--- title: สารอินทรีย์ในพืช (20.31 นาที) subtitle: date: วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม 2567 เวลา 10.15 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) 3.1 จะมีจุดประสงค์การเรียนรู้อย่างนี้ค่ะ เมื่อต้องการสารอาหาร และพลังงาน เช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตอื่น เพื่อใช้ในการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิต โดยพืชสามารถสร้างอาหารได้เอง สังเคราะห์รอด้วยแสง กระบวนการนี้ ต้องการคลอโรฟิลล์ที่พบมากในใบพืช ทำหน้าที่ดูดกลืนพลังงานแสง คาร์บอนไดออกไซด์ น้ำตาลที่พืชสร้างขึ้นนี้ ถูกนำไปใช้ในการหายใจระดับเซลล์ การเปลี่ยนพลังงานสำหรับนำไปใช้ในกระบวนการผลิตอื่น ๆ ต่อไป แล้วน้ำตาลสูงสำหรับ คิดว่าสารอินทรีย์ที่พืชสร้างขึ้นมีอะไรบ้าง มีความสำคัญต่อพืชอย่างไร พืชแต่ละชนิดด้วยกันนะคะ หัวข้อที่ 3.1 สังเกตรูปดี ๆ นะคะ สามารถบอกได้ไหมคะ ว่านี่คือรูปอะไร นี่คือรูปของอาหาร จะมีช่วงเทศกาลกินเจ ละเว้นจากการกิน คิดว่าการรับประทานอาหารเจ เราสามารถนำความรู้เกี่ยวกับพืชมาถามได้ค่ะ โครงสร้างหลักของพืช ใบ ดอกและผล ประกอบด้วย อวัยวะต่าง ๆ ทำหน้าที่เฉพาะ อย่างเช่น รากทำหน้าที่ยึดหลักค้ำจุนรากอาหาร ใบ ทำหน้าที่สังเคราะห์ด้วยแสง การดำรงชีวิตของพืช จำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของอวัยวะต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งแต่ละอวัยวะใดประกอบด้วย เซลล์ ที่มีรูปร่างแตกต่างกัน นี่คือรูปเซลล์พืช ภายในเซลล์จะมีสารอินทรีย์หลายชนิด บางชนิดทำหน้าที่เป็นโครงสร้างของเซลล์ ในขณะที่บางชนิดทำหน้าที่ของเกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ ภายในเซลล์ บริเวณนี้นะคะ เมื่อขยายดูเป็นลักษณะแบบนี้ค่ะ ผนังเซลล์มีส่วนประกอบเป็นเซลลูโลส ซึ่งเซลล์ลูโลสนี้นะคะ ประเภทคาร์โบไฮเดรต บริเวณนี้นะคะ เซลล์เข้ามาด้านใน เมื่อขยายภาพ จะมองเห็นเป็นแบบนี้ค่ะ ประกอบด้วย portfolio เรียงตัวกันเป็นชั้น2 ชั้น มีโปรตีนนะคะ ออกจากนี้แล้วด้วยค่ะ ในไซโทพลาซึมและออร์แกเนลล์ต่าง ๆ จะมีเอนไซม์ชนิดต่าง ๆ นะคะ มันเป็นโปรตีน นอกจากนี้แล้ว พบสารพันธุกรรมในนิวเคลียส ซึ่งคือบริเวณนี้นะคะ การดังกล่าว 3.1.1 สารอินทรีย์ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง อินทรีย์ที่เป็นองค์ประกอบของเซลล์ เมื่อใช้ในการเจริญเติบโต และกิจกรรมต่าง ๆ ภายในเซลล์ การแบ่งเซลล์ การควบคุมการเจริญเติบโต และการตอบสนองต่อสิ่งเร้า สารกลุ่มนี้มีหลายชนิด เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ลิพิด กรดนิวคลิอิก วิตามิน คลอโรฟิลล์นะคะ พบได้ในพืชทุกชนิด ยังมีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง พืชซากสัตว์ต่าง ๆ ในปริมาณที่แตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร สามารถศึกษาได้จากกิจกรรม 3.1 การทดสอบสารอาหารในพืช นักเรียนสามารถทำกิจกรรมนี้ได้ที่โรงเรียน ดูวีดีโอคลิป นักศึกษาตัวอย่างการทำกิจกรรมได้ค่ะ ซึ่งวีดีโอคลิปนี้นะคะ จะมีการทดสอบสารอาหาร 3 ชนิดค่ะ คือการทดสอบแป้ง โดยการใช้สารละลาย การทดสอบโปรตีนโดยใช้สารละลายไบยูเรตทดสอบให้นักเรียนสังเกตการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ตัวอย่างพืชที่เรานำมาใช้ในการทดสอบค่ะ จากนั้นบันทึกผลลงในตาราง ซึ่งนักเรียนสามารถไปทำกิจกรรมได้ค่ะ การทดสอบสารอาหารในพืช พืชที่นำมาใช้ทดสอบสารอาหาร มะพร้าวแก่ มันฝรั่งข้าวโพด ถั่วลิสง ถั่วเหลือง การเตรียมตัวอย่างพืชที่ต้องการทดสอบ นำพืชอย่างละ 10 กรัมมาหั่นให้เป็นชิ้นขนาดพอเหมาะ ใช้โกร่งบดพืชตัวอย่างแต่ละชนิดให้ละเอียด แล้วผสมน้ำ 30 ลูกบาศก์เซนติเมตร การทดสอบแป้ง ทดสอบโดยใช้สารละลายไอโอดีน ซึ่งมีสีน้ำตาล ผลการทดสอบ ส่วนมีแป้งจะเปลี่ยนแปลงเป็นสีน้ำเงินแกมม่วง นำหลอดทดลองมา 2 หลอด โดยหลอดที่ 1 เติมน้ำกลั่นต่อลูกบาศก์เซนติเมตรเพื่อใช้เป็น Negative Control ที่ 2 จำนำแป้ง ลูกบาศก์เซนติเมตร หยดสารละลายไอโอดีนซึ่งมีความเข้มข้น 2% จำนวน 2 หยด ลงในหลอดทดลองที่ 1 และ 2 เขย่าให้เข้ากัน สังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จะพบว่าบทที่ 1 ที่เติมน้ำกลั่นที่เป็นลิขสิทธิ์ เป็นสีของสารละลายไอโอดีนที่ 2 ที่เติมน้ำแป้งดิบคอนโทรลจะได้เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินแกมม่วง จากนั้นนำหลอดทดลอง 5 หลอด เติมน้ำคั้นจากพืชที่ต้องการทดสอบลงไปในแต่ละหลอด อย่างละ 2 ลูกบาศก์เซนติเมตร หยดสารละสารไอโอดีน ซึ่งมีสีน้ำตาลความเข้มข้น 2 เปอร์เซ็นต์จำนวน 2 หยด ลงในหลอดทดลองที่ 3-7 เขย่าให้เข้ากัน สังเกตการเปลี่ยนแปลงสีของสารละลายในแต่ละหลอด ทดลองพบว่าหลอดที่ 3 มะพร้าวแก่ เป็นสีของสารละลายไอโอดีน หลดที่ 4 สีมันตลาดละลายเป็นสีน้ำเงินแกมม่วง สาหร่ายเป็นสีม่วงที่ 6 ตัวเหลืองเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน เห็นการเปลี่ยนแปลงไม่ชัดเจน ในกรณีที่เห็นการเปลี่ยนแปลงสีของสารละลายไม่ชัดเจน สามารถนำชิ้นส่วนพืชมาทดสอบได้ โดยนำชิ้นส่วนพืชจากโกร่งเมื่อตอนการเพาะเลี้ยงเชื้อและหยดสารละลายไอโอดีนลงไปโดยตรง พบว่ามันฝรั่งข้าวโพดและถั่วลิสงสีของสารละลายไอโอดีนที่หยดลงบนชิ้นส่วนพืช เปลี่ยนจากสีน้ำตาลเป็นสีน้ำเงินแกมม่วง การทดสอบโปรตีน ทดสอบโดยใช้สารละลายไบยูเร็ต ซึ่งมีสีฟ้า ผลการทดสอบ ส่วนที่มีโปรตีนจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง นำหลอดทดลองมา 2 มาหลอดที่ 10.5 ลูกบาศก์เซนติเมตรที่ 2 เติมนมวัว 0.5 ลูกบาศก์เซนติเมตร คอนโทรล เติมสารละลายไบยูเร็ตปริมาตร 2.5 ลูกบาศก์เซนติเมตร ลงในหลอดทดลองที่ 1 และ 2 เขย่าเข้ากัน 30 นาทีต่อมา สังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะพบว่า บทที่ 1 ที่เติมน้ำสลัดที่เป็น Negative control เสร็จแล้วจะยังเป็นสีฟ้า หลอดที่ 2 ที่เติมน้ำนมวัวจะเป็นสีม่วง ทดลอง 5 หลอดเติมสารที่ต้องการทดสอบลงไปในแต่ละหลอดอย่างละ 0.5 ลูกบาศก์เซนติเมตร เติมสารละลายไบยูเรตปริมาตร 2.5 ลูกบาศก์เซนติเมตรลงในหลอดทดลองที่ 3-7 เขย่าให้เท่ากันแล้วตั้งทิ้งไว้ 30 นาที 30 นาทีต่อมา สังเกตการเปลี่ยนแปลงสีของสารละลายในแต่ละหลอดทดลองพบว่า หลอดที่ 3 มะพร้าวแก่ สำหรับเปลี่ยนเป็นสีม่วง เปลี่ยนเป็นสีม่วงอ่อนที่ 5 ข้าวโพด ไม่เกิดสาหร่ายสีม่วง หลอดที่ 6 ตอนที่สารจะกลายเป็นสีม่วง ถั่วเหลืองเป็นสีม่วง การทดสอบลิพิด ทดสอบโดยใช้ชิ้นส่วนของพืชที่ต้องการ ทดสอบถูกบนกระดาษสีขาว การทดสอบกระดาษจะเปลี่ยนไปเป็นมีลักษณะโปร่งแสง การทดสอบลิพิดทำได้ โดยชิ้นส่วนของพืชทดลองวัตถุบนกระดาษสีขาว 13 ผลการทดสอบลิพิดกระดาษจะเปลี่ยนไปเป็นมีลักษณะโปร่งแสง นำกระดาษขาว 1 แผ่นมาตีตารางให้ได้ 7-8 ช่องเท่ากัน นำน้ำเปล่าซึ่งเป็น Negative Control กระดาษช่องที่ 1 น้ำมันพืชเป็น Positive คอนโทรล มาถูกับกระดาษที่ 2 ตัดชิ้นส่วนของมะพร้าวมาถูกับกระดาษช่องที่ 3 ตัดชิ้นส่วนของมันฝรั่งมาถูกับกระดาษช่องที่ 4 นำชิ้นส่วนของข้าวโพดมาถูกับกระดาษช่องที่ 5 นำถั่วลิสงมาบนกระดาษทั้งที่ 6 และชั้น 3 ตามเพื่อบีบน้ำออกจากเมล็ด นำชิ้นส่วนมาวางบนกระดาษเท่าที่ 7 ทำเช่นเดียวกับถั่วลิสง ทิ้งไว้ให้แห้ง ผลการทดสอบลิพิด กระดาษจะเปลี่ยนเป็นมีลักษณะโปร่งแสงดังนี้ น้ำทึบแสงน้ำมันพืช มะพร้าวแก่ตรงแสงมันฝรั่ง ข้าวโพดชุดแสงที่ 2 โปร่งแสงโปร่งแสง กิจกรรมเสร็จแล้ว เรามาตอบคำถามท้ายกิจกรรมกันค่ะ มีทั้งหมด 3 แบบนี้ค่ะ ข้อ 1 ชิ้นส่วนของพืชที่นำมาทดสอบมีสารอาหารที่สะสมอยู่ในปริมาณที่แตกต่างกันหรือไม่ ทราบได้อย่างไร ข้อ 2 เพราะเหตุใด ต้องใช้แป้งมัน น้ำมัน คือ ในการทดสอบแป้ง ตามลำดับ ข้อ 3 เพราะเหตุใดในการทดลองนี้ ต้องใช้น้ำในการทดสอบด้วย นักเรียนสามารถกดพัก เพื่อตอบคำถามท้ายกิจกรรม และเมื่อตอบคำถามเสร็จแล้ว กดเล่นต่อมาดูคำตอบค่ะ เฉลยคำถามท้ายกิจกรรม คำถามข้อแรกนะคะ ชิ้นส่วนของพืชแต่ละชนิด ที่นำมาทดสอบมีสารอาหารที่สะสมอยู่ในปริมาณที่แตกต่างกันหรือไม่ ทราบได้อย่างไร แตกต่างกันค่ะ เนื่องจากตัวอย่างพืชที่นำมาทดสอบมีน้ำหนักเท่ากันทุกตัวอย่าง จึงสามารถเปรียบเทียบปริมาณของสารอาหารที่สะสมในแต่ละตัวอย่าง ประมาณ ซึ่งสามารถพิจารณาจากความเข้มของสีที่เปลี่ยนแปลงความเข้มของสีมาก แสดงว่ามีปริมาณสารอาหารประเภทมาสะสมอยู่มาก แต่การทดสอบให้ผลที่แตกต่างกันนะคะ ขึ้นกับตัวอย่างพืชที่นำมาใช้ในการทดสอบค่ะ คำถามข้อ 2 นะคะ เพราะเหตุใดจึงต้องใช้แป้งมัน นมจืด และน้ำมัน พืชในการทดสอบแป้งโปรตีน และพิลิดตามลำดับ เพราะว่าการใช้น้ำแป้งมัน นมจืด และน้ำมันพืชเป็นการทำยืนยันผลการทดสอบของตัวอย่างพืชแต่ละชนิด มีแป้ง โปรตีน ลิพิดตามลำดับ คำถามข้อที่ 3 นะคะ เพราะเหตุใดในการทดลองนี้ จึงต้องใช้น้ำในทดสอบด้วย นั้นก็เพราะว่าการใช้น้ำเพื่อเป็น Negative Control ของไทยเปรียบเทียบได้ว่า ผลการทดสอบที่ได้ผลจะเป็นเช่นไรไม่มีสารอาหารประเภทนั้น ๆ ตัวอย่างที่เรานำมาใช้ในการทดสอบค่ะ นักเรียนคิดว่าสารอินทรีย์ต่าง ๆ ที่พืชสร้าง และสะสมอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของพืช มาจากไหน พืชจะนำน้ำตาลที่ได้จากการสังเคราะห์ด้วยแสง อาหารต่าง ๆ มาใช้ในการสร้างสรรค์อินทรีย์ พืชสร้างขึ้นนี้จะผ่านปฏิกิริยาหลายขั้นตอน ได้เป็นคาร์โบไฮเดตร ที่สะสมไว้ตามส่วนต่าง ๆ ของพืช สะสมน้ำตาลในอ้อย สะสมหรือสะสมไว้ในแป้ง ในข้าวหรือข้าวโพด น้ำตาลที่พืชสร้างขึ้น ถูกนำไปใช้ในการสร้างสรรค์ประเภทอื่น เช่น โปรตีนในเมล็ดถั่ว ลิพิดในเมล็ดทานตะวันและมะพร้าว และกรดนิวคลีอิก ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในนิวเคลียส พบมากในบริเวณที่มีการแบ่งเซลล์ เช่น บริเวณปลายยอดพืช จะถามที่ครูถามไว้ในตอนแรกนะคะ ว่าถ้าเรารับประทานอาหารเจ จะได้รับสารอาหารครบหรือไม่ เรียนจบแล้วเราก็น่าจะตอบคำถามนี้กันได้แล้วนะคะ ในกรณีที่รับประทานอาหารเจ เราจะได้รับสารอาหารครบถ้วน การเล่นจับคือแต่ละชนิดของสารอาหารประเภทต่าง ๆ ในปริมาณแตกต่างกัน จากนั้นเราจึงควรเลือกรับประทานอาหารเจ ผลิตจากวัตถุดิบที่หลากหลาย เมื่อที่จะได้รับสารอาการที่เหมาะสม ความต้องการ 3.1.2 อินทรีย์ที่ไม่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง ไม่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง แต่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของพืช เช่น เพิ่มโอกาสในการมีชีวิตรอด และแพร่กระจายพันธุ์ได้ดี พืชต่างชนิดกันนี้ มีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของพืชอย่างไร ได้จากตัวอย่างต่อไปนี้ค่ะ รูปแรกนะคะ เป็นรูปดอกบัว หรือว่ามีกลิ่นหอม รูปที่ 2 เป็นรูปต้นยางพาราน้ำยางพารามาช่วยปิด ยากระตุ้นการเจริญของเนื้อเยื่อค่ะ นอกจากนี้แล้วยังช่วยป้องกันจุลินทรีย์ ที่อยากจะเข้ามาทำบาดแผลได้ด้วย รูปที่ 3 คือมะละกอยางมะละกอ มีสารที่สามารถช่วยป้องกันแมลง จุลินทรีย์บางชนิดได้รูปสุดท้ายนี้ คือกาแฟ คาเฟอีนจากกาแฟกับการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์บางชนิดได้ ในปัจจุบันสารอินทรีย์กลุ่มนี้นำไปใช้ประโยชน์มากมาย ยกตัวอย่างคือน้ำยางพารา ที่ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมหลากหลาย เช่น อุตสาหกรรมยางรถยนต์ ถุงมือยาง รองเท้ายาง และยางรัด หลังจากที่เรียนจบไปแล้วนะคะ แล้วก็มาสู่ช่วงสรุปเนื้อหาภายใน จากการสังเคราะห์ด้วยแสง น้ำตาลที่สร้างขึ้นนี้ จะถูกนำไปใช้ในการหายใจระดับเซลล์ เพื่อให้ได้เป็นพลังงานไปใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ ใช้เป็นหลักคาร์บอน นำไปใช้ในการสังเคราะห์สารอินทรีย์ และการเจริญเติบโต สารอินทรีย์ที่พืชสร้างขึ้นมีทั้งที่เป็นสารอินทรีย์ที่จำเป็นต่อ ที่ไม่จำเป็น สารอินทรีย์ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง พบได้ในพืชทุกชนิด เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ลิพิด วิตามินซี อินทรีย์ที่ไม่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชโดยตรง พบได้ในพืชบางชนิด ช่วยให้พืชมีโอกาสรอดชีวิตเพิ่มขึ้น หรือช่วยในการกระจายพันธุ์ได้ดีขึ้น มนุษย์นำสัตว์กลุ่มนี้มาใช้ประโยชน์หลากหลาย เช่น ผลิตภัณฑ์จากยางพารา ชีวภาพที่ใช้เป็นยา สำหรับคลิปนี้ก็ขอจบการสอนเพียงเท่านี้ แล้วพบกันใหม่คลิปถัดไป ปัจจัยบางประการที่มีผลต่อการเจริญเติบโต สวัสดีค่ะ [เสียงหัวเราะ] [เสียงหัวเราะ