﻿1
00:00:37,743 --> 00:00:40,280
ซึ่งทั้ง 2 กรณีนี้นะคะ

2
00:00:40,280 --> 00:00:44,280
เป็นส่วนขยายของพันธุศาสตร์เมนเดลค่ะ

3
00:00:47,027 --> 00:00:51,027
มนุษย์เรานะคะ มีคำถามเกี่ยวกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมนะคะ ว่าทำไม

4
00:00:51,925 --> 00:00:54,893
คนในครอบครัวเดียวกันนี่ ถึงมีหน้าตาเหมือนกัน แล้วก็ลักษณะเหล่านี้

5
00:00:54,893 --> 00:00:58,893
ถ่ายทอดสู่รุ่นหนึ่ง ไปสู่รุ่นหนึ่งได้อย่างไรนะคะ

6
00:00:59,003 --> 00:01:02,646
ผู้ที่ศึกษาหลักท่านหนึ่งนะคะ ก็คือเกเกอร์เมลเดลค่ะ

7
00:01:02,646 --> 00:01:05,061
เขาได้ทำการศึกษาลักษณะทางพันธุกรรมของ

8
00:01:05,061 --> 00:01:09,061
ถั่วลันเตาหลาย ๆ ลักษณะ

9
00:01:10,266 --> 00:01:14,266
แล้วนำมาวิเคราะห์ผลที่ได้นะคะ จนสรุปออกมาเป็นหลักการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม

10
00:01:16,613 --> 00:01:20,613
เดี๋ยวจะมาร้องเรียนรู้นะคะ กับกรณีตัวอย่าง ที่ใช้หลักการของพันธุศาสตร์เมนเดลในการอธิบาย

11
00:01:21,033 --> 00:01:25,033
จากนั้นนะคะ จะมาเรียนรู้ส่วนขยายของพันธุศาสตร์เมนเดลกันต่อค่ะ

12
00:01:29,792 --> 00:01:33,792
ลักษณะทางพันธุกรรมนะคะ มีหลากหลายเลย

13
00:01:34,696 --> 00:01:38,696
ตั้งแต่หน้าตา สีผิว สีตานะคะ รวมทั้งโรคทางพันธุกรรมด้วย

14
00:01:40,319 --> 00:01:44,319
โรคทางพันธุกรรมที่มีความสำคัญในประเทศไทยโรคหนึ่ง ก็คือโรคธาลัสซีเมียนะคะ

15
00:01:45,672 --> 00:01:49,672
ป่วยนี่จะมีอาการซีด โลหิตจาง ตาเหลือง ตับ ม้ามโตค่ะ

16
00:01:51,226 --> 00:01:55,141
ที่มีความสำคัญกับประเทศไทย ก็เพราะว่ามีบุคคลที่เป็นพาหะของโลก

17
00:01:55,141 --> 00:01:58,389
มากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ ของประชากรนะคะ

18
00:01:58,389 --> 00:02:02,389
ว่าเราขาดการป้องกันแล้วก็การดูแลแล้วนี่

19
00:02:04,745 --> 00:02:08,148
ก็ทำให้มีเด็กเกิดใหม่แล้วก็เป็นโรคนี้มากขึ้น แล้วก็จะมีการวางแผนครอบครัวค่ะ

20
00:02:08,148 --> 00:02:11,496
เรามาลองดูโจทย์นี้ก่อนนะคะ

21
00:02:11,496 --> 00:02:15,496
สามีภรรยาคู่หนึ่ง ไปปรึกษาแพทย์ก่อนมีบุตร

22
00:02:15,568 --> 00:02:18,785
แพทย์ตรวจพบว่าทั้งคู่นี้เป็นพาหะของโรคธาลัสซีเมีย

23
00:02:18,785 --> 00:02:19,943
ถ้าเราจะต้องอธิบายเกี่ยวกับการ

24
00:02:19,943 --> 00:02:23,943
ถ่ายทอด

25
00:02:24,390 --> 00:02:28,390
ลักษณะของพันธุกรรมของโรคนี้ให้มากขึ้นนะคะ จะต้องอธิบายนี้ว่าอย่างไรบ้าง

26
00:02:29,440 --> 00:02:31,283
ประเด็นแรก ก็คือโรคนี้เป็นโรคทางพันธุกรรมนะคะ สามารถที่จะถ่ายทอด

27
00:02:31,283 --> 00:02:34,551
พ่อแม่ไปสู่ลูกได้

28
00:02:34,551 --> 00:02:38,551
แล้วการถ่ายทอดผ่านกระบวนการอะไรคะ

29
00:02:41,757 --> 00:02:42,637
ถูกต้องค่ะ ผ่านการสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศนะคะ โดยการถ่ายทอดยีนที่อยู่บนโครโมโซมเพศ

30
00:02:42,637 --> 00:02:46,637
ไปกับเซลล์สืบพันธุ์ค่ะ

31
00:02:49,939 --> 00:02:51,714
เรามาทบทวนก่อนนะคะ ว่ายีนคืออะไร ยีนทำหน้าที่เป็นหน่วยควบคุมลักษณะทางพันธุกรรม

32
00:02:51,714 --> 00:02:54,492
ยกตัวอย่างเช่น

33
00:02:54,492 --> 00:02:56,411
การเป็นโรคหรือไม่เป็นโรคธาลัสซีเมียนะคะ

34
00:02:56,411 --> 00:03:00,411
โดยยีนนี่

35
00:03:03,024 --> 00:03:06,459
จะเป็นช่วงหนึ่งของ DNA DNA จะหดพันกับโปรตีนเกิดเป็นโครงสร้างที่เรียกว่า "โครโมโซม

36
00:03:06,459 --> 00:03:08,946
" ดังนั้นนี่ยีนจะอยู่บนโครโมโซมนะคะ

37
00:03:08,946 --> 00:03:10,741
ในมนุษย์เรานี่

38
00:03:10,741 --> 00:03:14,741
มีโครโมโซมคู่เหมือ

39
00:03:17,606 --> 00:03:21,606
น หรือฮอร์โมนโครโมโซมจำนวน 23 คู่โดยทั่วไปแล้วยีนที่ควบคุมลักษณะหนึ่งจะอยู่เป็น

40
00:03:21,636 --> 00:03:25,636
เขาโฮโมโลกัสโครโมโซม

41
00:03:26,937 --> 00:03:29,889
ยีนหนึ่งอาจจะมีหลายรูปแบบเรียกรูปแบบนี้ว่าแอลลีล

42
00:03:29,889 --> 00:03:30,662
แอลลีลTแทนแอลลีล

43
00:03:30,662 --> 00:03:33,115
t ยีนเด่น

44
00:03:33,115 --> 00:03:35,249
เขาจะไม่เป็นโรค

45
00:03:35,249 --> 00:03:38,036
และ

46
00:03:38,036 --> 00:03:40,146
แอลลีล t ซึ่งเป็นแอลลีลด้อย

47
00:03:40,146 --> 00:03:44,146
ซึ่งก่อให้เกิดโรคธาลัสซีเมีย

48
00:03:47,372 --> 00:03:51,372
จะเห็นได้ว่าแอลลีลทั้ง 2 จะมีข้อมูลทางพันธุกรรมที่แตกต่างกันนะคะ ซึ่งอาจจะแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย

49
00:03:55,287 --> 00:03:58,295
โดยลักษณะของผู้โฮโมโลกัสโครโมโซมเราจะเรียกว่า

50
00:03:58,295 --> 00:04:02,295
จีโนไทป์ใหญ่ที่ใหญ่และที่เล็กที่เล็กค่ะ

51
00:04:05,260 --> 00:04:09,260
ส่วนลักษณะภายนอกที่ปรากฏมาให้เห็นการเป็นโรคหรือไม่เป็นโรคนะคะ เราเรียกว่าจีโนไทป์ค่ะ

52
00:04:13,002 --> 00:04:17,002
ถ้ามีคู่แอลลีลที่มีรูปแบบเดียวกันนะคะ เราจะจัดจีโนไทป์เป็นฮอร์โมน

53
00:04:20,151 --> 00:04:24,151
มีคู่ของแอลลีลที่มีแตกต่างกันนี่ เราจะเรียกว่า heterozygous

54
00:04:27,555 --> 00:04:28,771
โดยบุคคลนี้นะคะ จะไม่เป็นโรคธาลัสซีเมียเขาจะเป็นพาหะของโรคโดยสามารถจะถ่ายทอดแอลลีลด้อย

55
00:04:28,771 --> 00:04:32,771
ได้ค่ะ

56
00:04:35,575 --> 00:04:37,029
จะเห็นได้ว่าฟีโนไทป์จะขึ้นกับแอลลีลที่เรามีอยู่นะคะ

57
00:04:37,029 --> 00:04:38,133
ยกตัวอย่างเช่น

58
00:04:38,133 --> 00:04:40,760
ถ้าเกิดว่าเป็นแอลลีลเด่น

59
00:04:40,760 --> 00:04:44,037
จะแสดงลักษณะของแอลลีลเด่น

60
00:04:44,037 --> 00:04:47,847
ก็คือลักษณะของปกติ แต่ถ้าหากว่าได้รั

61
00:04:47,847 --> 00:04:50,083
บแอลลีลด้อยมาทั้งคู่นะคะ ก็จะแสดงลักษณะ

62
00:04:50,083 --> 00:04:54,083
ด้อย ก็คือเป็นโรคธาลัสซีเมียค่ะ

63
00:04:55,194 --> 00:04:57,763
ฟีโนไทป์นะคะ นอกจากจะขึ้นตัดจีโนไทป์แล้ว

64
00:04:57,763 --> 00:05:00,039
นี่ ก็ยังอาจจะขึ้นจะขึ้นกับสิ่งแวดล้อมด้วย

65
00:05:00,039 --> 00:05:04,039
ยกตัวอย่างเช่นความสูงค่ะ

66
00:05:04,301 --> 00:05:08,301
ถ้าพ่อแม่เรามีลักษณะสูง เราก็จะมีลักษณะสูงใช่ไหมคะ

67
00:05:09,665 --> 00:05:12,857
หากว่าเราได้รับอาหารที่ไม่เหมาะสม หรือออกกำลังกายไม่เหมาะสมนะคะ

68
00:05:12,857 --> 00:05:16,857
ว่าจะส่งผลต่อลักษณะความสูงของเราได้ค่ะ

69
00:05:18,885 --> 00:05:22,885
จากกรณีข้างต้นนะคะ ทั้งคู่นี่ เป็นพาหะแสดงว่าจีโนไทป์แบบใดคะ

70
00:05:27,990 --> 00:05:30,344
ถูกต้องค่ะ เป็นแบบหรือที่ T, t นะคะ โดยคะเนว่าทั้งคู่

71
00:05:30,344 --> 00:05:33,097
เป็นเท่าไหร่นี่

72
00:05:33,097 --> 00:05:35,012
เราสามารถนำความรู้

73
00:05:35,012 --> 00:05:39,012
ทางพันธุกรรมนะคะ

74
00:05:43,679 --> 00:05:44,917
เห็นได้ว่ายีนที่ควบคุมโรคธาลัสซีเมียจะอยู่เป็นคู่แอลลีลนะคะ ซึ่งแต่ละเซลล์

75
00:05:44,917 --> 00:05:48,917
พืบพันธุ์มันจะได้รับ

76
00:05:49,069 --> 00:05:50,921
T แบบเดียวของยืมยีนนั้นเช่น T หรือ

77
00:05:50,921 --> 00:05:54,921
t โดยลูกนะคะ

78
00:05:57,427 --> 00:05:58,975
จะได้รับแอลลีล 1 ถึงบางเซลล์ไข่และอีก  จากพ่อผ่านทางเซลล์สืบพันธุ์ค่ะ

79
00:05:58,975 --> 00:06:02,975
การปฏิสนธิ

80
00:06:05,601 --> 00:06:09,601
เซลล์ไข่และสเปิร์มจะรวมกันแบบสุ่มทำให้ลูกจะได้รับแอลลีลใดจะได้เกิดขึ้นแบบสุ่มด้วยนะคะ

81
00:06:12,761 --> 00:06:14,890
เส้นเขาจะได้รับแอลลีล กับแม่และได้รับแอลลีล T จากพ่อ

82
00:06:14,890 --> 00:06:17,241
และเขาอาจจะได้รับ

83
00:06:17,241 --> 00:06:21,241
t จากทั้งพ่อและแม่นะคะ

84
00:06:22,639 --> 00:06:24,736
เราสามารถคำนวณหาโอกาสที่ลูกจะเป็นโรคหรือไม่เป็นโรคได้นะคะ

85
00:06:24,736 --> 00:06:28,247
สังเกตนะคะ ถ้าเขาได้

86
00:06:28,247 --> 00:06:29,985
T มาไม่เป็นโรค

87
00:06:29,985 --> 00:06:31,524
ในที่นี้

88
00:06:31,524 --> 00:06:34,698
เป็น 3 ใน 4

89
00:06:34,698 --> 00:06:38,698
ถามว่าลูกได้

90
00:06:40,138 --> 00:06:43,410
จากพ่อและแม่แสดงลักษณะเป็นโรคธาลัสซีเมียใ นที่นี้ก็จะเห็นว่า

91
00:06:43,410 --> 00:06:47,410
เป็นโอกาส 1 ใน 4 หรือคิดเป็น 25 เปอร์เซ็นต์นั่นเองค่ะ

92
00:06:51,544 --> 00:06:53,829
ถ้าหากมีคนกล่าวว่าลูกคนแรกสามีคู่นี้เกิดมาเป็นโรคธาลัสซีเมีย แล้วโรคคนที่ 2

93
00:06:53,829 --> 00:06:55,313
นี่มีโอกาส

94
00:06:55,313 --> 00:06:59,313
เป็นธาลัสซีเมียอีกนะ

95
00:06:59,854 --> 00:07:03,483
นักเรียนคิดว่าเห็นด้วยหรือไม่เพราะอะไรคะ สำหรับคุณครูคิดว่าไม่เห็นด้วยค่ะ

96
00:07:03,483 --> 00:07:04,900
การพิจารณานี้เป็นเพียงการหาโอกาส ของ

97
00:07:04,900 --> 00:07:08,179
เป็นโรคของลูก

98
00:07:08,179 --> 00:07:09,767
ที่จะเกิดขึ้นนะคะ ถึงแม้ว่าลูกคนแรกจะเป็นโรคของ

99
00:07:09,767 --> 00:07:13,767
เป็นโรคไปแล้ว

100
00:07:15,393 --> 00:07:19,393
นี่ จะเข้ากันทุกครั้งไม่ว่าจะตั้งครรภ์กี่ครั้งก็ตามนะคะ

101
00:07:21,491 --> 00:07:22,268
เพราะว่าแอลลีลที่ก่อโรคได้ยังคงสามารถถ่ายทอดจากพ่อแม่นะค

102
00:07:22,268 --> 00:07:26,268
ะ ไปสู่ลูกได้ค่ะ

103
00:07:27,435 --> 00:07:31,435
เช่นเดียวกับการพิจารณาของลูกที่จะเกิดมานะคะ

104
00:07:34,657 --> 00:07:38,657
โดยจะมีโอกาสเกิดมาเป็นเพศชาย 50 เปอร์เซ็นต์ หรืออาจจะเกิดมาเป็นเพศหญิง 50 เปอร์เซ็นต์ค่ะ

105
00:07:40,969 --> 00:07:44,969
มาลองทำโจทย์ตรวจสอบความเข้าใจกันนะคะ ถ้าหากว่าผู้หญิงที่มีลักษณะเผือก แต่งงานกับ

106
00:07:45,783 --> 00:07:48,993
ผู้ชายที่ไม่มีลักษณะเผือกนะคะ จะมีโอกาสเกิดลูกที่

107
00:07:48,993 --> 00:07:52,993
ลูกเกิดมาเป็นเผือก

108
00:07:53,375 --> 00:07:57,375
ไหนลองดูนะคะ อาจจะลองกดหยุดพัก เพื่อลองทำดูก็ได้ค่ะ [เสียงดนตรี]

109
00:08:07,135 --> 00:08:10,953
เรามาดูเฉลยกันเลยนะคะ

110
00:08:10,953 --> 00:08:12,722
ผู้หญิงที่มีลักษณะเผือกจะมีจีโนไทป์เป็น

111
00:08:12,722 --> 00:08:16,722

112
00:08:19,801 --> 00:08:23,801
a A ส่วนผู้ที่มีลักษณะไม่เผือกนะคะ จะมีจีโนไทป์ 3 รูปแบบ ก็คือเป็นเอใหญ่เอใหญ่

113
00:08:24,683 --> 00:08:27,692
นะคะ เพราะฉะนั้นเราต้องพิจารณาโอกาส

114
00:08:27,692 --> 00:08:31,648
ของลูกทั้ง 2 รูปแบบก็คือแม่เป็น

115
00:08:31,648 --> 00:08:33,572
พ่อเป็น A หรือแม่เป็น a เa

116
00:08:33,572 --> 00:08:35,483
หรือพ่อเป็นเอใหญ่เอเล็กค่ะ

117
00:08:35,483 --> 00:08:36,890
เรามาลองทำดูกันนะคะ

118
00:08:36,890 --> 00:08:40,890
กรณีแรกนี่

119
00:08:43,213 --> 00:08:47,213
มันจะสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้ดังนี้นะคะ ส่วนพ่อก็จะสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้ดังนี้ค่ะ

120
00:08:50,336 --> 00:08:51,636
พิจารณาลักษณะของลูกนะคะ จะเห็นได้ว่าลูกทุกคนouj จะมีจีโนไทป์

121
00:08:51,636 --> 00:08:52,796
เป็น

122
00:08:52,796 --> 00:08:56,646
A aนะคะ

123
00:08:56,646 --> 00:09:00,646
เพราะฉะนั้นจะไม่มีลักษณะเผือกค่ะ

124
00:09:03,914 --> 00:09:06,051
ส่วนในกรณีที่ 2 นะคะ ถ้าแม่มีจีโนไทป์เป็น a a นะคะ พ่อมีจีโนไทป์เป็น A,a นี่

125
00:09:06,051 --> 00:09:10,051
จะสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้ดังนี้

126
00:09:10,674 --> 00:09:14,674
ลองพิจารณาลักษณะของลูกที่เกิดมานะคะ

127
00:09:15,405 --> 00:09:16,949
ก็เห็นว่าจีโนไทป์นะคะ จะมีทั้ง

128
00:09:16,949 --> 00:09:18,319
A a

129
00:09:18,319 --> 00:09:19,945

130
00:09:19,945 --> 00:09:23,945
a,a  ค่ะ

131
00:09:24,237 --> 00:09:28,002
เพราะฉะนั้นโอกาสที่ลูกจะมีลักษณะเผือกนะคะ

132
00:09:28,002 --> 00:09:32,002
ว่าจะเกิดขึ้นในกรณีที่ 2 คิดเป็น 50 เปอร์เซ็นต์ค่ะ

133
00:09:35,936 --> 00:09:39,936
นอกจากโรคธาลัสซีเมียแล้วนะคะ ยังมีผู้ศึกษาพบว่ายังมีอีกหลายกรณีเลยค่ะ

134
00:09:42,257 --> 00:09:46,257
ที่สอดคล้องกับกรณีเมนเดลศึกษา แต่ก็ยังมีอีกหลายกรณีเช่นกันนะคะ ที่มีความแตกต

135
00:09:48,240 --> 00:09:52,240
างออกไป แต่ก็ยังสามารถที่จะใช้หลักการของเมนเดล มาอธิบายการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมได้ค่ะ

136
00:09:56,816 --> 00:09:58,274
จากกรณีนี้นะคะ เป็นส่วนขยายของพันธุศาสตร์เมนเดลค่ะ เรามาลองดูในกรณีแลกของ

137
00:09:58,274 --> 00:10:02,274
Multipal A กันเลยนะคะ

138
00:10:06,065 --> 00:10:07,874
หาหมู่เลือดในระบบ abo ของมนุษย์จะมีเลือดสีแบบก็คือ f a b

139
00:10:07,874 --> 00:10:11,874
AB และ O ค่ะ

140
00:10:12,648 --> 00:10:16,648
นักเรียนคิดว่าเซลล์เม็ดเลือดแดงของไก่และหมูนี่ แตกต่างกันอย่างไรคะ

141
00:10:17,121 --> 00:10:18,998
ใช่ค่ะ บนผิวเซลล์เม็ดเลือดแดงของแต่ละหมู่จะมี

142
00:10:18,998 --> 00:10:22,998
ชนิดของไฮโดรเจน

143
00:10:23,290 --> 00:10:27,290
ชิโนไทยนะคะ ของหมู่เลือดจะมี 4 แบบ

144
00:10:27,330 --> 00:10:31,330
แต่ลักษณะก่อนหน้านี้ที่นักศึกษามาจะมีเพียงแค่ 2 แบบ เป็นเพราะอะไรคะ

145
00:10:34,786 --> 00:10:38,786
ยีนที่เมนเดลศึกษานะคะ จะมีแอลลีลที่เกี่ยวข้อง 2 รูปแบบ ยกตัวอย่างเช่น

146
00:10:41,037 --> 00:10:45,037
ยีนที่ควบคุมลักษณะสีกลีบดอกจะมี P ใหญ่ แอลลีล ควบคุมสีม่วง

147
00:10:49,142 --> 00:10:51,371
ด้วยของ มากกว่า 2 แอลลีล

148
00:10:51,371 --> 00:10:55,371
i a

149
00:10:55,843 --> 00:10:59,049
ผลเลือดเม็ดเลือดแดง

150
00:10:59,049 --> 00:10:59,905
ควบคุมการสร้าง

151
00:10:59,905 --> 00:11:02,805
B

152
00:11:02,805 --> 00:11:06,805
การช่าง

153
00:11:15,339 --> 00:11:19,339
กรณีที่ยีนควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องพันธุกรรมมากกว่า 2 รูปแบบว่า Mul

154
00:11:22,670 --> 00:11:24,977
ti แอลลีล ที่เป็นไปได้ 3 รูปแบบนะคะ ในแต่ละคนจะมีแค่ 2 L

155
00:11:24,977 --> 00:11:26,759
แต่อยู่คนละเข้ามาซบ

156
00:11:26,759 --> 00:11:29,103
ออกัส

157
00:11:29,103 --> 00:11:33,103
กรณีเมนเดลศึกษา

158
00:11:34,354 --> 00:11:37,405
ลักษณะโครงหมูเลือด abo จะอยู่ใน

159
00:11:37,405 --> 00:11:39,498
อาจจะมีกี่รูปแบบ

160
00:11:39,498 --> 00:11:41,852
เล่น ๆ IA

161
00:11:41,852 --> 00:11:44,091
ia

162
00:11:44,091 --> 00:11:48,091
หรือไอ้เล็กไอ้เล็กค่ะ

163
00:11:53,491 --> 00:11:57,491
ครูจะลองเปรียบเทียบให้ฟังนะคะ ในกรณีของเมนเดลนี่ก็เหมือนเรามีให้เลือกอยู่ 2 สี คือสีม่วงและสีขาว

164
00:11:58,477 --> 00:12:01,858
จะใส่เป็นสีม่วงสีม่วง สีม่วงสีขาว หรือสีขาวสีขาวนะคะ

165
00:12:01,858 --> 00:12:05,858
ในกรณีของ

166
00:12:07,507 --> 00:12:11,507
Multipel แอลลีล เรามีถุงเท้าให้เลือกถึง 3 สีคือสีแดงสีเขียวหรือสีเหลืองนะคะ

167
00:12:13,241 --> 00:12:17,241
ซึ่งเราก็จะเลือกใส่ได้หลากหลายออกไป แต่เราก็ใส่ได้เพียงแค่ 2 ข้างเท่านั้นค่ะ

168
00:12:21,714 --> 00:12:25,587
คนที่มีแอลลีลที่เป็นไปได้ 3 รูปแบบ ก็คือทำให้มีจีโนไทป์และฟีโนไทป์ที่

169
00:12:25,587 --> 00:12:29,587
ไปได้มากกว่ากรณีที่เมนเดลศึกษานะคะ

170
00:12:30,339 --> 00:12:34,339
ประเด็นจะศึกษาได้ว่าบุคคลที่มีเลือดหมู่ O จะมี alvarez

171
00:12:38,232 --> 00:12:42,232
ส่วนคนที่มีแอลลีล iA ก็คือเป็นคนที่มีเลือดหมู่ A ควรที่มีก็คือเป็นเลือดหมู่ B

172
00:12:44,912 --> 00:12:48,912
ส่วนคนที่มีจีโนไทป์เป็น iA คือ iB ก็คือมีเลือดหมู่ AB

173
00:12:51,293 --> 00:12:53,516
ซึ่งบนเซลล์ผิวเม็ดเลือดแดงจะมีและนี่เป็นอีกส่วนหนึ่งนะคะ ที่

174
00:12:53,516 --> 00:12:57,471
ต่างกรณีที่ไม่เร็วศึกษาค่ะ

175
00:12:57,471 --> 00:12:59,244
นักเรียนเราลองมาดูตัวนี้กันนะคะ

176
00:12:59,244 --> 00:13:01,104
แม่มีเลือดหมู่ A

177
00:13:01,104 --> 00:13:03,719
แล้วพ่อมีเลือดหมู่ B

178
00:13:03,719 --> 00:13:07,719
โดยทางพ่อเป็นเ

179
00:13:09,073 --> 00:13:13,073
ฮเทอโรไซกัสจะมีโอกาสที่ลูกมีเลือดหมู่ใดบ้างทั้งคู่นะคะ เป็นเฮเทอโรไซกัสนะคะ

180
00:13:14,783 --> 00:13:17,641
แสดงว่ามีจีโนไทป์เป็น ais และพ่อมีจีโนไทป์เป็น I bis ค่ะ

181
00:13:17,641 --> 00:13:21,532
เห็นได้ว่าหมู่เลือดระบบ abo นี่

182
00:13:21,532 --> 00:13:25,532
ยี่ห้อควบคุมลักษณะดังกล่าวราคาจะเป็นคู่แอลลีล

183
00:13:25,777 --> 00:13:29,777
ซึ่งแอลลีลจะแยกจากการเมื่อมีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์

184
00:13:29,818 --> 00:13:33,818
ลูกจะได้รับแอลลีลจากพ่อและอีกแอลลีลหนึ่งจากแม่ค่ะ

185
00:13:38,439 --> 00:13:42,439
หมู่เลือดระบบ abo ถึงแม้จะมีหลายแอลลีล แต่จากที่กรณีเมนเดลศึกษา แต่การพิจารณา

186
00:13:42,851 --> 00:13:45,440
สืบทอดพันธุกรรมก็ยังใช้ลักษณะของเมนเดลได้นะคะ

187
00:13:45,440 --> 00:13:49,440
จึงเป็นส่วนขยายพันธุศาสตร์ของเมนเดลค่ะ

188
00:13:50,236 --> 00:13:54,236
เอาล่ะค่ะ มาลองตรวจสอบความเข้าใจกับโจทย์นี้ดูนะคะ

189
00:13:54,379 --> 00:13:57,295
นักเรียนอาจจะลองกดหยุดพักนะคะ เพื่อลองทำสูตรนี้ดู

190
00:13:57,295 --> 00:14:01,295
แล้วเดี๋ยวเรามาดูกันค่ะ ว่าฉันเลยเป็นอย่างไรนะคะ

191
00:14:09,946 --> 00:14:13,946
เอาล่ะค่ะ มาดูกันเฉลยพร้อม ๆ กันนะคะ

192
00:14:15,226 --> 00:14:17,787
แม่นะคะ มีจีโนไทป์เป็น i

193
00:14:17,787 --> 00:14:19,976
a ib ส่วนพ่อมีจีโนไทป์เป็น ib bis

194
00:14:19,976 --> 00:14:23,707
เซลล์สืบพันธุ์ดังนี้

195
00:14:23,707 --> 00:14:27,707
โดยจะใช้ตารางในการ

196
00:14:30,071 --> 00:14:34,070
โอกาสที่จะเกิดจีโนไทป์ในรุ่นลูกนะคะ แม่สามารถสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้เป็นใน AI

197
00:14:34,070 --> 00:14:36,808
ส่วนพ่อสามารถสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้เป็น AB และไอเล็ก

198
00:14:36,808 --> 00:14:40,808
จีโนไทป์ของลูกเป็นดังนี้

199
00:14:42,760 --> 00:14:43,737
โดยลูกนะคะ จะมีโอกาสที่จะมีเลือดหมู่ดังนี้ค่ะ AB

200
00:14:43,737 --> 00:14:46,025
A

201
00:14:46,025 --> 00:14:50,025
เลือดหมู่ B ค่ะ

202
00:14:54,084 --> 00:14:58,084
ค่ะ สักครู่เราทำตรวจสอบความเข้าใจกันแล้วนะคะ

203
00:15:01,775 --> 00:15:05,775
ที่นี้เรามาลองดูอีกกรณีหนึ่งนะคะ ทีนี้ถ้านักเรียนจะต้องเขียนข้อมูลให้ทางวิชาการ

204
00:15:08,150 --> 00:15:10,507
ข้อมูลนี้นักเรียนจะเขียนว่าอย่างไรบ้าง นักเรียนอาจจะลองกดพักนะคะ เพื่อลองทำกิจกรรมนี้ดูนะคะ

205
00:15:10,507 --> 00:15:14,507
แล้วเดี๋ยวมาดูเฉลยว่าเป็นอย่างไรค่ะ ค่

206
00:15:18,113 --> 00:15:19,791
ะ นักเรียนแล้วมาดูเฉลยกันเลยนะคะ พ่อและแม่มีเลือดหมู่ A แสดงว่าอาจจะมีจีโนไทป์

207
00:15:19,791 --> 00:15:20,703
ia

208
00:15:20,703 --> 00:15:23,073
i

209
00:15:23,073 --> 00:15:27,073
a หรือไอ

210
00:15:27,496 --> 00:15:31,496
ia i แสดงว่ารูปที่มีจุ

211
00:15:33,062 --> 00:15:34,263
ib แสดงว่าเป็นแอลลีลค่ะ จะเห็นได้ว่าเป็นไปไม่ได้เลยนะคะ

212
00:15:34,263 --> 00:15:38,263
พ่อกับแม่

213
00:15:38,339 --> 00:15:42,339
ถ่ายทอดลักษณะแอลลีลมาให้ลูกได้นะคะ

214
00:15:42,547 --> 00:15:45,095
แสดงว่าอาจจะเกิดข้อผิดพลาดทางอาการขึ้นค่ะ

215
00:15:45,095 --> 00:15:48,607
ในปัจจุบันมีนะคะ นอกจาก

216
00:15:48,607 --> 00:15:51,506
ตรวจเลือดแล้วนะคะ เราจะมีเทคโนโลยีทาง

217
00:15:51,506 --> 00:15:55,506
DNA ช่วยพิสูจน์ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูกด้วยค่ะ

218
00:16:00,029 --> 00:16:02,013
มาดูกรณีกรณียีนที่อยู่บนโครโมโซมเพศก่อนนะคะ

219
00:16:02,013 --> 00:16:04,764
ตารางทั้งสอง

220
00:16:04,764 --> 00:16:08,764
ชายและเพศหญิงเป็นอย่างไรคะ

221
00:16:14,284 --> 00:16:18,284
สังเกตได้ลักษณะหมู่เลือด AB O ทางเพศชายและเพศหญิงจะมีลักษณะใกล้เคียงกัน แต่ในกรณี

222
00:16:21,623 --> 00:16:25,623
พบมากกว่าเพศหญิงนะคะ เพราะเหตุใดจึงเป็นแบบนั้นเราก็ได้มาเรียนรู้กันค่ะ

223
00:16:26,913 --> 00:16:28,717
โครโมโซมของมนุษย์นะคะ จะมีทั้งหมด 23 คู่

224
00:16:28,717 --> 00:16:29,882
ของโครโมโซม

225
00:16:29,882 --> 00:16:33,882
โดย

226
00:16:34,016 --> 00:16:38,016
ออโตโซม 22 คู่และโครโมโซมเพศ 1 คู่

227
00:16:39,652 --> 00:16:42,555
ถ้าหากว่ามีโครโมโซมเพศเป็น XY ก็จะเป็นเพศชาย แต่ถ้ามี

228
00:16:42,555 --> 00:16:46,555
โครโมโซมเพศเป็น X,X ก็จะเป็นเพศหญิงนะคะ

229
00:16:51,937 --> 00:16:55,937
การที่โครโมโซมเพศของผู้ชายมีลักษณะที่แตกต่างกันนะคะ ทำให้ยีนส์บางยีสอาจจะไม่ได้อยู่

230
00:16:57,087 --> 00:17:00,589
แอลลีลเสมอไป เช่น ยีนที่ควบคุมลักษณะตาบอดสีเขียวแดง

231
00:17:00,589 --> 00:17:04,589
ซึ่งจะอยู่บนโครโมโซม x ของมนุษย์นะคะ จะเห็นได้ว่า

232
00:17:07,009 --> 00:17:11,009
เพศหญิงจะมี 2 แอลลีล แต่ในเพศชายก็จะมีแอลลีลของยีนนี้เพียงแค่ 1 แอลลีล

233
00:17:11,604 --> 00:17:15,604
ต่างจากกรณีของลักษณะหมู่เลือดนะคะ ที่อยู่บนออโตโซม

234
00:17:19,038 --> 00:17:23,038
บุคคลที่มีลักษณะตาบอดสีเขียวแดงนะคะ จะยังมองภาพได้ปกติ แต่ว่ามีความ

235
00:17:24,051 --> 00:17:28,051
บกพร่องในการรับเซลล์ที่แสงในตาทำให้แยกสีเขียวและสีแดงนะคะ ออกจากกันได้ยาก

236
00:17:28,064 --> 00:17:29,448
แต่ว่าระดับความรุนแรงจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

237
00:17:29,448 --> 00:17:33,005
จากภาพนะคะ

238
00:17:33,005 --> 00:17:37,005
สามารถที่จะแยกเสียงกันได้ยาก

239
00:17:39,688 --> 00:17:43,688
โดยจะใช้ตัวอักษรหรือลวดลายนะคะ มากำกับเพิ่ม เพื่อให้สามารถที่จะสื่อสารกับผู้อื่นได้เข้าใจ

240
00:17:46,131 --> 00:17:50,131
นอกจากนี้นะคะ ในการออกแบบเว็บไซต์ หรือการออกแบบต่าง ๆ นะคะ ก็จะต้องคำนึงถึง 4 ที่เหมาะสมด้วย

241
00:17:51,250 --> 00:17:55,250
แล้วแบบนี้จะเห็นไฟสัญญาณจราจรเป็นอย่างไรนะ

242
00:17:57,799 --> 00:17:58,423
เ รามาดูภาพตัวอย่างกันค่ะ กล่าวถึงบุคคลที่มีลักษณะที่มีตาบอดสีเขียวแดง

243
00:17:58,423 --> 00:18:02,423
แยก

244
00:18:04,362 --> 00:18:06,487
สีเขียวแดงต่างกันยากนะคะ แต่ว่าแต่ละสีของป้ายจราจรจะอยู่คนละตำแหน่งกัน

245
00:18:06,487 --> 00:18:10,487
จึงทำให้สามารถระบุได้ค่ะ

246
00:18:13,040 --> 00:18:16,239
ลักษณะตาบอดสีเขียวแดงนะคะ ควบคุมโดยแอลลีลด้อยบนโครโมโซม x

247
00:18:16,239 --> 00:18:19,343
จากนั้นโครโมโซมที่

248
00:18:19,343 --> 00:18:22,673
มีแอลลีล 2 อันก็คือลักษณะตาบอดสี

249
00:18:22,673 --> 00:18:24,035
แต่ในเพศชายจะแตกต่างกันออกไปนะคะ มี

250
00:18:24,035 --> 00:18:28,035
โครโมโซม X เดียว

251
00:18:29,036 --> 00:18:33,036
มีลักษณะตาบอดสีถึงแม้ว่าจะมีแอลลีลด้อยเพียง ldo ค่ะ

252
00:18:36,204 --> 00:18:39,183
การพิจารณารูปแบบการถ่ายทอดสามารถใช้หลักการของเมนเดลได้นะคะ

253
00:18:39,183 --> 00:18:41,010
จะเห็นได้ว่ายีนที่ควบคุมลักษณะ

254
00:18:41,010 --> 00:18:41,934
ตาบอดสีเขียวแดงนี่

255
00:18:41,934 --> 00:18:43,206
อยู่เป็น

256
00:18:43,206 --> 00:18:44,492
คู่ของแอลลีล

257
00:18:44,492 --> 00:18:47,174

258
00:18:47,174 --> 00:18:51,174
แอลลีลกันเมื่อมีการสร้างเซลล์สืบพันธุ์

259
00:18:51,667 --> 00:18:55,667
แล้วลูกจะได้แอลลีลจากพ่อและแอลลีลกับแม่

260
00:19:00,037 --> 00:19:02,953
ลักษณะของพ่อและแม่นะคะ โอกาสที่จะมีลูกตาบอดสีได้ 2 กรณีก็ต้องแตกต่างกัน

261
00:19:02,953 --> 00:19:04,309
ในกรณีแรกไม่ว่าจะ

262
00:19:04,309 --> 00:19:06,390
ลูกจะเกิดเป็นเพศ

263
00:19:06,390 --> 00:19:08,358
ใด ก็จะไม่มีลักษณะตาบอดสีค่ะ

264
00:19:08,358 --> 00:19:12,033
แต่ในกรณีที่ 2

265
00:19:12,033 --> 00:19:16,033
โอกาสที่ลูกจะมีตาบอดสีเป็น 50

266
00:19:16,734 --> 00:19:20,734
เปอร์เซ็นต์ โดยลูกสาวทุกคนจะเป็นพาหะของลักษณะตาบอดสี

267
00:19:21,067 --> 00:19:24,255
และลูกชายทุกคนก็จะเกิดมามีลักษณะตาบอดสี

268
00:19:24,255 --> 00:19:27,622
ที่เป็นแบบนี้นะคะ เพราะผลาจาก

269
00:19:27,622 --> 00:19:31,622
มีเพศชายมีโครโมโซม x 1 โครโมโซม

270
00:19:35,223 --> 00:19:37,598
วิธีหนึ่งในการทดสอบว่ามีลักษณะตาบอดสีหรือไม่นะคะ

271
00:19:37,598 --> 00:19:41,598
ก็คือใช้ชุดกระดาษแบบทดสอบ

272
00:19:42,875 --> 00:19:45,580
ดังภาพค่ะ บุคคลที่มีลักษณะตาบอดสีเขียวแดงนะคะ ก็จะไม่สามารถ

273
00:19:45,580 --> 00:19:49,580
ตัวเลข 4 หรือ 6 ได้ชัดเจนค่ะ

274
00:19:56,564 --> 00:20:00,564
เอารหัสเรามาตรวจสอบความเข้าใจยีนที่อยู่บนโครโมโซมเพศนะคะ จากปกติย่างก็จะเป็นลักษณะของ hemophilia

275
00:20:03,585 --> 00:20:07,585
ควบคุมโดยแอลลีลด้อยจากโครโมโซม x นะคะ ลองเติมแผนภาพให้สมบูรณ์ดู

276
00:20:08,016 --> 00:20:12,016
อาจจะกดหยุดพักแล้วก็ลองทำ แล้วก็มาฟังเฉลยพร้อม ๆ กันค่ะ

277
00:20:23,821 --> 00:20:25,895
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ทำกันได้หรือเปล่า

278
00:20:25,895 --> 00:20:29,895
มาดูเฉลยกันนะคะ

279
00:20:32,185 --> 00:20:36,185
จีโนไทป์ของพ่อและแม่นะคะ จะสามารถสร้างเซลล์สืบพันธุ์ได้ดังนี้ค่ะ

280
00:20:39,213 --> 00:20:43,213
แล้วก็สามารถที่จะมีจีโนไทป์ของรุ่นลูกนะคะ ได้เป็นดังนี้

281
00:20:45,645 --> 00:20:47,620
จะเห็นได้นะคะ ว่าผู้หญิงที่ได้รับแอลลีลด้อยจากแม่นี่

282
00:20:47,620 --> 00:20:51,603
ก็จะไม่เป็นโรค

283
00:20:51,603 --> 00:20:55,603
เพราะว่าได้รับ แอลลีลจากพ่อด้วยค่ะ

284
00:20:57,161 --> 00:21:00,526
ในกรณีจากผู้ชายนะคะ จะแตกต่างออกไปจะได้รับเพียง 1 ไร่

285
00:21:00,526 --> 00:21:03,067
นะคะ จะแสดงลักษณะเป็นโรค

286
00:21:03,067 --> 00:21:04,589
ว่าผู้ชายจะมีโครโมโซม x

287
00:21:04,589 --> 00:21:08,589
เพียง 1 โครโมโซมค่ะ

288
00:21:11,432 --> 00:21:15,432
เอาล่ะค่ะ เรามาสรุปเนื้อหาที่เราได้เรียนกันคลิปนี้กันนะคะ

289
00:21:17,094 --> 00:21:19,317
ลักษณะทางพันธุกรรมนี่ เป็นเป็นเป็นลักษณะที่สามารถถ่ายทอดจากรุ่นพ่อแม่มาสู่รุ่นลูกได้

290
00:21:19,317 --> 00:21:23,317
โดยผ่านยีนในเซลล์สืบพันธุ์ค่ะ

291
00:21:23,720 --> 00:21:25,974
รูปแบบการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมก็มีหลากหลายนะคะ

292
00:21:25,974 --> 00:21:29,974
บางกรณีนี่ ก็มีสนธิ

293
00:21:30,234 --> 00:21:34,234
ถอดขยายพันธุศาสตร์เมนเดล ซึ่งยังคงสามารถใช้หลักการ

294
00:21:36,141 --> 00:21:39,019
พันธุศาสตร์ที่เมนเดลสามารถควบคุมพบได้ ยกตัวอย่างเช่นลักษณะที่มีการควบ

295
00:21:39,019 --> 00:21:41,982
ดีนะคะ ที่มีแอลลีลมากกว่า 2 รูปแบบ

296
00:21:41,982 --> 00:21:45,969
ก็เขาเรียกว่า

297
00:21:45,969 --> 00:21:49,969
Multipel แอลลีล เช่นระบบหมู่เลือด abo

298
00:21:50,187 --> 00:21:53,316
ลักษณะที่ควบคุมยีนอยู่บนโครโมโซมเพศนะคะ

299
00:21:53,316 --> 00:21:57,316
จะมีโอกาสพบในเพศชายและเพศหญิงไม่เท่ากัน

300
00:21:58,055 --> 00:22:00,655
ยกตัวอย่างเช่นลักษณะตาบอดสีหรือโรคฮีโมฟีเลียนะคะ

301
00:22:00,655 --> 00:22:03,133
ซึ่งนอกจาก

302
00:22:03,133 --> 00:22:07,133
ที่เราเรียนกันไปวันนี้นะคะ

303
00:22:07,323 --> 00:22:10,827
ยังมีลักษณะที่มีรูปแบบต่าง ๆ กันไปอีกมากมายเลยค่ะ

304
00:22:10,827 --> 00:22:13,795
บางกรณีก็มีความซับซ้อนมากขึ้น เช่น

305
00:22:13,795 --> 00:22:17,795
ลักษณะที่ควบคุมด้วยยีนหลาย ๆ ยีน

306
00:22:18,136 --> 00:22:22,136
หรือลักษณะที่มีอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมที่เข้ามาเกี่ยวข้องนะคะ

307
00:22:25,601 --> 00:22:26,579
แต่หลักการพื้นฐานก็ยังคงเหมือนกันค่ะ คือลักษณะทางพันธุกรรมมีการถ่ายทอดหนึ่ง

308
00:22:26,579 --> 00:22:28,295
รุ่นห

309
00:22:28,295 --> 00:22:32,295
นึ่งผ่านทางเซลล์สืบพันธุ์นะคะ

310
00:22:34,482 --> 00:22:38,482
วันนี้นะคะ เราก็สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนครอบครัว

311
00:22:40,750 --> 00:22:44,750
ว่าลูกที่เกิดมานะคะ จะมีลักษณะเป็นโรคหรือไม่ได้นะคะ มีโอกาสเท่าไร

312
00:22:45,550 --> 00:22:49,036
นอกจากนี้ราคาก็ยังสามารถที่จะนำความรู้นี่ ไปประยุกต์ใช้สำหรับ

313
00:22:49,036 --> 00:22:53,036
พันธุ์พืช หรือพันธุ์สัตว์ให้มีลักษณะตามความต้องการได้ค่ะ

314
00:22:54,584 --> 00:22:57,920
ค่ะ ในคลิปนี้นะคะ นักเรียนก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม

315
00:22:57,920 --> 00:22:59,002
และในหัวข้อต่อ ๆ ไปนะคะ แล้วก็จะได้เรียนรู้ว่า

316
00:22:59,002 --> 00:23:02,274

317
00:23:02,274 --> 00:23:06,274
ยีนทำหน้าที่ในการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมอย่างไร

318
00:23:09,973 --> 00:23:11,755
เราก็ได้เรียนรู้ถึงการนำความรู้ถึงมนุษยศาสตร์นะครับ ไปประยุกต์ใช้ในเทคโนโลยีทาง DNA

319
00:23:11,755 --> 00:23:13,568
ยกตัวอย่างเช่น

320
00:23:13,568 --> 00:23:17,568
การหาแอลลีลก

321
00:23:19,620 --> 00:23:23,081
่อโรค เพื่อในการต่อโรคหรือไม่ใช้ในการเกษตรนะคะ สำหรับคลิปนี้สวัสดีค่ะ

322
00:23:23,081 --> 00:23:27,081
[เสียงดนตรี]

