﻿1
00:01:04,862 --> 00:01:08,862
สวัสดีครับ นักเรียนวันนี้มาพบกับคุณครูธีรภนะครับ

2
00:01:09,061 --> 00:01:13,061
ในคลิปการสอนเรื่องระบบกันตอนที่ 2

3
00:01:15,008 --> 00:01:19,008
ในเรื่องนี้นี่นะครับ จะอยู่ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพนะครับ

4
00:01:20,046 --> 00:01:24,046
ก็ย่อยที่

5
00:01:28,518 --> 00:01:32,518
จุดประสงค์การเรียนรู้ของเรื่องนี้นะครับ

6
00:01:37,390 --> 00:01:41,390
กลไกการต่อต้าน

7
00:01:41,558 --> 00:01:44,369
ต่อไปนี้นะครับ

8
00:01:44,369 --> 00:01:48,369
จะมีข้อความ

9
00:01:52,609 --> 00:01:56,609
เปลี่ยน

10
00:02:05,449 --> 00:02:08,027
ถามแรกก็คือ

11
00:02:08,027 --> 00:02:12,027
กลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่ง

12
00:02:15,695 --> 00:02:19,695
ก็คือ

13
00:02:22,590 --> 00:02:23,974
คำถามที่ 2 กลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะ

14
00:02:23,974 --> 00:02:27,686
เหตุใด

15
00:02:27,686 --> 00:02:31,686
ยังต้องมีกลไกการต่อต้านหรือทำลาย

16
00:02:40,694 --> 00:02:44,694
ได้นะครับ

17
00:02:47,314 --> 00:02:51,314
เดี๋ยวเราลองมาหาคำตอบกัน กลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะ

18
00:02:58,523 --> 00:03:02,523
จะเป็นการต่อต้านหรือทำลาย

19
00:03:04,839 --> 00:03:08,839
เกี่ยวข้องกับการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว

20
00:03:16,010 --> 00:03:19,974
ถ้าลืมไปแล้ว

21
00:03:19,974 --> 00:03:23,974
ขึ้นเติมที่ครูเคยให้ไว้แล้ว

22
00:03:35,814 --> 00:03:36,958
เรามาทำความรู้จักกัน

23
00:03:36,958 --> 00:03:40,958
เซลล์

24
00:03:43,544 --> 00:03:46,166
เ ซลล์เม็ดเลือดขาวกลุ่มฟาโกไซต์นี่

25
00:03:46,166 --> 00:03:50,166
แรกนึกว่า

26
00:03:55,689 --> 00:03:57,912
เซลล์บี เซลล์พืช และเซลล์

27
00:03:57,912 --> 00:04:01,912
เกี่ยวข้องกับ

28
00:04:02,467 --> 00:04:06,467
ที่มาของคำว่านะ

29
00:04:10,564 --> 00:04:14,564
ไม่รู้จัก

30
00:04:19,570 --> 00:04:21,756
ลองดูรูปที่คุณครูให้มา

31
00:04:21,756 --> 00:04:25,756
พิจารณาตอนนี้นะครับได้ไหมครับ ว่า

32
00:04:25,896 --> 00:04:29,896
ความสัมพันธ์

33
00:04:38,117 --> 00:04:39,927
จะตอบได้ตรงไปตรงมา

34
00:04:39,927 --> 00:04:42,278
ซึ่งจากร฿จะเห็นว่า

35
00:04:42,278 --> 00:04:44,074
สามารถ

36
00:04:44,074 --> 00:04:46,937
เป็นได้

37
00:04:46,937 --> 00:04:50,937
แล้วก็มีบริเวณที่สามาร ถ

38
00:04:54,944 --> 00:04:57,462
การตัดกันของ

39
00:04:57,462 --> 00:05:01,462
แอนติเจน ห้อง

40
00:05:06,266 --> 00:05:09,686
เป็นโมเลกุลของสารครั บ

41
00:05:09,686 --> 00:05:13,686
อาจจะเป็น เชื้อโรคเช่น ไวรัส

42
00:05:21,578 --> 00:05:25,578
ไปกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายเรา

43
00:05:26,350 --> 00:05:30,350
ให้เกิดกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอม

44
00:05:34,113 --> 00:05:38,113
แบบจำเพาะขึ้นซึ่งกลไกการต่อต้านแบบจำเพาะ การที่ร่างกาย

45
00:05:40,629 --> 00:05:44,629

46
00:05:46,882 --> 00:05:50,882
ข้อมูลที่ได้เรียนผ่านมา

47
00:05:51,150 --> 00:05:54,201
ก็มีคำถาม

48
00:05:54,201 --> 00:05:58,018
ก

49
00:05:58,018 --> 00:06:02,018
่อนที่จะเข้าไปเรียนคำถามแรก

50
00:06:05,509 --> 00:06:09,509

51
00:06:12,911 --> 00:06:16,911
และนำไปทำลายต่อไป

52
00:06:36,030 --> 00:06:40,030
เข้ามาภายในเนื้อเยื่อร่างกายเราแล้วนี่ จะเกิดการทำงานในร่า

53
00:07:00,907 --> 00:07:04,907
งกายที่ทำหน้าที่

54
00:07:07,024 --> 00:07:11,024
แอนติเจน

55
00:07:13,114 --> 00:07:16,477
ที่เข้ามาในร่างกาย

56
00:07:16,477 --> 00:07:20,477
ให้

57
00:07:27,752 --> 00:07:31,752
ภาษาอังกฤษเราเรียกว่า

58
00:07:35,938 --> 00:07:39,938
ไซโตท็อกซิก ทีเซลล์ ตรวจ

59
00:07:42,931 --> 00:07:46,841
ส่วนผู้ช่วยเนี่ย

60
00:07:46,841 --> 00:07:50,841
กระตุ้นต่าง ๆ

61
00:08:00,457 --> 00:08:04,457
ลักษณะ

62
00:08:08,562 --> 00:08:11,597
ซึ่งเมลโมลีเซลล์นี่ ทำไมถึงต้องจำ

63
00:08:11,597 --> 00:08:15,597
เ

64
00:08:19,983 --> 00:08:21,303
มื่อสนองต่อกระตุ้นให้

65
00:08:21,303 --> 00:08:25,303
เซลล์บีนะครับ

66
00:08:30,092 --> 00:08:32,161
เ

67
00:08:32,161 --> 00:08:34,322
มื่อกี้ข้อมูลเมื่อกี้นะครับ  เดี๋ยวลงมาสรุป

68
00:08:34,322 --> 00:08:38,322
รูปภาพ

69
00:08:39,978 --> 00:08:42,914
ได้เลยเพื่อนมีแอนติเจน เข้ามาในนี้นะครับ

70
00:08:42,914 --> 00:08:46,914
จะไปกระตุ้นการทำงานของ

71
00:08:48,565 --> 00:08:52,565
ช่วยทำลาย

72
00:08:56,360 --> 00:09:00,360
จะเพิ่มจำนวน

73
00:09:04,630 --> 00:09:06,387
หรือเปลี่ยนไปเป็นเซลล์พลาสมา ทำหน้าที่

74
00:09:06,387 --> 00:09:10,387
สร้าง

75
00:09:13,196 --> 00:09:17,196
แล้วก็

76
00:09:17,296 --> 00:09:21,296
นำไปทำลายต่อครับ

77
00:09:21,536 --> 00:09:25,109
เ

78
00:09:25,109 --> 00:09:29,109
ซลล์ทีผู้ช่วยนี่ตำรวจ

79
00:09:35,692 --> 00:09:39,692

80
00:09:48,180 --> 00:09:52,180

81
00:09:55,839 --> 00:09:59,839
กระตุ้นให้เพิ่มจำนวน

82
00:10:06,981 --> 00:10:10,981
ก็จะเข้าไปทำลาย เซลล์แปลก

83
00:10:16,682 --> 00:10:17,784
ปลอมหรือเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสนั่นเองนะครับ จะเป็น

84
00:10:17,784 --> 00:10:21,784
สรุป

85
00:10:23,075 --> 00:10:27,075
ครูบอกว่าเป็น

86
00:10:32,403 --> 00:10:36,403
เซลล์ทีผู้ช่วย

87
00:10:38,120 --> 00:10:41,727
และ

88
00:10:41,727 --> 00:10:45,727
เซลล์

89
00:10:59,166 --> 00:11:01,084
เราลองมาตรวจสอบความเข้าใจกันดูนะครับ

90
00:11:01,084 --> 00:11:03,685
ว่า

91
00:11:03,685 --> 00:11:05,642
เ

92
00:11:05,642 --> 00:11:09,642
ซลล์ทีผู้ช่วยไม่สามารถมาทำงานได้

93
00:11:20,309 --> 00:11:22,861
หลังจากที่เราได้ตรวจสอบแล้วนะครับ

94
00:11:22,861 --> 00:11:26,861
ครูจะมีข้อความใหเ้ชนัก

95
00:11:31,725 --> 00:11:35,725
เรียนอ่านนะครับ ปัจจุบัน

96
00:11:37,503 --> 00:11:39,066
โลกมันพัฒนามาทำให้

97
00:11:39,066 --> 00:11:41,397
พบ

98
00:11:41,397 --> 00:11:45,397
โรคที่เคยอยู่ในประเทศ

99
00:11:46,509 --> 00:11:50,509
ตัวอย่างเช่น

100
00:11:55,018 --> 00:11:59,018
โรคเมิลร์สนะครับ ได้รับ

101
00:12:00,170 --> 00:12:02,862
มีความเสี่ยงที่จะติดโรคได้

102
00:12:02,862 --> 00:12:06,862
กลุ่มเสี่ยงที่เกิดขึ้น

103
00:12:07,307 --> 00:12:09,234
ที่อาจจะเกิดอันตรายจากดรคนี้ได้ง่ายกว่าปกตินะครับ เช่นเด็กเล็ก

104
00:12:09,234 --> 00:12:13,234
ผู้สูงอายุ

105
00:12:14,690 --> 00:12:17,640
ก็คือว่า

106
00:12:17,640 --> 00:12:18,426
เราจะมีวิธีการในการลด

107
00:12:18,426 --> 00:12:22,426
ความเสี่ยง

108
00:12:30,123 --> 00:12:34,123
ขแอโรคที่จะเกิดขึ้นอย่างไรได้บ้างคำตอบก็คือ

109
00:12:35,119 --> 00:12:38,253
เราต้องทำการศึกษาและทำความเข้าใจ

110
00:12:38,253 --> 00:12:41,808
วิธีการป้องกันตนเองโรค

111
00:12:41,808 --> 00:12:45,808
วันที่เราทำกันอยู่

112
00:12:50,341 --> 00:12:53,569
การกินร้อน ล้างมือบ่อย ๆ การใส่หน้ากากอนามัย Social distancing

113
00:12:53,569 --> 00:12:57,569
แล้ว

114
00:12:57,973 --> 00:13:00,262
วิธีการหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยง

115
00:13:00,262 --> 00:13:04,262

116
00:13:07,690 --> 00:13:09,266
การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย

117
00:13:09,266 --> 00:13:13,266
ทำได้อย่างไรบ้าง

118
00:13:16,659 --> 00:13:20,659
ครูจะมีรูปตัวอย่างการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้

119
00:13:22,131 --> 00:13:23,600
2 รูปรูได้ก็จะเป็นการที่ทารกเนี่ย

120
00:13:23,600 --> 00:13:25,806
กินนม

121
00:13:25,806 --> 00:13:29,806
ก็รู้ที่ 2

122
00:13:34,010 --> 00:13:38,010
การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทั้ง 2 รูปนี้

123
00:13:44,130 --> 00:13:47,058
การที่ทารกนี่

124
00:13:47,058 --> 00:13:49,201
ได้รับ

125
00:13:49,201 --> 00:13:53,201
ต่างจาก

126
00:13:53,372 --> 00:13:56,626
เราจะเรียกการติดตั้งแบบนี้ว่า

127
00:13:56,626 --> 00:13:58,802
ทารก

128
00:13:58,802 --> 00:14:02,695
ได้รับ

129
00:14:02,695 --> 00:14:05,264
ส่วนการฉีดวัคซีนน

130
00:14:05,264 --> 00:14:08,385
ะครับเป็นการที่

131
00:14:08,385 --> 00:14:11,093
ต้องค่อย ๆ พัฒนา

132
00:14:11,093 --> 00:14:13,470
ภ

133
00:14:13,470 --> 00:14:17,470
ูมิคุ้มกันขึ้นมาเองแบบนี้ว่า

134
00:14:17,491 --> 00:14:19,925
ซึ่งการสร้างโครงการ

135
00:14:19,925 --> 00:14:23,925

136
00:14:24,859 --> 00:14:26,525
อธิบายได้ไหม ว่า

137
00:14:26,525 --> 00:14:30,124
ทั้ง 2 แบบเนี่ย

138
00:14:30,124 --> 00:14:34,124
อาการอย่างไร

139
00:14:40,251 --> 00:14:42,103
เพียงตอบคำถามนี้ไม่ได้

140
00:14:42,103 --> 00:14:46,103
หรอกนะขอดูเพิ่มเติมให้นะคะ

141
00:14:46,884 --> 00:14:50,884
ก็คือ

142
00:14:54,594 --> 00:14:58,594
สถานเสาวภาสภากาชาดไทยจะเป็นแหล่งผลิตเซรุ่ม

143
00:15:00,630 --> 00:15:04,630
รูปเนี่ยนะครับ

144
00:15:11,729 --> 00:15:15,729
เพื่อกระตุ้นให้หมาแดกสร้าง

145
00:15:20,107 --> 00:15:24,107
ตรวจที่เป็นเซรุ่ม

146
00:15:29,072 --> 00:15:33,072
หรือว่า

147
00:15:35,873 --> 00:15:38,273
แล้วก็

148
00:15:38,273 --> 00:15:42,273
การผลิตเซรุ่มอาศัยหลักการ

149
00:15:56,399 --> 00:16:00,399
เซรุ่ม

150
00:16:12,826 --> 00:16:16,826
ทำให้ร่างกายได้รับ

151
00:16:19,315 --> 00:16:23,315
สามารถ

152
00:16:28,418 --> 00:16:32,418
ไม่นานนะครับ

153
00:16:37,974 --> 00:16:41,974
รูปที่ถ่าย

154
00:16:42,205 --> 00:16:44,976
ที่

155
00:16:44,976 --> 00:16:48,976
ทารกกินนมแม่ก็เป็น

156
00:16:50,115 --> 00:16:51,102

157
00:16:51,102 --> 00:16:55,102
จะคลอดทารกจะได้รับ

158
00:16:59,706 --> 00:17:03,706
ตอนที่

159
00:17:06,218 --> 00:17:09,769
แผนภาพ

160
00:17:09,769 --> 00:17:13,769
กูก็จะได้รับภ

161
00:17:17,745 --> 00:17:21,745
ูมิจะอยู่ได้ชั่วคราวมาแค่ 2-3 เดือน

162
00:17:22,498 --> 00:17:25,652
จะเป็นการส่งผ่าน

163
00:17:25,652 --> 00:17:28,344
antibody

164
00:17:28,344 --> 00:17:32,196
มากขี้

165
00:17:32,196 --> 00:17:35,801
วิธีการคลอดลูก

166
00:17:35,801 --> 00:17:36,979
เกาะ

167
00:17:36,979 --> 00:17:38,205
การให้

168
00:17:38,205 --> 00:17:42,205
น้ำนม

169
00:17:42,361 --> 00:17:43,185
ลูกในช่วงแรกคลอดเป็นมากครับ

170
00:17:43,185 --> 00:17:45,382
ช่วย

171
00:17:45,382 --> 00:17:47,258
ซึ่ง

172
00:17:47,258 --> 00:17:48,283
เราควรจะให้น้ำนม

173
00:17:48,283 --> 00:17:52,283
ลูก

174
00:17:52,732 --> 00:17:56,732
กว่าลูกจะพัฒนา

175
00:18:01,361 --> 00:18:05,361
หลังจากฃที่เราได้รู้จักกันนานแล้วนะครับ

176
00:18:09,557 --> 00:18:13,557
มีข้อความเพิ่มเติมให้

177
00:18:15,071 --> 00:18:19,071
ปกติแล้วนี่

178
00:18:19,406 --> 00:18:23,406
คนที่ป่วยเป็นโรคคางทูม โรคอีสุกอีใส

179
00:18:23,717 --> 00:18:27,717
เมื่อได้รับเชื้อ

180
00:18:35,169 --> 00:18:37,129
เราก็ไม่ป่วยด้วยโรคนี้เลยครับ

181
00:18:37,129 --> 00:18:41,129
เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น

182
00:18:49,846 --> 00:18:53,288
เราลองค่อย ๆ มา

183
00:18:53,288 --> 00:18:57,288
ศึกษากันไปนะครับ เรามีข้อมูลนะครับ

184
00:19:11,204 --> 00:19:13,258
อันนี้เป็นตาราง

185
00:19:13,258 --> 00:19:14,807
ที่ปรับมาจากตารางการให้วัคซีนเด็กไทยนะครับ

186
00:19:14,807 --> 00:19:18,807
สมาคม

187
00:19:21,346 --> 00:19:22,829
ตาราง

188
00:19:22,829 --> 00:19:26,829

189
00:19:31,626 --> 00:19:35,183
เห็นว่า

190
00:19:35,183 --> 00:19:38,749
จากข้อมูลเด็กอายุแรกเกิดถึง

191
00:19:38,749 --> 00:19:42,749
ป้องกัน

192
00:19:56,198 --> 00:20:00,198
ช่วงอายุประมาณ 6 เดือนถึง 2 ปี

193
00:20:02,145 --> 00:20:06,145
ช่วงอายุประมาณ 9 เดือน

194
00:20:07,101 --> 00:20:11,101
ถึง 1 ปีนี่ ก็จะได้รับได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรค

195
00:20:12,908 --> 00:20:16,908
รวมทั้งป้องกันโรคไข้สมองอักเสบG

196
00:20:18,907 --> 00:20:19,684
หลังจากนั้นนี่ตั้งแต่อายุประมาณ 18 เดือน 6 ปี

197
00:20:19,684 --> 00:20:22,400

198
00:20:22,400 --> 00:20:25,017

199
00:20:25,017 --> 00:20:28,475
ครั้ง 3 ครั้ง

200
00:20:28,475 --> 00:20:32,475
ทำงาน

201
00:20:33,586 --> 00:20:37,586
สัก11-12 ปีครับ เรียนที่ประมาณป 5

202
00:20:37,629 --> 00:20:41,629
ป้องกันมะเร็งปากมดลูก

203
00:20:43,589 --> 00:20:44,584
แล้วก็ในช่วงอายุต่าง ๆ ของเด็กผู้หญิงผู้ชาย

204
00:20:44,584 --> 00:20:46,532
จะได้รับ

205
00:20:46,532 --> 00:20:50,532
วัคซีน

206
00:20:51,884 --> 00:20:55,884
ปกติ

207
00:20:57,228 --> 00:21:01,228
ทุก ๆ 10 ปี

208
00:21:04,228 --> 00:21:07,341
จากข้อมูลได้มาเป็นตาราง

209
00:21:07,341 --> 00:21:09,007
สิ่งที่จำเป็นสำหรับที่ให้กับทุกคน

210
00:21:09,007 --> 00:21:12,581
ก

211
00:21:12,581 --> 00:21:16,574
ารให้วัคซีนเป็นการเสริมสร้างองค์การแบบใด

212
00:21:16,574 --> 00:21:18,247
ถือว่า

213
00:21:18,247 --> 00:21:20,291
การให้วัคซีน

214
00:21:20,291 --> 00:21:22,006
การของ

215
00:21:22,006 --> 00:21:26,006
แอนติเจน

216
00:21:32,195 --> 00:21:34,380
นักเรียน

217
00:21:34,380 --> 00:21:37,147
เคยมีประสบการณ์

218
00:21:37,147 --> 00:21:38,588
การที่

219
00:21:38,588 --> 00:21:42,588
เคยฉีดวัคซีนกันมาก่อน

220
00:21:42,981 --> 00:21:45,348
อาาจะเจ็บแขน เป็นไข้นะครับ

221
00:21:45,348 --> 00:21:47,132
เสี่ยก็เป็น

222
00:21:47,132 --> 00:21:49,798
การเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

223
00:21:49,798 --> 00:21:53,798
เรียกว่าคุ้มกัน

224
00:21:54,077 --> 00:21:58,077
ฉันว่ามันเป็นภูมิคุ้มกันก่อเอง

225
00:22:00,402 --> 00:22:02,254

226
00:22:02,254 --> 00:22:05,454
วัคซีองค์ประกอบ

227
00:22:05,454 --> 00:22:09,454
เป็นส่วนประกอบของเชื้อโรคนะครับ

228
00:22:10,870 --> 00:22:12,372
ที่เป็นเซลล์ที่ตายแล้วบางชนิด

229
00:22:12,372 --> 00:22:14,947
จะเป็นเชื้อโรคที่ทำให้

230
00:22:14,947 --> 00:22:16,413
ชนิด

231
00:22:16,413 --> 00:22:20,254
เป็นสารพิษ

232
00:22:20,254 --> 00:22:24,025
ที่ทำให้หมดสภาพก็เป็นอีกแล้ว

233
00:22:24,025 --> 00:22:26,789
มาใช้ในการผลิต

234
00:22:26,789 --> 00:22:30,789
วัคซีน

235
00:22:33,243 --> 00:22:34,277
การที่ร่างกายได้รับวัคซีน

236
00:22:34,277 --> 00:22:35,496
เข้าไป

237
00:22:35,496 --> 00:22:39,496
จะช่วยป้องกัน

238
00:22:40,034 --> 00:22:44,034
โรคที่จะเกิดกับร่างกาย

239
00:22:48,893 --> 00:22:52,557
ของเราได้นะครับ ช่วยป้องกันโรคที่สามารถติดต่อได้

240
00:22:52,557 --> 00:22:53,845
คนไป

241
00:22:53,845 --> 00:22:56,827
สู่คนอื่น ๆ ได้ วัคซีนป้องกันโรคหัด

242
00:22:56,827 --> 00:23:00,827
ไข้หวัดใหญ่

243
00:23:03,869 --> 00:23:04,522
โดยตรงวัคซีน ที่ออกมาว่ามีอุปกรณ์จะทำหน้าที่

244
00:23:04,522 --> 00:23:07,187
แอนติเจน

245
00:23:07,187 --> 00:23:10,433
ที่เมื่อเข้าไปในร่างกายแล้วก

246
00:23:10,433 --> 00:23:14,433
ระตุ้นต่างร่างกายให้เกิดการตอบสนอง

247
00:23:15,502 --> 00:23:18,210
ภูมิคุ้มกันที่ถูกกระตุ้นด้วยวัคซีน

248
00:23:18,210 --> 00:23:22,210
จะมีการเตรียมพร้อมที่จะตอบสนอง

249
00:23:23,042 --> 00:23:24,626
เช่นเดียวกับการที่ได้รับเชื้อโรค

250
00:23:24,626 --> 00:23:28,626
เป้าหมายร่างกาย

251
00:23:34,668 --> 00:23:36,609
ร่างกายได้รับวัคซีนที่เมื่อกี้บอกว่าทำหน้าที่เป็น

252
00:23:36,609 --> 00:23:39,694
แอนติเจน

253
00:23:39,694 --> 00:23:43,694
สนองด้วยการสร้างขึ้นมา

254
00:23:44,199 --> 00:23:48,199
กระตุ้น

255
00:23:52,938 --> 00:23:55,772
เซลล์ นอกจากนี้

256
00:23:55,772 --> 00:23:59,772
กรุตุ้นให้มีการสร้าง

257
00:23:59,797 --> 00:24:02,883
ที่เซลล์จำเพต่อเชื้อโรคด้วย

258
00:24:02,883 --> 00:24:04,072
และเพื่อ

259
00:24:04,072 --> 00:24:05,103
ได้รับ

260
00:24:05,103 --> 00:24:08,237
เซลล์บี

261
00:24:08,237 --> 00:24:12,237
ชนิดเดียวกับที่เราเคยให้

262
00:24:12,507 --> 00:24:14,294
ระบบภูมิคุ้มกันจะสามารถกระตุ้นเซลล์

263
00:24:14,294 --> 00:24:18,294
สร้าง

264
00:24:18,581 --> 00:24:21,576
กระ

265
00:24:21,576 --> 00:24:24,784

266
00:24:24,784 --> 00:24:28,388
ตุ้นเซลล์ที เพื่อทำลายเชื้อโรค ได้อย่างรวดเร็ว

267
00:24:28,388 --> 00:24:29,990
เราก็ได้

268
00:24:29,990 --> 00:24:33,990
เรียนรู้

269
00:24:34,695 --> 00:24:38,695
เรียนรู้คุณ

270
00:24:40,783 --> 00:24:44,570
ลองดูข้อความที่ครูให้

271
00:24:44,570 --> 00:24:47,569
หรือว่า

272
00:24:47,569 --> 00:24:51,569
ตั้งแต่เราเกิดมานี่เราได้รับ

273
00:24:54,053 --> 00:24:58,053
ก็ได้รับภูมิคุ้มกันผ่นนน้ำนมแม่

274
00:24:59,601 --> 00:25:01,171
เราก็เล่นได้ร

275
00:25:01,171 --> 00:25:05,171

276
00:25:05,903 --> 00:25:09,903
ับวัคซีน เพื่อให้ร่างกาย

277
00:25:10,708 --> 00:25:14,708
เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้คำถาม

278
00:25:18,648 --> 00:25:22,621
ก็คือว่า

279
00:25:22,621 --> 00:25:26,621
นักเรียนเคยได้รับวัคซีน

280
00:25:27,646 --> 00:25:31,646
ป้องกันโรคอะไรกันมาบ้างแล้ว ลองคิดดูกับเพื่อน ๆ เพื่อน

281
00:25:32,307 --> 00:25:36,307
ตอนนี้

282
00:25:39,496 --> 00:25:40,849
จำกันไม่ได้หรือกว่า

283
00:25:40,849 --> 00:25:44,849
ได้รับ

284
00:25:45,303 --> 00:25:47,398
ครูจำไม่ได้ว่าตารางเดิม ตาราง

285
00:25:47,398 --> 00:25:51,398
สิ่งที่จำเป็นที่ต้องให้

286
00:25:52,018 --> 00:25:56,018
ตาราง

287
00:26:03,311 --> 00:26:04,132
เพราะเหตุใดจึงต้องได้รับวัคซีน

288
00:26:04,132 --> 00:26:06,342
จะต้อง

289
00:26:06,342 --> 00:26:10,342
ได้รับถึง 3 ครั้ง ในช่วงวัย

290
00:26:17,148 --> 00:26:18,616
แรก ๆ ของช่วงอายุ 1-3 ปี นอกจาก

291
00:26:18,616 --> 00:26:20,397
สิ่งที่

292
00:26:20,397 --> 00:26:22,331
จำเป็นต้องให้เป็นอีกแล้ว

293
00:26:22,331 --> 00:26:23,669
นักเรียนคิดว่า

294
00:26:23,669 --> 00:26:25,660
วัคซีน

295
00:26:25,660 --> 00:26:27,440
ชนิดใดอีกบ้างที่

296
00:26:27,440 --> 00:26:29,158
แม้กระทั่ง

297
00:26:29,158 --> 00:26:32,336
คนที่โตแล้วเป็นผู้ใหญ่

298
00:26:32,336 --> 00:26:36,336
อันนี้

299
00:26:48,196 --> 00:26:52,196
และลองไป

300
00:26:52,849 --> 00:26:55,198
ช่วยกันคิดหาคำตอบดูนะครับ จากที่ที่เรียนมาทั้งหมดนะครับ

301
00:26:55,198 --> 00:26:56,505
เราลองมาตรวจสอบจ่าย

302
00:26:56,505 --> 00:26:58,190
เรื่องของกู

303
00:26:58,190 --> 00:27:02,190
ตั้งปลุก

304
00:27:06,107 --> 00:27:07,671
เข้าใจ

305
00:27:07,671 --> 00:27:11,671
หรือว่า

306
00:27:12,739 --> 00:27:16,739
จึงต้อง จดจำลักษณะของงูที่กัด

307
00:27:19,020 --> 00:27:20,619
คำถามที่สองก็คือว่า

308
00:27:20,619 --> 00:27:22,030
การให้วัคซีน

309
00:27:22,030 --> 00:27:23,398
และ

310
00:27:23,398 --> 00:27:26,694
การให้เซรุ่ม

311
00:27:26,694 --> 00:27:30,694
มีผลต่อร่างกายเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

312
00:27:42,530 --> 00:27:45,493
และหลังจากที่

313
00:27:45,493 --> 00:27:46,882
ล

314
00:27:46,882 --> 00:27:50,882
องตรวจสอบความเข้าใจกันดูแล้วนีเราลองมาดูกันว่า

315
00:28:03,975 --> 00:28:07,735
อันแรกเลยก็คือว่า

316
00:28:07,735 --> 00:28:08,988
กลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอม

317
00:28:08,988 --> 00:28:12,988
เกี่ยวข้อง

318
00:28:15,134 --> 00:28:19,134
กลุ่มเ

319
00:28:19,300 --> 00:28:23,300
ม็ดเลือกขาว ลิมโฟไซต์ มีความจำเพาะ

320
00:28:27,762 --> 00:28:31,762
เมื่อแอนติเจน เข้าไปในนี้ได้แล้ว

321
00:28:44,930 --> 00:28:47,087
ส่วนเซลล์ ที ก็จะถูกกระตุ้น

322
00:28:47,087 --> 00:28:51,087
ให้ทำหน้าที่

323
00:28:57,419 --> 00:29:01,419
เซลล์ทีที่ทำลายสิ่งแปลกปลอมและเซลล์ทีที่เป็นผูัช่วย ไปหาดูกัน

324
00:29:03,506 --> 00:29:07,506
ก็จะพัฒนาไปเป็นเเซลล์บี

325
00:29:15,968 --> 00:29:18,991

326
00:29:18,991 --> 00:29:22,991

327
00:29:26,295 --> 00:29:30,295
กระตุ้นใน้เซลล์บีทำงานได้ดี ส่วนเรื่องการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้วยนะครับ

328
00:29:32,286 --> 00:29:36,286
เป็นการ

329
00:29:36,711 --> 00:29:40,138
ที่มีความจำเพาะและทำลายเชื้อโรค

330
00:29:40,138 --> 00:29:44,138
แต่อาจจะไม่ได้อยู่ในร่างกาย

331
00:29:46,317 --> 00:29:50,317
เราได้นานนะครับ ส่วน

332
00:29:51,274 --> 00:29:55,274
การสร้างภูทิคุ้มกันแบบก่อเอง การที่ร่างกายได้รับเชื้อโรค

333
00:29:57,718 --> 00:30:01,718
กระตุ้นให้ร่างกายสร้างเซลล์แอนติบอดี

334
00:30:09,348 --> 00:30:11,145
กระตุ้นที่เกิดการสร้างเซลล์ความจำ

335
00:30:11,145 --> 00:30:14,996
ทั้งหมดนี่

336
00:30:14,996 --> 00:30:17,080
ทำขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมในการที่

337
00:30:17,080 --> 00:30:20,961
เชื้อโรคที่ข้ามานี่

338
00:30:20,961 --> 00:30:21,585
สามารถ

339
00:30:21,585 --> 00:30:25,585
และ

340
00:30:30,444 --> 00:30:32,089
ในตอนต่อไปนี้ครับ

341
00:30:32,089 --> 00:30:35,395
เราก็จะยังอยู่กับ

342
00:30:35,395 --> 00:30:36,762
เรื่องระบบภูมิคุ้มกันซึ่งเป็นตอนที่ 3 นะครับ

343
00:30:36,762 --> 00:30:40,762
ในตอนที่ 3 นี่

344
00:30:42,760 --> 00:30:46,693
ถ้าระบบภูมิคุ้มกันของเรา

345
00:30:46,693 --> 00:30:50,693
จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

346
00:30:51,294 --> 00:30:53,492
เราค่อยมาติดตามกัน

347
00:30:53,492 --> 00:30:57,492
สำหรับวันนี้สวัสดครับ

