﻿1
00:05:42,598 --> 00:05:45,822
(คุณครู) สวัสดีครับ วันนี้มาพบกับผม ครูธีรพัฒน์ เวชชประสิทธิ์ นะครับ

2
00:05:45,822 --> 00:05:49,822
วันนี้เราจะมาเรียนรู้กันในหัวข้อ เรื่องระบบภูมิคุ้มกัน

3
00:05:53,548 --> 00:05:55,909
ในหัวข้อระบบการบริษัทนี่จะอยู่ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์

4
00:05:55,909 --> 00:05:57,581
12

5
00:05:57,581 --> 00:06:00,268
ข้อสอบป 4

6
00:06:00,268 --> 00:06:04,268
เรื่องระบบภูมิคุ้มกัน

7
00:06:05,156 --> 00:06:07,480
วันนี้ที่รอคอยที่ 2.3 เรื่อง

8
00:06:07,480 --> 00:06:11,480
ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน

9
00:06:14,153 --> 00:06:16,900
จุดประสงค์การเรียนรู้นะครับ เมื่อนักเรียนเรียนแล้วนี่

10
00:06:16,900 --> 00:06:18,177
สืบค้นข้อมูล

11
00:06:18,177 --> 00:06:22,177
อธิบายสาเหตุ

12
00:06:22,344 --> 00:06:25,903
แนวทางการป้องกัน และการรักษา

13
00:06:25,903 --> 00:06:29,903
โรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันได้

14
00:06:31,844 --> 00:06:32,910
ถัดมา ก็คือนักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูล แล้วก็อธิบายกลไก

15
00:06:32,910 --> 00:06:36,379
ภาวะ

16
00:06:36,379 --> 00:06:40,007
ภูมิคุ้มกันที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัส

17
00:06:40,007 --> 00:06:44,007
แล้วก็เข้าสายนะครับ

18
00:06:45,588 --> 00:06:49,588
เปลี่ยนสามารถผูกสาเหตุการป้องกัน

19
00:06:52,324 --> 00:06:53,733
ที่นักเรียนได้เรียน

20
00:06:53,733 --> 00:06:56,938
แนวคิดการสอน

21
00:06:56,938 --> 00:07:00,938
เรื่องระบบภูมิคุ้มกันตอนที่ 1 และ 2 มาแล้ว นะครับ

22
00:07:03,129 --> 00:07:07,129
ก็จะได้ทราบกันแล้ว ว่ากลไกการต่อต้าน หรือทำลายสิ่งแปลกปลอมในแต่ละคน

23
00:07:07,690 --> 00:07:10,720
เป็นผลมาจากการทำงานของระบบพื้นกันในแต่ละคน

24
00:07:10,720 --> 00:07:14,720
ที่มีการตอบสนองต่อแสง

25
00:07:16,435 --> 00:07:20,435
แล้วถ้าหากการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายแต่ละคน

26
00:07:21,092 --> 00:07:25,013
ความผิดปกติเกิดขึ้น นักเรียนคิดว่าจะส่งผลต่อ

27
00:07:25,013 --> 00:07:29,013
การต่อต้าน หรือทำลายสิ่งแปลกปลอมอย่างไรได้บ้าง

28
00:07:29,898 --> 00:07:33,898
เดี๋ยวเราจะมาเรียนกันในตอนนี้นะครับ

29
00:07:35,104 --> 00:07:39,104
ก่อนอื่นเลย ครูมีข้อความให้นักเรียนลองช่วยกัน

30
00:07:46,839 --> 00:07:50,839
ตอบคำถามนะครับ ก็คือ

31
00:07:53,435 --> 00:07:56,084
นักเรียนรู้จักโรคหรือกลุ่มอาการที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันอะไรบ้าง

32
00:07:56,084 --> 00:07:59,335
ประสบการณ์ของที่เรา

33
00:07:59,335 --> 00:08:03,335
เคยเจอ หรือรู้จักนะครับ

34
00:08:07,193 --> 00:08:11,193
คำตอบของนักเรียนนี่อาจจะมีได้

35
00:08:12,431 --> 00:08:15,265
คนที่ได้รู้จักความผิดปกติของโรคจิต

36
00:08:15,265 --> 00:08:17,975
ภูมิคุ้มกัน

37
00:08:17,975 --> 00:08:19,432
แต่ว่าในกล่องที่ 3 นี่

38
00:08:19,432 --> 00:08:23,432
เราจะมา

39
00:08:23,598 --> 00:08:26,328
เรียนโรคที่เกิดจากความผิดปกติของ

40
00:08:26,328 --> 00:08:30,328
ภูมิคุ้มกัน ยกตัวอย่าง ของพี่สั่ง 3 รายการนะครับ

41
00:08:30,349 --> 00:08:33,001
โรคภูมิแพ้

42
00:08:33,001 --> 00:08:35,511
อันที่ 2 คือโรคปาก

43
00:08:35,511 --> 00:08:39,511
โรค sle

44
00:08:40,112 --> 00:08:44,112
ย่อมาจากอะไรเป็น ๆ ว่า

45
00:08:44,992 --> 00:08:47,251
แล้วก็สุดท้ายคือโรคเอดส์

46
00:08:47,251 --> 00:08:49,806
(AIDS; Acquired Immune Deficiency Syndrome)  ย่อมาจาก

47
00:08:49,806 --> 00:08:51,480

48
00:08:51,480 --> 00:08:53,171
(SLE; Systemic Lupus Erythematosus) เดี๋ยวลองมา

49
00:08:53,171 --> 00:08:54,938
รู้จักกับ

50
00:08:54,938 --> 00:08:56,991
โรคที่เกิดจากความผิดปกติ

51
00:08:56,991 --> 00:08:59,808
ระบบภูมิคุ้มกันจากโรคไต

52
00:08:59,808 --> 00:09:03,808
ลองมาดู

53
00:09:03,986 --> 00:09:07,986
โรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันโรคได้เลยค

54
00:09:09,112 --> 00:09:13,112
รับ ซึ่งคนส่วนใหญ่จะเป็นกันเยอะมากนะครับ

55
00:09:13,885 --> 00:09:16,073
โรคทั่วไปนะคะ

56
00:09:16,073 --> 00:09:16,903
ภูมิแพ้เนี่ย

57
00:09:16,903 --> 00:09:19,755
เป็นโรค

58
00:09:19,755 --> 00:09:22,107
ที่เกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกัน

59
00:09:22,107 --> 00:09:24,641
เช่น

60
00:09:24,641 --> 00:09:28,641
ที่ได้รับก็มานี่

61
00:09:32,214 --> 00:09:35,243
ที่เข้ามาในร่างกายเรานี่

62
00:09:35,243 --> 00:09:39,243
ก็

63
00:09:39,580 --> 00:09:42,506
เป็นของเล่นไม้ หรือว่า

64
00:09:42,506 --> 00:09:46,506
สารอาหารบางชนิดที่อยู่ในอาหาร

65
00:09:47,000 --> 00:09:51,000
นะครับ เมื่อร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้เข้ามาแล้วนี่

66
00:09:51,208 --> 00:09:55,208
สารเหล่านี้ จะกระตุ้นร่างให้สร้างที่ body

67
00:09:57,659 --> 00:09:59,767
ที่ถูกสร้างมานี่

68
00:09:59,767 --> 00:10:03,530
ไปเกาะอยู่ที่

69
00:10:03,530 --> 00:10:07,530
ของเซลล์ชนิดหนึ่ง เรียกว่า "เซลล์

70
00:10:13,312 --> 00:10:16,167
" เมื่อร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้ที่เดินเข้ามาครับ ที่เคยได้รับมานั้นตอนแรก

71
00:10:16,167 --> 00:10:17,444
จะไปกระตุ้นให้

72
00:10:17,444 --> 00:10:20,162
นี่

73
00:10:20,162 --> 00:10:24,162
เรียกว่าคิดจะมี

74
00:10:25,493 --> 00:10:27,099
นั่นแหละ เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการแพ้ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการ

75
00:10:27,099 --> 00:10:29,102
เจ้า

76
00:10:29,102 --> 00:10:30,432
อาการคันตาคันจมูก

77
00:10:30,432 --> 00:10:34,162
ช่างบี

78
00:10:34,162 --> 00:10:37,390
บางคนนี่

79
00:10:37,390 --> 00:10:39,452
อาจจะมีอาการแพ้ที่รุนแรง

80
00:10:39,452 --> 00:10:40,515
จะไป

81
00:10:40,515 --> 00:10:44,515
ทำให้

82
00:10:46,022 --> 00:10:50,022
กล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับระบบหายใจนี่

83
00:10:50,133 --> 00:10:54,133
ตัวทำให้เกิดการหายใจอีกครั้ง

84
00:10:55,345 --> 00:10:57,694
หรืออาจทำให้เกิดอาการบวมเกิดขึ้นทั่วร่างกายของเรา แล้วก็

85
00:10:57,694 --> 00:11:00,318
ทำให้ถึงแก่ชีวิตได้นะครับ

86
00:11:00,318 --> 00:11:04,318
การที่

87
00:11:05,517 --> 00:11:07,544
... ลดความรุ่นแรงของอาการแพ้นะครับ เราสามารถ

88
00:11:07,544 --> 00:11:11,544
ใ

89
00:11:13,464 --> 00:11:17,464
ช้ยาที่เป็นเซลตามินจะมีนะครับ มาช่วยลดความรุนแรงของอาการแพ้

90
00:11:19,451 --> 00:11:23,451
นอกจากเซลล์แมสต์ที่

91
00:11:26,335 --> 00:11:30,335
เมื่อร่างกายได้รับสารก่อภูมิแพ้ยังมีเซลล์เม็ดเลือดชนิดหนึ่งคือ

92
00:11:32,487 --> 00:11:33,830
ก็สามารถสร้างและก็หลานได้เช่นกัน และก็ยังทำให้เกิด

93
00:11:33,830 --> 00:11:35,539
เช่นเดียวกัน

94
00:11:35,539 --> 00:11:37,718

95
00:11:37,718 --> 00:11:39,118
เรามาดูว่า

96
00:11:39,118 --> 00:11:41,193
แล้วการป้องกัน

97
00:11:41,193 --> 00:11:45,193
โรคภูมิแพ้นี่

98
00:11:46,526 --> 00:11:50,526
แน่นอนเลย วิธีการที่ง่ายแต่ว่าทำได้ยากเลย

99
00:11:50,533 --> 00:11:54,533
เลี่ยงสารก่อภูมิแพ้

100
00:11:56,130 --> 00:11:58,979
เราแพ้อะไรอะไร ที่เป็นสารก่อภูมิแพ้จาก

101
00:11:58,979 --> 00:12:00,586
ที่สุด

102
00:12:00,586 --> 00:12:04,586

103
00:12:05,207 --> 00:12:09,207
อีกอย่างก็คือการพยายามรักษาสุขภาพร่างกายแข็งแรง ก็คือ

104
00:12:10,975 --> 00:12:14,703
กินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอจะช่วย

105
00:12:14,703 --> 00:12:18,703
ป้องกัน ไม่ให้เกิดความรุนแรงของ

106
00:12:23,682 --> 00:12:25,669
นะครับ โรคต่อมา ก็คือโรคลูปัส หรือโรค sle

107
00:12:25,669 --> 00:12:28,158
โรคนี้จะเป็นโรคที่อยู่ใน

108
00:12:28,158 --> 00:12:31,747
โลกที่เรียกว่า

109
00:12:31,747 --> 00:12:34,875
"คุ้มกันต้านตนเองหรือออโต้อิมมูน

110
00:12:34,875 --> 00:12:36,207
จะขึ้นจากการที่ร่างกายนี่

111
00:12:36,207 --> 00:12:38,710
body

112
00:12:38,710 --> 00:12:42,710
กระตุ้นให้เซลล์ขี่

113
00:12:43,891 --> 00:12:47,891
ต่อต้านหรือทำลายเนื้อเยื่อหุ้มเซลล์ของตนเองในระบบต่าง ๆ ของร่างกาย

114
00:12:50,498 --> 00:12:51,730
อาการที่อาจจะพบได้ก็ดีการมีลักษณะที่มีขีดแดงบนใบหน้า

115
00:12:51,730 --> 00:12:55,369
มีไข้

116
00:12:55,369 --> 00:12:59,369
อาการปวดบริเวณข้อมืออักเสบ

117
00:13:00,438 --> 00:13:03,305
คนที่เป็นโรคลูปัสหรือโรค เ

118
00:13:03,305 --> 00:13:07,305
ซลล์นี่ ทำให้ระบบประสาทส่วนกลางถูกทำลาย

119
00:13:07,350 --> 00:13:11,350
การทำงานของหัวใจ และไตล้มเหลว

120
00:13:12,526 --> 00:13:16,526
วิธีการที่ป้องกันรักษาโรคเอดส์

121
00:13:17,020 --> 00:13:18,557
ได้โดยการรักษาตามความรุนแรงของโรค

122
00:13:18,557 --> 00:13:21,377
แล้วก็ต้องปฏิบัติ

123
00:13:21,377 --> 00:13:25,377
ตามคำแนะนำของแพทย์

124
00:13:25,623 --> 00:13:27,709
อย่างเคร่งครัดด้วย ดูรูปสุดท้ายเลยนะครับ

125
00:13:27,709 --> 00:13:30,789
โรคเอดส์

126
00:13:30,789 --> 00:13:34,315
โรคเอดส์เป็นโรคที่เกิดจาก

127
00:13:34,315 --> 00:13:36,555
ความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกัน

128
00:13:36,555 --> 00:13:39,995
แปลว่ามัน

129
00:13:39,995 --> 00:13:42,122
โรคเอดส์

130
00:13:42,122 --> 00:13:44,568
อาการที่ร่างกายได้รับเชื้อ

131
00:13:44,568 --> 00:13:48,568
ไวรัสที่เรียกว่า "HIV" นะครับ

132
00:13:50,288 --> 00:13:53,526
หรือชื่อเต็มที่ว่า Human immunodeficiency virus

133
00:13:53,526 --> 00:13:57,526
การได้รับเชื้อ HIV

134
00:13:58,389 --> 00:14:01,079
จะได้รับผ่านทางเลือกลักษณะต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกาย

135
00:14:01,079 --> 00:14:03,862
ของเรานะครับ ผู้ที่ได้รับ

136
00:14:03,862 --> 00:14:06,268
เข้ามาจะมีความเสี่ยง

137
00:14:06,268 --> 00:14:10,268
อาการติดเชื้อ

138
00:14:11,664 --> 00:14:13,322
หรือโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ นะครับ ซึ่งเป็นโรคปอดบวม วัณโรคเยื่อหุ้มสมอง

139
00:14:13,322 --> 00:14:15,757
โรคเริม

140
00:14:15,757 --> 00:14:19,572
โรคเชื้อรา ตามผิวหนัง

141
00:14:19,572 --> 00:14:20,511
โดยรถโดยเฉพาะ

142
00:14:20,511 --> 00:14:22,396
เป็นสาเหตุ

143
00:14:22,396 --> 00:14:23,505
หลักของการเสียชีวิตของ

144
00:14:23,505 --> 00:14:25,358
คนขี้

145
00:14:25,358 --> 00:14:29,358
โรคเอดส์

146
00:14:32,789 --> 00:14:35,999
จะลองมาดูกันว่า

147
00:14:35,999 --> 00:14:38,846
ทำให้เกิดความ

148
00:14:38,846 --> 00:14:42,846

149
00:14:43,235 --> 00:14:47,235
เพิ่มจำนวนของ

150
00:14:48,545 --> 00:14:51,114
เซลล์ที่เป็น

151
00:14:51,114 --> 00:14:53,249
เหมือนเขาเรียกว่า

152
00:14:53,249 --> 00:14:57,249
"เซลล์เจ้าบ้าน" ที่

153
00:14:59,017 --> 00:15:03,017
เวลาที่จะเข้าไปเพิ่มจำนวนเต็มที ผู้ช่วย

154
00:15:07,325 --> 00:15:11,325
ในขั้นแรกนี่ HIV เข้าสู่ร่างกาย

155
00:15:12,362 --> 00:15:16,362
นี่นะครับ ไวรัสที่เข้าไปนี่ จะไปยึดเกาะ

156
00:15:17,199 --> 00:15:21,199
จากเซลล์เจ้าบ้านนะครับ จากนั้นเนี่ย

157
00:15:22,629 --> 00:15:24,914
ก็จะปล่อยสารพันธุกรรม

158
00:15:24,914 --> 00:15:26,604
เข้าไปในเซลล์ทีผู้ช่วย

159
00:15:26,604 --> 00:15:28,272
และ

160
00:15:28,272 --> 00:15:29,862
จะใช้องค์ประกอบ

161
00:15:29,862 --> 00:15:33,862
ประกอบของ

162
00:15:34,164 --> 00:15:37,398
ช่วยในการสังเคราะห์สารพันธุกรรมของไวรัส

163
00:15:37,398 --> 00:15:41,398
รวมทั้งส่งออกต่างของ HIV ด้วย

164
00:15:47,053 --> 00:15:51,053
หลังจากที่สร้างสรรค์นี่ ไม่ใช่วีก็จะจำลองตัวเอง

165
00:15:52,101 --> 00:15:54,672
ทำให้ได้

166
00:15:54,672 --> 00:15:56,134
HIV ในเซลล์เพิ่มเป็นจำนวนมาก

167
00:15:56,134 --> 00:16:00,134
เมื่อ

168
00:16:04,848 --> 00:16:05,617
การแพร่ของไวรัสในเซเว่นจำนวนมากแล้วนี่ HIV ก็จะทำลายเซลล์ทีผู้ช่วย

169
00:16:05,617 --> 00:16:09,617
และ

170
00:16:10,499 --> 00:16:13,896
จะช่วยทำให้เซลล์ถูกทำลาย

171
00:16:13,896 --> 00:16:17,034
ไวรัสที่ออกจากเซลล์ทีผู้ช่วย ก็จะ

172
00:16:17,034 --> 00:16:18,004

173
00:16:18,004 --> 00:16:21,781
ช่วย แล้วก็เกิด

174
00:16:21,781 --> 00:16:23,515
การเพิ่มจำนวนของผู้ช่วย

175
00:16:23,515 --> 00:16:26,245
เรื่อย ๆ ครับ

176
00:16:26,245 --> 00:16:30,198
ปัญหาก็คือ

177
00:16:30,198 --> 00:16:33,556
การที่ HIV เข้าไปทำลายเซลล์ทีผู้ช่วยนี่

178
00:16:33,556 --> 00:16:37,556
จะส่งผลต่อการต่อต้าน หรือทำลายสิ่งแปลก

179
00:16:42,427 --> 00:16:46,427
เราลองมาดูคำตอบนะครับ

180
00:16:48,773 --> 00:16:51,514
HIV นี่จะทำลายกลไกการต่อต้าน หรือทำลายสิ่งแปลกปลอม

181
00:16:51,514 --> 00:16:52,968
โดยเฉพาะ ซึ่งจะบอกว่า

182
00:16:52,968 --> 00:16:56,695
เซลล์เจ้าบ้าน

183
00:16:56,695 --> 00:16:58,982
ที่ใช้ในการเพิ่มจำนวนเซลล์ทีผู้ช่วย

184
00:16:58,982 --> 00:17:01,876
การที่ HIV เข้าไป

185
00:17:01,876 --> 00:17:05,876
ทำให้

186
00:17:07,926 --> 00:17:11,926
ลดจำนวนลงเรื่อย ๆ ซึ่งการลดลงของเซลล์ทีผู้ช่วย นี่

187
00:17:11,980 --> 00:17:15,980
ผมจะทำให้ไม่สามารถทำงานได้ยัง

188
00:17:20,812 --> 00:17:24,812
มา แล้วว่าผู้ช่วยนี่ มีความสำคัญในการกระตุ้นการทำงาน

189
00:17:26,590 --> 00:17:29,563
พัฒนาเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ 1 รวมทั้งผู้ช่วยเองด้วย ครับ ว่าจะเป็น

190
00:17:29,563 --> 00:17:33,315
ที่พัฒนาต่อเป็น

191
00:17:33,315 --> 00:17:36,535
มาแล้วก็สร้างแ

192
00:17:36,535 --> 00:17:38,125
อนติบอดี ลดถึงรวมทั้ง

193
00:17:38,125 --> 00:17:39,933
กระตุ้นการทำงานของ

194
00:17:39,933 --> 00:17:43,055
วิธีทำลายสปอร์

195
00:17:43,055 --> 00:17:45,820
ดังนั้นถ้า

196
00:17:45,820 --> 00:17:46,931
หากผู้ช่วยลดจำนวนลง

197
00:17:46,931 --> 00:17:48,904
ก็ทำให้

198
00:17:48,904 --> 00:17:52,904
การทำงานของระบบ

199
00:17:54,500 --> 00:17:56,648
ที่นักเรียนได้ทราบมาแล้วนะครับ ว่า

200
00:17:56,648 --> 00:18:00,648
สามารถทำให้เกิด

201
00:18:02,676 --> 00:18:04,508
ความผิดปกติ หรือความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างไรบ้างครับ ก็เหมือนเช่นเคย

202
00:18:04,508 --> 00:18:08,508
ข้อความให้นักเรียน

203
00:18:08,704 --> 00:18:10,825
ลองศึกษาดูนะครับ

204
00:18:10,825 --> 00:18:14,825
เราลองมาดูข้อความ

205
00:18:19,177 --> 00:18:21,656
เหล่านี้กัน แล้วคำถามที่ครูจะลองให้ช่วยกันคิดก็คือว่า

206
00:18:21,656 --> 00:18:24,830
เจ้าเชื้อไวรัส HIV

207
00:18:24,830 --> 00:18:28,830
นี่สามารถติดต่อกันได้ทางใดบ้าง

208
00:18:30,867 --> 00:18:34,867
ลองช่วยกันสืบค้นข้อมูล

209
00:18:34,890 --> 00:18:36,477
แล้วเราจะมาช่วยกันตอบคำถามดูบ

210
00:18:36,477 --> 00:18:38,640
คำตอบที่นักเรียน

211
00:18:38,640 --> 00:18:41,034
ได้สักคนมาดูเนี่ย

212
00:18:41,034 --> 00:18:45,034
ที่ครู

213
00:18:45,645 --> 00:18:47,640
แรกเลยก็คือว่า

214
00:18:47,640 --> 00:18:48,789
HIV

215
00:18:48,789 --> 00:18:51,883
สามารถ

216
00:18:51,883 --> 00:18:55,243
ติดต่อกันผ่านทางแม่สู่ลูก

217
00:18:55,243 --> 00:18:57,512
ได้ จากที่ได้ครับ แล้วก็ขนาด

218
00:18:57,512 --> 00:19:01,512
การคลอดการให้น้ำนม

219
00:19:02,627 --> 00:19:06,627
ก็คือ

220
00:19:06,725 --> 00:19:09,270
การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย

221
00:19:09,270 --> 00:19:12,307
แล้วก็

222
00:19:12,307 --> 00:19:15,086
ซึ่งจะทำให้

223
00:19:15,086 --> 00:19:19,086
เลือดหลัง

224
00:19:21,542 --> 00:19:25,125
การมีเพศสัมพันธ์ ตกลงกันได้

225
00:19:25,125 --> 00:19:29,125
หลังจากที่เราได้

226
00:19:30,690 --> 00:19:34,690
เรียน เรื่องความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันมาแล้วนะครับ นักเรียนก็สามารถที่จะตรวจสอบ

227
00:19:37,126 --> 00:19:40,804
ทั้งหมดได้ไหมครับ

228
00:19:40,804 --> 00:19:42,349
เพราะเหตุใดการบริจาคเลือด

229
00:19:42,349 --> 00:19:46,349
มีความจำเป็น

230
00:19:46,528 --> 00:19:50,528
การตรวจหาเชื้อ HIV

231
00:19:51,242 --> 00:19:54,519
อีกคำถามนะครับ ก็คือสารก่อภูมิแพ้

232
00:19:54,519 --> 00:19:58,519
ส่งผลต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างไร

233
00:19:58,771 --> 00:20:02,771
อาจจะเข้าใจ

234
00:20:03,091 --> 00:20:06,435
หรือไม่เข้าใจ ก็ลองกลับไปทบทวน

235
00:20:06,435 --> 00:20:10,435
และที่

236
00:20:11,348 --> 00:20:14,215
.... มาแล้วนี่นักเรียนสามารถสรุปเนื้อหาบทเรียนได้ไหม

237
00:20:14,215 --> 00:20:18,215
อันนี้เป็นที่คุณครูให้นักเรียน

238
00:20:18,934 --> 00:20:22,934
เมื่อการทำงานของระบบกล้ามเนื้อ

239
00:20:27,104 --> 00:20:29,310
ทำให้เกิดโรคหรืออาการที่ผิดปกติเช่นโรคภูมิแพ้

240
00:20:29,310 --> 00:20:31,572
โรค เ

241
00:20:31,572 --> 00:20:33,670
ซลล์ โรคเอดส์ ต้น

242
00:20:33,670 --> 00:20:36,294
โรคเอดส์น

243
00:20:36,294 --> 00:20:40,001
ี่ เกิดจากการติดเชื้อ HIV

244
00:20:40,001 --> 00:20:44,001
ซึ่งเข้าไปทำลายเซลล์ทีผู้ช่วย

245
00:20:44,819 --> 00:20:48,819
ความสำคัญต่อเนื่องจาก

246
00:20:50,272 --> 00:20:54,272
กระตุ้นทำให้เกิดการตอบสนองของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิด

247
00:20:57,874 --> 00:21:00,385
สามารถติดต่อกันได้จากการรับเลือด

248
00:21:00,385 --> 00:21:02,763
ผ่าน

249
00:21:02,763 --> 00:21:06,763
ทาง ช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผ่านแม่สู่ลูก

250
00:21:08,807 --> 00:21:10,953
หวังว่านักเรียนจะ

251
00:21:10,953 --> 00:21:13,439
เข้าใจ แล้วก็

252
00:21:13,439 --> 00:21:14,536
ดูวิธีการ

253
00:21:14,536 --> 00:21:18,536
ต้องการ

254
00:21:19,587 --> 00:21:21,790
ความผิดปกติของภูมิคุ้มกันจากโรคต่าง ๆ

255
00:21:21,790 --> 00:21:22,869
สำหรับวันนี้

256
00:21:22,869 --> 00:21:26,869
สวัสดีครับ [สิ้นสุดการถอดความ]

