[เสียงดนตรี] (คุณครูอรสา) สวัสดีค่ะ นักเรียนทุกคน พร้อมหรือยังคะ จะเข้าสู่การเรียนรู้ ถ้านักเรียนมีหนังสือวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 นะคะ นักเรียนสามารถนำมาศึกษาควบคู่ ไปกับวีดิทัศน์นี้ได้เลยนะคะ และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งค่ะ ครูอยากให้นักเรียนเตรียมสมุดบันทึก แล้วก็ปากกาให้พร้อมด้วยนะคะ สำหรับรายวิชาพื้นฐานชีวภาพ ประกอบไปด้วยบทเรียนจำนวน 5 บท ดังนี้นะคะ บทที่ 1 การลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ บทที่ 2 การรักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์ บทที่ 3 การดำรงชีวิตของพืช บทที่ 4 พันธุกรรมและวิวัฒนาการ และบทสุดท้ายนะคะ ชีวิตในสิ่งแวดล้อม สำหรับในบทที่ 1 เรื่อง การลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์นะคะ จะประกอบไปด้วย 2 ตอนนะคะ คือตอนที่ 1 และตอนที่ 2 โดยที่หัวข้อที่นักเรียนจะได้ศึกษา ในวิดิทัศน์นี้นะคะ จะเป็นหัวข้อย่อย 1.1 เรื่อง การลำเลียงสาร เข้าและออกจากเซลล์ โดยคุณครูนะคะ คาดหวังว่าเมื่อนักเรียนได้ศึกษาวีดิทัศน์ ตอนนที่ 1 จบแล้ว นักเรียนจะสามารถอธิบายโครงสร้างและสมบัติของเยื่อหุ้มเซลล์ ที่สัมพันธ์กับการลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ได้ค่ะ ก่อนที่จะเข้าเนื้อหาในส่วนถัดไปนะคะ นักเรียนลองถามตัวเองดูนะคะ ว่าจริง ๆ แล้วนี่ นักเรียนชอบเรียนวิชาชีววิทยาหรือไม่ บางคนอาจจะตอบว่าชอบเรียน บางคนอาจจะตอบว่า ก็ไม่ค่อยชอบเรียนสักเท่าไร สำหรับคนที่ไม่ค่อยชอบเรียนะคะ ครูมีวิธีการที่จะทำอย่างไร ให้เรียนชีววิทยาได้อย่างสนุก และได้ความรู้ไปด้วยค่ะ นักเรียนพยายามฝึกทำ 3 ส. นะคะ ส. แรก คืออะไรคะ ส. แรก ก็คือการสังเกตนะคะ ให้นักเรียนฝึกสังเกต สิ่งที่อยู่รอบ ๆ ตัว สิ่งที่นักเรียนมีความอยากรู้ นักเรียนลองสังเกตดูนะคะ ส. ที่ 2 คือ หากสงสัยและหัดตั้งคำถามนะคะ ส่วน ส. ที่ 3 นักเรียนก็จะไปสืบค้น แล้วก็หาข้อมูลมา เพื่อจะอธิบายที่นักเรียนสงสัย และก็หาข้อมูลมาเพื่อที่จะอธิบายในสิ่งที่นักเรียนสงสัย และนักเรียนตั้งคำถามไว้ตั้งแต่ตอนแรกนะคะ ซึ่งเมื่อนักเรียนฝึกทำ 3 ส. แบบนี้ไปเรื่อย ๆ ครูเชื่อเลยค่ะ ว่า นักเรียนจะสามารถเรียนชีววิทยาได้ อย่างสนุก แล้วก็ได้รับความรู้ไปด้วย ซึ่งการเรียนรู้นั้น ก็จะเป็นการเรียนรู้ที่มีความหมาย โดยวันนี้นะคะ ในหัวข้อนี้คุณครูก็อยากให้นักเรียนฝึกสังเกตนะคะ ภาพถ่าย 2 ภาพนี้นะคะ นักเรียนเห็นว่าทางด้านซ้ายมือนะคะ เป็นภาพสมอง ที่ไม่ได้ฉีดสารใด ๆ เข้าไป ส่วนทางด้านขวามือนะคะ เป็นภาพของสมอง ที่ได้ฉีดสารบางอย่างเข้าไป เพื่อเพิ่มความชัดเจนระหว่างหลอดเลือด และเนื้อเยื้ออื่น ๆ นักเรียนเคยสงสัยไหมคะ ว่าเหตุใดสารดังกล่าว จึงยังคงอยู่ในหลอดเลือด ไม่ลำเลียงเข้าสู่เซลล์ผนังหลอดเลือด ในบทเรียนทั้ง 2 ตอนนี้นะคะ ครูจะพานักเรียนไปหาคำตอบกันค่ะ ในหัวข้อเรื่องการลำเลียงสารเข้าออกจากเซลล์นะคะ นักเรียนจำเป็นจะต้องรู้จักเซลล์ก่อนค่ะ ซึ่งนักเรียนได้ศึกษามาแล้ว ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น นะคะ โดยที่เซลล์สัตว์นะคะ จะประกอบไปออแกเนลต่าง ๆ เช่นนิวเคลียสนะคะ ทำหน้าที่ควบคุมการทำต่าง ๆ ของเซลล์ ไมโทคอนเดรีย ทำหน้าที่สลายสารอาหาร เพื่อให้ได้พลังงาน เพื่อให้ได้ซึ่งในกิจกรรมต่าง ๆ ของเซลล์ ส่วนเซลล์พืชล่ะค่ะ เซลล์พืชก็จะมีนิวเคลียส เหมือนกันนะคะ แล้วก็จะมีส่วนออร์แกเนลล์ที่เรียกว่า คลอโรพลาสต์ ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการสังเคราะห์ด้วยแสง ซึ่งทั้งเซลล์พืชและเซลล์สัตว์นะคะ ก็จะมีส่วนเรียกว่าเยื่อหุ้มเซลล์นะคะ เมื่อเราขยายโครงสร้างของเยื่อหุ้มเซลล์ ก็จะพบว่ามีโครงสร้างหลัก ประกอบไปด้วยลิพิด และโปรตีน และเยื้อหุ้มเซลล์ล่ะค่ะ ทำหน้าที่อะไร (นักวิทยาศาสตร์หญิง) สิ่งมีชีวิตทุกชนิดมีเซลล์ เป็นหน่วยพื้นฐานเซลล์ส่วนมากมีขนาดเล็ก จึงต้องศึกษาภายในกล้องจุลทรรศน์ เมื่อนำเซลล์อะมีบา ใต้กล้องจุลทัศน์ ซึ่งกั้นระหว่างองค์ประกอบภายนอกเซลล์ ส่วนที่ห่อหุ้มเซลล์นี้ คือ เยื่อหุ้มเซลล์ เซลล์ทุกชนิด มีเยื่อหุ้มเซลล์ ถ้าเซลล์ไม่มีเยื่อหุ้มเซลล์จะมีผลอย่างไร ทำไมเยื่อหุ้มเซลล์ จึงมีความสัมพันธุ์กับเซลล์ เยื่อหุ้มเซลล์ทำหน้าที่เป็นแนวกั้น ระหว่างสารที่อยู่ภายใน และอยู่ภายนอกเซลล์ เยื่อหุ้มเซลล์ จะไม่สามารถควบคุมการเข้าออกของสารต่าง ๆ ที่อยู่ระหว่างภายในกับภายนอกเซลล์ได้ ทำให้ไม่สามารถรักษาสมดุลภายในเซลล์ ส่งผลกระทบต่อการทำกิจกรรม และการดำรงชีวิต ของเซลล์ เยื่อหุ้มเซลล์ประกอบด้วย ลิพิดและโปรตีน โดยลิพิดส่วนใหญ่เป็นสารพวก ฟอสโฟลิพิดซึ่งจัดเรียงตัวเป็น 2 ชั้น โดยหันหน้าที่มีขั้ว ซึ่งมีสมบัติชอบน้ำหันออกด้านนอก และด้านที่ไม่มขั้ว ซึ่งมีสมบัติไม่ชอบน้ำเข้าหากันด้านใน ส่วนโปรตีนจะแทรกและเกาะอยู่ทั่วไป นอกจากนี้ยังพบคอเลสเทอรอลและคาร์โบไฮเดรตด้วย (ดร.อรสา) เมื่อนักเรียนได้รู้หลักแล้วว่า เยื่อหุ้มเซลล์เป็นแนวกั้นระหว่างสารภายในและภายนอกเซลล์ ปริมาณและชนิดของสาร ที่ผ่านเข้าและออกจากเซลล์ ครูอยากให้นักเรียนได้ทดลองกิจกรรมนี้นะคะ เพื่อพิสูจน์คุณสมบัติการเป็นเยื้อเลือกผ่าน การเป็นเยื่อหุ้มเซลล์ เมื่อนักเรียนได้กลับสู่ชั้นเรียนแล้ว ซึ่งจุดประสงค์ของกิจกรรมนี้นะคะ ครูต้องการให้นักเรียนได้ศึกษาสมบัติ ของการเป็นเยื่อเลือกผ่านของเยื่อหุ้มเซลล์ รวมทั้งนักเรียนสามารถทำผลจากกิจกรรม จากการเป็นเยื่อเลือกผ่านของเยื่อหุ้มเซลล์ได้ค่ะ แต่ตอนนี้คุณครูขอให้นักเรียนศึกษากิจกรรมนี้ จากวีดิทัศน์ ไปก่อน โดยที่นักเรียนควรจดบันทึกผลของการทำกิจกรรม และตอบคำถาม จากวีดิทัศน์ได้ [เสียงดนตรี] (นักวิทยาศาสตรืหญิง) วิธีการทดลอง เตรียมทำแหนที่มีรากติดอยู่มา เพื่อย้อมสี ใส่น้ำกลั่นในจานเพาะเชื้อ 2 จาน แล้วก็จะเริ่มย้อมรากแหน ในสีต่าง ๆ นะคะ โดยเริ่มแรกก็จะหยดสี Nutral red ลงไปในน้ำกลั่น ในจานเพาะเชื้อนะคะ ประมาณ 1 หยด ในชุดที่ 2 เราก็จะหยดสีผสมอาหารลงไปค่ะ เช่นเดียวกัน ประมาณ 1 หยดนะคะ จากนั้น ก็หมุนแก้วนะคะ ให้สีผสมเข้ากันดี ขั้นต่อมา ก็นำแหนที่ยังมีรากติดอยู่นะคะ ไปย้อมลงในน้ำสีที่เตรียมเอาไว้ จะใส่แหนให้รากจมลงไปในน้ำสีนะคะ จากนั้น ก็ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาทีค่ะ เมื่อเวลาผ่านไป 5-10 นาที เราก็นำแหน เพื่อมาดูใต้กล้องจุลทรรศน์ค่ะ ลักษณะของรากแหนที่เห็นภายใต้กล้องจุลทรรศน์ค่ะ (บรรยาย) ยการย้อมสีนั้นเป็นอย่างไร (นักวิทยาศาสตร์หญิง) รากแหนที่แช่ในสี Neutral red ภายในราก ส่วนรากแหนที่แช่อยู่ในสีผสมอาหาร จะเห็นเป็นสีใส หรือเขียว เหมือนรากแหน ที่ทำการทดลอง (บรรยาย) เอ๊ะ ทำไมสีบางชนิดจึงย้อมเซลล์ ติด บางชนิดย้อมไม่ติด ถ้าอย่างนั้น เรามาลองทดลองสมบัติการละลายของสีดังกล่าวกันครับ (นักวิทย) ขั้นแรกก็หยดสารลาย Neatal Red ลงไปใน PBS ประมาณ 1 cc. นะคะ ส่วนหลอดที่ 2 ก็จะใส่สีผสมอาหารใน PBS ลงไป เช่นเดียวกันค่ะ จากนั้นก็หยดน้ำมันพืช ประมาณ 1 ลูกบาศก์เซนติเมตร ลงไปในทั้ง 2 หลอดค่ะ จากนั้น ก็ปิดปากหลอดนะคะ เราจะเขย่าให้เข้ากันนะคะ ตั้งหลอดทดลองทั้ง 2 ทิ้งไว้ 10-20 นาที สังเกตการเปลี่ยนแปลง ที่เกิดขึ้น เปรียบเทียบผลที่ได้ระหว่างทั้ง 2 หลอด (บรรยาย) ในการทดลองสารสมบัติการละลายของสี การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นระหว่างหลอดทดลองทั้ง 2 เหมือนหรือว่าแตกต่างกันอย่างไร และสามารถสรุปการละลายของสีทั้ง 2 ได้อย่างไร [เสียงนาฬิกานับถอยหลัง] (นักวิทยาศาสตร์หญิง) ในหลอดที่หยดสี Neutral red ลงไป จะเห็นสีเหลืองเข้มในน้ำมัน และอาจเห็นสีแดงจาง ๆ ในสารละลาย PBS ซึ่งสรุปได้ว่าสี Neutral red จะละลายได้ในน้ำ และน้ำมัน โดยจะละลายในน้ำมันได้ดีกว่า ส่วนในหลอดทดลองที่หยดสีผสมอาหารลงไป จะเห็นสีแดงในส่วนน้ำเท่านั้น ซึ่งสรุปได้ว่า สีผสมอาหาร จะละลายในน้ำ แต่ไม่ละลายในน้ำมัน หรือลิพิด (บรรยาย) จากสมบัติการละลฃายของสีทั้ง 2 สามารถอธิบายผลการทดลองย้อมสีรากแหน โดยใช้สมบัติเยื้อหุ้มเซลล์ได้อย่างไร [เสียงนาฬิกานับถอยหลัง] (นักวิทยาศาสตร์หญิง) ผลการทดลอง สอดคล้องกับลิพิดเป็นองค์ประกอบ และมีสีซึี่งทำให้สารละลายได้ดีในลิพิด ซึ่งคือ Neutral Red ผ่านเข้าสู่เซลล์ได้ ส่วนสารที่ไม่ละลายใน ลิพิดหรือสารที่ชอบน้ำ เช่น สีผสมอาหารจะไม่สามารถผ่านเข้าสู่เซลล์ได้ ทำการทดลองเพิ่มเติม โดยนำแหนต้นใหม่มาแช่ใน แอลกอฮอล์ แล้วนำไปย้อมในสารละลายสีผสมอาหาร ประมาณ 5-10 นาที (บรรยาย) เอ๊ะ แล้วการแช่แอลกอฮอล์ มีผลต่อรากแหนอย่างไรนะ [เสียงนาฬิกานับถอยหลัง] (นักวิทยาศาสตร์หญิง) แอลกอฮอล์ไปละลายลิพิดในเยื่อหุ้มเซลล์ออกมา ทำให้เซลล์ตาย สีผสมอาหารจึงสามารถเข้าสู่เซลล์ได้ ภายในรากแหนจึงย้อมติดสี นั่นคือ สมบัติการเป็นเยื่อเลือกผ่าน ของเยื่อหุ้มเซลล์ถูกทำลายไป จากการทดลองนี้ สามารถสรุปได้ว่าเยื่อหุ้มเซลล์ จะสามารมี สารที่ละลายได้ดีในลิพิด จะสามารถเข้าออกได้ โดยการแพร่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ค่ะ (บรรยาย) และคุณผู้ชมคิดว่าผลการทดลองนี้ สามารถไปอธิบายถึงผลความปลอดภัย ของสีผสมอาหารได้อย่างไร [เสียงนาฬิกานับถอยหลัง ] (นักวิทยาศาสตร์หญิง) เนื่องจากสีผสมอาหารละลายได้ดี ในน้ำ แต่ไม่ละลายในลิพิด จึงไม่สามารถผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ได้ ไม่มีการนำเข้าสู่เซลล์ร่างกาย ดังนั้น การใช้สีผสมอาหาร อาหารน่าจะมีความปลอดภัย ถ้าใช้สีที่รับรอง โดย อย. และใช้ไม่เกินปริมาณที่กำหนด (ดร.อรสา) เป็นอย่างไรกันคะนักเรียน ตอบคำถามได้ครับทุกข้อไหมคะ ถ้าได้ครบทุกข้อไหมค ถ้านักเรียนยังตอบไม่ครบนะคะ สามารถย้อนกลับไปดูกิจกรรมได้ใหม่อีกครั้งค่ะ สำหรับในตอนนี้นะคะ นักเรียนลองสรุปเนื้อหาในตอนที่ 1 นะคะ ว่าได้เหมือนของครูหรือเปล่า สำหรับคุณครูนะคะ ครูสรุปเนื้อหาได้ 2 ข้อ ดังนี้ค่ะ ข้อแรก เยื่อหุ้มเซลล์ มีสมบัติเป็นเยื่อเลือกผ่านในการลำเลียงสาร ข้อที่ 2 สารที่ละลายได้ดีในลิพิด สามารถผ่านเข้าออกได้โดยการแพร่ผ่านเยื้อหุ้มเซลล์ ค่ะ ในหัวข้อการลำเลียงสารเข้าและออก จากเซลล์ยังไม่จบนะคะ นักเรียน อย่าลืมติดตามต่อในตอนที่ 2 นะคะ สวัสดีค่ะ [เสียงดนตรี]