[เสียงดนตรี][เสียงดนตรี] (คุณครูปุญญาพร)การสอนหัวข้อที่ 4.3 การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม ข้อนี้นะคะ อยู่ภายใต้บทที่ 4 เรื่องพันธุกรรมและวิวัฒนาการหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพ มัธยมศึกษาปีที่ 4 ค่ะ จุดประสงค์นะคะ เพื่อที่จะให้นักเรียนสามารถอธิบายและยกตัวอย่างมิวเทชัน และยกตัวอย่างต่อการแสดงลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตและยกตัวอย่างการนำมิวเทชันไปใช้ประโยชน์ค่ะ นักเรียนคงจะเคยได้ยินเกี่ยวกับการรณรงค์นะคะ หรืออาจจะเป็นสารอันตรายจากแสงแดดนะคะ โดยจะเป็นการแนะนำให้อยู่กลางแจ้งหรือว่าให้ใ้ครีมกันแดดนะคะ นักเรียนคิดว่าเพราะอะไรถึงได้มีการรณรงค์เหล่านี้เกิดขึ้นคะ ค่ะ ค่ะ คำตอบนะคะ ก็คือเนื่องจากรังสีอัลตราไวโอเลต หรือ UV ในแสงแดดนะคะ จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดดรคมะเร้งผิวหนัง ซึ่งนักเรียนสามารถใช้ความรู้ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมนะคะ มาอธิบายได้ค่ะ กลับมาที่รูปนี้กันอีกครั้งนะคะ ลองดูที่ ยีน หนึ่งยีนกัน นักเรียนคิดว่า ทำไมยีน 1 ยีนนี่ถึงได้มีแอลลีลได้มากกว่า 1 แอลลีลคะ คำตอบ ก็คือ เพราะว่า สาร DNA นี่เป็นสารพันธุกรรมในสิ่งมีชีวิต ซึ่งเปลี่ยนแปลงได้จากการเกิด มิวเทชัน ค่ะ โดยนิวครีโอไทใน 1 ยีนนะคะ อาจเปลี่ยนแปลงไป จัดเป็นมิวเทชันที่เกิดขึ้นอาจจะก่อให้เกิดแอลลีลที่แตกต่างออกไป และทำให้เกิดลักษณะทางพันธุกรรมที่เปลี่ยนไปเป็นโรคได้ ดังในกรณีตัวอย่างนะคะ ของมิวเทชัน ที่ก่อให้เกิดโรคของธารัสซึ่งเป็นมิวเทชันที่เกิดจากคลีโอไทด์ในรูปนะคะ มีการเปลี่ยนจากคู่เบส ในแอลลีล T ใหญ่เป็นคู่เบสในแอลลีล t แต่ว่า การเปลี่ยนแปลงของนิวคลิโอไทด์นะคะ ทำให้ได้โปรตีนที่ทำหน้าที่ไม่ได้ตามปกติ จนทำให้กลายเป็นลักษณะของดรคลิวคีเมียค่ะ นอกจากมิวเทชันเกิดได้ในระดับยีนแล้วนะคะ ยังสามารถที่จะเกิดขึ้นมนระดับโครโมโซมเช่นเดียวกสำหรับมิวเทชันในระดับของโคมโมโซมนะคะ สามารถเกิดได้ทั้งในด้านของโครงสร้างโครดมโซและในด้านจำนวนโครโมโซมค่ะ ซึ่งทั้งหมดนี้นะคะ อาจส่งผลให้เกิดความผิดปกติทางพันธุกรรมลองมาดูตัวอย่างกันนะคะ ตัวอย่างมิวเทชันในด้านของโครงสร้างโครโมโซมนะคะ ในส่วนของชิ้นส่วนของโครโมโซมนี่มีการขาดหายไป ทำให้บางแอลลีลหายไป ทำให้จึงไม่สามารถที่จะกำหนดลักษณะที่มันหายไปนะคะ อย่างในรูปนี่เป็นตัวอย่างอาการของคิดูชานะคะ ซึ่งอาจเกิดจากชิ้นส่วนของโครโมโซมคู่ที่ 5 ขาดหายไปค่ะ ส่งผลให้มีศีรษะเล็ก ส่งผลให้เป็นต้น ต่อมานะคะ เป็นตัวอย่างของนิวเทชัน ในระดับ ในด้านของโครโมโซมนะคะ โดยโครโมโซมนี่อาจจะเกิดมาทั้งโครโมโซม หรือหายไปทั้งโครโมโซมนะคะ อย่างในรูปนี้นะคะ เป็นตัวอย่างของกลุ่มอาการดาวน์นะคะ หรือที่เราคุ้นหู๔ว่า ดาวซินโดรมนะคะ เกิืดจากการที่โครโมโซมคู่ที21 เกินมาทั้งโครโมโซมค่ะ ซึ่งส่งผลให้มีรูปร่าง เตี้ยนะคะ มีลักษณะมือ แล้วก็มีนิ้วมือนิ้วเท้าสั้นเป็นต้นค่ะ เดี๋ยวเรามาลองดูกันอีกสักหนึ่งตัวอย่างนะคะ อันนี้เป็นตัวอย่างของกลุ่มอาการเทิร์นเนอร์นะคะ เป็นอาการที่โครโมโซมเพส หายไป 1 โครโมโซม แค่โคมโมโซน x เพียง 1 โครโมโซม ส่งผลให้มีรูปร่างเตรูปร่างเตี้ย ลีกษณะหน้าเลมือและเท้าบวมน้ำและมักจะเป็นหมันค่ะ ที่เรียนมานี่ ดูเหมือนว่าจะมีแต่คำถามที่แต่การเกิดมิวเทชันที่ทำให้เกิดโรคทั้งนั้นเลยนะคะ คราวนี้คำถามก็คือ นิวเทชัน ก่อให้เกิดผลเสียเสมอไปหรือไม่ค่ะ อันนี้นะคะ อยากจะให้นักเรียนลองคิดหาคำตอบดูนะคะ ด้วยว่าเพราะอะไรนักเรียนถึงได้คิดแบบนั้นนะคะ โดยที่เดี๋ยวคุณครูจะให้เวลาประมาณ 10 วินาทีนะคะ พร้อม ๆ กันนะคะ เริ่มได้เลยค่ะ [เสียงดนตรี]หมดเวลาแล้วนะคะ คำตอบ ก็คือไม่เสมอไปนะคะ เนื่องจากว่ามิวเทชันนี่ อาจจะก่อให้เกิดผลดี หรือไม่สิ่งผลใด ๆ ต่อสิ่งมีชีวิตเลยก็ได้ค่ะ ขึ้นอยู่กับว่า สมบัติของโปรตีนที่สังไปหรือไม่อย่างไรค่ะ นักเรียนอาจจะสงสัยว่าไม่ส่งผลนี่ มาได้อย่างไรนะคะ พูดไปอาจจะยังไม่เห็นภาพนะคะ เดี๋ยวเราลองมาดูตัวอย่างจากการเกิดมิวเทชัน ที่เกี่ยวข้องกับการมีลัษณะเผือกกันดีกว่านะคะ จะกำหนดออกมาเป็นโปรตีนที่ทำงานได้ตามปกตินะคะ ทำให้มีกระบวนการสังเคราะห์เมลานินสีเผือกค่ะ แต่หากมิวเทชันที่เกิดขึ้นนะคะ ทำให้ได้โปรตีนที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ยังสามารถทำงานได้ตามปกติอยู่นะคะ ก็จะทำให้ยังมีการสังเคราะห์เมลานินเกิดขึ้น และทำให้ไม่มีลักษณะเผือกค่ะ ในกรณีที่มิวเทชันที่เกิดขึ้นนะคะ ทำให้โปรตีนเปลี่ยนแปลงไปและทำงานไม่ได้นะคะ จะทำให้ไม่มีการสังเคราะห์เมลานิน และทำให้มีลักษณะเผือกค่ะ หรือถ้าหากว่ามิวเทชันที่เกิดขึ้นทำให้ไม่มีการสร้างโปรตีน หรือสังเคราะห์โปรตีนเกิดขึ้นเลยนะคะ ก็จะทสังเคราะห์เมลานินและทำให้มีลักษณะเผือกค่ะ จะเห็นได้ว่านะคะ การเปลี่ยนแปลงพันธุกรรม ไม่ได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางพันธุกรรมเสมอไปนะคะ ขึ้นอยู่กับว่าการเกิดมิวเทชันนั้น จะส่งผลที่สังเคราะห์ได้หรือไม่นะคะ และส่งผลนี่มันส่งผลอย่างไรได้ค่ะ ซึ่งผลที่เกิดขึ้นนะคะ หรือผลเสียก็ได้ค่ะ ที่ผ่านมายกตัวอย่างแต่ผลเสียใช่ไหมคะ เช่น การเกิดโรคทาลัสซีเมียนะคะ ลองกันดูดีกว่าว่าตัวอย่างผลดีนี่มีอะไรบ้างนะคะ ในบางกรณีนะคะ อาจทำให้มีการอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตดีขึ้นนะคะ ยกตัวอย่างเช่น มิวเทชัน ที่ทำให้ไม่มีการสังเคราะห์แอนติเจน Duffy นะคะ บนเซลล์เม็ดเลือดแดง มีความต้านทานต่อการติดเชื้อมาราเลียค่ะ ทั้งมิวเทชันยังเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดความหลากหลายทางพันธุกรรมทั้งความแตกต่างของลำดับนิวคลีโไทบความแตกต่างในลักษณะที่ปรากฏค่ะ ซึ่งความหลากหลายทางพันธุกรรมนี่นะคะต่อการเกิดวิวัฒนาการ ในหัวข้อที่ 4.5 คราวนี้นะคะ เราจะให้นักเรียนลองมิวเทชันที่ก่อให้เกิดผลดีต่อสิ่งมีชีวิต กรณีของมิวเทชันที่ไม่ส่งผลใด ๆ ต่อสิ่งมีชีวิตและนะคะ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า มิวเทชัน