01:08:44,775
นางเอกว่า สูงระหง์ทรงเพียวเรียวรูด

832
01:08:45,232 --> 01:08:49,232
งามละไม้คล้ายอูฐกะหลาป๋า

833
01:08:51,880 --> 01:08:52,441
พิษแต่หัวจรดเท้า

834
01:08:52,441 --> 01:08:54,996
ดวงแก้มกัลยาดั่งลูกยอ

835
01:08:54,996 --> 01:08:57,437
พิจิตรบทประพันธ์ตั้งแต่

836
01:08:57,437 --> 01:09:01,437
อันแรก สูงระหงทรงเพรียวเรียวรูด งามละม้าย

837
01:09:08,344 --> 01:09:12,344
คล้ายอูฐกะหลาป๋าไหมคะ ใครที่คิดภาพไม่ออกว่าอูฐกลาป๋าเป็นอย่างไร

838
01:09:15,384 --> 01:09:19,384
ก็คืออูฐนั่นแหละ ก็คือเดินแล้วก็จะตูดแอ่น ๆ หน่อย อันนี้

839
01:09:20,339 --> 01:09:24,339
คือ 1. นะ 2. พิศแต่หัวตลอดเท้าขาวแต่ตา แสดงว่าเป็นอย่างไร ดำปี๋ โอเคไหม นี่ก็ให้เห็นภาพ

840
01:09:29,800 --> 01:09:31,622
แล้ว สุดท้าย ดวงแก้มกัลยาดั่งลูกยอ

841
01:09:31,622 --> 01:09:35,622
มันเป็นอย่างไร

842
01:09:39,729 --> 01:09:43,729
ผิวตะปุ่มตะป่ำแบบลูกยอ ถ้าคนที่เคยเห็นลูกยอก็จะคิดภาพออก

843
01:09:44,334 --> 01:09:48,334
แต่ถ้าคนที่ไม่เคยเห็นก็จะคิดภาพไม่ออกนะคะ ฉะนั้น ก็ Se

844
01:09:49,205 --> 01:09:53,205
arch เสีย ลูกยอ ก็เป็นผิวแบบตะปุ่มตะป่ำนั่นเอง

845
01:09:55,170 --> 01:09:59,170
ฉะนั้น มันก็เลยเป็นว่าอ๋อในเรื่องนี้เขาไม่ได้ให้เห็นแค่ภาพ หรือจินตภาพนะ บางที

846
01:10:04,104 --> 01:10:07,098
เห็นเหมือนกับสัมผัสจับต้องด้วย โดยการใช้คำในการ

847
01:10:07,098 --> 01:10:08,167
บรรยายนะคะ หรือ แล้วจินตภาพที่เป็นกลิ่น

848
01:10:08,167 --> 01:10:09,687
มันจะได้กลิ่นได้อย่างไรนะคะ ครู

849
01:10:09,687 --> 01:10:13,687
เคยอ่านเรื่องหมาเน่าลอยน้ำ

850
01:10:19,399 --> 01:10:22,978
เขาอธิบายลักษณะของหมาเน่า ที่ตัวมันกำลังพองแล้วกำลังเน่าแล้วกำลังได้เต็มที่

851
01:10:22,978 --> 01:10:25,656
ลอยน้ำมาทันใดนั้นเองมันชนกับผักตบชวา

852
01:10:25,656 --> 01:10:29,656
ทำให้หนองที่อยู่ในตัวมันกระเด็นออกมา กระจาย

853
01:10:35,936 --> 01:10:35,971
ไปทั่วผืนน้ำ นักศึกษาเห็นภาพไหมคะ ใคร... ใครที่ไม่เห็นก็ลองคิดตามดูนะคะ

854
01:10:35,971 --> 01:10:39,971
ไม่ได้แค่เห็นอย่างเดียว บางคนบอกว่า

855
01:10:41,219 --> 01:10:45,219
เหมือนได้กลิ่นออกมาด้วย จากภาษาที่เขาใช้

856
01:10:48,284 --> 01:10:52,284
มันก็เลยกลายเป็นว่าการที่คุณบอกจะบอก

857
01:10:52,412 --> 01:10:56,412
จินตภาพเกิดขึ้นได้นี่ มันใช่แค่ภาพที่เป็น

858
01:10:56,821 --> 01:11:00,821
ภาพวาดเฉย ๆ หรือภาพในฝันหรือจินตนาการ

859
01:11:01,149 --> 01:11:05,149
อย่างเดียว แต่มันอาจจะหมายถึงเสียง อาจจะหมายถึงกลิ่น

860
01:11:07,599 --> 01:11:11,599
หรือสัมผัสก็ได้ด้วยนะคะ ยกตัวอย่าง บทประพันธ์บทนี้ อ่านออกเสียงหน่อยเพื่อกระตุ้นนักศึกษา

861
01:11:13,828 --> 01:11:17,828
นิดหนึ่ง อ่านออกเสียงข้างบ้านมีศพจึงวุ่นวาย อ่านพร้อมกัน

862
01:11:24,384 --> 01:11:28,384
1 2 3

863
01:12:38,002 --> 01:12:41,129

864
01:12:41,129 --> 01:12:45,129
ให้คิดจินตภาพคนละ 1 อย่าง

865
01:12:45,612 --> 01:12:47,619
หลังจากที่อ่านแล้ว

866
01:12:47,619 --> 01:12:51,619
เกิดจินตภาพอะไรบ้าง ในเรื่องนี้

867
01:12:53,718 --> 01:12:57,718
ห้ามซ้ำกัน เป็นภาพก็ได้

868
01:12:58,268 --> 01:12:59,605
เป็นเสียงก็ได้ เป็นกลิ่นก็ได้

869
01:12:59,605 --> 01:13:03,419
ได้อะไรบ้าง คนละ 1 อย่าง

870
01:13:03,419 --> 01:13:07,419
เอาเพื่อนหูด้วยนะคะ พี่ล่ามรบกวน

871
01:13:11,748 --> 01:13:12,117
อันนี้ด้วย ให้คิดคนละ 1 อย่าง

872
01:13:12,117 --> 01:13:15,109
จินตภาพ ภาพก็ได้ เสียง

873
01:13:15,109 --> 01:13:19,109
ก็ได้ กลิ่นก็ได้ สัมผัสก็ได้ถ้ามันมี

874
01:13:20,124 --> 01:13:24,124
นะคะ เริ่ม ใครจะตอบก่อนคะ ยกมือค่ะ

875
01:13:30,240 --> 01:13:31,100
เสียงอะไรคะ

876
01:13:31,100 --> 01:13:33,988
เสียงอะไรคะ เสียงญาติ

877
01:13:33,988 --> 01:13:37,988
คุยกันของญาติ 1. ค่ะ

878
01:13:41,015 --> 01:13:45,015
เสียงร้องไห้ 2. ค่ะ เป็นภาพคนช่วยงานศพค่ะ

879
01:13:50,342 --> 01:13:54,342
มีเสียงแล้วก็มีภาพแล้ว

880
01:13:55,978 --> 01:13:59,978
มันซ้ำ ซ้ำแล้ว กลิ่นธูป

881
01:14:01,329 --> 01:14:05,329
อันนี้ได้นะคะนักศึกษา บางคนจะเถียงว่า

882
01:14:07,792 --> 01:14:11,792
ไม่เห็นมีคำว่า "ธูป" เลยค่ะ แต่อ่านแล้วมันเห็นภาพ

883
01:14:12,926 --> 01:14:16,926
ของงานศพใช่ไหม มันก็น่าจะมีจินตภาพ จินตภาพ คือ จินตนาการ

884
01:14:18,805 --> 01:14:22,479
ได้ค่ะ เสียงหมูคือร้องตอนโดนเชือด

885
01:14:22,479 --> 01:14:23,463
โดนเชือด ภาพ...

886
01:14:23,463 --> 01:14:27,463
มันซ้ำน่ะ มันซ้ำ

887
01:14:33,612 --> 01:14:37,612
ข้างบ้านวุ่นวาย

888
01:14:43,378 --> 01:14:47,249
เลิกวุ่นวาย ภาพแบบเงียบสงบ

889
01:14:47,249 --> 01:14:51,249
เสียงเพลง เพื่อนหูเขายังได้ยินเสียงเพลง คนปกติไม่ได้ยิน

890
01:14:54,680 --> 01:14:55,669
เสียงเพลงได้อย่างไรนี่ มันชัดขนาดนี้

891
01:14:55,669 --> 01:14:58,288
ได้ค่ะ 1.

892
01:14:58,288 --> 01:15:02,288
โอเค

893
01:15:05,483 --> 01:15:09,483
ภาพวัวที่กำลังผูกไว้รอกำลังที่จะ

894
01:15:11,398 --> 01:15:11,880
... อาจจะเป็นศพต่อไปค่ะ

895
01:15:11,880 --> 01:15:15,880
อะไรอีกคะ

896
01:15:21,693 --> 01:15:25,693
เพื่อน 2 คน ยังไม่ได้นะคะ

897
01:15:34,992 --> 01:15:38,992
2 คนเมื่อกี้ยังซ้ำอยู่นะ

898
01:15:51,146 --> 01:15:53,709
เห็นอะไรไหม ภาพอะไร ภาพอะไร

899
01:15:53,709 --> 01:15:57,709
คนร้องไห้

900
01:16:00,096 --> 01:16:03,770
ภาพคนร้องไห้ มีใครพูดหรือยัง

901
01:16:03,770 --> 01:16:07,770
เป็นเสียงนะ

902
01:16:08,340 --> 01:16:12,340
เป็นเสียงร้องไห้ ให้ก็ได้ เหลืออีกคนหนึ่ง

903
01:16:12,992 --> 01:16:16,992
พูดไปแล้ว พูดไปแล้ว เหลือ

904
01:16:18,117 --> 01:16:22,060
อีกคนหนึ่ง เงียบ

905
01:16:22,060 --> 01:16:26,060
(นักศึกษาหญิง) ความเสียใจ (อาจารย์หทัยวรรณ) อ๋อ

906
01:16:27,638 --> 01:16:31,638
คือความเสียใจทิ้งยังคงอยู่

907
01:16:31,817 --> 01:16:35,817
โอเค นี่คือสิ่งที่เราต้องเขียนนะคะ

908
01:16:37,840 --> 01:16:41,840
เวลาที่เราน่ะเจอในบทร้อยกรอง แล้วเราก็ต้อง

909
01:16:42,244 --> 01:16:46,244
เขียนออกมาให้ได้ว่ามีจินตภาพอะไรบ้าง

910
01:16:46,568 --> 01:16:50,568
เหมือนคอมฯ ค้าง คอมฯ ค้างใช่ไหม ใช่

911
01:16:57,773 --> 01:17:01,773
คอมฯ ค้าง โอเค สิ่งที่เรา

912
01:17:03,419 --> 01:17:07,419
ตอบมาใช่หมด ถ้าครูบอกว่า

913
01:17:09,800 --> 01:17:13,800
มันมีกลิ่นคาวเลือดหมู

914
01:17:15,137 --> 01:17:15,249
ได้กลิ่นไหมคะ มีไหมคะ

915
01:17:15,249 --> 01:17:19,249
ครูพูดได้ไหม มันเป็นจินตภาพของครูได้ไหม

916
01:17:24,097 --> 01:17:28,097
มีกลิ่นคาวเลือดหมู ได้ เพราะครุอนุมานมาจากภาษาที่เขาใช้คื

917
01:17:32,532 --> 01:17:35,426
หมูโดนเชือด โอเคไหม แล้วครูจะจินตภาพว่ามันต้องมีแบบเป็นป้าย เป็นป้ายข้างหน้า แล้วก็

918
01:17:35,426 --> 01:17:39,426
เขียน เขียนอะไรต่าง ๆ  ได้ไหม

919
01:17:42,335 --> 01:17:44,132
ได้เหมือนกัน เพราะในบทประพันธ์ก็มีเหมือนกัน

920
01:17:44,132 --> 01:17:47,167
นะคะ ดังนั้น ไม่ใช่ว่า

921
01:17:47,167 --> 01:17:51,167
เราน่ะ จะคิดแค่อย่างเดียวอย่างหนึ่งที่

922
01:17:54,567 --> 01:17:58,567
เป็นภาพเท่านั้น คิดเป็นกลิ่นก็ได้ เมื่อกี้เพื่อนบอกว่ากลิ่นธูป

923
01:18:04,157 --> 01:18:04,593
อันนี้ก็ได้เลย เพราะว่ามันไม่มีธูปหรอก ในเรื่อง

924
01:18:04,593 --> 01:18:08,593
แล้วมันมีธูปแน่ ๆ เพราะมันเป็นงานศพ ไม่ได้ยิน

925
01:18:11,346 --> 01:18:15,346
หรอก แต่คิดว่ามีเสียงแน่ ๆ ก็นี่ไงเขาบอกว่ามีเพลงขับบันเทิงสมัย เพลงบันเทิงสมัยคือเพลงอะไร

926
01:18:20,552 --> 01:18:24,552
งานศพ ธรณีกรรแสงนี่ เขาไม่ได้บอกหรอกว่าเป็นเพลงธรณีกรรแสง

927
01:18:26,388 --> 01:18:30,388
แต่เราอ่านแล้วเรามีเพลงธรณีกันแสงด้วย อย่างนี้ อันนี้ก็คือเป็นภาพ หรือจินตภาพ

928
01:18:33,880 --> 01:18:36,335
นะคะ ดังนั้น ตรงนี้แหละ ที่เราต้องพิจารณา แล้วก็ภาษา ดังนั้น ตรงนี้แหละ ที่เราต้องพิจารณา แล้วก็ภาษา

929
01:18:36,335 --> 01:18:40,335
ในส่วนของโวหาร ภาษาในส่วนของโวหาร

930
01:18:41,247 --> 01:18:45,247
นี่ก็จะมีพวกภาพพจน์ โวหารต่าง ๆ

931
01:18:48,602 --> 01:18:52,602
ซึ่งภาพพจน์โวหารที่ว่า เดี๋ยวนะคะ สักครู่นะ ครูรู้สึกว่า

932
01:18:53,377 --> 01:18:57,377
สายมันหลุด ใช่ไหมคะ

933
01:20:08,428 --> 01:20:10,914
โอเคค่ะ สวัสดีค่ะ โอเคค่ะ

934
01:20:10,914 --> 01:20:14,914
เดี๋ยวเริ่มต่อเลยนะคะ

935
01:20:15,659 --> 01:20:19,659
มาต่อ ทีนี้มาดูโวหาร

936
01:20:23,759 --> 01:20:24,896
ภาพพจน์นะคะ กลับมา กลับมา

937
01:20:24,896 --> 01:20:28,896
โวหารภาพพจน์ ในภาษาไทยนี่

938
01:20:29,442 --> 01:20:32,264
จริง ๆ แล้วเขาบอกว่ามีมากกว่า 258

939
01:20:32,264 --> 01:20:36,264
แต่มันไม่ใช่เรื่องจำเป็นของเราที่ต้องไปรู้ขนาดนั้น

940
01:20:44,222 --> 01:20:46,180
สิ่งที่เราต้องรู้หลัก ๆ ก็คือ ไม่ว่า

941
01:20:46,180 --> 01:20:46,809
มีกี่แบบก็ตาม แต่สิ่งที่มักจะเจอบ่อย...

942
01:20:46,809 --> 01:20:49,216
สิ่งที่โวหารที่มักจะเจอบ่อย

943
01:20:49,216 --> 01:20:53,216
ก็คือ 4 โวหารนี้ และครู

944
01:20:54,918 --> 01:20:58,918
เชื่อว่าถ้านักศึกษาได้ไปทำงานที่ครูให้ ก็จะ

945
01:20:59,244 --> 01:21:03,244
เจอ 4 โวหารนี้เช่นกัน 1. เลย อุปมา

946
01:21:05,457 --> 01:21:09,457
2. อุปลักษณ์ 3.

947
01:21:10,226 --> 01:21:14,226
บุคลาธิษฐาน แล้วก็ 4.

948
01:21:16,637 --> 01:21:20,637
เริ่มจากอุปมากับอุปลักษณ์ก่อน อุปมา คือ เปรียบเหมือน ฉะนั้น

949
01:21:20,881 --> 01:21:24,881
อุปมาจะมีลักษณะว่า คุณเช็กได้

950
01:21:27,030 --> 01:21:31,030
จากคีย์เวิร์ด หรือวลีที่เขาใช้

951
01:21:31,303 --> 01:21:33,468
ในการเปรียบ เช่น ดุจ ดั่ง

952
01:21:33,468 --> 01:21:35,042
เหมือน ราว ราวกับ คล้าย

953
01:21:35,042 --> 01:21:39,042
ประหนึ่ง เฉก เช่น เพี้ยง

954
01:21:45,850 --> 01:21:46,207
ก็ใช่ หรือคำอื่น ๆ อีก ที่เป็นการ

955
01:21:46,207 --> 01:21:47,962
เปรียบเทียบ เปรียบเหมือน โอเคนะคะ

956
01:21:47,962 --> 01:21:51,962
ยกตัวอย่างเช่น

957
01:21:54,152 --> 01:21:58,152
จากเจ้าเหมือนใครเฉือนเชือด

958
01:22:03,022 --> 01:22:07,022
ให้เลือกหลั่งไหล แต่ยังมีร้าวราวใน เหมือนไฟเผาผลาญศรัทธา

959
01:22:08,859 --> 01:22:12,859
มีคำว่า "เหมือน" จากเจ้าเหมือนใครเฉือนเชือด

960
01:22:16,725 --> 01:22:20,619
เขาใช้วิธีเปรียบเทียบ ก็คือจากเจ้า ก็คือจากคนที่รัก

961
01:22:20,619 --> 01:22:24,330
กับโดนคนมาเฉือน บางทีเขานี่ พยายาม

962
01:22:24,330 --> 01:22:28,330
จะใช้คำให้มันได้อารมณ์ความรู้สึกว่า

963
01:22:33,534 --> 01:22:34,645
ถ้าเกิดว่าจากเจ้ามาแทน จึก

964
01:22:34,645 --> 01:22:37,610
แทงเจ็บแป๊บเดียวจบไหมคะ จบไหมคะ เจ็บแป๊บเดียวจบไหมคะ จบไหมคะ

965
01:22:37,610 --> 01:22:41,610
เจ็บแป๊บเดียวจบนะคะ

966
01:22:43,049 --> 01:22:47,049
แต่ถ้าเกิดสมมติว่าเฉือน มันไม่จบน่ะสิ่

967
01:22:50,432 --> 01:22:54,432
เพราะมันค่อย ๆ เจ็บ ทรมานช้า ๆ ทรมานไปเรื่อย ๆ มันก็เลยเปรียบเทียบ

968
01:22:54,676 --> 01:22:57,403
ในลักษณะที่ว่าการจากเธอนี่ มัน

969
01:22:57,403 --> 01:23:01,403
เจ็บปวดแล้วก็ทรมานนะคะ

970
01:23:04,355 --> 01:23:06,074
อันนี้ก็คือสังเกรตการใช้คำนะคะ โดยการเอาอุปมามาเปรียบเทียบ

971
01:23:06,074 --> 01:23:10,074
ก็คือคำว่า "เหมือน" ดวงใจให้เลือดหลั่งไหล

972
01:23:13,492 --> 01:23:14,925
แต่ยังมีร้าวรานใน เหมือนไฟเผาผลาญ

973
01:23:14,925 --> 01:23:18,925
ศรัทธา นอกจากจะเจ็บปวดทรมานแล้วก็ยั

974
01:23:21,747 --> 01:23:24,181
งเหมือนกับการเผาผลาญศรัทธาทุกสิ่งทุกอย่าง

975
01:23:24,181 --> 01:23:28,181
ของเขานะคะ ต่อไป สังเกต ต่อไปเดี๋ยวดูอุปลักษณ์ก่อน

976
01:23:30,557 --> 01:23:34,557
อุปลักษณ์ ก็เป็นความเปรียบเหมือนกัน แต่

977
01:23:36,079 --> 01:23:39,810
คนภาษาไทยเขาจะรู้กันว่า อุปลักษณ์

978
01:23:39,810 --> 01:23:42,077
เปรียบเหมือน ไม่ใช่ อุปมา เปรียบเหมือน

979
01:23:42,077 --> 01:23:45,783
อุปลักษณ์เปรียบเป็น อันนี้คนภาษาไทย

980
01:23:45,783 --> 01:23:49,783
รู้กัน เพราะอะไร เพราะอุปมาเขาจะมีการใช้คำว่า

981
01:23:55,347 --> 01:23:57,197
"ราวกัน" "คล้าย" "เฉกเช่น" นะ แต่

982
01:23:57,197 --> 01:24:00,686
อุปลักษณ์เขาจะใช้เป็นคำว่า "เป็น" เช่น ลูกเป็นแก้วตาดวงใจ

983
01:24:00,686 --> 01:24:04,686
ของแม่ เธอเป็นนางฟ้าของฉัน

984
01:24:09,725 --> 01:24:13,725
นี่ก็คือเปรียบแหละ ลูกไม่ใช่แก้วตาจริง ๆ

985
01:24:13,821 --> 01:24:14,212
แล้วก็เธอไม่ใช่นางฟ้าจริง ๆ แต่เปรียบเป็น

986
01:24:14,212 --> 01:24:16,579
อันนี้ก็คือเปรียบโดยคำว่า "เป็น"

987
01:24:16,579 --> 01:24:20,579
นะคะ อุปลักษณ์ จะต่างจากอุปมาตรงที่ว่า

988
01:24:25,660 --> 01:24:28,687
อุปลักษณ์ บางครั้งสามารถละคำว่า "เป็น" กับ "คือ"

989
01:24:28,687 --> 01:24:31,537
ได้ แต่มันก็ได้ใจความเหมือนกัน เช่น แม่พูดกับลูกว่า

990
01:24:31,537 --> 01:24:35,537
โธ แก้วตาดวงใจของแม่

991
01:24:36,411 --> 01:24:40,411
ไม่มีคำว่า "เป็น" แต่รู้ไหมคะ จะใส่คำว่า "เป็น"

992
01:24:48,575 --> 01:24:49,724
รู้ เราน่ะ ละเอาไว้ได้ ก็คือมันก็แปลว่า เธอเป็นแก้วตาดวงใจของแม่นั่นแหละ

993
01:24:49,724 --> 01:24:52,197
นะคะ ฉะนั้น ถ้าเป็นอุปมา

994
01:24:52,197 --> 01:24:56,197
ต้องมีคีย์เวิร์ด แต่ถ้าเป็นอุปลักษณ์

995
01:24:59,291 --> 01:25:02,334
ละได้ แต่รู้กันว่ามันมีความหมาย ก็คือคำว่า "เป็น"

996
01:25:02,334 --> 01:25:04,620
ยกตัวอย่างอุปลักษณ์

997
01:25:04,620 --> 01:25:08,620
ถ้าเจอคีย์เวิร์ดง่าย ๆ เช่น ยิ้มเด็กคือยิ้มโลก

998
01:25:16,721 --> 01:25:17,747
บรรเทาโศกด้วยยิ้มฝัน

999
01:25:17,747 --> 01:25:17,752
ฝันเด็กดั่งตะวัน สาดแสงงามยาม

1000
01:25:17,752 --> 01:25:21,752
อรุณ บทประพันธ์นี้

1001
01:25:27,969 --> 01:25:31,969
มีทั้งอุปลักษณ์ อุปลักษณ์ ก็คือยิ้มเด็ก คือ ยิ้มโลก เขาต้องการจะเปรียบเทียบว่า ยิ้มของเด็ก

1002
01:25:35,963 --> 01:25:36,292
ทำให้โลกสดใสได้อย่างนี้ ฝันเด็กดั่ง

1003
01:25:36,292 --> 01:25:38,816
ตะวัน ฝันของเด็กนี่เหมือนกับ

1004
01:25:38,816 --> 01:25:42,816
แสงตะวันเลย เพราะว่ามันดูสว่าง ดู

1005
01:25:47,869 --> 01:25:51,869
สดใส โอเคนะคะ นี่ก็คือการเปรียบ แต่อุปลักษณ์บางครั้งอาจจะไม่มีเป็นกับคือก็ได้ เหมือน

1006
01:25:52,982 --> 01:25:56,982
ที่ครูพูดไว้เมื่อกี้ ก้ม เคารพอภิวาท

1007
01:26:04,284 --> 01:26:06,951
พระปิ่นภพภูวนาถนาถา

1008
01:26:06,951 --> 01:26:10,951
ยับยั้งคอยฟังพระวาจา จะบัญชาให้ยกโยธี บางคนถ้าไม่เข้าใจความหมายของคำ

1009
01:26:17,939 --> 01:26:20,958
ก็จะตีคำไม่ได้ ก็จะหาอุปลักษณ์

1010
01:26:20,958 --> 01:26:23,189
ไม่ได้ แต่ถ้าคนที่เข้าใจความหมายของคำว่า

1011
01:26:23,189 --> 01:26:27,189
อ๋อ พระปิ่นภพมันแปลว่าบุคคลสำคัญ

1012
01:26:27,454 --> 01:26:31,454
ของโลก คือปิ่น คือ ภพ ภพ ก็คือโลกนะ

1013
01:26:33,420 --> 01:26:37,420
ภูวนาทนาถา แปลว่า พระมหากษัตริย์

1014
01:26:39,646 --> 01:26:42,121
ดังนั้น ถ้าสมมติว่าบทประพันธ์นี้จะมีอุปลักษณ์

1015
01:26:42,121 --> 01:26:46,121
นักศึกษาก็ต้องมาสังเกตว่าอะไรที่เป็นก็ต้องมาสังเกตว่าอะไรที่เป็น

1016
01:26:49,739 --> 01:26:53,739
อุปลักษณ์ได้ วรรคแรก เขาบอกว่าก้มเก้าเคารพอภิวาท ก็คือการกราบ

1017
01:26:56,791 --> 01:27:00,791
กราบใครสักคนหนึ่งนี่ พระปิ่นภพภูวนาถนาถา

1018
01:27:03,941 --> 01:27:05,876
ภูวนาถนาถา พระ

1019
01:27:05,876 --> 01:27:07,311
ปิ่นภพภูวนาถนาภาป

1020
01:27:07,311 --> 01:27:10,132
แปลว่าอะไรคะ แปลว่า พระมหากษัตริย์

1021
01:27:10,132 --> 01:27:13,062
พระปิ่นภพ แปลว่า ยิ่งใหญ่

1022
01:27:13,062 --> 01:27:17,062
ระดับโลก ดังนั้น ถ้าเราจะตีความว่า

1023
01:27:24,292 --> 01:27:24,884
ผู้ที่เป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ ถูกไหมคะ ดังนั้น พระปิ่นภพ

1024
01:27:24,884 --> 01:27:28,884
จึงเป็นอุปลักษณ์ที่ไม่ต้องมีคำว่า "

1025
01:27:29,329 --> 01:27:33,329
เป็น" กับคำว่า "คือ" ละได้ เพราะ

1026
01:27:35,268 --> 01:27:39,268
มันแปลความว่าเป็นพระมหากษัตริย์

1027
01:27:40,692 --> 01:27:42,608
ที่ยิ่งใหญ่ นี่เวลาที่คุณ

1028
01:27:42,608 --> 01:27:44,672
จะตีความในบทประพันธ์ บางครั้งครูถึงบอกว่า

1029
01:27:44,672 --> 01:27:48,672
ภาษาเป็นสิ่งที่จำเป็นว่าเราต้อง

1030
01:27:51,796 --> 01:27:55,796
แปลออกให้ได้ก่อน ตีความให้ได้ก่อน คุณจึงจะสามารถตีความได้

1031
01:28:00,346 --> 01:28:00,574
ว่าในส่วนนี้มีภาพพจน์หรือไม่อย่างไร

1032
01:28:00,574 --> 01:28:04,574
นะคะ ยกตัวอย่าง ดูผิวสีนวลละอองอ่อน

1033
01:28:05,912 --> 01:28:09,912
มะลิซ้อนดูดำไปหมดสิ้น นักศึกษา

1034
01:28:10,681 --> 01:28:14,681
เขาบอกว่าให้ดูผิวสิ มะลิซ้อนนี่ดำ

1035
01:28:17,013 --> 01:28:21,013
ไปเลย แสดงว่าผิวเขาขาวหรือดำ บางคนบอกดำ ผิวขาวหรือดำ

1036
01:28:27,356 --> 01:28:27,761
ขาว แต่เขาไม่ได้บอกว่าผู้หญิงคนนี้

1037
01:28:27,761 --> 01:28:31,761
เป็นคนผิวขาว ถูกไหม ดังนั้น ลักษณะของบทแรกที่ครูอ่าน

1038
01:28:32,542 --> 01:28:36,542
ไปเมื่อกี้ มันเป็นบทที่เป็นอุปลักษณ์

1039
01:28:40,107 --> 01:28:44,107
ที่ไม่ต้องมีคำว่า "เป็น" กับคำว่า "คือ"

1040
01:28:44,526 --> 01:28:48,360
แต่เรารู้กันว่ามันตีความได้ว่าเป็นผู้หญิงขาว โอเคนะคะ

1041
01:28:48,360 --> 01:28:52,360
อันนี้ได้ แต่

1042
01:28:55,777 --> 01:28:59,777
อันที่เป็นอุปมา งามโอษฐ์ดังใบไม้

1043
01:29:01,209 --> 01:29:04,727
อ่อน งามกรดังลายเลขา อันนี้เป็นอุปมา เพราะมีคำว่า "ดัง"

1044
01:29:04,727 --> 01:29:08,727
งามโอษฐ์ดังใบไม้อ่อน แปลว่าอะไร

1045
01:29:13,241 --> 01:29:17,241
ปากเขียวอ่อนไหมคะ ไม่ใช่นะคะ งามโอษฐ์ดังใบไม้อ่อน คือ ริมฝีปากบาง

1046
01:29:22,281 --> 01:29:22,304
เขาต้องการจะบอกว่าเป็นคนริมฝีปากบาง

1047
01:29:22,304 --> 01:29:26,304

1048
01:29:26,664 --> 01:29:30,664

1049
01:29:53,881 --> 01:29:57,881
ใครโทร. มา หรือว่าเราโทร. ไป

1050
01:30:02,020 --> 01:30:06,020
ความที่ห้องมันรั้นน่ะนะ

1051
01:30:11,250 --> 01:30:15,250
ของตึก 17 มีแบบนี้ไหม

1052
01:30:22,601 --> 01:30:26,601
ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวต่อ อันนี้ต่อนะคะ

1053
01:30:30,936 --> 01:30:34,408
บุคลาธิษฐาน บุคลาธิษฐาน

1054
01:30:34,408 --> 01:30:36,115
ก็คือการที่เอา

1055
01:30:36,115 --> 01:30:40,115
สิ่งไม่มีชีวิตมาทำกิริยา

1056
01:30:43,413 --> 01:30:47,413
เหมือนกับสิ่งมีชีวิต เช่น เถาตำลุงริมรั้วก็ยั่วทัก

1057
01:30:51,066 --> 01:30:52,279
ริมรั้วก็ยั่วทัก ก็ยอมค่อย อะไรเป็นบุคลาธิษฐานบ้างคะ

1058
01:30:52,279 --> 01:30:56,279
เถาตำลึงริมรั่วก็ยั่วยัก

1059
01:30:59,525 --> 01:31:03,047
กระถินฝักดอกแคก็ย้อมค่อย

1060
01:31:03,047 --> 01:31:07,047
มะรุมรอมะละกอก็รอคอย

1061
01:31:07,723 --> 01:31:11,723
ใบหม่อนไหมน้อยก็น้อยตื่นตัว ลมลอดกอไผ่เป็น

1062
01:31:13,730 --> 01:31:17,730
เพลงล่อง ดงกล้วยใบตองก็ไกวทั่ว ม้าเอ๋ย

1063
01:31:20,843 --> 01:31:24,004
อกข้าระทึกรัว กล้ากล้า

1064
01:31:24,004 --> 01:31:24,035
กลัวกลัวไม่รู้แล้ว อะไรเป็นบุคลาธิษฐานบ้าง 1.

1065
01:31:24,035 --> 01:31:25,998
เถาตำลึงมันก็กำลังทำอะไร

1066
01:31:25,998 --> 01:31:27,920
ยั่วทัก แบบทักทาย

1067
01:31:27,920 --> 01:31:31,920
อะไรอีกคะ กระถิน แล้วก็ฝักดอกแค

1068
01:31:34,544 --> 01:31:38,544
มันก็ทักทายเหมือนกัน

1069
01:31:41,083 --> 01:31:45,083
ต่อไป มะรุมแล้วก็มะละกอ มีบางห้อง

1070
01:31:46,850 --> 01:31:50,850
ตอบว่ามะรุมรอคืออะไรคะอาจารย์ มะรุม

1071
01:31:56,418 --> 01:32:00,418
มันกำลังทำกริยานะคะ รอ มะรุมรอคือสายพันธุ์หนึ่งของมะละกอหรือเปล่า ไม่ใช่ . กริยานะคะ รอ มะรุมรอคือสายพันธุ์หนึ่งของมะละกอหรือเปล่า ไม่ใช่

1072
01:32:01,153 --> 01:32:03,662
อันนี้มะรุมกำลังรอแล้วมะละกอก็

1073
01:32:03,662 --> 01:32:06,374
รอเหมือนหัน อะไรอีกคะ ใบหม่อน

1074
01:32:06,374 --> 01:32:09,464
ไหมน้อยก็แบบก็ตื่นตัวตลอดเวลา

1075
01:32:09,464 --> 01:32:12,294
อะไรอีกคะ

1076
01:32:12,294 --> 01:32:16,294
อะไรลอด ลม ก็ทำกิริยา ก็คือ

1077
01:32:20,599 --> 01:32:22,257
ลอดกอไผ่อยู่

1078
01:32:22,257 --> 01:32:26,257
แล้วก็ดงกล้วย ข้างล่างใช่ไหม

1079
01:32:26,689 --> 01:32:30,689
ม้าเอ๋ยอกข้าระทึกรัว ใช่ไหม ไม่ใช่

1080
01:32:33,822 --> 01:32:35,451
อันนี้มะ มันไม่ได้ทำกิริยา แค่เรา

1081
01:32:35,451 --> 01:32:39,451
บอกม้าเฉย ๆ ว่าม้าเอ๋ย อกข้าระทึกรัว

1082
01:32:40,994 --> 01:32:42,617
ก็เลยมีแค่นี้นะคะ อันนี้ บุคลาธิษฐาน

1083
01:32:42,617 --> 01:32:46,617
ก็อาจจะเจอบ่อยเหมือนกัน

1084
01:32:47,562 --> 01:32:51,562
พี่ล่ามค่ะ ฝาก... โอเค

1085
01:32:53,758 --> 01:32:57,758
โอเคค่ะ

1086
01:33:00,221 --> 01:33:04,221
เดี๋ยวรอก่อนก็ได้

1087
01:33:14,199 --> 01:33:18,199
(ล่าม) สวัสดีค่ะ

1088
01:34:33,226 --> 01:34:37,226
โอเคนะคะพี่ล่าม พี่ล่ามมาแล้วนะคะ โอเค

1089
01:34:41,835 --> 01:34:45,835
ค่ะ เดี๋ยวต่อเลยนะคะ ทำไมวันนี้สายหลุดบ่อย

1090
01:34:47,898 --> 01:34:51,898
มาค่ะ กลับมา กลับมา เด็ก ๆ สาว ๆ มา ต่อไปนะคะ สัญลักษณ์

1091
01:34:52,522 --> 01:34:56,522
สัญลักษณ์ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่ง

1092
01:34:57,768 --> 01:35:01,768
ที่พบบ่อยเหมือนกัน คราวนี้สัญลักษณ์นี่

1093
01:35:06,353 --> 01:35:08,378
เป็นภาพพจน์ที่ใช้ในการเปรียบ แต่ไม่

1094
01:35:08,378 --> 01:35:12,378
เปรียบเทียบเหมือนกับอุปมากับอุปลักษณ์ แต่สัญลักษณ์

1095
01:35:14,324 --> 01:35:17,294
จะเป็นในลักษณะที่ว่าเอาสิ่งหนึ่งมาแทนสิ่งหนึ่ง เช่น

1096
01:35:17,294 --> 01:35:19,661
เราน่ะ อยู่เมืองย่าโม

1097
01:35:19,661 --> 01:35:23,661
สัญลักษณ์ของเรา เราก็มันจะถูกเรียกว่าเป็น

1098
01:35:27,005 --> 01:35:29,163
หลานสาวย่าโม โอเคไหม

1099
01:35:29,163 --> 01:35:33,163
นี่คือสัญลักษณ์คือเอาสิ่งหนึ่งมาแทนสิ่งหนึ่ง

1100
01:35:40,094 --> 01:35:44,094
เป็นลักษณะที่เราเข้าใจได้ ชัดเจนนะคะ สัญลักษณ์ที่ว่าจะมีทั้งแบบขนบกับแบบสากล

1101
01:35:45,028 --> 01:35:49,028
แบบขนบ ก็คือในแต่ละท้องที่หรือวัฒนธรรมนั้น ๆ นี่ จะเข้าใจ

1102
01:35:54,423 --> 01:35:58,423
และเข้าใจเป็นกันเอง... ด้วยกันดีว่าอันนี้คือ

1103
01:35:58,755 --> 01:35:59,889
อะไร สัญลักษณ์นี้แปลว่าอะไร ส่วนแบบสากล ก็คือโดยทั่วไปเข้าใจโดยทั่วไป เช่น

1104
01:35:59,889 --> 01:36:03,889
สีขาวเหมือนกัน สีขาวถ้าเป็นสัญลักษณ์

1105
01:36:10,495 --> 01:36:12,433
แบบขนบ ก็คือสีขาวบนธงชาติ

1106
01:36:12,433 --> 01:36:16,433
ไทย แปลว่าอะไรคะ สีขาว ในผืนธงชาติไทยนี่แปลว่าอะไร

1107
01:36:17,258 --> 01:36:21,258
ในธงชาติไทย

1108
01:36:21,998 --> 01:36:25,167
สีขาวในธงชาติไทย

1109
01:36:25,167 --> 01:36:27,666
แปลว่าอะไร

1110
01:36:27,666 --> 01:36:31,666
ศาสนา โอเคไหม นี่คือแบบขนบ

1111
01:36:32,084 --> 01:36:36,084
สีขาวในธงชาติไทย แล้วถ้าสีขาว

1112
01:36:39,989 --> 01:36:43,989
แบบสากลทั่วไป เป็นสัญลักษณ์ของความ

1113
01:36:47,738 --> 01:36:51,738
บริสุทธิ์ คราวนี้ถ้าครูบอกว่าถ้าเราไปเป็นครูแล้วน่ะ มันก็จะมีขนบของเราเพิ่มขึ้นมา

1114
01:36:53,410 --> 01:36:57,410
อีก เช่น โรงเรียน จะมีโรงเรียน

1115
01:37:00,002 --> 01:37:01,171
สีขาว เคยได้เห็นไหมคะ เขาจะติดป้ายใหญ่ ๆ

1116
01:37:01,171 --> 01:37:05,171
หน้าโรงเรียน โรงเรียนสีขาว ไอ้สีขาวที่ว่านั้นน่ะแปลว่าอะไรคะ โรงเรียนนี้

1117
01:37:07,339 --> 01:37:11,339
อยู่ในโครงการอะไรคะ

1118
01:37:12,148 --> 01:37:16,148
ปลอดยาเสพติด โอเคไหม บางคนบอกว่าเป็นโรงเรียนที่

1119
01:37:16,995 --> 01:37:20,342
เคร่งศาสนา เป็นอะไรที่เกี่ยวกับศาสนา ไม่ใช่ เราจะสังเกต

1120
01:37:20,342 --> 01:37:22,383
ว่าขาวเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกันนะ

1121
01:37:22,383 --> 01:37:26,383
สัญลักษณ์นี่ ให้สังเกตดี ๆ ไม่ใช่ว่าฉันเข้าใจ

1122
01:37:32,239 --> 01:37:35,582
แบบนี้มาโดยตลอด ว่าสัญลักษณ์นี้มันเป็นแบบนี้

1123
01:37:35,582 --> 01:37:36,658
แปลว่าแบบนี้เท่านั้น ไม่ใช่ คุณต้องสังเกตด้วยว่าใช้ในบริบทไหน ในขนบไหน

1124
01:37:36,658 --> 01:37:40,658
เช่น สีขาวบนะงชาติไทยเมื่อกี้ที่ครูบอกว่าสีขาวบนธงชาติไทยเมื่อกี้ที่ครูบอกว่า

1125
01:37:48,992 --> 01:37:49,299
มันไม่ได้แปลว่าความบริสุทธิ์ มันไม่ได้แปลว่าปลอดยาเสพติด

1126
01:37:49,299 --> 01:37:49,500
นะ แต่มันแปลว่า ศาสนา แต่ถ้าบอกว่าโรงเรียน

1127
01:37:49,500 --> 01:37:53,500
สีขาว อันนั้นเป็นสัญลักษณ์ของโรงเรียนปลอดยาเสพติด

1128
01:37:55,575 --> 01:37:59,575
แต่ถ้าสีขาวโดยทั่วไปจะแปลว่าความบริสุทธิ์

1129
01:38:02,831 --> 01:38:03,581
เหมือนกัน นกพิราบ

1130
01:38:03,581 --> 01:38:07,581
ถ้าเป็นในอดีต นกพิราบของเราเป็นสัญลักษณ์ของการ...

1131
01:38:08,526 --> 01:38:08,776
ของการเวลาจะส่งจดหมาย

1132
01:38:08,776 --> 01:38:12,776
หากันต้องส่งทางนกพิราบ เป็นสัญลักษณ์ของการ

1133
01:38:19,584 --> 01:38:23,285
สื่อสาร โอเคนะ แต่ถ้าบอกว่าคุณไปเจอนกพิราบ หรือบางทีน่ะเขาจะเป็นป้าย

1134
01:38:23,285 --> 01:38:27,285
ใหญ่ ๆ นะ แล้วก็จะมีตราสัญลักษณ์นกพิราบอยู่

1135
01:38:27,698 --> 01:38:29,814
อันนั้นจะแปลว่าอะไรคะ

1136
01:38:29,814 --> 01:38:33,188
สันติภาพ เสรีภาพ เป็นต้นนะคะ

1137
01:38:33,188 --> 01:38:37,188
อันนี้คือสิ่งที่เราต้องสังเกตว่าเวลาที่

1138
01:38:40,478 --> 01:38:43,044
คุณน่ะไปเจอสัญลักษณ์ในบทประพันธ์ คุณต้องตี

1139
01:38:43,044 --> 01:38:44,869
ความออกมาให้ได้นะคะ

1140
01:38:44,869 --> 01:38:47,789
ยกตัวอย่าง บทประพันธ์ที่ใช้

1141
01:38:47,789 --> 01:38:51,789
สัญลักษณ์ ดอกรักกำลังจะบาน

1142
01:38:51,916 --> 01:38:55,916
กลับเกลื่อนลานด้วยลั่นทม

1143
01:38:56,291 --> 01:39:00,291
หนาวน้ำตา มาห้อมห่ม หัวใจเอย

1144
01:39:05,030 --> 01:39:08,587
เจ้าเลยลา ครู... ครูอะไรนะ ครูเน้นให้แล้วว่าอะไรมันคือ

1145
01:39:08,587 --> 01:39:12,587
สัญลักษณ์ อย่างเช่น อันแรกดอกรักกำลังจะบาน

1146
01:39:17,295 --> 01:39:21,295
ให้เราช่วยแปลว่าดอกรักเป็นสัญลักษณ์ของ

1147
01:39:25,031 --> 01:39:25,877
อะไรคะ ความรัก โอเคนะ บางทีเขาอาจจะใช้

1148
01:39:25,877 --> 01:39:29,877
คำง่าย ๆ ให้เข้าใจได้ง่าย ๆ แหละ แต่ว่าบางคนก็อาจจะยังไม่

1149
01:39:32,621 --> 01:39:36,621
เข้าใจนะคะ ดอกรัก ก็คือความรักกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

1150
01:39:37,901 --> 01:39:41,784
เขาเปรียบเทียบเหมือนกับดอกไม้ที่กำลังจะบาน

1151
01:39:41,784 --> 01:39:44,503
กลับเกลื่อนลานด้วยลั่นทน ลั่นทนแปลว่าอะไร

1152
01:39:44,503 --> 01:39:48,063
ลั่นทมเป็นสัญลักษณ์ของอะไร ความโศกเศร้า

1153
01:39:48,063 --> 01:39:52,063
ความทุกข์ใจ หนาวน้ำตามาห้อมห่ม

1154
01:39:52,771 --> 01:39:56,771
น้ำตาก็เป็นสัญลักษณ์เหมือนกัน สัญลักษณ์ก็แทนความ

1155
01:39:58,703 --> 01:39:59,590
เสียใจเหมือนกัน ฉะนั้น บทประพันธ์นี้เขาก็เลยบอกว่า

1156
01:39:59,590 --> 01:40:03,394
ความรักกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

1157
01:40:03,394 --> 01:40:07,394
แต่ก็ต้องเศร้าเสียแล้ว แล้วก็ต้อง

1158
01:40:08,068 --> 01:40:12,068
แบบเอาน้ำตานี่มาแทนความเศร้าของตัวเอง

1159
01:40:15,171 --> 01:40:19,171
ก็คือโศกเศร้า รักยังไม่ได้เริ่มเลยกลับเศร้าก่อน อันนี้คือบทประ

1160
01:40:21,051 --> 01:40:22,130
สั้น ๆ ของบทประพันธ์นี้นะคะ อีกบทหนึ่งไม่มีใครไม่เคยไม่ผิดพลาด

1161
01:40:22,130 --> 01:40:25,175
ไม่มีใครไม่เคยขลาดมาแต่ต้น

1162
01:40:25,175 --> 01:40:29,175
เมื่อมีเมฆย่อมมีความมืดมน

1163
01:40:32,407 --> 01:40:33,095
หลังพายุผ่านพ้นจึงสร่างซา

1164
01:40:33,095 --> 01:40:37,095
ครูขีดเส้นใต้ให้แล้วว่าอะไรเป็นสัญลักษณ์

1165
01:40:41,069 --> 01:40:43,749
พวกเราลองตีความดูสิว่าสัญลักษณ์อันนี้มันแทนอะไร

1166
01:40:43,749 --> 01:40:47,749
เมฆแทนอะไรคะ เมฆ เมฆ

1167
01:40:49,037 --> 01:40:53,037
มันแทนอะไร

1168
01:40:56,978 --> 01:41:00,138
สัญลักษณ์แทนอะไร เมฆมันแทนสว่างเหรอ

1169
01:41:00,138 --> 01:41:04,086
เมื่อมีเมฆย่อมมีความมืดมน ความดี ผิด อ่านดูดี ๆ

1170
01:41:04,086 --> 01:41:08,086
มันไม่มีทางเป็นไปในเชิงบวกได้เลยนะนักศึกษา

1171
01:41:15,765 --> 01:41:15,824
ไม่มีใครไม่เคยไม่ผิดพลาด ไม่มีใคร

1172
01:41:15,824 --> 01:41:19,824
ไม่เคยขลาดมาแต่ต้น เมื่อมีเมฆย่อมมี

1173
01:41:20,583 --> 01:41:21,559
ความมืดมน

1174
01:41:21,559 --> 01:41:25,559
เมฆสีดำ เดี๋ยวมันแทนอะไร มันสัญลักษณ์แทนอะไร

1175
01:41:32,007 --> 01:41:36,007
เรื่องดี ดี ดีเหรอ มันกลายเป็นมืดมนนะ ถ้ามันดีมันจะมืดมน

1176
01:41:36,473 --> 01:41:36,512
ไหม มันต้องเป็นอะไร

1177
01:41:36,512 --> 01:41:40,512
ที่ทำให้มืดมน เศร้า มันมีอะไร

1178
01:41:43,418 --> 01:41:47,418
เข้ามา เราทำงานอยู่แล้วมันไม่ประสบ

1179
01:41:51,224 --> 01:41:54,369
ความสำเร็จ มันมีอะไรเข้ามา อุปสรรค ต้องใบ้ขนาดนั้นเลยทีเดียว เมื่อ

1180
01:41:54,369 --> 01:41:58,369
มีเมฆ ก็คือเมฆแทนอุปสรรค ย่อมมีความมืดมัน มืดมน

1181
01:42:05,083 --> 01:42:09,083
แทนอะไร มันมีอุปสรรคมา มันก็เลยผิดหวัง โอเคมา หลังพายุผ่านพ้น พายุ

1182
01:42:12,208 --> 01:42:16,208
ครูเคลมว่ามันเป็นเหมือนเมฆได้ไหม

1183
01:42:17,170 --> 01:42:21,140
มันเป็นอุปสรรคเหมือนเมฆได้ไหม ได้ คือ

1184
01:42:21,140 --> 01:42:25,140
หลังพายุ ก็คือหลังจากอุปสรรคผ่านพ้นไปจึงสร่างซา

1185
01:42:27,735 --> 01:42:30,250
สร่างซามันถึงจะแปลว่า โล่ง ความอะไร

1186
01:42:30,250 --> 01:42:34,250
มันมีอุปสรรค มันทำให้ผิดหวัง พอ

1187
01:42:34,538 --> 01:42:38,119
มันอุปสรรคผ่านไป มันก็จะมีความสำเร็จ โอเค

1188
01:42:38,119 --> 01:42:40,591
นะคะ ไป ค่อย ๆ เรียนรู้ไป

1189
01:42:40,591 --> 01:42:44,591
สิ่งที่เราต้องพิจารณาในการวิจารณ์

1190
01:42:52,967 --> 01:42:55,290
เราก็ต้องดูว่ามีภาพพจน์อะไรบ้าง ภาพพจน์

1191
01:42:55,290 --> 01:42:59,290
แบบใดบ้าง เมื่อกี้พูดไป สอนไปมี 4 ภาพพจน์

1192
01:43:00,737 --> 01:43:03,259
แล้วก็อธิบายมาให้ได้ว่าแล้วภาพพจน์ลักษณะอย่างไร ตีความแบบไหน ครูพาตีความ

1193
01:43:03,259 --> 01:43:05,793
ก็ต้องตีความออกมาให้ได้แบบนั้นนะคะ

1194
01:43:05,793 --> 01:43:09,793
ต่อไป รูปแบบคำประพันธ์

1195
01:43:10,336 --> 01:43:14,336
รูปแบบคำประพันธ์นี่มีทั้งหมด 3

1196
01:43:16,857 --> 01:43:20,857
รูปแบบ รูปแบบแรก คือ รูปแบบตายตัว หรือตามตัว

1197
01:43:22,186 --> 01:43:25,871
ก็คือรูปแบบที่เป็นบังคับฉันทลักษณ์ของไทย

1198
01:43:25,871 --> 01:43:29,871
ปกติเลย ไม่ว่าจะเป็นโคลง โคลงสี่สุภาพ ก็จะมีรูปแบบที่บังคับฉันทลักษณ์ เอก 7 โท 4

1199
01:43:33,323 --> 01:43:37,323
ก็ว่าไปหรือรูปแบบกาพย์ยานี 11

1200
01:43:37,651 --> 01:43:41,651
ก็จะมีบังคับฉันทลักษณ์ข้างหน้า 5 ข้างหลัง 6

1201
01:43:44,752 --> 01:43:48,752
แล้วก็การคล้องจอง รูปแบบกลอนสุภาพ หรือกลอนแปดก็จะมี 7-9 คำ แล้วก็กลอนดอกสร้อย ขึ้นต้นด้วยเอย ลงท้ายด้วย เอย

1202
01:43:56,869 --> 01:43:58,512
ที่ครูเอาขึ้นมา เป็นแค่ยกตัวอย่างให้ดูเฉย ๆ

1203
01:43:58,512 --> 01:44:02,464
ว่ารูปแบบของคำประพันธ์แท้ ๆ จริง ๆ มีมากกว่านี้ แต่

1204
01:44:02,464 --> 01:44:03,567
อันนี้คือยกตัวอย่างมาให้ว่าแต่ละรูปแบบก็จะมี

1205
01:44:03,567 --> 01:44:07,567
บังคับฉันทลักษณ์แตกต่างกันไป ต่อไป

1206
01:44:11,452 --> 01:44:15,452
รูปแบบกลอนอิสระ รูปแบบอิสระ ก็คือไม่มีบังคับฉันทลักษณ์ เช่น ที่ครูให้

1207
01:44:20,024 --> 01:44:20,677
นักศึกษาอ่าน สูเป็นไฟ เราเป็นไม้ อันนี้แหละค่ะ

1208
01:44:20,677 --> 01:44:24,677
อันนี้เป็น เขาจะเรียกว่า "กลอนเปล่า" หรือว่า "กลอนอิสระ

1209
01:44:27,910 --> 01:44:29,197
" นะคะ จะเป็นวัฒนธรรมที่เรารับ

1210
01:44:29,197 --> 01:44:31,527
อิทธิพลมาจากตะวันตก มี

1211
01:44:31,527 --> 01:44:35,527
ช่องว่างระยะห่างบรรทัดมากกว่าปกติ ลักษณะ

1212
01:44:37,410 --> 01:44:41,410
ของประโยคจะสั้นกระชับ

1213
01:44:41,963 --> 01:44:42,752
แล้วก็จะมีความใหม่ ประโยคที่ใหม่ ยกตัวอย่าง

1214
01:44:42,752 --> 01:44:46,064
บางคนฝากดวงดาวไปบอก

1215
01:44:46,064 --> 01:44:50,064
คนรักว่าคิดถึง หลายคนฝากสายลม

1216
01:44:51,544 --> 01:44:55,544
สายฝน สำหรับฉัน

1217
01:44:59,795 --> 01:45:01,384
ได้แต่เก็บความรู้สึกเช่นนั้นไว้กับตัวเอง และปล่อยให้มันเผาไหม้หัวใจฉัน

1218
01:45:01,384 --> 01:45:05,384
จนเป็นสีดำ เคยไหมที่

1219
01:45:08,845 --> 01:45:12,845
คุณพบใครบางคนสายไป แล้วหัวใจ

1220
01:45:13,729 --> 01:45:17,729
คุณกลายเป็นสีดำ บางคนบอกทำไมหนูอ่านแล้วมันเหมือน

1221
01:45:19,599 --> 01:45:20,241
ร้อยแก้วธรรมดา ๆ มันเป็นลักษณะคล้าย

1222
01:45:20,241 --> 01:45:20,873
กับร้อยแก้วธรรมดานั่นแหละค่ะ แต่เขาจะมีการ

1223
01:45:20,873 --> 01:45:24,873
เขียนให้เป็นรูปแบบของกลอน

1224
01:45:27,296 --> 01:45:31,296
ก็เลยเรียกกลอนชนิดนี้ว่า "กลอนเปล่า"

1225
01:45:32,234 --> 01:45:34,587
ก็คือไม่มีบังคับฉันทลักษณ์นั่นเองนะคะ

1226
01:45:34,587 --> 01:45:38,587
ต่อไป

1227
01:45:39,464 --> 01:45:43,464
วรรณรูป วรรณรูป ก็คือการสร้าง

1228
01:45:43,490 --> 01:45:47,277
ด้วยอักษร การสร้างภาพด้วยอักษร

1229
01:45:47,277 --> 01:45:50,096
วรรณณะ คือ ภาษา รูปก็คือภาพ

1230
01:45:50,096 --> 01:45:52,240
ฉะนั้น วรรณรูป ก็คือ

1231
01:45:52,240 --> 01:45:56,240
การใช้ภาษาในการสร้างภาพ เช่น บทประพันธ์

1232
01:46:01,280 --> 01:46:05,280
เรื่อง หยาดฝน เขาทำเป็นรูปหยด

1233
01:46:08,273 --> 01:46:09,209
น้ำฝนอยู่ นักศึกษาเห็นไหมคะ ถ้าใครไม่เห็นก็เห็น

1234
01:46:09,209 --> 01:46:10,839
เป็นหยดฝนนะคะ เพราะว่าเขาพยายามทำให้เราเห็นเป็นหยดฝน

1235
01:46:10,839 --> 01:46:14,839
นะคะ ถึงแม้บางคนจะบอกว่าเป็นสามเหลี่ยมสี่เหลี่ยมก็ว่าไป

1236
01:46:20,266 --> 01:46:24,266
อันนี้คือเขาตั้งใจทำให้เป็นหยดฝนนะคะ เขาพูดถึงเด็กกับสาวที่มองน้ำฝนต่างกัน

1237
01:46:25,723 --> 01:46:29,723
เด็กคนนั้นมองสายฝนภายนอกหน้าต่าง

1238
01:46:32,921 --> 01:46:36,921
หยาดน้ำฝนจากฟ้าหลั่งมาเป็นสาย

1239
01:46:38,460 --> 01:46:42,010
ดู ซิ จ๊ะ น้ำฝน ใส

1240
01:46:42,010 --> 01:46:44,670
เด็กน่ะจะมองน้ำฝนเป็นสีใส เพราะเขาไม่ได้คิดอะไร

1241
01:46:44,670 --> 01:46:46,754
เขามีแต่ความบริสุทธิ์ สาวคนนั้น

1242
01:46:46,754 --> 01:46:49,958
มองสายฝนภายในหัวใจ หยาดน้ำฝน

1243
01:46:49,958 --> 01:46:53,958
จากใจ หลั่งมาเป็นสาย ดู ซิ จ๊ะ

1244
01:46:59,804 --> 01:47:03,804
น้ำฝน ขุ่น นี่เขาต้องการให้รู้ว่าสาวพอเริ่มมีความรัก พอเริ่มมี

1245
01:47:04,311 --> 01:47:08,311
อะไรต่าง ๆ เข้ามาในชีวิต มีประสบการณ์มากขึ้น สายฝน

1246
01:47:10,781 --> 01:47:13,450
ของเขาก็ไม่ได้เป็นใสเหมือนเดิมอีกต่อไปนะคะ หรือรูปนี้ เงยหน้า

1247
01:47:13,450 --> 01:47:17,450
ขึ้นพร้อมกัน อ่านบทประพันธ์นี้พร้อมกันสิ

1248
01:47:20,249 --> 01:47:24,249
อ่านว่าอะไร ทำไม

1249
01:47:25,871 --> 01:47:26,025
อ่านได้ไวขนาดนั้น เก่งมากนะคะ สำหรับ

1250
01:47:26,025 --> 01:47:30,025
บางคนที่ยังไม่รู้เลยว่าเพื่อนอ่านมาจากไหนนะคะ มีสติอย่าเผลอ

1251
01:47:34,960 --> 01:47:37,454
เขากำลังทำเป็นรูปพระพุทธรูป

1252
01:47:37,454 --> 01:47:41,454
แล้วก็ใช้พยัญชนะ ก็คือตัวอักษร คำว่า "มี"

1253
01:47:45,199 --> 01:47:48,913
อยู่บนเศียรของพระ

1254
01:47:48,913 --> 01:47:52,913
สติ ก็คือตัวของพระแล้วก็ช่วงล่าง ก็คือช่วงขา ก็คือคำว่า "อย่าเผลอ" นั่นเอง

1255
01:47:56,122 --> 01:48:00,122
โดยใช้ภาษามาสร้างสรรค์เป็นรูปภาพนะคะ อันนี้ก็คือวรรณรูป สิ่งที่เรา

1256
01:48:02,339 --> 01:48:03,672
ต้องพิจารณาเวลาที่เราจะวิจารณ์

1257
01:48:03,672 --> 01:48:07,672
บทร้อยกรอง ก็คือเขาใช้รูปแบบ

1258
01:48:08,656 --> 01:48:12,656
กลอนแบบไหน แล้วเหมาะสมกับสิ่งที่เขาเขียนไหม รูปแบบกลอน

1259
01:48:18,468 --> 01:48:19,193
แบบฉันทลักษณ์แบบตายตัวก็บอกให้ได้ว่าใช้

1260
01:48:19,193 --> 01:48:23,193
โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ชนิดใดนะคะ

1261
01:48:28,745 --> 01:48:32,745
แล้วก็สุดท้าย แนวคิดของเรื่อง แนวคิดถ้าเทียบกับพวกเรื่องสั้นกับนวนิยาย ก็คือ

1262
01:48:34,145 --> 01:48:38,145
แก่นเรื่องนั่นแหละ แต่แนวคิด

1263
01:48:43,769 --> 01:48:45,901
อันนี้เป็นลักษณะของข้อคิด คือ สิ่งที่ผู้อ่านจะต้อง

1264
01:48:45,901 --> 01:48:48,620
ค้นหาให้ได้ว่าสิ่งที่ผู้แต่งเขาต้องการจะสื่อ

1265
01:48:48,620 --> 01:48:51,627
อะไร เหมือนตอนที่ครู

1266
01:48:51,627 --> 01:48:55,627
พูดพฤษภ กาสรให้ฟัง เขาเป็นแบบใดก็

1267
01:49:01,216 --> 01:49:05,216
แต่สุดท้าย แนวคิดสั้น ๆ แค่ว่าสอนให้มนุษย์รู้จักการทำดี โอเคไหมคะ อันนี้คือแนวคิด ก็คือแนวคิดแบบ

1268
01:49:06,052 --> 01:49:10,052
สั้น ๆ คุณต้องอ่านแล้วสามารถสรุปให้ได้ว่า

1269
01:49:12,160 --> 01:49:13,640
สิ่งที่เขาต้องการจะสื่อคืออะไรนะคะ

1270
01:49:13,640 --> 01:49:15,882
จบแล้ว ในเรื่องของการ

1271
01:49:15,882 --> 01:49:19,882
วิจารณ์บทร้อยกรอง

1272
01:49:20,852 --> 01:49:24,852
บทร้อยกรองจะมีแค่ 4 หัวข้อแค่นั้นไม่เยอะ

1273
01:49:33,232 --> 01:49:37,101
แต่มันจะเยอะ มันจะหนักตรงที่ว่าเราสามารถพิจารณาภาษาให้ได้นะคะ เราถึงจะสามารถวิจารณ์บทร้อยกรองได้ นะเยอะ มันจะหนักตรงที่ว่า เราสามารถพิจารณาภาษาให้ได้นะคะ เราถึงจะสามารถวิจารณ์บทร้อยกรองได้

1274
01:49:37,101 --> 01:49:41,101
มีใครมีคำถามอะไรไหมคะ

1275
01:49:42,381 --> 01:49:46,105
ไม่มีนะ ก้มหน้าก้มตา

1276
01:49:46,105 --> 01:49:47,307
ไม่รู้ว่าทำอะไรนะคะ ทีนี้

1277
01:49:47,307 --> 01:49:51,307
ทวนงานสุดท้ายของเรา

1278
01:49:51,632 --> 01:49:55,632
งาน ครูจะส่งวิจารณ์

1279
01:49:59,879 --> 01:50:03,879
ครูจะส่งบทร้อยกรองให้เราวิจารณ์นะคะ อันนี้

1280
01:50:03,970 --> 01:50:05,319
เป็นงานเดี่ยว งานเดี่ยว แต่วิจารณ์บทเดียวกัน

1281
01:50:05,319 --> 01:50:08,037
ทุกคนในห้อง โอเคนะ แต่ให้เขียน

1282
01:50:08,037 --> 01:50:12,037
ส่งเดี่ยว อาทิตย์หน้าไม่ได้เรียน

1283
01:50:17,810 --> 01:50:21,810
เพราะว่าเราจะจบ ปิดคอร์สการบรรยายภายในสัปดาห์นี้ แล้วก

1284
01:50:25,813 --> 01:50:29,813
็ภายในตอนเย็นนี้ เข้า ZOOM ของอาจารย์วุฒินันท์

1285
01:50:31,142 --> 01:50:33,955
นะคะ แต่งานเรายังไม่จบ งานที่ 1 ที่กำลังจะให้ในตอนนี้ ก็คือ

1286
01:50:33,955 --> 01:50:37,955
วิจารณ์บทร้อยกรอง เดี๋ยวครูจะส่งไฟล์ให้ แล้วให้

1287
01:50:40,485 --> 01:50:41,484
นักศึกษาพรินต์แล้วก็เขียนมาส่ง

1288
01:50:41,484 --> 01:50:45,484
อันนี้ให้เขียนเอา เพราะเป็นงานเดี่ยว แล้วก็เป็น

1289
01:50:51,072 --> 01:50:54,808
งานที่ทุกคนได้บทเดียวกัน ฉะนั้น

1290
01:50:54,808 --> 01:50:58,808
เขียนเอา ถ้าคุณลอกมา คุณก็ต้องลอกเขียนมา คือ อย่างไรมันก็ต้องผ่านครูอยู่ดี

1291
01:50:59,872 --> 01:51:03,872
ครูไม่ให้ก๊อบฯ นะคะ อันนี้คืองานที่ครูจะส่งให้

1292
01:51:05,520 --> 01:51:09,520
อันนี้ชิ้นที่ 1 ชิ้นที่ 2 คือ เรื่องสั้นที่นำเสนอไปวันนี้แหละ ให้ไปเคลียร์

1293
01:51:12,878 --> 01:51:16,878
ปรับ แก้ไข ให้เรียบร้อย เรื่องสั้น 11 หัวข้อน่ะ

1294
01:51:21,655 --> 01:51:25,655
ส่งวันจันทร์ที่ห้องพัก หัวหน้ารู้ห้องพัก

1295
01:51:28,479 --> 01:51:32,479
ครูแล้วนะ ให้เอาไปใส่ไว้ที่บล็อกครูได้เลยนะคะ มันจะเป็นบล็อก เดี๋ยวมันจะมีชื่อครู

1296
01:51:34,196 --> 01:51:38,196
หนูเอาหยอดใส่ไว้ในชื่อครูได้เลย ส่วนวิจารณ์บทร้อยกรองส่งวันศุกร์

1297
01:51:39,695 --> 01:51:42,214
วิจารณ์บทร้อยกรองส่งวันศุกร์

1298
01:51:42,214 --> 01:51:45,986
แล้วก็

1299
01:51:45,986 --> 01:51:49,986
นำเสนอนวนิยาย อาทิตย์

1300
01:51:51,678 --> 01:51:55,678
วันที่ 29 มีนาคม นำเสนอนวนิยายของเรา จะจบ

1301
01:51:56,932 --> 01:52:00,932
วันที่ 29 มีนาคม ครูไล่ถูกอยู่ใช่ไหม

1302
01:52:02,524 --> 01:52:06,524
ที่ครูแจ้งไว้ตอนนั้น

1303
01:52:09,607 --> 01:52:10,210
ขอโทษค่ะ

1304
01:52:10,210 --> 01:52:14,210
ขอโทษ โอเค โอเค 5 เมษายน 29

1305
01:52:14,533 --> 01:52:18,533
มีนาคม คือ งดคลาสให้ไปทำงาน คือ ปิดค

1306
01:52:19,535 --> 01:52:22,645
อร์สแล้วน่ะค่ะ ให้ไปทำงาน แล้วก็ 5 เมษายน

1307
01:52:22,645 --> 01:52:25,535
นำเสนอนวนิยาย

1308
01:52:25,535 --> 01:52:27,629
แล้วทีนี้ตอนที่เรียน

1309
01:52:27,629 --> 01:52:31,629
กับอาจารย์วุฒินันท์ เรื่องการเขียนบทความ

1310
01:52:33,305 --> 01:52:37,305
วิจารณ์ จะมีงานเดี่ยวบทความวิจาร

1311
01:52:43,552 --> 01:52:47,369
ณ์อีกชิ้นหนึ่ง ที่ทุกคนจะต้องเขียนบทความวิจารณ์

1312
01:52:47,369 --> 01:52:48,940
โดยพอหลังจากเรียนแล้ว นักศึกษาสามารถที่จะ

1313
01:52:48,940 --> 01:52:52,940
เลือกนวนิยายหรือเรื่องสั้น

1314
01:52:56,981 --> 01:53:00,981
เล่มไหนก็ได้ แล้วเขียนบทความวิจารณ์ไม่เกิน

1315
01:53:01,226 --> 01:53:05,226
2 หน้ากระดาษ เอาแค่นี้นะคะ ไม่เกิน 2 หน้ากระดาษ แล้วส่ง

1316
01:53:05,777 --> 01:53:09,367
วันสอบปลายภาคของเรา

1317
01:53:09,367 --> 01:53:13,367
อันนี้ให้เวลาในการทำนาน ไม่ต้องกลัวว่า

1318
01:53:18,744 --> 01:53:22,744
ทำไมงานเยอะแล้วมันจะทันไหม งานชิ้นสุดท้าย คือ บทความวิจารณ์ส่งวันที่ 18

1319
01:53:23,280 --> 01:53:27,232
เมษายน เราสอบปลายภาค

1320
01:53:27,232 --> 01:53:31,232
วันที่ 18 เมษายนนะคะ เป็นช่วงบ่าย สอบในห้อง

1321
01:53:31,846 --> 01:53:35,846
เดี๋ยวครูจะนัดหมายอีกทีหนึ่ง เพราะว่าสอบรวมกัน

1322
01:53:37,446 --> 01:53:41,446
3 ห้อง เดี๋ยวครูหาห้องให้ก่อนนะคะ แต่ว่า

1323
01:53:45,135 --> 01:53:48,573
ใช้การสอบแบบ E-Testing นั่นก็คือเป็นระบบ

1324
01:53:48,573 --> 01:53:50,671
เดี๋ยวส่วนกลางจะส่งลิงก์ให้ แต่ว่า

1325
01:53:50,671 --> 01:53:54,671
ทุกคนต้องมานั่งสอบด้วยกัน ฉะนั้น

1326
01:54:00,731 --> 01:54:01,534
อุปกรณ์ในการสอบทุกคนให้เตรียมพร้อม แค่นั้นเอง

1327
01:54:01,534 --> 01:54:02,616
นะคะ แล้ววันที่ 18 จะเป็น

1328
01:54:02,616 --> 01:54:06,616
ส่งงานบทความ วิจารณ์ชิ้นสุดท้ายที่เป็นงานเดี่ยว

1329
01:54:07,967 --> 01:54:11,967
ด้วย สรุป ครูเคยบอกแล้วนะ ว่าวิชานี้

1330
01:54:14,156 --> 01:54:18,156
เน้นปฏิบัติ ดังนั้น ก็เลยมีการเขียนเยอะหน่อย

1331
01:54:21,219 --> 01:54:25,219
ซึ่งส่วนใหญ่ครูจะให้ทำเป็นกลุ่ม เพราะว่าลดภาระของเรา งานเดี่ยวของครูจะมีแค่ 2 ชิ้น

1332
01:54:26,146 --> 01:54:30,146
เท่านั้น นั่นก็คือวิจารณ์บทร้อยกรองที่ต้องส่ง

1333
01:54:33,238 --> 01:54:36,319
วันศุกร์หน้า ไม่ยาก เพราะว่ามี 4 หัวข้อ แค่นี้เอง

1334
01:54:36,319 --> 01:54:36,542
แล้วก็บทความวิจารณ์

1335
01:54:36,542 --> 01:54:40,542
ที่หลังจากเราเรียนกับอาจารย์วุฒินันท์เสร็จแล้ว

1336
01:54:42,875 --> 01:54:46,875
ถึงจะได้ทำนะคะ โดย

1337
01:54:47,116 --> 01:54:51,116
บทความวิจารณ์นี่ ส่งได้ก็คือ 18

1338
01:54:51,375 --> 01:54:54,464
เมษายน ครูสั่งวันนี้ วันนี้วันที่ 22

1339
01:54:54,464 --> 01:54:58,464
มีเวลาประมาณ 1 เดือนเต็ม ๆ น่ะค่ะ เกือบ ๆ 1 เดือน

1340
01:54:59,942 --> 01:55:03,884
ฉะนั้น มีเวลา แต่สิ่งที่คุณ

1341
01:55:03,884 --> 01:55:07,884
ต้องเร่งแล้วก็ต้องทำให้ดีที่สุด

1342
01:55:09,560 --> 01:55:10,945
ตอนนี้ ก็คือวิจารณ์นวนิยายที่

1343
01:55:10,945 --> 01:55:12,633
คะแนน 20 คะแนน

1344
01:55:12,633 --> 01:55:16,633
และอันนี้เป็นงานกลุ่มด้วย งานกลุ่ม

1345
01:55:17,756 --> 01:55:21,756
3 คนด้วย ฉะนั้น ทำให้ดี

1346
01:55:22,576 --> 01:55:24,519
ทำแบบลักษณะของเรื่องสั้นนั่นแหละ ก็คือ

1347
01:55:24,519 --> 01:55:27,968
วิจารณ์ 11 หัวข้อ แต่

1348
01:55:27,968 --> 01:55:31,968
ไม่ต้องเย็บมุมมาส่ง ให้ทำเป็นรูปเล่ม

1349
01:55:36,669 --> 01:55:37,124
รายงาน มีหน้าปก มีคำนำ

1350
01:55:37,124 --> 01:55:40,488
มีสารบัญ แล้วก็เลือก

1351
01:55:40,488 --> 01:55:44,488
นำเสนอ 5 หัวข้อ ใน 11 หัวข้อ

1352
01:55:46,241 --> 01:55:50,241
ให้ดูจากสไลด์นะคะ 11 หัวข้อ

1353
01:55:53,958 --> 01:55:55,454
มีอะไรบ้าง ดูจากสไลด์ มีใครมีคำถาม

1354
01:55:55,454 --> 01:55:59,454
ตรงไหนไหมคะ ไม่เข้าใจ

1355
01:56:00,806 --> 01:56:04,806
งานไหน

1356
01:56:05,099 --> 01:56:06,852
หรือว่าสงสัยอะไร

1357
01:56:06,852 --> 01:56:10,774
ส่งวันศุกร์

1358
01:56:10,774 --> 01:56:14,774
ตอนไหนก็ได้

1359
01:56:20,939 --> 01:56:24,939
แค่รวบรวมมาส่งเวลาไหนก็ได้ เพราะว่าเรา

1360
01:56:27,205 --> 01:56:29,550
ไม่ได้เจอกันในห้องอยู่แล้ว เราสะดวกนัดกันวันไหน

1361
01:56:29,550 --> 01:56:33,550
ก็ตามนั้น แค่เอาไปส่งบอก หรือบางคนบอกว่าส่งใครส่งมันเลยได้ไหม ขี้เกียจรวมกับเพื่อน

1362
01:56:35,354 --> 01:56:39,354
แต่ว่าห้องพักอาจารย์อยู่ที่อาคาร 36

1363
01:56:45,309 --> 01:56:49,309
ห้อง 8 มันจะมีบล็อก มันจะมีบล็อกสีดำ หน้าห้องแล้วก็หาดูชื่อครู แล้วก็หย่อนตรงบล็อกชื่อครู

1364
01:56:50,063 --> 01:56:52,836
แค่นั้น

1365
01:56:52,836 --> 01:56:56,836
ถ้าอย่างนั้นทวนปฏิทินของเรานะ ปฏิทินของเรา

1366
01:57:03,091 --> 01:57:04,863
อาทิตย์หน้ามีอะไรบ้างคะ วันจันทร์ส่ง

1367
01:57:04,863 --> 01:57:08,863
เรื่องสั้น วันศุกร์ส่งวิจารณ์

1368
01:57:11,819 --> 01:57:13,739
บทร้อยกรองงานเดี่ยว แล้วก็

1369
01:57:13,739 --> 01:57:16,167
ข้ามไปที่วันที่ 5

1370
01:57:16,167 --> 01:57:20,167
นำเสนอวิจารณ์นวนิยาย

1371
01:57:21,873 --> 01:57:25,873
แล้วก็ข้ามไปที่ 18 สอบปลายภาค

1372
01:57:26,821 --> 01:57:30,821
ในห้อง แต่ห้องยังไม่รู้ เดี๋ยวแจ้งอีกครั้งหนึ่ง

1373
01:57:33,223 --> 01:57:37,223
นะคะ อันนี้ที่ปฏิทินนะ คราวนี้

1374
01:57:39,937 --> 01:57:43,937
งานของเรา งานชิ้นที่ 1 ก็คือวันจันทร์วิจารณ์เรื่องสั้นเป็นกลุ่ม

1375
01:57:46,958 --> 01:57:47,938
ส่ง จริง ๆ ทำมาแล้วแหละ แต่ก็ให้ไปแก้ไขให้มันเรียบร้อยเฉย ๆ

1376
01:57:47,938 --> 01:57:51,938
งานชิ้นที่ 2 งานเดี่ยว

1377
01:57:52,009 --> 01:57:56,009
ก็คือวิจารณ์บทร้อยกรอง

1378
01:57:57,722 --> 01:58:00,969
งานชิ้นที่ 3 วิจารณ์

1379
01:58:00,969 --> 01:58:04,969
นวนิยายที่ให้เริ่มทยอยทำมาตั้งแต่แรก

1380
01:58:12,858 --> 01:58:13,849
แล้วนะคะ แล้วก็นำเสนอ ก็คือวันที่ 5 แล้วก็งานชิ้นที่ 4 งานเดี่ยว

1381
01:58:13,849 --> 01:58:17,849
บทความวิจารณ์ ส่งวันที่

1382
01:58:18,275 --> 01:58:21,281
18 ทั้งเทอมได้ทำ

1383
01:58:21,281 --> 01:58:25,281
งานเดี่ยวแค่ 2 ครั้งนะคะ ก็คือร้อยกรองกับบทความนี่แหละ

1384
01:58:28,671 --> 01:58:32,671
ที่เหลืองานกลุ่มนะคะ ฉะนั้น งานเดี่ยวจะเป็นตัวชี้วัด

1385
01:58:35,109 --> 01:58:39,109
เกรดของเราแล้ว ว่าเกรดของเราจะต่างจากเพื่อนหรือดีกว่าเพื่อ

1386
01:58:40,154 --> 01:58:42,119
นอย่างไร ฉะนั้นเขียนเดี่ยวเขียนออกมาให้ดี ๆ เพราะงานกลุ่มมันต้องเฉลี่ยรวม

1387
01:58:42,119 --> 01:58:46,119
ได้เท่าไรได้เท่ากัน แต่งาน

1388
01:58:48,843 --> 01:58:52,843
เดี่ยวที่จะทำให้เกรดเราต่างจากเพื่อนแน่นอน เพราะว่า

1389
01:58:53,700 --> 01:58:57,700
งานเราจะดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับเราคนเดียว มีใครมี

1390
01:58:58,359 --> 01:59:02,359
คำถามอะไรไหมคะ ส่วนพัฒนาการวรรณคดี

1391
01:59:05,377 --> 01:59:08,659
ของเราจะเจอกันสัปดาห์หน้าสัปดาห์สุดท้าย

1392
01:59:08,659 --> 01:59:12,020
อันนี้จะสบายหน่อย อีกวิชาหนึ่งจะสบายกว่ากัน

1393
01:59:12,020 --> 01:59:13,128
นะคะ เป็นธรรมชาติของวิชา 2 วิชา ดังนั้น

1394
01:59:13,128 --> 01:59:17,128
เราไม่ต้องเซ็งว่าทำไมอันนี้งานเยอะจัง

1395
01:59:19,637 --> 01:59:23,637
ก็ธรรมชาติของวิชา อีกวิชาหนึ่งพ

1396
01:59:28,913 --> 01:59:30,640
ัฒนาการวรรณคดีเหลือแค่นำเสนอเกมอีก 2 กลุ่ม ก็จบแล้ว เตรียมสอบปลายภาคอย่างเดียว

1397
01:59:30,640 --> 01:59:34,640
ฉะนั้น อีกวิชาหนึ่งเราสบายไปแล้ว ก็จะเหลือเวลาให้มาทำ

1398
01:59:38,260 --> 01:59:40,625
งานวิชานี้นะคะ โอเค มีคำถามอะไรไหมคะ 11 โมงครึ่ง

1399
01:59:40,625 --> 01:59:44,625
พอดี มีคำถามไหม

1400
01:59:46,842 --> 01:59:50,769

1401
01:59:50,769 --> 01:59:54,322
ถ้าไม่มี เจอกันวันพุธ

1402
01:59:54,322 --> 01:59:58,322
หน้านะคะ วันพุธหน้านำเสนอเกม แล้วก็ปิดคอร์ส

1403
01:59:59,363 --> 02:00:00,642
พัฒนาการ แล้ว... อ๋อ วันพุธหน้า

1404
02:00:00,642 --> 02:00:04,642
ที่เราคุยกันว่าเราย้ายห้อง จะย้ายห้อง

1405
02:00:06,201 --> 02:00:08,716
ไปตรงอาคาร 17 ไหม

1406
02:00:08,716 --> 02:00:12,716
ที่ว่านำเสนอเกม ห้องนั้นมันแอร์พัง

1407
02:00:13,458 --> 02:00:17,370
ห้องที่เราเรียนวันพุธ

1408
02:00:17,370 --> 02:00:21,252
เมื่อกี้มันแอร์เสีย เราก็เลยร้อน

1409
02:00:21,252 --> 02:00:24,884
เอาเป็นว่าหาห้องนะ ถ้า

1410
02:00:24,884 --> 02:00:28,884
อาคาร 17 ว่างเดี๋ยวก็จะไปอาคาร 17 นะคะ

1411
02:00:29,914 --> 02:00:33,672
18 พูดผิด ขอโทษค่ะ

1412
02:00:33,672 --> 02:00:37,672
ค่ะ ไปอาคาร 18

1413
02:00:39,342 --> 02:00:43,342
18

1414
02:00:47,497 --> 02:00:51,497
ครูพูดผิดหรือเปล่า ครูพูดผิด 18 18

1415
02:00:59,441 --> 02:01:03,043
โอเคค่ะ อย่างนั้นวันนี้ก็แค่นี้นะคะ ขอบคุณพี่ล่ามด้วย

1416
02:01:03,043 --> 02:01:07,043
ค่ะ หัวหน้าเชิญค่ะ (นักศึกษา) นักศึกษาทำความเคารพ (อาจารย์หทัยวรรณ)

1417
02:01:12,278 --> 02:01:14,801
ค่ะ ไปค่ะ

1418
02:01:14,801 --> 02:01:18,801
[สิ้นสุดการถอดความ]

