﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:00,791

2
00:00:00,829 --> 00:00:01,122

3
00:00:01,147 --> 00:00:01,637

4
00:00:01,589 --> 00:00:03,281
การเจริญเติบโตของพืช

5
00:00:03,388 --> 00:00:04,259
ตอน 3

6
00:00:04,287 --> 00:00:04,536

7
00:00:04,478 --> 00:00:06,139
สอนโดยครูสุนัดดาค่ะ

8
00:00:07,038 --> 00:00:09,836
ซึ่งก็จะเป็นปัจจัยภายในนะคะ

9
00:00:10,109 --> 00:00:12,941
สายภายในที่เป็นฮอร์โมนพืชนี้นะคะ

10
00:00:13,127 --> 00:00:18,628
ก็คือแล้วก็ออดกด A4 ค่ะซึ่งเป็นฮอร์โมนพูดอีก 2 ชนิด

11
00:00:18,886 --> 00:00:21,626
เราไม่ได้เรียนกันในอาทิตย์ที่แล้วนะคะ

12
00:00:22,287 --> 00:00:22,654

13
00:00:22,737 --> 00:00:24,557
ประสงค์การเรียนรู้นะคะ

14
00:00:24,528 --> 00:00:30,227
ก็คือสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับสารควบคุมการเจริญเติบโตของมนุษย์ของพืชที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้น

15
00:00:30,480 --> 00:00:36,049
นำมาใช้ในการเกษตรและเพิ่มผลผลิตของพืชและนำเสนอข้อมูลในรูปแบบต่างๆ

16
00:00:37,779 --> 00:00:39,791
นี่คือผลอะโวคาโดค่ะ

17
00:00:40,279 --> 00:00:40,500

18
00:00:40,469 --> 00:00:40,942

19
00:00:41,499 --> 00:00:46,890
ที่ครูซื้อมานี้นะคะยังไม่ส่งนะคะที่ขายให้ครูค่ะแนะนำว่าให้น้ำ

20
00:00:46,689 --> 00:00:50,594
อะโวคาโดมาใส่ในกล่องกระดาษหรือว่าถุงกระดาษนะคะ

21
00:00:50,530 --> 00:00:52,476
หลังจากนั้นก็ให้ใส่

22
00:00:52,579 --> 00:00:52,830

23
00:00:52,968 --> 00:00:58,830
กล้วยที่ใกล้สุกลงไปหรือใส่แอปเปิ้ลลงไปค่ะจะทำให้อะโวคาโดสุกเร็วขึ้น

24
00:01:00,068 --> 00:01:02,605
นี่คือเรียกว่าการบ่มผลไม้นะคะ

25
00:01:02,638 --> 00:01:05,570
นักเรียนเคยบ่มผลไม้อะไรบ้างหรือเปล่าคะ

26
00:01:05,518 --> 00:01:10,651
แล้วทำไมการบ่มผลไม้จึงทำให้ผลไม้ของเราสุกเร็วขึ้นค่ะ

27
00:01:11,667 --> 00:01:14,458
เดี๋ยวเราจะมาศึกษาไปพร้อมกันเลยค่ะ

28
00:01:14,996 --> 00:01:16,025
เอทิลีน

29
00:01:16,657 --> 00:01:20,562
เอทิลีนเป็นฮอร์โมนพืชที่มีสถานะเป็นแก๊ส

30
00:01:20,637 --> 00:01:24,711
มีบทบาทสำคัญในการสุกของผลไม้บางชนิด

31
00:01:25,377 --> 00:01:25,763

32
00:01:25,627 --> 00:01:26,885
นอกจากนี้แล้ว

33
00:01:26,857 --> 00:01:27,074

34
00:01:26,977 --> 00:01:30,162
ยังมีผลต่อพืชในด้านอื่นๆอีกเช่น

35
00:01:30,307 --> 00:01:32,395
ควบคุมการงอกของเมล็ด

36
00:01:32,417 --> 00:01:34,326
กระตุ้นการร่วงของใบ

37
00:01:35,887 --> 00:01:38,422
เอทิลีนกับการสุกของผลไม้

38
00:01:39,090 --> 00:01:41,613
ผลไม้บางชนิดเมื่อเจริญเต็มที่

39
00:01:41,777 --> 00:01:44,114
จะมีการสร้างเอทิลีนสูงขึ้น

40
00:01:44,146 --> 00:01:44,519

41
00:01:44,787 --> 00:01:46,363
และส่งผลให้เกิด

42
00:01:46,648 --> 00:01:49,380
การเพิ่มอัตราการหายใจระดับเซลล์

43
00:01:49,337 --> 00:01:52,724
มีการเปลี่ยนสีของผลจากสีเขียวเป็นสีเหลือง

44
00:01:52,737 --> 00:01:53,659
หรือแดง

45
00:01:54,137 --> 00:01:57,449
เช่นนักเรียนน่าจะเคยมะม่วงดิบนะคะ

46
00:01:57,407 --> 00:01:57,777

47
00:01:57,856 --> 00:01:59,505
ก็เป็นสีเขียวค่ะ

48
00:01:59,532 --> 00:02:01,098
แต่ว่าถ้าเป็นมะม่วงสุก

49
00:02:01,056 --> 00:02:02,655
จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง

50
00:02:02,657 --> 00:02:02,918

51
00:02:03,237 --> 00:02:09,322
หรือว่ามะเขือเทศนะคะมะเขือเทศดิบจะเป็นสีเขียวส่วนมะเขือเทศสุกจะเป็นสีแดงค่ะ

52
00:02:09,518 --> 00:02:10,826
นอกจากนี้แล้วนะคะ

53
00:02:12,018 --> 00:02:12,258

54
00:02:12,208 --> 00:02:13,345
น่าจะเกิดจาก

55
00:02:14,128 --> 00:02:15,319
การเปลี่ยนแปลง

56
00:02:15,346 --> 00:02:18,522
ให้เป็นน้ำตาลนะคะทำให้มีรสชาติอ่อนขึ้น

57
00:02:18,487 --> 00:02:20,634
ผลไม้สุกจึงมีรสหวานค่ะ

58
00:02:21,238 --> 00:02:22,242
รวมทั้ง

59
00:02:22,198 --> 00:02:26,609
เกิดการสร้างกลิ่นที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยนะคะยกตัวอย่างเช่นทุเรียนค่ะ

60
00:02:27,777 --> 00:02:32,772
ถ้าใครเคยซื้อทุเรียนมาแล้วตอนแรกยังไม่สุกทุเรียนนั้นก็ยังไม่มีกลิ่นค่ะ

61
00:02:33,028 --> 00:02:33,231

62
00:02:33,347 --> 00:02:34,856
แต่เมื่อทิ้งมาแล้วจน

63
00:02:34,947 --> 00:02:42,664
ทุเรียนสุกก็จะมีกลิ่นมานะคะซึ่งทำให้เรารู้ว่าทุเรียนนั้นสุขและพร้อมที่จะให้เรารับประทานได้แล้วค่ะ

64
00:02:43,861 --> 00:02:46,094
เอทิลีนกับการนำไปใช้

65
00:02:46,987 --> 00:02:49,347
ว่าแต่ละคนที่อยู่ในปีเดียวกัน

66
00:02:49,556 --> 00:02:49,766

67
00:02:49,936 --> 00:02:51,845
อาจจะสุกไม่พร้อมกันนะคะ

68
00:02:51,987 --> 00:02:55,031
เช่นเดียวกับมะม่วงในแต่ละผลในช่อเดียวกัน

69
00:02:54,937 --> 00:02:55,212

70
00:02:55,257 --> 00:02:57,207
ก็มักจะสุกไม่พร้อมกันค่ะ

71
00:02:57,887 --> 00:02:58,119

72
00:02:58,716 --> 00:03:01,772
ถ้านักเรียนเคยไปซื้อมะม่วงที่ตลาดนะคะ

73
00:03:02,047 --> 00:03:05,985
จะเห็นว่ามะม่วงที่ขายนั้นเป็นมะม่วงที่สุดเท่าๆกัน

74
00:03:07,368 --> 00:03:07,719

75
00:03:07,617 --> 00:03:07,835

76
00:03:07,880 --> 00:03:08,126

77
00:03:08,066 --> 00:03:13,139
นั่นเพราะว่าเกษตรกรสามารถทำให้มะม่วงสุกพร้อมกันเป็นจำนวนมากได้

78
00:03:13,327 --> 00:03:13,537

79
00:03:13,517 --> 00:03:17,031
ให้จำหน่ายได้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค

80
00:03:17,488 --> 00:03:17,743

81
00:03:18,827 --> 00:03:19,054

82
00:03:19,597 --> 00:03:24,259
จากสมบัติของเอทิลีนที่มีผลต่อการสุกของผลไม้นะคะ

83
00:03:24,407 --> 00:03:24,640

84
00:03:24,978 --> 00:03:29,444
จึงมีการใช้ Ethyl ซึ่งให้แก๊สเอทิลีน

85
00:03:29,466 --> 00:03:30,740
หรือใช้ผ่านแก๊ส

86
00:03:30,749 --> 00:03:31,139

87
00:03:31,141 --> 00:03:31,340

88
00:03:31,387 --> 00:03:33,281
แคลเซียมคาร์ไบด์

89
00:03:33,377 --> 00:03:38,670
ที่ให้แก๊สอะเซทิลีนซึ่งแก๊สนี้มีคุณสมบัติคล้ายเอทิลีนค่ะ

90
00:03:38,626 --> 00:03:42,134
สามารถใช้ควบคุมการสุกของผลไม้ในเชิงพาณิชย์ได้

91
00:03:42,278 --> 00:03:42,520

92
00:03:42,856 --> 00:03:46,177
รูปที่เห็นนี้นะคะเป็นกล้วยและมะม่วง

93
00:03:46,507 --> 00:03:49,140
พี่ไม่บ่มและบ่มด้วยสารสังเคราะห์

94
00:03:49,328 --> 00:03:51,611
ที่มีสมบัติคล้ายเอทิลีนค่ะ

95
00:03:51,816 --> 00:03:55,673
จะเห็นว่าทั้งกล้วยและมะม่วงที่ไม่มีการบ่มนะคะ

96
00:03:55,606 --> 00:03:57,557
แต่ยังคงเป็นสีเขียวอยู่

97
00:03:57,659 --> 00:04:00,261
แต่ว่ากล้วยและมะม่วงที่มีการบ่มค่ะ

98
00:04:00,336 --> 00:04:01,915
เปลี่ยนเป็นสีเหลืองค่ะ

99
00:04:03,617 --> 00:04:05,129
ช่วงชวนคิด

100
00:04:05,146 --> 00:04:05,567

101
00:04:05,727 --> 00:04:09,444
รูปมีคำถามมาชวนให้นักเรียนคิดหนึ่งคำถามนะคะ

102
00:04:09,437 --> 00:04:11,345
มันก็คือผลไม้ทุกชนิด

103
00:04:11,427 --> 00:04:11,675

104
00:04:11,556 --> 00:04:11,791

105
00:04:11,817 --> 00:04:14,870
สามารถนำมาบ่มให้สุกเร็วขึ้นได้หรือไม่

106
00:04:15,848 --> 00:04:19,097
นักเรียนน่าจะเคยทานผลไม้กันแล้วหลายชนิดนะคะ

107
00:04:19,177 --> 00:04:22,679
ลองนึกดูสิคะว่ามีผลไม้อะไรบ้างที่เราสามารถ

108
00:04:22,828 --> 00:04:23,053

109
00:04:23,147 --> 00:04:27,173
เก็บมาจากต้นแล้วสามารถทานได้ทันทีกับอีกแบบหนึ่งก็คือ

110
00:04:27,377 --> 00:04:29,733
มาเก็บมาแล้วจะต้องนำมาบ่มให้สุก

111
00:04:29,817 --> 00:04:31,319
จะรับประทานได้ค่ะ

112
00:04:35,257 --> 00:04:38,120
ผลไม้บางชนิดสามารถบ่มให้สุกได้

113
00:04:38,076 --> 00:04:38,443

114
00:04:38,906 --> 00:04:41,239
ซึ่งเป็นผลไม้ในกลุ่มที่มี

115
00:04:41,277 --> 00:04:45,227
อัตราการหายใจระดับเซลล์และการสร้างเอทิลีนเพิ่มมากขึ้น

116
00:04:45,637 --> 00:04:46,429
สูง

117
00:04:47,427 --> 00:04:51,425
จากกราฟนี้นะคะจะเห็นว่าเมื่อมะเขือเทศดิบอยู่ค่ะ

118
00:04:51,407 --> 00:04:51,751

119
00:04:51,786 --> 00:04:56,827
จะมีอัตราการหายใจระดับเซลล์และการสร้างเอทิลีนในระดับต่ำนะคะ

120
00:04:56,776 --> 00:04:57,150

121
00:04:57,166 --> 00:04:58,818
แต่เมื่อเริ่มสุกค่ะ

122
00:04:59,156 --> 00:05:03,572
จะมีอัตราการหายใจระดับเซลล์และการสร้างเอทิลีนเพิ่มมากขึ้น

123
00:05:03,956 --> 00:05:04,144

124
00:05:04,150 --> 00:05:07,193
ผลไม้บางชนิดสามารถบ่มให้สุกได้ค่ะ

125
00:05:07,167 --> 00:05:09,567
เช่นมะม่วงทุเรียน

126
00:05:09,857 --> 00:05:10,912
มะเขือเทศ

127
00:05:11,136 --> 00:05:12,190
มะละกอ

128
00:05:12,929 --> 00:05:13,790
ขนุน

129
00:05:13,816 --> 00:05:14,623
มังคุด

130
00:05:14,716 --> 00:05:15,915
Apple

131
00:05:15,876 --> 00:05:17,025
และฝรั่งค่ะ

132
00:05:17,736 --> 00:05:21,365
แต่ว่าผลไม้บางชนิดนะคะไม่มีการสร้างเอทิลีน

133
00:05:21,446 --> 00:05:21,874

134
00:05:21,826 --> 00:05:24,411
ไม่มีการตอบสนองต่อเอทิลีนด้วย

135
00:05:25,296 --> 00:05:27,886
จึงไม่สามารถทำให้สุกได้ด้วยการบ่ม

136
00:05:28,177 --> 00:05:29,748
ต้องรอให้สุกทั้งต้น

137
00:05:30,537 --> 00:05:35,268
แล้วเราถึงจะเก็บมารับประทานนะคะอย่างเช่นส้มชมพู่เงาะ

138
00:05:35,216 --> 00:05:36,275
ลิ้นจี่

139
00:05:36,307 --> 00:05:37,510
และลำไยค่ะ

140
00:05:37,586 --> 00:05:37,845

141
00:05:38,357 --> 00:05:39,546
โหลด App Sygic

142
00:05:40,736 --> 00:05:41,025

143
00:05:41,437 --> 00:05:46,438
กรดแอบไซซิกเป็นฮอร์โมนพืชที่มีบทบาทในการยับยั้งการงอกของเมล็ด

144
00:05:46,937 --> 00:05:49,227
ทำให้เมล็ดเกิดการพักตัว

145
00:05:50,467 --> 00:05:53,843
นอกจากนี้ยังมีบทบาทอื่นๆด้วยค่ะเช่น

146
00:05:53,988 --> 00:05:54,216

147
00:05:54,816 --> 00:05:58,147
ตอบสนองต่อการขาดน้ำโดยส่งผลให้การ

148
00:05:58,416 --> 00:06:01,021
รูปากใบปิดเพื่อลดการสูญเสียน้ำ

149
00:06:01,356 --> 00:06:01,645

150
00:06:01,997 --> 00:06:02,250

151
00:06:02,259 --> 00:06:03,948
นักเรียนเคยเห็น

152
00:06:04,887 --> 00:06:05,813
ไหมคะ

153
00:06:05,776 --> 00:06:08,832
จำได้ไหมว่าตอนที่เราเพาะถั่วงอก

154
00:06:08,977 --> 00:06:10,422
ต้องทำอย่างไรบ้าง

155
00:06:11,027 --> 00:06:11,381

156
00:06:11,606 --> 00:06:15,092
ว่าจะต้องนำเมล็ดถั่วเขียวนี้นะคะไปแช่น้ำก่อน

157
00:06:15,518 --> 00:06:17,724
เมล็ดจึงจะสามารถงอกได้

158
00:06:18,846 --> 00:06:21,517
การเพาะถั่วเหลืองๆก็เช่นเดียวกันค่ะ

159
00:06:21,735 --> 00:06:24,008
ต้องนำไปแช่น้ำก่อนนะคะ

160
00:06:23,976 --> 00:06:24,217

161
00:06:24,295 --> 00:06:26,758
แล้วหลังจากนั้นเมล็ดถั่วก็จะงอกค่ะ

162
00:06:28,006 --> 00:06:31,762
นักเรียนคิดว่าเพราะเหตุใดการแช่เมล็ดเหล่านี้ในน้ำ

163
00:06:31,858 --> 00:06:32,281

164
00:06:32,297 --> 00:06:34,127
มีผลต่อการงอกของเมล็ด

165
00:06:35,057 --> 00:06:35,526

166
00:06:35,497 --> 00:06:36,618
นักเรียนรู้จัก

167
00:06:36,716 --> 00:06:39,535
หัวทั้ง 3 ชนิดที่เห็นในรูปนี้ไหมคะ

168
00:06:40,627 --> 00:06:43,791
รูปแรกนี้นะคะก็คือถั่วเหลืองค่ะ

169
00:06:44,537 --> 00:06:45,852
นี่คือถั่วเขียว

170
00:06:46,206 --> 00:06:46,539

171
00:06:46,527 --> 00:06:50,091
ส่วนรูปที่ขยายใหญ่นี้คือถั่วแดงค่ะ

172
00:06:50,045 --> 00:06:50,305

173
00:06:51,836 --> 00:06:52,027

174
00:06:52,479 --> 00:06:52,746

175
00:06:53,116 --> 00:06:54,832
ถ้าสังเกตนะคะ

176
00:06:54,786 --> 00:06:55,011

177
00:06:55,177 --> 00:06:56,289
จะเห็นว่า

178
00:06:56,577 --> 00:06:58,096
ถั่วต่างๆนี่ค่ะ

179
00:06:58,627 --> 00:07:00,527
จะมีเปลือกเมล็ดที่แข็ง

180
00:07:00,489 --> 00:07:00,822

181
00:07:00,870 --> 00:07:03,285
แล้วก็มีสารเคลือบที่อยู่ภายนอก

182
00:07:03,310 --> 00:07:03,820

183
00:07:03,757 --> 00:07:06,553
ทำให้น้ำไม่สามารถซึมผ่านไปได้ค่ะ

184
00:07:09,776 --> 00:07:13,304
ขณะที่เกิดการพัฒนาของเมล็ดถั่วในต้นแม่

185
00:07:14,007 --> 00:07:17,748
เมื่อไหร่พัฒนาเต็มที่จะเข้าสู่ระยะพักตัว

186
00:07:17,777 --> 00:07:21,284
โดยปริมาณน้ำภายในเซลล์ของเมล็ดลดลงอย่างมาก

187
00:07:21,246 --> 00:07:21,521

188
00:07:21,573 --> 00:07:21,837

189
00:07:21,816 --> 00:07:24,235
ซึ่งการที่น้ำในเซลล์ลดลงนั้น

190
00:07:24,765 --> 00:07:28,206
ทำให้ปฏิกิริยาในกระบวนการต่างๆภายในเมล็ด

191
00:07:28,296 --> 00:07:29,415
เกิดขึ้นน้อยมาก

192
00:07:29,956 --> 00:07:32,869
อัตราการหายใจต่ำลง

193
00:07:32,895 --> 00:07:34,929
ในภาวะดังกล่าวพบว่า

194
00:07:35,407 --> 00:07:36,331
ภายในเมล็ด

195
00:07:36,558 --> 00:07:39,726
มีปริมาณกรด acetic เพิ่มสูงขึ้น

196
00:07:40,396 --> 00:07:42,359
ซึ่งกรดแอบไซซิกนี้

197
00:07:42,317 --> 00:07:47,944
ทำให้เมล็ดไม่สามารถดำรงชีวิตได้แม้อยู่ในภาวะที่มีน้ำภายในเซลล์

198
00:07:48,146 --> 00:07:48,891
มาก

199
00:07:49,106 --> 00:07:49,312

200
00:07:49,426 --> 00:07:52,687
เมล็ดจะไม่งอกเรียกว่าการพักตัวของเมล็ด

201
00:07:53,145 --> 00:07:54,146
การแช่เมล็ด

202
00:07:54,176 --> 00:07:54,975

203
00:07:55,778 --> 00:07:57,006
หลง

204
00:07:57,116 --> 00:07:59,977
น้ำจะแพร่เข้าสู่ภายในผ่านรูเล็กๆ

205
00:07:59,936 --> 00:08:00,540

206
00:08:00,516 --> 00:08:01,842
ก็คือตรงนี้ค่ะ

207
00:08:02,566 --> 00:08:02,854

208
00:08:02,817 --> 00:08:04,803
เป็นรูที่น้ำเข้านะคะ

209
00:08:05,376 --> 00:08:06,834
เมล็ดได้น้ำ

210
00:08:06,785 --> 00:08:08,262
เมล็ดจะพองขึ้น

211
00:08:09,095 --> 00:08:13,963
และมีแรงดันแรงดันให้เปลือกเมล็ดแตกออกทำให้ได้รับน้ำมากขึ้นค่ะ

212
00:08:14,605 --> 00:08:17,551
น้ำจะทำให้เกิดกิจกรรมต่างๆภายในเมล็ด

213
00:08:18,967 --> 00:08:22,186
ซึ่งในขณะนั้นปลด app ใช้สิทธิ์จะลดลง

214
00:08:22,805 --> 00:08:23,039

215
00:08:23,056 --> 00:08:25,279
เมล็ดมีการหายใจสูงขึ้น

216
00:08:25,496 --> 00:08:28,802
และกระตุ้นให้เกิดการสร้างฮอร์โมนพืชชนิดอื่น

217
00:08:28,765 --> 00:08:32,787
ที่ช่วยให้เมล็ดสามารถงอกและพัฒนาเป็นต้นอ่อนได้

218
00:08:33,319 --> 00:08:33,575

219
00:08:33,505 --> 00:08:33,755

220
00:08:34,146 --> 00:08:35,650
ความรู้เพิ่มเติม

221
00:08:36,327 --> 00:08:42,998
โกงกางเป็นพืชที่ขึ้นในป่าชายเลนนักเรียนน่าจะเคยไปเที่ยวป่าชายเลนกันมาบ้างแล้วนะคะ

222
00:08:43,115 --> 00:08:44,560
เคยสังเกตไหมคะ

223
00:08:44,526 --> 00:08:46,642
บ่อดินในป่าชายเลนเป็นแบบไหน

224
00:08:48,696 --> 00:08:48,933

225
00:08:48,818 --> 00:08:51,807
สภาพดินในป่าชายเลนนะคะเป็นดินเลนค่ะ

226
00:08:52,786 --> 00:08:52,997

227
00:08:53,426 --> 00:08:54,933
และมีน้ำท่วม

228
00:08:55,027 --> 00:08:55,210

229
00:08:55,286 --> 00:08:55,885
เมล็ด

230
00:08:56,118 --> 00:09:03,177
โครงการไม่มีการพักตัวมีระดับกรดแอบไซซิกต่ำสามารถงอกรากบนต้นได้เมื่อเมล็ดโกงกาง

231
00:09:03,038 --> 00:09:04,026
ออกจากต้น

232
00:09:04,185 --> 00:09:04,398

233
00:09:04,765 --> 00:09:09,181
พร้อมที่จะเจริญต่อไปได้เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

234
00:09:09,445 --> 00:09:09,659

235
00:09:09,766 --> 00:09:09,990

236
00:09:10,336 --> 00:09:12,807
เพิ่มโอกาสในการอยู่รอดในสภาพ

237
00:09:12,776 --> 00:09:14,813
เปิดล้อมที่เป็นป่าชายเลนค่ะ

238
00:09:15,656 --> 00:09:17,890
โหลด App Sygic กับการนำไปใช้

239
00:09:19,247 --> 00:09:25,445
สำหรับสารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายกรดแอซิติกนี้นะคะสามารถนำไปใช้

240
00:09:25,455 --> 00:09:29,751
ช่วยชะลอการเห*่ยวเฉาของพืชและไม้ดอกในขณะขนส่งได้ค่ะ

241
00:09:30,336 --> 00:09:31,777

242
00:09:31,865 --> 00:09:34,142
โดยส่งผลให้รูปากใบปิด

243
00:09:34,176 --> 00:09:36,136
เพื่อลดการสูญเสียน้ำ

244
00:09:36,856 --> 00:09:39,402
แต่ว่ายังไม่เป็นที่นิยมนะคะเพราะว่า

245
00:09:39,366 --> 00:09:39,661

246
00:09:39,687 --> 00:09:41,948
มีราคาที่ค่อนข้างแพงอยู่ค่ะ

247
00:09:43,456 --> 00:09:43,682

248
00:09:43,657 --> 00:09:45,041
จากรูปนี้นะคะ

249
00:09:45,576 --> 00:09:48,500
เป็นการใช้สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติ

250
00:09:48,528 --> 00:09:52,116
ขายกรดแอบไซซิกในการชะลอการเห*่ยวเฉาของไม้

251
00:09:52,555 --> 00:09:54,194
กระถางในกลุ่มเบญจมาศ

252
00:09:54,166 --> 00:09:54,708

253
00:09:55,376 --> 00:09:56,431
จะเห็นว่า

254
00:09:58,326 --> 00:10:02,017
ถ้าไม่มีการลดน้ำนะคะดอกไม้ก็จะเห*่ยวค่ะ

255
00:10:02,496 --> 00:10:05,165
ถ้ามีการรดน้ำดอกไม้ก็จะ

256
00:10:05,695 --> 00:10:05,932

257
00:10:05,815 --> 00:10:06,037

258
00:10:06,136 --> 00:10:07,712
ยังสดชื่นอยู่นะคะ

259
00:10:09,017 --> 00:10:14,512
แต่ถ้าไม่มีการลดน้ำแล้วก็มีการใช้สารที่มีสมบัติคล้ายกรดแอบไซซิก

260
00:10:14,335 --> 00:10:14,711

261
00:10:14,915 --> 00:10:20,625
จะเห็นว่าดอกไม้นี้ก็จะมีการเห*่ยวในบางส่วนนะคะแต่ว่าส่วนมากแล้ว

262
00:10:20,877 --> 00:10:21,569
ว่าจะ

263
00:10:21,706 --> 00:10:22,439
ยังคง

264
00:10:22,476 --> 00:10:23,724
ปกติอยู่ได้ค่ะ

265
00:10:23,946 --> 00:10:29,339
เป็นอย่างไรบ้างคะหลังจากที่เราเรียนปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในครบแล้วนะคะ

266
00:10:31,127 --> 00:10:33,336
ปัจจัยภายนอกเช่น

267
00:10:33,365 --> 00:10:35,773
แสงน้ำอุณหภูมิ

268
00:10:36,056 --> 00:10:36,478

269
00:10:36,445 --> 00:10:37,560
และสิ่งสัมผัส

270
00:10:37,535 --> 00:10:38,012

271
00:10:38,496 --> 00:10:42,511
นับเป็นสิ่งเร้าที่มีผลกระทบต่อการทำงานของฮอร์โมนพืช

272
00:10:42,525 --> 00:10:44,424
ซึ่งเป็นปัจจัยภายใน

273
00:10:44,645 --> 00:10:44,901

274
00:10:44,965 --> 00:10:45,199

275
00:10:45,285 --> 00:10:45,532

276
00:10:45,986 --> 00:10:46,239

277
00:10:46,175 --> 00:10:49,999
ฮอร์โมนพืชเหล่านี้ทำงานร่วมกันในสัดส่วนที่เหมาะสม

278
00:10:50,015 --> 00:10:50,361

279
00:10:50,335 --> 00:10:52,769
แต่ละช่วงของการเจริญเติบโต

280
00:10:53,035 --> 00:10:53,451

281
00:10:53,615 --> 00:10:56,234
และทำให้เกิดการตอบสนองในพืชขึ้น

282
00:10:56,685 --> 00:10:58,187
ในรูปแบบต่างๆ

283
00:10:59,695 --> 00:11:00,069

284
00:11:00,334 --> 00:11:03,128
ปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน

285
00:11:03,343 --> 00:11:03,589

286
00:11:03,665 --> 00:11:06,790
จึงมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืช

287
00:11:07,765 --> 00:11:11,460
แล้วมนุษย์ได้ใช้ความรู้เกี่ยวกับปัจจัยเหล่านี้

288
00:11:11,735 --> 00:11:11,980

289
00:11:11,933 --> 00:11:12,158

290
00:11:12,184 --> 00:11:15,312
เพื่อปรับปรุงและพัฒนาการเกษตร

291
00:11:15,325 --> 00:11:15,556

292
00:11:16,483 --> 00:11:17,216

293
00:11:17,183 --> 00:11:22,703
ครูมีคำถามตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนหนึ่งคำถามนะคะนั่นก็คือสารเคลือบ

294
00:11:22,625 --> 00:11:25,304
การเจริญเติบโตของพืชคืออะไร

295
00:11:25,323 --> 00:11:27,859
น้ำมีความสำคัญอย่างไรต่อพืช

296
00:11:28,453 --> 00:11:28,675

297
00:11:28,583 --> 00:11:31,731
ครูมีเวลาให้นักเรียนคิด 10 วินาทีค่ะ

298
00:11:36,336 --> 00:11:36,569

299
00:11:36,913 --> 00:11:37,170

300
00:11:38,064 --> 00:11:38,314

301
00:11:38,833 --> 00:11:39,019

302
00:11:41,593 --> 00:11:41,888

303
00:11:41,915 --> 00:11:44,249
เดี๋ยวเรามาดูเฉลยกันนะคะ

304
00:11:44,473 --> 00:11:44,731

305
00:11:44,663 --> 00:11:47,135
สารควบคุมการเจริญเติบโตของพืช

306
00:11:47,293 --> 00:11:50,591
คือสารที่มีบทบาทต่อการเจริญเติบโต

307
00:11:51,333 --> 00:11:53,228
และพัฒนาการของพืช

308
00:11:53,572 --> 00:11:53,863

309
00:11:53,892 --> 00:11:58,159
มีผลควบคุมกระบวนการต่างๆในการเจริญเติบโตของพืช

310
00:11:58,122 --> 00:11:58,606

311
00:11:58,572 --> 00:12:01,612
ซึ่งมีทั้งฮอร์โมนพืชที่พืชสร้างเอง

312
00:12:01,962 --> 00:12:04,129
และสารที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้น

313
00:12:05,873 --> 00:12:06,233

314
00:12:06,252 --> 00:12:14,046
เอทิลีนเป็นฮอร์โมนพืชที่มีสถานะเป็นแก๊สนะคะมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการสุกของผลไม้บางชนิด

315
00:12:14,581 --> 00:12:19,830
นอกจากนี้แล้วยังควบคุมการงอกของเมล็ดและกระตุ้นการร่วงของใบด้วยนะคะ

316
00:12:21,431 --> 00:12:24,675
สารสังเคราะห์ที่มีสมบัติคล้ายเอทิลีนนะคะ

317
00:12:24,641 --> 00:12:24,901

318
00:12:24,771 --> 00:12:26,878
นิยมนำมาใช้

319
00:12:26,885 --> 00:12:29,784
ควบคุมการสุกของผลไม้ในเชิงพาณิชย์ค่ะ

320
00:12:31,051 --> 00:12:31,284

321
00:12:31,240 --> 00:12:31,601

322
00:12:31,561 --> 00:12:32,743
กรดแอบไซซิก

323
00:12:32,652 --> 00:12:35,698
มีบทบาทต่อการยับยั้งการงอกของเมล็ด

324
00:12:36,100 --> 00:12:38,219
ทำให้เมล็ดเกิดการพักตัว

325
00:12:38,800 --> 00:12:43,640
นอกจากนี้แล้วยังมีบทบาทเกี่ยวกับการตอบสนองต่อการขาดน้ำของพืชค่ะ

326
00:12:43,851 --> 00:12:44,040

327
00:12:44,170 --> 00:12:44,385

328
00:12:44,810 --> 00:12:47,232
โดยส่งผลให้รูปากใบปิด

329
00:12:47,831 --> 00:12:49,726
ลดการสูญเสียน้ำนะคะ

330
00:12:50,771 --> 00:12:51,254

331
00:12:51,669 --> 00:12:54,797
สารสังเคราะห์ที่มีกรดแอบไซซิกนะคะ

332
00:12:55,131 --> 00:13:00,290
นิยมนำมาใช้ชะลอการเห*่ยวเฉาของพืชและไม้ดอกขนาดขนส่ง

333
00:13:00,509 --> 00:13:05,495
โดยทำให้พืชหลี่หรือว่าปิดรูปากใบเพื่อลดการสูญเสียน้ำนะคะ

334
00:13:06,149 --> 00:13:06,357

335
00:13:08,130 --> 00:13:13,201
สำหรับคลิปนี้ก็ขอจบการสอนแต่เพียงเท่านี้ก่อนนะคะแล้วพบกับ

336
00:13:13,129 --> 00:13:15,301
ใหม่ในคลิปถัดไปสวัสดีค่ะ

337
00:13:15,499 --> 00:13:15,707

338
00:13:16,139 --> 00:13:16,397

339
00:13:16,400 --> 00:13:18,094
เสียงดนตรี

340
00:13:19,020 --> 00:13:19,212

341
00:13:19,479 --> 00:13:19,705

342
00:13:19,729 --> 00:13:20,169

343
00:13:20,689 --> 00:13:20,952


