﻿1
00:00:15,033 --> 00:00:17,265
[เสียงดนตรี] (ดร.สุนัดดา) มาพบกับคุณครูสุนัด

2
00:00:17,265 --> 00:00:19,495
ดากันอีกครั้งนะคะ กลับมาเรียน

3
00:00:19,495 --> 00:00:20,521
สนองต่อพืช

4
00:00:20,521 --> 00:00:24,521
สิ่งเร้า

5
00:00:26,214 --> 00:00:28,001
จุดประสงค์การเรียนรู้อธิบายการตอบสนองของพืชต่อสิ่งเร้า

6
00:00:28,001 --> 00:00:30,842
ในรูปแบบต่าง ๆ

7
00:00:30,842 --> 00:00:33,910
ที่มีผลต่อการดำรงชีวิตของพืช

8
00:00:33,910 --> 00:00:36,867
3.3

9
00:00:36,867 --> 00:00:40,770
การตอบสนองของพืชต่อสิ่งเร้า

10
00:00:40,770 --> 00:00:44,770
รูปที่เห็นนี้นะคะ ก็คือต้นพวงชมพูค่ะ

11
00:00:45,191 --> 00:00:48,332
พวงชมพูเป็นพันธุ์ไม้ชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาปลูก

12
00:00:48,332 --> 00:00:52,332
เพื่อให้เลื้อยคลุมไปตามหลังคาและกำแพง

13
00:00:54,421 --> 00:00:56,182
นอกจากพวงชมพูแล้วยังมีพันธุ์ไม้อื่นอีกที่นิยมนำมาใช้แบบนี้นะคะ

14
00:00:56,182 --> 00:01:00,182
อย่างไรก็ตาม

15
00:01:00,491 --> 00:01:04,491
ไม่ใช่พรรณไม้ทุกชนิดจะสามารถนำมาใช้ได้

16
00:01:06,389 --> 00:01:10,389
เพราะเหตุใดพวงชมพูจึงสามารถเลื้อยคลุมหลังคาได้ดังรูปนะคะ

17
00:01:10,601 --> 00:01:14,601
ความรู้เกี่ยวกับการตอบสนองของพืชต่อสิ่งเร้า

18
00:01:15,602 --> 00:01:18,521
ที่เราจะได้ศึกษาต่อไปนี้นะคะ สามารถนำมาใช้อธิบายได้ค่ะ

19
00:01:18,521 --> 00:01:21,708
ตอบสนองของพืช

20
00:01:21,708 --> 00:01:25,708
พืชเมื่อได้รับสิ่งเร้านั้นอาจมีได้หลายรูปแบบ

21
00:01:26,507 --> 00:01:28,863
แต่รูปแบบหนึ่งที่เห็นได้ชัด ก็คือการเคลื่อนไหว

22
00:01:28,863 --> 00:01:32,284
ซึ่งสามารถแบ่ง

23
00:01:32,284 --> 00:01:33,924
ตามความสัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้าได้เป็น 2 รูป

24
00:01:33,924 --> 00:01:37,924
แบบนะคะ

25
00:01:39,375 --> 00:01:43,375
คือการตอบสนองที่มีทิศทางสัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้า

26
00:01:44,243 --> 00:01:46,468
และการตอบสนองที่มีทิศทางไม่สัมพันธ์กับ

27
00:01:46,468 --> 00:01:50,468
ทิศทางของสิ่งเร้า

28
00:01:52,252 --> 00:01:56,091
3.3.1 การตอบสนองที่มีทิศทางสัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้า

29
00:01:56,091 --> 00:02:00,091
การตอบสนองที่มีทิศทาง

30
00:02:00,963 --> 00:02:04,092
สัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้าที่พบได้โดยทั่วไปก็คือการเคลื่อนไหว

31
00:02:04,092 --> 00:02:08,092
ที่เกิดขึ้นจากการเจริญเติบโตของพืช

32
00:02:08,816 --> 00:02:12,816
โดยอาจจะมีทิศทางที่เข้าหาหรือออกจากสิ่งเร้าก็ได้

33
00:02:16,266 --> 00:02:18,772
นักเรียนคิดว่าพืชที่เห็นในรูปนี้มีทิศทางที่เข้าหาหรือว่าออกจากสิ่งเร้า

34
00:02:18,772 --> 00:02:21,627
และสิ่งเหล่านั้นคืออะไร

35
00:02:21,627 --> 00:02:25,627
ครูจะให้นักเรียนคิดแป๊บหนึ่งค่ะ

36
00:02:25,891 --> 00:02:29,891
เรามาดูรูปที่ 1 กันนะคะ

37
00:02:31,014 --> 00:02:35,014
นี่ก็คือปลายยอดพืชเจริญในทิศทางเข้าหาแสงค่ะ

38
00:02:35,357 --> 00:02:38,023
นั่นก็คือสำหรับพืชนี้แล้วสิ่งเร้าก็คือแสงค่ะ

39
00:02:38,023 --> 00:02:41,206
และถ้าสังเกตยอดพืชนะคะ

40
00:02:41,206 --> 00:02:45,206
ก็จะเห็นว่ามีความโค้งไปทางด้านขวาค่ะ

41
00:02:46,093 --> 00:02:48,633
นั่นก็แปลว่าแสงที่เป็นสิ่งเร้าจะต้องอยู่ทางด้านขวามือนี้นะคะ

42
00:02:48,633 --> 00:02:52,633
ส่วนรูปที่ 2

43
00:02:52,797 --> 00:02:55,292
เป็นปลายรากพืชเจริญในทิศทาง

44
00:02:55,292 --> 00:02:57,590
เกี่ยวกับแรงโน้มถ่วงของโลก

45
00:02:57,590 --> 00:02:59,905
ส่วนยอดพืชเจริญในทิศทาง

46
00:02:59,905 --> 00:03:03,905
ตรงกันข้ามกับแรงโน้มถ่วงของโลก

47
00:03:04,191 --> 00:03:08,191
สำหรับต้นไม้ต้นนี้นะคะ ก็คือต้นเทียนค่ะ

48
00:03:08,809 --> 00:03:12,809
สิ่งเร้าสำหรับต้นเทียนนี้ก็คือแรงโน้มถ่วงของโลกนะคะ

49
00:03:17,585 --> 00:03:21,528
จะเห็นว่ารากพืชเจริญลงด้านล่างนะคะ ซึ่งก็เป็นไปในทิศทางเดียวกับแรงโน้มถ่วงของโลก

50
00:03:21,528 --> 00:03:25,212
ส่วนยอดพืชตรงนี้ค่ะ ก็เจริญขึ้นไปทางด้านบนนะคะ

51
00:03:25,212 --> 00:03:29,212
เป็นทิศทางที่ตรงข้ามกับแรงโน้มถ่วงของโลกค่ะ

52
00:03:31,501 --> 00:03:35,325
เรามาดูรูปที่ 3 กันค่ะ นี่ก็คือการเลื้อยพันหลักของต้นพืช

53
00:03:35,325 --> 00:03:39,325
ซึ่งเป็นการตอบสนองต่อการสัมผัสที่เข้าหาสิ่งเร้าค่ะ

54
00:03:41,790 --> 00:03:45,376
สำหรับพืชต้นนี้แล้วนะคะ สิ่งเร้าก็คือหลักที่ปักอยู่ตรงกลางนี้ค่ะ

55
00:03:45,376 --> 00:03:49,376
3.3.2

56
00:03:49,751 --> 00:03:53,751
การตอบสนองที่มีทิศทางไม่สัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้า

57
00:03:55,763 --> 00:03:57,356
การตอบสนองที่มีทิศทางไม่สัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้านะคะ

58
00:03:57,356 --> 00:04:01,356
เป็นการเคลื่อนไหวของพืช

59
00:04:01,414 --> 00:04:04,603
ซึ่งมักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของปริมาณน้ำภายในเซลล์

60
00:04:04,603 --> 00:04:05,738
ที่อาจทำให้เซลล์เกิดการขยายตัว

61
00:04:05,738 --> 00:04:06,704
ได้ชั่วคราว

62
00:04:06,704 --> 00:04:10,704
เช่น

63
00:04:10,822 --> 00:04:14,822
การหุบของใบของต้นจามจุรีในเวลากลางคืนค่ะ

64
00:04:17,073 --> 00:04:20,917
ถ้าเราดูจากรูปนะคะ รูปแรกจะเห็นว่าเป็นการกางใบในเวลากลางวันค่ะ

65
00:04:20,917 --> 00:04:24,917
ส่วนอีกรูปหนึ่งนะคะ เป็นการหุบใบในเวลาพลบค่ำค่ะ

66
00:04:27,800 --> 00:04:31,800
นอกจากนี้แล้วการหุบของใบไมยราบเมื่อถูกสัมผัส

67
00:04:32,986 --> 00:04:35,607
ก็เป็นการตอบสนองที่มีทิศทางไม่สัมพันธ์กับทิศทางของสิ่งเร้าเช่นเดียวกันค่ะ

68
00:04:35,607 --> 00:04:39,607
เดี๋ยวเรามาดูวิดีโอคลิปกันนะคะ

69
00:04:44,727 --> 00:04:48,000
เมื่อมีนิ้วไปสัมผัสใบของไมยราบนะคะ

70
00:04:48,000 --> 00:04:52,000
ก็มีการหุบลงค่ะ

71
00:04:54,898 --> 00:04:58,898
แล้วก็การหุบและการบานของดอกบัวที่ตอบสนองต่อแสงนะคะ

72
00:05:01,805 --> 00:05:02,588
นี่ก็เป็นดอกบัวที่ตอนกลางวันแล้วก็ตอนกลางคืนที่มีความแตก

73
00:05:02,588 --> 00:05:06,588
ต่างกันค่ะ

74
00:05:09,653 --> 00:05:12,567
มีอาชีพหลายอาชีพนะคะ ที่ต้องใช้ความรู้เกี่ยวกับพืชค่ะ อย่างเช่น

75
00:05:12,567 --> 00:05:16,567
นักปรับปรุงพันธุ์พืช

76
00:05:19,547 --> 00:05:21,659
ซึ่งจะปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์พืชให้มีลักษณะที่ตามที่ต้องการ เช่น ปลูกได้ง่าย

77
00:05:21,659 --> 00:05:23,207
ให้ผลผลิตสูง

78
00:05:23,207 --> 00:05:25,395
รสชาติดีขึ้น

79
00:05:25,395 --> 00:05:29,395
ทนต่อโรคและแมลงต่าง ๆ

80
00:05:30,327 --> 00:05:34,135
อย่างรูปที่เห็นนี้นะคะ เป็นสตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน 80 ค่ะ

81
00:05:34,135 --> 00:05:37,316
ไร่สตอว์เบอร์รีที่เห็นทางด้านซ้ายนี้นะคะ

82
00:05:37,316 --> 00:05:41,316
เป็นไร่สตรอว์เบอร์รีที่อยู่ดอยอ่างขางค่ะ

83
00:05:42,382 --> 00:05:46,382
นอกจากนี้แล้วสตรอว์เบอร์รีพันธุ์นี้ยังนิยมปลูกที่อื่นอีกด้วยค่ะ

84
00:05:48,896 --> 00:05:52,667
แล้วก็ยังมีพืชชนิดอื่น ๆ นะคะ อย่างเช่นข้าวค่ะ

85
00:05:52,667 --> 00:05:56,667
นี่คือข้าวพันธุ์ กข 73 นะคะ

86
00:05:58,709 --> 00:05:59,407
ซึ่งผ่านการปรับปรุงและพัฒนาเพื่อให้ทนทานต่อดินเค็มแล้วก็ต้านทานโรค

87
00:05:59,407 --> 00:06:03,407
ค่ะ

88
00:06:04,980 --> 00:06:08,877
แล้วก็ยังมีการปรับปรุงพันธุ์มะเขือเทศและก็ชมพู่นะคะ

89
00:06:08,877 --> 00:06:12,267
เพื่อที่จะให้เป็นที่พึงพอใจของผู้บริโภค

90
00:06:12,267 --> 00:06:15,921
แล้วก็สามารถขายได้เพิ่มมากขึ้นในท้องตลาดค่ะ

91
00:06:15,921 --> 00:06:19,921
เกษตรกร

92
00:06:23,443 --> 00:06:24,180
เกษตรกรจะปลูกพืชให้เจริญเติบโตได้ดี เพิ่มผลผลิตและจัดการผลผลิตให้ได้ตามความต้องการของ

93
00:06:24,180 --> 00:06:26,873
ตลาดค่ะ

94
00:06:26,873 --> 00:06:29,147
จากรูปที่เห็นนี้นะคะ

95
00:06:29,147 --> 00:06:30,212
นี่คือแปลงเบญจมาศค่ะ

96
00:06:30,212 --> 00:06:32,196
จะเห็นว่า

97
00:06:32,196 --> 00:06:36,196
มีหลอดไฟอยู่ด้วยนะคะ

98
00:06:39,189 --> 00:06:40,231
ซึ่งการใช้หลอดไฟนี้ค่ะ จะช่วยควบคุมความสูงของลำต้นเบญจมาศแล้วก็การออก

99
00:06:40,231 --> 00:06:44,231
ดอกได้ด้วยค่ะ

100
00:06:48,509 --> 00:06:52,509
เพื่อให้ได้ผลผลิตที่เป็นที่ต้องการของตลาดแล้วก็ทนต่อโรคนะคะ

101
00:06:54,458 --> 00:06:57,452
เกษตรกรก็มีการทำมะเขือเทศเสียบยอดบนตอมะเขือค่ะ

102
00:06:57,452 --> 00:07:01,452
โดยที่ส่วนยอดนะคะ ก็จะเป็นมะเขือเทศค่ะ

103
00:07:03,586 --> 00:07:07,393
ส่วนต้นตอนะคะ ก็จะใช้มะเขือซึ่งมีความทนโรคแล้วก็ทนแมลงมากกว่านะคะ

104
00:07:07,393 --> 00:07:11,393
เมื่อนำมาเสียบยอดกันแล้วนะคะ

105
00:07:12,868 --> 00:07:15,300
เมื่อต้นไม้ต้นนี้เจริญเติบโตขึ้นค่ะ ก็จะให้ผลผลิตเป็นมะเขือเทศนะคะ

106
00:07:15,300 --> 00:07:17,161
ส่วนต้นตอก็เป็นมะเขือ

107
00:07:17,161 --> 00:07:21,161
ที่ทนโรคทนแมลง

108
00:07:22,376 --> 00:07:26,197
ก็ทำให้พืชต้นนี้เจริญเติบโตได้ดีและให้ผลผลิตเป็นที่ต้องการของท้องตลาด

109
00:07:26,197 --> 00:07:28,724
ค่ะ นักภูมิศาสตร์สถาปัตย์

110
00:07:28,724 --> 00:07:32,724
จะเลือกชนิดพันธุ์พืชที่เหมาะสม

111
00:07:34,344 --> 00:07:38,344
ในการนำไปปลูกตกแต่งสถานที่ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมค่ะ

112
00:07:40,075 --> 00:07:44,075
ส่วนอาชีพรุกขกรนะคะ จะจัดการดูแล

113
00:07:44,280 --> 00:07:48,280
และรักษาสภาพความสมบูรณ์ของต้นไม้ในเขตเมือง

114
00:07:48,377 --> 00:07:50,798
ซึ่งรวมถึงการคัดเลือกพันธุ์ไม้

115
00:07:50,798 --> 00:07:54,798
ตัดแต่งกิ่งซึ่งอยู่ในพื้นที่จำกัด

116
00:07:55,097 --> 00:07:56,717
หรือพื้นที่ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้

117
00:07:56,717 --> 00:08:00,717
เช่น ใกล้แนวสายไฟฟ้า

118
00:08:02,742 --> 00:08:06,742
หลังจากเรียนเนื้อหาเสร็จแล้วนะคะ เราก็มาถึงช่วงสรุปเนื้อหาภายในบทเรียนค่ะ

119
00:08:07,403 --> 00:08:09,899
การตอบสนองของพืชมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของพืช

120
00:08:09,899 --> 00:08:12,601
โดยที่พืชตอบสนองต่อสิ่งเร้า

121
00:08:12,601 --> 00:08:15,157
ในรูปแบบการเคลื่อนไหวนะคะ

122
00:08:15,157 --> 00:08:19,157
อาจแบ่งได้เป็น 2 รูปแบบค่ะ

123
00:08:19,834 --> 00:08:21,109
คือการตอบสนองที่มีทิศทางสัมพันธ์กับสิ่งที่เร้านะคะ

124
00:08:21,109 --> 00:08:25,109
อย่างเช่น

125
00:08:26,304 --> 00:08:28,271
ยอดพืชเบนเข้าหาแสงนะคะ หรือว่ารากพืชเจริญไปในทิศทางเดียวกับ

126
00:08:28,271 --> 00:08:32,271
แรงโน้มถ่วงของโลกนะคะ

127
00:08:34,375 --> 00:08:38,375
ส่วนอีกรูปแบบหนึ่งนะคะ ก็คือการตอบสนองที่มีทิศทางไม่สัมพันธ์กับสิ่งเร้าค่ะ

128
00:08:39,191 --> 00:08:43,191
เช่น การหุบแล้วก็การกางใบของใบจามจุรีนะคะ

129
00:08:44,124 --> 00:08:48,124
หรือว่าการผูกพันกันการกางใบของใบไมยราบค่ะ

130
00:08:48,213 --> 00:08:51,113
สำหรับคลิปนี้นะคะ ขอจบการสอนเพียงเท่านี้ก่อนนะคะ

131
00:08:51,113 --> 00:08:52,810
แล้วพบกันใหม่ในคลิปถัดไป สวัสดีค่ะ

132
00:08:52,810 --> 00:08:56,810
[เสียงดนตรี]

