﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000

2
00:00:04,004 --> 00:00:08,004

3
00:00:08,006 --> 00:00:12,006

4
00:00:12,007 --> 00:00:16,007
(เจ้าหน้าที่) สวสัสดีครับ

5
00:00:16,011 --> 00:00:20,011
ฝั่งล่ามมม

6
00:00:20,014 --> 00:00:24,014

7
00:00:24,016 --> 00:00:28,016

8
00:00:28,017 --> 00:00:32,017

9
00:00:32,020 --> 00:00:36,020
(อาจารย์) หัวหน้าเชิญค่ะ

10
00:00:36,026 --> 00:00:40,026

11
00:00:40,029 --> 00:00:44,029
ค่ะ โอเค เดี๋ยววันนี้

12
00:00:44,031 --> 00:00:48,031
ตามที่เรา คุยกันไว้นะคะ ก็คือนำเสนอ

13
00:00:48,033 --> 00:00:52,033
เรื่องสั้น 2 เรื่อง เสร็จแล้ว ก็จะเป็น

14
00:00:52,034 --> 00:00:56,034
เรียนต่อของครู ครูจะบรรยายต่อนะคะ

15
00:00:56,035 --> 00:01:00,035
คราวนี้วันที่เรานำเสนอ

16
00:01:00,036 --> 00:01:04,036
เรื่องสั้นวันนี้ ทุกเรื่องคครูจะอธิบาย

17
00:01:04,038 --> 00:01:08,038
เพิ่มเติม เพื่อให้นักศึกษานี่

18
00:01:08,039 --> 00:01:12,039
ไปทำวิจารณ์นวนิยายให้สมบูรณ์แบบ

19
00:01:12,040 --> 00:01:16,040
โอเคนะ ซึ่งครูดู

20
00:01:16,041 --> 00:01:20,041
ของทั้ง 2 กลุ่มแล้ว ที่เราทำมา วิจาร

21
00:01:20,042 --> 00:01:24,042
เรื่องสั้นในวันนี้ มันยังไม่ได้ตรง Concept

22
00:01:24,044 --> 00:01:28,044
กับงานที่ครูให้นักศึกษาทำ เพราะว่า

23
00:01:28,045 --> 00:01:32,045
ครูให้ทำ 11 หัวข้อ

24
00:01:32,047 --> 00:01:36,047
ที่ครูสอนไปในสไลด์

25
00:01:36,048 --> 00:01:40,048
แต่ว่าของเราไม่ได้ทำตรงตามหัวข้อ

26
00:01:40,049 --> 00:01:44,049
ที่ครูส่งสไลด์ให้นะคะ เพราะฉะนั้น ตอน

27
00:01:44,050 --> 00:01:48,050
ที่ไปทำวิจารณ์นวนิยายต้องทำ

28
00:01:48,052 --> 00:01:52,052
ให้ถูก อันนี้ครุจะถือว่า

29
00:01:52,053 --> 00:01:56,053
ทำมาแล้ว แล้วครูจะบอกว่าอะไรที่ต้องแก้ไขบ้าง

30
00:01:56,055 --> 00:02:00,055
ให้ไปแก้ไขในนวนิยาย เพราะนวนิยาย 20 คะแนน

31
00:02:00,057 --> 00:02:04,057
ถ้าไม่ถูกต้อง

32
00:02:04,058 --> 00:02:08,058
เราก็จะได้คะแนนน้อย แล้วก็มีผลต่อเกรด

33
00:02:08,059 --> 00:02:12,059
ของเรานะคะ เดี๋ยวเชิญเรื่องสั้นเรื่องแรก

34
00:02:12,061 --> 00:02:16,061
ขอให้เพื่อนเล่าเรื่องย่อให้เพื่อน

35
00:02:16,062 --> 00:02:20,062
ที่ไม่ได้อ่านนี่ฟังให้เข้าใจด้วยว่าที่เรา

36
00:02:20,063 --> 00:02:24,063
อ่านไป มีเรื่องราวว่าอย่างไรบ้างนะคะ

37
00:02:24,064 --> 00:02:28,064
เชิญค่ะ

38
00:02:28,068 --> 00:02:32,068

39
00:02:32,069 --> 00:02:36,069
(นักศึกษาชาย) สวัสดีครับ วันนี้

40
00:02:36,070 --> 00:02:40,070
พวกเราก็จะมานำเสนอ การวิจารณ์เรื่อง

41
00:02:40,072 --> 00:02:44,072
ในที่สาธารณะ และถูกต้องถามกฎหมายครับ

42
00:02:44,074 --> 00:02:48,074
ครับ รูปแบบ

43
00:02:48,076 --> 00:02:52,076
นะครับ ก็คือ

44
00:02:52,078 --> 00:02:56,078
เรื่องสั้นบันเทิงคดีร้อยแก้ว

45
00:02:56,079 --> 00:03:00,079
เรื่องแต่งที่มีขนาด...

46
00:03:00,080 --> 00:03:04,080

47
00:03:04,081 --> 00:03:08,081
เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการสัมภาษณ์หญิงสาว

48
00:03:08,082 --> 00:03:12,082
ของโรงแรมที่ประสบชะตากรรม โรงแรมถล่ม

49
00:03:12,085 --> 00:03:16,085
เชิญมาสัมภาษณ์ และถ่ายทอดออกไปทั่วประเทศ โดยการ

50
00:03:16,086 --> 00:03:20,086
สัมภาษณ์ พิธีกรพยายามจะถามเจาะลึก

51
00:03:20,087 --> 00:03:24,087
เกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเธอที่เธอตกอยู่

52
00:03:24,088 --> 00:03:28,088
ใต้ซากตึกกับผู้ชายอีกคนหนึ่งครับ

53
00:03:28,089 --> 00:03:32,089

54
00:03:32,089 --> 00:03:36,089
บทสนทนานะครับ คือเป็นบทสนทนา

55
00:03:36,092 --> 00:03:40,092
รู้สึกว่าคำถามของพิธีกรส่อ

56
00:03:40,093 --> 00:03:44,093
คิดในทางลบ เพราะเป็นคำถามที่ถาม

57
00:03:44,095 --> 00:03:48,095
ในสิ่งที่หญิงสาวไม่อยากตอบ และอับอาย

58
00:03:48,098 --> 00:03:52,098
ต่อผู้คนทั่วประเทศ แม้กระทั่งคนรักของเธอ

59
00:03:52,100 --> 00:03:56,100
ก็ตีตัวออกห่างจากเธอด้วยความระแวง

60
00:03:56,101 --> 00:04:00,101
และอับอายครับ

61
00:04:00,103 --> 00:04:04,103
ครับ แก่นเรื่อง

62
00:04:04,104 --> 00:04:08,104
นะครับ ก็คือสัมภาษณ์เข้าทำนองประจาน

63
00:04:08,105 --> 00:04:12,105
ทำให้หญิงสาวมีเรื่องให้ต้องอับอายและแฟนของเธอ

64
00:04:12,106 --> 00:04:16,106
ยอมรับไม่ได้ และต้องจากธอไป

65
00:04:16,107 --> 00:04:20,107
พวกเขาเหล่านั้น ไม่มีโอกาสรู้ว่ามีอะไร

66
00:04:20,111 --> 00:04:24,111
เกิดขึ้นระหว่างชายใต้ตึกและหญิงสาว เขาถามเรื่อง

67
00:04:24,113 --> 00:04:28,113
ที่เธอไม่อยากบอกในเรื่องที่หญิงสาวอยากจะบอกแต่

68
00:04:28,115 --> 00:04:32,115
ไม่มีใครถาม คือชายหนุ่มคนนั้นยอมตาย เพื่อให้หญิง

69
00:04:32,116 --> 00:04:36,116
มีชีวิตอยู่ครับ

70
00:04:36,130 --> 00:04:40,130

71
00:04:40,131 --> 00:04:44,131

72
00:04:44,131 --> 00:04:48,131
รูปแบบในการ

73
00:04:48,133 --> 00:04:52,133
แต่งเรื่องนะครับ จะเป็นเรื่องสั้นครับ เรื่องสั้นจะเป็น

74
00:04:52,134 --> 00:04:56,134
บันเทิงคดี เป็นร้อยแก้วรูปแบบหนึ

75
00:04:56,136 --> 00:05:00,136
ค่ะ จะเป็นเรื่องแต่งที่เป็นหนังสั้น

76
00:05:00,136 --> 00:05:04,136
องค์ประกอบเหมือนนวนิยายค่ะ ทั้งแก่นเรื่อง

77
00:05:04,138 --> 00:05:08,138
แล้วก็แก่นเรื่องค่ะ เรื่องสั้น

78
00:05:08,139 --> 00:05:12,139
นะครับ ก็จะมีตัวละครไม่มากค่ะ

79
00:05:12,140 --> 00:05:16,140
ค่ะ สามารถเขียนพรรณาได้ไม่เยิ่นเย้อ

80
00:05:16,143 --> 00:05:20,143
การดำเนินเรื่องก็จะมุ่งเข้าสู่ประเด็นหลักอย่างรวดเร็

81
00:05:20,144 --> 00:05:24,144

82
00:05:24,145 --> 00:05:28,145

83
00:05:28,146 --> 00:05:32,146

84
00:05:32,147 --> 00:05:36,147

85
00:05:36,151 --> 00:05:40,151
เนื้อเรื่องของเรื่องนี้นะคะ

86
00:05:40,154 --> 00:05:44,154
จะเป็นเรื่องรางเกี่ยวกับการสัมภาษณ์หญิงสาว

87
00:05:44,157 --> 00:05:48,157
ค่ะ ที่ประสบชะตากรรม

88
00:05:48,158 --> 00:05:52,158
ในโรงแรมที่ตึกถล่มนะคะ แล้วก็

89
00:05:52,159 --> 00:05:56,159
ติดอยู่กับผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งค่ะ

90
00:05:56,160 --> 00:06:00,160
โดยเธอ

91
00:06:00,162 --> 00:06:04,162
ถูกเชิญไปสัมภาษณ์นะคะ แล้วก็

92
00:06:04,163 --> 00:06:08,163
คำถามของพิธีกรนี่ ก็จะส่อไปในางลบค่ะ

93
00:06:08,164 --> 00:06:12,164
มีคำถามที่หญิงสาวคนนี้ไม่อยากตอบค่ะ

94
00:06:12,165 --> 00:06:16,165
ก็ทำให้เธอเกิดความอับอายค่ะ

95
00:06:16,166 --> 00:06:20,166

96
00:06:20,167 --> 00:06:24,167

97
00:06:24,168 --> 00:06:28,168
จุดมุ่งหมายในการแต่งนะคะ

98
00:06:28,171 --> 00:06:32,171
จะสะท้อนให้เห็นมายาคติ

99
00:06:32,173 --> 00:06:36,173
และวาทกรรมที่สังคมยังขาดความเข้าใจ

100
00:06:36,174 --> 00:06:40,174
อยู่ค่ะ ยังมองอยู่ว่าผู้หญิงยังเป็น

101
00:06:40,174 --> 00:06:44,174
แห่งการจ้องมอง หรือความปรารถนาทางการเพศค่ะ อาจเป็ฯ

102
00:06:44,178 --> 00:06:48,178
คุกคามทางเพศด้วยวาจาของพิธีกร

103
00:06:48,179 --> 00:06:52,179
ชายค่ะ คือ

104
00:06:52,180 --> 00:06:56,180
ซึง่ในทางพิธีกรนี่ ก็จะสัมภาษณ์

105
00:06:56,181 --> 00:07:00,181
เอาแต่เรื่องบันเทิง หรือว่า

106
00:07:00,183 --> 00:07:04,183
สัมภาษณ์ในสิ่งที่ผู้หญิงอายที่จะพูดค่ะ

107
00:07:04,183 --> 00:07:08,183

108
00:07:08,186 --> 00:07:12,186
(นักศึกษาหญิง)  ศิลปะ

109
00:07:12,191 --> 00:07:16,191
ในการแต่งนะคะ คือ เป็นการเล่าเรื่องแบบ

110
00:07:16,195 --> 00:07:20,195
เกิดจินตนาภาพ ให้แนวคิดน่าติดตาม

111
00:07:20,195 --> 00:07:24,195
และได้สอดแทรกแนวคิดที่มีในชีวิตและสังคม

112
00:07:24,198 --> 00:07:28,198
ชนบทไว้ในเรื่องสั้น ไว้อย่างผสมผสานกลมกลืน

113
00:07:28,200 --> 00:07:32,200
สามารถดึงดูดใจผู้อ่านค่ะ การใช้

114
00:07:32,201 --> 00:07:36,201
โวหารคือ โวหารภาพพจน์ หรือการใช้อุปมา

115
00:07:36,202 --> 00:07:40,202
โวหาร มีการเล่าเรื่องให้เห็นภาพ และมีการย้อน

116
00:07:40,205 --> 00:07:44,205
มาเปรียบเทียบ ตัวละคร เพื่อให้เข้าใจง่าย

117
00:07:44,206 --> 00:07:48,206
และเกิดอารมณ์ ความรู้สึกมากขึ้นค่ะ

118
00:07:48,208 --> 00:07:52,208
(นักศึกษาชาย) คุณค่าของเรื่องนะคะ

119
00:07:52,211 --> 00:07:56,211
ก็คือสะท้อนให้เห็นสภาพแวดล้อม คุณภาพอาชีพ

120
00:07:56,212 --> 00:08:00,212
และค่านิยมค่ะ ผู้แต่งก็จะแสดงทัศนคติว่า

121
00:08:00,214 --> 00:08:04,214
มนุษย์ทุกคนนี่ เกิดมาเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเกิด

122
00:08:04,215 --> 00:08:08,215
ในสิ่งแวดล้อมหรือสภาพใด มนุษย์ยังคง

123
00:08:08,216 --> 00:08:12,216
มีคุณค่าของความเป็นคนเสมอกันค่ะ

124
00:08:12,218 --> 00:08:16,218

125
00:08:16,220 --> 00:08:20,220
พวกเราขอจบการเสนอเพียงเท่านี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ

126
00:08:20,222 --> 00:08:24,222

127
00:08:24,223 --> 00:08:28,223

128
00:08:28,224 --> 00:08:32,224
(อาจารย์)  ของกลุ่มนี้ทำครบทุกคน

129
00:08:32,226 --> 00:08:36,226
อ่านเนื้อเรื่องมาครบทุกคน

130
00:08:36,229 --> 00:08:40,229
ไหมคะ

131
00:08:40,230 --> 00:08:44,230
ครูถามตรง ๆ มีใคร

132
00:08:44,232 --> 00:08:48,232
ในกลุ่มที่ไม่ได้อ่านเรื่องสั้น

133
00:08:48,234 --> 00:08:52,234
เรื่องนี้ ยกมือค่ะ ถ้าอย่างนั้น

134
00:08:52,234 --> 00:08:56,234
กลุ่มนี้มีใครบ้างยกมือค่ะ

135
00:08:56,236 --> 00:09:00,236
ทำไมมี 3 คน กับเพื่อนหู

136
00:09:00,237 --> 00:09:04,237
กับเพื่อนที่ไม่มา

137
00:09:04,238 --> 00:09:08,238
โอเค ถ้าอ่านครบ

138
00:09:08,239 --> 00:09:12,239
ทุกคน อย่างนั้นครูถามแล้วกัน

139
00:09:12,240 --> 00:09:16,240
ตัวละครในเรื่องนี้

140
00:09:16,243 --> 00:09:20,243
มีใครบ้างคะ

141
00:09:20,244 --> 00:09:24,244
ตอบคนละ 1 นิดหนึ่ง

142
00:09:24,245 --> 00:09:28,245
พิธีกรชาย หญิงสาว

143
00:09:28,247 --> 00:09:32,247
เด็กสาวข้างบ้าน

144
00:09:32,249 --> 00:09:36,249
อันนี้

145
00:09:36,250 --> 00:09:40,250
พิธีกรหญิง อะไรอีกไหม

146
00:09:40,252 --> 00:09:44,252

147
00:09:44,253 --> 00:09:48,253

148
00:09:48,254 --> 00:09:52,254
โอเค คราวนี้

149
00:09:52,255 --> 00:09:56,255
สิ่งที่เรานำเสนอมา ข้อแรกเลยนะคะ นักศึกษา

150
00:09:56,255 --> 00:10:00,255
ครู Comment แล้วก็เอาไปใช้ในการ

151
00:10:00,257 --> 00:10:04,257
วิจารณ์นวนิยายของตัวเอง คะแนนตัวนี้ครู

152
00:10:04,258 --> 00:10:08,258
จะให้ส่งอีกครั้งหนึ่ง ตอนที่เราเอา

153
00:10:08,259 --> 00:10:12,259
เป็น 11 ข้อน่ะ ที่ครูให้ส่งเป็น

154
00:10:12,261 --> 00:10:16,261
แบบแผนกระดาษเป็น Paper ครูจะ

155
00:10:16,263 --> 00:10:20,263
คิดคะแนนอีกรอบหนึ่ง เพราะว่าการนำเสนอ

156
00:10:20,265 --> 00:10:24,265
ของเรา มันไม่ได้ตรงตามหัวข้อที่ครูสอน

157
00:10:24,266 --> 00:10:28,266
แล้วก็จากที่ดู

158
00:10:28,267 --> 00:10:32,267
การวิจารณ์นวนิยาย... วิจารณ์เรื่องสั้นของเรา

159
00:10:32,269 --> 00:10:36,269
จริง ๆ มันก็ไม่ได้เป็นการลักษณะของการ

160
00:10:36,271 --> 00:10:40,271
วิจารณ์ด้วย หัวข้อทั้ง 11 หัวข้อนี่

161
00:10:40,272 --> 00:10:44,272
ถ้าเปิดเข้าไปดูในสไลด์ มันจะมีเริ่ม

162
00:10:44,273 --> 00:10:48,273
ตั้งแต่ชื่อเรื่อง โครงเรื่อง

163
00:10:48,275 --> 00:10:52,275
ตัวละคร บทสนทนา ทั้งหมด

164
00:10:52,276 --> 00:10:56,276
คราวนี้ แต่สิ่งที่เรานำเสนอมา

165
00:10:56,276 --> 00:11:00,276
หัวข้อจะเป็นรูปแบบ

166
00:11:00,278 --> 00:11:04,278
เนื้อเรื่อง จุดมุ่งหมาย ศิลปะในการ

167
00:11:04,279 --> 00:11:08,279
แต่งแล้วก็คุณค่าของเรื่อง อันนี้ครูเข้าใจว่า

168
00:11:08,280 --> 00:11:12,280
เราน่าจะเอาแผ่นสุดท้ายในสไลด์ที่ครู

169
00:11:12,281 --> 00:11:16,281
ไม่ได้พูดถึง แต่เราไปเอาแผ่นนั้นมาทำงาน

170
00:11:16,285 --> 00:11:20,285
แต่ที่ครูสั่งงาน ก็คือตอนที่ครูสอน ครู

171
00:11:20,286 --> 00:11:24,286
สอนการวิจารณ์ทั้ง 11 หัวข้อ ใน

172
00:11:24,286 --> 00:11:28,286
สไลด์ก็มีนะคะ ในสไลด์ของเราก็มี

173
00:11:28,291 --> 00:11:32,291
แล้วทีนี้ ตอนที่ให้ส่ง

174
00:11:32,291 --> 00:11:36,291
เป็น Paper ให้วิจารณ์ 11 หัวข้อ วันนี้จะให้ส่ง

175
00:11:36,292 --> 00:11:40,292
พร้อมด้วย 11 หัวข้อพร้อมกับการนำเสนอ 5 หัวข้อ

176
00:11:40,294 --> 00:11:44,294
ที่คัดเลือกมา จาก 11 กัวข้อนั้น

177
00:11:44,295 --> 00:11:48,295
แต่เราก็ยังไม่ได้ส่ง แต่เราก็ทำอันนี้มาก่อน

178
00:11:48,296 --> 00:11:52,296
ซึ่งเป็นทั้ง 2 กลุ่ม เพราะฉะนั้น ครูจะพูดเป็นภาพรวมนะคะ

179
00:11:52,297 --> 00:11:56,297
ว่านำเสนอนวนิยาย

180
00:11:56,298 --> 00:12:00,298
ก็ทำแบบเดียวกัน แต่ให้ทำเป็นรูปเล่ม

181
00:12:00,300 --> 00:12:04,300
รายงาน เรื่องสั้นอันนี้ ครูให้แค่

182
00:12:04,301 --> 00:12:08,301
เย็บมุม ไม่ต้องมีหน้าปก คำนำ สารบัญ

183
00:12:08,302 --> 00:12:12,302
คือไม่ต้องถึงขั้นรูปเล่มรายงาน เพราะครูเอาแค่ 10 คะแนน

184
00:12:12,305 --> 00:12:16,305
เพำื่อที่จะประเมินเบื้งต้น และ

185
00:12:16,307 --> 00:12:20,307
บอกว่าแต่ละหัวข้อวิจารณ์อย่างไรบ้างนะคะ

186
00:12:20,308 --> 00:12:24,308
แต่ถ้าเป็นนวนิยาย ที่จะนำเสนอสัปดาห์

187
00:12:24,310 --> 00:12:28,310
ถัดไปน่ะ ต้องทำเป็นรูปเล่ม คือ

188
00:12:28,310 --> 00:12:32,310
มีหน้าปก คำนำ สารบัญ

189
00:12:32,311 --> 00:12:36,311
และเนื้อหา ก็คือการวิจารณ์ 11 หัวข้อ

190
00:12:36,312 --> 00:12:40,312
ตามสไลด์ที่ครูสอน และส่ง PowerPoint ให้

191
00:12:40,314 --> 00:12:44,314
ส่วนที่จะมานำเสนอ

192
00:12:44,315 --> 00:12:48,315
ให้เลือก 5 หัวข้อจาก

193
00:12:48,317 --> 00:12:52,317
11 หัวข้อที่วิจารณ์ 11 หัวข้อ ที่ครู

194
00:12:52,319 --> 00:12:56,319
พูดไปเมื่อกี้นั่นแหละค่ะ และเลือกมานำเสนอ 5 หัวข้อ

195
00:12:56,332 --> 00:13:00,332
ซึ่งหัวข้อมันจะมีตั้งแต่

196
00:13:00,333 --> 00:13:04,333
เดี๋ยวนะ เปิดสไลด์ดูด้วยกัน สไลด์

197
00:13:04,333 --> 00:13:08,333
ที่ครูส่งเข้าไปให้ในกลุ่ม ลองดูสิ

198
00:13:08,335 --> 00:13:12,335
แล้วก็ตอบพร้อมกัน จะได้เข้าใจตรงกันว่ามีหัวข้อ

199
00:13:12,343 --> 00:13:16,343
อะไรบ้างคะ

200
00:13:16,345 --> 00:13:20,345
เครื่องของครุโหลดช้า เครื่องของใครโหลด ตอบ

201
00:13:20,349 --> 00:13:24,349
ให้ครูก่อน หัวข้อแรกคืออะไรคะ 1.

202
00:13:24,350 --> 00:13:28,350
ชื่อเรื่อง 2. โครงเรื่อง 3.

203
00:13:28,354 --> 00:13:32,354
ฉาก 4.

204
00:13:32,355 --> 00:13:36,355
ตัวละคร

205
00:13:36,356 --> 00:13:40,356
5. บทสนทนา

206
00:13:40,356 --> 00:13:44,356
6. เทคนิค

207
00:13:44,358 --> 00:13:48,358
การนำเสนอ 7.

208
00:13:48,359 --> 00:13:52,359
การเปิดเรื่อง 8 การดำเนินเรื่อง

209
00:13:52,361 --> 00:13:56,361
9. การปิดเรื่อง 10.

210
00:13:56,362 --> 00:14:00,362
แก่นเรื่อง และ 11. ท่วงทำนอง

211
00:14:00,363 --> 00:14:04,363
และลีลาในการแต่ง นักศึกษาตอบครบ 11 ข้อเครื่องครูยังโหลดไม่เสร็จเลยค่ะ

212
00:14:04,365 --> 00:14:08,365
ของหนูก็ยังโหลดไม่เสร็จเหมือนกันใช่ไหม

213
00:14:08,367 --> 00:14:12,367
เราใช้ TRUE เหมือนกันหรือเปล่าคะ น่าจะเป็น TRUE แล้วค่ะ

214
00:14:12,368 --> 00:14:16,368
งานนี้ นั่นคือ 11 หัวข้อที่

215
00:14:16,371 --> 00:14:20,371
ให้นักศึกษาช่วยกันวิจารณ์

216
00:14:20,373 --> 00:14:24,373
นะคะ แล้วก็ให้เลือก 5 หัวข้อ

217
00:14:24,374 --> 00:14:28,374
มานำเสนอ คราวนี้ 11 หัวข้อนี่

218
00:14:28,376 --> 00:14:32,376
นักศึกษาช่วยกันวิจารณ์ โอเคแหละ ช่วยกันทำมา

219
00:14:32,377 --> 00:14:36,377
5 หัวข้ออันนี้ครูไม่

220
00:14:36,378 --> 00:14:40,378
ว่าเท่าไร เพราะอย่างน้อยก็ได้ทำมาแล้ว แต่สิ่งที่ครูจะว่า

221
00:14:40,380 --> 00:14:44,380
ก็คือลักษณะของการวิจารณ์

222
00:14:44,381 --> 00:14:48,381
มันก็ยังไม่ใช่การวิจารณ์ เช่น 1.

223
00:14:48,383 --> 00:14:52,383
เหตุการณ์ที่เราบอกว่าซึ่งเหตุการณ์มันน่าจะ

224
00:14:52,383 --> 00:14:56,383
ไปตรงกับหัวข้ออะไรคะ

225
00:14:56,385 --> 00:15:00,385
ถ้าจะให้ใน 11 หัวข้อ เหตุการณ์

226
00:15:00,386 --> 00:15:04,386
เหตุการณ์นี่ ไม่

227
00:15:04,387 --> 00:15:08,387
โครงเรื่อง โอเคนะ

228
00:15:08,387 --> 00:15:12,387
เหตุการณ์ มันจะอยู่ในส่วนของโครงเรื่อง

229
00:15:12,389 --> 00:15:16,389
ซึ่งโครงเรื่อง ครูก็ได้สอนว่าลักษณะของการวิจารณ์นะ

230
00:15:16,389 --> 00:15:20,389
คุณต้องพิจารณาตามหัวข้อต่อไปนี้ 1. เลย

231
00:15:20,390 --> 00:15:24,390
มีเหตุการณ์อะไรบ้างที่เกิดขึ้นในเรื่องนี้ 2.

232
00:15:24,392 --> 00:15:28,392
มีความขัดแย้งอะไรบ้าง แล้วก็ 3

233
00:15:28,393 --> 00:15:32,393
ในความขัดแย้งนั้น มีจุดต่าง ๆ อย่างไร

234
00:15:32,394 --> 00:15:36,394
ที่ว่าครูก็จะย้ำว่า เรื่องสั้นกับนวนิยาย

235
00:15:36,395 --> 00:15:40,395
นี่มันต่างกันนะ เพราะเรื่องสั้นมันคือเรื่องขนาดสั้น

236
00:15:40,396 --> 00:15:44,396
นวนิยาย คือเรื่องขนาดยาว ฉะนั้น

237
00:15:44,397 --> 00:15:48,397
เรื่องสั้นที่เราทำมานี่ เราก็จะมีจุดแค่ 1

238
00:15:48,399 --> 00:15:52,399
คือจุดอะไรคะ เปิดเรื่อง เห็นไหม

239
00:15:52,400 --> 00:15:56,400
ในสไลด์ขึ้นหรือยัง 1. คือเปิดเรื่อง 2.

240
00:15:56,401 --> 00:16:00,401
2. คืออะไร

241
00:16:00,405 --> 00:16:04,405
การพิจารณาโครงเรื่อง 1. เปิดเรื่อง 2.

242
00:16:04,406 --> 00:16:08,406
เห็นไหมคะ

243
00:16:08,407 --> 00:16:12,407
สไลด์ขึ้นหรือยัง ของ

244
00:16:12,411 --> 00:16:16,411
นิดหนึ่งเห็นไหม

245
00:16:16,415 --> 00:16:20,415
การพิจารณาโครงเรื่อง พิจารณาอะไรบ้าง

246
00:16:20,416 --> 00:16:24,416
ลำดับเหตุการณ์ 3.

247
00:16:24,417 --> 00:16:28,417
ความขัดแย้ง 4.

248
00:16:28,420 --> 00:16:32,420
4.

249
00:16:32,421 --> 00:16:36,421
จุดวิกฤติ

250
00:16:36,423 --> 00:16:40,423
แล้วก็ 5. จุดคลี่คลาย นักศึกษา

251
00:16:40,424 --> 00:16:44,424
ต้องดึงออกมาเป็นข้อ ๆ แบบนี้

252
00:16:44,425 --> 00:16:48,425
มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง มีเหตุการณ์อะไรบ้าง

253
00:16:48,426 --> 00:16:52,426
ความขัดแย้งอะไร มีจุดวิกฤติอะไร แล้ว

254
00:16:52,428 --> 00:16:56,428
มีจุดคลี่คลายจนนำไปสู่ตอนจบของเรื่อง

255
00:16:56,428 --> 00:17:00,428
อย่างไรนั่นถึงจะเรียกว่า "

256
00:17:00,430 --> 00:17:04,430
การวิจารณ์ เพราะวิจารณ์ ต้องใช้การ

257
00:17:04,431 --> 00:17:08,431
วิเคราะห์ วิเคราะห์ ก็คือการแยกเป็นส่วน ๆ การวิจารณ์

258
00:17:08,433 --> 00:17:12,433
ก็คือการแสดงความคิดเห็น และก็การวิพากษ์

259
00:17:12,434 --> 00:17:16,434
แล้วการวิพากษ์คือการตัดสิน เช่น

260
00:17:16,436 --> 00:17:20,436
วิเคราะห์ นักศึกษาแยกออกมาเป็นส่วน ๆ แล้วว่า

261
00:17:20,437 --> 00:17:24,437
นี่ เหตุการณ์มันมีอะไรบ้าง มีความขัดแย้งอะไรเกิดขึ้นบ้าง

262
00:17:24,438 --> 00:17:28,438
แล้วก็มีจุดวิกฤติของเรื่องอะไร

263
00:17:28,440 --> 00:17:32,440
ไปสู่จุดคลีคลายและตอนจบของเรื่องอย่างไรเสร็จ

264
00:17:32,440 --> 00:17:36,440
แล้ว นักศึกษา ก็มาวิจารณ์ว่า

265
00:17:36,442 --> 00:17:40,442
โครงเรื่องมีความสมจริง สมเหตุสมผลหรือไม่

266
00:17:40,443 --> 00:17:44,443
อย่างไร แล้วก็ค่อยมาตัดสินว่า สรุป

267
00:17:44,444 --> 00:17:48,444
ว่าโครงเรื่องนี้มันดีหรือไม่ดี

268
00:17:48,446 --> 00:17:52,446
อย่างไร ถึงจะเรียกว่าการวิจารณ์

269
00:17:52,447 --> 00:17:56,447
แต่ว่าลักษณะของเรา ที่นำเสนอมา เป็นแค่

270
00:17:56,448 --> 00:18:00,448
การแบบพูดถึงเหตุการณ์สั้น ๆ ยัง

271
00:18:00,449 --> 00:18:04,449
ไม่ได้รู้เรื่องเลยนะคะ หรือแม้กระทั่งการเล่าเรื่องย่อ

272
00:18:04,449 --> 00:18:08,449
ครูคาดหวังว่าอย่างน้อยนี่

273
00:18:08,451 --> 00:18:12,451
เล่าเรื่องย่อ ถ้าอ่านมาแล้ว ต้องเล่าให้เพื่อนฟังได้

274
00:18:12,453 --> 00:18:16,453
เรื่องหนึ่งมาแล้วคุณสามรถเล่าให้เพื่อนฟังได้ตั้งแต่ต้นจนจบ

275
00:18:16,454 --> 00:18:20,454
ไม่ใช่เล่าแค่ว่านี่มีนางเอก

276
00:18:20,455 --> 00:18:24,455
คนหนึ่ง รักกับพระเอก สุดท้ายมาได้กัน จบแล้ว

277
00:18:24,460 --> 00:18:28,460
นี่ มันก็ย่อเกินไป มันไม่ใช่เรื่องย่อที่เพื่อน

278
00:18:28,460 --> 00:18:32,460
จะรู้เรื่องแต่มันต้องเป็นเรื่องย่อที่เรา

279
00:18:32,462 --> 00:18:36,462
อ่านแล้วเราสามารถเอามาพูดให้เพื่อนฟังได้ว่า

280
00:18:36,465 --> 00:18:40,465
เรืองนี้มันเป็นเรื่องอย่างไร เธอฉันไปกินข้าวเมื่อวาน

281
00:18:40,466 --> 00:18:44,466
ฉันไปเจอผู้ชายคนหนึ่ง เขามาทักฉันเว้ย เขาบอกว่าฉัน

282
00:18:44,467 --> 00:18:48,467
น่ารักนี่ ฉันก็เลยคุยกับเขา ตอนนี้ฉันก็ยังคุยกับเขาอยู่นะ

283
00:18:48,469 --> 00:18:52,469
นี่คือเรื่องย่อคือพูดให้เพื่อนเข้าใจว่ามันมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น

284
00:18:52,470 --> 00:18:56,470
โอเคนะคะ คุณอ่านหนังสือ

285
00:18:56,471 --> 00:19:00,471
คุณอ่านเรื่องขนาดสั้นหรือยาวก็ตาม ก็นำมาพูดให้เพื่อน

286
00:19:00,473 --> 00:19:04,473
ฟังได้ว่าเรื่องมันเป็นอย่างไร เหตุการณ์อะไร

287
00:19:04,475 --> 00:19:08,475
เกิดขึ้นบ้างแล้วก็จบด้วยอะไร

288
00:19:08,476 --> 00:19:12,476
นี่คือการเล่าเรื่องย่อนะคะ

289
00:19:12,477 --> 00:19:16,477
ต่อมา ตัวละคร โอเค หัวข้อตัวละครเอา

290
00:19:16,478 --> 00:19:20,478
มานำเสนอ ก็จริงแต่ว่านี่

291
00:19:20,479 --> 00:19:24,479
ยังไม่ใช่การวิจารณ์วรรณกรรม ถ้าเราพูดว่ามี

292
00:19:24,480 --> 00:19:28,480
ตัวละคร มีหญิงสาว มีนายทุน มีชายหนุ่ม

293
00:19:28,482 --> 00:19:32,482
มีพิธีการหญิง มันจะจบอยู่แต่

294
00:19:32,483 --> 00:19:36,483
การเอามาบอกเฉย ๆ แต่ยังไม่ได้ถึงขั้น

295
00:19:36,487 --> 00:19:40,487
การวิเคราะห์ วิจารณ์แล้วก็วิพากษ์

296
00:19:40,488 --> 00:19:44,488
ซึ่งถ้าเราจะเป็นการวิจารณ์วรรณกรรม

297
00:19:44,489 --> 00:19:48,489
จริง ๆ เราต้องบอกว่าหญิงสาว

298
00:19:48,490 --> 00:19:52,490
มีลักษณะอย่างไร ในเรื่องกล่าวถึงเขา

299
00:19:52,491 --> 00:19:56,491
ว่าอย่างไรบ้างแล้วมีการนำเสนอ

300
00:19:56,493 --> 00:20:00,493
ตัวละครแบบไหน ที่สัปดาห์

301
00:20:00,495 --> 00:20:04,495
ก่อนหน้านี้ ก่อนหน้าที่ครูจะงดคลาสไปนี่ ครู

302
00:20:04,497 --> 00:20:08,497
ก็ได้พูดแล้วว่าตัวละครมีการนำเสนอทั้งแบบกลม

303
00:20:08,497 --> 00:20:12,497
แล้วก็แบบแบนนะ แบบกลม

304
00:20:12,498 --> 00:20:16,498
ก็คือมีลักษณะเป็นธรรมชาจติของมนุษย์ทุกอย

305
00:20:16,499 --> 00:20:20,499
เช่น มีรัก โลภ โกรธ หลง

306
00:20:20,500 --> 00:20:24,500
นี่คือแบบกลม ถ้าเป็นแบบแบน

307
00:20:24,502 --> 00:20:28,502
คือ มีความทื่อ ทื่อ ก็คือมี

308
00:20:28,504 --> 00:20:32,504
ลักษณะแบบเดียวตั้งแต่ต้นจนจบเรื่อง เช่น

309
00:20:32,505 --> 00:20:36,505
นางร้ายในอดีต เริ่มต้นมา ร้าย  ๆ ร้าย ๆ

310
00:20:36,506 --> 00:20:40,506
ก็จบแบบร้าย ร้ายจนตัวเองตายอะไรอย่างนี้

311
00:20:40,509 --> 00:20:44,509
อันนี้ก็คือแบบแบน ส่วนตัวละครบางตัว

312
00:20:44,510 --> 00:20:48,510
ทีแรกก็เป็นคนดีแหละ พอเจอ

313
00:20:48,512 --> 00:20:52,512
สิ่งที่ไม่ดีเข้าไป ก็เลยทำให้เขาเป็นตัวร้าย

314
00:20:52,513 --> 00:20:56,513
เช่นครูก็จะยกตัวอย่างครั้งที่แล้ว ว่าตัวละคร

315
00:20:56,515 --> 00:21:00,515
ในเรื่องนาคี ถ้าบางคนที่ดูใช่ไหม จริง ๆ

316
00:21:00,516 --> 00:21:04,516
นางเอกนี่ จริง ๆ  เป็นคนดีนะ เป็นคนดีมากเลย

317
00:21:04,521 --> 00:21:08,521
แต่ว่าพออยู่มาวันหนึ่ง เขาโดนทำร้ายคนที่เรารัก

318
00:21:08,521 --> 00:21:12,521
ไม่ว่าจะเป็นแม่ หรือไม่ว่าจะเป็นแฟนของเขา

319
00:21:12,522 --> 00:21:16,522
ก็เลยทำให้เขานี่ต้องร้ายแล้วก็

320
00:21:16,523 --> 00:21:20,523
จองล้างจองผลาญคนที่มาทำร้ายเขา ประมาณนี้นะ

321
00:21:20,525 --> 00:21:24,525
อันนี้ก็คือจะเป็นตัวละครแบบกลม แล้วก็วิธีการ

322
00:21:24,526 --> 00:21:28,526
นำเสนอตัวละคร นำเสนอแบบไหน บางคน

323
00:21:28,527 --> 00:21:32,527
ก็จะถูกนำเสนอแบบหญิงสาวคนนี้

324
00:21:32,528 --> 00:21:36,528
มีอายุ 15 ปีเศษ ลักษณะนิสัย

325
00:21:36,529 --> 00:21:40,529
ของเธอ เป็นผู้หญิงที่มีความก้าวร้าย ไม่มีความเรียบร้อยในตัวเอง

326
00:21:40,531 --> 00:21:44,531
เลย ถ้าครูพูดไปแบบนี้

327
00:21:44,532 --> 00:21:48,532
เขานำเสนอแบบตรงหรือแบบอ้อมคะ

328
00:21:48,532 --> 00:21:52,532
แบบตรงหรือแบบอ้อม

329
00:21:52,533 --> 00:21:56,533
แบบตรง

330
00:21:56,535 --> 00:22:00,535
เพราะว่าบอกตรง ๆ เลยว่าเป็นใคร ลักษณะ

331
00:22:00,552 --> 00:22:04,552
แบบไหน อายุเท่าไร ใช่ไหมคะ แต่

332
00:22:04,554 --> 00:22:08,554
ถ้านำเสนอแบบอ้อม ก็ยกตัวอย่าง

333
00:22:08,556 --> 00:22:12,556
เช่น หญิงสาวผู้มีดวงตา

334
00:22:12,557 --> 00:22:16,557
ราวกับอะไรดีล่ะ ดวงตาสีดำราวกับ

335
00:22:16,557 --> 00:22:20,557
ถูกวาดเอาไว้ใน

336
00:22:20,559 --> 00:22:24,559
ภาพวาด และผมของเธอดำขลับ ราวกับเส้นไหม

337
00:22:24,561 --> 00:22:28,561
ที่ถักทอ หญิงผู้นั้นมีรอยยิ้มที่

338
00:22:28,562 --> 00:22:32,562
ราวกับกลีบดอกบัวที่ผุดขึ้นมากลางสระน้ำ

339
00:22:32,563 --> 00:22:36,563
โอ้โห กำลังพูดถึงความงามของผู้หญิงคนหนึ่งแต่ไม่ได้บอกว่า

340
00:22:36,565 --> 00:22:40,565
เป็นใครมาขจากไหน อันนี้เป็นนำเสนอแบบไหนคะ

341
00:22:40,566 --> 00:22:44,566
แบบอ้อม โอเคนะ ฉะนั้น

342
00:22:44,568 --> 00:22:48,568
เวลาที่นำเสนอตัวละคร เวลาที่เราจะ

343
00:22:48,569 --> 00:22:52,569
วิจารณ์ตัวละคร นอกจากจะบอกว่ามีใครบ้าง

344
00:22:52,570 --> 00:22:56,570
แล้ว ก็ต้องบอกด้วยว่าลักษณะเป็นแบบไหน

345
00:22:56,571 --> 00:23:00,571
นำเสนออย่างไรนะคะ

346
00:23:00,584 --> 00:23:04,584
บทสนทนาก็เหมือนกัน บทสนทนา

347
00:23:04,585 --> 00:23:08,585
เราพูดภาพรวมแล้วว่าบทสนทนานี่

348
00:23:08,586 --> 00:23:12,586
มันส่อไปในความคิดทางลบ โอเคแล้ว คุณมี

349
00:23:12,588 --> 00:23:16,588
ลักษณะของการวิจารณ์แล้ว แต่ถ้าจะให้ครบ คุณจะต้อง

350
00:23:16,589 --> 00:23:20,589
บอกว่า เช่น มีการยกตัวอย่างบทสนทนา

351
00:23:20,590 --> 00:23:24,590
นั้นด้วย เอามาใส่แล้วก็วิจารณ์

352
00:23:24,591 --> 00:23:28,591
ออกมาว่านี่ มันเป็นลักษณะแบบนี้นะคะ

353
00:23:28,592 --> 00:23:32,592
ไม่ใช่บอกแค่ว่าภาพรวมมันเป็นแบบนี้ แล้วก็

354
00:23:32,594 --> 00:23:36,594
การยกตัวอย่างประกอบด้วย ฉากก็เหมือนกัน

355
00:23:36,596 --> 00:23:40,596
ฉากมีที่ไหนบ้าง

356
00:23:40,597 --> 00:23:44,597
แล้วฉากไหนบ้าง ที่น่าสนใจ มีอิทธิพล

357
00:23:44,598 --> 00:23:48,598
กับตัวละครอย่างไร ในสไลด์

358
00:23:48,600 --> 00:23:52,600
จะบอกวิธีการพิจารณาฉากทุกอย่าง

359
00:23:52,600 --> 00:23:56,600
ให้เราศึกษษาเอกสารด้วย

360
00:23:56,602 --> 00:24:00,602
ครูสังเกตหลายครั้งแล้ว ไม่ชอบเปิดหนังสือ

361
00:24:00,604 --> 00:24:04,604
ไม่ค่อยเปิดสไลด์ ชอบไปเอามาจากในเน็ต ทั้ง ๆ ที่

362
00:24:04,605 --> 00:24:08,605
ครูก็สอนในหนังสือ ในสไลด์ ใน

363
00:24:08,606 --> 00:24:12,606
ข้อสอบมีแต่ในหนังสือ 100 เปอร์เซ็นต์

364
00:24:12,608 --> 00:24:16,608
ในอินเทอร์เน็ตนะคะ เราน่ะ

365
00:24:16,609 --> 00:24:20,609
ไม่ค่อยเปิดหนังสือ หนังสือเช็ก

366
00:24:20,610 --> 00:24:24,610
ดูด้วยว่ามีอะไรบ้าง มันตรงกับที่ครูสอนไหม

367
00:24:24,613 --> 00:24:28,613
หรือว่าในสไลด์อย่างน้อยไม่เปิดในหนังสือ เปิดในสไลด์ก็ยังดี

368
00:24:28,615 --> 00:24:32,615
เพราะว่าครูสอนตามสไลด์นะคะ

369
00:24:32,616 --> 00:24:36,616
แก่นเรื่อง แก่นเรื่อง

370
00:24:36,618 --> 00:24:40,618
ก็เหมือนกัน แก่นเรื่องคือข้อคิดที่ได้จากเรื่อง

371
00:24:40,619 --> 00:24:44,619
แก่นเรื่องจะไม่ใช่การบรรยายเนื้อเรื่อง

372
00:24:44,620 --> 00:24:48,620
ข้อคิดเช่น เรื่องนี้ นักศึกษาคิดว่า

373
00:24:48,622 --> 00:24:52,622
คนหนึ่ง ที่ไม่ออกรายการ

374
00:24:52,625 --> 00:24:56,625
โทรทัศน์ และรายการโทรทัศน์ถาม

375
00:24:56,626 --> 00:25:00,626
โยงเข้าไปให้ผู้หญิงตอบเกี่ยวกับเรื่องอย่างว่านี่

376
00:25:00,630 --> 00:25:04,630
แล้วคนส่วนใหญ่ พอดูโทรทัศน์เสร็จแล้วนี่

377
00:25:04,634 --> 00:25:08,634
ก็เข้าใจว่าผู้หญิงคนนี้โดนข่มขืนแน่ ๆ นี่ นักศึกษา

378
00:25:08,635 --> 00:25:12,635
คิดว่าแก่นเรื่องเขาต้องการที่จะพูดถึง

379
00:25:12,638 --> 00:25:16,638
สังคมในลักษณะไหนคะ

380
00:25:16,639 --> 00:25:20,639
รายการโทรทัศน์นี่ มันเป็นตัวแทนของอะไร

381
00:25:20,640 --> 00:25:24,640
รายการโทรทัศน์ เป็นตัวแทนของอะไร

382
00:25:24,641 --> 00:25:28,641
มีคำเดียว ส เสือ ใบ้ให้

383
00:25:28,642 --> 00:25:32,642
ขนาดนี้เลย สื่อ โอเคไหม

384
00:25:32,643 --> 00:25:36,643
แก่นเรื่องนี่ เขาต้องการที่จะกล่าวถึง

385
00:25:36,644 --> 00:25:40,644
สื่อที่มักจะนำ

386
00:25:40,645 --> 00:25:44,645
ความคิดของผู้ชมไปในทิศทางที่ดี

387
00:25:44,645 --> 00:25:48,645
หรือไม่ดีก็ได้ถูกไหม ดังนั้น

388
00:25:48,648 --> 00:25:52,648
แก่นเรื่อง เขาอาจจะต้องการ

389
00:25:52,649 --> 00:25:56,649
ให้เรานี่ ตระหนักถึงจรรยาบรรณของสื่อ

390
00:25:56,650 --> 00:26:00,650
ว่าสื่อที่ดีควรนำเสนอใน

391
00:26:00,650 --> 00:26:04,650
ทางที่ถูกที่เหมาะสม เพราะถ้านำ

392
00:26:04,651 --> 00:26:08,651
เสนอในทางตรงกันข้าม มันก็อาจจะทำให้

393
00:26:08,653 --> 00:26:12,653
ผู้ชมเข้าใจไปในทิศทางที่ผิด

394
00:26:12,654 --> 00:26:16,654
ได้ ซึ่งในฐานะที่เราเป็นผู้วิจารณ์

395
00:26:16,656 --> 00:26:20,656
ที่เป็นคนสมัยใหม่นี่ คุณก็สามารถเขียนต่อไปได้

396
00:26:20,657 --> 00:26:24,657
เลยว่าดังเช่นในยุคปัจจุบัน สื่อมีอิทธิพล

397
00:26:24,658 --> 00:26:28,658
กับคนในสังคมไหมคะ มีสิ

398
00:26:28,659 --> 00:26:32,659
ถ้าใครที่ชอบดูข่าวบ่อย ๆ นักข่าวเดี๋ยวนี้เล่นข่าว

399
00:26:32,660 --> 00:26:36,660
กันหนักมาก แถมคนทุกวันนี้ ถ้าเดือดร้อน

400
00:26:36,664 --> 00:26:40,664
ไปหาาตำรวจ หรือไปหาสื่อ ไวกว่ากัน

401
00:26:40,664 --> 00:26:44,664
สื่อ อันนี้มันเป็นสิ่งที่เราเขียนต่อได้เลย

402
00:26:44,664 --> 00:26:48,664
ว่านี่ มันสะท้อนให้เห็นว่าปัจจุบันนี่ สื่อ

403
00:26:48,664 --> 00:26:52,664
ค่อนข้างมีอิทธิพลกับคนในสังคม

404
00:26:52,665 --> 00:26:56,665
เพราะว่าสื่อสามารถที่จะทำให้...

405
00:26:56,666 --> 00:27:00,666
สามารถที่จะชักจูง หรือโน้มนาวคน

406
00:27:00,668 --> 00:27:04,668
ในสิ่งที่ตนนำเสนอได้ เหมือนอย่างเช่น

407
00:27:04,669 --> 00:27:08,669
ในที่สาธารณะและถูกต้องตามกฎหมาย ถ้า

408
00:27:08,672 --> 00:27:12,672
สมมติว่าเพื่อนคนไหนที่ไม่ได้อ่านนะคะ เรื่องนี้ เขากำลังพูดถึง

409
00:27:12,675 --> 00:27:16,675
ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เจอเหตุการณ์ตึกถล่ม

410
00:27:16,676 --> 00:27:20,676
5 วันไม่ได้ออกมา แต่สุดท้ายเขา

411
00:27:20,678 --> 00:27:24,678
ก็ได้ออกมาได้ เขาก็เลยถูกทาบทามจากรายการ

412
00:27:24,679 --> 00:27:28,679
โทรทัศน์รายการหนึ่งว่า ไปช่วยขายข่าวให้หน่อย

413
00:27:28,682 --> 00:27:32,682
มันขายข่าวได้ไง คนที่รอดชีวิตจากการตึกถล่มอะไรอย่างนี้

414
00:27:32,682 --> 00:27:36,682
และทีนี้สื่อก็พยายามอยู่นั่นแหละ คุณมีชีวิต

415
00:27:36,686 --> 00:27:40,686
อยู่ได้อย่างไร โดยที่ไม่เป็นอะไรเลย

416
00:27:40,690 --> 00:27:44,690
ผู้หญิงคนนี้เขาก็จะพยายามไปบอกว่า ที่เขารอดมาได้นี่

417
00:27:44,693 --> 00:27:48,693
เพราะตอนนั้นเขาติดอยู่กับผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งอยู่ในที่แคบ ๆ

418
00:27:48,693 --> 00:27:52,693
แต่ผู้ชายคนนั้นพยายามที่จะตะกุยซากตึกออก

419
00:27:52,695 --> 00:27:56,695
โดยที่การตะกุยของเขานี่ จนนำ

420
00:27:56,696 --> 00:28:00,696
ไปสู่ผู้ชายคนนั้นนี่ ถูกตึกทับตาย

421
00:28:00,697 --> 00:28:04,697
แต่ผู้หญิงคนนั้นรอด ผู้หญิงคนนั้น ก็เลยพยายามบอกว่า

422
00:28:04,698 --> 00:28:08,698
มาได้ก็เพราะว่ามีผู้ชายคนนี้แหละที่ช่วยชีวิตเอาไว้ แต่

423
00:28:08,699 --> 00:28:12,699
สุดท้าย สื่อก็ถามอยู่นั่นแหละคุณ

424
00:28:12,700 --> 00:28:16,700
ติดอยู่กับผู้ชายในนั้น 2 คนตั้งหลายวัน เขาไม่ทำอะไร

425
00:28:16,702 --> 00:28:20,702
คุณเลยเหรอ แต่คุณ สภาพของคุณ ใส่ชุด

426
00:28:20,703 --> 00:28:24,703
พนักงานโรงแรม มันดูเอิ่ม

427
00:28:24,704 --> 00:28:28,704
พูดเอิ่มอยู่นั่นแหละ พูดเอิ่มขนาดนี้คนเข้าใจ

428
00:28:28,704 --> 00:28:32,704
ว่าอยา่งไรคะ เรียบร้อยไหม ไม่เรียบร้อยอยู่แล้ว

429
00:28:32,706 --> 00:28:36,706
เขาก็ต้อง คนดูก็ต้องเริ่มคิด คิดตามแล้ว ว่า

430
00:28:36,707 --> 00:28:40,707
มันอยู่กับผู้ชาย 2 คนนี่ มันต้องมีอะไรกันแน่ ๆ เลย จน

431
00:28:40,708 --> 00:28:44,708
ทำให้ผู้หญิงคนนี้ถูกคนในสังคมเข้าใจ

432
00:28:44,709 --> 00:28:48,709
ไปเอง และเีรยบร้อย ว่าเธอนี่ถูกผู้ชาย

433
00:28:48,710 --> 00:28:52,710
คนนี้ข่มขืน โดยที่ผู้ชายคนนี้ไม่ได้โดนข่มขืนจริง ๆ

434
00:28:52,711 --> 00:28:56,711
แต่มันมาจากคำพูด คำถามของพิธีกรที่

435
00:28:56,713 --> 00:29:00,713
ถ่ายทอดผ่านรายการโทรทัศน์

436
00:29:00,714 --> 00:29:04,714
ก็เบลยนำไปสู่ชื่อเรื่องที่ว่าในที่

437
00:29:04,715 --> 00:29:08,715
สาธารณะ และถูกต้องตามกฎหมาย

438
00:29:08,717 --> 00:29:12,717
ตรงนี้เชื่อมโยงได้ไหมคะ นี่เราก็วิจารณ์ชื่อเรื่อง

439
00:29:12,718 --> 00:29:16,718
ต่อไปได้อีกแล้วว่าชื่อเรื่องนี่มันมีความ

440
00:29:16,719 --> 00:29:20,719
เหมาะสม เพราะมันกำลังวกล่าวถึงเหตุการณ์หนึ่ง ที่ผู้หญ

441
00:29:20,721 --> 00:29:24,721
คนหนึ่งกำลังถูกกระทำ หรือถูกถาม

442
00:29:24,723 --> 00:29:28,723
บางอย่างในรายการโทรทัศน์ ซึ่งเป็นที่สาธารณะและ

443
00:29:28,725 --> 00:29:32,725
ถูกต้องตามกฎหมายแบบนี้นะคะ เวลา

444
00:29:32,726 --> 00:29:36,726
ที่เราจะเขียนวิจารณ์เราก็ต้องเขียน

445
00:29:36,727 --> 00:29:40,727
ให้มันชัดเจน ให้มันสอดคล้องกับเรื่อง

446
00:29:40,728 --> 00:29:44,728
หรือแม้กระทั่งศิลปะในการแต่ง

447
00:29:44,729 --> 00:29:48,729
อันนี้ครูรู้สึกว่าเรา

448
00:29:48,730 --> 00:29:52,730
อาจจะไปเอามาจากในเน็ตด้วยแหละ เพราว่ามันมีบางอย่าง

449
00:29:52,731 --> 00:29:56,731
ที่ไม่ได้สอดคล้อง เช่น ทำให้หน้า

450
00:29:56,732 --> 00:30:00,732
ติดตามแทรกแนวคิดที่มีแต่สังคมชนบทเอา

451
00:30:00,733 --> 00:30:04,733
ไว้ในเรื่องสั้น คือมันจะสังคมชนบทอะไรน่ะ

452
00:30:04,735 --> 00:30:08,735
ในเรื่องมันไม่ได้กล่าวถึงท้องไีร่ท้องนาเลย มันกล่าง

453
00:30:08,736 --> 00:30:12,736
ที่ทำงานโรงแรม แล้วตึกถล่ม แล้วก็ได้มาออกโทรทัศน์

454
00:30:12,736 --> 00:30:16,736
ไม่ได้เกี่ยวกับสังคมชนบทเลย อันนี้ก็ทำให้ครู

455
00:30:16,737 --> 00:30:20,737
รู้ว่าคุณไม่ได้คิดเองแน่ ๆ คุณไม่ได้เขียนเอง

456
00:30:20,738 --> 00:30:24,738
แน่ ๆ นะคะ อันนี้นะ หรือ

457
00:30:24,739 --> 00:30:28,739
ให้เห็นสภาพแวดล้อม คุณภาพ อาชีพ

458
00:30:28,740 --> 00:30:32,740
ความเชื่อ ประเพณี วัฒนธรรม ที่ครูพูดไปไม่มี

459
00:30:32,743 --> 00:30:36,743
สักอย่างเลย มันก็สะท้อนอีกอย่างหนึ่งแล้วแหละ

460
00:30:36,744 --> 00:30:40,744
ว่าเราทำงานนี่ ไปเอามาจากในเน็ตแน่นอน

461
00:30:40,748 --> 00:30:44,748
100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้มีมาจากเนื้อเรื่องเลย

462
00:30:44,750 --> 00:30:48,750
นะคะ ฉะนั้น ของกลุ่มที่ 1 นี่

463
00:30:48,752 --> 00:30:52,752
พูดยาวหน่อย เพราะว่าให้

464
00:30:52,753 --> 00:30:56,753
กลุ่มที่ 2 ฟังด้วย เพราะน่าจะเป็นในลักษณะเดียวกัน

465
00:30:56,754 --> 00:31:00,754
เชิญกลุ่มที่ 2 มานำเสนอก่อนค่ะ

466
00:31:00,755 --> 00:31:04,755

467
00:31:04,756 --> 00:31:08,756

468
00:31:08,757 --> 00:31:12,757

469
00:31:12,759 --> 00:31:16,759

470
00:31:16,760 --> 00:31:20,760

471
00:31:20,764 --> 00:31:24,764

472
00:31:24,765 --> 00:31:28,765

473
00:31:28,767 --> 00:31:32,767

474
00:31:32,768 --> 00:31:36,768

475
00:31:36,769 --> 00:31:40,769
(นักศึกษาหญิง) สวัสดีค่ะ พวกเรากลุ่มที่ 2 นะคะ

476
00:31:40,772 --> 00:31:44,772
วิจารณ์เรื่องสั้น เร่ืองสโรชินหลุมฝังศพ

477
00:31:44,772 --> 00:31:48,772
เรื่องย่อนะคะ สโรชินและสภาพรเป็นคู่รักที่

478
00:31:48,774 --> 00:31:52,774
รักกันมาก ๆ ค่ะ แล้วก็สัญญากันว่าหลังจากที่

479
00:31:52,775 --> 00:31:56,775
พวกเขาก็จะแต่งงานกันแต่พวกเขาจะเป็นบางอย่างค่ะ

480
00:31:56,776 --> 00:32:00,776
ทำให้สโรชินนะคะ ลาออกจามหาวิทยาลัย เพื่อที่จะแต่งงานกับคนอื่น

481
00:32:00,779 --> 00:32:04,779
ทำให้สถาพรเสียใจมากค่ะ แล้วก็

482
00:32:04,780 --> 00:32:08,780
ไม่สามารถที่จะลืมสโรชินได้ค่ะ เมื่อ

483
00:32:08,781 --> 00:32:12,781
สถาพรจบการศึกษานะคะ ไปเป็นสัตวแพทย์ที่สุโขทัย

484
00:32:12,782 --> 00:32:16,782
ก็ทำให้เขาผ่วย เกิดอาการเพ้อ ฤทธิ์ของแอลกอฮฮร

485
00:32:16,786 --> 00:32:20,786
ทำให้เขาน่ะ เพ้อไปอยู่ใต้ต้นประดู่นะคะ

486
00:32:20,787 --> 00:32:24,787
แล้วเขาก็รู้ความจริงค่ะ ว่าที่ใต้ต้นประดู่

487
00:32:24,788 --> 00:32:28,788
แห่งนั้นนะคะ เป็นที่เสียชีวิตของสโรชินค่ะ (นักศึกษาหญิง)

488
00:32:28,789 --> 00:32:32,789
ต่อไปนะคะ ก็จะเป็นตัวละครนะคะ ตัวละครหลักนะคะ ก็จะเป็น

489
00:32:32,790 --> 00:32:36,790
ข้าพเจ้า (อรรพร) ค่ะ สโรชิน และสถาพร

490
00:32:36,791 --> 00:32:40,791
ส่วน 2. นะคะ จะเป็นตัวละคร

491
00:32:40,792 --> 00:32:44,792
ประกอบค่ะ ก็จะมีคนรักแล้วก็เพื่อนของสถาพรค่ะ

492
00:32:44,793 --> 00:32:48,793
ตัวละครนะคะ ก็จะมี 14 ตัวนะคะ ที่หนุอ่านมา ก็จะมี

493
00:32:48,795 --> 00:32:52,795
สโรชินค่ะ คือ เด็กสาวที่ยิ้มผุดผาด

494
00:32:52,795 --> 00:32:56,795
แล้วก็จะมี Freshy จะมีศิษย์เก่า

495
00:32:56,796 --> 00:33:00,796
คือ เป็นเหมือนนักเรียนค่ะ

496
00:33:00,798 --> 00:33:04,798
แล้วก็มีศิษย์เก่ามาด้วยค่ะ

497
00:33:04,812 --> 00:33:08,812
(อาจารย์) กำลังใช้เรียกคนที่เข้ามาใหม่

498
00:33:08,813 --> 00:33:12,813

499
00:33:12,814 --> 00:33:16,814
(นักศึกษาหญิง) ค่ะ แล้วก็มี

500
00:33:16,815 --> 00:33:20,815
มะลิวันนะคะ ส่วน 5. ก็เป็นเด็ฏหนุ่มค่ะ

501
00:33:20,817 --> 00:33:24,817
คือ สถาพรกับเวชพุธ

502
00:33:24,818 --> 00:33:28,818
แล้วก็ 7. นะคะ ก็จะเป็น

503
00:33:28,822 --> 00:33:32,822
เทวินค่ะ แต่ก็จะเป็นอรรถพร 9. ก็จะเป็นอมพร

504
00:33:32,825 --> 00:33:36,825
ค่ะ ส่วน 10. นะคะ ก็จะเป็นเทพค่ะ

505
00:33:36,826 --> 00:33:40,826
เจ้าของไร่ฝ่ายแปลงใหญ่ค้ะ

506
00:33:40,827 --> 00:33:44,827
นายแพทย์ ค่ะ คือ คอยรักษาชาวบ้านค่ะ

507
00:33:44,828 --> 00:33:48,828
แล้ว 12. ก็จะเป็นวลีนะคะ 13. ก็จะเป็น

508
00:33:48,829 --> 00:33:52,829

509
00:33:52,829 --> 00:33:56,829
(นักศึกษาชาย)

510
00:33:56,831 --> 00:34:00,831
ต่อมานะครับ ก็จะเป็นการพิจารณาโคตรง

511
00:34:00,832 --> 00:34:04,832
วิธีการดำเนินเรื่องเป็น

512
00:34:04,833 --> 00:34:08,833
ของอรรถพรเป็นคนเล่าเรื่องครับ

513
00:34:08,834 --> 00:34:12,834
ด้วยคำพูดและความรู้สึกของตัวละคร

514
00:34:12,835 --> 00:34:16,835
เป็นคนเล่าเรื่องครับ ต่อมาการดำเนินเรื่อง

515
00:34:16,835 --> 00:34:20,835
จะเป็นเหตุการณ์งาน Freshy ที่

516
00:34:20,837 --> 00:34:24,837
ที่อรรถพร สโรชิน และสถาพรได้เจกันครับ

517
00:34:24,840 --> 00:34:28,840
อรรพรได้เจอสโรชินและสถาพร

518
00:34:28,841 --> 00:34:32,841
ก่อนเข้าพิธี

519
00:34:32,842 --> 00:34:36,842
ซ้อมรับปริญญาครับ อรรถพรถูกทิ้ง แล้วได้ไปเที่ยว

520
00:34:36,843 --> 00:34:40,843
สุโขทัย ไดเ้พบเพื่อนสมัยเรียน ได้ชวน

521
00:34:40,844 --> 00:34:44,844
มาที่ไร่นะครับ อรรถพร ไม่เจอกับ

522
00:34:44,845 --> 00:34:48,845
สถาพรที่ป่วยเป็นมาเรเลีย

523
00:34:48,849 --> 00:34:52,849
ไปแต่งงานกับคนอื่นแล้วสภาพป่วย

524
00:34:52,850 --> 00:34:56,850
ทำให้เพ้อพอ ๆ  กับฤฤทธิ์

525
00:34:56,851 --> 00:35:00,851
ของแอลกอฮอล์ ทำให้เขาเตลิดไปอยู่

526
00:35:00,854 --> 00:35:04,854
ใต้ต้นประดู่ และความจริงปรากฏว่า

527
00:35:04,855 --> 00:35:08,855
ใต้ที่ต้นประดู่แห่งนั้นเป็นที่เสียชีวิตของ

528
00:35:08,856 --> 00:35:12,856
ของสโรชิน  คนรักของเขาครับ

529
00:35:12,857 --> 00:35:16,857
ต่อมา

530
00:35:16,858 --> 00:35:20,858
การเป็น... เป็นการวิเคราะห์ครับ ความรัก

531
00:35:20,858 --> 00:35:24,858
เป็นสิ่งงดงาม แม้ความตายก็มิอาจทำลายได้

532
00:35:24,860 --> 00:35:28,860
ครับ

533
00:35:28,861 --> 00:35:32,861

534
00:35:32,862 --> 00:35:36,862

535
00:35:36,867 --> 00:35:40,867
(นักศึกษาหญิง) ต่อไปเป็นการพิจารณ์โครงเรื่องนะคะ

536
00:35:40,869 --> 00:35:44,869
ขออภัยค่ะ

537
00:35:44,870 --> 00:35:48,870
เป็นการวิจารณ์ค่ะ

538
00:35:48,872 --> 00:35:52,872

539
00:35:52,873 --> 00:35:56,873
ในเนื้อเรื่องมีการสุขซ้อนในความเศร้าค่ะ มี

540
00:35:56,874 --> 00:36:00,874
การจัดวางคำ เล่าเรื่องให้มีความน่าสนใจ

541
00:36:00,876 --> 00:36:04,876
ทั้งในด้านการฟังและการอ่าน พร้อมทำให้รู้สึกเศร้า

542
00:36:04,877 --> 00:36:08,877
เสียใจ จากสถานการณ์นั้น ๆ จากการเล่าเรื่องค่ะ

543
00:36:08,879 --> 00:36:12,879
พวกเราขอจบ

544
00:36:12,880 --> 00:36:16,880
การนำเสนอเพียงเท่านี้ค่ะ

545
00:36:16,880 --> 00:36:20,880

546
00:36:20,882 --> 00:36:24,882
หนูขออภัยค่ะ

547
00:36:24,884 --> 00:36:28,884
หนูพูดผิด

548
00:36:28,888 --> 00:36:32,888

549
00:36:32,892 --> 00:36:36,892

550
00:36:36,893 --> 00:36:40,893
(อาจารย์หทัยวรรณ) ของกลุ่มนี้ก็เหมือนกันนะคะ

551
00:36:40,895 --> 00:36:44,895
ไปปรับแก้ไขตามที่

552
00:36:44,899 --> 00:36:48,899
ครูได้พูดไป

553
00:36:48,900 --> 00:36:52,900
มีดีเพิ่มเข้ามา ตรงที่ว่ามีการ

554
00:36:52,901 --> 00:36:56,901
เล่าเรื่องย่อได้ แต่ก็ยังไม่ได้ใจความ

555
00:36:56,902 --> 00:37:00,902
เท่าไรนะคะ เพิ่มเข้ามาอีกหน่อยนะคะ

556
00:37:00,904 --> 00:37:04,904
ส่วนตัวละคร ถ้าเรา

557
00:37:04,905 --> 00:37:08,905
จะวิจารณ์ตัวละคร ไม่ต้อง

558
00:37:08,905 --> 00:37:12,905
เอามาทั้งหมด ที่ครูเคยยกตัวอย่าง ว่า

559
00:37:12,909 --> 00:37:16,909
พระเอกกำลังจะไปหานางเอก

560
00:37:16,912 --> 00:37:20,912
ที่ห้องนี่ พระเอกเดินผ่านตลาด แวะซื้อ

561
00:37:20,913 --> 00:37:24,913
ผลไม้กับแม่ค้า เราก็ไม่ต้อง

562
00:37:24,914 --> 00:37:28,914
เอาว่าตัวละครในเรื่องนี่ มีแม้ค้าด้วย

563
00:37:28,915 --> 00:37:32,915
เพราะแม่ค้าไม่ได้มีอิทธิพลต่อตัว

564
00:37:32,916 --> 00:37:36,916
ละครหลัก หรือตัวละครรองเลย แต่

565
00:37:36,917 --> 00:37:40,917
ถ้าเราจะบอกว่า หนูขอเอาได้ไหมคะ

566
00:37:40,918 --> 00:37:44,918
แม่ค้านี่ ในขณะที่พระเอกซื้อ แม่ค้า

567
00:37:44,920 --> 00:37:48,920
ถามพระเอกว่าเธอจะไปทำอะไร อ๋อ เธอ

568
00:37:48,922 --> 00:37:52,922
จะไปหาผู้หญิงคนนั้นกรือ แต่ฉันรู้สึกว่ามีผู้ชาย

569
00:37:52,923 --> 00:37:56,923
แวะเวียนมาหาเขาเยอะมากเลยนะ

570
00:37:56,924 --> 00:38:00,924
มันมีอิทธิพลกับตัวละครแล้ว แสดงว่า

571
00:38:00,925 --> 00:38:04,925
คนนี้สามารถเอาไปใส่

572
00:38:04,925 --> 00:38:08,925
ในการวิจารณืตัวละครประกอบได้ เวลาที่เรา

573
00:38:08,928 --> 00:38:12,928
เขียนนะคะ ตัวละครหลัก

574
00:38:12,930 --> 00:38:16,930
ตัวละครรอง กับตัวละครประกอบ

575
00:38:16,932 --> 00:38:20,932
ต้องเขียนเป็น Step แบบนี้ แล้ว

576
00:38:20,932 --> 00:38:24,932
ตัวละครหลักมีใครบ้าง แบบที่ครูพูดไปแล้วว่า

577
00:38:24,937 --> 00:38:28,937
ก็ต้องบอกด้วยว่า ไอ้ตัวละครหลักนี่ มีการนำเสนอ

578
00:38:28,938 --> 00:38:32,938
แบบไหน ต้องวิเคราะห์ตัวละครออกมาให้ได้ด้วย

579
00:38:32,939 --> 00:38:36,939
ไม่ใช่แค่บอกว่าใครเป็นตัวละครหลัก ใครเป็นตัวละครรอง

580
00:38:36,940 --> 00:38:40,940
และตัวละครหลักจะไม่มีข้าพเจ้า

581
00:38:40,940 --> 00:38:44,940
ตัวละครหลัก จะไม่มีข้าพเจ้า ตัวละครหลักจะเป็นชื่อตัวละคร

582
00:38:44,941 --> 00:38:48,941
ไปเลยนะคะ ส่วนตัวละครประกอบ จะไม่มีคนรัก

583
00:38:48,941 --> 00:38:52,941
และเพื่อนของสถาพร แต่จะบอกชื่อ

584
00:38:52,941 --> 00:38:56,941
ของตัวละครนั้น ๆ

585
00:38:56,948 --> 00:39:00,948
ไม่มี Freshy ไม่มีศิษย์เก่า เพราะ

586
00:39:00,949 --> 00:39:04,949
ตัวละคร ตัวละครต้องเป็นใครที่

587
00:39:04,950 --> 00:39:08,950
มีบทบาทในเรื่อง เช่น

588
00:39:08,951 --> 00:39:12,951
สมมติครูนี่

589
00:39:12,953 --> 00:39:16,953
มาสอนนักเรียนในห้อง อันนี้คือเรื่องของนางสาว

590
00:39:16,954 --> 00:39:20,954
หทัยวรรณ มณีวงษ์ เรื่องของ หทั

591
00:39:20,955 --> 00:39:24,955
นางสาวหทัยวรรณมาสอนหนังสือในห้อง

592
00:39:24,956 --> 00:39:28,956
แล้วก็มีเด็กชาย ก ถามนางสาวหทัยวรรณ

593
00:39:28,957 --> 00:39:32,957
ว่าอาจารย์จะไปกินข้าวไหน ซึ่งเพื่อนในห้องเยอะมาก

594
00:39:32,958 --> 00:39:36,958
ตัวลรในเรื่องก็จะมี 1. เลย

595
00:39:36,960 --> 00:39:40,960
นางสาวหทัยวรรณเป็นตัวละครเอกหรือตัวละครหลัก

596
00:39:40,961 --> 00:39:44,961
ของเรื่อง 2. ตัวละครรอง

597
00:39:44,961 --> 00:39:48,961
ก็อาจจะเป็น นาย ก ที่เขาถาม

598
00:39:48,963 --> 00:39:52,963
ว่านางสาว หทัยวรรณ จะทำอะไรนู้นนี่นั่น ก็มีบทแล้ว

599
00:39:52,964 --> 00:39:56,964
แล้วก็ที่เหลือตัวละคร

600
00:39:56,966 --> 00:40:00,966
ประกอบ ตัวละครประกอบนี่ อันนี้

601
00:40:00,967 --> 00:40:04,967
ใช้คำว่า "นักเรียน" ได้ เพราะว่ามีบทบาท ก็คือ

602
00:40:04,969 --> 00:40:08,969
เป็นบุคคลที่นางสาวหทัยวรรณกำลังมาสอน

603
00:40:08,970 --> 00:40:12,970
แต่พี่ช่าง

604
00:40:12,971 --> 00:40:16,971
ที่เดินอยุ่หน้าห้อง มีส่วนร่วมกับหทัยวรรณ

605
00:40:16,972 --> 00:40:20,972
ของหทัยวรรณก็จริง แต่เราต้องใส่พี่ช่าง เป็นตัวละครไหมคะ

606
00:40:20,974 --> 00:40:24,974
ไม่ต้อง โอเคไหม มันก็จะเหมือน

607
00:40:24,976 --> 00:40:28,976
กับที่เราน่ะบอกว่ามี Freshy กับศิษย์เก่า

608
00:40:28,976 --> 00:40:32,976
ซึ่ง Freshy กับศิษย์เก่า ไม่ด้มี

609
00:40:32,977 --> 00:40:36,977
ดังนั้น ไม่ต้องใส่นะคะ ตัวละครในเรื่อง

610
00:40:36,978 --> 00:40:40,978
มีใครบ้าง ตัวละครหลัก

611
00:40:40,980 --> 00:40:44,980
คือใคร ตัวละครรองคือใคร และ

612
00:40:44,982 --> 00:40:48,982
ตัวละครประกอบคือใคร อันนี้ดึงออกมาให้ได้

613
00:40:48,984 --> 00:40:52,984
จับออกมาให้ได้นะคะ ไม่ยากเกินไปหรอก ไ

614
00:40:52,985 --> 00:40:56,985
เพราะว่าทุกคนเคยดูละครมาแล้ว เรื่องสั้นกับ

615
00:40:56,987 --> 00:41:00,987
นวนิยายมันก็คือเป็นตัวอักษรที่เขียนมา แค่ไม่ได้มาแสดงให้เราดู

616
00:41:00,988 --> 00:41:04,988

617
00:41:04,989 --> 00:41:08,989
อย่างนั้น คุณอ่าน คุณก็ต้อง

618
00:41:08,990 --> 00:41:12,990
รู้แหละว่าใครเป็นตัวละครเอก หรือ

619
00:41:12,993 --> 00:41:16,993
ใครเป็นตัวละครรอง ใครเป็นตัวละครประกอบ

620
00:41:16,994 --> 00:41:20,994
สมมติ เรา

621
00:41:20,995 --> 00:41:24,995
ดูคังคุไบแล้ว ครูถามเรื่องนี้แล้ว ทุกคนดูเหมือนกัน

622
00:41:24,997 --> 00:41:28,997
หมด คังคุไบ ใครเป็นตัวละครเอก

623
00:41:28,997 --> 00:41:32,997
หรือตัวละครหลักของเรื่อง คังคุไบ

624
00:41:32,998 --> 00:41:36,998
คนเดียวไหม

625
00:41:36,998 --> 00:41:40,998
ถ้าเป็นในเรื่องนี้คนเดียว

626
00:41:41,000 --> 00:41:45,000
โอเคไหม แต่ตัวละครรอง คือมันรองลงมา

627
00:41:45,000 --> 00:41:49,000
กับคังคุไบอีกทีหนึ่ง ใครเป็น

628
00:41:49,004 --> 00:41:53,004
ตัวละครรองบ้าง ราฮิม

629
00:41:53,005 --> 00:41:57,005
ใครอีก มีอีก ได้

630
00:41:57,005 --> 00:42:01,005
เยอะเลย ตัวละครรองมีได้เยอะ เพราะตัวละครรอง

631
00:42:01,007 --> 00:42:05,007
มีอิทธิพลรองลงมาจากตัวละครหลัก

632
00:42:05,008 --> 00:42:09,008
รองมาจากตัวละครหลัก มีราฮิมแล้ว 1

633
00:42:09,009 --> 00:42:13,009
อะไรนะ ป้าไลลา

634
00:42:13,010 --> 00:42:17,010
ชื่ออะไร...

635
00:42:17,011 --> 00:42:21,011
ราเซียไบ ราเซียไบ

636
00:42:21,012 --> 00:42:25,012
หรือแม้กระทั่งคนรักของคังคุไบ ก็ใช่

637
00:42:25,013 --> 00:42:29,013
ก็ใช่ โอเคไหม แต่ว่าคนรักของคังคุไบ

638
00:42:29,014 --> 00:42:33,014
ใช่ แต่คนที่ไปแต่งงานกับคนรักคังคุไบ เป็นตัวละครรองไหม

639
00:42:33,015 --> 00:42:37,015
ไม่ เป็นตัวละครอะไร

640
00:42:37,016 --> 00:42:41,016
ประกอบเฉย ๆ โอเคนะคะ เพราะอะไร เพราะความสำคัญ

641
00:42:41,017 --> 00:42:45,017
มันรองลงมาแล้ว การเรียงลำดับตัวละคร

642
00:42:45,018 --> 00:42:49,018
หลัก ตัวละครรอง ตัวละครประกอบ เราต้องดูลำดับ

643
00:42:49,020 --> 00:42:53,020
ความสำคัญด้วย บางคนบอกว่าแต่เขาก็เป็นคน

644
00:42:53,021 --> 00:42:57,021
ที่ไปแต่งงานกับคนรักของคังคุไบนะ เขาก็น่าจะสำคัฯญ

645
00:42:57,024 --> 00:43:01,024
แต่เขาไม่ได้สำคัญ ถึงขั้นที่ว่า

646
00:43:01,025 --> 00:43:05,025
มีบทบาทเด่นต่อตัวละครหลัก เขาก็เลย

647
00:43:05,026 --> 00:43:09,026
จัดออกมาเป็นตัวละครประกอบเท่านั้นนะคะ

648
00:43:09,027 --> 00:43:13,027
แต่คนที่เดินไปเดินมาในฉาก ใช่ตัวประกอบไหม

649
00:43:13,028 --> 00:43:17,028
ไม่ใช่นะ เราไม่ต้องเอามาใส่นะคะ

650
00:43:17,031 --> 00:43:21,031
ยกเว้นคุณจะบอกว่า แต่เวลา

651
00:43:21,032 --> 00:43:25,032
ที่พูดถึงละครคนเหล่านี้ก็เรียกว่าตัวประกอบไม่ใช่เหรอ

652
00:43:25,033 --> 00:43:29,033
อันนั้น มันตัวประกอบคนละแบบ ไม่ใช่ตัวละคร

653
00:43:29,034 --> 00:43:33,034
ประกอบ แบบในการวิจารณ์วรรณกรรมนะคะ

654
00:43:33,035 --> 00:43:37,035
ในการวิจารณ์วรรณกรรมก็คือต้องเป็นตัวละครที่มี

655
00:43:37,038 --> 00:43:41,038
บทบาทที่เราเอามาวิจารณ์เขาได้น่ะ ถ้าเป็น

656
00:43:41,039 --> 00:43:45,039
คนที่เดินไปเดินมา คุณจะมาวิจารณืเขาอย่างไร มันไม่ได้มีบทบาท

657
00:43:45,040 --> 00:43:49,040
อะไรที่พอจะวิจารณ์ขนาดนั้นนะคะ

658
00:43:49,042 --> 00:43:53,042
ฉะนั้น งานของเรา

659
00:43:53,044 --> 00:43:57,044
เริ่มมีน้ำหนักเพิ่มแล้ว ก็คือ

660
00:43:57,045 --> 00:44:01,045
1. ไอ้ 11 หัวข้อนี่ ครูให้เวลาไปทำจนถึงวันจันทร์

661
00:44:01,045 --> 00:44:05,045
ไปทำ จนถึงวันจันทร์ คือ ให้

662
00:44:05,047 --> 00:44:09,047
ไปเคลียร์เลย คนที่บอกว่าจะส่งวันนี้ ยังไม่ต้องส่ง เป็นเช็กของ

663
00:44:09,048 --> 00:44:13,048
ตัวเองก่อนให้ดีก่อน เพราะงานนี้

664
00:44:13,050 --> 00:44:17,050
10 คะแนน ซึ่งจริง ๆ  สัปดาห์ที่แล้ว ที่ครูไมไ่ด้เข้

665
00:44:17,052 --> 00:44:21,052
คาดหวังว่า เออ นักศึกษาจะได้มีเวลาไปทำงาน เพราะครูก็

666
00:44:21,053 --> 00:44:25,053
ติดภารกิจเหมือนกัน แต่คราวนี้นักศึกษา

667
00:44:25,053 --> 00:44:29,053
ต้องทำแบบไม่ได้ใช้เวลาแล้วแหละ

668
00:44:29,055 --> 00:44:33,055
เพราะว่าอันนี้คือการเอาไปปรับแก้ ให้ส่ง

669
00:44:33,057 --> 00:44:37,057
ภายในวันจันทร์เท่านั้น ทั้ ง 2 กลุ่ม แล้ว

670
00:44:37,057 --> 00:44:41,057
วันนี้ก็จะได้เรียนการวิจารณ์ร้อยกรอง ก็จะมีงาน

671
00:44:41,058 --> 00:44:45,058
เพิ่มด้วย แต่งานเพิ่มนี่ จะให้ส่ง

672
00:44:45,060 --> 00:44:49,060
วันศุกร์ ในคาบของเรา ซึ่งเราไมไ่ด้เรียน ถูกไหม

673
00:44:49,061 --> 00:44:53,061
ครูให้เวลาในการไปทำวิจารณ์

674
00:44:53,061 --> 00:44:57,061
นวนิยาย 1 สัปดาห์ เพื่อ

675
00:44:57,063 --> 00:45:01,063
ที่จะเตรียมนำเสนอ 20 คะแนน

676
00:45:01,065 --> 00:45:05,065
คะแนน อันนี้ 10 คะแนน

677
00:45:05,067 --> 00:45:09,067
แล้วให้โอกาสไปแก้ด้วย แต่ 20 คะแนน ไม่ได้ให้

678
00:45:09,068 --> 00:45:13,068
โอกาสไปแก้ เพราะว่าจะถือว่าเป็นคะแนน

679
00:45:13,071 --> 00:45:17,071
สอบกลางภาคนะคะ กลุ่มละ

680
00:45:17,073 --> 00:45:21,073
3 คนนะ ครูให้กลุ่มละ 3

681
00:45:21,075 --> 00:45:25,075
ฉะนั้น 20 คะแนน น้ำหนักคะแนน

682
00:45:25,076 --> 00:45:29,076
เพิ่มด้วย และงานก็เพิ่มด้วย เพราะว่าจาก

683
00:45:29,079 --> 00:45:33,079
กลุ่มละ 6 เป็นกลุ่มละ 3 แล้ว

684
00:45:33,080 --> 00:45:37,080
งานต้องดีขึ้นอีกนะะ

685
00:45:37,081 --> 00:45:41,081
คราวนี้ สำหรับวันนี้

686
00:45:41,082 --> 00:45:45,082
ขอสอนต่อในเรื่องของการวิจารณ์ร้อยกรอง

687
00:45:45,083 --> 00:45:49,083
ซึ่งจะเป็นบทสุดท้าย

688
00:45:49,084 --> 00:45:53,084
ที่ครูจะบรรยาย และวันนี้ 5 โมงเย็น

689
00:45:53,085 --> 00:45:57,085
อย่าลืมเข้า ZOOM นะคะ เดี๋ยวครูส่งให้

690
00:45:57,086 --> 00:46:01,086
มีวิทยากรพิเศษก็คืออาจารย์บุตรธินันท์

691
00:46:01,087 --> 00:46:05,087
จะสอนเรื่องการเขียนบทความ

692
00:46:05,087 --> 00:46:09,087
วิจารณ์ ซึ่งจะเป็นเนื้อหาของบทที่ 8

693
00:46:09,089 --> 00:46:13,089
ของเรานะคะ

694
00:46:13,091 --> 00:46:17,091
ทีนี้ดูวิจารณ์บทร้อยกรอง

695
00:46:17,094 --> 00:46:21,094
วิจารณ์บทร้อยกรองลักษณะของ

696
00:46:21,095 --> 00:46:25,095
การวิจารณ์ จะ

697
00:46:25,097 --> 00:46:29,097
ง่ายกว่าเรื่องสั้น กับนวนิยายนิดหน่อยนะคะ

698
00:46:29,101 --> 00:46:33,101
ง่ายกว่านิดหน่อยตรงที่ว่าหัวข้อมันน้อยกว่า

699
00:46:33,102 --> 00:46:37,102
นวนิยายกับเรื่องสั้นนี่มีตั้ง 11 หัวข้อแหน่ะ

700
00:46:37,103 --> 00:46:41,103
แต่ว่าวิจารณ์บทร้อยกรองนี่ มีแค่

701
00:46:41,104 --> 00:46:45,104
4 หัวข้อ แค่นั้น แต่คำว่า "4 หัวข้อ" ไม่ได้

702
00:46:45,104 --> 00:46:49,104
แปลว่า โอ้โห มันน้อยจังนะคะ เหตุผล 4 หัวข้อ

703
00:46:49,106 --> 00:46:53,106
เพราะว่าการวิจารณ์ร้อยกรองนี่มันต่างจาก

704
00:46:53,108 --> 00:46:57,108
นวนิยาย ตรงที่จะเน้นในเรื่องของ

705
00:46:57,109 --> 00:47:01,109
ภาษา ร้อยกรองต่างจากร้อยแก้ว เพราะว่า

706
00:47:01,110 --> 00:47:05,110
ร้อยกรองต้องมีบังคับฉันทลักษณ์ เช่น

707
00:47:05,110 --> 00:47:09,110
รูปแบบการแต่งแต่ละบทประพันธ์

708
00:47:09,112 --> 00:47:13,112
แต่บะโครง แต่ละกลอน รูปแบบฉันทลักษณ์

709
00:47:13,113 --> 00:47:17,113
ไม่เหมือนกันป ปเช่น กาพย์ยานี 11 ข้างหน้า

710
00:47:17,114 --> 00:47:21,114
5 ข้างหลัง 6 รวมกันให้ได้ 11 คำ อย่างนี้

711
00:47:21,115 --> 00:47:25,115
หรือกลอน 8 ต้องมีวรรคละ 7

712
00:47:25,115 --> 00:47:29,115
ถึง 9 คำเป็นต้น และก็ยังมีว่า

713
00:47:29,116 --> 00:47:33,116
ต้องบังคับสัมผัส สระ พยัญชนะ

714
00:47:33,117 --> 00:47:37,117
อะไรก็ว่าไป มันก็เลยกลายเป็นว่า

715
00:47:37,119 --> 00:47:41,119
เวลาที่จะเขียนร้อยกรองได้นี่ เขาต้อง

716
00:47:41,119 --> 00:47:45,119
มีการเลือกสรรคำให้มีความไพเราะ

717
00:47:45,121 --> 00:47:49,121
ให้มีความน่าสนใจ แล้วก็ต้องให้ลงล็อก

718
00:47:49,121 --> 00:47:53,121
ฉันทลักษณ์ด้วย เช่น บท

719
00:47:53,123 --> 00:47:57,123
ประพันธ์ พฤษก ผกาศร อีก

720
00:47:57,123 --> 00:48:01,123
กุญชร อันปลดปลง เคยได้ยินไหม

721
00:48:01,125 --> 00:48:05,125
เคยได้ยินไหม พฤษภผกาสร

722
00:48:05,126 --> 00:48:09,126
โททน

723
00:48:09,127 --> 00:48:13,127
สำคัญหมายในกายมี นรชาติ

724
00:48:13,128 --> 00:48:17,128
ติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์

725
00:48:17,129 --> 00:48:21,129
สถิตย์ทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้

726
00:48:21,130 --> 00:48:25,130
ในโลกา อันนี้เป็นกาพย์ยานี 11

727
00:48:25,131 --> 00:48:29,131
5 ข้างหลัง 6 โอเคไหม บังคับ

728
00:48:29,134 --> 00:48:33,134
และข้างหน้า 5 ข้างหลัง 6 แล้ว 1 2. ยังจะมาบังคับ

729
00:48:33,136 --> 00:48:37,136
คำให้มันสัมผัสสระ วรรณยุกต์ ให้มัน

730
00:48:37,143 --> 00:48:41,143
ลงล็อกอีก เขาก็เลยมีการเลือกสรรคำ

731
00:48:41,144 --> 00:48:45,144
ในบทประพันธ์นี้ไม่ได้ใช้คำไทยเลย มีแต่

732
00:48:45,146 --> 00:48:49,146
คำไวพจน์ทั้งนั้นเลย คำไวยพจน์คือ

733
00:48:49,147 --> 00:48:53,147
ความหมายคล้ายกัน... มีความหมายเหมือนกันมาใช้ เช่น คำว่า "

734
00:48:53,149 --> 00:48:57,149
พฤษภ พฤษภแปลว่าอะไรคะ

735
00:48:57,149 --> 00:49:01,149
ราศีพฤษภบ้าง

736
00:49:01,151 --> 00:49:05,151
คนที่เกิดในช่วงเดือนพฤษภาคม

737
00:49:05,152 --> 00:49:09,152
ถึงกลางมิถุนายน มีไหม ในห้องนี้

738
00:49:09,153 --> 00:49:13,153
ไม่มีเลยเหรอ ห้องนี้

739
00:49:13,154 --> 00:49:17,154
ไม่มีราศีพฤษภเลย

740
00:49:17,156 --> 00:49:21,156
แล้วพอเดาได้ไหม พฤภพ แ

741
00:49:21,157 --> 00:49:25,157
พฤษภ

742
00:49:25,158 --> 00:49:29,158
ราศีพฤษภมันจะเป็นหน้าอะไรคะ

743
00:49:29,159 --> 00:49:33,159
ความรู้รอบตัวนี่

744
00:49:33,160 --> 00:49:37,160
มีบ้างนิดหนึ่ง เป็นหน้าวัว

745
00:49:37,161 --> 00:49:41,161
สรุป พฤษภเป็นอะไร พฤษภ

746
00:49:41,161 --> 00:49:45,161
เป็นอะไร มันแปลว่าอะไร มันเป็นหน้าวัว

747
00:49:45,163 --> 00:49:49,163
ขนาดนั้นมันต้องเป็นอะไรพฤษภนี่

748
00:49:49,164 --> 00:49:53,164
เป็นวัว มันเป็นหน้าวัว มันก็ต้องเป็นวัวสิคะ

749
00:49:53,168 --> 00:49:57,168
นักศึกษา พฤษภ ฉะนั้น

750
00:49:57,169 --> 00:50:01,169
เมื่อกี้พฤษภมาแล้วแปลว่าวัว ภกาษร

751
00:50:01,170 --> 00:50:05,170
ให้เดาแปลว่าอะไร ควาย โอเคนะ

752
00:50:05,171 --> 00:50:09,171
พฤาภ พกาสร จริง ๆ มันคือ พฤ

753
00:50:09,173 --> 00:50:13,173
กับกาสรนั่นแหละ แต่ว่าเวลาอ่าน เวลาเขียน

754
00:50:13,176 --> 00:50:17,176
เขาจะให้มันเป็น 5 คำไงคะ จะพูดว่า พฤษภ กาษร มันก็เปน

755
00:50:17,177 --> 00:50:21,177
กาสรเฉย ๆ มันก็เป็นแค่ 4 เขาก็เลยอ่าน พฤษภ

756
00:50:21,178 --> 00:50:25,178
ภกาษรนะคะ

757
00:50:25,178 --> 00:50:29,178
อันปลดปลง กุญชรแปล

758
00:50:29,180 --> 00:50:33,180
วัว ความ ช้าง

759
00:50:33,181 --> 00:50:37,181
อันปลดปลงก็คือที่ตายแล้ว โททนต์

760
00:50:37,182 --> 00:50:41,182
สะเน่งคง ทน กับ ทันตั

761
00:50:41,183 --> 00:50:45,183
เหมือนกัน ถ้าทันตแพทย์ แปลว่า หมอฟัน ถ้าโททน

762
00:50:45,185 --> 00:50:49,185
น่าจะแปลว่าอะไร ฟัน พวกกระดูก

763
00:50:49,186 --> 00:50:53,186
และฟันเสน่งก็คือเขา กระดูก ฟัน เขา

764
00:50:53,187 --> 00:50:57,187
งา อะไรพวกนี้ สะเหน่งคง

765
00:50:57,189 --> 00:51:01,189
และฟัน และเขา มันก็ยังคงอยู่ ทวนอีกรอบ

766
00:51:01,190 --> 00:51:05,190
วัว ความ หรือช้าง ถ้าตายไปแล้ว

767
00:51:05,192 --> 00:51:09,192
แต่กระดูกเขาและฟันของมันก็ยังคงอยู่ สำคัญหมายในกายมี

768
00:51:09,195 --> 00:51:13,195

769
00:51:13,196 --> 00:51:17,196
นรชาติ แปลว่า

770
00:51:17,197 --> 00:51:21,197
คน แปลว่าคน แปลว่ามนุษย์

771
00:51:21,198 --> 00:51:25,198
นรชาติวางวายแปลว่าคนที่ตายไปแล้ว มลายสิ้นทั้งอ

772
00:51:25,200 --> 00:51:29,200

773
00:51:29,201 --> 00:51:33,201
อินทรีย์ แปลว่า ร่ายกาย

774
00:51:33,202 --> 00:51:37,202
แต่ว่าอันนี้อินทรีย์ที่แปลว่าร่างกายนะคะ

775
00:51:37,203 --> 00:51:41,203
ถ้าตายไปแล้วมลายสิ้นทั้งอินทรีย์ ก็คือ

776
00:51:41,205 --> 00:51:45,205

777
00:51:45,207 --> 00:51:49,207
สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา

778
00:51:49,208 --> 00:51:53,208
แสดงว่าสิ่งที่เหลืออยู่ ก็คือ

779
00:51:53,208 --> 00:51:57,208
ความดี ความชั่ว เขาก็เลต้องการที่จะบอกว่า

780
00:51:57,209 --> 00:52:01,209
ในบทประพันธ์นี้ ถ้าเป็นสัตว์ต่าง ๆ นี้ วัว ควาย

781
00:52:01,211 --> 00:52:05,211
ถ้ามันตายไปมันยังเหลือเขา งา ทิ้งไว้ให้เห็นนะ แค่คนนี่

782
00:52:05,212 --> 00:52:09,212
ไม่เหลืออะไรไว้ให้เห็นเลย เหลือไว้แค่ความดี

783
00:52:09,213 --> 00:52:13,213
ความชั่ว ฉะนั้น บทประพันธ์ที่ครู

784
00:52:13,214 --> 00:52:17,214
เอาให้นักศึกษาลองพิจารณาเมื่อกี้ นักศึกษา

785
00:52:17,216 --> 00:52:21,216
สามารถพิจารณาในแง่ 1. เลย ภาษาของ

786
00:52:21,217 --> 00:52:25,217
เขาไม่ได้ใช้ภาษาธรรมดา ธรรมดา เพราะ

787
00:52:25,220 --> 00:52:29,220
ร้อยกรอง มันต้องมีการสรรหาคำที่ทำให้เกิดความไพเราะ

788
00:52:29,220 --> 00:52:33,220
แล้วก็ถูกต้องตามฉันทลักษณ์ของเขา ถ้าเกิดเขาใช้คำว่า

789
00:52:33,221 --> 00:52:37,221
ว่า วัว ควาย ที่ตาย มันก็ไม่ได้คล้องจองน่ะ

790
00:52:37,222 --> 00:52:41,222
มันไม่ได้ไพเราะ ฉะนั้น เวลาที่เราจะพิจารณา

791
00:52:41,223 --> 00:52:45,223
บทประพันธ์หรือบทร้อยกรอง คุรต้องหาความหมายให้ได้ด้วย

792
00:52:45,224 --> 00:52:49,224
หรือแม้กระทั่งแก่นเรื่องในตอนท้าย เขา

793
00:52:49,225 --> 00:52:53,225
ก็ไม่ได้พูดตรง ๆ แต่บทร้องกรอง หรือ

794
00:52:53,226 --> 00:52:57,226
ประพันธ์เขาจะมีแนวคิดมักจะใส่

795
00:52:57,227 --> 00:53:01,227
ไว้ในวรรคสุดท้าย หรือบทสุดท้ายของบทประพันธ์

796
00:53:01,229 --> 00:53:05,229
บทสุดท้ายของบทประพันธ์ เพื่อที่เขาจะบอกว่า สิ่งที่

797
00:53:05,230 --> 00:53:09,230
เขาต้องการจะสื่อทั้งหมดนี่ มันคืออะไร อย่างเช่นบทเมื่อกี้

798
00:53:09,232 --> 00:53:13,232
ก็จะบอกว่าสิ่งที่ต้องการจะสื่อทั้งหมด ก็คือ

799
00:53:13,232 --> 00:53:17,232
ต้องการให้คนนี่ รู้จักการทำความดี

800
00:53:17,234 --> 00:53:21,234
เพราะสิ่งที่เหลืออยู่ ก็จะเหลือไว้แค่ความดี

801
00:53:21,235 --> 00:53:25,235
กับความชั่ว ถ้าคุณทำชั่วคนก็จะจดจำที่คุณทำ

802
00:53:25,235 --> 00:53:29,235
หรือถ้าคุณทำความดีเขาก็จะจดจำแต่เรื่องดี ๆ

803
00:53:29,236 --> 00:53:33,236
ที่คุณทำนั่นเองนะคะ เมื่อกี้

804
00:53:33,237 --> 00:53:37,237
เกริ่นในเรื่องของการวิจารณ์บทร้อยกรอง คราวนี้

805
00:53:37,238 --> 00:53:41,238
มาเริ่มดูองค์ประกอบในการพิจารณา

806
00:53:41,239 --> 00:53:45,239
ตั้งแต่แรกเลย ก็คือ 1. ผู้พูด น้ำเสียงนะคะ

807
00:53:45,240 --> 00:53:49,240
ผู้พูด น้ำเสียง

808
00:53:49,241 --> 00:53:53,241
คืออะไร ผู้พูดและน้ำเสียง

809
00:53:53,242 --> 00:53:57,242
นี่ ด้วยความที่ว่าบทร้อยกรอง

810
00:53:57,243 --> 00:54:01,243
ไม่ได้มีบทสนทนาเหมือนกับเรื่องสั้นนวนิยาย

811
00:54:01,245 --> 00:54:05,245
คุณจะไม่รู่้เลยว่าผู้พูโ

812
00:54:05,250 --> 00:54:09,250
เป็นใคร ดังนั้น ผู้อ่าน

813
00:54:09,251 --> 00:54:13,251
ต้องใช้การพิจารณาจากภาษา

814
00:54:13,252 --> 00:54:17,252
ว่าเขาพูดแบบไหน

815
00:54:17,253 --> 00:54:21,253
น้ำเสียงอย่างไร อารมณ์โกรธ

816
00:54:21,255 --> 00:54:25,255
ประชดประชัน เคร่งเครียด สนุกสนาน

817
00:54:25,258 --> 00:54:29,258
หรือร่าเริง เช่น

818
00:54:29,259 --> 00:54:33,259
ครูจะอ่านให้ฟัง

819
00:54:33,261 --> 00:54:37,261
แล้วนักศึกษาพิจารณาว่าน้ำเสียงนี่

820
00:54:37,262 --> 00:54:41,262
เป็นน้ำเสียงไหน

821
00:54:41,264 --> 00:54:45,264
เอออุเหม่นะมึงชิช่างกระไร ทุทาศสถุงฉะ

822
00:54:45,265 --> 00:54:49,265
ศึกบ่ถึงและมึงก็ยังมิเห็น จะน้อย

823
00:54:49,266 --> 00:54:53,266
จะมาจะยากจะเย็นประการใด อวดฉลาด

824
00:54:53,267 --> 00:54:57,267
เพราะใจขยาดขยั้นมิทันกระไปรปปก็หมิ่นกู

825
00:54:57,269 --> 00:55:01,269
กลกะกากะหวาดขมังธนู

826
00:55:01,270 --> 00:55:05,270
ฤๅบ่หอนจะเห้นธวัชริปูสีล่าถอย

827
00:55:05,271 --> 00:55:09,271
อารมณ์ไหนคะ น้ำเสียงไหนคะ

828
00:55:09,272 --> 00:55:13,272
อะไรนะ โกรธ

829
00:55:13,274 --> 00:55:17,274
อะไรนะคะ เสียดสี อ๋อ

830
00:55:17,275 --> 00:55:21,275
ยังไม่ถูก อันนี้จะเป็นอารมณ์โกรธนะคะ อันนี้จะเป็นอารมณ์โฏรธ

831
00:55:21,276 --> 00:55:25,276
โอเคนะ 1 เลย โกรธ

832
00:55:25,278 --> 00:55:29,278
เพราะว่า จากที่อ่าน เอออุเหม่งนะมึงชิ

833
00:55:29,282 --> 00:55:33,282
ช่างกระไร นี่มันเป็นน้ำเสียงที่แสดงให้เห็นถึงอารมณ์

834
00:55:33,283 --> 00:55:37,283
2. ลูกก็แลดูแม่

835
00:55:37,286 --> 00:55:41,286
แม่ดูลูก ต่างพันผูกเพียงว่า

836
00:55:41,290 --> 00:55:45,290
เลือดตาไหล สะอื้นร่ำ อำลา

837
00:55:45,292 --> 00:55:49,292
ด้วยอาลัย แล้วแข็งใจ

838
00:55:49,293 --> 00:55:53,293
จากนางตามทางมา เหลียวหลัง

839
00:55:53,294 --> 00:55:57,294
ยามเห็นแม่ แลเขม้น แม่ก็เห็น

840
00:55:57,296 --> 00:56:01,296
ลูกน้อย ละห้อยหา

841
00:56:01,297 --> 00:56:05,297
เหลียวเหลียวเลี้ยวลับวันวิญญาณ์

842
00:56:05,297 --> 00:56:09,297
โอ้เปล่าตาต่างสะอื้นยืนตะลึง

843
00:56:09,299 --> 00:56:13,299
อันนี้น้ำเสียงอะไรคะ เศร้า โอเคไหม

844
00:56:13,301 --> 00:56:17,301
ที่น้ำเสียงเศร้า เพราะอะไร มันน่าจะเป็นฟีล

845
00:56:17,301 --> 00:56:21,301
แม่กับลูกกำลังจะพรากจากกัน เราอ่าน

846
00:56:21,303 --> 00:56:25,303
แล้วเราก็ตีความได้จากภาษาว่า อ๋อ

847
00:56:25,304 --> 00:56:29,304
น่าจะเป็นแม่กับลูกกำลังจะจากกัน

848
00:56:29,305 --> 00:56:33,305
มันมีสะอื้นร่ำ อำลาด้วยอาลัย

849
00:56:33,306 --> 00:56:37,306
บางคนบอกว่าน้ำเสียงแบบไหนหนูไม่รู้ แต่หนูเห็น

850
00:56:37,307 --> 00:56:41,307
ภาษาแบบสะอื้นอำลาและอาลัย

851
00:56:41,308 --> 00:56:45,308
ได้ว่ามันต้องเป็นเศร้าแน่ ๆ อันนี้ก็ได้นะคะ

852
00:56:45,309 --> 00:56:49,309
ของการพิจารณาบทประพันธ์ นั่นก็คือ

853
00:56:49,310 --> 00:56:53,310
พิจารณาภาษาเป็นหลัก

854
00:56:53,313 --> 00:56:57,313
ต่อไป สูเป็นไฟ

855
00:56:57,314 --> 00:57:01,314
เราเป็นไม้ ให้ทำลายสิ้นถึงวิญญาณ

856
00:57:01,316 --> 00:57:05,316
แม้แต่ธุลีมิอาลัย ลืมเจ

857
00:57:05,316 --> 00:57:09,316
ลืมเจ้าไซร้จนชั่วกาลปาวสาน

858
00:57:09,317 --> 00:57:13,317
ถ้าชาติไหนเกิดไปพบพาน

859
00:57:13,318 --> 00:57:17,318
จะทรมาน ควักทิ้งทั้งแก้วตา

860
00:57:17,320 --> 00:57:21,320
ตายไปอยู่ใต้รอยเท้า

861
00:57:21,323 --> 00:57:25,323
ให้เจ้าเหยียบเล่นเหมือนเส้นหญ้า

862
00:57:25,323 --> 00:57:29,323
เพื่อจดจำพิษช้ำนานา

863
00:57:29,325 --> 00:57:33,325
ไปชั่วฟ้าดินสิ้นเอย

864
00:57:33,326 --> 00:57:37,326
น้ำเสียงแบบไหนคะ

865
00:57:37,327 --> 00:57:41,327
อันนี้ให้ตอบได้นะคะ ฝั่งนู้น ที่ตอนแรกตอบอะไรนะคะ

866
00:57:41,328 --> 00:57:45,328
เสียดสี คราวนี้ให้ตอบ

867
00:57:45,330 --> 00:57:49,330
เสียดสีได้นะคะ นักศึกษษ

868
00:57:49,333 --> 00:57:53,333
รู้ไหม

869
00:57:53,334 --> 00:57:57,334
คิดว่าเขาเกลียดหรือว่าเขารัก

870
00:57:57,335 --> 00:58:01,335
จากบทประพันธ์เขาเกลียดหรือเขารัก

871
00:58:01,337 --> 00:58:05,337

872
00:58:05,346 --> 00:58:09,346
ใครอ่านรัก มีใครให้เกลียดไหมคะ

873
00:58:09,347 --> 00:58:13,347
ไม่มีนะ บทประพันธ์นี้

874
00:58:13,348 --> 00:58:17,348
1. เลย เสียดสี

875
00:58:17,349 --> 00:58:21,349
2 ไม่ได้เสียดสีเพราะเกลียด แต่เสียดสีเพราะ

876
00:58:21,352 --> 00:58:25,352
รัก ถ้าสังเกตการใช้คำของเขา

877
00:58:25,358 --> 00:58:29,358
สูเป็นไฟ เราเป็นไม้ เริ่มต้น

878
00:58:29,358 --> 00:58:33,358
มาเลย ยังไม่ได้อ่านถึงตอนท้ายน่ะ เริ่มต้นก็รู้แล้ว

879
00:58:33,360 --> 00:58:37,360
ว่ารัก ทำไมถึงรู้ ถ้าคนมันเกลียด

880
00:58:37,361 --> 00:58:41,361
คนมันต้องอยากทำลายคนที่ตัวเองเกลียดถูกไหม แต่ถ้า

881
00:58:41,361 --> 00:58:45,361
สูเป็นไฟ เราเป็นไม้ ให้เธอเป็นไฟ เราจะเป็น

882
00:58:45,363 --> 00:58:49,363
ไม้ให้เธอเผาทำลายเอง นี่ก็คือ 1. แล้ว

883
00:58:49,366 --> 00:58:53,366
ที่ทำให้รู้ว่าเขาไม่ได้เกลียดแน่ ๆ แต่ทำไมเขา

884
00:58:53,367 --> 00:58:57,367
เขาถึงเสียดสีแบบนี้ล่ะ ก็มันสืบเนื้องม

885
00:58:57,369 --> 00:59:01,369
มาจากรัก แล้วมันช้ำ แล้วมันผิดหวังใน

886
00:59:01,370 --> 00:59:05,370
ความรักไง ถ้ามันผิดหวังในความรัก

887
00:59:05,370 --> 00:59:09,370
ถ้ามันไม่ได้คู่ครองกับเธอจริง ๆ

888
00:59:09,372 --> 00:59:13,372
ฉันทิ้งไปเสียเถอะ อันนี้คือบทประพันธ์นี้

889
00:59:13,373 --> 00:59:17,373
ตั้งแต่สูเป็นไฟ เราเป็นไม้ ให้ทำลายสิ้น

890
00:59:17,374 --> 00:59:21,374
ถึงวิญญาณ์ เกิดไปอยู่ใต้

891
00:59:21,375 --> 00:59:25,375
รอยเท้า ให้เจ้า...ตายไปอยู่ใต

892
00:59:25,376 --> 00:59:29,376
ให้เจ้าเหยียบเล่นเหมือนเส้นหญ้า เพื่อจดจำพิษ

893
00:59:29,377 --> 00:59:33,377
นานาไปชั่วฟ้าดินสิ้นเอยฯ ถ้าไม่รักฉัน

894
00:59:33,377 --> 00:59:37,377
ก็ฆ่าฉันให้ตายเสียเถอะ อันนี้ก็คือบท

895
00:59:37,378 --> 00:59:41,378
ประพันธ์ที่เสียดสีนยะคะ ถ้าสังเกต

896
00:59:41,380 --> 00:59:45,380
บทประพันธ์นี้ จะต่างจาก 2 บท เมื่อกี้ ตรงที่ว่า

897
00:59:45,383 --> 00:59:49,383
มันไม่ได้เป็นไปตามฉันทลักษณ์

898
00:59:49,386 --> 00:59:53,386
แต่นี่ ก็เป็นอีกบทร้อยกรองที่เขา

899
00:59:53,388 --> 00:59:57,388
เรียกว่ากลอนเปล่านะคะ ซึ่งเป็น

900
00:59:57,388 --> 01:00:01,388
บทร้อยกรองที่ตอนนี้กำลังฮิต ถ้าสังเกต

901
01:00:01,389 --> 01:00:05,389
ว่าที่ได้่รับรางวัล ต่าง ๆ จะเป็นบทประพันธ์

902
01:00:05,390 --> 01:00:09,390
แบบกลอนเปล่า เพราะอะไร เพราะว่า

903
01:00:09,391 --> 01:00:13,391
ใช้คำแบบที่ไม่ต้องลงล็อกก็ได้ แต่

904
01:00:13,392 --> 01:00:17,392
เน้นกินใจ และต้องเน้นภาษาที่สั้น

905
01:00:17,393 --> 01:00:21,393
กระชัดเหมือนเดิม ถึงจะไม่ต้องบังคับฉันทลักษณ์

906
01:00:21,394 --> 01:00:25,394
แต่ก็ยังคง Concept ก็คือสั้น

907
01:00:25,395 --> 01:00:29,395
กระชับ ไมไ่ด้เป็นแบบร้อยแก้วนะคะ

908
01:00:29,396 --> 01:00:33,396
ต่อไป ข้อที่ 2 เมื้อกี้

909
01:00:33,399 --> 01:00:37,399
คือการพิจารณาน้ำเสียงนะ เวลาที่เรา

910
01:00:37,400 --> 01:00:41,400
จะวิจารณ์บทร้อยกรอง เราต้องพิจารณา

911
01:00:41,403 --> 01:00:45,403
ตั้งแต่ข้อ 1 ก่อน พิจารณาน้ำเสียง

912
01:00:45,404 --> 01:00:49,404
มีน้ำเสียงอย่างไรนะคะ ต่อไป การใช้

913
01:00:49,405 --> 01:00:53,405
ถ้อยคำของภาษา ของนี้ * เพราะ

914
01:00:53,406 --> 01:00:57,406
ว่าในการที่จะพิจารณาบทประพันธ์

915
01:00:57,406 --> 01:01:01,406
ไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียง หรือแนวคิด ภาษาคือสิ่งที่

916
01:01:01,408 --> 01:01:05,408
ผู้วิจารณ์ต้องตีความให้ได้ เพราะ

917
01:01:05,410 --> 01:01:09,410
อย่างที่บอกว่าเผื่อบางอันที่เป็น

918
01:01:09,410 --> 01:01:13,410
บังคับฉันทลักษณ์เขาก็จะมีข้อกำหนดว่าต้องใช้

919
01:01:13,418 --> 01:01:17,418
คำนี้ คำนี้ เพื่อให้มันลงล็อก  อยา่งเช่น ผู้หญิงนี่

920
01:01:17,420 --> 01:01:21,420
แทนที่จะใช้เป็นคำว่า "ผู้หญิง" เขาจะมีคำ

921
01:01:21,421 --> 01:01:25,421
อื่น ๆ เช่น นารี สตรี อะไรก็ว่าไป

922
01:01:25,422 --> 01:01:29,422
ดอกไม้ก็อาจจะเป็นบุพผา บุพชาติ

923
01:01:29,422 --> 01:01:33,422
นี่ก็คือคำต่าง ๆ ที่ทีความหมายเหมือนกัน

924
01:01:33,425 --> 01:01:37,425
แล้วเอามาใช้แทนได้ ดังนั้น ภาษาจึงเป็นสิ่ง

925
01:01:37,426 --> 01:01:41,426
ที่สำคัญที่เราต้องพิจารณาเป็นอันดับแรก

926
01:01:41,427 --> 01:01:45,427
นะคะ การพิจารณาภาษา

927
01:01:45,428 --> 01:01:49,428
ข้อแรก  1. เลย ความหมายตรงกับ

928
01:01:49,429 --> 01:01:53,429
ความหมายแฝง เพราะบทประพันธ์

929
01:01:53,431 --> 01:01:57,431
เขามักจะไม่ได้บอกความหมายตรง ๆ

930
01:01:57,432 --> 01:02:01,432
หรอกค่ะ เขามักจะบอกความหมายแฝง

931
01:02:01,432 --> 01:02:05,432
ซ่อนอยู่เสมอนะคะ เช่น ฉันเยาว์

932
01:02:05,433 --> 01:02:09,433
ฉันเขลา ฉันทึ่ง ฉันจึง

933
01:02:09,434 --> 01:02:13,434
มาหาความหมาย ฉันหวัง

934
01:02:13,438 --> 01:02:17,438
เก็บอะไรไปมากมาย สุดท้าย

935
01:02:17,439 --> 01:02:21,439
ให้กระดาษฉันปแผ่นเดียว กระดาษฉัน

936
01:02:21,442 --> 01:02:25,442
แผ่นเดียวนี่ ความหมายตรงคืออะไรคะ

937
01:02:25,443 --> 01:02:29,443
ความหมายของกระดาษแผ่นเดียวคืออะไร

938
01:02:29,444 --> 01:02:33,444
กระดาษแผ่นเดียวนี่

939
01:02:33,445 --> 01:02:37,445
ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง ฉันจึงหาความหมาย

940
01:02:37,446 --> 01:02:41,446
ไปมากมาย สุดท้ายให้กระดาษฉันแผ่นเดียว กระดาษแผ่นเดี

941
01:02:41,448 --> 01:02:45,448
ความหมายตรงที่ว่าน่าจะหมายถึงอะไร ถ้าเป็น

942
01:02:45,449 --> 01:02:49,449
ความหมายตรงเลย ใช่เงินไหม

943
01:02:49,450 --> 01:02:53,450
กระดาษแผ่นเดียว คือแบงค์ธนบั

944
01:02:53,451 --> 01:02:57,451
ใช่ไหมคะ

945
01:02:57,453 --> 01:03:01,453
คืออะไร

946
01:03:01,453 --> 01:03:05,453
เมื่อกี้พี่ล่ามบอกแล้วนะคะ

947
01:03:05,455 --> 01:03:09,455
คืออะไร เรามาเรียนนี่

948
01:03:09,456 --> 01:03:13,456
ใบกระดาษแผ่นเดียวที่เราจะได้คืออะไร

949
01:03:13,457 --> 01:03:17,457
ไม่ใช่เงินแน่ ๆ เพราะว่าเงินเราได้หลาย ๆ ใบ คือใบ

950
01:03:17,458 --> 01:03:21,458
ปริญญา โอเคนะคะ นักศึกษา

951
01:03:21,459 --> 01:03:25,459
มาบัดทีนี้ มาช่วยตอบ ฉันเยาว์ ฉันเข

952
01:03:25,459 --> 01:03:29,459
ฉันจึงมาหาความหมาย ฉันหวังจะเก็บอะไรมากมาย

953
01:03:29,461 --> 01:03:33,461
สุดท้ายให้กระดาษฉันแผ่นเดียว บทประพันธ์นี้

954
01:03:33,463 --> 01:03:37,463
ถ้าตีความความหมายตรง กระดาษแผ่นเดียว

955
01:03:37,464 --> 01:03:41,464
จะหมายถึงใบขปริญญา แต่บทความที่เขาจะสื่อ

956
01:03:41,465 --> 01:03:45,465
บทประพันธ์นี้ สามารถตีความได้ว่า สิ่งที่เขาหวัง

957
01:03:45,465 --> 01:03:49,465
สิ่งที่เขาอยากได้ เขาไม่ได้อยากได้แค่ใบปริญญานะ

958
01:03:49,467 --> 01:03:53,467
เพราะเขาเปิดด้วยคำที่ว่า ฉันเยาว์ ฉันเขลา

959
01:03:53,469 --> 01:03:57,469
ฉันทึ่งก่อน นั่นแสดงว่าสิ่งที่เขาอยากได้

960
01:03:57,470 --> 01:04:01,470
คืออะไร ความรู้ นี่คือ

961
01:04:01,471 --> 01:04:05,471
ความหมายแฝงที่เขาแฝงอยู่ข้างใน โอเคนะ ถ้า

962
01:04:05,472 --> 01:04:09,472
ตอบได้แบบนี้แสดงว่าเรานี่เริ่มเก็ตแล้วว่า

963
01:04:09,473 --> 01:04:13,473
คืออะไร ความหมายตรงคืออะไร นักศึกษาถ้ามอง

964
01:04:13,474 --> 01:04:17,474
เป็นภาพแบบ ถ้าอ่านเผิน ๆ บทประพันธ์นี้เป็นความหมาย

965
01:04:17,475 --> 01:04:21,475
เชิงบวกหรือเชิงลบ สุดท้ายให้

966
01:04:21,479 --> 01:04:25,479
แค่ใบปริญญาของเขาน่ะ เป็นความหมายเชิงบวกหรือเชิงลบ

967
01:04:25,480 --> 01:04:29,480
เชิงลบ ถูกไหม เพราะว่า

968
01:04:29,482 --> 01:04:33,482
เขาเหมือนกับว่า เขาอยากได้อะไรมากกว่านี้ นั่นแสดงว่า

969
01:04:33,483 --> 01:04:37,483
เมื่อกี้แหละเขาอยากได้ความรู้ ประสบการณ์ที่เขา

970
01:04:37,484 --> 01:04:41,484
ควรจะได้แต่ว่าสุดท้ายให้แผ่นเดียว เขารู้สึกว่า

971
01:04:41,486 --> 01:04:45,486
เขามาแล้ว เขาไม่ได้ในสั่งที่เขาอยากได้เต็มที่

972
01:04:45,487 --> 01:04:49,487
แต่สิ่งที่เขาได้ เขาได้ใบปริญญาติดฝาบ้าน

973
01:04:49,489 --> 01:04:53,489
แปลว่าเขากำลังจะบอกว่าเขาไม่เห็นจะได้ความรู้อย่างที่บอกไว้เลย

974
01:04:53,491 --> 01:04:57,491
ถูกไหมคะ ทีนี้ ครูบังเอิญ

975
01:04:57,492 --> 01:05:01,492
ไปเลื่อนเจอ Facebook นักศึกษา

976
01:05:01,493 --> 01:05:05,493
เขามีความเห็นต่างจากบทประพันธ์นี้มาก เขาบอกว่า

977
01:05:05,494 --> 01:05:09,494
ใบกระดาษแผ่นเดียวเหมือนกัน แต่ไม่ใช่แค่แผ่นเดียว

978
01:05:09,495 --> 01:05:13,495
มันเป็นช่วงรับปริญญาของราชมงคล 3 ปี

979
01:05:13,496 --> 01:05:17,496
ที่แล้ว ิันนี้ครุจำได้เลย ครู Capture ไว้ด้วย

980
01:05:17,510 --> 01:05:21,510
เขารับปริญญา เหมือนเขาเป็นชาวเขาแหละ

981
01:05:21,511 --> 01:05:25,511
พอได้ใบนี้เสร็จแล้วน่ะ เขาก็เขียน

982
01:05:25,512 --> 01:05:29,512
เป็นบทความผ่าน Facebook แล้วมีคนเข้าไปดูเยอะ ครูก็เลยเข้าไปอ่าน

983
01:05:29,512 --> 01:05:33,512
เขาบอกว่าใบกระดาษแค่แผ่นเดียว

984
01:05:33,514 --> 01:05:37,514
ของเขา มันไม่ใช่แค่แผ่นเดียว แต่มันหมายถึง

985
01:05:37,515 --> 01:05:41,515
ความภูมิใจของทุกคนในบ้านของเขา

986
01:05:41,516 --> 01:05:45,516
แค่แผ่นเดียวที่เขาถือไปน่ะ มันหมายถึง

987
01:05:45,516 --> 01:05:49,516
สิ่งที่พ่อกับแม่เขาฝันเอาไว้ตั้งแต่เด็กว่าอยากได้

988
01:05:49,517 --> 01:05:53,517
แต่ไม่มีโอกาสได้ อีใบแค่แผ่นเดียว ใบนี้แหละ

989
01:05:53,518 --> 01:05:57,518
สามารถที่จะทำให้ความฝันของพ่อของแม่เขาของน่ะ สำเร็จ

990
01:05:57,519 --> 01:06:01,519
ได้ด้วยใบกระดาษแผ่นเดียว เขาไม่รู้หรอกว่า

991
01:06:01,519 --> 01:06:05,519
เขาเรียนจบไปแล้ว เขาจะได้ทำงานตามวุฒิ

992
01:06:05,522 --> 01:06:09,522
ที่เขาเรียนมาหรือเปล่า แต่สิ่งที่เขาได้ในตอนนี้ คือ

993
01:06:09,523 --> 01:06:13,523
ความสุขที่ทุกคนในบ้านของเขาน่ะ มีต่อใบกระดาษ

994
01:06:13,524 --> 01:06:17,524
แผ่นเดียว ครูก็เลยถ้าสมมติว่า

995
01:06:17,525 --> 01:06:21,525
นักศึกษาจะเอาไปตีความ หรือว่าจะเอาไปวิจารณ์

996
01:06:21,528 --> 01:06:25,528
เหมือนกับว่าวิจารณ์บทประพันธ์ สิ่งที่เราวิจัย

997
01:06:25,530 --> 01:06:29,530
ไม่มีถูก ไม่มีผิด แต่คุณต้องมีเหตุผล ถูกไหมคะ

998
01:06:29,531 --> 01:06:33,531
ซึ่งถ้าคุณจะวิจารณ์ว่าสุดท้ายได้กระดาษแผ่นเดียว

999
01:06:33,531 --> 01:06:37,531
แสดงว่าบทประพันธ์นี้ แสดง

1000
01:06:37,533 --> 01:06:41,533
ที่อาจจะไม่มีค่าเท่าความรู้ หรือประสบการณ์ต่าง ๆ ที่

1001
01:06:41,535 --> 01:06:45,535
ผู้เขียนอยากจะได้รับ คุณก็วิจารณ์ไปในเชิงลบได้

1002
01:06:45,536 --> 01:06:49,536
แต่บางคนที่เขาเอาเขาเรียกว่าอะไร ความรู้สึก

1003
01:06:49,537 --> 01:06:53,537
ของเขา ความคิดที่มีแต่สิ่งที่เขาอ่าน เขาก็

1004
01:06:53,538 --> 01:06:57,538
เอาไปใส่ด้วย เขาก็อาจจะวิจารณ์ไปในเชิงบวกก็ได้

1005
01:06:57,539 --> 01:07:01,539
อย่างที่ครูพูดให้ฟังไปเมื่อกี้ ผู้หญิงคนนั้นนี่

1006
01:07:01,540 --> 01:07:05,540
เอาบทประพันธ์บทนี้มาแล้วเขาก็พูดถึงใบปริญญาว่า

1007
01:07:05,542 --> 01:07:09,542
มันไม่ใช่แค่ใบปริญญานะ แต่มันเป็นความสุข

1008
01:07:09,543 --> 01:07:13,543
ต่างหากล่ะ อันนี้ก็เป็นความหมายแฝงของผู้หญิงคนนี้ได้

1009
01:07:13,544 --> 01:07:17,544
เหมือนกันนะคะ นี่คือความหมายตรงกับความหมาย

1010
01:07:17,547 --> 01:07:21,547
แฝง ต่อไป ใช้คำ

1011
01:07:21,549 --> 01:07:25,549
ให้เกิดจินตภาพ 1. หาความหมายตรง

1012
01:07:25,549 --> 01:07:29,549
ความหมายแฝงให้ได้ 2. หาจินตภาพที่เกิด

1013
01:07:29,549 --> 01:07:33,549
ในบทประพันธ์นี้ให้ได้นะคะ จินตภาพ

1014
01:07:33,550 --> 01:07:37,550
ที่ว่ามันก็คือภาพ

1015
01:07:37,552 --> 01:07:41,552
ที่เราคิดเอาไว้นั่นล่ะ แต่ถ้าจิตภาพเ

1016
01:07:41,553 --> 01:07:45,553
เฉย ๆ นี่ มันก็จะมีแค่ภาพใช่ไหม แต่ถ้าเรา

1017
01:07:45,554 --> 01:07:49,554
จะวิจารณ์จินตภาพในบทประพันธ์

1018
01:07:49,555 --> 01:07:53,555
คุณสามารถที่จะเกิดภาพได้

1019
01:07:53,559 --> 01:07:57,559
ทั้งที่เป็นภาพจากสายตา

1020
01:07:57,561 --> 01:08:01,561
ภาพจากเสียง ภาพจากกลิ่น แล้วก็ภาพ

1021
01:08:01,562 --> 01:08:05,562
การสัมผัสก็ได้ เช่น

1022
01:08:05,563 --> 01:08:09,563
บทประพันธ์ชื่นชม

1023
01:08:09,564 --> 01:08:13,564
นางประแดง ในเรื่องระเด่นลันได

1024
01:08:13,566 --> 01:08:17,566
ครูจะชอบยกตัวอย่างบ่อย ๆ เพราะว่านางเอกในวรรณคดีไทยนีั่

1025
01:08:17,567 --> 01:08:21,567
จะชอบยกย่องว่าสวนอย่างนั้น สวนอย่างนี้ใช่ไหมคะ

1026
01:08:21,568 --> 01:08:25,568
แต่ว่านางประแดะ

1027
01:08:25,569 --> 01:08:29,569
ในวรรณคดีเรื่องระเด่นลันได เขาชม

1028
01:08:29,570 --> 01:08:33,570
นางเอกว่า สูงระหง์ทรงเพียวเรียวรูด

1029
01:08:33,571 --> 01:08:37,571
งามละไม้คล้ายอูฐกะหลาป๋า

1030
01:08:37,572 --> 01:08:41,572
พิษแต่หัวลามมาเท้า

1031
01:08:41,575 --> 01:08:45,575
ดวงแก้มกัลยาดั่งลูกยอ

1032
01:08:45,577 --> 01:08:49,577
พิจิตรบทประพันธ์ตั้งแต่

1033
01:08:49,578 --> 01:08:53,578
อันแรก สูงระหงทรงเพรียวเรียวรูด งามละม้ายคล้

1034
01:08:53,580 --> 01:08:57,580
คล้ายอูฐกะหลาป๋าไหมคะ

1035
01:08:57,581 --> 01:09:01,581
ใครที่คิดภาพไม่ออกว่าอูฐกลาป๋าเป็นอย่างไร

1036
01:09:01,583 --> 01:09:05,583
ก็คืออูฐนั่นแหละ ก็คือเดิน แล้วก็จะตูดแอ่น ๆ

1037
01:09:05,584 --> 01:09:09,584
คือ 1. นะ 2. พิศแต่หัวตลอดเท้า

1038
01:09:09,586 --> 01:09:13,586
ขาวแต่ตา แสดงว่าเป็นอย่างไร

1039
01:09:13,590 --> 01:09:17,590
ดำปี๋ โอเคไหม นี่ก็ให้เห็นภาพ

1040
01:09:17,590 --> 01:09:21,590
แล้ว สุดท้าย ดวงแก้มกัลยาดั่งลูกยอ

1041
01:09:21,597 --> 01:09:25,597
มันเป็นอย่างไร

1042
01:09:25,598 --> 01:09:29,598
ผิวตะปุ่มตะป่ำ

1043
01:09:29,599 --> 01:09:33,599
แบบลูกยอ ถ้าคนที่เคยเห็นลูกยอก็จะคิดภาพออก

1044
01:09:33,600 --> 01:09:37,600
แต่ถ้าคนที่ไม่เคยเห็นก็จะคิดภาพไม่ออกนะคะ

1045
01:09:37,602 --> 01:09:41,602
ลูกยอ ก็เป็นผิวแบบตะปุ่มตะป่ำนั่นเอง

1046
01:09:41,603 --> 01:09:45,603
ฉะนั้น มันก็เลยเป็นว่าอ๋อในเรื่องนี้

1047
01:09:45,605 --> 01:09:49,605
เขาไม่ได้ให้เห็นแค่ภาพ หรือจินตภาพนะ บางทีใหเ้

1048
01:09:49,606 --> 01:09:53,606
เห็นเหมือนกับสัมผัสจับต้องด้วย โดยการใช้คำในการ

1049
01:09:53,607 --> 01:09:57,607
บรรยายนะคะ หรือ แล้วจินตภาพที่เป็นกลิ่น

1050
01:09:57,608 --> 01:10:01,608
มันจะได้กลิ่นได้อย่างไรนะคะ ครู

1051
01:10:01,609 --> 01:10:05,609
เคยอ่านเรืองหมาเน่าลอยน้ำ ของเยาวริน

1052
01:10:05,610 --> 01:10:09,610
เขาอธิบายลักษณะของหมาเน่า ที่ตัวมัน

1053
01:10:09,611 --> 01:10:13,611
กำลังพองแล้วกำลังพุ แล้วกำลังได้เต็มที่

1054
01:10:13,612 --> 01:10:17,612
ลอยน้ำมาทันใดนั้นเองมันชนกับผักตบชวา

1055
01:10:17,613 --> 01:10:21,613
ทำให้หนองที่อยู่ในตัวมันกระเด็นออกมา กระจาย

1056
01:10:21,618 --> 01:10:25,618
ไปทั่วผืนน้ำ นักศึกษาเห็นภาพไหมคะ ใคร...

1057
01:10:25,619 --> 01:10:29,619
ใครที่ไม่เห็นก็ลองคิดตามดูนะคะ

1058
01:10:29,621 --> 01:10:33,621
ไม่ได้แค่เห็นอย่างเดียวบางคนบอกว่า

1059
01:10:33,622 --> 01:10:37,622
เหมือนได้กลิ่นออกมาด้วย จากภาษาที่เขาใช้

1060
01:10:37,623 --> 01:10:41,623
มันก็เลยกลายเป็นว่า การที่คุณบอก

1061
01:10:41,623 --> 01:10:45,623
จินตภาพเกิดขึ้นได้นี่ มันใช่แค่เป็น

1062
01:10:45,625 --> 01:10:49,625
ภาพวาดเฉย ๆ หรือภาพในฝันหรือจินตนาการ

1063
01:10:49,625 --> 01:10:53,625
อย่างเดียว แต่มันอาจจะหมายถึงเสียง หมายถึงกลิ่น

1064
01:10:53,627 --> 01:10:57,627
กลิ่นหรือสัมผัสก็ได้ด้วยนะคะ

1065
01:10:57,628 --> 01:11:01,628
ยกตัวอย่าง บทประพันธ์บทนี้

1066
01:11:01,629 --> 01:11:05,629
อ่านออกเสียงหน่อยเพื่อกระตุ้นนักศึกษา

1067
01:11:05,630 --> 01:11:09,630
นิดหนึ่ง อ่านออกเสียงข้างบ้านมีสพจึงวุ่นวาย พนร้อมกัน

1068
01:11:09,630 --> 01:11:13,630
1 2 3

1069
01:11:13,631 --> 01:11:17,631

1070
01:11:17,631 --> 01:11:21,631

1071
01:11:21,632 --> 01:11:25,632

1072
01:11:25,635 --> 01:11:29,635

1073
01:11:29,636 --> 01:11:33,636

1074
01:11:33,637 --> 01:11:37,637

1075
01:11:37,638 --> 01:11:41,638

1076
01:11:41,639 --> 01:11:45,639

1077
01:11:45,641 --> 01:11:49,641

1078
01:11:49,643 --> 01:11:53,643

1079
01:11:53,644 --> 01:11:57,644

1080
01:11:57,646 --> 01:12:01,646

1081
01:12:01,650 --> 01:12:05,650

1082
01:12:05,651 --> 01:12:09,651

1083
01:12:09,654 --> 01:12:13,654

1084
01:12:13,657 --> 01:12:17,657

1085
01:12:17,658 --> 01:12:21,658

1086
01:12:21,661 --> 01:12:25,661

1087
01:12:25,665 --> 01:12:29,665

1088
01:12:29,670 --> 01:12:33,670

1089
01:12:33,672 --> 01:12:37,672
ให้คิดจินตภาพคนละ 1 อย่าง

1090
01:12:37,674 --> 01:12:41,674
หลังจากที่อ่านแล้ว

1091
01:12:41,674 --> 01:12:45,674
เกิดจินตภาพอะไรบ้างในเรื่องนี้

1092
01:12:45,675 --> 01:12:49,675
ห้ามซ้ำกัน เป็นภาพก็ได้ พ

1093
01:12:49,676 --> 01:12:53,676
เป็นเสียงก็ได้ เป็นกลิ่นก็ได้

1094
01:12:53,676 --> 01:12:57,676
ได้อะไรบ้าง คนละ 1 อย่าง

1095
01:12:57,678 --> 01:13:01,678
เอาเพื่อนหูด้วยนะคะ พี่ล่ามรบกวน

1096
01:13:01,679 --> 01:13:05,679
อันนี้ด้วย ให้คิดคนละ 1 อย่าง

1097
01:13:05,679 --> 01:13:09,679
จินตภาพ ภาพก็ได้ เสียง

1098
01:13:09,681 --> 01:13:13,681
ก็ได้ กลิ่นก็ได้ สัมผัสก็ได้ถ้ามันมี

1099
01:13:13,682 --> 01:13:17,682
นะคะ เริ่มใครจะตอก่อนคะ ยกมือค่ะ

1100
01:13:17,682 --> 01:13:21,682
ยกมือค่ะ ค่ะ เสียงอะไรคะ

1101
01:13:21,684 --> 01:13:25,684
เสียงอะไรคะ เสียงญาติ

1102
01:13:25,686 --> 01:13:29,686
คุยกันของญาติ 1 ค่ะ

1103
01:13:29,687 --> 01:13:33,687
เสียงร้องไห้ 2 ค่ะ

1104
01:13:33,689 --> 01:13:37,689
เป็นภาพคนช่วยงานศพ ค่ะ

1105
01:13:37,691 --> 01:13:41,691
ค่ะ

1106
01:13:41,692 --> 01:13:45,692
มีเสียงแล้วก็มีภาพแล้ว

1107
01:13:45,693 --> 01:13:49,693

1108
01:13:49,694 --> 01:13:53,694
มันซ้ำ ซ้ำแล้ว กลิ่นธูป

1109
01:13:53,696 --> 01:13:57,696
อันนี้ได้นะคะ นักศึกษา บางคนจะเถียงว่า

1110
01:13:57,698 --> 01:14:01,698
ไม่เห็นมีคำว่า "ธูป" เลยค่ะ แต่อ่านแล้วมันเห็นภาพ

1111
01:14:01,700 --> 01:14:05,700
ของงานศพใช่ไหม มันก็น่าจะมีจินตภาพ คือจินตนาการ

1112
01:14:05,701 --> 01:14:09,701
ได้ค่ะ

1113
01:14:09,702 --> 01:14:13,702
เสียงหมูคือร้องตอนโดนเชือด

1114
01:14:13,703 --> 01:14:17,703
โดนเชือด ภาพ...

1115
01:14:17,704 --> 01:14:21,704
มันซ้ำน่ะ มันซ้ำ

1116
01:14:21,706 --> 01:14:25,706

1117
01:14:25,707 --> 01:14:29,707

1118
01:14:29,710 --> 01:14:33,710
(อาจารย์หทัยวรรณ) ข้างบ้านวุ่นวาย

1119
01:14:33,712 --> 01:14:37,712
เลิกวุ่นวาย ภาพแบบเงียบสงบ

1120
01:14:37,713 --> 01:14:41,713
เสียงเพลง

1121
01:14:41,714 --> 01:14:45,714
เพื่อนหูเขายังได้ยินเสียงเพลง คนปกติไม่ได้ยิน

1122
01:14:45,715 --> 01:14:49,715
เสียงเพลงได้อย่างไรนี่ มันชัดขนาดนี้

1123
01:14:49,716 --> 01:14:53,716
ได้ค่ะ 1

1124
01:14:53,716 --> 01:14:57,716
โอเค

1125
01:14:57,718 --> 01:15:01,718
ภาพวัวที่กำลังผูกไว้รอกำลังที่จะ

1126
01:15:01,719 --> 01:15:05,719
อาจจะเป็นศพต่อไปค่ะ

1127
01:15:05,721 --> 01:15:09,721
อะไรอีกคะ

1128
01:15:09,721 --> 01:15:13,721

1129
01:15:13,723 --> 01:15:17,723

1130
01:15:17,725 --> 01:15:21,725
เพื่อน 2 คน ยังไม่ได้นะคะ

1131
01:15:21,728 --> 01:15:25,728
2 คนตะกี้ยังซ้ำอยู่นะ

1132
01:15:25,730 --> 01:15:29,730

1133
01:15:29,732 --> 01:15:33,732

1134
01:15:33,733 --> 01:15:37,733

1135
01:15:37,734 --> 01:15:41,734

1136
01:15:41,738 --> 01:15:45,738

1137
01:15:45,741 --> 01:15:49,741
ภาพอะไร ภาพอะไร

1138
01:15:49,743 --> 01:15:53,743
คนร้องไห้

1139
01:15:53,743 --> 01:15:57,743
ภาพคนร้องไห้ มีใครพูดยัง

1140
01:15:57,745 --> 01:16:01,745
เป็นเสียงนะ

1141
01:16:01,746 --> 01:16:05,746
เป็นเสียงร้องไห้ ให้ก็ได้ เหลืออีกคนหนึ่ง

1142
01:16:05,749 --> 01:16:09,749
พูดไปแล้ว พูดไปแล้ว เหลือ

1143
01:16:09,750 --> 01:16:13,750
อีกคนหนึ่ง

1144
01:16:13,751 --> 01:16:17,751
เงียบ

1145
01:16:17,752 --> 01:16:21,752
อ๋อ

1146
01:16:21,753 --> 01:16:25,753
คือความเสียใจทิ้งยังคงอยู่

1147
01:16:25,758 --> 01:16:29,758
โอเค นี่คือสิ่งที่เราต้องเขียนนะคะ

1148
01:16:29,759 --> 01:16:33,759
เวลาที่เราน่ะเจอในบทร้อยกรอง แล้วเราต้อง

1149
01:16:33,764 --> 01:16:37,764
เขียนออกมาให้ได้ว่ามีจินตภาพอะไรบ้าง

1150
01:16:37,765 --> 01:16:41,765
คอมค้าง

1151
01:16:41,766 --> 01:16:45,766
คอมฯ ค้างใช่ไหม ใช่

1152
01:16:45,767 --> 01:16:49,767

1153
01:16:49,768 --> 01:16:53,768

1154
01:16:53,769 --> 01:16:57,769
โอเค สิ่งที่เรา

1155
01:16:57,773 --> 01:17:01,773
ตอบมา ใช่หมด ถ้าครูบอกว่า

1156
01:17:01,774 --> 01:17:05,774
มันมี มีกลิ่นคาวเลือดหมู

1157
01:17:05,775 --> 01:17:09,775
ได้กลิ่นไหมคะ มีไหมคะ

1158
01:17:09,777 --> 01:17:13,777
ครูพูดได้ไหม มันเป็นจินตภาพของครูได้ไหม

1159
01:17:13,778 --> 01:17:17,778
ได้ เพราะครุอนุมานมาจากภาษาที่เขาใช้คื

1160
01:17:17,781 --> 01:17:21,781
หมูโดนเชือด โอเคไหม แล้วครู

1161
01:17:21,783 --> 01:17:25,783
จะจินตภาพว่ามันต้องมี

1162
01:17:25,784 --> 01:17:29,784
แบบเป็นป้ายข้างหน้าแล้วก็

1163
01:17:29,786 --> 01:17:33,786
เขียน เขียนอะไรต่าง ๆ  ได้ไหม

1164
01:17:33,787 --> 01:17:37,787
ได้เหมือนกัน เพราะในบทประพันธ์ก็มีเหมือนกัน

1165
01:17:37,788 --> 01:17:41,788
นะคะ ดังนั้น ไม่ใช่ว่า

1166
01:17:41,791 --> 01:17:45,791
เราน่ะ จะคิดแค่อย่างเดียวอย่างหนึ่งที่

1167
01:17:45,792 --> 01:17:49,792
เป็นภาพเท่านั้น คิดเป็นกลิ่นก็ได้ เมื่อกี้เพื่อนบอกว่ากลิ่นธูป

1168
01:17:49,792 --> 01:17:53,792
อันนี้ก็ได้เลย เพราะว่ามันไม่มีธูปหรอก ในเรื่อง

1169
01:17:53,794 --> 01:17:57,794
แล้วมันมีธูปแน่ ๆ เพราะมันเป็นงานศพ ไม่ได้ยิน

1170
01:17:57,797 --> 01:18:01,797
หรอกแต่คิดว่ามีเสียงแน่ ๆ ก็นี่ไง

1171
01:18:01,797 --> 01:18:05,797
เขาบอกว่ามีเพลงขับบันเทิงสมัย คือเพลงอะไร

1172
01:18:05,797 --> 01:18:09,797
งานศพ

1173
01:18:09,799 --> 01:18:13,799
ธรณีกันแสงนี่ เขาไม่ได้บอกหรอกว่าเป็นเพลงธรณีกันแสง

1174
01:18:13,800 --> 01:18:17,800
แต่เราอ่านแล้วเรามีเพลงธรณีกันแสงด้วย

1175
01:18:17,801 --> 01:18:21,801
อย่างนี้ อันนี้ก็คือเป็นภาพ หรือจินตภาพ

1176
01:18:21,804 --> 01:18:25,804
นะคะ ดังนั้น ตรงนี้แหละ ที่เราต้อง

1177
01:18:25,805 --> 01:18:29,805
พิจารณา แล้วก็ภาษา

1178
01:18:29,806 --> 01:18:33,806
ในส่วนของโวหาร ภาษาในส่วนของโวหาร

1179
01:18:33,807 --> 01:18:37,807
นี่ ก็จะมีพวกาภพพจน์ โวหารต่าง ๆ

1180
01:18:37,808 --> 01:18:41,808
ซึ่งภาพพจน์โวหารที่ว่า

1181
01:18:41,809 --> 01:18:45,809
เดี๋ยวนะคะ สักครู่นะ ครูรู้สึกว่า

1182
01:18:45,809 --> 01:18:49,809
สายมันหลุด ใช่ไหมคะ

1183
01:18:49,810 --> 01:18:53,810

1184
01:18:53,811 --> 01:18:57,811

1185
01:18:57,815 --> 01:19:01,815

1186
01:19:01,818 --> 01:19:05,818

1187
01:19:05,823 --> 01:19:09,823

1188
01:19:09,825 --> 01:19:13,825

1189
01:19:13,826 --> 01:19:17,826

1190
01:19:17,828 --> 01:19:21,828

1191
01:19:21,831 --> 01:19:25,831

1192
01:19:25,834 --> 01:19:29,834

1193
01:19:29,847 --> 01:19:33,847

1194
01:19:33,849 --> 01:19:37,849

1195
01:19:37,851 --> 01:19:41,851

1196
01:19:41,856 --> 01:19:45,856

1197
01:19:45,859 --> 01:19:49,859

1198
01:19:49,860 --> 01:19:53,860

1199
01:19:53,862 --> 01:19:57,862

1200
01:19:57,865 --> 01:20:01,865

1201
01:20:01,867 --> 01:20:05,867
โอเคค่ะ สวัสดีค่ะ โอเคค่ะ

1202
01:20:05,870 --> 01:20:09,870
เดี๋ยวเริ่มต่อเลยนะคะ

1203
01:20:09,872 --> 01:20:13,872
มา ต่อ ทีนี้มาดูโวหาร

1204
01:20:13,873 --> 01:20:17,873
ภาพพจน์นะคะ กลับมา กลับมา

1205
01:20:17,874 --> 01:20:21,874
โวหารภาพพจน์ ในภาษาไทยนี่

1206
01:20:21,876 --> 01:20:25,876
จริง ๆ แล้วเขาบอกว่ามีมากกว่า 258

1207
01:20:25,879 --> 01:20:29,879
แต่มันไม่ใช่เรื่องจำเป็นของเราที่จ้องไปรู้ขนาดนั้น

1208
01:20:29,879 --> 01:20:33,879
สิ่งที่เราต้องรู้ หลัก ๆ ก็คือ ไม่ว่า

1209
01:20:33,880 --> 01:20:37,880
มีกี่แบบก็ตาม แต่สิ่งที่มักจะเจอบ่อย...

1210
01:20:37,881 --> 01:20:41,881
สิ่งที่โวหารที่มักจะเจอบ่อย

1211
01:20:41,882 --> 01:20:45,882
ก็คือ 4 โวหารนี้ และครู

1212
01:20:45,883 --> 01:20:49,883
เชื่อว่าถ้านักศึกษาได้ไปทำงานที่ครูให้ ก็จะ

1213
01:20:49,884 --> 01:20:53,884
เจอ 4 โวหารนี้เช่นกัน 1. เลย อุปมา

1214
01:20:53,884 --> 01:20:57,884
2. อุปลักษณ์ 3.

1215
01:20:57,885 --> 01:21:01,885
บุคลาธิษฐาน แล้วก็ 4.

1216
01:21:01,887 --> 01:21:05,887
เริ่มจากอุปมากับอุปลักษณ์ก่อน

1217
01:21:05,888 --> 01:21:09,888
อุปมา คือ เปรียบเหมือน

1218
01:21:09,889 --> 01:21:13,889
ฉะนั้น

1219
01:21:13,890 --> 01:21:17,890
อุปมาจะมีลักษณะว่า คุณเช็กได้

1220
01:21:17,893 --> 01:21:21,893
จากคีย์เวิร์ด หรือวลีที่เขาใช้

1221
01:21:21,894 --> 01:21:25,894
ในการเปรียบ เช่น ดุจ ดั่ง

1222
01:21:25,895 --> 01:21:29,895
เหมือน ราว ราวกับ คล้าย

1223
01:21:29,896 --> 01:21:33,896
ประหนึ่ง เฉก เช่น เพี้ยง

1224
01:21:33,897 --> 01:21:37,897
ก็ใช่ หรือคำอื่น ๆ อีก ที่เป็นการ

1225
01:21:37,899 --> 01:21:41,899
เปรียบเทียบ เปรียบเหมือน โอเคนะคะ

1226
01:21:41,901 --> 01:21:45,901
ยกตัวอย่างเช่น

1227
01:21:45,902 --> 01:21:49,902
จากเจ้าเหมือนใครเฉือนเชือด

1228
01:21:49,903 --> 01:21:53,903
ให้เลือกหลั่งไหล แต่ยังมี

1229
01:21:53,904 --> 01:21:57,904
ร้าวราวใน เหมือนไฟเผาผลาญศรัทธา

1230
01:21:57,905 --> 01:22:01,905
มีคำว่า "เหมือน"

1231
01:22:01,906 --> 01:22:05,906
จากเจ้าเหมือนใครเฉือนเชือด

1232
01:22:05,907 --> 01:22:09,907
เปรียบเทียบ ก็คือจากเจ้า ก็คือจากคนที่รัก

1233
01:22:09,908 --> 01:22:13,908
กับโดนคนมาเฉือน

1234
01:22:13,910 --> 01:22:17,910
บางทีเขานี่ พยายาม

1235
01:22:17,911 --> 01:22:21,911
จะใช้คำให้ใันได้อารมณ์ความรู้สึกว่า

1236
01:22:21,912 --> 01:22:25,912
ถ้าเกิดว่าจากเจ้าเหมือนคนมาแทง จึก

1237
01:22:25,912 --> 01:22:29,912
แทงเจ็บแป๊บเดียวจบไหมคะ จบไหมคะ

1238
01:22:29,914 --> 01:22:33,914
เจ็บแป๊บเดียวจบนะคะ

1239
01:22:33,916 --> 01:22:37,916
แต่ถ้าเกิดสมมติว่าเฉือน มันไม่จบน่ะสิ่

1240
01:22:37,917 --> 01:22:41,917
เพราะมันค่อย ๆ เจ็บ ทรมานช้าง ๆ

1241
01:22:41,918 --> 01:22:45,918
ทรมานไปเรื่อย ๆ มันก็เลยเปรียบเทียบ

1242
01:22:45,919 --> 01:22:49,919
ในลักษณะที่ว่าการจากเธอนี่มัน

1243
01:22:49,921 --> 01:22:53,921
เจ็บปวดแล้วก็ทรมานนะคะ

1244
01:22:53,922 --> 01:22:57,922
การใช้คำนะคะ โดยการเอาอุปมามาเปรียบเทียบ

1245
01:22:57,923 --> 01:23:01,923
ก็คือคำว่า "เหมือน" ดวงใจให้เลือดหลั่งไหล

1246
01:23:01,927 --> 01:23:05,927
แต่ยังมีร้าวรานใน เหมือนไฟเผาผลาญ

1247
01:23:05,928 --> 01:23:09,928
ศรัทธา นอกจากจะเจ็บปวดทรมานแล้ว

1248
01:23:09,930 --> 01:23:13,930
เหมือนกับการเผาผลาญศรัทธาทุกสิ่งทุกอย่าง

1249
01:23:13,930 --> 01:23:17,930
ของเขานะคะ ต่อไป

1250
01:23:17,932 --> 01:23:21,932
สังเกต ต่อไปเดี๋ยวดูอุปลักษณ์ก่อน

1251
01:23:21,932 --> 01:23:25,932
อุปลักษณ์ ก็เป็นความเปรียบเหมือนกัน แต่

1252
01:23:25,934 --> 01:23:29,934
คนภาษาไทยเขาจะรู้กันว่า อุปลักษณ์

1253
01:23:29,934 --> 01:23:33,934
เปรียบเหมือน ไม่ใช่ อุปมา เปรียบเหมือน

1254
01:23:33,936 --> 01:23:37,936
อุปลักษณ์เปรียบเป็น อันนี้คนภาษาไทย

1255
01:23:37,938 --> 01:23:41,938
รู้กัน เพราะอะไร เพราะอุปมาเขาจะใช้คำว่า

1256
01:23:41,939 --> 01:23:45,939
ราวกัน คล้าย เฉกเช่น นะ แต่

1257
01:23:45,940 --> 01:23:49,940
อุปลักษณ์เขาจะใช้เป็นคำว่า "เป็น" เช่น

1258
01:23:49,941 --> 01:23:53,941
ลูกเป็นแก้วตาดวงใจ

1259
01:23:53,942 --> 01:23:57,942
ของแม่ เธอเป็นนางฟ้าของฉัน

1260
01:23:57,943 --> 01:24:01,943
นี่ ก็คือเปรียบแหละ ลูกไม่ใช่แก้วตาจริง ๆ

1261
01:24:01,944 --> 01:24:05,944
แล้วก็เธอไม่ใช่นางฟ้าจริง ๆ แต่เปรียบเป็น

1262
01:24:05,946 --> 01:24:09,946
อันนี้ก็คือเปรียบโดยคำว่า "เป็น"

1263
01:24:09,949 --> 01:24:13,949
นะคะ อุปลักษณ์ จะต่างจากอุปมาตรงที่ว่า

1264
01:24:13,951 --> 01:24:17,951
อุปลักษณ์ บางครั้งสามารถละคำว่า "เป็น" กับ "คือ"

1265
01:24:17,951 --> 01:24:21,951
ได้ แต่มันก็ได้ใจความเหมือนกัน

1266
01:24:21,952 --> 01:24:25,952
เช่น แม่พูดกับลูกว่า

1267
01:24:25,954 --> 01:24:29,954
โธ แก้วตาดวงใจของแม่

1268
01:24:29,956 --> 01:24:33,956
ไม่มีคำว่า "เป็น" แต่รู้ไหมคะ จะใส่คำว่า "เป็น"

1269
01:24:33,957 --> 01:24:37,957
รู้ เราน่ะ ละเอาไว้ได้ ก็คือ

1270
01:24:37,958 --> 01:24:41,958
มันก็แปลว่า เธอเป็นแก้วตาดวงใจของแม่นั่นแหละ

1271
01:24:41,959 --> 01:24:45,959
นะคะ ฉะนั้น ถ้าเป็นอุปมา

1272
01:24:45,960 --> 01:24:49,960
ต้องมีคีย์เวิร์ด แต่ถ้าเป็นอุปลักษณ์

1273
01:24:49,963 --> 01:24:53,963
ละได้ แต่รู้กันว่ามันมีความหมาย ก็คือคำว่า "เป็น

1274
01:24:53,965 --> 01:24:57,965
ยกตัวอย่าง อุปลักษณ์

1275
01:24:57,967 --> 01:25:01,967
ถ้าเจอคีย์เวิร์ดง่าย ๆ เช่น ยิ้มเด็ฏ

1276
01:25:01,968 --> 01:25:05,968
คือ ยิ้มโลกบรรเทาโศกด้วยยิ้มฝัน

1277
01:25:05,969 --> 01:25:09,969
ฝันเด็กดั่งตะวัน สาดแสงงามยาม

1278
01:25:09,970 --> 01:25:13,970
อรุณ บทประพันธ์นี้

1279
01:25:13,972 --> 01:25:17,972
มีทั้งอุปลักษณ์ อุปลักษณ์ ก็คือยิ้มเด็ฏ

1280
01:25:17,972 --> 01:25:21,972
คือ ยิ้มโลก เขาต้องการจะเปรียบเทียบว่า ยิ้มของเด็ก

1281
01:25:21,972 --> 01:25:25,972
ทำให้โลกสดใสได้อย่างนี้ ฝันเด็กดั่ง

1282
01:25:25,973 --> 01:25:29,973
ตะวัน ฝันของเด็กนี่เหมือนกับ

1283
01:25:29,974 --> 01:25:33,974
แสงตะวันเลย เเพราะว่ามันดูสว่างดู

1284
01:25:33,975 --> 01:25:37,975
สดใส โอเคนะคะ นี่ก็คือ

1285
01:25:37,977 --> 01:25:41,977
การเปรียบ แต่อุปลักษณ์บางครั้ง

1286
01:25:41,979 --> 01:25:45,979
อาจจะไม่มีเป็นกับคือก็ได้เหมือน

1287
01:25:45,980 --> 01:25:49,980
ที่ครูพูโไว้เมื่อกี้ ก้ม ก้าาเคารพอภิวาท

1288
01:25:49,980 --> 01:25:53,980
พระปิ่นภพภูวนาถนาถา

1289
01:25:53,982 --> 01:25:57,982
ยับยั้งคอยฟังพระวาจา

1290
01:25:57,983 --> 01:26:01,983
จะบัญชาให้ยกโยธี

1291
01:26:01,984 --> 01:26:05,984
บางคนถ้าไม่เข้าใจความหมายของคำ

1292
01:26:05,984 --> 01:26:09,984
ของคำ ก็จะตีคำไม่ได้ ก็จะหาอุปลักษณ์

1293
01:26:09,986 --> 01:26:13,986
ไม่ได้ แต่ถ้าคนที่เข้าใจความหมายของคำว่า

1294
01:26:13,987 --> 01:26:17,987
อ๋อ พระปิ่นภพมันแปลว่าบุคคลสำคัญ

1295
01:26:17,988 --> 01:26:21,988
ของโลก คือปิ่น คือ ภพ ภพ ก็คือโลกนะ

1296
01:26:21,990 --> 01:26:25,990
ภูวนาทนาถา แปลว่า พระมหากษัตริย์

1297
01:26:25,991 --> 01:26:29,991
ดังนั้น ถ้าสมมติว่า

1298
01:26:29,993 --> 01:26:33,993
บทประพันธ์นี้จะมีอุปลักษณ์

1299
01:26:33,993 --> 01:26:37,993
นักศึกษาก็ต้องมาสงเกตว่าอะไรที่เป็น

1300
01:26:37,994 --> 01:26:41,994
อุปลักษณ์ได้ วรรคแรก

1301
01:26:41,996 --> 01:26:45,996
เขาบอกว่าก้มเก้าเคารพอภิวาท ก็คือการกราบ

1302
01:26:45,998 --> 01:26:49,998
กราบใครสักคนหนึ่งนี่ พระปิ่นภพภูวนาถนาถา

1303
01:26:49,998 --> 01:26:53,998
ภูวนาถนาถา พระ

1304
01:26:54,000 --> 01:26:58,000
ปิ่นภพภูวนาถนาภาป

1305
01:26:58,001 --> 01:27:02,001
แปลว่าอะไรคะ แปลว่า พระมหากษัตริย์

1306
01:27:02,002 --> 01:27:06,002
พระปิ่นภพ แปลว่า ยิ่งใหญ่

1307
01:27:06,002 --> 01:27:10,002
ระดับโลก ดังนั้น ถ้าเราจะตีความ เราก็ต้องตีคามว่า

1308
01:27:10,004 --> 01:27:14,004
ผู้ที่เป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่

1309
01:27:14,007 --> 01:27:18,007
ถูกไหมคะ ดังนั้น พระปิ่นภพ

1310
01:27:18,008 --> 01:27:22,008
จึงเป็นอุปลักษณ์ที่ไม่ต้องมีคำว่า

1311
01:27:22,010 --> 01:27:26,010
เป็น กับคำว่า คือ ละได้ เพราะ

1312
01:27:26,010 --> 01:27:30,010
มันแปลความว่าเป็นพระมหากษัตริย์

1313
01:27:30,012 --> 01:27:34,012
ที่ยิ่งใหญ่ นี่เวลาที่คุณ

1314
01:27:34,013 --> 01:27:38,013
จะตีความในบทประพันธ์บางครั้งครูถึงบอกว่า

1315
01:27:38,016 --> 01:27:42,016
ภาษาเป็นสิ่งที่จำเป็นว่าเราต้อง

1316
01:27:42,016 --> 01:27:46,016
แปลออกให้ได้ก่อน ตีความให้ได้ก่อน คุณจึงจะสามารถตีความได้

1317
01:27:46,018 --> 01:27:50,018
ว่าในส่วนนี้มีภาพพจน์หรือไม่อย่างไร

1318
01:27:50,018 --> 01:27:54,018
นะคะ ยกตัวอย่าง

1319
01:27:54,020 --> 01:27:58,020
ดูผิวสินวลละอองอ่อน

1320
01:27:58,022 --> 01:28:02,022
มะลิซ้อนดูดำไปหมดสิ้น นักศึกษา

1321
01:28:02,025 --> 01:28:06,025
เขาบอกว่าให้ดูผิวสิ มะลิซ้อนนี่ดูดำ

1322
01:28:06,026 --> 01:28:10,026
ไปเลย แสดงว่าผิวเขาขาวหรือดำ

1323
01:28:10,027 --> 01:28:14,027
บางคนบอกดำ ผิวขาวหรือดำ

1324
01:28:14,028 --> 01:28:18,028
ขาว แต่เขาไม่ได้บอกว่าผู้หญิงคนนี้

1325
01:28:18,029 --> 01:28:22,029
เป็นคนผิวขาว ถูกไหม

1326
01:28:22,031 --> 01:28:26,031
ดังนั้น ลักษณะของบทแรกที่ครูอ่าน

1327
01:28:26,032 --> 01:28:30,032
ไปเมื่อกี้ มันเป็นบทที่เป็นอุปลักษณ์

1328
01:28:30,033 --> 01:28:34,033
ที่ไม่ต้องมีคำว่า "เป็น" กับคำว่า "คือ"

1329
01:28:34,034 --> 01:28:38,034
แต่เรารู้กันว่ามันตีความได้ว่าเป็น

1330
01:28:38,034 --> 01:28:42,034
ผู้หญิงขาว โอเคนะคะ

1331
01:28:42,036 --> 01:28:46,036
อันนี้ได้ แต่

1332
01:28:46,039 --> 01:28:50,039
อันที่เป็นอุปมา งามโอษฐ์ยันไม้

1333
01:28:50,040 --> 01:28:54,040
อ่อน งามกรดังลายเลขา

1334
01:28:54,040 --> 01:28:58,040
อันนี้เป็นอุปมา เพราะมีคำว่า "ดัง"

1335
01:28:58,042 --> 01:29:02,042
งามโอษฐ์ดังใบไม้อ่อน แปลว่าอะไร

1336
01:29:02,043 --> 01:29:06,043
ปากเขียวอ่อนไหมคะ

1337
01:29:06,044 --> 01:29:10,044
ไม่ใช่นะคะ งามโอษฐ์ดังใบไม้อ่อน คือริมฝีปากบาง

1338
01:29:10,045 --> 01:29:14,045
เขาต้องการจะบอกว่าเป็นคนริมฝีปากบาง

1339
01:29:14,047 --> 01:29:18,047

1340
01:29:18,048 --> 01:29:22,048
ฉันจะกดรับ

1341
01:29:22,049 --> 01:29:26,049

1342
01:29:26,050 --> 01:29:30,050

1343
01:29:30,051 --> 01:29:34,051

1344
01:29:34,053 --> 01:29:38,053

1345
01:29:38,056 --> 01:29:42,056

1346
01:29:42,059 --> 01:29:46,059

1347
01:29:46,061 --> 01:29:50,061
ใครโทรมา หรือว่าเราโทรไป

1348
01:29:50,063 --> 01:29:54,063

1349
01:29:54,064 --> 01:29:58,064

1350
01:29:58,066 --> 01:30:02,066
ความที่ห้องมันรั้นน่ะนะ

1351
01:30:02,067 --> 01:30:06,067
ของตึก 17 มีแบบนี้ไหม

1352
01:30:06,069 --> 01:30:10,069

1353
01:30:10,070 --> 01:30:14,070

1354
01:30:14,071 --> 01:30:18,071

1355
01:30:18,072 --> 01:30:22,072
ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวตอ่อันนี้ต่อนะคะ

1356
01:30:22,075 --> 01:30:26,075
บุคลาธิษฐาน บุคลาธิษฐาน

1357
01:30:26,079 --> 01:30:30,079
ก็คือการที่เอา

1358
01:30:30,080 --> 01:30:34,080
สิ่งไม่มีชีวิตมาทำกิริยา

1359
01:30:34,082 --> 01:30:38,082
เช่น เถาตำลุงริมรั้วก็ยั่วทัก

1360
01:30:38,083 --> 01:30:42,083
ริมรั้วก็ยั่วทัก

1361
01:30:42,084 --> 01:30:46,084
ก็ยอมค่อย อะไรเป็นบุคลาธิษฐานบ้างคะ

1362
01:30:46,085 --> 01:30:50,085
เถาตำลึงริมรั่วก็ยั่วยัก

1363
01:30:50,085 --> 01:30:54,085
กระถินฝักดอกแคก็ย้อมค่อย

1364
01:30:54,087 --> 01:30:58,087
มะรุมรอมะละกอก็รอคอย

1365
01:30:58,087 --> 01:31:02,087
ใบหม่อนไหมน้อยก็น้อยตื่นตัว ลมลอดกอไผ่เป็น

1366
01:31:02,089 --> 01:31:06,089
เพลงล่อง ดงกล้วยใบตองก็ไกวทั่ว ม้าเอ๋ย

1367
01:31:06,090 --> 01:31:10,090
เอ๋ยอกข้าระทึกรัว กล้ากล้า

1368
01:31:10,092 --> 01:31:14,092
อะไรเป็นบุคลาธิษฐานบ้าง 1.

1369
01:31:14,092 --> 01:31:18,092
เถาตำลึงมันก็กำลังทำอะไร

1370
01:31:18,093 --> 01:31:22,093
ยั่วทัก แบบทักทาย

1371
01:31:22,095 --> 01:31:26,095
อะไรอีกคะ กระถิน แล้วก็ฝักดอกแค

1372
01:31:26,096 --> 01:31:30,096
แล้วก็ฝักดอกแค มันก็ทักทายเหมือนกัน -

1373
01:31:30,097 --> 01:31:34,097
ต่อไป มะรุม

1374
01:31:34,098 --> 01:31:38,098
แล้วก็มะละกอ มีบางห้อง

1375
01:31:38,099 --> 01:31:42,099
ตอบว่ามะรุมรอคืออะไรคะอาจารย์ มะรุม

1376
01:31:42,100 --> 01:31:46,100
มันกำลัง... กริยานะคะ รอ

1377
01:31:46,101 --> 01:31:50,101
มะรุมรอคือสายพันธุ์หนึ่งของมะละกอหรือเปล่า ไม่ใช่

1378
01:31:50,101 --> 01:31:54,101
อันนี้มะรุมกำลังรอแล้วมะละกอก็

1379
01:31:54,103 --> 01:31:58,103
รอเหมือนหัน อะไรอีกคะ ใบหม่อน

1380
01:31:58,104 --> 01:32:02,104
ไหมน้อย ก็แบบ ก็ตื่นตัวตลอดเวลา

1381
01:32:02,104 --> 01:32:06,104
อะไรอีกคะ

1382
01:32:06,106 --> 01:32:10,106
อะไรลอด ล่ม ก็ทำกิริยา ก็คือ

1383
01:32:10,107 --> 01:32:14,107
ลอดกอไผ่อยู่

1384
01:32:14,110 --> 01:32:18,110
แล้วก็ดงกล้วย ข้างล่างใช่ไหม

1385
01:32:18,111 --> 01:32:22,111
ม้าเอ๋ยอกข้าระทึกรัว ใช่ไหม ไม่ใช่

1386
01:32:22,112 --> 01:32:26,112
อันนี้ม้ามันไม่ได้ทำกิริยา แค่เรา

1387
01:32:26,114 --> 01:32:30,114
บอกม้าเฉย ๆ ว่าม้าเอ๋ย อกข้าระทึกรัว

1388
01:32:30,115 --> 01:32:34,115
ก็เลยมีแค่นี้นะคะ อันนี้ บุคลาธิษฐาน

1389
01:32:34,115 --> 01:32:38,115
ก็อาจจะเจอบ่อยเหมือนกัน

1390
01:32:38,117 --> 01:32:42,117

1391
01:32:42,118 --> 01:32:46,118
พี่ล่ามค่ะ ฝาก... โอเค

1392
01:32:46,121 --> 01:32:50,121
โอเคค่ะ

1393
01:32:50,122 --> 01:32:54,122
เดี๋ยวรอก่อนก็ได้

1394
01:32:54,123 --> 01:32:58,123

1395
01:32:58,124 --> 01:33:02,124

1396
01:33:02,125 --> 01:33:06,125

1397
01:33:06,128 --> 01:33:10,128

1398
01:33:10,131 --> 01:33:14,131
(ล่าม) สวัสดีค่ะ

1399
01:33:14,134 --> 01:33:18,134

1400
01:33:18,138 --> 01:33:22,138

1401
01:33:22,139 --> 01:33:26,139

1402
01:33:26,140 --> 01:33:30,140

1403
01:33:30,141 --> 01:33:34,141

1404
01:33:34,143 --> 01:33:38,143

1405
01:33:38,146 --> 01:33:42,146

1406
01:33:42,150 --> 01:33:46,150

1407
01:33:46,151 --> 01:33:50,151

1408
01:33:50,153 --> 01:33:54,153

1409
01:33:54,155 --> 01:33:58,155

1410
01:33:58,157 --> 01:34:02,157

1411
01:34:02,158 --> 01:34:06,158

1412
01:34:06,161 --> 01:34:10,161

1413
01:34:10,163 --> 01:34:14,163

1414
01:34:14,165 --> 01:34:18,165

1415
01:34:18,166 --> 01:34:22,166

1416
01:34:22,172 --> 01:34:26,172

1417
01:34:26,174 --> 01:34:30,174
โอเคนะคะพี่ล่าม พี่ล่ามมาแล้วนะคะ โอเค

1418
01:34:30,176 --> 01:34:34,176
ค่ะ เดี๋ยวต่อเลย

1419
01:34:34,178 --> 01:34:38,178
นะคะ ทำไมวันนี้สายหลุดบ่อย

1420
01:34:38,181 --> 01:34:42,181
มาค่ะ กลับมา กลับมา เด็ก ๆ

1421
01:34:42,182 --> 01:34:46,182
สาว ๆ มา ต่อไปนะคะ สัญลักษณ์

1422
01:34:46,183 --> 01:34:50,183
สัญลักษณ์ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่ง

1423
01:34:50,183 --> 01:34:54,183
ที่พบบ่อยเหมือนกัน คราวนี้สัญลักษณ์นี่

1424
01:34:54,187 --> 01:34:58,187
เป็นภาพพจน์ที่ใช้ในการเปรียบ แต่ไม่

1425
01:34:58,190 --> 01:35:02,190
เปรียบเทียบเหมือนกับอุปมากับอุปลักษณ์ แต่สัญลักษณ์

1426
01:35:02,191 --> 01:35:06,191
จะเป็นในลักษณะที่ว่าเอาสิ่งหนึ่ง

1427
01:35:06,193 --> 01:35:10,193
มาแทนสิ่งหนึ่ง เช่น

1428
01:35:10,194 --> 01:35:14,194
เราน่ะ อยู่เมืองย่าโม

1429
01:35:14,194 --> 01:35:18,194
สัญลักษณ์ของเรา เราก็มันจะถูกเรียกว่าเป็น

1430
01:35:18,195 --> 01:35:22,195
หลานสาวย่าโม โอเคไหม

1431
01:35:22,195 --> 01:35:26,195
นี่คือสัญลักษณ์คือเอาสิ่งหนึ่งมาแทนสิ่งหนึ่ง

1432
01:35:26,197 --> 01:35:30,197
เป็นลักษณะที่เราเข้าใจได้ ชัดเจนนะคะ

1433
01:35:30,198 --> 01:35:34,198
สัญลักษณ์ที่ว่าจะมีทั้งแบบขนบและแบบสากล

1434
01:35:34,200 --> 01:35:38,200
แบบขนบ ก็คือ

1435
01:35:38,201 --> 01:35:42,201
ในแต่ละท้องที่ หรือวัฒนธรรมนั้น ๆ  นี่ จะเข้าใจ

1436
01:35:42,202 --> 01:35:46,202
และเข้าใจเป็นกันเอง... ด้วยกันดีว่าอันนี้คือ

1437
01:35:46,203 --> 01:35:50,203
อะไร สัญลักษณ์นี้แปลว่าอะไร ส่วนแบบสากล ก็คือ

1438
01:35:50,204 --> 01:35:54,204
โดยทั่วไปเข้าใจโดยทั่วไป เช่น

1439
01:35:54,205 --> 01:35:58,205
สีขาวเหมือนกัน สีขาวถ้าเป็นสัญลักษณ์

1440
01:35:58,206 --> 01:36:02,206
แบบขนบ ก็คือสีขาวบนธงชาติ

1441
01:36:02,207 --> 01:36:06,207
ไทย แปลว่าอะไรคะ

1442
01:36:06,209 --> 01:36:10,209
สีขาว ในผืนธงชาติไทยนี่แปลว่าอะไร

1443
01:36:10,210 --> 01:36:14,210
ในธงชาติไทย

1444
01:36:14,211 --> 01:36:18,211
สีขาวในธงชาติไทย

1445
01:36:18,212 --> 01:36:22,212
แปลว่าอะไร

1446
01:36:22,213 --> 01:36:26,213
ศาสนา โอเคไหม นี่คือแบบขนบ

1447
01:36:26,215 --> 01:36:30,215
สีขาว ในธงชาติไทย แล้วถ้าสีขาว

1448
01:36:30,220 --> 01:36:34,220
แบบสากลทั่วไป เป็นสัญลักษณ์ของความ

1449
01:36:34,221 --> 01:36:38,221
บริสุทธิ์ คราวนี้ถ้าครูบอกว่า ถ้า

1450
01:36:38,222 --> 01:36:42,222
เราไปเป็นครูแล้วน่ะ มันก็จะมีขนบของเราเพิ่มขึ้นมา

1451
01:36:42,223 --> 01:36:46,223
อีก เช่น โรงเรียน จะมีโรงเรียน

1452
01:36:46,224 --> 01:36:50,224
สีขาว เคยได้ยินไหมคะ เขาจะติดป้ายใหญ่ ๆ

1453
01:36:50,225 --> 01:36:54,225
หน้าโรงเรียน โรงเรียนสีขาว ไอ้สีขาว

1454
01:36:54,227 --> 01:36:58,227
ที่ว่านั้นน่ะแปลว่าอะไรคะ โรงเรียนนี้

1455
01:36:58,228 --> 01:37:02,228
อยู่ในโครงกาอะไรคะ

1456
01:37:02,232 --> 01:37:06,232
ปลอดยาเสพติด โอเคไหม บางคนบอกว่าเป็นโรงเรียนที่

1457
01:37:06,233 --> 01:37:10,233
เคร่งศาสนา เป็นอะไรที่เกี่ยวกับศาสนา ไม่ใช่ เราจะสังเกต

1458
01:37:10,234 --> 01:37:14,234
ว่าขาวเหมือนกันแต่ไม่เหมือนกันนะ

1459
01:37:14,235 --> 01:37:18,235
สัญลักษณ์นี่ ให้สังเกตดี ๆ ไม่ใช่ว่า

1460
01:37:18,236 --> 01:37:22,236
แบบนี้มาโดยตลอด ว่าสัญลักษณ์นี้มันเป็นแบบนี้

1461
01:37:22,238 --> 01:37:26,238
แปลว่าแบบนี้เท่านั้น ไม่ใช่ คุณต้องสังเกตด้วยว่า

1462
01:37:26,239 --> 01:37:30,239
ใช้ในบริบทไหนในขนบไหน

1463
01:37:30,240 --> 01:37:34,240
เช่น สีขาวบนะงชาติไทยเมื่อกี้ที่ครูบอกว่า

1464
01:37:34,241 --> 01:37:38,241
มันไม่ได้แปลว่าความบริสุทธิ์ มันไม่ได้แปลว่าปลอดยาเสพติด

1465
01:37:38,242 --> 01:37:42,242
นะ แต่มันแปลว่า ศาสนา แต่ถ้าบอกว่าโรงเรียน

1466
01:37:42,243 --> 01:37:46,243
สีขาว อันนั้นเป็นสัญลักษณ์ของโรงเรียนปลอดยาเสพติด

1467
01:37:46,243 --> 01:37:50,243
แต่ถ้าสีขาวโดยทั่วไปจะแปลว่าความบริสุทธิ์

1468
01:37:50,247 --> 01:37:54,247
เหมือนกัน นกพิราบ

1469
01:37:54,248 --> 01:37:58,248
ถ้าเป็นในอดีต นกพิราบของเราเป็นสัญลักษณ์ของการ...

1470
01:37:58,249 --> 01:38:02,249
ของการเวลาจะส่งจดหมาย

1471
01:38:02,250 --> 01:38:06,250
หากันต้องส่งทางนกพิราบ เป็นสัญลักษณ์ ของการ

1472
01:38:06,251 --> 01:38:10,251
สื่อสาร โอเคนะ แต่ถ้าบอกว่า

1473
01:38:10,251 --> 01:38:14,251
คุณไปเจอนกพิราบ หรือบางทีเขาจะเป็นป้าย

1474
01:38:14,253 --> 01:38:18,253
ใหญ่ ๆ นะ แล้วก็จะมีตราสัญลักษณ์นกพิราบอยู่

1475
01:38:18,254 --> 01:38:22,254
อันนั้นจะแปล่าอะไรคะ

1476
01:38:22,256 --> 01:38:26,256
สันติภาพ เสรีภาพ เป็นต้นนะคะ

1477
01:38:26,258 --> 01:38:30,258
อันนี้คือสิ่งที่เราต้องสังเกตว่า เวลาที่

1478
01:38:30,259 --> 01:38:34,259
คุณน่ะไปเจอสัญลักษณ์ในบทประพันธ์คุณต้องตี

1479
01:38:34,261 --> 01:38:38,261
ความออกมาให้ได้นะคะ

1480
01:38:38,265 --> 01:38:42,265
ยกตัวอย่าง บทประพันธ์ที่ใช้

1481
01:38:42,269 --> 01:38:46,269
สัญลักษณ์ ดอกรักกำลังจะบาน

1482
01:38:46,270 --> 01:38:50,270
กลับเกลื่อนลานด้วยลั่นทม

1483
01:38:50,272 --> 01:38:54,272
หนาวน้ำตา มาห้อมห่ม หัวใจเอย

1484
01:38:54,274 --> 01:38:58,274
เจ้าเลยลา ครู...

1485
01:38:58,276 --> 01:39:02,276
ครูอะไรนะ ครูเน้นให้แล้วว่าอะไรมันคือ

1486
01:39:02,277 --> 01:39:06,277
สัญลักษณ์อย่างเช่น อันแรกดอกรักกำลังจะบาน

1487
01:39:06,278 --> 01:39:10,278
ให้เราช่วยแปลว่าดอกรักเป็นสัญลักษณ์ของดะไ

1488
01:39:10,280 --> 01:39:14,280

1489
01:39:14,282 --> 01:39:18,282
ความรัก โอเคนะ บางทีเขาอาจจะใช้

1490
01:39:18,283 --> 01:39:22,283
คำง่าย ๆ ให้เข้าใจได้ง่าย ๆ แหละ แต่ว่าบางคนก็อาจจะยังไม่

1491
01:39:22,285 --> 01:39:26,285
เข้าใจนะคะ ดอกรักก็คือความรักกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

1492
01:39:26,286 --> 01:39:30,286
เขาเปรียบเทียบเหมือนกับดอกไม้ที่กำลังจะบาน

1493
01:39:30,290 --> 01:39:34,290
กลับเกลื่อนลานด้วยลั่นทน ลั่นทนแปลว่าอะไร

1494
01:39:34,291 --> 01:39:38,291
ลั่นทมเป็นสัญลักษณ์ของอะไร ความโศกเศร้า

1495
01:39:38,291 --> 01:39:42,291
ความทุกข์ใจ หนาวน้ำตามาห้อมห่ม

1496
01:39:42,292 --> 01:39:46,292
น้ำตาก็เป็นสัญลักษณ์เหมือนกัน น้ำตาก็แทนความ

1497
01:39:46,293 --> 01:39:50,293
เสียใจเหมือนกัน ฉะนั้นบทประพันธ์นี้เขาก็เลยบอกว่า

1498
01:39:50,294 --> 01:39:54,294
ความรักกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

1499
01:39:54,294 --> 01:39:58,294
แต่ก็ต้องเศร้าเสียแล้ว ก็ต้อง

1500
01:39:58,295 --> 01:40:02,295
เอาน้ำตานี่มาแทนความเศร้าของตัวเอง

1501
01:40:02,297 --> 01:40:06,297
โศกเศร้ารักยังไม่ได้เริ่มเลยกลับเศร้าก่อน อันนี้คือบทประ

1502
01:40:06,299 --> 01:40:10,299
สั้น ๆ ของบทประพันธ์นี้นะคะ

1503
01:40:10,300 --> 01:40:14,300
อีกบทหนึ่ง ไม่มีใครไม่เคยไม่ผิดพลาด

1504
01:40:14,301 --> 01:40:18,301
ไม่มีใครไม่เคยขลาดมาแต่ต้น

1505
01:40:18,302 --> 01:40:22,302
เมื่อมีเมฆย่อมมีความมืดมน

1506
01:40:22,302 --> 01:40:26,302
หลังพายุผ่านพ้นจึงสร่างซา

1507
01:40:26,304 --> 01:40:30,304
ครูขีดเส้นใต้ให้แล้วว่าอะไรเป็นสัญลักษณ์

1508
01:40:30,304 --> 01:40:34,304
พวกเราลองตีความดูสิ ว่าสัญลักษณ์อันนี้มันแทนอะไร

1509
01:40:34,306 --> 01:40:38,306
เมฆแทนอะไรคะ

1510
01:40:38,306 --> 01:40:42,306
เมฆ เมฆ

1511
01:40:42,307 --> 01:40:46,307
มันแทนอะไร

1512
01:40:46,308 --> 01:40:50,308
สัญลักษณ์แทนอะไร เมฆมันแทนสว่างเหรอ

1513
01:40:50,310 --> 01:40:54,310
ย่อมมีความมืดมน

1514
01:40:54,311 --> 01:40:58,311
ความดี ผิด อ่านดูดี ๆ

1515
01:40:58,311 --> 01:41:02,311
มันไม่มีทางเป็นไปในเชิงบวกได้เลยนะนักศึกษา

1516
01:41:02,312 --> 01:41:06,312
ไม่มีใครไม่เคยไม่ผิดพลาด ไม่มีใคร

1517
01:41:06,313 --> 01:41:10,313
ไม่เคยขลาดมาแต่ต้น เมื่อมีเมฆย่อมมี

1518
01:41:10,316 --> 01:41:14,316
ความมืดมน

1519
01:41:14,319 --> 01:41:18,319
เมฆสีดำ เดี๋ยวมันแทนแะไร สัญลักษณ์แทนอะไร

1520
01:41:18,320 --> 01:41:22,320
เรื่องดี ดี

1521
01:41:22,324 --> 01:41:26,324
ดีเหรอ มันกลายเป็นมืดมนนะ ถ้ามันดีมันจะมืดมน

1522
01:41:26,325 --> 01:41:30,325
ไหม มันต้องเป็นอะไร

1523
01:41:30,326 --> 01:41:34,326
ที่ทำให้มืดมน เศร้า มันมีอะไร

1524
01:41:34,326 --> 01:41:38,326
เข้ามา เราทำงานอยู่ แล้วมันไม่ประสบ

1525
01:41:38,329 --> 01:41:42,329
ความสำเร็จ มันมีอะไรเข้ามา อุปสรรค

1526
01:41:42,330 --> 01:41:46,330
ต้องใบ้ขนาดนั้นเลยทีเดียว เมื่อ

1527
01:41:46,332 --> 01:41:50,332
มรเมฆ ก็คือเมฆแทนอุปสรรค ย่อมมีความมืดมัน มืดม

1528
01:41:50,336 --> 01:41:54,336
แทนอะไร มันมีอุปสรรคมา มันก็เลย

1529
01:41:54,339 --> 01:41:58,339
ผิดหวัง โอเค มา

1530
01:41:58,341 --> 01:42:02,341
หลังพายุผ่านพ้น พายุ

1531
01:42:02,342 --> 01:42:06,342
ครูเคลมว่ามันเป้นเหมือนเมฆได้ไหม

1532
01:42:06,344 --> 01:42:10,344
มันเป็นอุปสรรคเหมือนเมฆได้ไหม ได้ ำ

1533
01:42:10,345 --> 01:42:14,345
พายุก็คือหลังจากอุปสรรคผ่านพ้นไปจึงสร่างซา

1534
01:42:14,347 --> 01:42:18,347
สร่างซามันถึงจะแปลว่า

1535
01:42:18,352 --> 01:42:22,352
โล่ง ความอะไร

1536
01:42:22,353 --> 01:42:26,353
มันมีอุปสรรค มันทำให้ผิดหวัง พอ

1537
01:42:26,354 --> 01:42:30,354
มันอุปสรรคผ่านไปมันก็จะมีความสำเร็จ โอเค

1538
01:42:30,354 --> 01:42:34,354
นะคะ ไปค่อย ๆ เรียนรู้ไป

1539
01:42:34,356 --> 01:42:38,356
สิ่งที่เราต้องพิจารณาในการวิตจารณ์

1540
01:42:38,357 --> 01:42:42,357
ในการวิจารณ์ เราก็ต้องดูว่ามีภาพพจน์อะไรบ้าง ภาพพจน์

1541
01:42:42,358 --> 01:42:46,358
แบบใดบ้าง เมื่อกี้พูดไปสอนไปมี 4 ภาพพจน์

1542
01:42:46,359 --> 01:42:50,359
แล้วก็อธิบายมาให้ได้ว่าแล้วภาพพจน์

1543
01:42:50,360 --> 01:42:54,360
ลักษณะอย่างไร ตีความแบบไหน ครูพาตีความ

1544
01:42:54,361 --> 01:42:58,361
ก็ต้องตีความออกมาให้ได้แบบนั้นนะคะ

1545
01:42:58,362 --> 01:43:02,362
ต่อไป รูปแบบคำประพันธ์

1546
01:43:02,362 --> 01:43:06,362
รูปแบบคำประพันธ์นี่มีทั้งหมด 3

1547
01:43:06,364 --> 01:43:10,364
รูปแบบแรกคือรูปแบบตายตัว หรือตามตัว

1548
01:43:10,365 --> 01:43:14,365
ก็คือรูปแบบที่เป็นบังคับฉันทลักษณ์ของไทย

1549
01:43:14,367 --> 01:43:18,367
เลย ไม่ว่าจะเป็น โคลง โคลงสี่สุภาพ

1550
01:43:18,368 --> 01:43:22,368
ก็จะมีรูปแบบที่บังคับฉันทลักษณ์ เอก 7 โท 4

1551
01:43:22,369 --> 01:43:26,369
ก็ว่าไปหรือรูปแบบกาพย์ยานี 11

1552
01:43:26,370 --> 01:43:30,370
ก็จะมีบังคับฉันทลักษณ์ ข้างหน้า 5 ข้างหลัง 6

1553
01:43:30,372 --> 01:43:34,372
แล้วก็การคล้องจอง รูปแบบกลอนสุภาพ

1554
01:43:34,373 --> 01:43:38,373
หรือกลอนแปดก็จะมี 7-9 คำ

1555
01:43:38,373 --> 01:43:42,373
แล้วก็กลอนดอกสร้อย ขึ้นต้นด้วย เอย ลงท้ายด้วย เอย

1556
01:43:42,375 --> 01:43:46,375
ที่ครูเอาขึ้นมา เป็นแค่ยกตัวอย่างให้ดูเฉย ๆ

1557
01:43:46,378 --> 01:43:50,378
ว่ารูปแบบของคำประพันธ์แท้ ๆ จริง ๆ มีมากกว่านี้ แต่

1558
01:43:50,379 --> 01:43:54,379
อันนี้คือยกตัวอย่างมาให้ว่าแต่ละรูปแบบก็จะมีฉันทลักษณ์

1559
01:43:54,381 --> 01:43:58,381
บังคับฉันทลักษณ์แตกต่างกันไป ต่อไป

1560
01:43:58,382 --> 01:44:02,382
รูปแบบกลอนอิสระ รูปแบบ

1561
01:44:02,383 --> 01:44:06,383
อิสระ ก็คือไม่มีบังคับฉันทลักษณ์ เช่นที่ครูให้

1562
01:44:06,384 --> 01:44:10,384
นักศึกษาอ่านสูเป็นไฟ เราเป็นไม้อันนี้แหละค่ะ

1563
01:44:10,386 --> 01:44:14,386
อันนี้เป็น เขาจะเรียกว่ากลอนเปล่า หรือว่ากลินอิสระ

1564
01:44:14,387 --> 01:44:18,387
นะคะ จะเป็นวัฒนธรรมที่เรารับ

1565
01:44:18,387 --> 01:44:22,387
อิทธิพลมาจากตะวันตก มี

1566
01:44:22,387 --> 01:44:26,387
ระยะห่างบรรทัดมากกว่าปกติ ลักษณะ

1567
01:44:26,389 --> 01:44:30,389
ของประโยคจะสั้นหระชับ

1568
01:44:30,390 --> 01:44:34,390
แล้วก็จะมีความใหม่ ประโยคที่ใหม่ ยกตัวอย่าง

1569
01:44:34,390 --> 01:44:38,390
บางคนฝากดวงดาวไปบอก

1570
01:44:38,394 --> 01:44:42,394
คนรักว่าคิดถึง หลายคนฝากสายลม

1571
01:44:42,397 --> 01:44:46,397
สายฝน สำหรับฉัน

1572
01:44:46,397 --> 01:44:50,397
ได้แต่เก็บความรู้สึกเช่นนั้นไว้กับตัวเอง

1573
01:44:50,399 --> 01:44:54,399
และปล่อยให้มันเผาไหม้หัวใจฉัน

1574
01:44:54,400 --> 01:44:58,400
จนเป็นสีดำ เคยไหมที่

1575
01:44:58,401 --> 01:45:02,401
คุณพบใครบางคนสายไป แล้วหัวใจ

1576
01:45:02,402 --> 01:45:06,402
คุณกลายเป็นสีดำ บางคนบอก ทำไมหนูอ่านแล้วมันเหมือน

1577
01:45:06,403 --> 01:45:10,403
ร้อยแก้วธรรมดา มันเป็นลักษณะคล้าย

1578
01:45:10,405 --> 01:45:14,405
กับร้อยแก้วธรรมดานั่นแหละค่ะ แต่เขาจะมีการ

1579
01:45:14,406 --> 01:45:18,406
เขียนให้เป็นรูปแบบของกลอน

1580
01:45:18,407 --> 01:45:22,407
ก็เลยเรียกกลอนชนิดนี้ว่า "กลอนเปล่า"

1581
01:45:22,408 --> 01:45:26,408
ก็คือไม่มีบังคับฉันทลักษณ์นั่นเองนะคะ

1582
01:45:26,410 --> 01:45:30,410
ต่อไป

1583
01:45:30,410 --> 01:45:34,410
วรรณรูป วรรณรูปก็คือการสร้าง

1584
01:45:34,412 --> 01:45:38,412
ด้วยอักษร การสร้างภาพด้วยอักษร

1585
01:45:38,413 --> 01:45:42,413
วรณณะ คือ ภาษา รูปก็คือภาพ

1586
01:45:42,413 --> 01:45:46,413
ฉะนั้น วรรณรูป ก็คือ

1587
01:45:46,414 --> 01:45:50,414
การใช้ภาษาในการสร้างภาพ เช่น บทประพันธ์

1588
01:45:50,416 --> 01:45:54,416
เรื่อง หยาดฝน เขาทำเป็นรูปหยด

1589
01:45:54,417 --> 01:45:58,417
น้ำฝนอยู่นักศึกษาเห็นไหมคะ ถ้าใครไม่เห็นก็เห็น

1590
01:45:58,418 --> 01:46:02,418
เป็นหยดฝนนะคะ เพราะว่าเขาพยายามทำให้เราเห็นเป็นหยดฝน

1591
01:46:02,419 --> 01:46:06,419
นะคะ ถึงบางคนจะบอกว่าเป็นสามเหลี่ยมสี่เหลี่ยมก็ว่าไป

1592
01:46:06,420 --> 01:46:10,420
อันนี้คือเขาตั้งใจทำให้เป็นหยดฝนนะคะ

1593
01:46:10,421 --> 01:46:14,421
เขาพูดถึงเด็กกับสาว

1594
01:46:14,424 --> 01:46:18,424
ที่มองน้ำฝนต่างกัน

1595
01:46:18,425 --> 01:46:22,425
เด็กคนนั้น มองสายฝนภายนอกหน้าต่าง

1596
01:46:22,427 --> 01:46:26,427
หยาดน้ำฝนจากฟ้าหลั่งมาเป็นสาย

1597
01:46:26,427 --> 01:46:30,427
ดู ซิ จ๊ะ น้ำฝน ใส

1598
01:46:30,429 --> 01:46:34,429
เด็กน่ะจะมองน้ำฝนเป็นสีใส เพราะเขาไม่ได้คิดอะไร

1599
01:46:34,430 --> 01:46:38,430
เขามีแต่ความบริสุทธิ์ สาวคนนั้น

1600
01:46:38,431 --> 01:46:42,431
มองสายฝนภายในหัวใจ หยาดน้ำฝน

1601
01:46:42,432 --> 01:46:46,432
จากใจหลั่งมาเป็นสาย ดู ซิ จ๊ะ

1602
01:46:46,433 --> 01:46:50,433
น้ำฝนขุ่น นี่เขาต้องการให้รู้ว่า

1603
01:46:50,434 --> 01:46:54,434
สาวพอเริ่มมีความรัก พอเริ่มมี

1604
01:46:54,435 --> 01:46:58,435
อะไรต่าง ๆ เข้ามาในชีวิต มีประสบการณ์มากขึ้น สายฝน

1605
01:46:58,436 --> 01:47:02,436
ของเขาก็ไม่ได้เป็นใสเหมือนเดิมอีกต่อไป

1606
01:47:02,437 --> 01:47:06,437
นะคะ หรือรูปนี้เงยหน้า

1607
01:47:06,438 --> 01:47:10,438
ขึ้นพร้อมกัน อ่านบทประพันธ์นี้พร้อมกันสิ

1608
01:47:10,439 --> 01:47:14,439
อ่านว่าอะไร ทำไม

1609
01:47:14,441 --> 01:47:18,441
อ่านได้ไวขนาดนั้น เก่งมากนะคะ สำหรับ

1610
01:47:18,441 --> 01:47:22,441
บางคนที่ยังไม่รู้เลยว่าเพื่อนอ่านมาจากไหน มีสติอย่าเผลอ

1611
01:47:22,442 --> 01:47:26,442
เขากำลังทำเป็นรูปพระพุทธรูป

1612
01:47:26,444 --> 01:47:30,444
แล้วก็ใช้พยัญชนะ ก็คือตัวอักษร คำว่า "มี"

1613
01:47:30,445 --> 01:47:34,445
มีอยู่บนเศียรของพระ

1614
01:47:34,447 --> 01:47:38,447
สติ ก็คือตัวของพระแล้วก็ช่วงล่าง

1615
01:47:38,448 --> 01:47:42,448
ก็คือช่วงขา ก็คือคำว่า "อย่าเผลอ" นั่นเอง

1616
01:47:42,449 --> 01:47:46,449
โดยใช้ภาษามาสร้างสรรค์เป็นรูปภาพ

1617
01:47:46,450 --> 01:47:50,450
นะคะ อันนี้ก็คือวรรณรูป สิ่งที่เรา

1618
01:47:50,451 --> 01:47:54,451
ต้องพิจารณาเวลาที่เราจะวิจารณ์

1619
01:47:54,451 --> 01:47:58,451
บทร้อยกรอง ก็คือเขาใช้รูปแบบ

1620
01:47:58,453 --> 01:48:02,453
กลอนแบบไหน แล้วกเหมาะสมกับ

1621
01:48:02,453 --> 01:48:06,453
สิ่งที่เขาเขียนไหม รูปแบบกลอน

1622
01:48:06,454 --> 01:48:10,454
แบบฉันทลักษณ์แบบตายตัวก็บอกให้ได้ว่าใช้

1623
01:48:10,455 --> 01:48:14,455
โครง ฉันท์ กาพย์ กลอน ชนิดใด

1624
01:48:14,455 --> 01:48:18,455
แล้วก็สุดท้าย

1625
01:48:18,457 --> 01:48:22,457
แนวคิดของเรื่อง แนวคิด

1626
01:48:22,459 --> 01:48:26,459
ถ้าเทียบกับพวกเรื่องสั้นกับนวนิยาย ก็คือ

1627
01:48:26,460 --> 01:48:30,460
แก่นเรื่องนั่นแหละ แต่แนวคิ

1628
01:48:30,461 --> 01:48:34,461
อันนี้เป็นลักษณะของข้อคิด คือ สิ่งที่ผู้อ่านจะต้อง

1629
01:48:34,463 --> 01:48:38,463
ค้นหาให้ได้ว่าสิ่งที่ผู้แต่งเขาต้องการจะสื่อ

1630
01:48:38,465 --> 01:48:42,465
อะไร เหมือนตอนที่ครู

1631
01:48:42,465 --> 01:48:46,465
พูดพฤษภกาษรให้ฟัง เขาเป็นแบบใดก็

1632
01:48:46,467 --> 01:48:50,467
แต่สุดท้าย แนวคิดสั้น ๆ แค่ว่า

1633
01:48:50,468 --> 01:48:54,468
สอนให้มนุษย์รู้จักการทำดี

1634
01:48:54,470 --> 01:48:58,470
โอเคไหมคะ อันนี้คือแนวคิด ก็คือแนวคิดแบบ

1635
01:48:58,472 --> 01:49:02,472
สั้น ๆ คุณต้องอ่านแล้วสามารถสรุปได้ว่า

1636
01:49:02,475 --> 01:49:06,475
สิ่งที่เขาต้องการจะสื่อคืออะไรนะคะ

1637
01:49:06,475 --> 01:49:10,475
จบแล้ว ในเรื่องของการ

1638
01:49:10,477 --> 01:49:14,477
การวิจารณ์บทร้อยกรอง

1639
01:49:14,478 --> 01:49:18,478
บทร้อยกรองจะมีแค่ 4 หัวข้อแค่นั้ย ไม

1640
01:49:18,479 --> 01:49:22,479
มันจะเยอะ มันจะหนักตรงที่ว่า เราสามารถ

1641
01:49:22,482 --> 01:49:26,482
พิจารณาภาษาให้ได้นะคะ เราถึง

1642
01:49:26,483 --> 01:49:30,483
จะสามารถวิจารณ์บทร้อยกรองได้

1643
01:49:30,484 --> 01:49:34,484
มีใครมีคำถามอะไรไหมคะ

1644
01:49:34,485 --> 01:49:38,485
ไม่มีนะ ก้มหน้าก้มตา

1645
01:49:38,488 --> 01:49:42,488
ไม่รู้ว่าทำอะไรนะคะ ทีนี้

1646
01:49:42,490 --> 01:49:46,490
ทวนงานสุดท้ายของเรา

1647
01:49:46,491 --> 01:49:50,491
งาน ครูจะส่งวิจารณ์

1648
01:49:50,493 --> 01:49:54,493
ครูจะส่งบทร้อยกรองให้เราวิจารณ์นะคะ อันนี้

1649
01:49:54,494 --> 01:49:58,494
เป็นงานเดี่ยว งานเดี่ยว แต่วิจารณ์บทเดียวกัน

1650
01:49:58,496 --> 01:50:02,496
ทุกคนในห้อง โอเคนะ แต่ให้เขียน

1651
01:50:02,498 --> 01:50:06,498
ส่งเดี่ยว อาทิตย์หน้า ไม่ได้เรียน

1652
01:50:06,500 --> 01:50:10,500
เพราะว่าเราจะจบ ปิดคอร์ส

1653
01:50:10,502 --> 01:50:14,502
การบรรยายภายในสัปดาห์นี้ และ

1654
01:50:14,504 --> 01:50:18,504
ภายในตอนเย็นนี้ เข้า Zoom ของอาจารย์วุฒินันท์

1655
01:50:18,505 --> 01:50:22,505
นะคะ แต่งานเรายังไม่จบ

1656
01:50:22,506 --> 01:50:26,506
งานที่ 1 ที่กำลังจะให้ในตอนนี้ ก็คือ

1657
01:50:26,506 --> 01:50:30,506
วิจารณ์บทร้อยกรอง ครูจะส่งไฟล์ให้ แล้วให้

1658
01:50:30,508 --> 01:50:34,508
นักศึกษาพรินต์แล้วก็เขียนมาส่ง

1659
01:50:34,510 --> 01:50:38,510
อันนี้ให้เขียนเอา เพราะเป็นงานเดี่ยว แล้วก็เป็น

1660
01:50:38,510 --> 01:50:42,510
งานที่ทุกคนได้บทเดียวกัน ให้คุณ

1661
01:50:42,512 --> 01:50:46,512
เขียนเอา ถ้าคุณลอกมา คุณก็ต้อง

1662
01:50:46,513 --> 01:50:50,513
ลอกเขียนมาคืออย่างไรมันก็ต้องผ่านครูอยู่ดี

1663
01:50:50,513 --> 01:50:54,513
ครูไม่ให้ก๊อบนะคะ อันนี้คืองานที่ครูจะส่งให้

1664
01:50:54,515 --> 01:50:58,515
อันนี้ชิ้นที่ 1 ชิ้นที่ 2 คือ

1665
01:50:58,517 --> 01:51:02,517
เรื่องสั้นที่นำเสนอไปวันนี้แหละ ให้ไปเคลียร์

1666
01:51:02,518 --> 01:51:06,518
ปรับ แก้ไข ให้เรียบร้อย

1667
01:51:06,519 --> 01:51:10,519
เรื่องสั้น 11 หัวข้อน่ะ

1668
01:51:10,520 --> 01:51:14,520
ส่งวันจันทร์ที่ห้องพัก หัวหน้ารู้ห้องพัก

1669
01:51:14,521 --> 01:51:18,521
ครูแล้วนะ ให้เอาไปใส่ไว้ที่บล็อก

1670
01:51:18,522 --> 01:51:22,522
ครูได้เลยนะคะ มันจะเป็นบล็อกเดี๋ยวมันจะมีชื่อครู

1671
01:51:22,523 --> 01:51:26,523
หนูเอาหยอดใส่ไว้ในชื่อครูได้เลย

1672
01:51:26,525 --> 01:51:30,525
ส่วนวิจารณ์บทร้อยกรองส่งวันศุร์

1673
01:51:30,526 --> 01:51:34,526
วิจารณ์บทร้อยกรองส่งวันศุกร์

1674
01:51:34,527 --> 01:51:38,527
แล้วก็

1675
01:51:38,528 --> 01:51:42,528
นำเสนอนวนิยาย อาทิตย์

1676
01:51:42,529 --> 01:51:46,529
วันที่ 29 มีนาคม

1677
01:51:46,531 --> 01:51:50,531
นำเสนอนวนิยายของเรา จะจบ

1678
01:51:50,531 --> 01:51:54,531
วันที่ 29 มีนาคม ครูไล่ถูกอยู่ใช่ไหม

1679
01:51:54,533 --> 01:51:58,533
ที่ครูแจ้งไว้ตอนนั้น

1680
01:51:58,535 --> 01:52:02,535
ขอโทษค่ะ

1681
01:52:02,536 --> 01:52:06,536
โอเค โอเค 5 เมษายน 29

1682
01:52:06,537 --> 01:52:10,537
มีนาคมคืองดคลาสให้ไปทำงาน คือปิดคลาส

1683
01:52:10,538 --> 01:52:14,538
แล้วน่ะค่ะ ให้ไปทำงาน แล้วก็ 5 เมษายน

1684
01:52:14,539 --> 01:52:18,539
นำเสนอนวนิยาย

1685
01:52:18,540 --> 01:52:22,540
แล้วทีนี้ตอนที่เรียน

1686
01:52:22,540 --> 01:52:26,540
กับอาจารย์วุฒินันท์เรื่องการเขียนบทความ

1687
01:52:26,543 --> 01:52:30,543
วิจารณ์ จะมีงานเดี่ยวบทความวิตจารย์

1688
01:52:30,544 --> 01:52:34,544
อีกชิ้นหนึ่ง ที่ทุกคนจะต้องเขียนบทความวิจารณ์

1689
01:52:34,545 --> 01:52:38,545
โดยพอหลังจากเรียนแล้ว

1690
01:52:38,546 --> 01:52:42,546
นักศึกษาสามารถที่จะ

1691
01:52:42,547 --> 01:52:46,547
เลือกนวนิยาย หรือเรื่องสั้น

1692
01:52:46,547 --> 01:52:50,547
เล่มไหนก็ได้ แล้วเขียนบทความวิจารณ์ ไม่เกิน

1693
01:52:50,549 --> 01:52:54,549
2 หน้ากระดาษ เอาแค่นี้นะคะ

1694
01:52:54,550 --> 01:52:58,550
นะคะ ไม่เกิน 2 หน้ากระดาษแล้วส่ง

1695
01:52:58,551 --> 01:53:02,551
วันสอบปลายภาคของเรา

1696
01:53:02,551 --> 01:53:06,551
อันนี้ให้เวลาในการทำนาน ไม่ต้องกลัวว่า

1697
01:53:06,554 --> 01:53:10,554
ทำไมงานเยอะแล้วมันจะทันไหม งาน

1698
01:53:10,555 --> 01:53:14,555
ชิ้นสุดท้ายคือบทความวิจารณ์ส่งวันที่ 18

1699
01:53:14,563 --> 01:53:18,563
เมษายน เราสอบปลายภาค

1700
01:53:18,564 --> 01:53:22,564
วันที่ 18 เมษายนนะคะ

1701
01:53:22,565 --> 01:53:26,565
เป็นช่วงบ่าย สอบในห้อง

1702
01:53:26,566 --> 01:53:30,566
เดี๋ยวครูจะนัดหมายอีกทีหนึ่งเพราะสอบรวมกัน

1703
01:53:30,567 --> 01:53:34,567
3 ห้องเดี๋ยวครุหาห้องให้ก่อนนะคะ แต่ว่า

1704
01:53:34,567 --> 01:53:38,567
ใช้การสอบแบบ E-Testing นั่นก็คือเป็นระบบ

1705
01:53:38,569 --> 01:53:42,569
เดี๋ยวส่วนกลางจะส่งลิงก์ให้ แต่

1706
01:53:42,570 --> 01:53:46,570
ทุกคนต้องมานั่งสอบด้วยกัน ฉะนั้น

1707
01:53:46,571 --> 01:53:50,571
อุปกรณ์ในการสอบทุกคนให้เตรียมพร้อม แค่นั้นเอง

1708
01:53:50,573 --> 01:53:54,573
นะคะ แล้ววันที่ 18 จะเป็น

1709
01:53:54,575 --> 01:53:58,575
ส่งงานบทความ วิจารณ์ชิ้นสุดท้ายที่เป็นงานเดี่ยว

1710
01:53:58,576 --> 01:54:02,576
ด้วย สรุป

1711
01:54:02,577 --> 01:54:06,577
ครูเคยบอกแล้วนะ ว่าวิชานี้

1712
01:54:06,579 --> 01:54:10,579
เน้นปฏิบัติ ก็เลยมีการเขียนเยอะหน่อย

1713
01:54:10,581 --> 01:54:14,581
ซึ่งส่วนใหญ่ครูจะให้ทำเป็นกลุ่ม เพราะว่า

1714
01:54:14,582 --> 01:54:18,582
ลดภาระของเรา งานเดี่ยวของครูจะมีแค่ 2 ชิ้น

1715
01:54:18,584 --> 01:54:22,584
เท่านั้น นั่นก็คือวิจารณ์บทร้อยกรองที่ส่ง

1716
01:54:22,586 --> 01:54:26,586
วันศุกร์หน้า ไม่ยาก เพราะว่ามี 4 หัวข้อ แค่นี้เอง

1717
01:54:26,595 --> 01:54:30,595
แล้วก็บทความวิจารณ์

1718
01:54:30,596 --> 01:54:34,596
ที่หลังจากเราเรียนกับอาจารย์วุฒินันท์เสร็จแล้ว

1719
01:54:34,598 --> 01:54:38,598
ถึงจะได้ทำนะคะ โดย

1720
01:54:38,599 --> 01:54:42,599
บทความวิจารณ์นี่ ส่งได้ 18

1721
01:54:42,600 --> 01:54:46,600
เมษายน ครูสั่งวันนี้ วันนี้วันที่ 22

1722
01:54:46,601 --> 01:54:50,601
มีเวลาประมาณ 1 เดือนเต็ม ๆ น่ะค่ะ เกือบ ๆ 1 เดือน

1723
01:54:50,602 --> 01:54:54,602
ฉะนั้น มีเวลา แต่สิ่งที่คุณ

1724
01:54:54,603 --> 01:54:58,603
ต้องเร่งแล้วก็ต้องทำให้ดีที่สุด

1725
01:54:58,603 --> 01:55:02,603
ตอนนี้ ก็คือวิจารณ์นวนิยายที่

1726
01:55:02,604 --> 01:55:06,604
คะแนน 20 คะแนน

1727
01:55:06,606 --> 01:55:10,606
และอันนี้เป็นงานกลุ่มด้วย งานกลุ่ม

1728
01:55:10,607 --> 01:55:14,607
3 คนด้วย ฉะนั้น ทำให้ดี

1729
01:55:14,608 --> 01:55:18,608
ทำแบบลักษณะของเรื่องสั้นนั่นแหละ ก็คือ

1730
01:55:18,613 --> 01:55:22,613
วิจารณ์ 11 หัวข้อ แต่

1731
01:55:22,615 --> 01:55:26,615
ไม่ต้องเย็บมุมมาส่ง ให้ทำเป็นรูปเล่ม

1732
01:55:26,617 --> 01:55:30,617
รายงาน มีหน้าปก มีคำนำ

1733
01:55:30,618 --> 01:55:34,618
มีสารบัญ แล้วก็เลือก

1734
01:55:34,619 --> 01:55:38,619
นำเสนอ 5 หัวข้อใน 11 หัวข้อ

1735
01:55:38,624 --> 01:55:42,624
ให้ดูจากสไลด์นะคะ 11 หัวข้อ

1736
01:55:42,625 --> 01:55:46,625
มีอะไรบ้าง ดูจากสไลด์

1737
01:55:46,628 --> 01:55:50,628
มีใครมีคำถาม

1738
01:55:50,629 --> 01:55:54,629
ตรงไหนไหมคะ ไม่เข้าใจ

1739
01:55:54,630 --> 01:55:58,630
งานไหน

1740
01:55:58,632 --> 01:56:02,632
หรือว่าสงสัยอะไร

1741
01:56:02,633 --> 01:56:06,633
ส่งวันศุกร์

1742
01:56:06,636 --> 01:56:10,636
ตอนไหนก็ได้

1743
01:56:10,637 --> 01:56:14,637
ถ้ารวบรวมมาส่ง เวลาไหนก็ได้ เพราะว่า้รา

1744
01:56:14,638 --> 01:56:18,638
ไม่ได้เจอกันในห้องอยู่แล้ว เราสะดวกนัดกันวันไหน

1745
01:56:18,640 --> 01:56:22,640
ก็ตามนั้น แค่เอาไปส่งบอก หรือบางคนบอกว่า

1746
01:56:22,640 --> 01:56:26,640
ส่งใครส่งมันเลยได้ไหม ขี้เกียจรวมกับเพื่อน

1747
01:56:26,643 --> 01:56:30,643
แต่ว่าห้องพักอาจารย์อยู่ที่อาคาร 36

1748
01:56:30,644 --> 01:56:34,644
ห้อง 8 มันจะมีบล็อก มันจะมีบล็อก

1749
01:56:34,646 --> 01:56:38,646
สีดำ หน้าห้องแล้วก็หาดูชื่อครู

1750
01:56:38,647 --> 01:56:42,647
แล้วก็หย่อนตรงบล็อกชื่อครู

1751
01:56:42,648 --> 01:56:46,648
แค่นั้น

1752
01:56:46,649 --> 01:56:50,649
ถ้าอย่างนั้นทวนปฏิทินของเรานะ ปฏิทินของเรา

1753
01:56:50,650 --> 01:56:54,650
อาทิตย์หน้ามีอะไรบ้างคะ

1754
01:56:54,652 --> 01:56:58,652
วันจันทร์ส่ง

1755
01:56:58,653 --> 01:57:02,653
เรื่องสั้น วันศุกร์ ส่งวิจารณ์

1756
01:57:02,654 --> 01:57:06,654
บทร้อยกรอง งานเดี่ยว แล้วก็

1757
01:57:06,657 --> 01:57:10,657
ข้ามไปที่วันที่ 5

1758
01:57:10,658 --> 01:57:14,658
นำเสนอวิจารณ์นวนิยาย

1759
01:57:14,659 --> 01:57:18,659
แล้วก็ข้ามไปที่ 18 สอบปลายภาค

1760
01:57:18,663 --> 01:57:22,663
ในห้อง แต่ห้องยังไม่รู้ เดี๋ยวแจ้งอีกครั้งหนึ่ง

1761
01:57:22,664 --> 01:57:26,664
นะคะ อันนี้ที่ปฏิทินนะ

1762
01:57:26,666 --> 01:57:30,666
งานของเรางานชิ้นที่ 1

1763
01:57:30,668 --> 01:57:34,668
ก็คือวีันจันทร์วิจารณ์เรื่องสั้นเป็นกลุ่ม

1764
01:57:34,670 --> 01:57:38,670
จริง ๆ ทำมาแล้วแหละ

1765
01:57:38,671 --> 01:57:42,671
แต่ก็ให้ไปแก้ไขให้มันเรียบร้อยเฉย ๆ

1766
01:57:42,672 --> 01:57:46,672
งานชิ้นที่ 2 งานเดี่ยว

1767
01:57:46,673 --> 01:57:50,673
ก็คือวิจารณ์บทร้อยกรอง

1768
01:57:50,674 --> 01:57:54,674
งานชิ้นที่ 3 วิจารณ์

1769
01:57:54,675 --> 01:57:58,675
นวนิยายที่ให้เริ่มทยอยทำมาตั้งแต่แรก

1770
01:57:58,677 --> 01:58:02,677
แล้วก็นำเสนอ ก็คือวันที่ 5

1771
01:58:02,678 --> 01:58:06,678
แล้วก็งานชิ้นที่ 4 งานเดี่ยว

1772
01:58:06,679 --> 01:58:10,679
บทความ วิจารณ์ ส่งวันที่

1773
01:58:10,680 --> 01:58:14,680
18 ทั้งเทอมได้ทำ

1774
01:58:14,681 --> 01:58:18,681
งานเดี่ยวแค่ 2 ครั้งนะคะ ก็คือร้อยกรองกับ

1775
01:58:18,682 --> 01:58:22,682
ที่เหลืองานกลุ่มนะคะ ฉะนั้น งานเดี่ยวจะเป็นตัวชี้วัด

1776
01:58:22,683 --> 01:58:26,683
เกรดของเราแล้ว ว่าเกรดของเราจะต่างจากเพื่อนหรือดีกว่าเพื่อเน

1777
01:58:26,683 --> 01:58:30,683
อย่างไร ฉะนั้นเขียนเดี่ยว เขียนออกมาให้ดี ๆ

1778
01:58:30,685 --> 01:58:34,685
เพราะงานกลุ่มมันต้องเฉลี่ยรวม

1779
01:58:34,686 --> 01:58:38,686
ได้เท่าไร ได้เท่ากัน แต่งาน

1780
01:58:38,687 --> 01:58:42,687
ที่จะทำให้เกรดเราต่างจากเพื่อนแน่นอน เพราะว่า

1781
01:58:42,688 --> 01:58:46,688
งานเราจะดีหรือไม่ดีขึ้นอยู่กับเราคนเดียว

1782
01:58:46,689 --> 01:58:50,689
มีใครมี

1783
01:58:50,689 --> 01:58:54,689
คำถามอะไรไหมคะ ส่วนพัฒนาการวรรณคดี

1784
01:58:54,691 --> 01:58:58,691
ของเราจะเจอกันสัปดาห์หน้า สัปดาห์สุดท้าย

1785
01:58:58,692 --> 01:59:02,692
อันนี้จะสบายหน่อย อีกวิชาหนึ่งจะสบายกว่ากัน

1786
01:59:02,693 --> 01:59:06,693
เป็นธรรมชาติของวิชา 2 วิชา ดังนั้น

1787
01:59:06,694 --> 01:59:10,694
เราไม่ต้องเซ็งว่าอันนี้งานเยอะจัง

1788
01:59:10,695 --> 01:59:14,695
ก็ธรรมชาติของวิชา อีกวิชาหนึ่ง

1789
01:59:14,695 --> 01:59:18,695
เหลือแค่นำเสนอเกม อีก 2 กลุ่ม

1790
01:59:18,697 --> 01:59:22,697
ก็จบแล้วเตรียมสอบปลายภาคอย่างเดียว

1791
01:59:22,698 --> 01:59:26,698
ฉะนั้น อีกวิชาหนึ่งเราสบายไปแล้ว ก็จะเหลือเวลาให้มาทำ

1792
01:59:26,699 --> 01:59:30,699
วิชานี้นะคะ

1793
01:59:30,700 --> 01:59:34,700
โอเค มีคำถามอะไรไหมคะ 11 โมงครึ่ง

1794
01:59:34,701 --> 01:59:38,701
พอดี มีคำถามไหม

1795
01:59:38,702 --> 01:59:42,702

1796
01:59:42,704 --> 01:59:46,704
ถ้าไม่มี เจอกันวันพุธ

1797
01:59:46,706 --> 01:59:50,706
หน้านะคะ วันพุธหน้านำเสนอเกม แล้วก็ปิดคอร์ส

1798
01:59:50,707 --> 01:59:54,707
พัฒนาการแล้ว... วันพุธหน้า

1799
01:59:54,707 --> 01:59:58,707
ที่เราคุยกันว่าเราย้ายห้อง จะย้ายห้อง

1800
01:59:58,709 --> 02:00:02,709
ไปตรงอาคาร 17 ไหม

1801
02:00:02,710 --> 02:00:06,710
ที่ว่านำเสนอเกม ห้องนั้นมันแอร์พัง

1802
02:00:06,712 --> 02:00:10,712
ห้องที่เราเรียนวันพุธ

1803
02:00:10,712 --> 02:00:14,712
เมื่อกี้มันแอร์เสีย เราก็เลยร้อน

1804
02:00:14,714 --> 02:00:18,714
เอาเป็นว่า หาห้องนะ ถ้า

1805
02:00:18,716 --> 02:00:22,716
อาคาร 17 ว่างเดี๋ยวก็จะไปอาคาร 17 นะคะ

1806
02:00:22,718 --> 02:00:26,718
18 พูดผิดขอโทษค่ะ

1807
02:00:26,719 --> 02:00:30,719
ค่ะ ไปอาคาร 18

1808
02:00:30,720 --> 02:00:34,720

1809
02:00:34,722 --> 02:00:38,722
18

1810
02:00:38,725 --> 02:00:42,725

1811
02:00:42,727 --> 02:00:46,727
ครูพูดผิดหรือเปล่า ครุพูดผิด 18 18

1812
02:00:46,730 --> 02:00:50,730
โอเคค่ะ

1813
02:00:50,732 --> 02:00:54,732
อย่างนั้นวันนี้ก็แค่นี้นะคะ ขอบคุณพี่ล่ามด้วย

1814
02:00:54,733 --> 02:00:58,733
นะคะ หัวหน้าเชิญค่ะ (นักศึกษา) นักศึกษาทำความเคารพ (อาจารย์หทัยวรรณ)

1815
02:00:58,734 --> 02:01:02,734
ค่ะ ไปค่ะ

1816
02:01:02,734 --> 02:01:06,734

1817
02:01:06,735 --> 02:01:10,735

1818
02:01:10,735 --> 02:01:14,735
[สิ้นสุดการถอดความ]

1819
02:01:14,738 --> 02:01:18,738

1820
02:01:18,739 --> 02:01:22,739

1821
02:01:22,741 --> 02:01:26,741

1822
02:01:26,744 --> 02:01:30,744

1823
02:01:30,746 --> 02:01:33,745

1824
02:01:34,747 --> 02:01:37,748

1825
02:01:38,750 --> 02:01:41,751

1826
02:01:42,754 --> 02:01:45,757

1827
02:01:46,757 --> 02:01:49,760

1828
02:01:50,760 --> 02:01:53,763

1829
02:01:54,761 --> 02:01:57,764

1830
02:01:58,763 --> 02:02:01,765

1831
02:02:02,765 --> 02:02:05,766

1832
02:02:06,767 --> 02:02:09,769

1833
02:02:10,771 --> 02:02:13,772

1834
02:02:14,773 --> 02:02:17,775

1835
02:02:18,775 --> 02:02:21,777

1836
02:02:22,777 --> 02:02:25,778

1837
02:02:26,779 --> 02:02:29,780

1838
02:02:30,781 --> 02:02:33,784

1839
02:02:34,782 --> 02:02:37,785

1840
02:02:38,785 --> 02:02:41,786

1841
02:02:42,787 --> 02:02:45,787

1842
02:02:46,790 --> 02:02:49,794

1843
02:02:50,791 --> 02:02:53,792

1844
02:02:54,793 --> 02:02:57,796

1845
02:02:58,795 --> 02:03:01,799

1846
02:03:02,797 --> 02:03:05,798

1847
02:03:06,798 --> 02:03:09,802

1848
02:03:10,801 --> 02:03:13,805

1849
02:03:14,802 --> 02:03:17,805

1850
02:03:18,805 --> 02:03:21,806

1851
02:03:22,807 --> 02:03:25,812

1852
02:03:26,809 --> 02:03:29,813

1853
02:03:30,811 --> 02:03:33,814

1854
02:03:34,813 --> 02:03:37,816

1855
02:03:38,815 --> 02:03:41,818

1856
02:03:42,817 --> 02:03:45,817

1857
02:03:46,821 --> 02:03:49,824

1858
02:03:50,826 --> 02:03:53,829

1859
02:03:54,829 --> 02:03:57,831

1860
02:03:58,834 --> 02:04:01,838

1861
02:04:02,836 --> 02:04:05,837

1862
02:04:06,838 --> 02:04:09,842

1863
02:04:10,839 --> 02:04:13,842

1864
02:04:14,841 --> 02:04:17,841

1865
02:04:18,843 --> 02:04:21,844

1866
02:04:22,844 --> 02:04:22,845

1867
02:04:26,846 --> 02:04:26,850

1868
02:04:34,857 --> 02:04:34,861

1869
02:04:30,851 --> 02:04:30,855


