﻿1
00:00:26,976 --> 00:00:30,976

2
00:00:34,983 --> 00:00:38,983
(คุณครูธีรพัฒน์) สวัสดีครับนักเรียน วันนี้มาพบกั

3
00:00:46,993 --> 00:00:50,092
น วันนี้เราจะมาเรียน เรื่อง ระบบภูมิคุ้มกันกันนะครับ

4
00:00:50,092 --> 00:00:54,092
ในเรื่องระบบภูมิคุ้มกันนี่ ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพนะครับ จะ

5
00:00:58,998 --> 00:01:00,768
อยู่ในเรื่องการรักษาดุลยภาพของร่างกานมนุษย์นะครับ

6
00:01:00,768 --> 00:01:04,768
ในหัวข้อ 2.4 นี่ จะมีด้วยกัน 3 หัวข้อย่อย หัวข้อแรก ก็คือกลไกการต่อต้าน

7
00:01:08,234 --> 00:01:11,039
หรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะ หัวข้อที่ 2 ก็จะเป็น

8
00:01:11,039 --> 00:01:15,039
กลไกแบบจำเพาะ และหัวขอที่ 3 ก็จะเป็นเรื่องความผิดปกติ

9
00:01:18,826 --> 00:01:22,826
ภูมิคุ้มกัน ในวันนี้เราจะมาเรียนกันในหัวข้อย่อยแรกนะครับ ก็คือกลไกการต่อต้าน หรือทำลายสิ่งแปลกปลอม

10
00:01:24,341 --> 00:01:25,042
แบบไม่จำเพาะ แต่ว่าก่อนอื่นนี่เราจะมาเรียน

11
00:01:25,042 --> 00:01:29,042
เนื้อหาคร่าว ๆ กันก่อน ว่าระบบภูมิคุ้มกันคืออะไร

12
00:01:32,386 --> 00:01:34,629
จุดประสงค์ของเรื่องนี้

13
00:01:34,629 --> 00:01:38,629
นะครับ ก็คาดหวังว่านักเรียนจะสามารถอธิบายบทบาท

14
00:01:39,760 --> 00:01:43,676
อวัยวะหรือเนื้อเยื่อที่ทำหน้าที่ป้องกัน หรือทำลาย

15
00:01:43,676 --> 00:01:47,676
หรือสิ่งแปลกปลอมได้ อันที่ 2 ก็คือสามารถอธิบายหรือ

16
00:01:48,441 --> 00:01:50,269
เขียนแผนผังที่เกี่ยวข้องกับกลไกการต่อต้าน

17
00:01:50,269 --> 00:01:53,500
สิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะได้ครับ นักเรียนมาดูรูปนี้

18
00:01:53,500 --> 00:01:57,500
กันนะครับ นักเรียนรู้จักอะไรในรูปนี้บ้าง

19
00:02:03,006 --> 00:02:07,006
ครูจะให้เวลาลองคิดนะครับ มันก็คือเชื้อโรค

20
00:02:09,532 --> 00:02:13,532
หรือสิ่งแปลกปลอมที่อยู่รอบตัวเรานั่นเอง

21
00:02:15,230 --> 00:02:19,230
นะครับ ก็อาจจะมีทั้ง แบคทีเรีย รา ไวรัส

22
00:02:19,505 --> 00:02:23,505
ปรสิต หรือแม้กระทั่งเรณูของดอกไม้นะครับ

23
00:02:24,676 --> 00:02:28,661
ในแต่ละวันนี่ร่างกายมีโอกาสได้รับเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม

24
00:02:28,661 --> 00:02:32,661
ไวรัส แบคทีเรีย หรือสารพิษต่าง ๆ ผ่านเข้ามาทางใดได้บ้า

25
00:02:39,029 --> 00:02:43,029
ง นักเรียนตอบคำถามนะครับ อันที่ 2 เมื่อร่างกายได้รับแล้วนี่ จะทำให้เกิดอันตราย หรือเจ็บป่วยทุกครั้งเสมอไป

26
00:02:44,872 --> 00:02:47,695
หรือไม่นะครับ อันนี้เป็น 2 คำถามที่คุณครู

27
00:02:47,695 --> 00:02:49,863
ให้นักเรียนได้ลองคิดกันดูนะครับ

28
00:02:49,863 --> 00:02:51,539
นอกจากนี้

29
00:02:51,539 --> 00:02:55,539
ยังมีคำถามเพิ่ม อีกว่าในบางครั้งร่างกายของแต่ละคนนี่

30
00:02:57,576 --> 00:03:01,576
อาจจะได้รับเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมชนิดเดียวกัน

31
00:03:02,999 --> 00:03:06,455
อาจจะแสดงออกด้วยอาการที่เจ็บป่วยแตกต่างกันไป

32
00:03:06,455 --> 00:03:10,455
บางคนอาจจะไม่เจ็บป่วยเลยก็ได้ เหตุใดจึง

33
00:03:11,108 --> 00:03:15,108
เป็นเช่นนั้นครับ มี 3 คำถามด้วยกันนะ ที่ให้นักเรียนลองคิด

34
00:03:15,139 --> 00:03:19,139
เราจะมาหาคำตอบกันได้ในบทเรียนเรื่องภูมิคุ้มกันในว

35
00:03:23,047 --> 00:03:25,328
ันนี้ นักเรียนบางคนอาจจะพอตอบคำถามได้นะครับ ว่าระบบ

36
00:03:25,328 --> 00:03:29,328
ภูมิคุ้มกันแต่ละคนนี่ มีการตอบสนองต่อเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอม

37
00:03:32,286 --> 00:03:33,495
ที่แตกต่างกันนี่เอง จึงเป็นสาเหตุของการแสดงออก

38
00:03:33,495 --> 00:03:37,495
ของโรค หรืออาการที่แตกต่างกันไป

39
00:03:38,952 --> 00:03:42,952
มีคำถามต่อมาอีกนะครับ ว่าระบบภูมิคุ้มกัน

40
00:03:46,857 --> 00:03:50,857
มีการตอบสนองการต่อต้าน หรือทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกายเราได้อย่างไร เดี๋ยวเราช่วยกันคิด

41
00:03:53,018 --> 00:03:55,942
นะ... จริง ๆ แล้ว นักเรียนบางคนอาจจะพอตอบได้

42
00:03:55,942 --> 00:03:59,942
หรือบางคนอาจจะยังตอบไม่ได้ ไม่แปลกครับ จริง ๆ รบบ

43
00:04:00,491 --> 00:04:04,491
ภูมิคุ้มกันนี่ เป็นระบบที่ค่อนข้างจะซับซ้อน ก่อนอื่นที่

44
00:04:07,801 --> 00:04:11,801
เราจะมาเรียนว่าระบบภูมิคุ้มกันนี่ มีการทำงาน

45
00:04:13,465 --> 00:04:16,431
มีการตอบสนอง หรือต่อต้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างไรนี่ เรามาดูว่า

46
00:04:16,431 --> 00:04:19,145
มีอวัยวะหรือเนื้อเยื่ออะไรบ้าง ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับระบบ

47
00:04:19,145 --> 00:04:21,584
ภูมิคุ้มกันของเรา เรามาดูกันนะครับ ว่าอวัยวะ

48
00:04:21,584 --> 00:04:25,584
และเนื้อเยื่อในระบบภูมิคุ้มกันมีอะไรบ้าง กลุ่มแรกนี่

49
00:04:27,072 --> 00:04:28,758
สร้างแล้วก็พัฒนากลุ่มนิโคลไซต์

50
00:04:28,758 --> 00:04:32,758
ไขกระดูกและไทมัสครับ นักเรียนจำคำนี้ไว้ก่อนนะครับ "ลิมโฟไซต์"

51
00:04:35,872 --> 00:04:39,872
อาจจะยังไม่รู้จักมันตอนนี้ แต่ว่าครูจะบอกว่าเป็น ลิมโฟไซต์ มีบทบาทสำคัญในเรื่องระบบภูมิคุ้มกัน

52
00:04:47,090 --> 00:04:49,401
นะครับ ต่อมาจะเป็นกลุ่มที่เป็นอวัยวะ ที่ทำหน้าที่ดักจับและทำลาย

53
00:04:49,401 --> 00:04:53,401
สิ่งแปลกปลอม ซึ่งก็ได้แก่ ม้าม แล้วก็ต่อมน้ำเหลือง

54
00:04:58,290 --> 00:05:02,290
ครับ มาดูกลุ่มสุดท้าย กลุ่มสุดท้ายนี่จะเป็นเนื้อยเื่อ

55
00:05:02,554 --> 00:05:03,085
บริเวณต่าง ๆ ที่ทำหน้าทีดักจับ แล้วก็

56
00:05:03,085 --> 00:05:05,915
ทำลายสิ่งแปลกปลอม เช่น ทอนซิล แล้วก็เนื้อเยื่อน้ำเหลือง

57
00:05:05,915 --> 00:05:09,915
นักเรียนก็ได้ทราบกันมาแล้วนะครับ ว่า

58
00:05:10,128 --> 00:05:14,128
มีอวัยวะหรือเนื้อเยื่ออะไรบ้าง ที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน

59
00:05:17,921 --> 00:05:21,921
ต่อมา ก็คืออวัยวะ และเนื้อเยื่อเหล่านี้ นักเรียนคิดว่าอยู่ที่บริเวณใดบ้างในร่างกายของเรา

60
00:05:24,453 --> 00:05:26,941
เราลองมาช่วยกันคิดนะครับ จากรูปนะครับ

61
00:05:26,941 --> 00:05:30,941
นักเรียนจะเห็นได้ว่า อวัยวะหรือเนื้อเยื่อน้ำเหลือง

62
00:05:37,961 --> 00:05:41,961
เช่น ไขกระดูก ต่อมน้ำเหลือง หรือหลอดน้ำเหลืองนี่ จะพบได้กระจายอยู่ทั่วไปในร่างกายของเรา แต่ถ้าเป็น

63
00:05:42,330 --> 00:05:46,330
อวัยวะ หรือเนื้อเยื่อบางอย่าง เช่น ทอนซิล

64
00:05:49,486 --> 00:05:51,948
ม้าม หรือว่าไส้ติ่งนี่ จะเป็นอวัยวะที่

65
00:05:51,948 --> 00:05:55,948
พบได้ในจุดเดียวของร่างกาย แต่จะพบอยู่ในบริเวณที่แตกต่าง

66
00:05:56,145 --> 00:05:57,548
กันไปนะครับ คำถามต่อมา ก็คือ

67
00:05:57,548 --> 00:06:01,548
เหตุใดเราจึงพบอวัยวะหรือเนื้อเยื่อเหล่านี้

68
00:06:04,992 --> 00:06:07,796
อยู่ทั่วไปในร่างกายของเรา นักเรียนบางคนอาจจะยัง

69
00:06:07,796 --> 00:06:11,796
ตอบคำถามที่ครูถามเมื่อสักครู่ไม่ได้นะครับ แต่ครูมี

70
00:06:17,061 --> 00:06:21,061
เกล็ดจากหนังสือเรียนให้ แล้วดูสิว่าเราจะตอบคำถามเหล่านี้ได้ หรือ

71
00:06:23,128 --> 00:06:25,546
มาดูอันแรกกันเลยนะครับ อันแรก ก็คือลิมโฟไซต์นี่ คือ เซลล์เม็ดเลือดขาวที่ตอบสนอง

72
00:06:25,546 --> 00:06:29,546
หรือว่าทำลายสิ่งแปลกปลอมได้อย่างจำเพาะนะครับ

73
00:06:34,709 --> 00:06:36,214
โดยอาศัย สารที่สร้างขึ้นมาจากตัวลิมโฟไซต์นี่

74
00:06:36,214 --> 00:06:36,701
เช่น แอนติบอดี นักเรียนคุ้น ๆ คำว่า

75
00:06:36,701 --> 00:06:40,701
"ลิมโฟไซต์" กันใช่ไหมครับ ที่เราเพิ่งเจอกันไปเมื่อกี้

76
00:06:42,068 --> 00:06:46,068
แล้วก็จะมีคำใหม่ขึ้นมาคำว่า "แอนติบอดี" เดี๋ยวเราจะ

77
00:06:49,088 --> 00:06:52,615
เรียนรู้เรื่องแอนติบอดีกันต่อไปนะครับ เราลองมาโฟกัส

78
00:06:52,615 --> 00:06:56,615
ที่ครูวงกลมสีแดงไว้ก่อน ว่าตัวลิมโฟไซต์นี่ เป็

79
00:06:59,138 --> 00:07:03,138
นเซลล์เม็ดเลือดขาว ที่ตอบสนองและทำลายสิ่งแปลกปลอมได้ พอจะตอบคำถามได้หรือยัง ถ้ายังไม่ได้

80
00:07:04,276 --> 00:07:08,177
มาดูอันถัดไปนะครับ ก็คือความรู้เกี่ยวกับ

81
00:07:08,177 --> 00:07:12,177
ไส้ติ่งหรือ Appendix นี่ อยู่บริเวณท่อ

82
00:07:13,455 --> 00:07:13,606
ปลายตันนะครับ อยู่บริเวณลำไส้ใหญ่ส่วนต้น มีความยาว

83
00:07:13,606 --> 00:07:16,068
2-7 เซนติเมตร ภายในของไส้ติ่งนี่จะมี

84
00:07:16,068 --> 00:07:20,068
ลิมโฟไซต์ เจอคำว่า ลิมโฟไซต์ อีกแล้วนะ อยู่กันหนาแน่น

85
00:07:27,148 --> 00:07:30,357
นะครับ และก็ยังอาจจะเป็นที่อยู่ของแบคทีเรีย ที่จะเป็นประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหารอีกด้วย

86
00:07:30,357 --> 00:07:34,357
เหมือนเดิมเราลองมาโฟกัส เฉพาะที่ครูวงกลมสีแดงเอาไว้

87
00:07:34,487 --> 00:07:36,958
นะครับ ว่าเจ้าไส้ติ่งนี่ มันเป็นที่

88
00:07:36,958 --> 00:07:40,287
มีลิมโฟไซต์อยู่หน้าแน่นนะครับ และลิมโฟไซต์

89
00:07:40,287 --> 00:07:44,287
ก็ยังเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันด้วย พอจะตอบคำถามได้หรือยังครับ

90
00:07:47,423 --> 00:07:51,423
อย่างนั้นเราลองมาทวนคำถามที่ครูถามเมื่อกี้กันอีกทีนะครับ

91
00:07:58,014 --> 00:08:02,014
ว่าเหตุใดอวัยวะ และระบบเนื้อเยื่อที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันนี่ จึงพบอยู่ทั่วร่างกายของเรา

92
00:08:05,266 --> 00:08:09,266
น่าจะตอบกันได้แล้วนะ อย่างนั้นเราลองมาดูที่ครูเฉลยกันนะครับ

93
00:08:10,677 --> 00:08:12,799
เหตุผลแรก  ก็คือเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมนี่

94
00:08:12,799 --> 00:08:14,453
อย่างสไลด์แรกที่ครูพูดมาเลยนี่ มันมี

95
00:08:14,453 --> 00:08:18,453
พบอยู่ทั่วไปรอบร่างกายเราเลย ฉะนั้น

96
00:08:27,127 --> 00:08:31,025
มันก็สามารถที่จะเข้าสู่ร่างกายหรือเนื้อเยื่อเราได้เกือบทุกบริเวณเลย

97
00:08:31,025 --> 00:08:35,025
นะครับ ดังนั้น อวัยวะหรือเนื้อเยื่อที่เกี่ยวข้องกับระบบ

98
00:08:37,481 --> 00:08:38,544
ภูมิคุ้มกันนี่ จะต้องกระจายอยู่ทั่วบริเวณ

99
00:08:38,544 --> 00:08:42,544
ต่าง ๆ ของร่างกายของเรานะครับ เหตุผลต่อมา ก็คือ

100
00:08:43,111 --> 00:08:47,111
เจ้าลิมโฟไซต์ที่เป็นพระเอกของเรานี่ เมื่อกี้เรารู้ไปแล้ว

101
00:08:51,176 --> 00:08:53,272
ว่าจะสร้างและพัฒนาที่บริเวณไหนครับ บริเวณไขกระดูก และไทมัสใช่ไหมครับ ซึ่งเมื่อ

102
00:08:53,272 --> 00:08:57,272
สร้างที่บริเวณเหล่านั้น แต่ว่ามันจำเป็นต้องอาศัยเนื้อ

103
00:09:03,178 --> 00:09:04,140
เยื่อ หรืออวัยวะ เนื้อเยื่ออื่น ๆ

104
00:09:04,140 --> 00:09:08,140
นะครับ ในการลำเลียงไปทั่วร่างกายของเรานะครับ แล้วก็เหตุผลถัดมา  ก็

105
00:09:13,816 --> 00:09:17,816
คือเมื่อลำเลียงลิมโฟไซต์เหล่านี้ไปแล้วนี่ ก็ยังจำเ

106
00:09:19,187 --> 00:09:22,074
ป็นมีอวัยวะหรือเนื้อเยอะ ที่เป็นที่สะสมลิมโฟไซต์เหล่านี้ เพราะเมื่อเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมเข้ามา

107
00:09:22,074 --> 00:09:26,074
ที่บริเวณใดก็ตามนะครับ ลิมโฟไซต์ก็จะทำหน้าที่

108
00:09:30,330 --> 00:09:34,330
ตอบสนอง หรือว่าทำลายสิ่งแปลกปลอม ที่เข้าสู่ร่างกทาย

109
00:09:35,190 --> 00:09:37,220
อันนี้ก็จะเป็นคำตอบที่สำหรับคำถามที่ครูถาม

110
00:09:37,220 --> 00:09:41,220
ไปเมื่อกี้ครับ นักเรียนลองพิจารณาข้อความที่ปรากฏอยู่นี่นะครับ

111
00:09:41,691 --> 00:09:45,691
แล้วเดี๋ยวเราลองมาคิด จากคำถามที่ครูจะถามกัน

112
00:09:47,486 --> 00:09:48,806
นะครับ

113
00:09:48,806 --> 00:09:52,806
คำถามที่จะให้นักเรียนลองคิด ก็คือ

114
00:09:57,610 --> 00:10:01,610
กลไกแบบไม่จำเพาะ และกลไกแบบจำเพาะนี่

115
00:10:04,709 --> 00:10:08,709
คืออะไร และเหตุใดร่างกายของเรา จึงต้องมีกลไกทั้ง 2 แบบ

116
00:10:10,224 --> 00:10:13,908
เพื่อกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน

117
00:10:13,908 --> 00:10:17,908
เดี๋ยวเราจะมาเรียนรู้กันไปทีละกลไล

118
00:10:18,499 --> 00:10:22,078
นะครับ เริ่มต้นจากกลไลการต่อต้าน

119
00:10:22,078 --> 00:10:24,932
สิ่งแปลกปลอม แบบไม่จำเพาะก่อน ในกลไกนี้จะ

120
00:10:24,932 --> 00:10:28,932
แบ่งออกได้เป็น 2 กลไกหลัก ๆ ก็คืออันแรกจะเป็นการ

121
00:10:34,184 --> 00:10:38,184
ต่อต้าน หรือทำลายสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้าสู่บริเวณหรือเ

122
00:10:39,217 --> 00:10:40,323
นื้อเยื่อของร่างกาย อันนี้คุณครูย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า

123
00:10:40,323 --> 00:10:43,435
ที่จะเข้าสู่เนื้อเยื่อของร่างกายเรานั่นเองนะครับ กลไกต่อมา

124
00:10:43,435 --> 00:10:47,435
เป็ฯกลไกลการต่อต้าน หรือทำลายสิ่งแปลกปลอมเนื้อเยื่อที่อยู่ใน

125
00:10:50,709 --> 00:10:54,709
ร่างกายของเรา แล้ว ครับ จากที่คุณครูได้กล่าวไปก่อนหน้านี้แล้วว่า กลไก

126
00:10:57,416 --> 00:10:58,458
ในระบบภูมิคุ้มกันนี่ เป็นระบบที่มีความซับซ้อน

127
00:10:58,458 --> 00:11:02,458
ฉะนั้น  เราทราบไปแล้วว่ามีอวัยวะ หรือ

128
00:11:02,757 --> 00:11:06,757
เนื้อเยื่ออะไรบ้าง ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบภูมิคุ

129
00:11:11,224 --> 00:11:11,346
้มกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีอวัยวะหรือเนื้อเยื่ออื่น ๆ

130
00:11:11,346 --> 00:11:13,746
ในระบบต่าง ๆ ของร่างกายนี่ที่ทำหน้าที่ต่อต้าน

131
00:11:13,746 --> 00:11:17,746
หรือทำลายสิ่งแปลกปลอมก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อเยื่อของร่างกายเรา

132
00:11:21,544 --> 00:11:23,740
เช่นกัน นักเรียนพอจะทราบไหมครับ ว่าอวัยวะ หรือเนื้อเยื่อในระบบ

133
00:11:23,740 --> 00:11:27,740
อื่น ๆ ของร่างกายนี่ อะไรบ้าง ที่ทำหน้าที่ที่ครูกล่าวมา

134
00:11:29,590 --> 00:11:33,590
นะครับ ถ้ามาดูจากรูป

135
00:11:34,983 --> 00:11:38,983
ก็พอจะเห็นกันนะครับ ว่าครูทำเป็นกล่องไว้นะ

136
00:11:39,876 --> 00:11:43,876
แล้วนักเรียนลองเดาสิ ว่าอวัยวะเหล่านี้

137
00:11:47,244 --> 00:11:49,134
ต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอม ก่อนเข้าสู่เนื้อเยื่ออย่างไรบ้าง เดี๋ยวครูจะให้เวลาลองคิดกันนะครับ

138
00:11:49,134 --> 00:11:50,780
เรามาลองดูกันที่

139
00:11:50,780 --> 00:11:54,780
อวัยวะ หรือเนื้อเยื้อเลยนะครับ ไล่จากล่างขึ้นบนเลย

140
00:12:00,023 --> 00:12:00,323
อันแรก ก็คือหูของเรานี่แหละนะครับ

141
00:12:00,323 --> 00:12:02,943
ภายในหูนี่ จะมีขี้หู ทำหน้าที่

142
00:12:02,943 --> 00:12:06,943
ดักจับฝุ่นละออง หรือว่าแมลง หรือสิ่งแปลกปลอมที่

143
00:12:15,255 --> 00:12:16,409
เข้ามานะครับ ต่อมา คือ ผิวหนัง ผิวหนังนี่ จะมีบทบาทสำคัญมากเลย

144
00:12:16,409 --> 00:12:20,409
เพราะว่าทุกส่วนของร่างกาย เราก็จะมีผิวหนังห่อหุ้ม

145
00:12:22,865 --> 00:12:26,865
นะครับ ผิวหนังจะทำหน้าที่หลัก ๆ ในการป้องกันการบุกรุก

146
00:12:29,822 --> 00:12:33,822
แล้วก็สิ่งแปลกปลอม ในขณะเดียวกันนะครับ ก็จะมีต่อมเหงื่อ

147
00:12:35,262 --> 00:12:36,096
ที่ผิวหนังก็จะมีต่อมเหงื่อและต่อมไขมัน ซึ่งน้ำมันจาก

148
00:12:36,096 --> 00:12:40,096
ต่อมเหงื่อ และน้ำมันจากต่อมไขมันนี่ จะยับยั้งการเจริญเติบโต

149
00:12:40,939 --> 00:12:44,788
ของแบคทีเรียบางชนิดได้นะครับ

150
00:12:44,788 --> 00:12:46,142
ถัดมา ก็คือบริเวณตาของเรานี่แหละนะครับ

151
00:12:46,142 --> 00:12:47,148
ในตานี่ จะมีน้ำตา ซึ่ง

152
00:12:47,148 --> 00:12:51,148
จะมีเอนไซม์ที่เรียกว่า "ไลโซไซม

153
00:12:59,267 --> 00:13:02,509
" ย่อยผนังเซลล์ของแบคทีเรีย ซึ่งก็

154
00:13:02,509 --> 00:13:06,509
เป็นสิ่งแปลกปลอมรูปแบบหนึ่งนะครับ ถัดมา ก็จะเป็นระบบหายใจ ซึ่งก็จะมีจริง ๆ แล้วจะมีจมูกด้วยนะครับ

155
00:13:08,058 --> 00:13:12,058
จมูกก็จะมีขนจมูก มีน้ำมูก

156
00:13:16,567 --> 00:13:20,567
มีเมือกต่าง ๆ ที่คอยดักจับสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ ที่เข้าไปใน

157
00:13:22,254 --> 00:13:26,254
ท่อลมนะครับ ซึ่งในท่อลมเอง ก็จะมีการหลั่งเมือกนะครับ  ที่ดักจับฝุ่นละออง และก็

158
00:13:31,189 --> 00:13:34,813
เชื้อจุลินทรีย์ที่เข้ามา หรือว่าสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามา

159
00:13:34,813 --> 00:13:38,813
ได้ถึงท่อลมแล้วนี่ ก็จะมีซีเลียที่จะคอยทำหน้าที่โบกพัด ให้สิ่งแปลกปลอมเหล่านี้

160
00:13:39,038 --> 00:13:42,545
นะครับ มันกลับขึ้นไปในระบบหายใจทางจมูก

161
00:13:42,545 --> 00:13:46,545
แล้วก็จะกำจัดออกจากร่างกายด้วยการไอ หรือจาม

162
00:13:49,166 --> 00:13:53,166
เวลาที่ ตอนนี้ที่มันมีสถานการณ์ของโควิดอยู่ ฉะนั้น เขาเลย

163
00:13:53,652 --> 00:13:57,652
รณรงค์ให้เราใส่หน้ากากอนามัย

164
00:13:57,993 --> 00:14:01,993
เวลาที่จะออกมาจากการไอ หรือจาม ของเรานั่นเองนะครับ อันนี้ก็

165
00:14:04,143 --> 00:14:08,143
เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันที่เราเจออยู่ทุกวันนี้นะ

166
00:14:09,521 --> 00:14:13,521
อวัยวะถัดมา ก็คือกระเพาะอาหารนะครับ กระเพาะอาหารนี่ จะมีกรด ก็คือกรดไฮโดรคลอริก

167
00:14:17,402 --> 00:14:19,534
ที่เรารู้จักกันดี ก็มี pH แบบต่ำมากเลย ก็จะ

168
00:14:19,534 --> 00:14:23,534
ทำลายแบคทีเรียที่ลงไปกัดอาหารที่เรากิน

169
00:14:24,938 --> 00:14:28,089
เพราะว่าอาหารที่เรากิน โดยเฉพาะของสดต่าง ๆ อย่างเช่น ผัก ผลไม้สดนี่

170
00:14:28,089 --> 00:14:31,041
ก็จะมีการเจือปน และสิ่งแปลกปลอมอยู่มาก

171
00:14:31,041 --> 00:14:35,041
จะทำหน้าที่ทำลายเชื้อโรค หรือสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ ไม่ให้เข้าสู่

172
00:14:37,844 --> 00:14:38,053
เนื้อเยื่อของเรานะครับ ถัดลงมาทางด้านล่าง

173
00:14:38,053 --> 00:14:42,053
นะครับ ก็คือตัวกระเพาะปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะ

174
00:14:43,231 --> 00:14:45,253
นี่ จะทำหน้าที่ขับปัสสาวะออกจากร่างกาย

175
00:14:45,253 --> 00:14:49,253
ในขณะเดียวกันก็จะช่วยพาพวกเชื้อโรค

176
00:14:54,365 --> 00:14:56,304
อย่างจุลินทรีย์ต่าง ๆ นี่ ออกมา ทางท่อปัสสาวะด้วยนะครับ

177
00:14:56,304 --> 00:14:58,164
และสุดท้าย คือ ช่องคลอด ซึ่ง

178
00:14:58,164 --> 00:15:02,164
ช่องคลอดนี่จะมีภาวะที่เป็นกรด ก็จะทำหน้าที่ยับยั้ง

179
00:15:04,766 --> 00:15:06,068
การเจริญเติบโตของเชื้อโรคด้วยเหมือนกันครับ

180
00:15:06,068 --> 00:15:08,426
นักเรียนก็ได้ทราบกันไปแล้วนะครับ ว่า

181
00:15:08,426 --> 00:15:12,426
ในร่างกายของเรานี่ นอกจากอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันแล้ว

182
00:15:16,782 --> 00:15:20,782
ยังมีอวัยวะหรือเนื้อเยื่อในระบบอื่น ๆ ที่ทำหน้าที่ต่อต้านหรือทำลายสิ่งแปลกปลอม ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อเยื่อ

183
00:15:26,513 --> 00:15:28,488
ของร่างกายเรานะครับ แล้วถ้าแนว

184
00:15:28,488 --> 00:15:32,488
ป้องกันเหล่านี้ถูกทำลายนะครับ เช่น

185
00:15:38,455 --> 00:15:41,204
เกิดบาดแผลขึ้น ครับ หรือว่า มีเชื้อโรค

186
00:15:41,204 --> 00:15:45,016
ที่สร้างเอนไซม์มาย่อยสลายเซลล์เยื่อบุผิวต่าง ๆ

187
00:15:45,016 --> 00:15:49,016
นะครับ ร่างกายเราจะมีกลไกในการต่อต้าน หรือทำลายสิ่งแปลกปลอม ที่เข้ามาสู่เนื้อเยื่อของเราได้อย่างไร

188
00:15:52,151 --> 00:15:56,151
นะครับ แล้วถ้าครูมีข้อความ

189
00:15:59,317 --> 00:16:03,317
ข้อความตรงนี้ให้ ว่าเมื่อเกิดบาดแผล สิ่งที่เราสังเกตเห็นจากบาดแผลของเรา จะมีเลือดไหลออกมา

190
00:16:04,507 --> 00:16:08,134
ใช่ไหมครับ เนื่องจากว่าหลอดเลือดฝอยของเรานี่

191
00:16:08,134 --> 00:16:12,134
ถูกทำลาย หรือบางครั้งอาจจะเกิดอาการบวมแดง หรือ

192
00:16:14,971 --> 00:16:15,847
บริเวณบาดแผลนี่ มีอุณหภูมิที่สูงขึ้นจากอุณหภูมิปกติของร่างกายเรา กลไกอันนี้

193
00:16:15,847 --> 00:16:19,847
ก็ถือว่าเป็นการต่อต้าน หรือทำลายสิ่งแปลกปลอมที่อยู่ในเนื้อเยื่อของ

194
00:16:26,029 --> 00:16:29,956
เรา คำถาม ก็คือ

195
00:16:29,956 --> 00:16:33,956
กลไกลักษณะดังกล่าวนี่ เรียกว่าอะไรนะครับ แล้วก็เหตุใด มักจึงเกิดลักษณะดังกล่าวขึ้น เมื่อเกิดบาดแผล

196
00:16:37,089 --> 00:16:41,089
ขึ้นตามร่างกายของเรา ลองตอบคำถามกันดูนะครับ แล้วเดี๋ยวเราจะมาได้

197
00:16:43,643 --> 00:16:44,855
เรียนรู้กันต่อไป ลักษณะ

198
00:16:44,855 --> 00:16:48,095
บาดแผลที่เราเห็นได้นะครับ ก็เป็นกลไก

199
00:16:48,095 --> 00:16:52,095
การต่อต้าน และทำลายสิ่งแปลกปลอมโดยจำเพาะรูปแบบหนึ่ง

200
00:16:59,218 --> 00:17:03,218
นะครับ เกิดขึ้นเมื่อมีเชื้อโรค หรือสิ่งแปลกปลอม เข้าไปในเนื้อเยื่อเราได้

201
00:17:03,339 --> 00:17:06,164
นะครับ เราจะเรียกกลไกนี้ว่า "การอักเสบ"

202
00:17:06,164 --> 00:17:08,352
หรือ (Inflammation) นะครับ การอักเสบนี่จะ

203
00:17:08,352 --> 00:17:11,161
ไปพร้อม ๆ กับการทำงานกับเซลล์อีกกลุ่มหนึ่ง

204
00:17:11,161 --> 00:17:15,161
นะครับ ที่เรียกว่า "ฟาโกไซต์" เซลล์กลุ่ม "ฟาโกไซต์ จะคอยดักจับ

205
00:17:17,108 --> 00:17:21,108
และทำลายสิ่งแปลกปลอมที่เข้าไปสู่เนื้อเยื่อของเรา

206
00:17:21,214 --> 00:17:25,214
ผ่านทางบาดแผลนะครับ เรามาทำความรู้จักกับเซลล์กลุ่มฟาโกไซต์เพิ่มเติมนะครับ จริง ๆ เซลล์กลุ่มฟาโกไซต์

207
00:17:30,525 --> 00:17:34,525
ก็เป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งนะครับ ซึ่งได้แก่ นิวโทรฟิล

208
00:17:35,346 --> 00:17:38,412
แล้วก็โมโนไซต์ โดยเจ้าตัวโมโนไซต์

209
00:17:38,412 --> 00:17:39,742
มันจะสามารถแทรกตัวออกจากหลอดเลือดฝอยของเราได้นะครับ ไปตาม

210
00:17:39,742 --> 00:17:40,680
เนื้อเยื่อต่าง ๆ โดยเมื่อมัน

211
00:17:40,680 --> 00:17:44,680
แทรกตัวไปที่เนื้อเยื่อแล้วนี่ มันก็จะขยายขนาดใหญ่ขึ้นนะครับ

212
00:17:49,652 --> 00:17:51,779
กลายเป็นเซลล์ที่เรียกว่าแมโครฟาจ

213
00:17:51,779 --> 00:17:55,779
จะมีประสิทธิภาพสูงในการดักจับ และทำลายเชื้อโรคที่เข้าสู่บาดแผลของเรา

214
00:17:56,962 --> 00:18:00,962
นะครับ อันนี้ก็คือรูปของ

215
00:18:02,940 --> 00:18:06,940
นิวโทรฟิล โมโนไซต์  แล้วก็ แมโครฟาจ เมื่อฉาย

216
00:18:07,358 --> 00:18:11,358
จะมีลักษณะหน้าตาเป็นอย่างนี้นะครับ กลไกที่เกิดขึ้นเมื่อเราเกิดบาดแผลแล้วก็เกิดการอักเสบ

217
00:18:15,802 --> 00:18:19,802
ตามมานี้ เกิดขึ้นอย่างไรนะครับ เมื่อเราเกิดบาดแผลนี่

218
00:18:20,572 --> 00:18:24,572
จะเกิดสัญญาณเคมี ซึ่งสัญญาณเคมีนี้ เกิดจากอะไร เกิด

219
00:18:27,364 --> 00:18:29,680
เนื้อเยื่อที่เสียหาย หรือว่าตัวเชื้อโรค หรือสิ่งแปลกปลอมเองนะครับ

220
00:18:29,680 --> 00:18:30,722
เมื่อมีสัญญาณเคมีเกิดขึ้นจะดึงดูด

221
00:18:30,722 --> 00:18:34,722
กลุ่มฟาโกไซต์ มาที่หลอดเลือดฝอยมากขึ้น

222
00:18:35,408 --> 00:18:39,408
เมื่อมาถึงนี่ เมื่อเซลล์กลุ่มฟาโกไซต์มาถึงนี้ จะดักจับ

223
00:18:42,604 --> 00:18:44,370
ดักจับนะครับ เชื้อโรคไม่ให้แพร่กระจายไปยังบริเวณ

224
00:18:44,370 --> 00:18:45,651
ต่าง ๆ นะครับ เราเรียกกระบวนการที่

225
00:18:45,651 --> 00:18:49,651
เซลล์กลุ่มฟาโกไซต์ นี่ดักจับเชื้อโรคว่า

226
00:18:55,376 --> 00:18:55,484
"ฟาโกไซโทซิส" นะครับ นอกจากนี้

227
00:18:55,484 --> 00:18:59,484
กระบวนการอักเสบยังทำให้เกิดลักษณะต่าง ๆ

228
00:18:59,639 --> 00:19:03,639
ตามมานะครับ ก็คือ หลอดเลือดฝอยมีการขยายตัวเกิดขึ้

229
00:19:11,382 --> 00:19:15,382
นนะครับ มีการนำเลือด แล้วก็สะสมเม็ดเลือดของเซลล์เม็ดเลือด

230
00:19:15,382 --> 00:19:19,382
นะครับ มีการซึมผ่านของน้ำเหลือง แล้วก็เกิดอาการบวมแดง

231
00:19:20,294 --> 00:19:24,294
บริเวณนั้นอาจจะสูงขึ้นด้วย เราเรียกรวมกันว่า

232
00:19:25,267 --> 00:19:25,291
การเกิดการอักเสบ

233
00:19:25,291 --> 00:19:27,464
และทำลายสิ่งแปลกปลอมรูปแบบหนึ่งนะครับ

234
00:19:27,464 --> 00:19:31,464
อันนี้คือภาพรวมโดยสรุปของ

235
00:19:34,975 --> 00:19:38,975
การอักเสบนะครับ จะเห็นว่า ภาพ ก. ก็คือ สัญญาณเคมี

236
00:19:41,236 --> 00:19:45,236
จะถูกส่งออกมานะครับ ดึงดูดเซลล์ฟาโกไซต์

237
00:19:47,238 --> 00:19:47,293
โดยเฉพาะตัวแมโครฟาจนะครับ ให้เกิดกระบวนการฟาโกไซโทซิส

238
00:19:47,293 --> 00:19:51,293
ที่จะคอยดักจับ แล้วก็ทำลายเชื้อโรค หรือสิ่งแปลกปลอมในภายบาดแผล

239
00:19:53,803 --> 00:19:57,803
นะครับ หลังจากนั้น เชื้อโรคที่ถูดทำลายจะรวมกับฟาโกไซต์ที่ตายแล้ว

240
00:20:00,759 --> 00:20:02,846
กลายเป็นหนอง และนอกจากนี้ยังมีการแบ่งเซลล์บริเวณ

241
00:20:02,846 --> 00:20:06,846
ที่เกิดบาดแผลนี่ เพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายด้วยนะครับ

242
00:20:08,656 --> 00:20:12,656
ในหนังสือเรียนชีวภาพนี่ จะมีกรอบความรู้

243
00:20:14,729 --> 00:20:18,394
จะมีกรอบความรู้นะครับ อย่างอันนี้ก็จะเป็นกรอบที่เชื่อมโยง

244
00:20:18,394 --> 00:20:22,394
กับสุขภาพ จะเห็นว่าสิ่งที่เนื้อหาที่ปรากฏอยู่ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ชีวภาพนี่

245
00:20:25,266 --> 00:20:28,899
จะพยายามเชื่อมโยงให้นักเรียนได้นำความรู้ในสิ่งที่

246
00:20:28,899 --> 00:20:32,899
ได้เรียนมานะครับ ไปเชื่อมโยงกับสิ่งที่พบได้ในชีวิตประจำวันของนักเรียน

247
00:20:35,406 --> 00:20:39,406
เพื่อที่ให้นักเรียนสามารถเข้าใจและอธิบาย หรือรู้เท่าทันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

248
00:20:41,289 --> 00:20:45,289
หรือสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรานะครับ อย่างตัวอย่างกรอบภาพนี้ เป็นตัวอย่างความรู้ของการเกิด

249
00:20:51,421 --> 00:20:52,473
ขึ้นนะครับ หรือสิวอักเสบที่พบได้มากในช่วงวัยรุุ่น หรือวัยของนักเรียนอย่างนี้นะครับ

250
00:20:52,473 --> 00:20:56,473
หลังจากที่เราเรียนมาทั้งหมดแล้ว เรามาลองตรวจสอบความเข้าใจ

251
00:21:02,834 --> 00:21:06,534
นักเรียนเข้าใจในเรื่องระบบภูมิคุ้มกันนะครับ โดยเฉพาะในเรื่อง

252
00:21:06,534 --> 00:21:10,534
กลไกการต่อต้าน หรือทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบไม่จำเพาะ มากน้อยแค่ไหนนะครับ รู้สึกว่าเราจะตรวจสอบความเข้าใจกันอย่างไรบ้างนะครับ

253
00:21:13,389 --> 00:21:16,160
ลองหยิบกระดาษกับปากกาขึ้นมา

254
00:21:16,160 --> 00:21:20,160
แล้วก็เขียนแผนผัง สรุปกลไลการต่อต้าน และทำลายสิ

255
00:21:23,428 --> 00:21:24,463
่งแวดล้อม ไม่จำเพาะดู ดูสิว่านักเรียนจะเขียนอย่างไร ไม่ต้องเหมือนกันก็ได้

256
00:21:24,463 --> 00:21:24,593
นะครับ เริ่มต้นจากตรงไหนก็ได้

257
00:21:24,593 --> 00:21:28,593
เหมือนกับที่คุณครูได้ทำมาเป็นตัวอย่างไหมนะครับ

258
00:21:30,250 --> 00:21:30,786
อันนี้ก็เป็นตัวอย่างของ

259
00:21:30,786 --> 00:21:34,786
แผนผัง ที่คุณครูเขียนให้นักเรียนดูนะครับ ลองไป

260
00:21:37,166 --> 00:21:41,166
ศึกษากันดู ก็จะมีทั้งกลไกการต่อต้านสิ่งแปลกปลอม

261
00:21:43,674 --> 00:21:47,674
ที่... ก่อนที่จะเข้าสู่ร่างกายของเราว่า

262
00:21:51,439 --> 00:21:51,732
ว่ามีอะไรบ้างนะครับ เมื่อเข้าสู่เนื้อเยื่อในร่างกายเราแล้วนะครับ

263
00:21:51,732 --> 00:21:55,732
แล้วหลังจากเรียนมาทั้งหมดแล้ว

264
00:21:57,442 --> 00:22:01,442
นักเรียนสรุปเนื้อหาที่ได้จากบทเรียนนี้กันว่าอย่างไรบ้าง

265
00:22:06,555 --> 00:22:09,599
อันนี้เป็นที่คุณครูสรุปได้นะครับ ก็คือข้อแรกเลย ร่างกายของเรานี่ มีกลไกการต่อต้าน หรือทำลาย

266
00:22:09,599 --> 00:22:13,483
แปลกปลอมนะครับ โดยการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

267
00:22:13,483 --> 00:22:17,483
และที่เราเรียนวันนี้ก็คือ กลไกการต่อต้าน

268
00:22:19,544 --> 00:22:21,111
แบบไม่จำเพาะ ตัวอย่างเช่น ผิวหนัง

269
00:22:21,111 --> 00:22:25,111
หรือเหงื่อ หรือน้ำตา หรือกรดจากกระเพาะอาหารนะครับ

270
00:22:27,665 --> 00:22:31,581
ที่จะเป็นด่านแรก หรือสิ่งป้องกัน

271
00:22:31,581 --> 00:22:31,759
เข้าสู่เนื้อเยื่อในร่างกายเราได้ครับ

272
00:22:31,759 --> 00:22:35,759
และเมื่อเชื้อโรค สิ่งแปลกปลอมเข้าไปในร่างกายแล้วนี่ จะมี

273
00:22:40,922 --> 00:22:44,922
กลไกอื่นที่ตามมา คือ การอักเสบ โดยการอักเสบนี่ จะทำงานกับเซลล์

274
00:22:47,452 --> 00:22:48,700
กลุ่มเม็ดเลือดขาว กลุ่มฟาโกไซต์ เพื่อกำจัดสิ่งแปลกปลอม

275
00:22:48,700 --> 00:22:52,700
ออกจากร่างกายของเราอีกครั้งหนึ่งนะครับ ในครั้งต่อไป เราจะมาพบกับระบบภูมิคุ้มกันใน

276
00:22:58,590 --> 00:23:01,324
ตอนที่ 2 นะครับ ซึ่งจะเรียนเรื่องเกี่ยวกับกลไกการต่อต้าน และทำลายสิ่งแปลกปลอมแบบจำเพาะ เราจะมาดูกันว่า

277
00:23:01,324 --> 00:23:05,324
กลไกแบบจำเพาะ กับไม่จำเพาะนี่ เหมือนหรือแตกต่างอย่าง

278
00:23:11,455 --> 00:23:12,730
ไร เราถึงเรียกแบบนั้นนะครับ สำหรับวันนี้สวัสดีครับ

279
00:23:12,730 --> 00:23:12,827
[เสียงดนตรี]

280
00:23:12,827 --> 00:23:16,827


