﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000
[เสียงดนตรี]

2
00:00:04,005 --> 00:00:08,005

3
00:00:08,012 --> 00:00:12,012

4
00:00:12,014 --> 00:00:16,014

5
00:00:16,017 --> 00:00:20,017

6
00:00:20,019 --> 00:00:24,019

7
00:00:24,023 --> 00:00:28,023
สวัสดีค่ะนักเรียน

8
00:00:28,026 --> 00:00:32,026
ในตอนที่ 2 การลำเลียงสาร

9
00:00:32,029 --> 00:00:36,029
เข้าและออกจากเซลล์นะคะ ในตอนที่ 2 นี้

10
00:00:36,031 --> 00:00:40,031
คุณครูก็มีความคาดหวังอีกเช่นเคยค่ะ ว่านักเรียน

11
00:00:40,032 --> 00:00:44,032
เรียบจบแล้วนี่ นักเรียนสามารถอธิบาย

12
00:00:44,033 --> 00:00:48,033
และเปรียบเทียบการลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์

13
00:00:48,035 --> 00:00:52,035
แพร่แบบธรรมดา ออสโมซิส การแพร่ปบบ

14
00:00:52,038 --> 00:00:56,038
แอกทีฟทรานสปอร์ต และเอกโทไซโททีฟ

15
00:00:56,039 --> 00:01:00,039
ได้นะคะ จากตอนที่แล้วนะคะ

16
00:01:00,040 --> 00:01:04,040
นักเรียนได้ทราบแล้วว่าเยื่อหุ้มเซลล์น่ะทำหน้าที่

17
00:01:04,043 --> 00:01:08,043
อะไรจากการศึกษากิจกรรมสมบัติการผ่าน

18
00:01:08,043 --> 00:01:12,043
ของเยื่อหุ้มเซลล์สำหรับในตอนนี้นะคะ คุณครูก็มีคำถามชวนคิด

19
00:01:12,045 --> 00:01:16,045
ค่ะ ว่ากลไกการเรียงสารเข้าและออกจากเซลล์

20
00:01:16,046 --> 00:01:20,046
เป็นอย่างไร กลไกการลำเลียงสาร

21
00:01:20,047 --> 00:01:24,047
เข้าและออกจากเซลล์นะคะ มีดังนี้ 1. การแพร่

22
00:01:24,049 --> 00:01:28,049
แบบธรรมดา 2. ออสโมซิส

23
00:01:28,051 --> 00:01:32,051
3. การแพร่แบบฟาซิลิเทต

24
00:01:32,053 --> 00:01:36,053
4. แอฟทิฟทรานสปอร์ต และข้อสุดท้าย

25
00:01:36,054 --> 00:01:40,054
นะคะ การลำเลียงสารโดยสร้างแพทสิเคล

26
00:01:40,055 --> 00:01:44,055
การแพร่แบบธรรมดานะคะ คุณครูมี

27
00:01:44,055 --> 00:01:48,055
คลิป Animation ให้นักเรียนศึกษาค่ะ

28
00:01:48,057 --> 00:01:52,057

29
00:01:52,058 --> 00:01:56,058

30
00:01:56,061 --> 00:02:00,061

31
00:02:00,064 --> 00:02:04,064

32
00:02:04,066 --> 00:02:08,066
จากแอนิเมชันนะคะ

33
00:02:08,069 --> 00:02:12,069
นักเรียนจะพบว่า วิตามินเอ สามารถละลายได้ดีในลิพดิ

34
00:02:12,071 --> 00:02:16,071
จึงลำเลียงผ่านลิพิดของเยื่อหุ้มเซลล์ได้

35
00:02:16,072 --> 00:02:20,072
สีนิวทัลเรดนะคะ ที่นักเรียนได้ดูวีดิทัศน์

36
00:02:20,073 --> 00:02:24,073
ไปแล้วในตอนที่ 1 ก็สามารถลำเลียงผ่านชั้นลิพิดได้ด้วย

37
00:02:24,074 --> 00:02:28,074
และมีทิศทางการลำเลียง จากบริเวณที่มีการลำเลียง

38
00:02:28,075 --> 00:02:32,075
เข้มข้นของสารสูงไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้นของสารต่ำ

39
00:02:32,076 --> 00:02:36,076
นอกจากนี้นะคะ สารขนาดเล็กบางชนิด

40
00:02:36,076 --> 00:02:40,076
เช่น แก๊สออกซิเจนที่ไม่ละลาย

41
00:02:40,078 --> 00:02:44,078
ในลิพิด แต่มีขนาดเล็กพอแ และไม่มีประจุ

42
00:02:44,080 --> 00:02:48,080
แทรกผ่านระหว่างโมเลกุลของริพิดได้ค่ะ

43
00:02:48,081 --> 00:02:52,081
ออสโมซีสนะคะ ก่อนที่เราจะ

44
00:02:52,082 --> 00:02:56,082
ไปเข้าใจหลักการนะคะ ว่าออสโมซิสเป็นอย่างไร คุณครู

45
00:02:56,084 --> 00:03:00,084
อยากให้นักเรียนได้ศึกษาการทดลองนี้นะคะ จากภาพ

46
00:03:00,087 --> 00:03:04,087
เมื่อเริ่มการทดลอง สารละลายกลูโคสของเยื่อหุ้มผ่าน

47
00:03:04,088 --> 00:03:08,088
จะมีความเข้มข้นน้อยกว่าทางด้านขวา

48
00:03:08,089 --> 00:03:12,089
น้ำจึงเคลื่อนที่จากหลอดด้านซ้าย

49
00:03:12,090 --> 00:03:16,090
เลือกผ่านไปยังหลอดด้านขวา แต่ซูโคสไม่สามมารถ

50
00:03:16,092 --> 00:03:20,092
ผ่านได้ เมื่อสิ้นสุดการทดลองนะคะ ระดับการ

51
00:03:20,093 --> 00:03:24,093
ละลายในด้านซ้ายของหลอดจะต่ำลง

52
00:03:24,094 --> 00:03:28,094
ระดับของสารละลายในด้านขวาจะสูงขึ้น จนในที่สุด

53
00:03:28,094 --> 00:03:32,094
ความเข้มข้นขอบงซูโคสทั้ง 2 ด้านจะใกล้กัน

54
00:03:32,094 --> 00:03:36,094
น้ำยังคงออสโมซิสผ่านเยื่อเลือกผ่านได้ แต่

55
00:03:36,096 --> 00:03:40,096
เป็น 0 จากภาพ สามารถสรุปได้ว่า

56
00:03:40,097 --> 00:03:44,097
โมเลกุลของน้ำสามารถแพร่ผ่านเยื่อเลือกผ่าน

57
00:03:44,099 --> 00:03:48,099
การแพร่ของน้ำจะเกิดจากบริดเวณที่มีสารละลาย

58
00:03:48,101 --> 00:03:52,101
ต่ำ ผ่านเยื่อเลือกผ่านไปยังบริเวณที่มีความเข้มข้น

59
00:03:52,102 --> 00:03:56,102
ของสารละลายสูง ตัวอย่างการนำหลักการ

60
00:03:56,103 --> 00:04:00,103
ออสโมซิสมาใช้นะคะ เช่น การเก็บรักษาพืชผักไม่ให้

61
00:04:00,103 --> 00:04:04,103
เหี่ยว โดยการแช่น้ำ การถนอมอาหารในน้ำเกลือ

62
00:04:04,104 --> 00:04:08,104
หรือน้ำตาลที่มีความเข้มข้นสูง

63
00:04:08,106 --> 00:04:12,106
การแพร่แบบฟาซิลิเทตนะคะ คุณครูก็มี Animation มาให้นักเรียนได้

64
00:04:12,107 --> 00:04:16,107
ศึกษาเช่นเดียวกันค่ะ [เสียงดนตรี]

65
00:04:16,108 --> 00:04:20,108

66
00:04:20,109 --> 00:04:24,109

67
00:04:24,110 --> 00:04:28,110

68
00:04:28,111 --> 00:04:32,111

69
00:04:32,112 --> 00:04:36,112
จากแผนภาพพบว่า

70
00:04:36,115 --> 00:04:40,115
กลูโคสไม่สามารถผ่านชั้นลิพิดได้ จึงต้องผ่านทาง

71
00:04:40,116 --> 00:04:44,116
ลำเลียง และมีทิศทางการลำเลียง

72
00:04:44,116 --> 00:04:48,116
จากบริเวณที่มีความเข้มข้นของสารสูง ไปยัง

73
00:04:48,118 --> 00:04:52,118
บริเวณที่มีความเข้มข้นของสารต่ำ การลำเลียง

74
00:04:52,118 --> 00:04:56,118
แบบฟาซิลิเทต นะคะ เช่น การลำเลียงกลูโคส

75
00:04:56,122 --> 00:05:00,122
เข้าสู่เซลล์เม็ดเลือดแดง ค่ะ

76
00:05:00,123 --> 00:05:04,123
ต่อมานะคะ แอกทีฟทรานสปอร์ต นักเรียนชมแอนิเมชัน

77
00:05:04,124 --> 00:05:08,124
นี้เลยนะคะ [เสียงดนตรี]

78
00:05:08,126 --> 00:05:12,126

79
00:05:12,127 --> 00:05:16,127
จาก Animation

80
00:05:16,130 --> 00:05:20,130
แอกทีฟทรานสปอร์ตจะพบว่าไฮโดรเจนไอออนจะ

81
00:05:20,131 --> 00:05:24,131
สามารถลำเลียง ผ่านโปรตีนลำเลียง จากการลำเลียง

82
00:05:24,131 --> 00:05:28,131
ของสารต่ำ ไปยังบริเวณความเข้มข้นของสารสูง

83
00:05:28,134 --> 00:05:32,134
โดยใช้พลังงานจาก ATP

84
00:05:32,135 --> 00:05:36,135
สำหรับตัวอย่างการลำเลียงสารแบบแอกทีฟทรานสปอร์ตนะคะ

85
00:05:36,136 --> 00:05:40,136
เช่นการหลังไฮโดรเจนไอออน จาก

86
00:05:40,136 --> 00:05:44,136
กระเพาะอาหารเข้าสู่กระเพาะอาหาร

87
00:05:44,138 --> 00:05:48,138
ค่ะ จากที่นักเรียนได้เรียนผ่านมาแล้วนะคะ จะพบว่าการแพร่

88
00:05:48,149 --> 00:05:52,149
แบบฟอซิลิเทตกับแอกทีฟทรานสปอร์ตนั้นเกี่ยวข้อง

89
00:05:52,150 --> 00:05:56,150
กับโปรตีนลำเลียง คุณครูก็มีคำถามให้

90
00:05:56,152 --> 00:06:00,152
นักเรียนคิดนะคะ ว่าแล้วโปรตีนในสารลำเลียงเยื่อหุ้มเซลล์

91
00:06:00,154 --> 00:06:04,154
มีความจำเพาะกับชนิดของสารที่ลำเลียง

92
00:06:04,156 --> 00:06:08,156
เซลล์อย่างไร คุณครูมีเวลาให้นักเรียนคิด

93
00:06:08,158 --> 00:06:12,158
ช่วยครูตอบคำถามนี้นะคะ ประมาณ 10 วินาที

94
00:06:12,160 --> 00:06:16,160

95
00:06:16,161 --> 00:06:20,161

96
00:06:20,162 --> 00:06:24,162
ค่ะ

97
00:06:24,164 --> 00:06:28,164
นักเรียนตอบกันได้ไหมคะ คำตอบก็คือว่า

98
00:06:28,165 --> 00:06:32,165
ทำให้เซลล์สามารถควบคุมชนิดสาร

99
00:06:32,166 --> 00:06:36,166
ที่เข้าออกได้อย่างเป็นระบบนั่นเองค่ะ สุดท้าย

100
00:06:36,167 --> 00:06:40,167
นะคะ เป็นการลำเลียงสารโดยการสร้างเวสิเคิล

101
00:06:40,168 --> 00:06:44,168
เนื่องจากว่าสารที่มีขนาดใหญ่จะไม่สามารถ

102
00:06:44,170 --> 00:06:48,170
ลำเลียงเข้าหรือออกจากเซลล์ได้ ดังนั้น

103
00:06:48,171 --> 00:06:52,171
จึงต้องสร้างถึง หรือเวสิเคิล หรือเยื่อหุ้มเซลล์

104
00:06:52,172 --> 00:06:56,172
สารที่ต้องการลำเลียง ซึ่งการลำเลียงสารโดยการสร้าง

105
00:06:56,173 --> 00:07:00,173
เวสิเคิลนั้น แบ่งออกเป็นเอกโซไซโค

106
00:07:00,174 --> 00:07:04,174
และเอนโดไซโทซิส

107
00:07:04,175 --> 00:07:08,175
สำหรับเอกโซไซโทซิสนะคะ

108
00:07:08,176 --> 00:07:12,176
โดยการสร้างเวสิเคิล จากภาพ

109
00:07:12,177 --> 00:07:16,177
นะคะ เป็นภาพเวสิเคิลที่มีเอนไซม์อยุ่ภายใน

110
00:07:16,178 --> 00:07:20,178
ผิวเซลล์แล้วก็ที่เยื่อหุ้มเวสิเคิลนะคะ

111
00:07:20,179 --> 00:07:24,179
รวมกับเยื้อหุ้มเซลล์ ทำให้เกิดเอนไซม์

112
00:07:24,180 --> 00:07:28,180
เซลล์บุผิวของกระเพาะอาหารเข้าสู่กระเพาะอาหาร

113
00:07:28,181 --> 00:07:32,181
ถัดมานะคะ

114
00:07:32,183 --> 00:07:36,183
เป็นการลำเลียงสารโดยการใช้เอนโดไซโทซิส

115
00:07:36,184 --> 00:07:40,184
ซึ่งแบ่งออกเป็น 1. ฟาโกไซโทซิส

116
00:07:40,185 --> 00:07:44,185
2. พิโนไซโทซิส 3. การ

117
00:07:44,186 --> 00:07:48,186
นำสารเข้าสุ่เซลล์โดยอาศัยตัวรับ มาดูกัน

118
00:07:48,190 --> 00:07:52,190
นะคะ ว่าแต่ละแบบเป็นอย่างไร ภาพ ก. เป็น

119
00:07:52,192 --> 00:07:56,192
ฟาโกไซโทซิสนะคะ เป็นการลำเลียงสารขนากใหญ่

120
00:07:56,193 --> 00:08:00,193
ที่ไม่ละลายน้ำ โดยส่วนของเยื่อหุ้มเซลล์

121
00:08:00,193 --> 00:08:04,193
ยื่นไปโอบล้อมสารไว้ แล้วสร้างเป็นถุงล้อมรอบ

122
00:08:04,194 --> 00:08:08,194
ก่อนนำเข้าสู่เซลล์ตัวอย่างเช่นนะคะ

123
00:08:08,196 --> 00:08:12,196
การนำสิ่งแปลกปลอมเพื่อเข้าสู่เซลล์เม็ดเลือดขาว

124
00:08:12,197 --> 00:08:16,197
ฟอโกลไซเพื่อทำลายนะคะ ภาพ ข. ค่ะ

125
00:08:16,197 --> 00:08:20,197
เป็นพิโนไซโทซิส เป็นการนำ

126
00:08:20,199 --> 00:08:24,199
ของเหลวโดยการสร้างเวสิเคิล

127
00:08:24,200 --> 00:08:28,200
เกิดเป็นเวสิเคิลล้อมรอบ ตัวอย่างเช่น

128
00:08:28,201 --> 00:08:32,201
การนำของเหลวนอกเซลล์กลับเข้าสู่เซลล์

129
00:08:32,202 --> 00:08:36,202
และภาพสุดท้ายนะคะ ภาพคอ เป็นตัว

130
00:08:36,203 --> 00:08:40,203
นำสารเข้าสู่เซลล์โดยอาศัยตัวรับ สารจะจับ

131
00:08:40,204 --> 00:08:44,204
ตัวรับจำเพาะบนผิวนอกของตัวเยื่อหุ้มเซลล์ เกิด

132
00:08:44,206 --> 00:08:48,206
เป็นเวสิเคิลนำเข้าสู่เซลล์ ตัวอย่าง

133
00:08:48,208 --> 00:08:52,208
เช่น การนำฮอร์โมนบางชนิดเข้าสู่เซลล

134
00:08:52,209 --> 00:08:56,209
อันนี้นักเรียนก็จะเห็นความแตกต่างนะคะ

135
00:08:56,211 --> 00:09:00,211
ของการลำเลียงสาร โดยการสร้างเวสิเคิลโดย

136
00:09:00,212 --> 00:09:04,212
เอนโดไซโทซิสแบบต่าง ๆ จากที่นักเรียน

137
00:09:04,214 --> 00:09:08,214
ได้เรียนกลไลการลำเลียงสารเข้าและออกแล้ว ครูก็อยาก

138
00:09:08,215 --> 00:09:12,215
ให้นักเรียนลองตอบคำถามนี้ดูนะคะ การแพร่

139
00:09:12,216 --> 00:09:16,216
การแพร่แบบฟาซิลิเทต

140
00:09:16,217 --> 00:09:20,217
ที่เกิดขึ้นในเซลล์มีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

141
00:09:20,219 --> 00:09:24,219
คุณครูจะมีเวลาให้นักเรียนคิดประมาณ 10 วินาทีนะคะ

142
00:09:24,220 --> 00:09:28,220

143
00:09:28,222 --> 00:09:32,222

144
00:09:32,224 --> 00:09:36,224

145
00:09:36,226 --> 00:09:40,226
ค่ะ นักเรียนตอบกันได้ไหมคะ ลองมาตรวจคำตอบ

146
00:09:40,228 --> 00:09:44,228
ดูนะคะ ว่าจะเหมือนที่คุณครูตอบไว้หรือเปล่านะคะ คำตอบ

147
00:09:44,229 --> 00:09:48,229
ก็คือว่าในประเด็นเรื่องกลไกการลำเลียง ก็จะพบว่า

148
00:09:48,230 --> 00:09:52,230
การแพร่แบบฟอซิลิเทตและแอกทีฟทรานสปอร์ต

149
00:09:52,231 --> 00:09:56,231
นะคะ มีกลไกการลำเลียงโดยใช้โปรตีนลำเลียง

150
00:09:56,232 --> 00:10:00,232
ส่วนทิศทางการลำเลียงนะคะ ก็จะพบว่าการแพร่แบบธรรมดา

151
00:10:00,233 --> 00:10:04,233
แล้วก็การแพร่แบบฟาซิลิเทตนั้น มีทิศทางการลำเลียง

152
00:10:04,236 --> 00:10:08,236
ที่มีความเข้มข้นของสารสูง ไปยังบริเวณ

153
00:10:08,239 --> 00:10:12,239
ที่มีความเข้มข้นของสารต่ำ ส่วนพลังงานจาก A

154
00:10:12,240 --> 00:10:16,240
นะคะ ก็จะพบว่าแอกทีฟทรานสปอร์ตเท่านั้นนะคะ

155
00:10:16,240 --> 00:10:20,240
ที่ต้องใช้พลังงานจาก ATP เป็นอย่างไรค่ะ ถูกกันกี่ข้อคะ

156
00:10:20,241 --> 00:10:24,241
นักเรียน จากตอนที่ 1

157
00:10:24,242 --> 00:10:28,242
นักเรียนยังจำได้ไหมคะว่า ครูได้ตั้งคำถามชงนคิด

158
00:10:28,244 --> 00:10:32,244
ให้นักเรียนไว้นะคะ ว่าเพราะเหตุใดสารดังกล่าว

159
00:10:32,245 --> 00:10:36,245
จึงคงอยู่ในหลอดเลือด และไม่ลำเลียง

160
00:10:36,246 --> 00:10:40,246
เข้าสู่เซลล์ผนังหลอดเลือด ครูคิดว่าความรู้จาก

161
00:10:40,247 --> 00:10:44,247
ที่นักเรียนได้เีรียนไปแล้ว นักเรียนคิดตอบคำถามนี้ได้แล้วค่ะ

162
00:10:44,247 --> 00:10:48,247
ว่าเพราะเหตุใดสารนี้

163
00:10:48,248 --> 00:10:52,248
จึงยังคงอยู่ในหลอดเลือด คำตอบนี้ ก็คือว่าจะ

164
00:10:52,249 --> 00:10:56,249
ไม่ละลายในลิพิดและมีขนาดใหญ่ จึงไม่สามารถลำเลียง

165
00:10:56,250 --> 00:11:00,250
ผ่านชั้นลิพิดได้ นอกจากนี้ ที่เยื่อห้อมเซลล์ของ

166
00:11:00,251 --> 00:11:04,251
หลอดเลือดไม่มีโปรตีนจำเพาะที่จะลำเลียง

167
00:11:04,252 --> 00:11:08,252
สารนี้ก็เลยยังคงอยู่ในหลอดเลือดนะคะ ภายหลัง

168
00:11:08,253 --> 00:11:12,253
การฉีดแล้ว ในส่วนสุดท้ายค่ะนักเรียน

169
00:11:12,254 --> 00:11:16,254
สำหรับหัวข้อการลำเอียงสารเข้าและออกจากเซลล์ได้

170
00:11:16,256 --> 00:11:20,256
ตอนที่ 2 นะคะ สามารถที่จะสรุปเนื้อหาได้ 3 ข้อนะคะ

171
00:11:20,257 --> 00:11:24,257
ข้อที่ 1 เซลล์มีการลำเลียงสารที่เข้า

172
00:11:24,259 --> 00:11:28,259
จากเซลล์ โดยมีการควบคุมชนิดและปริมาณสารที่

173
00:11:28,260 --> 00:11:32,260
เข้าออก ข้อ 2 เยื่อหุ้มเซลล์ทำหน้าที่

174
00:11:32,260 --> 00:11:36,260
เป็นเยื่อเลือกผ่านในการลำเลียงสาร และข้อ 3 นะคะ

175
00:11:36,262 --> 00:11:40,262
สมบัติของการ สมบัติของโครงสร้าง

176
00:11:40,262 --> 00:11:44,262
เยื่อหุ้มเซลล์มีความสัมพันธ์กับการวิธีการลำเลียงสาร

177
00:11:44,264 --> 00:11:48,264
นะคะ อันนี้ก็คือสรุปเนื้อหาที่นักเรียนได้เรียนจากตอนนี้ไป

178
00:11:48,269 --> 00:11:52,269
นะคะ นอกจากนี้นะคะ คุณครูยังมีวีดิทัศน์

179
00:11:52,270 --> 00:11:56,270
เรื่อง การลำเลียงสาร โดยการสร้างเวสิเคิล

180
00:11:56,271 --> 00:12:00,271
ซึ่งนักเรียนสามารถไปศึกษาวีดิทัศน์นี้เพิ่มเติมนะคะ

181
00:12:00,274 --> 00:12:04,274
ในเว็บไซต์ Scimath.org

182
00:12:04,274 --> 00:12:08,274
ที่คุณครูขึ้นไว้บนหน้าจอนี้นะคะ หรือว่านักเรียนอาจจะ

183
00:12:08,276 --> 00:12:12,276
ไปศึกษาได้จากการ Scan QR Code

184
00:12:12,278 --> 00:12:16,278
ประจำบทที่ 1 ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพได้

185
00:12:16,279 --> 00:12:20,279
เช่นเดียวกันค่ะ ก่อนจบท้ายนี้นะคะ คุณครูก็

186
00:12:20,280 --> 00:12:24,280
อยากจะเตือนนักเรียนอีกครั้งหนึ่งนะคะ ว่า

187
00:12:24,281 --> 00:12:28,281
เมื่อนักเรียนกลับเข้าไปสู่ชั้นเรียนแล้ว นักเรียนต้องไปทดลอง

188
00:12:28,283 --> 00:12:32,283
เรื่อง สมบัติการเป็นเยื่อเลือกผ่านการเป็นเยื่อหุ้มเซลล์

189
00:12:32,283 --> 00:12:36,283
ที่นักเรียนได้ศึกษาไปแล้วในตอนที่ 1 ด้วยนะคะ อย่าลืมนะคะ

190
00:12:36,284 --> 00:12:40,284
เพราะว่าถ้านักเรียนเพียงได้ยิน นักเรียนก็จะลืม

191
00:12:40,285 --> 00:12:44,285
แต่ถ้านักเรียนได้ดู เหมือนกับนักเรียนได้ดูวีดิทัศน์

192
00:12:44,286 --> 00:12:48,286
นี้อยู่นะคะ นักเรียนก็อาจพอจำได้ แต่ถ้า

193
00:12:48,287 --> 00:12:52,287
นักเรียนได้ลงมือทดลองกิจกรรมด้วยแล้ว ครูมั่นใจเลยค่ะว่า

194
00:12:52,288 --> 00:12:56,288
นักเรียนจะมีความเข้าใจขึ้นและก็จะเป็นความรู้ที่คงทน

195
00:12:56,289 --> 00:13:00,289
และยาวนาน ติดตามหัวข้ออื่น ๆ

196
00:13:00,290 --> 00:13:04,290
ได้นะคะ สวัสดีค่ะ

197
00:13:04,292 --> 00:13:08,292
[เสียงดนตรี]

198
00:13:08,296 --> 00:13:12,296

199
00:13:12,297 --> 00:13:16,297

200
00:13:16,299 --> 00:13:20,299

201
00:13:20,304 --> 00:13:24,304

202
00:13:24,308 --> 00:13:28,308

203
00:13:28,310 --> 00:13:32,310

204
00:13:32,311 --> 00:13:35,311

205
00:13:36,314 --> 00:13:36,315

206
00:13:40,315 --> 00:13:40,317

207
00:13:48,322 --> 00:13:48,324

208
00:13:44,318 --> 00:13:44,322


