﻿1
00:01:04,266 --> 00:01:08,266
(เจ้าหน้าที่) สวัสดีครับ ฝั่งล่ามได้ยินเสียงชัดเจนไหมครับ

2
00:01:17,254 --> 00:01:21,254
โอเคครับ ขอบคุณครับ

3
00:08:21,417 --> 00:08:23,089

4
00:08:23,089 --> 00:08:24,325
(อาจารย์ปิยนุช) เช็ก

5
00:08:24,325 --> 00:08:28,325
โอเคค่ะ

6
00:08:28,626 --> 00:08:32,626
เดี๋ยววันนี้เราจะปิดคอร์สแล้ว ดีใจไหม

7
00:08:43,420 --> 00:08:47,420
ไม่ทันแล้วใช่ไหม โอเค วันนี้เราเรียน 2 บทนะ

8
00:08:48,454 --> 00:08:52,454
แต่บทหนึ่งนี่ค่อนข้างที่จะเข้มข้นมากนะคะ

9
00:08:53,535 --> 00:08:53,742
แล้วก็เดี๋ยว

10
00:08:53,742 --> 00:08:57,742
จะมีงานทั้ง 2 บทนะคะ ซึ่ง

11
00:09:00,191 --> 00:09:03,884
เป็นงานที่จะกิจกรรม ทำในห้องนี่แหละนะคะ

12
00:09:03,884 --> 00:09:05,661
ฉะนั้น ใครพลาดวันนี้

13
00:09:05,661 --> 00:09:09,661
ก็คือน่าเสียดายเหมือนกันนะคะ

14
00:09:17,354 --> 00:09:21,354

15
00:09:49,028 --> 00:09:53,028
Check Check เดี๋ยวเราจะมาเริ่ม

16
00:09:56,031 --> 00:09:57,860
การประเมินสื่อ แล้วก็อีกบทหนึ่งจะพูดถึงจริยธรรม

17
00:09:57,860 --> 00:10:00,138
นะคะ เดี๋ยวบทนี้ครูจะมีงาน

18
00:10:00,138 --> 00:10:04,138
ที่หลังจากเรียนเสร็จจะมีงาน 1 ชิ้น ซึ่งจะเป็นการคำนวณ

19
00:10:07,480 --> 00:10:11,480
ค่อนข้างยาก ถ้าไม่เข้าใจตั้งแต่ต้นจะทำไม่ได้เลย เพราะว่าวันนี้จะให้ 10 คะแนนไปเลยนะ

20
00:10:16,926 --> 00:10:20,926
ฉะนั้น มันจะเกี่ยวข้องไปเรื่อย ๆ ถ้าใครหลุดนิดหนึ่งค่ะ

21
00:10:23,071 --> 00:10:27,071
ทำไม่ได้แน่ ๆ นะคะ ฉะนั้น ซึ่งอันนี้ บทนี้ครูออกเองนะคะ แล้วก็ข้อสอบแต่ละบทนี่ ข้อสอบแจ้งไปแล้วนะ มี 80 ข้อ

22
00:10:30,215 --> 00:10:34,215
ตั้งแต่บทที่ 1 ถึงบทสุดท้ายนี่ เฉลี่ยแล้ว ประมาณ

23
00:10:36,480 --> 00:10:40,414
8-9 ข้ออย่างนี้นะคะ 10 ข้อ ฉะนั้น จนเป็น 80 ข้อ ฉะนั้น บทนี้

24
00:10:40,414 --> 00:10:44,414
มันจะต้องเข้าใจไปเรื่อย ๆ น่ะ ถึงจะเข้าใจข้อสอบนั้นได้

25
00:10:44,578 --> 00:10:48,578
นะคะ ทั้ง 8-9 ข้อนี่ ก็จะเชื่อมโยงไปถึง

26
00:10:50,852 --> 00:10:52,261
กันไปหมดเลยนะคะ บทนี้นะ ถ้าใครทำได้คือทำ

27
00:10:52,261 --> 00:10:56,261
ได้เลย แต่ถ้าใครไม่ได้ 8-9 ข้อนั้น คะแนนหายไปเลย

28
00:10:58,144 --> 00:10:58,895
นะคะ โอเค  ทีนี้ค่ะ ทำไม

29
00:10:58,895 --> 00:11:02,895
ถามว่าทำไมคุณครูถึงต้องประเมินสื่อการสอน

30
00:11:08,063 --> 00:11:09,550
หลังจากที่เราเรียนถึงเทคโนโลยี นวัตกรรมคืออะไร ออกแบบไอเดียคืออะไรนะคะ

31
00:11:09,550 --> 00:11:13,550
จนมาได้นวัตกรรม ทีนี้พอเราได้นวัตกรรมมาแล้วน่ะ

32
00:11:16,675 --> 00:11:20,675
เราจะรู้ได้อย่างไรว่า นวัตกรรมของเราน่ะ

33
00:11:23,204 --> 00:11:27,204
มันดีหรือไม่ดี เราก็จะต้องประเมินสื่อ ฉะนั้น ครูนึก

34
00:11:28,039 --> 00:11:29,251
ได้แล้ว ว่าสัปดาห์ที่แล้วเราเหลือเรื่องหนึ่ง โอเค

35
00:11:29,251 --> 00:11:33,251
อย่างนั้นขอกลับไปสัปดาห์ที่แล้วนิดหนึ่ง มันเกี่ยวข้องกันพอดี

36
00:11:37,872 --> 00:11:41,872
ที่ครูจะต่อ

37
00:11:41,906 --> 00:11:45,906
อีกนิดหนึ่ง แต่กลัวพวกเราไม่ได้กินข้าวกัน อย่างนั้น อีกนิดหนึ่งได้อยู่ มันเกี่ยวข้องกันพอดี

38
00:11:48,777 --> 00:11:52,777
ทีนี้สัปดาห์ที่แล้ว ติดของรางวัลกลุ่ม Dream room

39
00:12:00,952 --> 00:12:04,952
นะคะ มารับรางวัลนะคะ โอเค มารับเลยลูก อันนี้ครูหายไปไหน

40
00:12:10,200 --> 00:12:10,962
อ๋อ อยู่นี่  เหมือนหาแว่นตาน่ะ

41
00:12:10,962 --> 00:12:14,598
ยินดีด้วยค่ะ ครับ ไปแบ่งกันนะ

42
00:12:14,598 --> 00:12:17,705
ครับผม โอเค

43
00:12:17,705 --> 00:12:21,705
หลังจากที่สัปดาห์ที่แล้ว เราก็ได้

44
00:12:21,972 --> 00:12:25,972
ปัญหาใช่ไหมคะ ได้ปัญหามาแล้ว แล้วเราก็ได้กำหนด

45
00:12:27,895 --> 00:12:31,895
นวัตกรรมนะคะ  ซึ่งห้องนี้นวัตกรรมเจ๋ง ๆ ทั้งนั้นเลยนะคะ

46
00:12:33,721 --> 00:12:36,612
กำหนดนวัตกรรมมาได้แล้ว ทีนี้ค่ะ

47
00:12:36,612 --> 00:12:40,612
มันยังไม่เพียงพอสำหรับการเป็นนวัตกรรมค่ะ

48
00:12:42,078 --> 00:12:46,078
แค่กำหนดมา ถ้าจะให้ไฮไซหรูหรานะ

49
00:12:47,369 --> 00:12:51,369
นวัตกรรมที่เราสร้างมานี่ ควรใส่หลักทฤษฎีเข้าไปค่ะ มันจะทำให้นวัตกรรม

50
00:12:54,389 --> 00:12:58,389
ของคุณน่ะ มันน่าเชื่อถือ และเหมาะสมกับ

51
00:13:00,808 --> 00:13:02,896
ผู้เรียนที่จะใช้นั้น ๆ มากขึ้นนะคะ กำหนดนวัตกรรมเพื่อทฤษฎีเข้าไปหน่อยนะคะ

52
00:13:02,896 --> 00:13:06,205
จากนั้น มาออกแบบ และพัฒนานวัตกรรมนะคะ

53
00:13:06,205 --> 00:13:10,205
ซึ่งประเมินสื่อ จะอยู่ในขั้นนี้ด้วยนะคะ

54
00:13:11,471 --> 00:13:13,951
ก่อนออกแบบนวัตกรรมนะคะ เราก็จะต้อง

55
00:13:13,951 --> 00:13:17,951
ไป Review ก่อนนะ ไปศึกษาเอกสารก่อน

56
00:13:24,952 --> 00:13:28,952
วิธีการทำสื่อนั้นน่ะ หรือนวัตกรรมนั้นน่ะ มันทำอย่างไร อยู่ดี ๆ เราทำไม่ได้หรอก เราก็ต้องไปศึกษา ไปค้นหา

57
00:13:34,739 --> 00:13:35,264
ไปดูใน YouTube ไปดูในหนังสือ ว่ามันมีวิธีการทำอย่างไรนะคะ จากนั้นค่ะ คุณครูหนีไม่พ้นค่ะ

58
00:13:35,264 --> 00:13:38,763
เอามาคู่...

59
00:13:38,763 --> 00:13:42,763
แล้วมาเขียนแผนการสอน เพื่อที่จะเอาสื่อนั้น มาเขียนแผน

60
00:13:47,136 --> 00:13:49,603
การเรียนการสอน หนีไม่พ้นค่ะ ต้องเขียนแผนการสอนนะคะ

61
00:13:49,603 --> 00:13:51,048
จากนั้นเราก็ลงมือผลิตสื่อนวัตกรรม

62
00:13:51,048 --> 00:13:55,048
ของเรานั่นแหละนะคะ ทีนี้เราได้สื่อมาแล้วนะ

63
00:13:58,096 --> 00:14:02,096
ผลิตมาแล้ว รู้วิธีการจากขั้นนี้แล้ว รู้วิธีการ

64
00:14:02,816 --> 00:14:04,894
ว่าสร้างสื่ออย่างไร เขียนแผนประกอบว่าจะเอาสื่อไปใช้อย่างไร

65
00:14:04,894 --> 00:14:08,081
จากนั้นก็ผลิต ทีนี้เราได้สื่อมาแล้ว  เราว่า

66
00:14:08,081 --> 00:14:11,561
เราสามารถเอาสื่อไปใช้ ในการเรียนการสอนเลยได้ไหม

67
00:14:11,561 --> 00:14:14,195
ยังไม่ได้

68
00:14:14,195 --> 00:14:18,195
นะคะ ยังไม่ได้ ถ้าทีนี้ย้ำอีกครั้งหนึ่ง การ

69
00:14:20,894 --> 00:14:24,894
ที่มันจะเป็นนวัตกรรมจำได้ไหม นวัตกรรมจะต้อง

70
00:14:27,668 --> 00:14:30,993
น่าเชื่อถือผ่านการทดลอง พิสูจน์ทดลอง ฉะนั้น ขั้นนี้ ได้สื่อมาแล้ว มันยัง

71
00:14:30,993 --> 00:14:34,993
ไม่ได้ไปทดลองอะไรเลย มันยังไม่ได้ผลที่น่าเชื่อถืออะไรเลย

72
00:14:38,973 --> 00:14:42,106
มันแค่เป็นสื่อ ฉะนั้นค่ะ สิ่งที่ครูพบเวลา

73
00:14:42,106 --> 00:14:46,106
ไปนิเทศโรงเรียน ทำไมสื่อที่คุณครูเอามาโชว์

74
00:14:46,725 --> 00:14:50,725
มันถึงไม่ไปถึงนวัตกรรม เพราะมันเป็นแค่สื่อไง มันยัง

75
00:14:53,306 --> 00:14:57,306
ไม่มีผลพิสูจน์ ไม่มีผลทดลอง ว่าสื่อหรือนวัตกรรมที่คุณอ้างนี่ มันพิสูจน์ทดลองว่า

76
00:14:58,601 --> 00:15:02,601
ได้ผลจริง ๆ คีย์เวิร์ดสำคัญของนวัตกรรม คือ

77
00:15:04,588 --> 00:15:08,588
ต้องมีการพิสูจน์ทดลองว่ามันได้ผลจริง ๆ ด้วยนะคะ ไม่ใช่

78
00:15:09,278 --> 00:15:09,800
ทุกอย่างบนโลกนี้ จะเป็นนวัตกรรมได้ นี่ค่ะ

79
00:15:09,800 --> 00:15:13,257
ฉะนั้น ผลิตสื่อเฉย ๆ ไม่ใช่นวัตกรรม คุณจะต้อง

80
00:15:13,257 --> 00:15:16,238
มีกระบวนการอีกขั้นหนึ่ง คือ เอาสื่อนั้น

81
00:15:16,238 --> 00:15:20,238
ไปให้ผู้เชี่ยวชาญนะคะ ไปให้ผู้เชี่ยวชาญดูนะคะ

82
00:15:20,383 --> 00:15:22,380
ว่าสื่อเราน่ะ มันเหมาะสมกับผู้เรียนไหม สี

83
00:15:22,380 --> 00:15:26,380
เหมาะสมไหม ฟอนต์เหมาะสมไหม ลิงก์ต่าง ๆ สะดวกไหม

84
00:15:31,860 --> 00:15:35,860
ผู้ทรงเขาก็จะช่วยดู ผู้ทรง

85
00:15:38,590 --> 00:15:40,166
ที่จะช่วยดูเราได้ ผู้ทรงฯ น่ะค่ะ คิดว่า

86
00:15:40,166 --> 00:15:40,344
ใครที่จะมีความรู้ดูเรื่องสื่อได้

87
00:15:40,344 --> 00:15:44,344
มีคนตอบ ผอ. มา

88
00:15:45,712 --> 00:15:49,712
คนที่... ทีนี้ค่ะ เราคิดว่า ผอ. จะรู้

89
00:15:52,675 --> 00:15:56,675
สมมติครูอยากสร้างแอปพลิเคชัน เราว่า

90
00:15:57,288 --> 00:16:01,288
ผอ. สร้างรู้ว่าการสร้าง Application ที่ถูกต้องไหม

91
00:16:04,733 --> 00:16:07,500
อย่าเพิ่งด่วนสรุป ถ้า ผอ.

92
00:16:07,500 --> 00:16:11,500
คนนั้น ถ้า ผอ. คนนั้นจบเทคโนโลยี จบคอมพิวเตอร์ ผอ. คนนั้นตรวจได้ไหม

93
00:16:13,210 --> 00:16:17,210
ตรวจได้ แต่ถ้า ผอ. คนนั้น จบพละศึกษา

94
00:16:20,706 --> 00:16:24,706
ไม่ได้ว่าเขาไม่ได้เก่งนะ แต่เขาเชี่ยวชาญด้านพละฯ นะ ฉะนั้น ผอ. รู้เรื่องแอปพลิเคชันได้ไหมคะ ไม่ได้ เป็นไปได้ยาก

95
00:16:29,837 --> 00:16:30,635
นะคะ ฉะนั้น เวลาที่เราเอาให้

96
00:16:30,635 --> 00:16:34,635
ผู้เชี่ยวชาญดู จะต้องมีความรู้ในด้านนั้น ๆ ถ้าคุณ

97
00:16:38,114 --> 00:16:42,114
ผลิตสื่อเทคโนโลยีดิจิทัลพวกนี้ คุณก็ต้องให้

98
00:16:42,372 --> 00:16:44,882
อาจารย์ทางด้านคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีช่วยดู ทีนี้

99
00:16:44,882 --> 00:16:48,882
อาจารย์ทางด้านคอมพิวเตอร์ หรือเทคโนโลยีน่ะค่ะ เขามีความรู้ทาง

100
00:16:54,460 --> 00:16:54,615
ด้านการศึกษาพิเศษไหม เขามีความรู้ด้านภาษามือไหม ก็ไม่มีอีกอยู่ดี

101
00:16:54,615 --> 00:16:58,615
ฉะนั้น ใครจะต้อง... อีกคนหนึ่ง ที่จะต้องช่วยดูคะ

102
00:17:00,660 --> 00:17:04,660
อาจารย์ที่มีความรู้ในเรื่องนั้น ๆ ถ้าคุณ

103
00:17:05,293 --> 00:17:09,293
ทำสื่อภาษาไทย อาจารย์คอมพิวเตอร์ไม่รู้หรอก คำตาย

104
00:17:10,057 --> 00:17:14,057
คำเป็นน่ะ เราไม่รู้หรอก เราก็จะต้อง อาจารย์ภาษาไทย

105
00:17:15,866 --> 00:17:18,577
ครูด้านภาษาไทย ที่มีความเชี่ยวชาญ ด้านเคมี ฟิสิกส์ ชีวะ

106
00:17:18,577 --> 00:17:20,924
ที่เชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ฉะนั้น ก็จะประกอบด้วย

107
00:17:20,924 --> 00:17:23,060
ผู้เชี่ยวชาญ 2 บุคคลด้วยกันนะคะ ก็คือ

108
00:17:23,060 --> 00:17:27,060
คนที่มีความรู้ด้านสื่อ คนที่มีความรู้

109
00:17:31,041 --> 00:17:32,182
ด้านการผลิตสื่อ ดิจิทัลอะไรต่าง ๆ สื่อเทคโนโลยีต่าง ๆ และ

110
00:17:32,182 --> 00:17:35,380
ผู้เชี่ยวชาญในความรู้นั้น ๆ นะคะ โอเคนะ

111
00:17:35,380 --> 00:17:39,380
ทีนี้ค่ะ ไปให้ผู้เชี่ยวชาญไปดูแล้ว ไปให้ผู้เชี่ยว

112
00:17:47,227 --> 00:17:48,772
ปรับปรุง เราว่าเอาไปใช้ได้หรือยัง ก็ยังอีกอยู่ดีนะ บอกแล้วนวัตกรรมน่ะ กว่าจะ

113
00:17:48,772 --> 00:17:52,772
มาเป็นที่ยอมรับได้ค่ะ มันต้องผ่านหลายขั้นตอนนั้น ก็ยังอยู่ดีนะ

114
00:17:58,038 --> 00:17:58,682
ปรับปรุงแก้ไขมาแล้ว  ตรงนี้

115
00:17:58,682 --> 00:18:01,388
ได้แค่คนประเมิน ยังไม่ได้ผลมาค่ะ ยังไม่ได้ผลมา

116
00:18:01,388 --> 00:18:02,578
ว่านวัตกรรม ใช้แล้วมันได้ผลอย่างไร ต้อง

117
00:18:02,578 --> 00:18:06,578
ผ่านขั้นนี้ก่อนค่ะ  คือ เอาไปทดลองค่ะ

118
00:18:08,172 --> 00:18:11,559
เอาไปทดลอง เอาสื่อไปทดลองใช้จริง ๆ

119
00:18:11,559 --> 00:18:15,559
ก็จะได้ผลออกมา นี่ค่ะ ฉะนั้น การจะเป็น

120
00:18:16,140 --> 00:18:19,881
นวัตกรรมได้ จะต้องมีการพิสูจน์ทดลองค่ะ ได้ผลออกมา

121
00:18:19,881 --> 00:18:23,881
ถึงจะเป็นนวัตกรรมได้นะคะ จากนั้นได้ผลมาแล้ว ได้ผลดีเยี่ยมเลย

122
00:18:28,024 --> 00:18:31,966
ถึงเอาไปทดลองใช้ได้นะคะ ฉะนั้นค่ะ สิ่งที่คุณครู

123
00:18:31,966 --> 00:18:35,966
เวลาครูไปนิเทศ จะตกม้าตายตรงนี้ จะถึงแค่ตรงนี้

124
00:18:37,957 --> 00:18:41,957
ที่ Clam ว่านวัตกรรมมันไม่ถึง

125
00:18:44,412 --> 00:18:46,464
ฉะนั้น คุณมีน่ะ ก็จริง แต่คุณต้องบอกคนที่ประเมินคุณให้ได้ ว่าคุณได้ตัวนี้มันมาอย่างไร

126
00:18:46,464 --> 00:18:50,464
แค่คุณตอบไปเหล่านี้ คุณก็ผ่าน

127
00:18:50,529 --> 00:18:54,529
การประเมินแล้วนะคะ  ฉะนั้น หลายคนอาจจะไปซื้อสื่อนู้นนี่นั่นมา

128
00:19:02,024 --> 00:19:02,631
รู้แหละ แต่ขอคุณบอกกระบวนการให้ได้นะคะ ประมาณนี้ ฉะนั้น

129
00:19:02,631 --> 00:19:06,017
ฉะนั้นนะคะ

130
00:19:06,017 --> 00:19:10,017
การจะทำนวัตกรรม จะต้องอาศัยองค์ประกอบเหล่านี้

131
00:19:13,897 --> 00:19:15,541
นะคะ ทีนี้ ในขั้นของนวัตกรรมตรงนี้ค่ะ

132
00:19:15,541 --> 00:19:19,541
อันอื่น ครูเป็นเสริมให้เฉย ๆ นะ

133
00:19:21,928 --> 00:19:22,225
ในขั้นของนวัตกรรมตรงนี้

134
00:19:22,225 --> 00:19:26,225
ขั้นทดสอบประสิทธิภาพ มันจะเกี่ยวกับสิ่งที่เราเรียนวันนี้นะคะ

135
00:19:31,521 --> 00:19:35,521
โอเค ทีนี้ค่ะ หลายทีนะ ทำไมวันนี้

136
00:19:41,904 --> 00:19:44,974
พูดติดคำว่า "ทีนี้" จัง พอเราได้นวัตกรรมมาแล้ว เราก็จะต้อง

137
00:19:44,974 --> 00:19:48,974
เอามาประเมิน ว่านวัตกรรมนั้นน่ะค่ะ หรือสื่อนั้นน่ะค่ะ

138
00:19:49,637 --> 00:19:51,912
มันดีหรือไม่ได้นะคะ มันสามารถทำให้ผู้เรียน

139
00:19:51,912 --> 00:19:55,912
เรียนรู้ได้ดีขึ้นไหมนะคะ ก่อนอื่นค่ะ ต้องมา

140
00:19:58,398 --> 00:20:01,565
รู้จัก 2 คำนี้ก่อนนะคะ การวัดกับการประเมิน

141
00:20:01,565 --> 00:20:03,989
อันนี้หลายคนก็ชอบพลาด แล้วเมื่อพลาดน่ะ มันอายเขา

142
00:20:03,989 --> 00:20:06,982
มันเป็นเรื่องแบบ เบสิกมาเลยค่ะ แต่

143
00:20:06,982 --> 00:20:10,982
ก็ยังพลาดนะคะ ก็ยังแบบเป็นครูแล้วยังพลาด

144
00:20:12,108 --> 00:20:16,108
เรื่องนี้ค่อนข้างเยอะอยู่เหมือนกัน การวัดและการประเมินค่อนข้างแตก

145
00:20:21,152 --> 00:20:23,922
ต่างกัน แตกต่างกันนะคะ แตกต่างกันนะคะ การวัดคืออะไร การวัด คือ การที่เรากำหนด

146
00:20:23,922 --> 00:20:27,922
ค่า ให้มันเชิงปริมาณหรือตัวเลขค่ะ เชิงปริมาณหรือตัวเลข

147
00:20:33,099 --> 00:20:36,464
นะคะ ให้กับสิ่งที่เราต้องการวัด ส่วนการประเมิน คือ การตีค่า หรือ

148
00:20:36,464 --> 00:20:39,789
ตีความหมายนะคะ กับผลของ

149
00:20:39,789 --> 00:20:43,789
การวัด ได้ผลวัดมาแล้วเอามาตีค่า ตัดสินคุณค่า

150
00:20:47,562 --> 00:20:48,333
มันเรียกการประเมิน ยกตัวอย่าง เช่น

151
00:20:48,333 --> 00:20:50,093
ครูต้องการที่จะวัดส่วนสูง

152
00:20:50,093 --> 00:20:54,093
ได้ค่าตัวเลขออกมา เป็น

153
00:20:56,640 --> 00:20:59,991
157 อันนี้เป็นการวัดหรือประเมิน

154
00:20:59,991 --> 00:21:03,277
ได้ค่าตัวเลขออกมา เป็น

155
00:21:03,277 --> 00:21:07,277
การวัด ทีนี้ค่ะ ตัวเลข 157 น่ะ

156
00:21:08,183 --> 00:21:11,090
มันเป็นตัวเลข แล้วมันอย่างไร

157
00:21:11,090 --> 00:21:15,090
มันนี่ พอเป็นตัวเลขน่ะมันจะ...

158
00:21:15,490 --> 00:21:19,490
แล้วมันอย่างไร คือตัวเลขน่ะ ฉะนั้น ตัวเลข 157 น่ะค่ะ

159
00:21:20,544 --> 00:21:24,544
เราอยากรู้ว่า 157 นี่ สูง เตี้ย ปานกลาง

160
00:21:29,464 --> 00:21:29,875
พอบอกว่า สูง เตี้ย ปานกลาง

161
00:21:29,875 --> 00:21:33,875
แล้วพอเราเอาไปเทียบกับเกณฑ์ ปรากฎว่า 157 อยู่ในเกณฑ์

162
00:21:34,194 --> 00:21:35,032
ปานกลาง อันนี้เรียกการวัดหรือการประเมิน

163
00:21:35,032 --> 00:21:39,032
เรียกการประเมิน ฉะนั้น

164
00:21:40,384 --> 00:21:44,384
พอเอามาเทียบกับเกณฑ์ แล้ว 157 มัน

165
00:21:49,679 --> 00:21:52,817
ถูกตัดสิน มันถูกตีค่า ว่ามันอยู่ในระดับปานกลาง เห็นคีย์เวิร์ดคำนี้ไหมคะ

166
00:21:52,817 --> 00:21:56,589
ตีค่าตัดสินว่าอีตัวเลขนี่ อีตัวเลข

167
00:21:56,589 --> 00:22:00,589
คือ 157 นี่ มันถูกตีค่าตัดสินว่า ตัวเลขนี้

168
00:22:03,228 --> 00:22:04,424
มันคือระดับปานกลาง ฉะนั้น พอระดับปานกลาง

169
00:22:04,424 --> 00:22:08,424
มันคือการตีค่า มันคือการตัดสิน เพราะฉะนั้น

170
00:22:14,674 --> 00:22:18,674
ถึงเป็นการประเมิน โอเคนะ หรือครูไม่ต้องวัดก็ได้นะ หรือครูอยากชั่งน้ำหนัก ชั่งน้ำหนักได้

171
00:22:22,820 --> 00:22:26,820
น้ำหนักมา 65 65 เป็นตัวเลข ตัวเลขเป็นการวัดเก่งมาก

172
00:22:28,359 --> 00:22:32,359
เป็นการวัด ได้ตัวเลขเฉย ๆ เป็นการวัด

173
00:22:36,304 --> 00:22:37,846
แล้วมันอย่างไร เราก็ต้องไปเทียบกับเกณฑ์ แล้วตีค่าตัดสินว่า 65

174
00:22:37,846 --> 00:22:41,846
ค่อนข้างอ้วน ค่อนข้างอ้วน เกือบอ้วนนะคะ

175
00:22:44,751 --> 00:22:48,489
อะไรนะ

176
00:22:48,489 --> 00:22:52,039
พอ ๆ กันนะคะ สะเทือนใจเหมือนกันเวลายกตัวอย่างนะคะ

177
00:22:52,039 --> 00:22:54,385
ตีค่าตัดสินใช่ไหมคะ ก็จะเป็นการ

178
00:22:54,385 --> 00:22:58,385
ประเมิน โอเค ได้นะ นะคะ

179
00:22:58,990 --> 00:23:02,990
ไปต่อนะ อันนี้ต้องเข้าใจนะ เพราะมันเกี่ยวข้องกัน

180
00:23:06,488 --> 00:23:10,488
โต๊ะตัวนี้สูง 120 เป็นการวัดหรือการประเมิน

181
00:23:10,989 --> 00:23:11,183
ทำไมรู้น่ะ ดูตรงไหน

182
00:23:11,183 --> 00:23:15,183
ได้แค่ตัวเลข ยังไม่ได้ตัดสินอะไรมันเลย

183
00:23:15,956 --> 00:23:19,956
ได้แค่ตัวเลขมา มันคือการวัด ได้แค่ตัวเลขมา มันคือการวัด

184
00:23:22,440 --> 00:23:22,945
นุ่นสอบ

185
00:23:22,945 --> 00:23:26,945
วิชาเทคโนโลยีการศึกษา ได้ 50 คะแนน

186
00:23:27,825 --> 00:23:28,744
วัดหรือประเมิน

187
00:23:28,744 --> 00:23:32,744
วัดหรือประเมิน

188
00:23:33,873 --> 00:23:37,445
วัด เพราะว่า

189
00:23:37,445 --> 00:23:41,445
ได้แค่คะแนนมา คือการวัด ใช่ไหมคะ

190
00:23:43,443 --> 00:23:47,443
เราได้คะแนนมา เรายังไม่ได้ตัดสินอะไรเด็กเลย

191
00:23:50,388 --> 00:23:54,388
เด็กก็ทำข้อสอบมาปกติ เด็กก็ทำข้อสอบมา เด็กก็ได้คะแนนมา

192
00:23:56,018 --> 00:23:57,512
มัน... เรายังไม่ได้ตัดสินไอ้คะแนนตรงนี้เลย

193
00:23:57,512 --> 00:23:59,616
ฉะนั้น 50 คะแนนเป็นการวัดนะคะ เป็นการวัด

194
00:23:59,616 --> 00:24:03,452
เจ๋งสอบวิชา

195
00:24:03,452 --> 00:24:07,452
เทคโนโลยีการศึกษาได้เกรด A เป็นการวัดหรือการประเมิน

196
00:24:12,414 --> 00:24:12,553
ประเมินเพราะว่า ได้เกรด A มันมาจากอะไร

197
00:24:12,553 --> 00:24:16,553
A ได้... การที่การที่จะได้ A

198
00:24:26,380 --> 00:24:29,601
เขาต้องได้อะไรมา เขาต้องได้คะแนนมา และคะแนนเขาต้องถึงเกรด A ฉะนั้น

199
00:24:29,601 --> 00:24:33,601
เกรด A มันถูกตัดสิน มาจากคะแนนที่เขา

200
00:24:34,891 --> 00:24:35,919
ได้ 80 ขึ้นไปใช่ไหมคะ ฉะนั้น เกรด A คือ

201
00:24:35,919 --> 00:24:39,710
การประเมินนะคะ ได้นะ

202
00:24:39,710 --> 00:24:43,710
เจโน่ แล้วเจโน่สอบวิชา

203
00:24:44,700 --> 00:24:48,154
คณิตได้เกรด 4 เป็นการวัดหรือการประเมิน

204
00:24:48,154 --> 00:24:51,225
แต่มันเป็นตัวเลขนะ

205
00:24:51,225 --> 00:24:54,611
นะคะ

206
00:24:54,611 --> 00:24:58,611
แปลว่าเราเข้าใจนะคะ การที่มันจะได้เกรด 4

207
00:24:59,609 --> 00:25:03,609
การที่เขาจะได้เกรด เขาถูกตัดสินมาจากคะแนน

208
00:25:05,299 --> 00:25:09,299
เขาถูกตัดสินมาจากคะแนน เหมือน A เมื่อกี้แหละ

209
00:25:11,248 --> 00:25:13,983
แต่อย่าไปโดนหลอกนะ ว่าแบบ เป็นตัวเลขน่ะ จะต้องเป็นการวัดเสมอ

210
00:25:13,983 --> 00:25:15,118
เราต้องดูตัวเลขนั้น ว่ามันมีที่มาอย่างไร

211
00:25:15,118 --> 00:25:19,118
นะคะ ถ้าแค่คะแนนมันได้คะแนนแล้วจบ แต่เกรด 4 น่ะ

212
00:25:21,485 --> 00:25:25,485
มันเป็นผลมาจากคะแนนของเขา ถึงแล้วถูกตัดสิน

213
00:25:25,937 --> 00:25:29,937
ว่าเขาได้เกรด 4 ฉะนั้นได้เกรด 4

214
00:25:32,527 --> 00:25:36,527
ต้องมีคะแนน คือ ผลจากการวัด ฉะนั้นครูถึงบอกมันเกี่ยวข้องกันไง ฉะนั้น

215
00:25:41,293 --> 00:25:44,356
ประเมินน่ะ โดยไม่มีผลการวัดมันประเมินไม่ได้นะ ฉะนั้น คุณต้องมีผลจากการวัด แล้วต้องประเมิน

216
00:25:44,356 --> 00:25:48,356
คุณมีแค่คะแนน มันก็ไม่

217
00:25:48,726 --> 00:25:51,849
สิ้นสุดอยู่ดีนะ นึกออกไหม

218
00:25:51,849 --> 00:25:55,849
ฉันได้ 50 คะแนน ฉันผ่านหรือไม่ผ่าน ฉันดีหรือไม่ดี ก็ต้องไปประเมิน

219
00:25:59,090 --> 00:26:03,090
ตัดสินอีกอยู่ดี ฉะนั้น มันถึงเกี่ยวข้องกัน การวัด

220
00:26:07,071 --> 00:26:11,071
เราต้องใช้ให้ถูกนะคะ อันนี้ล่ะ สื่อ CAI อยู่ในคุณภาพระดับ

221
00:26:11,980 --> 00:26:13,195
ดีมาก ทำไมถึงว่าประเมิน

222
00:26:13,195 --> 00:26:17,195
อยู่ในระดับ

223
00:26:18,903 --> 00:26:22,903
ดีมาก มันถูกตัดสินใช่ไหมคะ สื่อ

224
00:26:23,709 --> 00:26:27,709
CAI ว่ามันถูกตัดสินว่ามันอยู่ในระดับ

225
00:26:29,844 --> 00:26:33,844
ดีมาก ฉะนั้น ถ้าเมื่อใดก็ตาม ที่

226
00:26:34,302 --> 00:26:37,174
สิ่งใดสิ่งหนึ่งถูกตัดสินน่ะ มันคือการประเมิน

227
00:26:37,174 --> 00:26:41,174
ถูกตัดสินนี่ ให้มันเป็นการประเมินเลย แต่ถ้า

228
00:26:45,814 --> 00:26:47,293
แค่ตัวเลขออกมา ให้มันเป็นการวัด แต่ต้องดูตัวเลขดี ๆ นะ ว่ามันหมายถึงอะไรนะคะแต่ว่าเพิ่งวู่วาม

229
00:26:47,293 --> 00:26:51,293
เวลาเห็นข้อสอบ ไม่ใช่เห็นตัวเลขจะไปกาวัดอย่างเดียว ต้องดูดี ๆ

230
00:26:54,717 --> 00:26:58,717
ด้วยนะนะคะ ได้นะ เมื่อกี้มีประมาณ 2-3 ข้อแล้ว

231
00:26:59,895 --> 00:27:01,472
นะคะ กว่าจะครบ 8-9 ข้อ นะคะ

232
00:27:01,472 --> 00:27:05,472
การประเมินสื่อการสอนเลยหมายถึงค่ะ

233
00:27:07,284 --> 00:27:10,748
การเอาข้อมูล หรือผลจากการวัดนี่แหละ

234
00:27:10,748 --> 00:27:14,748
นะคะ มาตัดสินคุณค่าว่าสื่อนั้นน่ะ

235
00:27:16,012 --> 00:27:20,012
นะคะ สามารถทำหน้าที่ได้ตรงวัตถุประสงค์หรือเปล่า

236
00:27:23,912 --> 00:27:24,330
สมมติเราอยากให้สื่อ... สัปดาห์ที่แล้ว

237
00:27:24,330 --> 00:27:26,514
เราอยากให้สื่อผู้เรียนสามารถที่จะ

238
00:27:26,514 --> 00:27:30,514
อะไรล่ะ พูดภาษามือได้

239
00:27:31,950 --> 00:27:35,950
ใช่ไหมคะ แล้วสื่อนั้นน่ะ  สามารถทำให้เด็กน่ะ

240
00:27:40,981 --> 00:27:44,981
ทำภาษามือได้จริง ๆ หรือเปล่า นี่ค่ะ คือการตัดสินว่าสื่อนั้น ทำหน้าที่นั้นได้ดีหรือเปล่านะคะ

241
00:27:46,484 --> 00:27:49,086
มันก็จะต้องมีผลจากการวัดมา แล้วเราถึงจะประเมิน

242
00:27:49,086 --> 00:27:53,086
ตัดสินได้ ว่าสื่อนั้นน่ะ มันทำได้จริงไหม ถึงจะเป็น

243
00:27:53,957 --> 00:27:55,166
นวัตกรรมได้นะคะ ทีนี้ค่ะ

244
00:27:55,166 --> 00:27:59,166
ลักษณะของการประเมินนะคะ เขาก็จะประเมินด้วย 2

245
00:28:00,227 --> 00:28:04,227
ลักษณะนะคะ ประเมินก่อนการนำไปใช้นะคะ

246
00:28:04,325 --> 00:28:08,170
กับประเมินประสิทธิภาพหลังนำไปใช้นะคะ

247
00:28:08,170 --> 00:28:11,664
ก่อนนำไปใช้นะคะ คุณครูสามารถประเมินก่อนได้นะ

248
00:28:11,664 --> 00:28:15,664
ว่าสื่อนี่ ที่เรามีอยู่นี่ มันยังเป็นสื่อ

249
00:28:16,554 --> 00:28:18,171
การสอนได้ไหม นะคะ  PowerPoint

250
00:28:18,171 --> 00:28:22,171
คลิปวิดีโอต่าง ๆ ใบงานต่าง ๆ มันสามารถใช้การเรียนการสอน

251
00:28:29,844 --> 00:28:31,139
ได้ไหม แต่ละครั้งที่คุณครูสอนน่ะค่ะ อย่างเวลาที่ครูสอน ครูก็จะ

252
00:28:31,139 --> 00:28:31,401
ดูแล้วว่าครั้งนี้ มันสามารถใช้ได้ไหม ปกติ

253
00:28:31,401 --> 00:28:35,401
อีกในบทจริยธรรมนี่ ครูจะให้เด็กแลนลีนี่

254
00:28:41,639 --> 00:28:45,639
ถ้าแยก ถ้าแยกแต่ละคาบนะ  แต่วันนี้เราเรียน 2 คาบ ครูก็จะเปลี่ยน เราเหลือเวลาแค่นี้มันไม่ทันน่ะ

255
00:28:46,368 --> 00:28:50,368
เราก็จะต้องเปลี่ยนเป็นวิธีการอื่นอย่างนี้ ฉะนั้น  คุณครูก็สามารถ

256
00:28:51,479 --> 00:28:55,479
ประเมินสื่อ ว่าที่มันมีอยู่แล้วน่ะ ว่ามัน

257
00:28:56,965 --> 00:29:00,965
ในครั้งนั้น ๆ ไหมนะคะ ถ้ามันใช่ไม่ได้ทำอย่างไร ก็ปรับปรุง ถ้ามันมีอยู่แล้วก็ปรับปรุง อย่าง PowerPoint น่ะ

258
00:29:04,655 --> 00:29:08,061
บางครั้งมันก็ต้องปรับปรุง เพราะว่าเนื้อหามันต้องอัปเดต

259
00:29:08,061 --> 00:29:11,256
คลิปนั้นน่ะ มันใช้ไม่ได้แล้วเราก็ปรับปรุงนะคะ จากนั้น ก็ถ้ามันปรับปรุงไม่ได้ ก็

260
00:29:11,256 --> 00:29:15,256
ค่อยประเมินและพัฒนาสื่อใหม่ อย่างนี้เป็นต้น

261
00:29:17,628 --> 00:29:18,013
ประเมิน ถ้าดีเหมาะสมก็ใช้ได้เลย

262
00:29:18,013 --> 00:29:22,013
ทีนี้คุณครูลองประเมินดูสื่อก่อนคร่าว ๆ

263
00:29:23,632 --> 00:29:27,632
แล้วถ้าไม่ดี ไม่เหมาะสม คุณครูก็ค่อยปรับปรุงแล้วเอาไปใช้

264
00:29:30,950 --> 00:29:34,950
แต่ถ้าปรับปรุงแล้วมันไม่เหมาะสมน่ะ คือมันปรับปรุงไม่ได้แล้ว คุณครูก็ค่อยเลือกสื่อใหม่

265
00:29:39,167 --> 00:29:39,973
นะคะ บทนี้ครูจะติดว่าคุณครูหน่อยนะ

266
00:29:39,973 --> 00:29:43,973
เพราะปกติจะอบรมให้คุณครู ถ้าคุณครูที่ต้องทำ

267
00:29:48,235 --> 00:29:49,394
ผลงานอย่างนี้ คส. 1 คส.2 คส. 3

268
00:29:49,394 --> 00:29:53,394
เขาก็ต้องได้ค่าประสิทธิภาพออกมา มันถึงจะน่าเชื่อถือ

269
00:29:55,016 --> 00:29:56,135
ทีนี้ค่ะ ในการประเมินประสิทธิภาพนะคะ

270
00:29:56,135 --> 00:30:00,135
ในการประเมินประสิทธิภาพสื่อนี่นะคะ แบบหลังจาก

271
00:30:01,951 --> 00:30:04,908
ที่เรียนมาแล้วนะคะ เขาประเมินด้วย เขาสามารประเมินได้หลายวิธี

272
00:30:04,908 --> 00:30:08,908
นะคะ วิธีแรก คุณครูผู้สอนเป็นคนประเมิน

273
00:30:09,555 --> 00:30:13,020
สื่อได้ค่ะ หลังจากที่ครูเอาสื่อมาใช้กับเด็กไปแล้ว

274
00:30:13,020 --> 00:30:17,020
นี่ ดูว่าสื่อนี่ มัน เด็กเรียนแล้วสนุกสนานไหม

275
00:30:19,303 --> 00:30:22,784
มีปฏิสัมพันธ์ดีไหม ผู้เรียนแล้ว เข้าใจไหม ครูสังเกตได้

276
00:30:22,784 --> 00:30:24,244
แต่ถามว่าได้รับการยอมรับไหม ไม่แนะนำ

277
00:30:24,244 --> 00:30:28,244
นะคะ ไม่ได้รับการยอมรับ คุณครูประเมินสื่อด้วยตัวเอง

278
00:30:30,977 --> 00:30:33,802
ไม่ได้รับการยอมรับ เพราะอะไร คนเรา

279
00:30:33,802 --> 00:30:37,802
มาเข้าข้างตัวเองค่ะ ว่าสื่อของเราดี คนเรา

280
00:30:38,573 --> 00:30:42,573
มันเข้าข้างตัวเองอยู่แล้วค่ะ Magesent

281
00:30:47,510 --> 00:30:51,510
ฉะนั้น ประเมินด้วยครูผู้สอนเองไม่พอ ถ้าถามว่า Level นะ ผู้สอน ประเมินสื่อผู้สอน

282
00:30:54,137 --> 00:30:54,436
ด้วยสื่อตัวเอง คือ ครูผู้ช่วย ครูผู้ช่วยทำแค่นี้ได้

283
00:30:54,436 --> 00:30:58,436
เพราะว่าครูผู้ช่วยเขาคาดหวัง เขาสอน

284
00:30:59,809 --> 00:31:03,809
ได้ แต่ถ้าคุณจะทำ คส 1 คส 2 คส 3

285
00:31:05,148 --> 00:31:08,636
นี่ ไม่ได้นะคะ ไม่เพียงพอนะคะ ฉะนั้น ถ้าจะเริ่ม คส. 2 นะคะ ครูชำนาญการขึ้นมาหน่อย

286
00:31:08,636 --> 00:31:12,636
ครูปกตินี่นะคะ ที่ไม่คำว่าครูผู้ช่วยแล้วนี่ ครูเฉย ๆ

287
00:31:17,328 --> 00:31:21,328
นี่ ประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญนะคะ ประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ เราพูดไปแล้ว ประเมินด้วย

288
00:31:22,828 --> 00:31:26,828
ผู้เชี่ยวชาญ ก็จะต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ  ที่มีความ

289
00:31:27,190 --> 00:31:30,152
สามารถที่จะดูสื่อได้ ก็คือครูคอมฯ อาจารย์ทางด้าน

290
00:31:30,152 --> 00:31:34,152
คอมพิวเตอร์ อาจารย์ทางด้านเทคโนโลยี

291
00:31:35,776 --> 00:31:37,246
ที่มีความรู้เนื้อหาในด้านนั้น ๆ นะคะ อย่างครูสอน

292
00:31:37,246 --> 00:31:40,732
ป.โท อย่างนี้ นักศึกษาครูสอนภาษาจีนอย่างนี้

293
00:31:40,732 --> 00:31:44,732
ครูสามารถช่วยเขาดูสื่อได้ แต่ครูไม่รู้ภาษาจีนเลย

294
00:31:46,778 --> 00:31:50,778
ฉะนั้น คนที่จะช่วยดูเนื้อหาที่ถูกต้อง ก็จะเป็นคนที่มี

295
00:31:51,905 --> 00:31:54,071
ความรู้ด้านภาษาจีน อย่างนี้เป็นต้นนะคะ

296
00:31:54,071 --> 00:31:58,071
เราสามารถทำประเมินโดยให้แบบประเมิน

297
00:31:59,407 --> 00:32:01,728
หรือสัมภาษณ์ก็ได้ เอาสื่อไปให้เขาประเมิน หรือ

298
00:32:01,728 --> 00:32:05,459
สัมภาษณ์เขาก็ได้นะคะ ว่าสื่อเรามีข้อผิดพลาด

299
00:32:05,459 --> 00:32:09,459
แก้ไขตรงไหนนะคะ หรืออีกวิธีหนึ่ง ประเมิน

300
00:32:13,133 --> 00:32:16,429
โดยคณะกรรมการนะคะ ส่วนใหญ่อันนี้จะเป็นจัดสื่อจัด

301
00:32:16,429 --> 00:32:19,496
จ้าง พวกเทคโนโลยีที่ทันสมัยนะคะ ทีนี้ค่ะ และสามารถ

302
00:32:19,496 --> 00:32:23,496
ประเมินโดยผู้เรียนได้ อยากให้เราสังเกตตรงนี้ค่ะ

303
00:32:27,469 --> 00:32:30,710
3 อันนี้ สังเกตไหม ว่าไม่ใช่คนที่ใช้สื่อจริง ๆ นะ

304
00:32:30,710 --> 00:32:34,710
คนที่เป็นคนที่ใช้สื่อจริง ๆ คือใครคะ

305
00:32:37,088 --> 00:32:41,088
ผู้เรียน เราสร้างสื่อมาให้ผู้เรียนใช้ แต่ 3 คน ข้างบนนี่

306
00:32:47,550 --> 00:32:51,550
เป็นคนที่มีความรู้ และคิดว่าสื่อนั้น น่าจะดีกับเด็ก คิดว่ามันน่าจะดีนะ สีนี้เด็กน่าจะชอบนะ

307
00:32:53,719 --> 00:32:57,719
ตัวการ์ตูนอย่างนี้ เด็กน่าจะชอบ แต่เขาก็มีความรู้ด้านทฤษฎี

308
00:32:57,810 --> 00:32:59,388
อยู่แล้วนะคะ แต่เขาไม่ใช่คนที่ใช้จริง ๆ น่ะค่ะ ฉะนั้น ผลที่มันจะได้มาจริง ๆ ว่าคนที่ใช้น่ะ

309
00:32:59,388 --> 00:33:03,388
มันใช้แล้วรู้สึกอย่างไร ใช้แล้วได้ผลไหม

310
00:33:07,054 --> 00:33:07,278
คือคนนี้ค่ะ ประเมินโดยผู้เรียน

311
00:33:07,278 --> 00:33:11,278
ฉะนั้น Level สูงสุด ของการประเมินสื่อ จะ

312
00:33:14,458 --> 00:33:18,458
ต้องให้ผู้เรียนทดลองใช้ค่ะ จะได้ผลออกมา

313
00:33:22,624 --> 00:33:23,787
เป็นประสิทธิภาพ ได้ผลออกมาเลย  อันนี้ Level 1 ประเมินโดยครู

314
00:33:23,787 --> 00:33:27,787
ให้ระดับประมาณครูผู้ช่วย

315
00:33:28,735 --> 00:33:32,735
ประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ คศ. 2 คศ. 2 คือ

316
00:33:35,544 --> 00:33:39,544
ครูชำนาญการ ส่วนประเมินประสิทธิภาพ ส่วนประเมินประสิทธิภาพ ถ้าคุณจะทำ

317
00:33:40,759 --> 00:33:44,759
ชำนาญการ เชี่ยวชาญอย่างนี้ จะต้องประเมินประสิทธิภาพ

318
00:33:47,599 --> 00:33:47,976
ฉะนั้น มันเป็นเลเวลสูงสุด ที่ทำให้เห็นว่าผล

319
00:33:47,976 --> 00:33:51,404
มันเป็นอย่างไรนะคะ จะได้การยอมรับที่สุด

320
00:33:51,404 --> 00:33:54,022
ถ้าทำแค่นี้ จะชอบมีคำถามว่า

321
00:33:54,022 --> 00:33:58,022
แล้วผลมันเป็นอย่างไร มันก็ตอบไม่ได้ เพราะมัน

322
00:34:03,488 --> 00:34:07,488
ไม่ได้เอาไปทดลองนะคะ อย่างน้อยมันก็ดีแหละ

323
00:34:08,054 --> 00:34:08,961
ดีกว่าที่เราประเมินว่าสื่อของเราดีนะคะ

324
00:34:08,961 --> 00:34:12,961
อย่างน้อยมันให้คนอื่นบอกน่ะ ว่าสื่อมันดีอย่างไร ต้อง

325
00:34:14,610 --> 00:34:18,610
ให้คนอื่นบอกนะคะ แต่คนอื่น ไม่ใช่ใครก็ได้นะคะ ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ

326
00:34:21,220 --> 00:34:25,220
นะคะ เราต้องเอาเคดิตเขามา Suport งานเรา

327
00:34:25,986 --> 00:34:27,688
เพราะเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญนะคะ ทีนี้ค่ะ แต่ถ้าจะให้ดี ก็จะต้องให้ผู้เรียนประเมินนี่แหละนะคะ

328
00:34:27,688 --> 00:34:31,688
ฉะนั้น เวลาที่เขาทำจริง ๆ เขาจะต้องทำอันนี้ด้วย

329
00:34:38,866 --> 00:34:40,875
เราทำอันนี้ด้วย ถ้าทำแบบตำแหน่งสูง ๆ นะ คส. 3 คส. 4 อย่างนี้

330
00:34:40,875 --> 00:34:44,168
ระดับ ป.โท เหมือนกัน ป.โท ก็จะทำ

331
00:34:44,168 --> 00:34:48,168
ประมาณนี้ ป.เอก จะต้องทำทั้ง 2 อัน ถึงจะเทียบเท่า

332
00:34:55,590 --> 00:34:55,928
สถานะ ป. เอก ได้ อย่างนี้เป็นต้น ฉะนั้น ความน่าชื่อถือของสื่อ

333
00:34:55,928 --> 00:34:58,901
กระบวนการมีผล ต่อความน่าเชื่อถือของนวัตกรรมนั้น ๆ

334
00:34:58,901 --> 00:34:59,944
นะคะ ทีนี้ค่ะ เดี๋ยววันนี้เราจะมา

335
00:34:59,944 --> 00:35:03,944
พูดถึงประเมินประสิทธิภาพสื่อ ประเมินประสิทธิภาพสื่อ

336
00:35:06,695 --> 00:35:06,985
เมื่อกี้ครูเกริ่นไปเฉย ๆ นะคะ

337
00:35:06,985 --> 00:35:10,985
อันนี้คือของจริงค่ะ ซึ่งมันจะเกี่ยวข้องกับใบงาน

338
00:35:14,724 --> 00:35:18,397
ทีนี้ค่ะ ครูขออย่างนี้ได้ไหม ไม่เกิน 15-

339
00:35:18,397 --> 00:35:22,397
20 นาที เราต้องมีสมาธินะ ถ้าหลุดไปนิดเดียว

340
00:35:26,471 --> 00:35:30,115
มันจะไม่ได้เลย เพราะมันจะเกี่ยวข้องกันไปเรื่อย ๆ ถ้าหลุดอันใดอันหนึ่ง มันจะบ่ได้เลยพี่เอื้อง

341
00:35:30,115 --> 00:35:31,925
พี่เอื้องรู้ดี มันจะหลุดไปเลย

342
00:35:31,925 --> 00:35:35,925
มันจะทำไม่ได้เลย มันจะไปต่อไม่ได้เลยนะคะ

343
00:35:36,549 --> 00:35:39,538
ถ้าคุณหลุดตัวใดตัวหนึ่งนะ ไม่เกิน 10-

344
00:35:39,538 --> 00:35:43,428
15 นาทีนะคะ ถ้าอย่างมากก็ 20 นาที

345
00:35:43,428 --> 00:35:47,428
ทำได้แน่นอนนะคะ สอนมา 10 กว่าปีแล้วนี่

346
00:35:48,314 --> 00:35:52,314
บทนี้ ถ้าใครตั้งใจน่ะ ถึงแม้ว่าเกลียดคณิตศาสตร์แค่ไหน

347
00:35:58,410 --> 00:36:01,043
ก็ทำได้นะคะ โอเคนะ มันจะมีเรื่องการคำนวณด้วยนะนะคะ ฉะนั้น ต้องตั้งใจนะถึงทำได้ ถ้าใคร

348
00:36:01,043 --> 00:36:05,043
ทำได้ ก็คือทำได้เลย ถ้าใครทำไม่ได้ มันก็ยากน่ะ

349
00:36:05,554 --> 00:36:08,865
แต่ถ้ารู้จุดนี่มันจะง่ายนะคะ ครูเริ่มนะ

350
00:36:08,865 --> 00:36:10,897
ในการหาประสิทธิภาพสื่อนะคะ เรา

351
00:36:10,897 --> 00:36:14,897
จะต้องเอาคะแนน เราต้องได้คะแนนนะ

352
00:36:15,476 --> 00:36:19,476
เราต้องได้การวัดก่อน เราถึงไปประเมินได้

353
00:36:19,579 --> 00:36:23,579
ฉะนั้น เราจะต้องวัดผู้เรียนนะคะ เราจะต้องวัด

354
00:36:30,215 --> 00:36:31,801
ผู้เรียนจาก 2 พฤติกรรม โดยให้ผู้เรียนทำพฤติกรรมเหล่านี้ เพื่อที่จะเอาคะแนนมาค่ะ คือ พฤติกรรม

355
00:36:31,801 --> 00:36:35,430
ต่อเนื่อง และพฤติกรรมขั้นสุดท้ายนะคะ

356
00:36:35,430 --> 00:36:38,549
ต่อไปนี้ครูจะแทน

357
00:36:38,549 --> 00:36:42,007
พฤติกรรมต่อเนื่องว่า E1

358
00:36:42,007 --> 00:36:46,007
พฤติกรรมขั้นสุดท่าย ว่า E2

359
00:36:46,696 --> 00:36:50,696
E1 พฤติกรรมต่อเนื่อง เอาคะแนน

360
00:36:52,191 --> 00:36:54,984
มาจากการที่เราให้ผู้เรียน สามารถ

361
00:36:54,984 --> 00:36:58,059
ทำอะไรได้ทุกครั้ง ทุกคาบ

362
00:36:58,059 --> 00:37:02,059
ทำอะไรได้ทุกบท เราสามารถให้ผู้เรียนทำเรื่อย ๆ

363
00:37:06,305 --> 00:37:07,059
ทำอะไรได้บ้างคะ ที่จะเอาคะแนนมาจากเขานี่

364
00:37:07,059 --> 00:37:11,059
แบบฝึกหัด เก่งมาก แบบฝึกหัดหลังเรียน

365
00:37:14,645 --> 00:37:18,645
ก็ได้ แบบฝึกหัดหลังเรียน แบบฝึกหัดหลังเรียน ทำอะไรได้อีก ได้คะแน

366
00:37:19,760 --> 00:37:23,760
นมาทำอย่างไร สอบ สอบก็ได้ ให้มันสอบมันทุกบทนี่แหละ ขออภัย

367
00:37:26,661 --> 00:37:30,661
นะคะ ให้มันสอบทุกบทนี่แหละ ทำอะไรอีก แบบฝึกหัด

368
00:37:32,399 --> 00:37:33,200
ไปเรื่อย ๆ ทำอะไรได้อีก ใบงาน

369
00:37:33,200 --> 00:37:34,008
ก็ได้ ใบงาน ชิ้นงาน กิจกรรม

370
00:37:34,008 --> 00:37:38,008
งานกลุ่ม งานกลุ่ม กิจกรรม ก็ได้คะแนนมาเหมือนกัน

371
00:37:44,314 --> 00:37:44,652
แต่ให้ทำบทที่ 1 ทุก ๆ

372
00:37:44,652 --> 00:37:48,652
บท ตั้งแต่บทที่ 1 ยันบทสุดท้าย ให้ทำทุก ๆ บท

373
00:37:49,179 --> 00:37:52,710
นะคะ ให้ทำทุก ๆ บท จนบทสุดท้าย ให้ทำทุก ๆ บท

374
00:37:52,710 --> 00:37:56,066
เห็นไหมคะ ผู้เรียนเกิดพฤติกรรมต่อเนื่อง ทำต่อเนื่อง

375
00:37:56,066 --> 00:38:00,066
ทุก ๆ บท จะได้คะแนนมาทุก ๆ บท

376
00:38:01,944 --> 00:38:02,732
ส่วน E2 ให้ทำ

377
00:38:02,732 --> 00:38:06,732
ครั้งแรก ให้ทำบทแรกยันบทสุดท้าย

378
00:38:08,178 --> 00:38:12,178
และทำครั้งเดียว

379
00:38:18,295 --> 00:38:22,295
สิ่งที่เราสามารถเอาคะแนน มาจากผู้เรียนได้ครั้งเดียวเลย

380
00:38:23,139 --> 00:38:27,139
คือ การสอบปลายภาค คือ การสอบปลายภาค ก็สอบผู้เรียนตั้งแต่บทที่ 1 ยันบทสุดท้าย

381
00:38:27,512 --> 00:38:28,861
ข้อสอบน่ะค่ะ ตั้งแต่บท 1 ยันบทสุดท้ายนะคะ

382
00:38:28,861 --> 00:38:32,861
อันนี้เราเรียกว่า "คะแนนพฤติกรรมขั้นสุดท้าย" หรือ E2

383
00:38:39,699 --> 00:38:40,134
นะ เอาคะแนน ออกข้อสอบ

384
00:38:40,134 --> 00:38:44,134
ต้องออกข้อสอบตั้งแต่บทแรกยันบทสุดท้ายนะ E2 คำถามค่ะ

385
00:38:44,430 --> 00:38:48,430
สอบกลางภาค เป็น E1 หรือ E2

386
00:38:48,988 --> 00:38:52,988
สอบ

387
00:38:55,343 --> 00:38:57,644
กลางภาค เป็น E1 หรือ E2

388
00:38:57,644 --> 00:39:01,644
[เสียงหัวเราะ]

389
00:39:01,696 --> 00:39:05,696

390
00:39:12,593 --> 00:39:16,593
(อาจารย์ปิยนุช) ครูบอกดี ๆ นะ

391
00:39:16,632 --> 00:39:20,632
พฤติกรรมต่อเนื่อง ครูบอกว่าอย่างไรคะ ต้องทไทุก ๆ  บท

392
00:39:23,260 --> 00:39:25,250
ทีนี้กลางภาคน่ะ บทท้าย ๆ เราได้ทำไหม

393
00:39:25,250 --> 00:39:26,751
ยังไม่ได้ทำ แล้วตกลงเป็น... แล้ว

394
00:39:26,751 --> 00:39:30,751
ทีนี้ E2 ครูบอกว่าอย่างไร E2

395
00:39:31,472 --> 00:39:35,472
ครูบอกว่าต้องสอบบทแรกถึงบทสุดท้าย

396
00:39:37,208 --> 00:39:41,184
ฉะนั้น กลางภาคเป็น E อะไรคะ

397
00:39:41,184 --> 00:39:41,487
ENO

398
00:39:41,487 --> 00:39:45,487
ถูกต้อง ถูกต้อง ไม่เป็นสัก E

399
00:39:48,680 --> 00:39:52,680
ค่ะ E0 ไม่มี แต่

400
00:39:52,827 --> 00:39:56,827
มันไม่เป็นสัก E เราไม่สามารถเอาคะแนนกลางภาค มาหา

401
00:39:57,988 --> 00:39:59,032
ประสิทธิภาพได้ ทุกคนทำหน้า แต่หนูสอบ

402
00:39:59,032 --> 00:40:03,032
กลางภาคนะอาจารย์ หนูเพิ่งสอบไปเองนี่  เดือนที่แล้

403
00:40:06,593 --> 00:40:10,593
วเอง ครูก็เคยให้เด็กสอบกลางภาคค่ะ ครูเข้าใจ ครูก็เคยทำ

404
00:40:13,751 --> 00:40:16,104
แต่เราอย่าหลงประเด็น สอบกลางภาค ณ ตอนนั้น คุณครูเขาจัดการเรียนการสอนปกติ

405
00:40:16,104 --> 00:40:19,347
เขาไม่ได้หาประสิทธิภาพ

406
00:40:19,347 --> 00:40:23,347
นึกออกไหมคะ เขาจัดการเรียนการสอนปกติ เขาไม่ได้หา

407
00:40:30,410 --> 00:40:31,239
ประสิทธิาภาพของนวัตกรรม แต่เมื่อใดก็ตาม ที่คุณครูจะหาประสิทธิภาพสื่อ คุณครูต้องทำ

408
00:40:31,239 --> 00:40:35,239
กระบวนการแบบนี้ คุณครูจะไม่มี

409
00:40:40,337 --> 00:40:44,337
สอบกลางภาค ทำ... แปลว่าการ... ทำประสิทธิภาพ

410
00:40:46,054 --> 00:40:50,054
ขั้นตอนผิดค่ะ เดี๋ยวจะบอกว่าทำไมนะคะ ฉะนั้น กลางภาค ไม่สามารถหาประสิทธิภาพได้ ฉะนั้น คุณครู

411
00:40:51,290 --> 00:40:55,290
สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างไร

412
00:40:57,990 --> 00:41:01,990
คุณครูไม่จำเป็นต้องสอบกลางภาคนะ ถ้าคุณครูมีเหตุผลค่ะ

413
00:41:03,758 --> 00:41:07,758
ว่าฉันกำลังหาประสิทธิภาพสื่อนะ ต้องแยกให้ออกนะ อันนี้เขาจัดการเรียนการสอนปกติ เขาจัดสอบกลางภาคปกติ

414
00:41:09,378 --> 00:41:09,384
แต่เมื่อใดก็ตาม ที่คุณกำลังหาประสิทธิภาพสื่อ

415
00:41:09,384 --> 00:41:13,384
คุณต้องไม่มีสอบกลางภาค คุณต้องเป็นคะแนนเด็กแบบนี้

416
00:41:15,062 --> 00:41:18,544
ทุก ๆ บทนะคะ เพื่อให้ได้ E1 มา และคุณต้องสอบรวบยอด

417
00:41:18,544 --> 00:41:21,825
เพื่อให้ได้ E2 มา ทีนี้ทำไม ถึงไม่เอาสอบกลางภาค

418
00:41:21,825 --> 00:41:23,108
นะคะ อยากให้สังเกต

419
00:41:23,108 --> 00:41:27,108
E1 เวลาที่เราได้คะแนนมา เวลาที่เรา

420
00:41:28,716 --> 00:41:32,716
ได้คะแนนมาค่ะ เราว่า E1 กับ E2 อันไหน

421
00:41:35,851 --> 00:41:36,909
ได้คะแนนเยอะกว่ากัน เรียนเสร็จทีละบทแล้วสอบ

422
00:41:36,909 --> 00:41:40,227
เรียนเสร็จครั้งหนึ่ง แล้วสอบปลายภาคเลย เราว่าอันไหน

423
00:41:40,227 --> 00:41:41,895
คิดดี ๆ ก่อน

424
00:41:41,895 --> 00:41:45,895
เวลาเรียนเสร็จแล้วสอบ กับเรียนเสร็จ

425
00:41:46,922 --> 00:41:50,922
ครั้งเดียว เรียนเสร็จตั้งแต่ต้นเทอมยันท้ายเทอม แล้วมาสอบน่ะ

426
00:41:59,530 --> 00:42:02,937
เราว่าบท เราว่า E ไหนจะได้คะแนนเยอะ E1 เรียนเสร็จแล้วสอบมันยังจำได้

427
00:42:02,937 --> 00:42:06,403
ใช่ไหมคะ เรียนเสร็จแล้วสอบมันจำได้ แน่นอน E1 มันย่อมคะแนน

428
00:42:06,403 --> 00:42:10,403
เยอะกว่า E2 อยู่แล้ว ทีนี้พอเวลากลางภาคน่ะ

429
00:42:11,681 --> 00:42:15,681
มันไม่พอไง ระยะเวลามันไม่ยาวนานพอไง ทีนี้ E... ทีนี้ E1 น่ะ

430
00:42:16,281 --> 00:42:20,281
คะแนนมันสูงกว่า E2 อยู่แล้วนะ ทีนี้ค่ะ

431
00:42:20,935 --> 00:42:24,935
ทฤษฎีนี้เขาบอกว่า ถ้าสื่อการเรียนการสอนคุณเจ๋งจริง

432
00:42:30,810 --> 00:42:32,771
วิธีการสอนนั้น เจ๋งจริง ๆ ในการมาหาประสิทธิภาพนี่

433
00:42:32,771 --> 00:42:33,508
E2 นี่ คะแนนใกล้เคียงกับ E1 ให้ได้

434
00:42:33,508 --> 00:42:37,508
คะแนนจะไม่โดดกัน ฉะนั้น สื่อคุณต้องเจ๋งจริง ๆ

435
00:42:39,304 --> 00:42:42,899
มันถึงได้หา... ได้ถึงค่าประสิทธิภาพออกมาไง  ว่า

436
00:42:42,899 --> 00:42:46,422
สื่อฉันเจ๋งจริงนะ มันถึงทำให้ค่ามันไปใกล้เคียง

437
00:42:46,422 --> 00:42:50,422
กับ E1 ให้ได้ E2 ค่าถึงจะไปใกล้เคียงให้ได้

438
00:42:53,490 --> 00:42:56,162
ฉะนั้น กลางภาค มันเรียนไป 2-3 บทน่ะค่ะ 3-4 บทอย่างนี้ มันยังไม่ถึงขั้น ระยะห่างที่จะทำ

439
00:42:56,162 --> 00:43:00,162
ให้เห็นถึงความแตกต่างจริง ๆ น่ะค่ะ

440
00:43:07,728 --> 00:43:11,728
เด็กยังจำได้อยู่เลย แปลว่ามันก็ปกตินี่ มันไม่ได้ทำให้ผลพิสูจน์ทดลอง มันดีขึ้นเท่าไรนี่ มันก็การเรียนการสอนปกติ เพราะฉะนั้น นวัตกรรมมันต้องมาทำ ให้

441
00:43:15,082 --> 00:43:19,082
การเรียนการสอนมันดีขึ้น ฉะนั้น เขาถึงไม่เอากลางภาคมาใช้

442
00:43:21,028 --> 00:43:24,142
ฉะนั้น เขาถึงจะต้องพยายามว่า

443
00:43:24,142 --> 00:43:28,142
แม้ว่าเรียนอย่างไรน่ะ แม้ว่าระยะ

444
00:43:28,905 --> 00:43:30,239
เวลามันห่างไปแล้วน่ะ ผู้เรียนยังทำคะแนนน่ะ

445
00:43:30,239 --> 00:43:34,239
ได้ใกล้เคียงกับ E1 อยู่เลยนะคะ

446
00:43:35,204 --> 00:43:39,204
ฉะนั้น E1 ได้มาจากคะแนน

447
00:43:39,403 --> 00:43:43,388
แบบฝึกหัด ให้ทำทุก ๆ บท คะแนนใบงาน คะแนน

448
00:43:43,388 --> 00:43:45,040
ชิ้นงานอย่างนี้นะคะ ทีนี้อย่างวิชา...

449
00:43:45,040 --> 00:43:49,040
อาจารย์หนูไปสอนวิชาแบบอยู่ดี ๆ ได้ไปสอน

450
00:43:51,171 --> 00:43:54,646
พละน่ะ มันไม่มีให้ทำทุก ๆ บทน่ะ

451
00:43:54,646 --> 00:43:56,121
ทำอย่างไรคะ หรือได้ทำสอนวิชาคอมพิวเตอร์น่ะค่ะ หรือ

452
00:43:56,121 --> 00:44:00,121
วิชาคหกรรม หรือวิชาช่างไม้แกะสลัก

453
00:44:04,753 --> 00:44:06,152
ทำอย่างไรดีน่ะ ไม่มีสอบกลางภาคน่ะ

454
00:44:06,152 --> 00:44:06,863
ไม่มีสอบปลายภาคน่ะ

455
00:44:06,863 --> 00:44:10,863
ก็ให้เด็กทำโปรเจกต์ไงนะคะ ฉะนั้น วิชา

456
00:44:12,510 --> 00:44:16,510
พวกปฏิบัติ E1 เราก็ให้ทำชิ้นงาน ครู

457
00:44:17,458 --> 00:44:21,458
สอนวิชาปฏิบัติ ทำกราฟิกนะ ครูก็

458
00:44:23,167 --> 00:44:27,167
ให้เด็กทำชิ้นงานนะคะ ส่วนคะแนนสอบ Final

459
00:44:29,980 --> 00:44:30,079
คะแนนรวมทุกบท ครูจะเป็นชิ้นงานใหญ่ ๆ

460
00:44:30,079 --> 00:44:34,079
ตั้งแต่บทแรก ยันบทสุดท้ายมาทำชิ้นงาน

461
00:44:36,321 --> 00:44:40,199
เราก็สามารถวัดผลผู้เรียนได้ เป็น E2 นะคะ ฉะนั้น E1, E2

462
00:44:40,199 --> 00:44:44,199
ใช้ได้ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ ส่วนใหญ่ คุณครูกังวล

463
00:44:47,197 --> 00:44:50,289
ว่าฉันสอนวิชาปฏิบัติ แล้วมันทำไม่ได้น่ะ จริง ๆ มันทำได้ 2 ลักษณะเลย วิชามันจะมีวิชาทฤษฎี

464
00:44:50,289 --> 00:44:53,535
กับปฏิบัตินะ ฉะนั้นนี่ เวลาที่ไปตรวจงานนะ

465
00:44:53,535 --> 00:44:57,535
คุณครูก็จะใช้ทฤษฎี วิชาที่เป็นทฤษฎีน่ะ

466
00:44:58,870 --> 00:45:02,870
แต่คุณครูหลายคน ก็แบบทั้งที่ฉันสอนปฏิบัติ แต่ไปเลี่ยง

467
00:45:04,513 --> 00:45:08,161
เป็นทฤษฎีนะ แต่จริง ๆ ปฏิบัติ คุณก็ทำได้เหมือนกันป็นทฤษฎีนะ แต่จริง ๆ ปฏิบัติคุณก็ทำได้เหมือนกัน

468
00:45:08,161 --> 00:45:12,161
ต่อค่ะ มันจะเกี่ยวข้องกับวิชาที่คุณสอนนะคะ ถ้าเป็นพวก

469
00:45:13,030 --> 00:45:14,769
ทักษะด้านปฏิบัตินะคะ จะต้องตั้งค่า

470
00:45:14,769 --> 00:45:18,769
นะคะ เกณฑ์ในการหาประสิทธิภาพ 75 : 75

471
00:45:23,785 --> 00:45:24,172
นะคะ ส่วนพวกความรู้ ความจำ

472
00:45:24,172 --> 00:45:28,172
นะคะ ตั้งสูงหน่อยได้ 80/80

473
00:45:30,010 --> 00:45:34,010
85/85 90/90  ตัวเลขพวกนี้คือค่าเฉลี่ย

474
00:45:35,114 --> 00:45:38,971
ของคะแนนทั้งห้องนะคะ คะแนนทั้งห้องต้องเฉลี่ย

475
00:45:38,971 --> 00:45:42,971
ได้ 75 ถึงผ่านเกณฑ์ คะแนนทั้งห้องต้องเฉลี่ยได้ 80 ถึงจะผ่านเกณฑ์

476
00:45:48,482 --> 00:45:52,482
นะคะ ทีนี้ตัวเลข ทำไมตัวเลขไม่เท่ากัน  ทำไมปฏิบัติต้องให้ 75 ทำไมพวก

477
00:45:52,751 --> 00:45:56,751
ความรู้ความจำน่ะ ให้สูงจัง 80/80 85/85

478
00:45:59,530 --> 00:46:03,530
นี่นะคะ ทีนี้ค่ะ มันจะเกี่ยวข้องกัน E1 เราต้องหาตั้งแต่ครั้งแรกใช่ไหมคะ

479
00:46:06,294 --> 00:46:10,294
ตั้งแต่บทแรก เพราะฉะนั้น พวกวิชาปฏิบัติน่ะค่ะ พวก

480
00:46:14,556 --> 00:46:18,556
ร้อยมาลัย วาดรูป เราว่าวาดรูปนี่ ร้อยมาลัยอย่างนี้ หรือเดาะบอลอย่างนี้

481
00:46:18,847 --> 00:46:22,744
ครั้งแรกเราทำได้ดีไหม ครั้งแรกมันทำไม่ดีหรอก แต่เราเก็บคะแนน

482
00:46:22,744 --> 00:46:26,744
เด็กตั้งแต่ครั้งแรกน่ะค่ะ นึกออกไหม กว่าที่เขาจะดีน่ะ

483
00:46:27,090 --> 00:46:30,097
ครั้งที่ 3 ที่ 1 น่ะค่ะ ฉะนั้น คะแนนแรก ๆ

484
00:46:30,097 --> 00:46:34,097
มันจะไม่ดี ฉะนั้น ปฏิบัติคะแนน มันเลยน้อยกว่าความรู้

485
00:46:36,373 --> 00:46:38,946
ความจำ ส่วนความรู้ความจำค่ะ อย่างเช่น ครูถามว่า

486
00:46:38,946 --> 00:46:41,432
นวัตกรรมหมายถึงอะไร ครั้งแรกคุณบอกสื่อใหม่

487
00:46:41,432 --> 00:46:45,432
ใช่ไหมคะ ครั้งที่ 2 สื่อใหม่ มันเป็นสิ่งที่ถูกต้องน่ะ

488
00:46:46,577 --> 00:46:50,577
ครั้งที่ 2 คุณก็ตอบสื่อใหม่ มันไม่จำเป็นต้องรอว่า

489
00:46:53,090 --> 00:46:54,145
มันจะดีขึ้นไปเรื่อย ๆ คือ ความรู้ความจำน่ะ ตอบกี่ครั้ง

490
00:46:54,145 --> 00:46:56,153
มันก็ได้คะแนนเท่านั้นแหละนะคะ ฉะนั้น

491
00:46:56,153 --> 00:47:00,153
ต้องเลือกให้ถูกด้วยนะ ว่าวิชาคุณน่ะ

492
00:47:01,695 --> 00:47:05,695
มันเป็นเกณฑ์อะไรนะคะ เหมาะสมอย่างไรนะคะ  หมา

493
00:47:08,607 --> 00:47:12,607
ทีนี้ค่ะ ยังไม่หมดบอกแล้ว อีกนิดหนึ่งนะคะ ขั้นตอน

494
00:47:13,873 --> 00:47:17,873
ในการหาประสิทธิภาพนะคะ จะมี 3 ขั้นตอนด้วยกัน

495
00:47:18,646 --> 00:47:20,209
นะคะ ทดสอบรายบุคคล

496
00:47:20,209 --> 00:47:23,757
เก่ง กลาง อ่อน จากนั้นก็แก้ไขปรับปรุง

497
00:47:23,757 --> 00:47:27,632
นะคะ ทดลองกลุ่มเล็กนะคะ

498
00:47:27,632 --> 00:47:31,632
6-12 คน เก่งกลางอีก

499
00:47:34,897 --> 00:47:38,897
ปรับปรุงนะคะ แล้วก็ไปทดลองภาคสนาม

500
00:47:39,431 --> 00:47:41,104
คือ 20 คนขึ้นไป พอ 20 คนน่ะ มันเป็นคละแน่นอน

501
00:47:41,104 --> 00:47:45,104
มันก็เก่ง กลาง อ่อนนี่แหละ แต่เขาใช้คำว่า "คละ" นะคะ

502
00:47:48,376 --> 00:47:49,279
คำถาม ทำไม ต้องเอาเด็ก เก่ง กลาง อ่อนน่ะ

503
00:47:49,279 --> 00:47:53,279
ทำไมต้องเลือก เก่ง กลาง อ่อน

504
00:47:56,331 --> 00:48:00,331
ทำไมคุณครูไม่เอาแต่เด็กเก่ง คุณครูชอบเอาเด็กเก่งมานี่ ทฤษฎี

505
00:48:02,655 --> 00:48:05,750
บอกให้เอาแต่ เก่ง กลาง อ่อน ทฤษฎีทำไมไม่บอกเอาแต่

506
00:48:05,750 --> 00:48:07,276
เด็กเก่ง เด็กเรียนปานกลาง และเด็กเรียนอ่อน คิดว่าเพราะอะไร

507
00:48:07,276 --> 00:48:11,276
ทำไมไม่เอาแต่เด็กเก่งเลยล่ะ

508
00:48:17,867 --> 00:48:21,867
คิดว่าเพราะว่าอะไร

509
00:48:22,284 --> 00:48:26,284
เฉลยแล้วกันวันนี้เรามีเวลาน้อย เก่ง กลาง อ่อน

510
00:48:30,478 --> 00:48:32,502
เพราะว่า ถ้าคุณเลือกมาแต่เด็กเก่งน่ะ

511
00:48:32,502 --> 00:48:36,502
เด็กที่เรียนอ่อนน่ะ เขาจะใช้สื่อนั้นลำบาก

512
00:48:38,178 --> 00:48:42,178
นักศึกษา ครูเคยไปทดลอง นางก็

513
00:48:44,536 --> 00:48:48,536
ไม่ค่อยเชื่อหรอกนักศึกษา นี่ แต่ดีนะที่ไม่เชื่อ ไปพิสูจน์ทดลองนี่

514
00:48:48,716 --> 00:48:52,716
นะคะ เขาทำคลิปนะคะ ทำคลิปแล้วเอาไปทดลองกับเด็กนะคะ ปรากฏว่าเด็กเก่งน่ะ

515
00:48:58,566 --> 00:48:59,796
มันดูแป๊บเดียวมันก็จำได้ นึกออกไหม

516
00:48:59,796 --> 00:49:02,768
ดูแป๊บเดียวเข้าใจ แต่เด็กอ่อนจำไม่ได้ครับ เมื่อกี้

517
00:49:02,768 --> 00:49:06,768
ดูอะไร คือมันเป็นเรื่องปกติมากเลยนะคะ จำไม่ได้น่ะ

518
00:49:07,267 --> 00:49:07,607
ดูไม่ทัน ฉะนั้น สิ่งที่คุณครูหรือผู้ทำ

519
00:49:07,607 --> 00:49:11,607
นวัตกรรมนี่ ก็จะต้อง คลิปมันยาวไป

520
00:49:11,780 --> 00:49:15,780
ก็จะต้องทำให้มันสั้นลงนะคะ หรือมันมีปุ่มที่ช่วยหยุด

521
00:49:16,866 --> 00:49:20,521
ให้ผู้เรียนได้หยุดตรงนี้หน่อยนะคะ เพราะว่าเขาไม่ทัน

522
00:49:20,521 --> 00:49:24,521
แต่ถ้าเราถามแต่เด็กอ่อน เด็กอ่อน

523
00:49:26,146 --> 00:49:27,378
ก็จะบอกว่า อยากให้มันอธิบายเยอะ ๆ หรือ

524
00:49:27,378 --> 00:49:31,378
หยุดเยอะ ๆ หน่อย เด็กเก่งก็จะรู้สึกน่าเบื่อจัง

525
00:49:33,368 --> 00:49:37,368
สื่อนี้มันเยิ่นเย้อจัง เพราะฉะนั้น เราต้องเอา 2

526
00:49:39,173 --> 00:49:43,173
ความคิดเห็นนี้ค่ะ เด็กปานกลางไม่ค่อยเท่าไรหรอก เด็กปานกลาง

527
00:49:44,940 --> 00:49:48,940
ไม่ค่อยมีปัญหาในการสร้างสื่อ นิดหนึ่งเขาก็เข้าใจได้แล้ว

528
00:49:51,695 --> 00:49:54,324
นะคะ ฉะนั้น ส่วนใหญ่ จะมีปัญหาเด็กเก่งกับเด็กอ่อน เราจะต้องเอาความคิดเห็น หรือว่าที่เขาเรียนเข้าใจ

529
00:49:54,324 --> 00:49:57,497
มากน้อยแค่ไหน มาปรับปรุงสื่อนะคะ มาปรับปรุงสื่อ

530
00:49:57,497 --> 00:50:01,497
ฉะนั้น พอเราได้ความคิดเห็นจากเก่ง กลาง อ่อนนี่

531
00:50:02,437 --> 00:50:02,515
มันจะทำให้สื่อนั้นน่ะ ใช้ได้อย่างหลากหลาย

532
00:50:02,515 --> 00:50:06,515
ไม่ใช่ใช้ได้แค่เฉพาะเด็กเก่ง กับเด

533
00:50:15,956 --> 00:50:19,956
็ฏอ่อน สามารถใช้ได้ เก่ง กลาง อ่อน คือเป็นการคละ เด็กทั้งห้องสามารถใช้ด้วยกันได้หมดเลยนะคะ ทีนี้ค่ะ ทีนี้ครูขอกลับไปตรงนี้นะคะ

534
00:50:20,098 --> 00:50:24,098
อันนี้เวลาที่ตั้งเกณฑ์เราก็ตั้งดูดี ๆ นะ

535
00:50:24,792 --> 00:50:26,845
90/90 อย่างนี้  เราว่า

536
00:50:26,845 --> 00:50:30,845
ค่าเฉลี่ยทั้งห้องนี่ 90 ต่อ 90 น่ะ

537
00:50:36,820 --> 00:50:37,983
ถ้าเรียนเป็นห้องคละทั่วไปน่ะ มันเป็นไปได้ไหม

538
00:50:37,983 --> 00:50:40,902
ที่เด็กจะทำได้ 90/90 น่ะ

539
00:50:40,902 --> 00:50:44,283
โคตรยากเลย มีถ้าเป็นโรงเรียนของคุณ

540
00:50:44,283 --> 00:50:48,283
เป็นห้อง Gifted ก็พอว่า หรือ

541
00:50:49,877 --> 00:50:53,877
อะไรนะ เตรียมอุดมฯ อย่างนี้ ที่เด็กเก่ง ๆ มาก ๆ

542
00:50:56,165 --> 00:51:00,165
วิทยานุสรณ์ อย่างนี้ ทำได้ 90 ต่อ

543
00:51:03,965 --> 00:51:04,588
ทีนี้ ครั้งหนึ่งค่ะ  อันนี้จากประสบการณ์ที่เคยตรวจนะ คุณครู

544
00:51:04,588 --> 00:51:07,730
ชอบตั้งเกณฑ์ให้สูง ๆ 90/90 ไปเลย ทีนี้ค่ะ

545
00:51:07,730 --> 00:51:09,544
ดันคุณครู ดันอยู่โรงเรียน

546
00:51:09,544 --> 00:51:13,544
... โรงเรียนปกติทีมันเป็นห้องคละ

547
00:51:15,263 --> 00:51:19,263
ที่มันเป็นห้องคละ โจทย์ของคุณครู

548
00:51:25,671 --> 00:51:26,149
กลุ่มตัวอย่างของครู ดันเป็นห้องคละ แต่ครูตั้ง 90/90

549
00:51:26,149 --> 00:51:30,149
ทีนี้ส่งผลงานมา กรรมการก็ตรวจ ครูก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมการ

550
00:51:32,982 --> 00:51:36,019
คณะกรรมการก็เลย คุณครู เด็กคุณครู

551
00:51:36,019 --> 00:51:40,019
เป็นห้องคละ แต่คุณครูสามารถทำสื่อ

552
00:51:42,727 --> 00:51:44,036
ได้ 90/90 สื่อมันเจ๋งขนาดนั้นเลยเหรอนะคะ ทีนี้ค่ะ เมื่อก่อนมันก็ให้รอบแก้ตัวนะ

553
00:51:44,036 --> 00:51:48,036
คือให้คนส่งผลงานนี่ มาชี้แจงน่ะ

554
00:51:48,067 --> 00:51:52,067
เวลาที่กรรมการมีข้อสงสัยค่ะ ทีนี้

555
00:51:58,491 --> 00:52:00,476
นะคะ กรรมการก็เรียกมา คุรครูก็นั่งโต๊ะเลย คุณครู คุณครูช่วยบอกหน่อย

556
00:52:00,476 --> 00:52:04,476
คุณครูทำอย่างไรน่ะ สื่อคุณครูถึงได้ 90/90 น่ะ

557
00:52:04,588 --> 00:52:06,941
มันคะแนนสูงมากเลยนะ ที่ทำให้ผู้เรียนน่ะ เก่ง กลาง อ่อน

558
00:52:06,941 --> 00:52:09,810
นี่ คะแนนเฉลี่ยทั้งห้องได้ 90 น่ะ

559
00:52:09,810 --> 00:52:12,915
คุณครูก็ตอบอย่างไรดีนะ คิด

560
00:52:12,915 --> 00:52:16,915
นิดหนึ่ง คุณครูเลยตอบมาว่า หนูก็เอาแต่เด็ก

561
00:52:18,862 --> 00:52:20,264
เก่งมาค่ะ เอาแต่เด็กเก่งมาค่ะ อาจารย์

562
00:52:20,264 --> 00:52:24,264
มันก็เลยได้คะแนนสูงหน่อย คำถาม เขาผิดตรงไหน

563
00:52:26,187 --> 00:52:30,061
ของขั้นตอนหาประสิทธิภาพ เขาผิดตรงไหน

564
00:52:30,061 --> 00:52:34,061
จริง ๆ การหาประสิทธิภาพ

565
00:52:36,653 --> 00:52:38,540
ต้องคละ คือ เก่ง กลาง อ่อน

566
00:52:38,540 --> 00:52:42,540
แต่คุณครูเลือกแต่เด็กเก่งมา ผิดขั้นตอนค่ะ

567
00:52:45,365 --> 00:52:49,365
ผิดจรรยาบรรณด้วยค่ะ เลือกแต่เด็กเก่งมา มันผิดจรรยาบรรณ เอาแต่

568
00:52:56,015 --> 00:52:57,976
เด็กเก่ง  คุณทิ้งเขาเหรออย่างนี้นะคะ ฉะนั้น มันผิดนะคะ ฉะนั้น คุณครูอย่าไปดูตัวเลขนี้

569
00:52:57,976 --> 00:53:01,976
90 ถามว่าทำได้ไหม ทำได้ แต่ห้องคุณครูต้องเป็น Gifted นะ

570
00:53:06,285 --> 00:53:08,922
นึกออกไหม บริบทคุณครูต้องเหมาะสม

571
00:53:08,922 --> 00:53:09,166
คุณครูตั้ง 90/90 ไปเลย แต่ถ้าสื่อคุณ

572
00:53:09,166 --> 00:53:13,166
เจ๋งจริง ๆ น่ะ คุณก็ทำได้นะ แต่คุณต้องบอก

573
00:53:16,059 --> 00:53:19,330
กระบวนการให้ถูก ไม่ใช่คุณเลือกมาแต่เด็กเก่ง อันนี้ไม่ได้

574
00:53:19,330 --> 00:53:23,330
นะคะ ไม่ใช่ว่าครูเลือกมาแต่เด็กเก่งนะคะ เพราะฉะนั้น การวัดประสิทธิภาพ

575
00:53:26,982 --> 00:53:29,666
ต้องเก่ง กลาง อ่อนนะ ต้องเลือกเด็กเก่ง เด็กกลาง เด็กอ่อน มาทดลอง ทดลองใช้สื่อนั้น

576
00:53:29,666 --> 00:53:33,666
ถึงจะทำให้สื่อสามารถใช้ได้ทั้งหมด ยังไม่จบนะ อีกนิดหนึ่ง

577
00:53:33,845 --> 00:53:35,016
ทีนี้ค่ะ รู้ขั้นตอน

578
00:53:35,016 --> 00:53:39,016
กระบวนการแล้วนะคะ เราจะมาคำนวณหาประสิทธิภาพ

579
00:53:42,810 --> 00:53:44,543
กันนะคะ E1

580
00:53:44,543 --> 00:53:47,972
แทนค่านะคะ E1 แทนค่าด้วยกระบวนการ

581
00:53:47,972 --> 00:53:51,972
คือเอาคะแนนมาจากพวกแบบฝึกหัด ใบงาน หรือชิ้นงาน

582
00:53:58,844 --> 00:54:01,115
ต่าง ๆ ทุก ๆ บทนะคะ x มาจากคะแนนรวมทุกบท

583
00:54:01,115 --> 00:54:03,376
นะคะ A คะแนนเต็มของแบบฝึกหัดทุกชิ้น N

584
00:54:03,376 --> 00:54:04,060
คือ จำนวนผู้เรียนนะคะ อันนี้คือหา E1 นะ

585
00:54:04,060 --> 00:54:06,145
ทีนี้หา E2 เปลี่ยนแค่

586
00:54:06,145 --> 00:54:10,145
จาก... เปลี่ยนแค่จากใบงาน

587
00:54:14,440 --> 00:54:16,841
เป็นหาผลสัมฤทธิ์แค่นั้นเลย

588
00:54:16,841 --> 00:54:20,541
นอกนั้นเหมือนเดิมนะคะ ทีนี้ค่ะ เดี๋ยวครูจะ

589
00:54:20,541 --> 00:54:24,541
พาทำหาร้อยละง่าย ๆ นะคะ หาร้อยละง่าย ๆ

590
00:54:24,757 --> 00:54:28,757
บอกเลยในห้องสอบ มีตารางแบบนี้แน่นอน

591
00:54:30,172 --> 00:54:34,172
มีตารางแบบนี้แน่นอน ในการคำนวณนะคะ ทุกคนทำได้

592
00:54:34,535 --> 00:54:38,497
ครูสอนเอก... มาเขาก็ทำได้ ฉะนั้น ทำได้

593
00:54:38,497 --> 00:54:39,189
ทุกสาขาแน่นะคะ ขอแค่ตั้งใจนะคะ

594
00:54:39,189 --> 00:54:43,189
มาช่วยกันนะ ทีนี้ก่อนอื่น

595
00:54:44,515 --> 00:54:48,515
ก่อนที่เราจะหา เราต้องรู้ก่อนว่า ฉันต้องไปเอาคะแนนมาจากตรงไหน

596
00:54:54,996 --> 00:54:55,924
ถ้าเขาให้คุณหาคะแนน E1 คุณต้องเอาจากช่องไหนคะ เอาช่องไหนคะ

597
00:54:55,924 --> 00:54:59,014
เอามาจากช่องนี้

598
00:54:59,014 --> 00:55:03,014
คือ คะแนนแบบฝึกหัด ทีนี้ เดี๋ยวเรามา

599
00:55:06,433 --> 00:55:10,433
หาค่า E1 ก่อนนะคะ หาค่า E1 ก่อนนะคะ เดี๋ยวช่วยกัน ใช้เครื่องคิดเลข

600
00:55:13,200 --> 00:55:17,200
ได้เลยนะคะ ใช้เครื่องคิดเลขได้เลยนะคะ E1 นะคะ หา E1 คือเอาจากช่องนี้ เราเอา

601
00:55:18,436 --> 00:55:21,574
คะแนนค่ะ เอาคะแนนนี่นะคะ ของทุก ๆ คนนี่

602
00:55:21,574 --> 00:55:24,139
มาบวกกัน ไหนบวกสิ ใช้เครื่องคิดเลขได้เลย

603
00:55:24,139 --> 00:55:26,676
ได้เท่าไรนะ ได้ 169

604
00:55:26,676 --> 00:55:30,676
169 จากนั้น

605
00:55:33,226 --> 00:55:33,415
มาหารด้วย

606
00:55:33,415 --> 00:55:37,415
ทำทันไหม จากนั้น มาหารด้วย N

607
00:55:40,654 --> 00:55:44,654
คือ 5 นะคะ N คือ 5

608
00:55:46,840 --> 00:55:47,074
ได้เท่าไร

609
00:55:47,074 --> 00:55:51,074
ได้เท่าไรนะคะ 3. ...

610
00:55:51,623 --> 00:55:55,623
3.8 ได้เท่ากันนะ จากนั้นได้ 3.8

611
00:55:57,699 --> 00:56:01,264
แล้วก็เอามาหาร คะแนนเต็ม คือ

612
00:56:01,264 --> 00:56:03,455
คะแนนเต็ม คือ 40

613
00:56:03,455 --> 00:56:05,446
เอามาหาร 40

614
00:56:05,446 --> 00:56:09,446
ได้เท่าไรคะ

615
00:56:09,602 --> 00:56:13,602
ได้เท่าไรนะ

616
00:56:14,038 --> 00:56:18,038

617
00:56:19,491 --> 00:56:23,275
เอาถึง...

618
00:56:23,275 --> 00:56:25,396
หาร 40 ได้เท่าไรนะ

619
00:56:25,396 --> 00:56:29,396
ได้เท่าไรทำไมมันดูยากจัง ได้เท่าไร

620
00:56:33,643 --> 00:56:36,177
บอกครู เดี๋ยวครูช่วยดู

621
00:56:36,177 --> 00:56:40,177
ได้ 0.845 ใช่ไหมคะ

622
00:56:40,478 --> 00:56:44,478
ได้ 0.845 จากนั้น มาทำให้มัน

623
00:56:47,414 --> 00:56:51,414
เป็นร้อยละ ก็คูณ 100 เข้าไป ได้

624
00:56:52,192 --> 00:56:54,876
84.5 อันนี้ คือ

625
00:56:54,876 --> 00:56:58,876
หา E1 ได้ 84.5 คะแนนเฉลี่ยของทั้งหมด

626
00:57:00,550 --> 00:57:04,490
น่ะ 5 คนนี้ได้ 84.5 หา E1

627
00:57:04,490 --> 00:57:08,490
ได้แล้ว ทีนี้เดี๋ยวให้หา E2 ค่ะ ให้หา E2

628
00:57:29,346 --> 00:57:33,324
ได้เท่าไรนะ

629
00:57:33,324 --> 00:57:37,324
เท่าไรนะ

630
00:57:39,445 --> 00:57:42,571
ได้ 85 นะคะ

631
00:57:42,571 --> 00:57:46,571
ได้เหมือนกันไหม โอเค ได้

632
00:57:47,451 --> 00:57:49,474
85 นะคะ ได้ 85 นะคะ ได้ไหม

633
00:57:49,474 --> 00:57:53,474
ทีนี้เดี๋ยวเราต้องทำนะ ถ้าใครไม่ได้ตรงนี้

634
00:57:59,499 --> 00:58:01,780
ยกมือเลยค่ะ ครูจะได้อธิบายเพิ่มเติมให้

635
00:58:01,780 --> 00:58:05,568
ไม่ได้ คือ ทำคะแนนไม่ได้นะ อันนี้มัน 10 คะแนนนะ

636
00:58:05,568 --> 00:58:08,389
อันนี้สิทธิของคุณเองนะ  ตรงนี้ใครไม่ได้

637
00:58:08,389 --> 00:58:12,226
อยากให้ครูอธิบายซ้ำยกมือได้เลย

638
00:58:12,226 --> 00:58:15,903
ทำได้นะ

639
00:58:15,903 --> 00:58:19,903
อย่างนั้นครูไปต่อนะคะ ทีนี้ค่ะ

640
00:58:20,757 --> 00:58:23,234
หลังจากเราได้มาแล้ว อันนี้แค่การวัดนะ

641
00:58:23,234 --> 00:58:27,234
เราได้คะแนนมาแล้ว เราได้ 84.5

642
00:58:31,204 --> 00:58:35,204
ต่อ 85 ได้ E1

643
00:58:36,038 --> 00:58:38,814
เป็น 84.5 ได้ E2 เป็น 85 นะ จากนั้นค่ะ

644
00:58:38,814 --> 00:58:39,508
ยังไม่จบ เราจะต้องเอา

645
00:58:39,508 --> 00:58:43,036
ผลจากการวัด ไปตัดสินคุณค่า

646
00:58:43,036 --> 00:58:47,036
ว่ามันดีอย่างไร โดยการไปเทียบกับเกณฑ์นะคะ

647
00:58:50,402 --> 00:58:54,402
ก่อนอื่นเราต้องตั้งเกณฑ์ก่อน ถ้าวิชาปฏิบัติ

648
00:58:55,025 --> 00:58:59,025
75/75 วิชาความรู้ความจำ

649
00:59:01,435 --> 00:59:03,382
80/80 85/85 90/90 สมมติครูตั้งเกณฑ์ที่ 85 ต่อ 85 ครู

650
00:59:03,382 --> 00:59:07,382
ตั้งเกณฑ์อยากให้สื่อของครูนี่ มีประสิทธิภาพที่

651
00:59:09,257 --> 00:59:12,150
85/85 ฉะนั้น ครูก็จะ

652
00:59:12,150 --> 00:59:16,150
ต้องมาเทียบ กับเกณฑ์เหล่านี้นะคะ ครูก็ต้องมาเทียบ

653
00:59:19,520 --> 00:59:22,361
กับเกณฑ์เหล่านี้นะคะ ตัวเลขเมื่อกี้ ไม่มีปากกาเลย

654
00:59:22,361 --> 00:59:26,361
ตัวเลขเมื่อกี้ เราได้เท่าไรนะ

655
00:59:27,551 --> 00:59:31,551
84.5 กับ 85

656
00:59:31,781 --> 00:59:35,781
พอมาเทียบกับเกณฑ์ สูงกว่า

657
00:59:36,784 --> 00:59:40,784
เท่าเกณฑ์หรือต่ำกว่าเกณฑ์

658
00:59:41,324 --> 00:59:45,324
สูงกว่า เท่าเกณฑ์ หรือต่ำกว่าเกณฑ์ เกณฑ์

659
00:59:51,153 --> 00:59:55,153
มันคือ 85/85 ถ้าสูงกว่าเกณฑ์

660
00:59:55,564 --> 00:59:58,902
มันจะต้องสูงกว่า

661
00:59:58,902 --> 01:00:02,902
85 + 2.5

662
01:00:08,357 --> 01:00:09,682
ฉะนั้น มันจะต้องสูงกว่า 87.5

663
01:00:09,682 --> 01:00:11,335
ถูกไหมคะ แต่สิ่งที่เราได้มาคือเท่าไร

664
01:00:11,335 --> 01:00:14,814
84.5 กับ

665
01:00:14,814 --> 01:00:18,814
85 นะคะ

666
01:00:27,104 --> 01:00:27,738
ถ้าเท่าเกณฑ์

667
01:00:27,738 --> 01:00:29,358
มันจะได้

668
01:00:29,358 --> 01:00:33,358
เท่ากับ หรือไม่เกิน 2.5

669
01:00:35,646 --> 01:00:39,646
นะคะ ส่วนต่ำว่าเกณฑ์

670
01:00:40,224 --> 01:00:44,224
ต่ำกว่าเกณฑ์ 84 เมื่อกี้มันได้เท่าไรนะครูขออีกรอบ  ครูไม่มีปากกา

671
01:00:50,362 --> 01:00:51,438
84.5 กับ 85 แล้วเราตั้งเกณฑ์ที่เท่าไรนะ

672
01:00:51,438 --> 01:00:55,438
เมื่อกี้เราตั้งเกณฑ์ที่เท่าไรนะ 85/85

673
01:00:58,999 --> 01:01:00,774
ฉะนั้น ถ้ามีตัวเลขตัวใดหนึ่ง

674
01:01:00,774 --> 01:01:04,774
ตัวเลขตัวใดหนึ่ง ที่มันต่ำกว่า มันก็จะ

675
01:01:05,060 --> 01:01:08,666
ต่ำกว่า นึกออกไหม ถ้าตัวเลขใดต่ำกว่านะ

676
01:01:08,666 --> 01:01:12,666
ฉะนั้นนะคะ เราก็จะมาเทียบที่

677
01:01:13,794 --> 01:01:15,784
2.5 ตัวเลข 2.5 สำคัญนะคะ

678
01:01:15,784 --> 01:01:19,784
ขออภัยมันต้องเขียนน่ะ เดี๋ยวหาอะไรเขียนก่อน

679
01:01:22,783 --> 01:01:23,063
ไม่มีเลย ไม่เป็นไร

680
01:01:23,063 --> 01:01:27,063
ใช้อันนี้ได้

681
01:01:48,785 --> 01:01:52,785
เกณฑ์

682
01:02:02,619 --> 01:02:03,180
ตั้ง... เอา 80/80 ดีกว่า จะได้เข้าใจง่าย ๆ

683
01:02:03,180 --> 01:02:05,630
เดี๋ยวมันจะซับซ้อนไป 80/80

684
01:02:05,630 --> 01:02:07,844
ทีนี้เอามาเทียบอย่างนี้เลย

685
01:02:07,844 --> 01:02:11,844
ง่าย ๆ

686
01:02:24,222 --> 01:02:28,222
อันนี้เห็นนะ

687
01:02:28,477 --> 01:02:32,477
ข้างหลังเห็นนะ โอเค มาเทียบอย่างนี้เลยดีกว่า

688
01:02:33,764 --> 01:02:35,922
E1 E2

689
01:02:35,922 --> 01:02:39,922
ได้ 84.5 กับ 85 เราตั้งเกณฑ์

690
01:02:39,971 --> 01:02:43,971
ไว้ที่ 80/80 พอเทียบกับเกณฑ์ค่ะ

691
01:02:44,624 --> 01:02:46,214
เป็นอย่างไรคะ

692
01:02:46,214 --> 01:02:50,214
สูงกว่าเกณฑ์เพราะ...

693
01:02:51,554 --> 01:02:54,388
เก่งมาก

694
01:02:54,388 --> 01:02:58,388
สูงกว่าเกณฑ์ค่ะ

695
01:02:58,404 --> 01:03:02,404

696
01:03:02,631 --> 01:03:06,631
สูงกว่าเกณฑ์ เพราะเอา 80

697
01:03:06,916 --> 01:03:10,916
ใช่ไหม เอา 80

698
01:03:11,267 --> 01:03:15,267
มาบวก

699
01:03:19,455 --> 01:03:23,455
2.5 เปอร์เซ็นต์ บวกเปอร์เซ็นต์ไปเลยนะ 2.5  ก็จะได้เป็น

700
01:03:24,346 --> 01:03:28,204
82.5 แป๊บหนึ่งลูก  82.5

701
01:03:28,204 --> 01:03:32,204
ใช่ไหม

702
01:03:32,827 --> 01:03:36,793
ทีนี้พอ พอเราเทียบกับเกณฑ์

703
01:03:36,793 --> 01:03:39,852
มันสูงกว่าเกณฑ์นี่ มันสูง

704
01:03:39,852 --> 01:03:43,852
กว่านี่ เพราะว่ามันได้ตั้งแต่

705
01:03:46,800 --> 01:03:49,945
84.5/85 ทีนี้ขอเปลี่ยนนะ ขอเปลี่ยน

706
01:03:49,945 --> 01:03:52,315
เป็น เกณฑ์ 80/80 อยู่นะ

707
01:03:52,315 --> 01:03:55,046
ถ้าเป็น 81

708
01:03:55,046 --> 01:03:57,486
82

709
01:03:57,486 --> 01:04:01,486
อันนี้จะเป็นเท่าไรคะ

710
01:04:04,164 --> 01:04:08,164
จะได้เท่าเกณฑ์ เพราะ...

711
01:04:10,081 --> 01:04:11,619
มันไม่เกิน

712
01:04:11,619 --> 01:04:15,619
82.5 ยังเกณฑ์ที่

713
01:04:21,670 --> 01:04:25,670
80/80 อยู่นะ ถ้าตัวเลข

714
01:04:25,748 --> 01:04:29,504
... อย่างนี้ล่ะ

715
01:04:29,504 --> 01:04:33,504
อย่างนี้ล่ะ

716
01:04:37,911 --> 01:04:41,911
ถ้ามีตัวเลขใดนะ

717
01:04:42,139 --> 01:04:44,455
ตัวเลขหนึ่ง ที่มันต่ำนะ มันต่ำ

718
01:04:44,455 --> 01:04:48,455
กว่าเกณฑ์อยู่แล้ว ถึงแม้ตัวเลขหนึ่งเป็น 80

719
01:04:49,896 --> 01:04:53,896
มันก็ต่ำ เพราะมันมีตัวเลขหนึ่งต่ำ ส่วนถ้ามีตัวเลขใดตัวเลขหนึ่งสูง

720
01:04:57,413 --> 01:04:58,440
เราก็ให้สูงนะ เฉกเช่นเดียวกัน

721
01:04:58,440 --> 01:05:02,440
ถ้าสมมติว่าตัวเลขใดตัวเลขหนึ่ง มันถึงสูงกว่าเกณฑ์ก็ให้มันสูง

722
01:05:04,306 --> 01:05:06,561
แต่ถ้าตัวเลขใดตัวเลขหนึ่ง มันต่ำก็ให้มันต่ำ

723
01:05:06,561 --> 01:05:10,561
จริง ๆ น่ะ

724
01:05:12,147 --> 01:05:15,533
มันไม่ค่อยห่างกันหรอก ถ้าคุณออกใบงาน หรือข้อสอบ

725
01:05:15,533 --> 01:05:19,533
ที่มันตรงกับจุดประสงค์จริง ๆ เพราะมันจุดประสงค์เดียวกัน

726
01:05:21,692 --> 01:05:25,186
ห่างกันนะคะ ถ้าตัวเลขห่างกันมาก ๆ มันก็ผิดปกติ

727
01:05:25,186 --> 01:05:29,186
ใบงานอาจจะง่ายไป แล้วข้อสอบยากเกิน หรือถ้าตัวเลขมันแบบ มันห่างกันมากค่ะ

728
01:05:31,033 --> 01:05:35,033
วัตถุประสงค์น่ะ มันวัดได้ไม่เหมือนกันนะ

729
01:05:36,307 --> 01:05:40,307
ตัวเลขน่ะ เพราะฉะนั้นตัวเลข

730
01:05:42,705 --> 01:05:44,229
ไม่ควรห่างกันมากนะคะ ไม่ควรห่างเกิน 2.5 นะคะ

731
01:05:44,229 --> 01:05:45,492
ถ้าห่างมาก ๆ ก็ผิดปกติ

732
01:05:45,492 --> 01:05:49,224
อีกอยู่ดี ฉะนั้น ไม่ใช่ว่า E1 ต้องโดด

733
01:05:49,224 --> 01:05:53,224
E2 ต้องต่ำมาก อย่างนี้นะคะ เพราะว่าเรียนมา

734
01:05:54,681 --> 01:05:54,792
แต่ไม่ใช่นะคะ ต้องไม่ห่างกันมากนะคะ

735
01:05:54,792 --> 01:05:58,792
ได้นะ หมดแล้ว หมดแล้ว อีกนิดหนึ่ง

736
01:06:01,604 --> 01:06:01,728
โอเค

737
01:06:01,728 --> 01:06:05,728
ฉะนั้น เกณฑ์นี้คุณต้องรู้นะคะ เกณฑ์

738
01:06:10,777 --> 01:06:13,343
ต้องรู้นะ นะคะ โอเค มาช่วยกันหน่อยค่ะ

739
01:06:13,343 --> 01:06:17,343
อันนี้เฉลยไปแล้วนะ เท่าเกณฑ์ ขอโทษที

740
01:06:20,464 --> 01:06:23,761
สูงกว่าเกณฑ์นะคะ สูงกว่าเกณฑ์ อันนี้ล่ะ 80/80

741
01:06:23,761 --> 01:06:27,761
เท่าเกณฑ์นะคะ เท่าเกณฑ์ เพราะว่า บวก 2.5

742
01:06:32,143 --> 01:06:36,071
แล้ว มันไม่เกินนะคะ มันไม่เกินนะคะ มันไม่เกิน

743
01:06:36,071 --> 01:06:40,071
เอา 80 ไปบวก 2.5 แล้วมันไม่เกิน 82.5

744
01:06:41,676 --> 01:06:43,265
ก็แปลว่าเท่าเกณฑ์นะคะ อันนี้ล่ะ

745
01:06:43,265 --> 01:06:47,265
เกณฑ์ 80/80 มันได้ 88 87 นะคะ

746
01:06:51,292 --> 01:06:54,624
ต่ำกว่าเกณฑ์แต่ยังยอมรับประสิทธิภาพได้ อย่าลืมคำนี้

747
01:06:54,624 --> 01:06:54,810
ด้วยนะ นะคะ เพราะว่าเอา 80 มาลบ

748
01:06:54,810 --> 01:06:58,810
2.5 ซึ่งมันไม่ต่ำกว่า

749
01:07:01,419 --> 01:07:05,419
ซึ่งมันไม่ต่ำกว่า แต่ถ้าเป็นตัวเลขนี้ล่ะ

750
01:07:33,970 --> 01:07:37,970
แล้วถ้าเป็นตัวเลขนี้ล่ะ

751
01:07:46,845 --> 01:07:50,845
ขอโทษที ครูผิดอันนี้  ครูผิดอันนี้ แล้วถ้าเป็น

752
01:07:55,688 --> 01:07:59,688
อันนี้ล่ะ [เสียงหัวเราะ] (อาจารย์ปิยนุช) ต่ำกว่าเกณฑ์รับไม่ได้

753
01:08:05,162 --> 01:08:09,162
เกณฑ์มันต้องไอ้นี่นะ มันต้องได้ 77.5 ถึงต่ำกว่าเกณฑ์

754
01:08:13,792 --> 01:08:13,854
แต่ยังยอมรับได้ แต่ดู มันมีตัวเลขหนึ่งที่มัน

755
01:08:13,854 --> 01:08:13,971
ได้ 76 น่ะ เรียกว่าอะไรน่ะ

756
01:08:13,971 --> 01:08:17,971

757
01:08:20,399 --> 01:08:24,399
มันยอมรับไม่ได้ มันเรียกว่าสื่อไม่มี

758
01:08:26,312 --> 01:08:27,085
ประสิทธิภาพนะคะ สื่อไม่มีประสิทธิภาพนะคะ ฉะนั้น

759
01:08:27,085 --> 01:08:31,085
ถ้าเป็นแบบนี้นะ ตัวเลขแบบนี้ ถ้า

760
01:08:33,830 --> 01:08:37,830
Adviser ที่ปรึกษาน่ะค่ะ

761
01:08:38,582 --> 01:08:40,901
หรือคนที่เขาตรวจ

762
01:08:40,901 --> 01:08:44,901
เขาก็จะแนะนำว่า ไปทำทดลองอีกครั้งหนึ่งไหม ถ้าในไทย

763
01:08:47,026 --> 01:08:49,654
นะคะ เพราะว่าถ้าพอต่ำนี่

764
01:08:49,654 --> 01:08:53,654
ในไทย ไม่ค่อยได้รับการยอมรับเท่าไร แต่ถ้าต่างประเทศน่ะ เขาอาจจะเขียนไปเลยนะ

765
01:08:58,993 --> 01:09:02,993
มันอาจจะเป็นเพราะอย่างนี้ อย่างนี้ เขาจะเขียนสาเหตุไปเลย

766
01:09:04,041 --> 01:09:05,270
ในไทย ไม่ค่อยมีที่เขียนว่าต่ำเท่าไรนะคะ เราไม่ค่อยเห็นตัวเลขนี้แล้ว

767
01:09:05,270 --> 01:09:09,270
เรากลัวกันนะคะ อย่างนั้นส่วนใหญ่ ก็จะเท่าเกณฑ์ สูงกว่าเกณฑ์

768
01:09:10,398 --> 01:09:13,649
นะคะ ฉะนั้น ถ้าต่ำนี่ เราก็

769
01:09:13,649 --> 01:09:17,649
เอา 2.5 มาลบนะคะ ถ้าต่ำเราก็เอา 2.5 มาลบ

770
01:09:17,820 --> 01:09:17,837
นะคะ โอเค

771
01:09:17,837 --> 01:09:21,837
แล้วอันนี้ล่ะ

772
01:09:22,318 --> 01:09:26,318
เทียบกับเกณฑ์ได้เท่าไร

773
01:09:33,764 --> 01:09:37,764
เท่าเกณฑ์ เพราะว่าเกณฑ์มัน คือ

774
01:09:39,847 --> 01:09:43,847
75 นะคะ ดูดี ๆ ไม่ใช่ทุกอย่าง

775
01:09:45,375 --> 01:09:49,375
จะ 80/80 นะ เราต้องดูดี ๆ ฉะนั้น ยึดหลัก

776
01:09:49,906 --> 01:09:53,906
นะคะ ตัวเลข 2.5 ถ้าสูงก็บวก

777
01:09:56,703 --> 01:09:57,785
2.5 ถ้าไม่เกิน 2.5 ก็เท่าเกณฑ์

778
01:09:57,785 --> 01:10:01,785
แต่ถ้าต่ำ ก็เอา 2.5 ไปทำอย่างไร ไปลบ

779
01:10:02,554 --> 01:10:03,434
นะคะ โอเคนะ ทีนี้มีคำถามไหมคะ

780
01:10:03,434 --> 01:10:07,434
มีคำถามไหม ถามไหม

781
01:10:07,549 --> 01:10:11,099
ก่อนที่ครูจะให้ทำใบงาน ถามไหม

782
01:10:11,099 --> 01:10:15,099
ถ้าทำใบงานแล้ว ไม่มีสิทธิ์ถามนะ

783
01:10:26,888 --> 01:10:30,888
อันไหนนะ E

784
01:10:31,014 --> 01:10:35,014
ต่ำกว่าเกณฑ์ใช่ไหมคะ

785
01:10:35,797 --> 01:10:39,463
อันนี้

786
01:10:39,463 --> 01:10:43,463
ถ้าต่ำกว่าเกณฑ์ ก็คือจะต้องเอา

787
01:10:44,498 --> 01:10:47,759
เอาเกณฑ์ที่เราตั้งค่ะ มาลบนะคะ

788
01:10:47,759 --> 01:10:51,759
อย่างเช่น ครูตั้งเกณฑ์ไว้ 80 ฉะนั้น

789
01:10:52,673 --> 01:10:56,535
ครูตั้งแต่เกณฑ์ไว้ 80 เวลาถ้ามันต่ำ

790
01:10:56,535 --> 01:11:00,535
กว่าเกณฑ์ ครูก็จะต้องเอามาลบ 2.5

791
01:11:02,541 --> 01:11:02,812
ถ้า ถ้าสื่อของคุณ

792
01:11:02,812 --> 01:11:06,812
ถ้าสื่อของคุณนี่ จะต้องไม่ต่ำกว่า

793
01:11:07,839 --> 01:11:11,839
77.5 ถึงจะยังยอมรับประสิทธิภาพได้ ถ้า

794
01:11:12,696 --> 01:11:15,393
ต่ำกว่านั้น ไม่มีประสิทธิภาพแล้ว สมมติ

795
01:11:15,393 --> 01:11:19,393
คุณทำสื่อได้ เกณฑ์คุณตั้งไว้ 80/80

796
01:11:23,731 --> 01:11:24,507
ปรากฏว่าสื่อของคุณได้ 78

797
01:11:24,507 --> 01:11:28,507
E1 คือ 78 E2 คือ 77.5

798
01:11:28,614 --> 01:11:31,555
แปลว่าอะไรคะ

799
01:11:31,555 --> 01:11:35,555
เกณฑ์มันคือ 80/80 แต่คุณดันได้

800
01:11:38,996 --> 01:11:40,089
78 กับ 77.5 แปลว่าอะไรคะ

801
01:11:40,089 --> 01:11:44,089
ต่ำว่าเกณฑ์ แต่ยังยอมรับ

802
01:11:46,286 --> 01:11:50,286
ประสิทธิภาพได้ เพราะพอลบแล้วมันไม่ต่ำกว่า

803
01:11:52,673 --> 01:11:56,673
มันไม่ต่ำกว่า 75

804
01:11:56,867 --> 01:11:58,319
แต่ถ้าตัวเลขของคุณคือ 75 กับ 74 อันนี้

805
01:11:58,319 --> 01:11:59,056
คือไม่มีประสิทธิภาพ โอเคนะ

806
01:11:59,056 --> 01:12:03,056
มีอีกไหมคะ

807
01:13:36,484 --> 01:13:40,484
ทีนี้ พอมาเทียบกับเกณฑ์ค่ะ

808
01:13:42,285 --> 01:13:46,285
ทีนี้ พอมาเทียบ

809
01:13:49,204 --> 01:13:53,204
กับเกณฑ์ มันได้เท่าไร ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ

810
01:13:58,545 --> 01:14:02,545
เกณฑ์เราคือ 80/80 ช่วยเพื่อนด้วยนะ  เกณฑ์เรา 80/80 แต่

811
01:14:03,485 --> 01:14:06,308
สมมติว่าเพื่อนได้ 82 กับ 80

812
01:14:06,308 --> 01:14:09,073
เกณฑ์ได้เท่าไร เกณฑ์ดูตรงนั้น

813
01:14:09,073 --> 01:14:10,765
ได้เท่าเกณฑ์ เพราะว่า

814
01:14:10,765 --> 01:14:14,765
... มันไม่เกิน 82.5 เห็นไหมคะ มันไม่เกิน

815
01:14:17,348 --> 01:14:21,348
อีกตัวเลขหนึ่ง มันได้ 80 มันก็คือเท่าเกณฑ์ ถ้า 80-

816
01:14:21,972 --> 01:14:25,451
82.5 คือเท่าเกณฑ์ แต่ถ้าตัวเลขที่มัน

817
01:14:25,451 --> 01:14:29,451
สูงกว่า สมมติตัวเลขของคุณได้ 84

818
01:14:30,754 --> 01:14:31,263
เปลี่ยน E1 เป็น 84

819
01:14:31,263 --> 01:14:35,263
E1 คือ สมมติ E1 คือ 84

820
01:14:36,307 --> 01:14:40,307
ส่วน E2 คือ 85

821
01:14:43,494 --> 01:14:47,494
ทีนี้อ่านเกณฑ์ดู

822
01:14:47,582 --> 01:14:51,582
สูงกว่าเกณฑ์เพราะว่ามันมากกว่า 82

823
01:14:53,651 --> 01:14:57,651
โอเคนะ  ส่วน E ลบก็แค่ลบ

824
01:14:58,272 --> 01:15:02,272
สมมติว่าต่ำกว่า ก็คือเอามาลบ ลบก็เหมือนกัน

825
01:15:02,618 --> 01:15:06,618
มันต้องไม่ต่ำกว่า 77 อย่างนี้ค่ะ 77

826
01:15:06,764 --> 01:15:08,642
ฉะนั้น ตัวเลขนี้สูงกว่าอยู่แล้ว โอเคนะ

827
01:15:08,642 --> 01:15:10,192
อย่างไรนะคะ

828
01:15:10,192 --> 01:15:14,192
เกณฑ์

829
01:15:16,758 --> 01:15:20,758
มันเท่ากัน เทียบเกณฑ์ที่เท่ากันใช่ไหมคะ

830
01:15:21,434 --> 01:15:25,434
เท่ากัน ก็คือเกณฑ์คุณตั้งไว้ที่ 80

831
01:15:25,851 --> 01:15:29,851
80 ก็คือมันต้อง 82.5

832
01:15:30,033 --> 01:15:34,033
อันนี้คือเท่าเกณฑ์ ฉะนั้น มันสูงกว่าเกณฑ์

833
01:15:37,024 --> 01:15:40,843
มันคือต้องสูงกว่า 82.5 โอเค มีอีกไหม

834
01:15:40,843 --> 01:15:43,271
ก่อนจะทำข้อสอบนะ  ถามได้ก่อนทำ ไม่เคลียร์ตรงไหนถามได้เลย

835
01:15:43,271 --> 01:15:45,538
แต่เมื่อใดก็ตาม ที่ทำ ห้ามคุยกัน

836
01:15:45,538 --> 01:15:47,090
และห้ามถาม มีอีกไหมคะ

837
01:15:47,090 --> 01:15:51,090
10 คะแนนเพียว ๆ นะ

838
01:15:51,324 --> 01:15:54,497
พร้อมนะ

839
01:15:54,497 --> 01:15:58,497
อันนี้คือ อันนี้คือคะแนน 10 คะแนน

840
01:16:00,187 --> 01:16:04,187
นะคะ ครูให้เราสามารถ

841
01:16:04,333 --> 01:16:08,333
ดูอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้หมด แต่ห้ามคุยกันกับเพื่อน

842
01:16:13,394 --> 01:16:14,104
ห้ามคุยกันนะ ห้ามคุยกันกับเพื่อนนะคะ

843
01:16:14,104 --> 01:16:18,104
มีเวลาให้ 15 นาทีนะคะ

844
01:16:39,880 --> 01:16:42,589
ใครที่ได้กระดาษไม่คุยกันแล้วนะคะ ใครคุยกัน ครู

845
01:16:42,589 --> 01:16:46,589
ลิบกระดาษเลยนะคะ ครูให้เราใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

846
01:16:47,318 --> 01:16:48,708
ได้หมดนะคะ แต่ห้ามคุยกัน ใครที่

847
01:16:48,708 --> 01:16:52,708
คุยกันนะคะ 10 คะแนนขอริบคืนเลย

848
01:16:55,700 --> 01:16:59,700
นะคะ

849
01:37:44,060 --> 01:37:44,228
2 นาที

850
01:37:44,228 --> 01:37:46,953
สุดท้าย

851
01:37:46,953 --> 01:37:50,501
อย่าลืมเขียนชื่อนะคะ

852
01:37:50,501 --> 01:37:54,501

853
01:39:22,213 --> 01:39:25,732
หมดเวลา

854
01:39:25,732 --> 01:39:28,159
ค่ะ ส่งได้แล้วค่ะ จริง ๆ ครูให้เวลา

855
01:39:28,159 --> 01:39:32,159
บวกอีก 5 นาทีนะ ไปเลย ห้องนี้ใช้เวลา

856
01:39:37,896 --> 01:39:40,262
20 นาทีนะ

857
01:39:40,262 --> 01:39:42,991
10 9

858
01:39:42,991 --> 01:39:46,991
ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ 8

859
01:39:50,703 --> 01:39:52,160
7

860
01:39:52,160 --> 01:39:54,638
6

861
01:39:54,638 --> 01:39:58,638
5 วางเลยค่ะ

862
01:39:59,007 --> 01:40:03,007
4

863
01:40:04,797 --> 01:40:08,797
เสร็จแล้วนั่งที่ เสร็จแล้วนั่งที่

864
01:40:10,564 --> 01:40:12,914
มีใครยังไม่ส่งอีกไหม

865
01:40:12,914 --> 01:40:15,169
หลังจากนี้ปิดรับนะ โอเค

866
01:40:15,169 --> 01:40:19,169
เป็นอย่างไร

867
01:40:19,554 --> 01:40:23,554
คุณคิดดู ถ้าในห้องสอบน่ะ

868
01:40:30,677 --> 01:40:34,504
อีข้อนี้มันไม่ควรนานไง ฉะนั้น ฝึกไว้นะคะ เดี๋ยวมาเฉลยกัน มาเฉลยกัน

869
01:40:34,504 --> 01:40:38,504
ข้อแรกน่าจะได้หมดนะ หวังว่านะ ขั้นตอนการหา

870
01:40:38,816 --> 01:40:42,816
ประสิทธิภาพสื่อการเรียนการสอน มีกี่ขั้นคะ

871
01:40:46,309 --> 01:40:48,039
3 ขั้น มีอะไรบ้าง รายบุคคล กลุ่มเล็ก

872
01:40:48,039 --> 01:40:52,039
และภาคสนาม และใครเขียนเก่ง กลาง อ่อนด้วย

873
01:40:54,819 --> 01:40:58,086
มีนะ ถูกไหม ส่วน...

874
01:40:58,086 --> 01:41:02,086
จริงเหรอ ไปเอาอันไหน ฉันว่ามันเขียน

875
01:41:02,773 --> 01:41:06,773
ชัดอยู่นะ ใน PowerPoint ก็ชัดอยู่นะ ใน PowerPo

876
01:41:13,155 --> 01:41:17,155
int ใช่เลยนะคะ ทีนี้ค่ะ ข้อนี้ 3 คะแนน ข้อ 1 3 คะแนน ข้อ 2 คะแนน

877
01:41:21,014 --> 01:41:25,014
ข้อ 2 7 คะแนนนะคะ เพราะมันยากกว่าไงนะคะ มาดู มาดูข้อ 2 E1 หาได้เท่าไรคะ E1 หาได้

878
01:41:26,387 --> 01:41:29,917
77

879
01:41:29,917 --> 01:41:32,824
ส่วน E2 หาได้ 75 ถูกไหม

880
01:41:32,824 --> 01:41:36,824
เริ่มมีเค้า เริ่มมีเค้า

881
01:41:39,459 --> 01:41:43,459
แล้วครูยังถามอีกว่าตั้งเกณฑ์การหาประสิทธิภาพ

882
01:41:44,164 --> 01:41:46,900
ให้เหมาะสม ตั้งเกณฑ์ให้เหมาะสม

883
01:41:46,900 --> 01:41:47,225
ทีนี้เหมาะสมดูอย่างไร

884
01:41:47,225 --> 01:41:51,225
ดูตรงไหน เหมาะสม

885
01:41:51,889 --> 01:41:55,507
ดูตรงคะแนนปฏิบัติ

886
01:41:55,507 --> 01:41:59,507
ครูเขียนไว้ว่าคะแนนปฏิบัติ ฉะนั้น เกณฑ์

887
01:42:02,342 --> 01:42:03,935
ในการตั้งคะแนนปฏิบัติ ให้เหมาะสม คือ

888
01:42:03,935 --> 01:42:06,569
75/75

889
01:42:06,569 --> 01:42:10,569
มีหลายคนถูก แต่มีหลายคน

890
01:42:14,741 --> 01:42:18,741
75/75  มีหลายคนถูก

891
01:42:20,031 --> 01:42:24,031
แต่มีหลายคนคำนวณมาถูก

892
01:42:25,339 --> 01:42:29,339
แต่ข้อนี้ดันตั้งผิด ฉะนั้น มันมีผลต่อการแปลความหมายต่อนึกออกไหม พอคุณ

893
01:42:30,653 --> 01:42:34,153
ตั้งเกณฑ์เหมาะสมถูก คุณก็จะ

894
01:42:34,153 --> 01:42:36,363
ได้คะแนนต่อไปนะคะ ฉะนั้น ไม่ต้องเสียใจไป

895
01:42:36,363 --> 01:42:40,363
ผิดในนี้ ดีกว่าไปผิดในห้องสอบนะ ผิดในห้องสอบ มัน

896
01:42:44,125 --> 01:42:48,125
เป็นปลายภาคแล้วไง ผิดในนี้ยังมีคะแนนโน่นนี่นั่น

897
01:42:51,335 --> 01:42:54,765
มาช่วยอยู่นะคะ ทีนี้ค่ะ ต่อนะ ตั้งเกณฑ์ที่เหมาะสม เพราะว่าเขาเขียนไว้ว่าคะแนนปฏิบัติ

898
01:42:54,765 --> 01:42:58,124
นะคะ เกณฑ์ที่เหมาะสมคือ 75/75

899
01:42:58,124 --> 01:43:02,124
ฉะนั้น แปลความหมายได้ว่า แปลความหมาย

900
01:43:04,027 --> 01:43:08,027
ต้องแปลความหมายให้ถูกด้วยนะ แปลความหมาย ก็คือ

901
01:43:10,170 --> 01:43:11,774
ได้ คือ เท่าเกณฑ์ เพราะเอา 75 มาบวก 2.5

902
01:43:11,774 --> 01:43:13,658
แล้ว 77/75 มัน

903
01:43:13,658 --> 01:43:17,658
ไม่เกินนะคะ มันไม่สูงเกินไป ฉะนั้น มันเลย

904
01:43:18,403 --> 01:43:22,403
เท่าเกณฑ์ มีใครถูกหมดไหมคะ ถูกหมดเอาไปเลย 10 คะแนน

905
01:43:27,130 --> 01:43:27,604
เก่งมาก ส่วนที่เหลือก็ถ้าถูกอันหนึ่ง

906
01:43:27,604 --> 01:43:31,604
ก็มีอย่างนี้นะคะ บวกลบคะแนนกันไป อย่างน้อยข้อที่ 1 มันควรถูกนะ

907
01:43:35,492 --> 01:43:37,001
ข้อ 1 นี่เอาเขียนมาให้นะ แต่คนที่ผิดก็ไม่เป็นไรนะคะ อยากรู้มากเลย มันไปผิดตรงไหน

908
01:43:37,001 --> 01:43:41,001
PowerPoint เขียนชัดมาก PowerPoint เขียนตามตัวเลย

909
01:43:46,000 --> 01:43:50,000
นะคะ โอเคนะคะ พอได้อยู่ เพราะเห็นห้องนี้ อย่างน้อยมีคำนวณ เพราะปกติเท

910
01:43:54,998 --> 01:43:57,861
กับการคำนวณนะคะ เป็นปกติ

911
01:43:57,861 --> 01:43:58,974
นะคะ อย่าเทนะ บทนี้ถ้าได้คือได้ เห็นไหม

912
01:43:58,974 --> 01:44:02,974
ถ้าได้มันจะเกี่ยวข้องกันไปเรื่อย ๆ แล้วคุณจะได้

913
01:44:04,710 --> 01:44:08,710
8-9 คะแนนเต็มไปเลยน่ะ คือคำนวณ

914
01:44:08,975 --> 01:44:12,975
มันเป็นการคิด มันเป็นการได้ผลมา

915
01:44:13,302 --> 01:44:17,302
ชัด ๆ ฉะนั้น มันไม่ต้องไปคิดวิเคราะห์อะไรเพิ่มเติม

916
01:44:17,525 --> 01:44:21,525
นะคะ ทีนี้ครูขอต่ออีก... เดี๋ยวให้เรา

917
01:44:23,507 --> 01:44:26,885
จับคู่กับเพื่อน แล้วรับใบงาน จับคู่กับเพื่อน

918
01:44:26,885 --> 01:44:30,885
แล้วมารับใบงานนะคะ จับคู่ 2 คนแล้วมารับ 1 คน ส่ง

919
01:44:33,558 --> 01:44:37,558
ตัวแทนมารับใบงาน 1 คน

920
01:44:37,682 --> 01:44:40,528
หยิบเลยลูก จับคู่นะคะ

921
01:44:40,528 --> 01:44:44,528
จับคู่นะคะ ครับ

922
01:45:42,780 --> 01:45:46,175
3 คนเยอะไป ทำคนเดียวก็ได้

923
01:45:46,175 --> 01:45:49,344
มันสามารถทำคนเดียวได้ ทำคนเดียว

924
01:45:49,344 --> 01:45:50,511
แต่คู่ก่อน ให้จับคู่ก่อน พร้อมไหม

925
01:45:50,511 --> 01:45:53,028
คู่ คู่กันดีกว่า

926
01:45:53,028 --> 01:45:57,028
คู่กันดีกว่า พอไหม จริงเหรอ

927
01:45:57,846 --> 01:46:01,846
นั่นน่ะ

928
01:46:02,375 --> 01:46:06,375
เอาไปแล้วใช่ไหม คนเดียวก็... คนเดียวก็

929
01:46:06,556 --> 01:46:10,205
เปรี้ยวได้ ครบนะ ครูพรินต์มาเผื่อ โอเค

930
01:46:10,205 --> 01:46:14,205
เขียนชื่อ เขียนชื่อให้เรียบร้อย

931
01:46:15,364 --> 01:46:19,364
เกินเหรอ

932
01:46:21,567 --> 01:46:25,567
นี่พวกนี้ชอบเอาไปเกิน แล้วมาว่าเอามา

933
01:46:28,925 --> 01:46:32,925
ไม่พอ ใช่ ฉันว่าฉันพรินต์เผื่อทุกครั้ง

934
01:46:57,500 --> 01:47:01,500
แป๊บหนึ่งนะ เดี๋ยวครูเอาลิงก์ตัวอย่างก่อน

935
01:47:18,283 --> 01:47:22,283
เขียนชื่อก่อนนะ

936
01:47:48,764 --> 01:47:50,560

937
01:47:50,560 --> 01:47:54,560
โอเค ทีนี้ค่ะ ครูขออธิบายก่อน

938
01:48:00,841 --> 01:48:04,841
เดี๋ยวจะให้เล่นเกมนะคะ เดี๋ยวจะให้เล่นเกมนะคะ คนที่เร็วสุด 5 คู่แรก จะได้รับคะแนนพิเศษไป 5 คะแนนนะ ถ้า

939
01:48:12,217 --> 01:48:16,217
คุณทำโจทย์เมื่อกี้ไม่ได้ คุณก็ต้องพยายามชนะเกมนี้ให้ได้นะคะ คุณจะได้คะแนน

940
01:48:17,749 --> 01:48:19,440
โบนัส 5 คะแนนนะคะ สำหรับ 5 คู่แรก

941
01:48:19,440 --> 01:48:23,440
นะคะ เดี๋ยวครูจะส่งลิงก์เกมให้นะคะ ในนี้

942
01:48:24,027 --> 01:48:25,774
จะมี

943
01:48:25,774 --> 01:48:27,861
ใบความรู้ที่มาเฉลย เฉลย

944
01:48:27,861 --> 01:48:31,861
ใบงานนะคะ ในนี้จะมีความรู้ที่ซ่อนอยู่นะคะ

945
01:48:34,256 --> 01:48:38,256
ในนี้จะมีความรู้ที่ซ่อนอยู่ มันจะเป็นจุด ๆ อยู่ตามมุม

946
01:48:42,129 --> 01:48:46,129
คุณต้องหาให้เจอ มันจะมี ... อยู่ตามมุม คุณต้องคลิก ต้อง

947
01:48:47,600 --> 01:48:48,057
หาให้เจอ ตามหาความรู้ให้เจอ มันจะมีทั้งจุดที่หลอก

948
01:48:48,057 --> 01:48:51,144
และจุดที่เป็นความรู้ ฉะนั้น ช่วยกัน คู่กัน

949
01:48:51,144 --> 01:48:55,144
หรือคนเดียวมันก็อาจจะเร็วได้ คนเดียวเคยชนะด้วยเหมือนกัน

950
01:48:57,142 --> 01:49:00,174
นะคะ หาให้เจอ ในนี้ คุณจะมีความรู้

951
01:49:00,174 --> 01:49:04,174
ที่สามารถมาตอบโจทย์เหล่านี้นะคะ มาตอบโจทย์เหล่านี้

952
01:49:06,683 --> 01:49:10,683
ให้ได้ ในนี้จะมีความรู้นะคะ โอเคนะ เคลียร์นะ เดี๋ยวครูส่งลิงก์ให้นะคะ

953
01:49:24,077 --> 01:49:25,638
ไป

954
01:49:25,638 --> 01:49:29,638
ส่งไปแล้วนะ

955
01:49:29,888 --> 01:49:33,888
ส่งไปในลิงก์แล้วนะคะ สามารถเปิด

956
01:49:35,272 --> 01:49:37,231
เราสามารถขยายได้นะ

957
01:49:37,231 --> 01:49:41,231
ตรงนี้ค่ะ มันจะเขียนว่า Think Link

958
01:49:45,820 --> 01:49:49,115
แล้วเราไปคลิกขยายได้ เอียง บางรุ่นมัน

959
01:49:49,115 --> 01:49:49,501
เอียงได้ แต่บางรุ่นก็ไม่ได้นะ บางรุ่นขยาย

960
01:49:49,501 --> 01:49:50,831
แบบเอียงให้เห็นชัดได้เลย

961
01:49:50,831 --> 01:49:54,831
หาจุด ๆ ๆ ให้เจอ มันจะมีจุด ๆ ๆ มันจะมี

962
01:50:02,601 --> 01:50:06,013
ทั้งตัวหลอกและของจริงนะคะ ฉะนั้น ช่วยกันหาให้เจอนะคะ มีคำตอบแน่นอน

963
01:50:06,013 --> 01:50:10,013
นะคะ ช่วยกัน

964
01:55:24,725 --> 01:55:28,615
ภารกิจที่... ภารกิจพิเศษ

965
01:55:28,615 --> 01:55:32,615
ที่เจอ เราเขียน... เราเขียนโซเชียลมีเดีย

966
01:55:33,777 --> 01:55:37,777
ที่เราใช้ ใช้ทำภารกิจนั้นน่ะค่ะ เขียนว่าใช้ Social media ไหน

967
01:55:41,259 --> 01:55:44,653
นะคะ เดี๋ยวครูหาเจอเองนะคะ มีคนเจอภารกิจพิเศษแล้วนะ เจอแล้วเหรอ

968
01:55:44,653 --> 01:55:48,653
ฉันอุตส่าห์หาซ่อน

969
01:56:01,693 --> 01:56:03,704

970
01:56:03,704 --> 01:56:07,704
ใช้โซเชียลไหนก็ได้นะคะ

971
02:13:22,194 --> 02:13:26,194
ประกาศรายชื่อที่ได้โบนัส 5 คะแนนนะคะ ได้แก่ รัตนาภร

972
02:13:28,570 --> 02:13:29,149
ณ์ ปุญญานุช

973
02:13:29,149 --> 02:13:29,779
กัญญานัฐ บุผผาโล

974
02:13:29,779 --> 02:13:33,779
ตุรญา เหล่านี้ไปช่วยเพื่อนที่ยังไม่เสร็จนะ

975
02:13:39,271 --> 02:13:43,271
ภานิพัก จุฑามาศ

976
02:13:43,957 --> 02:13:47,957
ตอบถูกหมดเลย แล้วก็อ่านว่าอะไรหรือ มันจะไม่ได้คะแนน เพราะอ่านชื่อไม่ถูกนี่แหละ

977
02:13:48,259 --> 02:13:52,259
กฤษฎา ชูใส

978
02:13:54,345 --> 02:13:58,345
รหัสอะไรนะ กับอีกคนหนึ่งครูอ่านไม่ออกเลยน่ะ

979
02:13:58,500 --> 02:14:01,987
ณัฐพงศ์รหัสอะไรคะ 123 นะ

980
02:14:01,987 --> 02:14:03,337
โอเค

981
02:14:03,337 --> 02:14:07,337
แล้วก็ชลิตา วิมลณัฐ นะคะ

982
02:14:12,237 --> 02:14:14,200
อีก 5 คน ได้โบนัสไป 5 คะแนน

983
02:14:14,200 --> 02:14:18,200
ไป เราจะได้รีบไปกินข้าว แล้วเดี๋ยวมาเฉลย

984
02:14:23,443 --> 02:14:27,443
แล้วก็อธิบายนิดหนึ่ง จะได้เสร็จเร็ว ๆ

985
02:14:37,699 --> 02:14:41,699
ไม่ ให้โพสต์อะไร อ่านในภารกิจ

986
02:14:43,851 --> 02:14:46,654

987
02:14:46,654 --> 02:14:50,654
มันมีข้อความให้โพสต์อยู่น่ะ

988
02:15:05,038 --> 02:15:09,038
เหลือใครไม่เสร็จ

989
02:15:11,190 --> 02:15:15,190
ช่วยเพื่อนเลย ช่วยเพื่อนเลย เดี๋ยวเราจะได้รีบไปกินข้าวกัน

990
02:15:20,611 --> 02:15:24,068
เหลือใครอีกคะ

991
02:15:24,068 --> 02:15:28,068
มา ๆ มาช่วยเพื่อนหน่อย มาช่วยเพื่อนหน่อย

992
02:15:31,207 --> 02:15:35,207
เหลือใครอีก

993
02:15:40,817 --> 02:15:41,028
เหลือข้างหน้า มาช่วยเพื่อนหน่อย จะได้... จะได้เร็ว ๆ

994
02:15:41,028 --> 02:15:45,028
จะได้รีบไปกินข้าว แก้แล้วใช่ไหม

995
02:15:46,237 --> 02:15:50,237
ที่ครูบอกให้ไปแก้ใช่ไหม โอเค

996
02:16:45,797 --> 02:16:49,797
เดี๋ยวขออธิบายนิดหนึ่งนะคะ

997
02:16:49,948 --> 02:16:52,070
นั่งก่อน นั่งก่อน

998
02:16:52,070 --> 02:16:56,070
เราสอบปลายภาค

999
02:16:58,926 --> 02:17:02,926
นะคะ วัน... เขาบอกหรือยัง มีใครเข้าไปเช็กหรือยัง

1000
02:17:04,152 --> 02:17:08,152
ยังใช่ไหม เดี๋ยวเข้าไปเช็กแล้วกัน ล่าสุดครูเข้าไปเช็ก

1001
02:17:11,736 --> 02:17:15,736
ในระบบครูยังไม่ขึ้นนะคะ แต่ส่งข้อสอบไปแล้วแหละ สอบออนไลน์

1002
02:17:17,524 --> 02:17:19,343
สอบออนไลน์ เป็น E-Testing

1003
02:17:19,343 --> 02:17:23,343
ของมหาวิทยาลัย เราสอบที่ไหนก็ได้นะคะ แล้ววันก่อน... ล่วงหน้า 1 วัน เดี๋ยวครูส่งลิงก์ให้นะคะ

1004
02:17:25,488 --> 02:17:29,462
อย่างนั้นเดี๋ยวขออนุญาตเฉลยนะ

1005
02:17:29,462 --> 02:17:30,721
น่าจะ...

1006
02:17:30,721 --> 02:17:32,486
น่าจะเสร็จหมดแล้วล่ะ

1007
02:17:32,486 --> 02:17:36,486
อันนี้อยากให้คะแนนเก็บได้เต็ม ๆ

1008
02:17:38,629 --> 02:17:42,629
นะคะ โอเค จริยธรรมและกฎหมาย

1009
02:17:43,857 --> 02:17:47,598
หลังจากที่เราสร้างสื่อ ผลิตอะไรต่าง ๆ แล้วค่ะ

1010
02:17:47,598 --> 02:17:50,065
มันเป็นสิ่งที่เป็นไอเดีย เป็นความคิด

1011
02:17:50,065 --> 02:17:54,065
ของเรานะคะ ฉะนั้นนะคะ เราจะต้อง

1012
02:17:55,856 --> 02:17:59,856
รู้สิทธิ์ประโยชน์ ในการใช้สิ่งนั้น หรือบางครั้งเราอาจจะเผลอ

1013
02:18:05,770 --> 02:18:09,770
ด้วยความ เทคโนโลยีมันทันสมัยน่ะ เราอาจจะเผลอไปทำผิดกฎหมาย โดยที่เราไม่รู้ตัวก็ได้นะคะ เพราะฉะนั้น เราจะพูดถึง

1014
02:18:12,576 --> 02:18:16,576
เรื่องของลิขสิทธิ์เสียส่วนใหญ่ ที่เราอาจจะ

1015
02:18:20,625 --> 02:18:22,422
ทำผิดกฎหมายได้ แล้วก็เรื่องของ พรบ. คอมพิวเตอร์ ที่จะเน้น ๆ นะคะ ข้อแรก

1016
02:18:22,422 --> 02:18:26,422
บอกความหมายของลิขสิทธิ์ น่าจะถูกกันหมดนะ

1017
02:18:28,399 --> 02:18:32,399
ลิขสิทธิ์ คือ สิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวที่ พรบ.

1018
02:18:37,812 --> 02:18:40,030
คุ้มครองในสิ่งที่เราคิด

1019
02:18:40,030 --> 02:18:43,695
เราสร้างสรรค์ขึ้นมา ถูกไหมข้อนี้ ถูกหมดนะ ฉะนั้น เวลาที่เราคิดอะไรขึ้นมาน่ะค่ะ มันสามารถ

1020
02:18:43,695 --> 02:18:47,695
เป็นลิขสิทธิ์ หรือเราจะถูกคุ้มครองกฎหมายคุ้มครองเราได้

1021
02:18:49,560 --> 02:18:50,000
นะคะ

1022
02:18:50,000 --> 02:18:54,000
ข้อ 2 ค่ะ ข่าวถูกคุ้มครองตาม พรบ.

1023
02:18:58,487 --> 02:19:01,552
หรือไม่ และข่าวแบบใด ถึงจะสามารถถูกคุ้มครอง

1024
02:19:01,552 --> 02:19:03,328
เฉลย คือ ข่าวนี่มันไม่ได้รับการคุ้มครองนะ

1025
02:19:03,328 --> 02:19:07,328
คุณมันต้อง Make Sence นะ

1026
02:19:10,804 --> 02:19:13,464
เกิดขึ้นอยู่ได้ประจำน่ะ  อยู่ดี ๆ วันดีคืนดี

1027
02:19:13,464 --> 02:19:17,464
เกิดหน้ามหาวิทยาลัย มันไปคุ้มครองได้ไหม มันไม่ได้ไง

1028
02:19:18,258 --> 02:19:22,258
วันดีคืนดีมันเกิดนู่นนี่นั่น ภัยพิบัติ

1029
02:19:22,338 --> 02:19:23,971
กฎหมายไม่สามารถตามไปคุ้มครองได้นะคะ แต่

1030
02:19:23,971 --> 02:19:27,971
มันก็จะเป็นคุ้มครองอีกแบบหนึ่ง แต่ พรบ. ลิขสิทธิ์น่ะ

1031
02:19:30,836 --> 02:19:34,836
มันไม่สามารถไปคุ้มครองได้ เพราะฉะนั้น ต้องใช้กฎหมายอื่น

1032
02:19:37,025 --> 02:19:38,881
ทีนี้แล้วข่าวแบบไหนน่ะ ที่ได้รับการคุ้มครอง ข่าวที่ใช้ความคิด

1033
02:19:38,881 --> 02:19:42,881
ความคิดของมนุษย์น่ะค่ะ อีพวกลิขสิทธิ์น่ะ

1034
02:19:43,651 --> 02:19:47,651
พรบ. ลิขสิทธิ์มันคุ้มครองความคิดของมนุษย์ เพราะฉะนั้น

1035
02:19:54,334 --> 02:19:58,334
มนุษย์นี่นะคะ ฉะนั้น ข่าวเมื่อมีการเอาข่าวมาวิเคราะห์

1036
02:19:58,938 --> 02:20:02,938
มาวิเคราะห์บทความต่าง ๆ อย่างเช่น อุบัติเหตุมหาวิทยาลัยเกิดขึ้นบ่อย ๆ เขาก็มาคิดวิเคราะห์ ว่ามัน

1037
02:20:04,664 --> 02:20:08,664
เป็นเพราะอะไร เป็นเพราะการไม่เคารพกฎนู่นนี่นั่น

1038
02:20:11,247 --> 02:20:12,584
อย่างนี้นะคะ เขาก็เกิดการคิดวิเคราะห์ แล้วเกิดการเขียน

1039
02:20:12,584 --> 02:20:16,584
เป็นบทความขึ้นมา หรือเขียนวิเคราะห์ขึ้นมา อันนั้นน่ะ

1040
02:20:16,690 --> 02:20:17,761
ได้รับการคุ้มครองนะคะ ข้อ

1041
02:20:17,761 --> 02:20:21,761
3. ให้ยกตัวอย่างลิขสิทธิ์มา 3 อย่าง

1042
02:20:26,862 --> 02:20:28,552
อันนี้ส่วนใหญ่ตอบถูกนะคะ เ

1043
02:20:28,552 --> 02:20:32,552
ราสังเกตไหม งานวรรณกรรมก็เป็นความคิด งานออกแบบท่ารำ ความคิด

1044
02:20:33,205 --> 02:20:36,920
ศิลปกรรมวาดภาพต่าง ๆ มันเป็น

1045
02:20:36,920 --> 02:20:40,920
ความคิดของมนุษย์ทั้งนั้นเลยนะคะ ฉะนั้น ก็จะได้ลิขสิทธิ์

1046
02:20:41,945 --> 02:20:42,947
คุ้มครองนะคะ ข้อ 4

1047
02:20:42,947 --> 02:20:46,947
ข้อ 4 หลายคนตอบผิดแล้วค่อยไปแก้ อาจจะอ่านไม่ครบ

1048
02:20:50,154 --> 02:20:52,833
นะคะ การเผยแพร่ข้อมูล การดื่มน้ำปัสสาวะ

1049
02:20:52,833 --> 02:20:56,833
ดื่มน้ำปัสสาวะแล้วสุขภาพดี  เคยเจอไหม เคยมีคนเคยส่ง

1050
02:21:02,146 --> 02:21:04,723
หรือ LINE อะไรนะ รักษามะเร็ง

1051
02:21:04,723 --> 02:21:05,196
อะไรล่ะ มะเร็งกินมะม่วง กินมะนาว

1052
02:21:05,196 --> 02:21:09,196
อะไรอย่างนี้นะคะ เป็นการทำผิดกฎหมายหรือไม่ เขาแค่แชร์น่ะ ผิดกฎหมาย

1053
02:21:12,512 --> 02:21:16,512
ไหมคะ ถึงแม้

1054
02:21:17,992 --> 02:21:21,992
แค่แชร์ ก็ผิดกฎหมาย เพราะอะไร กฎหมายของคอมพิวเตอร์ อันนี้มันมาหลัง ๆ ค่ะ

1055
02:21:25,057 --> 02:21:29,057
มันมาช่วงประมาณ 2560 นี่แหละ ช่วงนั้น

1056
02:21:33,611 --> 02:21:36,802
นึกออกไหมโซเชียลมีเดีย มันสามารถส่งเผยแพร่ข้อมูลต่าง ๆ ไปได้เยอะน่ะค่ะ

1057
02:21:36,802 --> 02:21:40,802
ไป มันเผยแพร่โดยที่เราไม่รู้น่ะค่ะ ว่าใครจะได้รับ

1058
02:21:41,659 --> 02:21:45,166
ข้อมูลเหล่านี้บ้าง ฉะนั้น คนนี้ไม่ได้เป็นคนสร้าง

1059
02:21:45,166 --> 02:21:48,021
สร้างข้อมูลก็จริง แต่เป็นคนที่แชร์

1060
02:21:48,021 --> 02:21:50,182
ก็ต้องได้รับผิดทางกฎหมายเหมือนกัน ถ้า

1061
02:21:50,182 --> 02:21:53,585
บุคคลที่ 3 เกิดมีปัญหาขึ้นมา

1062
02:21:53,585 --> 02:21:57,585
อยากฟ้องร้องเรา ก็เขาก็จะใช้กฎหมายนี้ค่ะ ฟ้องร้องเรา

1063
02:22:03,056 --> 02:22:06,939
ถ้าเขาเกิดเป็นอะไรขึ้นมา จากสิ่งที่เขาเห็นข้อมูลจากสิ่งที่คุณแชร์นะคะ ฉะนั้น คนที่แชร์

1064
02:22:06,939 --> 02:22:10,939
ก็ผิดนะ ไม่ใช่ ฉันแค่แชร์ผิดด้วยเหรอ ผิด

1065
02:22:12,122 --> 02:22:16,122
เพราะคุณไม่ได้ตรวจสอบข้อมูล คุณก็ต้องรับผลการกระทำเหมือนกัน

1066
02:22:19,563 --> 02:22:22,943
ฉะนั้น แค่แชร์ก็ผิดกฎหมายนะ

1067
02:22:22,943 --> 02:22:26,943
สิ่งไหนที่ไม่ได้รับการตรวจสอบ ถ้าบุคคลที่ 3 เกิดมีปัญหาขึ้นมา คุณรับผิดเต็ม ๆ นะคะ เพราะ

1068
02:22:28,401 --> 02:22:32,401
Social Media หรือพวกคอมพิวเตอร์น่ะ มันแชร์ไปได้เร็ว

1069
02:22:36,723 --> 02:22:40,723
เขาก็เลยมีกฎหมายนี้มาคุ้มครอง บุคคลที่ไม่รู้อีเหน่

1070
02:22:41,610 --> 02:22:45,610
คือ บุคคลที่ 3 นี่แหละนะคะ ข้อ 5 นะคะ พรบ. ข้อมูลข่าวสารนะคะ ข้อมูลข่าวสารทางราชการนี่ กฎหมายบอกว่าต้องเปิดเผย

1071
02:22:49,365 --> 02:22:49,679
แต่มีบางอย่างที่ไม่ต้องไปเปิดเผย

1072
02:22:49,679 --> 02:22:53,679
อย่างเช่น พวกการแพทย์อย่างนี้ค่ะ พวกข้อมูลการแพทย์

1073
02:22:55,519 --> 02:22:59,519
เพราะมันมีผลต่อการรักษานะ แต่ข้อมูลราชการต่าง ๆ

1074
02:23:02,526 --> 02:23:06,526
น่ะค่ะ ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะขอดูนะ เกรดเฉลี่ยหรืออะไรอย่างนี้ สามารถดูได้

1075
02:23:09,800 --> 02:23:10,966
หมดเลยนะคะ คุณครูไม่สามารถปิดบังอะไรได้ หรือว่าอะไรข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างอะไรพวกนี้ ทุกคน

1076
02:23:10,966 --> 02:23:14,966
มีสิทธิ์รับรู้ต่าง ๆ หมดเลย อะไรต่าง ๆ

1077
02:23:17,884 --> 02:23:21,884
มันเป็นอย่างไร ราชการต้องมีให้ ถ้าประชาชนต้องการเป็นเงินภาษีเขาไง

1078
02:23:25,895 --> 02:23:28,924
คุณซื้อมาอย่างไร แพงแค่ไหน ราชการต้องเปิดเผย แต่มีข้อมูลที่ราชการไม่เปิดเผย

1079
02:23:28,924 --> 02:23:29,817
ก็ได้ ก็คือพวกนี้ค่ะ อะไรที่มัน

1080
02:23:29,817 --> 02:23:33,817
รุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลอย่างนี้ หมดแล้ว ถ้าใครมีคำถาม

1081
02:23:38,024 --> 02:23:42,024
ยังไม่หมด ยังไม่หมด ขออีกนิดหนึ่ง อันนี้ไม่เกี่ยว

1082
02:23:45,712 --> 02:23:46,081
ทีนี้ค่ะ Concept ในการดูจริยธรรมนะคะ ส่วนตัวนี่ อินเรื่องจริยธรรม คือ

1083
02:23:46,081 --> 02:23:50,081
ไม่เชื่อในเรื่องคนดีน่ะค่ะ คนดีมันขึ้นอยู่กับบุคคลนั้นน่ะ

1084
02:23:54,622 --> 02:23:55,652
อย่างเช่น ครูดีกับพี่เอื้องใช่ไหมคะ

1085
02:23:55,652 --> 02:23:59,652
แต่ครูอาจจะไม่ดีกับคนอื่นก็ได้อย่างนี้

1086
02:24:02,358 --> 02:24:06,358
ครูก็ไม่ใช่คนดีสำหรับเขา แต่ครูคนดีสำหรับพี่เอื้อง

1087
02:24:08,091 --> 02:24:09,096
อาจารย์ดีจังอะไรอย่างนี้ แต่บางครั้งครูก็อาจจะไม่ดี ฉะนั้น คนดีมันวัดไม่ได้

1088
02:24:09,096 --> 02:24:13,096
แต่จริยธรรมน่ะ มันวัดได้ไง ถ้าคน ๆ นั้นเขาซื้อสัตย์

1089
02:24:18,312 --> 02:24:20,996
ซื่อสัตย์สุจริต ถ้าเขารับผิดชอบ และเขาไม่สร้างความเดือดร้อน อันนี้เขาเรียกว่า

1090
02:24:20,996 --> 02:24:24,996
จริยธรรมนะคะ ฉะนั้น ถึงพยายามบอกคุณครูไง

1091
02:24:25,623 --> 02:24:28,366
จะเป็นครูน่ะ มันต้องมีจริยธรรมไงคะ

1092
02:24:28,366 --> 02:24:32,366
ซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ ไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น

1093
02:24:34,039 --> 02:24:35,618
ขอแค่นี้แหละคุณมีจริยธรรม ฉะนั้น

1094
02:24:35,618 --> 02:24:39,618
การที่มีจริยธรรม มันจะส่งผลต่อการใช้เทคโนโลยี

1095
02:24:43,465 --> 02:24:44,300
การใช้เทคโนโลยีนะคะ ความเป็นส่วนตัว

1096
02:24:44,300 --> 02:24:47,845
นะคะ ต้องไม่ละเมิดสิทธิ์ใครนะคะ เห็นไหมคะ

1097
02:24:47,845 --> 02:24:51,573
เป็นจริยธรรมที่ไม่ละเมิดใคร ความถูกต้อง

1098
02:24:51,573 --> 02:24:55,573
อันนี้ก็เป็นความรับผิดชอบ ต้องรับผิดชอบ ในสิ่งที่ตัวเองได้รับข้อมูลข่าวสารมา

1099
02:24:58,763 --> 02:25:02,683
ว่าสิ่งนั้นน่ะ มันมีความน่าเชื่อถือ

1100
02:25:02,683 --> 02:25:04,451
หรือเปล่านะคะ ความเป็นเจ้าของ ว่าฉันมีสิทธิ์

1101
02:25:04,451 --> 02:25:08,451
ของฉันละไม่ละเมิดสิทธิ์ของใคร และสุดท้าย

1102
02:25:10,494 --> 02:25:10,872
คุณครูที่จบใหม่น่ะ จะมีอีกหน้าที่หนึ่ง คือ

1103
02:25:10,872 --> 02:25:14,307
รวบรวมข้อมูลของนักเรียน ซึ่ง

1104
02:25:14,307 --> 02:25:18,307
ถ้าคุณนี่ ไม่รักษาความลับ

1105
02:25:22,632 --> 02:25:25,820
ของข้อมูลนักเรียนนี่นะคะ  ข้อมูลรายได้

1106
02:25:25,820 --> 02:25:29,820
ของเขาน่ะค่ะ แล้วคุณเอาไปเรียกร้องกับพ่อแม่เขาอย่างนี้

1107
02:25:31,694 --> 02:25:33,105
หรือไปทำอะไร หรือไปขายข้อมูล

1108
02:25:33,105 --> 02:25:35,229
อย่างนี้นะคะ คุณก็ถือไม่มีจริยธรรม ฉะนั้น

1109
02:25:35,229 --> 02:25:39,091
สิ่งเหล่านี้ มันเลยเป็นสิ่งที่เราต้องมี ในการ

1110
02:25:39,091 --> 02:25:43,091
ที่จะใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศต่าง ๆ นะคะ หมดแล้ว

1111
02:25:43,822 --> 02:25:46,859
สำหรับบทนี้ มีคำถามไหมคะ

1112
02:25:46,859 --> 02:25:50,859
ไม่มีแล้ว หิวข้าวแล้ว ขออวยพรนิดหนึ่งได้ไหม

1113
02:25:53,233 --> 02:25:55,404
ประมาณ 2 นาทีนะคะ ก็ถ้ารออวยพร

1114
02:25:55,404 --> 02:25:59,404
ใช่ไหมคะ ก็สำหรับวิชานี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ ที่

1115
02:26:02,318 --> 02:26:04,065
ให้เราไปสอบให้ผ่าน

1116
02:26:04,065 --> 02:26:07,879
ไปสอบไปจนถึงครูผู้ช่วยนะ บทนี้ ก่อนครูผู้ช่วย

1117
02:26:07,879 --> 02:26:11,879
สอบใบประกอบวิชาชีพให้ผ่าน รอบเดียวไปเลยนะคะ

1118
02:26:13,638 --> 02:26:17,638
วิชานี้รอบเดียวไปเลย สอบครูผู้ช่วยให้ผ่านรอบเดียวไปเลย

1119
02:26:18,176 --> 02:26:22,176
หรือใครที่ไม่เป็นครู ก็ขอให้ประสบความสำเร็จ ในหน้าที่

1120
02:26:23,759 --> 02:26:27,759
การงานอื่น ๆ นะคะ ก็เป็นกำลังใจให้เสมอนะคะ ในรายวิชานี้ ถ้าครูเผลอพูดจาให้กระทบจิตใจ

1121
02:26:31,749 --> 02:26:35,749
ไม่ได้มีเจตนาไม่ดีเลยนะคะ มีแต่ความปรารถนาดี ขอให้

1122
02:26:38,275 --> 02:26:42,275
ทุก ๆ อย่าง สมหวังในทุก ๆ อย่างที่มุ่งหวังนะคะ การเรียน ความรักนะคะ ขอให้สมหวังนะคะ เจอแต่สิ่งดี ๆ ในชีวิตนะคะ ขอบคุณนะคะ

1123
02:26:46,413 --> 02:26:48,080
ค่ะ ขอบคุณพี่บ๊ายบายค่ะ ขอบคุณนะคะ

1124
02:26:48,080 --> 02:26:51,085
จบในเทอมนี้แล้วค่ะ ขอบคุณค่ะ

1125
02:26:51,085 --> 02:26:51,867
อะไรนะคะ ค่ะ

1126
02:26:51,867 --> 02:26:55,867
ขอบคุณล่ามภาษามือด้วยนะคะ

1127
02:26:57,020 --> 02:27:01,020
ขอบคุณ

1128
02:27:02,851 --> 02:27:06,851
คนสำคัญด้วย คือ พี่เอื้อง แล้วก็พี่เอ้ค่ะ

1129
02:27:08,332 --> 02:27:12,332
ขอบคุณค่ะ

1130
02:27:38,482 --> 02:27:42,482
[สิ้นสุดการถอดความ]

