﻿1
00:00:18,969 --> 00:00:22,604
[เสียงดนตรี] (คุณครูปาณิก)

2
00:00:22,604 --> 00:00:26,604
ยินดีต้อนรับเข้าสู่วีดิทัศน์ รายวิชาวิทยาศาสตร์

3
00:00:30,283 --> 00:00:30,685
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 บทที่ 2 เรื่อง การรักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์นะคะ

4
00:00:30,685 --> 00:00:34,685
วันนี้เราจะศึกษากันหัวข้อย่อยที่ 2.1

5
00:00:36,878 --> 00:00:40,878
การรักษาดุลยภาพของนำและร่างกาย โดยครุปาณิก เวียงชัย

6
00:00:46,650 --> 00:00:47,529
หัวข้อ 2.1 นี่นะคะ เป็นหนึ่งในหัวข้อย่อยจากทั้งหมด 4 หัวข้อ ซึ่งอยู่

7
00:00:47,529 --> 00:00:51,529
ในบทที่ 2 ดังรูปนี้เลยนะคะ สำหรับ

8
00:00:51,671 --> 00:00:55,671
จุดประสงค์การเรียนรู้ ในหัวข้อนี้นะคะ

9
00:01:01,860 --> 00:01:03,433
ระบุโครงสร้างและอธิบายการทำงานไตของมนุษย์ 2.

10
00:01:03,433 --> 00:01:04,618
อธิบายกลไกการรักษาดุลยภาพของน้ำในร่างกาย

11
00:01:04,618 --> 00:01:08,618
รวมทั้งการกำจัดของเสียในกระบวนการเมแทบอลิซึม

12
00:01:12,728 --> 00:01:16,728
การทำงานของไตค่ะ นักเรียนพร้อมหรือยังคะ

13
00:01:16,957 --> 00:01:18,841
ถ้าพร้อมแล้ว เรามาเริ่มเรียนกันเลยค่ะ ก่อนอื่นนะคะ นักเรียนรู้จักคำนี้ไหมคะ

14
00:01:18,841 --> 00:01:22,841
คำว่า "การรักษาดุลยภาพ"  หรือ (Homeostasis)

15
00:01:27,049 --> 00:01:31,049
ครูให้นักเรียน

16
00:01:31,753 --> 00:01:34,928
คิดสัก 5 วินาทีนะคะ และเดี๋ยวเรามาฟังคำตอบค่ะ

17
00:01:34,928 --> 00:01:37,782

18
00:01:37,782 --> 00:01:41,782
(คุณครูปาณิก) ค่ะ หมดเวลานะคะ ทีนี้เรามาฟังคำตอบ

19
00:01:47,071 --> 00:01:47,939
กันนะคะ เรามาลองดูอีกสิว่า คำตอบ

20
00:01:47,939 --> 00:01:51,939
ที่นักเรียนได้ ตรงกับที่คิดไว้ไหมนะคะ

21
00:01:53,890 --> 00:01:57,890
การรักษาดุลยภาพหรือ Homeostasis นะคะ คือ

22
00:01:58,849 --> 00:02:02,849
การรักษาสภาพแวดล้อมภายในสิ่งมีชีวิตให้สมดุล

23
00:02:04,840 --> 00:02:08,713
และแหมาะสมต่อการดำรงชีวิตค่ะ นักเรียนอาจจะยังนึกไม่ออกนะคะ ว่าร่างกายมนุษย์เรานี่

24
00:02:08,713 --> 00:02:12,713
มีการรักษาดุลยภาพเกิดขึ้นตอนไหน

25
00:02:15,307 --> 00:02:19,307
ทำได้อย่างไร คุณครูนะคะ ก็จะขอยกตัวอย่างสถานการณ์ ให้นักเรียนลองขบคิดกันนะคะ

26
00:02:25,579 --> 00:02:29,579
อาจจะเป็นขณะที่นักเรียนเล่นกีฬานะคะ เช่น เล่นฟุตบอล หรือ

27
00:02:33,973 --> 00:02:37,973
เล่นแบดมินตัน นักเรียนลองดูสิคะ ว่าขณะนั้น

28
00:02:38,313 --> 00:02:42,023
ของนักเรียนนี่ เกิดอะไรขึ้นบ้าง แล้วนักเรียนปฏิบัติตัว อย่างไรให้ร่างกายกลับสู่ภาวะปกติ

29
00:02:42,023 --> 00:02:42,028
ลองตอบคำถามคร

30
00:02:42,028 --> 00:02:46,028
คิด 5 วินาทีนะคะ เริ่มค่ะ

31
00:02:46,279 --> 00:02:50,279

32
00:02:51,106 --> 00:02:54,801
[เสียงดนตรี] (คุณครูปาณิก)  หมดเวลาค่ะ เรามาลองฟังคำตอบกันนะคะ

33
00:02:54,801 --> 00:02:58,801
หลังจากที่นักเรียนนะคะ ออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬามา

34
00:03:04,119 --> 00:03:08,119
นักเรียนก็น่าจะรู้สึกเหนื่อย ร้อน หายใจเร็วกว่าปกติ

35
00:03:09,362 --> 00:03:13,362
มีเหงื่อไหลออกมาเป็นจำนวนมาก และกระหายน้ำ

36
00:03:14,731 --> 00:03:15,564
จะทำถัดมา ก็คือหาน้ำดื่ม ทำให้อุณหภูมิร่างกายลดลง

37
00:03:15,564 --> 00:03:16,580
อาจจะทำได้โดยการพัด หรือแม้กระทั่งอาบน้ำ แต่เวลาผ่านไป

38
00:03:16,580 --> 00:03:20,580
สักพักร่างกายก็จะเข้าสู่ปกติค่ะ

39
00:03:21,919 --> 00:03:25,919
ร่างกายของเรานะคะ มีการรักษาดุลยภาพหลายอย่าง

40
00:03:28,442 --> 00:03:32,442
เช่น การรักษาดุลยภาพของน้ำและสารในร่างกาย การรักษาดุลยภาพของความเป็นกรด-เบส

41
00:03:34,613 --> 00:03:38,613
ของเลือด การรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิ

42
00:03:39,502 --> 00:03:42,141
เราก็จะเรียนในหัวข้อ การรักษาดุลยภาพของน้ำ และ

43
00:03:42,141 --> 00:03:43,033
สารในร่างกายค่ะ ร่างกายมนุษย์

44
00:03:43,033 --> 00:03:47,033
นะคะ ประกอบไปด้วยน้ำประมาณร้อยละ 65-70 เปอร์เซ็นต์

45
00:03:55,053 --> 00:03:59,052
ของน้ำหนักตัว ในแต่บะวันนะ ร่างกายของมนุษย์ก็ได้รับและ

46
00:03:59,052 --> 00:04:00,362
ออกมาอยู่เสมอ นักเรียนคิดว่ากิจกรรมในชีวิตประจำวันใดบ้าง ที่ทำให้น้ำ

47
00:04:00,362 --> 00:04:03,881
ในร่างกายเปลี่ยนแปลงไป ครูให้เวลานักเรียน

48
00:04:03,881 --> 00:04:07,881
คิดคำตอบนี้สัก 5 วินาทีนะคะ เริ่มค่ะ

49
00:04:19,057 --> 00:04:19,655
[เสียงดนตรี] (คุณครูปาณิก) ตัวอย่างในชีวิตประจำวัน

50
00:04:19,655 --> 00:04:23,655
ที่ทำให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนน้ำเช่น

51
00:04:27,247 --> 00:04:28,493
การดื่มน้ำ การขับถ่าย

52
00:04:28,493 --> 00:04:31,248
ปัสสาวะ หรืออุจจาระ นอกจาก

53
00:04:31,248 --> 00:04:35,248
กิจกรรมที่ยกตัวอย่างไปแล้ว ในแต่ละวัน

54
00:04:41,193 --> 00:04:44,548
ยังมีการได้รับ และสูญเสียน้ำออกไปในเรื่องอื่น ๆ อีก

55
00:04:44,548 --> 00:04:48,548
ปริมาณน้ำโดยเฉลี่ยที่ร่างได้สูญเสียออกไป

56
00:04:49,522 --> 00:04:51,506
จากร่างกายใน 1 วัน โดยเฉลี่ยนะคะ ร่างกายได้รับน้ำ

57
00:04:51,506 --> 00:04:55,506
จากเมแทบอลิซึมประมาณ 200 มิลลิลิตร

58
00:04:57,169 --> 00:05:01,169
อาหาร 700 มิลลิลิตร เครื่องดื่ม 600 มิลลิลิตร

59
00:05:03,073 --> 00:05:06,477
และสูญเสียน้ำออกไปโดยเหงื่อ

60
00:05:06,477 --> 00:05:09,201
100 มิลลิลิตร อุจจาระ 200 มิลลิลิตร การระเหย ซึ่งเป็นการระเหยจากผิวหนัง และ

61
00:05:09,201 --> 00:05:13,201
การหายใจ 700 มิลลิลิตร ปัสสาวะ

62
00:05:14,008 --> 00:05:17,765
1,500 มิลลิลิตร ซึ่ง

63
00:05:17,765 --> 00:05:21,765
โดยเฉลี่ยวันละ 2,500 มิลลิลิตร และสูญเสีย

64
00:05:23,450 --> 00:05:27,450
ออกไปวันละ 2,500 มิลลิลิตร เช่นเดียวกันค่ะ

65
00:05:31,002 --> 00:05:34,633
นักเรียนเคยตั้งคำถามกับตัวเองไหมคะ ว่าในแต่ละวัน

66
00:05:34,633 --> 00:05:35,619
นักเรียนได้รับน้ำเพียงพอกับความต้องการต่อร่างกายตนเองหรือไม่

67
00:05:35,619 --> 00:05:38,051
และถ้าไม่มีการสูญเสียน้ำออกไปเลย นักเรียนคิดว่า

68
00:05:38,051 --> 00:05:42,051
ร่างกายยังคงรักษาดุลยภาพของน้ำและสารต่าง ๆ

69
00:05:45,723 --> 00:05:49,723
ได้หรือไม่ อย่างไร ในการรักษาดุลยภาพของน้ำ และสารในร่างกายนะคะ อวัยวะ

70
00:05:51,510 --> 00:05:55,510
ที่สำคัญ คือ ไต นักเรียนคิดว่าไต มีกลไกการทำงานอย่างไร จึงรักษาดุลยภาพ

71
00:05:57,405 --> 00:06:01,405
ของน้ำ และสารต่าง ๆ ในร่างกายของมนุษย์ได้

72
00:06:02,135 --> 00:06:06,135
ครูให้เวลาคิดสัก 5 วินาทีนะคะ  [เสียงดนตรี] แล้วเรามาศึกษาไปพร้อม ๆ กันค่ะ

73
00:06:12,333 --> 00:06:16,333
(คุณครูปาณิก) หน้าที่หลักของไต ในระบบขับถ่ายนะคะ ก็คือ

74
00:06:21,871 --> 00:06:25,871
1. การกำจัดของเสียที่เกิดจากกระบวนการเมแทบอลิซึม

75
00:06:26,531 --> 00:06:30,531
และกระบวนการสลายสารอาหาร 2.

76
00:06:34,122 --> 00:06:37,455
การรักษาดุลยภาพของน้ำ และสารต่าง ๆ ในร่างกานได้แก่ 1.

77
00:06:37,455 --> 00:06:41,455
การรักษาปริมาณของน้ำในร่างกาย การรักษาดุลยภาพของแร่ธาตุในร่างกาย 3. การรักษาดุลยภาพของกรด

78
00:06:42,974 --> 00:06:46,974
-เบสของเลือด นักเรียนทราบหรือไม่คะ ว่า

79
00:06:49,991 --> 00:06:50,087
ของเสียในระบบขับถ่าย คืออะไร

80
00:06:50,087 --> 00:06:54,087
ครูให้เวลาคิดสัก 5 วินาทีนะคะ เริ่มค่ะ

81
00:07:06,723 --> 00:07:08,504
[เสียงดนตรี] (คุณครูปาณิก) ของเสียในระบบขับถ่าย ก็คือของเสียในระบบ

82
00:07:08,504 --> 00:07:12,504
เมแทบอลิซึม และกระบวนการย่อยสล

83
00:07:15,123 --> 00:07:19,123
ายของเสีย ที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ เกิดจากการสลายโปรตีน และกรดนิวคลีอิกอยู่ในรูปของ

84
00:07:20,684 --> 00:07:23,934
ยูเรีย กรดยูริก แอมโมเนีย

85
00:07:23,934 --> 00:07:27,934
นักเรียนลองคิดดูนะคะ อุจจาระ

86
00:07:28,065 --> 00:07:31,275
จัดเป็นของเสียในระบบขับถ่ายหรือไม่ ครูให้เวลาคิด 5 วินาทีนะคะ

87
00:07:31,275 --> 00:07:32,253
เริ่มค่ะ

88
00:07:32,253 --> 00:07:36,253
[เสียงดนตรี] (คุณครูปาณิก) หมดเวลาค่ะ นักเรียนได้คำตอบหรือยังคะ

89
00:07:39,639 --> 00:07:42,134
มาฟังคำตอบพร้อมกันเลยค่ะ อุจจาระนะคะ

90
00:07:42,134 --> 00:07:46,134
ไม่เป็นของเสียในระบบขับถ่าย เพราะอุจาระ

91
00:07:55,114 --> 00:07:58,615
คือกากอาหารที่เกิดจากการที่ร่างกายย่อยอาหารไม่ได้

92
00:07:58,615 --> 00:08:02,615
หรือย่อยไม่หมดค่ะ นอกจากนี้นะคะ ร่างกายก็ยังมีของเสียอย่างอื่นอีก เช่น แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

93
00:08:03,693 --> 00:08:07,693
ซึ่งเป็นของเสียที่ได้จากกระบวนการเมแทบอลิซึม

94
00:08:07,830 --> 00:08:11,453
และจะถูกกำจัดออกโดยระบบหายใจค่ะ

95
00:08:11,453 --> 00:08:15,453
และอวัยวะในระบบขับถ่ายในร่างกายมนุษย์มีอะไรบ้าง

96
00:08:16,311 --> 00:08:20,311
อวัยวะที่สำคัญในระบบขับถ่าย

97
00:08:21,413 --> 00:08:25,413
ของมนุษย์นะคะ ก็ประกอบไปด้วยไต ที่ทำหน้าที่

98
00:08:27,767 --> 00:08:31,767
รักษาดุลยภาพและสารต่าง ๆ ของน้ำในร่างกาย

99
00:08:33,951 --> 00:08:37,951
ของเสียที่มีไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ ท่อไต ทำหน้าที่ลำเลียงของเสีย น้ำและของเสียต่าง ๆ

100
00:08:39,377 --> 00:08:43,377
ต้องการของร่างกายไปที่กระเพาะปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ

101
00:08:45,928 --> 00:08:49,928
ทำหน้าที่สะสมของเสีย น้ำ และสารต่าง ๆ ที่เกินความต้องการของร่างกาย ให้อยู่ในรูปของปัสสาวะ

102
00:08:51,685 --> 00:08:54,031
ท่อปัสสาวะทำหน้าที่

103
00:08:54,031 --> 00:08:58,031
ลำเลียงปัสสาวะออกนอกร่างกาย โดยมีหลอดเลือดรีนัลเวน

104
00:09:03,154 --> 00:09:04,076
นำเลือดเข้าสู่ไต และหลอดเลือด

105
00:09:04,076 --> 00:09:08,076
รีนัลเวน นำเลือดออกจากไตค่ะ เมื่อนำไตมาผ่าตามยาว

106
00:09:10,439 --> 00:09:14,439
สามารถแบ่งไตออกได้เป็น 2 ส่วน คือ เนื้อไตส่วนนอก

107
00:09:17,159 --> 00:09:18,798
ซึ่งมีสีจาง และเนื้อไตส่วนใน

108
00:09:18,798 --> 00:09:19,982
ที่มีสีเข้มกว่า และมีส่วนที่คล้ายรูปสามเหลี่ยม

109
00:09:19,982 --> 00:09:23,982
โดยที่ส่วนปลายสามเหลี่ยม จะยื่นออกไปจรด

110
00:09:25,559 --> 00:09:29,559
กับกรวยไต ซึ่งมีลักษณะเป็นโพรง และมีท่อไต

111
00:09:33,667 --> 00:09:36,515
ภายในเนื้อไต ประกอบด้วย หน่วยไตจำนวนมาก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการทำหน้าที่รักษา

112
00:09:36,515 --> 00:09:40,515
ดุลยภาพของน้ำ และสารต่าง ๆ รวมทั้งขับ

113
00:09:46,097 --> 00:09:49,619
ออกจากร่างกาย ในรุปของปัสสาวะ ไตและเนื้อไต

114
00:09:49,619 --> 00:09:53,619
ประกอบโกลเมอรูลัส โบว์แมนส์แคปซูล

115
00:09:54,121 --> 00:09:58,121
ท่อหน่วยไต โดยส่วนที่เรียกว่า "โกลเมอรูลัส

116
00:10:01,839 --> 00:10:05,839
จะมีลักษณะเป็นหลอดเลือดฝอยที่ล้อมด้วย

117
00:10:07,177 --> 00:10:10,452
โบว์แมนส์แคปซูล ส่วนท่อหน่วยไตอยู่ต่อจากโบว์แมนแคปซูล

118
00:10:10,452 --> 00:10:14,452
ท่อยาวขดไตมาอยู่แนบชิด กับหลอดเลือก

119
00:10:19,182 --> 00:10:19,795
ท่อหน่วยไต และที่ปลายสุดของท่อหน่วยไต

120
00:10:19,795 --> 00:10:23,795
จะเปิดออกสู่ท่อวง ที่จะเปิดออกสู่

121
00:10:27,102 --> 00:10:31,102
กรวยไต เมื่อนักเรียนได้ทราบถึงโครงสร้างของไตไปแล้ว ทีนี้ เรามาลองศึกษาการทำงานของหน่วยไต

122
00:10:35,739 --> 00:10:39,739
ในการักษาดุลยภาพของน้ำ และสารต่าง ๆ รวมทั้ง

123
00:10:40,357 --> 00:10:44,357
การกำจัดของเสียออกจากร่างกายกันนะคะ การทำงานของหน่วยไตประกอบด้วย 3 ขั้นตอน ดังนี้

124
00:10:45,897 --> 00:10:49,897
1. การกรอง เกิดที่บริเวณ โกลเมอรูลัส  และ

125
00:10:55,204 --> 00:10:59,204
2. การดูดกลับ และ 3. การหลั่ง โดยการดูดกลับ และการหลั่งจะเกิดขึ้น

126
00:11:06,058 --> 00:11:09,610
ตลอดตามความยาวของท่อหน่วยไต การทำงานของหน่วยไต เริ่มจาก

127
00:11:09,610 --> 00:11:13,610
เลือด ไหลผ่านเข้าผ่านหลอดเลือดรีนัลอาร์เทอรี

128
00:11:16,940 --> 00:11:19,768
และผ่านหลอดเลือด เข้าสู่โกลเมอรูลัส

129
00:11:19,768 --> 00:11:23,768
เมื่อถึงโกลเมอรูลัส สารที่มีขนาดเล็ก

130
00:11:27,211 --> 00:11:29,657
ที่มีขนาดเล็ก เช่น น้ำ กลูโคส กรดอะมิโน ยูเรีย และไอออน

131
00:11:29,657 --> 00:11:33,657
ส่วนหนึ่งจะถูกกรองที่โกลโมลูลัส

132
00:11:38,337 --> 00:11:39,519
โบว์แมนส์แคปซูล ที่ติดกับโกโมนูรัส

133
00:11:39,519 --> 00:11:43,519
ส่วนเซลล์เม็ดเลือด เกล็ดเลือก และสาร

134
00:11:45,653 --> 00:11:48,071
ที่มีขนาดใหญ่ เช่น โปรตีน ยังคงอยู่ในหลอดเลือด ของเหลวที่กรองได้จะผ่านไปที่หน่วยไต

135
00:11:48,071 --> 00:11:52,071
ซึ่งบริเวณนี้ สารที่มีประโยชน์ จะถูกดูดกลับ

136
00:11:57,838 --> 00:12:01,838
เช่น กลูโคส กระอะมีโน บางส่วน เช่น น้ำ ไอออนต่าง ๆ ตัวอย่างที่มีการดูดกลับ เช่น

137
00:12:03,440 --> 00:12:07,440
ไฮโดรเจนคาร์บอเนตไออน และยัง

138
00:12:10,073 --> 00:12:14,051
รักษาดุลยภาพของระบบต่าง ๆ  ของร่างกายไว้ได้

139
00:12:14,051 --> 00:12:15,653
นอกจากนี้ ที่บริเวณท่อรวม ยังมีการ

140
00:12:15,653 --> 00:12:18,513
ดูดกลับ น้ำ ยูเรีย และไอออนต่าง ๆ

141
00:12:18,513 --> 00:12:19,362
ตามส่วนเข้าสู่หลอดเลือดฝอยอีกด้วย

142
00:12:19,362 --> 00:12:23,362
บางกรณีมีการกลั่นสารบางชนิดจากเลือด

143
00:12:27,424 --> 00:12:31,424
เข้าสู่ท่อหน่วยไต เช่น ไนโตรเจนไอออน

144
00:12:32,966 --> 00:12:33,841
แอมโมเนียมไอออน และสารบางชนิด

145
00:12:33,841 --> 00:12:36,280
ทำให้สามารถตรวจพบสารเสพติดจาก

146
00:12:36,280 --> 00:12:40,280
ปัสสาวะได้ ของเหลวในท่อหน่วยไต

147
00:12:41,798 --> 00:12:45,798
จะถูกขับถ่ายออกจากท่อรวมไปยัง

148
00:12:47,101 --> 00:12:51,101
ปัสสาวะ แล้วเข้าสู่กรวยไต ท่อไต และสะสมในกระเพาะปัสสาวะ  และขับ

149
00:12:55,794 --> 00:12:55,929
ออกนอกร่างกาย ทางท่อปัสสาวะ

150
00:12:55,929 --> 00:12:59,929
เรามาลองตรวจสอบความเข้าใจกันบ้างนะคะ นักเรียน

151
00:13:02,659 --> 00:13:06,659
คิดว่าหน่วยไต ทำหน้าที่กรอง ดูดกลับ และหลั่งสารใดบ้าง

152
00:13:14,554 --> 00:13:18,554
ครูให้เวลาคิดสัก 10 วินาทีนะคะ เริ่มค่ะ

153
00:13:23,246 --> 00:13:27,246
[เสียงดนตรี] (คุณครูปาณิก) หมดเวลาค่ะ เรามาลองฟังคำตอบ

154
00:13:31,085 --> 00:13:35,085
กันบ้างนะคะ สำหรับการกรองนะคะ ก็จะมีการกรองสารที่มีขนาดเล็ก เช่น เลือด

155
00:13:38,700 --> 00:13:39,646
กลูโคส น้ำ ยูเรีย กรดแอมิโน

156
00:13:39,646 --> 00:13:43,646
และไอออนบางชนิด เข้าสู่โบว์แมนส์แคปซูล

157
00:13:45,037 --> 00:13:49,037
เม็ดเลือด เกล็ดเลือดโปรตีนขนาดใหญ่ จะอ

158
00:13:51,258 --> 00:13:52,609
ยู่ต่อไป การดูดกลับนะคะ ก็จะมีการดูดกลับสารที่มีประโยชน์เข้าสู่หลอดเลือด เช่น

159
00:13:52,609 --> 00:13:56,609
กรดแอมิโน กลูโคส น้ำ และ

160
00:14:03,263 --> 00:14:06,029
กลูโคส  เช่น โซเดียมไอออน โพแทสเซียมไอออน

161
00:14:06,029 --> 00:14:06,301
และการหลั่งนะคะ ก็จะมีการที่ร่างกายไม่ต้องการ หรือมีมากเกินไป

162
00:14:06,301 --> 00:14:10,301
เช่น ไฮโดรเจนไอออน

163
00:14:13,828 --> 00:14:17,828
รวมทั้งสารพิษอื่น ๆ และยาบางชนิดค่ะ

164
00:14:21,159 --> 00:14:24,216
น่าจะพอทราบถึงกลไกของไตมาพอสมควรแล้วนะคะ  แหม

165
00:14:24,216 --> 00:14:24,976
ตอนนี้ครูรู้สึกกระหายน้ำจัง

166
00:14:24,976 --> 00:14:28,976
ขอครูดื่มน้ำสักแป๊บนะคะ [เสียงดนตรี]

167
00:14:33,342 --> 00:14:37,342
(คุณครูปาณิก) นักเรียนเคยสงสัยไหมคะ ว่าร่างกายมนุษย์

168
00:14:40,768 --> 00:14:44,768
รู้ได้อย่างไร ว่าปริมาณน้ำที่รับ

169
00:14:49,446 --> 00:14:52,492
เข้าและขับออกมีเท่าใด จึงจะรักษาดุลยภาพ

170
00:14:52,492 --> 00:14:52,647
ในร่างกายไว้ได้ แล้วไตเกี่ยวข้องอย่างไร

171
00:14:52,647 --> 00:14:54,673
กับการรักษาดุลยภาพของน้ำในร่างกาย

172
00:14:54,673 --> 00:14:58,673
เรากำลังศึกษาไปด้วยกันนะคะ การรักษา

173
00:15:05,307 --> 00:15:09,307
ดุลยภาพของน้ำนะคะ ก็จะเกี่ยวข้องกับระบบประสาท

174
00:15:09,964 --> 00:15:11,177
ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบต่อไร้ท่อ และระบบขับถ่ายค่ะ โดยมีอวัยวะ

175
00:15:11,177 --> 00:15:15,177
ที่เกี่ยวข้อง คือ สมองส่วนไฮโพทาลามัส

176
00:15:20,765 --> 00:15:24,765
ต่อมใต้สมองส่วนหลัง ซึ่งส่วนหลัง

177
00:15:25,451 --> 00:15:29,451
หรือ ADH และอวัยวะที่สำคัญนะคะ ไตค่ะ เรามาศึกษากลไกการรักษาดุลยภาพของน้ำ

178
00:15:38,669 --> 00:15:38,837
กันนะคะ เมื่อร่างกายสูญเสียน้ำ เช่น เหงื่อออกมา

179
00:15:38,837 --> 00:15:42,215
ทำให้ความเข้มข้นของเลือดเพิ่มขึ้น

180
00:15:42,215 --> 00:15:46,215
ซึ่งจะไปกระตุ้นสมองส่วนไฮโพทาลามัส

181
00:15:46,510 --> 00:15:50,510
ทำให้ต่อมใต้สมองส่วนหลังหลั่ง ADH

182
00:15:51,351 --> 00:15:55,351
มากขึ้น ADH นี้ จะไปกระตุ้นท่อหน่วยไต และท่อรวม

183
00:15:57,581 --> 00:16:01,581
ให้เพิ่มการดูดกลับน้ำ ให้เขาสู่หลอดเลือดฝอย

184
00:16:03,313 --> 00:16:07,313
ทำให้ปัสสาวะที่ขับออกมามีปริมาณน้อย ขณะเดียวกันไฮโพทาลามัส

185
00:16:10,981 --> 00:16:12,525
ที่ถูกกระตุ้น จะทำให้เกิดการกระหายน้ำ

186
00:16:12,525 --> 00:16:16,525
และเกิดพฤติกรรมการดื่มน้ำ กลไกทั้งหมดที่กล่าวมานะคะ ก็จะทำให้ปริมาณน้ำใน

187
00:16:17,064 --> 00:16:21,064
ร่างกาย กลับเข้าสู่สภาวะสมดุล

188
00:16:24,416 --> 00:16:28,416
เรามาดูอีกกรณีบ้างนะคะ เมื่อร่างกาย

189
00:16:29,291 --> 00:16:31,328
มีน้ำมากกว่าปกติ เช่น การดื่มน้ำ

190
00:16:31,328 --> 00:16:35,328
มาก ๆ ทำให้ความเข้มข้นของเลือดลดลง ส่งผลให้ลดการ

191
00:16:37,607 --> 00:16:41,607
กระตุ้นสมองส่วนไฮโพทาลามัส

192
00:16:45,152 --> 00:16:48,686
ส่วนหลัง หลั่ง ADH น้อยลง  ท่อหน่วยไต และท่อรวมจึงลดการดูดกลับน้ำ

193
00:16:48,686 --> 00:16:52,686
เข้าสู่หลอดเลือดฝอย ส่งผลให้น้ำปัสสาวะที่ขับออกมา

194
00:16:55,825 --> 00:16:59,825
มีปริมาณมาก ทำให้ร่างกาย อยากเข้าาภาวะ สมดุล

195
00:17:00,809 --> 00:17:02,504
สมดุล ไตยังช่วยรักษา

196
00:17:02,504 --> 00:17:03,846
ดุลยภาพของแร่ธาตุบางชนิดที่สำคัญนะคะ เช่น

197
00:17:03,846 --> 00:17:07,846
โซเดียม โพแทสเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุ

198
00:17:15,329 --> 00:17:19,329
ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบประสาท และกล้ามเนื้อ

199
00:17:19,332 --> 00:17:20,025
นะคะ ครูก็จะขอยกตัวอย่าง กลไกการรักษาดุลยภาพ

200
00:17:20,025 --> 00:17:20,378
ของโซเดียม ให้นักเรียนได้ศึกษากันค่ะ ในกรณี

201
00:17:20,378 --> 00:17:24,378
ที่มีปริมาณโซเดียมในเลือดต่ำนะคะ

202
00:17:24,846 --> 00:17:28,846
ก็จะไปกระตุ้น ให้ต่อมท่อหมวกไตชนิดหนึ่ง เรียกว่า แอล

203
00:17:35,336 --> 00:17:35,964
ฮอร์โมนนี้นะคะ จะไปกระตุ้นที่ท่อหน่วยไตและ

204
00:17:35,964 --> 00:17:39,964
ที่บริเวณท่อหน่วยไตและท่อรวมให้มีการดูดกลับโวซเดียม และน้ำ กลับเข้าสู่ระบบหมุนเวียนเลือด

205
00:17:46,587 --> 00:17:50,587
ส่งผลให้ปริมาณโซเดียมในร่าง

206
00:17:51,338 --> 00:17:51,475
กาย นักเรียนชอบรับประทานอาหารที่มีรสเค็ม

207
00:17:51,475 --> 00:17:55,475
ไหมคะ เช่น การเติมเกลือ หรือน้ำปลาลงไปในอาหาร

208
00:18:00,136 --> 00:18:04,136
ครั้งละมาก ๆ นักเรียนทราบหรือไม่คะ ว่าการทาน

209
00:18:06,459 --> 00:18:06,921
ส่งผลกระทบต่อการทำงานของไตได้

210
00:18:06,921 --> 00:18:07,603
ครูมีคำถามชวนคิด ให้นักเรียนช่วยกันหาคำตอบ

211
00:18:07,603 --> 00:18:11,603
ให้คุณครูหน่อยนะคะ นักเรียนคิดว่าถ้ารับประทานอาหาร

212
00:18:11,987 --> 00:18:15,987
ที่มีรสเค็มอยู่เป็นประจำ ในปริมาณที่เกิน

213
00:18:23,007 --> 00:18:26,069
ความจำเป็น จะเกิดอะไรขึ้น ลองใช้เวลาคิดสัก 10 วินาที

214
00:18:26,069 --> 00:18:28,622
นะคะ เริ่มค่ะ

215
00:18:28,622 --> 00:18:32,622
[เสียงดนตรี] (คุณครูปาณิก) หมดเวลาค่ะ เราลองมาฟังคำตอบกันดูนะคะ

216
00:18:38,417 --> 00:18:42,060
ในกรณีที่ไตนะคะ ยังทำงานได้เป็นปกติ จะขับโซเดียม

217
00:18:42,060 --> 00:18:46,060
ออกไปทางปัสสาวะ ครั้งละปริมาณมาก ๆ

218
00:18:50,867 --> 00:18:52,362
ที่ขับออกมานี้นะคะ ก็จะอยู่กับปริมาณโซเดียม

219
00:18:52,362 --> 00:18:52,969
ที่รับประทานเข้าไป แต่กรณที่ไต

220
00:18:52,969 --> 00:18:56,969
ไม่สามารถทำงานได้ จะเกิดการสะสมของโซเดียม และน้ำ

221
00:18:57,589 --> 00:19:01,589
ในอวัยวะต่าง ๆ  ส่งผลให้มีอาการแขน

222
00:19:03,570 --> 00:19:04,958
ขาบวม แน่นหน้าอก เหนื่อยง่าย

223
00:19:04,958 --> 00:19:08,958
และอาจมีความเสี่ยงต่อการ

224
00:19:14,169 --> 00:19:18,169
ทำให้ไตมีความผิดปกติในการกรอง เช่น อาจจะพบโปรตีนในปัสสาวะได้ค่ะ

225
00:19:20,868 --> 00:19:24,868
นอกจากนี้ ยังมีอาหารบางอย่างในโซเดียม ที่มี

226
00:19:25,880 --> 00:19:28,410
ในปริมาณที่ค่อนข้างสูง เช่น ขนมกรุบกรอบ

227
00:19:28,410 --> 00:19:31,542
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารแช่แข็งค่ะ

228
00:19:31,542 --> 00:19:31,602
นักเรียนก็ได้ศึกษาหัวข้อนี้มา

229
00:19:31,602 --> 00:19:35,602
พอสมควรแล้วนะคะ เรามาสรุปสาระสำคัญของหัวข้อ

230
00:19:43,137 --> 00:19:47,137
ไต ทำหน้าที่รักษาดุลยภาพและสารต่าง ๆ ในร่างกาย รวมทั้งกำจัดของเสียที่มีไฮโดรเจนเป็นองค์ประกอบ

231
00:19:51,350 --> 00:19:55,350
ภายในเนื้อไตประกอบด้วย หน่วยไตจำนวนมาก แต่ละหน่วยไตประกอบด้วย

232
00:19:57,982 --> 00:19:59,345
โกลเมอรูลัส และโบว์แมนส์แคปซูล ท่อหน่วยไต การทำงานของหน่วยไต

233
00:19:59,345 --> 00:20:03,068
แบ่งได้เป็น 3 ขั้นตอน คือ 1. การกรอง

234
00:20:03,068 --> 00:20:07,068
เกิดที่โกลเมอรูลัส  และโบว์แมนส์แคปซูล

235
00:20:15,396 --> 00:20:18,109
ที่มีขนาดเล็ก จะถูกกรองเข้าสู่โบว์แมนส์แคปซูล

236
00:20:18,109 --> 00:20:22,109
และลำเลียงไปยังท่อหน่วยไตต่อไป 2. การดูดกลับเกิดขึ้นที่ท่อหน่วยไต โดยดูด

237
00:20:22,405 --> 00:20:26,405
กับสารที่ยังมีประโยชน์ รวมทั้งน้ำ และไอออนต่าง ๆ

238
00:20:29,975 --> 00:20:33,731
3. การหลั่ง เกิดที่ท่อหน่วยไต โดยจะหลั่งสารบางชนิด

239
00:20:33,731 --> 00:20:37,731
ที่ได้จากเลือดเข้าสู่ท่อหน่วยไต

240
00:20:41,933 --> 00:20:45,873
หัวข้อถัดมา คือกลไกการรักษาดุลยภาพ

241
00:20:45,873 --> 00:20:49,873
ในร่างกาย เกิดจากการทำงานร่วมกันของระบบขับถ่าย ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบประสาท

242
00:20:50,053 --> 00:20:52,060
และระบบต่อมไร้ท่อ

243
00:20:52,060 --> 00:20:56,060
โดยถ้าปริมาณน้ำในเลือดมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างปกติ

244
00:21:03,264 --> 00:21:05,208
จะกระตุ้นหรือยับยั้งส่วนไฮโพทาลามัส ทำให้การหลัง ADH

245
00:21:05,208 --> 00:21:09,208
จากต่อมใต้สมองส่วนหลังเปลี่ยนแปลง

246
00:21:09,286 --> 00:21:13,286
ทำให้ท่อหน่วยไต และท่อรวมในท่อหน่วยไต

247
00:21:15,644 --> 00:21:19,644
เพิ่มขึ้น หรือลดลง หัวข้อถัดมานะคะ ก็คือกลไก

248
00:21:21,696 --> 00:21:25,696
การรักษาดุลยภาพของแร่ธาตุในร่างกายนะคะ

249
00:21:29,895 --> 00:21:31,285
ซึ่งก็จะขอเสนอ ปริมาณโซเดียมในเลือดค่ะ

250
00:21:31,285 --> 00:21:35,285
เมื่อร่างกายมีปริมาณโซเดียมในเลือดต่ำนะคะ

251
00:21:36,343 --> 00:21:39,113
กระตุ้นให้ต่อมหมวกไต หลั่งแอลโดสเตอโรน

252
00:21:39,113 --> 00:21:43,113
ไปกระตุ้นท่อหน่วยไต ท่อรวม ให้ดูดกลับ

253
00:21:44,325 --> 00:21:46,885
โซเดียม และน้ำเข้าสู่หลอดเลือดค่ะ

254
00:21:46,885 --> 00:21:49,631
และก่อนจบหัวข้อนี้นะคะ ก็อยากให้นักเรียน

255
00:21:49,631 --> 00:21:52,078
ทำใบงานที่ 2.1 เรื่องการรักษาดุลยภาพของน้ำและสาร

256
00:21:52,078 --> 00:21:56,078
ในร่างกาย โดยสามารถ Download รายงานนี้ ได้ที่

257
00:22:02,864 --> 00:22:05,140
ลิงก์ หรือ QR Code ในภาพนะคะ

258
00:22:05,140 --> 00:22:09,140
อาจจะสืบค้น และตอบคำถามด้วยตัวเอง และอาจจะทำงานเป็นกลุ่ม

259
00:22:09,860 --> 00:22:11,166
กับเพื่อนก็ได้ค่ะ สำหรับในหัวข้อต่อไปนะคะ ที่จะได้ศึกษาในคลิป

260
00:22:11,166 --> 00:22:15,166
ต่อ ๆ ไป ก็จะเป็นหัวข้อที่ 2.2 การรักษาดุลยภาพ

261
00:22:22,558 --> 00:22:26,333
ของกรด-เบส ของเลือด และ 2.2

262
00:22:26,333 --> 00:22:30,333
การรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิในร่างกายค่ะ สำหรับคลิปนี้ คุณครูก็ขอตัวลาไปก่อน

263
00:22:31,545 --> 00:22:35,545
นะคะ พบกันใหม่ในคลิปหน้า สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]

264
00:22:51,457 --> 00:22:55,457


