﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000

2
00:00:04,005 --> 00:00:08,005
[เสียงดนตรี]

3
00:00:08,010 --> 00:00:12,010

4
00:00:12,011 --> 00:00:16,011

5
00:00:16,016 --> 00:00:20,016

6
00:00:20,019 --> 00:00:24,019

7
00:00:24,022 --> 00:00:28,022

8
00:00:28,026 --> 00:00:32,026
(คุณครูอรสา) สวัสดีค่ะ ักเรียนทุกคน พร้อมหรือยังคะ

9
00:00:32,027 --> 00:00:36,027
จะเข้าสู่การเรียนรู้ ถ้านักเรียนมีหนังสือวิทยาศาสตร์

10
00:00:36,028 --> 00:00:40,028
ชีวภาพ ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 นะคะ

11
00:00:40,030 --> 00:00:44,030
สามารถนำมาศึกษาควบคู่ไปกับวีดิทัศน์นี้ได้เลยนะคะ

12
00:00:44,032 --> 00:00:48,032
และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งค่ะ ครูอยากให้นักเรียน

13
00:00:48,034 --> 00:00:52,034
เตรียมสมุดบันทึกแล้วก็ปากกาให้พร้อมด้วยนะคะ

14
00:00:52,035 --> 00:00:56,035
สำหรับรายวิชาพื้นฐานชีวภาพ

15
00:00:56,036 --> 00:01:00,036
ประกอบไปด้วยบทเรียนจำนวน 5 บท ดังนี้นะคะ บทที่ 1

16
00:01:00,037 --> 00:01:04,037
การลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ บทที่ 2

17
00:01:04,038 --> 00:01:08,038
การรักษาดุลยภาพของร่างกายมนุษย์

18
00:01:08,039 --> 00:01:12,039
บทที่ 3 การดำรงชีวิตของพืช บทที่ 4

19
00:01:12,040 --> 00:01:16,040
พันธุกรรมและวิวัฒนาการ และบทสุดท้ายนะคะ

20
00:01:16,041 --> 00:01:20,041
นะะ ชีวิตในสิ่งแวดล้อม

21
00:01:20,041 --> 00:01:24,041
สำหรับในบทที่ 1 การลำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์นะคะ

22
00:01:24,043 --> 00:01:28,043
จะประกอบไปด้วย 2 ตอนนะคะ คือตอนที่ 1 และ

23
00:01:28,045 --> 00:01:32,045
ตอนที่ 2

24
00:01:32,046 --> 00:01:36,046
โดยที่หัวข้อที่นักเรียนจะได้ศึกษาในวิดิทัศน์นี้นะคะ

25
00:01:36,046 --> 00:01:40,046
จะเป็นหัวข้อย่อย 1.1 เรื่อง การลำเลียง

26
00:01:40,048 --> 00:01:44,048
สาร เข้าและออกจากเซลล์ โดยคุณครู

27
00:01:44,049 --> 00:01:48,049
นะคะ คาดหวังว่าเมื่อนักเรียนได้ศึกษาวีดิทัศน์

28
00:01:48,050 --> 00:01:52,050
ตอนนที่ 1 จบแล้ว นักเรียนจะสามารถอธิบาย

29
00:01:52,051 --> 00:01:56,051
โครงสร้างและสมบัติของเยื่อหุ้มเซลล์

30
00:01:56,052 --> 00:02:00,052
ที่สัมพันธ์จากสาร เข้าและออกจากเซลล์ได้ค่ะ

31
00:02:00,054 --> 00:02:04,054
ก่อนที่จะเข้าเนื้อหาในส่วนถัดไปนะคะ

32
00:02:04,056 --> 00:02:08,056
นักเรียนลองถามตัวเองดูนะคะว่า จริง ๆ แล้วนี่

33
00:02:08,058 --> 00:02:12,058
นักเรียนชอบเรียนวิชาชีววิทยาหรือไม่

34
00:02:12,060 --> 00:02:16,060
บางคนอาจจะตอบว่าชอบเรียน บางคนอาจจะตอบ

35
00:02:16,062 --> 00:02:20,062
ว่าก็ไม่ค่อยชอบเรียนสักเท่าไร สำหรับคนที่ไม่ค่อย

36
00:02:20,065 --> 00:02:24,065
ชอบเรียนะคะครูมีวิธีการที่จะทำอย่างไร

37
00:02:24,066 --> 00:02:28,066
ให้เรียนชีววิทยาได้อย่างสนุกและได้ความรู้ไปด้วย

38
00:02:28,068 --> 00:02:32,068
ค่ะ นักเรียนพยายามฝึกทำ 3 ส. นะคะ

39
00:02:32,070 --> 00:02:36,070
ส. แรกคืออะไรคะ ส. แรก ก็คือการ

40
00:02:36,073 --> 00:02:40,073
สังเกตนะคะ ให้นักเรียนฝึกสังเกตสิ่งที่อยู่

41
00:02:40,075 --> 00:02:44,075
รอบ ๆ ตัว สิ่งที่นักเรียนมีความอยากรู้

42
00:02:44,089 --> 00:02:48,089
นักเรียนลองสังเกตดูนะคะ ส. ที่ 2 คือ หาก

43
00:02:48,090 --> 00:02:52,090
สงสัยและหัดตั้งคำถามนะคะ ส่วน ส.

44
00:02:52,092 --> 00:02:56,092
ที่ 3 นักเรียนก็จะไปสืบค้น แล้วก็หาข้อมูลมา

45
00:02:56,093 --> 00:03:00,093
และก็หาข้อมูลมาเพื่อที่จะอธิบายในสิ่งที่นักเรียน

46
00:03:00,095 --> 00:03:04,095
สงสัย และนักเรียนตั้งคำถามไว้ตั้งแต่ตอนแรกนะคะ

47
00:03:04,096 --> 00:03:08,096
ซึ่งเมื่อนักเรียนฝึกทำ 3 ส. แบบนี้ไปเรื่อย ๆ

48
00:03:08,097 --> 00:03:12,097
ครูเชื่อเลยค่ะว่า นักเรียนจะสามารถเรียนชีววิทยา

49
00:03:12,098 --> 00:03:16,098
ได้อย่างสนุกแล้วก็ได้รับความรู้ไปด้วย ซึ่ง

50
00:03:16,099 --> 00:03:20,099
การเรียนรู้นั้น ก็จะเป็นการเรียนรู้ที่มีความหม

51
00:03:20,100 --> 00:03:24,100
โดยวันนี้นะคะ ในหัวข้อ

52
00:03:24,101 --> 00:03:28,101
นี้คุณครูก็อยากให้นักเรียนฝึกสังเกตุ

53
00:03:28,102 --> 00:03:32,102
นะคะ ภาพถ่าย 2 ภาพนี้นะคะ นักเรียน

54
00:03:32,102 --> 00:03:36,102
เห็นว่าทางด้านซ้ายมือนะคะ เป็นภาพ

55
00:03:36,103 --> 00:03:40,103
สมองที่ไม่ได้ฉีดสารใด ๆ เข้าไป

56
00:03:40,105 --> 00:03:44,105
ส่วนทางด้านขวามือนะคะ เป็นภาพของสมอง

57
00:03:44,106 --> 00:03:48,106
ที่ได้ฉีดสารบางอย่างเข้าไปเพื่อเพิ่มความชัดเจนของ

58
00:03:48,107 --> 00:03:52,107
หลอดเลือด และเนื้อเยื้ออื่น ๆ นักเรียน

59
00:03:52,108 --> 00:03:56,108
เคยสงสัยไหมคะว่าเหตุใดสารดังกล่าวจึงยัง

60
00:03:56,113 --> 00:04:00,113
คงอยู่ในหลอดเลือด ไม่ลำเลียงเข้าสู่เซลล์

61
00:04:00,115 --> 00:04:04,115
ผนังหลอดเลือด ในบทเรียนทั้ง 2 ตอนนี้นะคะ

62
00:04:04,116 --> 00:04:08,116
ครูจะพานักเรียนไปหาคำตอบกันค่ะ

63
00:04:08,118 --> 00:04:12,118
ในหัวข้อเรื่องการลำเลียงสารเข้าออกจากเซลล์

64
00:04:12,119 --> 00:04:16,119
นะคะ นักเรียนจำเป็นจะต้องรู้จักเซลล์ก่อนค่ะ

65
00:04:16,120 --> 00:04:20,120
ซึ่งนักเรียนได้ศึกษามาแล้วในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น

66
00:04:20,121 --> 00:04:24,121
นะคะ โดยที่เซลล์สัตว์นะคะ จะประกอบไป

67
00:04:24,122 --> 00:04:28,122
ออแกเนลต่าง ๆ เช่นนิวเคลียสนะคะ

68
00:04:28,123 --> 00:04:32,123
ทำหน้าที่ควบคุมการทำ

69
00:04:32,125 --> 00:04:36,125
ต่าง ๆ ของเซลล์ ไมโทคอนเดรียทำหน้าที่

70
00:04:36,126 --> 00:04:40,126
สลายสารอาหาร เพื่อให้ได้พลังงาน เพื่อให้ได้ซึ่ง

71
00:04:40,127 --> 00:04:44,127
ในกิจกรรมต่าง ๆ ของเซลล์ ส่วนเซลล์พืชล่ะค่ะ

72
00:04:44,128 --> 00:04:48,128
เซลล์พืชก็จะมีนิวเคลียส เหมือนกันนะคะ แล้วก็

73
00:04:48,131 --> 00:04:52,131
จะมีส่วนออร์แกเนลล์ที่เรียกว่า คลอโรพลาสต์

74
00:04:52,132 --> 00:04:56,132
ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการสังเคราะห์ด้วยแสง

75
00:04:56,132 --> 00:05:00,132
ซึ่งทั้งเซลล์พืชและเซลล์สัตว์นะคะ ก็จะมีส่วน

76
00:05:00,134 --> 00:05:04,134
เรียกว่าเยื่อหุ้มเซลล์นะคะ เมื่อเรา

77
00:05:04,136 --> 00:05:08,136
ขยายโครงสร้างของเยื่อหุ้มเซลล์ ก็จะพบว่ามีโครงสร้างหลัก

78
00:05:08,137 --> 00:05:12,137
ประกอบไปด้วยลิพิด และโปรตีน และ

79
00:05:12,138 --> 00:05:16,138
เยื้อหุ้มเซลล์ล่ะค่ะ ทำหน้าที่อะไร

80
00:05:16,140 --> 00:05:20,140
สิ่งมีชีวิตทุกชนิดมีเซลล์เป็นหน่วยพื้นฐาน

81
00:05:20,140 --> 00:05:24,140
เซลล์ส่วนมากมีขนาดเล็ก จึงต้องศึกษาภายในกล้อง

82
00:05:24,142 --> 00:05:28,142
จุลทรรศน์ เมื่อนำเซลล์

83
00:05:28,144 --> 00:05:32,144
อะมีบา ใต้กล้องจุลทัศน์

84
00:05:32,145 --> 00:05:36,145
ซึ่งกั้นระหว่างองค์ประกอบ

85
00:05:36,146 --> 00:05:40,146
ภายนอกเซลล์ ส่วนที่ห่อหุ้มเซลล์นี้ คือ เยื่อหุ้ม

86
00:05:40,147 --> 00:05:44,147
เซลล์ เซลล์ทุกชนิด มีเยื้อหุ้มเซลล์

87
00:05:44,148 --> 00:05:48,148
ถ้าเซลล์ไม่มีเยื้อหุ้มเซลล์จะมีผลอย่างไร

88
00:05:48,156 --> 00:05:52,156
ทำไมเยื่อหุ้มเซลล์จึงมีความสัมพันธุ์กับเซลล์

89
00:05:52,157 --> 00:05:56,157
เยื่อหุ้มเซลล์ทำหน้าที่เป็นแนวกั้นระหว่างสาร

90
00:05:56,158 --> 00:06:00,158
ที่อยู่ภายใน และอยู่ภายนอกเซลล์ เยื้อ

91
00:06:00,159 --> 00:06:04,159
หุ้มเซลล์จะไม่สามารถควบคุมการเข้าออกของสารต่าง ๆ

92
00:06:04,160 --> 00:06:08,160
ที่อยู่ระหว่างภายในกับภายนอกเซลล์ได้ ทำให้

93
00:06:08,160 --> 00:06:12,160
ไม่สามารถรักษาสมดุลภายในเซลล์ ส่งผลกระทบ

94
00:06:12,162 --> 00:06:16,162
ต่อการทำกิจกรรม และการดำรงชีวิต โดย

95
00:06:16,163 --> 00:06:20,163
เยื้อหุ้มเซลล์ประกอบด้วยลิพิดและโปรตีน

96
00:06:20,164 --> 00:06:24,164
โดยลิพิดส่วนใหญ่เป็นสารพวก ฟอสโฟลิพิด

97
00:06:24,164 --> 00:06:28,164
ซึ่งจัดเรียงตัวเป็น 2 ชั้น โดยหันหน้าที่มีขั้ว

98
00:06:28,166 --> 00:06:32,166
ซึ่งมีสมบัติชอบน้ำหันออกด้านที่มีขั้ว

99
00:06:32,167 --> 00:06:36,167
ซึ่งมีสมบัติไม่ชอบน้ำเข้าหากันด้านใน

100
00:06:36,169 --> 00:06:40,169
ส่วนโปรตีนจะแทรกและเกาะอยู่ทั่วไป นอกจากนี้

101
00:06:40,171 --> 00:06:44,171
ยังพบคอเลสเทอรอลและคาร์โบไฮเดรตด้วย

102
00:06:44,172 --> 00:06:48,172
(ดร.อรสา) เมื่อนักเรียนได้รู้หลัก

103
00:06:48,172 --> 00:06:52,172
เป็นแนวกั้นระหว่างสารภายในและภายนอกเซลล์

104
00:06:52,174 --> 00:06:56,174
ปริมาณและชนิดของสารที่ผ่านเข้าและออกจากเซลล์

105
00:06:56,175 --> 00:07:00,175
ครูอยากให้นักเรียนได้ทดลองกิจกรรมนี้นะคะ เพื่อพิสูจน์คุณสมบัติ

106
00:07:00,177 --> 00:07:04,177
การเป็นเยื้อเลือกผ่าน การเป็นเยื

107
00:07:04,178 --> 00:07:08,178
เมื่อนักเรียนได้กลับสู่ชั้นเรียนแล้ว ซึ่งจุดประสงค์

108
00:07:08,179 --> 00:07:12,179
ของกิจกรรมนี้นะคะครูต้องการให้นักเรียนได้ศึกษาสมบัติ

109
00:07:12,181 --> 00:07:16,181
ของการเป็นเยื่อเลือกผ่อนของเยื่อหุ้มเซลล์ รวมทั้ง

110
00:07:16,182 --> 00:07:20,182
นักเรียนสามารถทำผลจากกิจกรรม จาก

111
00:07:20,183 --> 00:07:24,183
การเป็นเบื้อเลือกผ่านของเยื้อหุ้มเซลล์ได้ค่ะ แต่ตอนนี้

112
00:07:24,184 --> 00:07:28,184
คุณครูขอให้นักเรียนศึกษากิจกรรมนี้จากวิดิทัศน์

113
00:07:28,185 --> 00:07:32,185
ไปก่อน โดยที่นักเรียนควรจดบันทึกผลของการทำกิจกรรม

114
00:07:32,187 --> 00:07:36,187
และตอบคำถาม จากวีดิทัศน์ด้

115
00:07:36,187 --> 00:07:40,187
[เสียงดนตรี]

116
00:07:40,189 --> 00:07:44,189

117
00:07:44,190 --> 00:07:48,190
(บรรยาย) วิธีการทดลอง เตรียมทำแหน

118
00:07:48,191 --> 00:07:52,191
ที่มีรากติดอยู่มา เพื่อย้อมสี

119
00:07:52,192 --> 00:07:56,192
ใส่น้ำกลั่นในจานเพาะเชื้อ 2 จาน

120
00:07:56,193 --> 00:08:00,193
แล้วก็จะเริ่มย้อมรากแหน ในสีต่าง ๆ นะคะ โดยเริ่มแรก

121
00:08:00,194 --> 00:08:04,194
ก็จะหยดสี Nutral red

122
00:08:04,195 --> 00:08:08,195
ในจานเพาะเชื้อนะคะ ประมาณ 1 หยด

123
00:08:08,196 --> 00:08:12,196
ในชุดที่ 2 เราก็จะหยด

124
00:08:12,198 --> 00:08:16,198
สีผสมอาหารลงไปค่ะ เช่นเดียวกัน ประมาณ 1 หยดนะคะ

125
00:08:16,200 --> 00:08:20,200

126
00:08:20,203 --> 00:08:24,203
จากนั้นก็หมุนแก้วนะคะ

127
00:08:24,205 --> 00:08:28,205
ให้สีผสมเข้ากันดี ขั้นต่อมาก็นำแหน

128
00:08:28,206 --> 00:08:32,206
ที่ยังมีรากติดอยู่นะคะ ไปย้อม

129
00:08:32,207 --> 00:08:36,207

130
00:08:36,208 --> 00:08:40,208
จะ

131
00:08:40,209 --> 00:08:44,209
ใส่แหนให้รากจมลงไปในน้ำสีนะคะ

132
00:08:44,211 --> 00:08:48,211

133
00:08:48,212 --> 00:08:52,212
จากนั้นก็ทิ้งไว้ประมาณ 5-10

134
00:08:52,214 --> 00:08:56,214
นาทีค่ะ เมื่อเวลาผ่านไป 5-10

135
00:08:56,216 --> 00:09:00,216
นาที เราก็นำแหน เพื่อมาดูใต้กล้องจุลทรรศน์ค่ะ

136
00:09:00,217 --> 00:09:04,217

137
00:09:04,219 --> 00:09:08,219

138
00:09:08,222 --> 00:09:12,222

139
00:09:12,223 --> 00:09:16,223

140
00:09:16,224 --> 00:09:20,224
ลักษณะของรากแหนที่เห็นภายใต้กล้อง

141
00:09:20,227 --> 00:09:24,227
การย้อมสีนั้นเป็นอย่างไร

142
00:09:24,230 --> 00:09:28,230

143
00:09:28,231 --> 00:09:32,231

144
00:09:32,233 --> 00:09:36,233
รากแหนที่แช่ในสี Neutral red

145
00:09:36,235 --> 00:09:40,235
ภายในราก ส่วนรากแหนที่แช่อยู่ในสีผสมอาหาร

146
00:09:40,237 --> 00:09:44,237
จะเห็นเป็นาีใส หรือเขียว เหมือนรากแหนที่

147
00:09:44,237 --> 00:09:48,237
ทำการทดลอง (บรรยาย) เอ๊ะ

148
00:09:48,238 --> 00:09:52,238
ทำไมสีบางชนิดจึงย้อมเซลล์ติด บางชนิดย้อมไม่ติด

149
00:09:52,240 --> 00:09:56,240
ถ้าอย่างนั้นเรามาลองทดลองสมบัติการละลายของสีดังกล่าว

150
00:09:56,241 --> 00:10:00,241
กันครับ // ขั้นแรกก็หยด

151
00:10:00,242 --> 00:10:04,242
สารลาย Neatal Red ลงไปใน PBS

152
00:10:04,243 --> 00:10:08,243
ประมาณ 1 cc. นะคะ

153
00:10:08,243 --> 00:10:12,243
ส่วนหลอดที่ 2 ก็จะใส่สีผสมอาหาร

154
00:10:12,245 --> 00:10:16,245
ใน PBS ลงไป เช่นเดียวกันค่ะ

155
00:10:16,246 --> 00:10:20,246

156
00:10:20,247 --> 00:10:24,247
จากนั้นก็หยดน้ำมันพืชประมาณ 1 ลูกบาศก์

157
00:10:24,248 --> 00:10:28,248
ลงไปในทั้ง 2 หลอดค่ะ

158
00:10:28,249 --> 00:10:32,249

159
00:10:32,250 --> 00:10:36,250

160
00:10:36,252 --> 00:10:40,252

161
00:10:40,253 --> 00:10:44,253
จากนั้นก็ปิดปากหลอดนะคะ

162
00:10:44,257 --> 00:10:48,257
เราจะเขยาให้เข้ากันนะคะ

163
00:10:48,259 --> 00:10:52,259

164
00:10:52,260 --> 00:10:56,260

165
00:10:56,261 --> 00:11:00,261
ตั้งหลอดทดลองทั้ง 2

166
00:11:00,264 --> 00:11:04,264
ทิ้งไว้ 10-20 นาที สังเกตการเปลี่ยนแปลง

167
00:11:04,265 --> 00:11:08,265
ที่เกิดขึ้น เปรียบเทียบผลที่ได้ระหว่างทั้ง 2 หลอด

168
00:11:08,268 --> 00:11:12,268

169
00:11:12,269 --> 00:11:16,269

170
00:11:16,270 --> 00:11:20,270
ในการทดลองสารสมบัติ

171
00:11:20,272 --> 00:11:24,272
การละลายของสี การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นระหว่างหลอดทดลองทั้ง 2

172
00:11:24,274 --> 00:11:28,274
เหมือนหรือว่าแตกต่างกันอย่างไร และสามารถสรุป

173
00:11:28,275 --> 00:11:32,275
การละลายของสีทั้ง 2 ได้อย่างไร

174
00:11:32,277 --> 00:11:36,277

175
00:11:36,278 --> 00:11:40,278
[เสียงนาฬิกานับถอยหลัง]

176
00:11:40,279 --> 00:11:44,279
ในหลอดที่หยดสี Neutral red ลงไป

177
00:11:44,283 --> 00:11:48,283
สีเหลืองเข้มในน้ำมัน และอาจเห็นสีแดงจาง ๆ ในสารละลาย

178
00:11:48,285 --> 00:11:52,285
PBS ซึ่งสรุปได้ว่า สาร Neutral red จะ

179
00:11:52,287 --> 00:11:56,287
ละลายได้ในน้ำ และน้ำมัน

180
00:11:56,288 --> 00:12:00,288
โดยจะละลายในน้ำมันได้ดีกว่า ส่วนในหลอดทดลองท

181
00:12:00,289 --> 00:12:04,289
ที่หยดสีผสมอาหารลงไปจะเห็นสีแดงในส่วนน้ำเท่านั้น

182
00:12:04,290 --> 00:12:08,290
ซึ่งสรุปได้ว่า สีผสมอาหาร จะละลาย

183
00:12:08,291 --> 00:12:12,291
ในน้ำ แต่ไม่ละลายในน้ำมัน หรือลิพิด

184
00:12:12,292 --> 00:12:16,292
จากสมบัติการละลฃายของสีทั้ง 2

185
00:12:16,293 --> 00:12:20,293
สามารถอธิบายผลการทดลองย้อมสีรากแหนโดยใช้สมบัติ

186
00:12:20,297 --> 00:12:24,297
เยื้อหุ้มเซลล์ได้อย่างไร

187
00:12:24,300 --> 00:12:28,300
[เสียงนาฬิกานับถอยหลัง]

188
00:12:28,303 --> 00:12:32,303
ผลการทดลองสอดคล้องกับการที่เยื่อหุ้มเซลล์

189
00:12:32,305 --> 00:12:36,305
(บรรยาย) ผลการทดลองสอดคล้องกับ

190
00:12:36,308 --> 00:12:40,308
ลิพิดเป็นองค์ประกอบ และมีสี

191
00:12:40,310 --> 00:12:44,310
ซึี่งทำให้สารละลายได้ดีในลิพิด ซึ่งคือ Neutral Red

192
00:12:44,313 --> 00:12:48,313
ผ่านเข้าสู่เซลล์ได้ ส่วนสารที่ไม่ละลายใน ลิพิด

193
00:12:48,314 --> 00:12:52,314
หรือสารที่ชอบน้ำ เช่น สีผสมอาหาร

194
00:12:52,315 --> 00:12:56,315
จะไม่สามารถผ่านเข้าสู่เซลล์ได้

195
00:12:56,315 --> 00:13:00,315
โดยนำแหนต้นใหม่มาแช่ใน แอลกอฮอล์

196
00:13:00,316 --> 00:13:04,316
แล้วนำไปย้อมในสารละลายสีผสมอาหาร

197
00:13:04,317 --> 00:13:08,317
ประมาณ 5-10 นาที (บรรยาย) แล้วการแช่

198
00:13:08,318 --> 00:13:12,318
แอลกอฮอล์ มีผลต่อรากแหนอย่างไรหนา

199
00:13:12,320 --> 00:13:16,320
[เสียงนาฬิกานับถอยหลัง]

200
00:13:16,321 --> 00:13:20,321

201
00:13:20,322 --> 00:13:24,322
แอลกอฮอล์ไปละลายลิพิดในเยื่อหุ้มเซลล์

202
00:13:24,323 --> 00:13:28,323
ออกมา ทำให้เซลล์ตาย สีผสมอาหารจึง

203
00:13:28,324 --> 00:13:32,324
สามารถเข้าสู่เซลล์ได้ ภายในรากแหจึงติดสี

204
00:13:32,327 --> 00:13:36,327
นั่นคือ สมบัติการเป็นเยื่อเลือกผ่านของเยื่อหุ้มเซลล์ถูกทำลายไป

205
00:13:36,332 --> 00:13:40,332
จากการทดลองนี้สามารถสรุปได้ว่า

206
00:13:40,332 --> 00:13:44,332
เยื่อหุ้มเซลล์ จะสามารมี

207
00:13:44,334 --> 00:13:48,334
สารที่ละลายได้ดีในลิพิด จะสามารถเข้าออกได้

208
00:13:48,336 --> 00:13:52,336
ดดยการแพร่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ค่ะ ปละคุณผู้ชม

209
00:13:52,337 --> 00:13:56,337
คิดว่าผลการทดลองนี้สามารถไปอธิบายถึงผลความ

210
00:13:56,337 --> 00:14:00,337
ปลอดภัยของสีผสมอาหารได้อย่างไร

211
00:14:00,340 --> 00:14:04,340
[เสียงนาฬิกานับถอยหลัง]

212
00:14:04,342 --> 00:14:08,342

213
00:14:08,343 --> 00:14:12,343
เนื่องจากสีผสมอาหารละลายได้ดีในน้ำ แต่

214
00:14:12,344 --> 00:14:16,344
ไม่ละลายในลิพิด จึงไม่สามารถละลายได้

215
00:14:16,345 --> 00:14:20,345
ไม่มีการนำเข้าสู่เซลล์ร่างกาย ดังนั้น การใช้สีผสมอาหาร

216
00:14:20,346 --> 00:14:24,346
อาหารน่าจะมีความปลอดภัย ถ้าใช้สีที่รับรอง

217
00:14:24,347 --> 00:14:28,347
โดย อย. และใช้ไม่เกินปริมาณที่กำหนด

218
00:14:28,348 --> 00:14:32,348
(ดร.อรสา) เป็นอย่างไรกันคะ นักเรียน ถ้า

219
00:14:32,348 --> 00:14:36,348
ได้ครบทุกข้อไหมคะ ถ้านักเรียนยังตอบไม่ครบนะคะ สามารถ

220
00:14:36,350 --> 00:14:40,350
ย้อนกลับไปดูกิจกรรมได้ใหม่อีกครั้งค่ะ สำหรับ

221
00:14:40,351 --> 00:14:44,351
ในตอนนี้นะคะ นักเรียนลองสรุปเนื้อหาใน

222
00:14:44,351 --> 00:14:48,351
ตอนที่ 1 นะคะ ว่าได้เหมือนของครูหรือเปล่า

223
00:14:48,353 --> 00:14:52,353
สำหรับคุณครูนะคะ ครูสรุปเนื้อหา

224
00:14:52,355 --> 00:14:56,355
ได้ 2 ข้อ ดังนี้ค่ะ ข้อแรก เยื่อหุ้มเซลล์

225
00:14:56,356 --> 00:15:00,356
มีสมบัติเป็นเยื่อเลือกผ่านในการลำเลียงสาร

226
00:15:00,357 --> 00:15:04,357
ข้อที่ 2 สารที่ละลายได้ในลิพิด เป็นการ

227
00:15:04,358 --> 00:15:08,358
ผ่านเข้าออกได้โดยการแพร่ผ่านเยื้อหุ้มเซลล์

228
00:15:08,358 --> 00:15:12,358
ค่ะ ในหัวข้อการลำเลียงสารเข้าและออก

229
00:15:12,360 --> 00:15:16,360
จากเซลล์ยังไม่จบนะคะนักเรียน อย่าลืมติดตามต่อ

230
00:15:16,361 --> 00:15:20,361
ในตอนที่ 2 นะคะ สวัสดีค่ะ [สิ้นสุดการถอดความ]

231
00:15:20,362 --> 00:15:24,362
[เสียงดนตรี]

232
00:15:24,363 --> 00:15:28,363

233
00:15:28,366 --> 00:15:32,366

234
00:15:32,367 --> 00:15:36,367

235
00:15:36,369 --> 00:15:40,369

236
00:15:40,372 --> 00:15:44,372

237
00:15:44,375 --> 00:15:48,375

238
00:15:48,377 --> 00:15:52,377

239
00:15:52,380 --> 00:15:56,380

240
00:15:56,381 --> 00:15:59,381

241
00:16:00,383 --> 00:16:03,385

242
00:16:04,384 --> 00:16:07,387

243
00:16:08,386 --> 00:16:11,390

244
00:16:12,388 --> 00:16:15,391

245
00:16:16,390 --> 00:16:19,391

246
00:16:20,392 --> 00:16:23,394

247
00:16:24,393 --> 00:16:24,394

248
00:16:28,395 --> 00:16:28,398

249
00:16:36,404 --> 00:16:36,408

250
00:16:32,400 --> 00:16:32,403


