﻿1
00:00:23,294 --> 00:00:27,294
3.1

2
00:00:34,049 --> 00:00:38,049
จะมีจุดประสงค์การเรียนรู้อย่างนี้ค่ะ

3
00:00:40,952 --> 00:00:44,952
เมื่อต้องการสารอาหาร และพลังงาน เช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตอื่น

4
00:00:45,214 --> 00:00:49,214
เพื่อใช้ในการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิต

5
00:00:49,360 --> 00:00:52,143
โดยพืชสามารถสร้างอาหารได้เอง

6
00:00:52,143 --> 00:00:56,143
สังเคราะห์รอด้วยแสง

7
00:00:57,960 --> 00:01:01,280
กระบวนการนี้ ต้องการคลอโรฟิลล์ที่พบมากในใบพืช

8
00:01:01,280 --> 00:01:03,854
ทำหน้าที่ดูดกลืนพลังงานแสง

9
00:01:03,854 --> 00:01:07,854
คาร์บอนไดออกไซด์

10
00:01:14,045 --> 00:01:15,942
น้ำตาลที่พืชสร้างขึ้นนี้ ถูกนำไปใช้ในการหายใจระดับเซลล์

11
00:01:15,942 --> 00:01:19,446
การเปลี่ยนพลังงาน

12
00:01:19,446 --> 00:01:23,446
สำหรับนำไปใช้ในกระบวนการผลิต

13
00:01:24,284 --> 00:01:26,657
อื่น ๆ ต่อไป แล้วน้ำตาลสูง

14
00:01:26,657 --> 00:01:30,437
สำหรับ

15
00:01:30,437 --> 00:01:31,846
คิดว่าสารอินทรีย์ที่พืชสร้างขึ้น

16
00:01:31,846 --> 00:01:34,545
มีอะไรบ้าง

17
00:01:34,545 --> 00:01:37,990
มีความสำคัญต่อพืชอย่างไร

18
00:01:37,990 --> 00:01:41,990
พืชแต่ละชนิด

19
00:01:42,344 --> 00:01:44,445
ด้วยกันนะคะ

20
00:01:44,445 --> 00:01:48,445
หัวข้อที่ 3.1

21
00:01:51,733 --> 00:01:55,733
สังเกตรูปดี ๆ นะคะ สามารถบอกได้ไหมคะ ว่านี่คือรูปอะไร

22
00:01:55,946 --> 00:01:59,946
นี่คือรูปของอาหาร

23
00:02:01,986 --> 00:02:05,986
จะมีช่วงเทศกาลกินเจ ละเว้นจากการกิน

24
00:02:10,285 --> 00:02:14,285
คิดว่าการรับประทานอาหารเจ

25
00:02:18,109 --> 00:02:20,209
เราสามารถนำความรู้เกี่ยวกับพืช

26
00:02:20,209 --> 00:02:23,944
มาถามได้ค่ะ

27
00:02:23,944 --> 00:02:27,944
โครงสร้างหลักของพืช ใบ ดอกและผล ประกอบด้วย

28
00:02:33,940 --> 00:02:37,940
อวัยวะต่าง ๆ ทำหน้าที่เฉพาะ อย่าง

29
00:02:38,873 --> 00:02:41,296
เช่น รากทำหน้าที่ยึดหลักค้ำจุน

30
00:02:41,296 --> 00:02:45,296
รากอาหาร

31
00:02:48,353 --> 00:02:52,353
ใบ ทำหน้าที่สังเคราะห์ด้วยแสง

32
00:02:58,007 --> 00:03:02,007
การดำรงชีวิตของพืช จำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของอวัยวะต่าง ๆ เ

33
00:03:02,760 --> 00:03:05,011
หล่านี้ ซึ่งแต่ละอวัยวะใดประกอบด้วย เซลล์

34
00:03:05,011 --> 00:03:09,011
ที่มีรูปร่างแตกต่างกัน

35
00:03:09,466 --> 00:03:12,811
นี่คือรูปเซลล์พืช

36
00:03:12,811 --> 00:03:16,198
ภายในเซลล์จะมีสารอินทรีย์หลายชนิด

37
00:03:16,198 --> 00:03:20,198
บางชนิดทำหน้าที่เป็นโครงสร้างของเซลล์

38
00:03:22,223 --> 00:03:26,116
ในขณะที่บางชนิดทำหน้าที่ของเกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ ภายในเซลล์

39
00:03:26,116 --> 00:03:30,116
บริเวณนี้นะคะ

40
00:03:31,553 --> 00:03:35,166
เมื่อขยายดูเป็นลักษณะแบบนี้ค่ะ

41
00:03:35,166 --> 00:03:37,284
ผนังเซลล์มีส่วนประกอบเป็นเซลลูโลส

42
00:03:37,284 --> 00:03:39,828
ซึ่งเซลล์ลูโลสนี้นะคะ

43
00:03:39,828 --> 00:03:43,828
ประเภทคาร์โบไฮเดรต

44
00:03:45,346 --> 00:03:48,411
บริเวณนี้นะคะ

45
00:03:48,411 --> 00:03:52,347
เซลล์เข้ามาด้านใน

46
00:03:52,347 --> 00:03:56,116
เมื่อขยายภาพ จะมองเห็นเป็นแบบนี้ค่ะ

47
00:03:56,116 --> 00:03:58,863
ประกอบด้วย portfolio

48
00:03:58,863 --> 00:04:02,863
เรียงตัวกันเป็นชั้น2 ชั้น

49
00:04:03,817 --> 00:04:05,539
มีโปรตีนนะคะ

50
00:04:05,539 --> 00:04:07,639
ออกจากนี้แล้ว

51
00:04:07,639 --> 00:04:11,639
ด้วยค่ะ

52
00:04:13,228 --> 00:04:17,228
ในไซโทพลาซึมและออร์แกเนลล์ต่าง ๆ

53
00:04:17,989 --> 00:04:20,773
จะมีเอนไซม์ชนิดต่าง ๆ นะคะ มันเป็นโปรตีน

54
00:04:20,773 --> 00:04:23,917
นอกจากนี้แล้ว

55
00:04:23,917 --> 00:04:26,090
พบสารพันธุกรรมในนิวเคลียส

56
00:04:26,090 --> 00:04:28,234
ซึ่งคือบริเวณนี้นะคะ

57
00:04:28,234 --> 00:04:32,234
การดังกล่าว

58
00:04:36,141 --> 00:04:40,141
3.1.1 สารอินทรีย์ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง

59
00:04:41,615 --> 00:04:45,615
อินทรีย์ที่เป็นองค์ประกอบของเซลล์

60
00:04:46,010 --> 00:04:48,718
เมื่อใช้ในการเจริญเติบโต และกิจกรรมต่าง ๆ ภายในเซลล์

61
00:04:48,718 --> 00:04:52,718
การแบ่งเซลล์

62
00:04:56,403 --> 00:04:59,241
การควบคุมการเจริญเติบโต

63
00:04:59,241 --> 00:05:02,615
และการตอบสนองต่อสิ่งเร้า

64
00:05:02,615 --> 00:05:04,665
สารกลุ่มนี้มีหลายชนิด เช่น

65
00:05:04,665 --> 00:05:06,988
คาร์โบไฮเดรต

66
00:05:06,988 --> 00:05:10,988
โปรตีน

67
00:05:13,390 --> 00:05:17,285
ลิพิด กรดนิวคลิอิก วิตามิน คลอโรฟิลล์

68
00:05:17,285 --> 00:05:19,399
นะคะ

69
00:05:19,399 --> 00:05:23,373
พบได้ในพืชทุกชนิด

70
00:05:23,373 --> 00:05:26,691
ยังมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง

71
00:05:26,691 --> 00:05:29,524
พืชซากสัตว์ต่าง ๆ

72
00:05:29,524 --> 00:05:33,524
ในปริมาณที่แตกต่างกันหรือไม่

73
00:05:34,314 --> 00:05:37,536
อย่างไร สามารถศึกษาได้จากกิจกรรม 3.1

74
00:05:37,536 --> 00:05:40,940
การทดสอบสารอาหารในพืช

75
00:05:40,940 --> 00:05:42,773
นักเรียนสามารถทำกิจกรรมนี้ได้ที่โรงเรียน

76
00:05:42,773 --> 00:05:46,045
ดูวีดีโอคลิป

77
00:05:46,045 --> 00:05:50,045
นักศึกษาตัวอย่างการทำกิจกรรมได้ค่ะ

78
00:05:52,614 --> 00:05:55,480
ซึ่งวีดีโอคลิปนี้นะคะ จะมีการทดสอบสารอาหาร 3 ชนิดค่ะ คือการทดสอบ

79
00:05:55,480 --> 00:05:59,480
แป้ง โดยการใช้สารละลาย

80
00:05:59,867 --> 00:06:02,201
การทดสอบโปรตีนโดยใช้สารละลายไบยูเรต

81
00:06:02,201 --> 00:06:06,201
ทดสอบ

82
00:06:09,355 --> 00:06:10,369
ให้นักเรียนสังเกตการเปลี่ยนแปลง

83
00:06:10,369 --> 00:06:14,104
ต่าง ๆ

84
00:06:14,104 --> 00:06:17,512
ตัวอย่างพืชที่เรานำมาใช้ในการทดสอบค่ะ

85
00:06:17,512 --> 00:06:21,470
จากนั้นบันทึกผลลงในตาราง

86
00:06:21,470 --> 00:06:23,837
ซึ่งนักเรียนสามารถไปทำกิจกรรมได้ค่ะ

87
00:06:23,837 --> 00:06:27,300
การทดสอบสารอาหารในพืช

88
00:06:27,300 --> 00:06:28,459
พืชที่นำมาใช้ทดสอบสารอาหาร

89
00:06:28,459 --> 00:06:29,353
มะพร้าวแก่

90
00:06:29,353 --> 00:06:32,187
มันฝรั่ง

91
00:06:32,187 --> 00:06:35,573
ข้าวโพด ถั่วลิสง ถั่วเหลือง

92
00:06:35,573 --> 00:06:39,573
การเตรียมตัวอย่างพืชที่ต้องการทดสอบ

93
00:06:40,618 --> 00:06:44,229
นำพืชอย่างละ 10 กรัมมาหั่นให้เป็นชิ้นขนาดพอเหมาะ

94
00:06:44,229 --> 00:06:46,707
ใช้โกร่งบดพืชตัวอย่างแต่ละชนิดให้ละเอียด

95
00:06:46,707 --> 00:06:50,707
แล้วผสมน้ำ 30 ลูกบาศก์เซนติเมตร

96
00:06:56,976 --> 00:06:58,247
การทดสอบแป้ง ทดสอบโดยใช้สารละลายไอโอดีน ซึ่งมีสีน้ำตาล

97
00:06:58,247 --> 00:07:01,193
ผลการทดสอบ

98
00:07:01,193 --> 00:07:02,996
ส่วนมีแป้งจะเปลี่ยนแปลงเป็นสีน้ำเงินแกมม่วง

99
00:07:02,996 --> 00:07:04,455
นำหลอดทดลองมา 2 หลอด

100
00:07:04,455 --> 00:07:08,455
โดยหลอดที่ 1

101
00:07:10,490 --> 00:07:13,564
เติมน้ำกลั่นต่อลูกบาศก์เซนติเมตรเพื่อใช้เป็น Negative Control ที่ 2 จำนำแป้ง

102
00:07:13,564 --> 00:07:17,564
ลูกบาศก์เซนติเมตร

103
00:07:19,219 --> 00:07:22,414
หยดสารละลายไอโอดีนซึ่งมีความเข้มข้น 2% จำนวน 2 หยด

104
00:07:22,414 --> 00:07:26,414
ลงในหลอดทดลองที่ 1 และ 2 เขย่าให้เข้ากัน

105
00:07:27,144 --> 00:07:30,641
สังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จะพบว่า

106
00:07:30,641 --> 00:07:32,853
บทที่ 1 ที่เติมน้ำกลั่นที่เป็นลิขสิทธิ์

107
00:07:32,853 --> 00:07:36,853
เป็นสีของสารละลายไอโอดีน

108
00:07:38,344 --> 00:07:42,344
ที่ 2 ที่เติมน้ำแป้งดิบคอนโทรลจะได้เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินแกมม่วง

109
00:07:50,392 --> 00:07:54,392
จากนั้นนำหลอดทดลอง 5 หลอด เติมน้ำคั้นจากพืชที่ต้องการทดสอบลงไปในแต่ละหลอด อย่างละ 2 ลูกบาศก์เซนติเมตร

110
00:07:57,285 --> 00:07:59,250
หยดสารละสารไอโอดีน ซึ่งมีสีน้ำตาลความเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์จำนวน 2 หยด

111
00:07:59,250 --> 00:08:03,250
ลงในหลอดทดลองที่ 3-7

112
00:08:06,351 --> 00:08:10,351
เขย่าให้เข้ากัน

113
00:08:14,472 --> 00:08:16,686
สังเกตการเปลี่ยนแปลงสีของสารละลายในแต่ละหลอด ทดลองพบว่าหลอดที่ 3 มะพร้าวแก่

114
00:08:16,686 --> 00:08:20,686
เป็นสีของสารละลายไอโอดีน

115
00:08:20,819 --> 00:08:22,829
หลดที่ 4 สีมันตลาดละลายเป็นสีน้ำเงินแกมม่วง

116
00:08:22,829 --> 00:08:26,829

117
00:08:28,800 --> 00:08:32,567
สาหร่ายเป็นสีม่วงที่ 6 ตัวเหลืองเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน

118
00:08:32,567 --> 00:08:36,567
เห็นการเปลี่ยนแปลงไม่ชัดเจน

119
00:08:41,910 --> 00:08:45,910
ในกรณีที่เห็นการเปลี่ยนแปลงสีของสารละลายไม่ชัดเจน สามารถนำชิ้นส่วนพืชมาทดสอบได้

120
00:08:47,729 --> 00:08:51,729
โดยนำชิ้นส่วนพืชจากโกร่งเมื่อตอนการเพาะเลี้ยงเชื้อและหยดสารละลายไอโอดีนลงไปโดยตรง

121
00:09:00,298 --> 00:09:02,912
พบว่ามันฝรั่งข้าวโพดและถั่วลิสงสีของสารละลายไอโอดีนที่หยดลงบนชิ้นส่วนพืช

122
00:09:02,912 --> 00:09:06,912
เปลี่ยนจากสีน้ำตาลเป็นสีน้ำเงินแกมม่วง

123
00:09:08,882 --> 00:09:12,356
การทดสอบโปรตีน ทดสอบโดยใช้สารละลายไบยูเร็ต ซึ่งมีสีฟ้า

124
00:09:12,356 --> 00:09:16,356
ผลการทดสอบ ส่วนที่มีโปรตีนจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง

125
00:09:18,553 --> 00:09:22,553
นำหลอดทดลองมา 2 มาหลอดที่ 10.5 ลูกบาศก์เซนติเมตร

126
00:09:23,690 --> 00:09:25,709
ที่ 2 เติมนมวัว 0.5 ลูกบาศก์เซนติเมตร

127
00:09:25,709 --> 00:09:29,709
คอนโทรล

128
00:09:32,651 --> 00:09:33,780
เติมสารละลายไบยูเร็ตปริมาตร 2.5 ลูกบาศก์เซนติเมตร ลงในหลอดทดลองที่ 1 และ 2

129
00:09:33,780 --> 00:09:37,780
เขย่าเข้ากัน

130
00:09:45,174 --> 00:09:49,174
30 นาทีต่อมา

131
00:09:52,454 --> 00:09:54,224
สังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะพบว่า บทที่ 1 ที่เติมน้ำสลัดที่เป็น Negative control

132
00:09:54,224 --> 00:09:58,224
เสร็จแล้วจะยังเป็นสีฟ้า

133
00:09:59,159 --> 00:10:03,159
หลอดที่ 2 ที่เติมน้ำนมวัวจะเป็นสีม่วง

134
00:10:06,304 --> 00:10:10,304
ทดลอง 5 หลอดเติมสารที่ต้องการทดสอบลงไปในแต่ละหลอดอย่างละ 0.5 ลูกบาศก์เซนติเมตร

135
00:10:13,747 --> 00:10:16,984
เติมสารละลายไบยูเรตปริมาตร 2.5 ลูกบาศก์เซนติเมตรลงในหลอดทดลองที่ 3-7

136
00:10:16,984 --> 00:10:20,984
เขย่าให้เท่ากันแล้วตั้งทิ้งไว้ 30 นาที

137
00:10:21,055 --> 00:10:25,055
30 นาทีต่อมา

138
00:10:27,327 --> 00:10:31,327
สังเกตการเปลี่ยนแปลงสีของสารละลายในแต่ละหลอดทดลองพบว่า

139
00:10:31,963 --> 00:10:35,305
หลอดที่ 3 มะพร้าวแก่ สำหรับเปลี่ยนเป็นสีม่วง

140
00:10:35,305 --> 00:10:38,441
เปลี่ยนเป็นสีม่วงอ่อน

141
00:10:38,441 --> 00:10:42,441
ที่ 5 ข้าวโพด ไม่เกิดสาหร่ายสีม่วง

142
00:10:42,709 --> 00:10:45,655
หลอดที่ 6 ตอนที่สารจะกลายเป็นสีม่วง

143
00:10:45,655 --> 00:10:49,655
ถั่วเหลืองเป็นสีม่วง

144
00:10:54,531 --> 00:10:58,248
การทดสอบลิพิด ทดสอบโดยใช้ชิ้นส่วนของพืชที่ต้องการ ทดสอบถูกบนกระดาษสีขาว

145
00:10:58,248 --> 00:11:01,498
การทดสอบกระดาษจะเปลี่ยนไปเป็นมีลักษณะโปร่งแสง

146
00:11:01,498 --> 00:11:05,498
การทดสอบลิพิดทำได้ โดย

147
00:11:05,534 --> 00:11:09,534
ชิ้นส่วนของพืชทดลองวัตถุบนกระดาษสีขาว 13

148
00:11:09,954 --> 00:11:13,954
ผลการทดสอบลิพิดกระดาษจะเปลี่ยนไปเป็นมีลักษณะโปร่งแสง

149
00:11:16,496 --> 00:11:20,496
นำกระดาษขาว 1 แผ่นมาตีตารางให้ได้ 7-8 ช่องเท่ากัน

150
00:11:24,488 --> 00:11:26,490
นำน้ำเปล่าซึ่งเป็น Negative Control กระดาษช่องที่ 1 น้ำมันพืชเป็น Positive คอนโทรล

151
00:11:26,490 --> 00:11:30,269
มาถูกับกระดาษที่ 2

152
00:11:30,269 --> 00:11:34,269
ตัดชิ้นส่วนของมะพร้าวมาถูกับกระดาษช่องที่ 3

153
00:11:34,324 --> 00:11:38,324
ตัดชิ้นส่วนของมันฝรั่งมาถูกับกระดาษช่องที่ 4

154
00:11:38,961 --> 00:11:42,961
นำชิ้นส่วนของข้าวโพดมาถูกับกระดาษช่องที่ 5

155
00:11:44,281 --> 00:11:48,125
นำถั่วลิสงมาบนกระดาษทั้งที่ 6 และชั้น 3 ตามเพื่อบีบน้ำออกจากเมล็ด

156
00:11:48,125 --> 00:11:50,634
นำชิ้นส่วนมาวางบนกระดาษเท่าที่ 7 ทำเช่นเดียวกับถั่วลิสง

157
00:11:50,634 --> 00:11:54,634
ทิ้งไว้ให้แห้ง

158
00:11:57,166 --> 00:11:59,736
ผลการทดสอบลิพิด กระดาษจะเปลี่ยนเป็นมีลักษณะโปร่งแสงดังนี้

159
00:11:59,736 --> 00:12:00,683
น้ำทึบแสง

160
00:12:00,683 --> 00:12:04,683
น้ำมันพืช

161
00:12:04,706 --> 00:12:08,416
มะพร้าวแก่ตรงแสงมันฝรั่ง

162
00:12:08,416 --> 00:12:11,529
ข้าวโพดชุดแสงที่ 2

163
00:12:11,529 --> 00:12:15,529
โปร่งแสงโปร่งแสง

164
00:12:16,123 --> 00:12:20,123
กิจกรรมเสร็จแล้ว

165
00:12:20,202 --> 00:12:24,202
เรามาตอบคำถามท้ายกิจกรรมกันค่ะ มีทั้งหมด 3 แบบนี้ค่ะ

166
00:12:24,528 --> 00:12:28,528
ข้อ 1 ชิ้นส่วนของพืชที่นำมาทดสอบ

167
00:12:29,861 --> 00:12:31,314
มีสารอาหารที่สะสมอยู่ในปริมาณที่แตกต่างกันหรือไม่

168
00:12:31,314 --> 00:12:34,819
ทราบได้อย่างไร

169
00:12:34,819 --> 00:12:36,686
ข้อ 2 เพราะเหตุใด

170
00:12:36,686 --> 00:12:39,181
ต้องใช้แป้ง

171
00:12:39,181 --> 00:12:41,371
มัน น้ำมัน คือ

172
00:12:41,371 --> 00:12:44,374
ในการทดสอบแป้ง

173
00:12:44,374 --> 00:12:48,374
ตามลำดับ

174
00:12:50,005 --> 00:12:52,766
ข้อ 3 เพราะเหตุใดในการทดลองนี้

175
00:12:52,766 --> 00:12:56,610
ต้องใช้น้ำในการทดสอบด้วย

176
00:12:56,610 --> 00:12:59,093
นักเรียนสามารถกดพัก

177
00:12:59,093 --> 00:13:03,093
เพื่อตอบคำถามท้ายกิจกรรม

178
00:13:03,479 --> 00:13:05,113
และเมื่อตอบคำถามเสร็จแล้ว กดเล่นต่อ

179
00:13:05,113 --> 00:13:08,660
มาดูคำตอบค่ะ

180
00:13:08,660 --> 00:13:12,660
เฉลยคำถามท้ายกิจกรรม

181
00:13:12,714 --> 00:13:16,714
คำถามข้อแรกนะคะ ชิ้นส่วนของพืชแต่ละชนิด

182
00:13:18,323 --> 00:13:20,583
ที่นำมาทดสอบมีสารอาหารที่สะสมอยู่ในปริมาณที่แตกต่างกันหรือ

183
00:13:20,583 --> 00:13:24,583
ไม่ ทราบได้อย่างไร

184
00:13:26,690 --> 00:13:30,690
แตกต่างกันค่ะ เนื่องจากตัวอย่างพืชที่นำมาทดสอบมีน้ำหนักเท่ากัน

185
00:13:32,838 --> 00:13:34,676
ทุกตัวอย่าง จึงสามารถเปรียบเทียบปริมาณของสารอาหารที่สะสมในแต่ละตัวอย่าง

186
00:13:34,676 --> 00:13:38,676
ประมาณ

187
00:13:41,102 --> 00:13:45,003
ซึ่งสามารถพิจารณาจากความเข้มของสีที่เปลี่ยนแปลงความเข้มของสีมาก

188
00:13:45,003 --> 00:13:49,003
แสดงว่ามีปริมาณสารอาหารประเภทมาสะสมอยู่มาก

189
00:13:50,385 --> 00:13:53,830
แต่การทดสอบให้ผลที่แตกต่างกันนะคะ ขึ้นกับ

190
00:13:53,830 --> 00:13:57,830
ตัวอย่างพืชที่นำมาใช้ในการทดสอบค่ะ

191
00:13:59,471 --> 00:14:03,471
คำถามข้อ 2 นะคะ เพราะเหตุใดจึงต้องใช้แป้งมัน

192
00:14:04,796 --> 00:14:08,796
นมจืด และน้ำมัน พืชในการทดสอบแป้งโปรตีน

193
00:14:13,593 --> 00:14:17,593
และพิลิดตามลำดับ เพราะว่าการใช้น้ำแป้งมัน นมจืด และน้ำมันพืชเป็นการทำ

194
00:14:18,878 --> 00:14:22,258
ยืนยันผลการทดสอบของตัวอย่างพืชแต่ละชนิด

195
00:14:22,258 --> 00:14:26,258
มีแป้ง โปรตีน ลิพิดตามลำดับ

196
00:14:29,747 --> 00:14:30,682
คำถามข้อที่ 3 นะคะ เพราะเหตุใดในการทดลองนี้ จึงต้องใช้น้ำในทดสอบด้

197
00:14:30,682 --> 00:14:34,682

198
00:14:37,326 --> 00:14:41,326
วย นั้นก็เพราะว่าการใช้น้ำเพื่อเป็น Negative Control ของไทยเปรียบเทียบได้ว่า

199
00:14:43,340 --> 00:14:46,994
ผลการทดสอบที่ได้ผลจะเป็นเช่นไรไม่มีสารอาหารประเภทนั้น ๆ

200
00:14:46,994 --> 00:14:50,994
ตัวอย่างที่เรานำมาใช้ในการทดสอบค่ะ

201
00:14:51,740 --> 00:14:54,881
นักเรียนคิดว่าสารอินทรีย์ต่าง ๆ ที่พืชสร้าง

202
00:14:54,881 --> 00:14:58,881
และสะสมอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของพืช

203
00:15:00,722 --> 00:15:02,495
มาจากไหน พืชจะนำน้ำตาลที่ได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสง

204
00:15:02,495 --> 00:15:05,128
อาหารต่าง ๆ

205
00:15:05,128 --> 00:15:09,128
มาใช้ในการสร้างสรรค์อินทรีย์

206
00:15:11,965 --> 00:15:15,622
พืชสร้างขึ้นนี้จะผ่านปฏิกิริยาหลายขั้นตอน

207
00:15:15,622 --> 00:15:19,010
ได้เป็นคาร์โบไฮเดตร ที่สะสมไว้ตามส่วนต่าง ๆ ของพืช

208
00:15:19,010 --> 00:15:20,987
สะสมน้ำตาลในอ้อย

209
00:15:20,987 --> 00:15:24,372
ส

210
00:15:24,372 --> 00:15:26,640
ะสมหรือสะสมไว้ในแป้ง

211
00:15:26,640 --> 00:15:30,563
ในข้าวหรือข้าวโพด

212
00:15:30,563 --> 00:15:34,031
น้ำตาลที่พืชสร้างขึ้น

213
00:15:34,031 --> 00:15:38,031
ถูกนำไปใช้ในการสร้างสรรค์ประเภทอื่น

214
00:15:38,247 --> 00:15:42,207
เช่น โปรตีนในเมล็ดถั่ว

215
00:15:42,207 --> 00:15:45,014
ลิพิดในเมล็ดทานตะวันและมะพร้าว

216
00:15:45,014 --> 00:15:47,712
และกรดนิวคลีอิก

217
00:15:47,712 --> 00:15:51,534
ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในนิวเคลียส

218
00:15:51,534 --> 00:15:53,988
พบมากในบริเวณที่มีการแบ่งเซลล์ เช่น

219
00:15:53,988 --> 00:15:57,988
บริเวณปลายยอดพืช

220
00:16:00,150 --> 00:16:03,679
จะถามที่ครูถามไว้ในตอนแรกนะคะ ว่าถ้าเรารับประทานอาหาร

221
00:16:03,679 --> 00:16:07,679
เจ จะได้รับสารอาหารครบหรือไ

222
00:16:08,221 --> 00:16:11,892
ม่ เรียนจบแล้วเราก็น่าจะตอบคำถามนี้กันได้แล้วนะคะ

223
00:16:11,892 --> 00:16:15,032
ในกรณีที่รับประทานอาหารเจ

224
00:16:15,032 --> 00:16:19,032
เราจะได้รับสารอาหาร

225
00:16:20,569 --> 00:16:24,569
ครบถ้วน การเล่นจับคือแต่ละชนิดของสารอาหารประเภทต่าง ๆ ในปริมาณ

226
00:16:26,091 --> 00:16:28,969
แตกต่างกัน จากนั้นเราจึงควรเลือกรับประทานอาหารเจ

227
00:16:28,969 --> 00:16:32,534
ผลิตจากวัตถุดิบที่หลากหลาย

228
00:16:32,534 --> 00:16:35,415
เมื่อที่จะได้รับสารอาการที่เหมาะสม

229
00:16:35,415 --> 00:16:38,834
ความต้องการ

230
00:16:38,834 --> 00:16:42,834
3.1.2

231
00:16:43,259 --> 00:16:47,259
อินทรีย์ที่ไม่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง

232
00:16:48,914 --> 00:16:52,748
ไม่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง

233
00:16:52,748 --> 00:16:56,748
แต่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของพืช

234
00:16:57,171 --> 00:17:01,171
เช่น เพิ่มโอกาสในการมีชีวิตรอด

235
00:17:02,595 --> 00:17:05,302
และแพร่กระจายพันธุ์ได้ดี

236
00:17:05,302 --> 00:17:09,197
พืชต่างชนิดกัน

237
00:17:09,197 --> 00:17:12,285
นี้

238
00:17:12,285 --> 00:17:16,048
มีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของพืชอย่างไร

239
00:17:16,048 --> 00:17:18,713
ได้จากตัวอย่างต่อไปนี้ค่ะ

240
00:17:18,713 --> 00:17:22,351
รูปแ

241
00:17:22,351 --> 00:17:26,351
รกนะคะ เป็นรูปดอกบัว หรือว่ามีกลิ่นหอม

242
00:17:31,288 --> 00:17:34,306
รูปที่ 2 เป็นรูปต้นยางพาราน้ำยางพารามาช่วยปิด

243
00:17:34,306 --> 00:17:37,253
ยากระตุ้นการเจริญของเนื้อเยื่อ

244
00:17:37,253 --> 00:17:41,253
ค่ะ

245
00:17:43,379 --> 00:17:47,379
นอกจากนี้แล้วยังช่วยป้องกันจุลินทรีย์ ที่อยากจะเข้ามาทำบาดแผลได้ด้วย

246
00:17:49,773 --> 00:17:53,773
รูปที่ 3 คือมะละกอยางมะละกอ มีสารที่สามารถช่วยป้องกันแมลง

247
00:17:54,843 --> 00:17:57,956
จุลินทรีย์บางชนิดได้

248
00:17:57,956 --> 00:18:01,956
รูปสุดท้ายนี้ คือกาแฟ

249
00:18:03,738 --> 00:18:07,738
คาเฟอีนจากกาแฟกับการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์บ

250
00:18:11,398 --> 00:18:14,290
างชนิดได้ ในปัจจุบันสารอินทรีย์กลุ่มนี้นำไปใช้ประโยชน์มากมาย

251
00:18:14,290 --> 00:18:17,311
ยกตัวอย่างคือน้ำยางพารา

252
00:18:17,311 --> 00:18:21,014
ที่ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมหลากหลาย

253
00:18:21,014 --> 00:18:22,826
เช่น อุตสาหกรรมยางรถยนต์

254
00:18:22,826 --> 00:18:24,795

255
00:18:24,795 --> 00:18:26,991
ถุงมือยาง รองเท้ายา

256
00:18:26,991 --> 00:18:30,991
ง แ

257
00:18:32,745 --> 00:18:36,745
ละยางรัด หลังจากที่เรียนจบไปแล้วนะคะ แล้วก็มาสู่ช่วงสรุปเนื้อหาภายใน

258
00:18:37,227 --> 00:18:39,530
จากการสังเคราะห์ด้วยแสง

259
00:18:39,530 --> 00:18:42,548
น้ำตาลที่สร้างขึ้นนี้

260
00:18:42,548 --> 00:18:46,186
จะถูกนำไปใช้ในการหายใจระดับเซลล์

261
00:18:46,186 --> 00:18:49,236
เพื่อให้ได้เป็นพลังงานไปใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ

262
00:18:49,236 --> 00:18:52,278
ใช้เป็นหลักคาร์บอน

263
00:18:52,278 --> 00:18:56,278
นำไปใช้ในการสังเคราะห์สารอินทรีย์

264
00:19:00,551 --> 00:19:04,551
และการเจริญเติบโต สารอินทรีย์ที่พืชสร้างขึ้นมีทั้งที่เป็นสารอินทรีย์ที่จำเป็นต่อ

265
00:19:08,247 --> 00:19:12,247
ที่ไม่จำเป็น

266
00:19:14,014 --> 00:19:16,098
สารอินทรีย์ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง

267
00:19:16,098 --> 00:19:18,058
พบได้ในพืชทุกชนิด

268
00:19:18,058 --> 00:19:19,461
เช่น

269
00:19:19,461 --> 00:19:21,696
คาร์โบไฮเดรต

270
00:19:21,696 --> 00:19:25,696
โปรตีน

271
00:19:27,517 --> 00:19:31,517
ลิพิด วิตามินซี

272
00:19:35,003 --> 00:19:39,003
อินทรีย์ที่ไม่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง

273
00:19:41,034 --> 00:19:44,420
พบได้ในพืชบางชนิด ช่วยให้พืชมีโอกาสรอดชีวิตเพิ่มขึ้น

274
00:19:44,420 --> 00:19:47,951
หรือช่วยในการกระจายพันธุ์ได้ดีขึ้น

275
00:19:47,951 --> 00:19:51,651
มนุษย์นำสัตว์กลุ่มนี้มาใช้ประโยชน์หลากหลาย

276
00:19:51,651 --> 00:19:55,635
เช่น ผลิตภัณฑ์จากยางพารา

277
00:19:55,635 --> 00:19:59,635
ชีวภาพที่ใช้เป็นยา

278
00:20:00,864 --> 00:20:03,078
สำหรับคลิปนี้ก็ขอจบการสอนเพียงเท่านี้

279
00:20:03,078 --> 00:20:07,078
แล้วพบกันใหม่คลิปถัดไป

280
00:20:08,519 --> 00:20:10,306
ปัจจัยบางประการที่มีผลต่อการเจริญเติบโต

281
00:20:10,306 --> 00:20:14,306
สวัสดีค่ะ[เสียงหัวเราะ][เสียงหัวเราะ

