﻿1
00:00:18,975 --> 00:00:22,975
[เสียงดนตรี]

2
00:00:30,056 --> 00:00:33,319

3
00:00:33,319 --> 00:00:37,319
(คุณครูอรสา) สวัสดีค่ะ นักเรียนทุกคน พร้อมหรือยังคะ

4
00:00:45,598 --> 00:00:49,598
จะเข้าสู่การเรียนรู้ ถ้านักเรียนมีหนังสือวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 นะคะ นักเรียน

5
00:00:54,304 --> 00:00:58,163
สามารถนำมาศึกษาควบคู่ ไปกับวีดิทัศน์นี้ได้เลยนะคะ

6
00:00:58,163 --> 00:01:01,020
และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งค่ะ ครูอยากให้นักเรียน

7
00:01:01,020 --> 00:01:05,020
เตรียมสมุดบันทึก แล้วก็ปากกาให้พร้อมด้วยนะคะ สำหรับรายวิชาพื้นฐานชีวภาพ

8
00:01:07,994 --> 00:01:10,354
ประกอบไปด้วยบทเรียนจำนวน 5 บท ดังนี้นะคะ บทที่ 1

9
00:01:10,354 --> 00:01:14,354
การลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์  บทที่ 2

10
00:01:17,237 --> 00:01:21,237
การรักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์ บทที่ 3 การดำรงชีวิตของพืช บทที่ 4

11
00:01:26,189 --> 00:01:30,189
พันธุกรรมและวิวัฒนาการ และบทสุดท้ายนะคะ ชีวิตในสิ่งแวดล้อม

12
00:01:32,971 --> 00:01:33,638
สำหรับในบทที่ 1 เรื่อง การลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์นะคะ

13
00:01:33,638 --> 00:01:37,638
จะประกอบไปด้วย 2 ตอนนะคะ คือตอนที่ 1 และ

14
00:01:41,311 --> 00:01:45,311
ตอนที่ 2 โดยที่หัวข้อที่นักเรียนจะได้ศึกษา ในวิดิทัศน์นี้นะคะ

15
00:01:49,213 --> 00:01:53,213
จะเป็นหัวข้อย่อย 1.1 เรื่อง การลำเลียงสาร เข้าและออกจากเซลล์ โดยคุณครู

16
00:01:55,690 --> 00:01:59,690
นะคะ คาดหวังว่าเมื่อนักเรียนได้ศึกษาวีดิทัศน์

17
00:02:00,235 --> 00:02:04,235
ตอนนที่ 1 จบแล้ว นักเรียนจะสามารถอธิบาย

18
00:02:05,997 --> 00:02:09,997
โครงสร้างและสมบัติของเยื่อหุ้มเซลล์ ที่สัมพันธ์กับการลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ได้ค่ะ

19
00:02:13,726 --> 00:02:17,726
ก่อนที่จะเข้าเนื้อหาในส่วนถัดไปนะคะ นักเรียนลองถามตัวเองดูนะคะ ว่าจริง ๆ แล้วนี่

20
00:02:19,204 --> 00:02:23,204
นักเรียนชอบเรียนวิชาชีววิทยาหรือไม่ บางคนอาจจะตอบว่าชอบเรียน บางคนอาจจะตอบ

21
00:02:28,553 --> 00:02:32,276
ว่า ก็ไม่ค่อยชอบเรียนสักเท่าไร สำหรับคนที่ไม่ค่อย

22
00:02:32,276 --> 00:02:36,276
ชอบเรียนะคะ ครูมีวิธีการที่จะทำอย่างไร

23
00:02:38,309 --> 00:02:42,309
ให้เรียนชีววิทยาได้อย่างสนุก และได้ความรู้ไปด้วยค่ะ นักเรียนพยายามฝึกทำ 3 ส. นะคะ

24
00:02:44,107 --> 00:02:45,274
ส. แรก คืออะไรคะ ส. แรก ก็คือการ

25
00:02:45,274 --> 00:02:49,274
สังเกตนะคะ ให้นักเรียนฝึกสังเกต สิ่งที่อยู่

26
00:02:53,943 --> 00:02:57,943
รอบ ๆ ตัว สิ่งที่นักเรียนมีความอยากรู้ นักเรียนลองสังเกตดูนะคะ ส. ที่ 2 คือ หาก

27
00:03:01,979 --> 00:03:05,979
สงสัยและหัดตั้งคำถามนะคะ ส่วน ส. ที่ 3 นักเรียนก็จะไปสืบค้น แล้วก็หาข้อมูลมา

28
00:03:11,070 --> 00:03:15,070
เพื่อจะอธิบายที่นักเรียนสงสัย และก็หาข้อมูลมาเพื่อที่จะอธิบายในสิ่งที่นักเรียนสงสัย และนักเรียนตั้งคำถามไว้ตั้งแต่ตอนแรกนะคะ

29
00:03:18,379 --> 00:03:22,379
ซึ่งเมื่อนักเรียนฝึกทำ 3 ส. แบบนี้ไปเรื่อย ๆ ครูเชื่อเลยค่ะ ว่า นักเรียนจะสามารถเรียนชีววิทยา

30
00:03:27,075 --> 00:03:31,075
ได้ อย่างสนุก แล้วก็ได้รับความรู้ไปด้วย ซึ่งการเรียนรู้นั้น ก็จะเป็นการเรียนรู้ที่มีความหม

31
00:03:35,077 --> 00:03:39,077
าย โดยวันนี้นะคะ ในหัวข้อนี้คุณครูก็อยากให้นักเรียนฝึกสังเกต

32
00:03:40,603 --> 00:03:44,603
นะคะ ภาพถ่าย 2 ภาพนี้นะคะ นักเรียนเห็นว่าทางด้านซ้ายมือนะคะ เป็นภาพ

33
00:03:50,538 --> 00:03:54,523
สมอง ที่ไม่ได้ฉีดสารใด ๆ เข้าไป ส่วนทางด้านขวามือนะคะ เป็นภาพของสมอง

34
00:03:54,523 --> 00:03:57,234
ที่ได้ฉีดสารบางอย่างเข้าไป เพื่อเพิ่มความชัดเจนร

35
00:03:57,234 --> 00:04:01,234
ะหว่างหลอดเลือด และเนื้อเยื้ออื่น ๆ นักเรียน

36
00:04:02,716 --> 00:04:06,716
เคยสงสัยไหมคะ ว่าเหตุใดสารดังกล่าว จึงยัง

37
00:04:06,918 --> 00:04:10,900
คงอยู่ในหลอดเลือด ไม่ลำเลียงเข้าสู่เซลล์

38
00:04:10,900 --> 00:04:14,024
ผนังหลอดเลือด ในบทเรียนทั้ง 2 ตอนนี้นะคะ

39
00:04:14,024 --> 00:04:18,024
ครูจะพานักเรียนไปหาคำตอบกันค่ะ

40
00:04:18,411 --> 00:04:22,411
ในหัวข้อเรื่องการลำเลียงสารเข้าออกจากเซลล์

41
00:04:24,360 --> 00:04:26,252
นะคะ นักเรียนจำเป็นจะต้องรู้จักเซลล์ก่อนค่ะ

42
00:04:26,252 --> 00:04:30,252
ซึ่งนักเรียนได้ศึกษามาแล้ว ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

43
00:04:30,273 --> 00:04:34,273
นะคะ โดยที่เซลล์สัตว์นะคะ จะประกอบไป

44
00:04:38,410 --> 00:04:40,390
ออแกเนลต่าง ๆ เช่นนิวเคลียสนะคะ

45
00:04:40,390 --> 00:04:44,390
ทำหน้าที่ควบคุมการทำต่าง ๆ ของเซลล์ ไมโทคอนเดรีย ทำหน้าที่

46
00:04:45,532 --> 00:04:49,532
สลายสารอาหาร เพื่อให้ได้พลังงาน เพื่อให้ได้ซึ่ง

47
00:04:54,316 --> 00:04:58,316
ในกิจกรรมต่าง ๆ ของเซลล์ ส่วนเซลล์พืชล่ะค่ะ เซลล์พืชก็จะมีนิวเคลียส เหมือนกันนะคะ  แล้วก็

48
00:04:59,998 --> 00:05:03,998
จะมีส่วนออร์แกเนลล์ที่เรียกว่า คลอโรพลาสต์

49
00:05:04,369 --> 00:05:08,369
ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการสังเคราะห์ด้วยแสง

50
00:05:08,748 --> 00:05:12,735
ซึ่งทั้งเซลล์พืชและเซลล์สัตว์นะคะ ก็จะมีส่วน

51
00:05:12,735 --> 00:05:16,735
เรียกว่าเยื่อหุ้มเซลล์นะคะ เมื่อเราขยายโครงสร้างของเยื่อหุ้มเซลล์ ก็จะพบว่ามีโครงสร้างหลัก

52
00:05:17,504 --> 00:05:21,504
ประกอบไปด้วยลิพิด และโปรตีน และ

53
00:05:22,908 --> 00:05:26,908
เยื้อหุ้มเซลล์ล่ะค่ะ ทำหน้าที่อะไร  (นักวิทยาศาสตร์หญิง) สิ่งมีชีวิตทุกชนิดมีเซลล์ เป็นหน่วยพื้นฐาน

54
00:05:34,548 --> 00:05:37,137
เซลล์ส่วนมากมีขนาดเล็ก จึงต้องศึกษาภายในกล้อง

55
00:05:37,137 --> 00:05:41,137
จุลทรรศน์ เมื่อนำเซลล์

56
00:05:41,881 --> 00:05:45,881
อะมีบา ใต้กล้องจุลทัศน์

57
00:05:46,038 --> 00:05:48,972
ซึ่งกั้นระหว่างองค์ประกอบ

58
00:05:48,972 --> 00:05:51,286
ภายนอกเซลล์ ส่วนที่ห่อหุ้มเซลล์นี้ คือ เยื่อหุ้ม

59
00:05:51,286 --> 00:05:55,286
เซลล์ เซลล์ทุกชนิด มีเยื่อหุ้มเซลล์

60
00:05:57,323 --> 00:05:58,326
ถ้าเซลล์ไม่มีเยื่อหุ้มเซลล์จะมีผลอย่างไร

61
00:05:58,326 --> 00:06:02,326
ทำไมเยื่อหุ้มเซลล์ จึงมีความสัมพันธุ์กับเซลล์

62
00:06:07,133 --> 00:06:11,133
เยื่อหุ้มเซลล์ทำหน้าที่เป็นแนวกั้น ระหว่างสารที่อยู่ภายใน และอยู่ภายนอกเซลล์ เยื่อ

63
00:06:12,026 --> 00:06:14,185
หุ้มเซลล์ จะไม่สามารถควบคุมการเข้าออกของสารต่าง ๆ

64
00:06:14,185 --> 00:06:18,185
ที่อยู่ระหว่างภายในกับภายนอกเซลล์ได้ ทำให้

65
00:06:22,272 --> 00:06:26,272
ไม่สามารถรักษาสมดุลภายในเซลล์ ส่งผลกระทบต่อการทำกิจกรรม และการดำรงชีวิต ของเซลล์

66
00:06:29,660 --> 00:06:33,660
เยื่อหุ้มเซลล์ประกอบด้วย ลิพิดและโปรตีน โดยลิพิดส่วนใหญ่เป็นสารพวก ฟอสโฟลิพิด

67
00:06:37,164 --> 00:06:39,502
ซึ่งจัดเรียงตัวเป็น 2 ชั้น  โดยหันหน้าที่มีขั้ว

68
00:06:39,502 --> 00:06:43,502
ซึ่งมีสมบัติชอบน้ำหันออกด้านนอก และด้านที่ไม่มขั้ว

69
00:06:45,065 --> 00:06:49,065
ซึ่งมีสมบัติไม่ชอบน้ำเข้าหากันด้านใน ส่วนโปรตีนจะแทรกและเกาะอยู่ทั่วไป นอกจากนี้

70
00:06:52,829 --> 00:06:54,621
ยังพบคอเลสเทอรอลและคาร์โบไฮเดรตด้วย

71
00:06:54,621 --> 00:06:58,621
(ดร.อรสา) เมื่อนักเรียนได้รู้หลัก

72
00:06:58,825 --> 00:07:01,304
แล้วว่า เยื่อหุ้มเซลล์เป็นแนวกั้นระหว่างสารภายในและภายนอกเซลล์

73
00:07:01,304 --> 00:07:05,304
ปริมาณและชนิดของสาร ที่ผ่านเข้าและออกจากเซลล์

74
00:07:07,236 --> 00:07:11,236
ครูอยากให้นักเรียนได้ทดลองกิจกรรมนี้นะคะ เพื่อพิสูจน์คุณสมบัติ

75
00:07:11,359 --> 00:07:15,359
การเป็นเยื้อเลือกผ่าน การเป็นเยื

76
00:07:19,152 --> 00:07:23,152
่อหุ้มเซลล์ เมื่อนักเรียนได้กลับสู่ชั้นเรียนแล้ว ซึ่งจุดประสงค์ของกิจกรรมนี้นะคะ ครูต้องการให้นักเรียนได้ศึกษาสมบัติ

77
00:07:25,229 --> 00:07:25,650
ของการเป็นเยื่อเลือกผ่านของเยื่อหุ้มเซลล์ รวมทั้ง

78
00:07:25,650 --> 00:07:29,650
นักเรียนสามารถทำผลจากกิจกรรม จาก

79
00:07:33,755 --> 00:07:36,370
การเป็นเยื่อเลือกผ่านของเยื่อหุ้มเซลล์ได้ค่ะ แต่ตอนนี้

80
00:07:36,370 --> 00:07:40,370
คุณครูขอให้นักเรียนศึกษากิจกรรมนี้ จากวีดิทัศน์

81
00:07:42,213 --> 00:07:43,591
ไปก่อน โดยที่นักเรียนควรจดบันทึกผลของการทำกิจกรรม

82
00:07:43,591 --> 00:07:47,591
และตอบคำถาม จากวีดิทัศน์ได้

83
00:07:51,162 --> 00:07:54,041
[เสียงดนตรี]

84
00:07:54,041 --> 00:07:57,827
(นักวิทยาศาสตรืหญิง) วิธีการทดลอง เตรียมทำแหน

85
00:07:57,827 --> 00:08:00,875
ที่มีรากติดอยู่มา เพื่อย้อมสี

86
00:08:00,875 --> 00:08:02,887
ใส่น้ำกลั่นในจานเพาะเชื้อ 2 จาน

87
00:08:02,887 --> 00:08:06,887
แล้วก็จะเริ่มย้อมรากแหน ในสีต่าง ๆ นะคะ โดยเริ่มแรก

88
00:08:14,023 --> 00:08:16,743
ก็จะหยดสี Nutral red

89
00:08:16,743 --> 00:08:18,025
ลงไปในน้ำกลั่น ในจานเพาะเชื้อนะคะ ประมาณ 1 หยด

90
00:08:18,025 --> 00:08:20,647
ในชุดที่ 2 เราก็จะหยด

91
00:08:20,647 --> 00:08:24,647
สีผสมอาหารลงไปค่ะ เช่นเดียวกัน ประมาณ 1 หยดนะคะ

92
00:08:29,844 --> 00:08:32,680
จากนั้น ก็หมุนแก้วนะคะ

93
00:08:32,680 --> 00:08:34,201
ให้สีผสมเข้ากันดี ขั้นต่อมา ก็นำแหน

94
00:08:34,201 --> 00:08:38,201
ที่ยังมีรากติดอยู่นะคะ ไปย้อม

95
00:08:47,183 --> 00:08:51,183
ลงในน้ำสีที่เตรียมเอาไว้ จะใส่แหนให้รากจมลงไปในน้ำสีนะคะ

96
00:08:53,425 --> 00:08:57,425
จากนั้น ก็ทิ้งไว้ประมาณ 5-10

97
00:09:01,963 --> 00:09:05,963
นาทีค่ะ เมื่อเวลาผ่านไป 5-10

98
00:09:07,500 --> 00:09:11,500
นาที เราก็นำแหน เพื่อมาดูใต้กล้องจุลทรรศน์ค่ะ

99
00:09:20,784 --> 00:09:24,784
ลักษณะของรากแหนที่เห็นภายใต้กล้อง

100
00:09:32,243 --> 00:09:36,243
จุลทรรศน์ค่ะ  (บรรยาย) ยการย้อมสีนั้นเป็นอย่างไร

101
00:09:37,632 --> 00:09:41,632
(นักวิทยาศาสตร์หญิง) รากแหนที่แช่ในสี Neutral red

102
00:09:51,208 --> 00:09:55,208
ภายในราก ส่วนรากแหนที่แช่อยู่ในสีผสมอาหาร จะเห็นเป็นสีใส หรือเขียว เหมือนรากแหน ที่

103
00:09:56,988 --> 00:10:00,988
ทำการทดลอง (บรรยาย) เอ๊ะ ทำไมสีบางชนิดจึงย้อมเซลล์ ติด บางชนิดย้อมไม่ติด

104
00:10:05,475 --> 00:10:06,470
ถ้าอย่างนั้น เรามาลองทดลองสมบัติการละลายของสีดังกล่าว

105
00:10:06,470 --> 00:10:10,470
กันครับ  (นักวิทย) ขั้นแรกก็หยด

106
00:10:12,442 --> 00:10:16,442
สารลาย Neatal Red ลงไปใน PBS

107
00:10:17,922 --> 00:10:19,468
ประมาณ 1 cc. นะคะ

108
00:10:19,468 --> 00:10:22,259
ส่วนหลอดที่ 2 ก็จะใส่สีผสมอาหาร

109
00:10:22,259 --> 00:10:26,259
ใน PBS ลงไป เช่นเดียวกันค่ะ

110
00:10:26,954 --> 00:10:30,954
จากนั้นก็หยดน้ำมันพืช ประมาณ 1 ลูกบาศก์

111
00:10:39,224 --> 00:10:43,224
เซนติเมตร ลงไปในทั้ง 2 หลอดค่ะ

112
00:10:44,578 --> 00:10:48,578
จากนั้น ก็ปิดปากหลอดนะคะ

113
00:10:49,764 --> 00:10:53,764
เราจะเขย่าให้เข้ากันนะคะ

114
00:11:00,504 --> 00:11:04,504
ตั้งหลอดทดลองทั้ง 2

115
00:11:07,688 --> 00:11:11,688
ทิ้งไว้ 10-20 นาที สังเกตการเปลี่ยนแปลง

116
00:11:16,412 --> 00:11:20,412
ที่เกิดขึ้น  เปรียบเทียบผลที่ได้ระหว่างทั้ง 2 หลอด

117
00:11:20,732 --> 00:11:24,732
(บรรยาย) ในการทดลองสารสมบัติ

118
00:11:33,704 --> 00:11:33,759
การละลายของสี การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นระหว่างหลอดทดลองทั้ง 2

119
00:11:33,759 --> 00:11:37,759
เหมือนหรือว่าแตกต่างกันอย่างไร และสามารถสรุป

120
00:11:40,636 --> 00:11:44,636
การละลายของสีทั้ง 2 ได้อย่างไร [เสียงนาฬิกานับถอยหลัง]

121
00:11:51,667 --> 00:11:55,667
(นักวิทยาศาสตร์หญิง) ในหลอดที่หยดสี Neutral red ลงไป

122
00:11:58,683 --> 00:11:58,905
จะเห็นสีเหลืองเข้มในน้ำมัน และอาจเห็นสีแดงจาง ๆ ในสารละลาย

123
00:11:58,905 --> 00:12:02,905
PBS ซึ่งสรุปได้ว่าสี Neutral red จะ

124
00:12:05,130 --> 00:12:05,933
ละลายได้ในน้ำ และน้ำมัน

125
00:12:05,933 --> 00:12:09,933
โดยจะละลายในน้ำมันได้ดีกว่า ส่วนในหลอดทดลอง

126
00:12:13,755 --> 00:12:17,755
ที่หยดสีผสมอาหารลงไป จะเห็นสีแดงในส่วนน้ำเท่านั้น ซึ่งสรุปได้ว่า สีผสมอาหาร จะละลาย

127
00:12:21,033 --> 00:12:25,033
ในน้ำ แต่ไม่ละลายในน้ำมัน หรือลิพิด  (บรรยาย) จากสมบัติการละลฃายของสีทั้ง 2

128
00:12:27,492 --> 00:12:29,691
สามารถอธิบายผลการทดลองย้อมสีรากแหน โดยใช้สมบัติ

129
00:12:29,691 --> 00:12:32,169
เยื้อหุ้มเซลล์ได้อย่างไร

130
00:12:32,169 --> 00:12:34,107
[เสียงนาฬิกานับถอยหลัง]

131
00:12:34,107 --> 00:12:38,107
(นักวิทยาศาสตร์หญิง) ผลการทดลอง

132
00:12:47,280 --> 00:12:51,280
สอดคล้องกับลิพิดเป็นองค์ประกอบ และมีสี

133
00:12:54,522 --> 00:12:57,311
ซึี่งทำให้สารละลายได้ดีในลิพิด ซึ่งคือ Neutral Red

134
00:12:57,311 --> 00:13:01,311
ผ่านเข้าสู่เซลล์ได้ ส่วนสารที่ไม่ละลายใน ลิพิด

135
00:13:03,291 --> 00:13:05,342
หรือสารที่ชอบน้ำ เช่น สีผสมอาหารจะไม่สามารถผ่านเข้าสู่เซลล์ได้

136
00:13:05,342 --> 00:13:09,342
ทำการทดลองเพิ่มเติม โดยนำแหนต้นใหม่มาแช่ใน แอลกอฮอล์

137
00:13:13,863 --> 00:13:14,867
แล้วนำไปย้อมในสารละลายสีผสมอาหาร

138
00:13:14,867 --> 00:13:18,230
ประมาณ 5-10 นาที  (บรรยาย) เอ๊ะ แล้วการแช่

139
00:13:18,230 --> 00:13:22,230
แอลกอฮอล์ มีผลต่อรากแหนอย่างไร

140
00:13:25,241 --> 00:13:29,241
นะ [เสียงนาฬิกานับถอยหลัง]  (นักวิทยาศาสตร์หญิง) แอลกอฮอล์ไปละลายลิพิดในเยื่อหุ้มเซลล์

141
00:13:33,136 --> 00:13:37,136
ออกมา ทำให้เซลล์ตาย  สีผสมอาหารจึง

142
00:13:41,738 --> 00:13:43,335
สามารถเข้าสู่เซลล์ได้ ภายในรากแหนจึงย้อมติดสี

143
00:13:43,335 --> 00:13:47,335
นั่นคือ สมบัติการเป็นเยื่อเลือกผ่าน ของเยื่อหุ้มเซลล์ถูกทำลายไป

144
00:13:50,215 --> 00:13:54,215
จากการทดลองนี้ สามารถสรุปได้ว่าเยื่อหุ้มเซลล์ จะสามารมี

145
00:13:56,808 --> 00:13:58,307
สารที่ละลายได้ดีในลิพิด จะสามารถเข้าออกได้

146
00:13:58,307 --> 00:14:02,307
โดยการแพร่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ค่ะ (บรรยาย) และคุณผู้ชม

147
00:14:05,364 --> 00:14:09,364
คิดว่าผลการทดลองนี้ สามารถไปอธิบายถึงผลความปลอดภัย ของสีผสมอาหารได้อย่างไร

148
00:14:11,080 --> 00:14:12,330
[เสียงนาฬิกานับถอยหลัง ]

149
00:14:12,330 --> 00:14:16,330
(นักวิทยาศาสตร์หญิง) เนื่องจากสีผสมอาหารละลายได้ดี ในน้ำ แต่

150
00:14:22,528 --> 00:14:26,528
ไม่ละลายในลิพิด จึงไม่สามารถผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ได้

151
00:14:29,576 --> 00:14:33,576
ไม่มีการนำเข้าสู่เซลล์ร่างกาย ดังนั้น การใช้สีผสมอาหาร

152
00:14:35,323 --> 00:14:35,395
อาหารน่าจะมีความปลอดภัย ถ้าใช้สีที่รับรอง

153
00:14:35,395 --> 00:14:36,874
โดย อย. และใช้ไม่เกินปริมาณที่กำหนด

154
00:14:36,874 --> 00:14:40,874
(ดร.อรสา) เป็นอย่างไรกันคะนักเรียน ตอบคำถามได้ครับทุกข้อไหมคะ ถ้า

155
00:14:45,498 --> 00:14:48,759
ได้ครบทุกข้อไหมค ถ้านักเรียนยังตอบไม่ครบนะคะ สามารถ

156
00:14:48,759 --> 00:14:51,144
ย้อนกลับไปดูกิจกรรมได้ใหม่อีกครั้งค่ะ สำหรับ

157
00:14:51,144 --> 00:14:51,464
ในตอนนี้นะคะ นักเรียนลองสรุปเนื้อหาใน

158
00:14:51,464 --> 00:14:55,464
ตอนที่ 1 นะคะ ว่าได้เหมือนของครูหรือเปล่า

159
00:14:59,449 --> 00:15:01,254
สำหรับคุณครูนะคะ ครูสรุปเนื้อหา

160
00:15:01,254 --> 00:15:05,254
ได้ 2 ข้อ ดังนี้ค่ะ ข้อแรก เยื่อหุ้มเซลล์

161
00:15:10,956 --> 00:15:11,061
มีสมบัติเป็นเยื่อเลือกผ่านในการลำเลียงสาร

162
00:15:11,061 --> 00:15:15,061
ข้อที่ 2 สารที่ละลายได้ดีในลิพิด  ส

163
00:15:18,219 --> 00:15:22,219
ามารถผ่านเข้าออกได้โดยการแพร่ผ่านเยื้อหุ้มเซลล์ ค่ะ ในหัวข้อการลำเลียงสารเข้าและออก

164
00:15:25,314 --> 00:15:29,314
จากเซลล์ยังไม่จบนะคะ นักเรียน อย่าลืมติดตามต่อในตอนที่ 2 นะคะ สวัสดีค่ะ

165
00:15:31,689 --> 00:15:35,689
[เสียงดนตรี]

