--- title: ยีนกับการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรม (15.13 นาที) subtitle: date: วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม 2567 เวลา 14.35 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) (คุณครูปุณยาพร) พันธุกรรมชนิดหนึ่งนะคะ โดยเป็นโรคโลหิตจางแบบเรื้อรังนะคะ ซึ่งคนไทย มีผู้ที่เป็นโรคนี้เป็นจำนวนมากนะคะ และมีผู้ที่เป็นพาหะของโรคนี้ โดยไม่แสดงอาการ จำนวนมากยิ่งกว่าขึ้นไปอีก ย่างนั้นก็แปลว่าโรคธาลัสซีเมียความจริงมีอยู่ใกล้ตัวคนไทยเรามากนะคะ ซึ่งจากที่นักเรียนได้เรียนมาในคลิปที่แล้วนะคะ โรคธาลัสซีเมีย ถูกควบคุมโดยยีนส์นะคะ โดยมีแอลลีล T ใหญ่ เป็นแอลลีนที่ควบคุมลักษณะไม่เป็นโรค และ แอลลีล T เล็ก ที่ควบคุมลักษณะเป็นโรคนั่นทำให้ผู้ที่มีแอลลีล T ใหญ่ 2 แอลลีลดังในรูปนะคะ จะไม่เป็นโร คส่วนที่มี แอลลีล t แอลลีลจะเป็นโรคในขณะที่ผู้ที่มี แอลลีล และใหญ่อย่างละ 1 แอลลีลนะคะ จะไม่เป็นโรคแต่เป็นพาหะคราวนี้ก็คำถามก็คือแอลลีลใด เปล่า เหล่านี้มันทำให้เกิดโรคหรือไม่เกิดโรคได้อย่างไร เดี๋ยววันนี้นะคะ เราจะได้มาเรียนกันในหัวข้อนี้ค่ะ เรามาลองทวนกันอีกนิดหนึ่งนะคะ แอลลีลคืออะไรนะคะ ก็คือรูปแบบของยีนโดยที่ยีนจะคุมลักษณะทางพันธุกรรมผ่านการสังเคราะห์โปรตีน แล้วการควบคุมนั้น จะเกิดขึ้นได้อย่างไรนะคะ ยีนที่จะควบคุม หรือควบคุมลักษณะของโปรตีนที่สังเคราะห์ได้ ซึ่งโปรตีนนั้นนี่ จะไปส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมต่าง ๆ ขึ้น อยู่กับชนิดแล้วก็หน้าที่ของโปรตีนนั้น ตรงนี้อาจจะยังไม่เห็นภาพนะคะ เดี๋ยวเรามาลองดูในส่วนของลักษณะ เผือก เป็นตัวอย่างก่อนนะคะ ค่ะ เมลานินค่ะ ซึ่งลักษณะเผือกนะคะ เกิดจากการที่ขาดโดยเมลานินนะคะ ซึ่งเมลานินนะคะ เป็นสารสีชนิดหนึ่ง ที่อยู่บริเวณผิวหนังผมแล้วก็ม่านตาค่ะ โดยในตัวอย่างนี้นะคะ ลักษณะเผื่อถูกควบคุมโดยยีน ซึ่งมี 2 แอลลีล โดย แอลลีล T ใหญ่นะคะ จะสังเคราะห์โปรตีนที่ทำหน้าที่ในกระบวนการสั่ง เพราะเมลานินได้ค่ะ แอลลีล ที่มี ฟเล็กนะคะ ทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ค่ะ ในสไลด์ที่นักเรียนเห็นอยู่ตอนนี้นะคะ โปรตีนที่ทำงานได้ คุณครูแทนด้วยก้อนโปรตีนสีแดงนะคะ ส่วนโปรตีนที่ทำงานไม่ได้ คุณครูแทนด้วยก้อนโปรตีนสีเหลืองค่ะ คราวนี้ แล้วยืนที่มี แอลลีลA และ แอลลีล aเขาควบคุมการมีหรือไม่มีลักษณะ เผือกได้อย่างไรนะคะ เดี๋ยวเรามาลองดูไปพร้อมกันค่ะ ในผู้ที่มีแอลลีล A ใหญ่ 2 แอลลีลนะคะ เขาก็จะสามารถสังเคราะห์โปรตีน ที่ทำงานได้ ซึ่งโปรตีนที่ทำงานได้นี่ ก็จะไปทำหน้าที่ในการสังเคราะห์เมลานินนะคะ มีไหมละนี่แหละ ทำให้ไม่มีลักษณะเผือก ในขณะที่ผู้ที่มีลักษณะเฉพาะนะคะ จะสังเคราะห์โปรตีน ออกมาเป็นโปรตีน ที่ทำงานไม่ได้นะคะ ซึ่งทำให้ในกระบวนการสังเคราะห์เมลานิน ไม่มีเมลานินเกิดขึ้นนะคะ และทำให้มีลักษณะเผือกค่ะ เราทราบการควบคุมลักษณะพันธุกรรม ของเฉพาะ แอลลีล A ใหญ่และผู้ที่มี แอลลีล a เล็กนะคะ คำถามคือผู้ที่มีแอลลีลทั้ง 2 รูปแบบ คือ แอลลีล A และเล็กเขาจะมีการควบคุมลักษณะพันธุกรรมเป็นอย่างไรนะคะ เดี๋ยวตรงนี้ครูจะให้เวลาคิด ประมาณ 10 วินาทีนะคะ เรามาลองคิดเล่น ๆ กัน เดี๋ยวมาดูคำตอบพร้อมกันค่ะ เริ่มเลยนะคะ { เสียงดนตรี ค่ะ อันนี้น่าจะพอตอบกันได้แล้วนะคะ อย่างนั้น เรามาลองดูคำตอบพร้อม ๆ กันเลยค่ะ ค่ะ วันนี้เป็นพาหะนะคะ มีทั้ง แอลลีล A ใหญ่และ แอลลีล เล็กค่ะ โดยการมี แอลลีล นะคะ ทำให้เขามีการสร้างโปรตีนที่ทำงานไม่ได้ ในขณะเดียวกันบุคคลนี้มีแอลลีล a ใหญ่อยู่ด้วยค่ะ ทำให้มีการสร้างโปรตีน ที่ทำงานได้ด้วย จึงทำให้มีการสังเคราะห์เมลานินเกิดขึ้น และทำให้บุคคลนี้ ไม่มีลักษณะเผือกค่ะ ตรงจุดนี้นะคะ นักเรียนอาจจะสังเกตถึงความแตกต่างระหว่าง แอลลีล เด่น และแอลลีลด้อย ที่นักเรียนได้เคยเรียนมาแล้วนะคะ ว่าการ แอลลีล A ใหญ่ เพียงแค่ 1 แอลลีล ก็ทำให้สามารถที่จะแสดงลักษณะออกมาได้ แอลลีล A ใหญ่ จึงจะเป็นแอลลีลเด่นค่ะ ในทางกลับกันนะคะ ถึงแม้ว่าจะมี แอลลีล อยู่ก็ตามแต่กลับไม่มีการแสดงออก ของลักษณะนั้น ดังนั้นนะคะ แอลลีล จึงจำเป็นแอลลีลยีนด้อยค่ะ จากที่นักเรียนได้เรียนมานะคะ นักเรียนพอจะสรุปความเชื่อมโยง กับแผนผัง ครูให้ตั้งแต่ต้นคาบได้ไหมคะ แผนผังด้านล่างนี้นะคะ ว่ายีนควบคุมขนาดทางพันธุกรรมได้อย่างไรนะคะ โดยครูอยากให้นักเรียนเชื่อมโยงระหว่างแอลลีล A แอลลีล A ที่เรียนมา เมื่อสักครู เสียงดนตรี ค่ะ ได้เวลาแล้วนะคะ เรามาดูคำตอบกันเลยดีกว่า ว่าคำตอบเป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ จากรูปนี้นะคะ จงอธิบายการที่ยีนควบคุมลักษณะทางพันธุกรรม ของการมีหรือไม่มีลักษณะผิวเผือกได้ เรามาลองดูกันค่อย ๆ ดูกันไปทีละขั้นอีกครั้งหนึ่งนะคะ ยีนทำหน้าที่กำหนดลักษณะโปรตีนยีน ยีนที่ควบคุมลักษณะเผือกนะคะ มีแอลลีลใหญ่ ซึ่งจะกำหนดลักษณะได้เป็นโปรตีนที่ทำงานได้ และ แอลลีล a จะกำหนดลักษณะโปรตีนที่ทำงานไม่ได้นะคะ ต่อมานะคะ โปรตีนนั้น ก็จะส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมนะคะ สำหรับลักษณะเผื่อ ก็คือการมีโปรตีน ที่ทำงานได้หรือไม่ได้ ทำให้สามารถสังเคราะห์เมลานินได้หรือ 3 ไม่ได้นะคะ ซึ่งการมีหรือไม่มีเวลานี้นี่เอ งซึ่งเป็นลักษณะทางพันธุกรรมของเรา นั้นก็มีหรือไม่มีลักษณะเผือกนั่นเองค่ะ ค่ะ จากตัวอย่างข้างต้นนะคะ ก็จะเห็นว่ายีนควบคุมการแสดงออก ของลักษณะทางพันธุกรรม ผ่านการสังเคราะห์โปรตีน และคราวนี้ยีนกำหนดลักษณะของโปรตีนได้อย่างไรนะคะ คำตอบนะคะ ก็คือลำดับนิวคลีโอไทด์ของยีน มีผลต่อโปรตีนที่สังเคราะห์ได้ค่ะ อันนี้นักเรียนอาจจะบอกนะคะ ครูครับ คำตอบแค่นี้ไม่ช่วยอะไรเลยค่ะ ลำดับนิวคลีโอไทด์คืออะไรคะ ใครที่ลืมไปแล้วนะคะ หรืออาจจะรู้สึกว่า เอ๊ะ เหมือนไม่เคยได้เรียนมาก่อนเลย ไม่เป็นอะไรค่ะ เดี๋ยวชวนให้ฟังอีกครั้งหนึ่งนะคะ ย้อนกลับไปตั้งแต่ว่ายีน คือ ช่วงหนึ่งของสาร DNA และ DNA คืออะไร นะคะ ออกซีไรโบนิวคลีโอไทด์ นะคะ เป็นสารพันธุกรรมที่ประกอบด้วย นิวคลีโอไทด์ค่ะ อย่างในรูปตรงนี้นะคะ โครงสร้างในกรอบนี้คือ 1 คลีโอไทด์ค่ะ โดยนิวคลีโอไทด์ จะมาเรียงต่อกันนะคะ เป็นสายพร้อม พอลินิวคลีโอไทด์จำนวน 2 สายค่ะ ส่วนอันนี้พอลินิวคลีโอไทด์ อีกใส่สาย 1 พอลินิวคลีโอไทด์อีกคู่นะคะ จะเป็นโครงสร้างเตียงคู่ นิวคลีโอไทด์ ประกอบไปด้วยน้ำตาลหมู่ฟอสเฟต และไนโตรจีนัสเบสค่ะ วันนี้ครูจะลองขยายส่วนตัว ในตัวนิวคลีโอไทด์ ให้เห็นชัด ๆ กัน ซึ่งตัวนิวคลีโอไทด์ มีกี่ชนิดตามชนิดไนโตรจีนัสเบสค่ะ อะดีนีน หรือ A ใครมีงานหรือทีไซโทซีน และกวานิล หรือจีนค่ะ โดยนิวคลีโอไทด์ที่มีเบส a นะคะ จับนิวคลีโอไทด์ที่มีเบสค่ะ ส่วนนิวคลีโอไทด์ที่มีเบส g นะคะ รู้จักกับนิวคลีโอไทด์ที่มีเบส C ค่ะ คราวนี้นะคะ เราได้คิวท้ายที่มีเบสกันแล้ว กลับมาที่ยีนค่ะ กลับมาที่รูปนี้อีกครั้งหนึ่งนะคะ ยีนเป็นส่วนหนึ่งของสาย DNA นะคะ ที่มีลำดับนิวคลีโอไทด์ซึ่งกำหนดลักษณะของโปรตีน ที่สังเคราะห์ขึ้น ดังนั้น หากว่าลำดับของนิวคลีโอไทด์ ที่เปลี่ยนแปลงไป ก็อาจจะส่งผลให้ได้โปรตีน ที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยนะคะ บนสาย DNA ยาวของเรามีอยู่ด้วยกันหลายยีนค่ะ โดยยีนต่างชนิดกัน ก็จะมีลำดับนิวคลีโอไทด์ ถามกันได้โปรตีนออกมาต่างชนิดกัน และส่งผลก็จะลักษณะทางพันธุกรรมต่าง ๆ นะคะ อย่างตัวอย่างที่เราเรียนมานะคะ ยีนธาลัสซีเมีย ลักษณะเผือกนะคะ ก็จะเป็นยืนคนละยืนกัน N ลำดับนิวคลีโอไทด์ต่างกัน ได้โปรตีนต่างชนิดกันนะคะ ซึ่งก็ส่งผลให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมคนละอย่างคราวนี้นะคะ เรามาดูที่ยืนกันบ้างค่ะ ในกรณีของยีนเดียวกันนะคะแอลลีล รูปแบบการก็จะมีลำดับนิวคลีโอไทด์ที่ 3 รูปแบบการทำให้มีความแตกต่าง ของโปรตีนที่สังเคราะห์ได้นะคะ ก็จะส่งผลให้จีโนไทป์ ที่แตกต่างกันไปด้วยตัวอย่างนะคะ ก็เช่น แอลลีล T ใหญ่และ แอลลีล t นะคะ ในตัวอย่างของโรคธาลัสซีเมียค่ะ จากในรูปนะคะ ก็เห็นว่า แอลลีล มีลำดับนิวคลีโอไทด์ที่แตกต่างกันนะคะ ซึ่งก็จะส่งผลให้สังเคราะห์ออกมา เป็นโปรตีนที่มีลักษณะแตกต่างกัน และส่งผลต่อลักษณะการเป็นหรือไม่เป็น โรคธาลัสซีเมียนั่นเองค่ะ ข่าวจากที่นักเรียน เรียนมาทั้งหมดนะคะ ก็น่าจะพอเห็นภาพแล้วยีน เกี่ยวข้องกับการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรม ได้อย่างไรนะคะ ตรงจุดนี้นะคะ อยากให้นักเรียนลองตอบคำถาม เพื่อที่จะตรวจสอบความเข้าใจของตัวเองนะคะ โดยให้เขียนแผนผัง แสดงความสัมพันธ์ระหว่างยีน โปรตีน และลักษณะทางพันธุกรรม ในกรณีของบุคคลที่มีเลือดหมู่ AB ค่ะ น่าจะไม่ยากนะคะ สำหรับนักเรียนที่สอบได้ แสดงว่าเข้าไปแล้ว แต่ถ้าหากว่าใครยังตอบไม่ได้ ก็ไม่เป็นอะไรนะคะ อาจจะลองย้อนกลับไปดูคลิปนี้อีกครั้งหนึ่ง เพื่อที่จะทำความเข้าใจหรือว่าเพิ่มเติมนะคะ แล้วก็ลองคุยกับเพื่อนดู ว่าแต่ละคนมีความเข้าใจตรงกันหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้างนะคะ [เสียงดนตรี] (คุณครูปุณยาพร) จากที่เราได้เรียนมานะคะ คราวนี้เดี๋ยวเรามาลองสรุปเนื้อหาในบทเรียนกันค่ะ การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมเกิด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสาย DNA นะคะ ที่อยู่บนโครโมโซม ลำดับนิวคลีโอไทด์ ของยีน กำหนดลักษณะของโปรตีน ที่สังเคราะห์ขึ้น แอลลีล รูปแบบต่างกันจะมีลำดับนิวคลีโอไทด์ต่างกัน จะทำให้ได้โปรตีนที่มีสมบัติต่างกันค่ะ จบลงไปแล้วนะคะ กับการศึกษาในหัวข้อยีน กับการควบคุมลักษณะทางพันธุกรรม โดยหัวข้อที่นักเรียนจะได้ศึกษาต่อไป ก็คือการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมค่ะ สำหรับตอนนี้สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]