﻿1
00:00:00,000 --> 00:00:04,000

2
00:00:04,004 --> 00:00:08,004
[เสียงดนตรี]

3
00:00:08,007 --> 00:00:12,007

4
00:00:12,009 --> 00:00:16,009

5
00:00:16,013 --> 00:00:20,013

6
00:00:20,015 --> 00:00:24,015

7
00:00:24,021 --> 00:00:28,021

8
00:00:28,025 --> 00:00:32,025
(คุณครูอุมาพร

9
00:00:32,030 --> 00:00:36,030
(คุณครูอุมาพร) สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะมาพูดถึง

10
00:00:36,035 --> 00:00:40,035
เรื่อง เซตค่ะ

11
00:00:40,038 --> 00:00:44,038
ก่อนอื่นเดี๋ยวเรามาดูวัตถุประสงค์บทเรียนนี้ก่อนนะคะ

12
00:00:44,042 --> 00:00:48,042
ในบทเรียนนี้นะคระคุณครูจะพูโถึง

13
00:00:48,045 --> 00:00:52,045
การบอกความหมายของเซต เขียนสัญลักษณ์เกี่ยวกับเซตค่ะ

14
00:00:52,050 --> 00:00:56,050
และเขียนแสดงเซตนะคะ ถ้าพร้อมแล้ว เดี๋ยว

15
00:00:56,053 --> 00:01:00,053
มาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ จากรูปนักเรียนจะเห็นว่า

16
00:01:00,054 --> 00:01:04,054
มีกล่องอยู่หนึ่งใบนะคะ กล่องใบนี้ครูเรียกว่า

17
00:01:04,054 --> 00:01:08,054
ปริศนาค่ะ กล่องปริศนาใบนี้บรรจุสิ่งต่าง ๆ ไว้มากมายเลย

18
00:01:08,056 --> 00:01:12,056
เรามาดูกันดีกว่านะคะ ว่ากล่องใบนี้ จะมีอะไรบ้าง

19
00:01:12,057 --> 00:01:16,057
ตัวเลขค่ะ เป็นเลขอะไรคะ 1

20
00:01:16,058 --> 00:01:20,058
นะคะ ถัดมาเป็น 2 นะคะ

21
00:01:20,059 --> 00:01:24,059
นักเรียนสามารถเดาได้ไหมค่ะ ว่าตัวต่อไปเป็นอะไร

22
00:01:24,060 --> 00:01:28,060
เป็นมังคุดค่ะ a

23
00:01:28,062 --> 00:01:32,062
ทุเรียนนะคะ u ค่ะ

24
00:01:32,063 --> 00:01:36,063
O แตงโมค่ะ

25
00:01:36,063 --> 00:01:40,063
e i

26
00:01:40,065 --> 00:01:44,065
ชมพู่ค่ะ

27
00:01:44,066 --> 00:01:48,066
เดี๋ยวเรามาทำการจัดกลุ่มของต่าง ๆ เหล่านี้กันดีกว่าค่ะ

28
00:01:48,067 --> 00:01:52,067
เป็นกลุ่มของผลไม้ค่ะ นักกเรียนสามารถเดาได้ไหม

29
00:01:52,068 --> 00:01:56,068
ว่าอะไรบ้างที่เป็นผลไม้ ก็ต้องมีมังคุด ทุเรียน

30
00:01:56,080 --> 00:02:00,080
แตงโม แล้วก็ชมพู่ใช่ไหมคะ

31
00:02:00,081 --> 00:02:04,081
กลุ่มถัดมาค่ะ กลุ่มของจำนวนนับ อะไรบ้าง

32
00:02:04,082 --> 00:02:08,082
ที่เป็นจำนวนนับ ก็คือ 1 และ 2

33
00:02:08,083 --> 00:02:12,083
นั่นเองค่ะ กลุ่มสุดท้ายค่ะ กลุ่มของสระในภาษาอังกฤษ

34
00:02:12,084 --> 00:02:16,084
อะไรบ้างคะ ที่เป็นสระในภาษาอังกฤษ

35
00:02:16,086 --> 00:02:20,086
ก็คือ a e i o u นั่นเองนะคะ

36
00:02:20,087 --> 00:02:24,087
นักเรียนจะสังเกตเห็นว่า กลุ่มทั้ง 3 กลุ่มนี้นะคะ จะบอกได้

37
00:02:24,088 --> 00:02:28,088
แน่นอนเลยใช่ไหมคะ ว่าอะไรที่อยู่ในกลุ่มและอะไรไม่อยู่ในกลุ่ม

38
00:02:28,090 --> 00:02:32,090
ใช่ไหมคะ ซึ่งลักษณะแบบนี้นะคะ

39
00:02:32,091 --> 00:02:36,091
เราจะเรียกว่า "เซต" ค่ะ

40
00:02:36,091 --> 00:02:40,091
แค่คณิตศาสตร์ใช้คำว่าเซต นะคะ แทน

41
00:02:40,093 --> 00:02:44,093
กลุ่มของสิ่งต่าง ๆ และเมื่อกล่าวถึงกลุ่มใดแล้วนะคะ

42
00:02:44,094 --> 00:02:48,094
สามารถทราบได้แน่นอน ว่าสิ่งใดอยู่ในกลุ่ม และ

43
00:02:48,094 --> 00:02:52,094
ไม่อยู่ในกลุ่มค่ะ ตัวอย่าง เซตของจำนวนนับ

44
00:02:52,094 --> 00:02:56,094
ที่น้อยกว่า 3 นะคะ เซตของสระภาษาอังกฤษค่ะ

45
00:02:56,096 --> 00:03:00,096
เซตของชื่อวันในสัปดาห์

46
00:03:00,097 --> 00:03:04,097
และเราจะเรียกสิ่งที่อยู่

47
00:03:04,098 --> 00:03:08,098
ในเซตว่าสมาชิกค่ะ ตัวอย่างเช่นนะคะ

48
00:03:08,099 --> 00:03:12,099
เซตของจำนวนนับที่น้อยกว่า 3 คะ นักเรียนสามารถบอกได้ไหมคะว่า

49
00:03:12,103 --> 00:03:16,103
เซตนี้มีสมาชิกเป็นอะไรบ้าง

50
00:03:16,104 --> 00:03:20,104
สมาชิกของเซตนี้นะคะ ก็คือ 1 และ 2 ค่ะ

51
00:03:20,105 --> 00:03:24,105

52
00:03:24,106 --> 00:03:28,106
เซตของสระในภาษาอังกฤษล่ะคะ บอกได้ไหมคะว่า

53
00:03:28,107 --> 00:03:32,107
มีสมาชิกเป็นอะไรบ้าง ก็คือ a

54
00:03:32,108 --> 00:03:36,108
e, i, oฐ

55
00:03:36,110 --> 00:03:40,110
และ u ค่ะ

56
00:03:40,111 --> 00:03:44,111
เซตของชื่อวันในสัปดาห์ล่ะค่ะ มีสมาชิกได้แก่

57
00:03:44,112 --> 00:03:48,112
ได้แก่ จันทร์

58
00:03:48,116 --> 00:03:52,116
อังคาร,

59
00:03:52,120 --> 00:03:56,120
พุธ พฤหัสบดี

60
00:03:56,121 --> 00:04:00,121
ศุกร์

61
00:04:00,121 --> 00:04:04,121
เสาร์

62
00:04:04,125 --> 00:04:08,125

63
00:04:08,126 --> 00:04:12,126
และ อาทิตย์ ค่ะ

64
00:04:12,129 --> 00:04:16,129

65
00:04:16,129 --> 00:04:20,129
ถัดไปค่ะ เซตของคำตอบของสมการ x ยกกำลัง

66
00:04:20,131 --> 00:04:24,131
2 - 4 = 0 อะไรเป

67
00:04:24,131 --> 00:04:28,131
ของสมการนี้ หลักการวิธีหานะคะ

68
00:04:28,133 --> 00:04:32,133
เราจะหาจำนวนที่ยกกำลัง 2 - 4 แล้วเท่ากับ 0

69
00:04:32,134 --> 00:04:36,134
นั่นก็คือ 2 และ -2 ค่ะ ตัวอย่างเช่น

70
00:04:36,135 --> 00:04:40,135
2 นะคะ ถ้าครูนำ 2

71
00:04:40,136 --> 00:04:44,136
เมื่อ 4 - 4 ก็จะเท่ากับ 0 ค่ะ เพราะฉะนั้น สมาชิก

72
00:04:44,138 --> 00:04:48,138
ก็คือ 2 และ -2 ค่ะ

73
00:04:48,140 --> 00:04:52,140
ต่อไป

74
00:04:52,141 --> 00:04:56,141
เป็นการเขียนแสดงเซตนะคะ การเขียนแสดง

75
00:04:56,141 --> 00:05:00,141
เซตนะคะ จะเขียนได้ 2 แบบค่ะ ก็คือ 1. แบบแจกแจงสมาชิก

76
00:05:00,142 --> 00:05:04,142
2. คือแบบบอกเงื่อนไข ของสมาชิก

77
00:05:04,143 --> 00:05:08,143
เดี๋ยวเรามาดูแบบที่ 1 คือ แบบแจกแจงสมาชิกกันดีกว่านะคะ

78
00:05:08,145 --> 00:05:12,145
แบบนี้นะคะ จะมีวิธีการเขียน ก็คือ

79
00:05:12,145 --> 00:05:16,145
ทุกตัวค่ะ ของเซต ลงในวงเล็บปีกกา

80
00:05:16,146 --> 00:05:20,146
เครื่องหมายจุลภาค ก็คือเครื่องหมายลักษณะแบบนี้ค่ะ

81
00:05:20,147 --> 00:05:24,147
คั่นระหว่างสมาชิกแต่ละตัวนะคะ ตัวอย่างเช่นค่ะ

82
00:05:24,148 --> 00:05:28,148
เซตของจำนวนนับที่น้อยกว่า 5 ค่ะ

83
00:05:28,149 --> 00:05:32,149
ได้ดังนี้นะคะ คุณครูก็จะเริ่มเขียนจากปีกกาก่อนค่ะ

84
00:05:32,151 --> 00:05:36,151
หลังจากนั้นจำนวนนับที่น้อยกว่า 5 มีอะไรบ้างคะ ก็คือ

85
00:05:36,152 --> 00:05:40,152
มี 1, 2, 3, 4

86
00:05:40,153 --> 00:05:44,153
หมดหรือยังคะ หมดแล้วนะคะ ก็จะตามด้วยวงเล็บปี

87
00:05:44,153 --> 00:05:48,153
ปิดค่ะ

88
00:05:48,155 --> 00:05:52,155
ในการเขียนชื่อเซตนะคะ เราจะใช้อักษร

89
00:05:52,155 --> 00:05:56,155
ภาษาอังกฤษค่ะ ตัวพิมพ์ใหญ่นะคะ และสมาชิกของเซต

90
00:05:56,156 --> 00:06:00,156
จะใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษพิมพ์ใหญ่ค่ะ

91
00:06:00,157 --> 00:06:04,157
เช่นค่ะ ให้ a นะคะ แทนเซต ซึ่งมีสมาชิก 3 ตัว

92
00:06:04,158 --> 00:06:08,158
ได้แก่ A, B, และC

93
00:06:08,160 --> 00:06:12,160
เราจะเขียนเซต A แบบแจกแจงสมาชิกได้แบบนี้ค่ะ

94
00:06:12,160 --> 00:06:16,160
อันดับแรกนะคะ ก็จะเขียนชื่อเซต

95
00:06:16,161 --> 00:06:20,161
ใส่สมาชิกลงไปในวงเล็บปีกกาค่ะ

96
00:06:20,161 --> 00:06:24,161
นี่ค่ะ อันนี้นะคะ จะ

97
00:06:24,163 --> 00:06:28,163
อ่านว่า "เซตของ A" นะคะ ประกอบไปด้วย a

98
00:06:28,164 --> 00:06:32,164
b และ c ค่ะ

99
00:06:32,165 --> 00:06:36,165
ต่อไปนะคะ จะให้ B แทนเซต

100
00:06:36,166 --> 00:06:40,166
ของจำนวนเต็มที่ยกกำลัง 2 แล้วได้ 16 ค่ะ

101
00:06:40,168 --> 00:06:44,168
เซตนี้นะคะ หลักการก็คือเราจะเขียนชื่อเศ

102
00:06:44,170 --> 00:06:48,170
มีอะไรบ้างคะ ที่เป็นจำนวนเต็มแล้วลบกัน

103
00:06:48,172 --> 00:06:52,172
ก็คือมี 4 แล้วก็ -4

104
00:06:52,172 --> 00:06:56,172

105
00:06:56,173 --> 00:07:00,173
ทีนี้ค่ะ ในกรณีที่สมาชิกของเซต

106
00:07:00,173 --> 00:07:04,173
นะคะ มีจำนวนมาก การเขียนเซตแบบแจกแจงนะคะ

107
00:07:04,175 --> 00:07:08,175
สมาชิกนั้นนะคะ เราจะใช้จุด 3 จุดค่ะ

108
00:07:08,176 --> 00:07:12,176
มีสมาชิกอื่น ๆ ซึ่งเป็นที่เข้าใขจกันทั่วไป

109
00:07:12,177 --> 00:07:16,177
ว่ามีอะไรบ้างอยู่ในเซตนั้นนะคะ หมายความว่าสมมติ

110
00:07:16,178 --> 00:07:20,178
นักเรียนมีเซตอยู่ 1 เซตนะคะ

111
00:07:20,179 --> 00:07:24,179
นักเรียนจะเขียนสมาชิกทั้งหมดในเซตนั้นได้ลำบาก

112
00:07:24,180 --> 00:07:28,180
หลักการก็คือ เราจะใช้ (...) นะคะ แทนสมาชิก

113
00:07:28,182 --> 00:07:32,182
ตัวถัด ๆ ไปค่ะ อยู่ในเซตนั้นด้วยนะคะ ตัวอย่างเช่น

114
00:07:32,198 --> 00:07:36,198
ค่ะ ให้ C แทน เขียน

115
00:07:36,199 --> 00:07:40,199
ในภาษาไทยนะคะ เราก็จะเขียนเซต C แบบนี้ค่ะ

116
00:07:40,201 --> 00:07:44,201
C เท่ากับนะคะ

117
00:07:44,202 --> 00:07:48,202
ภาษาไทยค่ะ ขึ้นต้นตัวแรกอะไรคะ ก ข ฃ

118
00:07:48,203 --> 00:07:52,203
ใช่ไหมคะ เราก็จะเขียนลงไปค่ะ หลังจากนั้นนะคะ เราก็

119
00:07:52,204 --> 00:07:56,204
ส่วนตัวถัด ๆ ไปแล้วจะใช้ ...

120
00:07:56,206 --> 00:08:00,206
เป็นตัวแทน และตัวสุดท้ายคือ ฎฮฎ

121
00:08:00,207 --> 00:08:04,207
ก็จะเขียนปิดท้ายค่ะ

122
00:08:04,207 --> 00:08:08,207
ต่อไปเรามาดูตัวอย่างถัดไปนะคะ

123
00:08:08,209 --> 00:08:12,209
ถัดไปค่ะ ให้ D แทนเซตของจำนวนคู่

124
00:08:12,210 --> 00:08:16,210
นักเรียนทราบไหมคะว่าตัวจำนวนคู่มีอะไร

125
00:08:16,212 --> 00:08:20,212
นักเรียนหลายคนนะคะ อาจจะเข้าใจว่าจำนวนคู่นะคะ จะเป็น 2,

126
00:08:20,215 --> 00:08:24,215
4, 6, 8 ไปเรื่อย ๆ

127
00:08:24,219 --> 00:08:28,219
จำนวนคู่นะคะ ยังมีมากกว่านั้นอีกค่ะ

128
00:08:28,220 --> 00:08:32,220
จำนวนคู่นะคะในทางคณิตศาสตร์ค่ะ หมายถึงจำนวนที่หารด้วย

129
00:08:32,221 --> 00:08:36,221
นะคะ ซึ่งสามารถเป็นจำนวนคู่ลบก็ได้ค่ะ ตัวอย่างเช่น -2, -4,

130
00:08:36,221 --> 00:08:40,221
-6, -8 ไปเรื่อย ๆ ค่ะ รวมถึง 0 ด้

131
00:08:40,222 --> 00:08:44,222
0 ก็หารด้วย 2 ลงตัวค่ะ มีผลลัพธ์เป็น 0

132
00:08:44,224 --> 00:08:48,224
เพราะฉะนั้นแล้วนะคะ การเขียนเซต D นะคะ เริ่ม

133
00:08:48,226 --> 00:08:52,226
จากเขียนชื่อเซตนะคะ และเขียนจำนวนคู่ลบก่อนค่ะ

134
00:08:52,227 --> 00:08:56,227
จำนวนคู่ลบ ก็คือ -2, -4, -6

135
00:08:56,228 --> 00:09:00,228
ทีนี้เราต้องเขียนจำนวนที่น้อยที่สุดก่อนค่ะ ซึ่งเราไม่ทราบ

136
00:09:00,229 --> 00:09:04,229
นะคะ เพราะไปเรื่อย ๆ นะคะ เพราะฉะนั้นแล้วเราจะเข้

137
00:09:04,230 --> 00:09:08,230
และก็ตามด้วย -6, -4, -2

138
00:09:08,231 --> 00:09:12,231
หลังจากนั้นก็ตามด้วย 0 คือ

139
00:09:12,232 --> 00:09:16,232
บวก คือ 2 4 6 ค่ะ

140
00:09:16,237 --> 00:09:20,237
เดี๋ยวเรามาดูอีกสักตัวอย่างหนึ่งนะคะ ให้ E

141
00:09:20,238 --> 00:09:24,238
แทนเซตของเลขโดดที่ปรากฏในจำนวน 121

142
00:09:24,239 --> 00:09:28,239
นักเรียนทราบไหมคะ ว่าเลขโดดมีอะไรบ้างค

143
00:09:28,239 --> 00:09:32,239
เลขโดด ในทางคณิตศาสตร์ มี 0-9

144
00:09:32,240 --> 00:09:36,240
ในที่นี้นะคะเลขที่พบก็คือ 1 และ 2 ค่ะ

145
00:09:36,241 --> 00:09:40,241
ในหลักการเขียนเซตนะคะ ถ้ามีจำนวนใดนะคะ ซ้ำกันมากกว่า 1 ตัว

146
00:09:40,242 --> 00:09:44,242
นะคะ เราจะเขียนเพียงแค่ครั้งเดียวค่ะ

147
00:09:44,242 --> 00:09:48,242
เราก็จะเขียนเป็น E =

148
00:09:48,244 --> 00:09:52,244
เซทของ 1 แล้วก็ 2 ค่ะ แบบนี้ค่ะ

149
00:09:52,245 --> 00:09:56,245
ต่อไปนะคะ เรามาดูการเขียนเซตแบบ

150
00:09:56,246 --> 00:10:00,246
บอกเงื่อนไขของสมาชิกกันค่ะ เราจะใช้การเขียน

151
00:10:00,247 --> 00:10:04,247
ตัวแปรนะคะ แทนสมาชิกค่ะ แล้วบรรยายสมบัติหรือเงื่อนไข

152
00:10:04,248 --> 00:10:08,248
นะคะ ตัวอย่างเช่นค่ะ เซทนี้นะคะ

153
00:10:08,249 --> 00:10:12,249
อ่านว่า "เซตของ F" ประกอบไป

154
00:10:12,251 --> 00:10:16,251
โดยที่ F เป็น

155
00:10:16,252 --> 00:10:20,252
คุณครูจะค่อย ๆ อธิบายทีละส่วนนะคะ ส่วนแรก

156
00:10:20,254 --> 00:10:24,254
ก็คือชื่อเซตนะ่ะค่ะ นักเรียนสามารถ

157
00:10:24,257 --> 00:10:28,257
ตั้งชื่อเซตนะคะ ได้เองนะคะ โดยใช้

158
00:10:28,259 --> 00:10:32,259
อักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่นะคะ

159
00:10:32,260 --> 00:10:36,260
ส่วนถัดมานะคะ ก็คือ X นะคะ X ก็คือตัวแปร

160
00:10:36,262 --> 00:10:40,262
ที่ใช้

161
00:10:40,263 --> 00:10:44,263
แทนสมาชิกนะคะ

162
00:10:44,264 --> 00:10:48,264
ในเซตค่ะ

163
00:10:48,264 --> 00:10:52,264
นักเรียนสามารถเลือกตัวแปรได้เอง เช่นเดียวกับ

164
00:10:52,266 --> 00:10:56,266
ตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็กค่ะ สัญลักษณ์

165
00:10:56,267 --> 00:11:00,267
ขีดตรงอันนี้นะคะ เราจะอ่านว่า โดยที่ค่ะ

166
00:11:00,268 --> 00:11:04,268
นักเรียนสามารถใช้ลักษณะจุด 2 จุด

167
00:11:04,270 --> 00:11:08,270
นะคะ แทนสัญลักษณ์ขีดตรง ๆ นี้ได้ด้วยค่ะ

168
00:11:08,271 --> 00:11:12,271
ส่วนคำว่า " X เป็นจำนวนน

169
00:11:12,272 --> 00:11:16,272
ที่มีหลักเดียวนะคะ อันนี้นะคะ ก็คือเงื่อนไขหรือสมบัติค่ะ

170
00:11:16,274 --> 00:11:20,274

171
00:11:20,275 --> 00:11:24,275

172
00:11:24,276 --> 00:11:28,276
เราจะเปลี่ยนไปตามเซตนะคะที่เราอยากจะเขียนค่ะ

173
00:11:28,278 --> 00:11:32,278
อยากจะเขียนนะคะ ซึ่งในทีนี้ค่ะ สมาชิกของเซตนี้นะคะ

174
00:11:32,279 --> 00:11:36,279
ก็คือจำนวนนับที่มีหลักเดียวค่ะ ก็คือนับ

175
00:11:36,280 --> 00:11:40,280
ไปเรื่อย ๆ จนถึง 9 นะคะ เดี๋ยวเรามาดูตัวอย่าง

176
00:11:40,280 --> 00:11:44,280
เพื่อความเข้าใจมากขึ้นดีกว่าค่ะ ตัวอย่างถัดไปนะคะ

177
00:11:44,282 --> 00:11:48,282
ให้ B แทนเซตของจำนวนเต็มที่ยกกำลัง 2 แล้วได้ 16 ค่ะ

178
00:11:48,282 --> 00:11:52,282
เซตนี้นะคะ วิธีการเขียนเราก็จะเขียน

179
00:11:52,282 --> 00:11:56,282
ตามด้วยตัวแปรนะคะ ซึ่งในที่นี้ครูจะแทนด้วย

180
00:11:56,284 --> 00:12:00,284
X ค่ะ แล้วตามด้วยสัญลักษณ์โดยที่ค่ะ

181
00:12:00,284 --> 00:12:04,284
เงื่อนไขของเซตนี้นะคะ ก็ต้องการจำนวนเต็ม

182
00:12:04,284 --> 00:12:08,284
นะคะ เพราะฉะนั้นแล้ว ครูต้องการเขียนเซตนี้เป็นจำ

183
00:12:08,286 --> 00:12:12,286

184
00:12:12,287 --> 00:12:16,287

185
00:12:16,289 --> 00:12:20,289
และเงื่อนไขที่ 2 นะคะ ก็คือตั้งการยกกำลัง 2 นะคะ

186
00:12:20,290 --> 00:12:24,290
แล้วได้ 16 ค่ะ ซึ่งในที่นี้นะคะ ตัวแ

187
00:12:24,290 --> 00:12:28,290
เป็น X เราจะต้องใช้ X ยกกำลัง 2 เท่าสกั

188
00:12:28,292 --> 00:12:32,292
เดี๋ยวคุณครูจะอ่านเซทนี้ให้ฟัง

189
00:12:32,293 --> 00:12:36,293
อีกครั้งนะคะ อันนี้เซตนี้นะคะ อ่านว่า เซตของ B

190
00:12:36,293 --> 00:12:40,293
ประกอบไปด้วยสมาชิก x และ x

191
00:12:40,295 --> 00:12:44,295
เป็นจำนวนเต็ม และ X ยกกำลัง 2 เท่ากับ 16

192
00:12:44,296 --> 00:12:48,296
ต่อไปนะคะ

193
00:12:48,297 --> 00:12:52,297
ให้ C ค่ะ แทนเซตของพยัญชนะในภาษาไทย

194
00:12:52,299 --> 00:12:56,299
เดี๋ยวเรามาเขียนเซต C กันดีกว่าค่ะ

195
00:12:56,301 --> 00:13:00,301
ชื่อเซตค่ะ ตามด้วยตัวแปรนะคะ ตามด้วยสัญลักษณ์ตัวนี้

196
00:13:00,304 --> 00:13:04,304
และเขียนว่า  X เป็นพยัญชนะในภาษาไทยค่ะ

197
00:13:04,305 --> 00:13:08,305

198
00:13:08,306 --> 00:13:12,306

199
00:13:12,309 --> 00:13:16,309

200
00:13:16,310 --> 00:13:20,310
เดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างเซท G นะคะ ครูให้ เซท Gประกอบไป

201
00:13:20,311 --> 00:13:24,311
สมาชิก คือ 2 และเศษ 1 ส่วน 2 ค่ะ

202
00:13:24,313 --> 00:13:28,313
คำว่า "เป็นสมาชิกของ" นะคะ หรือ "อยู่ใน"

203
00:13:28,315 --> 00:13:32,315
ด้วยสัญลักษณ์นี้ค่ะ สัญลักษณ์แบบนี้นะคะ ตัวอย่างเช่นนะคะ

204
00:13:32,316 --> 00:13:36,316
คุณครูต้องการบอกว่า 2

205
00:13:36,318 --> 00:13:40,318
เป็นสมาชิกของ G นะคะ คุณครูอาจเขียนเป็นสัญลักษณ์แทนค่ะ

206
00:13:40,319 --> 00:13:44,319
2 แล้วก็ตามด้วยสัญลักษณ์ แล้วก็ G ค่ะ

207
00:13:44,320 --> 00:13:48,320
เช่นเดียวกันกับ เศษ 1 ส่วน 2 นะคะ

208
00:13:48,321 --> 00:13:52,321
คุณครูต้องการบอกว่า เศษ 1 ส่วน 2 เป็นสมาชิก

209
00:13:52,322 --> 00:13:56,322
ของ G คุณครูก็จะเขียนเป็นเศษ 1 ส่วน 2

210
00:13:56,323 --> 00:14:00,323
ของ G แบบนี้ค่ะ

211
00:14:00,324 --> 00:14:04,324
ส่วนคำว่า "ไม่เป็นสมาชิกของ" จะเขียนแทนด้วย

212
00:14:04,325 --> 00:14:08,325
ลักษณธแบบนี้

213
00:14:08,331 --> 00:14:12,331
นะคะ ตัวอย่างเช่นค่ะ เศษ 1 ส่วน 3 ค่ะ

214
00:14:12,332 --> 00:14:16,332
นักเรียนจะเห็นว่า เศษ 1 ส่วน 2 ไม่เป

215
00:14:16,333 --> 00:14:20,333
G ใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้น แล้วเราจะเขียนได้เป็น เศษ 1 ส่วน 3

216
00:14:20,334 --> 00:14:24,334
ตามด้วยสัญลักษณ์ค่ะ แล้วตา่มด้วยเขียน  G ค่ะ

217
00:14:24,335 --> 00:14:28,335
อีกสัก 1 ตัวอย่างนะคะ อย่างเช่น 1,000 ค่ะ

218
00:14:28,336 --> 00:14:32,336
1,000 ไม่เป็นสมาชิกของเวต นะคะ

219
00:14:32,337 --> 00:14:36,337
เพราะฉะนั้นคุณครูก็จะเขียนด้วย 1,000 ตามด้วยสัญลักษณ์

220
00:14:36,339 --> 00:14:40,339
เดิมค่ะ แล้วก็ G ค่ะ

221
00:14:40,340 --> 00:14:44,340
เดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างนะคะ ของการเป็นสมาชิกของเซตค่ะ

222
00:14:44,342 --> 00:14:48,342
ตัวอย่างนี้นะคะ ให้ A ประกอบไ

223
00:14:48,343 --> 00:14:52,343
ไปด้วยสมาชิก 0 1 และ 2 จงพิจารณาว่า

224
00:14:52,345 --> 00:14:56,345
ข้อความต่อไปนี้นะคะ เป็นจริงหรือเท็จนะคะ ข้อความที่ 1 นะคะ

225
00:14:56,346 --> 00:15:00,346
นะคะ 0 เป็นสมาชิกของ A ข้อความที่ 2 ค่ะ เซตของ

226
00:15:00,348 --> 00:15:04,348
0 เป็นสมาชิกของ A และ

227
00:15:04,348 --> 00:15:08,348
เซตของ 1 2 ไม่เป็นสมาชิกของ A ค่ะ

228
00:15:08,349 --> 00:15:12,349
พิจราณาโจทย์ข้อนี้นะคะ หลักการ

229
00:15:12,351 --> 00:15:16,351
ก่อนค่ะ ว่าในเซต A มีสมาชิกเป็นอะไรบ้าง นักเรียนสามารถตอบได้ไหมคะ

230
00:15:16,352 --> 00:15:20,352
ว่าสมาชิกของเซต A มีอะไรบ้าง

231
00:15:20,353 --> 00:15:24,353
สมาชิกของเซต A นะคะ มีสมาชิกจำนวน 3 ตัวค่ะ

232
00:15:24,355 --> 00:15:28,355
มีจำนวน 3 ตัวค่ะ

233
00:15:28,356 --> 00:15:32,356

234
00:15:32,357 --> 00:15:36,357
ได้แก่

235
00:15:36,359 --> 00:15:40,359
0 นะคะ 1 และ 2 ค่ะ

236
00:15:40,360 --> 00:15:44,360
เมื่อเรา

237
00:15:44,360 --> 00:15:48,360
ทราบสมาชิกเรียบร้อยแล้วนะคะ เดี๋ยวเรามาดูข้อ 1 กันเลยค่ะ ข้อ 1 นะคะ

238
00:15:48,361 --> 00:15:52,361
ระบุว่า 0 เป็นสมาชิกของ A

239
00:15:52,361 --> 00:15:56,361
ถูกต้องไหมคะ ถูกต้องนะคะ 0 เป็นสมาชิกของ A เพราะฉะนั้น

240
00:15:56,363 --> 00:16:00,363
ข้อนี้เป้นจริงค่ะ

241
00:16:00,365 --> 00:16:04,365
ข้อ 2 นะคะ เซตของ 0 เป็นสมาชิกของ A

242
00:16:04,365 --> 00:16:08,365
นักเรียนจะสังเกตเห็นว่า เซตของ 0 นะคะ

243
00:16:08,367 --> 00:16:12,367
ต่างจากข้อที่ 1 นะคะ มีวงเล็บปีกกาใช่ไหมคะ

244
00:16:12,371 --> 00:16:16,371
การที่เราใส่วงเล็กปีกกานะคะ จะทำให้ความหมายของ

245
00:16:16,372 --> 00:16:20,372
เซตนี้นะคะ เป็นคนละแบบนะคะ กับข้อ 1 นะคะ ข้อ 1 ไม่ใช่เซต

246
00:16:20,372 --> 00:16:24,372
นะคะ เพราะฉะนั้นแล้ว นักเรียนลองพิจารนา

247
00:16:24,374 --> 00:16:28,374
นะคะ จะต้องไม่มี จะต้องไม่มีวงเล็บปีกกานะคะ

248
00:16:28,374 --> 00:16:32,374
แล้วข้อที่ 2 เป็น เท็จค่ะ

249
00:16:32,375 --> 00:16:36,375
ส่วนในข้อที่ 3 นะคะ เซตของ 1,

250
00:16:36,376 --> 00:16:40,376
2 ไม่เป็นสมาชิกของ A ค่ะ นักเรียนจะ

251
00:16:40,377 --> 00:16:44,377
เห็นว่าเซตของ 1 2 จะมีวงเล็บปีกกาด้วยใช่ไหมคะ

252
00:16:44,379 --> 00:16:48,379
ซึ่งในข้อนี้สมาชิกตัวใด ๆ ก็ไม่มีวสงเล็บปีกกา

253
00:16:48,381 --> 00:16:52,381
เลยนะคะ เพราะฉะนั้น ข้อนี้นะคะ จึงเป็นจริงค่ะ

254
00:16:52,383 --> 00:16:56,383
เป็นอย่างไรกันบ้งคะ ง่ายกันไหมคะ

255
00:16:56,384 --> 00:17:00,384
เดี๋ยวเรามาทบทวนบทเรียนกันดีกว่านะคะ ฃ

256
00:17:00,385 --> 00:17:04,385
ในคณิตศาสตร์นะคะจะใช้คำว่า " เซต

257
00:17:04,386 --> 00:17:08,386
ของสิ่งต่าง ๆ และเมื่อกล่าวถึงกลุ่มใดแล้วนะคะ สามารถ

258
00:17:08,390 --> 00:17:12,390
ทราบได้แน่นอนว่า สิ่งใดอยู่ในกลุ่ม และสิ่งใด

259
00:17:12,392 --> 00:17:16,392
ไม่อยู่ในกลุ่มนะคะ เรียกสิ่งที่อยู่ในเซตว่าเป็นสมาชิกค่ะ

260
00:17:16,393 --> 00:17:20,393
คำว่า "เป็นสมาชิกของ" หรืออยู่ใน

261
00:17:20,393 --> 00:17:24,393
เขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ลักษณะแบบนี้นะคะ คำว่า "ไม่เป็น

262
00:17:24,395 --> 00:17:28,395
สมาชิกของ" จะเขียนแทนด้วยสัญลักษณ์ไม่เป้ฯ

263
00:17:28,396 --> 00:17:32,396
สมาชิกลักษณะแบบนี้ค่ะ ต่อไปนะคะ การเขียนแสดงเซต

264
00:17:32,397 --> 00:17:36,397
แบบเบื้อต้นนะคะ จะมี 2 แบบคือ แบบแจกแจงสม

265
00:17:36,398 --> 00:17:40,398
และแบบบอกเงื่อนไขของสมาชิก

266
00:17:40,399 --> 00:17:44,399
[เสียงดนตรี] (คุณครูอุมาพร) นักเรียนก็

267
00:17:44,400 --> 00:17:48,400
อย่าลืมกลับไปบทเรียนนะคะ สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ

268
00:17:48,401 --> 00:17:52,401
[เสียงดนตรี]

269
00:17:52,402 --> 00:17:56,402

270
00:17:56,406 --> 00:18:00,406
[เสียงดนตรี]

271
00:18:00,407 --> 00:18:04,407

272
00:18:04,409 --> 00:18:08,409

273
00:18:08,411 --> 00:18:12,411

274
00:18:12,414 --> 00:18:16,414

275
00:18:16,416 --> 00:18:20,416

276
00:18:20,420 --> 00:18:24,420

277
00:18:24,422 --> 00:18:28,422

278
00:18:28,423 --> 00:18:32,423

279
00:18:32,425 --> 00:18:36,425

280
00:18:36,428 --> 00:18:40,428

281
00:18:40,430 --> 00:18:44,430

282
00:18:44,433 --> 00:18:48,433

283
00:18:48,434 --> 00:18:52,434

284
00:18:52,436 --> 00:18:56,436

285
00:18:56,438 --> 00:19:00,438

286
00:19:00,441 --> 00:19:04,441

287
00:19:04,442 --> 00:19:04,443

288
00:19:08,443 --> 00:19:08,443

289
00:19:12,445 --> 00:19:12,448

290
00:19:16,448 --> 00:19:16,453

291
00:28:12,932 --> 00:28:15,936

292
00:28:16,938 --> 00:28:19,940

293
00:28:20,940 --> 00:28:23,943

294
00:28:24,942 --> 00:28:27,944

295
00:28:28,945 --> 00:28:31,949

296
00:28:32,946 --> 00:28:35,949

297
00:28:36,949 --> 00:28:38,275

298
00:28:40,951 --> 00:28:43,955

299
00:28:44,953 --> 00:28:47,955

300
00:28:48,955 --> 00:28:51,958

301
00:28:52,957 --> 00:28:55,961

302
00:28:56,959 --> 00:28:59,960

303
00:29:00,960 --> 00:29:00,961

304
00:29:04,962 --> 00:29:04,966

305
00:29:08,967 --> 00:29:08,972


