--- title: การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม (15.26 นาที) subtitle: date: วันจันทร์ที่ 25 มีนาคม 2567 เวลา 15.10 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) เสียงดนตรี สวัสดีค่ะ สำหรับคลิปนี้นะคะเป็นคลิปการสอนใน หัวข้อที่ 4.3 การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม ให้ความรู้โดยครูบุญญาพรค่ะโดยที่ข้อนี้นะคะอยู่ภายใต้บทที่ 4 เรื่องพันธุกรรมและวิวัฒนาการซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ชีวภาพ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ค่ะ จุดประสงค์นะคะก็คือเพื่อให้นักเรียนสามารถอธิบายและยกตัวอย่าง มิวเทชันและผลของมิวเทชันต่อการลักษณะ แสดงพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต และยกตัวอย่างการนำเนชั่นไปใช้ประโยชน์ค่ะ นักเรียนน่าจะเคยได้ยิน ประโยชน์เกี่ยวกับการณรงค์นะคะ เกี่ยวกับแสงแดดนะคะโดยอาจจะเป็นการแนะนำนะคะให้ลดการอยู่กลางแจ้งหรือว่าให้ใช้ครีมกันแดดนะคะ นักเรียนคิดว่าเพราะอะไรถึงได้มีการรณรงค์แบบนี้เกิดขึ้น ค่ะ คำตอบนะคะก็คือเนื่องจากรังสีอัลตราไวโอเลต หรือรังสียูวีในแสงแดดนะคะ เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังซึ่งนักเรียนจะสามารถที่จะใช้ความรู้ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม นะคะ อธิบายในกรณีนี้ได้ค่ะ กลับมาที่รูปนี้อีกครั้งหนึ่งนะคะ ลองดูที่ยีน 1 ยีนกันนักเรียนคิดว่าทำไมยีน 1 ยีนนี่ ถึงได้มีแอลลีนได้มากกว่า 1 แอลลีลค่ะ คำตอบก็คือเพราะว่า DNA เป็นสารพันธุกรรมในสิ่งมีชีวิต ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ หลักการเกิดมิวเทชันค่ะ โดยนิวคลีโอไทด์ในบางตำแหน่งนะคะ ของยีน อาจจะเปลี่ยนแปลงไป จัดเป็นมิวเทชันในระดับยีนค่ะ ซึ่งมิวเทชันที่เกิดขึ้น อาจจะก่อให้เกิด หรือที่แตกต่างกันออกไปนะคะหรือเป็นโรคได้ค่ะ ดังในกรณีตัวอย่างนะคะของมิวเทชันในยีนที่ก่อให้เกิดในโลก ธาลัสซีเมียค่ะ ซึ่งเป็นมิวเทชันของนิวคลีโอไทด์อีก 1 ตำแหน่งในรูปนะคะ วิธีการเปลี่ยนคู่ betagen ในที่ใหญ่ แต่ว่าการเปลี่ยนแปลงของนิวคลีโอไทด์ คู่นี้นะคะ ทำให้ได้โปรตีนที่ทำหน้าที่ไม่ได้ตามปกติ ทำให้กลายเป็นลักษณะของโรคธาลัสซีเมียได้ค่ะ ค่ะนอกจากมิวเทชันจะเกิดขึ้นได้ในระดับดีแล้วนะคะจะเกิดขึ้นในระดับโครโมโซมได้ด้วยเช่นเดียวกันค่ะ สำหรับนิวเทชั่นของระดับโครโมโซมนะคะ สามารถเกิดได้ทั้งในสร้างของโครโมโซม และในด้านจำนวนโครโมโซมค่ะซึ่งทั้งหมดนี้นะคะอาจส่งผลให้เกิดการผิดปกติทาง จำได้ เดี๋ยวเราลองมาดูตัวอย่างกันนะคะ ตัวอย่างมิวเทชันในการ ในด้านโครงสร้างโครโมโซมนะคะ ตัวอย่างชิ้นส่วนของโครโมโซมขาดหายไปทำให้บังแอลหายไปจึงไม่สามารถที่จะกำหนดลักษณะ โปรตีนได้ตามปกตินะคะ อยากในรูปเป็นตัวอย่างของกลุ่มอาการ วิธีบูชานะคะซึ่งเกิดจาก การชิ้นส่วนโครโมโซมคู่ที่ 5 หายไปค่ะส่งผลให้มีลักษณะศีรษะเล็ก น่าเปลี่ยนนะคะและมีเสียงเล็กแหลมเป็นต้นค่ะ ออกมานะครับเป็นตัวอย่างของมิวเทชัน ในระดับโครโมโซมนะคะโดยโครโมโซมอาจจะเกินมาทั้งโครโมโซม หรือหายไปทั้งโครโมโซมนะคะ อย่างในรูปตอนนี้นะคะเป็นตัวอย่างของกลุ่มอาการดาวน์นะคะ หรือที่เราคุ้นหูว่าดาวน์ซินโดรมนะคะ เกิดจากการที่มีโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมาทั้งโครโมโซมค่ะซึ่งส่งผลให้มีรูปร่าง เตี้ยนะคะ มีลักษณะหน้าเปลี่ยน แล้วก็มีนิ้วมือนิ้วเท้าสั้นเป็นต้นค่ะ เดี๋ยวเรามาลองดูกันอีกสัก 1 ตัวอย่างนะคะอันนี้เป็นตัวอย่างของกลุ่มอาการเทอร์เนอร์นะคะ เกิดจากการที่โครโมโซมเพศหายไป 1 โครโมโซมเหลือแค่โครโมโซม x 1โครโมโซมค่ะ ส่งผลให้มี รูปร่างเตี้ย ลักษณะหน้าเปลี่ยนมีแผงที่คอ มือเท้าบวมน้ำและมักจะเป็นหมันค่ะ ค่ะพี่เรียนมาดูเหมือนว่าจะมีแต่การเกิดมิวเทชันที่ทำให้เกิดโรคทั้งนั้นเลยนะคะ คราวนี้คำถามก็คือมิวเทชันทำให้ก่อให้เกิดผลเสียเสมอ ไปหรือไม่นะคะ อันนี้นะคะอยากจะให้นักเรียนลองคิดหาคำตอบดูนะคะแล้วก็รอให้เหตุผลด้วยว่าเพราะอะไรนักเรียน ไม่คิดแบบนั้นนะคะ โดยที่คุณครูจะให้นักเรียน ประมาณ 10 วินาทีนะคะให้นักเรียนคิดดูพร้อมๆกันนะคะ เริ่มได้เลยค่ะ เสียงดนตรี หมดเวลาแล้วนะคะ คำตอบก็คือไม่เสมอไปนะคะ เนื่องจากว่ามิวเทชันอาจก่อให้เกิดผลดี ผลเสีย หรือไม่ส่งผลใดๆต่อสิ่งมีชีวิตเลยก็ได้ค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าสมบัติของโปรตีนที่สังเคราะห์ได้ เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่อย่างไรค่ะ นักเรียนอาจจะสงสัยนะคะว่าไม่ส่งผลมาได้อย่างไรนะคะ พูดอย่างเดียวเดี๋ยวอาจจะไม่เห็นภาพนะคะ เดี๋ยวเราลองมาดูตัวอย่างการเกิดมิวเทชันที่เกี่ยวข้องกับการเกิดลักษณะ จากกันเลยดีกว่าค่ะ Amway ใหญ่อาจจะเกิดมาในลักษณะโปรตีนที่ปกตินะคะทำให้มี การสังเคราะห์เมลานินเกิดขึ้นและไม่มีลักษณะเผือกค่ะ แต่ถ้าหากว่ามิวเทชันที่เกิดขึ้นนะคะทำให้มีโปรตีนที่เปลี่ยนแปลงไปแต่ยังสามารถทำตามได้ ปกติอยู่นะคะ คงทำให้มีการสังเคราะห์เมลานินเกิดขึ้นและทำให้ไม่มีลักษณะเผือกค่ะ ในกรณีที่มิวเทชันที่เกิดขึ้นนะคะทำให้โปรตีนเปลี่ยนแปลงไป และทำงานไม่ได้นะคะ จะทำให้ไม่มีการสังเคราะห์เมลานิน และทำให้มีลักษณะเผือกค่ะ หรือถ้าหากว่ามิวเทชันที่เกิดขึ้นนะคะ ทำให้ไม่มีการสร้างโปรตีนหรือสังเคราะห์โปรตีนเกิดขึ้นเลยนะคะก็จะส่งผลให้มีการสังเคราะห์เมลานิน และทำให้ไม่มีลักษณะเผือกค่ะ จะเห็นได้ว่านะคะจากการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมหรือมิวเทชัน ไม่ได้ทำให้ เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมเสมอไปนะคะจะส่งผลกับโปรตีนที่สังเคราะห์ได้หรือไม่นะคะ แล้วถ้ามันส่งผล มันส่งผลอย่างไรค่ะ ซึ่งผลที่เกิดขึ้นนะคะ เกิดได้ทั้งผลดีและผลเสียก็ได้ค่ะ ที่ผ่านมาเราเห็นแต่ตัวอย่างผลเสียใช่ไหมคะ คราวนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าตัวอย่างที่เป็นผลดีมีอะไรบ้างค่ะ ในบางกรณีนะคะมิวเทชันอาจทำให้การอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตดีขึ้นนะคะ ตัวอย่างเช่น มิวเทชันที่ทำให้ไม่มีการสังเคราะห์ แอนติเจนดัฟฟี่นะคะ บนผิวของเซลล์เม็ดเลือดแดง ซึ่งส่งผลให้มีความต้านทานต่อการติดเชื้อมาลาเรียค่ะ นอกจากนี้นะคะมิวเทชั่นยังเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดความหลากหลายทางพันธุกรรมนะคะ ความแตกต่างของลำดับนิวคลีโอไทด์นะคะและความแตกต่างในลักษณะ ที่ปรากฏค่ะ ซึ่งความหลากหลายในความพันธุกรรมนี้นะคะมีความสำคัญอย่างมากเลยต่อการเกิดวิวัฒนาการ ซึ่งเดี๋ยวนักเรียนค่ะจะได้ศึกษาต่อไปในหัวข้อที่ 4.5 ค่ะ คราวนี้นะคะคุณครูก็อยากจะให้นักเรียน ลองสืบค้นตัวอย่างเพิ่มเติมนะคะ ทั้งในกรณีของมิวเทชันที่ทำให้เกิดโรคมิวเทชัน ที่ก่อให้เกิดผลดีต่อสิ่งมีชีวิตแล้วก็กรณีของมิวเทชันที่ไม่ส่งผลใดๆต่อสิ่งมี ชีวิตนะคะเพื่อที่นักเรียนจะได้เห็นตัวอย่างที่หลากหลายในกรณีที่แตกต่างกันค่ะ คราวนี้นะคะเรามาเรียนกันมาตั้งเยอะแล้วนะ แล้วเราสามารถเอาความรู้ที่เราต้องเรียนมามาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อตัวเราเองได้อย่างไรนะคะ ก่อนอื่นต้องบอกว่ามิวเทชั่นสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาและเกิดได้ในทุกเซลล์นะคะ โดยมิวเทชันที่เกิดขึ้นในเซลล์สืบพันธุ์จะสามารถที่จะถ่ายทอดไปต่อรุ่น ต่อไปได้นะคะ อย่างไรก็ตามนิวเทชั่นที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ในเซลล์ร่างกายของเราไม่สามารถที่จะถ่ายทอดไปยังรุ่นถัดไปได้นะคะ แต่ว่าไม่สามารถ ตัวอย่างก็เชิญนะคะกรณีของ มะเร็งหลายๆชนิดค่ะ ซึ่งมิวเทชันนะคะสามารถเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติโดยที่อาจจะมีปัจจัยบางอย่างนะคะที่ทำให้เกิดมิวเทชันใน ภาษาที่สูงขึ้นได้นะคะ เส้นรังสีอัลตราไวโอเลตรังสีเอกซ์ รังสีแกมมา ภายในควันบุหรี่นะคะ โดยที่รังสีหรือสารเคมีดังกล่าวเหล่านี้นะคะก่อให้เกิดมิวเทชัน ที่ทำให้เซลล์เพิ่มจำนวนโดยที่ร่างกายไม่สามารถควบคุมได้นะคะก็อาจจะส่งผลให้เกิดโรคมะเร็งขึ้นได้ค่ะ ในกรณีของมะเร็งผิวหนังนะคะการได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดดนะคะ จะเป็นการเพิ่มโอกาสการเกิดมิวเทชันในเซลล์ผิวหนัง ดังนั้นนะคะการหลีกเลี่ยงการออกไปกลางแจ้งหรือการใช้ครีมกันแดด ก็อาจจะช่วยลดโอกาสในการเกิดมิวเทชันดังกล่าวนะคะ แล้วก็ ลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้ค่ะ เดี๋ยวลองมาดูอีกสักตัวอย่างนึงนะคะ สูบบุหรี่นะคะ เป็นการเพิ่มความเสี่ยง มะเร็งในปอดค่ะ ทอผ้าและฟอร์มาลดีไฮด์ในควันบุหรี่นะคะเพิ่มโอกาส มิวเทชันในเซลล์ปอด ดังนั้นการไม่สูบบุหรี่หรือการ หลีกเลี่ยงสูดดมควันบุหรี่นะคะก็จะช่วยโอกาสในการ เกิดโรคมะเร็งปอดได้เช่นเดียวกันค่ะ นอกจากการรักษาสุขภาพแล้วนะคะมนุษย์ก็มีการนำความรู้ในเรื่องเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมนะคะ มาประยุกต์ใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆด้วยนักเรียนลองคิดดูนะคะว่าจะเคยได้ยินหรือเคยได้รับรู้ ข้อมูลเกี่ยวกับการนำความรู้เรื่องนี้มาใช้ประโยชน์จากข่าวหรือจากแหล่งอื่นๆบ้างนะคะสำหรับ ตอนนี้นะคะเดี๋ยวครูจะยกตัวอย่างบางตัวอย่างให้ดูค่ะ ตัวอย่างการประยุกต์ใช้หลังจาก การเกิดมิวเทชันนะคะเพื่อชักนำให้ได้สิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะตามที่ต้องการนะคะ อันนี้จะเป็นตัวอย่างเกี่ยวกับเรื่องการใช้รังสีนะคะเช่นการฉายรังสีแกมมาให้กับเนื้อเยื่อ หน่อหรือเหง้าพุทธรักษาเพื่อชักนำให้เกิดมิวเทชัน ทั้ง 3 สีนะคะ ที่ทำให้สีดอกเปลี่ยน แล้วก็คัดเลือกต้นที่มีดอกสีใหม่นะคะ ทำให้ได้พุทธรักษาที่มีลักษณะใหม่ที่มีสีต่างๆเพิ่มมากขึ้นค่ะ อีกตัวอย่างหนึ่งนะคะคือการใช้รังสีนะคะเพื่อสร้างดอกทิวลิปที่มีสีดอกที่หลากหลายค่ะ นอกจากการใช้รังสีแล้วนะคะก็จะมีการใช้ในส่วนของ การใช้สารเคมีนะคะเพื่อที่จะยับยั้งการแยกของโครโมโซมในการแบ่งเซลล์ เพื่อสร้างพืชที่มีจำนวนชุดหรือโครโมโซมเพิ่มขึ้นนะคะ จะเป็นเพื่อเพิ่มขนาดดอกหรือผลนะคะ หรือเพื่อเพิ่มปริมาณการ สื่อสารที่ต้องการ หรือเพื่อได้ต้นพืชที่ไร้เมล็ดค่ะอันนี้นะคะนักเรียนอาจจะไปสืบค้นเพิ่มเติมดูนะคะว่าตัวอย่างเช่น ยกมีตัวอย่างเป็นอย่างไรกันบ้างนะคะ นอกจากการใช้ความรู้เกี่ยวกับมิวเทชั่นนะคะ เพื่อการรักษาสุขภาพ และการชักนำเพื่อให้ได้สิ่งมีชีวิตตามลักษณะที่ต้องการแล้วนะคะมนุษย์ ยังมีการนำความรู้เกี่ยวกับพันธุศาสตร์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องนะคะมาประยุกต์ใช้ในด้านอื่นๆอีกหลายด้าน ซึ่งเดี๋ยวเราจะได้เรียนในข้อต่อไปนะคะก็คือหัวข้อที่ 4.4 ค่ะ จากที่นักเรียนเรียนมาทั้งหมดนะคะเดี๋ยวเรามาลองตอบคำถามเพื่อที่จะตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนการดูดีกว่านะ ลองดูสิว่าข้อความต่อไปนี้นักเรียนคิดว่าเป็นข้อความที่ถูกต้องหรือว่าผิดนะคะ ข้อแรกนะคะมิวเทชันจะส่งผลต่อ สิ่งมีชีวิตถ้ามิวเทชันนั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโปรตีน นักเรียนคิดว่าถูกหรือผิดคะ เฉลยเลยนะคะ คำตอบที่ถูกก็คือ ผิดค่ะ เราเรียนกันมาเมื่อครู่แล้วนะว่าการเกิดมิวเทชันมันอาจจะทำให้เกิดผลดี หรือผลเสียต่อสิ่งมีชีวิตนั้นก็ได้ใช่ไหมคะ มาที่คำถามข้อที่ 2 นะคะ ชายคนหนึ่งสูบบุหรี่จัด และสารในบุหรี่ส่งผลให้เกิดมิวเทชันในเซลล์ปอด และทำให้เกิดมะเร็งปอด เมื่อชายคนดังกล่าวนะคะ มีลูก สามารถถ่ายทอดมิวเทชันดังกล่าวให้ลูกได้ นักเรียนคิดว่าถูกหรือผิดคะ คำตอบนะคะ ผิดค่ะ เพราะว่าอะไรคะเพราะว่ามิวเทชันอันนี้เกิดในเซลล์ปรอทใช่ไหมคะ แต่ว่ามิวเทชันที่จะส่งต่อไปยังลูกได้จะต้องเป็นมิวเทชันที่เกิดในเซลล์ สุพรรณค่ะ จากที่เราได้เรียนมานะคะคราวนี้เดี๋ยวเรามาลองสรุปเนื้อหาในบทเรียนกันค่ะ การเปลี่ยนแปลงลำดับของนิวคลีโอไทด์จัดเป็นมิวเทชั่นซึ่งอาจเกิดในระดับยีน หรือในระดับโครโมโซม โอเคฉันนะคะอาจก่อให้เกิดผลเสียผลดีหรือไม่ส่งผลใดๆต่อสิ่งมีชีวิตได้ค่ะ อยู่กับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนั้นส่งผลให้โปรตีนที่สังเคราะห์คลื่นเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ได้อย่างไรค่ะมนุษย์นะคะ ได้มีการประยุกต์ใช้หลักการของการเกิดมิวเทชันในการชักนำให้ได้สิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะ แตกต่างจากเดิมโดยการใช้รังสีและสารเคมีค่ะ จบลงไปแล้วนะคะกับหัวข้อการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม โดยหัวข้อที่นักเรียนจะได้ศึกษาต่อไปก็คือ เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอค่ะ สำหรับตอนนี้สวัสดีค่ะ เสียงดนตรี