--- title: การลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ ตอน 1 (15.44 นาที) subtitle: date: วันอังคารที่ 26 มีนาคม 2567 เวลา 13.00 น. --- (ข้อความสดจากระบบถอดความเสียงพูดทางไกล) [เสียงดนตรี] (คุณครูปุญญาพร) การสอนหัวข้อที่ 4.3 การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม ข้อนี้นะคะ อยู่ภายใต้บทที่ 4 เรื่องพันธุกรรมและวิวัฒนาการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหนังสือเรียน หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพ มัธยมศึกษาปีที่ 4 ค่ะ จุดประสงค์นะคะ เพื่อที่จะให้นักเรียนสามารถอธิบาย และยกตัวอย่างมิวเทชัน และยกตัวอย่างต่อการแสดงลักษณะ ทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต และยกตัวอย่างการนำมิวเทชันไปใช้ประโยชน์ค่ะ นักเรียนคงจะเคย ได้ยินเกี่ยวกับการรณรงค์นะคะ ให้หลีกเลี่ยงหรืออาจจะเป็นสาร อันตรายจากแสงแดดนะคะ โดยจะเป็นการแนะนำให้ อยู่กลางแจ้งหรือว่าให้ใ้ครีมกันแดดนะคะ นักเรียนคิดว่าเพราะอะไร ถึงได้มีการรณรงค์เหล่านี้เกิดขึ้นคะ ค่ะ คำตอบนะคะ ก็คือเนื่องจากรังสีอัลตราไวโอเลต หรือ UV ในแสงแดดนะคะ จะเพิ่มความเสี่ยง ในการเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง ซึ่งนักเรียนสามารถใช้ความรู้ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมนะคะ มาอธิบายในกรณีนี้ได้ค่ะ ค่ะ กลับมาที่รูปนี้กันอีกครั้งนะคะ ลองดูที่ ยีน นักเรียนคิดว่า ยีนหนึ่งยีนกัน นักเรียนคิดว่า ทำไมยีน 1 ยีนนี่ถึงได้มีแอลลีลได้มากกว่า 1 แอลลีลคะ คำตอบ ก็คือ เพราะว่า สาร DNA นี่ เป็นสารพันธุกรรมในสิ่งมีชีวิต ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้จากการเกิด มิวเทชัน ค่ะ โดยนิวครีโอไทด์ในบางตำแหน่งนะ 1 ยีนนะคะ อาจเปลี่ยนแปลงไป จัดเป็นมิวเทชัน ที่เกิดขึ้นอาจจะก่อให้เกิดแอลลีลที่แตกต่างออกไป และทำให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรม ที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นโรคได้ ดังในกรณีตัวอย่างนะคะ ของมิวเทชัน ในยีน ที่ก่อให้เกิดโรคของธารัส ซึ่งเป็นมิวเทชันที่เกิดจากคลีโอไทด์ ที่เห็นในรูปนะคะ มีการเปลี่ยนจากคู่เบส ในแอลลีล T ใหญ่ เป็นคู่เบสในแอลลีล t แต่ว่า การเปลี่ยนแปลงของนิวคลิโอไทด์เพียง 1 คู่นี้นะคะ ทำให้ได้โปรตีนที่ทำหน้าที่ไม่ได้ตามปกติ จนทำให้กลายเป็นลักษณะของดรคลิวคีเมียค่ะ นอกจากมิวเทชันเกิดได้ในระดับยีนแล้วนะคะ ยังสามารถที่จะเกิดขึ้นในระดับโครโมโซมเช่นเดียว สำหรับมิวเทชัน ในระดับของโคมโมโซมนะคะ สามารถเกิดได้ทั้งในด้านของโครงสร้างโครโมโซม และในด้านจำนวนโครโมโซมค่ะ ซึ่งทั้งหมดนี้นะคะ อาจส่งผลให้เกิดความผิดปกติทางพันธุกรรมได้ เดี๋ยวเรามาลองมาดูตัวอย่างกันนะคะ ตัวอย่างมิวเทชันในด้านของโครงสร้างโครโมโซมนะคะ ในส่วนของชิ้นส่วนของโครโมโซมนี่ มีการขาดหายไป ทำให้บางแอลลีลหายไป ทำให้จึงไม่สามารถที่จะกำหนดลักษณะ ที่มันหายไปนะคะ อย่างในรูปนี่เป็นตัวอย่างอาการของคิดูชานะคะ ซึ่งอาจเกิดจากชิ้นส่วนของโครโมโซม คู่ที่ 5 ขาดหายไปค่ะ ส่งผลให้มีศีรษะเล็ก ลักษณะหน้าเปลี่ยน เป็นต้น ต่อมานะคะ เป็นตัวอย่างของนิวเทชัน ในระดับ ในด้านของโครโมโซมนะคะ โดยโครโมโซมนี่ อาจจะเกิดมาทั้งโครโมโซม หรือหายไปทั้งโครโมโซมนะคะ อย่างในรูปนี้นะคะ เป็นตัวอย่างของกลุ่มอาการดาวน์นะคะ หรือที่เราคุ้นหูว่า ดาวซินโดรมนะคะ เิกิจากการที่โครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมาทั้งโครโมโซมค่ะ ซึ่งส่งผลให้มีรูปร่าง เตี้ยนะคะ มีลักษณะมือ แล้วก็มีนิ้วมือนิ้วเท้าสั้นเป็นต้นค่ะ เดี๋ยวเรามาลองดูกันอีกสักหนึ่งตัวอย่างนะคะ อันนี้เป็นตัวอย่างของกลุ่มอาการเทิร์นเนอร์นะคะ เป็นอาการที่โครโมโซมเพศ หายไป 1 โครโมโซม แค่โคมโมโซน x เพียง 1 โครโมโซมค่ะ ส่งผลให้มีลักษณะรูปร่างเตี้ย ลักษณะหน้ามือและเท้าบวมน้ำและมักจะเป็นหมันค่ะ ที่เรียนมานี่ ดูเหมือนว่าจะมีแต่คำถาม ที่แต่การเกิดมิวเทชัน ที่ทำให้เกิดโรคทั้งนั้นเลยนะคะ คราวนี้คำถาม ก็คือนิวเทชัน ก่อให้เกิดผลเสียเสมอไปหรือไม่ค่ะ อันนี้นะคะ อยากจะให้นักเรียนลองคิดหาคำตอบดูนะคะ ลองให้เหตุผลด้วยว่าเพราะอะไรนักเรียนถึงได้คิดแบบนั้นนะคะ โดยที่เดี๋ยวคุณครูจะให้เวลาประมาณ 10 วินาทีนะคะ พร้อม ๆ กันนะคะ เริ่มได้เลยค่ะ [เสียงดนตรี] (ดร.อรสา) หมดเวลาแล้วนะคะ คำตอบ ก็คือไม่เสมอไปนะคะ เนื่องจากว่ามิวเทชันนี่ อาจจะก่อให้เกิดผลดี ผลเสียหรือไม่สิ่งผลใด ๆ ต่อสิ่งมีชีวิตเลยก็ได้ค่ะ ขึ้นอยู่กับว่า สมบัติของโปรตีน ที่สังเคราะหืได้นี่ เปลี่ยนแปลงไไปหรือไม่อย่างไรค่ะ นักเรียนอาจจะสงสัยว่าไม่ส่งผลนี่ มาได้อย่างไรนะคะ พูดไปอาจจะยังไม่เห็นภาพนะคะ เดี๋ยวเราลองมาดูตัวอย่างจากการเกิดมิวเทชัน ที่เกี่ยวข้องกับการมีลักษณะเผือกกันดีกว่าค่ะ แอลลีล A จะกำหนดออกมาเป็นโปรตีน ที่ทำงานได้ตามปกตินะคะ ทำให้มีกระบวนการสังเคราะห์เมลานินสีเผือกค่ะ แต่หากมิวเทชันที่เกิดขึ้นนะคะ ทำให้ได้โปรตีนที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ยังสามารถทำงานได้ตามปกติอยู่นะคะ ก็จะทำให้ยังมีการสังเคราะห์เมลานินเกิดขึ้น และทำให้ไม่มีลักษณะเผือกค่ะ ในกรณีที่มิวเทชันที่เกิดขึ้นนะคะ ทำให้โปรตีนเปลี่ยนแปลงไป และทำงานไม่ได้นะคะ จะทำให้ไม่มีการสังเคราะห์เมลานิน และทำให้มีลักษณะเผือกค่ะ หรือถ้าหากว่ามิวเทชันที่เกิดขึ้นนะคะ ทำให้ไม่มีการสร้างโปรตีน หรือสังเคราะห์โปรตีนเกิดขึ้นเลยนะคะ ก็จะสังเคราะห์เมลานิน และทำให้มีลักษณะเผือกค่ะ จะเห็นได้ว่านะคะ การเปลี่ยนแปลงพันธุกรรม ไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางพันธุกรรมเสมอไปนะคะ ขึ้นอยู่กับว่าการเกิดมิวเทชันนั้น จะส่งผลที่สังเคราะห์ได้หรือไม่นะคะ และส่งผลนี่มันส่งผลอย่างไรได้ค่ะ ซึ่งผลที่เกิดขึ้นนะคะ หรือผลเสียก็ได้ค่ะ ที่ผ่านมายกตัวอย่างแต่ผลเสียใช่ไหมคะ เช่น การเกิดโรคทาลัสซีเมียนะคะ ลองกันดูดีกว่าว่าตัวอย่างผลดีนี่มีอะไรบ้างนะคะ ในบางกรณีนะคะ อาจทำให้มี การอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตดีขึ้นนะคะ ยกตัวอย่างเช่น มิวเทชัน ที่ทำให้ไม่มีการสังเคราะห์แอนติเจน Duffy นะคะ บนเซลล์เม็ดเลือดแดง มีความต้านทานต่อการติดเชื้อมาราเลียค่ะ ทั้งมิวเทชันยังเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดความหลากหลายทางพันธุกรรม ทั้งความแตกต่างของลำดับนิวคลีโไทบความแตกต่าง ในลักษณะที่ปรากฏค่ะ ซึ่งความหลากหลายทางพันธุกรรมนี่นะคะ ต่อการเกิดวิวัฒนาการ ในหัวข้อที่ 4.5 คราวนี้นะคะ เราจะให้นักเรียนลองมิวเทชันที่ก่อให้เกิดผลดี ต่อสิ่งมีชีวิต กรณี ของมิวเทชันที่ไม่ส่งผลใด ๆ ต่อสิ่งมีชีวิตและ