--- title: ระบบภูมิคุ้มกัน ตอน 2 กลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะ (30.49 นาที) subtitle: date: วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม 2567 เวลา 09.15 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) สวัสดีครับ นักเรียนวันนี้มาพบกับคุณครูธีรภนะครับ ในคลิปการสอนเรื่องระบบกันตอนที่ 2 ในเรื่องนี้นี่นะครับ จะอยู่ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพนะครับ ก็ย่อยที่จุดประสงค์การเรียนรู้ของเรื่องนี้นะครับ กลไกการต่อต้านต่อไปนี้นะครับ จะมีข้อความเปลี่ยนถามแรกก็คือกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งก็คือ คำถามที่ 2 กลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะเหตุใด ยังต้องมีกลไกการต่อต้านหรือทำลายได้นะครับ เดี๋ยวเราลองมาหาคำตอบกัน กลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะ จะเป็นการต่อต้านหรือทำลาย เกี่ยวข้องกับการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวถ้าลืมไปแล้ว ขึ้นเติมที่ครูเคยให้ไว้แล้ว เรามาทำความรู้จักกันเซลล์เ ซลล์เม็ดเลือดขาวกลุ่มฟาโกไซต์นี่แรกนึกว่า เซลล์บี เซลล์พืช และเซลล์ เกี่ยวข้องกับ ที่มาของคำว่านะไม่รู้จัก ลองดูรูปที่คุณครูให้มา พิจารณาตอนนี้นะครับได้ไหมครับ ว่าความสัมพันธ์จะตอบได้ตรงไปตรงมา ซึ่งจากร฿จะเห็นว่าสามารถเป็นได้แล้วก็มีบริเวณที่สามาร ถการตัดกันของ แอนติเจน ห้องเป็นโมเลกุลของสารครั บ อาจจะเป็น เชื้อโรคเช่น ไวรัส ไปกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายเราให้เกิดกลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะขึ้นซึ่งกลไกการต่อต้านแบบจำเพาะ การที่ร่างกาย ข้อมูลที่ได้เรียนผ่านมาก็มีคำถามก่อนที่จะเข้าไปเรียนคำถามแรกและนำไปทำลายต่อไปเข้ามาภายในเนื้อเยื่อร่างกายเราแล้วนี่ จะเกิดการทำงานในร่างกายที่ทำหน้าที่แอนติเจน ที่เข้ามาในร่างกายให้ ภาษาอังกฤษเราเรียกว่า ไซโตท็อกซิก ทีเซลล์ ตรวจส่วนผู้ช่วยเนี่ยกระตุ้นต่าง ๆ ลักษณะซึ่งเมลโมลีเซลล์นี่ ทำไมถึงต้องจำเมื่อสนองต่อกระตุ้นให้เซลล์บีนะครับ เมื่อกี้ข้อมูลเมื่อกี้นะครับ เดี๋ยวลงมาสรุปรูปภาพได้เลยเพื่อนมีแอนติเจน เข้ามาในนี้นะครับ จะไปกระตุ้นการทำงานของช่วยทำลายจะเพิ่มจำนวนหรือเปลี่ยนไปเป็นเซลล์พลาสมา ทำหน้าที่สร้างแล้วก็นำไปทำลายต่อครับ เซลล์ทีผู้ช่วยนี่ตำรวจกระตุ้นให้เพิ่มจำนวน ก็จะเข้าไปทำลาย เซลล์แปลกปลอมหรือเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสนั่นเองนะครับ จะเป็นสรุปครูบอกว่าเป็น เซลล์ทีผู้ช่วยและเซลล์ เราลองมาตรวจสอบความเข้าใจกันดูนะครับ ว่าเซลล์ทีผู้ช่วยไม่สามารถมาทำงานได้ หลังจากที่เราได้ตรวจสอบแล้วนะครับ ครูจะมีข้อความใหเ้ชนักเรียนอ่านนะครับ ปัจจุบันโลกมันพัฒนามาทำให้ พบโรคที่เคยอยู่ในประเทศตัวอย่างเช่น โรคเมิลร์สนะครับ ได้รับมีความเสี่ยงที่จะติดโรคได้กลุ่มเสี่ยงที่เกิดขึ้น ที่อาจจะเกิดอันตรายจากดรคนี้ได้ง่ายกว่าปกตินะครับ เช่นเด็กเล็กผู้สูงอายุก็คือว่าเราจะมีวิธีการในการลดความเสี่ยง ขแอโรคที่จะเกิดขึ้นอย่างไรได้บ้างคำตอบก็คือเราต้องทำการศึกษาและทำความเข้าใจ วิธีการป้องกันตนเองโรค วันที่เราทำกันอยู่ การกินร้อน ล้างมือบ่อย ๆ การใส่หน้ากากอนามัย Social distancingแล้ว วิธีการหนึ่งที่ช่วยลดความเสี่ยง การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายทำได้อย่างไรบ้าง ครูจะมีรูปตัวอย่างการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ 2 รูปรูได้ก็จะเป็นการที่ทารกเนี่ยกินนมก็รู้ที่ 2การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทั้ง 2 รูปนี้ การที่ทารกนี่ได้รับต่างจากเราจะเรียกการติดตั้งแบบนี้ว่าทารกได้รับส่วนการฉีดวัคซีนนะครับเป็นการที่ต้องค่อย ๆ พัฒนาภูมิคุ้มกันขึ้นมาเองแบบนี้ว่าซึ่งการสร้างโครงการ อธิบายได้ไหม ว่าทั้ง 2 แบบเนี่ยอาการอย่างไรเพียงตอบคำถามนี้ไม่ได้หรอกนะขอดูเพิ่มเติมให้นะคะ ก็คือสถานเสาวภาสภากาชาดไทยจะเป็นแหล่งผลิตเซรุ่มรูปเนี่ยนะครับ เพื่อกระตุ้นให้หมาแดกสร้างตรวจที่เป็นเซรุ่มหรือว่าแล้วก็การผลิตเซรุ่มอาศัยหลักการเซรุ่มทำให้ร่างกายได้รับสามารถไม่นานนะครับ รูปที่ถ่ายที่ทารกกินนมแม่ก็เป็นจะคลอดทารกจะได้รับตอนที่แผนภาพกูก็จะได้รับภูมิจะอยู่ได้ชั่วคราวมาแค่ 2-3 เดือนจะเป็นการส่งผ่านantibodyมากขี้วิธีการคลอดลูกเกาะการให้น้ำนมลูกในช่วงแรกคลอดเป็นมากครับ ช่วยซึ่งเราควรจะให้น้ำนมลูกกว่าลูกจะพัฒนาหลังจากฃที่เราได้รู้จักกันนานแล้วนะครับ มีข้อความเพิ่มเติมให้ ปกติแล้วนี่คนที่ป่วยเป็นโรคคางทูม โรคอีสุกอีใส เมื่อได้รับเชื้อเราก็ไม่ป่วยด้วยโรคนี้เลยครับ เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นเราลองค่อย ๆ มาศึกษากันไปนะครับ เรามีข้อมูลนะครับ อันนี้เป็นตารางที่ปรับมาจากตารางการให้วัคซีนเด็กไทยนะครับ สมาคมตารางเห็นว่า จากข้อมูลเด็กอายุแรกเกิดถึง ป้องกันช่วงอายุประมาณ 6 เดือนถึง 2 ปีช่วงอายุประมาณ 9 เดือนถึง 1 ปีนี่ ก็จะได้รับได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรค รวมทั้งป้องกันโรคไข้สมองอักเสบG หลังจากนั้นนี่ตั้งแต่อายุประมาณ 18 เดือน 6 ปี ครั้ง 3 ครั้งทำงานสัก11-12 ปีครับ เรียนที่ประมาณป 5ป้องกันมะเร็งปากมดลูกแล้วก็ในช่วงอายุต่าง ๆ ของเด็กผู้หญิงผู้ชายจะได้รับวัคซีนปกติ ทุก ๆ 10 ปี จากข้อมูลได้มาเป็นตารางสิ่งที่จำเป็นสำหรับที่ให้กับทุกคนการให้วัคซีนเป็นการเสริมสร้างองค์การแบบใด ถือว่าการให้วัคซีน การของแอนติเจน นักเรียนเคยมีประสบการณ์การที่เคยฉีดวัคซีนกันมาก่อนอาาจะเจ็บแขน เป็นไข้นะครับ เสี่ยก็เป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันเรียกว่าคุ้มกัน ฉันว่ามันเป็นภูมิคุ้มกันก่อเอง วัคซีองค์ประกอบเป็นส่วนประกอบของเชื้อโรคนะครับ ที่เป็นเซลล์ที่ตายแล้วบางชนิดจะเป็นเชื้อโรคที่ทำให้ชนิดเป็นสารพิษที่ทำให้หมดสภาพก็เป็นอีกแล้วมาใช้ในการผลิตวัคซีนการที่ร่างกายได้รับวัคซีน เข้าไปจะช่วยป้องกันโรคที่จะเกิดกับร่างกายของเราได้นะครับ ช่วยป้องกันโรคที่สามารถติดต่อได้ คนไปสู่คนอื่น ๆ ได้ วัคซีนป้องกันโรคหัด ไข้หวัดใหญ่ โดยตรงวัคซีน ที่ออกมาว่ามีอุปกรณ์จะทำหน้าที่แอนติเจน ที่เมื่อเข้าไปในร่างกายแล้วกระตุ้นต่างร่างกายให้เกิดการตอบสนองภูมิคุ้มกันที่ถูกกระตุ้นด้วยวัคซีน จะมีการเตรียมพร้อมที่จะตอบสนอง เช่นเดียวกับการที่ได้รับเชื้อโรค เป้าหมายร่างกาย ร่างกายได้รับวัคซีนที่เมื่อกี้บอกว่าทำหน้าที่เป็น แอนติเจน สนองด้วยการสร้างขึ้นมา กระตุ้นเซลล์ นอกจากนี้กรุตุ้นให้มีการสร้างที่เซลล์จำเพต่อเชื้อโรคด้วยและเพื่อได้รับเซลล์บีชนิดเดียวกับที่เราเคยให้ระบบภูมิคุ้มกันจะสามารถกระตุ้นเซลล์สร้างกระตุ้นเซลล์ที เพื่อทำลายเชื้อโรค ได้อย่างรวดเร็วเราก็ได้เรียนรู้เรียนรู้คุณลองดูข้อความที่ครูให้หรือว่าตั้งแต่เราเกิดมานี่เราได้รับ ก็ได้รับภูมิคุ้มกันผ่นนน้ำนมแม่ เราก็เล่นได้รับวัคซีน เพื่อให้ร่างกาย เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้คำถาม ก็คือว่านักเรียนเคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคอะไรกันมาบ้างแล้ว ลองคิดดูกับเพื่อน ๆ เพื่อนตอนนี้จำกันไม่ได้หรือกว่าได้รับครูจำไม่ได้ว่าตารางเดิม ตารางสิ่งที่จำเป็นที่ต้องให้ตารางเพราะเหตุใดจึงต้องได้รับวัคซีนจะต้องได้รับถึง 3 ครั้ง ในช่วงวัยแรก ๆ ของช่วงอายุ 1-3 ปี นอกจากสิ่งที่จำเป็นต้องให้เป็นอีกแล้วนักเรียนคิดว่าวัคซีนชนิดใดอีกบ้างที่แม้กระทั่งคนที่โตแล้วเป็นผู้ใหญ่อันนี้และลองไปช่วยกันคิดหาคำตอบดูนะครับ จากที่ที่เรียนมาทั้งหมดนะครับ เราลองมาตรวจสอบจ่ายเรื่องของกูตั้งปลุกเข้าใจหรือว่าจึงต้อง จดจำลักษณะของงูที่กัด คำถามที่สองก็คือว่า การให้วัคซีนและ การให้เซรุ่ม มีผลต่อร่างกายเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรและหลังจากที่ลองตรวจสอบความเข้าใจกันดูแล้วนีเราลองมาดูกันว่า อันแรกเลยก็คือว่ากลไกการต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอมเกี่ยวข้องกลุ่มเม็ดเลือกขาว ลิมโฟไซต์ มีความจำเพาะเมื่อแอนติเจน เข้าไปในนี้ได้แล้วส่วนเซลล์ ที ก็จะถูกกระตุ้นให้ทำหน้าที่เซลล์ทีที่ทำลายสิ่งแปลกปลอมและเซลล์ทีที่เป็นผูัช่วย ไปหาดูกันก็จะพัฒนาไปเป็นเเซลล์บีกระตุ้นใน้เซลล์บีทำงานได้ดี ส่วนเรื่องการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้วยนะครับ เป็นการที่มีความจำเพาะและทำลายเชื้อโรค แต่อาจจะไม่ได้อยู่ในร่างกายเราได้นานนะครับ ส่วนการสร้างภูทิคุ้มกันแบบก่อเอง การที่ร่างกายได้รับเชื้อโรคกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเซลล์แอนติบอดีกระตุ้นที่เกิดการสร้างเซลล์ความจำทั้งหมดนี่ทำขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมในการที่เชื้อโรคที่ข้ามานี่สามารถและในตอนต่อไปนี้ครับ เราก็จะยังอยู่กับเรื่องระบบภูมิคุ้มกันซึ่งเป็นตอนที่ 3 นะครับ ในตอนที่ 3 นี่ ถ้าระบบภูมิคุ้มกันของเรา จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เราค่อยมาติดตามกันสำหรับวันนี้สวัสดครับ