﻿1
00:00:08,279 --> 00:00:12,279
[เสียงดนตรี]

2
00:00:32,225 --> 00:00:36,225

3
00:00:41,142 --> 00:00:45,142
(คุณครูอุมาพร) สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาพูดถึง

4
00:00:45,372 --> 00:00:49,372
เรื่อง เซตค่ะ

5
00:00:49,542 --> 00:00:53,542
ก่อนอื่นเดี๋ยวเรามาดูวัตถุประสงค์บทเรียนนี้ก่อนนะคะ

6
00:00:55,645 --> 00:00:59,645
ในบทเรียนนี้นะคระคุณครูจะพูดถึง

7
00:01:01,406 --> 00:01:02,329
การบอกความหมายของเซต เขียนสัญลักษณ์เกี่ยวกับเซตค่ะ

8
00:01:02,329 --> 00:01:06,329
และเขียนแสดงเซตนะคะ ถ้าพร้อมแล้ว เดี๋ยว

9
00:01:09,831 --> 00:01:10,375
มาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ จากรูปนักเรียนจะเห็นว่า

10
00:01:10,375 --> 00:01:14,375
มีกล่องอยู่หนึ่งใบนะคะ กล่องใบนี้ครูเรียกว่า

11
00:01:18,208 --> 00:01:18,346
"ปริศนา" ค่ะ กล่องปริศนาใบนี้บรรจุสิ่งต่าง ๆ ไว้มากมายเลย

12
00:01:18,346 --> 00:01:22,346
เรามาดูกันดีกว่านะคะ ว่ากล่องใบนี้ จะมีอะไรบ้าง

13
00:01:25,256 --> 00:01:26,581
ตัวเลขค่ะ เป็นเลขอะไรคะ 1 นะคะ ถัดมาเป็น 2 นะคะ

14
00:01:26,581 --> 00:01:30,581
นักเรียนสามารถเดาได้ไหมคะ ว่าตัวต่อไปเป็นอะไร

15
00:01:36,126 --> 00:01:39,573
เป็นมังคุดค่ะ a

16
00:01:39,573 --> 00:01:43,573
ทุเรียนนะคะ u ค่ะ O แตงโมค่ะ

17
00:01:46,798 --> 00:01:50,798
e i ชมพู่ค่ะ

18
00:01:55,638 --> 00:01:58,247
เดี๋ยวเรามาทำการจัดกลุ่มของต่าง ๆ เหล่านี้กันดีกว่าค่ะ

19
00:01:58,247 --> 00:02:02,247
เป็นกลุ่มของผลไม้ค่ะ นักกเรียนสามารถเดาได้ไหม

20
00:02:06,973 --> 00:02:10,740
ว่าอะไรบ้าง ที่เป็นผลไม้ ก็ต้องมีมังคุด ทุเรียน แตงโม แล้วก็ชมพู่ใช่ไหมคะ

21
00:02:10,740 --> 00:02:14,740
กลุ่มถัดมาค่ะ กลุ่มของจำนวนนับ อะไรบ้าง

22
00:02:15,781 --> 00:02:19,781
ที่เป็นจำนวนนับ ก็คือ 1 และ 2 นั่นเองค่ะ กลุ่มสุดท้ายค่ะ กลุ่มของสระในภาษาอังกฤษ

23
00:02:22,832 --> 00:02:26,832
อะไรบ้าง คะ ที่เป็นสระในภาษาอังกฤษ

24
00:02:30,390 --> 00:02:34,390
ก็คือ a e i o u นั่นเองนะคะ นักเรียนจะสังเกตเห็นว่า กลุ่มทั้ง 3 กลุ่มนี้นะคะ จะบอกได้

25
00:02:36,854 --> 00:02:40,631
แน่นอนเลยใช่ไหมคะ ว่าอะไรที่อยู่ในกลุ่ม และอะไรไม่อยู่ในกลุ่ม

26
00:02:40,631 --> 00:02:41,939
ใช่ไหมคะ ซึ่งลักษณะแบบนี้นะคะ

27
00:02:41,939 --> 00:02:45,939
เราจะเรียกว่า "เซต" ค่ะ ในคณิตศาสตร์ใช้คำว่า "เซต" นะคะ แทน

28
00:02:53,547 --> 00:02:57,547
กลุ่มของสิ่งต่าง ๆ และเมื่อกล่าวถึงกลุ่มใดแล้วนะคะ สามารถทราบได้แน่นอน ว่าสิ่งใดอยู่ในกลุ่ม และ

29
00:03:02,867 --> 00:03:04,315
ไม่อยู่ในกลุ่มค่ะ ตัวอย่าง เซตของจำนวนนับ

30
00:03:04,315 --> 00:03:08,315
ที่น้อยกว่า 3 นะคะ เซตของสระภาษาอังกฤษค่ะ

31
00:03:10,535 --> 00:03:14,535
เซตของชื่อวันในสัปดาห์ และเราจะเรียกสิ่งที่อยู่

32
00:03:14,784 --> 00:03:18,784
ในเซตว่าสมาชิกค่ะ ตัวอย่างเช่นนะคะ เซตของจำนวนนับที่น้อยกว่า 3 คะ นักเรียนสามารถบอกได้ไหมคะ ว่า

33
00:03:26,485 --> 00:03:30,485
เซตนี้มีสมาชิกเป็นอะไรบ้าง สมาชิกของเซตนี้นะคะ ก็คือ 1 และ 2 ค่ะ

34
00:03:35,009 --> 00:03:39,009
เซตของสระในภาษาอังกฤษล่ะคะ บอกได้ไหมคะ ว่า

35
00:03:40,498 --> 00:03:44,498
มีสมาชิกเป็นอะไรบ้าง ก็คือ a

36
00:03:46,303 --> 00:03:50,303
,e, i, o

37
00:03:51,011 --> 00:03:55,011
และ u ค่ะ เซตของชื่อวันในสัปดาห์ล่ะค่ะ มีสมาชิกได้แก่

38
00:03:56,978 --> 00:03:59,997
จันทร์, อังคาร,

39
00:03:59,997 --> 00:04:01,288
พุธ, พฤหัสบดี,

40
00:04:01,288 --> 00:04:05,288
ศุกร์,

41
00:04:09,255 --> 00:04:13,255
เสาร์

42
00:04:19,965 --> 00:04:23,965
และอาทิตย์ค่ะ

43
00:04:24,438 --> 00:04:28,438
ถัดไปค่ะ เซตของคำตอบของสมการ x ยกกำลัง

44
00:04:32,472 --> 00:04:36,472
2 - 4 = 0 อะไรเป็น

45
00:04:39,034 --> 00:04:43,034
ของสมการนี้ หลักการวิธีหานะคะ เราจะหาจำนวนที่ยกกำลัง 2 - 4 แล้วเท่ากับ 0

46
00:04:47,037 --> 00:04:51,037
นั่น ก็คือ 2 และ -2 ค่ะ ตัวอย่างเช่น 2 นะคะ ถ้าครูนำ 2

47
00:04:52,442 --> 00:04:56,442
เมื่อ 4 - 4 ก็จะเท่ากับ 0 ค่ะ เพราะฉะนั้น สมาชิก

48
00:04:58,290 --> 00:04:58,569
ก็คือ 2 และ -2 ค่ะ ต่อไป

49
00:04:58,569 --> 00:05:02,569
เป็นการเขียนแสดงเซตนะคะ การเขียนแสดง

50
00:05:10,491 --> 00:05:13,430
เซตนะคะ จะเขียนได้ 2 แบบค่ะ ก็คือ 1. แบบแจกแจงสมาชิก

51
00:05:13,430 --> 00:05:17,430
2. คือแบบบอกเงื่อนไขของสมาชิก เดี๋ยวเรามาดูแบบที่ 1 คือ แบบแจกแจงสมาชิกกันดีกว่านะคะ

52
00:05:19,217 --> 00:05:23,217
แบบนี้นะคะ จะมีวิธีการเขียน ก็คือ

53
00:05:26,026 --> 00:05:27,383
ทุกตัวค่ะของเซต ลงในวงเล็บปีกกา

54
00:05:27,383 --> 00:05:31,383
เครื่องหมายจุลภาค ก็คือเครื่องหมายลักษณะแบบนี้ค่ะ

55
00:05:34,364 --> 00:05:38,364
คั่นระหว่างสมาชิกแต่ละตัวนะคะ ตัวอย่างเช่นค่ะ เซตของจำนวนนับที่น้อยกว่า 5 ค่ะ

56
00:05:39,017 --> 00:05:41,824
ได้ดังนี้นะคะ คุณครูก็จะเริ่มเขียนจากปีกกาก่อนค่ะ

57
00:05:41,824 --> 00:05:45,824
หลังจากนั้นจำนวนนับที่น้อยกว่า 5 มีอะไรบ้าง คะ ก็คือ

58
00:05:50,220 --> 00:05:54,220
มี 1, 2, 3, 4 หมดหรือยังคะ หมดแล้วนะคะ ก็จะตามด้วยวงเล็บปีก

59
00:05:59,058 --> 00:06:03,058
ปิดค่ะ ในการเขียนชื่อเซตนะคะ เราจะใช้อักษร

60
00:06:05,260 --> 00:06:05,713
ภาษาอังกฤษค่ะ ตัวพิมพ์ใหญ่นะคะ และสมาชิกของเซต

61
00:06:05,713 --> 00:06:09,713
จะใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษพิมพ์ใหญ่ค่ะ

62
00:06:15,060 --> 00:06:19,060
เช่นค่ะ ให้ A นะคะ แทนเซต ซึ่งมีสมาชิก 3 ตัว ได้แก่ A, B, และ C

63
00:06:23,059 --> 00:06:27,059
เราจะเขียนเซต A แบบแจกแจงสมาชิกได้แบบนี้ค่ะ อันดับแรกนะคะ ก็จะเขียนชื่อเซต

64
00:06:28,454 --> 00:06:32,454
ใส่สมาชิกลงไปในวงเล็บปีกกาค่ะ นี่ค่ะ อันนี้นะคะ จะ

65
00:06:33,697 --> 00:06:37,697
อ่านว่า "เซตของ A" นะคะ ประกอบไปด้วย a,

66
00:06:43,068 --> 00:06:44,854
b และ c ค่ะ

67
00:06:44,854 --> 00:06:48,854
ต่อไปนะคะ จะให้ B แทนเซตของจำนวนเต็มที่ยกกำลัง 2 แล้วได้ 16 ค่ะ

68
00:06:49,193 --> 00:06:52,162
เซตนี้นะคะ หลักการก็คือเราจะเขียนชื่อ

69
00:06:52,162 --> 00:06:56,162
เซตมีอะไรบ้างคะ ที่เป็นจำนวนเต็มแล้วลบกัน

70
00:07:03,073 --> 00:07:07,073
ก็คือมี 4 แล้วก็ -4 ทีนี้ค่ะ ในกรณีที่สมาชิกของเซต

71
00:07:08,392 --> 00:07:12,392
นะคะ มีจำนวนมาก การเขียนเซตแบบแจกแจงนะคะ

72
00:07:19,076 --> 00:07:20,699
สมาชิกนั้นนะคะ เราจะใช้จุด 3 จุดค่ะ

73
00:07:20,699 --> 00:07:24,699
มีสมาชิกอื่น ๆ ซึ่งเป็นที่เข้าใจกันทั่วไป

74
00:07:27,082 --> 00:07:31,059
ว่ามีอะไรบ้าง อยู่ในเซตนั้นนะคะ หมายความว่าสมมตินักเรียนมีเซตอยู่ 1 เซตนะคะ

75
00:07:31,059 --> 00:07:33,347
นักเรียนจะเขียนสมาชิกทั้งหมดในเซตนั้นได้ลำบาก

76
00:07:33,347 --> 00:07:37,347
หลักการก็คือ เราจะใช้ (...) นะคะ แทนสมาชิก

77
00:07:43,084 --> 00:07:47,084
ตัวถัด ๆ ไปค่ะ อยู่ในเซตนั้นด้วยนะคะ ตัวอย่างเช่นค่ะ ให้ C แทน เขียน

78
00:07:51,101 --> 00:07:55,101
ในภาษาไทยนะคะ เราก็จะเขียนเซต C แบบนี้ค่ะ C เท่ากับนะคะ

79
00:07:56,961 --> 00:07:59,509
ภาษาไทยค่ะ ขึ้นต้นตัวแรกอะไรคะ ก ข ฃ

80
00:07:59,509 --> 00:08:03,509
ใช่ไหมคะ เราก็จะเขียนลงไปค่ะ หลังจากนั้นนะคะ เราก็

81
00:08:07,107 --> 00:08:08,739
ใส่ตัวถัด ๆ ไปแล้วจะใช้ ...

82
00:08:08,739 --> 00:08:12,739
เป็นตัวแทน และตัวสุดท้ายคือ

83
00:08:15,108 --> 00:08:19,108
ก็จะเขียนปิดท้ายค่ะ ต่อไปเรามาดูตัวอย่างถัดไปนะคะ

84
00:08:19,427 --> 00:08:22,556
ถัดไปค่ะ ให้ D แทนเซตของจำนวนคู่

85
00:08:22,556 --> 00:08:26,556
นักเรียนทราบไหมคะ ว่าตัวจำนวนคู่มีอะไร

86
00:08:31,115 --> 00:08:31,675
นักเรียนหลายคนนะคะ อาจจะเข้าใจว่าจำนวนคู่นะคะ จะเป็น 2,

87
00:08:31,675 --> 00:08:35,675
4, 6, 8 ไปเรื่อย ๆ

88
00:08:39,116 --> 00:08:43,116
จำนวนคู่นะคะ ยังมีมากกว่านั้นอีกค่ะ จำนวนคู่นะคะ ในทางคณิตศาสตร์ค่ะ หมายถึงจำนวนที่หารด้วย

89
00:08:47,126 --> 00:08:47,256
นะคะ ซึ่งสามารถเป็นจำนวนคู่ลบก็ได้ค่ะ ตัวอย่างเช่น -2, -4,

90
00:08:47,256 --> 00:08:51,256
-6, -8 ไปเรื่อย ๆ ค่ะ รวมถึง 0 ด้

91
00:08:55,124 --> 00:08:59,124
วย 0 ก็หารด้วย 2 ลงตัวค่ะ มีผลลัพธ์เป็น 0 เพราะฉะนั้นแล้วนะคะ การเขียนเซต D นะคะ เริ่ม

92
00:09:00,952 --> 00:09:04,952
จากเขียนชื่อเซตนะคะ และเขียนจำนวนคู่ลบก่อนค่ะ จำนวนคู่ลบ ก็คือ -2, -4, -6

93
00:09:09,250 --> 00:09:11,594
ทีนี้ เราต้องเขียนจำนวนที่น้อยที่สุดก่อนค่ะ  ซึ่งเราไม่ทราบ

94
00:09:11,594 --> 00:09:15,594
นะคะ เพราะไปเรื่อย ๆ นะคะ เพราะฉะนั้นแล้วเราจะเข้า

95
00:09:19,134 --> 00:09:23,134
และก็ตามด้วย -6, -4, -2 หลังจากนั้นก็ตามด้วย 0 คือ

96
00:09:25,728 --> 00:09:29,728
บวก คือ 2 4, 6 ค่ะ เดี๋ยวเรามาดูอีกสักตัวอย่างหนึ่งนะคะ ให้ E

97
00:09:34,037 --> 00:09:38,037
แทนเซตของเลขโดดที่ปรากฏในจำนวน 121 นักเรียนทราบไหมคะ ว่าเลขโดดมีอะไรบ้าง

98
00:09:43,143 --> 00:09:45,450
คือ เลขโดดในทางคณิตศาสตร์ มี 0-9 ในที่นี้นะคะ เลขที่พบก็คือ 1 และ 2 ค่ะ

99
00:09:45,450 --> 00:09:49,450
ในหลักการเขียนเซตนะคะ ถ้ามีจำนวนใดนะคะ ซ้ำกันมากกว่า 1 ตัว

100
00:09:49,595 --> 00:09:53,595
นะคะ เราจะเขียนเพียงแค่ครั้งเดียวค่ะ

101
00:09:55,745 --> 00:09:58,913
เราก็จะเขียนเป็น E

102
00:09:58,913 --> 00:10:01,258
เท่ากับ เซตของ 1 แล้วก็ 2 ค่ะ แบบนี้ค่ะ

103
00:10:01,258 --> 00:10:04,482
ต่อไปนะคะ เรามาดูการเขียนเซตแบบ

104
00:10:04,482 --> 00:10:08,482
บอกเงื่อนไขของสมาชิกกันค่ะ เราจะใช้การเขียน

105
00:10:14,433 --> 00:10:18,433
ตัวแปรนะคะ แทนสมาชิกค่ะ แล้วบรรยายสมบัติหรือเงื่อนไขนะคะ  ตัวอย่างเช่นค่ะ เซตนี้นะคะ

106
00:10:19,754 --> 00:10:23,754
อ่านว่า "เซตของ F" ประกอบไป

107
00:10:26,377 --> 00:10:30,377
โดยที่ F เป็น

108
00:10:30,880 --> 00:10:34,880
คุณครูจะค่อย ๆ อธิบายทีละส่วนนะคะ ส่วนแรก ก็คือชื่อเซตนะ่ะค่ะ นักเรียนสามารถ

109
00:10:38,217 --> 00:10:42,217
ตั้งชื่อเซตนะคะ ได้เองนะคะ โดยใช้อักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่นะคะ

110
00:10:46,735 --> 00:10:48,808
ส่วนถัดมานะคะ ก็คือ X นะคะ X ก็คือตัวแปร

111
00:10:48,808 --> 00:10:51,298
ที่ใช้

112
00:10:51,298 --> 00:10:53,581
แทนสมาชิกนะคะ ในเซตค่ะ

113
00:10:53,581 --> 00:10:57,581
นักเรียนสามารถเลือกตัวแปรได้เอง เช่นเดียวกับ

114
00:11:03,114 --> 00:11:07,114
ตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็กค่ะ  สัญลักษณ์

115
00:11:10,609 --> 00:11:14,609
ขีดตรงอันนี้นะคะ เราจะอ่านว่า "โดยที่" ค่ะ นักเรียนสามารถใช้ลักษณะจุด 2 จุด

116
00:11:18,462 --> 00:11:22,462
นะคะ แทนสัญลักษณ์ขีดตรง ๆ นี้ได้ด้วยค่ะ ส่วนคำว่า " X" เป็นจำนวน

117
00:11:27,172 --> 00:11:28,342
ที่มีหลักเดียวนะคะ อันนี้นะคะ ก็คือเงื่อนไขหรือสมบัติค่ะ

118
00:11:28,342 --> 00:11:32,342
เราจะเปลี่ยนไปตามเซตนะคะ ที่เราอยากจะเขียนค่ะ

119
00:11:43,180 --> 00:11:47,180
อยากจะเขียนนะคะ ซึ่งในทีนี้ค่ะ สมาชิกของเซตนี้นะคะ ก็คือจำนวนนับที่มีหลักเดียวค่ะ ก็คือนับ

120
00:11:49,997 --> 00:11:53,997
ไปเรื่อย ๆ จนถึง 9 นะคะ เดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างเพื่อความเข้าใจมากขึ้นดีกว่าค่ะ ตัวอย่างถัดไปนะคะ

121
00:11:55,491 --> 00:11:59,491
ให้ B แทนเซตของจำนวนเต็มที่ยกกำลัง 2 แล้วได้ 16 ค่ะ

122
00:12:00,330 --> 00:12:04,330
เซตนี้นะคะ เซต B วิธีการเขียนเราก็จะเขียน

123
00:12:04,444 --> 00:12:05,056
ตามด้วยตัวแปรนะคะ ซึ่งในที่นี้ครูจะแทนด้วย

124
00:12:05,056 --> 00:12:09,056
X ค่ะ แล้วตามด้วยสัญลักษณ์โดยที่ค่ะ

125
00:12:12,519 --> 00:12:14,059
เงื่อนไขของเซตนี้นะคะ ก็ต้องการจำนวนเต็ม

126
00:12:14,059 --> 00:12:18,059
นะคะ เพราะฉะนั้นแล้ว ครูต้องการเขียนเซตนี้เป็นจำ

127
00:12:23,189 --> 00:12:27,189
ค่ะ และเงื่อนไขที่ 2 นะคะ ก็คือตั้งการยกกำลัง 2 นะคะ

128
00:12:28,137 --> 00:12:32,137
แล้วได้ 16 ค่ะ ซึ่งในที่นี้นะคะ ตัว

129
00:12:39,192 --> 00:12:43,192
เป็น X เราจะต้องใช้ X ยกกำลัง 2 เท่า

130
00:12:43,193 --> 00:12:43,341
กับ 16 เดี๋ยวคุณครูจะอ่านเซทนี้ให้ฟัง

131
00:12:43,341 --> 00:12:46,923
อีกครั้งนะคะ อันนี้เซตนี้นะคะ อ่านว่า 'เซตของ B'

132
00:12:46,923 --> 00:12:50,923
ประกอบไปด้วยสมาชิก x และ x

133
00:12:55,195 --> 00:12:55,945
เป็นจำนวนเต็ม และ X ยกกำลัง 2 เท่ากับ 16

134
00:12:55,945 --> 00:12:59,945
ต่อไปนะคะ ให้ C ค่ะ แทนเซตของพยัญชนะในภาษาไทย

135
00:13:01,530 --> 00:13:05,530
เดี๋ยวเรามาเขียนเซต C กันดีกว่าค่ะ

136
00:13:10,843 --> 00:13:12,807
ชื่อเซตค่ะ ตามด้วยตัวแปรนะคะ ตามด้วยสัญลักษณ์ตัวนี้

137
00:13:12,807 --> 00:13:16,745
และเขียนว่า  X เป็นพยัญชนะในภาษาไทยค่ะ

138
00:13:16,745 --> 00:13:20,745

139
00:13:22,925 --> 00:13:26,925
เดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างเซต G นะคะ ครูให้ เซต G ประกอบไป

140
00:13:35,214 --> 00:13:39,214
สมาชิก คือ 2 และเศษ 1 ส่วน 2 ค่ะ คำว่า "เป็นสมาชิกของ" นะคะ หรือ "อยู่ใน"

141
00:13:42,972 --> 00:13:46,972
ด้วยสัญลักษณ์นี้ค่ะ สัญลักษณ์แบบนี้นะคะ ตัวอย่างเช่นนะคะ คุณครูต้องการบอกว่า 2

142
00:13:49,196 --> 00:13:53,153
เป็นสมาชิกของ G นะคะ คุณครูอาจเขียนเป็นสัญลักษณ์แทนค่ะ

143
00:13:53,153 --> 00:13:57,153
2 แล้วก็ตามด้วยสัญลักษณ์ แล้วก็ G ค่ะ

144
00:13:58,843 --> 00:14:02,843
เช่นเดียวกันกับ เศษ 1 ส่วน 2 นะคะ คุณครูต้องการบอกว่า เศษ 1 ส่วน 2 เป็นสมาชิก

145
00:14:03,957 --> 00:14:04,325
ของ G คุณครูก็จะเขียนเป็นเศษ 1 ส่วน 2

146
00:14:04,325 --> 00:14:08,325
ของ G แบบนี้ค่ะ

147
00:14:08,762 --> 00:14:12,762
ส่วนคำว่า "ไม่เป็นสมาชิกของ" จะเขียนแทนด้วย

148
00:14:14,272 --> 00:14:18,272
ลักษณะแบบนี้

149
00:14:20,227 --> 00:14:24,227
นะคะ ตัวอย่างเช่นค่ะ เศษ 1 ส่วน 3 ค่ะ นักเรียนจะเห็นว่า เศษ 1 ส่วน 2 ไม่เป็น

150
00:14:31,236 --> 00:14:35,236
G ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น แล้วเราจะเขียนได้เป็น เศษ 1 ส่วน 3 ตามด้วยสัญลักษณ์ค่ะ แล้วตา่มด้วยเขียน  G ค่ะ

151
00:14:35,843 --> 00:14:39,513
อีกสัก 1 ตัวอย่างนะคะ อย่างเช่น 1,000 ค่ะ

152
00:14:39,513 --> 00:14:43,513
1,000 ไม่เป็นสมาชิกของเซต นะคะ

153
00:14:46,602 --> 00:14:50,512
เพราะฉะนั้น คุณครูก็จะเขียนด้วย 1,000 ตามด้วยสัญลักษณ์

154
00:14:50,512 --> 00:14:52,600
เดิมค่ะ แล้วก็ G ค่ะ เดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างนะคะ ของการเป็นสมาชิกของเซตค่ะ

155
00:14:52,600 --> 00:14:56,600
ตัวอย่างนี้นะคะ ให้ A ประกอบ

156
00:15:03,245 --> 00:15:07,245
ไปด้วยสมาชิก 0, 1 และ 2 จงพิจารณาว่าข้อความต่อไปนี้นะคะ เป็นจริงหรือเท็จนะคะ ข้อความที่ 1 นะคะ

157
00:15:09,422 --> 00:15:13,422
0 เป็นสมาชิกของ A ข้อความที่ 2 ค่ะ เซตของ 0 เป็นสมาชิกของ A และ

158
00:15:18,315 --> 00:15:18,663
เซตของ 1, 2 ไม่เป็นสมาชิกของ A ค่ะ

159
00:15:18,663 --> 00:15:22,663
พิจาราณาโจทย์ข้อนี้นะคะ หลักการ

160
00:15:26,267 --> 00:15:28,651
ก่อนค่ะ ว่าในเซต A มีสมาชิกเป็นอะไรบ้าง นักเรียนสามารถตอบได้ไหมคะ

161
00:15:28,651 --> 00:15:32,651
ว่าสมาชิกของเซต A มีอะไรบ้าง

162
00:15:32,729 --> 00:15:33,304
สมาชิกของเซต A นะคะ มีสมาชิกจำนวน 3 ตัวค่ะ

163
00:15:33,304 --> 00:15:37,304
มีจำนวน 3 ตัวค่ะ

164
00:15:38,579 --> 00:15:42,579
ได้แก่

165
00:15:42,695 --> 00:15:46,695
0 นะคะ 1 และ 2 ค่ะ

166
00:15:47,046 --> 00:15:51,046
เมื่อเรา

167
00:15:51,598 --> 00:15:55,598
ทราบสมาชิกเรียบร้อยแล้วนะคะ เดี๋ยวเรามาดูข้อ 1 กันเลยค่ะ ข้อ 1 นะคะ

168
00:15:58,459 --> 00:16:02,459
ระบุว่า 0 เป็นสมาชิกของ A

169
00:16:03,214 --> 00:16:07,214
ถูกต้องไหมคะ ถูกต้องนะคะ 0 เป็นสมาชิกของ A เพราะฉะนั้น

170
00:16:08,034 --> 00:16:12,034
ข้อนี้เป็นจริงค่ะ ข้อ 2 นะคะ เซตของ 0 เป็นสมาชิกของ A

171
00:16:12,270 --> 00:16:16,270
นักเรียนจะสังเกตเห็นว่า เซตของ 0 นะคะ

172
00:16:20,248 --> 00:16:22,874
ต่างจากข้อที่ 1 นะคะ มีวงเล็บปีกกาใช่ไหมคะ

173
00:16:22,874 --> 00:16:26,532
การที่เราใส่วงเล็กปีกกานะคะ จะทำให้ความหมายของ

174
00:16:26,532 --> 00:16:29,306
เซตนี้นะคะ เป็นคนละแบบนะคะ กับข้อ 1 นะคะ ข้อ 1 ไม่ใช่เซต

175
00:16:29,306 --> 00:16:33,306
นะคะ เพราะฉะนั้นแล้ว นักเรียนลอง

176
00:16:38,953 --> 00:16:40,338
พิจารณานะคะ จะต้องไม่มี จะต้องไม่มีวงเล็บปีกกานะคะ แล้วข้อที่ 2 เป็น เท็จค่ะ

177
00:16:40,338 --> 00:16:44,338
ส่วนในข้อที่ 3 นะคะ เซตของ 1,

178
00:16:48,029 --> 00:16:52,029
2 ไม่เป็นสมาชิกของ A ค่ะ นักเรียนจะ

179
00:16:53,447 --> 00:16:56,265
เห็นว่าเซตของ 1, 2 จะมีวงเล็บปีกกาด้วยใช่ไหมคะ

180
00:16:56,265 --> 00:17:00,265
ซึ่งในข้อนี้สมาชิกตัวใด ๆ ก็ไม่มีวงเล็บปีกกา

181
00:17:03,284 --> 00:17:07,284
เลยนะคะ เพราะฉะนั้น ข้อนี้นะคะจึงเป็นจริงค่ะ เป็นอย่างไรกันบ้างคะ ง่ายกันไหมคะ

182
00:17:09,878 --> 00:17:13,878
เดี๋ยวเรามาทบทวนบทเรียนกันดีกว่านะคะ ในคณิตศาสตร์นะคะ จะใช้คำว่า " เซต"

183
00:17:19,290 --> 00:17:23,290
ของสิ่งต่าง ๆ และเมื่อกล่าวถึงกลุ่มใดแล้วนะคะ สามารถทราบได้แน่นอนว่า สิ่งใดอยู่ในกลุ่ม และสิ่งใด

184
00:17:26,874 --> 00:17:28,929
ไม่อยู่ในกลุ่มนะคะ เรียกสิ่งที่อยู่ในเซตว่าเป็นสมาชิกค่ะ

185
00:17:28,929 --> 00:17:32,929
คำว่า "เป็นสมาชิกของ" หรืออยู่ในเ

186
00:17:34,137 --> 00:17:38,137
ซต เขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ลักษณะแบบนี้นะคะ คำว่า "ไม่เป็นสมาชิกของ" จะเขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ไม่เป

187
00:17:43,297 --> 00:17:47,297
็นสมาชิกลักษณะแบบนี้ค่ะ ต่อไปนะคะ การเขียนแสดงเซต

188
00:17:47,299 --> 00:17:51,299
แบบเบื้องต้นนะคะ จะมี 2 แบบคือ แบบแจกแจงสม

189
00:17:51,301 --> 00:17:53,879
าชิก และแบบบอกเงื่อนไขของสมาชิก [เสียงดนตรี] (คุณครูอุมาพร) นักเรียนก็

190
00:17:53,879 --> 00:17:57,879
อย่าลืมกลับไปบทเรียนนะคะ สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ

191
00:18:00,451 --> 00:18:00,609
[เสียงดนตรี]

192
00:18:00,609 --> 00:18:04,609


